AMZN - Amazon.com, Inc

Post Reply
User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by vim » Sun Apr 15, 2012 9:18 pm

เห็นยังไม่มีใครพูดถึงสุดยอดหุ้นแพงตัวนี้เลยมาเริ่มห้องคุยครับ

ข้อมูลจาก Bloomberg
http://www.bloomberg.com/quote/AMZN:US

Current P/E Ratio (ttm) 137.5620
Estimated P/E (12/2012) 72.3177
Earnings Per Share (USD) (ttm) 1.3700
Est. EPS (USD) (12/2012) 2.6060
Est. PEG Ratio 3.0386
Market Cap (M USD) 84,901.84
Shares Outstanding (M) 450.50
Enterprise Value (M USD) (ttm) 77,624.83
Enterprise Value/EBITDA (ttm) 39.91
Price/Book (mrq) 11.0544
Price/Sale (ttm) 1.7778
Dividend Indicated Gross Yield 0.0000
Next Earnings Announcement 04/26/2012

Amazon หลายๆคนคงไม่ปฎิเสธว่าเป็นผู้นำตลาด Online Trading ทั้งซื้อ-ขายหนังสือ เพลง เสื้อผ้า เครื่องใช้ต่างๆ แม้กระทั่งอาหาร รวมถึงบริการเช่าเซอร์ฟเวอร์เสมือน การชำระเงินออนไลน์

Vi IMrovised

YONGYEE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 512
Joined: Wed Apr 23, 2008 11:03 pm

Re: Amazon

Posts by YONGYEE » Fri May 25, 2012 11:44 am

ปัจจุบัน P/E 180 เท่า ทำไมนักลงทุนถึงให้ค่าสูงขนาดนั้น


User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5831
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: Amazon

Posts by kongkiti » Mon Nov 11, 2013 9:18 pm

"อเมซอนและเบซอส" จะครองโลก ?
updated: 08 พ.ย. 2556 เวลา 12:46:55 น.
คอลัมน์ ระดมสมอง โดย ไสว บุญมา
โดย ไสว บุญมา sboonma@msn.com
http://www.prachachat.net/news_detail.p ... 1383889712

ใน ช่วงนี้หลายวงการพูดถึงเรื่องราวของบริษัทอเมซอนและผู้ก่อตั้ง เจฟฟรี่ เบซอส บ่อยมาก ปัจจัยคงมีหลายอย่างด้วยกัน รวมทั้งการซื้อหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ เมื่อเดือนสิงหาคม และการพิมพ์หนังสือชื่อ The Everything Store : Jeff Bezos and the Age of Amazon ของแบรดสโตนออกมาเมื่อกลางเดือนตุลาคม

วอชิงตัน โพสต์ เป็นหนังสือพิมพ์เก่าแก่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของครอบครัวเศรษฐีในย่านกรุง วอชิงตันมานาน แต่ความเปลี่ยนแปลงของตลาดซึ่งเป็นผลของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้หนังสือพิมพ์นี้ประสบปัญหาสาหัส เจ้าของมองหาผู้ซื้อมาเป็น เวลาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังหาผู้ซื้อที่ตัวเองคิดว่าน่าจะรักษามาตรฐานของหนังสือพิมพ์ไว้ได้ไม่ พบ จนกระทั่งเบซอสแสดงความสนใจ เนื่องจากเบซอสมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านรักษามาตรฐานของการทำธุรกิจ และรู้จักกับเจ้าของหนังสือพิมพ์มาก่อน พวกเขาจึงตกลงซื้อขายกันด้วยราคา 250 ล้านดอลลาร์ ทั้งที่เบซอสไม่มีประสบการณ์ทางด้านการทำสื่อหนังสือพิมพ์มาก่อน

เบซอส ไม่ให้เหตุผลกับสื่อว่าเขาคิดอย่างไรจึงซื้อหนังสือพิมพ์ เขาจึงถูกวิจารณ์ไปในหลายแง่มุม แต่เมื่อมองให้ลึกลงไป การซื้อธุรกิจแนวใหม่ไม่น่าแปลก เนื่องจากอเมซอนเองก็ได้ขยายธุรกิจ ออกไปในหลายด้าน นอกจากจะทำกิจการขายปลีกผ่านการใช้ระบบอินเทอร์เน็ต หรือ "อีคอมเมิร์ซ" เช่น ทำคอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็กแข่งกับแอปเปิลและซัมซุง และให้บริการด้านคอมพิวเตอร์แข่งกับไอบีเอ็ม นอกจากนั้น เบซอสเองยังมีความสนใจในด้านการทำธุรกิจอื่นอีกด้วย เช่น เป็นเจ้าของบริษัทวิจัยด้านอวกาศชื่อ Blue Origin มากว่า 12 ปี การก่อตั้งบริษัทอวกาศนี้มีที่มาจากความสนใจตั้งแต่ในสมัยเขาเป็นเด็ก ซึ่งครั้งหนึ่งเขาคิดว่ามนุษย์ควรออกไปตั้งอาณานิคมอยู่นอกโลก การกระทำเช่นนั้นจะส่งผลให้โลกมีสภาพเป็นสวนอันสวยงามตามธรรมชาติ

หนังสือ เล่มดังกล่าวเล่าทั้งเรื่องราวส่วนตัวของเบซอสเองและของบริษัทอเมซอน ข้อมูลมาจากการค้นคว้าของผู้เขียน โดยเบซอสเองมิได้ให้ข้อมูลโดยตรงแต่อย่างใด

เขาให้เหตุผลว่า ยังไม่ถึงเวลาที่จะสรุปว่าเขาและอเมซอนจะมีบทบาทมากน้อยเพียงไรในประวัติ ศาสตร์ นอกจากนั้นเขายังมองอีกว่าหนังสือแนวนี้มักมีปัญหาที่ไม่สามารถนำเรื่องราว อันสลับซับซ้อนมาเสนออย่างจะแจ้งได้ ส่วนตัวเขายังไม่คิดจะเขียนหนังสือเพื่อเล่าเรื่องราวและแนวคิดของเขาเอง ต่างกับนักธุรกิจชื่อดังในยุคนี้ที่เขียนหนังสือออกมาแล้วหลายคน บางคนเขียนมากกว่าหนึ่งเล่ม (ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ประชาชาชาติธุรกิจได้นำหนังสือของนักธุรกิจดัง ๆ จำนวนหนึ่งมาคัดย่อและเสนอไว้ในคอลัมน์ "ผ่ามันสมองของปราชญ์" ตอนนี้บทคัดย่อของหลายเล่มอาจหาอ่านได้ในหนังสือชื่อ "มหาเศรษฐีขี้ไม่เหนียว") อย่างไรก็ตาม เบซอสอนุญาตให้ผู้เขียนสัมภาษณ์พนักงานของอเมซอนและญาติพี่น้องของเขาได้

