LMND - Lemonade Inc : US

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นประเทศ All for one, one for global
(ช่วงทดลองเปิดตัว สมาชิกและทุกท่านสามารถเข้าได้ตลอด)
Post Reply
armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 92
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

LMND - Lemonade Inc : US

Posts by armchakorn » Sat Oct 10, 2020 1:46 pm

ขออนุญาตเปิดกระทู้ใหม่ครับ

Lemonade Inc เป็นบริษัท start up ประกันภัยที่พึ่ง Listed ใน NYSE เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา โดยบริษัทมีผลิตภัณฑ์เพียงแค่สามอย่างคือ Homeowners, Renters, and Pet Health Insurance

โดยมีจุดขายคือ Lemonade อ้างว่าตัวเองต้องการ Transform ธุรกิจประกันภัย - "transform insurance from a necessary evil into a social good"
คือ จะเก็บค่าธรรมเนียมตั้งแต่ตอนลูกค้าซื้อประกันทันที 25% (Flat fee rate)
และอีก 75% ที่เหลือ จะเป็นเงินกองกลางที่เอาไว้สำหรับการจ่ายชดเชยโดยเฉพาะ
โดยตอนจ่ายเงินชดเชย จะเน้นใช้ AI ประมวลผลเป็นหลัก ทำให้ Claim ได้รวดเร็วมาก

ความแหวกก็คือ Unclaimed Money ในแต่ละปีนั้น ก็จะเอาไปบริจาคการกุศลต่อ (ที่คนทำประกันเลือกไว้แต่แรก) เพื่อทำให้ User มั่นใจว่าบริษัทไม่ได้ต้องการยึกยักค่า claim เพราะบริษัทเอากำไรแค่ค่า Fee ตอนแรก

ขออนุญาติแปะ link และ clip ที่น่าสนใจเพิ่มเติมนะครับ

https://www.lemonade.com/ (ในหน้า giveback นี่จะเห็นได้ว่าเม็ดเงินโตเร็วมากๆ)
https://www.billionmindset.com/lemonade ... e-company/
https://brandinside.asia/fintech-lemona ... insurance/

ส่วนอันนี้เป็น Webinar ของ Ark invest เมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา ประมาณนาที่ที่ 34 ที่มีคนถามผู้จัดการกองทุนว่าคิดยังไงกับบริษัทนี้ เขาบอกว่ามันไม่ใช่ disruptor อะไร แถมยัง low moat , High risk และเป็นแค่ legacy insurance company ที่มี app หน้าตาสวยงามเท่านั้น!

https://ark-invest.com/webinar/august-m ... e-webinar/

ผมเองไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจประกันภัยมากนั้น ถ้าเพื่อนๆพี่ๆท่านใดสนใจชี้แนะ ยินดีอย่างยิ่งเลยครับ ^^



User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3226
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by picatos » Sat Oct 10, 2020 11:03 pm

ผมว่าผู้จัดการเค้าไม่ได้ศึกษาลึก และละเอียดพอที่จะ comment ถึงบอกว่าเป็นแค่ app ที่ ux กับ ui หน้าตาสวยงาม

ถ้าดูรายละเอียดจริงๆ บริษัทนี้มีสิ่งที่ไม่ธรรมดาหลายอย่าง อย่างเช่น จัดตั้งบริษัทเป็น public benefit corporation แห่งที่ 2 ในตลาดหุ้น หรือว่า Dan Areily ยอมมานั่งเป็น Chief behavioral officer ให้

โดยส่วนตัวบริษัทนี้มีความเป็น original อะไรหลายๆ อย่างและมี business ที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย แต่สถานะของบริษัทตอนนี้เหมือนยังจูนเครื่องไม่เรียบร้อย loss ratio ลดลงมาแล้ว แต่ ltv/cac ยังไม่เข้าที่ เหมือนกำลังปรับ AI กับ model ต่างๆ ให้เข้าที่อยู่ ซึ่งบริษัทถือว่าเข้ามาในตลาดในช่วงที่เป็น early stage มากพอสมควร ยังไม่ shift ไปที่ early growth ซึ่งก็เข้าใจว่าคงจะเป็นแรงกดดันมาจากทาง SoftBank

ถ้าบริษัทอย่าง SoftBank, Google Venture ยอม back ให้ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นแค่บริษัทธรรมดาๆ ที่แค่ app หน้าตาดี

โดยส่วนตัว ถ้าผู้จัดการกองทุน หรือ นักลงทุน comment หุ้นลักษณะนี้ ให้ระวังที่จะเชื่อคนประเภทที่ให้ดีครับ คนจริง เวลาจะ comment อะไรคนอื่นในเชิง negative จะต้องศึกษามาดีแล้วจริงๆ ค่อย comment ถ้าไม่รู้มากพอ ปกติเรา จะเลี่ยงไม่ comment ในเชิง negative เพราะ ผลร้ายมันมากกว่าผลดี ครับ ถ้า comment ลักษณะนี้จะเอาใครที่ไหนมา comment ก็ได้

เพราะถ้าศึกษาจริง รู้จริง ก็ควรจะ comment ไปที่ตัวกิจการ เช่น ความเสี่ยงในตลาด rental ที่อาจไม่คุ้มกับการเจาะเข้าไป หรือความเสี่ยงเรื่อง graduation ที่อาจจะทำไม่ได้จริง และทำให้ ltv ไม่มีวันที่จะคุ้มค่ากับ cac หรือต้องใช้เวลานานเกินไป

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?


YoNGi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 7
Joined: Thu Oct 11, 2012 10:53 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by YoNGi » Mon Oct 12, 2020 4:44 pm

กำลังคิดว่า Loss Ratio ที่ลงมาโดยตลอด เกิดจากยอดลูกค้าใหม่ที่ไหลเข้ามาเยอะ ทำให้ฐานมันปูดขึ้นรึเปล่าครับ เหมือนพวกปล่อยกู้ที่ NPLs ratio ต่ำตลอดเพราะยอดปล่อยที่โตตลอด



JUPERJOE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 167
Joined: Fri Sep 07, 2012 10:27 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by JUPERJOE » Tue Oct 13, 2020 5:34 am

phpBB [video]



JUPERJOE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 167
Joined: Fri Sep 07, 2012 10:27 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by JUPERJOE » Tue Oct 13, 2020 5:35 am

phpBB [video]



User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3226
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by picatos » Tue Oct 13, 2020 9:00 am

เห็นเพื่อนๆ แชร์วีดีโอที่ Comment สิ่งที่ ARK ได้ให้ความเห็น ผมคิดว่าคนที่วิจารณ์ก็ยังวิจารณ์ได้ไม่ตรงประเด็นเท่าไร ขอแสดงความคิดดังนี้ครับ

1. Low Moat - ถ้าไปศึกษา LMND ทาง Founder เค้าเลือกที่จะเจาะเข้ามาในตลาด Insurance เพราะ มันเป็นธุรกิจที่ Low Moat ตลาด Fragment มากๆ เลยคิดว่า เค้าสามารถเจาะเข้ามาได้ ผ่านทางตลาด Rental แล้วไปที่ Pet ซึ่งเป็นตลาดที่ Underserved ค่า Overhead สูง หลังจากที่ Acquire ลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีใครสนใจ ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y, Gen Z ได้ กลุ่มลูกค้าพวกนี้จะโตขึ้น จนถึงจุดที่ Graduate ขึ้นไปในบริการที่แพงขึ้นในอนาคต ทำให้คุ้มค่า CAC ซึ่งต้องใช้เวลา

2. Reinsurance Risk - ด้วยความที่เค้ามี AI และ โมเดลที่เค้าเชื่อว่าเค้า Pricing ค่าเบี้ยได้ถูกต้องแม่นยำกว่า ดังนั้น เค้าจะเลือกลูกค้าที่เป็นครีมจริงๆ ที่ความเสี่ยงต่ำสุดๆ เอาไว้ใน Book ของตัวเอง 25% และ Reinsure ลูกค้าที่คุณภาพต่ำลงมา 75% ไปให้คนอื่น ซึ่งตรงนี้จะช่วยลด Capital Requirement ซึ่งแนวคิดตรงนี้ มันคือ Business Model ของเค้าเลย ที่ทาง ARK มา Comment ตรงนี้ เข้าใจว่า ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ศึกษาอะไร LMND สักอย่าง แล้วมา Comment ออกสื่อซะงั้น

3. UX/UI สวย - Mission ของบริษัท คือ ต้องการเป็น Insurance Company ที่คนรักมากที่สุด ดังนั้น UX/UI ต้องสวย อนุมัติประกันง่าย เคลมประกันเร็ว เป็นมิตร และเงินที่เหลือจากการเคลมจะเอาไปบริจาค

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?


