หน้า 1 จากทั้งหมด 2

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 8:51 pm
โดย damiano
ที่จริงผมไม่ค่อยอยากแตะเรื่องนี้เท่าไร แต่ไม่ทราบว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้มีนักลงทุนมาบ่นกับผมเรื่องขาดทุนหุ้นเป็นจำนวนมากจนผิดปกติ เลยอยากฝากมุมมองบางอย่างไว้ เผื่อว่าบางมุมอาจจะเป็นประโยชน์กับท่านนักลงทุนบ้างนะครับ

แต่ไหนแต่ไรมาเป็นที่รู้กันดีว่าตลาดหุ้นไทยมีขาใหญ่ที่เป็นขบวนการปั่นหุ้นสิงสถิตย์อยู่ คนกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบนักลงทุนทุกรูปแบบ ตั้งแต่สามารถบอกให้สื่อช่วยเขียนข่าวตามใจได้ มีช่องทางประจำสำหรับการปล่อยข่าวลือในห้องค้า และที่เด็ดสุดคือมีการจับมือกับผู้บริหารของหุ้นที่จะปั่นด้วย คือต่อให้เทรดหุ้นผิดพลาดเองก็ยังบอกให้บริษัทช่วยออกข่าว ออกวอแรนต์ เพิ่มทุน หรือตัดขาดทุนรายการพิเศษ เพื่อให้ตัวเองพลิกกลับมากำไรได้อีก นักลงทุนกลุ่มนี้จึงเล่มเกมที่ตัวเองมีข้อได้เปรียบนักลงทุนคนอื่นอย่างมากมาย

แต่ที่จริงผมกลับไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องนี้เท่าไร เพราะสมัยนี้ หุ้นที่ขบวนการพวกนี้ปั่นอยู่มักเป็นที่รู้และพูดถึงกันทั่วไปในตลาดหุ้น ถ้านักลงทุนอยากรู้ว่ามีตัวไหนบ้างก็มักหาคำตอบได้โดยง่าย รายย่อยที่เกรงกลัวภัยพวกนี้มักจะไม่เข้าไปยุ่งกับหุ้นพวกนี้กันอยู่แล้ว ส่วนรายย่อยอีกจำพวกหนึ่ง ที่หากได้ยินว่าขาใหญ่จะปั่นตัวไหนก็จะรีบเข้าไปเล่นด้วยทันที (ยิ่งมีเจ้า ข้ายิ่งชอบ) กลุ่มนี้ผมก็ไม่ห่วงเช่นกัน เพราะพวกนี้มักจะเข้าไปโดยรู้อยู่แล้วว่ามีอันตราย จึงมีการระวังตัวแจ พวกนี้ถ้าเจ็บตัวมา ผมไม่ค่อยรู้สึกว่าน่าสงสารมากเท่าไร เหมือนเวลาดูมวย เราไม่ได้สงสารนักมวยบนเวทีเวลาที่เขาโดนต่อยเพราะเรารู้ว่าเขาเลือกอาชีพของเขาเองและเขารู้ดีก่อนเลือกว่าการเป็นนักมวยจะต้องเจ็บตัว

แต่ยุคหลังๆ นี้ คนที่ขาดทุนมากๆ กลับไม่ใช่แบบที่ว่ามา แต่กลับเป็นคนที่ขาดทุนจากหุ้นที่เขาซื้อเพราะคิดว่าเป็นหุ้นพื้นฐาน คนขาดทุนหุ้นในลักษณะนี้เริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นแบบที่ผมรู้สึกสลดใจมากกว่าแบบดั่งเดิมมาก เพราะเป็นการขาดทุนที่มาจากความเข้าใจผิด ความหลงผิด หรือความไม่รู้ เป็นการขาดทุนที่มีต้นเหตุมาจากความศรัทธามากกว่าความโลภ คนที่มาปรับทุกข์กับผมคนหนึ่งบอกว่า เขาเพิ่งจะสิ้นเนื้อประดาตัวไปกับหุ้นตัวเดียวที่คิดว่าซื้อได้เต็มที่เพราะว่าเป็นหุ้นพื้นฐาน

