MoneyTalk(ขาจร9/11/62)-เกาะกระแสหุ้น Mega Trend ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
User avatar
i-salmon
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 263
Joined: Tue Aug 07, 2012 10:54 am

MoneyTalk(ขาจร9/11/62)-เกาะกระแสหุ้น Mega Trend ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

Posts by i-salmon » Sat Nov 09, 2019 4:18 pm

Money Talk(ขาจร9/11/62)-เกาะกระแสหุ้น Mega Trend ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก
1) ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร / ผู้เชี่ยวชาญการลงทุน
2) คุณ ปิตินุช ภู่พัฒน์วิบูลย์ / รองประธานกรรมการอาวุโส บจก. โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) - JLL
3) คุณ นริศ เชยกลิ่น / กรรมการ, ประธานกรรมการบริหาร SHR และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร - S
4) คุณ ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน SHR
ดร.ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา และ อ.เสน่ห์ ศรีสุวรรณ ดำเนินรายการ

เกริ่นนำ Megatrend
ดร.นิเวศน์ เมกะเทรนด์เมืองไทยมีไม่กี่อย่าง มองว่าเราจะเสียความสามารถแข่งขันโดยเฉพาะด้านการผลิต
อย่างเวียดนามตอนนี้มาแรง หลังจากนั้นก็จะมีประเทศอื่น ไทยคนเกิดน้อยอายุมาก ค่าแรงแพง
แต่ไทยยังดีที่มีสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า,ถนน,โรงแรม
ถ้าเทียบกับเวียดนามก็ยังเดินทางลำบาก สิ่งอำนวยความสะดวกน้อย คุณภาพท่องเที่ยวยังสู้ไม่ได้

ทุกวันนี้ก็เห็นคนรอบข้างไปเที่ยวบ่อยๆ และไปหลายๆเมือง
ต่อไปเมืองไทยก็จะเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวอาเซียน เหมือนสเปน ไม่ต้องอาศัยเทคโนโลยี

การแข่งขันถ้าทำโรงแรมก็ต้องจอง location ดีๆไว้ คนก็จะมาเพิ่มขึ้นในอนาคต
อย่างที่บ้านรางน้ำก็ถือเป็นทำเลดี อยู่ใจกลาง
สมัยก่อนล้าหลังมาก เป็นโรงงานทำปี๊บ แต่ไม่มีคนคิดว่าจะเจริญ ซึ่งตอนนั้นยังถูกมาก

สรุปมองว่า ไทยมีไม่กี่อย่างที่เป็นเมกะเทรนด์ โดยการท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่จะเติบโตและสามารถแข่งขันได้
ส่วนพวกเทคโนโลยี 5G หรือยุทธศาสตร์ อีสเทิรน์ซีบอร์ด เราน่าจะสู้ได้ยาก


ท่องเที่ยวอยู่ในเมกะเทรนด์จริงไหม?
คุณปิตินุช ภาพรวมการท่องเที่ยวโลกโต 5% มีคนท่องเที่ยว 1.5 พันล้านคน
World Tourism Organization มองว่าการท่องเที่ยวยังเติบโตไปเรื่อยๆ มี 4 ปัจจัยหลัก
1.จำนวนประชากร middle income เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
2.Accessibility เครื่องบิน,รถ อะไรต่างๆถูกลง และมีช่องทางเพิ่มขึ้น
3.พฤติกรรมคนเปลี่ยนไป เดิมใช้จ่ายเงินซื้อสินค้า,บ้าน,รถ ตอนนี้คนยินดีจ่ายเงินเพื่อประสบการณ์
ท่องเที่ยว,กินข้าวนอกบ้าน
4.การเอื้ออำนวยของ VISA ต่างๆ มากขึ้น ใช้การยกเว้น visa หรือ visa on arrival

การท่องเที่ยวไทยโตเฉลี่ย 10% 38 ล้านคน เทียบกับเพื่อนบ้านอันดับ 2 รองจากไทย 27 ล้านคน ต่างกัน 10 ล้านคน
เวียดนาม 15 ล้านคน ยังเห็นว่าห่างจากไทยพอสมควร
ประเทศไทยยิ้มแย้มแจ่มใส คนที่มาแล้วมาซ้ำเยอะ และมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายที่รองรับความต้องการ

