พวกเราอยู่กลุ่มไหน

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก
ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 211

โพสต์

โลกกลม..... วงเวียน..... วงจร ....สัจธรรม....ธรรมชาติ

สมัยก่อนหลายปีแล้ว มีคำ ติดปาก คำหนึ่งว่า "CHANGE" ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ....วันเวลาเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงก็ต้องมี.......ต่อมาก็เกิดคำว่า "DISRUPTION" การหยุดชะงัก........ทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข ปรับรูปแบบให้ทันสมัย .....และล่าสุด ก็มีคำว่า "STARTUP" การริเริ่ม.......มันคล้ายกับวงจรเศรษศาสตร์ที่เคยเรียนมา และคล้ายกับธรรมะ ที่เคยเรียนรู้ การเกิด การดับ.......ถ้ายอมรับในสิ่งที่เกิดและปรับปรุงตนเองให้เข้ากับมันได้ ก็จะได้เห็นสิ่งที่จะเกิดในอนาคตต่อไปได้ ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเป็นอย่างไร ...ใครคือคนกำหนด......สิ่งที่ทำได้และปฏิบัติอยู่ช่วงนี้คือ อยู่กับปัจจุบันและทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

ผมมองถึงการลงทุนในหุ้นมันก็เป็นแบบเดียวกัน มีเกิดมีดับ มีการเปลี่ยนแปลง... ในอดีตการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มันจะช้าและค่อย ๆ เป็น....แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว การเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเห็นผลได้เร็วกว่าที่คิด สมัยก่อนพูดว่า ปลาใหญ่กินปลาเล็ก .....แต่ตอนนี้สอนกันว่าต้องเป็น ปลาไวจะชนะปลาใหญ่และกินปลาเล็กได้........ผมลงทุนมานานกว่า 30 ปีเห็นหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย และไม่เคยคิดว่า การลงทุนจะลำบากและมีการเปลี่ยนแปลงมากแบบนี้มาก่อน....เพื่อน ๆ หลายคนถามถึงการลงทุนกับผมว่า ทำอะไรกับมันบ้าง ......ผมก็ได้แต่บอกว่า ผมลงทุนหวังปันผล และเงินปันผลที่รับต้องมากกว่า รายจ่ายที่จะเกิดขึ้น หรือมีอยู่ในปัจจุบัน......ผมไม่ได้ทำอะไรกับหุ้นเท่าไหร่ เนื่องจากหุ้นที่ลงมากสุดเป็นหุ้นตัวเล็ก สภาพคล่องแทบจะไม่มี ....ส่วนอันดับที่สอง ก็เป็นหุ้นดี มีสภาพคล่องสูง สามารถจะขายได้ทุกเวลา แต่ก็ไม่ได้ขายเพราะถ้าขายในระดับราคาปัจจุบัน ก็จะเกิดการขาดทุน เช่นกัน.....นี่คงเป็นวงจรตามที่เขียนไว้ข้างบน และเป็นรรมชาติที่ต้องเกิดขึ้น และยอมรับกันต่อไป.....สู้กันต่อไปนะครับ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 212

โพสต์

28/12/2561 ปีดบัญชีการลงทุนปี 2561 (คศ2018)
...........
ดัชนีเริ่มจาก 1753.71 ไปจบปลายปีที่ 1563.88 ลดลง 189.83 จุด หรือ 10.82%..หุ้นกลางและเล็กที่ผมลงทุนส่วนใหญ่โดนกระทบลดต่ำกว่าหุ้น set50 เสียอีก....ดูผลงานปี 2561 แล้วคิดว่า รายย่อยแทบทุกคนที่เล่นพื้นฐานขาดทุนถ้วนหน้า ยกเว้นใครเก่งเล่นตามเทคนิคและสามารถใช้เครื่องมือป้องกันที่ตลาดออกให้ ก็อาจจะเอาตัวรอดได้.....ส่วนผมลงทุนตามพื้นฐานและพยายามศึกษาเทคนิค เพื่อหาจังหวะซื้อ-ขายในหุ้นที่มีอยู่ (ทดสอบวิชา) ก็ สนุกไปกับมันได้ แต่ก็เป็นส่วนน้อยประมาณ 5%ของที่ลงทุนได้ ซึ่งผมถือว่าเป็นการทำกำไร ในราคาหุ้น trading หุ้น เพื่อช่วยให้ IC ไม่คัดผมออกจากโบรค 555555 (IC ตามอ่านอยู่)... ด้าน trading ทำกำไรได้ 4.35% (ปีที่แล้ว 10.10) ส่วนเงินปันผลรับปีนี้ได้ 4.34% (ต่ำกว่าปีก่อนที่ได้ 4.79%) รวมทั้งปี 8.69% (ปีที่แล้วได้ 14.89%)......นับว่าตกต่ำมากพอควร นี่คิดเฉพาะผลการดำเนินงานที่ realized แล้ว ...... แต่ถ้าคิดมูลค่าที่เป็นจริงหมายถึง มูลค่าเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด จะขาดทุนถึง 19.3% เลย.....ทุกคนบอกไม่ขายไม่ขาดทุน เอา ด้วยคนนะครับ ไม่ขายไม่ขาดทุน 555555 ปรอบใจตนเองว่า ยังไม่ขาดทุนนะ... เพียงแต่ตัวเลขในบัญชีมันลดลงเอง (สงสัยจะไม่ยอมตัดค่าเสื่อมในปีนี้ออกไป 55555)...ผมคิดของผมแบบนี้มานานแล้ว

ผมลงทุนยาวไม่กังวลกับตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงทุกปี กังวลแต่ปันผลที่รับและการทำ trading ที่ลดลงนั่นแหละ......เงินซื้อหุ้นก็คือต้นทุนที่ลงไป ขอลงทุนในหุ้นที่กิจการ..มีกำไร มีปันผล มั่นคง มีธรรมาภิบาล ก็ สบายใจมากทีเดียว...ทำไมผมเลือกบริษัทเล็ก เพราะวิเคราะห์ง่าย เข้าใจง่าย โดยเฉพาะตัวพระเอกของผม ถึงแม้จะขาดทุนจากการลงทุนแล้วตอนนี้ แต่ก็ยังไม่กังวล เพราะคิดว่าเขาคงให้ปันผลทุกปี กิจการเขามีเงินสด ไม่ค่อยกู้เท่าไหร่ D/E แต่่ 0.37 ในอดีต 0.17-0.29 เท่านั้นเอง แต่ปีนี้บริษัทต้องใช้เงินสร้างตึกของตนเอง ก็คงเพิ่ม D/E สูงขึ้น ขอเพียงให้เขาปันผลในระดับพอใจ ผมก็คงถือต่อไปเรื่อย ๆ เพราะเชื่อในกิจการของเขาที่จะพัฒนาตามโครงการก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นในปีหน้า....ส่วนผลประกอบการที่ผ่านมา ลดลงเรื่อย ๆ ทำให้ราคาหุ้นลดต่ำลง จนกระทั้งต่ำกว่าทุนของผมที่มีเสียอีก(ใครซื้อตอนนี้ถูกกว่าผมนะจะบอกให้).... เรื่องนี้คิดว่าเกิดกับนักลงทุนหลายบริษัท ถึงแม้บริษัทมี่มีกำไรโตและเติบโต ราคาหุ้นก็ไม่ไปไหน กลับลงมาเสียอีก ต่ำกว่าอดีต ทำราคาต่ำไปเรื่อย ๆ ซึ่งมีหุ้นอยู่ตัวผมคิดอยู่ และอยากจะเพิ่มการลงทุนในตัวนั้นในปีหน้า คงต้องปรับ portforlio ขายตัวอื่น และ เพิ่มตัวนั้นให้ได้ในเร็วๆนี้

ในปีหน้าเงินปันผลรับ ผมได้คำนวณล่วงหน้าเคร่า ๆ แล้ว ก็ได้พอ ๆ กันในระดับที่4-4.5%...ผมคงไม่เพิ่มเข้าไปในลงทุน เพราะต้องการเอามาใช้จ่ายมีสิ่งที่อยากจะซื้อในปีหน้า ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง (ซื้อรถดี ดี สักคันหนึ่ง).....ส่วนการทำ trading คงลำบากขึ้นต้องหาทางคิดและเล่นรอบให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ส่วนต่างของมัน ซึ่งปีหน้าถ้าได้สัก 2-4% ก็ดี .....รวมหวังว่าปีใหม่นี้ขออยู่ในระดับ 6%คือจากปันผล4%กับซื้อขาย 2% ก็พอใจแล้ว

ปีใหม่จะถึงแล้ว ก็ขออวยพรให้เพื่อน ๆ และผู้ติดตาม ประสบความสุข ความเจริญ สมปรารถนาทุกประการ ด้วย ถ้าประหยัด รักษาสุขภาพ ออกกำลังกายเป็นประจำ ทำจิตใจให้แจ่มใส ก็จะประสบแต่สิ่งดีดี นะครับ. โชคดีปีใหม่ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 213

โพสต์

เริ่มปีใหม่แล้ว และได้สรุปการลงทุนของผมไป ซึ่งเข้าตามเป้าหมายที่ต้องการ คือได้ผลตอบแทน 6.93% โดยได้จากเงินปันผลรับ 4.16%และการซื้อขายหุ้น(trading) 2.77% ...(ปี2561ให้ผลตอบแทน 8.69 ปี2562 6.93%).ถ้าดูจากที่ผมขึยนสรุปปีก่อน ผมหวังเพียง 6% แต่ทำได้ 6.93% ก็พอใจแล้วครับ มันสุดความสามารถแล้ว....