ปกติแล้ว คนที่ซื้อหุ้นที่คิดว่าเป็นหุ้นปั่น มักจะซื้อแบบยั้งๆ เพราะตระหนักดีว่า มีอันตรายอะไรอยู่ แต่คนที่ซื้อหุ้นเพราะคิดว่าเป็นหุ้นพื้นฐานนั้น น่ากลัวกว่ามาก พวกเขาจะกล้าซื้อแบบทุ่มสุดตัว เพราะคิดว่ามีพื้นฐานรองรับอยู่ ถ้าซื้อแล้วลง ก็กล้าซื้อหนักขึ้นอีก เพราะเชื่อว่าหุ้นพื้นฐานดี ยิ่งตก ต้องยิ่งซื้อ ขนาดความเสียหายของคนที่ขาดทุนหุ้นพื้นฐานนั้นมักจะรุนแรงมากเป็นพิเศษ

อยากเตือนเพื่อนนักลงทุนทุกคนว่า ไม่มีหุ้นส่วนหนึ่งในตลาดหุ้นที่เรียกว่า หุ้นพื้นฐาน ซึ่งจะปลอดภัยจากภาวะฟองสบู่ หรือการสร้างราคาใดๆ หรอกครับ (จะมีก็แต่แนวการลงทุนแบบวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น) หุ้นทุกตัวในตลาดสามารถกลายเป็น หุ้นปั่น หรือเกิดภาวะฟองสบู่ได้ทั้งสิ้นถ้าหากมีคนสนใจหุ้นตัวนั้นมากๆ

เวลาหุ้นที่ไม่ได้มี ภาพลักษณ์ ว่าเป็นหุ้นพื้นฐานปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงในระยะเวลาอันสั้น เรามักอธิบายกันว่าเป็นเพราะมีคน ปั่น อยู่ แต่ถ้าหากเป็นหุ้นที่คนดังในเว็บหุ้นแนว พื้นฐาน เชียร์ ปรับตัวขึ้นแบบเดียวกันบ้าง เรามักอธิบายกันว่า เป็นการขึ้นเพราะ พื้นฐาน ที่ดี แต่ที่จริงแล้วผมอยากจะโต้แย้งว่าหุ้นที่ขึ้นได้มากๆ หลังจากที่มีการเชียร์กันตามเว็บหุ้นพื้นฐานนั้น ไม่ได้ขึ้นได้เพราะพื้นฐานแต่ขึ้นได้เพราะเกิดภาวะ แห่ตามกัน ของนักลงทุน แบบเดียวกับเวลาที่หุ้นเก็งกำไรปรับตัวขึ้นได้แรงเลยครับ  

เหตุผลหนึ่งที่ชอบอ้างกันก็คือว่าขึ้นได้เพราะเป็นหุ้นที่ยังมีพีอีเรโชที่ต่ำมาก แต่ผมอยากจะแย้งว่า หุ้นที่มีพีอีที่ต่ำมากนั้น มีอยู่อย่างดาษดื่นตลอดเวลาในตลาดหุ้นไทย และกี่ปีกี่ปี พวกมันก็ยังมีพีอีต่ำมากอยู่อย่างนั้น ไม่เห็นว่าจะขึ้น การที่หุ้นมีพีอีต่ำมากจึงไม่ใช่เหตุผลที่หุ้นจะต้องขึ้น บ่อยครั้งที่หุ้นบางตัวมีพีอีที่ต่ำมากเป็นเพราะพวกมันมีอะไรบางอย่างที่ไม่ดีอยู่ เช่น เป็นธุรกิจที่กำไรค่อนข้างเปราะบาง อุตสาหกรรมที่เป็นวัฏจักรผันผวนสูง หรืออาจเกิดจากสถานะทางการเงินที่อ่อนแอ ต่างหาก การที่พวกมันมีพีอีต่ำมาก จึงเป็นพีอีต่ำที่มีเหตุผลของมันอยู่ แต่การที่หุ้นพีอีต่ำมากขึ้นได้หลังจากที่เซียนเชียร์นั้นเป็นเพราะว่าเกิดภาวะที่นักลงทุนแห่ซื้อตามเซียนต่างหาก หุ้นพวกนี้พอมีข่าวร้ายเกิดขึ้นเมื่อไร บารมีของเซียนเอาไม่อยู่ พีอีก็จะตกกลับลงมาต่ำเหมือนเดิมใหม่ แต่ราคาหุ้นจะต่ำยิ่งกว่าเดิม เพราะว่าข่าวร้ายทำให้ E ลดลงด้วย นักลงทุนที่แห่ซื้อตามเซียนไป ก็มักจะขาดทุนเสียหายกันเป็นจำนวนมาก เพราะต้นทุนสูงกว่าเซียนมาก

