เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat Nov 20, 2021 7:51 pm

ดูกันชัดๆ โลกร้อนขึ้นจริงหรือไม่ ข้อมูลจากนาซ่า

phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed Dec 01, 2021 8:29 pm

ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (climate change) เกิดขึ้นให้เห็นเป็นปรากฏการณ์ต่างๆ มากขึ้นทุกวัน แค่ในปีนี้ปีเดียว เราเห็นเหตุการณ์ที่สะท้อนถึงวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นไฟป่าที่แคลิฟอร์เนีย พายุทรายถล่มเมืองตุนหวงของจีน น้ำท่วมนครนิวยอร์ก หรือแม้แต่เหตุการณ์น้ำท่วมกว่า 20 จังหวัดของประเทศไทยเอง

แต่เหตุการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ และอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในอนาคต ก็คือ ฝนที่ตกบนยอดเขาในกรีนแลนด์ แทนที่จะเป็นหิมะ ซึ่งพบเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจในหมู่นักวิทยาศาสตร์

งานวิจัยที่นำโดย Michelle McCrystall จาก University of Manitoba ของแคนาดา ค้นพบว่า เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นปกติ พูดอีกอย่างคือ ถ้าโลกร้อนขึ้น 3 องศาเซลเซียส ฝนก็จะตกในทุกๆ ภูมิภาคของขั้วโลกเหนือ ในฐานะหยาดน้ำฟ้าหลัก แทนที่หิมะในอีกไม่เกิน 40-50 ปี แต่แม้จะควบคุมอุณหภูมิไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 หรือ 2 องศาฯ ได้ บริเวณกรีนแลนด์และทะเลนอร์วีเจียน ก็จะยังมีฝนตกเป็นหลักอยู่ดี ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็เห็นตรงกันอยู่แล้วว่าปริมาณฝนที่เพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากการละเหยของน้ำทะเลที่ปราศจากน้ำแข็งและอุ่นขึ้นเรื่อยๆ

ทีมวิจัยบอกอีกว่า ผลกระทบจากการที่ฝนมาแทนหิมะนั้น ‘มหาศาล’ เพราะหิมะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ เมื่อหิมะลดลง ก็อาจช่วยเร่งให้ธารน้ำแข็งไหลลงมหาสมุทรมากขึ้น มีการละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัวมากขึ้น จนทำให้น้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อเมืองที่ติดชายฝั่ง อาจทำให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยขึ้น และกระทั่งส่งผลกระทบกับสัตว์อย่างกวางเรนเดียร์ที่จะต้องเผชิญกับวิกฤตขาดอาหาร

มีการวิเคราะห์ว่า แม้จะมีข้อตกลงจากการประชุม COP26 ที่ผ่านมา อุณหภูมิของโลกก็จะเพิ่มสูงขึ้นได้ถึง 2.4 องศาฯ อยู่ดี ซึ่งก็ยังไม่แน่ไม่นอนอีกว่าแต่ละประเทศจะทำตามที่สัญญาไว้ได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือ ปัญหานี้ย่อมส่งผลกระทบกับทั้งโลก McCrystall หัวหน้าทีมวิจัย บอกว่า “คุณอาจคิดว่าขั้วโลกเหนือห่างไกลจากชีวิตประจำวันของคุณ แต่ในความเป็นจริง อุณหภูมิที่นั่นอุ่นขึ้นมากจนส่งผลกระทบลงมาทางใต้มากขึ้นเรื่อยๆ” เธอบอกอีกว่า “นี่คือปัญหาของโลก และมันก็ต้องมีการแก้ปัญหาจากทั้งโลก”

https://thematter.co/brief/161731/161731

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sun Dec 05, 2021 8:10 pm

https://positioningmag.com/1365463

Suntory’ เปิดตัวขวด PET ที่ผลิตจากพืช 100% พร้อมตั้งเป้าใช้งานในปี 2030

Suntory Group ได้ประกาศว่าจะใช้ขวด PET ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ 100% ทั่วโลกภายในปี 2030 และกำจัดพลาสติกบริสุทธิ์ที่ใช้ปิโตรเลียมทั้งหมดออกจากการผลิตขวด PET ทั่วโลก หลังบริษัทประสบความสำเร็จในการสร้างขวด PET ต้นแบบที่ทำจากพืช 100% และใช้เป็นบรรจุภัณฑ์ต้นแบบของแบรนด์ Orangina ในยุโรป และแบรนด์ Suntory Tennensui น้ำแร่บรรจุขวดที่ขายดีที่สุดในญี่ปุ่น

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าหลังจากเป็นพันธมิตรที่ยาวนานเกือบ 10 ปีกับบริษัท Anellotech บริษัทเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนในสหรัฐฯ โดยขวดต้นแบบจากพืชของ Suntory ผลิตขึ้นจากการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ของ Anellotech ที่นำพาราไซลีนจากพืชซึ่งได้มาจากเศษไม้ และได้แปลงเป็น PTA (กรดเทเรฟทาลิก) จากพืช 70% และ MEG (โมโนเอทิลีนไกลคอล) จากพืช 30% ที่มีอยู่แล้วซึ่งทำจากกากน้ำตาลที่ Suntory ใช้ในแบรนด์ Tennensui ในญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2013

“เรายินดีกับความสำเร็จนี้ เนื่องจากมันทำให้เราเข้าใกล้อีกขั้นในการส่งมอบขวด PET แบบยั่งยืนให้ถึงมือผู้บริโภคของเรา” Tsunehiko Yokoi เจ้าหน้าที่บริหารของ Suntory MONOZUKURI Expert Ltd. กล่าว

นวัตกรรมนี้เป็นอีกก้าวหนึ่งสู่การบรรลุความทะเยอทะยานของ Suntory Group ในการเลิกใช้ขวดพลาสติก PET บริสุทธิ์ที่ได้จากปิโตรเลียมทั้งหมดทั่วโลก โดยเปลี่ยนไปใช้ขวด PET รีไซเคิลหรือจากพืช 100% ภายในปี 2030 โดยขวดต้นแบบจากพืชที่รีไซเคิลได้ทั้งหมดคาดว่าจะ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับขวดบริสุทธิ์ที่ได้จากปิโตรเลียม

เทคโนโลยีนี้เป็นหนึ่งในการลงทุนล่าสุดจาก Suntory ในประวัติศาสตร์อันยาวนานของบริษัทในการจัดการกับผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ ในปี 1997 Suntory ได้กำหนด “แนวทางสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” สำหรับขวดพลาสติกโดยเฉพาะ บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ 2R+B (ลด/รีไซเคิล + ชีวภาพ) เพื่อลดน้ำหนักของบรรจุภัณฑ์ รวมถึงฉลากและฝาปิด และแนะนำวัสดุรีไซเคิลหรือจากพืชในขวดพลาสติกที่ใช้ทั่วโลกอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือ ได้สร้างฝาขวดที่เบาที่สุด ฉลากขวดที่บางที่สุด และขวด PET ที่เบาที่สุดที่ผลิตในญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ในไทยประกาศนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติก PET กับบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด เป็นขวด PET แบบใส ไม่มีสี และฝาขวดก็ไร้การพิมพ์สี เพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้ 100% มีมูลค่าการรับซื้อสูงกว่าขวดสี เพราะง่ายต่อการรีไซเคิล ด้วยกระบวนการคัดแยกขยะ

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Dec 17, 2021 8:12 pm

phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Dec 30, 2021 9:20 pm

สรุปภัยธรรมชาติสำคัญในปี 2564


phpBB [video]

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jan 24, 2022 8:34 pm

🌧️❄️ หิมะตกในทะเลทราย 🏜️ทะเลทรายซาฮารา
🌨️ หิมะตกในเมือง ไอน์ เซฟรา ทะเลทรายซาฮาราในแอลจีเรียเป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 42 ปี อุณหภูมิลดลงติดลบ -2 องศาภายในข้ามคืน
🌨️ ใน 42 ปีหิมะตก 5 ครั้งปี 1979, 2016, 2018 และ 2021และ 2022
🌧️ ไอน์ เซฟรา หรือที่รู้จักในชื่อประตูสู่ทะเลทราย อยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000 ฟุต และล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอตลาส

Photo credits: Karim Bouchetata
: CGTN Frontline


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jan 31, 2022 7:49 pm

World Economic Forum จัดทำรายงาน Global Risks Report 2022 ที่มองไปไกลถึง 10 ปี ออกมาเผยแพร่ เป็นข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มาก


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat Feb 12, 2022 7:40 pm


Coca-Cola ตั้งเป้า ใช้ขวดที่ใช้ซ้ำได้ 25% ของทั้งโลก หลังโดนเรียกร้องเรื่องขยะพลาสติกอย่างหนัก

ล่าสุด Coca-Cola ผู้ผลิตน้ำอัดลมที่รู้จักกันในชื่อ “Coke” ได้ออกมาประกาศว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะเปลี่ยนแพ็คเกจจิง 25% ของสินค้าที่วางขายทั่วโลก ให้เป็นขวดแบบที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้อีก (Reusable) ภายในปี 2030
ซึ่งการออกมาประกาศครั้งนี้ เกิดจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม, นักลงทุน และผู้บริโภคที่การออกมาเรียกร้องให้ Coca-Cola ใส่ใจเรื่องขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งกำลังเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก
พอพูดแบบนี้ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วทำไมถึงพุ่งเป้าไปที่ Coca-Cola ?
เพราะจากรายงานของ Break Free From Plastic องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ที่ตีพิมพ์ออกมาเมื่อปลายปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่า “Coca-Cola” เป็นบริษัทที่ก่อมลพิษจากขยะพลาสติกที่เลวร้ายที่สุดในโลก 4 ปีติดต่อกัน
โดยจากที่ทาง Break Free From Plastic ได้ออกไปทำความสะอาดทะเลในกว่า 45 ประเทศ และพบขวดพลาสติกของ Coca-Cola กว่า 20,000 ขวด ซึ่งมากกว่าขยะของ PepsiCo และ Unilever รวมกันเสียอีก
ซึ่งจากการที่ Coca-Cola ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้แล้ว ทางองค์กร Break Free From Plastic ก็หวังว่าบริษัทอื่น ๆ จะออกมาทำตาม ด้วยการกำหนดการใช้แพ็กเกจจิงแบบใช้ซ้ำได้เช่นกัน
ทั้งนี้ Coca-Cola ระบุว่าแพ็คเกจจิงที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Packaging) คือขวดที่บริษัทหรือผู้บริโภคสามารถเติมผลิตภัณฑ์ (น้ำอัดลม/เครื่องดื่ม) ดั้งเดิมได้
เช่น ภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม ทั้งขวดแก้ว และขวดพลาสติก จะต้องสามารถเติมเครื่องดื่มรีฟิลหรือส่งคืนได้
เรื่องนี้นับว่าน่าติดตามต่อไป ว่าบริษัทหรือแบรนด์ใด จะออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอีกบ้าง เพราะลำพังแค่เพียง Coca-Cola บริษัทเดียว ก็คงจะช่วยอะไรได้ไม่มากนัก
แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะช่วยสะกิดให้แบรนด์อื่น ๆ หันมาตระหนัก และร่วมเดินบนเส้นทางเดียวกัน..
อ้างอิง:
-https://www.reuters.com/business/sustai ... 022-02-10/
Tag:
Coca-Cola
Environment