JUPERJOE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 167
Joined: Fri Sep 07, 2012 10:27 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by JUPERJOE » Wed Oct 14, 2020 1:17 pm

picatos wrote:
Tue Oct 13, 2020 9:00 am
เห็นเพื่อนๆ แชร์วีดีโอที่ Comment สิ่งที่ ARK ได้ให้ความเห็น ผมคิดว่าคนที่วิจารณ์ก็ยังวิจารณ์ได้ไม่ตรงประเด็นเท่าไร ขอแสดงความคิดดังนี้ครับ

1. Low Moat - ถ้าไปศึกษา LMND ทาง Founder เค้าเลือกที่จะเจาะเข้ามาในตลาด Insurance เพราะ มันเป็นธุรกิจที่ Low Moat ตลาด Fragment มากๆ เลยคิดว่า เค้าสามารถเจาะเข้ามาได้ ผ่านทางตลาด Rental แล้วไปที่ Pet ซึ่งเป็นตลาดที่ Underserved ค่า Overhead สูง หลังจากที่ Acquire ลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีใครสนใจ ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y, Gen Z ได้ กลุ่มลูกค้าพวกนี้จะโตขึ้น จนถึงจุดที่ Graduate ขึ้นไปในบริการที่แพงขึ้นในอนาคต ทำให้คุ้มค่า CAC ซึ่งต้องใช้เวลา

2. Reinsurance Risk - ด้วยความที่เค้ามี AI และ โมเดลที่เค้าเชื่อว่าเค้า Pricing ค่าเบี้ยได้ถูกต้องแม่นยำกว่า ดังนั้น เค้าจะเลือกลูกค้าที่เป็นครีมจริงๆ ที่ความเสี่ยงต่ำสุดๆ เอาไว้ใน Book ของตัวเอง 25% และ Reinsure ลูกค้าที่คุณภาพต่ำลงมา 75% ไปให้คนอื่น ซึ่งตรงนี้จะช่วยลด Capital Requirement ซึ่งแนวคิดตรงนี้ มันคือ Business Model ของเค้าเลย ที่ทาง ARK มา Comment ตรงนี้ เข้าใจว่า ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ศึกษาอะไร LMND สักอย่าง แล้วมา Comment ออกสื่อซะงั้น

3. UX/UI สวย - Mission ของบริษัท คือ ต้องการเป็น Insurance Company ที่คนรักมากที่สุด ดังนั้น UX/UI ต้องสวย อนุมัติประกันง่าย เคลมประกันเร็ว เป็นมิตร และเงินที่เหลือจากการเคลมจะเอาไปบริจาค
ขอบคุณครับ



JUPERJOE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 167
Joined: Fri Sep 07, 2012 10:27 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by JUPERJOE » Thu Oct 15, 2020 9:48 pm

phpBB [video]



User avatar
mr.bullish
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 156
Joined: Wed Aug 16, 2017 8:30 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by mr.bullish » Wed Nov 04, 2020 6:55 pm

phpBB [video]



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by vim » Tue Nov 17, 2020 12:31 am

โพสท์ไว้ในเฟสแล้ว มาเขียนในนี้ด้วย อยากได้มุมมองจากหลายๆคนครับ

โดยส่วนตัวผมคิดว่าเรื่อง AI หรือ Machine Learning นั้นไม่ใช่ข้อได้เปรียบของ lemonade ครับ
เพราะบริษัทประกันเกือบทุกแห่งก็ใช้ข้อมูลความเสี่ยงที่เป็น Big Data อยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว มีการศึกษากันค่อนข้างลึกและมีข้อมูลซื้อขายกันเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง
ส่วนข้อมูลลูกค้าของ lemonade มีน้อยมาก มีแค่ถามตอบไม่กี่คำถามตอนสมัครบริการ ไม่เหมือน Facebook, Google, หรือธนาคารที่แทบรู้จักลูกค้าดีพอ

ส่วนที่แตกต่างเห็นได้ชัด คือส่วนของ User Experience ที่ดีกว่าเกือบทุกเจ้า และการที่จำนวนลูกค้าเติบโตเพิ่ม และการรักษาลูกค้าเดิมได้ ตลาดการประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Liability insurance) และประกันอัคคีภัยและประกันทรัพย์สิน (Home insurance) แต่ละประเทศจะเรียกไม่ค่อยเหมือนกันเพราะกฎหมายแตกต่างกัน แต่จุดร่วมนึงคือมันเป็นเบี้ยหัวแตก ไม่มีรายใหญ่รายหนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดที่มากพอ

Lemonade ตั้งเป้าจะ disrupt เบี้ยหัวแตกตรงนี้ ซึ่งถ้าทำได้ก็จะเป็นเจ้าใหญ่เจ้าใหม่ในตลาด ซึ่ง strategy ที่สำคัญ (ในความเห็นผม) คือ
1. การเน้นทำตลาดวัยรุ่น ที่เมื่อแก่ตัวลงก็จะมีสินทรัพย์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ (เขาใช้คำว่า highly predictable life cycle events ซึ่งผมคิดว่ามันใช่เลย)
2. เน้น disrupt การเป็นตัวกลางประกันเป็นหลัก ตัดนายหน้าที่เป็นคนออกไป บริษัทไม่เน้นนำเงินไปลงทุน ไม่น้นรับความเสี่ยง โดยส่งความเสี่ยงไปให้ reinsurer (แตกต่างกับ online direct insurer คนอื่นตรงที่บริษัททำ UX ได้ดีมากๆ)
3.เน้นโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน นำเงินส่วนเกินไปบริจาค อันนี้ไม่เหมือนเจ้าอื่น ไอเดียดี
เฉพาะสามปัจจัยนี้ก็น่าจะทำให้บริษัทเติบโตได้ค่อนข้างแข็งแรงแล้ว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่ที่ดอกเบี้ยเงินกู้ถูกแสนถูก ทำให้คนวัยทำงานเริ่มเปลี่ยนจากเช่าบ้านมาเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้า Lemonade พอดี กลุ่มนี้ซื้อประกันอัคคีภัย(และบ้าน) เพิ่มขึ้น ทำให้ยอดโดยรวมสูงขึ้น อนาคตก็น่าจะมีสัตว์เลี้ยงอะไรตามมา ซึ่งเป็นตลาดใหม่ของ Lemonade อนาคตอาจขยายไปประกันอื่นๆได้อีก ซึ่งไม่รู้จะรวมถึง auto และ life ได้ด้วยไหม เพราะเป็นประกันที่มีกฎเกณฑ์แตกต่างกัน

ในมุมลบบ้าง
1. Loss ratio ในปีนี้ ส่วนหนึ่งมีผลบวกมาจากการที่คนอยู่บ้านระมัดระวังตัว การเคลมประกันน้อยลงทั้งตลาด ตัวเลขของ Lemonade ที่เราเห็นปีนี้อาจจะดีเกินจริงหรือไม่ คงต้องดูเทียบกับปีหน้าครับ
2. คนที่มี data เกี่ยวกับความเสี่ยงค้าโดยรวมมากที่สุด ไม่ใช่ lemonade แต่เป็น reinsurer
และคนที่รู้จักลูกค้ามากที่สุด ไม่ใช่ lemonade แต่เป็น google/facebook/payment/etc.
ซึ่งตัว lemonade อาจโดนบีบจากทั้งสองทาง คือจะเคลมให้ลูกค้าทันทีได้ก็ต่อเมื่อเงื่อนไขจะเป็นไปตามที่ตกลงกับ reinsurer และลูกค้าชั้นดีๆอาจถูกพวก alipay,paypal ดึงไปในอนาคต
3. ธุรกิจประกัน non-life เป็นธุรกิจที่ตลาดไม่ค่อยให้ multiple มากนัก เพราะว่าคู่แข่งสามารถเข้ามาทำได้ระดับหนึ่ง
ส่วนธุรกิจ life เป็นธุรกิจที่แตกต่างจาก non-life ค่อนข้างมาก เพราะคนซื้อประกันชีวิต ต้องการที่พึ่งทางจิตใจ ต้องการคุยกับคน ดังนั้นอาจไม่สามารถใช้วิธีการขายเดียวกันกับ non-life ได้ดีนัก