ฟองสบู่ในหุ้นพื้นฐานบางทีก็ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเรื่องพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นเอง แต่เกิดจากการศรัทธาในตัวบุคคลของผู้ที่เชียร์หุ้นตัวนั้นมากกว่า ชื่อของเซียนบางคนเป็นแบรนด์ที่ทรงพลัง แค่ข่าวรั่วออกไปว่าเข้าไปถือหุ้นตัวไหน คนจำนวนมหาศาลก็พร้อมที่จะซื้อหุ้นตัวนั้นตามทันทีโดยไม่ต้องถามเหตุผล เพราะเลื่อมใสในเซียนผู้นั้นมาก แบบว่าถ้าเซียนคนนี้คิดว่าดี ยังไงก็ต้องดีแน่ๆ ไม่มีทางพลาด เก่งออกขนาดนั้น ชื่อนี้การันตี ตกลงว่าพื้นฐานดีจริงหรือเปล่ายังไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปก่อนแล้วแน่นอนเพราะเกิดจากแรงซื้อของสาวกนั่นแหละ

ถ้าใครชอบไปตามดูของเก่าจะพบว่า หุ้นหลายตัวที่ราคาเคยทะยานได้อย่างมากมายช่วงหนึ่งในอดีต เพราะมีเซียนคนนั้นคนนี้ออกมาบอกว่า จะได้โปรเจ็คใหญ่ ทำให้กำไรก้าวกระโดดเท่านั้นเท่านี้ แต่สุดท้ายแล้ว ผลประกอบการกลับไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยนั้น มีอยู่เยอะมาก ที่กลับตาลปัตร กลายเป็นขาดทุนแถมยังเจอเพิ่มทุนอีกมหาศาลก็มีไม่ใช่น้อยๆ เลย ถ้าลองทำตัวเป็นนักสืบย้อนรอยตามไปเก็บผลงานเก่าๆ ดูจะตกกะใจว่า ที่จริงแล้ว ความถี่ที่เซียนคิดถูกนั้นน้อยพอๆ กับคนธรรมดาเลยทีเดียว แต่ก่อนที่ผลสอบจะออกมา ราคาหุ้นก็มักปรับตัวขึ้นไปได้อย่างมากมายแล้ว นั่นก็เพราะแรงศรัทธาในตัวเซียนล้วนๆ

ผมไม่ได้เป็นห่วงทุกคนที่ซื้อหุ้นตามเซียนหุ้นพื้นฐานหรือหุ้นที่กำลังเชียร์ๆ กันในเว็บหุ้นพื้นฐานหรอกครับ ที่จริงแล้วมีนักเก็งกำไรจำนวนมากที่ได้กำไรไปอย่างมากมายจากการฉกฉวยโอกาสกับหุ้นเหล่านี้ เพราะคนที่เข้าใจว่า หุ้นพื้นฐานเหล่านี้ขึ้นมาแรงเพราะเกิดสภาวะแห่ตามกันเท่านั้นเอง ส่วนของจริงจะดีอย่างที่เชียร์กันหรือไม่ยังไม่มีใครรู้ ไม่น่าห่วงหรอกครับ หรือคนที่เห็นด้วยกับเหตุผลด้านพื้นฐาน แต่ก็เข้าใจด้วยว่า ราคาที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เกิดจากการแห่ตามกันของนักลงทุนไปก่อนเท่านั้น ก็ไม่น่าเป็นห่วงเช่นกัน แต่คนที่หลงผิดคิดว่าหุ้นปรับตัวขึ้นมาแรงได้เป็นเพราะว่าพื้นฐานมันดีจริงแล้วนั้น เป็นพวกที่ผมห่วงที่สุด เพราะผมพบว่า คนที่เจ็บตัวจากหุ้นพื้นฐานแล้วมาปรับทุกข์ให้ผมฟังนั้นล้วนเป็นคนที่คิดแบบนี้กันทั้งนั้น
http://dekisugi.net/archives/7638

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 9:28 pm
โดย ^^
เห็นด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