ประเทศอื่นมีแหล่งไหนที่น่าสนใจอีก?
คุณปิตินุช ญี่ปุ่น เป็นประเทศมีวัฒนธรรม จะเติบโตเรื่อยๆ คนจีนก็จะมองแหล่งที่เดินทางใกล้ๆ 5-6 ชม.ได้
หรืออย่าง มัลดีฟส์ เติบโต 6-7% ต่อปี รัฐบาลก็เห็นความสำคัญและมีแผนขยายสนามบิน,เปิดท่าเรือที่กำลังก่อสร้าง
ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก (อยู่ด้านล่างของศรีลังกา)

อ.เสน่ห์ ยังมีประเทศไหนน่าสนใจไหม เช่น กวม, ฟิจิ, แปซิฟิคไอร์แลนด์ ?
คุณนริศ ฟิจิ เป็นที่เที่ยวของคนนิวซีแลนด์,ออสเตรเลีย
ประเทศเขามีชายหาดแต่เที่ยวไม่ได้ก็จะมาเที่ยวหน้าร้อนหรือหนาว ก็จะมากันปีละ 1-2 ครั้ง
วิธีเดินทางไปฟิจิ เช่น บินไปลงออสเตรเลีย ต่อเครื่องินจากเมลเบิร์นไป 4 ชม. หรือไปลงฮ่องกง แล้วต่อฟิจิแอร์
ส่วนมัลดีล์ฟก็บินตรงโดยแอร์เอเชียหรือบางกอกแอร์ 4 ชม. หรือไม่ก็ต่อเครื่องบินจากศรีลังกา

SHR ทำโรงแรมอะไรบ้าง?

คุณนริศ มี 39 โรงแรม มีเยอะที่สุดในอังกฤษ 29 แห่ง รอบๆลอนดอน ใกล้สุดคือ วัตฟอร์ต 40 นาทีจากกลางเมือง
มีที่แมนเชสเตอร์,เอดินเบิร์ก,ไบรท์ตัน,เลสเตอร์ ถ้าเป็นแฟนฟุตบอลอังกฤษก็เป็น 10 กว่าทีม
ไปซื้อลงทุนและมีทีมบริหารที่นั่น เก็บผลตอบแทน
มีโรงแรมในไทย 4 แห่ง ที่สมุย 2 แห่ง(สันติบุรี,เอ๊าท์ริกเกอร์) , ภูเก็ต (เอ๊าท์ริกเกอร์ลากูน่า),สมุย
ที่เชียงรายมีสนามกอล์ฟ 4 แห่ง , มีที่ฟิจิ 2 แห่ง
1 แห่งเป็นโรงแรมปกติ ฟิจิบีชรีสอร์ท อีก 1 ที่เป็นวิลล่าบนเกาะ แคสะอเวย์ ไอร์แลนด์ มีอายุ 200 ปี
ชื่อโรงแรมที่ขึ้นด้วยเอ๊าท์ริกเกอร์คือเราไปซื้อมา100% และให้เอ๊าท์ริกเกอร์บริหารต่อไปก่อน
มัลดีฟส์ 3 แห่ง เอ๊าท์ริกเกอร์ 1 สร้างใหม่ 2 คือ ฮาร์ดร็อค กับ SAii Lagoon
และอีก 1 ประเทศคือ มอริเชียส อยู่ระหว่างยุโรป กับแอฟริกา
คนที่อยู่เยอะเป็นคนอินเดีย และคนฝรั่งเศส เป็นประเทศแรกที่ปลูกอ้อย ทำน้ำตาลทราย ขับรถเป็นวันถึงจะรอบเกาะ

