CRC

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

CRC

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:00 am

"เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น"ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 2,231.71 ล้านหุ้น เข้า SET ใช้ขยายสาขาใน-ตปท.-คืนหนี้เงินกู้
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Wednesday, October 02, 2019 10:05


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (02 ต.ค. 62)--บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) 2,231,714,300 หุ้น ประกอบด้วยหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 1,620 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ถือโดย Hawthorn Resources Limited จำนวนไม่เกิน 611,714,300 หุ้น โดยบริษัทจะนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี บล.ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ ในส่วนของการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจะดำเนินการควบคู่ไปกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บมจ.ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท โดยจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แทนการชำระด้วยเงินสด (Share Swap)
ปัจจุบัน หุ้นสามัญของ ROBINS ที่ออกและจำหน่ายแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 1,110,661,133 หุ้น โดยบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ROBINS ที่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวน 597,808,148 หุ้น หรือคิดเป็น 53.83% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ROBINS ซึ่งบริษัทจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ROBINS ที่ราคาหุ้นละ 66.5 บาท คำนวณอัตราแลกหุ้นเท่ากับราคาที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
ภายหลังการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ให้แก่ผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน บุคคลที่มีความสัมพันธ์ ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และผู้ถือหุ้นของ ROBINS หากมีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลืออยู่ บริษัทฯ จะนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลือเสนอขายและจัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป
วัตถุประสงค์ของการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ได้แก่ การขยายสาขาใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ขยายสาขาของไทวัสดุ, ขยายสาขาของบิ๊กซีในเวียดนาม, ปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้จะใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยกลุ่มบริษัทเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศโดยเป็นผู้นำในประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในผู้นำในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบ Omni-channel ในประเทศไทย
ธุรกิจของกลุ่มบริษัทแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน และ (3) กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ
ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 กลุ่มบริษัทมีร้านค้าในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกที่สำคัญในประเทศไทย 1,912 ร้านค้า มีร้านค้าในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกในเวียดนาม 131 ร้านค้า และในประเทศอิตาลี กลุ่มบริษัทฯ มีห้างสรรพสินค้าจำนวน 9 สาขา ถือเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าใหญ่สุดในอิตาลี จากรายงานของ Euromonitor International เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งทางการตลาด