สรุปคือ ผมมองว่าบริษัทนั้นดีครับ แต่ไม่เชื่อเรื่องว่าบริษัทนั้นเหนือกว่าคนอื่นเรื่อง AI และแม้บริษัทจะมีความสามารถในการแข่งขันนั้นมีระดับหนึ่ง เติบโตไวมาก แต่อาจถูกเข้ามาแข่งขันได้ตลอด

Vi IMrovised


A44950

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by A44950 » Tue Nov 17, 2020 5:58 pm

ล่าสุดกำลังจะขยายมาทำlife(และAutoเดี๋ยวคงตามมาแน่นอน) โดยlifeจะทำแบบประกัน term life (ตายถึงจ่าย)



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by vim » Wed Nov 18, 2020 12:20 am

Lemonade CEO Daniel Schreiber: How We’re Reinventing Insurance (CEO Interview) (Ep. 186)
phpBB [video]

https://www.youtube.com/watch?v=5l8lfCF ... nInvesting

Vi IMrovised


Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1590
Joined: Wed Jul 11, 2012 10:42 pm

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by Thai VI Article » Sat Nov 21, 2020 9:33 pm

ไอเดียหุ้นเด้ง

https://board.thaivi.org/viewtopic.php? ... 3#p1879183



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1413
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by pookii » Fri Nov 27, 2020 10:21 am

กรณีศึกษา Lemonade สร้างธุรกิจ InsurTech แสนล้าน ใน 5 ปี /โดย ลงทุนแมน

ปีนี้ วิกฤติโควิด 19 ได้ทำให้หลายบริษัท
ตัดสินใจลดสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์
แล้วโยกเงินไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำลงมา
โดยหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในไตรมาสที่ผ่านมา
เกิดขึ้นกับ SoftBank Group ที่ได้ขายหุ้นในพอร์ตการลงทุนทิ้งไปมากถึง 24 บริษัท
ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Adobe, Netflix, Microsoft รวมถึง Tesla
ในขณะเดียวกัน บริษัทก็ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท LINE เจ้าของแอปแช็ตที่คนไทยคุ้นเคย และอีกบริษัทที่ชื่อว่า “Lemonade”
แล้วบริษัท Lemonade คือใคร ทำธุรกิจอะไร
ทำไม SoftBank ถึงขายหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่
และมาเพิ่มการลงทุนในบริษัทแห่งนี้?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

Lemonade เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจที่เรียกว่า “InsurTech” ถูกก่อตั้งโดย Daniel Schreiber และ Shai Wininger เมื่อ 5 ปีก่อน
InsurTech ย่อมาจากคำว่า Insurance และ Technology
หรือก็คือธุรกิจประกันภัย ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
โดย Lemonade ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า เพื่อเสนอราคาค่าเบี้ยประกัน รวมถึงการจ่ายเงินเคลมประกันของลูกค้า


สำหรับแบบประกันที่ Lemonade ให้บริการ ณ ปัจจุบัน ก็คือ ประกันภัยอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน และคอนโดในกรณีที่มีของหายหรือสิ่งของในที่พักอาศัยเกิดการชำรุด และประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บริการทั้งหมดนี้ถูกดีไซน์ออกมาเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
ที่มีแช็ตบอตคอยช่วยเหลือผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา
เรื่องทั้งหมดนี้จึงทำให้ Lemonade มีค่าเบี้ยประกันที่ถูก เพราะบริษัทไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างพนักงาน หรือนายหน้าประกัน
นอกจากเบี้ยประกันที่มีราคาถูกแล้ว
Lemonade ก็สามารถออกแบบประกัน
รวมถึงรับเรื่องเคลมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
แล้วที่ว่าเคลมได้เร็ว มันเร็วขนาดไหน?
ในช่วงของการแถลงข่าวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
Daniel Schreiber ผู้ก่อตั้งบริษัท Lemonade ได้กล่าวว่า บริษัทของเขาได้สร้างสถิติโลกด้วยการจ่ายเงินเคลมประกันอย่างรวดเร็วให้กับเจ้าของเสื้อกันหนาว Canada Goose ที่ถูกขโมยไปจากที่พัก
โดยกระบวนการเคลม เริ่มต้นจากผู้ใช้งานแจ้งเคลมไปยัง Lemonade ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
หลังจากนั้น ระบบของ Lemonade จะสั่งให้อัลกอริทึมป้องกันการโกง 18 ตัวเริ่มทำงาน
เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว ระบบก็ได้ส่งคำสั่งไปยังธนาคารให้ฝากเงิน 729 ดอลลาร์สหรัฐเข้าบัญชีของผู้ใช้งานที่แจ้งเข้ามา
หากเราทำประกันของหายกับบริษัทประกันภัยดั้งเดิม กระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้เงินคืน
แต่กระบวนการที่เล่ามาทั้งหมดของ Lemonade นี้ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และใช้เวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น..
นอกจากนี้ บริษัท Lemonade แม้จะทำธุรกิจ InsurTech
แต่บริษัทก็มีโมเดลธุรกิจต่างจากคู่แข่ง เช่น Hippo
Hippo เป็นหนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่ทำธุรกิจ InsurTech
อย่างไรก็ตามแบบกรมธรรม์ทั้งหมดบนระบบไม่ได้มาจากทางบริษัท แต่ถูกสนับสนุนโดยบริษัทประกันดั้งเดิม เช่น Swiss Re และ Spinnaker
ในขณะที่ Lemonade ได้จดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตในการออกกรมธรรม์เองทั้งหมดซึ่งรับความเสี่ยงเรื่องสินไหมทดแทนมาไว้ในงบดุลของบริษัท
ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนที่ทำให้บริษัทสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เร็วกว่า
สำหรับค่าสินไหมทดแทนก็จะถูกหักออกมาตั้งแต่ผู้ใช้งานเริ่มจ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทโดย
25% ของรายได้จากค่าเบี้ยประกันเป็นค่าธรรมเนียม
75% ที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายค่าเคลมสินไหมของลูกค้า

แล้วที่ผ่านมา Lemonade เติบโตขนาดไหน?
ปี 2018 รายได้ 664 ล้านบาท ขาดทุน 1,600 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 1,940 ล้านบาท ขาดทุน 3,300 ล้านบาท
รายได้ เพิ่มขึ้น 192%
ขาดทุน เพิ่มขึ้น 106%

จากผลประกอบการ เราจะเห็นได้ว่าแม้ว่ารายได้ของ Lemonade จะเติบโตสูงมาก
แต่ทางบริษัทก็ยังขาดทุนสูง เพราะบริษัทจำเป็นต้องดึงผู้ใช้งานให้เข้ามาอยู่ในระบบ
ให้มากพอ เพื่อพลิกกลับมาทำกำไรในอนาคต
และเรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นความท้าทาย และสิ่งที่ Lemonade ต้องพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจที่กำลังทำอยู่นั้น จะยั่งยืน และประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวหรือไม่
แต่นักลงทุนทั่วโลก ก็เหมือนจะมองข้ามไปอนาคตกับสิ่งที่ Lemonade กำลังทำ สะท้อนให้เห็นจากการที่ Lemonade ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปกลางปีที่ผ่านมา
และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 1 แสนล้านบาท
โดยไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมานี้ SoftBank ที่ได้ขายหุ้นในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Amazon, Adobe, Netflix, Microsoft รวมถึง Tesla ออกไปจากพอร์ตการลงทุน แต่กลับเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมใน Lemonade หลังจากที่เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนหลักไปตั้งแต่ในช่วงที่บริษัทยังเป็นสตาร์ตอัป
ก็น่าติดตามเหมือนกันว่า
ธุรกิจในรูปแบบ InsurTech อย่างเช่น Lemonade
หากเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง..



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by vim » Fri Dec 04, 2020 1:11 am

After-Thoughts On My Lemonade CEO Interview (Ep. 205)
phpBB [video]

https://www.youtube.com/watch?v=6qQ4XSG ... nInvesting

โดยส่วนตัวผมคิดค่า Dave Lee สรุปได้ค่อนข้างดีครับ ผมคิดว่าเป็นมุมสำคัญของบริษัท ที่ทั้ง Bull และ Bear ใน Seeking Alpha ไม่ค่อยพูดถึงกัน

Vi IMrovised


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by vim » Fri Dec 04, 2020 4:58 am

https://seekingalpha.com/news/3641493-l ... otley-fool

Lemonade stock jumps 20% after long pitch at Motley Fool

Dec. 3, 2020 2:38 PM ET|About: Lemonade, Inc. (LMND)|By: Stephen Alpher, SA News Editor

The recently-gone public online insurance player has just scratched the surface of its addressable market, says Motley Fool's Tom Gardner.