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Tue Feb 15, 2022 8:13 pm


สำหรับประเทศที่มีนวัตกรรม เชื่อว่าเทรนด์ของการเติบโตรอบใหม่หลัง Covid-19 ผ่านไปก็คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการที่ Kaneka บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเคมีของญี่ปุ่นเดินหน้าผลิตวัสดุโพลิเมอร์ที่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติ หรือที่บริษัทเรียกว่า PHBH เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ตันต่อปี หรือ 4 เท่าของกำลังการผลิตในปัจจุบัน

สำหรับความพิเศษของโพลิเมอร์ดังกล่าวคือใช้น้ำมันพืชเป็นวัตถุดิบหลัก และหากถูกทิ้งลงในทะเลหรือดิน พลาสติกเหล่านี้ก็สามารถย่อยสลายได้มากกว่า 90% ด้วย (เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ)

สาเหตุที่เพิ่มกำลังการผลิตดังกล่าวมาจากกฎหมายใหม่ของญี่ปุ่นที่กำลังจะบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ ที่ระบุให้บริษัทต่าง ๆ ลดการใช้พลาสติกลง ขณะเดียวกัน กฎหมายดังกล่าวก็ทำให้ความต้องการพลาสติกสายกรีนเพิ่มขึ้นด้วย

หนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของ Kaneka ก็คือ 7-Eleven ที่ซื้อหลอดย่อยสลายได้ของ Kaneka ไปใช้ตั้งแต่ปี 2019 ซึ่งเทรนด์ดังกล่าวนี้ทำให้ทาง Kaneka คาดการณ์ว่าความต้องการพลาสติกสายกรีนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วใน 2 – 3 ปีข้างหน้า และได้ตัดสินใจลงทุนขยายโรงงานในจังหวัดเฮียวโกเป็นมูลค่า 15,000 ล้านเยน เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตให้เป็น 100,000 – 200,000 ตัน ต่อปีภายในปี 2030

ข้อมูลจากการวิจัยที่เปิดเผยโดย the National Institute of Advanced Industrial Science ของญี่ปุ่นยังพบว่า สาร PHBH ที่ Kaneka ผลิตขึ้นมานั้น สามารถย่อยสลายได้เร็วกว่าของบริษัทคู่แข่งราว 50% และไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษมาช่วยในการย่อยสลาย โดยสามารถย่อยสลายได้ในน้ำทะเล หรือในดินได้เลย

อย่างไรก็ดี การใช้งานพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ในระดับโลกนั้นถือว่ายังน้อยมาก โดยมีไม่ถึง 1% ของยอดขายพลาสติกทั้งหมด และพลาสติกจำนวนมากยังคงถูกทิ้งลงในทะเล ส่วนการใช้งานพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้นั้น ทางสมาคม European Bioplastics คาดว่าจะมีการใช้งานเพิ่มขึ้นเป็น 5.26 ล้านตันภายในปี 2026 หรือเพิ่มขึ้น 40% นับจากปี 2021 โดยนอกจากญี่ปุ่นที่มี Kaneka และ Mitsubishi Chemical เป็นผู้ผลิตรายใหญ่แล้ว ในจีนเอง ก็กำลังสร้างโรงงานผลิตวัตถุดิบดังกล่าวขึ้นอย่างกว้างขวางเช่นกัน

https://www.brandbuffet.in.th/2022/02/j ... the-ocean/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Mar 31, 2022 8:24 pm


ภายในปี 2030 คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ของสหภาพยุโรป (EU) ประกาศว่า เสื้อผ้า ‘fast fashion’ หรือเสื้อผ้าแฟชั่นคุณภาพต่ำที่ผลิตออกมาเพื่อใส่ไม่กี่ครั้งแล้วทิ้ง จะหมดไปจากทวีปยุโรป

ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า จะกำจัดเสื้อผ้า fast fashion ด้วยการบังคับให้ผู้ผลิตใช้วัสดุที่คงทน สามารถใช้ซ้ำได้เป็นระยะเวลายาวนาน และสามารถนำไปรีไซเคิลหรือซ่อมแซมได้ รวมถึงจะบังคับให้ชี้แจงกับผู้บริโภคด้วยว่าจะสามารถนำไปใช้ซ้ำหรือซ่อมแซมด้วยตนเองได้อย่างไร

นอกจากนี้ กฎที่จะนำมาใช้ใหม่ยังห้ามผู้ผลิต ‘ฟอกเขียว’ หรือ ‘greenwashing’ ซึ่งก็คือการโฆษณาเท็จให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าสินค้าของตนเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ข้อเสนอดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย ‘European Green Deal’ ที่จะทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ ที่มีความคงทนและใช้งานได้ยาวนาน แพร่หลายจนกลายเป็นปกติในประเทศสมาชิก EU

ดังที่ ฟรานส์ ทิมเมอร์มันส์ (Frans Timmermans) รองประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ระบุว่า “เราอยากให้ผลิตภัณฑ์ที่มีความคงทน แพร่หลายจนเป็นเรื่องปกติในสังคม” ส่วนในกรณีของเสื้อผ้า ทิมเมอร์มันส์บอกว่าจะกำหนดกฎเกณฑ์เพื่อให้ “เสื้อผ้าที่เราใส่ควรจะใช้ได้นานกว่าการซักแค่เพียง 3 ครั้ง”

สำหรับผู้ผลิตที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ EU หวังจะให้ปฏิบัติตามกฎที่ตั้งขึ้นใหม่นั้น คือกลุ่มแบรนด์เสื้อผ้าในห้าง เช่น H&M และ Zara แต่ก็ยังรวมไปถึงแบรนด์ระดับไฮเอนด์ต่างๆ ที่ EU อยากให้มีการกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่เพื่อให้สินค้ามีความคงทนมากยิ่งขึ้นด้วย

จากข้อมูลของสำนักงานสิ่งแวดล้อมยุโรป (European Environment Agency) เสื้อผ้าถือว่าเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉลี่ยมากเป็นอันดับที่สี่ในยุโรป รองจากอาหาร สิ่งปลูกสร้าง และการขนส่งเท่านั้น



สำหรับข้อเสนอเกี่ยวกับการตั้งกฎที่กำกับการผลิตเสื้อผ้าในยุโรป จะมีการอภิปรายโดยคณะมนตรียุโรป (European Council) และรัฐสภายุโรป (European Parliament) ต่อไป

https://thematter.co/brief/171532/17153 ... al_account

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Mar 31, 2022 8:27 pm

มันกำลังค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในร่างกายมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยพบ 77% จากจำนวนผู้ร่วมทดสอบในกลุ่มการศึกษาขนาดเล็ก

นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครที่มีสุขภาพดีจำนวน 22 ราย ก่อนจะพบว่ามี 17 รายที่พบอนุภาคไมโครพลาสติก โดย 50% พบตัวอย่างของพลาสติก PET (Polyethylene Terephthalate) ซึ่งมักใช้ในขวดเครื่องดื่ม ขณะที่ 1 ใน 3 ตรวจพบพลาสติกที่มีส่วนประกอบของโพลีสไตรีน ซึ่งใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร และ 1 ใน 4 พบโพลิเอทิลีนที่ใช้ทำถุงพลาสติก

ศาสตราจารย์ Dick Vethaak นักนิเวศวิทยาด้านพิษวิทยา จาก Vrije Universiteit Amsterdam ในเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้เป็นหลักฐานยืนยันที่ชี้ให้เห็นว่าไมโครพลาสติกได้ปนเปื้อนกับเลือดมนุษย์เป็นครั้งแรก โดยในแต่ละตัวอย่างเลือด จะมีปริมาณและชนิดของพลาสติกมีความแตกต่างกันมาก ซึ่งอาจเป็นผลจากการพฤติกรรมการสัมผัสพลาสติกในระยะสั้น-ยาวของแต่ละคน เช่น การดื่มเครื่องดื่มจากถ้วยที่มีส่วนประกอบของพลาสติก หรือการสวมหน้ากากพลาสติก

อย่างไรก็ตาม หัวหน้าทีมวิจัยบอกว่า “แม้งานวิจัยชิ้นนี้พบว่าเกือบ 8 ใน 10 ของคนที่ได้รับการทดสอบมีอนุภาคพลาสติกในเลือด แต่บอกไม่ได้ว่าอนุภาคพลาสติกอยู่ในระดับที่ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย” ดังนั้นหลังจากนี้จึงจำเป็นต้องมีการขยายกลุ่มตัวอย่าง และศึกษาเพิ่มเติม เพื่อให้ผลแม่นยำมากขึ้น ซึ่งบางส่วนได้เริ่มเตรียมการ และอยู่ในระหว่างดำเนินการแล้ว

Vethaak ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Guardian การตรวจพบไมโครพลาสติกในเลือดมนุษย์เป็นเรื่องที่ควรกังวล เพราะหมายความว่ามันจะถูกลำเลียงไปทั่วร่างกาย และยิ่งกว่านั้น งานศึกษาก่อนหน้านี้ยังตรวจพบไมโครพลาสติกในอุจจาระทารกมากกว่าในผู้ใหญ่ถึง 10 เท่า นั่นหมายความว่าเด็กและทารกมีความเสี่ยงต่อการรับไมโครพลาสติกมากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในระยะยาว

แต่จนถึงตอนนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกผลกระทบของไมโครพลาสติกต่อร่างกายได้อย่างชัดเจน ประกอบกับองค์การอนามัยโลก (WHO) เองเคยบอกไว้ว่า ตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการตรวจพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษยฺจะส่งผลต่อสุขภาพในลักษณะใด แต่จากการศึกษาเกี่ยวกับการพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์และทุกซอกมุมของโลกที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า คำถามเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์น่าจะเป็นสิ่งที่ต้องการคำตอบที่ชัดเจนในไม่ช้า


https://thematter.co/brief/170992/170992


" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sun Apr 10, 2022 7:45 pm


เมื่อเดือนมีนาคม มีรายงานนักวิจัยพบไมโครพลาสติกปนเปื้อนในเลือดมนุษย์ ถึงแม้ยังไม่แน่ใจว่าส่งผลอย่างไรต่อร่างกาย แต่ความน่ากลัวของพลาสติกจิ๋วนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เมื่อล่าสุดทีมนักวิจัยพบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์อีกครั้ง โดยครานี้มันปนเปื้อนอยู่ในปอดส่วนลึกของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต 11 จากทั้งหมด 13 ตัวอย่าง

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ Total Environment ระบุว่า จากการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อในปอดมนุษย์ 13 รายที่กำลังเข้าผ่าตัด พวกเขาพบว่า 11 รายมีไมโครพลาสติกขนาด 0.003 มิลลิเมตร ปนเปื้อนอยู่ภายในปอด และเมื่อนำไปส่องกล้องขยายพบว่าส่วนมากเป็นพลาสติกชนิด PET ซึ่งเป็นชนิดทั่วไปที่ถูกใช้สำหรับขวดน้ำพลาสติก และพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน ซึ่งมักถูกใช้สำหรับห่อของ

ก่อนหน้านี้ เราตระหนักดีจากงานวิจัยแล้วว่ามนุษย์สามารถรับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านระบบหายใจและย่อยหาร รวมถึงก่อนหน้านี้มีการค้นพบไมโครพลาสติกในปอดของมนุษย์ที่เสียชีวิตมาแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พบว่ามันปนเปื้อนอยู่ในส่วนลึกที่สุดของปอด ซึ่งทีแรกคาดว่า เป็นส่วนที่แคบเกินไปและมีลมผ่านจึงไม่น่ามีไมโครพลาสติกเข้าไปได้

“เราไม่คาดคิดว่าจะพบพวกพวกมัน (ไมโครพลาสติก) เป็นจำนวนและขนาดเท่านี้ในส่วนล่างของปอด” ลอร่า ซานดอฟสกี จากมหาวิทยาลัยฮัลล์ยอร์คในสหราชอาณาจักร และนักวิจัยอาวุโสในโครงการนี้กล่าวต่อว่า ทีแรกทีมวิจัยไม่คาดว่าจะพบพวกมันในส่วนนี้ของปอด เพราะมันเป็นส่วนที่มีขนาดเล็ก และไมโครพลาสติกน่าจะติดระหว่างทางหรือถูกกั้นก่อนมาถึงส่วนนี้

“ข้อมูลนี้ยกระดับความเข้าใจของเราเกี่ยวกับมลภาวะทางอากาศ, ไมโครพลาสติก และสุขภาพของมนุษย์อย่างมาก” นักวิจัยอาวุโสเชื่อว่า ข้อมูลชุดนี้จะช่วยในการศึกษาต่อถึงความเสี่ยงของไมโครพลาสติกต่อสุขภาพของมนุษย์

ในงานวิจัยปี 2021 นักวิจัยในบราซิลได้พบไมโครพลาสติกในศพของมนุษย์ 13 จาก 20 ศพ ขณะที่งานวิจัยในสหรัฐฯ เมื่อปี 1998 ที่ได้ศึกษาผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด พวกเขาก็พบพลาสติกและเส้นใยจากพืช เช่น ฝ้าย มากกว่า 100 ตัวอย่างที่ทำการสำรวจ


https://thematter.co/brief/172286/172286

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed Apr 20, 2022 8:16 pm


BRIEF: สหรัฐฯ สามารถพึ่งพิง ‘พลังงานลม’ เพื่อผลิตไฟฟ้าในปริมาณ ที่เหนือกว่า ‘พลังงานถ่านหิน’ ได้เป็นครั้งแรก
.
ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลมาเลยทีเดียว เมื่อพลังงานจากลม สามารถเป็นแหล่งสร้างไฟฟ้าให้กับทั่วประเทศสหรัฐฯ ได้มากกว่า พลังงานถ่านหิน และนิวเคลียร์เสียอีก
.
สำนักบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐอเมริกา (Energy Information Administration-EIA) เปิดเผยว่า สถิตินี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ.2022 ที่ผ่านมา โดยเกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือ ความต้องการใช้พลังงานจากถ่านหินและนิวเคลียร์ถูกลดลงมาก (ทำให้ผลิตน้อยลงตามไปด้วย) จึงทำให้พลังงานลมถูกนำไปใช้สำหรับไฟฟ้ามากกว่าทั้งสองแหล่ง
.
สถิติที่เกิดขึ้นคือ พลังงานลมถูกนำไปใช้ไปไฟฟ้าได้ 2,017 กิกะวัตต์ (gigawatt-hours of electricity) โดยรวมๆ แล้ว เป็นพลังงาน 19 เปอร์เซ็นต์ที่ผลิตไฟฟ้าให้ทั่วประเทศได้ รองลงมาคือแหล่งพลังงานจากนิวเคลียร์ที่ผลิตได้ 19 เปอร์เซ็นต์ (ต่างกันเล็กน้อย) และพลังงานถ่านหินที่ผลิตได้ 17 เปอร์เซ็นต์
.
ขณะที่แหล่งพลังงานอันดับหนึ่งที่สหรัฐฯ พึ่งพิงสำหรับสร้างไฟฟ้า ยังคงเป็นก๊าซธรรมชาติ ที่ผลิตได้ในสัดส่วน 31 เปอร์เซ็นต์

ที่ผ่านมา พลังงานลมในสหรัฐฯ มักเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าในอันดับที่ต่ำกว่า พลังงานจากถ่านหินและนิวเคลียร์มาโดยตลอด แม้ที่ผ่านมาจะเคยแซงอยู่บ้าง แต่ก็แซงแค่ไม่ก็ถ่านหิน หรือนิวเคลียร์ ไม่เคยแซงทั้งสองอย่างพร้อมกันมาก่อนเลย
.
.

https://www.facebook.com/thematterco/ph ... 339339313/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Apr 22, 2022 7:56 pm

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายสิ่งมีชีวิตในดินที่สำคัญต่อระบบนิเวศของโลกบางส่วน
ไลเคนรับความร้อนไม่ได้ ส่งผลร้ายต่อพื้นที่แห้งแล้ง
11 เม.ย. 256515.00 น.โดยELIZABETH PENNISI

เปลือกดินชีวภาพพบเห็นได้บนพื้นดินที่อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์
พื้นดินที่อุทยานแห่งชาติแคนยอนแลนด์ได้รับการคุ้มครองโดย "เปลือกชีวภาพ" ของสิ่งมีชีวิต (เบื้องหน้า) รีเบคก้า ฟิงเกอร์-ฮิกเกนส์


เช่นเดียวกับผิวของเราเป็นกุญแจสู่ความเป็นอยู่ที่ดี "ผิว" ที่ปกคลุมดินทะเลทรายก็มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตในที่แห้ง “เปลือกชีวภาพ” นี้ประกอบด้วยเชื้อรา ไลเคน มอส สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน และจุลินทรีย์อื่นๆ กักเก็บน้ำและผลิตสารอาหารที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆ สามารถใช้ ขณะนี้ งานวิจัยใหม่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำลายความสมบูรณ์ของผิวหนังนี้

“เปลือกชีวภาพ” ดังกล่าวครอบคลุม 12% ของแผ่นดินทั้งหมดบนโลก ดังนั้นการรักษาให้พวกมันแข็งแรงจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุขภาพของโลก เบ็ตตินา เวเบอร์ นักนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยกราซ ผู้ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานนี้ กล่าวเมื่อพวกมันหายไป ทะเลทรายอาจขยายตัวเพิ่มขึ้น

จนถึงช่วงทศวรรษ 1980 นักวิทยาศาสตร์ไม่กี่คนที่ให้ความสนใจอย่างมากกับการกระทืบเท้าขณะเดินลัดเลาะไปตามทุ่งหญ้า ทะเลทราย และพื้นที่แห้งแล้งอื่นๆ ปรากฏว่าเสียงแตกนั้นมาจากกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่มีอายุหลายศตวรรษซึ่งช่วยรักษาน้ำที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยและผลิตสารอาหารที่ดำรงชีวิตเช่นไนโตรเจนและคาร์บอน “Biocrusts มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศที่แห้งแล้ง” Trent Northen นักชีวเคมีที่กำลังศึกษาชุมชนจุลินทรีย์ที่ Lawrence Berkeley National Laboratory กล่าว

นักวิจัยสันนิษฐานว่าทุกอย่างในเปลือกชีวภาพสามารถรับความร้อนได้ เนื่องจากพวกมันเจริญเติบโตได้ในที่แห้งและร้อน แต่ในปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในเปลือกชีวภาพ การสำรวจสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ในทุ่งหญ้าที่เก่าแก่ในอุทยานแห่งชาติ Canyonlands ในยูทาห์ครั้งใหม่ได้เปิดเผยช่องโหว่ที่ซ่อนอยู่ของไลเคนบางส่วนในเปลือกโลกเหล่านี้

ปีละสองครั้งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2539 นักวิจัยจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ได้มุ่งหน้าไปยังแปลงขนาดสนามฟุตบอล 12 แปลงในทุ่งหญ้าของอุทยานเพื่อเก็บสะสมชนิดและปริมาณของไลเคน มอส เชื้อรา และจุลินทรีย์ และพืชโดยรอบ . เป้าหมายเดิมคือการตรวจสอบการแพร่กระจายของพืชที่ไม่ใช่พืชพื้นเมืองที่เรียกว่า cheatgrass และผลกระทบต่อ biocrust และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบสิ่งที่ค้นพบกับผลการศึกษาในอุทยานที่ทำขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 “เป็นเรื่องที่น่าประทับใจจริงๆ ที่ผู้เขียนมีบันทึกเหล่านี้ในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนี้” เวเบอร์กล่าว

ภาพระยะใกล้ของ biocrust ในปี 2547
ภาพระยะใกล้ของ biocrust แสดงให้เห็นไลเคน (สีเหลือง) ที่กำลังเสื่อมโทรม R. FINGER-HIGGENS และคณะPNAS , 119, 16 (2022)