บริษัทมีแผนงานในอนาคตที่จะเพิ่มขีดความสามารถและขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 บริษัทคาดว่าจะมีรายจ่ายสำหรับครึ่งหลังของปี 62 จำนวนประมาณ 8,400 ล้านบาท และในปี 63 อีกประมาณ 18,437 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทมีแผนจะเริ่มดำเนินการขยายสาขาใหม่ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้ กลุ่มแฟชั่น : จะขยายสาขาใหม่ของห้างโรบินสัน จำนวน 1 สาขา และ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ จำนวน 3 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายสำหรับครึ่งปีหลังของปี 62 และปี 63 จำนวนประมาณ 1,241 ล้านบาท และ 2,555 ล้านบาท ตามลำดับ
นอกจากนี้ มีแผนขยายสาขาของซูเปอร์สปอร์ตทั้งในรูปแบบร้านค้าเฉพาะทางและร้านค้า Brandshop จำนวนรวมทั้งสิ้น 42 สาขา และ Brandshop ของ CMG จำนวน 61 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังของปี 2562 และปี 2563 จำนวนประมาณ 184 ล้านบาท และ 255 ล้านบาท ตามลำดับ
กลุ่มฮาร์ดไลน์ : มีแผนขยายสาขาใหม่ ประกอบด้วย ร้านค้าเพาเวอร์บาย จำนวน 9 สาขา ไทวัสดุ จำนวน 14 สาขา บ้าน แอนด์ บียอนด์ จำนวน 2 สาขา และเหงียนคิม ทั้งในรูปแบบร้านค้าเดี่ยวและร้านค้าภายในร้าน (Shop-in-Shop) จำนวนรวมทั้งสิ้น 35 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายในครึ่งปีหลังของปี 62 และปี 63 ประมาณ 883 ล้านบาท และ 3,041 ล้านบาท ตามลำดับ
กลุ่มฟู้ด : จะขยายสาขาใหม่ ซึ่งประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 20 สาขา ท็อปส์ เดลี่ จำนวน 12 สาขา แฟมิลี่มาร์ท จำนวน 67 สาขา บิ๊กซี เวียดนาม จำนวน 8 สาขา และลานชี มาร์ท จำนวน 8 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายในครึ่งปีหลังของปี 62 และปี 63 จำนวนประมาณ 1,395 ล้านบาท และ 4,207 ล้านบาท ตามลำดับ
ส่วนการปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีแผนที่จะเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจ ด้วยการปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังของปี 62 และปี 63 จำนวนประมาณ 3,509 ล้านบาท และ 5,745 ล้านบาท ตามลำดับ
ผลการดำเนินงานของบริษัทย้อนหลังในช่วงปี 59-62 รายได้รวมของบริษัทฯ เท่ากับ 176,281 ล้านบาท, 187,998 ล้านบาท และ 206,078 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่มีกำไร 156,605 ล้านบาท, 168,043 ล้านบาท และ 180,614 ล้านบาท ตามลำดับ กำไรสำหรับงวดจากการดำเนินงานต่อเนื่องของบริษัทฯ เท่ากับ 7,823 ล้านบาท, 7,570 ล้านบาท และ 10,609 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับงวด 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 บริษัทมีรายได้รวม 106,074 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 102,424 ล้านบาท โดยรายได้รวมส่วนใหญ่ของบริษัทฯมาจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงการขายในร้านค้า ทางออนไลน์ Omni-channel และผ่านเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้า ขณะที่มีกำไร 4,202 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,938 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 มิ.ย.62 สินทรัพย์รวมมีจำนวน 182,607 ล้านบาท หนี้สินรวม มีจำนวน 117,106 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม มีจำนวน 65,501 ล้านบาท
ณ วันที่ 6 ก.ย.62 บริษัทมีทุนจดทะเบียน 6,320,000,000 บาท มีทุนชำระแล้วจำนวน 4,700,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4,700,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.0 บาท ภายหลังจากการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้แล้วจะมีทุนชำระแล้วเต็มจำนวน
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ณ วันที่ 12 ก.ย.62 ประกอบด้วย HCDS ถือหุ้น 2,114,284,890 หุ้น คิดเป็น 45%, Hawthorn Resources Limited ถือหุ้น 611,714,300 หุ้น คิดเป็น 13%, กลุ่มนายณรงค์ฤทธิ์ และนางวันทนีย์ ถือหุ้น 97,264,980 หุ้น คิดเป็น 2.1%
ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมภายหลังจากหักภาษี และการจัดสรรทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนดไว้ในแต่ละปี และภาระผูกพันตามเงื่อนไขของสัญญาทางการเงิน (ถ้ามี) โดยเงินปันผลที่จ่ายจะต้องมีจำนวนไม่เกินกว่ากำไรสะสมจากงบเฉพาะกิจการของบริษัทฯ