.ส่วนปีใหม่นี้ ตั้งเป้าหมาย สัก 5% ที่ลดเป้าหมายลง ก็คิดว่า ภาพใหญ่ของการลงทุนปีใหม่มันไม่ดี กระทบจากเรื่อง สงครามการค้า ระหว่างยักใหญ่ สองประเทศนั่นแหละ และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม ทำให้พวกทำอุตสาหกรรมในด้านต่าง ๆ ต้องชะลอตัว หรือ ปรับตัว ถ้าใครไม่ปรับตัวก็จะล้าหลังในที่สุด เหมือนกันคำสอนที่ว่า ถ้าเรายืนอยู่เฉยๆ ในขณะที่คนอื่นก้าวไปเรื่อย ๆ เราก็จะเป็นคนหลังๆในที่สุด ผมเกิดในยุค baby boomer หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การพัฒนาต่าง ๆ ก็เริ่มขึ้น... คนยุคนี้ขยันทำมาหากิน และคิดว่าส่วนใหญ่ก็มีฐานะอันดีแล้ว ผมคิดว่าบุคนั้นคือยุคหากิน......ส่วนยุคปัจจุบัน เปลี่ยนหลาย gen มาเรื่อย ๆ คนปัจจุบัน (คนทำงาน) ต้องการใช้เวลาน้อย และให้ได้ผลงานมาก มีการคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ตลอด บ้างก็ประสบผลสำเร็จ บางก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จ (ใช้เงินของพ่อแม่อยู่) ก็มีให้เห็นมากมาย......ผมดีใจที่ได้เกิดในยุค baby boomer ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง จนปัจจุบัน ก็ยังรักและชอบกับการได้ศึกษาหาความรู้ ซึ่งช่วยให้เวลาว่างหมดไป พึ่งเข้าใจว่าทำไม คนถือหุ้นน้อย ๆ บางทีเป็นเศษหุ้น ก็มี คนพวกนี้มักจะเป็นพวกอายุมากทั้งนั้น สมัยก่อนบ่นว่ามีแต่อาแปะ อาซิ้มมาถือหุ้นเพื่อของชำร่วยหรือขอให้ทางบริษัทลี้ยงอาหารดีดีกัน จนตลาดหลักทรัพย์ต้องประกาศนโยบาย ไม่ให้แจกของชำร่วยกัน มีหุ้นหลายบริษัทที่ผมถือแค่ 100 หุ้น เพื่อศึกษาและหาความรู้ ซึ่งถ้ามีโอกาสไปประชุมวิสามัญหรือสามัญประจำปี ก็จะทราบรายละเอียดของธุรกิจในอุตสาหกกรมต่าง ๆ ได้ ช่วยการตัดสินใจในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ดีขึ้น...ขอเป็นอาแปะกับเขาคนหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับต้องไปแย่งของกับเขานะ

เป้าหมายปีนี้ 5%ก็หวังจากเงินปันผล 4%ซึ่งผมคาดการณ์ว่าคงจะได้แน่ ส่วนการซื้อขายหุ้นลำบากใจมาก อาจต้องขายหุ้นบางตัวที่ทำให้เกิดการขาดทุนก็เป็นได้ แต่คิดว่า หุ้นที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่เวลาขาย แล้ว ต้องปรับ portfolio ไปถือหุ้นที่มั่นคง และให้ปันผลระดับ 4% และจะถือกองทุนมากขึ้น พวก กอง reit ต่าง ๆ ด้วย แถมเพิ่มลงในหุ้นกู้ระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 4% นั่นคือทางที่จะไปในปีใหม่นี้

พูดถึงตลาดที่ออกหุ้นและการลงทุนแบบใหม่ ๆ พวก DW ต่าง ๆ นั่นระดับมือโปรฯ หรือระดับพวกบริหารกองทุนทำกัน ผมไม่อยากไปศึกษาหาความรู้กับพวกนั้น คราวที่ออก tfex ใหม่ ๆ ก็ทำลองศึกษาและทดสอบการลงทุนก็ขาดทุนเป็นค่าเรียนไป สามแสนกว่าบาท ไม่ใช่แนวทาง ของผม แต่ผมมาใช้แนวทางเพิ่มในปีที่แล้วและจะใช้ในปีใหม่นี้ ด้วยการศึกษากราฟเทคนิค จาก VI เน้นคุณค่า (Value Investment) เปลี่ยนมาเป็นลงทุน ไวไว ตามเทคนิคกราฟ ก็สนุกไปอีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป้าหมายการลงทุนระยะยาวของผม ปีใหม่นี้ผมคงไม่เพิ่มการลงทุน คงได้แต่ปรับ portfolio ไปบ้าง เท่านั้นเอง โชคดีในการลงทุนสำหรับเพื่อน ๆ ที่ลงทุนในตลาด ระวังกันหน่อย ก็แล้วกัน
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 214

โพสต์

ที่สุดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่ของโลกก็ได้เกิดขึ้น เลยคิดว่า... วันหนึ่งขาวจะเป็นดำ และดำจะเป็นขาว สังคมนิยม จะเป็นทุนนิยม และพวกทุนนิยมก็จะเป็นสังคมนิยม......สิ่งตรงข้ามถ้ายึดเอาสุด ๆ โดยไม่คิดถึง คนส่วนใหญ่ ก็ต้องมีการปรับตัว ที่สุดทุกอย่างก็ควรจะเดินสายกลาง อย่าไปสุดๆ ในแต่ละข้าง การเดินสายกลางคือกฏของธรรมชาติ และธรรมชาติ ก็คือหลักของธรรมะ หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ยึดเอาหลักธรรมะ เป็นเส้นเดินทางของชีวิต น่าจะถูกต้องที่สุด จะเขียนถึงตลาดหลักทรัพย์แต่ก็แวะไปทางสายกลางที่เราควรจะยึดเดินไป

การเติบโตของจีนแบบที่มี GDP ที่สูงในโลกมาหลายปีติดต่อกัน ระดับ เลขสองตัว ตอนนี้ตกลงน่าจะได้ ระดับ5- 6% ก็เกิดจากการเติบโตสุด ๆ ของเขา และที่สุดก็ต้องปรับตัวลงเร็ว จาก โรค COVID19 .....สาเหตุจากโรคนี้เกิดได้อยางไรก็ยังค้นหากันอยู่ แต่ที่รู้ ๆ มันประทบถึงโลก ประทบถึงหลายประเทศ ที่ต้องหยุด และ ศึกษาโรคตัวนี้ว่า ทำไมถึงระบาดได้เร็วนัก มันกระทบถึง GDPโลก.....ทำให้ GDP ของประเทศต่างก็ต้องลดลงทุกประเทศ รวมทั้งของไทยด้วยที่ปีที่แล้วที่ระดับ 2.8% ก็ค่อย ๆ ลดลงมา เหลือเป้าหมายปีนี้ระดับที่ 1.5% เลย เพราะหลังๆ นี้ รายได้ส่วนใหญ่หวังการเติบโตจากท่องเที่ยว ซึ่งโดนระงับและลดแบบทันทีทันใด ถ้ามองในด้านนี้จะเห็นว่าทุกธุรกิจลำบากขึ้นแบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน แล้วจะทำให้ตลาดหุ้นขึ้นได้อย่างไร .....เคยบอกแล้วว่า่ปีนี้จะลดการลงทุนในหุ้น (ไม่ได้ขายหุ้นที่มี คงถือและปรับเล็กน้อย)....จากเคยประมาณการปันผลที่จะได้รับปีนี้น่าจะระดับ 4% ตัวเลข ณ วันนี้ต้องคำนวณใหม่ จะได้แค่ 3.7% จึงเป็นปีที่ลำบากอีกปีหนึ่ง ดีแต่ว่าได้ย้ายรายได้บางส่วนไปลงใน หุ้นกู้ระยะสั้น (แต่ก็ยังเสี่ยงเพราะลงในหุ้นกู้ระดับเก็งกำไร ซึ่งให้ดอกเบี้ย มากกว่า 5%) และหันไปศึกษากองทุนต่างประเทศโดยเฉพาะกองทุนทอง ที่น่าจะให้ผลดีในอนาคตได้....การได้ศึกษากองทุนต่างประเทศทำให้ต้องไปดูตัวเลขต่าง ๆ ศึกษา Top down ลงมา ...จึงรู้ว่าตลาดหุ้นไทยยังแพงกว่าเขา อยู่ เงินจึงไปลงทุนในต่างประเทศกัน....ปกติเเคยแต่ bottom up และลงทุนในหุ้นตัวเล็กและตัวกลาง....เลยต้องเปลี่ยนนิสัยมาสร้างความมั่นคงในด้านหุ้นกู้และกองทุนต่าง ๆ กันต่อไป เพื่อที่จะได้รักษาผลตอบแทนให้อยู่ในระดับ 5% ให้ได้ในปีนี้ นั่นคือเป้าหมายอันสูงสุดในช่วงนี้ ถึงแม้จะมีโอกาสน้อยมากทีเดียว ชีวิตต้องสู้อย่าหยุดศึกษาและเปลี่ยนแปลงไปกับโลกของเรา :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

