VI หาดใหญ่

เชิญมาพักผ่อน คลายร้อนนั่งเล่น คุยกันเย็นๆ พร้อมเรื่องกีฬา สัพเพเหระ ทัศนะนานา ชีวิตชีวา สุขภาพทั่วไป บันเทิงขำขัน รอบเรื่องเมืองไทย ชวนเที่ยวที่ไหน อยากไปก็นัดมา ...โย่วๆ
Post Reply
amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat Nov 07, 2020 8:20 am

EGM Singer 6 Nov 2020

งานจัดที่ตึกCAT ชั้น30 เหมือนเช่นเคย
และมีการจัดบูทขายสินค้าของSinger

วันนี้ได้เจอพี่พีรนารถ ตอนที่ลงทะเบียน
เลยมีโอกาสพูดคุยกันบ้าง ส่วนคุณขาว ตามมาทีหลัง
ในงานมีของว่าง และเครื่องดื่มบริการเหมือนเดิม
แต่ที่ไม่ชอบ คือตอนเลิกงาน มีผู้สูงอายุบางท่าน
มาโวยวายว่าพนักงาน จะเอาเครื่องดื่มกลับบ้านหลายแก้ว
สงสารพนักงานต้องมารับอารมณ์ของคนประเภทนี้
แต่ชื่มชมนะครับว่า สามารถจัดการปัญหานี้ไปเป็นอย่างดี
จนเจ้าตัวกลับมาชม หลังด่าไปก่อนหน้า

วาระที่1 พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญประจำปีครั้งที่53
การประชุมAGMเมื่อครั้งก่อน 26 Jun 2020 ไม่มีใครค้าน ก็เลยผ่านวาระไป

วาระที่ 2 พิจารณาอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพิ่มเติมวงเงินไม่เกิน 3,000 ลบ

ก่อนอื่น ได้พูดถึงวัตถุประสงค์ของวาระนี้คือ การชำระคืนหนี้คงค้าง และหรือใช้
เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งขยายธุรกิจ

มีการชี้แจง เรื่องBondณ วันที่ 30 Sep 2020
Equity = 2,387 MB
Debenture
2017 = 400 MB
2018 = 950 MB
2019 = 1,500 MB
#1 2020 = 800 MB
#2 2020 = 1,000 MB

Plan #3 2020 = 1,000 MB

Key Financial Leverage Ratio
Net Gearing Ratio < 3.0x
30 sep 2020. 1.97x
หลังออกหุ้นกู้ #3 2020 = 2.39x

ส่วนschedule ของหุ้นกู้ที่ทยอยครบกำหนด
Oct 2020 = 400 MB คืนผู้ถือหุ้นกู้ไปเดือนที่แล้ว
Mar 2021 = 950 MB
Jul. 2022 = 1,500 MB
May-Dec 2023 = 2,800 MB

AR Portfolio Growth

Q3 2018 total 3,082
High purchase 1,800 MB
C4C. 1,014 MB
Captive 268 MB

Q3 2020 total 5,475 MB เติบโต 59% Y-Y
ปีนี้คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถ 2,696 MB (Q3)
โดยมีเป้าปีหน้าปล่อยอีก 3,000 MB ทำให้portรวม 6,000 MB

HP. 2,453 MB target 2021 2,500 MB
C4C. 2,696 MB เติบโตจากปีที่แล้ว 78% มาจากการออกdebenture
target 2021 = 3,000 MB
ส่วนกำไรแบ่งเป็นสองส่วนคือ
1. Margin loan (Gross profit margin)
2. ดอกเบี้ยจาก high purcahse 22%
Captive สินเชื่อเครื่องจักร เครื่องพิมพ์ 326 MB

Forcast Bond สะสม
2020 = 5,250 MB
2021 = 7,300 MB หลังขอเพิ่มวงเงินออกหุ้นกู้3,000ลบ
2022 = 5,800 MB โดยชำระคืน 1,500 MB

Net profit margin
Q1 11%
Q2 12.5%
Q3. 13.5% NP 117 MB
YTD NP 319 MB

Port เติบโตสอดคล้องกับการออกหุ้นกู้

C4C ไม่มีupfront margin แต่ให้yield ประมาณ 16.1-16.2%
น้อยกว่า HP แต่คุณภาพสินเชื่อดีกว่า และ NPLต่ำกว่า
Q3 Yield 22% , NPL 9.6% สำหรับ HP margin 12%
ส่วน C4C Yield 16% แต่ NPL 0.5% net แล้วสูงกว่า

ภาพรวม NPL ลดลงจาก 6% ช่วงCovid เหลือ 5.1%
ภาพรวมของ Singer เรามีloanที่มีหลักประกัน โดย
HP มีผู้ค้ำประกัน และ ผู้เช่าซื้อก็รับผิดชอบ
ถ้ามีการยึดหลักประกัน ไปขายต่อ ก็มีmargin 20%


อนุมัติวงเงินกู้เพิ่ม3,000ลบ
ผู้ถือหุ้นอนุมัติผ่าน
สรุปวงเงินหุ้นกู้รวมของเก่า เท่ากับ 8,000ลบ
เงินกู้ส่วนใหญ่ไปปล่อยกู้C4C
โดยทยอยออกหุ้นกู้ทีละล๊อต เพื่อไม่ต้องเสียดอกเบี้ย
ในส่วนที่ไม่ได้ใช้

Q&A
1.TFRS9 กระทบต่อบริษัทอย่างไร
ตอบว่า สินทรัพย์ที่ด้อยค่ามีทางเลือกสองอย่างคือ
1.กระทบP&L โดยตรง
2.ลง negative retain earning ใน balance sheet
ซึ่งทำให้บริษัทมีส่วนต่างของมาตราฐานบัญชีเก่าและใหม่
ทำใหการตั้งสำรองสูงขึ้น 339 MB
ตอนนี้ การตั้งสำรองลดลงเหลือ 2xx MB
โดยเราต้องทำทุกเดือนว่าต้องตั้งเพิ่ม หรือ ลด เท่าไหร่

ผมได้คุยกับคุณหน่อย CFO บริษัทพยายามจะ
ค่อยๆออกหุ้นกู้เมื่อจำเป็นต้องใช้เท่านั้น
ไม่อยากเสียดอกเบี้ยโดยไม่ได้ใช้
Lot ต่อมาน่าจะเดือนนี้ ดอกเบี้ยน่าจะสูงกว่า5%
ผู้ถือหุ้นบางท่านก็สนใจ เพราะจองมาหลายlotแล้ว
คุณหน่อยทิ้งท้าย ว่า หุ้นกู้ที่ออกมาเพื่อนำไปทำธุรกิจต่อไม่น่ากลัว
และมีการติดตามลูกหนี้ว่าหลังได้เงินไป มีทำมาหากิน
หรือเปล่า ถ้าจอดรถไว้เฉยๆ ต้องมีมาตราการกับลูกหนี้รายนั้น
เพราะถือว่าไม่ได้นำเงินไปทำธุรกิจต่อ



User avatar
romee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1784
Joined: Thu Jun 07, 2007 10:08 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by romee » Tue Nov 10, 2020 11:52 pm

โอยไม่ได้มาพูดคุยก๊วน เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่ห้องนี้นานมากแล้ว (ล่าสุดคือ20มีนาคม)

มาฉลองในวันที่พี่หรั่งซื้อสุทธิเกือบ2หมื่นล้าน +ข่าววัคซีนได้ผล90%(ใช้ได้จิงป่าวก็ยังไม่รู้อ่ะนะ) + คุณโจ ไบเด้น เป็นปธน. (ส่วนผมก็รอพี่โจ ล.อ.ส. เป็นนายก หรือประธานกลต. อยู่นะครับ :B )
ข่าวดีแบบนี้เลยพาหุ้นพี่ใหญ่วิ่งกันระเบิดเถิดเทิง หุุ้นบางตัวขึ้นจนราคาจะเท่ากับตอนก่อนcovidอยู่แล้ว :|

เอาสถิติเล่นๆมาให้ดูครับ เก็บข้อมูล1มค.2563 - 10พย.2563 หุ้นในลิส 696ตัว ตัดหุ้นIPOในปีนี้และพวกกลุ่มreit
พบว่ามีประมาณ 97ตัวที่ราคาบวกเกิน30% (14%)
และมีอยู่ 30ตัว ที่ราคาบวกเกิน100% (4.5%)
ในทางกลับกัน ก็มีอยู่120ตัว ที่ขาดทุนเกิน30% (17%)