The pandemic has been helpful to the business at both ends, with growth rates up, but claim losses lower than plan.

The stock price is already pretty perky, but the company has major growth potential.

LMND +20.2%

Lemonade IPO'd over the summer at $29, quickly shot to above $80, and then fell to as low as $47 this fall. Today's gain brings the shares up to $80 again.

In a testament to that volatility and how the company has captured investors' attention, Seeking Alpha contributor Arne Verheyde in early November questioned with Lemonade was to be the next Shopify or Tesla. He called out how the company was disruptive, specifically in the area of AI. Read more here.

Vi IMrovised


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by vim » Fri Dec 11, 2020 9:38 pm

Goldman Sachs US Financial Services Conference
https://event.webcasts.com/viewer/event ... 649eb37bbd

บทความ SA อ่านมันส์มากครับช่วงนี้ เจอ Short Squeeze กันไปหลายคน

Vi IMrovised


A66038

Re: LMND - Lemonade Inc

Posts by A66038 » Sat Dec 12, 2020 11:09 am

picatos wrote:
Tue Oct 13, 2020 9:00 am
เห็นเพื่อนๆ แชร์วีดีโอที่ Comment สิ่งที่ ARK ได้ให้ความเห็น ผมคิดว่าคนที่วิจารณ์ก็ยังวิจารณ์ได้ไม่ตรงประเด็นเท่าไร ขอแสดงความคิดดังนี้ครับ

1. Low Moat - ถ้าไปศึกษา LMND ทาง Founder เค้าเลือกที่จะเจาะเข้ามาในตลาด Insurance เพราะ มันเป็นธุรกิจที่ Low Moat ตลาด Fragment มากๆ เลยคิดว่า เค้าสามารถเจาะเข้ามาได้ ผ่านทางตลาด Rental แล้วไปที่ Pet ซึ่งเป็นตลาดที่ Underserved ค่า Overhead สูง หลังจากที่ Acquire ลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีใครสนใจ ซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y, Gen Z ได้ กลุ่มลูกค้าพวกนี้จะโตขึ้น จนถึงจุดที่ Graduate ขึ้นไปในบริการที่แพงขึ้นในอนาคต ทำให้คุ้มค่า CAC ซึ่งต้องใช้เวลา

2. Reinsurance Risk - ด้วยความที่เค้ามี AI และ โมเดลที่เค้าเชื่อว่าเค้า Pricing ค่าเบี้ยได้ถูกต้องแม่นยำกว่า ดังนั้น เค้าจะเลือกลูกค้าที่เป็นครีมจริงๆ ที่ความเสี่ยงต่ำสุดๆ เอาไว้ใน Book ของตัวเอง 25% และ Reinsure ลูกค้าที่คุณภาพต่ำลงมา 75% ไปให้คนอื่น ซึ่งตรงนี้จะช่วยลด Capital Requirement ซึ่งแนวคิดตรงนี้ มันคือ Business Model ของเค้าเลย ที่ทาง ARK มา Comment ตรงนี้ เข้าใจว่า ไม่ได้อ่าน ไม่ได้ศึกษาอะไร LMND สักอย่าง แล้วมา Comment ออกสื่อซะงั้น

3. UX/UI สวย - Mission ของบริษัท คือ ต้องการเป็น Insurance Company ที่คนรักมากที่สุด ดังนั้น UX/UI ต้องสวย อนุมัติประกันง่าย เคลมประกันเร็ว เป็นมิตร และเงินที่เหลือจากการเคลมจะเอาไปบริจาค
Thank you kub



nattawutw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 273
Joined: Fri Aug 06, 2010 11:05 am

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by nattawutw » Sat Dec 19, 2020 9:38 pm

พึ่งเข้ามาศึกษาตัวนี้ได้ไม่นานครับ มีประเด็นที่น่าสนใจหลายๆอย่าง รวมทั้งเกิดคำถามมากมายขึ้นมาในหัวด้วยเช่นกัน
ผมขอเริ่มด้วยคำว่า Disrupter ก่อนนะครับ จากการให้สัมภาษณ์หลายๆครั้งของ CEO Daniel Schreiber ผมจับใจความได้ว่า การที่คนๆหนึ่งจะเลือกประกัน เกิดจากปัจจัยสองอย่างหลักๆด้วยกัน คือ

1. Price ราคาจะต้องถูก
2. คุณภาพของสิ่งๆนั้น จะต้องดีกว่ามากๆ ไม่ใช่แค่ 10% 20%

มาดูเรื่อง Price ก่อนครับ จากการ present หลายๆครั้ง Daniel จะบอกว่าลูกค้าของเค้า 90% คือคนที่ซื้อประกันครั้งแรกในชีวิต แล้วเค้าชอบเปรียบเทียบกับโฆษณาที่ว่า Switch & Save ของพวกบริษัทประกันเก่าแก่ ว่าเราจะไม่ทำแบบนั้น.
แต่ถ้าเรามองว่า ที่เค้าไม่สามารถจับลูกค้าที่เคยมีประกันแล้วได้ เพราะว่าราคามันไม่ถูกกว่า. สาเหตุหลักเท่าที่อ่าน comment จากหลายๆที่ คือ Lemonade ยังไม่มีการ Bundle ประกัน Auto เข้ามา ซึ่งบริษัทประกันใหญ่ๆล้วนมีสิ่งนี้หมด ทำให้ประกัน renter หรือ home owner ลดราคาไปถึง 20%

ถ้าในอนาคต Lemonade ไม่สามารถ bundle auto insurance เข้ามาหรือทำราคาสู้เจ้าอื่นๆได้ นั่นแปลว่า Lemonade เลือกที่จะไม่ focus กับลูกค้ากลุ่มนี้เลยหรือไม่ แล้วไป focus เฉพาะกลุ่ม millenial ที่อาจจะมีกำลังจ่ายน้อยกว่า?

มาดูประเด็นที่สองบ้าง คือเรื่องคุณภาพของสินค้า. ประเด็นเรื่อง UX/UI ผมค่อยข้างเคลียร์ว่าดีจริง แต่ประเด็นเรื่องการใช้ Data เพื่อ traning AI ให้เก่งขึ้นเรื่องการ underwriter อันนี้ผมยังสงสัยอยู่บ้างครับ อ้างอิงจาก Class อ. Jeffrey Towson การที่จะเป็น บริษัทที่ครบเครื่องด้าน AI ต้องประกอบไปด้วย

1. User
2. Engagement
3. Data

ด้วยความที่ Lemonade เป็น app ที่คนใช้ไม่บ่อย เปิดไม่บ่อยแน่ๆ ดังนั้น มันคือ Low frequency use app เมื่อมันเป็น Low freq. ทำให้ Data ที่ได้มา ไม่ได้มากพอที่จะเอามา training ตัว AI หรือไม่ ผมขอขยายาความให้ชัดเจนอีกนิด แน่นอนว่า Data ที่บริษัทมี ย่อมดีกว่าที่บริษัทประกัน legacy มีแน่นอน อันนี้ผมค่อนข้างเชื่อ แต่ Data ที่ lemonade มี มันทำให้เค้ามีคุณภาพที่ดีกว่าของเดิม เป็น 10 เท่าหรือป่าว อันนี้เป็นความสงสัยอยู่ครับ
จำเป็นไหมที่จะต้องซื้อ Data พวก High freq app (เช่นที่ google , fb มี) มาเพื่อ customize AI ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งก็จะเป็น concern เรื่อง data privacy ที่ทาง fb มีปัญหากับ apple อยู่ ณ ปัจจุบัน

เรื่องของคุณภาพอีกอย่างที่สำคัญคือเรื่องการ Claim แน่นอนทาง CEO บอกว่า 1/3 ของการ claim ทั้งหมดจัดการได้ด้วย AI Jim. นั่นหมายความว่าอีก 2/3 จะต้องถูกส่งต่อการ claim ไปที่คนใช่ไหมครับ. กับบริษัทที่ค่อนข้าง Lean เน้นการ Scale ด้วย Technology เป็นหลัก แต่ถ้าอัตราส่วนการ claim ด้วย AI ยังไม่เพิ่มขึ้น ก็จำเป็นจะต้องมีคนในฝ่าย claim มากขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้จะเป็นตัวถ่วงให้กับ Lemonade หรือไม่ ในการ scale ?