ความศรัทธาในคน ยึดมั่นในแบรนด์ ไม่ดีเอาเสียเลย

เมื่อเทรน Lifestyle การใช้ชีวิตเปลี่ยน ปัจจัยเปลี่ยน
เราก็ไม่ควรยึดติด

หากต่อไปน้ำท่วมค่อนโลก รถยนต์ก็คงไม่ต้องใช้

ฉะนั้นคำว่าธุรกิจนี้ ยังไงก็ไม่เจ๊งแน่นอน คงใช้ไม่ได้

"เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป"

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 9:55 pm
โดย คนอุดร
ถูกต้องที่สุดครับ :)

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 10:07 pm
โดย akekarat
พวกเขาจะกล้าซื้อแบบทุ่มสุดตัว เพราะคิดว่ามีพื้นฐานรองรับอยู่ ถ้าซื้อแล้วลง ก็กล้าซื้อหนักขึ้นอีก เพราะเชื่อว่าหุ้นพื้นฐานดี ยิ่งตก ต้องยิ่งซื้อ ขนาดความเสียหายของคนที่ขาดทุนหุ้นพื้นฐานนั้นมักจะรุนแรงมากเป็นพิเศษ
ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ
ผมอ่านทั้งบทความของคุณ ไม่มีตรงไหนเลย ที่บอกว่า "หุ้นพื้นฐาน" ที่ว่า ได้มาจากการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน
การที่ "เชื่อ" โดยใช้อารมณ์และขาดเหตุผลรองรับ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการดันทุรัง
"หุ้นพื้นฐาน" มันไม่มี อันนั้นผมเห็นด้วยครับ เช่นเดียวกับ "หุ้น VI" มันก็ไม่มีเช่นกัน
การที่จะเลือกลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่ง นักลงทุนควรจะศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงให้ทันตามสภาวะเศรษฐกิจ
การที่ขาดทุนเพราะ "เชื่อ" ว่าถือหุ้นพื้นฐานแล้วจะดี ...
มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขอหวยขอพรนั่นแหละครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 10:32 pm
โดย Paul VI
akekarat เขียน: ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ
ผมอ่านทั้งบทความของคุณ ไม่มีตรงไหนเลย ที่บอกว่า "หุ้นพื้นฐาน" ที่ว่า ได้มาจากการวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน
การที่ "เชื่อ" โดยใช้อารมณ์และขาดเหตุผลรองรับ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการดันทุรัง
"หุ้นพื้นฐาน" มันไม่มี อันนั้นผมเห็นด้วยครับ เช่นเดียวกับ "หุ้น VI" มันก็ไม่มีเช่นกัน
การที่จะเลือกลงทุนในกิจการใดกิจการหนึ่ง นักลงทุนควรจะศึกษาและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงให้ทันตามสภาวะเศรษฐกิจ
การที่ขาดทุนเพราะ "เชื่อ" ว่าถือหุ้นพื้นฐานแล้วจะดี ...
มันก็ไม่ต่างอะไรกับการขอหวยขอพรนั่นแหละครับ
+1

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 10:35 pm
โดย reiter
Paul VI เขียน: +1
:cool:  :cool:

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 10:56 pm
โดย canuseeme
Paul VI เขียน: +1
+2

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:20 pm
โดย chatchai
อ่านบทความของคุณสุมาอี้แล้ว  ก็รู้สึกได้ถึง  ความรัก  ความห่วงใย  ที่คุณสุมาอี้มีต่อนักลงทุนมือใหม่ทั้งหลาย  และเวบ ThaiVi ด้วย

ขอบคุณนะครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:21 pm
โดย กล้วยไม้ขาว
+1 ด้วยคนครับ พี่หมอ

หุ้นพื้นฐานนั้นไม่มี มีแต่การลงทุนแบบวิเคราะำห์พื้นฐาน
หุ้นคุณค่าก็ไม่มี มีแต่การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

ปัญหามันอยู่ตรงนั้นจริงๆ ครับ

อยากเป็นนักลงทุนแบบเน้นคุณค่า
แต่กลับมองข้ามพื้นฐานของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า

VI คืออะไร ผมว่าบางคนยังตอบไม่ได้เลยมั้งครับ

ปล. VI ไม่ใช่การซื้อหุ้นแล้วได้กำไรเยอะๆ คือ VI นะครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:28 pm
โดย Paul VI
[quote="chatchai"]อ่านบทความของคุณสุมาอี้แล้ว

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:32 pm
โดย chatchai
ปัญหาซื้อตามเซียนนั้น