รีเบคก้า ฟิงเกอร์-ฮิกเกนส์ นักนิเวศวิทยาของ USGS ซึ่งเป็นผู้นำการวิเคราะห์กล่าวว่า ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกากำลังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว และ Canyonlands ก็ไม่มีข้อยกเว้น การตรวจวัดสภาพอากาศในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่าอุณหภูมิในอุทยานนั้นเพิ่มขึ้น 0.27°C ในแต่ละทศวรรษ และฤดูร้อนที่ผ่านมานั้นอากาศอบอุ่นเป็นพิเศษ

ในเวลาเดียวกันไลเคนเกือบทั้งหมดลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิดที่ช่วยเปลี่ยนไนโตรเจนในอากาศให้อยู่ในรูปแบบที่สิ่งมีชีวิตสามารถใช้ได้ Finger-Higgens และทีมของเธอรายงานในวันนี้ในProceedings of the National Academy of Sciences ในปีพ.ศ. 2510 และ พ.ศ. 2539 ไลเคนตรึงไนโตรเจนเหล่านี้คิดเป็น 19% ของ biocrust แม้ว่าเปอร์เซ็นต์จะผันผวนทุกปี ตั้งแต่นั้นมา เปอร์เซ็นต์นั้นก็ลดลงเหลือเพียง 5% และไม่ปรากฏสัญญาณว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเลย

นักวิจัยยังพบว่าก่อนปี 2546 ไลเคนบางครั้งลดลงชั่วคราวและเด้งกลับ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็ว ๆ นี้ดูเหมือนว่าจะลดลงอยู่เสมอ Finger-Higgens กล่าวว่า biocrust อาจถึงจุดเปลี่ยน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงถาวรในการแต่งหน้าของสิ่งมีชีวิตซึ่งอาจนำไปสู่พื้นดินที่ว่างเปล่ามากขึ้น Kristina Young นักนิเวศวิทยาในพื้นที่แห้งแล้งที่ Utah State University Extension, Grand County กล่าวว่า "ไลเคนที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดนั้นทั้งน่าประทับใจและน่าตกใจ" ผู้ช่วยรวบรวมข้อมูลการสำรวจกล่าว

เมื่อ biocrusts หายไป ดินจะแห้งและมีแนวโน้มที่จะพัดออกไป biocrust ที่เกาะติดอยู่แต่มีไลเคนน้อยลงจะผลิตปุ๋ยไนโตรเจนน้อยลง ดังนั้นพืชจำนวนน้อยจึงอาจสามารถอยู่รอดได้ ทำให้เหลือพื้นที่เปล่ามากขึ้น เนื่องจากสัตว์พึ่งพาพืชที่พึ่งพาสารอาหารจากเปลือกโลก การสูญเสียเปลือกชีวภาพอาจส่งผลกระทบเป็นลำดับต่อระบบนิเวศทั้งหมด Finger-Higgens กล่าว

ความเสี่ยงขยายเกินกว่า Canyonlands จากการศึกษาของทีมของเธอเอง เวเบอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2070 เปลือกชีวภาพ 25% ถึง 40% จะหายไป จะมีฝุ่นมากขึ้น ดินมีเสถียรภาพน้อยลงและแห้งแล้ง และมีแนวโน้มว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่สามารถอาศัยอยู่ในที่แห้งแล้งเหล่านี้ Finger-Higgens กล่าว

มีความพยายามในการปลูก biocrusts และย้ายพวกมันไปยังสถานที่ที่ถูกรบกวน แต่ถึงกระนั้นสิ่งเหล่านี้ก็อาจไม่ผลิตสารอาหารเพียงพอต่อการดำรงชีวิตในที่แห้งแล้ง Mónica Ladrón de Guevara นักนิเวศวิทยาบนพื้นที่แห้งแล้งแห่งสถานีทดลอง Arid Zones Experimental Station ในเมืองอัลเมเรีย ประเทศสเปน กล่าวว่า "ได้ผลดีสำหรับการปลูก [สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน] และมอส แต่ยังไม่ใช่สำหรับไลเคน

ตามข้อมูลของ Finger-Higgens สิ่งที่จำเป็นคือ “กลยุทธ์การบรรเทาสภาพอากาศในวงกว้าง” ซึ่งอาจรวมถึงการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคำแนะนำอื่นๆ ที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ “มิฉะนั้น” เธอเสริม “ไม่มีอะไรมากที่เราสามารถทำได้”

https://www.science.org/content/article ... ecosystems

แปลเป็นไทย โดย google

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Wed May 04, 2022 8:28 pm

ถ้าจำไม่ผิดไทยเจอลานิญ่า มา 2 ปีกว่าๆ แล้ว นับตั้งแต่น้ำท่วมอิสานช่วงปลายปี 25ุ62
โลกจะรวนขึ้นกว่าเดิม

phpBB [video]


นาทีที่ 0.3-5.00

ปล. ไม่ได้ใบ้หุ้นตามข่าว

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat May 14, 2022 7:36 pm


WORLD: ผักผลไม้ ‘สมัยนี้’ ไม่มีประโยชน์เท่า ‘สมัยก่อน’ วิจัยชี้สารอาหารในพืชลดลงในช่วง 70 ปี
ระบบเกษตรสมัยใหม่ทำดินเสื่อมเร็ว
.
“กินผักผลไม้สิ มีประโยชน์นะ”
.
ประโยคนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะในปัจจุบัน ผักผลไม้ที่วางขายเกลื่อนอยู่ตามแผงขายที่คุณเห็น จริงอยู่ที่มันอาจไม่ได้มีหน้าตาต่างไปจากอดีตแต่อย่างใด แครอทยังเป็นแครอท แตงกวายังเป็นแตงกวา แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดวงตาของคุณไม่มีวันจับได้ นั่นคือข้อเท็จจริงที่ว่า ผักผลไม้เหล่านั้น ‘ไม่มีประโยชน์เหมือนอย่างในอดีต’
.
มีผลวิจัยมากมายในปัจจุบันที่รายงานว่า ผัก ผลไม้ และธัญพืชหลายชนิดที่ถูกปลูกขึ้นในปัจจุบันนั้นมีประโยชน์ที่น้อยลงกว่าเหล่าพืชผลจากเมื่อหลายสิบปีที่แล้วมาก ซึ่งสาเหตุหลักๆ มาจากเกษตรกรรมสมัยใหม่ที่เน้นการผลิตจำนวนมาก จนทำให้ดินสูญเสียคุณค่า
.
【ประโยชน์ที่หายไปของพืชผัก】
.
งานวิจัยที่เริ่มพูดถึงข้อเท็จจริงของสารอาหารที่หายไปในพืชผลตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม ปี 2004 ในวารสาร The Journal of the American College of Nutrition ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน (The University of Texas at Austin) นำข้อมูลสารอาหารจากกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา (The United States Department of Agriculture: USDA) จากปี 1950 และปี 1999 มาทำการศึกษา และได้ผลระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของสารอาหาร 13 ชนิดในพืชสวน 43 ชนิด เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ถั่วแขก สตรอว์เบอร์รี และแตงโม โดยสารอาหารที่หายไป มีตั้งแต่โปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2 และวิตามินซี
.
หลังปี 2004 เป็นต้นมา ก็มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่ออกมาสนับสนุนหลักฐานการหายไปของสารอาหารในผักผลไม้ เช่นล่าสุดในเดือนมกราคม ปี 2022 งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Foods ค้นพบว่า มีผักบางชนิดที่ธาตุเหล็กหายไปราวๆ 30 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เช่น ข้าวโพดหวาน ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่
.
กระทั่งธัญพืชก็ประสบปัญหาดังกล่าว ผลวิจัยในปี 2020 ในวารสาร Scientific Report ค้นพบว่า ปริมาณโปรตีนในข้าวสาลีลดลงไปถึง 23 เปอร์เซ็นต์ในระหว่างปี 1955-2016 และสารอาหาร เช่น แมงกานีส เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม ก็ลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
.
เดวิด อาร์ มอนท์โกเมอรี (David R. Montgomery) ศาสตราจารย์วิชาธรณีสัณฐานวิทยา มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ซีแอตเทิล (University of Washington) ที่วิจัยเปรียบเทียบข้อมูลการเกษตรย้อนหลังไป 70 ปี กล่าวว่า ปัญหาสารอาหารหายไปยังกระทบไปถึงคนรับประทานเนื้อ เนื่องจากวัว หมู แพะ และแกะก็ต้องพลอยกินหญ้าและธัญญาหารที่มีสารอาหารน้อยลง นั่นจึงทำให้คนกินเนื้อได้รับประโยชน์น้อยลงตามไปด้วย
.
【เกษตรกรรมสมัยใหม่คือต้นเหตุ】
.
ปัจจัยที่ทำให้พืชพันธุ์ขาดสารอาหารนั้นมีหลายข้อ แต่ข้อแรกที่สำคัญนั้นมาจากเกษตรกรรมสมัยใหม่ ที่ผลิตเพื่อการบริโภคเป็นจำนวนมหาศาล นำไปสู่การใช้ปุ๋ยหรือสารเคมีเร่งผลผลิต และใช้ระบบชลประทานเพื่อการเกษตรแทนที่น้ำตามธรรมชาติ ส่งผลกระทบให้พืชผลในระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ไม่สามารถดูดซับสารอาหารได้มากหรือทันเวลาในการปลูกและเก็บเกี่ยว ทั้งยังโดนเจือจางสารอาหารเพราะผืนดินทำการเกษตรที่กว้างใหญ่ตามอุปสงค์ มีผลให้ดินเสื่อมโทรมลงอีกด้วย
.
“จากวิธีการปลูกพืชที่ทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมากในระยะเวลาอันรวดเร็ว พวกพืชผลจึงไม่สามารถที่จะมีเวลาดูดซับสารอาหารจากดิน หรือสามารถมีเวลาสังเคราะห์สารอาหารได้ทัน” โดนัลด์ อาร์ เดวิส (Donald R. Davis) จากมหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน อธิบาย เขาเป็นหัวหน้างานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในปี 2004
.
อีกสาเหตุหนึ่งถูกตีแผ่โดยคณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและสหรัฐฯ ซึ่งร่วมกันตีพิมพ์งานวิจัยในวารสาร Sciene Advances ในปี 2018 ระบุว่า ปรากฏการณ์เรือนกระจกและภาวะโลกร้อนทำให้ปริมาณของสารอาหารในข้าวปลูกใหม่ลดลง โดยอธิบายว่า เมื่อมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในเมล็ดข้าวมากขึ้น รากจะดึงเอาสารอาหารจากในดินซึ่งเป็นสาเหตุทำให้วิตามินและแร่ธาตุน้อยลง
.
【ทางออกของมนุษย์】
.
ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในปี 2017 ในวารสาร Environmental Health Perspectives คาดการณ์ไว้ว่า ก่อนจะถึงปี 2050 ปริมาณโปรตีนในมันฝรั่ง ข้าว ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ มีแนวโน้มจะลดลงไปอีกราวๆ 6-14 เปอร์เซ็นต์
.
ศ.มอนท์โกเมอรี กล่าวว่า ความอุดมสมบูรณ์ของดินที่ถูกทำลายจากระบบเกษตรกรรมสมัยใหม่ คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดของปัญหาสารอาหารลดลงในพืชผัก กลยุทธ์หนึ่งในการสู้กับปัญหาดังกล่าว คือการทำ ‘Regenerative Agriculture’ หรือการเกษตรแนวใหม่ที่มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นฟูดินให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิม
.
ในส่วนที่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ทำได้เพื่อสุขภาพที่ดีแม้พืชผลจะมีแนวโน้มสารอาหารที่ลดลง คือการบริโภคให้ ‘หลากหลาย’ เข้าไว้
.
คริสตี โครว์-ไวท์ (Kristi Crowe-White) รองศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยอลาบามา (The University of Alabama) และสมาชิกผู้เชี่ยวชาญของสถาบันเทคโนโลยีการอาหาร (Institute of Food Technologists: IFT) กล่าวสรุปไว้ว่า “ด้วยการกินผักและผลไม้ที่หลากหลาย คุณจะได้ชดเชยปัญหาการขาดสารอาหาร”
.
ปัญหาโลกร้อนยังทวีขึ้น การเกษตรสมัยใหม่ยังดำเนินต่อไป ในระหว่างนั้น ที่เราทำได้ คือการรณรงค์การทำการเกษตรที่ใส่ใจดินมากขึ้น ควบคู่กับสร้างนิสัยให้รับประทานผักผลไม้อย่างหลากหลาย ท้ายที่สุด เราก็หวังว่าในอนาคต วิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราค้นพบทางออกต่อปัญหาที่ยังดำเนินไปนี้ในเร็ววัน เพื่อที่เราจะได้พูดว่า “กินผักผลไม้มีประโยชน์” อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจอีกต่อไป
.
อ้างอิง: National Geographic. Fruits and vegetables are less nutritious than they used to be. https://on.natgeo.com/3OWjgMy
BBC News ไทย. ก๊าซเรือนกระจกอาจทำให้สารอาหารในข้าวลดลง. https://bbc.in/3vNpMNW
Greenery. soil-friendly เทรนด์กินดียุคใหม่ที่ต้องใส่ใจและเป็นมิตรกับผืนดิน. https://bit.ly/3Fke7cX
.
#ผัก #ผลไม้ #สารอาหาร
#ขาดสารอาหาร #BrandThink
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า
#CreateaBetterTomorrow