สุดท้ายเป็นเรื่องของการ Monetization ซึ่งตรงนี้ บริษัทยังไม่ได้บอกเราชัดเจนมากนักว่ามีวิธีในการทำกำไรอย่างไร เนื่องจากช่วงนี้ยังเป็นช่วง scale-up ของบริษัทอยู่ อันนี้น่าติดตามครับ เพราะถ้าเทียบกับบริษัทประกันทั่วๆไป แทบจะไม่ได้กำไรจากการประกัน แต่เอากำไรมาจากการนำ Float ไปลงทุน
ทาง Lemonade ซึ่งจะมี float น้อยกว่าบริษัทประกันทั่วๆไป (เพราะ reinsurance ออกไปเยอะ) จะสามารถทำอะไรกับตรงนี้ได้ไหม

พี่ๆคิดเห็นกันอย่างไรบ้างครับ

Expect the Unexpected.


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by vim » Sun Dec 20, 2020 6:55 pm

ผมคิดว่าปัญหาที่มีอยู่ปัจจุบัน มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงๆ แต่เป็นอะไรที่ทีมงานก็พยายามพัฒนาหาทางแก้ครับ เช่น % การเคลมที่ยังใช้คนสูงอยู่ก็ต้องพยายามใช้ระบบอัตโนมัติเข้าช่วยมากขึ้น จุดที่ Daniel Schreiber เคยให้สัมภาษณ์คือทุกๆครั้งที่รับคนเพิ่มให้ถามว่าจำเป้นต้องจ้างคนมาทำงาน หรือจ้างวิศวกรมาพัฒนาระบบอัตโนมัติ ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่คือต้องการวิศวกร

อัตราส่วน จำนวนกรมธรรม์ต่อจำนวนพนักงาน ของบริษัทนี้ทิ้งห่างคู่แข่งค่อนข้างขาด ตรงนี้เป็นอะไรที่คู่แข่งเจ้าเก่าไม่สามารถแข่งได้ เพราะถ้าจะแข่งหมายความว่าต้องปลดพนักงานเดิมทิ้งประมาณ 80%

เรื่อง Auto นี่ผมไม่รู้ว่าจะเปิดตัวได้ไวแค่ไหน โมเดลของบริษัทเดิมนั้นพิจารณาเบี้ยประกันลูกค้า โดยดูจากประวัติการเคลมส่วนบุคคลของลูกค้าเป็นหลัก ซึ่ง P&C (Renter + Content) และ Pet มันมี correlation ตรงนี้กันสูง คือการนิสัยของลูกค้าเองเป็นความเสี่ยงหลัก พอยิ่งขายได้บริษัทเลยยิ่งได้ข้อมูลลูกค้าเพิ่ม แม้จะไม่ละเอียด แต่ได้ข้อมูลการเคลมของลูกค้าที่เป็นคนจริงๆ แล้วถ้าเก็บลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ได้บริษัทจะมีโอกาสกำไร

พอเริ่มเข้ามาทำ Home Owner บริษัทต้องขยายโมเดลให้รองรับข้อมูลด้านอื่นๆด้วย เช่นอายุของบ้าน คุณภาพบ้าน ความเสี่ยงของพื้นที่ (ไฟป่า น้ำท่วม ลูกเห็บ พายุ จราจล เป็นต้น) แต่พอพิจารณาเปิดตัวสินค้าเป็นโซนๆไป แล้วค่อยๆเก็บข้อมูล มันก็พอจำกัดความเสี่ยงได้อยู่ แล้วที่ผ่านมาก็มีปฎิเสธอาคารหลายแห่งที่เสี่ยงสูง ไม่ได้รับหมด

แต่พอหันมาทำประกัน Auto ผมคิดว่ามันยากขึ้นอีกขั้นใหญ่ๆเลย เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกสูง การเลือกอู่คู่ในสังกัดก็มีผลกับราคามาก การมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ทำประกันดูไม่ค่อยสนับสนุนกันเท่าไหร่ ถ้าจะทำตรงนี้ระบบต้องพัฒนาให้ครอบคลุมข้อมูลด้านอื่นๆอีกเยอะ ที่สำคัญคู่แข่งตัดราคากันสูงมากๆ เป็นตลาดของรายใหญ่ ถ้าไม่พร้อมแล้วเข้าไปน่าจะเหนื่อยครับ

เทียบกับ term life นี่การเคลมแม้จะไม่เกี่ยวอะไรกับ p&c เลย แต่ความเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับอัตรามรณะเป็นหลัก กำไรมันเห็นชัดๆอยู่แล้วถ้าขายได้ บริษัทไม่ต้องคิดอะไรมากนอกจากเรื่องไลเซนส์บริษัทประกันชีวิตที่ใช้คนละกฎกับ non-life พอเคลียร์เรื่องทางกฎหมายได้ก็สามารถขายได้เลย

โดยส่วนตัวผมเชียร์ term life มากๆ ถ้าแบรนด์บริษัทดีแล้วอยากให้หันมาขยายทางนี้ไปเลย

ผมคิดเอาเองว่าบริษัทต้องการปูทางไปขาย health ต่อ (เพราะมี correlation กับข้อมูลตัวลูกค้าเองสูง) ก็เลยรีบเปิดตัว term life ดังนั้นถ้าจะทำ bundle ในช่วงแรกน่าจะมาทาง pc+pet+life+health นอกจากว่าบริษัทจะพร้อมเปิดตัว auto จริงๆ

เรื่อง float นี่ผมคิดว่าในยุคนี้เราคาดหวังอะไรไม่ได้เลย บริษัทเอาเงินมาลงทุนในตัวเองจะได้ผลตอบแทนสูงกว่าไปลงกับตลาดเงินหรือตลาดทุนครับ ซึ่งในปลายทางถ้าบริษัทโตจากตรงนี้จนเทียบเท่า top 5 ของโลกได้ ผมว่าเราไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้จากการลงทุนแล้ว

การลงทุนใน Lemonade Inc. นั้นราคาหุ้นค่อนข้างสะท้อนความหวังกับทีมงาน ว่าจะพัฒนาบริษัทได้ไวพอที่จะแก้ปัญหาต่างๆได้ และขยายไปยังสินค้าใหม่ๆ พร้อมกับขยายไปทั่วโลกได้ ซึ่งถ้าดูจากประวัติการพัฒนาไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัททำเรื่องที่เป็นไปได้ยากให้เป็นไปได้มาเยอะมาก แม้ปัจจุบันยังมีปัญหาให้แก้ไขกว่าจะถึงเป้า AI ที่โม้ไว้ แต่ถ้ายังรักษาอัตราเร่งนี้ได้ก็มีลุ้นครับ
(fake it till you make it, high risk - high expected rewards)

แต่ถ้าไม่ได้.. ก็ตัวใครตัวมัน..

ผู้บริหารก็ขายมาตลอดทาง

Vi IMrovised


armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 92
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by armchakorn » Thu Dec 31, 2020 11:27 pm

Happy New​ Year 2021 ครับ

NEW YORK--(BUSINESS WIRE)--Lemonade, the insurance company powered by artificial intelligence and behavioral economics, announced it has more than one million customers. Lemonade hit this milestone about 1,500 days after its initial launch, some 15-45 years faster than industry leaders such as State Farm, Allstate, GEICO, and USAA.

“We’re proud to hit the one million customer mark so early in the life of the company,” said Shai Wininger, Lemonade co-founder and COO. “With every new customer, our system grows smarter, our underwriting gets better, and our prices become more accurate and fair. At Lemonade, one million customers translates into billions of data points, which feed our AI at an ever-growing speed. Quantity generates quality.”

https://www.businesswire.com/news/home/ ... -Customers



armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 92
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by armchakorn » Tue Jan 19, 2021 11:42 pm

บริษัท Launch Term Life Insurance ออกมาแล้วครับ รอติดตาม

https://www.lemonade.com/life



Feudalz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 886
Joined: Tue Mar 23, 2010 3:18 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by Feudalz » Wed Jan 20, 2021 12:47 pm

เท่าที่ฟังการสัมภาษณ์ต่างๆ ของผบห.ผมเข้าใจว่าแกซื้อข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ดังนั้นถ้าทำ Life insurance แกอาจจะซื้อข้อมูลจากพวก Wearable device มาใช้ด้วย เพราะงั้น AI น่าจะแม่นยำระดับหนึ่ง



zombiethai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 21
Joined: Wed Nov 15, 2017 10:21 am

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by zombiethai » Wed Jan 20, 2021 5:25 pm

ราคาล่วงลงขนาดนี้ สงสัย 2nd public offering น่าจะชวดนะครับ ทำไมรู้สึกเหมือนเจ้าของพยายามจะขายทิ้ง >_<