--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:00 am

https://market.sec.or.th/public/ipos/IP ... sID=272427

หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม / บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : 01/10/2562
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) / นางสาว อนุตร ปทีปวณิช, บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) / นายธีรภัทร เกษมพันธ์กุล


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 4:44 pm

CRC : บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
ประเภทธุรกิจ
ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งประกอบธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทยและในต่างประเทศ ธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
(1) กลุ่มแฟชั่น ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ
(2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน และ
(3) กลุ่มฟู้ด ซึ่งมุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ
ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ บริการ / พาณิชย์
สถานะ Filing
จำนวนหุ้นที่ IPO
จำนวนไม่เกิน 2,231,714,300 หุ้น ประกอบด้วย
(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 1,620,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 23.2 ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวม over-allotment) แบ่งเป็น
1.1) หุ้นที่จะเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของ ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ROBINS
1.2) หุ้นเพื่อเสนอขายและจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Hawthorn Resources Limited (ผู้ถือหุ้นเดิม) จำนวนไม่เกิน 611,714,300 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 10 ของหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวม over-allotment ให้แก่ประชาชนทั่วไป
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น
n/a

ราคา IPO
n/a

ราคา PAR
1.00 บาท

วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท หลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัท หลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน)


ข้อมูล Filing

www.crc.co.th


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Thu Oct 03, 2019 12:03 pm

'เซ็นทรัล รีเทลฯ' ยื่นไฟลิ่ง ขายไอพีโอ2,231.71ล้านหุ้น
Source - ข่าวหุ้น (Th)

Thursday, October 03, 2019 05:23


"เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น" ยื่นไฟลิ่งขายหุ้นไอพีโอ 2,231.71 ล้านหุ้นต่อก.ล.ต. เตรียมตัวเข้าเทรดตลาด SET หวังระดมทุนใช้ขยายสาขาในและต่างประเทศ-คืนหนี้เงินกู้ยืม-ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ฉบับแรกต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2562 เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 2,231,714,300 หุ้น ประกอบด้วยหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 1,620 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ถือโดย Hawthorn Resources Limited จำนวนไม่เกิน 611,714,300 หุ้น โดยบริษัทจะนำหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี บริษัทหลักทรัพย์ภัทร จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ ในส่วนของการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจะดำเนินการควบคู่ไปกับการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท โดยจะจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แทนการชำระด้วยเงินสด (Share Swap)
โดยปัจจุบันหุ้นสามัญของ ROBINS ที่ออกและจำหน่ายแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 1,110,661,133 หุ้น ซึ่งบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ ROBINS ที่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวน 597,808,148 หุ้น หรือคิดเป็น 53.83% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ ROBINS ซึ่งบริษัทจะทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ ROBINS ที่ราคาหุ้นละ 66.50 บาท คำนวณอัตราแลกหุ้นเท่ากับราคาที่เสนอขายต่อประชาชนเป็นครั้งแรก
และภายหลังการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ลงทุนหลักโดยเฉพาะเจาะจง (Cornerstone Investors) กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน บุคคลที่มีความสัมพันธ์ ผู้มีอุปการคุณของบริษัทและบริษัทย่อย และผู้ถือหุ้นของ ROBINS หากมีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลืออยู่ บริษัทจะนำหุ้นสามัญเพิ่มทุนส่วนที่เหลือเสนอขายและจัดสรรให้แก่ประชาชนทั่วไป
ด้านวัตถุประสงค์ของการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นไอพีโอครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ได้แก่ การขยายสาขาใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, ขยายสาขาของไทวัสดุ, ขยายสาขาของบิ๊กซีในประเทศเวียดนาม, ปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ จะใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ที่มา: นสพ.ข่าวหุ้น ฉบับวันที่ 3 ต.ค. 2562


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Thu Oct 03, 2019 12:03 pm

'เซ็นทรัลรีเทล'ยื่นไฟลิ่งเข้าSET หวังระดมทุนขยายสาขา-คืนหนี้
Source - ทันหุ้น (Th)

