หน้า 7 จากทั้งหมด 89

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: เสาร์ มิ.ย. 21, 2008 11:33 pm
โดย สวนหย่อม
ขอบคุณมากครับพี่   :8)
แล้วหยั่งพี่นี้สนใจหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรบ้างไหมครับ
(จริงๆ พี่ก็ต้องดูไว้เยอะอยู่แล้ว เพราะพี่ตามหุ้นอยู่ 200 กว่าตัวนี่นา  :lol: )
ได้ยินหลายๆ คนบอกว่าปีที่แล้วเป็นปีทองของปิโตร หลายๆบริษัททำกำไร
ได้เป็นกอบเป็นกำ

เรามีวิธีสังเกตุวัฎจักรขาขึ้นของปิโตรยังไงบ้างไหมครับ แล้วปีนี้พี่คิดว่าเป็นไงครับ  :oops:

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 23, 2008 12:03 am
โดย inovation
อ่านจบแล้ว ได้ความรู้มากมายเลยครับ ^^

จะคอยติดตาม รับความรู้จากพี่ ๆ นะครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 3:40 pm
โดย ลูกอิสาน
[quote="สวนหย่อม"]ขอบคุณมากครับพี่

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 4:01 pm
โดย ลูกอิสาน
[quote="tanapol"]สวัสดีครับพี่ลูกอีสาน....

ช่วงนี้หุ้นตกระเนระนาดเลย....แต่ผมก็คิดเหมือนพี่น่ะครับ....โอกาสดีๆก็มีอยู่ขอเรียนถามพี่นะครับ...
ผมใช้กลยุทธ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 4:36 pm
โดย tanapol
ขอบคุณมากนะครับ...

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 6:57 pm
โดย romee
เท่าที่อ่านเนี่ยะ พี่จะเหมือนแนว ปีเตอร์ ลินซ์จริงๆละครับ  :lol:

ถือไว้เยอะ ถ้าเด้งเดียวก็กำไรยกพอร์ตแล้ว

ผมถามพี่หน่อยสิครับ ปกติถ้าพี่ได้งบการเงิน บริษัทที่สนใจแล้วเนี่ยะ  พี่ดูอะไรเป็นลำดับต้นๆครับ นอกจาก 56-1 กะ 56-2 อ่ะนะครับ

พวกงบดุล งบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสดพวกนี้นะครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 9:53 pm
โดย ลูกอิสาน
[quote="romee"]ผมถามพี่หน่อยสิครับ ปกติถ้าพี่ได้งบการเงิน บริษัทที่สนใจแล้วเนี่ยะ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 10:05 pm
โดย ลูกอิสาน
hongvalue เขียน:หุ้น cwt เจ้าของซื้อเยอะเหลือเกินนนนนนน่าจะเกือบ 10 ล้านหุ้นแถมซื้อแพงกว่าราคาตลาดเยอะด้วย

พี่โจคิดว่าไงครับ ผมดูแล้วเอ น่าสนไหม เผื่อเจอเพชรในตม
วันนี้ให้ข่าวทำนองว่าซื้อหุ้นเพิ่มเพราะกำลังดีลงานกับลูกค้าต่างชาติ ถ้าถือหุ้นไม่มากจะไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือเลยต้องซื้อเพิ่มครับ ก็ถือว่าเป็นเหตุผลแปลกๆที่เพิ่งเคยได้ยินนี่ละครับ ถ้าจะซื้อเพราะเกร็งแบบแทงม้าแทงหวย จำนวนเงินเล็กๆน้อยๆก็คงไม่มีปัญหา แต่หากจะลงทุนแบบพื้นฐานน้องฮงคงรู้ดีว่าน่าซื้อหรือเปล่า  อ้อถ้าจำไม่ผิดผู้บริหารเคยโดนคดีความกล่าวหาจาก กลต.เรื่องปั้นหุ้นด้วยนะครับ :lol:   แต่ถ้าสนใจมีหุ้นอีกตัวเป็นคู่แข่ง ihl ตัวนี้งบดีกว่ามากครับ มีกำไรดี เสียอย่างเดียวที่จำได้คือ pe ลอยสูงกว่าพื้นฐานมาก เหมือนมีคนจงใจดันราคาไม่ให้ลง เคยได้ยินอีกว่าเซียนหุ้นชื่อคล้ายๆถ่านไฟฉาย ถือหุ้นอยู่ด้วย ไม่รู้เพราะเหตุผลนี้หรือเปล่า