Suphat
Verified User
โพสต์: 473
ผู้ติดตาม: 0

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 215

โพสต์

สู้ๆ ครับ คุณลุงขวด

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 216

โพสต์

ดัชนีตลาดปิดอำลาครึ่งปีนี้ ด้วยดัชนีที่ 1339.03 จุด ซึ่งพยุงตลาดโดยสถาบันเป็นฝ่ายซื้อ ต่างชาติและรายย่อยขายเช่นเดิม โวลุ่มซื้อขายเป็นปกติไม่มาก ที่ 58,589 ล้านบาท ดัชนีลงจากต้นปี 15.29% ส่วนใหญ่ก็คงขาดทุนกันถ้วนหน้าเช่นเดิม ..... ผมไม่ค่อยได้ซื้อขายหุ้นเท่าไหร่ มีสนุกบ้างตอนตัวไหนขึ้นแรงก็ขาย และรอซื้อกลับ แต่ก็ไม่ได้ทำมาก เพราะ ต้นทุนที่มีค่อนข้างจะสูง (ติดหุ้นอยู่) มีขาย Warrant ไปบ้างเพราะไม่อยากจะเพิ่มทุนกับเขา เพราะดูอนาคตของการลงทุนลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งในเดือนครึ่งข้างหน้าจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ซึ่งทุกคนก็รู้แล้วว่าจะแย่มากเพราะไม่มีกิจการอะไร บางบริษัทก็ปิด หยุดดำเนินงาน ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากที่นักลงทุนต้องเจอกัน...... ในความคิดของผม เนื่องจากดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก มีหุ้นหลายตัวที่ยังคงให้ปันผลระดับสูง (หุ้นตัวกลางเล็ก) ถ้าเป็นหุ้นใหญ่ ก็ระดับ 1-3% ก็ยังดีกว่าเงินฝากที่ให้เพียง 0.5%..........ผมเลยเชื่อว่าดัชนีตลาดไม่น่าจะทำ low ใหม่ (ดัชนีต่ำสุดรอบนี้ที่ 969 จุด) ผมว่า ดัชนีน่าจะได้เห็นลงไปแถว 1156 จุดก็เป็นได้ ก็รอดูกันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไรในไม่เกิน 2 เดือนนี้
ส่วนเป้าหมายปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ 5% กับเงินที่ลงทุนไป ก็ต้องปรับเปลี่ยนเป็น แถว 4% แล้ว โอกาสทำตามเป้าหมายรู้สึกจะลำบากขึ้น .... ปันผลที่ได้รับก็ไปเริ่มกับหุ้นกู้ ซึ่งก็มีความเสี่ยง ก็ พยายามคัดเอา ให้มากกว่า 4% ตอนนี้เฉลี่ยอยู่ระดับ 5.2% ระยะเวลา 2-3 ปีเท่านั้น หุ้นกู้ทั้งหมดจ่ายทุกไตรมาส จึงทำให้มีเงินใช้ สร้างสภาพคล่องให้อีกด้านหนึ่ง.......สู้กนต่อไปนะครับ สู้กับ COVID-19 ไม่พอ ยังต้องสู้กับ นายตลาดหุ้น ที่อ่อนแอด้วยซิ....ขอให้โชคดีในการลงทุนด้วยนะครับ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 217

โพสต์

เกมพลิกโลก ที่ต้องติดตามให้ทัน
สวัสดีปีใหม่ 2564 ขออวยพรให้เพื่อน ๆ ที่ติดตามกันได้ในหัวข้อนี้.... ถึงแม้จะต้องโดนกักตัว กันส่วนใหญ่ ก็ตาม ขออวยพรให้มีความสุข สมหวัง มีสุขภาพ แข็งแรง ปราศจากโรค COVID-19 ให้ได้ด้วยกัน คล้ายกับการเล่นเกมของโลก ต้องชนะเกมให้ได้ด้วยกันนะครับ เกมของโลกมันเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนจนทำให้ชาวโลกต้อง งง งวย กับมัน ชาวโลกส่วนใหญ่มีปัญหาแทบทุกประเทศ ของไทยเราคิดว่า เก่งที่ควบคุมได้เกือบทั้งปี พอครบปีในช่วงนี้ ก็เกิดปัญหาระบาดกระจายไปแทบทุกจังหวัด ก็ต้องต่อสู้และป้องกันให้มากขึ้น ก็ขอให้การระบาดในระลอกสองนี้ อย่าได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ...ขอให้พวกเราชนะไปด้วยกัน สู้สุดความสามารถด้วยกัน
สำหรับการลงทุนของผมในปี ที่ผ่านมานี้ (2563) ดัชนีเริ่มจาก 1579.84 จุดไปปิดที่ 1449.35 จุด แสดงว่า ยังน้อยกว่าต้นปีอยู่ 8.25% แสดงถึง การลงทุนส่วนใหญ่ยังขาดทุนกันอยู่ นักลงทุนแทบทุกคนขาดทุนกันหมด......รวมทั้งผมด้วย ยังไม่สามารถจะเอาเงินคืนจากตลาดทุนนี้ได้ ผมสรุปการลงทุนของผมขาดทุนในปีนี้ (2563) 6.9% นั่นหมายถึงยังชนะตลาดอยู่ 1.35% ..........ถ้าดูถึงเงินลงทุนทั้งหมดที่ลงไป ก็ยังไม่สามารถที่จะเอากลับมาได้ ยังขาดทุนโดยรวม อยู่ถึง 21.3% ซึ่งยังอยู่สภาพที่แย่เช่นเดิม......แต่ถ้าดูอีกด้านกับเงินที่ลงไปทั้งหมด ได้รับปันผลกลับมาในระดับ 3.4% และมีการซื้อขายหุ้นซึ่งทำได้เพียง 0.41% หมายถึงปีนี้ ทำได้รวม 3.4+0.41 เท่ากับ 3.41% เท่านั้นเอง ซึ่งเป็นปีที่ต่ำที่สุดเท่าที่ลงทุนมา........จากการเก็บข้อมูล วิกฤตต่าง ๆ จะเกิดขึ้น ในรอบประมาณ 10 ปีต่อรอบ แต่ช่วงนี้ เป็น 11 และ 12 ปีต่อรอบ ตามที่ผมเก็บข้อมูลการลงทุนของผมก็เหมือนกันรอบที่เกิดขึ้นของรอบเศรษฐกิจนั่นเอง ....จึงขอยืนยันในความคิดของผมว่า การลงทุนต่อไปจากนี้ จะค่อย ๆ ขยับขึ้นได้แล้ว และผมคาดว่า ใน 3 ปีข้างหน้า เงินลงทุนของผมจะได้กลับมาหมดได้ในที่สุด........ผมลงทุนมายาวและสนุก กับมัน ดูการเคลื่อนไหวของมูลค่า คิดและติดตาม ถึงแม้ระยะหลังๆ นี้ การติดตามจะเปลี่ยนรูปแบบไป ก็ต้องศึกษาและติดตามอยู่กับมัน ทำให้เวลาว่าง ๆ ที่เหลืออยู่ได้หาความรู้ในด้านใหม่ๆ ตามไปด้วย......บางส่วนก็ไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ซึ่งได้ผลดีกว่าเพราะให้มากกว่า 10% ได้ เสียแต่ว่ายอดลงทุนไม่มากเท่านั้นเอง.......ผมสนุกและสุขกับการลงทุน ให้เงินทำงานแทนเราในยามสูงวัย ....เลยอยากบอกแก่คนรุ่นใหม่ที่อยากสนุกและสุขกับการลงทุน ก็ลงทุนกับมัน แบ่งเงินบางส่วนที่หามาได้ มาลงทุนในหุ้นที่ให้ปันผล ที่ดี มีงบการเงินที่ดี มีกำไรโตทุกปีก็จะเป็นจุดที่ดีด้วย ตามศึกษาและจะสบายในเมื่อเงินที่ลงทุนไปให้ผลตอบแทนพอกับค่าใช้จ่ายที่เขาจะจ่ายในแต่ละวัน......ขอให้โชคดีในการลงทุนในปีใหม่นี้ด้วย :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 218

