KK

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
Post Reply
pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 10:57 am

*"เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น"ยื่นไฟลิ่งขาย IPO 69 ล้านหุ้น เข้าตลาด mai, ใช้ขยายสาขา-คืนเงินกู้-เป็นทุนหมุนเวียน
Source - IQ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (Th)

Monday, September 30, 2019 10:13


สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ก.ย. 62)--บมจ. เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 30.00 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีความประสงค์จะขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีบล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเป็นเงินทุนในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ และชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน รวมถึงเป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ
บริษัทฯประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค โดยธุรกิจค้าปลีกเป็นการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขาชื่อ "เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทฯ มีศูนย์กระจายสินค้าจำนวน 1 แห่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ทั้งนี้ ด้วยการดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯ มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการสินค้าของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี บริษัทฯ มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ"
ทั้งนี้ บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ ในรูปแบบสินค้าปลีก สินค้าเป็นแพ็ค และสินค้าเป็นลัง เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ ทั้งนี้ ลักษณะสินค้าของบริษัทฯ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าอุปโภค และสินค้าบริโภค โดยมีช่องทางการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวน 2 ช่องทาง ได้แก่ การจำหน่ายสินค้าผ่านร้านสาขา และการจำหน่ายสินค้าค้าส่งผ่านศูนย์กระจายสินค้า
ผลการดำเนินงานของบริษัท ณ วันที่ 30 มิ.ย.2562 มีสินทรัพย์รวม 307.89 ล้านบาท หนี้สินรวม 214.56 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 93.33 ล้านบาท โดยในปี 2559 – 2561 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายจำนวน 941.57 ล้านบาท 929.21 ล้านบาท 938.97 ล้านบาท และ 452.18 ล้านบาท ตามลำดับ
โดยในปี 2559-2561 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และ 456.06 ล้านบาท โดยมีรายได้จากค้าปลีกจำนวน 773.13 ล้านบาท 731.45 ล้านบาท และ 783.11 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นร้อยละ 81.09 ร้อยละ 76.85 และร้อยละ 81.38 ของรายได้รวม ตามลำดับ ในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกลดลงจากปีก่อนหน้ามีสาเหตุจากภาวะเศรฐกิจของภาคใต้ที่ชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบมาจากการปรับลดลงของราคายางพาราและราคาน้ำมันปาล์ม ประชาชนส่วนใหญ่ในจังหวัดสงขลาประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึ่งได้รับผลกระทบดังกล่าว ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้าน้อยลง
ส่วนปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากร้านสาขาเดิมที่เป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขยายร้านสาขาใหม่จำนวน 3 สาขาในปีนี้ ส่วนงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าปลีกจำนวน 376.80 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากเดือนธันวาคม 2561 ร้านค้าปลีกรายอื่นๆ ในจังหวัดสงขลาได้เข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐและติดตั้งเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทำให้ประชาชนผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีทางเลือกในการเข้าซื้อสินค้าในร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้หลากหลาย จึงส่งผลให้รายได้จากค้าปลีกในงวดนี้ลดลง
ในปี 2559 – 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งจำนวน 168.43 ล้านบาท 185.62 ล้านบาท และ 155.85 ล้านบาท ตามลำดับ โดยในปี 2560 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับลูกค้าค้าส่งเพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค ในปี 2561 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่งลดลงจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าในร้านค้าที่สามารถชำระเงินค่าสินค้าด้วยบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ และงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้จากค้าส่ง จำนวน 75.38 ล้านบาท อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทฯ ไม่มีแผนการขยายฐานลูกค้าค้าส่ง เนื่องจากในช่วงปีที่ผ่านมาร้านค้าปลีกที่เป็นลูกค้าค้าส่งในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมีจำนวนลดลง อีกทั้ง บริษัทฯ ได้มุ่งเน้นการขยายธุรกิจโดยการเปิดร้านสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปีให้ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ใกล้เคียงได้สะดวกมากขึ้น ดังนั้น รายได้จากค้าส่งอาจจะลดลงในอนาคต
ปี 2559 – 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ โดยปี 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและการเพิ่มขึ้นรายได้อื่นในส่วนของรายได้ค่าเช่าพื้นที่หัวชั้นและกองโชว์ ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้า
ในปี 2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้า มีสาเหตุหลักจากการลดลงของกำไรขั้นต้น และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเปิดร้านสาขาใหม่ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า เป็นต้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงจากปีก่อนหน้า
งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิลดลงจากปีก่อนหน้ามีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานและค่าใช้จ่ายสำหรับร้านสาขาที่เปิดใหม่ รวมถึงค่าเสื่อมราคาอาคารและอุปกรณ์ในร้านสาขาที่เปิดใหม่ในปี 2561 จำนวน 3 สาขา และในปี 2562 จำนวน 1 สาขา
โครงการในอนาคต บริษัทฯ มีแผนการขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา คือ อ.นาหม่อม และ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอ.เมือง จังหวัดพัทลุง โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4 - 5 ล้านบาทต่อสาขา
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนจำนวน 115,000,000 บาท โดยมีทุนจดทะเบียนเรียกชำระแล้วจำนวน 80,500,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 161,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ บริษัทฯ จะมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วเต็มมูลค่าเท่ากับ 115,000,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 230,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท ณ วันที่ 10 ก.ย.2562 คือ กลุ่มสิริธนนนท์สกุล ถือหุ้น 161 ล้านหุ้น คิดเป็น 100% หลังเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้แล้วจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 70%
บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ

--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/วิลาวัลย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: wilawan@infoquest.co.th--


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: K&K

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 11:01 am

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: K&K

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 11:20 am

http://market.sec.or.th/public/ipos/IPO ... sID=272126


หนังสือชี้ชวนตราสารทุน
รายละเอียดตราสาร
ผู้ออกหลักทรัพย์ : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
ผู้เสนอขายหลักทรัพย์ : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)
วันที่ยื่น Filing version แรก : -
วันที่แก้ไข Filing ครั้งล่าสุด (วันที่นับ 1 Filing) : -
วันที่ Filing มีผลบังคับใช้ : -
วันที่เริ่มต้นการเสนอขาย : -
วันที่สิ้นสุดการเสนอขาย : -
ประเภทหลักทรัพย์ : หุ้นสามัญ
ประเภทการเสนอขาย : การเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งแรกต่อประชาชน
ที่ปรึกษาทางการเงิน/ผู้ควบคุม : บริษัท หลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) / นาย รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:01 pm



pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:13 pm

จากธุรกิจของครอบครัว โดยขายสินค้าเร่ตามตลาดนัด นำโดย คุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง ซึ่งมีลูก ๆ 12 คน มีชาย 7 คน หญิง 5 คน จนเมื่อ พ.ศ. 2515 ก็ได้เปิดเป็นร้านค้า 1 คูหา ได้ใช้ชื่อว่า ร้านโกว่ย่งฮั้ว

ต่อจากนั้นก็ได้ออกรถ 4 ล้อ กระบะมาสด้ามา 1 คัน เพื่อ บริการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้าในอำเภอใกล้เคียง และรถ 4 ล้อใหญ่ จนถึงรถ 6 ล้อใหญ่ ตามลำดับ พื้นที่ในเขตบริการ คือ จังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง ในรัศมี 100 กิโลเมตร และต่อจากนั้นก็เปิดสาขาใช้ชื่อว่าโกว่ย่งฮั้วสาขา 1 เพื่อบริการลูกค้าขายปลีกในย่านตลาดสดพลาซ่า และตลาดกิมหยง

พ.ศ. 2523 ได้ขยายพื้นที่ ที่ถนนสามชัย โดยสร้างโครงสร้างเป็นโกดังสินค้าใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ และได้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับ บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ และบริษัท สหพัฒนพิบูล โดยดูแลพื้นที่ 3 จังหวัด คือ สตูล พัทลุง สงขลา