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat May 14, 2022 7:38 pm


ปัญหาเรื่องปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งสูงขึ้นน่าจะเป็นเรื่องที่หลายคนคงรู้กันอยู่แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ตอนนี้ระดับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กำลังพุ่งสูงสุดเป็นประวัติกาล

60 ปีก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์เคยบันทึกข้อมูลปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศไว้ที่ 317.51 ppm แต่ล่าสุด การบันทึกข้อมูลจากสถาบันเดียวกันเพิ่งเผยว่า ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศเพิ่มสูงขึ้นถึง 420 ppm หรือก็คือสูงที่สุดตั้งแต่เคยมีการบันทึกมา

ข้อมูลนี้ถูกบันทึกโดย Hawaii’s Mauna Loa Observatory ซึ่งเป็นหน่วยงานที่บันทึกปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มายาวนานที่สุดในโลก และองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA) เป็นผู้เผยแพร่ข้อมูลข้างต้น

การเพิ่มขึ้นของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เป็นเรื่องที่สำคัญ โดยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกที่ถูกผลิตขึ้นผ่านทั้งกระบวนการตามธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การผลิตผ่านการเดินทาง อุตสาหกรรม การใช้ไฟฟ้า การตัดไม้ทำลายป่า กิจกรรมที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นต้น

โดย NASA อธิบายไว้ว่า ตั้งแต่การเริ่มขึ้นของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม กิจกรรมของมนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นถึง 50% ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าที่เคยเกิดขึ้นตามธรรมชาติในช่วง 20,000 ปีที่ผ่านมา

ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มสูงขึ้น คือปัจจัยหลักที่ทำให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มสูงขึ้น สัมพันธ์กับปัญหาสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกด้วย เช่น ไฟป่า หรือระดับน้ำทะเลที่จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นอีก

ในปี 2501 ซึ่งเป็นปีแรกที่นักวิทยาศาสตร์เริ่มเก็บข้อมูลปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ Mauna Loa ในเดือนที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด ก็อยู่ที่ 317.51 ppm เท่านั้น

จนกระทั่ง 20 ปีก่อน ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ที่สูงสุดถูกบันทึกไว้อยู่ที่ 375.93 ppm และในเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว Mauna Loa Observatory ได้บันทึกปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ไว้ที่ 419.13 ppm ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณมีการเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์สภาะอากาศก็ออกมาเรียกร้องให้โลกหันมาลดก๊าซมลพิษนี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นมานานแล้ว โดย เจมส์ แฮนเซ่น (James Hansen) เคยเรียกร้องต่อสภาที่สหรัฐฯ ให้ลดปริมาณให้ต่ำกว่า 350 ppm ตั้งแต่ปี 2531

อ้างอิงจาก

https://www.independent.co.uk/climate-c ... 72614.html

https://www.axios.com/2022/05/04/april- ... co2-levels

https://climate.nasa.gov/vital-signs/carbon-dioxide/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon May 23, 2022 8:54 pm


Kraft Heinz จับมือ Pulpex บริษัทผู้ผลิตแพกเกจจิ้งอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเปิดตัวขวดซอสมะเขือเทศที่ทำจาก “เยื่อไม้” ซึ่งทำให้ซอสขวดนี้สามารถรีไซเคิลร่วมกับกระดาษได้ แถมบริษัทยังบอกว่า มันดีต่อโลกมากกว่าวัสดุเช่น แก้ว หรือพลาสติก เมื่อเทียบในประเด็น Carbon Footprint ด้วย

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีแผนพัฒนาบรรจุภัณฑ์รักษ์โลกหลากหลายรูปแบบ โดย Kraft Heinz ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในปี 2025 บรรจุภัณฑ์ของบริษัทจะต้องนำมารีไซเคิล – นำกลับมาใช้ใหม่ หรือย่อยสลายได้ด้วยตัวเอง พร้อมบอกว่านวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์เหล่านี้จะทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซทำลายชั้นบรรยากาศให้เหลือ 0 ให้ได้ภายในปี 2050 (Net Zero Emission)

อย่างไรก็ดี สำหรับใครที่อยากซื้อหาซอสมะเขือเทศในขวดกระดาษนี้อาจต้องรออีกสักหน่อย เพราะ Kraft Heinz เปิดเผยว่า ตัวขวดยังอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาอีกสักระยะ ส่วนที่นำมาโชว์นี้ก็เป็นแค่รุ่นโปรโตไทป์เท่านั้น โดยซีอีโอของ Kraft Heinz อย่าง Miguel Patricio บอกว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วของบริษท โดยจะมองหาโซลูชันที่ยั่งยืนมากขึ้นมาใช้กับขวดบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ซื้อหากันอย่างสบายใจ และในตอนนี้ ขวดกระดาษของ Heinz ก็ยังไม่ถือว่าเป็นขวดกระดาษเต็มตัว เพราะในส่วนของฝาขวดก็ยังทำจากพลาสติกอยู่ดีนั่นเอง

https://www.brandbuffet.in.th/2022/05/h ... rototypes/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


ppnay
Verified User
Posts: 1
Joined: Thu Dec 17, 2020 12:06 am

Cong Ty C? Ph?n Thuong M?i D?u Tu Va Phat Tri?n Cong Ngh? Sctt

Posts by ppnay » Thu May 26, 2022 7:56 am


Pharmacie populaire viagrasansordonnancefr.com traitement efficace


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Jun 03, 2022 8:25 pm




ในอนาคตเราไม่จำเป็นต้องตัดต้นไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์กันอีกแล้ว เพราะสามารถผลิต "ไม้" ไว้ใช้งานเองได้

หากกล่าวถึงวิธีการที่จะช่วยชะลอความรุนแรงของภาวะโลกร้อน หลายคนคงนึกถึงการอนุรักษ์ป่าไม้ ไม่ตัดต้นไม้ทำลายป่า ถึงกระนั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูปยังเป็นที่ต้องการของทุกคนทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้นวิธีการสร้าง "ไม้" ขึ้นภายในห้องปฏิบัติการ ซึ่งสามารถนำมาใช้งานได้จริงโดยไม่ต้องตัดต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว

เซลล์พืชมีความน่าอัศจรรย์ซ่อนอยู่ นั่นคือคุณสมบัติที่คล้ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือรู้จักกันในชื่อสเต็มเซลล์ (Stem cell) สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ อย่างในกรณีที่คุณตัดกิ่งไม้หรือเด็ดใบออกจากต้นไม้ ไม่นานต้นไม้จะสามารถงอกกิ่งก้านหรือใบใหม่ออกจากต้นได้ในที่สุด

ซึ่งคุณสมบัติด้านสเต็มเซลล์นี้เองที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ เพราะสเต็มเซลล์สามารถชักจูงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์สามารถปรับเปลี่ยนให้เซลล์ที่เก็บรวบรวมมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งจากต้นไม้ กลายเป็น "เนื้อไม้" ได้อย่างสมบูรณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเพาะต้นกล้าให้เจริญเป็นต้นไม้ใหญ่

นักวิทยาศาสตร์ได้เก็บรวบรวมเซลล์จากใบของต้นบานชื่น จากนั้นจึงนำเซลล์ไปเพาะเลี้ยงไว้ในอาหารเหลวที่อุดมไปด้วยสารอาหารและฮอร์โมน โดยฮอร์โมนพืชนี้ คือ กุญแจสำคัญในการเปลี่ยนเซลล์ธรรมดาให้กลายเป็นเนื้อไม้ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนสเต็มเซลล์จากร่างกายมนุษย์ ที่สามารถชักจูงให้เปลี่ยนไปเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะได้ด้วยฮอร์โมน