ในด้านส่วนตัว เรื่องราวของเบซอสคล้ายนวนิยายเรื่องหนึ่ง เขาเกิดเมื่อตอนพ่อกับแม่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ในโรงเรียนมัธยม พ่อชื่อเทด จอร์เกนเซน ซึ่งเป็นนักขี่จักรยานล้อเดียวชั้นเยี่ยม และสนใจในการนำจักรยานนั้นไปแสดงในที่ต่าง ๆ การชอบดื่มเหล้าทำให้เขาต้องหย่ากับภรรยาเมื่อเบซอสอายุได้ 3 ขวบ แม่ของเขาแต่งงานใหม่กับชายชาวคิวบาชื่อมิเกล เบซอส ซึ่งอพยพเข้าไปเสี่ยงโชคในอเมริกาแบบตัวเปล่าเมื่ออายุ 18 ปี มิเกลมีความมานะสูงจนได้ทำงานชั้นผู้บริหารในบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่เอ็กซอน และรับเจฟฟรี่เป็นลูก นั่นคือที่มาของนามสกุลของเจฟฟรี่ ส่วนเทดยอมยกลูกชายให้พ่อเลี้ยง เพราะเห็นว่ามิเกลเป็นคนดี ตั้งแต่นั้นมาเจฟฟรี่และเทดก็ห่างหายจากกันไป จนกระทั่งผู้เขียนหนังสือไปตามหา ปรากฏว่าตอนนี้เทดอายุ 69 ปี และเป็นเจ้าของร้านซ่อมจักรยานเล็ก ๆ อยู่ในรัฐแอริโซนา โดยไม่รู้เลยว่าลูกชายได้กลายเป็นนักธุรกิจโด่งดังระดับโลก และมีศูนย์ส่งสินค้าอยู่ไม่ห่างจากบ้านเขานัก

ทางด้านบริษัทอเมซอน ข้อมูลจำนวนมากอาจหาได้ในระบบอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนหนึ่งเปลี่ยนรายวันเนื่องจากยอดขายและจำนวนพนักงานเปลี่ยนตลอดเวลา เมื่อก่อตั้งครั้งแรก บริษัทชื่อ "คาดาบรา" ในปีต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นอเมซอนเพื่อสะท้อนความยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ในชื่อของ แม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในโลกนั้น หลังก่อตั้งมา 19 ปี อเมซอนได้แสดงความยิ่งใหญ่ให้ปรากฏ ในปีนี้คาดว่าจะมียอดขายถึง 7 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีพนักงานเกือบ 1 แสนคน อย่างไรก็ตาม บริษัทจะทำกำไรได้ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับบริษัทขนาดยักษ์ด้วยกัน อันที่จริงเมื่อปีที่ผ่านมา อเมซอนขาดทุนสุทธิ 39 ล้านดอลลาร์ และปีนี้ยังไม่แน่ว่าจะทำกำไรได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของอเมซอนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนเชื่อว่าในวันหนึ่งข้างหน้าพวกตนจะได้กำไรจากการครองหุ้นอเม ซอน ที่เป็นเช่นนั้นคงเพราะพวกเขาเชื่อมั่นในฝีมือการบริหารจัดการของเบซอส ซึ่งเน้นการขยายกิจการต่อไปในระยะยาวมากกว่าผลกำไรในระยะสั้น

หลัก การบริหารจัดการของเบซอสเป็นอย่างไรยากที่จะสรุปออกมาสั้น ๆ นอกจากจะเป็นที่รู้กันในวงการธุรกิจว่าอเมซอนมีหลัก 14 ข้อสำหรับผู้บริหารและพนักงาน เรื่องนี้อาจเข้าไปเปิดอ่านได้ในอินเทอร์เน็ตในหัวข้อ Amazon Leadership Principles ในจำนวน 14 ข้อนั้น ข้อที่เป็นอันดับต้นและถูกเน้นย้ำสูงสุด ได้แก่ ความพอใจของลูกค้าตามธรรมดา บริษัทห้างร้านโดยทั่วไปต่างบอกว่าความพอใจของลูกค้าคือเป้าหมายของตน แต่ไม่ค่อยมีใครปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจในแนวเดียวกับเบซอส เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ เขามีอีเมล์ที่ลูกค้าสามารถเขียนไปถึงเขาโดยตรงได้ที่ jeff@amazon.com เขาอ่านจดหมายจำนวนมากจากลูกค้า ถ้าเขาเห็นว่าลูกค้ามีประเด็นสำคัญ เขาจะส่งจดหมายนั้นต่อไปให้พนักงานและ
ผู้บริหารที่รับผิดชอบทันที พนักงานและผู้บริหารเหล่านั้นต้องมีคำตอบที่เขาพอใจภายในเวลาอันสั้น มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาใหญ่ เรื่องนี้คงเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งซึ่งทำให้พนักงานใหม่อยู่กับอเมซอน ได้ไม่ถึงปี และอเมซอนเป็นบริษัทขนาดใหญ่ในบัญชี "ฟอร์จูน 500" ที่พนักงานอยู่สั้นที่สุดเป็นอันดับสองรองจากบริษัทประกันภัยแห่งเดียวเท่า นั้น

เบซอสมักใช้หลักความขัดแย้งกดดันพนักงานและบริษัทคู่แข่งแบบ เอาเป็นเอาตายอยู่ตลอดเวลาจนพนักงานบางคนบอกว่าเขาขาดความเป็นมนุษย์ แต่ความเห็นเช่นนั้นดูจะขัดแย้งกับเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง นั่นคืออเมซอนยอมให้บริษัทขนาดเล็กขายสินค้าผ่าน "หน้าร้าน" อิเล็กทรอนิกส์ของตน

ด้วยเหตุนี้ ภาพโดยรวมที่ออกมาเกี่ยวกับอเมซอนและเบซอสได้แก่ความขัดแย้งภายในตัวเอง หากความขัดแย้งภายในนี้เป็นภาพที่สะท้อนความเป็นจริงอย่างแม่นยำ มันอาจทำให้อเมซอนประสบปัญหาสาหัสจนไม่สามารถเป็นใหญ่เหนือบริษัทขนาดยักษ์ อื่น ๆ ได้ เช่นเดียวกับแม่น้ำอเมซอนซึ่งใหญ่กว่าแม่น้ำทุกสายในโลก

-จบ-

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4619
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: Amazon

Posts by Nevercry.boy » Mon Nov 11, 2013 9:25 pm

ขอตามครับ ระบบปฏิบัติการ ec2 เป็นที่สนใจของผมอยู่พักนึง

ตามดูครับ

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: Amazon

Posts by vim » Mon Nov 11, 2013 11:58 pm

หนี่งปีครึ่งผ่านไปจากราคาหุ้นวันนั้นที่ประมาณ 200 USD ตอนนี้อยู่ที่ 350 USD หรือบวกประมาณ 70% ส่วน PE วิ่งไปไกลทะลุโลกแล้วครับ (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปีที่แล้วผลประกอบการขาดทุน)

Bloomberg:
AMZN:US 352.090 USD
Current P/E Ratio (ttm) 1,251.1071
Estimated P/E(12/2013) 139.0119
Relative P/E vs. SPX 75.1439
Earnings Per Share (USD) (ttm) 0.2800
Est. EPS (USD) (12/2013) 2.5200
Est. PEG Ratio 3.9867
Market Cap (M USD) 160,348.66

เป็นหุ้นเติบโตที่ผมพลาดไป และก็น่าจะพลาดเรื่อยๆเพราะไม่รู้จะเอาทฤษฎีไหนมาประเมินมูลค่าดี ท่าทางมันจะยากไปสำหรับผมในตอนนี้ครับ

Vi IMrovised

User avatar
Nevercry.boy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4619
Joined: Mon Jun 25, 2007 6:47 pm

Re: Amazon

Posts by Nevercry.boy » Tue Nov 12, 2013 3:36 pm

ในต่างประเทศมี case study หรือไม่ครับว่าจะวิเคราะห์ Amazon อย่างไร?

