INTC - Intel Corporation

Post Reply
pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 868
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

INTC - Intel Corporation

Posts by pookii » Mon Jul 27, 2020 8:54 am

27/7/2020 Intel อาจจะเลิกผลิตชิพด้วยตนเอง / FB Money Works

เมื่อวันพฤหัสบดี (23/7) ที่ผ่านมา Intel Corp (INTC:US) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 มีรายได้เพิ่มขึ้น 20% และมีกำไรต่อหุ้น (GAAP) เพิ่มขึ้นถึง 29% เป็นที่คาดการณ์มาก่อนแล้วว่า หุ้น Tech หลายๆตัวจะได้รับประโยชน์จาก COVID-19 แต่สำหรับบริษัทนี้ถือได้ว่า ดีกว่าที่นักวิเคราะห์ประมาณการไว้

ในกลุ่มธุรกิจ Data Center ของ Intel มียอดขายเติบโตถึง 43 % กลุ่มหน่วยความจำก็โตถึง 76% จากความต้องการใช้บริการต่างๆใน Internet ที่สูงขึ้นมากในช่วงเกิดโรคระบาด ส่วนกลุ่ม PC โต 7% จากกระแส Work from home ในรายงานยังบอกอีกว่า 5G เริ่มมี momentum แล้วในต่างประเทศ โดย Ericsson Nokia และ ZTE ต่างก็ใช้ Intel Atom SOC (System on Chip) ในสถานีฐาน บริษัทมองในแง่ดีว่า ภายในปี 2024 จะมี 5G Base Station ทั่วโลกมากถึง 6 ล้านแห่ง และ Intel อาจจะได้ส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 40%

แต่บริษัทก็เตือนไว้ยาวเหยียดโดยเฉพาะผลกระทบจาก COVID ว่าในไตรมาสต่อๆไปอาจไม่ใช่เชิงบวกแบบนี้

จริงๆก็ไม่ค่อยมีใครคาดหวังอะไรกับ Intel มากนัก เพราะว่าหลายปีมานี้อ่อนกว่าคู่แข่งตลอด ตลาดให้ P/E ต่ำกว่าบรรดาผู้ผลิตและออกแบบชิพรายอื่นเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีข้อมูลอื่นมาประกอบ ตัวเลขผลประกอบการถือว่าดีใช้ได้เลยทีเดียวเมื่อเทียบกับอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ แต่มาติดอยู่นิดเดียวที่ในรายงานมีบอกด้วยว่า กระบวนการผลิตความละเอียดสูง 7 nm (nanometer) จะต้องล่าช้าออกไปอีก 6-12 เดือน เนื่องจากได้ yield ต่ำ หรือมีของเสียมากเกินไป ถ้าทำได้จริงจะต้องรอถึงปลายปี 2022 หรืออย่างช้าปี 2023 เลยทีเดียวกว่าจะออกสู่ตลาดได้

นาย Bob Swan CEO ของบริษัทไปขยายความต่อโดยให้สัมภาษณ์สื่อว่า กำลังพิจารณาเรื่อง Outsourcing หรือจ้างคนอื่นผลิต แสดงว่าผู้บริหารระดับสูงคงเห็นว่า รอต่อไปไม่น่าจะไหวอีกแล้ว

He บอกว่า ... where a semiconductor is made isn’t that important.”

[ถ้าเรายังเป็นคนออกแบบ] ชิพจะผลิตที่ไหนก็ไม่สำคัญหรอก - -“

ท่านว่าที่อดีตปธน. Donald Trump ไม่น่าจะชอบคำพูดนี้ เพราะว่าถ้า Intel เลิกทำเอง การผลิตชั้นสูงก็จะไปตกอยู่กับบริษัทไต้หวันและเกาหลีใต้เป็นหลัก ไม่น่าจะเป็นผลดีในแง่ความมั่นคง เขาเคยบีบจน Taiwan Semiconductor Manufacturing (TSMC) ยอมมาตั้งโรงงานในสหรัฐที่ Arizona จะเปิดปี 2024 และเลิกรับจ้างผลิตให้ Huawei มาเจอโรงงานชิพขนาดใหญ่ที่เป็นสัญชาติสหรัฐเลิกผลิตนี่ น่าจะถึงกับกรี๊ด

