โพสต์ยอดนิยม
ความเสี่ยงของการลงทุนหุ้นต่างประเทศ/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
- Peter1011
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 465
- ผู้ติดตาม: 217
Re: MC
โพสต์ที่ 2
จากที่ผมได้เช็คในรายละเอียดการถือหุ้น MC ของ B-LTF บนรายงานประจำปีสิ้นสุดวันที่ 30.11.2025 พบว่า กองทุน B-LTF ยังมิได้มีการขายหุ้น MC ออกแต่อย่างใดนับจากวัน XD ล่าสุดในช่วง Q3 ครับ ยังคงถือไว้ทั้งหมด 10,446,500 หุ้น
UPDATE: B-BASICD-LTF ขาย MC ทิ้งทั้งหมดนับจากวัน XD ล่าสุดในช่วง Q3 ครับ
UPDATE: B-BASICD-LTF ขาย MC ทิ้งทั้งหมดนับจากวัน XD ล่าสุดในช่วง Q3 ครับ
"SI QUELQU'UN VOUS DIT QUE VOUS POUVEZ VOUS ENRICHIR AUTREMENT QUE PAR LE TRAVAIL ET L'ÉCONOMIE NE L'ÉCOUTEZ PAS C'EST UN EMPOISONNEUR"
-
Feudalz
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1344
- ผู้ติดตาม: 411
-
VIVICH
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 304
- ผู้ติดตาม: 259
Re: SIS
โพสต์ที่ 4
เพิ่มเติมข้อมูลค่ะ เทียบ AWS Validated Qualifications ของ SIS กับ Synex มีรายละเอียดตามนี้ค่ะsai เขียน: ↑พฤหัสฯ. ก.พ. 12, 2026 10:24 am700 แล้วครับเพิ่งจะผ่าน 600 หยกๆ speed เริ่มดีขึ้นมากเลยครับ ขอให้ไปถึง 1,000 customer ไวๆครับ
SiS Distribution (Thailand) PCL.
AWS Validated Qualifications:
AWS COMPETENCIES (2):
• Storage Consulting Competency
• Migration and Modernization Consulting Competency
PARTNER PROGRAMS (5):
• Select Tier Training
• Advanced Tier Services
• Authorized Training Partner
• AWS Distributor
• Backed by AWS Support
AWS SERVICE VALIDATIONS (1):
• Amazon EC2 for Windows Server Delivery
AWS CERTIFICATIONS (10):
• AWS Certified Advanced Networking - Specialty
• AWS Certified Developer - Associate
• AWS Certified Security - Specialty
• AWS Certified Cloud Practitioner
• AWS Certified Solutions Architect - Associate
• AWS Certified SysOps Administrator - Associate
• AWS Certified Solutions Architect - Professional
• AWS Certified Data Engineer - Associate
• AWS Certified AI Practitioner
• AWS Certified DevOps Engineer - Professional
Synnex (Thailand) Public Company Limited
AWS Validated Qualifications:
PARTNER PROGRAMS (2):
• Advanced Tier Services
• AWS Distributor
AWS CERTIFICATIONS (1):
• AWS Certified AI Practitioner
ตอนนี้ข้อมูลจากในเวบของ AWS Synnex ซึ่งเริ่มมาเป็น distributor ได้ 1ปี มีลูกค้า 20+ ค่ะ
กว่า SIS จะสร้างทีมขึ้นมาต้องใช้เวลา จึงไม่แปลกใจที่ทาง AWS ส่งรายชื่อให้ทาง SIS ดำเนินการ ซึ่งส่วนสำคัญคือ ทาง SIS มี Migration and Modernization Consulting Competency AWS Validated Qualifications ที่พร้อมกว่าค่ะ
- ThekopChamp
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 584
- ผู้ติดตาม: 224
Re: OKJ
โพสต์ที่ 5