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 10:46 pm
โดย ลูกอิสาน
lina5599 เขียน:ขอถามพี่โจคะว่า
1.CPF ที่ราคาประมาณ 4.1 นี้เท่าอ่านดูจากบทวิเคาระห์ต่างๆ และดูจากงบฯ น่าจะเป็นราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงของกิจการแล้วหรือยังคะ ขอShare ความเห็นของพี่คะขอบคุณมากคะ
โทษทีครับตอบช้าไปไม่นิดเลย :oops:
ตัว CPF เป็นหุ้นตัวนึงในตลาดที่คาดผลประกอบการได้ยากมาก เพราะปัจจัยตัวแปรเยอะ มีทั้งธุรกิจในประเทศ-ต่างประเทศ ทั้งส่งออก-น้ำเข้า มีทั้งอาหารสัตว์-เลี้ยงสัตว์ มีทั้งสัตว์บก-สัตว์น้ำ สัตว์บกและน้ำยังแบ่งเป็นหลายชนิด ราคาขายผลิตภัณฑ์และต้นทุนวัตถุดิบก็แปรปรวนมาก สรุปว่าตัวนี้เป็นฝันร้ายของนักวิเคราะห์เลยครับ

ถ้าถามผมว่าควรซื้อลงทุนหรือเปล่า ตัวแปรที่ผมคิดว่าสำคัญมากคือจังหวะ เนื่องจากธุรกิจเป็นวัฤจักรมากๆ เวลาที่ดีที่จะซื้อคือตอนที่ราคาสัตว์ตกต่ำนานๆ(ราคาหุ้นด้วย) ผู้เลี้ยงหมู-ไก่รายย่อยเลิกกิจการ บริษัทใหญ่ต้องทำลายลูกไก่ พ่อแม่ไก่ทิ้ง ถือแล้วรอสัก 1-2 ปี น่าจะทำกำไรได้ครับ และเนื่องจากมีธุรกิจหลายด้าน หลายประเทศ โดยรวมๆก็พอจะชดเชย หักล้างกันได้บ้างไม่ถึงกับขาดทุนครับ

2.พี่โจมีหุ้นธนาคารในพอร์ตบ้างหรือเปล่าคะ เท่าที่ดูหนูคิดว่า หุ้น SCB น่าจะเป็นหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรดีว่า BBL กับ Kbank ในมุมมองของพี่โจเห็นว่าเป็นอย่างไรบ้างคะ
ผมไม่ถือหุ้นธนาคารเลยครับ อย่างที่ vi พูดเสมอคือเดากำไรได้ยากเย็น แถมคุณค่าก็น้อย ถ้าซื้อขายเป็นรอบๆตามดัชนีตลาดก็คงพอไหว แต่ผมเห็นด้วยครับว่าถ้ามองพื้นฐาน ไม่สนใจราคา ผมชอบ scb มากที่สุดเคยพูดบ่อยๆเหตุผลประมาณว่าผู้บริหารเก่ง มองกาลไกล ใช้กลยุทธ์ถูกต้อง และมีหัวคิดทางด้านการตลาดมากกว่าธนาคารอื่นๆครับ ผมมองง่ายๆว่าธนาคารใดที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมมากที่สุด น่าสนใจที่สุด เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมมีต้นทุนต่ำและมีความยั่งยืนกว่ารายได้จากการปล่อยสินเชื่อครับ :o