เด็กผู้ชายไม่ร้องไห้
http://nevercry-boy.blogspot.com/

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: Amazon

Posts by vim » Tue Nov 12, 2013 4:46 pm

เท่าที่อ่านดูจากบทวิเคราะห์ของนักวิเคราะห์แนวพื้นฐาน เท่าที่เจอมักไม่ได้แนะนำให้ซื้อครับ

ถ้าดูจากรายย่อยใน SeekingAlpha ก็มักวิเคราะห์ไปในทางว่า overvalue มีคนหนึ่งวิเคราะห์ไว้ว่า cashflow ที่บริษัทนี้สร้างได้นั้นเติบโตไปในทิศทางเดียวกับราคาหุ้น เลยสรุปว่านักลงทุนที่ลงทุนหุ้นนี้อยู่อาจจะมองกระแสเงินเป็นหลัก แต่ก็ผมยังไม่พบบทวิเคราะห์ไหนที่อธิบายได้ว่าทำไมตลาดถึงให้ราคาสูงขนาดนี้

โดยส่วนตัว ราคาหุ้นที่ขึ้นไปนี้ทำให้ผมคิดถึงฟองสบู่ dotcom ซึ่งก็ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วบริษัทจะเดินตามรอยฟองสบู่นั้นไปหรือเปล่า

Vi IMrovised

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: Amazon

Posts by vim » Tue Nov 12, 2013 5:30 pm

บทความนี้พอพูดถึงเคสบริษัทคล้ายๆกันที่ PE สูง อาจจะตอบคำถามของพี่ NB ครับ

http://www.fool.com/investing/general/2 ... re-pe.aspx

When to Ignore P/E
By Brian Stoffel
May 11, 2012

There's no metric investors turn to more often than a company's price-to-earnings ratio. Most of the time, it lets investors know whether they are paying too much or getting a deal on a stock. For many investors, anything with a P/E of more than 30 is too pricey.

Sometimes, however, the steadfast reliance on P/E can eliminate some of the greatest companies from one's retirement portfolio. Below, I'll give you three different instances in which you'd be better off ignoring the P/E ratio, and at the end, I'll offer a special free report on three companies that will help you retire rich.

Earnings are just getting started
For companies that have just swung from operating in the red to turning a profit, earnings per share are often minuscule. This sets up a situation where no matter what the price of a stock is, it looks wildly overvalued. Usually, looking at what earnings are predicted to look like in a year or two can be more informative.

Universal Display (Nasdaq: PANL ) makes devices with organic light emitting diodes. In plain language, it makes and holds patents on the lights used in flat-screen TVs, smartphones, and a host of other products. Because OLEDs generally require less energy than other forms of lighting, the runway for growth is extensive.

Obviously, a company with such potential demands a high price, but with earnings per share of just $0.30 over the past 12 months, the company has a P/E of around 120. Though that looks ridiculous now, S&P Capital IQ estimates peg the company's earnings at $2.38 per share by 2014, which means it's trading at a much lower multiple of about 15 times its estimated 2014 earnings.

Much the same is the case with LinkedIn (NYSE: LNKD ) , the professional-social-networking site. Contrary to what some may believe, the company has three steady streams of revenue growing quickly. In fact, the company just released figures showing revenue grew by 101% last quarter.

With trailing-12-month earnings per share of just $0.15, the company's P/E currently sits above 750. As earnings grow, this number will undoubtedly sink.

Mr. Market's showing some respect
Another reason that shares may be bid to the point where a company looks expensive is because it's highly respected. Investors are willing to pay a premium for high-quality companies growing at a fast clip. By avoiding companies with high P/Es, you may very well be throwing away a chance at owning our generation's greatest companies.

Baidu (Nasdaq: BIDU ) , for example, trades at 36 times earnings, which looks a little pricey. But as fellow Fool Rick Munarriz points out, there's no doubting the growth of this Chinese search giant. The company has grown earnings by an astounding 80% per year over the last five years, as more and more Chinese citizens come online.

Another clear example of a stock highly respected by the market is 3D Systems (NYSE: DDD ) , which sports a P/E over 40. The company is on the cutting edge of 3-D printing, a technology that promises to change our world the same way the personal computer did in the 1980s and 1990s. Our top analysts at the Fool have already tapped the company as one that can "take manufacturing to a new level." Earnings grew 81% in 2011 versus 2010, and analysts expect EPS to nearly double next year compared to their 2011 levels.

Building an impenetrable moat
The final reason some companies have a high P/E is that they are spending money to build a sustainable competitive advantage. Such is the case with Amazon.com (Nasdaq: AMZN ) .

Amazon is building out its array of fulfillment centers across America right now. That costs the company billions of dollars. But those investments not only allow the company to deliver to customers in the blink of an eye, they build a huge moat around Amazon.

In order for any company to come close to offering the same service to customers as Amazon does, a competitor would have to be hugely unprofitable for a long time to match Amazon's scale. And consider this: Once the build-out of centers decelerates, there will be far more revenue dropping to the bottom line than there's ever been before.

What's a Fool to do?
Let's be clear: I'm not saying that any of these companies are necessarily cheap, or the best deals on the market. What I am saying is that sometimes, the P/E metric can be misleading. Whether it's because the company is just becoming profitable, is highly respected by the market, or is simply building an impenetrable moat, there are lots of good reasons to buy into high-P/E companies.

Vi IMrovised

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: Amazon

Posts by vim » Mon Dec 02, 2013 4:20 pm

Amazon testing drones for deliveries

The drones, called Octocopters, could deliver packages weighing up to 2.3kg to customers within 30 minutes of them placing the order, he said.

However, he added that it could take up to five years for the service to start.

The US Federal Aviation Administration is yet to approve the use of unmanned drones for civilian purposes.

"I know this looks like science fiction, but it's not," Mr Bezos told CBS television's 60 Minutes programme.

"We can do half-hour delivery... and we can carry objects, we think, up to five pounds (2.3kg), which covers 86% of the items that we deliver."

From a technology point of view, we'll be ready to enter commercial operations as soon as the necessary regulations are in place”

Amazon also posted a video on its website showing a drone picking up a package from one of its warehouses and delivering it to the doorstep of a customer's house.

However, it still has to wait for permission from US regulators.

The US Federal Aviation Administration (FAA) has approved the use of drones for police and government agencies, issuing about 1,400 permits over the past several years.

Civilian air space is expected to be opened up to all kinds of drones in the US by 2015 and in Europe by 2016.

Amazon said "from a technology point of view, we'll be ready to enter commercial operations as soon as the necessary regulations are in place".

The FAA was "actively working on rules for unmanned aerial vehicles", the company said, adding that it hoped the green light would be given as early as 2015.

"One day, Prime Air vehicles will be as normal as seeing mail trucks on the road today."


http://www.bbc.co.uk/news/technology-25180906

Vi IMrovised

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3178
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: Amazon

Posts by picatos » Tue Dec 03, 2013 2:29 pm

เห็นรูปแล้วครับ เจ๋งดี เหมือนโดเรมอนตอนหนึ่งเลย

อีกหน่อยรถก็เป็น self drive ส่งของก็เป็น robot หมด ดีจริงๆ

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: Amazon

Posts by vim » Sat Feb 01, 2014 6:56 pm

http://www.bbc.co.uk/news/business-25969209

Amazon stock slides 10% on earnings miss

Shares of online retailer Amazon fell 10% in after-hours trading after it reported weaker than expected profits for the October-to-December quarter.

The firm made a net profit of $239m (£145m) during the period, up from $97m during the same period a year ago.

Its sales also rose 20% from a year earlier to $25.59bn. However, many analysts had expected revenues of closer to $26bn during the period.

Its sales outlook for the current quarter also fell short of forecasts.

The company posted sales guidance of between $18.2bn and $19.9bn for the current quarter.

Analysts said the firm was facing pressure from investors to boost its earnings.

"Amazon's gotten so many hall passes on earnings," said Colin Gillis, an analyst at BGC Financial,

"Perhaps the market expectations for them to deliver income, as their revenue growth slows, is increasing."