แต่ถ้า พอมีความกล้า+บ้า เข้าสะสมหุ้นสักช่วงต้นเดือนพค.(5พค.2563) ตอนนั้นSETอยู่ที่ 1278.63
หุ้นผลตอบแทนเกิน30% มี177ตัว (25%) :shock:
จะมีหุ้นที่ผลตอบแทนเกิน 50% ถึง95ตัว (13.6%)
หุ้นที่ขาดทุนเกิน30% จะมีแค่ 13ตัว

สุดท้าย ถ้าหุ้นที่คุณภาพยังพอมีกำไรในอนาคต ราคาไม่แพงเว่อ การเข้าถือหุ้นไว้บ้างแม้ตลาดจะดูน่ากลัว
โดยคุมposition sizeเล็ก+กระจายตัวไปบ้าง แทนที่จะกอดเงินสดไว้ ก็น่าจะคุ้มกับความเสี่ยงนะครับ
แต่ถ้ารู้ตัวว่าตลาดแบบนี้ไม่ใช่ทางของเรา ก็โอเคกับการถือเงินไว้ก่อนแหละ

ปล.1 อยากถามคนนครศรี ว่าอิทธิฤทธิ์ไอ้ไข่ พาเศรษฐกิจจังหวัดบูมขนาดไหนครับ :B (เห็นว่าทีมงานเดียวกับเหรียญ จตุคาม)
ปล.2 เชื่อเรื่องดวง หรือหุ้นที่ให้โชค เล่นกี่รอบๆก็ได้กำไรจากตัวนั้นๆ บ้างมั้ยครับ อยากรู้ว่ามีตัวไหนกันบ้าง :cheers:

เราเสียพลังงานไปกับการคาดเดาว่า"ราคา"มันจะขึ้นหรือลง
แต่เราไม่เคยคิดเลยว่าถ้า"ราคา"ไปอยู่ตรงนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้น...
Mudley live


dr1
Verified User
Posts: 839
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Sun Nov 15, 2020 8:52 pm

เรื่องไอ้ไข่ เที่ยวนี้ท่านpimPimเอามาipoในงานมี้ตติ้งด้วยฮะ ใครสนใจติดต่อใด้
ถ้าไปโลดตามแผนแบบจตุคามละก็ คงใด้เก็งกำไรกันไปหลายอยู่

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ ท่านโจ ใบเดน เป็นปธน.ที่ตามเทรนด์สูงวัยซะด้วย คือแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์เมกา
ส่วนอ.ทรัมป์(ท่านมีโรงเรียนสอนรวย เลยนับเป็นอ.)ท่านก็ตามเทรนด์เหมือนกัน คือติดโควิด ตามด้วยตกงาน..
ยินดีกับอ.linzhi นายกสมาคมไทยวีไอท่านใหม่ด้วยฮะ(ชื่อท่านอ่านว่าหลินจือนะจ๊ะ ไม่ใช่ลิ้นจี่)

รู้สึกกันมั้ยฮะ ว่าชีวิตวนลูป ไม่รู้เมื่อไรจะพ้นวัฏฏสังสารซักที
การเมืองก็ ขุนศึกอยู่ไปนานๆก็โดนไพร่โค่น มาเป็นปัญญาชนโลกสวย โดนพ่อค้าเทคโอเวอร์ แล้วโดนขุนศึกปฎิวัติวนไป
หุ้นก็ ตัวนิวไฮกลายเป็นนิวโลว์ ตัวนิวโลว์ปีนี้ ปีหน้าไฮเพอร์ฟอร์มวนไป
ชีวิตก็เดี๋ยวกลางวัน สลับกลางคืน จนนี่จะสิ้นปีอีกแระ
แต่ข้อดีของความแก่คือ เราจะลืมและปลงอะไรใด้ง่ายๆฮะ แม่ผมดูซีรี่ส์เกาหลีช่องทุยใด้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่เบื่อ เพราะลืมไปแล้วว่าตอนจบเป็นยังไง ผมก็ซื้อหนังสือซ้ำใด้หลายเล่มโดยลืมว่าเคยซื้อไปแล้ว
(ไกด์เคยเล่าว่า ทัวร์สูงวัยถ้าจะซื้อให้พ่อแม่ไปเที่ยว อย่าลืมเอาเสื้อผ้าขุดไปหลายๆแบบ เพราะไปถึงที่ก็ดีใจกรูกันลงไปถ่ายรูปวิวเดิม จำไม่ใด้ว่าเคยมาแล้ว ถ้าใส่เสื้อผ้าชุดเดิมรูปก็เหมือนเดิม)

บ่นพอแระ เข้าเรื่องสัมมนาวีไอหาดใหญ่(จัดต่อเนื่องนานที่สุดในประเทศไทย,ให้ความรู้ตามจริงไม่เก็บตังค์หวังรวย,ไม่เชียร์หุ้นให้สาวกไปหนาวบนดอย(แค่ปล่อยของเนียนๆ))ดีก่า

เที่ยวนี้หุ้นตกสามกลุ่ม
1.อสังหา ถ้าจะเลือกก็เอาตัวที่ปันผล"ยั่งยืน"8-9% จะใด้เป็นเบาะยันราคาไว้
2.พลังงาน ฟังดูเหมือนจะต่ำสุดแล้ว บางอันที่เหมือนจะแย่เช่นถ่านหินก็ยังมีตลาดอินเดีย,เวียดนามอยู่
ส่วนหุ้นน้ำมันรูปเปลวไฟที่จะเอาลูกเข้าตลาดดูเหมือนจะเบ่งค่าการตลาดให้ลูกกำไรดีๆ มีส้มหล่นให้ปั๊มเขียวอีก หลังจากนั้นก็ระวังสงครามราคากันเองเน้อ เว้นจะฮั้วกันใด้
โรงไฟฟ้าไทยก็ไม่หมู ซ่อนเงื่อนไว้เยอะ อันชีวมวลที่มีแม่รับเหมาก็พอใด้อยู่ แม้แม่จะคิดค่าก่อสร้างลูกซะแสบเชียว
3. ธนาคาร ที่ยังน่าสนใจก็มี อันที่ชื่อเมืองหลวงแห่งที่สอง เพราะลูกค้าญี่ปุ่นเบี้ยวหนี้น้อยมาก (อันดอกบัวนั่นแม้ลูกค้ารายใหญ่เยอะ แต่กำไรบางไป แค่1+% และก็อันที่เพิ่งรีแบรนด์ใด้"P"ห้อยท้ายมาเพิ่ม
วิธีดูพวกปล่อยกู้นี่ ให้ดู
3.1 ผอร์ทโตมั้ย ถ้าไม่โตต้องระวัง
3.2 กำไรspreadหนาหรือบาง
3.3 nplเยอะมั้ย ข้อนี้ พวกclean loan(สินเชื่อไม่มีหลักประกันนะจ๊ะ ไม่ใช่เห็บโลนสะอาด)โอกาสเบี้ยวหนี้สูง
4. ท่องเที่ยว โรงแรมสาระแหน่กับช้างสามเศียรยังสงสัยว่าจะรอดมั้ย ส่วนสนามบินก็จากโคตรแพงเป็นแพง(ลืมถามสนามบินลูกแม่โรงบาล)

ส่วนหุ้นขึ้นสามกลุ่ม ก็ควรเริ่มระวังว่าดีเกิน แพงเกิน กันใด้แล้ว
1. อาหาร หุ้นที่มีหมูปนไก่ ดีกว่าหุ้นที่มีแต่ไก่ ส่วนปลากระป๋องนั่นก็กังวลเรื่องร้านกุ้งแดงที่ไปซื้อมา(ไปลองกินที่มาเลย์มาฮะ พอใช้ใด้ แต่แพงไปหน่อย ท่านsyjบอกที่เมกา ซีฟู้ดมีแต่ร้านนี้มาหลายสิบปีเจ้าเดียว)
2. Packaging เที่ยวนี้มีสมาชิกทำงานในบ.กระดาษลูกแม่ปูนมามี้ตติ้งด้วย บอกถ้าต่ำไอพีโอจะซื้อ แต่ไม่ใด้ซื้อเพราะเจอตัวอื่นถูกกว่า น่าสนใจหว่า
3. Elcectronics พอข่าววัคซีนออกก็ร่วงผลอย