TSMC ซึ่งกำไรโต 81% ในไตรมาสที่ 2 รับผลิตชิพความละเอียด 7 nm ในปริมาณมากมาตั้งแต่ปี 2018 แล้ว กำลังจะทำชิพ A14 เพื่อให้ Apple ใช้ใน iPhone 12 โดยใช้เทคโนโลยี 5 nm ส่วน 2 nm ก็อยู่ในขั้น R&D แล้ว ทุกคนจะได้ประโยชน์จากกระบวนการผลิตที่ก้าวหน้านี้ยกเว้น Intel

สถาบันไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และวิศวกรรมของสหรัฐ IEEE เคยบอกว่า ธรรมเนียมของวงการที่ชอบเกทับกันที่ nanometer นั้นไม่ค่อยสะท้อนความแตกต่างทางด้านสมรรถนะในการประมวลผล จริงๆแล้วควรจะคุยกันที่ Transister Density หรือความหนาแน่นขององค์ประกอบเล็กที่สุดในชิพ ผมเองก็ว่าต่างกันแค่ 1-1.5 รุ่นอาจจะไม่เป็นอะไรมาก เคยมีคนไปนั่งนับดูพบว่า ชิพ 10 nm ของ Intel กับ 7 nm ที่ผลิตโดย TMSC มีความหนาแน่นพอๆกัน คือราว 100 ล้านตัวต่อตร.มม แต่ต่างกัน 2-2.5 รุ่น เช่น 10 nm vs. 5 nm นี่ไม่ไหวครับ คาดการณ์ว่าชิพ A14 จะมี Transister มากถึง 170 ล้านตัวต่อตร.มม. เลยทีเดียว ดังนั้นถ้า Intel ต้องการจะไปต่อก็ต้องเข็น 7 nm ออกมาโดยเร็ว

ท่าน CEO ซึ่งมีพื้นฐานทางด้านการเงินไม่ใช้วิศวกรรมคงคิดมาแล้วว่า ถ้าจะรอสายการผลิตของตนเองไม่น่าจะไหว ผมก็เคยทักตั้งแต่เขามารับงานขัดตาทัพหลังคนก่อนถูกปลด ว่า CEO ที่เคยเป็น CFO น่าจะเน้นเรื่องประสิทธิภาพการดำเนินงานและการเงิน เน้นให้ได้กำไรมากๆและเร็วๆ แต่วิสัยทัศน์ระยะยาวทางด้านเทคโลยี่อาจจะไม่แข็งเท่าไหร่

อย่าว่าแต่ 7 เลย แม้ขนาด 10 nm Intel ก็เพิ่งจะทำได้เมื่อปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันก็ยัง upgrade CPU ของตนให้เป็นเทคโนโลยีนี้ได้เพียงบางตัว ล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้คือ ชิพประมวลผลรุ่นที่ 11 สำหรับเครื่อง Notebook ดูจากข้อมูล Benchmark ที่รั่วไหลออกมา น่าจะตาม AMD เข้าไปใกล้อีกนิดนึง

