อยู่อย่างไรในโลกอนาคต (จบ)/วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์

กรุณารอสักครู่...

Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2122
ผู้ติดตาม: 486

อยู่อย่างไรในโลกอนาคต (จบ)/วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

โพสต์ที่ 1

โพสต์

หลังจากบทความตอนที่แล้วซึ่งเสนอแนะให้ “พึ่งตนเอง” เพื่อให้อยู่ในโลกอนาคตได้อย่างมั่นใจขึ้นว่าจะ ราบรื่น และแม้มีปัญหาหรือข้อติดขัด ก็จะสามารถแก้ไขไปได้ เพราะเราไม่ประมาท เรียนรู้และรับประสบการณ์เตรียมพร้อมที่จะรับความท้ายทายและปัญหาอยู่ตลอดเวลา ในบทนี้จะขอนำเสนอมุมมองการเตรียมตัวรับมือกับอนาคตด้วย “การลงทุน” 


การลงทุนในที่นี้มีหลายรูปแบบ รูปแบบแรกเป็นการลงทุนในสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์และตราสารต่างๆ เพื่อมุ่งหาผลตอบแทน และนำผลตอบแทนนั้นมาใช้จ่าย ดำรงชีพ หรือนำไปสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต เช่น ซื้อบ้าน หรือคอนโด หรือหาที่อยู่อาศัยในลักษณะอื่น เช่น การเช่าระยะยาว และหากเรามีความมั่นคงในชีวิตแล้ว เราสามารถต่อยอดเพิ่มความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อๆไป หรือเพื่อส่งต่อให้กับสังคม เป็นต้น  ในแวดวงการลงทุน เรามีวลีที่พูดกันบ่อยๆว่า ถ้าเราต้องการให้เงินงอกเงย เราต้อง “ไม่หยุดลงทุน” “Keep Investing!” 


รูปแบบที่ 2 เป็นการลงทุนในตัวเอง อันนี้มีแยกย่อย 4 ด้านคือ ลงทุนในความรู้ ลงทุนในทักษะ ลงทุนเพื่อประสบการณ์ และลงทุนในสุขภาพ 


ดิฉันได้เขียนถึง การลงทุนในความรู้ไปบ้างแล้วในบทก่อน สรุปคือต้องหิวที่จะเรียนรู้ และต้องเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด 


สำหรับการลงทุนในทักษะนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับการอยู่ในโลกอนาคต เพราะอาชีพอาจมีลักษณะที่เปลี่ยนไป แต่ทักษะเป็นของที่อยู่คู่ตัวเรา ตราบใดที่เรามีทักษะ เราย่อมสามารถหางานทำ และสามารถประยุกต์ทักษะมาทำงานอาชีพใหม่ๆได้ เยาวชน หรือคนทำงานทั่วไป จึงไม่ควรกลัวที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ยิ่งถ้าเราสนุกกับการเรียนรู้ทักษะใหม่ ก็ยิ่งทำให้เรามีกำลังใจที่จะเรียนรู้ไม่สิ้นสุด  


ทักษะที่มีประโยชน์มากในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานประเภทใด คือทักษะในการแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ ยิ่งเรามีทักษะที่ดีเท่าใด เราก็ยิ่งสามารถลดข้อผิดพลาดในการทำงาน และในชีวิตได้ดียิ่งขึ้น  


หลายครั้งที่มนุษย์เราตัดสินใจทำอะไรโดยไม่คิดให้รอบคอบ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “คิดไม่สุด” ไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ทั้งด้านบวกและด้านลบให้ครบถ้วน วิธีแก้ไขการคิดไม่สุดวิธีหนึ่งคือ การย้ำถามตัวเองและกลุ่มของตัวเองอยู่ซ้ำๆซากๆ ก่อนตัดสินใจว่า “ยังมีอะไรที่อาจเกิดขึ้นได้บ้าง และเราจะป้องกันไม่ให้เกิด หรือบรรเทาความเสียหายหากมันเกิดขึ้นจริงๆ ได้บ้างไหม อย่างไร” (กรณีเป็นผลด้านลบ) หรือ (กรณีเป็นผลด้านบวก) “เราจะสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งบวกที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไรบ้าง” หรือ “สิ่งบวกจะกลายเป็นสิ่งลบได้ไหม จะป้องกันอย่างไรไม่ให้กลายเป็นลบ” เป็นต้น การระดมสมองแบบกลุ่มเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะการมองจากหลายมุมจะทำให้รอบคอบยิ่งขึ้น  