ภาพใหญ่
เที่ยวนี้คิดว่าหนักกว่าสับพราม แต่คิดว่าหุ้นคงไม่ลงมากแบบตอนโน้น
ผอร์ทยังเปลี่ยนจากหุ้นเล็ก90%เป็น50%ครึ่งๆกับหุ้นใหญ่
เพื่อลดความผันผวน และเพิ่มสภาพคล่อง ยังทำกำไรใด้จากหุ้นเล็ก(ทำบ้าน,โชห่วยเชียงราย)

ไปเมืองนอกมั้ย
ไทยยังเป็น"สมรภูมิ"(นึกว่าทุ่งลาเวนเดอร์)ที่เหมาะกับนักลงทุนไทยอยู่จ้ะ
เมืองนอกน่าจะเหมาะกับคนเก่งมากๆไม่กี่คน
เมกา ไปโดย ซื้อ S&P500(กองทุนดัชนีหุ้นนะจ๊ะ ไม่ใช่ขนมไหว้พระจันทร์)กับQQQ
จีน ซื้อtotal china
เวียดนาม ซื้อหุ้นเป็นตัวๆเลย ลงมาหลายปี กำไร50%แต่ค่าเงินด่องแด่งอ่อนปวกเปียก
หาขัอมูลในvietstock.comเลย ข้อมูลดีกว่าไทยอีก(ตลท.อย่าแพ้เค้าเน้อ)
1. DHC กล่องกระดาษ
2. INN บรรจุภณฑ์เหมือนกัน
3. STN บริการในสนามบิน
4.PMG ขายแกสหุงต้ม
5. VCW ขายน้ำดิบ ประปา
6. TTB กลุ่มสุขภาพ(โรงบาลมั้ง)
7. VWF ขายน้ำ(ไม่รู้น้ำขวดรึน้ำลายแบบบางบมจ.)

เจอblack swanหุ้นยางมะตอย แก้ไขยังไง?
เพิ่งซื้อมาอาทิตย์เดียว ใช้วิธีขายหุ้นแม่(น้ำผลไม้)ที่ร่วงครึ่งฟลอร์ แล้วช็อต(กระทืบ)หุ้นซ้ำ รวมๆแล้วขาดทุนนิดหน่อย
ช็อตหุ้นต้องระวัง เคยโดน"พิษ"เจ้ามือลากสวนในหุ้นไม่ใช่เสตอริโอ

เท่านี้นะจ๊ะ แก่แล้วลืมง่าย ท่านtaotiamมีอะไรเสริมมาบอกกันใด้เลยจร้า..

โจ ไบก้อน(เที่ยวนี้อยากมีชื่อแบบผู้นำ) รายงาน

samatah


jverakul
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1218
Joined: Wed May 18, 2005 7:53 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by jverakul » Mon Nov 16, 2020 8:42 pm

dr1 wrote:
Sun Nov 15, 2020 8:52 pm

บ่นพอแระ เข้าเรื่องสัมมนาวีไอหาดใหญ่(จัดต่อเนื่องนานที่สุดในประเทศไทย,ให้ความรู้ตามจริงไม่เก็บตังค์หวังรวย,ไม่เชียร์หุ้นให้สาวกไปหนาวบนดอย(แค่ปล่อยของเนียนๆ))ดีก่า

เที่ยวนี้หุ้นตกสามกลุ่ม
1.อสังหา ถ้าจะเลือกก็เอาตัวที่ปันผล"ยั่งยืน"8-9% จะใด้เป็นเบาะยันราคาไว้
2.พลังงาน ฟังดูเหมือนจะต่ำสุดแล้ว บางอันที่เหมือนจะแย่เช่นถ่านหินก็ยังมีตลาดอินเดีย,เวียดนามอยู่ = น่าจะเป็น แม่ปู
ส่วนหุ้นน้ำมันรูปเปลวไฟที่จะเอาลูกเข้าตลาดดูเหมือนจะเบ่งค่าการตลาดให้ลูกกำไรดีๆ มีส้มหล่นให้ปั๊มเขียวอีก หลังจากนั้นก็ระวังสงครามราคากันเองเน้อ เว้นจะฮั้วกันใด้ ลูก= หรือ ปั๊มเขียว= ภาคใต้ปริโตเลียม
โรงไฟฟ้าไทยก็ไม่หมู ซ่อนเงื่อนไว้เยอะ อันชีวมวลที่มีแม่รับเหมาก็พอใด้อยู่ แม้แม่จะคิดค่าก่อสร้างลูกซะแสบเชียว = แม่น่าจะเป็น T โพลี
3. ธนาคาร ที่ยังน่าสนใจก็มี อันที่ชื่อเมืองหลวงแห่งที่สอง เพราะลูกค้าญี่ปุ่นเบี้ยวหนี้น้อยมาก = อยุธยา
วิธีดูพวกปล่อยกู้นี่ ให้ดู
3.1 ผอร์ทโตมั้ย ถ้าไม่โตต้องระวัง
3.2 กำไรspreadหนาหรือบาง
3.3 nplเยอะมั้ย ข้อนี้ พวกclean loan(สินเชื่อไม่มีหลักประกันนะจ๊ะ ไม่ใช่เห็บโลนสะอาด)โอกาสเบี้ยวหนี้สูง
4. ท่องเที่ยว โรงแรมสาระแหน่กับช้างสามเศียรยังสงสัยว่าจะรอดมั้ย ส่วนสนามบินก็จากโคตรแพงเป็นแพง(ลืมถามสนามบินลูกแม่โรงบาล)

ส่วนหุ้นขึ้นสามกลุ่ม ก็ควรเริ่มระวังว่าดีเกิน แพงเกิน กันใด้แล้ว
1. อาหาร หุ้นที่มีหมูปนไก่ = น่าจะเป็นบ.แม่ 7-11 หรือ G_pt ดีกว่าหุ้นที่มีแต่ไก่ = _FG ส่วนปลากระป๋องนั่นก็กังวลเรื่องร้านกุ้งแดงที่ไปซื้อมา(ไปลองกินที่มาเลย์มาฮะ พอใช้ใด้ แต่แพงไปหน่อย ท่านsyjบอกที่เมกา ซีฟู้ดมีแต่ร้านนี้มาหลายสิบปีเจ้าเดียว) ชื่อเล่นท่านประยุทธ์ .....(อร่อย)


โจ ไบก้อน(เที่ยวนี้อยากมีชื่อแบบผู้นำ) รายงาน
ขอเดาเล่นๆ นะครับ :D :D :B

" สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย "
" Whatever your mind can conceive and believe it can achieve "


dr1
Verified User
Posts: 839
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Mon Nov 23, 2020 10:29 pm

ท่านjverakulเดาแม่นจริงๆฮะ

คำถามเที่ยวนี้ก็ยังมีบางส่วนที่น่าสนใจฮะ

ถ. กองทุนสื่อสารน่าสนใจมั้ย?
ต. ไม่ใด้ตาม ตัวที่มีคือ ออฟฟิสศาลาสาธร(นึกภาพพนักงานนุ่งโจงกระเบนนั่งพับเพียบเขียนกระดานชนวนอยู่ใต้ศาลา)
น่าสนใจที่เป็นชุมทางรถไฟฟ้าตัดกัน ผู้เช่ารายใหญ่กำลังจะหมดสัญญา อาจใด้ต่อสัญญาแบบขึ้นค่าเช่า ปันผลราว7%
ปล. ผมไปถามอ.chaitornเรื่องกองทุนสื่อสารมาฮะ ท่านว่า
กองของแม่มะลิ มีสัญญาที่ทำกับแม่ค่าเช่าแพงกว่าปกติอยู่ (เพื่อเอาใจผู้ถือกองให้ใด้ค่าเช่าดีๆ)และกำลังจะหมดสัญญา
ถ้าหมดแล้วไม่ต่อ ถือว่ามีdownside risk
กองของแม่ทุย มีสัญาญาเช่าถูกกว่าปกติ เผื่อเอาไปเช่าต่อใด้ราคาแล้วมาแบ่งกำไรกัน อาจมีupside risk ฮะ
แต่บางท่านอาจว่าทั้งแม่ทุยแม่มะลิ เจ้ามือ เอ๊ยเจ้าของเดาใจยาก ไม่น่าเล่นด้วย

ถ. ทำไมอ.ถึงถือหุ้นdelist?
ต. เพราะราคากับปันผลดีมาก(ถึง10%) แม้จะต้องแลกกับไม่มีสภาพคล่อง และขายต้องเสียภาษี
มักใด้โอกาสซื้อตอนท้ายสุดที่มีแต่คนขายทิ้ง เช่นอสังหาชื่อต้นไม้ ประกันชีวิตนิวยอร์ค และกำลังรอประกันภัยชื่อน้ำมันพืชที่กำลังจะเป็นโฮลดิ้ง
หุ้นแบบนี้ต้องคิดแบบว่าจะแต่งงานกัน อยู่กันนานๆ(อ่าว..ไหนอ.ว่าหุ้นไม่ใช่เมีย..)