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:37 pm
โดย damiano
[quote="chatchai"]อ่านบทความของคุณสุมาอี้แล้ว

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:40 pm
โดย Alastor
Paul VI เขียน: ผมคนนึงล่ะ ที่รู้สึกว่า นายตลาด จะอารมณ์บูดหนักๆซักวัน ช่วงใกล้ๆนี้
ผมก็รู้สึกแบบนั้น ช่วงนี้ทำกำไรได้ง่ายเหลือเกิน แค่ตามกลิ่นความโลภก็หาเงินได้แล้ว ผมว่ามันง่ายจนน่ากลัว โชคดีที่ผมเริ่มลงทุนในปีที่ตลาดแย่เลยไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่งเทพจนไม่ต้องระมัดระวังอะไร
ยังไงก็มีสติกันให้ดีครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:40 pm
โดย เด็กเลี้ยงไม้
:bow: ขอบคุณพี่ๆทุกท่านครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:49 pm
โดย akekarat
[quote="damiano"][quote="chatchai"]อ่านบทความของคุณสุมาอี้แล้ว

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:52 pm
โดย tawitin9
canuseeme เขียน: +2
+100 ไปเลย !  ขอบคุณมากครับ  :D

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: ศุกร์ ก.ค. 23, 2010 11:54 pm
โดย กล้วยไม้ขาว
ผมเชื่อนะครับว่าทุกคนประสบความสำเร็จได้
แต่หลายๆ คนอยากประสบความสำเร็จโดยไม่ทำอะไร

ผมเห็นใจคนเหล่านั้นที่ล้มเหลว บาดเจ็บ ล้มลง
ผมก็เคยล้มเคยเจ็บมาก่อนผมเข้าใจดี

แต่ผมอยากให้เขาลองนึกดูให้ดีครับ
เขาล้มเหลวเพราะตัวเขาเองหรือเพราะคนอื่น

เขารู้ความผิดพลาดของตัวเองแล้วปรับปรุงหรือเอาแต่โทษคนอื่น

คุณกำลังปฎิเสธสิ่งที่ได้อ่านอยู่นี้รึเปล่า

คุณพึ่งพาตัวเองได้หรือยัง

ยังต้องให้คนอื่นเอาอาหารมาป้อนใส่ปากอยู่หรือป่าว


คนที่ทำแต่สิ่งเดิมๆ อย่าหวังว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปได้
คนเราจะเปลี่ยนชีวิตได้ต้องเปลี่ยนข้างในตัวเองให้ได้ก่อนนะครับ

เก็บความผิดพลาดไว้เป็นประสบการณ์ รับ ผิด-ชอบ ตัวเอง
ชีวิตของคุณเอง คุณไม่รับผิดชอบ แล้วจะให้ใครรับผิดชอบชีวิตคุณล่ะครับ

บางทีผมก็คิดว่าโลกมันโหดร้ายอย่างนี้แหละ


ปล.ผมว่าเว็บนี้ก็มีแต่คนเตือนซะส่วนใหญ่นะว่า อย่าซื้อตามโดยไม่วิเคราะห์
แต่อย่างว่าหล่ะ เวลาคนเราโลภมันก็มักไม่คิดถึงทางเสีย คิดจะเอาแต่ทางได้

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 12:59 am
โดย เกล้า
พี่ฉัตรชัยครับผมชอบนะครับการ post แบบสวนกระแสอย่างมีเหตุผลเพราะจะทำให้คนหยุดคิดได้ว่าของทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน..พื้นฐานทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นและเลวลงได้เสมอ..ทุกวันนี้ก็หาคนที่เสียสละจริงๆได้น้อยอยู่แล้ว..ทำแล้วได้บุญมากมาย..ผมว่าไม่ได้มีแค่ผมยังมีเพื่อนพี่น้องท่านอื่นที่เค้าสนับสนุน

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 9:10 am
โดย Chilli
ขอบคุณคับพี่สำหรับบทความดีๆอย่างนี้
หาได้ไม่บ่อยจิงๆเดียวนี้