ผมคนเชียงใหม่ จากปากเพื่อนๆหลายคน ก็บอกว่าความคุ้มค่าลดลง ราคาแพง พูดเหมือนกันเลยครับA464838 เขียน: ↑อังคาร ก.พ. 10, 2026 10:24 amส่วนตัวเคยกิน OKJ ตั้งแต่ช่วงแรก ตอนที่มี 2-3 สาขา ที่เชียงใหม่ ตอนนั้นใครๆ ก็ว่าร้านนี้คุ้มค่ามากพอขยายมากรุงเทพช่วงแรก ก็ยังถือว่าดีใกล้เคียงกันอยู่แต่ปัจจุบันคิดว่าแนวคิด แนวทางของผู้บริหาร โดยเฉพาะช่วงหลังขายหุ้นให้ OR คงเปลี่ยนจากช่วงแรกที่คนส่วนใหญ่ชื่นชอบไปเยอะครับ ดูจากแบรนด์หรูใหม่ๆ และการตั้งราคา , ราคาสูงขึ้น แต่ให้แต่ผักเยอะ ความคุ้มค่าน้อยลง ฯลฯ
-
EAKEPON
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 475
- ผู้ติดตาม: 63
- NaughtyMacgie
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 733
- ผู้ติดตาม: 71
Re: KAMART
โพสต์ที่ 7
Winning with Confidence! CATHY DOLL คว้ารางวัลใหญ่จาก ELLE Best Of Beauty 2025 .
โดยมี คุณวงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับรางวัลอันทรงเกียรติจาก ELLE Best Of Beauty 2025 ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบิวตี้ด้วย 3 ไอเทมสุดฮอต:.
CATHY DOLL Hydrofill Sun Serum SPF50+ PA++++: รางวัล Best Face Care (Sunscreen) กันแดดเนื้อเซรั่มที่เติมน้ำให้ผิวพร้อมบำรุงด้วย 2% Niacinamide
CATHY DOLL Reju C Glass Skin Cream: รางวัล Best Face Care (Moisturizer) ครีมหน้ากระจกตัวดังที่มี 0.2% PDRN ฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำวาวแบบงานผิวเกาหลี
CATHY DOLL Vit C Plumping Lip Oil (01 Apple Darling): รางวัล Best Lipstick & Lip Care ลิปออยล์ปากจือ บำรุงล้ำลึกพร้อมสีสวยเป็นธรรมชาติ.ขอบคุณ ELLE Thailand และผู้ใช้ทุกคนที่ไว้วางใจให้ CATHY DOLL ดูแลผิวของคุณ
Winning with Confidence! CATHY DOLL Triumphs at ELLE Best Of Beauty 2025 .Mr. Wongwiwat Theekhakhirikul, Managing Director of Karmart Public Company Limited, proudly accepted the prestigious awards at the ELLE Best Of Beauty 2025. This achievement reinforces Cathy Doll's position as a beauty leader with three award-winning "hot items":. CATHY DOLL Hydrofill Sun Serum SPF50+ PA++++: Winner of Best Face Care (Sunscreen). A serum-textured sunscreen that hydrates the skin while nourishing with 2% Niacinamide.
CATHY DOLL Reju C Glass Skin Cream: Winner of Best Face Care (Moisturizer). The famous "Glass Skin" cream featuring 0.2% PDRN for a rejuvenated, radiant Korean-style glow.
CATHY DOLL Vit C Plumping Lip Oil (01 Apple Darling): Winner of Best Lipstick & Lip Care. A deep-nourishing lip oil that delivers a "plump" look and a beautiful, natural tint..Thank you, ELLE Thailand, and all our supporters for trusting CATHY DOLL to care for your skin.
#CATHYDOLL #ELLEBestOfBeauty2025 #CATHYDOLLHydrofillSunSerum #CATHYDOLLRejuCGlassSkinCream #CATHYDOLLVitCPlumpingLipOil #BeautyAwards
https://www.facebook.com/CathyDollSkincare
โดยมี คุณวงศ์วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนรับรางวัลอันทรงเกียรติจาก ELLE Best Of Beauty 2025 ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบิวตี้ด้วย 3 ไอเทมสุดฮอต:.