ท่านอื่นๆที่มีหุ้นน่าสนใจ จะมาให้ข้อสังเกตุเพื่อฝึกสมองใช้ความคิดก็เชิญนะฮะ
เพราะเที่ยวนี้ผมอดเจอท่านmiracle เลยอดฝีกสมองเลย(อ.เล่าว่าเวลาคุยกับท่านmiracle ต้องเอาไปคิดหลายวันกว่าจะรู้เรื่อง..)

samatah


ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6432
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by ลูกอิสาน » Thu Nov 26, 2020 9:20 pm

วันนี้ได้มีโอกาสนำเงินที่เหลือจากมีตต้ิงวีไอภาคใต้ประจำปี 2563 จำนวนเงินประมาณ 5 หมื่นบาท รวมกับเงินสมทบจากเพื่อนๆ รวมเป็น 140,000 ไปบริจาคให้โรงเรียนสำหรับเด็กพิเศษ อ.สทิงพระ สงขลา เพื่อก่อสร้างฝาผนังให้ รร.แห่งใหม่ที่ยังขาดแคลนงบ ขอให้เพื่อนๆสมาชิกได้รับผลบุญครั้งนี้ด้วยครับ
(ก่อนหน้านี้ได้บริจาคเงินอีก 15,000 บาท ช่วยเหลือโควิดให้ รพ.ยะลา)

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว


dr1
Verified User
Posts: 839
Joined: Tue Jul 13, 2010 2:44 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by dr1 » Fri Nov 27, 2020 9:05 am

อนุโมทนาสาธุฮะ(เค้าว่าแค่ยินดีกับบุญก็ใด้ส่วนแบ่ง5%โดยไม่ต้องออกตังค์)

การบริจาคครั้งนี้ใด้อารมณ์มากกว่าทุกครั้งที่เคยไปรพ.,รร.คนตาบอด,วัด ที่สถานที่กับระบบพร้อมอยู่แล้ว
โรงเรียนเด็กพิเศษแห่งนี้ เริ่มจากไม่มีอะไรเลย ไปขอสถานที่ที่เค้าไม่ใช้แล้วมาค่อยๆปรับปรุง
คุณครูต้องไปขอบริจาคอุปกรณ์ คุรุภัณฑ์ จากหน่วยงานแถวนั้น หารายใด้จากทำลูกตาลเชื่อมขาย
มาใส่เหล็กดัด(หน้าต่างนะจ๊ะ ไม่ใช่ฟัน)ไม่ให้นักเรียนปีนหนี(คือเด็กพิเศษเนี่ยพ่อแม่ดูแลอย่างเดียวก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว
ยิ่งกว่าจับปูใส่กระด้ง ครู3คนแต่เด็ก32 เห็นแล้วเพลียแทน)
พี่charunเป็นคนสทิงพระ(ถิ่นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด) เล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ ครอบครัวและชาวบ้านถิ่นนี้
ทำนาตั้งแต่ไถหว่านดำเกี่ยวนวดข้าวมาหลายชั่วอายุคน โอกาสที่ชนชั้นล่างจะขยับขึ้นเป็นชนชั้นกลางยากมากฮะ
พอเกษียณจากผู้การโรงไฟฟ้าจะนะ ก็กลับมาพัฒนาบ้านเกิด

ไปทอดผ้าป่าหาทุนครั้งแรก สร้างใด้หลังคากับเสา ในที่ดินที่ขอแบ่งเค้ามาตามรูป พอเที่ยวนี้คุณครูเล่าให้ฟังว่า
ขอปูน ขออิฐมาใด้ แต่ยังขาดค่าแรงช่างท้องถิ่น(จ้างช่างในเมืองแพงไป)ทำฝา
อ.ลูกอิสาน(ซึ่งเคยอยู่อำเภอเล็กๆในพังงา ขายของชำทำมาทุกอย่างเหมือนกัน เข้าใจทันที)
สมทบทุนเพิ่มให้ เอาตังค์ที่กำไรมาจาก
หุ้นคอมโม(ถ่านหิน(ซื้อตอนแคปสองหมื่นกว่า) พลาสติกระดับโลก น้ำมันตราเสือผสมม้าบิน(หุ้นเมกานะจ๊ะ ซื้อเพราะเห็นกว่าก่อนโควิด70แล้วร่วงเหลือ35 เจ๊งแต่พองอม ไม่ระบมแบบตราหอยกับตราดาว(ตราบั้ง))
เล่นรอบหุ้นมนุษย์ซอฟแวร์(ซื้อแปดขายเก้า)กับโรงไฟฟ้าชีวมวล
และก็กองทุนหุ้นเวียดนาม ที่ไส้ในมีหุ้นติดเพดานต่างชาติเยอะๆ (ถ้าปลดล็อคใด้ไปโลดมีอัพไซด์อีกเพียบ)

บริจาคเสร็จ ไปกินกุ้ง(อร่อยระดับเคยขึ้นโต๊ะงานเลี้ยงอาเซียนซัมมิต)
คุยกับท่านtaotiam วีไอหนุ่มโสดหลานพี่charun ผอร์ตใหญ่พอซื้อบ้านพร้อมรถเงินสดใด้หลายหลัง (แต่ยังไม่มีบ้าน แถมยังอยู่บ้านคนอื่นแบบอ.ลูกอิสาน..)แข็งแรงแบบเคยวิ่งสี่กิโลไปคุยไปไม่หอบคู่กับอ.นิเวศน์ที่พาร์คแถวรางน้ำมาแล้ว
เพิ่งรู้ว่า งานท่านtaotiamคือ เฝ้าหน้าจอ เห็นตลอดเวลาว่าหงสา เซเปียน น้ำงึม และอีกสารพัดโรง ปั่นไฟขายวันละกี่เม็ก
และหุ้นในผอร์ทท่านtaotiamที่มีเยอะ ก็คือหุ้นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่อ.ลูกอิสานเล่นรอบเอากำไรมาทำฝาโรงเรียนครานี้นี่เอง..