SHR บริหารโรงแรมเหล่านี้นานหรือยัง?
คุณนริศ โรงแรมที่บริหารเองทำมา 5-6 ปีแล้ว มีวิธีการบริหาร ดังนี้
1.โรงแรมที่บริหารเอง 2 แห่ง สันติบุรีสมุย และพีพีไอร์แลนด์ รีสอร์ท
2.บริหารเองใต้เชนแฟรนไชส์ 29 โรงแรมในอังกฤษ ใช้แบรนด์เมอร์เคียว และฮอลิเดย์อินน์
มัลดีฟส์ ใช้ ฮิลตัน กับ ฮาร์ดร็อค เสียค่าใช้ชื่อถูกหน่อย และทีมของเราเองเข้าไปดำเนินการ
แผนในอนาคตจะไปรับบริหารให้คนอื่นด้วย เป็นการลดต้นทุน และสร้างรายได้
3. จ้างบริหาร Hotel Management Agreement(HMA) เอ๊าท์ริกเกอร์ 6 โรงแรม รูปแบบนี้จะมีค่าบริหารสูง

ในเมื่อมีสิงห์เอสเตท(S) ในตลาดแล้ว ทำไมต้อง เอสโฮเทลแอนด์รีสอร์ท(SHR) เอาเข้าตลาด?
คุณนริศ เพื่อสร้างความยั่งยืน อาจจะไม่ได้อยู่ในอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว
และธุรกิจโรงแรมมีโอกาสเติบโตสูง ขยายได้มาก ต้องมีทุนที่มากพอ
ตอนที่บริหาร S มีโบรกเกอร์ หรือมีโรงแรมมาเสนอให้เราซื้อเยอะมาก ถ้าเขาเติบโตก็จะโตได้เร็วกว่า
ที่ผ่านมาเราก็เพิ่มทุนมา 3 ครั้งแล้ว การ spin off โรงแรมก็จะทำให้นักลงทุนสามารถลงทุนในกลุ่มนี้ได้
จึงสามารถสร้าง value ให้ SHR ได้ด้วย
S ถือหุ้นโดยเบียร์สิงห์กับคุณสันติ ราว 60% แต่ SHR ถือโดย S 58.8% หลัง IPO

เข้าตลาดจะเอาเงินไปทำอะไร?
คุณนริศ มีโอกาสลงทุนและเติบโตได้สูง ทั้งที่อยู่อาศัยและโรงงานสำนักงาน
นอกจากนี้ใน มัลดีฟส์ จะเป็น global destination ศูนย์กลางท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของโลก
ทำเล ของเราสร้างขึ้นใหม่ 9 เกาะบนพื้นที่ 10 ตร.กม. ดูแลให้มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
อยู่ใกล้สนามบินมาเล่ ราว 15 นาที
มัลดีฟส์มีราว 2 พันเกาะ ไม่มีแผ่นเดินใหญ่ เมืองหลวงคือเกาะมาเล่ ขนาดเล็กกว่า 9 เกาะรวมกัน

สมัยก่อนเวลาคนไปเที่ยวมัลดีฟส์ ต้องเป็นหนุ่มสาวไปนอนค้างคืนหนึ่ง
เพื่อรอขึ้นเครื่องบินน้ำเพื่อต่อไปลงหน้าเกาะ หรือต่อไปอีกหนึ่งสนามบินขึ้นสปีดโบ๊ตต่อไป
แต่สิ่งที่เราสร้างจะทำให้มัลดีฟส์เป็นตลาดครอบครัว เป็นแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น จีน อินเดียและเป็นกลุ่มที่มีรายได้
สามารถจองผ่านเวบออนไลน์เอเจนท์ บางทีครอบครัวมาเที่ยว 3 รุ้่นในคราวเดียว

สมัยก่อนคนเที่ยวมัลดีฟส์เด็กขึ้นเกาะไม่ได้ กลัวว่าเห็นคนสวีทกัน
ของเรามีทำ kids club และมี Nany(แม่บ้าน)ดูแลเด็ก
ขณะที่พ่อแม่ออกไปดำน้ำ หรือเที่ยวอื่นๆ ได้

นอกจากนี้ยังมีที่จอดเรือยอร์ช(มาริน่า) มีความยาวเกือบ 1 กม.
และมีร้านค้ากว่า 40 ร้าน เป็นพื้นที่ของสิงห์หมด
เกาะหนึ่งมีพื้นที่ราว 70-80 ไร่ โดยเฉพาะเกาะที่เป็นมาริน่าราว 100 ไร่
พื้นที่อยู่บนลากูนลึกราว 1-2 เมตร บรรยากาศทัศนียภาพจะไม่เหมือนบ้านเรา

