SA

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

SA

Posts by pakapong_u » Fri Feb 14, 2020 11:31 am

`ไซมิส แอสเสท(SA)`ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 290 ล้านหุ้น เข้าSET ต่อยอดอสังหาฯ
  'ไซมิส แอสเสท (SA)' ยื่นไฟลิ่ง เสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 290 ล้านหุ้น และอาจจัดสรรหุ้นส่วนเกินจำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น ระดมทุนต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร แต่งตั้ง บล. เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

  นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ‘Asset of Life สร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต’ ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ อาทิ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ ฯลฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ บนทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในย่านใจกลางเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) ตลอดจนสร้างความแตกต่างแก่โครงการในแต่ละทำเล ด้วยการนำนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นแก่โครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในระยะยาว

  ปัจจุบัน บริษัทฯ แบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาและจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย อาทิ แบรนด์ The Collection คอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury, แบรนด์ Siamese Exclusive คอนโดมิเนียมระดับ High End ในย่าน CBD, แบรนด์ Siamese Gioia คอนโดมิเนียมระดับ Middle High สไตล์ Boutique ในย่านชุมชนเมือง, แบรนด์ Siamese คอนโดมิเนียมระดับ Middle High เน้นทำเลที่เดินทางสะดวก, แบรนด์ Blossom คอนโดมิเนียมระดับ Urban Mass ในทำเลพื้นที่รอบนอก ใกล้แนวรถไฟฟ้า 2.ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ให้บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด, ให้บริการนายหน้าจัดหาผู้เช่าห้องชุด และ 3.ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบการจำหน่ายห้องชุดที่มีบริการให้เช่า (Serviced Residence) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและตอบสนองลูกค้าที่เป็นนักลงทุน

  ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้วทั้งสิ้น 20 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 16 โครงการ บ้านจัดสรร ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 48,546 ล้านบาท โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายในปัจจุบัน เช่น คอนโดมิเนียม Siamese Exclusive (Sukhumvit 31), คอนโดมิเนียม Blossom @ Sathorn-Charoenrat

  บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย เน้นการพัฒนาโครงการในทำเลใจกลางเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ซื้อ โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและทีมงานในธุรกิจก่อสร้างกว่า 30 ปี พร้อมมองโอกาสขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาโครงการในหัวเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศ พิจารณาการลงทุนในต่างประเทศ และศึกษาการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

  นอกจากนี้ ในอนาคตได้วางแผนงานขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส (Mixed-use) ที่ผสมผสานการใช้งานต่างๆ อาทิ อาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานให้เช่า พื้นที่ค้าปลีกและโรงแรมในพื้นที่เดียวกัน

  ขณะที่ผลประกอบการบริษัทฯ ในปี 2559 - 2561 มีรายได้รวม 1,167.1 ล้านบาท 1,436.4 ล้านบาท และ 2,034.8 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 32.4% โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และมีกำไรสุทธิ 65.7 ล้านบาท 81.6 ล้านบาท และ 177.3 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 2,519.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 338.8 ล้านบาท เติบโต 217.8% และ 619.6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

  นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 บมจ. ไซมิส แอสเสท ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO)

  ปัจจุบัน บมจ. ไซมิส แอสเสท มีทุนจดทะเบียน 1,281,547,300 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,281,547,300 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วจำนวน 961,547,300 บาท และจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 23.2 ของจำนวนหุ้นสามัญออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ และหากมีผู้จองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายดังกล่าว อาจจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over – allotment) จำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น โดยเมื่อรวมกับหุ้น IPO แล้วจะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 320 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SA

Posts by pakapong_u » Fri Feb 14, 2020 11:32 am

SA : บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยประเภทโครงการคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม และโฮมออฟฟิศ และให้บริการบริหารงานนิติบุคคลให้กับโครงการต่างๆ ของบริษัท
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
ไม่เกิน 320,000,000 หุ้น คิดเป็น 25% ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO
เสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ไม่เกิน 290,000,000 หุ้น
จัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกิน ไม่เกิน 30,000,000 หุ้น
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a
ราคา IPO
n/a
ราคา PAR
1.00 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด

ข้อมูล Filing
corp.siameseasset.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SA

Posts by pakapong_u » Fri Feb 14, 2020 11:33 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=289184

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด / นาง รัชดา เกลียวปฏินนท์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SA

Posts by pakapong_u » Fri Feb 14, 2020 11:36 am

‘ไซมิส แอสเสท’ ยื่นไฟลิ่ง IPO ไม่เกิน 290 ล้านหุ้น ต่อยอดธุรกิจอสังหาฯครบวงจร
14/02/2020 11:10ไซมิส แอสเสท
HoonSmart.com>> “ไซมิส แอสเสท” ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ยื่นแบบไฟลิ่งต่อก.ล.ต. เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น พร้อมจัดสรรกรีนชูไม่เกิน 30 ล้านหุ้น ตั้ง “ที่ปรึกษาเอเซีย พลัส” เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเข้าตลาด SET นำเงินชำระหนี้ ต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ชูจุดเด่นด้านการนำนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มาใช้เพื่อสร้างความแตกต่างแก่โครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัย

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท ไซมิส แอสเสท เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2563 บริษัท ไซมิส แอสเสท ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณ 23.2% ของจำนวนหุ้นสามัญออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ

ปัจจุบัน บริษัท ไซมิส แอสเสท มีทุนจดทะเบียน 1,281,547,300 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,281,547,300 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วจำนวน 961,547,300 บาท

ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ และหากมีผู้จองซื้อมากกว่าจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายดังกล่าว อาจจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over – allotment) จำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น โดยเมื่อรวมกับหุ้น IPO แล้วจะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 320 ล้านหุ้น คิดเป็นประมาณ 25% ของจำนวนหุ้นสามัญออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้ โดยจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ชำระเงินกู้สถาบันการเงินและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัทฯ

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท (SA) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ‘Asset of Life สร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต’ ทั้งโครงการแนวราบและแนวสูงครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ อาทิ คอนโดมิเนียม บ้านจัดสรรทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ ฯลฯ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ บนทำเลที่มีศักยภาพ ทั้งในย่านใจกลางเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) ตลอดจนสร้างความแตกต่างแก่โครงการในแต่ละทำเล ด้วยการนำนวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกมาใช้เพื่อสร้างจุดเด่นแก่โครงการและยกระดับคุณภาพการอยู่อาศัยภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเพื่อลงทุนในระยะยาว

ปัจจุบัน บริษัทฯ แบ่งการดำเนินธุรกิจเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกิจพัฒนาและจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย อาทิ แบรนด์ The Collection คอนโดมิเนียมระดับ Super Luxury, แบรนด์ Siamese Exclusive คอนโดมิเนียมระดับ High End ในย่าน CBD, แบรนด์ Siamese Gioia คอนโดมิเนียมระดับ Middle High สไตล์ Boutique ในย่านชุมชนเมือง, แบรนด์ Siamese คอนโดมิเนียมระดับ Middle High เน้นทำเลที่เดินทางสะดวก, แบรนด์ Blossom คอนโดมิเนียมระดับ Urban Mass ในทำเลพื้นที่รอบนอก ใกล้แนวรถไฟฟ้า 2.ธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ให้บริการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด, ให้บริการนายหน้าจัดหาผู้เช่าห้องชุด และ 3.ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบการจำหน่ายห้องชุดที่มีบริการให้เช่า (Serviced Residence) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและตอบสนองลูกค้าที่เป็นนักลงทุน

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์แล้วทั้งสิ้น 20 โครงการ ประกอบด้วยคอนโดมิเนียม 16 โครงการ บ้านจัดสรร ทาวน์โฮมและโฮมออฟฟิศ 4 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 48,546 ล้านบาท โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขายในปัจจุบัน เช่น คอนโดมิเนียม Siamese Exclusive (Sukhumvit 31), คอนโดมิเนียม Blossom @ Sathorn-Charoenrat

ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย เน้นการพัฒนาโครงการในทำเลใจกลางเมือง ศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ใกล้ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความคุ้มค่าให้แก่ผู้ซื้อ โดยใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารและทีมงานในธุรกิจก่อสร้างกว่า 30 ปี พร้อมมองโอกาสขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาโครงการในหัวเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญในประเทศ พิจารณาการลงทุนในต่างประเทศ และศึกษาการจัดตั้งทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ ในอนาคตได้วางแผนงานขยายการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น โครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส (Mixed-use) ที่ผสมผสานการใช้งานต่างๆ อาทิ อาคารชุดพักอาศัย อาคารสำนักงานให้เช่า พื้นที่ค้าปลีกและโรงแรมในพื้นที่เดียวกัน

ขณะที่ผลประกอบการบริษัทฯ ในปี 2559 – 2561 มีรายได้รวม 1,167.1 ล้านบาท 1,436.4 ล้านบาท และ 2,034.8 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 32.4% โดยมีสัดส่วนรายได้หลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และมีกำไรสุทธิ 65.7 ล้านบาท 81.6 ล้านบาท และ 177.3 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 2,519.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 338.8 ล้านบาท เติบโต 217.8% และ 619.6% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SA

Posts by pakapong_u » Tue Mar 10, 2020 2:51 pm

‘ไซมิส แอสเสท (SA)’ คาดเสนอขาย IPO ส.ค.-ต.ค.นี้



สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 มี.ค. 63 13:57 น.
  ‘ไซมิส แอสเสท (SA)’ พร้อมเดินหน้าเข้าระดมทุนในตลาด คาดเสนอขาย IPO ส.ค.-ต.ค.นี้ คาดรายได้ปีนี้อยู่ที่ 5-6 พันลบ. เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 3,430 ลบ.

   นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอทเสท จำกัด (มหาชน) หรือ SA เปิดเผยว่า แผนการเข้าระดมทุนในตลาดหุ้นนั้น ขณะนี้ บริษัทได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ได้ในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคมนี้

   ทั้งนี้ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทจะนำเงินจากการระดมทุนไปใช้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ชำระเงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท

   ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท จากปีก่อน ที่มีรายได้ 3,430 ล้านบาท เติบโต 47% จากปี 2561 ที่มีรายได้ 1,065 ล้านบาท โดยจะเป็นผลจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่พร้อมโอน และการเดินหน้าพัฒนาโครงการไปสู่การลงทุนมากขึ้น ทั้งด้านการบริการพื้นที่ให้เช่า และธุรกิจด้านบริการการเช่า ขณะที่กำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 629 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากปี 2561 ที่อยู่ที่ 177 ล้านบาท

   ส่วนในปีนี้บริษัทจะมีโครงการที่พร้อมโอน ประกอบด้วย โครงการไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ ควีนส์ โครงการไซมิส เอ็กซ์คลูซีพ สุขุมวิท 42 โครงการสุขุมวิท 48 และ สุขุมวิท 87

   “ในแต่ละปีบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตเฉลี่ย 47% ซึ่งปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 5,000-6,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จากการรับรู้รายได้จากโครงการที่พร้อมโอนในปีนี้อีกหลายโครงการ”นายขจรศิษฐ์ กล่าว

   ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้ 95% มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ส่วนที่เหลือมาจากการให้เช่าและการบริการการให้เช่า และในอนาคตคาดว่าธุรกิจให้เช่าและการบริการการให้เช่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

   “ส่วนการแพร่ระบาด COVID-19 มองว่าทุกวิกฤติจะมีโอกาส ดังนั้นช่วงที่รายอื่นชะลอ แต่เราจะเดินหน้าในช่วงนี้เพราะคู่แข่งน้อยแต่สิ่งสำคัญคือ ต้องหาช่องทางการขาย รวมถึงการหาแนวทางในการลดต้นทุนและการปรับปรุงคุณภาพ”นายขจรศิษฐ์ กล่าว

   แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทจะเน้นขยายไลน์การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้น และมุ่งเป็น Living’s Value Creator หรือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ตอบสนองความต้องการลูกค้าอย่างฉับไว สร้างคุณค่าในทุกประสบการณ์ของการอยู่อาศัยและการลงทุน โดยการเพิ่มธุรกิจด้านอาหาร ด้านบริการพื้นที่ให้เช่า เช่น Cloud Kitchen ธุรกิด้านบริการการเช่า ได้แก่ Serviced Residence ซึ่งจะเพิ่มความมั่นคงแก่รายได้ และเพิ่มมูลค่า Asset ของลูกค้าด้วยการปรับปรุงบริการหลังการขายจากคอนโดมิเนียมปกติเป็น Breanded Residence

   “ในอนาคตต้องการขยายไลน์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้จากค่าเช่าเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้หลักจากการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายกรรมสิทธิ์ โดยมีโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่ระหว่างเปิดขาย ณ ธันวาคม 2563 รวม 13 โครงการ มูลค่าโครงการรวมกว่า 40,000 ล้านบาท เช่น โครงการ Siamese Rama9 (Mixed-Use) และโครงการ Siamese Exclusive31”นายขจรศิษฐ์ กล่าว

   นายขรศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ ในการดำเนินธุรกิจจะมี 3 ด้านหลัก คือ

   1.การพัฒนาห้องชุดแบบมีบริการเพื่อปล่อยเช่าที่เป็นกรรมสิทธิ์ขของลูกค้า โดยการออกแบบและพัฒนาห้องชุดที่เหมาะกับการปล่อยเช่า เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้าซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากค่าเช่า โดยมีแผนพัฒนาห้องชุดดังกล่าวในโครงการเกือบทุกโครงการ ซึ่งจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการแก่ผู้เช่าเหมือนพักอาศัยในโรงแรม

   2.การพัฒนาอาคารให้เช่าที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท โดยบริษัทมีแผนถือครองกรรมสิทธิ์โครงการที่ตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ เช่น คอนโดมิเนียมที่สามารถเปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นโรงแรม หรือ Serviced Residence พื้นที่เช่าเพื่อการพาณิชย์เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากธุรกิจให้เช่า โดยมีแผนพัฒนาอาคารดังกล่าวในโครงการ The Collection/Siamese Exclusive 42/Siamese Exclusive Ratchada/Siam Rama9 เป็นต้น ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส

   3.พัฒนาและปรับปรุงอาคารเก่าเพื่อขายหรือปล่อยเช่า โดยบริษัทมีนโยบายเข้าลงทุนในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลย่านศูนย์กลางธุรกิจ เช่น สีลม สุขุมสิท หรือหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคารเพื่อสร้างมูลค่าแก่โครงการ เพื่อสร้างรายได้จากการขายหรือให้เช่า ซึ่งล่าสุดได้เข้าซื้อที่ดินและอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 39 เพื่อนำพัฒนาเป็นโรมแรมหรือโครงการ Serviced Residence


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36630
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: SA

Posts by pakapong_u » Wed Mar 11, 2020 4:24 pm

*(เพิ่มเติม) "ไซมิส แอสแสท"เดินหน้าลุยขาย IPO-เข้า SET ช่วง ส.ค.-ต.ค.63 ระดมทุนพัฒนาโครงการใหม่-คืนหนี้
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์
Tuesday, March 10, 2020 14:55

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 มี.ค. 63)

นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไซมิส แอทเสท (SA) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.63 เพื่อระดมทุนมาใช้พัฒนาโครงการใหม่ ชำระคืนหนี้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

SA มีแผนเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 320 ล้านหุ้น คิดเป็น 25% ของหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO แบ่งเป็น หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Over-allotment) จำนวนไม่เกิน 30 ล้านหุ้น โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