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร มิ.ย. 24, 2008 10:52 pm
โดย ลูกอิสาน
kmphol เขียน: ถ้าพี่ลูกอีสานถือหุ้น ก ซึ่งราคายังเหลือ upside อีก 10% แล้วไปเจอหุ้น ข ที่ราคามี upside 30% พี่จะขายหุ้น ก แล้วไปซื้อหุ้น ข ไหมครับ แล้วถ้าขายหุ้น ก พี่จะขายทีเดียวหมด แล้วซื้อหุ้น ข ทีเดียวหมด หรือค่อยค่อยเฉลี่ยซื้อขายครับ แล้วถ้าไม่ขาย ก เพราะราคายังไม่ถึงเป้าหมาย(upside อีก 10%)แล้ว ก ดันลงมาแกว่งเล่นเป็น 10% อีกหลายรอบ หลายนาน แต่พี่เชื่อมั่นว่าราคาเป้าหมาย ก ของพี่เป็นราคาที่มีเหตุผลซึ่งสักวันมันต้องถึงแน่แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ ต้องรออีกกี่นาน ต้องแกว่งอีกกี่รอบ พี่มีวิธีจัดการกับเรื่องแบบนี้อย่างไรครับ
ถ้าผมมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าหุ้น ข มีอัพไซด์มากกว่าหุ้น ก 20% ผมถือว่าคุ้มที่จะเปลี่ยนนะครับ ต้นทุน swiching cost แค่ 0.428% เอง แต่ได้ผลตอบแทนถึง 20% :lol:   และถ้าหุ้นมีสภาพคล่องให้ซื้อ-ขายได้ ผมคงซื้อ-ขายครั้งเดียวปิดความเสี่ยงไปเลยครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 9:47 am
โดย crazyrisk
ขอเรียนถามพี่โจด้วยคน

พี่โจ คงยิ้ม ปริ แน่ๆ คับ กับตลาดแบบนี้

แต่ผมกลับมึนงง เป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่รู้จะซื้ออะไรดี
ตัวเดิม ก็ไม่ได้ขาย ตัวใหม่ก็หมดมุข

บางทีนายตลาด ก็ลดของถูกมาให้เลือก

แต่  พอกลับมาคิดว่า  เออ  มันก็สมควรกับการที่น้ำมันราคาแพงแบบนี้ น่าจะทำให้ต้นทุนการดำเินินงานของ บริษัทนั้นๆ สูงขึ้น ก็น่าจะเป็นหลักที่เหมาะสมแล้ว

ตอนแรก หุ้นแดงๆ ผมเครียดอยู่สักพัก เพราะ ว่าม๊อบ

พอกลับมานอนก่ายหน้าผากคิดแล้ว

ม๊อบ ไม่น่ามีส่วน ให้ ธุรกิจ เจ๊งได้ แต่น้ำมันแพงเนี่ยเป็นของจริง

แต่ก็ไม่แน่ใจว่า  มันเกี่ยวข้องกันยังไงบ้าง

1. บริษัทนั้น ทำ logistic  ซึ่งต้องใช้น้ำมันแพงเป็นต้นทุนหลัก

เช่นพวก THAI

2. บริษัทนั้น  ใช้ต้นทุนที่แปรผันตาม commodity ที่ปรับตัวขึ้น

เช่น UEC, SNC

3. บริษัทนั้น  ถูกต้นทุนที่แพงขึ้น ทำให้ ไม่สามารถ deal งานกับ คู่แข่งได้ เหมือนเดิม

เช่น TEAM

ผมก็เลยหันมามอง ตัวที่ไม่น่าจะเกี่ยวกับ พวก การปรับราคาขึ้นของต้นทุน  เลยหันมามอง พวก สื่อสารแทน

ก็กลับเจอว่า

TRUE,ADVANC,DTAC  - ก็ลดราคาลงมาแข่งกันบ้าคลั่ง

BEC,MCOT  ราคาลงมาเยอะแยะ   แต่ก็ไม่รู้ว่าตอบสนองภาวะ ที่กำลังซื้อสื่อ  หดหายตามไปด้วยหรือไม่

เอ หรือจะเปลี่ยน อุตสาหกรรม ไปมอง พวก อสังหา

ก็ดันเจอ พวก  คอนโด สร้างผิดแบบ, ลูกค้ายกเลิกจอง...