เดิมพักที่มัลดีฟส์คืนละ 2-3 หมื่นบาท ต้องทานอาหารในโรงแรมนั้นอย่างเดียว
ของเรามีคืนละไม่ถึงหมื่นก็มี โดยเป็นห้องไม่ติดทะเล
หรือแพงขึ้นมาก็เป็นบน villa บนหาดทราย ที่แพงสุดก็เป็นกระท่อมกลางน้ำ
ซึ่งกฏหมายเขาอนุญาตให้สร้างสะพานยื่นออกไป จะอาบน้ำจืด pool villa หรือลงไปว่ายในทะเลก็ได้

สิ่งที่เราแตกต่างอีกอย่างคือ สามารถเลือกเปลี่ยนอาหารให้ทานได้เป็น 10 ภัตราคาร
มีภัตราคารชื่อ ministry of crab เป็น เซลิบิตรี้เชฟ เป็นปูศรีลังกาใส่เครื่องบินส่งมาทุกวัน
อาหารทั่วไปเป็นกระเพราะไข่ดาวก็มีให้ทาน


ทำไมถึงลงทุนมัลดีฟส์?

คุณนริศ เสริมก่อนว่า SHR ใช้เงินลงทุน 1 ใน 3 ของเรา เป็น engine หลักในการเติบโต
รัฐบาลมัลดีฟส์ บอกลากูนนี้มีมานานแล้ว หานักลงทุน มีแต่ผู้ที่ลงทุนแค่ปริมาณนิดหน่อย
ตอนที่ทำสิงห์เอสเตทก็บินไปดู นั่งสปีดโบ๊ตรอบน้ำไปดู ต้องเอาทรายไปถมลากูนให้เป็นเกาะ
โดยจ้างผู้รับเหมาเคยทำงานพวกนี้มาหมดแล้วจะเป็นมาเก๊า สิงคโปร์ ไม่ได้แพง
คิดเป็นค่าที่ดินเทียบกับบ้านเราถือว่าถูกกว่ามาก


รายได้หลักของ SHR มาจากในประเทศเท่าไร ต่างประเทศเท่าไร?
คุณชัยรัตน์ รายได้หลักมาจากโรงแรมในประเทศส่วนใหญ่ สัดส่วนราว 40% 6 โรงแรมของ เอ๊าท์ริกเกอร์ 60%
ภาพปีหน้ามัลดีฟส์จะเปิดเต็มปี 35-40% โรงแรมบริหารจัดการเอง 25%

เงินบาทแข็งจะมีปัญหาไหม?
คุณชัยรัตน์ ด้านกระแสเงินสด ทำ natural hedge จะใช้เงินกู้/รับเงินเป็นสกุลเดียวกัน เช่น ที่มัลดีฟส์ เป็น US Dollar
ทางบัญชี รวมรายได้ที่เป็นดอลลาร์เข้ามาจะทำให้เป็นบาทเทียบเท่าอ่อนลงเล็กน้อย

คุณนริศเสริม ว่ามีผลกระทบในประเทศ โดยเฉพาะลูกค้ายุโรป เราพยายามไม่โฟกัสที่ใดที่หนึ่ง
ต้องมีโรงแรมในที่เป็นจุดหมายนักท่องเที่ยว อย่างมัลดีฟส์ คนเที่ยวมากสุดคือ อินเดีย
คนชั้นกลางเพิ่มขึ้นมาก มีกำลังซื้อมากขึ้น ใช้เวลาบิน 4 ชม.
อย่างมัลดีฟส์เราอาจลงทุนและบริหารเอง 3 เกาะ อีก 6 เกาะ อาจเป็น JV และไปลงทุนในที่อื่นๆ
เรามุ่งไปที่โรงแรมที่เป็นรีสอร์ทมากกว่า โรงแรมที่เป็นธุรกิจในเมือง


ขายหุ้น IPO ไป 1.4 พันล้านหุ้น ได้ 7.3 พันล้านบาทจะทำอะไร?