Amazon reported a 22% rise in full-year sales to $74.45bn, compared with $61.09bn in 2012.

Vi IMrovised

อินทรีย์ทองแดง
Verified User
Posts: 510
Joined: Fri May 09, 2008 10:00 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by อินทรีย์ทองแดง » Tue Mar 17, 2015 2:53 pm

ข้อมูลจากyahoo finance 17/03/2015

Market Cap (intraday):173.38B
Enterprise Value (Mar 17, 2015):170.53B
Trailing P/E (ttm, intraday):N/A
Forward P/E (fye Dec 31, 2016):164.47
PEG Ratio (5 yr expected):33.94
Price/Sales (ttm):1.93
Price/Book (mrq):16.04
Enterprise Value/Revenue (ttm):1.92
Enterprise Value/EBITDA (ttm):39.07

ยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมตลาดถึงยอมให้ราคาสูงขนาดนั้น???

ได้เวลาเหล่าอินทรีย์ ผงาดบนฟากฟ้า

pinguwing
Verified User
Posts: 193
Joined: Mon Jul 29, 2013 9:15 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pinguwing » Sun Apr 17, 2016 6:44 am

ใครสนใจหุ้น AMZN ผมแนะนำให้อ่านเล่มนี้เลยครับ แล้วจะเข้าใจว่าสำหรับ Jeff Bezos กำไรไม่ใช่ priority หลักเลยครับ PE สูงมาก ๆ เพราะเหตุนี้ จริง ๆ PE เป็นค่าที่ไม่มีความหมายมานานแล้วครับ (เพราะส่วนใหญ่ E จะติดลบ เพราะพี่แก เอาเงินไปลงทุนสร้างสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา)

หุ้นนี้เหมาะกับคนที่มีความอดทนสูงกับผลประกอบการนะครับ ความเห็นส่วนตัวครับ


LA-Z-BOY
Verified User
Posts: 570
Joined: Sat Oct 23, 2010 6:59 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by LA-Z-BOY » Wed Nov 02, 2016 4:33 pm

ขออนุญาตเซฟข่าวที่เป็น milestone สำคัญของ AMZN ไว้ ณ ที่นี้นะครับ

Amazon เตรียมตัวเข้าตลาด South East Asia..
โดยเริ่มจาก Singapore ในปี 2017 งานนี้ตลาด eCommerce ใน South East Asia น่าจะดุเดือดขึ้นอีก น่าติดตามว่า เจ้าตลาดอย่าง Lazada ที่ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Alibaba จะตอบโต้ยังไงครับ

Amazon is ready to enlarge its presence in Asia. Months after it pumped $3 billion into its India business and a week after it quietly introduced its Prime service in China, plans for its entry into * *Southeast Asia * * next year have surfaced. https://techcrunch.com/2016/11/01/amazo ... east-asia/


ampmie152
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 139
Joined: Fri Apr 29, 2011 3:14 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by ampmie152 » Mon Nov 28, 2016 10:58 pm

ขอติดตามด้วยคนครับ
ส่วนตัวสนใจเรื่องแนวโนมปริมาณการใช้ cloud ในอนาคต
ใครพอมีข้อมูลสัดส่วนรายได้ตามธุรกิจของ amazon บ้างครับ?


ampmie152
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 139
Joined: Fri Apr 29, 2011 3:14 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by ampmie152 » Mon Nov 28, 2016 11:18 pm

อันนี้เท่าที่ผมค้นเจอมาคร่าวๆครับ
ปี 2015 สัดส่วน AWS มีอยู่ 7% ล่าสุดขึ้นมาเป็น 8.7% ครับ :D

Image


User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2644
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by vim » Fri Jan 06, 2017 3:20 am


Vi IMrovised

User avatar
dome@perth
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4738
Joined: Fri Oct 05, 2007 1:43 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by dome@perth » Wed Aug 02, 2017 6:36 pm

เอา article จากนักวิเคราะห์ออสเตรเลีย มาฝากชาว amazon ครับ ทำให้เห็นบรรยากาศ ตลาดรีเทลของออสซี่ เมื่อ amazon รุกออนไลน์ดินแดนจิงโจ้ครับ

------------------
Amazon and the Aussie hit list - Part 3

Australia’s major grocery retailing companies are under threat from Amazon – but it’s not their supermarket businesses that are the problem.

Market concerns about how Aldi would destroy Woolworths are so last year. In June 2016 – in Woolworths: Competition cuts in Part 2 – we argued Woolworths’ weak share price had little to do with Aldi’s expansion (or, for that matter, Costco’s).

The conclusion was that, while the grocery market is getting more competitive, it doesn’t spell doom for Woolworths (or Wesfarmers). Since then, Woolworths’ share price has recovered as management’s turnaround plan has taken effect.

Of course there’s always something new to worry about in retailing. This year it’s the threat posed by Amazon’s Australian entry. Part 1 of Amazon and the Aussie hit list showed why the US online behemoth can’t be ignored, while Part 2 highlighted which large discretionary retailers were most at risk. Here we conclude with how Amazon might hit the major grocery groups and Metcash.

Key Points
Woolworths reasonably well placed

Wesfarmers faces greater threats

Amazon deal with Metcash possible

Amazon Fresh, the company’s full-service grocery retailer, shows that not everything the company touches turns to gold. After launching in the US in 2007, Amazon Fresh has managed to garner just 0.2% national market share (although its share will be higher in the cities where it operates). Amazon Fresh launched a year ago in London, and now covers around 300 postcodes in England’s south-east.

But the past 20 years have shown that online grocery retailing is extraordinarily difficult to get right. You need high turnover to guarantee freshness, something that Amazon is struggling with (the company’s spoilage rate is reportedly double that of traditional supermarkets). It also costs much more to employ someone to do the picking and delivery than if a customer does both.

Amazon manages this by imposing a delivery surcharge. In the US for example, you need to be a member of Prime as well as pay US$15 a month, making the total cost of Amazon Fresh around US$280 a year. Prime members used to fast and free delivery of Amazon’s well-priced general merchandise items are reporting that, while the Amazon Fresh range is extensive, the surcharge tends to offset the slightly cheaper grocery prices offered.

Relentless.com
In typical Amazon style, rather than admit defeat, the company is doubling down and trying new things. In the UK it has partnered with UK supermarket chain Morrisons to improve its fresh offer, while in the US it’s trialling ‘click-and-collect’ depots in its Seattle hometown.

Amazon grocery delivery options
Amazon offers various grocery delivery options in the US. These include:

Amazon Fresh

Offer: Full service online grocery offer, including fresh food
Availability: 20 US cities
Cost: $15 per month plus a $99 annual Prime membership
Amazon Pantry

Offer: Household items, including non-perishable groceries
Availability: All US except Alaska and Hawaii
Cost: $6 per box plus a $99 annual Prime membership
Prime Now

Offer: 25,000 items, including from local grocers (not major chains)
Availability: Select US cities
Cost: Free two-hour delivery for Prime members
Perhaps the most significant initiative, though, is the recently announced takeover of US-based premium grocery chain Whole Foods. Whole Foods gives Amazon fresh food expertise as well as 460 potential distribution outlets around the US. Perhaps the initial strategy is for Amazon customers to visit Whole Foods to choose their fresh produce but click-and-collect their dry groceries and other merchandise.

So what does this mean for Amazon’s Australian entry?

Well, as we said in Part 2, Amazon’s rollout will take time. Amazon has reportedly been in contact with Australian dry grocery (but not fresh food) suppliers. It may launch in Australia with an Amazon Pantry-like offer (see 'Amazon grocery delivery options' at right) at the end of 2018 and then implement Amazon Fresh down the track.