อา เบลอไปหมด...  รบกวน พี่โจ ช่วยวิจารณ์ ความคิดที่สับสนของผมด้วยครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 10:49 am
โดย investment biker
ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

Tesco
Walmart
Costco
Master Card
VISA
Mc Donald
Unicharm (ทำ Mamy Poko, ผ้าอนามัย Sofi)
Moody's
Dun and Bradstreet (ให้บริการข้อมูล)
Yum Restaurant (เจ้าของ KFC, Pizza Hut, Taco Bell)
Coke
Pepsi
Nike
เป็นต้นครับ  :wink:

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 11:56 am
โดย crazyrisk
[quote="investment biker"]
Tesco               -   BiG C
Walmart           -  Makro
Costco              
Master Card       - Aeonts ,KTC
VISA          
Mc Donald        -  Centel ,Mint
Unicharm (ทำ Mamy Poko, ผ้าอนามัย Sofi)     -  DSGT
Moody's          - Neilson
Dun and Bradstreet (ให้บริการข้อมูล)   -BOL
Yum Restaurant (เจ้าของ KFC, Pizza Hut, Taco Bell)  - MINT
Coke
Pepsi            -SSC
Nike             -PAF
เป็นต้นครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 12:27 pm
โดย investment biker
เทียบตรง ๆ คงไม่ได้กระมังครับ แค่ดูเป็นแนวทางครับ

อย่างเช่น

Aeonts และ KTC นี่ต่างกับ VISA อย่างสิ้นเชิงนะครับ
VISA ไม่มีความเสี่ยงของหนี้เสีย รายได้มาจากค่าธรรมเนียมเป็นหลัก ไม่ใช่ปล่อยกู้ เป็นรายใหญ่ที่สุดในโลก มี market share กว่า 50% Barrier of Entry สูงมาก ๆ

ส่วน Pepsi กับ SSC นี่ก็ต่างกันมาก เพราะ SSC โตได้ยากเนื่องจากตลาดในไทยเริ่มอิ่มตัว ส่วน Pepsi สามารถโตได้อีกมากจากตลาดเกิดใหม่ เช่น Russia China Brazil เป็นต้น  :wink:

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 7:23 pm
โดย GeneraX
[quote="crazyrisk"][quote="investment biker"]
Tesco

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 8:32 pm
โดย chatchai
[quote="investment biker"]ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

Tesco

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 10:17 pm
โดย raruen
[quote="chatchai"][quote="investment biker"]ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

Tesco

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พุธ มิ.ย. 25, 2008 10:58 pm
โดย krisy
เราว่า น่าจะหมายความว่า เศรษฐกิจซบแล้ว คนจะประหยัดมากขึ้น ลดการใช้จ่าย => เจอดอกแรก

เมื่อซื้อของน้อยลง ของที่ไม่ใช่ปัจจัย4และมือถือ :lol:  จะมียอดขายลด ซึ่งนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายของกิจการ เกิดการเลิกจ้าง อัตราการว่างงานเพิ่ม คนยิ่งไม่มีรายได้หนักเข้าไปอีก ก็ยิ่งลดการบริโภค => เจอดอกสอง

ค้าปลีก แม้เน้นของจำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคจริง แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีผลกระทบ แค่เปลี่ยนจากซื้อข้าวสาร 1 ถุงมาซื้อมาม่า 1 โหล เราว่ายอดขายน่าจะตกนะคะ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 11:38 am
โดย investment biker
[quote="chatchai"][quote="investment biker"]ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