CATHY DOLL Hydrofill Sun Serum SPF50+ PA++++: รางวัล Best Face Care (Sunscreen) กันแดดเนื้อเซรั่มที่เติมน้ำให้ผิวพร้อมบำรุงด้วย 2% Niacinamide
CATHY DOLL Reju C Glass Skin Cream: รางวัล Best Face Care (Moisturizer) ครีมหน้ากระจกตัวดังที่มี 0.2% PDRN ฟื้นฟูผิวให้ฉ่ำวาวแบบงานผิวเกาหลี
CATHY DOLL Vit C Plumping Lip Oil (01 Apple Darling): รางวัล Best Lipstick & Lip Care ลิปออยล์ปากจือ บำรุงล้ำลึกพร้อมสีสวยเป็นธรรมชาติ.ขอบคุณ ELLE Thailand และผู้ใช้ทุกคนที่ไว้วางใจให้ CATHY DOLL ดูแลผิวของคุณ
Winning with Confidence! CATHY DOLL Triumphs at ELLE Best Of Beauty 2025 .Mr. Wongwiwat Theekhakhirikul, Managing Director of Karmart Public Company Limited, proudly accepted the prestigious awards at the ELLE Best Of Beauty 2025. This achievement reinforces Cathy Doll's position as a beauty leader with three award-winning "hot items":. CATHY DOLL Hydrofill Sun Serum SPF50+ PA++++: Winner of Best Face Care (Sunscreen). A serum-textured sunscreen that hydrates the skin while nourishing with 2% Niacinamide.
CATHY DOLL Reju C Glass Skin Cream: Winner of Best Face Care (Moisturizer). The famous "Glass Skin" cream featuring 0.2% PDRN for a rejuvenated, radiant Korean-style glow.
CATHY DOLL Vit C Plumping Lip Oil (01 Apple Darling): Winner of Best Lipstick & Lip Care. A deep-nourishing lip oil that delivers a "plump" look and a beautiful, natural tint..Thank you, ELLE Thailand, and all our supporters for trusting CATHY DOLL to care for your skin.
#CATHYDOLL #ELLEBestOfBeauty2025 #CATHYDOLLHydrofillSunSerum #CATHYDOLLRejuCGlassSkinCream #CATHYDOLLVitCPlumpingLipOil #BeautyAwards
https://www.facebook.com/CathyDollSkincare
-
narongthb
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 3367
- ผู้ติดตาม: 232
- sai
- สมาชิกกิตติมศักดิ์
- โพสต์: 4300
- ผู้ติดตาม: 641
Re: SPVI
โพสต์ที่ 10
งบ SPVI q4/2025 และ งวดปี 2568 เป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ต้องขอบคุณผู้บริหารและทีมงานทุกท่านของบริษัทมากๆครับ ถ้าดูผ่านๆ แค่บรรทัดสุดท้าย (Net Profit) คุณอาจจะเห็นแค่ว่า "อ๋อ ก็โตดีนะ"
แต่ถ้า "เจาะไส้ใน" จริงๆ... งบตัวนี้มี Something ที่น่าสนใจมากครับ!
เรามาดูตัวเลขสำคัญที่ผมสรุปมาให้ครับ (เทียบ YoY ปี 68 vs 67):
1. Top Line โตดีมาก (Revenue Growth)
รายได้รวมปี 2568 จบที่ 8,361.99 ล้านบาท โตขึ้น +22.41%
เฉพาะ Q4/68 ไตรมาสเดียว ฟาดไป 2,443.48 ล้านบาท โต +31.18%
Key Insight: นี่ไม่ใช่การเติบโตแบบธรรมดา แต่มันมาจาก Organic ล้วนๆ สินค้า iPhone 17 Series ที่เปิดตัวปลาย Q3 ได้รับการตอบรับดีมากปปีนี้กำลังซื้อในหลายๆภาคส่วนก็หดตัวเหมือนอย่างที่ทุกคนรู้กันครับ แสดงว่าสินค้าเกี่ยวกับหมวดโทรศัพท์และไอทีมันยังเป็นความจำเป็นจริงๆนี่ถ้าเกิด GDP เกิดโตดี ผมว่าจริงๆมันจะโตได้มากกว่านี้อีกในปีนี้ครับ
2. กำไรขั้นต้น (GPM)
กำไรขั้นต้น Q4/68 อยู่ที่ 263.02 ล้านบาท (+43.65% YoY)
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับจาก 9.91% มาเป็น 10.83% เริ่มกลับมายืนระยะ 2 หลักเหมือนสมัยก่อนได้แบบค่อนข้างแน่นอนแล้วครับ
Key Insight: Margin ดีขึ้นแปลว่าบริษัทมีอำนาจต่อรองครับ ได้ส่วนลดจาก Supplier มากขึ้น ไม่ใช่แค่ขายเยอะแต่ขายแล้ว "เหลือ" เยอะขึ้นด้วย
3. ไฮไลท์สำคัญ: กำไรที่ซ่อนอยู่ (The Hidden Gem)
ตรงนี้สำคัญครับ! บรรทัดสุดท้าย Q4/68 โชว์กำไรสุทธิ 30.04 ล้านบาท (+126.55% YoY) ดูเหมือนเยอะใช่ไหมครับ?