ผลของการคิดไม่สุดในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ มีให้เห็นอยู่มากมาย แม้กระทั่งกับประเทศมหาอำนาจที่เกิดขึ้นล่าสุดในปีนี้ 


การลงทุนเพื่อประสบการณ์ ในสมัยหนึ่งมีการมองว่า “สิ้นเปลือง” แต่ดิฉันเห็นว่า หากดำเนินการตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง การไปฝึกงาน ดูงาน การไปท่องเที่ยว การเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาแลกเปลี่ยน หรือแม้กระทั่งพนักงานแลกเปลี่ยน การแข่งกีฬา หรือแข่งขันวิชาการในต่างถิ่น เป็นการเปิดโลกทัศน์ เพิ่มประสบการณ์ และเปิดโอกาสให้เรียนรู้จากผู้อื่น เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนเมื่อมีโอกาสและงบประมาณค่ะ  


ส่วนในองค์กร สิ่งหนึ่งที่ช่วยในการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร คือการจัดให้มีการแลกเปลี่ยน เวียนทำในสายงานต่างๆ เพื่อให้เข้าใจงานให้มากขึ้น เห็นภาพรวมมากขึ้น เห็นประเด็นที่อาจก่อให้เกิดทั้งโอกาสและปัญหาได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญคือ ทำให้คนเก่งรอบด้านมากขึ้น 


การลงทุนในสุขภาพ เป็นอีกมิติของการลงทุนที่มีผู้กล่าวถึงบ่อยขึ้นในระยะหลัง แน่นอนค่ะ ถ้าเรามีสุขภาพกายดี สุขภาพจิตก็มักจะดีด้วย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการรักษาสุขภาพใจของเราเองด้วย ซึ่งเราเป็นเมืองพุทธ หากส่งเสริมให้มีการพิจารณาเรื่องความทุกข์ และให้มีการดับทุกข์ จะช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น  


รูปแบบที่ 3  เป็นการลงทุนในความสัมพันธ์กับผู้อื่น มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เรามีความสุขที่ได้พูดคุย พบปะ สังสรรค์กับผู้อื่น การลงทุนในความสัมพันธ์กับผู้อื่น หมายถึงการให้ความรัก ความใส่ใจกับคนรอบข้าง การมีน้ำใจ รับฟังและช่วยให้คำแนะนำ หรือให้แนวทาง หรือช่วยเหลือด้านอื่นๆเท่าที่เราสามารถ ขอย้ำว่าอย่าทำเกินกำลังของเรา อย่าทำให้ครอบครัวเดือดร้อน 


และรูปแบบที่ 4  เป็นการลงทุนเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการพยายามก่อให้เกิดมลภาวะน้อยที่สุด ใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างรู้คุณค่า เราก็จะเป็นพลเมืองที่ดีของโลกอย่างภาคภูมิใจ 


ผลของการลงทุนในทั้ง 4 รูปแบบนี้ จะทำให้เรามีภูมิคุ้มกันที่ดี ทั้งทางกาย ทางใจ ทางการเงิน ทางสังคม และสุขใจที่ได้ทำให้โลกน่าอยู่ยิ่งขึ้น 


สิ่งที่สำคัญ ไม่ได้อยู่ที่เราต้องชนะ หรือประสบความสำเร็จในทุกๆด้าน สิ่งสำคัญคือ เราเข้าใจและสามารถประเมินสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นได้พอสมควร ที่เราจะสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ ปรับตัวได้ และทำให้เรามีความสุข เข้าใจในสภาวะต่างๆ และไม่เกิดความทุกข์จนเกินควร   


เมื่อเราเตรียมตัวของเราให้พร้อมในด้านต่างๆ ทั้งความรู้ ทักษะ ทัศนคติ ความตั้งใจ และมีภูมิคุ้มกันดี เชื่อว่า เราจะอยู่ในโลกอนาคตที่ท้าทายและผันผวนได้อย่างมีความสุข 


ส่งแรงใจมาให้ผู้อ่านทุกท่าน มีพลังทางบวกมากๆ อยู่ในโลกอนาคตอย่างมีความสุขค่ะ

โควท
โพสต์โพสต์