วีไอขอ(แบ่ง)ส่วนบุญ รายงาน

samatah


amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Tue Dec 01, 2020 8:05 pm

สัมมนา AIA WEALTH FORUM 2020
อีกขั้นของความมั่นใจ สู่เสถียรภาพแห่งการลงทุน

คุณ กฤษณ์ จันทโนทด CEO ภาคประเทศไทย กล่าวเปิดงานสัมมนา

หลังจากนั้นก็เข้าสู่ช่วงสัมมนา

วิทยากร รศ ดร ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา นักลงทุนVI และ กูรูด้านการลงทุน
คุณสุขวัฒน์ ประเสริญยิ่ง หรือ คุณเอ๋ OSK105 ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ เอไอเอ (ประเทศไทย)
ดำเนินรายการโดย คุณ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ เอไอเอ เพรสทีจ แอมบาสเดอร์

คุณเอ๋ เกริ่นขึ้นมาก่อนว่า ตลาดหุ้นสหรัฐ ทำnew high แต่คนติดCovid-19 ก็new high เหมือนกัน
กว่าวัคซีนจะมาเมืองไทย เข็มแรกน่าจะมาช่วง 2H 2021 ซึ่งน่าจะทำให้คนมาเที่ยวไทยมากขึ้น
แต่ถ้ามาเร็วหน่อย คือ มีค 64 เลย ตลาดหุ้นอาจตอบรับเด้งขึ้นทันที
แต่ถ้า Fund Flowยังไหลเข้าต่อเนื่องทั้งภูมิภาค ตลาดหุ้นยังขึ้นต่อ ถึงแม้ผลประกอบการยังไม่ดี
ดังนั้น เราสามารถดูจากปัจจัยสองอย่างคือ
1. Fund Flow ของต่างชาติ
2. Gap ระหว่าง Fundamental , Market

คุณเอ๋พูด Unit link (ซึ่งเป็นสินค้า ประกันควบการลงทุน ที่เอไอเอ ออกมาเป็นเจ้าแรกกว่า 10ปีแล้ว)
โดย Unit link ที่เป็น Regular premium (ซึ่งเป็น Unit link ที่ซื้อลงทุนทุกปี) ดีตรงที่ค่อยๆ
ซื้อไปเรื่อยๆ ในภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำมากๆ ต้นทุนในการเสียโอกาส ทำให้เข้าไปซื้อ Risk Asset
เช่น หุ้น หรือ หุ้นกู้
ช่วง มีค ถึง พค 2563 AIA ได้ซื้อหุ้นกู้ Offshore ได้ credit spread 500 basic point
ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนที่เยอะมาก
ส่วนการเลือกหุ้น โดยมีหลักเกณฑ์ในการเลือกโดยใช้พื้นฐาน เช่น เลือกหุ้นที่มี Dividend Yieldดี

ดร ไพบูลย์ บอกว่า เห็นหัวข้อแล้ว ยังสงสัยว่า จะมีคนมาฟังไหม
แต่ถ้าเปลี่ยนหัวข้อ เป็น ลงทุนอย่างไรให้รวย หรือ รวยทางลัด จะน่าสนใจกว่า
ดร แนะนำว่า วิธีการลงทุน นั้น แนะนำวิธีการลงทุนแบบ DCA ดีที่สุด
ดร บอกว่า หลังจาก โจ ไบเดน ได้รับการเลือกให้เป็นประธานาธิบดี สหรัฐ
แล้ว หุ้นขนาดใหญ่ก็ไหลตามตลาดขึ้นสูงไปอีก
แต่port ดร ไม่ได้ขึ้นตามตลาด เพราะไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ไว้
ตอนนี้หุ้นที่ไม่ขึ้น ส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็ก
ส่วนหุ้นที่ขึ้น เป็นหุ้นขนาดใหญ่ มีสภาพคล่องสูง
ตอนนี้portใกล้เคียงกับช่วงที่ก่อนเจอ Covid-19
สัดส่วนในการถือหุ้น ใกล้เคียงกันตลอด
ดร ไพบูลย์ ชอบพูดการวางแผนทางการเงิน
ดร ไม่ชอบเรียกว่าเล่นหุ้น แต่จะเรียกว่า การลงทุนในหุ้น
วิกฤตทุกครั้ง ไม่เคยเอาเงินออก แต่อาจจะมีการลดสัดส่วนเงินสด
และไปเพิ่มในส่วนหุ้น เงินสดต้องไม่น้อยกว่า5%ของport

คุณเอ๋ พูดถึงการเปิดตัว บลจ ในเดือน สค 63 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการดูแลลูกค้า
เราเป็นส่วนนึงของ AIA ประกันชีวิต ที่ดูแลเงินจากลูกค้า 900,000 ลบ
เราเป็นนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของไทย อันดับ3ของประเทศไทย
เรามีสาขาของเอไอเอใน 18 ประเทศ ทั่วทั้งเอเชียให้คำปรึกษากับลูกค้า
เรามีเงินลงทุนกว่า 900,000 ลบ และมี partner จากต่างประเทศ
เช่น BlackRock , Billies Giftford ในการลงทุนในต่างประเทศ
เรามีเทคโนโลยีมาช่วยเรื่องการสั่งคำสั่งซื้อ ขาย มา3-4 ปีแล้ว
เรามี ดร แอนดรู ทำ due diligentกับ บลจ ต่างๆทั่วโลก เพื่อเช็คว่า
ที่บลจ พูดไว้ กับ ที่ทำจริง ตรงกันหรือไม่ และดูเสถียรภาพของทีมงาน คนเก่งๆจะไม่หนีไป

เป้าหมายเราคือการบริการลูกค้า
Unit Link ถือระยะยาว นับเป็น long term investment แบบหนึ่ง
ซึ่งมีการถัวเฉลี่ยเป็นรายปี สำหรับ Regular premium
ในต่างประเทศ สามารถจัดพอร์ตให้ลูกค้าได้
สำหรับในประเทศไทย กลต อนุญาตให้ตั้งเป็น บลจ และมีทรัสตีคอยverify ว่าคิดคำนวณNAVถูกต้องหรือไม่
ตั้งแต่ปี2535 (ที่เริ่มจัดตั้งบลจ อย่างเป็นทางการ)
ลูกค้ามั่นใจในกระบวนการที่ต้องผ่านการอนุมัติจาก2หน่วยงานรัฐคือ คปภ และ กลต
และ Fund manager ที่นี่จะทำงานกันเป็นทีม

ดร ไพบูลย์ พูดถึงเกณฑ์พิจารณา ว่า บลจ เอไอเอ ดีหรือไม่
มีมืออาชีพดูแล อันนี้ผ่าน มีคุณเอ้ สุขวัฒน์ มาดูแล ซึ่งมีประสบการณ์บริหารกองทุนมายาวนาน

ส่วนเกณฑ์ในการพิจารณาว่า บลจ ไหนดี ดูจาก
1.บลจ ไม่ใหญ่เกินไป ไม่เช่นนั้น การเคลื่อนไหวยากในส่วนตราสารทุน
2.บลจ ต้องไม่เล็กเกินไป เพราะอำนาจต่อรองน้อย บลจ เอไอเอ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ3 รองจากของรัฐ
3.มีสินค้าหรือproductที่ออกมาตรงกับที่อยากได้ เช่น กองที่ดู ลงในหุ้นที่ตัวเองชอบ
หรือ ลงตราสารหนี้ที่คิดว่าปลอดภัย ไม่มีตราสารหนี้เอกชนที่มีความเสี่ยง

ดร ไพบูลย์ ได้วิเคราะห์ บลจ เอไอเอ ว่ามีข้อดีอย่างไร
1.มีเครือข่ายในต่างประเทศ หรือ มี partner ที่ดี ดร ไพบูลย์ ลงทุนต่างประเทศกับ Wellington เยอะสุด
ซึ่ง เป็นหนึ่งในpartner ของ บลจ เอไอเอ และ ถูกออกแบบกองทุนให้เหมาะกับ Unit Link
2.บลจ เอไอเอ ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดตั้งกองทุนสำหรับคนถือ Unit Link ซึ่งตรงกับความต้องการลงทุน
3.AIA Unitlink ทำให้คนมีวินัยในการลงทุน ซึ่งต้องลงทุนทุกปี ( Regular Premium )
4.บลจ เอไอเอ มีจำนวนกรมธรรม์ มากพอที่จะจัดตั้งกองทุน
5.มีเจ้าหน้าที่ หรือ ตัวแทน ในการดูแล สื่อสารกับผู้ถือกรมธรรม์ Unitlink
ส่วนข้อที่ ดร ไพบูลย์คิดว่าไม่ดี หรือ สงสัย มีดังนี้
1.ไม่รู้ค่า Fee แพงไหม เทียบกับ บลจ อื่น
คุณเอ้ ตอบว่า ค่า Fee เราถูกกว่าที่อื่น ถ้าเป็นกองในประเทศ จะถูกกว่า 0.5%
แต่ถ้าเป็นกองต่างประเทศ จะถูกกว่า 0.75%
2.ถ้าบลจ เอไอเอ ทำได้ดี บลจ อื่นจะทำตาม
3. ทำสำหรับตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อส่วนรวม
ดังนั้น ดร แนะนำว่า ถ้าเจอกองทุนดีๆ ต้องอยู่กับบลจ นั้นๆให้นานๆครับ