โพสต์

หุ้นน่าติดตามดู หานักลงทุนหน้าใหม่กัน คือ หุ้น OR ดังนี้

1.ต้องการให้ประชาชนทั่วไปมาซื้อร่วมด้วย ให้ซื้ออย่างต่ำ 300 หุ้น เท่ากับ 5.400 บาท

2.์Non-oil มีรายได้เพียง4+5 เท่ากับ 9%ของรายได้ทั้งหมด แต่ มีการขยายตัวที่เติบโตสูงทีเดียว

3.ธุรกิจน้ำมัน บางปั้มเป็นของเอกชนอื่นๆ มีบริการ ต้องแบ่งส่วนนี้ให้เขาด้วย

4.การขยายด้าน OIL เริ่มลำบากเพราะ รถไฟฟ้า EV เริ่มมีการสร้างและเริ่มใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ไทยจะมีแหล่งน้ำมันที่ถูก แต่พลังงานจากธรรมชาติ พลังงานแสงอาทิตย์ และลม ซึ่งแทบไม่มีต้นทุนเลยและเป็นพลังงานบริสุทธิ์ด้วย

5.การจองหุ้นยุ่งยากพอควรสำหรับนักลงทุนเดิม และอัตราส่วนที่ให้ได้สิทธิจองนั้นแทบบอกได้ว่า ไม่มีค่าอะไรเลย ให้สิทธิ์คนมี PTT 95 หุ้นจะได้สทธิ OR เพียง 1 หุ้นเท่านั้น นโยบายเขาต้องการหานักลงทุนใหม่ให้มากขึ้น แต่จะหาได้คงไม่มากเท่าไหร่เป็นแน่

6.ราคาหุ้นผมว่าคงขึ้นไม่มากจากราคา ipo เท่าไหร่ คาดหวังว่าน่าจะได้กำไรสัก 10% กว่า ๆ .....และมีโอกาสลดลงมาแถวใกล้ ๆ กับ ipo ก็เป็นไปได้......ก็ต้องรอดูกันต่อไป......(การลงทุนมีความเสี่ยง นี่คือความคิดของผมในการลงทุนหุ้นตัวนี้ โปรดศึกษาให้รอบครอบ แต่ผมก็เชื่อว่าในอนาคตระยะยาวจะเป็นหุ้นดีตัวหนึ่ง ที่เขาต้องทำอย่างไรให้ non-oil เติบโตอย่างเร็วตามต้องการของนักลงทุน) :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
mongkol
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 278
ผู้ติดตาม: 0

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 219

โพสต์

สวัสดีปีใหม่ครับลุงขวด ขอให้สุขภาพแข็งแรง
แวะมาทักทาย เห็นลุงขวดมาหลายปี ผลตอบแทนของพอรทลุงผมไม่รู้ 555
แต่สิ่งที่สังเกตได้คือลุงขวดดูเป็นนักลงทุนที่มีความสุข และมีเมตตาจิตต่อเพื่อนนักลงทุนเสมอ สาธุครับ

ในยุคโซเชี่ยลที่เว็บบอรดเงียบไปมาก ยังมีคนคอนอัพเดทกระทู้ให้อ่าน
ผมก็รู้สึกดี และขอบคุณมากครับ
แก่นแท้ คือ "ความว่าง" นี่เอง

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 220

โพสต์

ขอบคุณครับ ที่ยังมีผู้สนใจ ช่วงนี้ได้หันไปลงทุนในหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงหน่อย แต่ให้ผลตอบแทน 5-7% เพราะคิดว่ากิจการภายในอนาคตอีก 2 ปีพวกนี้ก็ยังสามารถเอาตัวรอดได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่โดยกระทบจาก vocid-19 เช่นพวกอสังหาฯ ที่กำลังซื้อลดลง พวกที่ขาดสภาพคล่องต้องการเงินโดยออกหุ้นกู้เหล่านี้ ....และอีกส่วนก็ไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ลงไปเมื่อกลางปีที่แล้วพวก technology โลก และจึน ก็ได้ผลตอบแทนดีทีเดียว ขณะนี้ก็ทะยอยขายไปบ้างแต่ของจีนยังถืออยู่ เพราะเห็นประเทศที่จะเติบโตต้าน covid-19 ได้ก็มี จีน กับ เวียตนาม เวียตนามควบคุมโรคได้ดีและกิจการก็โตขึ้นได้ หลายบริษัทของไทยเราก็ไปลงทุนในเวียตนามเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนหุ้นไทยก็คงไม่ซื้อเพิ่ม เอาหุ้นมาเล่นรอบ สนุกไปทุกวัน ไม่กังวลกับเงินที่ลงทุนไปเพราะ เงินมันทำงานให้แล้ว (ใช้จ่ายน้อยกว่าปันผลที่ได้รับ) รอปันผลเดือน 4-5 ก็ไปเพิ่มในส่วนกองทุนต่างประเทศ มีกองทุนเปิดใหม่ของไทยเราที่ไปลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคต เช่น tesla youtube facebook และของฝ่ายจีน ที่ลงในอนาคตเช่นกัน.... ไม่ได้ลงทุนเป็นรายตัวเพราะความสามารถยังไม่ถึง ....คงเอาตัวรอดได้ไปเรื่อยๆ สนุกและสุขกับการลงทุนเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม เริ่มรู้แล้วว่าเวลามากขึ้นความจำค่อยๆ ลืมไป ก็ต้องต้านกับมัน ใช้ให้มากขึ้น....เสียแต่ว่าโดนกักตัว ไม่สามารถไปเที่ยวในที่ต่างๆ ได้ อยากไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่สามารถไปได้ นี่ก็ 2 ปีแล้วที่ไม่ได้ไปเที่ยว จำต้องเที่ยวทั่วไปก่อน ก็ สนุกไปอีกแบบหนึ่ง เที่ยวไทยนั้นมีปัญหาเรื่องอากาศร้อนเกินไปเท่านั้นเอง ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวดีหลายแห่ง หลังสุดไปติดใจ แม่ฮ่องสอน อ.ปาย น่าเที่ยวมาก ลองไปกันนะครับ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 221

โพสต์

OR OR OR ได้ขายไปแล้วในวันที่สองของการซื้อขาย......เหลือไว้แค่ 100 หุ้นเอาไปติดตาม (ได้มา 4400 หุ้น) ผมเชื่อว่า ตัวนี้จะเป็นตัวหนึ่งในการกำหนดดัชนีตลาด รอดูว่า จะ นิ่งแถวไหน คิดว่าโอกาสที่จะมาในระดับ ipo คงไม่น่าจะได้ .......ผมเชื่อมั่นว่า เป็นหุ้นดี เช่นเดียวกับ SCGP นั่นแหละ มี 2 คู่ให้เลือกและหาโอกาสลงทุนยาวกันต่อไป 2 คู่หมายถึง PPP+OR และ SCC+SCGP ควรมีเอาไว้ในการลงทุน รับรองไม่ผิดหวังแน่ ส่วนเหตุผลหาอ่านในบทวิเคราะห์กันดูนะครับ สำคัญที่ราคาว่าจะลงกับเขาที่เท่าไหร่ ผมเชื่อน่าตัวแม่ของทั้งคู ณ ราคาปัจจุบัน น่ามีไว้บ้างแล้วนะครับ :D :D :D
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

Suphat
Verified User
โพสต์: 473
ผู้ติดตาม: 0

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 222

โพสต์

สวัสดีครับ คุณลุงขวด ผมเป็นแฟนคลับ ติดตามกระทู้พวกเราอยู่กลุ่มไหน มาหลายปีแล้วครับ
ได้มุมมองที่หลากหลาย ขอให้ลุงขวดสุขภาพร่างการแข็งแรงครับ :D