เรื่องความล่าช้าของชิพความละเอียดสูงส่งผลต่อลูกค้ามาหลายปี ในด้านเครื่องส่วนบุคคล (PC) Intel เคยรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะส่งมอบชิพ 10 mn เพื่อใช้ใน Notebook ของ Apple แต่ก็ล่าช้ามาเรื่อยๆ ล่าสุดคงจะไปบอกเขาว่าคราวนี้ได้แน่ แต่พอถึงเวลาใกล้เปิดตัวก็ไม่ทัน ส่งผลให้ Macbook บางรุ่นที่ออกมาในช่วงปี 2018-2019 มีปัญหาเครื่องร้อน เพราะมีการระบายไม่เพียงพอ Apple เคืองทีเดียวบอกว่าจะเปลี่ยนไปใช้ CPU ของตนเอง แต่เพิ่งจะกำหนด Timeline ออกมาเมื่อเดือนที่แล้ว ข่าวลือล่าสุดคือ ตุลาคมนี้จะมีเปิด Macbook บางรุ่นที่ใช้ชิพตระกูล A ดัดแปลงจากที่ใช้ใน iPhone ในขณะที่ Notebook แรงๆบางยี่ห้อหันไปคบ Ryzen จาก AMD ทางด้านชิพใน Server ก็เช่นเดียวกันแต่ Intel ก็ยังขายดี คงจะเป็นเพราะตลาดเติบโตได้ดีด้วย อย่างไรก็ตามทั้ง AMD Nvdia และชิพทำเองในบ้าน อย่าง Amazon Google ก็กินส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่จะว่าไปแล้ว Intel จ้าง TMSC ผลิตให้บางส่วนก็อาจจะดี เพราะว่าคู่แข่งก็จ้างรายนี้เหมือนกัน ในเมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องกระบวนการผลิต ก็สามารถออกแบบชิพที่ก้าวหน้ามากกว่านี้ได้เร็ว ทุกวันนี้นักออกแบบชิพของ Intel ต้องหารีดประสิทธิภาพจากเทคโนโลยี 14 และ 10 nm เหมือนกับมัดมือชก อันนี้ผมพูดแบบคนไม่รู้เรื่องการผลิตนะครับ ถ้าเปลี่ยนมาจ้างเขาจริงๆ น่าจะต้องออกแบบใหม่ ต้องโละอะไรเยอะแยะ เกิดความเสี่ยงและความเสียหายในช่วงเปลี่ยนผ่านแน่ๆ ตลาดไม่ชอบ ราคาหุ้นจึงลงหนักเมื่อวันศุกร์ ทำให้กลับมาซื้อขายที่ P/E ต่ำกว่า 10x แล้ว

เดิมผมตั้งใจจะถือหุ้นให้ครบ 3 ปี ซึ่งก็จะครบในเดือนกันยายนนี้ ตามที่เคยบอกว่า ผมคิดจะซื้อ TSM:US มาประกบ แต่มาติดที่จะไม่เพิ่มเงินในพอร์ตต่างประเทศแล้ว ก็เลยไม่ได้ทำ ที่ผ่านมาจนถึงก่อน COVID-19 ระบาด หุ้น INTC:US ให้ผลตอบแทนมากกว่า 20% ต่อปีถึงแม้จะดีสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่ผมก็เล็ง 10-15% ต่อปีมาตั้งแต่ตอนซื้อแล้วครับ คราวนี้อาจจะลองถือต่ออีก 2-3 ปี เพราะว่าอยากดูว่าจะเจ๊งมั้ย

ไหนๆก็พูดเรื่องนี้แล้ว ในบทความต่อไปผมจะพูดถึงผู้ผลิตชิพรายใหญ่ที่สุดของจีนที่เพิ่งจะมีการเพิ่มทุนไป รัฐบาลจีนสั่งเร่งเครื่องทางด้านนี้เป็นการใหญ่ ในอนาคตอีก 10 ปี TSMC ก็อาจจะร้องจ๊ากเหมือนกัน

หมายเหตุ 1 : เมื่อไม่นานมานี้มีผู้อ่านเข้าใจว่าผมทำงานวงการชิพ เลยมาถามเรื่องลึกๆซึ่งก็ตอบไม่ได้ ผมอ่านจากข่าวเป็นหลักน่ะครับ ประกอบกับจบปริญญาตรีในสาขาที่ใกล้เคียง แต่ไม่เคยทำงานทางด้านนี้เลย

หมายเหตุ 2 : หุ้น D หรือ Delta Electronics ประกาศผลเมื่อวันศุกร์ ในไตรมาสที่ 2 กำไรโตถึง 133% จากยอดขายเพิ่มขึ้น 4% แต่หุ้น H และ K ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ Data Center เท่าไหร่ ไม่น่าจะเหมือนกันนะครับ


Post Reply