ผู้อ่านบางท่านอาจสงสัยว่า แล้วการเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์ของพืชให้กลายเป็นเนื้อไม้ มันจะนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ได้จริงหรือ? เครื่องพิมพ์ชีวภาพ 3 มิติ (3D-bioprinting) คือ หัวใจสำคัญของประเด็นนี้เลย

หลังจากที่นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์พืช ให้กลายเป็นเซลล์เนื้อไม้ในปริมาณที่ต้องการแล้ว พวกเขาจะนำเซลล์เหล่านี้ไปใส่ไว้ในเครื่องพิมพ์ โดยเซลล์จะทำหน้าที่เสมือน "หมึกพิมพ์" เท่านี้ก็สามารถสั่งพิมพ์ผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ของเล่นไม้ชิ้นเล็ก ๆ ไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ขนาดใหญ่ได้ในทันที

นักวิทยาศาสตร์เคลมว่า การสร้างผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ด้วยวิธีการดังกล่าว ช่วยลดการสูญเสียเนื้อไม้ได้มากถึง 30% (เป็นต้นว่าหากคุณใช้ไม้ของจริงในการทำเฟอร์นิเจอร์ จะมีเศษไม้ที่ถูกตัดออกไปและกลายเป็นขยะ ในขณะที่การใช้เครื่องพิมพ์สามมิติจะใช้วัตถุดิบในปริมาณที่พอเหมาะ ช่วยลดปริมาณเศษไม้เหลือทิ้งได้ดีกว่า) อีกทั้งเซลล์เพาะเลี้ยงยังเจริญเติบโตได้เร็วกว่าการปลูกต้นไม้เป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือมันสามารถเติบโตได้แม้ในที่ที่ไม่มีแสงแดด !!

ปัจจุบันมนุษย์มีการตัดต้นไม้มากถึง 1.5 หมื่นล้านต้นต่อปี ด้วยจำนวนที่มากขนาดนี้ยิ่งเป็นการเริ่งให้ภาวะโลกร้อนรุนแรงมากขึ้น จึงหวังว่าอีกไม่นานเทคโนโลยีการผลิตไม้ขึ้นใช้เองนี้ จะช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่าได้ในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Interesting Engineering

https://www.tnnthailand.com/news/tech/115109/

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jun 06, 2022 9:07 pm

Nestle ผลักดันนโยบายสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ KitKat ในออสเตรเลียให้ผลิตจาก “พลาสติกรีไซเคิล” 30% ของตัวแพ็กเกจจิ้ง โดยจะเป็นการนำร่องสำหรับขนมแบรนด์อื่นๆ ในเครือ

บริษัท Nestle ประกาศนโยบายนี้เพื่อต้อนรับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” ที่จะมาถึงในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ โดยขนมช็อกโกแลต KitKat ขนาด 45 กรัมมีการจำหน่ายในออสเตรเลียถึงปีละ 40 ล้านชิ้น และบริษัทเตรียมเปลี่ยนมาใช้บรรจุภัณฑ์ผสมพลาสติกรีไซเคิลตั้งแต่ปี 2023 เป็นต้นไป พร้อมกระจายสินค้าไปทั่วประเทศ

การปรับมาใช้พลาสติกรีไซเคิลของขนม KitKat จะทำให้บริษัทลดการใช้พลาสติกใหม่ได้ 250,000 ตารางเมตร เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิก 200 สระรวมกัน

มาร์กาเร็ต สจ๊วต ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการองค์กรและความยั่งยืน Nestle Oceania กล่าวว่า เป้าหมายของบริษัทต้องการจะลดการใช้พลาสติกใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2025 รวมถึงมีเป้าให้พลาสติกทำแพ็กเกจจิ้งเหล่านี้สามารถรีไซเคิลหรือนำไปใช้ใหม่ได้ทั้งหมด

“เราหวังว่าห่อบรรจุภัณฑ์นี้จะไม่เพียงแต่ลดการใช้พลาสติกใหม่ แต่ยังหวังว่าจะเป็นเครื่องเตือนใจว่าการวนกลับมาใช้ใหม่ของพลาสติกประเภทอ่อนนั้นทำได้ รวมถึงความสำคัญของการรีไซเคิลแพ็กเกจจิ้งของคุณด้วย” สจ๊วตกล่าว

“เรายังไปไม่ถึงขั้นนั้นก็จริง แต่เราอยากจะเห็นอนาคตที่ออสเตรเลียสามารถนำขยะพลาสติกอ่อนมาเปลี่ยนกลับเป็นแพ็กเกจจิ้งอาหารที่เป็นพลาสติกอ่อนได้อีก”



ด้านหลังซองขนม KitKat ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล 30%

เธอยังกล่าวด้วยว่า การที่บริษัทใหญ่อย่าง Nestle จัดซื้อและใช้พลาสติกรีไซเคิล จะทำให้มีบริษัทจำนวนมากขึ้นลงทุนผลิตวัตถุดิบแพ็กเกจจิ้งประเภทนี้ และนำไปสู่การรีไซเคิลมากขึ้น

ในกรณีพลาสติกอ่อนตัวนั้น การนำมารีไซเคิลยังไม่แพร่หลาย และเทคโนโลยีเพื่อจะนำมันมารีไซเคิลหรือใช้ใหม่ก็ยังเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก

“เราต้องตามหาไปทั่วเพื่อจะให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ แต่เราก็ได้ส่งข้อความออกไปด้วยว่ามันเป็นเรื่องสำคัญในการจัดเก็บและรีไซเคิลพลาสติกอ่อน เพราะเรารู้ว่าผู้บริโภคจะต้องการสินค้าที่ยั่งยืน” สจ๊วตกล่าว

“การจะใช้วัสดุรีไซเคิล 100% นั้นเป็นไปได้แต่ยังทำไม่ได้ในตอนนี้ แต่เราเองจะเดินต่อในการใช้พลาสติกรีไซเคิลในซองบรรจุภัณฑ์สินค้าของเราทั้งหมด” โดยบริษัท Nestle จะศึกษาบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดที่มีว่าสามารถพัฒนากับสินค้าไหนได้บ้างอย่างเหมาะสม

คริส โอดอนเนล ผู้จัดการทั่วไปแผนกขนมและของหวาน กล่าวว่า การเปลี่ยนวัสดุซองห่อขนมจะไม่มีผลต่อสินค้า KitKat จะยังคงสดใหม่และกรอบเหมือนปกติ

“ขณะที่ทุกคนเคยชินกับขวดพลาสติกที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิลแล้ว พลาสติกอ่อนที่ทำมาจากวัสดุรีไซเคิลแบบนี้ถือเป็นเรื่องใหม่ในวงการ” โอดอนเนลกล่าว

“คำมั่นของเราต่อการพัฒนาแพ็กเกจจิ้งเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราต่อความยั่งยืน ประเด็นอื่นของเรา เช่น การสนับสนุนฟาร์มและชุมชนผลิตโกโก้ รวมถึงการเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2025”

ในออสเตรเลียนั้นมีเครือข่ายองค์กรที่เรียกว่า REDcycle ซึ่งผนึกกำลังกับร้านค้ารีเทลในการตั้งถังรับพลาสติกอ่อน เช่น ซองห่อไอศกรีมแท่ง ซองขนม ถุงขนมปังแถว บับเบิ้ลกันกระแทก ถุงใส่ของสด ฯลฯ เพื่อนำไปรีไซเคิล โดยองค์กรนี้จะรณรงค์ให้ผู้บริโภคช่วยกันนำพลาสติกอ่อนมาคืน และติดต่อให้บริษัท/ราชการนำพลาสติกอ่อนไปรีไซเคิลใช้งาน

https://positioningmag.com/1387903

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Fri Jun 10, 2022 8:36 pm


แก้วพลาสติก กล่องอาหารจากร้านตามสั่ง ถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อ มองไปทางไหนก็เห็นแต่พลาสติก เราใช้พลาสติกในแทบทุกวัน และปัญหามลพิษจากพลาสติกก็กำลังทวีความรุนแรงมากขึ้น

นำมาสู่การพยายามหาวิธีรีไซเคิลพลาสติกโดยเหล่านักวิทยาศาสตร์ จนล่าสุด กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์เพิ่งค้นพบว่า ‘ซูเปอร์วอร์ม’ หรือชื่อของหนอนตัวอ่อนด้วง Zophobas (ชื่อวิทยาศาสตร์: Zophobas morio) สามารถดำรงชีวิตได้ด้วยการกินพลาสติกโพลีสไตรีน (Polystyrene) เป็นอาหาร เพราะจุลินทรีย์ในลำไส้ของหนอนสามารถย่อยสลายมันได้

พลาสติกโพลีสไตรีน เป็นพลาสติกที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและพบได้ตามสิ่งของในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น โฟม ภาชนะ ช้อนส้อมแบบใช้แล้วทิ้ง เป็นต้น

ในการทดลอง นักวิทยาศาสตร์แบ่งหนอนตัวอ่อนชนิดนี้ 171 ตัวออกเป็น 3 กลุ่ม ก่อนจะกำหนดให้แต่ละกลุ่มกินอาหารที่แตกต่างกัน ได้แก่ กลุ่มแรกให้กินพลาสติกโพลีสไตรีน กลุ่มต่อมาให้กินรำข้าว และกลุ่มสุดท้ายไม่ให้กินอะไรเลย โดยปล่อยให้พวกมันใช้ชีวิต 3 สัปดาห์

พอเวลาครบกำหนด ก็พบว่ากลุ่มที่กินรำข้าวมีน้ำหนักมากที่สุด แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ กลุ่มที่กินพลาสติกโพลีสไตรีน เป็นกลุ่มที่ก็มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเหมือนกัน และนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าพวกมันมีกิจกรรมระหว่างกันมากกว่ากลุ่มที่ต้องอดอาหาร จึงสรุปกันว่า หนอนตัวอ่อนชนิดนี้สามารถรับสารอาหารได้จากขยะพลาสติก

อย่างไรก็ดี การกินพลาสติกเข้าไปก็ไม่ได้ดีต่อสุขภาพของพวกมัน เพราะหนอนกลุ่มที่ติดพลาสติกจะมีน้ำหนักน้อยกว่าและมีสุขภาพลำไส้ที่แย่กว่า หากเทียบกับกลุ่มที่กินรำข้าว