The evolution of Amazon Fresh in the US and UK suggests it could take five years to garner even 1% of the $90bn Australian grocery market. Indeed, Amazon’s apparent targeting of premium grocery customers suggests a niche rather than mass-market strategy thus far. Whatever the case, there should be time to review how Amazon Fresh is being implemented in Australia before it does much damage.

So does this mean Woolworths, Wesfarmers and Metcash have nothing to worry about? Nope, because all three do more than just sell groceries.

Woolworths
For Woolworths, a year has made all the difference. Last year the stock was out of favour as management cut grocery prices, causing earnings to tumble. But today the company looks the best placed of the three grocery retailers to respond to Amazon.

Woolworths already operates a competitive online grocery business, with sales that jumped 20% in the third quarter of 2017. Unlike the Wesfarmers-owned Coles it offers the same prices as in-store and the service is decent enough. In fact, Woolworths already offers a Prime-like option whereby a $99 annual ‘Delivery Saver’ gets you unlimited free delivery for orders of $100 or more. We expect that Woolworths will continue to finesse its offer and is likely to add faster and more flexible delivery times to compete with Amazon if it launches a fresh offer.

Woolworths is also much more flexible with store formats than Coles, with the company now operating 23 smaller format ‘Metro’ stores in urban locations. With customers shopping more frequently and preferring convenience, the Metro format seems designed with Amazon in mind (although it’s worth noting that Woolworths’ past forays into premium stores such as Thomas Dux haven’t worked).

The only other Woolworths business likely to be threatened by Amazon is discount department store Big W, which accounts for 6% of sales (see Chart 1 under general merchandise). But with that retailer already set to make a loss in 2017, it’s not as if margins are at risk. Big W is a relatively small component of our Woolworths’ valuation, and there’s no change to our price guide or recommendation. HOLD.

Wesfarmers
By contrast, Wesfarmers looks a little more exposed. In online grocery, Coles seems to regard its offer as a convenience customers should pay for rather than a defensive initiative. Time will tell whether Amazon’s arrival forces a change in Coles’ online grocery strategy.

But it’s Target, Kmart and Officeworks – accounting for 16% of sales – that look most at risk. Discount department stores are right in Amazon’s firing line because budget apparel and homewares are easily sold online. We disagree with Wesfarmers chief executive-elect Rob Scott, who has claimed Kmart isn’t particularly threatened by Amazon because it sells low-value items. In fact, this is exactly Amazon’s sweet spot (particularly if it offers unlimited deliveries via Prime).

It’s also now clearer why Wesfarmers tried – and failed – to sell Officeworks earlier this year. Last year Amazon launched Amazon Business, which is a business-focused version of Marketplace (see Part 1). Now operating in the US, UK and Germany, Amazon Business distributes office supplies much the same as Officeworks. While 17% of Officeworks’ sales are already online and it offers same-day shipping, it’s potentially at risk.

Home improvement retailer Bunnings, however, should be relatively unaffected, similar to Home Depot and Lowes in the US. While Amazon does sell hardware, it’s a category that’s often poorly suited to online distribution. That doesn’t mean Bunnings can be complacent – its website in particular is behind the times.

Even if we assume that Target, Kmart and Officeworks are all worth zero, though, Wesfarmers’ diversification protects it to some extent. In such a scenario, the valuation range in the table from All change at Wesfarmers last month would fall to $26 to $43 a share. However, while we recognise the greater risks of Amazon to Wesfarmers, we’re already allowing for a margin of safety in our proposed Buy price. At this stage we’re leaving our price guide unchanged and the stock at HOLD.

Metcash
You might be aware of our long-term negative view on Metcash. The business model faces structural challenges, which explains why we recently ceased coverage. Increasing competition could hurt Woolworths and Wesfarmers, but it could kill Metcash.

On the other hand, Amazon’s arrival could have a silver lining. It’s possible Amazon could strike a deal with Metcash to source fresh and frozen food, just as it has done with Morrisons in the UK. Morrisons has taken the view that the deal will expand its market share rather than cannibalise its own stores.

There’s some merit in that argument for Metcash too. Not only are the Amazon Fresh and IGA customer demographics somewhat different, IGA is strong in states and regions that are less likely to be targeted by Amazon. The additional volume Metcash would gain might help it reduce prices for all customers, including Amazon and IGA independents. That’s how Metcash might sell the deal to its IGA customers, anyway.

A deal like this would clearly be negative for Woolworths and Wesfarmers. Amazon would obtain a fresh food offer much faster than otherwise, something we think it might otherwise struggle with. Of course, speculation about a deal with Amazon is insufficient reason to re-commence coverage.

So where does this analysis leave the major grocery retailers?

Our recommendations and price guides on Woolworths and Wesfarmers are unchanged. But, in undertaking our research, we’re slightly more negative on Wesfarmers than before. With greater exposure to discretionary retail than Woolworths, Wesfarmers has more to worry about. While Wesfarmers’ 10% share price decline since late March is largely due to a profit downgrade at Coles, Amazon is weighing on the stock too.

The news flow for retailers could remain negative for some time, especially as Amazon’s Australian arrival is likely to be accompanied by fanfare and exciting ideas. Perhaps the US behemoth might trial advanced robotics in its Australia warehouses, or it might even roll out physical stores to reinforce its brand.

Of course, as we said in Part 1 and Part 2, the large listed retailers have a little time to adapt their offers. None of them are standing still.

Our views will continue to evolve and we’ll update you accordingly. But our core message on Amazon’s onslaught is: don’t panic. In fact, buying opportunities might not be far away.

Cr. investSMART.com

"ไม่มีสุตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด ไม่ใช่แค่โชค
หนทางจะได้มาซึ่ง ความมั่งคั่งอย่างถาวร
มันมาจาก ความขยัน ไขว่คว้า หาความรู้
เชื่อและตั้งมั้นในหลักการลงทุนที่ถูกต้อง
"

ktoa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 178
Joined: Sat Feb 10, 2007 9:25 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by ktoa » Sat Oct 28, 2017 7:32 am

Amazon กับผลประกอบการที่โดดเด่นอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นอเมริกาคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีสามแห่งซึ่งได้แก่ Amazon Google และ Microsoft ประกาศผลประกอบการออกมาดีเกินคาด

เรามาดูผลประกอบการของ Amazon กันดังนี้

รายได้ 43,800 ล้านดอลล่าร์เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วในไตรมาสเดียวกัน

แม้ว่ากำไรสุทธิจะไม่เพิ่มขึ้นเลยที่ 256 ล้านดอลล่าร์แต่ในแง่ของกำไรสุทธิต่อหุ้นสามารถทำได้ถึง 52 เซ็นต์จากที่คาดการณ์ไว้แค่ 3 เซ็นต์

ไฮไลท์ธุรกิจคงหนีไม่พ้น Amazon Web Services หรือธุรกิจการให้บริการคราวด์คอมพิวติ้งที่สามารถทำรายได้ 4,000 ล้านดอลล่าร์ในไตรมาสนี้เติบโตเพิ่มขึ้นมากถึง 42%

เมื่อคืนหุ้นขึ้นไปถึง 13.22% โดยปิดที่ 1,100 ดอลล่าร์ต่อหุ้น ทำให้ Jeff Bezos ร่ำรวยเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยสินทรัพย์ทั้งหมด 93,000 ล้านดอลล่าร์

