หน้า 1 จากทั้งหมด 1

หุ้นสหรัฐ ลุยต่อ หรือ พอเเค่นี้ โดย ดร ก้องเกียรติ

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ส.ค. 13, 2021 12:42 pm
โดย amornkowa
MoneyChat หุ้นสหรัฐลุยต่อหรือพอแล้ว
คุยกับ ดร ก้องเกียรติ์ โอภาสวงการ ซึ่งขณะที่พำนักอยู่ที่ชิคาโก

ดำเนินรายการ โดย คุณ เนาวรัตน์ เจริญประพิณ

ดร มาอยู่สหรัฐได้สองเดือน และฉีดวัคซีนเข็มแรกที่ชิคาโกและเข็มสองที่เวอร์จิเนียไปเรียบร้อย
ได้ไปพูดคุยกับนักธุรกิจและนักการเมืองใน 15หัวเมืองของสหรัฐ
และมาแชร์มุมมองให้กับแฟนในรายการ

1.เศรษฐกิจสหรัฐฟื้นแล้ว หลังจากเปิดเมือง ภาพก่อนcovidกลับมา ตั๋วเครื่องบินราคาแพงและเต็มทุกที่นั่ง
ร้านอาหารคนแน่น แต่มีบางร้านที่อร่อยปิดไปเพราะหาคนงานไม่ได้ จากนโยบายแจกเงิน
คนใน Mall ที่NY,LA แน่นมาก Brandดังๆ คนต่อคิวยาว
คนส่วนใหญ่ที่ฉีดวัคซีนแล้ว ไม่ใส่หน้ากากใช้ชีวิตแบบปกติ ยกเว้นมีใส่หน้ากากที่ สนามบิน และ บนเครื่องบิน
มีรัฐทางภาคใต้ที่ไม่ค่อยฉีดวัคซีน

2.US มองจีนเป็นคู่แข่ง ไม่ลงทุนในจีนมากขึ้น
ดร ได้พูดคุยกับสว ลิปเวอร์แมน ซึ่งเคยเป็นcandidateรองประธานาธิบดี ว่าทำไมไม่มองไทยบ้าง
ซึ่งสว ท่านนี้ก็รู้จักไทยเป็นอย่างดี หลังจากได้รับข้อมูลไป คงต้องรอรัฐบาลไทยพูดคุยต่อ

3.US ไม่ไปจีน อาจไป Mexicoแทน เพราะอยู่ใกล้ ถ้าไทยอยากให้มาลงทุน ต้องทำให้ประเทศดูน่าสนใจ
ซึ่ง US ถ้าจะมาลงทุนก็เป็นส่วนด้าน IT ตอนนี้กลุ่ม FANNG ก็สนใจลงทุนในSouth East Asia

4.US ไปลงทุน IT ในเวียดนาม เพราะ มีคนเก่งเยอะ อายุต่ำกว่า35ปี ค่าแรงถูกกว่าเรา
และ นโยบายการเมืองไม่เปลี่ยนแปลง เพราะบริหารโดยพรรคคอมมิวนิสต์
ไทย ถอยหลังไป นักท่องเที่ยวแทบจะไม่มา รวมถึงไปต่างประเทศฉีดวัคซีนส่วนนึง
ถ้าไทยจะฟื้นก็มาจากการฉีดวัคซีนที่มากกว่านี้

5.มองไทยในแง่ดี ปีหน้าจะฟื้นจากการฉีดวัคซีนทั่วถึง
ท่องเที่ยว โรงแรม จะเริ่มกลับมา โรงงานที่เคยปิด ก็จะกลับมาเปิดได้ใหม่
อยากเห็นไทย ปรับตัวเรื่อง Technologyที่เปลี่ยนแปลงไป
ทำอย่างไรให้ประเทศระดับโลก เช่น EV มาลงทุนในไทย
เครื่องมือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ Technology และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ไทยควรเพิ่มให้ศึกษามากขึ้น