Thursday, October 03, 2019 09:13

ทันหุ้น - "เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น" ยื่นแบบไฟลิ่งเตรียมเสนอขายไอพีโอ 2,231 ล้านหุ้น หวังระดมทุนรองรับขยายสาขาใน-นอก ชำระหนี้-ทุนหมุนเวียน ตั้งงบลงทุนครึ่งปีหลังแตะ 8,400 ล้านบาท พร้อมอัดฉีดงบ 18,437 ล้านบาทลุยปีหน้า
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขออนุญาตเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 2,231 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,620 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.0 บาท และ ผู้ถือหุ้นเดิมคือ Hawthorn Resources Limited จะนำหุ้นเดิมออกเสนอขายอีกจำนวนไม่เกิน 611.71 ล้านหุ้นให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยหุ้นจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมี บล.บัวหลวง และ บล.ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ใช้เงินขยายสาขา-คืนหนี้
ทั้งนี้เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะนำไปใช้ในการขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปรับปรุงสาขาต่างๆ ได้แก่ การขยายสาขาใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์, การขยายสาขาของไทวัสดุ, การขยายสาขาของ บิ๊กซี ประเทศเวียดนาม และปรับปรุงสาขาต่างๆ ในแต่ละกลุ่มธุรกิจ รวมทั้งชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ โดยรายได้ของเซ็นทรัล รีเทล ช่วง 3 ปี (59-61) อยู่ที่ 176,281 ล้านบาท 187,998 ล้านบาท และ 206,078 ล้านบาท ตามลำดับ พร้อมมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม
ด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ HCDS ถือหุ้น 45% รองลงมาคือ Hawthorn Resources Limited ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น(โฮลดิ้ง คอมปานี) ถือ 13% กลุ่ม นายณรงค์ฤทธิ์ และนางวันทนีย์ จิราธิวัฒน์ ถือ 2.1% กรรมการและ/หรือผู้บริหาร ถือ 7.1% ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของ HCDS เป็นกลุ่มนายณรงค์ฤทธิ์ และนางวันทนีย์ รวมถึงคนอื่นๆ ในครอบครัวจิราธิวัฒน์
ทุ่มงบปีหน้า 1.8 หมื่นล.
สำหรับโครงการในอนาคต บริษัทมีแผนเพิ่มขีดความสามารถและขยายธุรกิจ เพื่อเพิ่มรายได้ของกลุ่มบริษัท โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทคาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนที่ได้รับอนุมัติสำหรับครึ่งปีหลัง จำนวน 8,400 ล้านบาท และปี 2563 อีกประมาณ 18,437 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทมีโครงการหลักสำหรับรายจ่ายฝ่ายทุน ประกอบด้วยการขยายสาขาใหม่ของแต่ละกลุ่มธุรกิจของกลุ่มบริษัท ดังนี้คือ กลุ่มแฟชั่น กลุ่มบริษัทขยายสาขาใหม่ห้างโรบินสัน 1 สาขา และ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ 3 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังและปี 2563 จำนวน 1,241 ล้านบาท และ 2,555 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้มีแผนขยายสาขาซูเปอร์สปอร์ต ทั้งร้านค้าเฉพาะทางและ Brandshop 42 สาขา และ Brandshop ของ CMG 61 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังและปี 2563 จำนวน 184 ล้านบาท และ 255 ล้านบาท ตามลำดับ
ด้าน กลุ่มฮาร์ดไลน์ กลุ่มบริษัทมีแผนขยายสาขาใหม่ ประกอบด้วย ร้านค้าเพาเวอร์บาย 9 สาขา ไทวัสดุ 14 สาขา บ้าน แอนด์ บียอนด์ 2 สาขา และเหงียนคิม ทั้งในรูปแบบร้านค้าเดี่ยวและร้านค้าภายในร้าน 35 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังและปี 2563 จำนวน 883 ล้านบาท และ 3,041 ล้านบาท ตามลำดับ นอกจากนี้ กลุ่ม ฟู้ดมีแผนขยายสาขาใหม่ ประกอบด้วย ซูเปอร์มาร์เก็ต 20 สาขา ท็อปส์ เดลี่ 12 สาขา แฟมิลี่มาร์ท 67 สาขา บิ๊กซี เวียดนาม 8 สาขา และลานชี มาร์ท 8 สาขา คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนสำหรับครึ่งปีหลังและปี 2563 จำนวน 1,395 ล้านบาท และ 4,207 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งการปรับปรุงสาขาต่างๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจจะมีการเพิ่มศักยภาพต่อเนื่อง คาดว่าจะมีรายจ่ายฝ่ายทุนครึ่งปีหลังและปี 2563 จำนวน 3,509 ล้านบาท และ 5,745 ล้านบาท ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี ROBINS แจ้งตลาดหลักทรัพย์เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่าคณะกรรมการบริษัทอนุมัติเพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) ตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมของเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมขายหุ้น IPO และการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเซ็นทรัล รีเทล จะทำคำเสนอซื้อหุ้นที่ 66.50 บาท ออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อชำระเป็นค่าตอบแทนในการทำคำเสนอซื้อหุ้น โดยผู้ถือหุ้น ROBINS จะได้รับหุ้นที่ชำระเป็นค่าตอบแทนตามอัตราแลกหุ้น ซึ่งจะคำนวณจากราคาหุ้น ROBINS หารด้วยราคา IPO สุดท้ายของเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น

ที่มา: นสพ.ทันหุ้น ฉบับวันที่ 3 ต.ค. 2562


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Thu Oct 03, 2019 12:05 pm

phpBB [video]


