หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์

กรุณารอสักครู่...

ภาพประจำตัวสมาชิก
leaderinshadow
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1764
ผู้ติดตาม: 28

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 1

โพสต์

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว  

ทำไมนักลงทุนจำนวนไม่น้อยจึง "ล้มเหลว" และเดินไปไม่ถึง "เส้นชัยแห่งการลงทุน" บางคนอาจจะคิดว่าเพราะโชคไม่ดี ดวงไม่เฮง มือไม่ขึ้น แต่ลองนั่งทบทวนดูให้ดี คุณจะพบว่ามีหลุมพรางการลงทุนมากมาย ที่คุณพลาดท่าเดินตกลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้คุณไม่ประสบความสำเร็จจากการลงทุนสักที


อาจจะมีหลายสาเหตุผสมผสานปนเปกัน ทำให้คุณขาดทุนบ้าง บาดเจ็บบ่อย แต่อาจจะมีอีกหลายสาเหตุที่คุณยังนึกไม่ถึง


ดังนั้น จะขอหยิบหลุมพรางทางการลงทุนมาบอกเล่า คุณจะได้รู้ว่าที่ผ่านมามีหลุมพรางไหนบ้างที่ทำให้คุณยังไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุน


ไม่ใส่ใจหาความรู้- ซื้อขายบ่อยเกินไป


เมื่อ ตัดสินใจลงทุน นักลงทุนทุกคนย่อมหวังที่จะได้รับผลตอบแทนสูง และมีความเสี่ยงในการลงทุนต่ำแต่มีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถบรรลุ สิ่งที่หวัง


หรือแม้กระทั่งนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ก็ยังอาจจะพลาดพลั้งได้บางครั้ง อะไรบ้างที่น่าจะเป็นเหตุของความผิดพลาดนั้น ซึ่งหากทราบแล้ว ก็จะได้พยายามหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด


จึงได้รวบรวมความเห็นของคนในแวดวงการเงิน ถึงหลุมพรางทางการลงทุน ที่ทำให้นักลงทุนหลายต่อคนล้มเหลว


@ไม่ทำความรู้จักกับตัวเอง


"ดร.สันติ กีระนันทน์" ผู้จัดการตลาดตราสารหนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้ทัศนะว่าประเด็นแรกเลยที่ทำให้นักลงทุนล้มเหลวเพราะไม่ทำความรู้จักกับ ตัวเอง อาจจะรู้สึกแปลกๆ แต่เป็นความจริง


ทั้งนี้ เพราะนักลงทุนหลายคน ใช้แนวทางของผู้อื่นที่ประสบความสำเร็จเป็นต้นแบบการลงทุนของตัวเอง โดยไม่แยกแยะความแตกต่างของต้นแบบกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความทนได้ต่อความผันผวน วิธีการตัดสินใจ เวลาที่มีติดตามการลงทุนของตัวเอง เป็นต้น ซึ่งความแตกต่างเหล่านั้น ทำให้เกิดความแตกต่างของผล แม้ว่าจะพยายามเลียนแบบวิธีการของผู้ที่ประสบความสำเร็จก็ตาม


@เล็งผลเลิศมากเกินไป


อีก ประเด็นหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนล้มเหลว ดร.สันติ บอกว่า เป็นเพราะนักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนที่มากเกินไป ซึ่งเป็นธรรมชาติของนักลงทุนที่ย่อมต้องการซื้อที่ราคาต่ำสุด และขายที่ราคาที่สูงสุด


แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครที่จะทราบได้ว่าเมื่อไรที่ราคาจะสูงสุดหรือเมื่อไรที่ราคาจะต่ำสุด หรือราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดอยู่ที่ไหน


ทางที่อาจจะปลอดภัยกว่าก็คือ การประมาณราคาซื้อขายที่ยอมรับได้ (ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับในกำไร หรือขาดทุนที่จะเกิดขึ้นก็ตาม) แล้วก็ปฏิบัติตามกรอบที่กำหนดไว้ โดยอาจจะต้องกำหนดระยะเวลาที่ยอมรับไว้ด้วย และเมื่อตัดสินใจไปแล้ว ไม่ต้องเสียใจมากเกินไป หากผลที่ได้นั้น ไม่ได้เป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด


@ไม่ใส่ใจหาความรู้


ดร.สันติ ยังบอกอีกว่า ผู้ที่เรียกตัวเองว่านักลงทุน จำนวนไม่น้อย ไม่ค่อยใส่ใจทำการบ้านคือ การศึกษาให้ได้ข้อมูลที่เพียงพอเกี่ยวกับหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์ที่ตนเองจะลงทุน แต่คอยสังเกตคนอื่น และบางครั้งก็ทำ "ตามแห่" คนอื่นไป


ในเรื่องนี้ ต้องระลึกถึงเสมอว่า เรากำลังตัดสินใจบนการได้มาหรือเสียไปซึ่ง "เงิน" ของเรา ถ้าเราไม่ระวังเงินของเราเอง ใครจะมาระวังเงินของเราแทนตัวเรา


นอก จากนั้น การเกิดขึ้นของทางเลือกในการลงทุน และเครื่องมือที่ใช้บริหารการลงทุนใหม่ๆ มีอยู่เรื่อยๆ หากไม่ศึกษาให้รู้จักสิ่งเหล่านั้น ก็นับว่านักลงทุนจะเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย


@ติดตามดูมากเกินไป


ใน ข้อนี้ ตรงข้ามกับข้อที่ 3 ดร.สันติ บอกว่านักลงทุนบางคน มีสัมมนาอะไรที่ไหน มีเรื่องอะไรที่ไหน จะต้อง "ตามไปดู" ทุกที่ แต่ก็เป็นเพียงแค่ "ดู" โดยไม่ "คิด" เรื่องนี้สำคัญมาก หากยอมเสียเวลาที่จะไปหาความรู้จากแหล่งต่างๆ จากผู้รู้มากหลายแล้ว สิ่งสำคัญคือ ต้อง "คิด" ตามไปด้วย เพราะไม่มีใครที่สามารถให้สูตรสำเร็จการลงทุนใดๆ ได้ ต้องศึกษาให้เข้าใจและคิดวางแผนด้วยตัวเอง


@ไม่ไว้ใจตัวเอง


หลาย ครั้งที่นักลงทุนจะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว (หลังจากที่ได้ศึกษาข้อมูลดีแล้ว) กลับลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ ดร.สันติ แนะว่าต้องพยายามหาความเห็นของคนอื่นประกอบ หากการหาความเห็นประกอบนั้น ทำอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ก็จะเป็นการปรึกษาหารือที่ดี


แต่บางคนก็ทำ มากเกินไป จนกระทั่งได้ความเห็นที่แตกต่างหลากหลายขัดแย้งกัน จนไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรเลย นักลงทุนบางคนเคยตัดสินใจผิดพลาดมาในอดีต ทำให้ไม่กล้าตัดสินใจด้วยตัวเองอีก เพราะกลัวผิดซ้ำซาก ต้องไปคอยถามความเห็นของผู้อื่นจนไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าลืมว่า"ทั้งหมดนั้น จะเห็นได้ว่า การทำอะไรมากเกินไป เป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดได้เสมอ ควรจะพยายามทำทุกอย่างให้อยู่ในความพอดีก็จะผิดพลาดน้อยลง"ดร.สันติ ให้ทัศนะ


@ไม่ได้ใส่ใจลงทุนอย่างจริงจัง


"ดร.สมจินต์ ศรไพศาล" กรรมการผู้จัดการ บลจ.วรรณ ให้เหตุผลที่ทำให้นักลงทุนล้มเหลวจากการลงทุนว่าบางคนอาจจะเกิดจากไม่ได้ออม จึงไม่ได้ลงทุน หรือบางคนได้ออมแต่ไม่ได้ใส่ใจลงทุนอย่างจริงเป็นจัง ก็เลยได้ดอกเบี้ยเล็กๆ น้อยๆ จากเงินฝาก ไม่ได้สร้างความมั่งคั่งเป็นเรื่องเป็นราว


เขาบอกว่า ทางแก้ทางหนึ่งก็คือ ลงทุนให้เป็นอัตโนมัติเสียเลยอย่างพวกโครงการรวยอัตโนมัติ หรือ Automatic Millionair program (AMP) ก็จะช่วยได้ดี