สำหรับ SA เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด ‘Asset of Life สร้างกำไรให้กับทุกการใช้ชีวิต’ ทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกระดับ โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพในย่านใจกลางเมือง ย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) และย่านศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD)

นายขจรศิษฐ์ กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในระยะสั้นจะต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่ผสมผสานระหว่างอสังหาริมทรัพย์ให้เพื่อขายและอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าเพื่อสร้างมูลค่าให้กับสินทรัพย์ของบริษัท และหาช่องทางของการกระจายรายได้ที่จะมีรายได้ประจำเข้ามาเสริม พร้อมกับสร้างมูลค่าให้กับสินทรัพย์ของลูกค้าที่ซื้อโครงการกับบริษัทตามคอนเซ็ปต์ "Asset of Life" ที่เป็นจุดเด่นของบริษัทในการพัฒนาโครงการต่างๆ

ตั้งแต่ปี 63 เป็นต้นไปในส่วนของการสร้างรายได้ปะจำเข้ามาเสริม บริษัทจะเริ่มจากการนำเชนโรงแรมชั้นนำระดับโลกเข้ามาบริหารโครงการคอนโดมิเนียมของบริษัท เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถได้รับบริการที่ดีเหมือนอยู่โรงแรมในราคาที่ลูกค้าจับต้องได้ และสามารถนำห้องที่ยังไม่ได้ขายออกไปมาปล่อยเช่าในรูปแบบ Serviced Residence เพื่อสร้างรายได้ประจำ

ทั้งนี้ บริษัทมีแผนพัฒนาอาคารในโครงการ The Collection, Siamese Exclusive 42, Siamese Exclusive Ratchada, Siamese Rama 9, Siamese Sukhumvit 48 และ Siamese Sukhumvit 87 ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์แบบมิกซ์ยูส โดยที่บริษัทตั้งเป้าจะมีจำนวนห้องที่ปล่อยเช่าในสิ้นปี 63 อยู่ที่ 400-500 ห้อง

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนการพัฒนาและปรับปรุง (Renovate) อาคารเก่าเพื่อขายหรือให้เช่า ซึ่งบริษัทมีนโยบายเข้าลงทุนในอาคารที่ตั้งอยู่ในทำเลย่าน CBD เช่น สีลม สุขุมวิท หรือหัวเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาและปรับเปลี่ยนประเภทการใช้งานอาคารเพื่อสร้างมูลค่าแก่โครงการ และเพื่อสร้างรายได้จากการขายหรือให้เช่า โดยล่าสุดได้เข้าซื้อที่ดินและอาคารที่อยู่ระหว่างก่อสร้างในซอยสุขุมวิท 39 เพื่อนำพัฒนาเป็นโรงแรม หรือ Serviced Residence และยังมีการศึกษาโอกาสในการเข้าลงทุนในโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม

นายขจรศิษฐ์ กล่าวว่า แผนระยะสั้นในการขยายพอร์ตของธุรกิจให้เช่า ได้แก่ โรงแรม และ Serviced Residence บริษัทจะเริ่มจากการขยายในกรุงเทพฯก่อนจะเริ่มขยายทำเลในการพัฒนาไปในหัวเมืองท่องเที่ยวใหญ่ในประเทศในแผนระยะกลาง และแผนระยะยาวจะมองโอกาสในการรุกขยายการพัฒนาโครงการไปในต่างประเทศที่เป็น Blur Ocean ที่ยังมีสัดส่วนของคนรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก เช่น กรุงมานิลาประเทศฟิลิปปินส์, กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศบังคลาเทศ โดยจะเป็นการขยานการลงทุนผ่านการร่วมมือพันธมิตร เพื่อต่อยอดธุรกิจให้เติบโตขึ้นจากการสร้างรายได้ใหม่ๆเข้ามา