Tesco

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 11:53 am
โดย investment biker
[quote="chatchai"][quote="investment biker"]ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

[quote="investment biker"]Master Card

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 12:09 pm
โดย investment biker
chatchai เขียน:
เครื่องดื่มน้ำอัดลม

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: พฤหัสฯ. มิ.ย. 26, 2008 4:57 pm
โดย chatchai
[quote="investment biker"][quote="chatchai"][quote="investment biker"]ขออนุญาตให้ความเห็นหน่อยครับ

เวลาเลือกลงทุนและให้เกิดความสบายใจ เราต้องพยายามหาหุ้นที่น่าจะโตไปได้เรื่อย ๆ ไม่ว่าน้ำมันจะแพง ไม่ว่าจะมีเงินเฟ้อ แต่บริษัทก็ยังโตต่อไปได้เรื่อย ๆ

ถ้าหาเจอสามารถถือได้อย่างสบายใจครับ ถ้าจะยกตัวอย่างเป็นหุ้นที่ list อยู่ต่างประเทศ หุ้นที่มีลักษณะดังกล่าว น่าจะเป็นหุ้นดังต่อไปนี้

Master Card

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ มิ.ย. 30, 2008 6:01 pm
โดย Glaxo
คุณลูกอิสาน คิดอย่างไรกับการทยอยลงทุนกลุ่มรับเหมา ช่วงนี้ครับ
คือกลุ่มนี้จะตวัดกลับทันทีหรือเปล่า เมื่อปัจจัยลบ เริ่มผ่อนคลาย หรือ คงตัว เช่นราคาน้ำมันเริ่มคงตัว หรือราคาเหล็กเริ่มนิ่ง(แต่คงไม่ลดไม่เท่าเก่า)

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อังคาร ก.ค. 01, 2008 5:10 pm
โดย newbie_12
รบกวนพี่ลูกอิสานเกี่ยวกะ STPI ด้วยครับ

ตอนนี้ที่ผมมองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ก็คือเรื่องบุคลากร และขนาด Project ที่ได้รับ

พี่ลูกอิสานมองว่าไงมั่งครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 7:36 pm
โดย ลูกอิสาน
newbie_12 เขียน:รบกวนพี่ลูกอิสานเกี่ยวกะ STPI ด้วยครับตอนนี้ที่ผมมองว่ายังมีความเสี่ยงอยู่ก็คือเรื่องบุคลากร และขนาด Project ที่ได้รับ

พี่ลูกอิสานมองว่าไงมั่งครับ
ผมเห็นด้วยครับ คิดว่า stpi มีความเสี่ยงเรื่องนี้เรื่องเดียว
ส่วนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน เรื่องวัตถุดิบปิดความเสี่ยงหมดแล้ว ผมมองงี้ครับ

* stpi เคยมีประสบการณ์สร้างโมดูลมาแล้ว แม้จะไม่ใหญ่ขนาดนี้ ก็ควรจะมีประสบการณ์การทำงาน การจัดหาคนงาน นอกจากนั้นยังมีพี่เลี้ยงใหญ่คือกลุ่ม stec ซึ่งน่าจะมีวิศวกร คนงาน มาช่วยงานได้ครับ


ผมไม่ค่อยมีข้อมูลตัวนี้ คนที่น่าจะเกาะติดน่าจะเป็นคุณ perfect lucky หรือพี่สามัญชน ลองขอความรู้ดูครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 7:49 pm
โดย ลูกอิสาน
Glaxo เขียน:คุณลูกอิสาน คิดอย่างไรกับการทยอยลงทุนกลุ่มรับเหมา ช่วงนี้ครับ
คือกลุ่มนี้จะตวัดกลับทันทีหรือเปล่า เมื่อปัจจัยลบ เริ่มผ่อนคลาย หรือ คงตัว เช่นราคาน้ำมันเริ่มคงตัว หรือราคาเหล็กเริ่มนิ่ง(แต่คงไม่ลดไม่เท่าเก่า)