แม้ว่าเมื่อดูจากผลกำไรต่อหุ้นของบริษัทจะไม่เพิ่มขึ้นเลยแต่การลงทุนในหุ้นที่อเมริการาคาหุ้นมักปรับตัวขึ้นลงเมื่อเทียบกับความคาดหวังที่มีต่อหุ้นมากกว่าผลประกอบการจริงๆที่ออกมา ในกรณีนี้คาดหวังแค่ 3 เซ็นต์ต่อหุ้นแต่สามารถทำได้ถึง 52 เซ็นต์ต่อหุ้นจึงทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างน่าประทับใจ

CR: Billionaire VI


Dookdig&Daddy
Verified User
Posts: 6
Joined: Mon Feb 18, 2013 10:35 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by Dookdig&Daddy » Sat Oct 28, 2017 6:22 pm

ถือ amzn รอ disrupt อุตสาหกรรมเสื้อผ้า+grocery+prescription


Nexeus
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 143
Joined: Fri Feb 08, 2013 10:56 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by Nexeus » Tue Apr 03, 2018 5:36 pm

ผมคิดว่า amzn คงต้องดูค่า PR ครับ (price/revenue)
คิดว่าราวๆไม่เกิน 10 เท่าถือว่าโอเค
ปัจจุบัน PR amzn ราวๆ 10 เท่านิดๆ
ถ้าสมมุติ R ตัวนี้เปลี่ยนมาเป็น E ในระดับ 20% (ค่อนข้างเยอะไป)
จะได้ PE ราวๆ 50 เท่า
ซึ่ง R ของ amzn โตในอัตราสูงมาตลอด
เป็นผลจากการเอา E มาขยาย R เรื่อยๆเลยครับ


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pookii » Tue Apr 16, 2019 11:25 am

คนอเมริกันโวยเลือกปฏิบัติ"อเมซอน โก"ขยับยอมรับเงินสด :

เกรงว่าชีวิตดิจิทัลแบบสุดโต่งจะกลายเป็นเงื่อนไขทิ้งคนส่วนใหญ่ไว้ข้างหลัง หลายรัฐในสหรัฐอเมริกาจึงออกข้อกำหนดให้ร้านค้าต้องรับชำระเงินด้วยเงินสด ไม่ใช่จะรับเฉพาะเครดิตการ์ดหรือให้จ่ายผ่านมือถืออีท่าเดียว เพื่อให้คนที่ไม่มีบัญชีแบงก์ สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียม โดยอเมซอนโก(Amazon Go)ต้นตำรับร้านค้าไร้แคชเชียร์ ยังต้องเตรียมการรับชำระเงินสดในอนาคตอันใกล้

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาฟิลาเดลเฟีย เป็นเมืองใหญ่เมืองแรกในสหรัฐอเมริกา ที่ออกกฎหมายแบนร้านค้าที่ไม่รับเงินสด ตามมาด้วยนิวเจอร์ซีย์ ขณะที่นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก และชิคาโกกำลังอยู่ระหว่างออกกฎหมาย

การออกกฎหมายให้ร้านค้าต้องรับเงินสดเป็นการเปิดโอกาสให้คนอเมริกันที่ไม่อยู่ภายใต้ระบบธนาคาร ไม่มีบัญชีเงินฝากและไม่มีแอปพลิเคชันชำระเงินบนมือถือ สามารถใช้บริการร้านค้าได้หลากหลายมากขึ้น หลังระบบชำระเงินออนไลน์ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นระบบที่เลือกปฏิบัติ

ปัจจุบัน คาดว่าจะมีครัวเรือนอเมริกันกว่า 6.5% หรือประมาณ 8.4 ล้านครัวเรือน(ตัวเลขเมื่อปี2560)ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบบแบงก์ คือไม่มีบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือแอปพลิเคชันชำระเงินผ่านมือถือ ดังนั้น การที่ร้านค้ายอมรับเงินสด จึงจะเป็นการขยายตลาดเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

แม้กระทั่งอเมซอน โก ร้านขายของชำ-อาหารสดสมัยใหม่ ซึ่งเรียกเสียงฮือฮาด้วยการเป็นร้านค้าปลอดแคชเชียร์ ซื้อ-ขายผ่านแอปพลิเคชัน ไม่ต้องเข้าคิวชำระเงินหรือจ้างแคชเชียร์ให้สิ้นเปลือง ยังต้องปรับกลยุทธ์และเตรียมระบบเพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการใช้เงินสดในการจับจ่ายสินค้า

โฆษกของอเมซอน ยืนยันกับซีเอ็นบีซีว่าอเมซอนกำลังเตรียมความพร้อมรองรับระบบการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น รวมทั้งการรับเงินสด แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดและกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้

ร้านอเมซอน โก ซึ่งเปิดสาขาแรกเมื่อปี 2561 ปัจจุบันมีอยู่ 10 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา และมีแผนขยายเพิ่มเป็น 3,000 สาขาภายในปี2564

นักวิเคราะห์ด้านการเงิน จาก RBC Capital ประเมินว่า รายได้ของอเมซอน โก น่าจะอยู่ที่ปีละไม่เกิน15ล้านเหรียญสหรัฐฯและด้วยรายได้ระดับดังกล่าว จะทำให้อเมซอน โก บรรลุจุดคุ้มทุน(Break Even)ได้ภายใน 2 ปี นับจากนี้ โดยแม้รายได้จะไม่มากนัก แต่โอกาสในธุรกิจมีมากจึงไม่จำเป็นต้องใจร้อนและการเปิดให้ลูกค้าชำระเงินสด คือหนึ่งในโอกาสที่จะขยับขยายรายได้อย่างแน่นอน

Source: ไทยรัฐ
https://www.thestar.com.my/tech/tech-ne ... RS1i885.99


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pookii » Fri Apr 26, 2019 8:48 am

Amazon ไตรมาส 1/2019 ธุรกิจคลาวด์ยังเติบโตสูง รายได้เพิ่มขึ้นถึง 41%

Amazon รายงานผลการดำเนินงานของไตรมาสที่ 1 ปี 2019 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนเป็น 59,700 ล้านดอลลาร์ และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 3,561 ล้านดอลลาร์

AWS ที่ถือเป็นเครื่องจักรเงินสดทำกำไรสูงของ Amazon ยังคงเติบโตสูง รายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น 41% เป็น 7,696 ล้านดอลลาร์ กำไรเฉพาะส่วนนี้เพิ่มเป็น 2,223 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Other ที่รายได้ส่วนใหญ่มากจากโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ก็เพิ่มขึ้น 34% เป็น 2,700 ล้านดอลลาร์

Jeff Bezos กล่าวในรายงานผลประกอบการ โดยคราวนี้พูดถึงทุนการศึกษา Amazon Future Engineer ที่ช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดโอกาส ว่ามีการมอบให้นักเรียนกว่า 100 คน ทุกปี นอกจากนี้ Amazon ยังสนับสนุนหลักสูตรด้านวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนอีกกว่า 1,000 แห่ง เพื่อผลักดันวิชาการเขียนโค้ด
https://www.blognone.com/node/109389


Can do
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 539
Joined: Sat Jan 07, 2006 11:46 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by Can do » Sun Aug 16, 2020 3:24 pm


Control Your Destiny or Someone Else Will

PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1552
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by PK-TYW » Tue Aug 25, 2020 7:40 am



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pookii » Thu Sep 03, 2020 8:43 am

เสือซุ่มกำไร ที่นอนหลับใหลของ Amazon กำลังตื่น / BottomLiner - บทสรุปการลงทุน

Amazon คือตำนานหุ้นเทคโนโลยี ที่เป็นต้นตำรับ ของหุ้นที่ขึ้นทั้งๆที่ขาดทุนตลอดปีตลอดชาติ พึ่งมามีกำไรช่วงหลัง แต่ยังคงมี PE ที่หลัก 100