ขณะเดียวกัน บริษัทยังต่อยอดไปสู่ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (F&B) ที่จะเป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ โดยปัจจุบันมีธุรกิจร้านกาแฟแบรนด์ "KAFEOLOGY" จำนวน 2 สาขาที่เปิดให้บริการ และมีร้านอาหาร Rosemary เปิดให้บริการ 1 สาขาที่แฟชั่นไอส์แลนด์ และในเดือนปลาย เม.ย.ที่จะถึงนี้จะเปิดบริการ Cloud Kitchen แห่งแรกในโครงการของบริษัทที่เจริญราษฎร์ ซึ่งมีร้านอาหารที่เข้ามาใช้ครัวกลางใน Cloud Kitchen จำนวน 6 ร้าน ซึ่งได้ร่วมมือกับ Grab ในการให้บริการ

โดยที่บริษัทวางแผนการเพิ่มสาขาของ Cloud Kitchen ในช่วง 5 ปีนี้เพิ่มเป็น 100 สาขา โดยจะนำร่องจากพื้นที่ส่วนกลางในโครงการของบริษัทก่อน ซึ่งบริษัทมองถึงโอกาสของ Cloud Kutchen จากจำนวนยอดออเดอร์การสั่งอาหารผ่าน Grab ที่เพิ่มมากขึ้นมาต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 62 บริการของ Grab มีจำนวนออเดอร์สูงถึง 50 ล้านออเดอร์ และคาดว่าไนปีนี้จะเพิ่มขึ้นแตะ 100 ล้านออเดอร์ ซึ่งเป็นโอกาสที่จะเข้ามาเสริมรายได้ประจำให้กับบริษัท ซึ่งบริษัทจะคิดส่วนแบ่งจากเปอร์เซ็นต์ของยอดขายจากร้านค้าที่ขายได้เป็นรายได้ของบริษัท ซึ่งในระยะสั้นบริษัทคาดว่าสัดส่วนรายได้ประจำจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปัจจุบันที่ 5%

สำหรับเป้าหมายของผลการดำเนินงานในปี 63 ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 5-6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 3.43 พันล้านบาท โดยที่สัดส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้จะมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย 95% โดยที่จะมีการโอนโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ 3 โครงการ ได้แก่ โครงการ Siamese สุขุมวิท 48, Exclusive 42 และ Siamese สุขุมวิท 87 โดยที่บริษัทมีมูลค่ายอดขายรอโอน (Backlog) อยูที่ 1.03 หมื่นล้านบาท

ส่วนการเปิดโครงการใหม่ในปีนี่จะมีการเปิดโครงใหม่ย่านรามอินทราใกล้กับแฟชั่นไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นที่ดินที่รอการพัฒนาของบริษัท พื้นที่ 5-6 ไร่ โดยจะพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูส 3 อาคาร แบ่งเป็น โรงแรม, Branded Residence และคอนโดมิเนียมเพื่ออยู่อาศัย มูลค่าโครงการรวม 4-5 พันล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่าการออกแบบ และคาดว่าจะเปิดขายในช่วงปลายปีนี้ ราคาขายเฉลี่ยเบื้องต้น 70,000-80,000 บาท/ตารางเมตร

พร้อมกันนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเจ้บของที่ดินที่สนใจให้บริษัทเข้าไปร่วมพัฒนาในที่ดินของพันธมิตรย่านบางนา พื้นที่ 15 ไร่ เป็นโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจา และบริษัทยังมองการเข้าซื้อที่ดินใหม่ในย่านบางนาเข้ามาแทน หากดีลการเจรจากับพันธมิตรเจ้าของที่ดินดังกล่าวบริษัทไม่ได้เป็นผู้ร่วมลงทุน ซึ่งจะมีการซื้อที่ดินใหม่ที่มีพื้นที่ใกล้เคียงกัน พัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูของบริษัทเอง

นายขจรศิษฐ์ กล่าวว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวและมีปัจจัยลบกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์เข้ามามาก บริษัทจะเน้นในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อทำให้ต้นทุนของบริษัทปรับตัวลดลง และทำให้บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรเพิ่มขึ้น


โดย จีรายุทธ จันทรงสกุล/ศศิธร ซิมาภรณ์


Post Reply