การลงทุน มีสองแบบ คือ เก็งกำไร และ ลงทุนนานๆ เช่น ลงทุนกับบ้าน หรือ ลงทุนกับ AIA
รูปแบบการลงทุนมีสองแบบ
1.บริหารหุ้น หรือ ซื้อหุ้นเอง
2.จ้างคนอื่นบริหาร
2.1 จ้างคนมาบริหาร ท้ายสุดเห็นไม่ตรงกัน ทะเลาะกัน
2.2 บริหารด้วยมืออาชีพ เช่น บลจ , Private Fund

ดร ไพบูลย์ สอนที่ นิด้า มา 37 ปี สอนวิชาการลงทุน ซึ่งถือว่าเป็นวิชาที่เลวร้ายสุด
เพราะสอนให้คนโลภ
ดร จะแนะนำคนที่รู้จักที่ไม่มีความรู้ด้านการเงิน ให้ลงทุนผ่านกองทุนรวมจะเหมาะสมกว่า
ซึ่ง กฏเกณฑ์ในการควบคุม บลจ เข้มงวดที่สุด

ดร จะบริหารการลงทุนเอง แต่พอจะไปลงทุนในต่างประเทศ เพราะGDP เติบโตดีกว่า เช่นที่เวียดนาม
ก็จะเลือกบลจ ที่ไว้ใจ คือ Wellington

ดร สุวรรณ วลัยเสถียร เคยพูดในรายการ Money Talk ว่ามี3อย่างที่ห้ามทำ
1.เล่นพนัน
2.ยาเสพติด
3.การค้ำประกัน
ดร ไพบูลย์ เติมข้อ 4 ว่า อย่าลงทุนหุ้นด้วยตนเอง

คุณเอ๋เคยบริหาร Private Fund 35 ราย รายที่ขนาดใหญ่สุด ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท
จนตอนนี้เหลือบริหารที่ บลจ เอไอเอ ที่เดียว
กองที่เปิดใหม่ไปลงต่างประเทศ 3 กอง รวมกับกองเก่า คิดเป็น 8 กอง
และจะเปิดอีก 3 กอง แต่จะไม่มีลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะบางSector เช่น ทองคำ น้ำมัน
จะเลือกเปิดกองที่สามารถอยู่ได้ตลอดไป
ดร ไพบูลย์ แนะนำ ให้ลงทุนกองทุนน้อยกอง เช่น ลงกับ บลจ เอไอเอ

Q: การวางแผนทางการเงิน Unitlink ถือเป็นทีมฟุตบอล ซึ่งได้กระจายความเสี่ยงไปแล้ว
ดีกว่าในอดีตเมื่อวานนี้อย่างไร ดีกว่าการเอาเงินไปซื้อ พันธบัตร หุ้น หรือกองทุนรวมอย่างไร
A: ดร ไพบูลย์ เน้นเรื่องความสบายใจ เป็นสิ่งสำคัญ
การเจ็บป่วย สามารถใช้ประกันชีวิตมาลดค่ารักษาพยาบาลได้

ช่วงสุดท้ายของรายการ
คุณเอ๋บอกว่าเราไม่ใช่คนหน้าใหม่ บริหารเงินลงทุนของ เอไอเอมา 10 ปี
สินทรัพย์กว่า 900,000 ล้านบาท
และได้เสริมทีมงานมาเป็น 14 คน
มีทีม Risk Management และเสริม Fund Manager อีก3คน
รวมถึง ทีมงานจาก 18ประเทศทั่วโลก ใช้อัลกอริทึม เทรดมา 3-4 ปีแล้ว แต่มี Centralization ที่สิงคโปร์

ส่วน ดร ไพบูลย์ บอกว่า ชอบโครงสร้าง ของ เอไอเอ
ฝ่ายบริหารพยายามพัฒนาproduct ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ขึ้นกับฝ่ายอื่นๆ

ดร ไพบูลย์ ได้ยกเรื่องที่พระพุทธเจ้า ซึ่งเคยกล่าวว่า ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยง ได้แก่
1.แก่ วันนึงเราต้องแก่กันทุกคน เจ็บไข้ ก็เป็นธรรมดา
2.พลัดพรากจากของที่รัก ,
3.หลีกเลี่ยงความตายไม่ได้
ก่อนนอนคืนนี้ สมมติว่าเราตาย อะไรบ้างที่เรายังไม่ได้ทำเลย
ให้ไปทำสิ่งนั้น นับว่าเป็นสิ่งที่คาใจ

สุดท้าย ขอขอบคุณ เจ้าภาพ บลจ เอไอเอ คุณ เอ้ คุณ ณัฐธีร์ แล ดร ไพบูลย์ มากๆครับ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Fri Dec 04, 2020 11:33 pm

" สรุปแก่นการลงทุนแนวพื้นฐานของพี่โจ ลูกอิสาน "

แนวทางของพื้นฐาน <VI> คือ เราไปซื้อของต่ำกว่ามูลค่าแล้วมาขายในราคาเต็มมูลค่า ส่วนต่างคือกำไร ยิ่งซื้อได้ในราคาต่ำเท่าไรก็ได้กำไรมากเท่านั้น VI ตัวจริงจึงไม่สนใจเรื่องราคาหุ้น แต่ให้ความสำคัญกับ “พื้นฐานธุรกิจ” และ “มูลค่าของบริษัท” ที่จะซื้อมากกว่า ซึ่งการลงทุนนี้สมเหตุสมผล

.

โดยพี่โจยังได้แบ่งหัวใจหรือแก่นของVI สั้นๆแต่ครอบคลุมไว้ 4ประการ

.

1. ต้องคิดว่าหุ้นเป็นธุรกิจ ถ้าบริษัทที่มีพื้นฐานดี มีกำไรดี ราคาหุ้นก็จะดีตามไปเอง เพราะฉะนั้นถ้านักลงทุนสามารถทำนายกำไรของบริษัทได้ ก็ย่อมคาดการณ์ราคาหุ้นได้ <ราคาหุ้นจะแปรผันตามกำไรที่เติบโตของบริษัท>

2. หามูลค่าที่จริงของกิจการให้ได้ โดยต้องเตือนตัวเองเสมอว่า ราคาหุ้นบนกระดานไม่ได้บอกมูลค่าที่หุ้นนั้นๆว่าถูกหรือแพง <หุ้น2บาทไม่ได้แปลว่าถูกและหุ้น50บาทไม่ได้แพงกว่าหุ้น2บาท>

3. ซื้อในราคาที่มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย หรือ Margin of Safety
อย่างน้อย 30% <หากเจอหุ้น9บาท แต่คิดว่าหุ้นจะไป10บาทมีUpside12% แต่ถ้าผิดพลาดกลับมีDownside50% แบบนี้ก็ไม่คุ้มที่จะลงทุน>

4. เราต้องแยกตัวออกจาก “อารมณ์ของตลาด” ให้ได้แล้วเอาชนะตลาดด้วยเหตุผลทางธุรกิจ ซึ่งในโอกาสเช่นนี้ บ่อยครั้งเป็นโอกาสให้ซื้อหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาตก <หากเราเป็นส่วนหนึ่งของอารมณ์ตลาดที่พอตลาดดีเราก็ซื้อ พอตลาดตกแรงกลัวก็ขายก็ไม่มีทางจะประสบความสำเร็จ>

.

สำหรับหลักเกณฑ์ในการขายหุ้น คือ

.

1. เราเจอหุ้นที่ดีกว่า ในขณะที่หุ้นในมือมีUpsideน้อยกว่า ก็พิจารณาขายเพื่อเข้าลงทุนหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่า

2. หุ้นที่ถืออยู่หรือกิจการนั้นมีพื้นฐานที่เปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลงอย่างถาวร ซึ่งแม้จะขาดทุนเราก็ต้องยอม การหาเรือใหม่ง่ายกว่าการอุดรอยเรือที่รั่วเสมอ

3. หุ้นขึ้นจนถึงราคาสมเหตุสมผล หรือมูลค่าที่แท้จริงที่คำนวณไว้ ซึ่งบ่อยครั้งหุ้นก็วิ่งต่อจากที่ขาย ก็คิดให้คิดว่าแบ่งให้คนอื่นกำไรบ้างก็จะได้สบายใจ

.