@มองอดีตมากกว่ามุ่งอนาคต


นอกจากนี้ ดร.สมจินต์ ยังบอกว่า ถ้านักลงทุนได้ลงทุน และมองอดีตมากกว่ามุ่งอนาคต ชอบลงทุนแบบตามๆ กระแส ก็อาจจะล้มเหลวได้


ทาง ที่ดีควรตั้งสติให้ดี ยืนทวนกระแสได้ในเวลาที่ควรด้วยการพยายามมองแบบมุ่งอนาคต มองกว้างครอบคลุมทางเลือกการลงทุน ทั้งหุ้น ทั้งตราสารหนี้ ทั้งเงินฝาก เป็นต้น


@ซื้อขายบ่อยเกินไป


ชนวนแห่งความล้มเหลวของการลงทุน อีกประการหนึ่ง คือ ซื้อขายบ่อยเกินไป โดยเฉพาะขายเร็วเมื่อกำไรเพียงเล็กน้อย แต่ถ้าขาดทุนมักถือนานเพราะทำใจไม่ได้ ซึ่งดร.สมจินต์ กล่าวความเป็นจริงแล้ว ถ้าเราซื้อหุ้นได้ถูกต้องแล้วบริษัทดีจริง มีกำไรควรจะถือให้นานตั้งใจเป็นเจ้าของจริงจัง แต่ถ้าซื้อผิดควรตัดใจกำจัดจุดอ่อนเสียแต่เนิ่นๆ ดีกว่า


@ดูปัจจัยพื้นฐานน้อยเกินไป


อีก ประเด็นหนึ่ง ดร.สมจินต์ บอกว่าที่นักลงทุนล้มเหลวก็เพราะหวังจับกระแสการเข้าออกของเงินมากเกินไป ดูปัจจัยพื้นฐานน้อยเกินไป หุ้นขึ้นลงด้วยสองปัจจัยเสมอ คือ ปัจจัยแรก คือ ความสามารถในการทำกำไร ซึ่งคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของหุ้น


ปัจจัย ที่สอง คือ กระแสเงินเข้าออกของตลาดหุ้นโดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ หากเราจะคาดเดาต่างชาติมากเกินไปจะลำบากมาก เพราะเป็นการยากเหลือเกินหรืออาจเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำไปที่จะทำเช่นนั้น


ดัง นั้น จึงควรดูเรื่องความสามารถในการทำกำไรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ แล้วดูระดับราคาที่เหมาะสมเป็นหลัก แล้วพิจารณาเรื่องกระแสเงินลงทุนต่างๆเป็นองค์ประกอบ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ เมื่อเราลงทุนเพราะปัจจัยพื้นฐานดีราคาเหมาะสมแล้ว หากราคาจะผันผวนด้วยเพราะกระแสเงินต่างชาติบ้าง เราก็จะไม่ตกใจ


@ความโลภและความกลัว


ประการ สุดท้าย ในมุมมองของ ดร.สมจินต์ เขาคิดว่า ความโลภและความกลัว เป็นต้นเหตุของการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้เสมอ หากความผันผวนของหุ้นเป็นตัวมากเกินไปสำหรับนักลงทุนบางคน การลงทุนแบบที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างดีอย่าง TDEX (ThaiDEX SET50 ETF) ก็เป็นทางเลือกที่จะลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี


@ลงทุนไม่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยง


"อดิศร เสริมชัยวงศ์"กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์ ให้ทัศนะถึงเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนล้มเหลวจากการลงทุนว่า ก่อนที่จะพูดถึงสาเหตุที่จะทำให้การลงทุนล้มเหลวนั้นอยากจะให้ทุกคนให้เวลา ศึกษาและพิจารณา ถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้กระจ่างถ่องแท้เสียก่อน โดยที่ปัจจัยแรกที่สุดที่เราจะต้องคำนึงถึงนั้น ก็ง่ายและอยู่ใกล้ตัวมากที่สุดก็คือ ความต้องการของตัวเอง หรือการวางแผนทางการเงินให้กับตัวเองก่อนนั่นเอง เมื่อวางแผนแล้วถึงค่อยมาพิจารณาเรื่องการลงทุนต่อไป