6.มุมมองในการลงทุนจะเริ่มจาก การเริ่ม QE Tapering
ช่วงนี้ดอกเบี้ยกลับปรับลดลง ถึงแม้ ศก ร้อนแรง เลยอาจเลื่อนการปรับดอกเบี้ยลง เพื่อคลายความร้อนแรง
ดอกเบี้ยลดจาก 1.6% มาที่ 1.3% ใครถือพันธบัตร10ปีไว้ก็เสียหาย
ระยะยาว เงินเฟ้อมา ดอกเบี้ยคงขึ้น
ตอนนี้ แรงงานขาดแคลน ถ้ารัฐเลิกอุดหนุน คนมีคนกลับเข้ามาทำงาน (ล่าสุด 12สค ตัวเลขการว่างงานลดลง)
ตอนนี้ราคาบ้านแพงขึ้น เพราะ demand > supply เพราะคนเก็บเงินเยอะในช่วงcovidไม่ค่อยได้ใช้เงิน
ธุรกิจที่ดินไปได้ดี ตรงข้ามปี40 ที่คนรวยเสียหายเยอะ (น่าจะหมายถึงในไทย)
Covid ที่ผ่านมา ปรากฏว่า คนรวยไม่เสียหายเลย

7.ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ต้องใช้เวลา
ปี40 ใช้เวลา 4-5 ปี เพราะตอนนั้นภาครัฐไม่ได้เข้ามาช่วยเหลือ
ปี63 Covid คงต้องใช้เวลา2-3 ปี ค่อยเห็นสัญญาณฟื้นตัว และ 4 ปีกว่าจะเข้าที่
SME ปี40ไม่ได้รับผลกระทบ ใครทำส่งออก ยิ่งได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน
ไทยขาดแคลนแรงงานระดับ White collar มานานแล้ว

8.ในมุมของที่มีสินทรัพย์ Portการลงทุนเป็นอย่างไร
ดร เป็นคนแรกๆที่ชักชวนไปลงทุนต่างประเทศ เราต้องกระจายความเสี่ยง
งบการเงินใน US, EU ,China กำไรโตมหาศาล ทำให้หุ้นขึ้น
หุ้นLuxury brand ใน EU , หุ้นบริษัทยา เช่น Moderna ราคาขึ้นมาแรงแบบหุ้นTechเลย
แต่ถ้าCovid ซาลง หุ้นกลุ่มยาก็คงลง ดังนั้นต้องระวังด้วย

9.หุ้นกลุ่มที่น่าสนใจ
-ถ้าไม่ได้ตามหุ้นรายตัว ซื้อกองทุนดีกว่า
-IT ยักษ์ใหญ่ ในสหรัฐ ยังไปได้อีกไกล เช่น FB , Google , Microsoft
-สายการบิน , Boeing , Casino , ก็ฟื้น
-กระเป๋าหลุยส์ ก็โต 53% , ธุรกิจแชมเปญ หรือ สุราก็ได้ประโยชน์
-Technologyจีน ยังสู้สหรัฐไม่ได้ เพราะจะขายดีในประเทศเท่านั้น
-Mcdonold , Starbuck ที่ลงทุนอยู่ รวมถึง บริษัทของวอร์เรน บัฟเฟตต์ เบอร์กไชส์

10.พฤติกรรม หลัง Covid จะไม่เปลี่ยนแปลง สนามGolf เต็มในวันจันทร์ที่นั่น
(ดังนั้น ไทยก็เหมือนกัน ถ้าเปิดเมืองได้ ก็ลองดูตอนนี้ว่าธุรกิจไหนดี ก็ทยอยเข้า)

11. ตลาดหุ้นไทย สนใจน้อยลง
สนใจหุ้นปันผลดี เติบโต 2-3% ปันผล5% ใช้การดูโดยใช้ PEต่ำ, ปันผลดี ผู้บริหารเก่ง เป็นผู้นำธุรกิจ
เมื่อ ศก กลับมา ก็จะดีเอง
จะหาหุ้นเติบโตค่อนข้างยาก ถ้าเป็นบริษัทเล็ก ต้องทำความรู้จักใหม่ มีความเสี่ยง เลยลงทุนแต่ตัวเดิมๆ

สุดท้ายขอขอบคุณ ดร ก้องเกียรติ์ที่มาให้ข้อมูลครับ