จุลินทรีย์ในลำไส้ของพวกมันที่ย่อยพลาสติกได้ อาจนำมาสู่การพัฒนาและเลียนแบบเทคโนโลยีนี้โดยนักวิทยาศาสตร์ และนำมาสู่ทางเลือกใหม่ในการจัดการขยะพลาสติกต่อไปได้

งานวิจัยชิ้นนี้ ตีพิมพ์บนวารสารวิทยาศาสตร์ Microbial Genomics เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผ่าน โดยคณะผู้วัจเยสนอว่า ผลการศึกษาอาจเป็นพื้นฐานด้านการศึกษาการใช้จุลินทรีย์ในการจัดการขยะพลาสติกต่อไปในอนาคต

อ้างอิงจาก

https://www.theguardian.com/environment ... rene-waste

https://www.vice.com/en/article/m7gq4x/ ... ion-crisis

https://www.abc.net.au/news/science/202 ... /101128630

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Tue Jun 14, 2022 9:14 pm


Billion Money

รู้หรือไม่ ? ภาวะโลกร้อน ทำให้สินค้านำเข้า แพงขึ้น - Billion Money
เมื่อกล่าวถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่เกี่ยวข้องกับท้องทะเล หลาย ๆ คนอาจนึกถึงการลดลงของจำนวนปลา จากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น หรือฝนฟ้าที่ไม่ตกต้องตามฤดูกาล
แต่ที่จริงแล้ว ภาวะโลกร้อนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อธุรกิจประมง หรือการเกษตรเท่านั้น ทว่ายังส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการค้าขายสำคัญของมนุษย์ที่มีมาช้านานอย่าง ธุรกิจการขนส่งทางทะเลอีกด้วย
โดยจากรายงานของ UNCTAD ได้ระบุไว้ว่า ปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลนั้น คิดเป็น 80% ของปริมาณการค้าขายสินค้าทั่วโลก หรือถ้าหากคิดเป็นตัวเงิน ก็พบว่าการขนส่งทางทะเล มีมูลค่ามากกว่า 480 ล้านล้านบาท ในปี 2019
ซึ่งตัวชี้วัดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการขนส่งทางทะเลต่อเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้อุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ กำลังทำให้การเดินเรือประสบกับความยากลำบากขึ้นมาก เนื่องจากการระเหยอย่างรวดเร็วของน้ำทะเล ได้ทำให้เกิดพายุหมุนบ่อย และรุนแรงมากขึ้น
ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจการขนส่งทางทะเล อย่างแรกคือทำให้การขนส่งเป็นไปอย่างล่าช้า
ถึงแม้ว่าเรือขนส่งในปัจจุบัน จะสามารถทนทานต่อพายุได้มากขึ้น แต่การเดินเรือท่ามกลางพายุก็เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทั้งต่อตัวเรือและสินค้า ทำให้หลายครั้งท่าเรือต้องปิดทำการเมื่อพายุเข้า
ตัวอย่างเช่น ท่าเรือลอสแอนเจลิสและลองบีช ท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ต้องหยุดทำการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว เนื่องจากพายุเข้า เป็นเหตุให้เรือสินค้ากว่า 160 ลำ ต้องจอดรอเข้าท่าอยู่นานกว่าสองสัปดาห์
ซึ่งในโลกที่เศรษฐกิจต่างเชื่อมโยงกันเป็นห่วงโซ่อุปทานนี้เอง การขนส่งที่ล่าช้าขนาดนี้ ถือว่าเป็นฝันร้ายของธุรกิจเลยทีเดียว เพราะเมื่อการผลิตของธุรกิจหนึ่งเกิดหยุดชะงัก ก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไปเป็นลูกโซ่ด้วย
แต่ถ้าหากจะเสี่ยงเดินเรือท่ามกลางพายุ เพื่อให้ส่งสินค้าได้ทันเวลา ก็มีโอกาสสูงที่จะประสบกับปัญหาสินค้าหล่นหายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เช่น บริษัท Maersk ที่ทำตู้ขนสินค้าหล่นหายไปถึง 962 ตู้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของบริษัทที่ 30 ตู้ต่อปี คิดเป็นกว่า 30 เท่า
และนอกจากพายุจะทำให้ท่าเรือหยุดทำการแล้ว ในบางครั้งก็ยังสามารถสร้างความเสียหายต่อท่าเรือได้อีกด้วย อย่างในกรณีของท่าเรือเดอร์บันเมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา
โดยท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของทวีปแอฟริกาแห่งนี้ ได้ถูกพายุฝนกระหน่ำ จนทำให้เส้นทางการขนส่งถูกตัดขาด และตู้ขนสินค้าพังเสียหาย ซึ่งความเสียหายครั้งนี้มีมูลค่ามากถึง 23,000 ล้านบาท
แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าอย่างไร ?
จะเห็นได้ว่า การขนส่งทางทะเลล่าช้าขึ้นมาก รวมถึงการเดินทางทางทะเลที่เสี่ยงอันตรายยิ่งกว่าเดิม จากพายุที่ก่อตัวขึ้นบ่อยและรุนแรงมากยิ่งขึ้น จะเป็นตัวผลักดันให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าทางทะเลเพิ่มมากขึ้น
ทั้งจากการที่เรือต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันเพิ่มเติมเพื่อเดินทางฝ่าพายุ และท่าเรือที่ต้องปรับปรุงท่าเรือให้มีความแข็งแรงยิ่งขึ้น รวมไปถึงค่าเบี้ยประกันภัยทางทะเลที่จะสูงขึ้นตามอุบัติเหตุที่เกิดบ่อยขึ้น
ซึ่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ ก็จะถูกผนวกเพิ่มเข้าไปกับราคาสินค้านำเข้านั่นเอง
จึงเป็นที่น่าสนใจว่า ถ้าหากเหตุการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปในอนาคต หลาย ๆ บริษัทในประเทศไทยซึ่งต้องพึ่งพาสินค้านำเข้า ทั้งในด้านของการสั่งสินค้ามาเพื่อขาย และนำเข้าวัตถุดิบมาใช้ในการผลิตนั้น อาจจะเผชิญกับความยากลำบากในการทำกำไรด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น
ซึ่งผู้ที่ต้องรับผลกระทบจากต้นทุนเหล่านี้อีกต่อหนึ่ง ก็คือผู้บริโภคอย่างพวกเรา ที่ยังไม่รู้ตัวว่าภัยคุกคามจากภาวะโลกร้อนกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเราอีกหนึ่งก้าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

References
-https://unctad.org/webflyer/review-mari ... sport-2021
-https://www.ics-shipping.org/.../shipping-and-world.../
-https://www.edf.org/.../how-climate-change-makes...
-https://www.straitstimes.com/.../latest ... -in-supply...
-https://shippingwatch.com/.../Container ... 753622.ece
-https://www.porttechnology.org/.../port-of-durban-faces.../

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Thu Jun 23, 2022 7:03 pm

WORLD: คลื่นความร้อนถล่มรัฐแคนซัส ทำวัวตายไปแล้วนับหมื่นตัว
.
‘คลื่นความร้อน’ ที่เดินทางมาตามนัดในเดือนมิถุนายน ทำให้พื้นที่ของรัฐแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา มีอุณหภูมิเฉลี่ยของรัฐสูงกว่า 37 องศาเซลเซียส พร้อมๆ กับการพรากชีวิตวัวในฟาร์มปศุสัตว์ไปแล้วนับหมื่นตัว
.
คลื่นความร้อนที่ผิดปกติและถูกเรียกว่า ‘ภัยพิบัติ’ นี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2022 ก่อนจะมีอุณหภูมิเพิ่มสูงเกิน 37 องศาเซลเซียส ในช่วงหลังวันที่ 11 มิถุนายน และพุ่งแตะ 42 องศาเซลเซียสในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
.
ซึ่งจำนวนวัวที่เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนนี้ ยังไม่สามารถแจ้งจำนวนที่แน่ชัดได้ ตามรายงานข่าวในช่วงต้นพบว่า มีวัวเสียชีวิตไปประมาณ 2,000 ตัว ก่อนพุ่งมาเป็น 10,000 ตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สื่อบางสำนักรายงานยอดล่าสุดว่าสูงถึง 30,000 ตัว
.
วัวที่เสียชีวิตส่วนใหญ่กำลังอยู่ในระยะที่สมบูรณ์เต็มที่ (ใกล้ถึงเวลานำไปแปรรูป) มีชั้นไขมันมาก เมื่อเกิดคลื่นความร้อนรุนแรงสัตว์จึงเกิดความเครียดมากเป็นพิเศษ อีกทั้งก็เหมือนเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซ้อนเพราะวัวในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มีขนสีดำ ก็เลยสะสมความร้อนได้ง่าย
.
ตามปกติเมื่อถึงฤดูร้อน ร่างกายของวัวจะสะสมความร้อนในตอนกลางวัน และระบายมันออกในตอนกลางคืน แต่เนื่องจากมีเรื่องของคลื่นความร้อนเข้ามาเกี่ยวทำให้ช่วงเวลาที่อากาศเย็นลงในตอนกลางคืนหดสั้นลง สัตว์จึงระบายความร้อนออกได้ไม่หมด เช้ามาพอแดดส่องก็สะสมซ้อนทับไปจนถึงจุดที่ทนไม่ไหว ล้มตายลงในที่สุด
.
ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้เลี้ยงยังต้องเผชิญกับภัยแล้ง จึงไม่สามารถหาน้ำที่ต้องใช้มากขึ้นในเวลานี้มาสนองได้ทัน รวมถึงยังต้องเผชิญกับต้นทุนอาหารสัตว์ที่พุ่งสูงขึ้นจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ทำให้อุปทานธัญพืชทั่วโลกตึงตัว ก็ยิ่งสร้างปัจจัยเสี่ยงทวีทบเข้าไปอีก
.
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ ทำให้สถานการณ์การเลี้ยงวัวในแคนซัสดูท่าจะแย่พอสมควร และย่อมก่อเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากวัวเป็นสินค้าส่งออกหลักของรัฐ โดยเเคนซัสมีวัวเลี้ยงมากถึง 2.4 ล้านตัว เป็นรองเพียงเท็กซัสและเนบราสกา
.
สำหรับคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นล่าสุดนี้ ถือเป็นภัยพิบัติที่เลวร้ายที่สุดในรัฐแคนซัส และนับเป็นภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี
.
ที่ผ่านมาในทุกเดือนมิถุนายนที่มักมีสัตว์ในฟาร์มเสียชีวิตเพราะสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นเป็นประจำ เพียงแต่ว่าในระยะหลังๆ คลื่นความร้อนที่เกิดมีค่าเฉลี่ยที่รุนแรงสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน จำนวนสัตว์ที่เสียชีวิตจึงเพิ่มมากขึ้นทุกปี
.
โดยคลื่นความร้อนในสหรัฐอเมริกาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้บ่งชี้ถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ และถูกระบุว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน
.
เหตุการณ์คลื่นความร้อนที่เกิดจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ ทางสหประชาชาติเคยออกมาเตือนหลายครั้งแล้วว่าจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ทำฟาร์มปศุสัตว์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
บวกกับสถานการณ์ภัยแล้งที่เริ่มทวีความรุนแรงก็ยิ่งเสี่ยงทำให้ผู้เลี้ยง ‘หมดตัว’ ได้ในเวลาข้ามวัน โดยเฉพาะผู้เลี้ยงรายเล็ก ซึ่งมีบทเรียนมาแล้วในประเทศแถบจะงอยแอฟริกา ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์เป็นหลัก แต่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ประสบภัยพิบัติแทน
.
สำหรับปัญหานี้ก็มีคำแนะนำที่หลากหลาย ไล่มาตั้งแต่เรื่องใหญ่ๆ ยากๆ อย่างการปรับเปลี่ยนอาชีพไปเลย เพราะการทำฟาร์มจำเป็นต้องใช้ที่ดินเป็นจำนวนมากสุ่มเสี่ยงต่อการเสียป่า อีกทั้งการเรอของวัวยังปล่อยก๊าซมีเทนที่ทำให้โลกร้อนมากยิ่งขึ้น หรือทำเรื่องที่พอเป็นไปได้อย่างการปลูกต้นไม้ในฟาร์มให้มากขึ้นเพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวและร่มเงาให้กับสัตว์
.
โดยรวมๆ ก็เป็นข้อสรุปทำนองว่า การประกอบอาชีพนับจากนี้จำเป็นต้องมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับสภาพดินฟ้าอากาศ และสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ไม่มีวันหวนกลับไปเป็นอย่างเมื่อก่อนได้อีกแล้ว
.
อ้างอิง: Nature World News, Kansas Heat Wave Kills Around 10,000 Fat Cattle as Temperatures Reach over 100 Degrees Fahrenheit, https://shorturl.asia/trD5E
CNBC, Heat, humidity kill at least 2,000 Kansas cattle, state says, https://shorturl.asia/BRKpN
Progressive Farmer, Thousands of Cattle Reported Dead https://shorturl.asia/aj9mo
.
#BrandThink
#CreateaBetterTomorrow