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 10:09 am
โดย jo7393
แต่คนที่หลงผิดคิดว่าหุ้นปรับตัวขึ้นมาแรงได้เป็นเพราะว่าพื้นฐานมันดีจริงแล้วนั้น เป็นพวกที่ผมห่วงที่สุด เพราะผมพบว่า คนที่เจ็บตัวจากหุ้นพื้นฐานแล้วมาปรับทุกข์ให้ผมฟังนั้นล้วนเป็นคนที่คิดแบบนี้กันทั้งนั้น
หาก หลงผิดคิดว่า   คงต้องย้อนมาดูตัวเองแล้วครับ ว่าทำไมจึง "หลงผิดคิดว่า"
แสดงว่าเรายังไม่เข้าใจธุรกิจที่จะซื้อมากพอ ใช่ไหม หรือข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมามาจาก "ฟังเขาเล่ามาว่า" โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือเปล่า หากเฃ้าใจธุรกิจที่จะซื้ออย่างแท้จริง วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ประเมิณมูลค่าด้วยตัวเอง  ไม่ควรที่จะหลงผิดคิดว่า  ได้นะครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 10:28 am
โดย jo7393
ฟองสบู่ในหุ้นพื้นฐานบางทีก็ไม่ได้เกิดจากเหตุผลเรื่องพื้นฐานของหุ้นตัวนั้นเอง แต่เกิดจากการศรัทธาในตัวบุคคลของผู้ที่เชียร์หุ้นตัวนั้นมากกว่า ชื่อของเซียนบางคนเป็นแบรนด์ที่ทรงพลัง แค่ข่าวรั่วออกไปว่าเข้าไปถือหุ้นตัวไหน คนจำนวนมหาศาลก็พร้อมที่จะซื้อหุ้นตัวนั้นตามทันทีโดยไม่ต้องถามเหตุผล
มาคิดอีกมุมนะครับ เวลาซื้อตามเซียนมีกำไรยิ้มแป้น ขาดทุนมาด่าเซียนอีก
โดยที่ไม่ได้มองตัวเองเลยว่าได้วิเคราะ์หุ้นตัวนั้นมากน้อยแค่ไหน เป็นอย่างนี้แล้วจะโทษใครได้
มาดูมุมของเซียนบ้าง บางครั้งบางคนไม่ค่อยอยากจะบอกว่าเขาถือตัวไหน พอเขาไม่บอกก็คะยั้นคะยอให้บอก   และ หากเขาบอก ก่อนซื้อตามก็ควรวิคราะห์ด้วยตัวเอง ก่อนเห็นจริงตามเขาไหม
ราคาซื้อได้ไหมแพงขึ้นมาขนาดไหนแล้วมี MOS เหลือมากแค่ไหน
แต่เปล่าเลย คนที่ขาดทุนเพราะซื้อตามเซียน แล้วบอกว่าซื้อหุ้นพื้นฐานด พอถามว่าหุ้นที่ซื้อพื้นฐานดีอย่างไรถามลึกๆ กลับตอบไม่ได้    จริงๆแล้วเขาก็แค่นักเก็งกำไรคนนึงเท่านั้นเอง ที่พยายามทำตัวให้เหมือน คนเล่นหุ้นพื้นฐาน  ไม่คิดจะทำงานรอคนป้อนข้าวให้ พอขาดทุนก็โทษคนอื่น ไม่หันมาดูตัวเอง ไม่พยายามเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง บางครั้งเพียงอ่าน 56-1 ยังบอกว่าเสียเวลาเลย มาคิดดูจริงๆแล้วคนพวกนี้ไม่น่าสงสารเท่าไรครับ
อาจแรงไปหน่อย แต่เป็นความเป้นส่วนตัวนะครับ

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 10:32 am
โดย dome@perth
[quote="chatchai"]อ่านบทความของคุณสุมาอี้แล้ว

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:03 am
โดย ccc111
เวลาและประสบการณ์จะทำให้เราเรียนรู้

คนที่ไม่รู้จักเรียนรู้ คำสอนหรือคำตักเตือนใดๆ ก็ไม่มีประโยชน์

ธรรมชาติของตลาด มีคนกำไรย่อมมีคนขาดทุน

ใครล่ะอยากเป็นคนขาดทุน

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:30 am
โดย unnop.t
ความรู้สึกคล้าย ๆกับตอนก่อนฟองสบู่แตก

คนส่วนใหญ่ ....คิดว่าสามารถรวยได้ง่าย ๆจากหุ้น ซื้อตัวไหนก็กำไร

คนส่วนใหญ่ ....มองอนาคตสดใส ข่าวดีท่วมตลาด

คนส่วนใหญ่ .....มั่นใจเกิน 100% กระทิงมาแน่

คนส่วนใหญ่ ..... ฟังคำเตือนเป็นลมผ่านหู

และก็เป็นคนส่วนใหญ่ .....ที่จะเจ็บตัว เมื่อตลาดเกิด correction ครั้งใหญ่

และแล้วก็จะมี Season Change อีกครั้ง ......