เพราะว่าถ้าขาด การวางแผนอย่างรอบคอบแล้ว เราคงไม่สามารถที่จะวางเป้าหมาย วัตถุประสงค์ของการลงทุนที่เหมาะสม ซึ่งก็คงทำให้เราไม่สามารถจะประเมินได้ว่า การลงทุนที่ทำไปสำเร็จหรือล้มเหลว


"การวางแผนทางการเงินจะว่าง่ายก็ ง่ายนะแต่ไม่ค่อยจะมีใครทำกันนะ เริ่มต้นจริงๆ ก็คือ การทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้เป็นประจำ นี่คือ จุดเริ่มต้นของการออมเงินอย่างมีวินัย เพราะถ้าไม่ออม ล้มเหลวในการลงทุนแน่ๆ เพราะคงจะไม่มีเงินให้ลงทุนและนำไปสู่การลงทุนอย่างมั่นคง หลังจากนั้นก็เริ่มมองออกไปในอนาคต กลับมาดูแผนการในชีวิตของเราอีกครั้งว่า เราฝันที่จะมี จะใช้ จะเที่ยว จะทำ หรือมีภาระ ต้องสำรองเงินเผื่อ ต้องใช้จ่ายดูแลในเรื่องใดๆ บ้าง และที่สำคัญอย่าลืมกันเงินออมไว้ใช้ตอนเกษียณอายุด้วย มาถึงตรงนี้เราก็จะมีภาพคร่าวๆ ว่า ในช่วงเวลา 4-5 ปี ข้างหน้า เราควรจะมีเงินออมเท่าไร และเมื่อไรต้องใช้เงิน หรือส่วนไหนเก็บออม ลงทุนระยะยาวๆ ได้ ส่วนไหนเผื่อไว้ต้องใช้ในอนาคตอันใกล้ "


ทั้งนี้ ทั้งนั้น เพื่อจะนำเข้ามาถึงความผิดพลาดอันแรกของผู้ลงทุนทั่วไป คือ จัดการแบ่งการลงทุนไม่เหมาะสมกับเป้าหมายการออม และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ บางคนนำเงินที่รู้ว่าจะต้องใช้ใน 3-4 เดือนข้างหน้าไปลงทุนในหุ้น บางคนนำเงินที่เก็บไว้ใช้ตอนเกษียณไปฝากประจำ 3 เดือน เกือบทั้งหมด จะเร็วจะช้าก็จะพบว่าเราไม่พอใจเลยกับการลงทุนที่มีอยู่ เพราะผลที่ได้จะไม่ตอบสนองสอดรับกับแผนชีวิตที่วางไว้ หรือความจำเป็นที่เกิดขึ้น


@ขาดการศึกษาข้อมูลลงทุนอย่างถี่ถ้วน


อีก ประการที่อดิศรมองว่าทำให้นักลงทุนล้มเหลว เพราะไม่ค่อยได้ทำกัน ก็คือ การตั้งเป้าหมายผลตอบแทนในการลงทุนที่สมเหตุสมผล ถ้าไม่มีการตั้งเป้าหมายในส่วนของผลตอบแทน เราจะประเมินผลได้อย่างไร อันนี้ทำให้เราประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนไม่ได้ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ต้องลงทุนอะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามที่ตั้งใจ ก็เลยทำให้จัดแบ่งการลงทุนผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น


สาเหตุหลักของ ข้อผิดพลาดในจุดนี้ก็คือ ขาดการศึกษาข้อมูลของตลาดการลงทุนและทางเลือกต่างๆ อย่างถี่ถ้วน รับฟังข้อมูลเพียงผิวเผิน และขาดการติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างเป็นประจำ


นอกจากศึกษา ภาวะตลาดการลงทุนแล้ว ก็น่าจะต้องมาดูรายละเอียดของการจัดสรรสัดส่วนในการลงทุนว่าเหมาะสมกับความ เสี่ยงที่เรายอมรับได้ไหม ในแต่ละช่วงเวลา และให้ผลตอบแทนเพียงพอหรือไม่


