หน้า 1 จากทั้งหมด 1

ยิ่งเริ่มลงทุนตั้งแต่อายุน้อย ยิ่งได้เปรียบมากกว่า? / Pocket investor

โพสต์แล้ว: พุธ ส.ค. 04, 2021 7:46 pm
โดย Pocket investor
Investor's practice: สวัสดีทุกท่านครับ วันนี้ผมจะมาแชร์มุมมองเกี่ยวกับ "อายุที่ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข" สำหรับการลงทุนครับ จะเป็นอย่างไร ลองมาดูกันเลย!
.
เมื่อไม่นานมานี้ มีน้องๆนักลงทุนหลายๆคนเข้ามาคุยด้วยครับ ที่น่าสนใจ คือ บางคนอายุราวๆ 22-23 ปี เท่านั้น เรียกว่าเพิ่งจบมหาวิทยาลัยมาหมาดๆเลย ก็สนใจลงทุนแล้ว บางคนอายุแค่เพียง "18 ปี" ก็เริ่มต้นลงทุนแล้วด้วย ว้าว!
.
สิ่งที่ผมคิดและบอกน้องๆเค้าไป คือ
"น้องเก่งมากเลย อายุแค่นี้เริ่มต้นลงทุนแล้ว ถ้าไปได้ถูกทาง พี่ว่าน่าจะประสบความสำเร็จได้แน่นอนครับ"
ตามประสาวัยรุ่นที่อายุใกล้จะเข้าเลข 3 (อิอิ) ก็อดไม่ได้ที่จะคิดย้อนไปสมัยเริ่มลงทุนใหม่ๆ เมื่อราวๆ 6 ปีก่อน...
.
สมัยนั้นผมเพิ่งเรียนจบและเริ่มเข้าทำงาน ได้มีโอกาสฟังคลิปใน Youtube คลิปหนึ่งชื่อว่า "การลงทุนเน้นคุณค่า...การลงทุนที่ดีที่สุดของมนุษย์เงินเดือน" เป็นคลิปบรรยาย โดย อาจารย์ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร เข้าใจว่าช่วงนั้นอาจารย์กำลัง Promote หนังสือที่ชื่อเดียวกันกับหัวข้อบรรยายนี้
(ขอยกให้เป็นคลิปเปลี่ยนชีวิตของผมเลย)
.
ในการบรรยายอาจารย์ได้พูดถึง "แก้ว 3 ประการของการลงทุน" ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้คุณลงทุนได้ประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย
.
1. เงินต้นที่นำมาลงทุน
2. อัตราผลตอบแทนที่ทำได้ต่อปี
3. ระยะเวลาในการลงทุน
.
พอมานึกย้อนดูแล้ว รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ ที่ได้มีโอกาสฟังคลิปนั้น+ซื้อหนังสือของอาจารย์มาอ่าน ตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่ เพราะ ส่วนตัวคิดว่าแก้วทั้ง 3 ประการ จะสุขสว่างนั้น ยิ่งใครอายุน้อยเท่าไร ก็ยิ่งได้เปรียบในการลงทุนมากเท่านั้นครับ ลองมาดูกันเลย
.
1. เงินต้นที่นำมาลงทุน
สำหรับแก้วดวงแรก ถ้าท่านใดที่มีพื้นฐานทางบ้านดีมาแต่เดิมอยู่แล้ว ปัจจัยด้านอายุอาจจะไม่ได้มีผลในการหาเงินต้นมาลงทุนมากนัก แต่สำหรับชนชั้นกลางอย่างผม ที่เริ่มเก็บเงินเองตั้งแต่ 0 บาท "อายุ" น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญมากในการหาเงินต้นครับ
.
เพราะ ยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร นั่นก็หมายความว่า คุณยิ่งมีเวลาในการ "เก็บออมเงินจากการทำงาน" และนำมาลงทุนได้มากเท่านั้น! ถ้าน้องๆคนไหนเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ๆ ลองเริ่มต้นแบ่งเงินเดือนบางส่วนมาลงทุนดูนะครับ อาจจะเริ่มจากน้อยๆก่อนแล้วค่อยๆเพิ่มสัดส่วนไปเรื่อยๆเมื่อเรามีเงินเดือนเยอะขึ้น
.
หรือใครที่กำลังเรียนอยู่ อาจจะลองแบ่งเงินที่คุณพ่อคุณแม่ให้มาใช้จ่ายบางส่วนมาเริ่มลงทุนแบบเล็กๆน้อยๆก่อนก็ได้ครับ
.
การที่เริ่มเก็บออมก่อน ก็ยิ่งมีเงินที่จะนำมาลงทุนมากกว่าแน่นอน เช่น ถ้าเริ่มออมเดือนละ 5,000 บาท และเริ่มลงทุนก่อนคนอื่นๆสัก 2 ปี คุณก็มีเงินต้นมากกว่าคนอื่นๆไปแล้ว 120,000 บาท
.
2. อัตราผลตอบแทนที่ทำได้ต่อปี
แก้วดวงที่สองนี้ ใครจะสามารถทำผลตอบแทนได้มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ทั้ง ความรู้ในการลงทุน การควบคุมอารมณ์ ดวง ฯลฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว คนที่มีความขยันศึกษาหาความรู้และมีวินัยในการลงทุนที่ดี มักจะสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่า
.