โดยในช่วงหลัง นับตั้งแต่ปี 2012 ที่หุ้นออกทะยานจาก $172 มาจนปลายปี 2018 พักที่ราคาช่วง $1700 จากสงครามการค้า PE ของ Amazon ก็พุ่งทะยานเช่นกันจาก <100 เป็น 200 300 3000 จนไม่มี PE เลย ก่อนจะกลับมายืน PE ต่ำกว่า 100 ได้ในปลายปี 2018

เป็นตำนานให้กล่าวขาน เวลาซื้อหุ้นเทคที่ไม่มีกำไร ผู้คนมักจะกล่าวอ้างว่า we’re finding the next amazon

หลายท่านอาจจะทราบแล้ว Amazon นั้นครองธุรกิจที่น่าสนใจที่สุดในยุคสมัยนี้ถึง 4 ธุรกิจด้วยกัน คือ

1. E-Commerce สั่งซื้อของแสนถูก ขนส่งว่องไว
2. AWS Platform ให้บริการ cloud services เกือบทั้งหมดที่คุณจะนึกออก
3. Video On Demand
4. Digital Advertising


และรู้หรือไม่ !? ว่าในสมัยที่หา PE ไม่ค่อยเจอนั้น AWS นั้นทำรายได้เพียงประมาณ 20% ของรายได้ทั้งหมด แต่ กลับสร้าง Operating income ให้บริษัทได้ถึง 80%

ในขณะที่ E-Commerce นั้นมีกำไรจากการดำเนินงานเพียง 20% เนื่องจาก มีการแข่งขันที่สูง และยังต้องทุ่มกับค่าใช้จ่ายเพื่อให้ไร้เทียมทานไปเรื่อยๆ อีกทั้งยังขยายตลาดไปนอกสหรัฐ

ในอดีตเรียกได้ว่า ทุกๆครั้งที่ทำท่าเหมือนจะมีกำไร บริษัทก็จะทุ่มงบจนมันกลับไปขาดทุนอีกครั้ง หรือแทบไม่เหลือกำไรอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนหลายคนลืมไปแล้วว่ามีธุรกิจนี้ และตัดออกจากการทำ valuation ไปเลยสำหรับบางคน

บ้างใช้หลักการ sum of the part … ส่วนมากก็จะให้มูลค่า AWS สูงที่สุด เช่น Morningstar estimates ให้ ประมาณ 50%-60% ของมูลค่า Amazon กันเลยทีเดียว

แต่ .... มันกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว !!! เพราะตั้งแต่ยุค covid-19 ได้เข้ามาผลักดันตลาด e-commerce ให้สดใส เรามาไล่เสือไปตามความง่วงนอน จากน้อยไปมาก

เสือซุ่มตัวที่ 1 คือ E-Commerce มีกำไรกับเขาเสียที

ปัจจุบัน (2Q20 TTM) Amazon มีรายได้จาก North America 62%, International 26% และรายได้จาก platform AWS 12% (เค้า report เป็น geography และนำพวก amazon prime / video ไปรวมกับ e-commerce ทำให้เราไม่เห็นรายละเอียด)

และใน 2Q20 นั้นสัดส่วน operating income จากธุรกิจ E-Commerce นั้นเพิ่มมาเป็น 42.5% โดย ฝั่ง International ในที่สุดก็มีกำไรกับเค้าบ้าง !!

และอานิสงค์ของ covid-19 ยังดันยอดขาย เติบโต 40% นิดๆทั้ง north america และ international ทำให้บริษัทได้ economy of scale ไปโดยปริยาย แม้ operating margin จากการขายของเค้านี่ไม่ถึง 5% (TTM หากรอดูเลขยุค covid คงจะดีขึ้น)

เสือซุ่มตัวที่ 2 คือ Digital Advertising
เติบโตไปตาม covid ดีอย่างไร เรากั๊กไว้ก่อน เดี๋ยวเนื้อหาเยอะไป

และมีเสือตัวที่ 3 ยังหลับอยู่ คือ คือ Amazon Prime & Prime Video
Amazon prime คือ premium member ที่ได้สิทธิพิเศษต่างๆ มากมาย กลุ่มนี้แหละ ซื้อไม่บันยะบันยัง มากขึ้นเยอะหลัง covid-19

Amazon Prime Video นั้นให้สิทธิ์แก่ prime member หรือสามารถสมัครแยก prime video ก็ได้ (ซึ่งถูกกว่าในหลายตลาด) เมื่อช่วงต้นปี Jeff ได้ประกาศว่ามี Subscriber รวมถึง 150 ล้านคนแล้ว ซึ่ง amazon prime member นั้นตกหัวละ $119 ต่อปี หรือ $12.99 ต่อเดือน ลองคูณเลข แล้วคุณจะตกใจ

และตอนนี้ก็ควรจะมากกว่านั้น หากดูจากแบบสำรวจของ Kantar จะพบว่า สัดส่วนผู้สมัคร SVoD ใน 2Q20 เพิ่มขึ้น 9.1% ใน สหรัฐฯ และหากดูสัดส่วนของผู้สมัคร SVoD Amazon Prime นั้นเพิ่มจาก 14.1% ใน Q1 เป็น 22.2% ใน Q2 ในขณะที่ netflix นั้นใกล้คงเดิมที่ 15.1% และ Disney+ ลดลงกว่าครึ่ง จาก 30.9% เหลือ 13.3%

และแน่นอนว่า amazon ทำ data จัดเต็มเพื่อเสริฟให้กลุ่มนี้ใช้จ่ายอย่างสนุกสนานต่อไปครับ เราอาจเห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ amazon prime

ด้านนักวิเคราะห์บางรายประเมินมูลค่า amazon prime สูงถึง $200bn มันเหมือนมีบริษัท netflix อยู่ในบริษัท amazon เลยก็ว่าได้ ที่ผ่านมา amazon ยังไม่ได้หยิบเรื่องนี้มาเป็นสตอรี่หุ้น แต่พลางไว้ในงบ จนนักลงทุนหลายท่านเชื่อว่าส่วนนี้ยังไม่กำไร

เสือทั้ง 4 ตัวกำลังช่วยดันฝายน้ำล้น สมทบกับเครื่องจักรผลิตกำไรของ AWS ผลักเม็ดเงินให้พ้นสันเขื่อนต้นทุน เข้าสู่กำไร แค่นั้นไม่พอ

ในปีนี้ มีการขยายเวลาตัด depreciation ของ data center server จาก 3 ปี เป็น 4 ปี .. ส่งผลให้อยู่ดีๆก็มีกำไรจากส่วนนี้เพิ่มขึ้น $2.3bn ในปี 2020

ส่งผลให้ตลาดมอง EPS Growth เติบโตเฉลี่ย 40% กันเลยทีเดียวในอีก 3 ปีข้างหน้า เราจะมี surprise กันอีกหรือไม่ ลองเปิดดู earning, revenue revision แล้วจะตกใจ เพราะมันขึ้นน้อยเทียบกับหุ้นตัวอื่น อีกหน่อยทำ

และในปัจจุบันที่ราคาแถวๆ $3450 PE ได้ทะลุเกิน 100 เท่า อีกครั้ง

บทความนี้มิได้เชียร์ซื้อขายหุ้นแต่อย่างใด

BottomLiner


PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1552
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by PK-TYW » Thu Sep 03, 2020 10:56 am

Institution movement


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pookii » Mon Sep 07, 2020 10:43 am

Gartner ออกรายงานตลาดคลาวด์ปี 2020 ผู้นำยังเป็น AWS, Azure, Google
https://www.blognone.com/node/118301