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Sat Jun 25, 2022 7:13 pm

หุ่นยนต์ปลาจิ๋วขนาดเล็กที่ถูกกระตุ้นด้วยลำแสงให้สามารถว่ายน้ำได้เพื่อกำจัดไมโครพลาสติกขนาดเล็กออกจากสิ่งแวดล้อม



ปัญหาขยะไมโครพลาสติกขนาดเล็กกลายเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ รวมไปถึงมนุษย์ต้นเหตุของปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ค้นพบไมโครพลาสติกในพื้นที่ต่าง ๆ ของโลก เช่น เทือกเขาสูง มหาสมุทร ทวีปแอนตาร์กติก สัตว์ทะเลและในร่างกายมนุษย์ ด้วยขนาดที่เล็กของขยะไมโครพลาสติกซึ่งยากต่อตรวจพบเพื่อทำลาย นับเป็นภัยคุกคามที่จำเป็นต้องหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ทีมนักวิจัย Nano Letter จากสมาคมวิทยาศาสตร์เคมี ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังวิจัยพัฒนาหุ่นยนต์ปลาจิ๋วขนาดเล็กที่ถูกกระตุ้นด้วยลำแสงให้สามารถว่ายน้ำได้เพื่อกำจัดไมโครพลาสติกขนาดเล็กออกจากสิ่งแวดล้อม

นักวิจัยได้ใช้วัสดุชนิดใหม่ในการสร้างหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วจากเดิมที่ใช้ไฮโดรเจล (Hydrogel) และอีลาสโตเมอร์ (Elastomer) ซึ่งมีลักษณะนิ่มยืดหยุ่นแต่มีข้อเสียตรงที่ไม่มีความแข็งแรงสามารถเสียหายได้ง่าย สำหรับวัสดุใหม่ที่นักวิทยาศาสตร์เลือกใช้เป็นวัสดุ เบต้าไซโคลเด็กซ์ตริน (β-Cyclodextrin) และวัสดุกลุ่มกรดซัลโฟนิก (Sulphonic) บนแผ่นนาโนกราฟีน หุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วมีความยาว 15 มิลลิเมตร โครงสร้างมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูง นอกจากนี้ยังใช้วัสดุเปลือกหอยมุก (Mother of Pearl) มีความแข็งแรง

ระบบการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วมีความพิเศษโดยการใช้แสงอินฟราเรดกระตุ้นวัสดุคอมโพสิตนาโนชีตบริเวณส่วนหางของหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วทำให้เกิดการขยับและบิดตัวผลักหุ่นยนต์ให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้าด้วยความเร็วเล็กน้อย แต่ก็เร็วกว่าหุ่นยนต์โครงสร้างนิ่มแบบอื่น ๆ ในปัจจุบัน โดยความเร็วในการว่ายน้ำของหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วใกล้เคียงกับการว่ายน้ำของแพลงก์ตอน (Plankton) สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวในน้ำชนิดหนึ่ง ระหว่างการเคลื่อนที่ในน้ำด้วยวิธีการดังกล่าวหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วจะสามารถดักจับขยะไมโครพลาสติกขนาดเล็กไปพร้อมกัน

อย่างไรก็ตามการพัฒนาหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วยังอยู่ในช่วงของการวิจัยพัฒนา ปัจจุบันหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วเคลื่อนที่ได้บนผิวน้ำในห้องทดลองเท่านั้น ทีมงานนักวิจัยกำลังวิจัยพัฒนาเพิ่มเติม เช่น การติดตั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อนลงไปในหุ่นยนต์ซึ่งอาจทำให้หุ่นยนต์เคลื่อนไหวได้ยากมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ปลาขนาดจิ๋วเป็นความท้าทายทางด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวิจัยพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อนำไปใช้จัดเก็บขยะไมโครพลาสติกขนาดเล็กในสภาพแวดล้อมจริง

ที่มาของข้อมูล interestingengineering.com
ที่มาของรูปภาพ Nano Letters 2022

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2499
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: เมื่อมีสัญญานเตือนสีแดง มาจากสภาพอากาศทั่วโลก

Posts by jverakul » Mon Jul 04, 2022 7:29 pm



ทาทาเปิดตัวโรงงานดักจับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ มูลค่า 860 ล้านบาท
กระแสการลดโลกร้อนที่มาแรงในภาคอุตสาหกรรมในตอนนี้ คือ การสร้างผลิตภัณฑ์ทางเคมีด้วยการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่ในบรรยากาศมาใช้ทดแทนการสร้างในระบบโรงงานซึ่งสร้างมลพิษ รวมถึงทาทา เคมิคอลส์ ยุโรป (TATA Chemicals Europe: TCE) ที่ใช้สหราชอาณาจักรเป็นฐานสร้างโรงงานดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร
TCE เป็นบริษัทในเครือของทาทากรุ๊ป (TATA Group) บริษัทมูลค่ามากกว่า 4 ล้านล้านบาท ที่ลงทุนในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภค รถยนต์แบรนด์ทาทา (TATA) และจากัวร์ (Jauger) รวมถึงอุตสาหกรรมเคมี ซึ่ง TCE เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีชื่อดังของสหราชอาณาจักร ประกอบกิจการผลิตสารเคมีในกลุ่มโซดาแอช เกลือ และเบคกิ้งโซดา ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในการทำปฏิกิริยาเคมีเพื่อสร้างสารต่าง ๆ เหล่านี้ออกมา
โรงงานดักจับคาร์บอนแห่งใหม่ของ TCE เป็นโรงงานที่ต้องการใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการผลิตสารเคมี ซึ่งเป็นการนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่อยู่ในชั้นบรรยากาศรอบโรงงานมาเป็นสารตั้งต้นหรือส่วนประกอบทางเคมี จากนั้นจะนำไปทำโซเดียมไบคาร์บอเนต (Sodium Bicarbonate) หรือที่เรียกว่าเบคกิ้งโซดาสำหรับเภสัชกรรมและอุตสาหกรรมอาหารซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทตั้งชื่อเบคกิ้งโซดาที่ได้จากกระบวนการนี้ว่าอีโคคาร์บ (Ecokarb)
โรงงานแห่งนี้ใช้งบประมาณลงทุนไปกว่า 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 860 ล้านบาท พร้อมเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอังกฤษอีกกว่า 4.2 ล้านปอนด์ หรือราว ๆ 181 ล้านบาท เป็นเหตุให้โรงงานซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเชชเชอร์ (Cheshire) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ เป็นโรงงานดักจับคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนสหราชอาณาจักร โดยบริษัทกล่าวว่ากระบวนการดักจับคาร์บอนทำให้โรงงานสามารถผลิตอีโคคาร์บ (Ecokarb) ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 130,000 ตัน
โรงงานดังกล่าวจะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ต่ำกว่าปีละ 40,000 ตัน ในการผลิตอีโคคาร์บ (Ecokarb) ซึ่งเป็นความสามารถเดียวกันกับการดักจับคาร์บอนด้วยต้นไม้จำนวน 2 ล้านต้น หรือเทียบเท่ากับการลดการใช้รถยนต์ไป 20,000 คันตลอดทั้งปี
ควาสี ควาร์เต็ง (Kwasi Kwarteng) เลขานุการฝ่ายธุรกิจและพลังงานของ TCE กล่าวในงานเปิดตัวโรงงานแห่งนี้ว่าบริษัทต้องการให้อังกฤษยืนอยู่ในแถวหน้าของการสร้างกระบวนการดักจับคาร์บอนของโลก ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวงการอุตสาหกรรมทั่วทั้งเกาะอังกฤษ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน
ที่มาของข้อมูล
https://interestingengineering.com/uk-largest-carbon...
ที่มาของรูปภาพ https://www.tatachemicalseurope.com/tat ... als-europe...
#plant #carbon #tata #TataChemicalsEurope #TNNTechreports #Techreports #TNNONLINE #TNNThailand #TNNช่อง16 #DThanaboon

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


Post Reply