เมื่อเริ่มสู้นั้น มันมืดยิ่งกว่ามืด…
ครั้นยืนหยัดยาวยืด มืดค่อยหาย…
พอมองเห็นลางลาง อยู่ทางปลาย…
ชัยชนะ ขั้นสุดท้าย ไม่เกินรอ…

.

สุดท้ายพี่โจอยากให้อดทนลงทุนให้สมการการทบต้นทำงาน อย่าพึ่งดึงกำไรออกมาใช้ "ผมได้นั่งอยู่ใต้ร่มไม้ในวันนี้ เพราะผมได้ปลูกต้นไม้ไว้เมื่อ10ปีที่แล้ว "

.

#นักลงทุนหมายเลข6



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Fri Dec 04, 2020 11:37 pm

สวัสดีทุกท่านครับ ตอนนี้ผมสรุป Oppday ของรอบไตรมาส 2/20 เรียบร้อยแล้ว เลยจัดรวม Pack สรุป Oppday ฉบับ Pocket 40 ตอน 40 บริษัท เผื่อใครอยากกลับไปอ่านทบทวน หรือท่านไหนที่เราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน ลองกลับไปอ่านได้นะครับ สามารถกดอ่านบริษัทที่ท่านสนใจได้ตาม LInk เลยครับ
.
รอบงบการเงินประจำปี 2019
ตอนที่ 1 MINT https://bit.ly/2Y0Ujpr
ตอนที่ 2 CENTEL https://bit.ly/2Xxoy8H
ตอนที่ 3 SEAFCO https://bit.ly/3cwdP2x
ตอนที่ 4 AU https://bit.ly/3mIN6oV
ตอนที่ 5 CRC https://bit.ly/2TITDU5
ตอนที่ 6 BCH https://bit.ly/2zQYkoI
ตอนที่ 7 GLOBAL https://bit.ly/2BxvBWk
ตอนที่ 8 JAS https://bit.ly/2Xu0mE1
ตอนที่ 9 COM7 https://bit.ly/3dxPaM5
ตอนที่ 10 BGRIM https://bit.ly/3gLGDHw
ตอนที่ 11 TM https://bit.ly/2Mvov6O
ตอนที่ 12 HMPRO https://bit.ly/2MuRGH6
ตอนที่ 13 SAPPE https://bit.ly/2XWU2UA
.
รอบงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2020
ตอนที่ 14 ADVANC https://bit.ly/2U9mv8E
ตอนที่ 15 OSP https://bit.ly/306wEqv
ตอนที่ 16 SABINA https://bit.ly/2MpmPMi
ตอนที่ 17 CPALL https://bit.ly/3gUzAw7
ตอนที่ 18 PSH https://bit.ly/2AzHMBA
ตอนที่ 19 RBF https://bit.ly/2Mug9N2
ตอนที่ 20 BAFS https://bit.ly/2z6Bvgi
ตอนที่ 21 TQM https://bit.ly/2ZXTss2
ตอนที่ 22 ORI https://bit.ly/2HRqZh1
ตอนที่ 23 PTG https://bit.ly/30Hluak
ตอนที่ 24 EA https://bit.ly/3g0EhUl
ตอนที่ 25 WHAUP https://bit.ly/3jGv6La
ตอนที่ 26 NWR https://bit.ly/300ADV9
ตอนที่ 27 RS https://bit.ly/3jF1uxz
ตอนที่ 28 ILM https://bit.ly/2P2yku9
.
รอบงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2020
ตอนที่ 29 DELTA https://bit.ly/35QkMdm
ตอนที่ 30 ZEN https://bit.ly/3jPOa8u
ตอนที่ 31 PTTEP https://bit.ly/2HJhwsr
ตอนที่ 32 DOHOME https://bit.ly/32j741V
ตอนที่ 33 XO https://bit.ly/3encEFe
ตอนที่ 34 TEAMG https://bit.ly/3mF9nUz
ตอนที่ 35 STGT https://bit.ly/3jPOnZk
ตอนที่ 36 APP https://bit.ly/380BNV2
ตอนที่ 37 KTC https://bit.ly/386jGx3
ตอนที่ 38 TNP https://bit.ly/35QSxvb
ตอนที่ 39 TTW https://bit.ly/383MJ46
ตอนที่ 40 HTC https://bit.ly/3mK1OvE
.
ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่เริ่มเขียนสรุป Oppday ก็ได้รับการตอบรับที่ดีตลอดมา ต้องขอบคุณทุกท่านจริงๆที่ติดตามอ่านมาตลอดนะครับ ดีใจที่หลายๆคนชอบ ถ้ายังได้รับการตอบรับที่ดีต่อเนื่องผมก็คงจะเขียนไปเรื่อยๆครับ เอาให้ครบ 100 ตอนไปเลย! 555+
.
ตอนนี้งบไตรมาส 3 เริ่มทยอยออกมาแล้ว เดือนนี้บริษัทต่างๆก็จะกลับมา Oppday อีกครั้งครับ เดี๋ยวผมจะกลับมาสรุปให้อ่านเหมือนเดิมน้า หรือถ้าเพื่อนๆสนใจอยากให้สรุปบริษัทไหน สามารถ comment มาบอกกันได้เลย ฝากติดตามนะครับ : )
.
และอย่างที่บอกทุกๆท้าย Content ว่าการเขียน Oppday เป็นการสรุปข้อมูลให้ผู้อ่านเห็นภาพรวมธุรกิจตามที่บริษัทนำเสนอเท่านั้น + มุมมองส่วนตัวของผมเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เป็นการชี้นำการลงทุน ดังนั้น นักลงทุนต้องศึกษาเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยตัวเองครับ
Pocket investor



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat Dec 05, 2020 9:16 am

ผมติดตามการลงทุนของ อาจารย์ นิเวศน์ ตั้งแต่หนังสือตีแตกออกมาใหม่ๆ
จำได้ว่า การติดตามบทความแต่ละเรื่องนั้น ไม่สดวกสบายเหมือนตอนนี้
หนังสือรวมบทความเล่มแรก หายากมากในตอนนั้น เเม้แต่ซีเอ็ดเอง
ยังไม่มีเลย แต่เดี๋ยวนี้สามารถหาอ่านจากบทความในThaivi
หรือ Page FB ต่างๆได้
เคยคุยกับนักลงทุนหน้าใหม่ๆ ที่พยายามจะตามติดตามแนวทางลงทุน
ของ อาจารย์ ซึ่งตอนนี้แนะนำให้ลงทุนในต่างประเทศเช่น เวียดนาม
จีน อเมริกา และ ที่สำคัญคือลงทุนในประเทศไทย ก็กระตือรือร้น
มาก ก็แนะนำว่า ก่อนอื่นเราต้องมีmindsetในการลงทุนที่ถูกต้องเสียก่อนเเล้วค่อยมาศึกษาแนวทางการลงทุนของอาจารย์ที่เก่งๆแต่ละท่าน และหาว่า อาจารย์ท่านไหนเหมาะกับตัวเราเอง

ส่วนตัวผมก็ติดตามผลงานของอาจารย์นิเวศน์ หุ้นตัวนึงที่อาจารย์ถือ
อยู่ในหมวดอสังหา ขึ้นต้นด้วย "Q" และ ลงท้ายด้วย "H"
ซึ่งไม่ใช่หุ้นอสังหาที่มีรายได้มาจากการการขายอย่างเดียว
แต่บริษัทได้เข้าถือหุ้นและกองREITs ทำให้มีรายได้recurring incomeมาด้วย ถึงแม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง
ก็ยังรายได้ของบริษัทลูก มาช่วย
ผมก็มาคิดต่อว่าถ้ามีบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ลักษณะคล้ายบริษัทนี้
แล้วมีgrowth และ มีplatformในการออกแบบที่แตกต่างกับคู่แข่งละ
จะน่าสนใจมากขึ้น