แต่... ในงบมีรายการ "ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์" (Impairment Loss) ก้อนโตถึง 44.43 ล้านบาท
รายการนี้เป็นรายการทางบัญชี (Non-cash) คือไม่ได้ควักเงินสดจ่ายจริง แต่ตัดตัวเลขเพื่อความ Conservative (ปิดสาขาที่ไม่ทำเงิน)
ถ้าเราลองบวกกลับ
กำไร 30 ลบ. + 35.54 (ด้อยค่า 44.43 ลบ.*.8=35.54 = กำไรจากการดำเนินงานจริงควรจะอยู่ที่ราวๆ 65.54 ล้านบาท!!
นี่คือระดับ New High ของการดำเนินงานในรอบหลายปีแล้วครับ ตลาดอาจจะตกใจตัวเลขบรรทัดสุดท้าย แต่ VI ต้องมองทะลุบรรทัดนี้ครับ
4. ประสิทธิภาพหมุนเงิน (Efficiency)
Cash Cycle (วงจรเงินสด) ปี 2568 เหลือแค่ 11 วัน!! (จากปีก่อน 21 วัน)
Key Insight: ขายของเร็ว เก็บเงินไว สต็อกไม่บวมจนเน่า นี่คือสัญญาณของธุรกิจค้าปลีกที่ Lean และบริหารจัดการได้ยอดเยี่ยมครับ
สรุปมุมมองส่วนตัว:
งบปี 2568 ของ SPVI รอบนี้ คือการ "ล้างบ้าน" ครั้งใหญ่ครับ ตัดเนื้อร้าย (สาขาไม่ทำเงิน) ทิ้งไปในไตรมาส 4 ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิโดนกดลงมา แต่เนื้อในของการดำเนินงาน (Core Business) แข็งแกร่งมาก
ปี 2569 หวังว่าจะเป็นปีทองต่อไปนะครับขอบคุณครับ
#SPVI #หุ้นVI #แกะงบการเงิน #ลงทุนหุ้น #ValueInvestor
(Disclaimer: เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากงบการเงินในอดีตเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหุ้นนะครับ ผู้ลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณครับ)
แต่ถ้า "เจาะไส้ใน" จริงๆ... งบตัวนี้มี Something ที่น่าสนใจมากครับ!
เรามาดูตัวเลขสำคัญที่ผมสรุปมาให้ครับ (เทียบ YoY ปี 68 vs 67):
รายได้รวมปี 2568 จบที่ 8,361.99 ล้านบาท โตขึ้น +22.41%
เฉพาะ Q4/68 ไตรมาสเดียว ฟาดไป 2,443.48 ล้านบาท โต +31.18%
กำไรขั้นต้น Q4/68 อยู่ที่ 263.02 ล้านบาท (+43.65% YoY)
อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับจาก 9.91% มาเป็น 10.83% เริ่มกลับมายืนระยะ 2 หลักเหมือนสมัยก่อนได้แบบค่อนข้างแน่นอนแล้วครับ
ตรงนี้สำคัญครับ! บรรทัดสุดท้าย Q4/68 โชว์กำไรสุทธิ 30.04 ล้านบาท (+126.55% YoY) ดูเหมือนเยอะใช่ไหมครับ?