ไม่ทราบว่าลุงขวด ได้ไปประชุมหุ้น TTL ที่อยู่นอกตลาดหรือเปล่าครับ ผมดีผมติดตัวนี้อยู่หลายปี
แต่ก็ไม่ได้ไปประชุมครับ เห็นผู้บริหารพูดถึงเรื่องกัญชง มาหลายปี ไม่ทราบว่าจะปลูกกับเขาไหมครับ

Suphat
Verified User
โพสต์: 473
ผู้ติดตาม: 0

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 223

โพสต์

พอดีมีหุ้นมาฝาก คุณลุงขวดครับ
หุ้น IMH ครับ ปี 2562 หุ้นตัวนี้มีการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ให้ลูกค้ากว่า 100,000 คนครับ
มีรายได้จากการฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก มะเร็งปากมดลูก
คิดเป็นประมาณ 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดครับ

9 เดือน ของปี 63 ที่ขาดทุน เพราะว่ามีการปิดเมืองในไตรมาส 2 ทำให้ลูกค้าที่
เป็นโรงงานเลื่อนการตรวจสุขภาพ ซึ่งไตรมาส 2 ของทุกปีจะเป็นไตรมาสที่เป็นกำไรดีที่สุด
ซึ่งทำให้ งบขาดทุน ซึ่งเป็น onetime ไม่มีอีกแล้ว

ซึ่งวัคซีนโควิดที่จะได้ฉีดกันปีนี้ ความเป็นส่วนตัวของผมคิดว่า IMH จะเป็นโรงพยาบาลที่ได้ประโยชน์
สูงสุดกว่าหุ้น โรงพยาบาลทุกตัว เพราะ IMH มีฐานลูกค้ากว่า 1 ล้านราย และมีกำลังรองรับลูกค้าได้มากถึง
5000 คนต่อวัน มีรถ mobile เคลื่อนที่ 10 กว่าคัน ฉีดวัคซีนได้ถึงโรงงาน

- ราคา หุ้น 2.32 บาท มูลค่ากิจการแค่ 500 ล้านบาท และ p/bv แค่ 1.2 เท่า
เมื่อเทียบกับหุ้น โรงพยาบาลตัวอื่นที่มูลค่ากิจการสูงหลายพันล้าน p/bv สูงหลายเท่า 3 เท่า 5 เท่า 7-8 เท่าก็มี

-รวมทั้งบริษัทมีสถานะ net cash มีเงินสด 200 ล้านบาท คิดเป็น 1 บาทต่อหุ้น เทียบกับราคาหุ้น 2.32
-ต้นทุนของบริษัทเป็นต้นทุนคงที่ คือบุคลากร ถ้ายิ่งมีการฉีดวัคซีนยิ่งเยอะ กำไรที่ได้ยึ่งขยายตัวแรงครับ

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 224

โพสต์

ศึกษาง่ายครับ รอไปก่อน เพราะ เป็นหุ้นใหม่ ipo 6 บาท วันแรกซื้อขายกัน 5.85-4.72 บาท คนซื้อ ipo ขาดทุนทุกคน กิจการ 5 สาขาอยู่ในแหล่งอุตสาหกรรม ต้องการให้คนมาใช้บริการตรวจสุขภาพเป็นหลัก ช่วงนี้พนักงานคงลดกันหมด งานตรวจสุขภาพคงแย่ตามไปด้วยโดนกระทบเช่นกันทำให้กำไร ปีนี้ ลดลงเป็นขาดทุนไปเลย รอดูแถวราคาต่ำสุดเดิม พร้อมกับดูกิจการว่าจะหาทางพัฒนาทำอะไรให้ได้กำไรกลับมา สู้กันต่อไปนะครับ ขอให้โชคดีในการลงทุน ผมขอรอตามที่บอกนั่นแหละ (กิจการงบดุลการเงินยังดีครับไม่มีปัญหาอะไร รับเงินจากลูกค้า ร้อยกว่าวัน ถ้าจะให้ดีก็ต่อรองสัก 60 วันก็ดี)
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 225

โพสต์

บ่นหุ้น 1
หุ้นพื้นฐานดี ทำไมขึ้นช้า แต่หู้นพื้นฐานแย่ ทำไมขึ้นเร็ว.........จะเห็นได้ว่า ที่ผมเขึ่ยนคราวก่อนตอนท้ายๆ บอกว่า ผมมีหุ้นพื็นฐานแย่ กิจการขาดทุุนมาหลายปีแล้ว ก็ยังสนใจถืออยู่ ทำไมถึงถือหุ้นขนิดนี้.......มีการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ในราคาในวันนี้..........หุ้นใน 2 ปีนี้ได้ปรับขึ้นมากทีเดียว.....ผมอยู่กับหุ้นตัวนี้มานานมาก ติดตามมากว่า 20 ปีแล้ว ใครๆ ที่รู้จักผมก็จะบอกว่า ผมได้กำไรจากหุ้นตัวนี้มากพอควร การลงทุนยาวๆ ก็ทำให้มีกำไรซิเหตุผลง่ายๆ .........ในช่วงแรกๆ ที่ลงทุนหุ้นตัวนี้ เป็นเพราะบริษัทนี้ สามารถทำกำไรได้ดี และ ปันผลให้ทุกปี เริ่มจากกลุ่มไต้หวันที่เข้ามาบริหาร การประหยัด และ สร้างผลกำไรคือหลักการที่ชาวไต้หวันชอบอยู่ ราคาหุ้นได้ขึ้นแรงมาก ระดับกว่าร้อยบาท แต่ฝ่ายบริหารก็มีการแตกพาร์ และเพิ่มทุน ...เขาเก่งและคงใช้เวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้นให้เป็นประโยชน์ ราคาหุ้นก็ลดลงเรื่อย ๆ ทำให้เกิด dilution effects ...ประกอบการทำกำไรไม่สามารถไปช่วยทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้ ...และเกิดความคิดจากผู้บริหารว่า ธุรกิจที่ทำอยู่คงเริ่มลำบาก จึงหันเอาเงินสดที่มีอยู่ไปซื้อกิจการเป็นสนามกอล์ฟ ต่างประเทศ....คงเห็นว่าราคาซื้อไม่แพง แต่เมื่อเข้าไปบริหารก็จะเห็นว่าการใช้สนามตีกอล์ผของประเทศนั้นไม่ได้ใช้บริการได้ทั้งปี เพราะเป็นประเทศหนาว บางช่วงไม่สามารถใช้ได้.....ที่สุดก็ต้องขายกิจการนี้ออกไปใน 3-4 ปีต่อมา ดีนะที่ขายแล้วเอาตัวรอดได้ไม่ขาดทุน ได้กำไรเพียงเล็กน้อย ....การลงทุนในสินทรัพย์แบบนี้ ถือยาวๆ ราคาก็ขยับได้ เขาถือมา 3-4 ปี จึงขายได้ ก็คงมีผู้สนใจซื้อต่อไปเพราะเป็นของถูกในความคิดของคนที่ซื้อ....บริษัทเริ่มเอาเงินที่ได้มาพัฒนาบริษัท โดยแบ่งเงินจากธุรกิจเดิมมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสรุปก็ทำให้ภาพรวมแย่ลง เพราะไปสนใจในธุรกิจใหม่ที่มีคู่แข่งที่ใหญ่โตมากกว่าตนเองหลายเท่าตัว และมีหลายรายด้วย จนปัจจุบันธุกิจนี้ก็ยังขาดทุนอยู่ น่าเป็นห่วงกับกิจการของเขาเหมือนกัน
แต่ทำไมจึงทำให้ราคาหุ้นขึ้นได้ คำตอบง่าย ๆ คือ ราคาลงมามากต่ำกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่มี หรือต่ำว่า บุค เวลู ถ้าพูดกันง่าย ๆ เมื่อตอนเปลี่ยนธุรกิจ ฝ่ายผู้บริหารไต้หวันก็ขายหุ้นให้กับนายทุนรุ่นต่อไป ที่มาลงทุนในบริษัท นี้ จากอดีตราคาระดับหลายร้อย ลดลงมาตามที่บอก เขาขายหุ้นให้นายทุนใหม่ในราคา 2.16 บาท.....โดยเอาทรัพย์สินที่เป็นอสังสาฯ มาแลกซื้อ ..... จึงทำให้รายได้เดิมกับรายได้ใหม่่ในระดับ 50ต่อ50 ...ตัวหนึ่งพออยู่รอดได้แต่ตัวใหม่อีกตัวขาดทุน ราคาหุ้นจะไปเหลืออะไร .....การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้กิจการขาดทุนมา หลายปี ปีที่แล้วก็ขาดทุน แต่ปีนี้มีผู้บริหารใหม่(น่าจะถือหุ้นอันดับบ2)เข้ามาจัดการ ยังไม่รู้ความสามารถของเขาว่าเก่งขนาดไหน ที่จำทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มในสินค้าเดิมแต่ผลิตภันท์ใหม่..ขอเพียงปีนี้กำไรเล็กน้อย หรือ เท่าทุน ผมก็พอใจแล้ว เพราะจะเห็นได้ว่า มีการพัฒนาเกิดขึ้น...ที่สุดราคาก็จะขึ้นเอง จากการขาดทุนที่ลดลงก็ทำให้ราคาหุ้นขยับได้ ถ้ามีกำไร ก็น่าจะขยับได้ดีกว่า ...ราคาหุ้นชี้นำอนาคตของธุรกิจนี้ได้.......แต่จะขึ้นแบบยั่งยืนหรือกลับไปโดดเด่นเหมือนในอดีตเมื่อ กว่า 20 ปีก่อน ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้บริหารชุดใหม่ ต้องเปลี่ยนการบริหารให้มี ะรรมาภิบาลมากขึ้น โปร่งใส นักลงทุนก็จะมาสนใจกันมากขึ้น....นี่คือสิ่งที่เป็นห่วงว่าเขาจะทำได้หรือไม่ เพราะนายทุนกลุ่มใหม่ดูประวัติแล้วก็ไม่ธรรมาเหมือนกัน....กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ผมคงถือหุ้นตัวนี้ไปเรื่อยๆ และปรับจำนวนถือครองตามความเหมาะสมและความสามารถของบริษัทฯ กันต่อไป.......ขอให้โชคดีสำหรับผู้ที่ร่วมกันถือหุ้นตัวนี้ และขอหวังว่าผู้บริหารชุดใหม่จะมีความสามารถทำบริษัทให้ได้กำไรด้วยนะครับ ขอให้ความหวัง ความฝันประสบผลสำเร็จด้วย
.
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 226