กลุ่มรับเหมาคงเหนื่อยอีกพักใหญ่ๆครับ ไม่ใช่แค่เรื่องวัตถุดิบขึ้นราคาเรื่องเดียว(ซึ่งมีบทเรียนแล้วคงขอขึ้นราคาได้) แต่รวมถึงปริมาณงานที่ออกมาด้วย ลองคิดดูว่ากำลังซื้อถดถอยทั้งในและนอกประเทศ ผู้ประกอบการก็คงไม่มีมกะจิตกะใจจะสร้างโรงงาน ขยายกำลังการผลิตครับ เมกะโปรเจคของรัฐก็ยังลุ่มๆดอนๆ รัฐบาลแก้ปัญหาเรื่องการเมืองไปวันๆยังยากเลย ถ้ามองกลุ่มนี้ต้องเลือกดีๆครับ ลองดูประเด็น..

1.น้ำมันราคาขึ้น บริษัทรับเหมาที่ใช้น้ำมันมาก จะได้รับผลกระทบมากที่สุด ซึ่งคือพวกสร้างถนน รถไฟฟ้า เจาะเสาเข็ม ส่วนพวกสร้างโรงงาน คอนโด สร้างบ้าน จะกระทบน้อยกว่าครับ

2.เลือกบริษัทที่มีโครงสร้างรายได้หลากหลาย เช่นมีรายได้จากเงินปันผลของบริษัทลูก มีรายได้ทั้งในประเทศ-นอกประเทศ

3.เลือกบริษัทที่งบการเงินแข็งแกร่ง สามารถรองรับการขาดทุนได้หลายๆปีครับ

4.เลือกบริษัทที่มีการบริหาร จัดการดีๆ ซึ่งพอจะมีครับ ในหมู่ยาจก ยังมีราชายาจกครับ  :o

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 8:16 pm
โดย ลูกอิสาน
[quote="crazyrisk"]ขอเรียนถามพี่โจด้วยคนพี่โจ คงยิ้ม ปริ แน่ๆ คับ กับตลาดแบบนี้แต่ผมกลับมึนงง เป็นส่วนใหญ่ เพราะไม่รู้จะซื้ออะไรดีตัวเดิม ก็ไม่ได้ขาย ตัวใหม่ก็หมดมุขบางทีนายตลาด ก็ลดของถูกมาให้เลือกแต่

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 8:28 pm
โดย trangteam
ขอบคุณพี่ลูกอีสานครับ

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: อาทิตย์ ก.ค. 06, 2008 8:43 pm
โดย ลูกอิสาน
kin เขียน:สวัสดีครับพี่ลูกอิสาน อยากทราบว่าพี่ศึกษาหุ้น net-net แบบเกรแฮมบ้างมั้ยครับ สำหรับเมืองไทยแล้วมันมีความน่าสนใจแค่ไหนและเราสามารถได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับระยะเวลาที่ต้องรอคอยรึเปล่าครับ

ผมพบหุ้นตัวนึงที่ตอนนี้มีสินทรัพย์หมุนเวียนสุทธิต่ำกว่าราคาหุ้น คือ SPG ซึ่งเป็นกิจการที่สินค้าไม่โดดเด่นแล้วในปัจจุบัน แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาสามารถทำตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น ประกอบกับมีการจ่ายปันผลที่ดี แต่เนื่องจากไม่ใช่ผู้นำตลาดจึงไม่แน่ใจเท่าใดนักว่าจะรักษาระดับกำไรได้อย่างปัจจุบันหรือทำได้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

หุ้นลักษณะนี้ พี่ลูกอิสานคิดว่ามันมีโอกาสที่ Mr.Market จะปรับค่า P/E ให้เพิ่มสูงขึ้นได้หรือไม่ครับ