แต่... ในงบมีรายการ "ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์" (Impairment Loss) ก้อนโตถึง 44.43 ล้านบาท
รายการนี้เป็นรายการทางบัญชี (Non-cash) คือไม่ได้ควักเงินสดจ่ายจริง แต่ตัดตัวเลขเพื่อความ Conservative (ปิดสาขาที่ไม่ทำเงิน)
กำไร 30 ลบ. + 35.54 (ด้อยค่า 44.43 ลบ.*.8=35.54 = กำไรจากการดำเนินงานจริงควรจะอยู่ที่ราวๆ 65.54 ล้านบาท!!
นี่คือระดับ New High ของการดำเนินงานในรอบหลายปีแล้วครับ ตลาดอาจจะตกใจตัวเลขบรรทัดสุดท้าย แต่ VI ต้องมองทะลุบรรทัดนี้ครับ
Cash Cycle (วงจรเงินสด) ปี 2568 เหลือแค่ 11 วัน!! (จากปีก่อน 21 วัน)
งบปี 2568 ของ SPVI รอบนี้ คือการ "ล้างบ้าน" ครั้งใหญ่ครับ ตัดเนื้อร้าย (สาขาไม่ทำเงิน) ทิ้งไปในไตรมาส 4 ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิโดนกดลงมา แต่เนื้อในของการดำเนินงาน (Core Business) แข็งแกร่งมาก
ปี 2569 หวังว่าจะเป็นปีทองต่อไปนะครับขอบคุณครับ
#SPVI #หุ้นVI #แกะงบการเงิน #ลงทุนหุ้น #ValueInvestor
(Disclaimer: เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากงบการเงินในอดีตเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการซื้อขายหุ้นนะครับ ผู้ลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณครับ)
Small Details Make a Big Difference
-
Mr.CHANOPPS
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 112
- ผู้ติดตาม: 8
- Choice37
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 2345
- ผู้ติดตาม: 164
Re: M
โพสต์ที่ 12
ศึกร้านบุฟเฟต์เดือด "สุกี้ตี๋น้อย" ไตรมาส 4 กำไรเหลือ 57 ล้าน ลดลง 389%
.บริษัทบีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) ที่ก่อตั้งโดย คุณเฟิร์น นัทธมน พิศาลกิจวนิช สรุปปี 2568 ธุรกิจร้านสุกี้ตี๋น้อย, ตี๋น้อย BBQ และตี๋น้อย Gold มียอดขายรวม 9,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% กำไร 860 ล้านบาท ลดลง 35.9%
.ย้อนดูรายได้และกำไร “สุกี้ตี๋น้อย”.
– ปี 2563 รายได้ 1,223 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท
– ปี 2564 รายได้ 1,572 ล้านบาท กำไร 148 ล้านบาท
– ปี 2565 รายได้ 3,976 ล้านบาท กำไร 591 ล้านบาท
– ปี 2566 รายได้ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท
– ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,168 ล้านบาท.
สรุปจำนวนลูกค้ามาใช้บริการ “สุกี้ตี๋น้อย”
.– ปี 2567 จำนวน 26,403,942 คน
– ปี 2568 จำนวน 35,991,635 คน เพิ่มขึ้น 36.3%
.#ศึกบุฟเฟต์แข่งเดือดปี2568กำไรลดลงทุกไตรมาส
.สรุปตัวเลขกำไรของ "สุกี้ตี๋น้อย" มาจากการรายงานผลประกอบการของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วมและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นในสัดส่วน 30% ใน BNN
.ปี 2568 เจมาร์ทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นใน "สุกี้ตี๋น้อย" สัดส่วน 30% คิดเป็นจำนวน 258 ล้านบาท (จากผลกำไรสุทธิรวม 860 ล้านบาท) ขณะที่ปี 2567 ได้รับส่วนแบ่งกำไร 350.7 ล้านบาท (จากผลกำไรสุทธิรวม 1,169 ล้านบาท).