โพสต์

ก่อนไป บ่นหุ้น 2 ซึ่งคิดว่าจะบ่นหุ้นใหญ่ คือ หุ้น SCC นั่นแหละ เลยขอเขียนเรื่องการแบ่งเงินลงทุน เดิม ๆ ก็ลงทุนในหุ้นไทยเป็นส่วนใหญ่ จะไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ก็ หมดเวลา สำหรับผมแล้ว เพราะไม่อยากไปคุ้ย สรรหา หุ้นโดยตรง เลยไปอาศัย กองทุนต่างประเทศบ้าง ลงทุนผ่าน โบรค tisco เป็นกองทุนต่างประเทศที่เขาจัดสรรและคิดมาให้ ปีที่แล้วก็ได้กำไรดีเพราะไปลงให้กองเทคโนโลยี่กันส่วนใหญ่ ได้ระดับ กว่า 30% เลย และได้ทำกำไรไปรอบหนึ่งแล้ว เหลือไว้ติดตามนิดหน่อย และเริ่มปรับเป็นกองทุนหุ้นแห่งอนาคตกัน ช่วงนี้เลยทำให้ยอดลงทุนไม่ได้กำไร อยู่ในระดับเสมอทุน และต้นปีที่แล้วไปฟังสัมนา ของ finomena แต่ไม่ได้ลงทุนกับเขา ไปลงกับ tisco ตามที่บอก .... หลังๆ นี้เห็นทาง finomena มีการพัฒนาชวนลงทุนในหลายรูปแบบ ได้พัฒนาระบบดีขึ้นมีข้อมูลมากมายที่จะช่วยตัดสินใจ เลยไปทดสอบเริ่มลงทุนเมื่อเดือนกุมภา..แต่ไม่ถึงระดับสูงพอที่เขาจะมาช่วยดูแลได้ ต้องตัดสินใจเอง หาความรู้เอง ตอนนี้การลงทุน ก็ มี กำไรเพียง 2-3% เท่านั้น สามารถกระจายความเสี่ยงไปหลายประเทศ และหลายประเภท เช่นกัน ก็ สนุกกับการศึกษาไปอีกรูปแบบหนึ่ง
ส่วนที่มั่นคงในผลตอบแทน ที่สุด ก็คือ หุ้นกู้ ก็หันไปเพิ่มการลงทุนในหุ้นกู้บ้าง มีหลายบริษัท ที่ออกในช่วงนี้ ผมสนใจระดับที่มีความเสี่ยงมากหน่อย คือระดับ กว่า 6% ยอมรับ high risk high return ครับ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

khunsa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 65
ผู้ติดตาม: 0

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 227

โพสต์

ถึง ลุงขวด
จากหนุ่มน้อยที่ศึกษาลงทุน แป่ปๆ วัยเกษียนละคับ (early)
คิดถึงสมัยก่อน อบอุ่น ละได้ความรู้จากที่นี่มากมาย
โดยเฉพาะข้อคิดเตือนสติจากลุงขวด ที่ทำให้ได้ซึงซับสิ่งดีๆ มาตลอด
จนพอเริ่ม ยืน เดิน ได้ จากจุดที่เคยมองไม่เห็นทาง
กราบขอบพระคุณด้วยใจจริง

ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข เจริญ ทั้งทางโลก และทางธรรม
แข็งแรงละ อย่าหยุดโพสต่อนะคับ :mrgreen:

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 228

โพสต์

ขอบคุณครับ ที่ยังติดตามอ่านกันอยู่ ผมก็เข้ามาอ่านในร้อยคนร้อยคน ทุกอาทิตย์นั่นแหละ แต่ไม่ได้อ่านหุ้นแต่ละตัวเท่าไหร่ เพราะมีหุ้นใหม่ๆ เข้ามามากจน ตามอ่านไม่ทันแล้วครับ เข้ามาหาข้อมูลที่พวกเราช่วยกันคิดช่วยกันวิเคราะห์ มีคนเก่งๆ รุ่นใหม่หลายคนที่ร่วมกันคุยในร้อยคนร้อยหุ้น นั่นแหละ

ผมยังคงลงทุนในหุ้นเหมือนเดิม เงินทั้งหมดก็ลงไปในหุ้น เงินเพิ่มก็คงจากปันผลที่จะรับได้ในช่วงเดือนเมษาและพฤษภา ที่เข้ามาให้มีรายได้ส่วนใหญ่นะครับ และนำไปลงทุนต่อ .... สองสามปีนี้ผมได้จัดการแบ่งแยก portforlio ให้ลูกที่มี 2 คนไปลงทุนกันเอง ลูกสาวก็ไม่ได้สนใจปรับ port เท่าไหร่ ก็เล่นเฉพาะหุ้นที่เราให้ไปเท่านั้น ปรากฏว่า สู้กับตลาดได้พอควร ส่วนลูกอีกคนเป็นลูกชายมีการปรับ port โดยจัดให้มีหุ้นน้อยตัวลงเขาอยากจะมีไม่เกิน 10 ตัวเท่าใหญ่ ส่วนใหญ่ก็เป็นหุ้นปันผล มีการศึกษาหุ้นใหม่ ๆ เข้ามา ส่วนเรื่อง bitcoin ไม่มีคนไหนไปศึกษาเลยครับ ลูกสาวลงทุนในส่วนของหุ้นกู้เพิ่มขึ้น สร้างความมั่นคงและมีรายได้ถาวรทุกไตรมาส ที่เขาจ่าย ส่วนลูกชายก็มีหุ้นกู้บ้างแต่ไม่มาก มีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศไปพักหนึ่งที่สุดก็ขายหมด ดีที่ขายหมดไปก่อนตอนมีกำไร ถ้าถืออยู่ถึงตอนนี้กองทุนต่างประเทศพวกนี้ก็จะขาดทุนเป็นส่วนใหญ่ การลงทุนต้องศึกษาให้มากขึ้น ตอนนี้ข่าวสารต่างๆ เร็วมาก เพียงไม่กี่นาทีข่าวต่างๆ ก็ กระจายได้ไปทั่วตลาดแล้ว

มันสนุกที่ได้ติดตามข่าวต่างๆ ทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น เสียแต่ว่าโรคโควิค ทำให้การประชุมใหญ่ในหุ้นต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยการไปร่วมฟัง ร่วมตั้งคำถามในที่ประชุมยากขึ้น ... ผมไม่ได้ไป AGM ส่วนใหญ่ ดีที่ยังมีรายการ opp day ได้ฟังทางบ้านได้และถามคำถามใน opp day ก็สบายไปอีกอย่าง แต่โอกาสเจอเพื่อนๆ ในการประชุมหุ้นน้อยลงทุกที เพราะต่างก็ไม่ได้ไปกัน เลยหมดสนุกที่จะคุยและแลกเปลี่ยนแนวคิดกันไปเลย