อย่างไรก็ตาม คนอายุน้อยกว่า อาจจะได้เปรียบคนอายุมากกว่าในหลายๆด้าน ยกตัวอย่างเช่น
- มีเวลาในการศึกษาหาความรู้มากกว่า จากภาระหน้าที่ที่ยังไม่มาก
- เข้าใจคนรุ่นใหม่ว่าชอบอะไร ทำให้มีโอกาสหาธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในอนาคตได้ง่ายกว่า
- เข้าใจเรื่องเทคโนโลยี ค้นหาข้อมูลได้เก่งกว่า
.
ซึ่งทั้งหมดน่าจะเป็นปัจจัยที่น่าจะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนที่ทำได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้การที่คุณลงทุนตั้งแต่อายุยังน้อย ช่วยลดความกดดันที่จะต้องได้ผลตอบแทนสูงๆทุกปี เพราะ ยังมีโอกาสให้สร้างผลตอบแทนในอนาคตได้อีกนานหลายปี
.
รวมถึงเปิดโอกาสให้พบเจอการลงทุนที่ผิดพลาดตั้งแต่พอร์ตยังเล็กๆ ไม่เจ็บตัวมาก เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ลงทุนจริงๆ ซึ่งเป็นบทเรียนรู้ที่ดีที่สุด และทำให้ช่วยพัฒนาการลงทุน ให้ได้ผลตอบแทนดีขึ้นในอนาคต (ถ้าไม่ไปทำอะไรเสี่ยงๆจนเจ๊ง และออกจากตลาดไปซะก่อนนะ)
.
3. ระยะเวลาในการลงทุน
แก้วดวงที่ 3 นี้ เป็นข้อได้เปรียบสูงที่สุด สำหรับคนอายุน้อย ที่เหล่าผู้ใหญ่ แม้จะมีเงินก็ซื้อไม่ได้ การลงทุนที่ยาวนานมักจะสร้างผลตอบแทนมหาศาล จากพลังของผลตอบแทนทบต้นตามสมการ Exponential
FV = PV(1+i)^n
.
การที่ระยะเวลาการลงทุนยิ่งนานมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างผลตอบแทนได้มากกว่าหลายเท่า ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ
.
นาย A เริ่มลงทุน อายุ 40 ปี
นาย B เริ่มลงทุน อายุ 30 ปี
นาย C เริ่มลงทุน อายุ 20 ปี
ทั้ง 3 เริ่มลงทุนด้วยเงิน 100,000 บาท (แบบไม่ใส่เงินเพิ่ม)
ได้ผลตอบแทนปีละ 15% เท่ากัน
และทั้ง 3 คิดว่าจะลงทุนไปถึงอายุ 70 ปี
คำนวณมูลค่าพอร์ต ณ อายุ 70 ปี ได้ดังนี้
.
นาย A = 100,000*(1+15%)^30 = 6,621,177 บาท
นาย B = 100,000*(1+15%)^40 = 26,786,355 บาท
นาย C = 100,000*(1+15%)^50 = 108,365,744 บาท
.
อย่าลืมว่า...อาจารย์ปู่ของเหล่า VI อย่าง Warren Buffett ทำผลตอบแทนได้ 20% ต่อปี ดูเหมือนไม่มาก แต่ด้วยพลังของการทบต้นในระยะเวลากว่า 60 ปี ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีเหมือนทุกวันนี้
.
และอย่าลืมว่า ถ้าคุณทำผลตอบแทนออกมาเป็นค่าลบ พลังของการทบต้น ก็จะยิ่งติดลบมหาศาลเช่นกันและยิ่งคุณใส่เงินต้นไปมากเท่าไร ก็ยิ่งลบมากเท่านั้นครับ
.
เพราะฉะนั้นการจะทำให้ แก้วทั้ง 3 ประการ สุขสว่างได้นั้น นอกจากข้อได้เปรียบด้านอายุแล้ว การลงทุนแบบมีความรู้ ใช้สติ ไม่หลงในความโลภและความกลัว รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาทและรักษาสุขภาพให้แข็งแรง น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กันครับ
.
ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อได้เปรียบของเด็กรุ่นใหม่ทั้งสิ้น ส่วนใครที่อายุเริ่มมากก็ยังไม่สาย ดังนั้น คุณควรเริ่มศึกษาการลงทุนตั้งแต่วันนี้ เริ่มเก็บเงินออมส่วนหนึ่งด้วยตัวเอง แล้วนำมาลงทุนจากน้อยๆก่อนแล้วค่อยๆสะสมไปเรื่อยๆ ลงทุนด้วยความสนุกและไม่ประมาท เรียนรู้ประสบการณ์การลงทุนไปเรื่อยๆ อยู่ในตลาดให้ยาวนาน
.
เชื่อว่าวันหนึ่งคุณจะเห็นความมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้นเองครับ ^^
.
"Someone's sitting in the shade today because someone planted a tree a long time ago."
- Warren Buffett
.
ทั้งหมดเป็นแค่มุมมองของผมเพียงคนเดียว อาจจะถูกบ้างผิดบ้างนะครับ ใครมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถ comment มาคุยกันได้เลยนะครับ : )
Writer: Pocket investor
.
คลิปอ้างอิง
https://www.youtube.com/watch?v=kfK0PTe-kGk