ใน จุดนี้เราอาจจำเป็นที่จะต้องคอยกลับมาดูแผนชีวิตหรือผลตอบแทนที่ คาดหวังด้วยว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้พอเพียงหรือไม่หลายครั้งอาจจะต้อง ปรับลดลง เพราะเราไม่อยากให้ความเสี่ยงของการลงทุนมีมากไป ซึ่งพอมาถึงตรงนี้ก็ชวนให้พูดถึงความผิดพลาดอีกประการที่เป็นกันมากคือ ปล่อยให้ความโลภเข้าครอบงำเหตุผล เช่น แทนที่จะปรับเป้าหมายผลตอบแทนลงตามภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลง เวลาดอกเบี้ยปรับตัวลง กลับไปเพิ่มการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ผลตอบแทนสูงเข้าไป หรือพอเห็นการลงทุนบางอย่างลงไปแล้วให้ผลตอบแทนดีก็เพิ่มสัดส่วนไปจนเกิน สมควรด้วยความหวังว่าจะได้กำไรมากๆ ก็ต้องระมัดระวัง และเตือนตัวเองให้กลับไปดูวัตถุประสงค์ในการออมเงินและความเสี่ยงที่เรารับ ได้อยู่ตลอดเวลา


"จากที่ผมพูดมาทั้งหมด ก็อยากจะสรุปว่าการลงทุนไม่ใช่เรื่องยากแต่ต้องมีความรอบคอบ ระมัดระวังและสม่ำเสมอในการดูแลจัดการ" อดิศรให้แง่คิด


คุณก็เป็นนัก ลงทุนที่ถึงเส้นชัยแห่งการลงทุนได้ ถ้ารู้ให้เท่าทันหลุมพรางที่คอยจ้องจะลากเราลงไป พอรู้แล้วว่ามีกับดักอยู่ตรงไหนบ้าง คราวนี้หลบให้พ้นละกัน


#เครดิต >>> เรื่อง : กาญจนา หงษ์ทอง

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 29612.html

โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
kakathi
Verified User
โพสต์: 186
ผู้ติดตาม: 0

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ขอบคุณครับ อ่านได้ข้อคิด เตือนสติ  :D

โควท
" "
ภาพประจำตัวสมาชิก
leaderinshadow
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1764
ผู้ติดตาม: 28

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 3

โพสต์

@ความโลภและความกลัว

ประการ สุดท้าย ในมุมมองของ ดร.สมจินต์ เขาคิดว่า ความโลภและความกลัว เป็นต้นเหตุของการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้เสมอ หากความผันผวนของหุ้นเป็นตัวมากเกินไปสำหรับนักลงทุนบางคน การลงทุนแบบที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างดีอย่าง TDEX (ThaiDEX SET50 ETF) ก็เป็นทางเลือกที่จะลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี

อันนี้เพิ่มเติมหน่อยดีกว่า


จงโลภเมื่อคนอื่นกลัว และจงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ


อย่ากลัวที่จะซื้อหุ้นดี(ในราคาที่เหมาะสม) และอย่าเชื่อมั่นในหุ้นที่(คิดว่า)ดี


จนมองข้ามความเสี่ยง และพื้นฐานที่แท้จริง (ความโลภบังตา)


__________________________________________


การลงทุนที่เสี่ยงที่สุด คือ การลงทุนโดยปราศจากความรู้

โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
j21
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 690
ผู้ติดตาม: 1

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 4

โพสต์

ขอบคุณครับ   :D

โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
theerasak24
Verified User
โพสต์: 621
ผู้ติดตาม: 2

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ขอบคุณครับสำหรับข้อคิด คำแนะนำดีๆครับ

โควท
"เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะยังคงทำสิ่งต่างๆ ต่อไปตราบใดที่มันยังให้ความรื่นรมย์และคุณก็ทำมันได้ดี"
prrattana
Verified User
โพสต์: 28
ผู้ติดตาม: 0

หลากหลุมพราง ทำให้นักลงทุนล้มเหลว

โพสต์ที่ 6

โพสต์

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับ


ช่วงนี้น่าอ่านกันไว้เยอะๆนะครับ

โควท
ICHI
โพสต์โพสต์