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2748
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by vim » Wed Jan 20, 2021 6:35 pm

ถ้าเทียบกับไม่กี่เดือนก่อน ราคาหุ้นมันก็ขึ้นมาเป็นเท่าตัวเลยนะครับ ทีมผู้บริหารก็ขายมาตั้งแต่ต้นทางแล้ว คนก็จับตากันอยู่ว่าจะขายกันอีกแค่ไหน

เรื่อง AI ถึงตอนนี้ผมคิดว่ายังไม่มีอะไรเป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ ราคาประกันยังอิงกับการตอบคำถามสั้นๆไม่กี่คำถามอยู่เหมือนเดิม

Data ที่เอามาประเมินหลักๆจะใช้ข้อมูลวีดีโอตอนเคลมประกันเป็นหลัก ผมเรียกกันเอาเองกับเพื่อนว่าเป็น AI "จับโป๊ะ" เสียมากกว่า AI ในการคิดเบี้ยประกัน อนาคตอาจค่อยๆทำได้ตามแผนก็ได้ต้องดูกันยาวๆครับ หลายๆอย่างมันเป็นแค่ vision ของทีมงาน ไม่ใช่ fact

สำหรับความเสี่ยงหลักนอกจากเรื่องราคาหุ้นสุดแพงแล้ว ผมก็คิดว่าเรื่องโป๊ะแตกว่าเทคโนโลยีมันอาจช่วยไม่ได้อย่างที่คาดนี่แหละ ธุรกิจประกันมันเป็นธุรกิจที่มี leverage สูง ถ้ามีอะไรผิดพลาดบริษัทอาจไม่มีโอกาสแก้ตัว การ reinsure ออกไปก็ช่วยลดความเสี่ยงได้แค่ระดับหนึ่ง

Vi IMrovised


nattawutw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 273
Joined: Fri Aug 06, 2010 11:05 am

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by nattawutw » Sun Feb 07, 2021 5:41 pm

phpBB [video]

Expect the Unexpected.


Feudalz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 886
Joined: Tue Mar 23, 2010 3:18 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by Feudalz » Tue Feb 09, 2021 12:36 pm

แนะนำให้ฟัง CFO ครับ เขาอธิบายเรื่องการ growth ได้ดี ประมาณว่าสามารถกำหนด growth ของบริษัทได้ด้วยการตลาด อยากให้โตเยอะก็ burn เงินได้ถ้าคิดว่าคุ้ม

phpBB [video]



armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 92
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by armchakorn » Tue Mar 02, 2021 5:08 pm

งบ Q4 และ Q1 Guide ออกแล้วนะครับบ

Lemonade guides for Q1 revenue that could trails consensus; stock slumps

Lemonade (NYSE:LMND) stock melts 5.8% in after-hours trading after issuing Q1 revenue guidance of $21.5M-$22.5M vs. consensus estimate of $22.1M.

Sees adjusted EBITDA loss of $40M-$43M for 2021 and in force premium of $241M-$246M at March 31, 2021.

For the full year, LMND sees revenue of $114M-$117M, higher than the average analyst estimate of $111.6M.

Sees full-year adjusted EBITDA loss of $163M-$173M and in force premium at Dec. 31, 2021 of $372M-$378M.

In force premium at the end of 2020 rose to $213.0M from $113.8M at year-end 2019.

Q4 revenue of $20.5M beats the average analyst estimate of $19.2M and fell from $23.5M in the year-ago quarter; the company notes that its "proportional reinsurance" agreements went into effect starting with Q3, increasing the proportion of premium that's ceded to 75%.The move is meant to improve its capital efficiency but can make Y/Y comparisons of revenue misleading.

Q4 gross earned premium of $50.0M jumped from $26.0M in the year-ago quarter.

Q4 adjusted gross profit of $9.5M increased 86% Y/Y, primarily due to the increase in gross earned premium; adjusted gross profit margin of 37% rose from 20% a year ago.

Q4 ratio of adjusted gross profit to gross earned premium fell to 19% from 20%.

Q4 net loss ratio of 76% rose from 69% a year ago.

Q4 adjusted EBITDA loss of $29.7M compares with loss of $31.4M a year earlier.


2021 Guidance: In force premium of $372 - $378M; Gross earned premium of $270 - $275M; Revenue of $114 - $117M; Adj. EBITDA loss of $(173) - $(163)M.

Shareholder Letter - https://s24.q4cdn.com/139015699/files/d ... Abody_link

Ref: https://seekingalpha.com/news/3668044-l ... ock-slumps



armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 92
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by armchakorn » Wed Mar 03, 2021 8:02 pm

Earnings Call Transcript Q4 2020 ออกมาแล้วนะครับ

https://finance.yahoo.com/news/edited-t ... 00959.html

อันนี้คือท่อนที่ CEO ตอบเรื่องที่จำนวน Customer Growth ลดลงครับ วาทะศิลป์ดีเช่นเดิม รอดู Execution ยาวๆครับ

Daniel Schreiber -- Chief Executive Officer and Co-Founder

Sorry, hey, Daniel. I just -- I wanted to interject with another point, which is tangential to your question. And we've got some questions over social media today from the Paper Bag Investor and others about the fact that while we saw very robust growth in Q4, we didn't see the same proportion of growth in our customer count. And I thought this is a good place to address that.

So you're right, we don't break down the customers by product. I just want to make the broader point, which is we don't guide for customer count in general. So what we are optimizing for is growth and profitability of our entire book of business. The top line metric that we use is in force premium, which is really multiplication of how many customers we have times premium per customer.

And what our machines are optimizing for is the output of that multiplication. So if we were just optimizing for customer count, we would just sell renters all day long. If we were just optimizing for premium per customer, we would only sell homeowners all day long. It's really the multiplication of the two which produces the best return on investment.

And the more markets we have and more products we have, the more able we are to play the arbitrage of seeing where can we get the best return on the dollar invested. And we kind of love all our children, all our geographies, all our products equally, but the way we allocated dollars to them is based on that formula. So the machines are constantly looking to optimize for that. And the outcome of that is that in Q4 that we're reporting on now, Q4 2020, we actually spent fewer dollars on marketing than we did during the Q4 of 2019 even though we sold a lot more.

In fact, we mentioned this in the letter that our efficiencies increased 88% 2020 versus 2019. And that's really how, it's by solving for how do we get the most bang for the buck. And what we're optimizing for is growth of our business in dollar terms and not in policy count or in customer count, which is why that's also what we guide for. So just get that in there.



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1413
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: LMND - Lemonade Inc : US

Posts by pookii » Tue Mar 30, 2021 1:15 pm

รีวิวหุ้นต่างประเทศ Lemonade [LMND:NYSE]
By อัพน้อย - Security Analysis


ประกันเป็นสิ่งที่แทบทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับมันดี เพราะไม่ว่าในแง่ของบุคคลทั่วไปหรือบริษัท ก็ต้องเคยผ่านการตัดสินใจทำประกันกันทั้งนั้นแหละ เช่นเวลาเรามีรถคนส่วนใหญ่ก็จะซื้อประกันรถ เวลาเรากู้ซื้อบ้านก็น่าจะต้องทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินเท่ากับสินเชื่อบ้าน หรือบางคนอาจจะทำเพื่อสะสมทรัพย์, ลดหย่อนภาษี คุ้มครองค่ารักษาสุขภาพอะไรก็ว่ากันไป

หรือแม้กระทั่งในแง่ของบริษัท ก็ต้องมีการตัดสินใจทำประกันเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันไฟคุ้มครองออฟฟิศ หรือถ้าทำธุรกิจขนส่งก็อาจจะต้องมีประกันให้กับยานพาหนะที่บริษัทใช้ ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเคสที่เรือของบริษัท Evergreen ไปติดขวางกลางคลอง Suez ถ้าบริษัทได้ทำประกันไว้ ก็อาจจะผ่อนภาระจากหนักเป็นเบาได้ โดยคนที่รับภาระหนักไปแทน Evergreen ก็คือบริษัทประกันนั่นเอง 🤣

ซึ่งเราก็จะเห็นได้ว่าการประกันสามารถไปร่วมอยู่ได้กับเกือบธุรกิจจริงๆ ไม่ว่าเราจะทำธุรกิจอะไร ส่วนใหญ่ก็ต้องซื้อประกันเพื่อคุ้มครองอะไรซักอย่างกันเกือบทั้งนั้น เพราะมันคือการจ่ายเงินเพื่อโอนย้ายความเสี่ยงที่เราไม่รู้ว่าอาจจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไร ไปให้คนอื่นหรือบริษัทประกันรับความเสี่ยงนี้ไปแทน
นั่นก็เลยทำให้อุตสาหกรรมการประกันมันใหญ่มากๆ คิดเป็นมูลค่าทั่วโลกประมาณ 5 ล้านล้านดอลล่าร์ และเมื่อ Product มันออกแบบคล้ายๆกันทั้งอุตสาหกรรม มันเลยทำให้อุตสากรรมนี้นั้นมีการแข่งขันกันสูงมากๆด้วย โดยเราจะเห็นได้จากบริษัทประกันใหญ่ๆบางบริษัทนั้นสามารถสร้างรายได้ได้ปีละมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปี โดยที่บริษัทนี้มี Market Share อยู่แค่ไม่ถึง 4% เท่านั้น!!