Central Retail : New Central New Retail

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“เซ็นทรัล รีเทล” หรือ “Central Retail”) ประกาศเดินหน้าสู่การเป็น “นิวเซ็นทรัล นิวรีเทล - New Central New Retail” กับปฐมบทใหม่แห่งวงการค้าปลีกที่ไร้พรมแดนและไร้ขีดจำกัด
.
เตรียมพร้อมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการรวมธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล ในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลี มาอยู่ภายใต้การดำเนินงานและบริหารของเซ็นทรัล รีเทล เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกที่มีศักยภาพการทำธุรกิจบน Customer-Centric Omnichannel Platform เชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งที่ร้านค้าและช่องทางออนไลน์อย่างไร้ร้อยต่อให้กับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล เพื่อสร้างโอกาสและศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
.
รากฐานอันแข็งแกร่งของ เซ็นทรัล รีเทล นำไปสู่ความพร้อมในการต่อยอดและยกระดับศักยภาพการแข่งขันและเติบโตครั้งใหม่ ที่เรียกว่า Central Retail Economy อันประกอบด้วย 3 หัวใจหลัก ได้แก่

1. Business Highlights ความโดดเด่นในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีก
2. Thriving Ecosystem ระบบนิเวศที่เชื่อมโยงแต่ละโมเดลทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกันจนนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
3. Clear Positioning to Win กลยุทธ์ที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้
.
ซึ่งทั้งหมดนี้ คือจุดแข็งและกลยุทธ์การเติบโตของ เซ็นทรัล รีเทล ที่เราจะมุ่งไปข้างหน้าสู่ New Central New Retail เพื่อการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกระดับภูมิภาคและก้าวต่อไปสู่การเป็นผู้นำในตลาดค้าปลีกระดับโลก ด้วยก้าวย่างก้าวแรกที่สำคัญ กับแผนการเดินหน้าเข้าสู่การเป็นบริษัท
จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Last edited by pakapong_u on Thu Oct 03, 2019 12:07 pm, edited 1 time in total.

pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Thu Oct 03, 2019 12:06 pm

phpBB [video]


CENTRAL RETAIL Press Conference 2019

เซ็นทรัล รีเทล ปรับทัพครั้งใหญ่ สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ค้าปลีกไทยสู่ระดับโลก ประกาศยุทธศาสตร์ “New Central New Retail” เตรียมพร้อมเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยการผนึกธุรกิจค้าปลีกกลุ่มแฟชั่น ฮาร์ดไลน์ และฟู้ด ที่มีช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และอิตาลีให้รวมกันเป็นหนึ่ง ภายใต้การบริหารงานของเซ็นทรัล รีเทล
.
พร้อมต่อยอดความสำเร็จ Customer-Centric Omnichannel Platform เชื่อมต่อประสบการณ์ช้อปปิ้งทั้งที่ร้านค้าและช่องทางออนไลน์อย่างไร้ร้อยต่อให้กับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลในแบบฉบับ Central Retail Experience เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค และการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Sun Oct 06, 2019 4:30 pm

Central Retail ใหญ่แค่ไหน / บล็อกเกอร์แมน

หลังจากที่ Central Retail Corporation (CRC) ต้องการคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) หุ้น ROBINS ในราคา 66.50 บาทต่อหุ้น เพื่อนำหุ้น ROBINS ออกจากตลาดหลักทรัพย์

ก่อนที่ CRC จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) และเข้าจดทะเบียนแทน

แล้ว CRC คือใคร มูลค่ากิจการใหญ่แค่ไหน เดี๋ยววันนี้เราไปหาคำตอบกัน

CRC ทำธุรกิจครั้งแรกในปี 1947 โดยเริ่มจากการขายของชำในตึกแถวขนาดเล็ก

72 ปีต่อมา CRC เป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภท มีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมมากกว่า 130 บริษัท โดยธุรกิจของ CRC ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ

1. กลุ่มอาหาร ประกอบไปด้วยร้านซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Tops ร้านสะดวกซื้ออย่าง Family Mart และไฮเปอร์มาร์เก็ต อย่าง BIGC และ Lanchi Mart ที่เวียดนาม