คุณนริศ จะนำ 4-5 พันล้านไปชำระหนี้ที่มีอยู่ และดอกเบี้ยปีหน้าลดลงไป
และรายได้โครงการ cross road ก็จะเติบโตมาเต็มปี
เริ่มซื้อขายในตลาดวันแรกอังคารที่ 12 พ.ย.นี้

โรงแรม SHR ติดกับน้ำเป็นส่วนใหญ่ ฝากส่งวัฒนธรรมไทยไปตามเกาะได้ไหม เช่น ลอยกระทง

คุณนริศ ไปดูมาหลายประเทศ พบว่าคนไทยมีจิตวิญญาณดูแลนักท่องเที่ยวดีที่สุดในโลก
สปาไทยเป็นสิ่งที่คนต้องการ แม้กระทั่งอาหารไทย คนมัลดีฟส์ทานอาหารเผ็ด
นิยมทานสุดคืออาหารไทย เราเอาสิ่งเหล่านี้เข้าไป
และอีกสิ่งที่เราเน้นอีกเรื่องคือความยั่งยืน สิ่งแวดล้อม พยายามสร้างให้เกิดขึ้น
ที่พีพี เราสร้าง Marine discovery center ไม่ให้ขยะลงทะเล ไม่ให้จับปลามาต้มทาน
หรือที่มัลดีฟส์ก็เลือก location ที่ไม่กระทบปะการัง และสัตว์ทะเล
อย่างตอนออกแบบก็ว่าแหล่งที่สร้างเป็นที่อยู่เต่าทะเลก็ต้องเสียเงินออกแบบใหม่

มัลดีฟส์โรงแรมเยอะ จะ oversupply ไหม?
คุณปิตินุช ช่วงที่ผ่านมามีรีสอร์ตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ 2016-2018
แต่ใน 1-2 ปีข้างหน้าจะมีเพิ่มอีกราว 2 พันห้อง คาดการณ์ว่าไม่ได้เกิดขึ้นจริง
ซึ่งนักท่องเที่ยวเพิ่ม 7-8% ยังไม่น่าเฟ้อ รวมถึงรัฐบาลก็มองว่าต้องสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับ
คุณนริศ เสริม บริษัทในตลาดก็มีรายได้และกำไรจากมัลดีฟส์สูง ได้ค่าห้องพักสูง
สิ่งที่เราทำเพิ่มขึ้น 400 ห้อง เทียบในสัดส่วนถือว่าไม่เยอะ แต่เราใช้เวลา 15 นาทีจากสนามบิน
และมี facilities เป็นตลาดใหม่ ประธานาธิบดี รัฐมนตรีท่องเที่ยวมัลดีฟส์บอกว่าเราเป็น game changer
ที่จะเพิ่มนักท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ภาครัฐ เป็นกลุ่มครอบครัวที่ไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อน


Moneytalk@SETครั้งต่อไป >> 16/11/62
ช่วง1 “เล็งรวยด้วยหุ้นเมกะเทรนด์ “ สัมภาษณ์ 2 บริษัท BCH,SHR
ช่วง2 “เลือกหุ้นจัดพอร์ตในเส้นทางธรรม” คุณวรวรรณ ธาราภูมิ,คุณเอ ศักดา, ดร.นิเวศน์

ขอบพระคุณอ.ไพบูลย์ อ.นิเวศน์ อ.เสน่ห์และทีมงาน Moneytalk แขกรับเชิญ สปอนเซอร์ทุกท่านครับ
หากตกหล่น ผิดพลาดอย่างไรขออภัยด้วยครับ รับฟัง vdo เต็มผ่าน youtube, fb live ได้ครับ

Go against and stay alive.

A0449500

Re: MoneyTalk(ขาจร9/11/62)-เกาะกระแสหุ้น Mega Trend ท่องเที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

Posts by A0449500 » Wed Nov 13, 2019 1:27 am

หัวข้อครั้งต่อไปน่าสนใจดีนะครับ เลือกหุ้นจัดพอร์ตในเส้นทางธรรม เป็นยังไงหว่า หวังว่าจะมีทีเด็ดมากกว่าการไม่ลงทุนหุ้นฆ่าหมูฆ่าไก่นะครับ


Post Reply