ชีวิตในปัจจุบันก็ช่วยเลี้ยงหลานสาวคนแรก เล่นไลน์ในกลุ่มเพื่อนนักเรียนเก่าๆ และ ฟัง VDO ในข่าวต่างๆ ซึ่งก็ทำให้แต่ละวันหมดไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่เบื่อหน่าย ครับ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 229

โพสต์

สิ่งที่เห็นชัดๆในการลงทุนช่วงนี้
มีหุ้นหลายตัวที่พึ่งเข้าตลาด อยู่ในราคาสูงกว่าราคา IPO มากจริงๆ ราคา IPO เป็นราคาที่เจ้าของพอใจที่จะแบ่งสมบัติให้ นักลงทุนเห็นความสามารถและการเติบโตที่เขาให้ข้อมูล ก็ยังให้ราคาเพิ่มอีก2-3เท่า อันเกิดจากการดูแลราคาของผู้จัดจำหน่ายและการจัดสรรที่มีหุ้นจำนวนน้อย ถ้ากระจายให้รายใหญ่สัก 5-6 รายก็สามารถคุมเกมราคาได้

ผมลงในหุ้นส่วนใหญ่หวังปันผลในระดับเกินกว่า 5% เลยมักจะตกรถไม่ได้ซื้อหุ้นพวกนี้ หุ้นเติบโตมักให้ส่วนต่างของราคามากกว่าปันผลที่จะให้ พวกนี้ให้ปันผลระดับ 1-2% เท่านั้น จะให้ผมเปลี่ยนแนวคิดคงยากสักหน่อย ก็คงต้องรอราคาหุ้นแถว IPO หรือเพิ่มจากนั้นเล็กน้อย ก็อาจถือเป็นหุ้นลงทุนเก็งกำไร แต่จะให้ถือเป็นหุ้นลงทุนยาวก็อยากได้ปันผลระดับแถว 3-5% และในอนาคตถ้าเป็นหุ้นดีก็จะได้ปะนผลเพิ่มเกินกว่า 5%ตามเป้าหมายที่อยากได้ สู้กันไปในตลาดหุ้นที่มีการแกว่งโตแรงๆ ในตอนนี้
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 230

โพสต์

วันนี้เป็นวันเลือกผู้ว่ากรุงเทพ ก็ชวนให้ไปใช้สิทธิกันมากๆ นะครับ .....ส่วนผมได้ย้ายทะเบียนบ้านไปอีกแห่งหนึ่งเพราะเป็นทรัพย์สินส่วนตัว แต่อยู่จริงอยู่กับบ้านของลูกที่สะดวก สบายในการเดินทางไปที่ต่าง ๆ ก็คงหาโอกาสไปใช้สิทธิเช่นกัน รอลุ้นกันตอนเย็นว่าจะได้ ผู้ว่าประเภทไหนกัน ส่วน สก คงใช้สิทธิ no vote เพราะไม่รู้จักและไม่ได้ศึกษาเลย
วันนี้เป็นวันเลือก..... เลยขอบ่นเรื่องเลือกหุ้นหน่อย เพราะหุ้นส่วนใหญ่ลงเกือบทั้งกระดาน และดัชนีมีแนวโน้มว่า อาจจะลงได้อีก ตอนนี้อยู่ในช่วงรับปันผลที่ลงทุนไป ก็ต้องคัดเลือกหุ้นที่จะถือต่อและลงไปกับเขาต่อไป
ผมจะพยายามลดจำนวนหุ้นที่ถือครองลง สมัยก่อนถือหุ้นหลายตัวเพราะอยากไปศึกษาไป AGM แต่ปรากฏว่า ไม่ได้ไปมา 3 ปีแล้วอันเกิดจากโรคระบาด และตอนนี้ การแจ้งข่าวเรื่องการประชุมก็ไวมาก บางบริษัทสามารถจัดประขุมแบบ E-AGM ซึ่งบางทีก็ลำบากสำหรับคนรุ่นเก่าที่จะใช้วิธีการเข้าประขุมชนิดใหม่กับเขาไม่ค่อยเป็น เลยตัดสินใจจะลดหุ้นให้ไม่เกิน 10 ตัวในอนาคตอันใกล้นี้ อาจจะเป็นช่วงที่ลดแล้วทำให้ขาดทุนในการขายก็เป็นไปได้ ก็จำเป็นต้องทำ และย้ายเงินไปในหุ้นที่คิดจะถือยาวกันต่อไป ตอนนี้เลือกได้หุ้นมา 4 ตัวแล้ว ที่คิดจะถือยาวตลอดไปเรื่อยๆ
ตัวแรก เป็นหุ้นใหญ่ตัวหนึ่ง ที่เขาได้เริ่มกระจายไปหลายธุรกิจเพิ่มขึ้น จากขายปูน ปรับตัวมาเป็นรายได้ปีที่แล้ว กำไรเกิดจากกลุ่มเคมี ราคาเคยไปถึง 550 บาท ได้ลงมานิ่งในระดับหนึ่งแล้ว ถึงแม้ราคาทุนของผมจะสูงพอควรแต่จากทุนก็ให้ปันผลมากกว่า ปันผลของตลาดเสียอีก ผมเชื่อในผู้บริหารที่จะทำธุรกิจต่อไปให้ก้าวหน้าได้ จึงเป็นตัวแรกที่สนใจเก็บเอาไว้
ต้วที่สอง อยู่ในกลุ่ม reit แต่เสียดายที่ไม่ใช่ jasif ซึ่งมีกับด้วยแต่น้อยมาก ที่สนใจและมีมากก็เป็นพวกในกลุ่มคลังสินค้าในนิคมอุตสาหกรรม ตัว reit ที่เลือกไว้ราคาแกว่งตัวขึ้นลงเร็วมาก ตอนนี้อยู่ในระดับต่ำ เกินว่า nav ของเขาไปหน่อย ให้ปันผลระดับ 5% ได้ ก็ลุ้นและสะมกันต่อไป
ตัวที่สาม เป็นหุ้นในดวงใจ ทีถือมาเกือบ 30 ปีได้ อยู่ในกิจการทีผมเข้าใจและเคยขายสินค้าเช่นนี้มาก่อน ได้ตามตั้งแต่แรกๆ เจ้าของเป็นคนเก่งมีความคิดดี ประหยัด ลุยงาน สมัยแรกๆ ที่พวกนักลงทุนไปศึกษาหุ้น ใน งาน opp day ทีตลาด เขาก็มักมาทุกโอกาสที่ตลาดเปิดให้มี opp day และเขาก็มักเรียก ชื่อผมในที่งาน opp day แทบทุกครั้ง และผมก็มักมีคำถามถามในที่นั้นประจำ (สมัยตลาดอยู่แถวคลองเตย)......เขามักมาเป็นรายแรกใน opp day และประกาศผลประกอบการเร็วมากเช่นกัน เจ้าของได้รับรางวับ best CEO ในปีหนึ่ง ใครตามตัวนี้ก็มักรู้ว่าเป็นปุ้นอะไรโดยไม่ต้องบอกเป็นแน่
ส่วนตัวสุดท้ายที่เลือก เป็นหุ้นที่ยากจะคาดการณ์ เพราะอยู่ในหลายธุรกิจเกิดจากธุรกิจการก่อสร้าง ทำฉนวนกันความร้อน ตอนนี้ก็ทำบางส่วนของรถยนต์ และบางส่วนในบรรจุภัณท์อาหาร เจ้าของเป็นกลุ่มของครอบครัวพี่น้องช่วยกับดำเนินธุรกิจ แบ่งกันรับผิดชอบแต่ละตำแหน่ง จนตอนนี้สามารถขยายกิจการไปต่างประเทศ เน้นเด่นที่ออสเตรเลีย และเริ่มไปอเมริกา และประเทศอื่นๆ อีกมาก การเติบโตครึ่งหนึ่งในประเทศ และอีกครึ่ง เกิดจากต่างประเทศ มีปันผลในระดับต่ำกว่า 3 ตัวแรกที่เลือก แต่คิดว่าการเติบโตจะทำให้ราคาหุ้นขยับขึ้นไปด้วยเช่นกัน ก็ลองดูซิว่าจะยั่งยืนและสมหวังในการลงทุนกับเขาหรือเปล่า การลงทุนมีความเสี่ยง ให้ใช้คววามคิดของตนเองและเลือกในส่ิงที่ถูกทางและปลอดภัย เพราะตอนนี้การลงทุนทุกอย่างเริ่มลำบากมากทีเดียว เนื่องจากหลายปัญหาที่ได้เกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้นี้
ลงทุนแบบเต่าที่มีอายุยืนยาว แต่ไปอย่างช้า ๆ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 231