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:34 am
โดย ดำ
ที่ผ่านมาแนว VI ยังไม่เป็นกระแสนิยม พูดถึงหุ้นรายตัว ราคาก็ไม่ได้ขยับขึ้น ปริมาณซื้อขายกระฉูดเหมือนปัจจุบันนี้

ช่วงหลังเมื่อมีกระทู้เซียนเกิดขึ้น กระแสนิยมเว็บก็มากขึ้น แสดงถึงมีความนิยม มีปริมาณเงินพร้อมจะเข้าซื้อหุ้นมากขึ้น ซึ่งชักนำจ้าวทั้งหลายเข้ามาทำราคา อาศัย story ที่เซียนโพสต์ ( เซียนเชียร์ตัวไหน จ้าวก็เข้าทรงตัวนั้น เหล่าผู้ศรัทธาก็เห็นเป็นอิทธิฤทธิ์ของเซียน แต่จริงๆ เกิดจากจ้าว)

ถ้าทำใจเป็นกลางแล้วดูปริมาณซื้อขายที่เปลี่ยนจากเดิม ใครดูก็น่าจะดูออกนะ


คติจ้าว : ที่ไหนที่รายย่อยพร้อมซื้อ ที่นั่นมีเรา

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:44 am
โดย VSนักลงทุนอริยะ
ขอร่วมวงความคิดด้วยนะครับ

บางคนอยากเป็นหมอ แต่บางคนอยากเป็นนักบิน บางคนชอบสีเขียว แต่บางชอบสีม่วง
ในดำมีขาวอยู่น้อยมาก และในขาวก็มีดำอยู่น้อยเช่นกัน
บางคนว่า จิ้นซี คือ ทรราช แต่บางคนว่าคือ มหาราช

มุมมองในเรื่องเดียวกัน มองแตกต่างกัน
ใครมองเหมือนเราจึงถูก (ใจ) ต่างจากเราจึงถูก (ดูถูก)

แต่คนนั้น ๆ ก็เปลี่ยนมุมมองในเรื่องเดียวกันได้ เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป
ถ้าคนนั้นเปลี่ยนไปตามใคร ใครนั้นก็จะถูก(ใจและต้อง) ทั้งหมด และในทุกเรื่อง

และถ้าวันหนึ่งคนนั้น ๆ ก็เปลี่ยนไปอีกในมุมมองเรื่องเดียวกันกับอีกใครคนใหม่คนหนึ่ง ใครคนเก่านั้นก็จะดูไม่น่านับถือและต้อยต่ำกว่าตนเอง (ที่พัฒนาแล้วไปอีกขั้น) อีกต่อไป

ไม่มีใครสามารถตัดสินใครได้
เพราะตนเองยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเลย
ซึ่งเป็นกฏธรรมชาติอยู่แล้ว

การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เรียนรู้จากความผิดพลาด และ เรียนรู้จากความสำเร็จ พร้อมเรียนรู้จากความไม่ผิดพลาดและไม่สำเร็จ

จงอย่าล้มเหลวในความล้มเหลว จงสำเร็จในความล้มเหลว และอย่อหยิ่งยโสและยึดติดในความสำเร็จ

เวลาจะมีประโยชน์อย่างมหาศาลกับคนที่เรียนรู้ความแตกต่าง เพราะสิ่งนี้คือความสวยงามของธรรมชาติ
ระยะจึงเป็นเพื่อนกับผู้เรียนรู้ แต่เป็นศัตรูกับผู้ไม่เรียนรู้

ผิดพลาดเถอะครับ เป็นเรื่องที่ดี ถ้ามี 2 ปัจจัย
1. ตราบใดก็ตามที่เราได้เรียนรู้แก่นของมันจริง ๆ
2. ถ้าเรายังมีเวลาอยู่