2. กลุ่มแฟชั่น ประกอบไปด้วยห้างสรรพสินค้า Central ห้างสรรพสินค้า Robinson ร้าน Supersport ธุรกิจผู้แทนจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากต่างประเทศ (CMG) และห้างสรรพสินค้า Rinascente ที่อิตาลี

3. กลุ่มฮาร์ดไลน์ ประกอบไปด้วยร้านไทวัสดุ ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้า Power Buy ร้านขายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ Nguyen Kim ที่เวียดนาม

ปัจจุบัน ธุรกิจค้าปลีกของกลุ่ม CRC นั้นครอบคลุมพื้นที่สำคัญในประเทศไทย เวียดนามและอิตาลี

ในประเทศไทย มีร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกจำนวน 1,979 ร้านค้า ใน 51 จังหวัด
ในประเทศเวียดนาม มีร้านค้าจำนวน 125 ร้านค้า ใน 37 จังหวัด
ในประเทศอิตาลี มีห้างสรรพสินค้าจำนวน 9 สาขาใน 8 เมือง

ทำให้กลุ่ม CRC มีพื้นที่ขายสุทธิรวมประมาณ 2,945,811 ตารางเมตร หรือเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานกว่า 273 สนาม

แล้วสัดส่วนรายได้ของแต่ละธุรกิจเป็นอย่างไร
รายได้จากกลุ่มธุรกิจอาหาร 43%
รายได้จากกลุ่มธุรกิจแฟชั่น 36%
รายได้จากกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์ 21%

แล้วสัดส่วนรายได้จากแต่ละประเทศเป็นอย่างไร
รายได้จากประเทศไทย 77%
รายได้จากประเทศเวียดนาม 14%
รายได้จากประเทศอิตาลี 9%

รายได้และกำไรของ Central Retail Corporation (CRC)
ปี 2016 รายได้ 176,281 ล้านบาท กำไร 5,552 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 187,998 ล้านบาท กำไร 5,024 ล้านบาท
ปี 2018 รายได้ 206,078 ล้านบาท กำไร 9,536 ล้านบาท

ขณะที่ในปี 2018 นั้น Robins มีรายได้ 32,107 ล้านบาท กำไร 2,937 ล้านบาท

หมายความว่า รายได้ของ CRC นั้นใหญ่กว่า ROBINS ประมาณ 6 เท่าและกำไรใหญ่กว่าประมาณ 3 เท่า

แต่ที่หลายกังวลกับการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกในอนาคตก็คือ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้บางธุรกิจกำลังได้รับความเดือดร้อน บางแห่งค่อยๆ ล้มหายตายจากไป

E-Commerce คือคู่แข่งที่น่ากลัวของธุรกิจค้าปลีก ทุกวันนี้ด้วยสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว เพียงแค่เราขยับนิ้วเท่านั้น เราสามารถสั่งซื้อของหลายอย่างที่มีในห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปข้างนอก

คู่แข่งที่น่ากลัวของ CRC คงไม่ใช่แค่คู่แข่งที่เป็นห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าปลีกแบรนด์อื่น แต่เป็นความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในอนาคตจะแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง

ทำให้พวกเราต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อ CRC เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะมีกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่น่าท้าทายนี้อย่างไร

คำถามทิ้งท้าย แล้วเราคิดว่า CRC จะใหญ่แค่ไหน?

แม้ว่าปัจจุบัน CRC ยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าสมมุติว่า เราให้มูลค่าหุ้นของ CRC ซื้อขายกันด้วย P/E ประมาณ 26 เท่า เหมือนกับหุ้น ROBINS ณ ปัจจุบัน

ด้วยกำไรของ CRC ในปีล่าสุด จะทำให้มูลค่า CRC มีมากกว่า 247,000 ล้านบาท ใหญ่เป็นลำดับที่ 13 ในตลาดหลักทรัพย์

ซึ่งใหญ่กว่ามูลค่าหุ้นของ BAY ที่ 240,000 ล้านบาท และมูลค่าหุ้น PTTGC ที่มีมูลค่า 233,000 ล้านบาท เสียด้วย

หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้เป็นการชี้นำให้ซื้อขายหุ้นตัวไหน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน

>>> <<<
กดติดตามบทความที่น่าสนใจของเพจบล็อกเกอร์แมน พร้อมทั้งสามารถติดตามบทความย้อนหลังทั้งหมดได้ที่
https://www.blogger-man.com
>>> <<<
References
-https://www.set.or.th/set/newsdetails.d ... country=TH
-https://www.set.or.th/set/companyhighli ... country=TH
-https://www.footballhistory.org/field.html


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Sun Oct 06, 2019 7:17 pm

เซ็นทรัล รีเทลฯ ยื่นไฟลิ่ง IPO 2.23 พันล้านหุ้น จ่อลงทุน 26,837 ลบ.