พ.ศ. 2535 คุณ กิตติพล และคณะพี่น้องได้ปรึกษากันว่าธุรกิจค้าส่ง ที่เรากระทำกันอยู่ ความเสี่ยงสูง และโอกาสจะโตมีน้อย จึงมีมติปรับพื้นที่ของโกดังบางส่วนมาตกแต่งใหม่ ปรับพื้นที่ ติดกระจก ติดฝ้า ติดไฟ และทำโลโก้ใหม่ ใช้ชื่อว่า เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยทำรูปแบบเป็น ธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง ซึ่งเริ่มเปิดทำการ วันที่ 16 ธันวาคม 2535 โดยเริ่มแรกมีพนักงานทั้งหมด 25 คน ซึ่งเรียกได้ว่า คุณกิตติพล เป็นผู้ก่อตั้ง ห้างเค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง

ที่มาของชื่อ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง
ชื่อของคุณกิตติพล สิริธนวงศ์สกุล (พี่ใหญ่) เดิมมีชื่อ กิมเม้ง แซ่โกว่ และชื่อของคุณกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล เดิมชื่อ กิมเอี๋ยว แซ่โก่ว ซึ่งมีอักษรภาษาอังกฤษ “K” เป็นตัวนำ ดังนั้นสมาชิกในครอบครัว แซ่โก่ว จึงเมีความเชื่อว่าอักษร K เป็นอักษรนำโชค จึงตั้งชื่อ K & K และรูปแบบการค้าเป็นธุรกิจซุปเปอร์มาร์เก็ต แต่ราคาขายส่ง

จึงตั้งชื่อเป็น “เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง” ภายใต้วิสัยทัศน์ K&K มีความซื่อสัตย์สุจริตในการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และบริการที่รวดเร็ว ประทับใจ ราคาเป็นธรรม เพื่อความพึงพอใจของลูกค้า และคืนกำไรสู่สังคม มีความมั่นคงก้าวหน้าพัฒนาเป็นที่หนึ่ง ในภาคใต้ของเรา


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:14 pm

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:14 pm

phpBB [video]


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Mon Sep 30, 2019 5:43 pm

KK : บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ
ค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ชื่อ “ร้าน เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”

ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
กลุ่มอุตสาหกรรม
บริการ

สถานะ
Filing

จำนวนหุ้นที่ IPO
69,000,000 หุ้น

ระยะเวลาเสนอขายหุ้น n/a
ราคา IPO n/a
ราคา PAR 0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย n/a
ที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ข้อมูล Filing
www.kandksuper.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:01 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น เข้าmaiระดมเงินทุนขยายธุรกิจ-รองรับการเติบโตในอนาคต แต่งตั้งกุนซือมือทอง บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาฯ
Source - มิติหุ้นออนไลน์ (Th)

Wednesday, October 02, 2019 10:25
=

มิติหุ้น – ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 69 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ได้กุนซือมือทองจาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยเตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์)0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
“ความน่าสนใจคือการเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯมีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี”นายรัฐชัยกล่าว
ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการบมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อและมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึงภายใต้แนวคิด“ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ”ซึ่งในปี 2563 บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา
สำหรับเป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท

ที่มา: www.mitihoon.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Wed Oct 02, 2019 11:30 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น
Source - MGR Online (Th)

Wednesday, October 02, 2019 11:30


“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นไอพีโอ 69 ล้านหุ้น ระดมทุนขยายร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ชำระคืนเงินกู้ และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ได้กุนซือมือทองจาก บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา โดยเตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
สำหรับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
"ความน่าสนใจคือการเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เค
แอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้บริษัทฯมีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี”นายรัฐชัยกล่าว
นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่าย
สินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ และมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” ซึ่งในปี 2563 บริษัทมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา
สำหรับเป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดินไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
โดยผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท--จบ--

ที่มา: https://mgronline.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Oct 06, 2019 11:01 am

“เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์”ค้าปลีกเก่าแก่จ.สงขลา เข้าตลาดหุ้น
Source - เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ (Th)

Wednesday, October 02, 2019 16:45


ระดมทุนขยายธุรกิจ มุ่งสู่ร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ ปัจจุบันมี 26 สาขา ครอบคลุม 3 จังหวัด สงขลา พัทลุง และสตูล
นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ–ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น ดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้ ชื่อร้าน “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวน (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เตรียมจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ และเตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
สำหรับ เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา "เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์" จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจ.สงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัทฯ ซึ่งการที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จ.สงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ด้านนายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า บริษัทฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อและมีโครงการในอนาคต คือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง
โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จ.สงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ”
ปี 2563 บริษัทฯมีแผนที่จะขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาท ต่อสาขา
เป้าหมายของการระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เพื่อสร้างการเติบโตและโอกาสในการขยายธุรกิจให้มีความแข็งแกร่ง นำพาองค์กรเดิน ไปข้างหน้า ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ มีความเชี่ยวชาญ มุ่งมั่นทุ่มเทและบริการที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้าได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ
ผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 8.19 ล้านบาท

ที่มา: www.posttoday.com


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Jun 14, 2020 11:07 pm

‘กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล’ K&K สู้เพื่อธุรกิจค้าปลีกที่รัก


ธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย มีมูลค่า 3.5 ล้านล้านบาท มีอัตราการขยายตัวใกล้เคียงกับจีดีพีของประเทศหรือสูงกว่าเล็กน้อย เพราะสินค้าอุปโภค-บริโภคจำเป็นสำหรับชีวิต ทั้งเป็นอาชีพให้แม่ค้ารายย่อยได้ดำรงชีวิต ที่เป็นฐานธุรกิจที่แข็งแรงให้กับ บมจ. เคแอนด์เค K&K

บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) K&K หรือเดิม บริษัท เค. แอนด์ เค. ซุปเปอร์ค้าส่ง จำกัด มีพัฒนาการมาจากธุรกิจครอบครัวของสี่พี่น้องตระกูล “สิริธนนนท์สกุล” ภายใต้ชื่อบริษัท หาดใหญ่โก่วย่งฮั้ว จำกัด ที่ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ของประเทศไทย ที่เติบโตมาจากการขายสินค้าเร่ในตลาดนัด ของคุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง

ในปี 2535 ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เริ่มรุกคืบเข้าสู่ประเทศไทย กิตติพล สิริธนวงศ์สกุล (พี่ใหญ่) และพี่น้องได้ปรึกษาหารือกันว่าธุรกิจค้าส่งที่ดำเนินการอยู่นั้น มีความเสี่ยงสูง และมีโอกาสเติบโตน้อย จึงตัดสินใจกันว่าจะปรับรูปแบบธุรกิจใหม่เป็นธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง และใช้ชื่อว่า เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยนำอักษรย่อของพี่ชายทั้งสองคนของตระกูล คือ กิตติพล และ กวิศพงษ์ มาตั้งเป็นชื่อแบรนด์

“การขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ส่งผลกระทบกับเราโดยตรง ช่วงแรกที่ห้างขนาดใหญ่เริ่มเข้ามามีแมคโครรายเดียว เราก็แยกกลุ่มลูกค้าระหว่างแมคโครกับเรา หลังจากนั้นบิ๊กซี โลตัส ก็ทยอยเข้ามา เค้กก็ถูกแบ่งไปเรื่อยๆ จากที่เคยเติบโตปีละ 20% กลับมาลดลงปีละ 20% เราก็ต้องมาคิด มาแก้เกม ขยายสาขาเพิ่มจุดขายเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคให้มากขึ้น” กวิศพงษ์ เล่าย้อนอดีตที่เริ่มต้นเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันในอุตสาหกรรมค้าปลีก



ปรับโมเดลใหม่เจาะแม่ค้ารายเล็ก

ด้วยประสบการณ์ของผู้อยู่ในธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกมาเกือบ 30 ปี เมื่อเจอมรสุมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ก็ต้องหาทางออก กวิศพงษ์ และพี่น้อง จึงมานั่งคุยกันว่าจะทำอย่างไรกับยอดขายที่ลดลงเรื่อยๆ “ตัดสินใจเลิกดีไหม?” เหมือนร้านค้าปลีกดั้งเดิมรายอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของห้างค้าปลีกสมัยใหม่ คำตอบ คือ “เลิกแล้วจะทำอะไร?” ในเมื่อเกือบทั้งชีวิตของตระกูลสิริธนนนท์สกุลทำธุรกิจนี้มาตลอด เป็นธุรกิจที่รัก และรู้จักดีที่สุด ดังนั้นหากบริหารให้ดี คุมค่าใช้จ่ายได้ ธุรกิจน่าจะเดินต่อได้

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะเดินหน้าลุยธุรกิจต่อ กวิศพงษ์ และพี่น้อง จึงมองหาทางออก และโอกาสธุรกิจของเค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยอยู่ภายใต้คอนเซปท์ร้านค้าปลีก ในราคาขายส่ง ด้วยสโลแกน “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ใกล้บ้านคุณ” เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังอีกกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่ซื้อสินค้าเพื่อไปจำหน่ายต่อ

เจาะกลุ่มแม่ค้ารายเล็กๆ ที่ซื้อสินค้าไปขายต่อในปริมาณที่ไม่มาก ไม่ต้องซื้อยกแพค แม้โมเดลธุรกิจดังกล่าวจะได้กำไรไม่มาก แต่เป็นช่องว่างของตลาดที่ทำให้ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง ยังมีที่ยืนในธุรกิจค้าปลีก ค้าส่งในจังหวัดสงขลาต่อไป

แทนที่จะตั้งรับ เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง ขยายแนวรุก ด้วยการเปิดสาขาเพิ่มขึ้น เพื่อตอบโจทย์เรื่องการเดินทางของลูกค้า เนื่องจากเห็นพฤติกรรมของลูกค้า ที่นิยมซื้อของใกล้บ้าน ด้วยปัญหาการจราจร จึงขยายสาขาเข้าถึงชุมชนต่างๆ จากจังหวัดสงขลา ขยายไปพัทลุง และสตูล ปัจจุบันมี 26 สาขา

ขณะเดียวกัน เป็นการตอบโจทย์คู่ค้า ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์สินค้าอุปโภค-บริโภคหลายใหญ่ เพราะการขยายสาขาเข้าถึงชุมชน ทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น และหมุนเวียนเร็ว

“ยอมรับว่าเหนื่อย แต่ต้องเดินหน้าต่อ เพราะเป็นธรกิจที่เราเชี่ยวชาญ เป็นธุรกิจที่เรารัก ก็ต้องปรับตัว พัฒนาโมเดลธุรกิจเราต้องไม่ใหญ่มาก เพราะถ้าใหญ่เราไม่สามารถไปชนกับโมเดิร์นเทรดได้ เราต้องหาจุดเด่นของเรา เข้าถึงลูกค้า ให้ลูกค้าซื้อของใกล้บ้าน ซื้อไม่ต้องมาก แต่ซื้อได้ทุกวัน แม้จะมีมาร์จิ้นต่ำ แต่เราใช้การบริหาร การสั่งซื้อสินค้าให้หมุนเร็ว แข่งกับเวลา” กวิศพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่ปี 2559 – 2561 บริษัทมีรายได้รวม จำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนปี 2562 บริษัทมีรายได้รวม 935.98 ล้านบาท มีกำไร 11.53 ล้านบาท แนวโน้มผลการดำเนินงานที่ลดลงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประกอบกับต้องเผชิญกับความท้าทายอีกครั้งจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

K&K

เตรียมแผนรับ New Normal

เดิม K&K เตรียมแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในช่วงต้นปี 2563 หลังจากยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อปลายปี 2562 ที่ผ่านมา โดยต้องการนำเงินจากการระดมทุนไปขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในปีนี้