ผมเห็นบริษัทนึง ซึ่งทางThaivi พึ่งไปเยี่ยมชมกิจการเมื่อวันที่4ธค63
(Ori) พบว่า บริษัทรายได้แทบไม่กระทบจากCovidเลย ผลประกอบการย้อนหลังก็เติบโตตลอด ตอนช่วงcovid แทนที่จะอยู่เฉยๆ ก็มีการ booking online สำหรับคอนโดที่อ่อนนุช และปรับราคาให้สามารถซื้อได้ง่าย
โดยunitเริ่มต้นเพียง 1.3 ลบ เอง (68,000 บาทต่อตรม)
จากนั้นก็มีไปขายคอนโดที่พระรามสี่ให้กับคนฮ่องกง
ได้เงินกว่า 400 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีการ JV กับ partner ซึ่ง นอกจากใช้เงินในการลง
โครงการน้อยลง แล้ว สามารถเก็บค่าmanagement fee ได้เพิ่ม
ทำให้Net profit margin เพิ่มเป็น 28% น่าจะสูงสุดในตลาดแล้ว
แต่ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจคือ ธุรกิจมีส่วนที่เป็น Recurring income
ด้วย ตอนนี้ ส่วนของ One Origin ,Hotel & service apartment รวม8โครงการ และ มี3 projectที่เปิดเผยในปีนี้มูลค่า 9,200 ลบ
เปิดแล้ว 1 โครงการ ตั้งแต่ต้นปี Occupancy > 50%
และอีก2โครงการเปิดในปี 2022 (รายละเอียดติดตามจากห้อง ORI)
ผู้บริหารเปิดเผยว่าจะนำเข้ากองREITs และจะถือต่อในสัดส่วน 10-15%
ดังนั้นจะมีกำไรจากการขายเข้าREITs สมมติโครงการลงทุน
1,200 ลบ มาจากทุน 400 ลบ ขายได้ 2,000 ลบ ก็จะมีกำไร 600-800ลบ และนำเงินไปคืนหนี้ด้วย สมมติผมคิดเองว่าทำแบบนี้ทุกปี
เลียนแบบ กลุ่มนิคมเช่น WHA ทำให้มีเงินไปลงทุนต่อได้

ส่วนอีกธุรกิจ คือ Primo ซึ่งเป็น After Sales service มีแผนที่ขยาย
ธุรกิจไปทำอื่นๆอีกมากมาย โดยใช้applicationของOriเอง
เช่น สามารถจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ จ้างแม่บ้าน ซ่อมแซมดูแลบ้าน

ทำให้บริษัทมีrecurring income เกิดขึ้น โดยบริษัทเองก็มีการเติบโต
( รายละเอียดของบริษัท หาอ่านจากสรุปCV ORI )

ก็ถือเป็นอีกไอเดียที่หาหุ้นที่มีรายได้สม่ำเสมอและcore business
ยังgrowthได้ด้วย เพื่อนๆท่านไหนสนใจก็สามารถติดตามที่ห้องร้อยคนร้อยหุ้นได้ครับ



amornkowa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1874
Joined: Fri Jun 24, 2011 10:46 pm

Re: VI หาดใหญ่

Posts by amornkowa » Sat Dec 05, 2020 9:57 pm

REITs & Property fund ซื้้อได้หรือยัง



ถ้าดูจากperformanceรายเดือน เปรียบเทียบระหว่าง ไทยและสิงคโปร์ (SG)

พบว่า ช่วงเกิดCovid มีค-เมษายน -20% พอๆกัน

แต่พอเริ่มจาก พค เป็นต้นมา SG outperform REITs ทั่วโลกรวมทั้งไทย

ขณะที่ REITs ไทยติดลบมาตลอดตั้งแต่ มิย ถึง ตค 63

สาเหตุมาจากเหตุผลดังต่อไปนี้

1.SG งดจ่ายเงินปันผลกองREITsได้ ทำให้มีสำรองเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน

2.Interest coverage ratio (ICR) หมายถึงความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย

กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 2.5เท่า ตอนนี้ได้รับการปรับลด เพื่อให้มีสภาพคล่อง

3.มีการrebate คืนภาษีให้กับผู้เช่า เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

4.SG มีการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นี่คือสาเหตุที่ทำให้ REITs SG ทรงตัว เป็นบวกในช่วง มิย ถึง ตค

ช่วงเดือน ตค สินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง Bond , High yield bond โดนขายหมด

แต่พอ เข้าเดือน พย มีข่าววัคซีนมีความคืบหน้า และ ประธานาธิบดีคนใหม่คือ โจ ไบเดน

ทำให้ REITsปรับตัวขึ้นทั้งไทยและSG

ส่วนกลางเดือน พย RCEP ซึ่งเป็นห่วงโซ่ทางฝั่งเอเชีย ได้บรรลุข้อตกลงกัน โดย อินเดียถอนตัวไป



เรามาดูเป็นรายSectorทั้งฝั่งไทยและสิงคโปร์

1.Industrail

ไทย ค่อนข้างยืดหยุ่น

Covid ทำให้โรงงานต้องdiversify ส่วนของsupply chain

โดย ส่วน modern logistic ,Vacancy เพิ่มขึ้นเป็น 15%

ส่วน Ready Build ,Vacancy ปรับตัวลดลงเหลือ 20%

แต่ REITs ของ SG ไม่ค่อยโดนกระทบจากCovidมากนัก และ ค่า PMIปรับตัวสูงขึ้นหลังCovid



2.Retail

ไทย เริ่มจากดีขึ้นหลังรัฐบาลเริ่มคลาย lock down คนเริ่มออกไปจับจ่ายใช้สอย แต่ห้างที่พึ่งพานักท่องเที่ยวยังโดนกระทบอยู่

SG ห้างปรับตัวค่อนข้างดี โดยเฉพาะurban ตอนนี้มีกิจกรรมจัดในห้างแล้ว และ มีการลดค่าเช่าลานกิจกรรมช่วยด้วย

ส่วนE-commerceจะกระทบห้างไหม ตอบว่า จะโตขนานกันไป โดย จะมีการตั้งstoreในห้างเพื่อให้คนซื้อผ่านonlineมั่นใจมากขึ้น

(Omni-channel)



3.Office

ไทย demandยังต้องการเพิ่มไม่มาก ขณะที่supplyเพิ่มมากกว่า

Q2 occupancy 92% และคาดการณ์ว่าปี2023 จะปรับลดเหลือ 85%

SG มองว่าดีขึ้น เพราะพื้นที่จำกัด ถึงมีWFH แต่จำเป็นต้องมีoffice อยู่

รวมถึง Regional office จากฮ่องกงเริ่มเพิ่มสาขามาสิงคโปร์

และ Technology hub ก็เริ่มมาตั้งที่ สิงคโปร์ด้วย



การคิดมูลค่า

: Search for yield ยังคงมีต่อเนื่องเพราะ อัตราดอกเบี้ยของ US,TH,EU = 0.13% , 0.5% , 0% ตามลำดับ

พันธบัตรรัฐบาลเริ่มไม่น่าสนใจ คนก็จะหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น High yield น่าสนใจมากขึ้น รวมถึงตราสารหนี้

ที่เป็น investment grade ด้วย การลงทุนในREITsยิ่งน่าสนใจ

US ปริมาณเงิน M2 ปรับเพิ่มจาก 4 ล้านล้าน เป็น 7 ล้านล้าน$

สภาพคล่องจะเข้ามาฝั่งเอเชีย ทำให้ผลักดัน หุ้นและREITsที่ยังตามหลังอยู่



สรุป

TH REITs , Property fund

เริ่มน่าสนใจ เพราะปันผลที่ได้รับย้อนหลัง12 เดือน = 5.8% ตอนนี้ได้ 6.5%

Yield spread ปรับจาก 4.5% เป็น 5.2%

SG ใกล้เคียงกับผลตอบแทนเดิม

ปันผลที่ได้รับย้อนหลัง12 เดือน = 4.2% ตอนนี้ได้ 4.9%

Yield spread ปรับจาก 3.3% เป็น 4.0%

แต่ก็ดูภาพรวมแล้ว ตลาดที่SG น่าสนใจกว่า เพราะมีโอกาสโตและได้รับผลกระทบน้อยกว่า

จะเห็นว่าสัดส่วนในการถือ SG มากกว่า ไทย



Sector ที่น่าสนใจ

ไทย ได้แก่ Industrial, Retail ที่มีความสามารถในการปรับตัวกับtrendการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค

SG ได้แก่ Suburban Retail Mall , Industrial ที่มีมูลค่าสมเหตุผล



Post Reply