ขอบคุณมากครับ

ประเด็นนี้ผมสนใจเหมือนกันครับ แต่คุณ kin ยกตัวอย่าง spg นี่ผมจี๊ดเลยครับ  :evil: นึกถึงความหลัง  ผมเคยซื้อและขายตัวนี้ โดยต้องขายที่ราคาเกือบฟลอร์เลยครับ ขาดทุนป่นปี้ สมัย 5-6 ปีก่อนตัวนี้สภาพคล่องต่ำที่สุดในตลาด เชื่อหรือไม่ครับว่าปีๆนึงซื้อขายกันแค่ 7 ครั้ง ๆละ 100-200 หุ้น แต่แปลกแฮะที่ไม่ติดเครื่องหมาย call market ของตลาด ที่ต้องขายขาดทุนเพราะพื้นฐานไม่เป็นไปตามคาด แต่ไม่มีบิดรับ ก็ต้องขายที่เกือบฟลอร์ที่นั่นเองพอมีบิดบ้าง  เหตุผลที่ผมซื้อส่วนหนึ่งเพราะอยากถือหุ้นที่ได้ชื่อว่ามีคนถือน้อยมากๆ(เหตุผลบ้าบอ :lol: ) และอีกเหตุผลก็คือหุ้นตัวนี้มีเงินสดเยอะมากๆๆๆ กำไรก็ค่อยข้างดี ผมก็หวังลมๆแล้งๆเหมือนกันว่าวันหนึ่งเงินนั้นจะต้องเป็นของเรา แต่ลืมคิดไปว่า เงินปันผลเป็นของเรา(ผู้ถือหุ้น)แต่เงินในบริษัทเป็นของผู้บริหาร :lol:  นกหนึ่งตัวในมือ ย่อมดีกว่านก 10 ตัวในพุ่มไม้รกทึบ



(หุ้น net-net ตามนิยามของเกรแฮมที่ผมจำได้คือหุ้นที่ซื้อขายกันที่ราคาต่ำกว่า 2/3 ของสินทรัพย์หมุนเวียน-หนี้สินทั้งหมด ที่มาที่ไปเหตุผลที่เป็นอย่างนี้คือสินทรัพย์หมุนเวียนมักประกอบด้วยเงินสด เงินลงทุนระยะสั้น ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ซึ่งสินทรัพย์เหล่านี้ควรจะแปลงเป็นเงินสดได้ค่อนข้างแน่นอน ไม่เหมือนพวกสินทรัพย์ระยะยาวพวกโรงงานเครื่องจักร ค่าความนิยม ซึ่งราคาตามบัญชีลงตามราคาที่ซื้อมาตอนต้นแต่ราคาขายอาจเป็นราคาเศษเหล็ก หรือเป็นศูนย์เหมือนค่าความนิยม นำมาหักลบกับหนี้สินที่ต้องชำระทั้งหมด ได้เท่าไหร่ปรับลด 1/3 เพื่อสะท้อนความเสี่ยงการเปลี่ยนสินทรัพย์หมุนเวียนเป็นเงินสดและเพื่อเป็นค่าเผื่อความปลอดภัย)

ไม่น่าเชื่อว่าในตลาดหุ้นไทยจะมีหุ้น net net หลายตัวครับ บางตัวซื้อขายกันที่ 2/5 ของสินทรัพย์หมุน-หนี้ทั้งหมด ด้วยซ้ำ แต่มาเข้าคำถามว่าหุ้น net-net ในตลาดหุ้นไทยจะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าการรอคอยหรือเปล่า ผมขอมาต่ออีกวันครับ ต้องพาลูกเข้านอนก่อน

ขอถามคุณลูกอีสาน เรื่องเทคนิคการปรับพอร์ตครับ

โพสต์แล้ว: จันทร์ ก.ค. 07, 2008 1:59 pm
โดย noooon010
ขอบคุณพี่ลูกอีสานมากๆนะครับสำหรับแนวคิดดีๆที่สามารถนำมาใช้ได้จริงๆในชีวิตการลงทุน

ขอให้พี่สุขภาพแข็งแรงเสมอๆนะครับ  :D