โดย ปี 2564 จะเริ่มขยายสาขาไปจังหวัดที่ 4 ในพื้นที่ภาคใต้ คือ จังหวัดตรัง ปี 2565 ขยายจังหวัดนครศรีธรรมราช และแผน 10 ปี คือขยายสาขาให้ครอบคลุมพื้นที่ภาคใต้ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ และชุมพร แต่ด้วยวิกฤตโควิด ทำให้แผนดังกล่าวต้องชะลอออกไป

กวิศพงษ์ กล่าวว่า วิกฤตโควิดส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ K&K ช้ากว่าธุรกิจอื่น เนื่องจากเป็นธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าจำเป็น แต่บริษัทได้เตรียมแผนรับมือกับวิถีชีวิตปกติแบบใหม่ (New Normal) ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ใช้เวลาในการช้อปปิ้งน้อยลง

ทางร้านต้องเตรียมจัดแพคเกจสินค้า หรือรับบริการสั่งของทางโทรศัพท์ เตรียมสินค้าให้พร้อมให้ลูกค้าสามารถขับรถมารับได้ทันที หรือ ไดรฟ์ ทรู รวมไปถึงการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการซื้อสินค้าของผู้บริโภค เป็นต้น

นอกจากนี้ K&K เตรียมแผนบริหารจัดการภายในองค์กรให้พร้อม เพราะยังไม่รู้ว่าโควิดจะจบเมื่อไหร่ โดยเฉพาะการบริหารกระแสเงินสด การบริหารสต็อก คุมค่าใช้จ่าย และการเพิ่มประสิทธิภาพทีมงาน โดยที่ผ่านมาไม่มีการลดค่าใช้จ่ายพนักงาน โดยเฉพาะในส่วนของเงินเดือนแต่อย่างใด

มีปรับลดสวัสดิการเล็กน้อย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอาหารกลางวันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพื่อไม่ให้กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงาน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาโควิดอยู่แล้ว หวังเพียงประคับประคองให้บริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนสามารถฝ่าวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้

เกือบ 30 ปี ของการดำเนินธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าอุปโภค-บริโภค สำหรับ กวิศพงษ์ และพี่น้องตระกูล สิริธนนนท์สกุล ยึดชัยภูมิของธุรกิจอยู่ที่ภาคใต้เป็นหลัก โดยมีศูนย์กลางธุรกิจที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แต่สำหรับเจเนอเรชั่นต่อไปจะขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่มากกว่านี้ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่จะต้องดูกันต่อไป

สำหรับ กวิศพงษ์ แล้ว เขามองว่า อย่างไรธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกสินค้าจำเป็นยังอยู่ได้ และไม่มีวันตาย อยู่ที่ตัวเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรมากกว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องรู้จักว่าลูกค้าคือใคร อยู่ที่ไหน พยายามเข้าถึงกล่มลูกค้า และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ดีที่สุด และนี่คือสิ่งที่ทำให้ K&K อยู่ได้มาจนถึงทุกวันนี้


https://forbesthailand.com/people/entre ... นท์สก.html


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 36014
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KK

Posts by pakapong_u » Sun Jun 14, 2020 11:12 pm

จากเร่ขายตลาดนัด ‘เคแอนด์เค’ ค้าปลีกสงขลา ตบเท้าเข้าตลาดหลักทรัพย์

โดย WANPEN PUTTANONT 2 ตุลาคม 2562
จากธุรกิจของครอบครัว คุณพ่อเว้ง แซ่โกว่ คุณแม่เฮียง แซ่ซึ้ง เปิดขายสินค้าเร่ตามตลาดนัด จนปี 2515 ได้เริ่มเปิดเป็นร้านค้า 1 คูหา ภายใต้ชื่อร้าน “โกว่ย่งฮั้ว” ถึงวันนี้ ได้ขยับขยายสู่ “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” ด้วยจำนวนสาขาถึง 26 สาขา พร้อมก้าวที่กล้าด้วยการยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 69 ล้านหุ้น เพื่อระดมขยายธุรกิจ รองรับการเติบโตในอนาคต



เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกค้าส่งในจังหวัดสงขลา ปัจจุบันมีสาขาครอบคลุม 3 จังหวัดคือ สงขลา พัทลุง และ สตูล จากธุรกิจค้าส่ง โกว่ย่งฮั้ว ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง เพื่อปรับสู่ธุรกิจค้าปลีกในราคาส่ง ในปี 2553 และล่าสุดในปี 2562 ได้เปลี่ยนชื่อใหม่ เป็น “บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน)” เพื่อเตรียมยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ MAI ในปลายปี 2562

กวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น กล่าวว่า จุดเปลี่ยนของธุรกิจค้าส่งของครอบครัว มาจากการที่แม็คโครเข้ามาเปิดสาขาที่หาดใหญ่ ส่งผลให้ยอดขายเริ่มลดลง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของเคแอนด์เค เป็นซาปั๊วที่ซื้อไปขายต่อในอำเภอ ตำบล และรถเร่

ก่อนหน้านั้นเคยได้สัมผัสรูปแบบ แคชแอนด์แครี่ของแม็คโครที่กรุงเทพ จึงนำมาปรับใช้กับเคแอนด์เคให้เป็นธุรกิจค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าราคาส่ง อันเป็นที่มาของแนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” และประสบความสำเร็จมาถึงวันนี้

สำหรับการยื่นไฟลิ่งเพื่อขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 69 ล้านหุ้น ครั้งนี้ มีมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30 % ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ เตรียมพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เพื่อเตรียมนำเงินไปใช้ในการขยายร้านสาขาเคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบัน เคแอนด์เคฯ จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากกว่า 8,000 รายการ เพื่อรองรับความต้องการสินค้าในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในร้านสาขา และลูกค้าค้าส่งที่ต้องการซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายต่อ และมีโครงการในอนาคตคือ การขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง



ทั้งนี้ แผนงานในปี 2563 วางเป้าหมายขยายร้านสาขาจำนวน 3 สาขา โดยมุ่งเน้นการเช่าที่ดินเพื่อเปิดร้านสาขาเป็นหลัก คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาทต่อสาขา

ด้าน รัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ – ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินได้เปิดเผยว่า ความน่าสนใจของ บมจ.เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น อยู่ที่การเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำ ที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคผ่านร้านสาขา “เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์” จำนวน 26 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดสงขลา พัทลุง และสตูล รวมถึงบริษัทมีศูนย์กระจายสินค้าสินค้าจำนวน 1 แห่งที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค และเป็นสถานที่กระจายสินค้าให้แก่ร้านสาขาของบริษัท

“การที่บริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดสงขลามาเป็นระยะเวลามากกว่า 27 ปี ทำให้มีความเข้าใจในวิถีการดำเนินชีวิตและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี” รัฐชัยกล่าว



ด้านผลการดำเนินงานย้อนหลังในปี 2559-2561 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 953.37 ล้านบาท 951.82 ล้านบาท และ 962.33 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 16.91 ล้านบาท 17.90 ล้านบาท และ 16.26 ล้านบาท ตามลำดับ งวด 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 456.06 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิจำนวน 8.19 ล้านบาท

นับเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกค้าส่งในท้องถิ่นอีกราย ที่พร้อมปักหลักต่อสู้เพื่อยืนหยัดในสมรภูมิค้าปลีกที่นับวันจะมีคู่แข่งเข้าไปชิงเค้กในพื้นที่มากขึ้นทุกวัน


https://www.thebangkokinsight.com/216887/


GFlying
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18
Joined: Mon May 18, 2020 9:06 am

Re: KK

Posts by GFlying » Fri Jul 31, 2020 9:34 pm

ราคา ipo จะออกเมื่อไหร่เหรอครับ


Post Reply