โพสต์

การลงทุนที่ลำบากสำหรับปีนี้
ปีนี้ถือว่าลงทุนลำบากมาก ถึงแม้ ดัชนีตลาดก็ไม่สามารถชนะดัชนีตอนต้นปีได้ ดัชนีต้นปี อยู่ที่ 1685 (ดัชนีจบปลายปี 2564) ดัชนีตอนนี้ อยู่แถว 1600 ต้นๆ เท่านั้นเอง.......ปีนี้ผมเลยคาดว่า ทั้งปี คงให้ผลตอบแทนระดับ 6% เท่านั้น อันเกิดจาก ปันผล เกือบ 4% และการซื้อขายหุ้นที่ทำกำไรได้เพียง 2% เท่านั้นเอง....การติดตามหุ้นก็ได้เพียงฟัง opp day ที่ตลาดจัดให้ ไม่ได้ไปตามถึงแต่ละบริษัท ไม่ได้ไป company visit บริษัทไหนเลย......ด้วยมีอายุมากขึ้น และโรค covid ระบาด ทำให้ต้องเอาตัวรอด รักษาสุขภาพมากขึ้น เงินทองหามาได้แล้ว รู้จักพอ ก็ เกิดความสุขมาก รักษา ศีล สมาธิ ปัญญา ก็เป็นแหล่งที่สร้างความสุขได้อย่างหนึ่ง ความสุขอันเกิดจากจิตที่มี ..... ส่วนความสุขจากกาย ก็คง รักษาไว้ กินอาหารและท่องเที่ยว กินอาหารทำให้ร่างกายแข็งแรง ส่วนท่องเที่ยวได้ทั้งร่างกายและจิตใจ.....การไปท่องเที่ยวทำให้ต้องเดินวันละกว่าหมื่นก้าว งวดนี้ที่ตั้งความหวังว่า ปลายปีจะไปเที่ยวญี่ปุน ก็ บรรลุุเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว และ ลูกก็วางแผนให้ไปชมเทศกาลหิมะ ในเดือนกุมภาพันธ์อีก ก็ รอลุ้นกันต่อไปว่า เจอ สภาพความหนาวแล้วจะรอดหรือเปล่า... เมื่อ 5-6 ปีก็ไปดู snow walll ที่ญี่ปุ่นแล้ว ตอนนั้นยังหนุ่มกว่านี้ ก็รอดได้ แต่คราวนี้ต้อง ออกกำลังกายเพื่อให้การเที่ยวเพือน กุม่พาพันธ์นี้ให้ สนุก และรอดได้เหมือนเดิม
ตอนนี้เปลี่ยนหุ้นสามัญเป็นกองรีท และ หุ้นกู้มากขึ้น เพราะ ไม่อยากสนใจหุ้นสามัญที่ต้องลุ้นอยู่ทุกวัน....ส่วน reit ที่ให้ผลตอบแทนดี เชื่อมั่นว่า จะได้ปีละกว่า 7% ก็พึ่งมา opp day ผมสนใจตัวนี้มาก เพราะคิดจากการเพิ่มทุนของเขาที่ผ่านมา ที่ราคา 14.30 และ 11.70 บาท ชอบที่เป็น reit ผสม คือ free hold กว่า 70% และ ที่เหลือเป็น lease hold......การปันผลเพิ่มทุนไตรมาส นั่นหมายถึง ลงทุนแล้วได้รับปันผลทุกไตรมาสด้วยซิ....ใน reit ตัวนี้มีสถาบันถือเป็นส่วนใหญ่ ผมเริ่มลงทุนแถว 11 บาทกว่า ยังขาดทุนในมูลค่าของเขาอยู่ แต่ในขณะนี้ ราคาตลาดต่ำกว่า ทุนของผม และต่ำกว่ามูลค่าของเขาเอง.(nav 10.84)....ถ้าไม่ใช้เงิน ก็เอามาลงทุนเพิ่มใน reit ตัวนี้ ผมเชื่อว่าอนาคตคงให้กำไรในราคาหุ้นด้วย ส่วนที่ได้แน่ๆ คือ ผลตอบแทนกว่า 7% ในระดับการลงทุนตอนนี้......การลงทุนมีความเสี่ยง ต้องเชื่อมันในตนเอง อย่าเชื่อผมทุกอย่าง ต้องศึกษาและคิดด้วยตนเองนะครับ
ขอให้โชคดีในการลงทุนด้วยครับ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 232

โพสต์

แถม reit อีกตัวที่ชอบรองมา
มีเพื่อนนักลงทุนคนหนึ่ง บอกปีนี้ของออกจากหุ้นสามัญ มาอยู่กับ กอง reit เขาสนใจ กอง reit ตัวอื่นๆ หลายตัวเช่นกัน แต่ผม สนใจอยู่ 2 ตัว อีกตัวก็เห็นลงมามากทีเดียว เป็น reit ในกลุ่ม lease hold ผมไม่ชอบพวก lease hold เท่าไหร่เพราะมันมีอายุที่จะหมดไป แต่ ตัวนี้ มีอายุยาวและผู้บริหารเก่ง เป็นกลุ่มศูนย์การค้า ที่คาดว่าจะกลับมาคึกคัก อีกทีหนึ่ง เขาสามารถสร้างศูนย์การค้า เป็นแหล่งท่องเที่ยว เดินสบาย ๆ มีศูนย์อาหาร ด้วย ไตรมาสนี้ในปันผล 30 สต ราคาหุ้นพึ่งขึ้น XD เลยตกลงมาแถว 18.10-18.20 บาท......นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะได้ปันผลระดับไตรมาสละ 40 สต เพึ่มขึ้นอีก 10 สต .....ก็ลงทุนกันไปนะครับ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

ภาพประจำตัวสมาชิก
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 2445
ผู้ติดตาม: 68

Re: พวกเราอยู่กลุ่มไหน

โพสต์ที่ 233

โพสต์

ที่ผ่านมาหลายสิบปี ก็ชอบลงทุนในหุ้นเล็กและกลาง จนถือคติว่า เป็นใหญ่ในเล็กดีกว่า เป็นเล็กในใหญ่ ทำนองนี้
การลงทุนในตลาด MAI การศึกษาพื้นฐาน มันดูง่ายไม่ชับซ้อนเท่าไหร่ ส่วนราคาหุ้นมีการขยับขึ้นลงแรงกว่า ตลาด SET เสียอีก เลยติดใจกับลงทุนในหุ้นเล็กและกลาง และก็ถือนโยบายไม่ลงทุนในหุ้นที่อยู่ในตลาดไม่เกิน 2-3 ปี หมายถึงไม่ชอบหุ้น ipo เพราะคิดว่า หุ้น ipo เจ้าของและ FA ที่จัดจำหน่าย ก็ต้องคิดมูลค่าของหุ้นในส่วนที่จะอยากขาย ในราคาขายที่เจ้าของพอใจ(ตั้งราคาขายสูง FAหรือผู้จัดจำหน่ายก็ได้ผลตอบแทนสูงด้วย)......เลยคิดว่าราคาเกินราคา ipo ผมถือว่าแพง เลยไม่ลงทุนหุ้นใหม่ๆ กับเขา.....เลยชอบศึกษาและลงทุนในหุ้นเก่าๆ เอาอดีตมาเป็นเกณท์ในการพิจารณาลงทุนเท่านั้น....ผมลงทุนในหุ้นตลาด MAI มี สัก 40% ส่วนอีก 60% เป็นหุ้นกลางและใหญ่ในตลาด SET

มาดูหุ้น ipo ตัวหนึ่ง อยู่ในตลาด MAI พึ่งเข้าตลาด แปลกใจว่า มีเพื่อนนักลงทุนที่พูดคุยกันได้ สามารถซื้อหุ้นเขาได้ถึง คนละ 4% ของหุ้นที่ออกใหม่ แต่โดยมีเงื่อนไขไม่ให้ขายภายใน 6 เดือน ดีที่ ส่วนสรุปข้อมูลสารสนเทศ ได้แจ้งรายละเอียดไว้ ว่า ได้เสนอขายพร้อมกับให้ รพ แห่งหนึ่ง ซึ่งถูกว่า ราคา ipo เสียอีก.....นี่แหละความลำบากในการลงทุนถ้าไม่ศึกษาข้อมูลสารสนเทศ ให้ดี และถ้าไม่มีเงินมากไปลงทุนกับเขา ก็ไม่สามารถจะจองหุ้นได้มากเช่นนั้น..... ฉะนั้นเลยเป็นเหตุที่ผมไม่กล้าลงทุนในหุ้น ipo ใหม่ๆ
หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่

โพสต์โพสต์