Date: 2007-11-15 07:43:20
Source: SET
ที่ อทพ. 356/2550
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2550
เรื่อง ชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีเงินลงทุน
เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบันทึกบัญชีของเงินลงทุนในบริษัทย่อย
บริษัทร่วมค้า และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการจากวิธีส่วนได้เสียเป็นวิธีราคาทุนในไตรมาสที่ 1 ของปีปัจจุบัน เพื่อให้
เป็นไปตามข้อกำหนดใหม่ของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 44 (ปรับปรุงปี 2550) โดยบริษัทฯ ได้ปรับปรุงย้อนหลังงบการเงินที่
แสดงเปรียบเทียบด้วย ทั้งนี้ เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า และบริษัทร่วมที่แสดงอยู่ในงบการเงินเฉพาะกิจการนั้น
บันทึกโดยใช้วิธีราคาทุนเดิม (Historical Cost) เป็นราคาทุนเริ่มต้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีดังกล่าว ทำให้กำไร
(ขาดทุน)สุทธิในงบการเงินเฉพาะกิจการไม่เท่ากับกำไร(ขาดทุน)สุทธิในงบการเงินรวม โดยผลประกอบการงวดสามเดือน และ
เก้าเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550 ตามงบการเงินรวมมีขาดทุนสุทธิ 16.7 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 14.0 ล้านบาท
ตามลำดับ แต่งบการเงินเฉพาะกิจการมีขาดทุนสุทธิ 1.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 25.6 ล้านบาท ตามลำดับ บริษัทฯ ขอชี้แจง
เพิ่มเติมดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงวิธีการบันทึกบัญชีดังกล่าว ทำให้บริษัทฯมีขาดทุนสุทธิในงบกำไรขาดทุนเฉพาะกิจการ สำหรับ
งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550 ลดลงจำนวน 15.4 ล้านบาท (0.06 บาทต่อหุ้น) และมีกำไรสุทธิในงบกำไรขาดทุน
เฉพาะกิจการสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550 เพิ่มขึ้น 11.6 ล้านบาท (0.05 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ (2549:
กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 94.9 ล้านบาท (0.38 บาทต่อหุ้น) และกำไรสุทธิลดลงเป็นจำนวน 104.8 ล้านบาท (0.42 บาทต่อ
หุ้น) ตามลำดับ) เนื่องจากงบการเงินเฉพาะกิจการไม่ได้รวมรายการส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนซึ่งบันทึกโดยวิธีส่วนได้
เสีย
2. ผลกระทบต่อรายการในงบดุล ในงบการเงินเฉพาะกิจการ สำหรับงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2550
ได้แก่ 1) เงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า และบริษัทร่วมลดลง 67.4 ล้านบาท 2) ผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน
เพิ่มขึ้น 0.8 ล้านบาท 3) กำไรสะสมลดลง 68.2 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลสะสมของการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีนี้ ได้แสดงไว้ใน
หัวข้อ "ผลสะสมจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการบัญชีเกี่ยวกับการบันทึกเงินลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมค้าและบริษัทร่วม"
ในงบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้นเฉพาะกิจการแล้ว
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีดังกล่าวส่งผลต่อการแสดงรายการบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนใน
บริษัทย่อย บริษัทร่วมค้า และบริษัทร่วมในงบการเงินเฉพาะกิจการเท่านั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อการจัดทำงบการเงินรวม และ
ปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายมาศถวิน ชาญวีรกูล)
กรรมการผู้จัดการ