Gartner ออกรายงานสรุปสถานการณ์แข่งขันในตลาดคลาวด์ (Magic Quadrant for Cloud Infrastructure and Platform Services) ประจำปี 2020

ผลลัพธ์ออกมาไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ เพราะยังเหมือนปีก่อนๆ ที่ผู้ให้บริการ Top 3 ของโลก (AWS, Microsoft, Google) ยังอยู่ในกลุ่ม "ผู้นำ" (leaders) โดย AWS ยังนำคู่แข่งรายอื่นๆ แบบค่อนข้างทิ้งห่าง ส่วนผู้เล่นรายที่เหลือ 4 ราย (Alibaba Cloud, Oracle, IBM, Tencent Cloud) อยู่ในกลุ่ม "เฉพาะทาง" (niche players)

ความน่าสนใจคงอยู่ที่รายละเอียดการวิเคราะห์ของ Gartner ที่สรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

Amazon Web Services (AWS)

ยังแข็งแกร่งที่สุดทั้งในแง่ส่วนแบ่งตลาด และฟีเจอร์ของบริการ บริษัทสามารถออกแบบทุกอย่างได้เองตั้งแต่ชิปซิลิกอน ไปจนถึงระบบปฏิบัติการฝังตัว
จุดอ่อนของ AWS คือการอยู่คนเดียวไม่พึ่งใคร มีปัญหากับชุมชนโอเพนซอร์สอยู่เรื่อยๆ และหลายครั้งที่บริการในเครือตัวเองก็ตีกันเอง เพราะต่างทีมพัฒนากัน

Microsoft

เด่นเรื่องบริการที่ครบครัน รองรับแอพพลิเคชันหลากหลาย เช่น Oracle, SAP, VMware รวมถึงบริการใหม่ๆ สำหรับนักพัฒนา เช่น Azure DevOps, GitHub, Visual Studio Codespaces
ข้อด้อยคือมีสัดส่วน availability zones ต่อ regions ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งทั้ง 6 ราย และไม่มีการการันตีบริการว่าใช้งานได้, ค่าซัพพอร์ตแพง

Google

เด่นเรื่องโครงการโอเพนซอร์ส โดยเฉพาะ Kubernetes และ TensorFlow อีกทั้งเริ่มมีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นในช่วงปีหลังๆ เริ่มปิดช่องว่างกับ Azure ได้บ้างแล้ว
บริการด้านข้อมูล (big data, data science) ทำได้ดี แต่มีจุดอ่อนเรื่องการรองรับแอพกลุ่มองค์กร โดยเฉพาะ Oracle
Alibaba Cloud

บริการของ Alibaba Cloud เข้มแข็งมากในจีน และมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับหน่วยงานภาครัฐจีน แต่บริการคลาวด์นอกจีนกลับมีฟีเจอร์ไม่เท่ากับในจีน และเอกสารของ Alibaba Cloud มักอิงกับบริการในจีนเป็นหลัก
ลูกค้าของ Alibaba Cloud ชื่นชมเรื่องบริการวิเคราะห์ข้อมูลและฐานข้อมูล
Oralce

เร่งขยายพื้นที่บริการมากขึ้นในช่วงหลัง ออกแบบสถาปัตยกรรมคลาวด์ได้ดี
ส่วนแบ่งตลาดน้อย ฐานผู้ใช้ยังน้อย และความร่วมมือกับไมโครซอฟท์ อาจทำให้ลูกค้าเลือกใช้ Azure แทน เพราะมีซอฟต์แวร์ของ Oracle ให้ใช้เหมือนกัน

IBM

มีบริการที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น มีสถาปัตยกรรม Power ให้เช่าใช้, มีบริการขายโซลูชันจาก IBM Services โดยตรง, หันมาเน้นตลาดไฮบริดคลาวด์หรือคลาวด์เฉพาะทางแทน
สถาปัตยกรรมบางส่วนยังเก่า เพราะมีมรดกตกทอดมาจากในอดีต (เช่น SoftLayer) และยังขาดฟีเจอร์หลายอย่างเรื่องการจัดการตัวตน (identity and access management - IAM)
ยุทธศาสตร์การดันไฮบริดคลาวด์ผ่าน OpenShift ยังไม่เห็นผลมากนัก เพราะต้องอาศัยปัจจัยคลาวด์ยี่ห้ออื่นรองรับด้วย จึงจะใช้ได้ผล

Tencent Cloud

มีส่วนแบ่งตลาด IaaS ชนะ IBM และ Oracle แล้วด้วยซ้ำ และมีบริการในบางภูมิภาคที่ไม่มีใครทำ (เช่น รัสเซีย)
นอกจาก IaaS แล้วยังมีจุดเด่นเรื่องบริการคลาวด์สำหรับเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tencent เชี่ยวชาญ และมีบริษัทเกมจากโลกตะวันตกไปใช้งานเยอะ เพื่อให้ทำตลาดจีนได้ง่าย
จุดอ่อนคล้ายกับ Alibaba คือยังเน้นโฟกัสที่ตลาดจีนเป็นหลัก ตลาดนอกจีนใช้ศูนย์ข้อมูลของพาร์ทเนอร์แทน
ที่มา - Gartner (ต้องลงทะเบียน), AWS Blog


PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1552
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by PK-TYW » Wed Sep 16, 2020 6:27 pm

Amazon เปิดตัว Luxury Stores มาร์เกตเพลสสำหรับเสื้อผ้าแบรนด์หรูโดยเฉพาะ เป็นทางเลือกใหม่สำหรับแบรนด์เสื้อผ้าที่อยากนำเสนอความหรูหรา ของตัวเองให้ต่างจากเสื้อผ้า fast fashion โดยตอนนี้มีพาร์ทเนอร์แบรนด์แรกคือ Oscar de la Renta
Luxury Stores จะช่วยให้แบรนด์หรูสร้างประสบการณ์การซื้อที่ Amazon ใช้คำว่า store within a store ให้อำนาจแบรนด์ในการจัดการร้านค้า กำหนดราคาสินค้า โดยที่ยังเข้าถึงปริมาณผู้ใช้งานของ Amazon ที่มีอยู่มหาศาลได้ คนซื้อเมื่อเข้ามาเยี่ยมชมร้านค้าใน Luxury Stores จะสองเห็นเสื้อผ้าแบบ 360 องศาได้ด้วย
จนถึงตอนนี้ มีเฉพาะผู้ใช้งาน Prime ในสหรัฐฯ เท่านั้นที่เข้าดู Luxury Stores ได้ และต้องกด request access ก่อนด้วย

https://www.blognone.com/node/118465


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 929
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: AMZN - Amazon.com, Inc

Posts by pookii » Wed Sep 23, 2020 11:23 am

อัพเดทตัวเลขที่น่าสนใจบนโลกออนไลน์
ประชากรอินเตอร์เน็ตทั่วโลกตอนนี้ 4,500 ล้านคน แล้ว


ใน 1 นาทีบนโลกออนไลน์เกิดอะไรชึ้นบ้าง
ตลาด E-Commerce มีการใช้จ่ายสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์
Amazon รายเดียวมีการจัดส่งพัสดุภัณฑ์ 6,659 ชิ้น
Instagram มีคนโพส 347,222 Stories
YouTube มีคนอัพโหลด คลิปรวม 500 ชั่วโมง
Twitter มีบัญชีใหม่เพิ่ม 319 บัญชี
Facebook มีแชร์ 150,000 ข้อความ อัพโหลดภาพ 147,000 ภาพ

CR : DOMO , BrandAge Online
link : https://www.visualcapitalist.com/every- ... rnet-2020/


Post Reply