เพราะต่อไป โลกจะแบ่งคนเป็น 2 กลุ่มคือ
ผู้เรียนรู้และผู้ไม่เรียนรู้

และภายในโลกของผู้เรียนรู้ จะสำเร็จในโลกตนเองได้อย่างแตกต่างเหนือผู้เรียนรู้คนอื่น  ถ้า เค้ารู้จัก 2 ประการครับ
"เลียนรู้และเรียนรู้"

:lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:  :lol:
www.ceoken.com :welcome:

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:48 am
โดย marble
นานแล้วที่ไม่มีกระทู้ดี ๆ แบบนี้ให้อ่าน

ขอบคุณมาก ๆ ครับ :bow:

บางทีตั้งใจจับปลากระพง แต่ดันได้ปลากระดี่ ก็มีบ่อย :D

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 11:56 am
โดย ccc111
[quote="kensorat"]ขอร่วมวงความคิดด้วยนะครับ

บางคนอยากเป็นหมอ แต่บางคนอยากเป็นนักบิน บางคนชอบสีเขียว แต่บางชอบสีม่วง
ในดำมีขาวอยู่น้อยมาก และในขาวก็มีดำอยู่น้อยเช่นกัน
บางคนว่า จิ้นซี คือ ทรราช แต่บางคนว่าคือ มหาราช

มุมมองในเรื่องเดียวกัน มองแตกต่างกัน
ใครมองเหมือนเราจึงถูก (ใจ) ต่างจากเราจึงถูก (ดูถูก)

แต่คนนั้น ๆ ก็เปลี่ยนมุมมองในเรื่องเดียวกันได้ เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป
ถ้าคนนั้นเปลี่ยนไปตามใคร ใครนั้นก็จะถูก(ใจและต้อง) ทั้งหมด และในทุกเรื่อง

และถ้าวันหนึ่งคนนั้น ๆ ก็เปลี่ยนไปอีกในมุมมองเรื่องเดียวกันกับอีกใครคนใหม่คนหนึ่ง ใครคนเก่านั้นก็จะดูไม่น่านับถือและต้อยต่ำกว่าตนเอง (ที่พัฒนาแล้วไปอีกขั้น) อีกต่อไป

ไม่มีใครสามารถตัดสินใครได้
เพราะตนเองยังเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาเลย
ซึ่งเป็นกฏธรรมชาติอยู่แล้ว

การเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เรียนรู้จากความผิดพลาด และ เรียนรู้จากความสำเร็จ พร้อมเรียนรู้จากความไม่ผิดพลาดและไม่สำเร็จ

จงอย่าล้มเหลวในความล้มเหลว จงสำเร็จในความล้มเหลว และอย่อหยิ่งยโสและยึดติดในความสำเร็จ

เวลาจะมีประโยชน์อย่างมหาศาลกับคนที่เรียนรู้ความแตกต่าง เพราะสิ่งนี้คือความสวยงามของธรรมชาติ
ระยะจึงเป็นเพื่อนกับผู้เรียนรู้ แต่เป็นศัตรูกับผู้ไม่เรียนรู้

ผิดพลาดเถอะครับ เป็นเรื่องที่ดี ถ้ามี 2 ปัจจัย
1. ตราบใดก็ตามที่เราได้เรียนรู้แก่นของมันจริง ๆ
2. ถ้าเรายังมีเวลาอยู่

เพราะต่อไป โลกจะแบ่งคนเป็น 2 กลุ่มคือ
ผู้เรียนรู้และผู้ไม่เรียนรู้

และภายในโลกของผู้เรียนรู้ จะสำเร็จในโลกตนเองได้อย่างแตกต่างเหนือผู้เรียนรู้คนอื่น

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 12:20 pm
โดย ละอ่อนกาด
หุ้นพื้นฐานนั้นไม่มี มีแต่การลงทุนแบบวิเคราะำห์พื้นฐาน
หุ้นคุณค่าก็ไม่มี มีแต่การลงทุนแบบเน้นคุณค่า

สุดยอดครับ กระบี่ไม่ได้อยู่ในมือ แต่อยู่ในใจ จริง ๆ  :cool:

หุ้นพื้นฐาน

โพสต์แล้ว: เสาร์ ก.ค. 24, 2010 12:44 pm
โดย ดำ
ว่าแต่น่าแปลกที่มีคนบ่นว่าขาดทุนช่วงนี้ ทั้งที่ดัชนีทำนิวไฮ

รอบตัวผมได้ยินแต่คนบอกกำไรตัวนั้นตัวนี้เต็มไปหมด