และยิ่งไปกว่านั้นอุตสาหกรรมการประกันนี่อยู่คู่กับโลกนี้มาแทบจะทุกยุคทุกสมัยไม่เคยหายหรือถูก Disrupt ไปเลย โดยเราจะสังเกตได้จากการที่บริษัทประกันใหญ่ๆทั้งหลายพวกนี้นั้นอยู่ยงคงกระพันมาก อายุของแต่ละบริษัทประกันนี่เกิน 100 ปีกันเป็นว่าเล่น บางบริษัทที่ยังให้บริการในทุกๆวันนี้อยู่นั้นมีอายุกว่า 300 ปีแล้วด้วยซ้ำ ซึ่งในยุคนั้นๆเรายังไม่มีอินเตอร์เน็ตหรือแม้แต่เครื่องบินใช้กันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็มีการประกันเกิดขึ้นแล้ว และมันยังคงอยู่ปรับตัวมาได้กับทุกยุคสมัยมาจนถึงทุกวันนี้

แล้วถ้ามีใครที่สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่เข้ามาใช้กับอุตสาหกรรมการประกันหละ บริษัทนั้นจะสามารถพัฒนาหรือออก Product ใหม่ๆเพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์กว่าที่เป็นอยู่ได้ไหม? และถ้าเกิดว่าบริษัทนั้นทำได้ขึ้นมาจะสามารถเปลี่ยนแปลงวงการประกันหรือ Disrupt บริษัทประกันเก่าๆไปได้เลยหรือเปล่า? และนี่ก็คือแนวคิดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดบริษัทที่ผมจะเอามารีวิววันนี้ขึ้นมาครับ บริษัท Lemonade นั่นเอง (ไม่ใช่บริษัทขายน้ำมะนาวนะ🤣🤣)
————————————————-
อ่านเรื่องนี้แบบมีภาพประกอบให้เข้าใจง่ายขึ้นได้ที่ (https://www.blockdit.com/posts/6062bce48b477b0c3873f6ae)
————————————————-
ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก Lemonade ผ่าน Business Model ของเค้ากันครับ ว่าแตกต่างจากบริษัทประกันอื่นๆยังไง โดยผมจะขอแบ่งเป็น 3 ข้อหลักๆครับ

1. Customer Centric
Lemonade เป็นบริษัทประกันที่เน้นโฟกัสไปที่ความพอใจของลูกค้า ซึ่งบริษัทเคลมว่าแค่หลักการของเค้าตรงนี้ก็คิดไม่เหมือนบริษัทประกันอื่นๆแล้ว
คือโดยปกติแล้วบริษัทประกันทั่วไปจะออก Product ที่คำนวนจากความน่าจะเป็นมาแล้วว่าแบบประกันจะคุ้มครองอะไรบ้าง เบี้ยประกันต้องเป็นเท่าไร ตามความน่าจะเป็นแล้วลูกค้าน่าจะเคลมน้อยและบริษัทประกันนั้นๆก็จะมีกำไร อะไรประมาณนี้
แต่ Lemonade มองต่างออกไป โดยมองว่าการทำแบบนั้นไม่ได้เน้นลูกค้าเป็นจุดศนย์กลาง และถ้าบริษัทประกันหันมาเน้นออก Product และให้บริการที่ลูกค้าพอใจ ใช้ Lemonade แล้วได้ประสบการณ์ที่แฮปปี้ มันจะส่งผลให้ Product นั้นๆดึงดูดลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆเอง เมื่อลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ บริษัทก็จะได้ Data จากลูกค้ามากขึ้นเพื่อนำไปให้ระบบ Machine Learning ของบริษัทเรียนรู้และระบบมันก็จะคำนวนความเสี่ยงและความน่าจะเป็นอะไรพวกนี้ให้เองตามข้อมูลที่มันได้มา
ซึ่ง Machine Learning เนี่ยถ้ามันได้ข้อมูลไปเยอะๆ มันสามารถคำนวนเรื่องพวกนี้ได้ดีกว่ามนุษย์อยู่แล้ว สุดท้าย Lemonade ก็จะมีกำไรจากตรงนี้มากขึ้นไปโดยอัตโนมัติเอง และจะวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยทุกอย่างนี้เริ่มต้นจากแค่การที่บริษัทใช้หลักการโฟกัสไปที่ความพอใจของลูกค้าก่อนเท่านั้นครับ

2. Conflict of Interest
Lemonade บอกว่าการเคลมประกันของบริษัทประกันทั่วไปเนี่ยมันมี Conflict of Interest ครับ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าเคลมประกันเป็นยอดเงิน 10,000 บาท ถ้าบริษัทประกันนั้นขุดหาเหตุผลจนมาปฏิเสธการเคลมนั้นๆได้ นั่นหมายความว่าบริษัทประกันนี้ก็จะกำไรเพิ่มขึ้น 10,000 บาททันที แต่ถ้าต้องจ่ายเคลมบริษัทประกันนี้ก็จะกำไรน้อยลง 10,000 บาท ก็คือ
เคลมได้ลูกค้ารวยขึ้น บริษัทจนลง
เคลมไม่ได้บริษัทรวยขึ้น ลูกค้าจนลง
ซึ่งข้อหลังนี่มันก็จะส่งผลโดยตรงไปที่ความไม่พอใจของลูกค้านั่นเองครับ
โดย Lemonade แก้ปัญหาเรื่อง Conflict of Interest ตรงนี้โดยการใช้วิธีจำแนกให้ลูกค้าดูก่อนเลย ว่าเงินค่าเบี้ยประกันที่ลูกค้าจ่ายให้ Lemonade ทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็นค่า Fee 25% และส่วนที่ Lemonade เอาไว้จ่ายเคลมอีก 75%
โดยในส่วนที่บริษัทเก็บไว้เพื่อจ่ายเคลม 75% นี้ถ้าลูกค้าเคลมไม่ถึง 75% ส่วนที่เหลือจากตรงนั้นบริษัทจะเอาไปบริจาคครับ โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกได้เองเลยว่าอยากให้เงินส่วนที่เหลือของเค้านี้บริจาคไปให้องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรองค์กรไหน คือไม่เคลมลูกค้าก็เหมือนได้ทำบุญไปด้วย 😊
ด้วยเหตุนี้วิธีการของ Lemonade มันเลยเป็นการตัดปัญหาเรื่องกำไรจากการปฏิเสธเคลมออกไปจากใจลูกค้าได้เลย ให้ลูกค้าเห็นเลยครับว่าบริษัทไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเคลม เนื่องจากเงินก้อนที่เหลือนี้ยังไงก็ไม่ได้เข้าบริษัทอยู่แล้ว
ถ้า งง ผมยกตัวอย่างให้ง่ายๆตามนี้ครับ
สมมุติค่าเบี้ยประกัน 100,000 บาท
25% หรือ 25,000 บาท จะถูกเก็บเป็นค่า Fee
75% หรือ 75,000 บาท ที่เหลือจะเอาไว้จ่ายเคลม
ลูกค้ามีการเคลม 50,000 บาท
ดังนั้นเงินส่วนที่บริษัทเอาไว้จ่ายเคลมจะเหลือ
75,000-50,000 = 25,000 บาท
ซึ่ง Lemonade จะนำเงินจำนวน 25,000 บาทนี้ไปบริจาคทั้งหมดเลยครับ