02/10/2019เซ็นทรัลรีเทล
HoonSmart.com>>เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ค้าปลีกรายใหญ่ มีร้านค้าที่สำคัญในไทย 1,912 ร้านค้า แบรนด์ค้าปลีกในเวียดนาม 131 ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าในอิตาลีใหญ่ที่สุด 9 สาขา ระดมเงินใช้ขยายสาขาใน-ตปท. คืนหนี้เงินกู้ ตั้งเป้าลงทุนครึ่งหลังปีนี้ 8,400 ล้านบาท ปี 2563 อีกประมาณ 18,437 ล้านบาท เร่งสร้างรายได้ กำไรปีก่อน 10,609 ล้านบาท รายได้มากกว่า 2 แสนล้านบาท ครึ่งปีนี้เก็บไว้แล้ว 106,074 ล้านบาท กำไร 4,202 ล้านบาท



บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2562 เสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 2,231,714,300 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นเพิ่มทุนใหม่ 1,620 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมที่ถือโดย Hawthorn Resources Limited จำนวน 611,714,300 หุ้น เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มี บล.ภัทร และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน วัตถุประสงค์ของการขาย IPO เพื่อใช้ขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ ปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

บริษัทจะเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนควบคู่ไปกับการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ของ ROBINS ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยจะจัดสรรหุ้นส่วนหนึ่งเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น ROBINS ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหุ้นแทนการชำระด้วยเงินสด (Share Swap) ปัจจุบัน ROBINS มีหุ้นทั้งหมด 1,110,661,133 หุ้น ผู้ถือหุ้นใหญ่ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมจำนวน 597,808,148 หุ้น คิดเป็น 53.83% ของหุ้นทั้งหมดบริษัทจะทำคำเสนอซื้อในราคาหุ้นละ 66.5 บาท

สำหรับเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (โฮลดิ้ง) กลุ่มบริษัทเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกสินค้าหลากหลายประเภทผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-format and Multi-category) ในประเทศไทย และมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศ โดยเป็นผู้นำในประเทศอิตาลี และเป็นหนึ่งในผู้นำในประเทศเวียดนาม นอกจากนี้ ยังเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบ Omni-channel ในประเทศไทย ๊ วันที่ 30 มิ.ย. 2562 บริษัทมีแบรนด์ค้าปลีกที่สำคัญในประเทศไทย 1,912 ร้านค้า มีร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกในเวียดนาม 131 ร้านค้า และมีห้างสรรพสินค้าในอิตาลีจำนวน 9 สาขา ถือเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าใหญ่สุดในอิตาลี จากรายงานของ Euromonitor International เมื่อพิจารณาจากส่วนแบ่งทางการตลาด

ปัจจุบันแบ่งธุรกิจเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มแฟชั่น2. กลุ่มฮาร์ดไลน์ เน้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน และ 3.กลุ่มฟู้ด จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่มักพบได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อ โดยวางแผนงานในอนาคตที่จะเพิ่มขีดความสามารถและขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ บริษัทคาดว่าจะมีรายจ่ายสำหรับครึ่งหลังของปี 2562 ประมาณ 8,400 ล้านบาท และในปี 2563 อีกประมาณ 18,437 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 26,837 ล้านบาท