3. AI Not Agent
Lemonade ยังแตกต่างจากบริษัทประกันทั่วไปในเรื่องช่องทางการขาย โดย Lemonade ไม่ใช่ตัวแทนประกันในการขายครับ แต่ให้ลูกค้าแชทกับ AI Bot ที่ชือว่า Maya ในแอพพลิเคชั่นของ Lemonade แทน ซึ่งจากรีวิวของผู้ใช้งานจริงที่บริษัทโชว์ให้ดูก็ดีทีเดียวครับ(ตรงนี้อาจจะต้องฟังหูไว้หู🤣)
โดยการไม่จ้างตัวแทนนี่ก็จะส่งผลดีให้กับบริษัทในแง่ของต้นทุนอีกครับ ซึ่งเมื่อต้นทุนของบริษัทถูกลง ก็สามารถออก Product ที่เบี้ยประกันถูกกว่าบริษัทประกันทั่วไปในตลาดได้ โดย Lemonade ยกตัวอย่าง Renter Insurance ที่บริษัทสามารถทำเบี้ยประกันได้ถูกกว่าบริษัทประกันอื่นๆถึง 50% เลยครับ
ส่วนในเรื่องของการเคลม บริษัทก็ใช้ AI Bot ชื่อ Jim ในการรับเรื่องเคลมจากลูกค้าเหมือนกันครับ ซึ่งมันจะประมวลผลทันที บางการเคลม Jim สามารถรับเรื่องเอาไปประมวลผลว่าถูกต้องมั้ย แล้วจ่ายเงินค่าเคลมเข้าบัญชีลูกค้าได้ทันที โดยกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่รับเรื่องจนเงินถึงบัญชีลูกค้านี้ใช้เวลาแค่ 3 วินาทีเท่านั้น! และจากสถิติของบริษัทกระบวนการทั้งหมดนี้สามารถมาจากการที่ Jim ประมวลผลเองล้วนๆโดยไม่ต้องผ่านมือมนุษย์ถึง 1 ใน 3 ของการเคลมทั้งหมดเลยครับ

นอกเหนือจากนั้นลูกค้าของ Lemonade 90% เป็นลูกค้าที่ซื้อกรมธรรม์เล่มแรก คือไม่เคยซื้อประกันกับบริษัทอื่นมาก่อนเลย คือ Lemonade เนี่ยเป็นบริษัทที่ถูกใจวัยรุ่นมากๆ🤣
ซึ่งกว่า 70% ของจำนวนลูกค้าทั้งหมดของ Lemonadeในตอนนี้ มีอายุไม่เกิน 35 ปีเท่านั้น เรียกได้ว่าลูกค้ายังมีเวลาสร้างรายได้อีกหลายปี มีโอกาสขยับขยายไปซื้อคอนโด, ซื้อบ้านที่ต้องการการซื้อประกันมาคุ้มครองเพิ่มเติม ซึ่งถ้า Lemonade ครองใจลูกค้าที่มีไปได้เรื่อยๆ รายได้ของบริษัทก็สามารถเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าได้ยาวๆครับ

โดย ณ ตอนนี้ Lemonade เน้นขายประกันอยู่ 3 อย่างครับ Renter Insurance, Homeowner Insurance และ Pet Insurance เรียกได้ว่าเค้าใช้กลยุทธ์โฟกัสไปที่ตลาดเฉพาะเจาะจงที่ไม่ค่อยมีการแข่งขันสูงเพื่อให้บริษัทเติบโตได้จากตรงนั้นก่อน แล้วถ้าเริ่มแข็งแกร่งแล้วก็ค่อยมาลุยตลาดใหญ่ๆต่อ ซึ่งตอนนี้ Lemonade ก็ได้เปิดตัวขาย Product ในด้าน Life Insurance เพิ่มไปแล้ว และก็เหมือนจะมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวขาย Product ในด้าน Auto เร็วๆนี้เหมือนกันครับ ซึ่งก็ต้องมาติดตามดูกันต่อไปว่าจะเวิร์คเหมือนตัวอื่นๆรึป่าว😊
เข้าใจ Business Model ที่แตกต่างจากบริษัทประกันทั่วไปของ Lemonade กันไปแล้ว ทีนี้มาดูด้านตัวเลขกันบ้างครับ ว่าเค้าสามารถทำได้จริงเหมือนที่คุยมั้ย🤣

โดยล่าสุดใน Q4/2020 Lemonade แจ้งว่าเค้ามีลูกค้าทั้งหมดกว่า 1 ล้านคนแล้วครับ คิดเป็นการเติบโตจากปีก่อนถึง 56%
และมีเบี้ยประกันเฉลี่ยต่อลูกค้าหนึ่งคนอยู่ที่ 213 ดอลล่าร์สหรัฐคิดเป็นการเติบโต 20% จากปีก่อน
ส่งผลให้ยอดเบี้ยประกันทั้งหมดที่บริษัทได้มาในปี 2020 เท่ากับ $213 million ซึ่งเติบโต 87% จากปี 2019 ครับ
และ Annual Gross Loss Ratio หรือเรียกง่ายๆว่าเงินค่าเคลมที่บริษัทได้จ่ายออกไปในปี 2020 นั้นอยู่ที่ 71% ครับ ซึ่งในปี 2019 ค่านี้อยู่ที่ 79% โดยตรงนี้ยิ่งน้อยลงยิ่งดีกับบริษัทครับ

โดยส่งผลให้รายได้ของ Lemonade
ในปี 2019 อยู่ที่ $67 million
ปี 2020 อยู่ที่ $94 million (เติบโต 40%)
และก็เหมือนเดิมครับ บริษัทดีๆแบบนี้ต้องขาดทุนอยู่😅
ในปี 2019 ขาดทุนอยู่ที่ $108 million
ปี 2020 ขาดทุนอยู่ที่ $122 million (มากขึ้น 13%)

โดยบริษัทยังได้ให้ประมาณการณ์ปี 2021 ไว้ดังนี้ครับ
- ยอดเบี้ยประกันทั้งหมดหรือ In Force Premium จะอยู่ที่ประมาณ $372 - $378 million ซึ่งคิดเป็นการเติบโต 74 - 77% จากปี 2020
- รายได้รวมจะอยู่ที่ประมาณ $114 - $117 million ซึ่งจะคิดเป็นการเติบโต 21 - 24% จากปี 2020 ครับ

สรุป
เราจะเห็นว่าจริงๆแล้วข้อได้เปรียบที่ Lemonade เคลมว่าเค้าเหนือกว่าบริษัทประกันทั่วไปคือเรื่องของ Data แต่ปัญหาก็คือถ้าบริษัทประกันใหญ่ๆเค้าก็มี Data เหมือนกันหละ ดีไม่ดีมีเยอะกว่าอีก หรือแม้กระทั่งบริษัทใหญ่ๆบริษัทอื่น เช่น Tesla ที่ก็จะมีประกันรถเป็นของตัวเอง ซึ่งกรณีนี้เค้ามี Data ของคนขับมากกว่า Lemonade แบบเยอะโคตรๆแน่นอน แบบนี้ข้อได้เปรียบของ Lemonade ตรงนี้อาจจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบที่ยั่งยืนอีกต่อไปก็ได้ครับ
นอกเหนือจากนั้นประกันบางแบบเช่นประกันสุขภาพหรือประกันชีวิต ลูกค้าส่วนใหญ่ยังต้องใช้อารมณ์ในการช่วยตัดสินใจซื้ออยู่ดีครับ เช่น ในแง่ของประกันสุขภาพลูกค้าอาจจะยังต้องการมนุษย์ตัวเป็นๆมาเยี่ยมเวลาป่วย หรือในแง่ของประกันชีวิตลูกค้าบางคนอาจจะต้องการที่พึ่งทางใจว่าถ้าตายไปตัวแทนคนนี้จะนำเงินค่าประกันชีวิตมาส่งถือมือลูกๆเค้าแน่นอน ซึ่งพวกนี้เป็นอะไรที่คุยกับ AI แล้วอาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไรครับ
ปล.หุ้น Lemonade เพิ่งเข้าเทรดในตลาดเมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 2020 ที่ผ่านมา ด้วยราคา IPO ที่ $29 หลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ $188 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา แล้วก็ไหลลงมาเรื่อยๆจนตอนนี้ราคาหุ้น LMND อยู่ที่ $83 แล้วครับ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าตลาดอยู่ที่ $5.1 billion ส่วนราคาตรงนี้จะถูกหรือแพงนั้นทุกท่านต้องลองเอาไปประเมินมูลค่ากันต่อเองนะค้าบ😊

รายงานงบไตรมาสล่าสุดของบริษัทสามารถดูได้ที่นี่เลยครับ (https://s24.q4cdn.com/.../Q4-2020-LMND- ... der-Letter...)
#อัพน้อย #หุ้นต่างประเทศ #หุ้นอเมริกา



Post Reply