ทางด้านผลการดำเนินงานในรอบ 3 ปี (2559-2561) บริษัทมีรายได้รวม 176,281 ล้านบาท, 187,998 ล้านบาท และ 206,078 ล้านบาท ตามลำดับ กำไรจากการดำเนินงาน 7,823 ล้านบาท, 7,570 ล้านบาท และ 10,609 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน 6 เดือนปี 2562 มีรายได้รวม 106,074 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,650 ล้านบาท คิดเป็น 3.56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 102,424 ล้านบาท ส่วนใหญ่ มาจากรายได้จากการขายสินค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย รวมถึงการขายในร้านค้า ทางออนไลน์ Omni-channel และผ่านเคาน์เตอร์จำหน่ายสินค้า ขณะที่มีกำไร 4,202 ล้านบาท ลดลง 2,736 ล้านบาท หรือหายไปประมาณ 39.43%จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 6,938 ล้านบาท
ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 182,607 ล้านบาท หนี้สินรวม 117,106 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 65,501 ล้านบาท

ณ วันที่ 6 ก.ย.2562 บริษัทมีทุนเรียกชำระแล้ว 4,700 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ประกอบด้วย HCDS ถือหุ้น 2,114,284,890 หุ้น คิดเป็น 45%, Hawthorn Resources Limited ถือหุ้น 611,714,300 หุ้น คิดเป็น 13%, กลุ่มนายณรงค์ฤทธิ์ และนางวันทนีย์ ถือหุ้น 97,264,980 หุ้น คิดเป็น 2.1% บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวม
CA92E211-2BE9-41E7-8BF5-3AB20D1070AC.jpeg
CA92E211-2BE9-41E7-8BF5-3AB20D1070AC.jpeg (248.2 KiB) Viewed 213 times


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 31621
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CRC

Posts by pakapong_u » Thu Oct 10, 2019 7:11 pm

โบรกฯ มองหุ้น ROBINS รับกระแสเชิงบวกทางอ้อมจาก AWC เข้าตลาดหุ้น, เหตุ CRC มีโอกาสเข้า SET50 - Thunhoon

ตุลาคม 10, 2019wirat wiratทันหุ้น FocusROBINS

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า โบรกเกอร์ประเมินว่าหุ้น ROBINS จะได้รับกระแสเชิงบวกทางอ้อมจากการที่ AWC เข้าซื้อขายในตลาดหุ้น เนื่องจากการแลกหุ้นเป็นหุ้น”เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น” ที่มีขนาดใหญ่เหมือน AWC และมีโอกาสถูกนำเข้าคำนวณใน SET50 เมื่อเข้ามาเทรด

บล.เอเซีย พลัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่าหุ้นบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS เป็นหุ้นที่มีโอกาสได้ Sentiment เชิงบวกทางอ้อมต่อกรณีที่หุ้นบริษัท แอสเสท เวิร์ด คอร์ป จำกัด(มหาชน) หรือ AWC เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เนื่องจากผู้ถือหุ้น ROBINS สามารถแลกเป็นหุ้นบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ CRC เมื่อหุ้น CRC เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น ซึ่งคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในครึ่งแรกปี 2563

หุ้น CRC ซึ่งน่าจะเป็นหุ้น Market Cap ใหญ่ และเข้าเงื่อนไขที่จะถูกคำนวณอยู่ใน SET50 และ SET 100 หลังเข้าทำการซื้อขาย เหมือน AWC ได้

โดย CRC ที่ทำคำเสนอซื้อหุ้น ROBINS ใช้วิธีแลกหุ้นในราคาหุ้นละ 66.50 บาท ซึ่งราคาหุ้น ROBINS ณ ปัจจุบันยังต่ำกว่าและที่สำคัญ CRC มีฐานกำไรปี 2561 ราว 8.5 พันล้านบาท สูงกว่า ROBINS เกือบ 3 เท่า ส่งผลให้ Market Cap ของ CRC มีโอกาสสูงเกินกว่า 2 แสนล้านบาท ณ วันเข้าตลาดฯ

สรุปคือ หากนักลงทุนซื้อหุ้น ROBINS ในวันนี้เปรียบเสมือนจองซื่อหุ้น IPO ขนาดใหญ่ อย่าง CRC ล่วงหน้า แถมยังมีราคา Discount ราคา Tender Offer และที่สำคัญถ้า AWC ปรับตัวขึ้นได้ดี จะสร้าง Sentiment เชิงบวกให้กับหุ้น ROBINS ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีเช่นกัน

ราคาหุ้น ROBINS ปิดตลาดอยู่ที่ 65.00 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 0.78% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 221.02 ล้านบาท


Post Reply