เห็นได้ว่า "กำไร" สุกี้ตี๋น้อย" ปี 2568 ลดลงทุกไตรมาส เมื่อเทียบปี 2567.
ปี 2567
ไตรมาส 1 กำไร 277 ล้านบาท
ไตรมาส 2 กำไร 333 ล้านบาท
ไตรมาส 3 กำไร 280 ล้านบาท
ไตรมาส 4 กำไร 279 ล้านบาท.
ปี 2568
ไตรมาส 1 กำไร 271 ล้านบาท ลดลง 2.1%
ไตรมาส 2 กำไร 311 ล้านบาท ลดลง 6.7%
ไตรมาส 3 กำไร 221 ล้านบาท ลดลง 21%
ไตรมาส 4 กำไร 57 ล้านบาท ลดลง 389%.
แม้ปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยทำยอดขายรวมเติบโต 30.3% จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น แต่หากดูการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 3.9% มาจากปัจจัยธุรกิจร้านอาหารแข่งขันค่อนข้างรุนแรงและมีการจัดโปรโมชั่นกันอย่างต่อเนื่อง.
โดยเฉพาะการแข่งขันในธุรกิจร้านสุกี้ ที่เจ้าใหญ่อย่าง MK เปิดให้บริการบุฟเฟต์ 299 บาท รวมทั้งเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "โบนัสสุกี้" เข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับ "สุกี้ตี๋น้อย" .
ปี 2569 “สุกี้ตี๋น้อย” ยังเดินหน้าขยายสาขาจำนวนมาก ในทุกภาคทั่วประเทศ โดยวางแผนเปิดสาขาใหม่ "ทุกสัปดาห์" .ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สุกี้ตี๋น้อย มีสาขาทั้งหมด 93 สาขา สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) จำนวน 9 สาขา และ Teenoi Gold (บุฟเฟต์พรีเมียม) จำนวน 1 สาขา รวมทั้งสิ้น 103 สาขา
ปัจจุบัน "สุกี้ตี๋น้อย" เปิดให้บริการแล้วใน 30 จังหวัด ภายในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 23 จังหวัด
ปล M ประกาศงบ 26 กพ
.บริษัทบีเอ็นเอ็น เรสเตอรองท์ กรุ๊ป จำกัด (BNN) เจ้าของธุรกิจร้านอาหาร “สุกี้ตี๋น้อย” (Suki Teenoi) ที่ก่อตั้งโดย คุณเฟิร์น นัทธมน พิศาลกิจวนิช สรุปปี 2568 ธุรกิจร้านสุกี้ตี๋น้อย, ตี๋น้อย BBQ และตี๋น้อย Gold มียอดขายรวม 9,147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% กำไร 860 ล้านบาท ลดลง 35.9%
.ย้อนดูรายได้และกำไร “สุกี้ตี๋น้อย”.
– ปี 2563 รายได้ 1,223 ล้านบาท กำไร 140 ล้านบาท
– ปี 2564 รายได้ 1,572 ล้านบาท กำไร 148 ล้านบาท
– ปี 2565 รายได้ 3,976 ล้านบาท กำไร 591 ล้านบาท
– ปี 2566 รายได้ 5,244 ล้านบาท กำไร 913 ล้านบาท
– ปี 2567 รายได้ 7,075 ล้านบาท กำไร 1,168 ล้านบาท.
สรุปจำนวนลูกค้ามาใช้บริการ “สุกี้ตี๋น้อย”
.– ปี 2567 จำนวน 26,403,942 คน
– ปี 2568 จำนวน 35,991,635 คน เพิ่มขึ้น 36.3%
.#ศึกบุฟเฟต์แข่งเดือดปี2568กำไรลดลงทุกไตรมาส
.สรุปตัวเลขกำไรของ "สุกี้ตี๋น้อย" มาจากการรายงานผลประกอบการของ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเงินลงทุนในบริษัทร่วมและรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นในสัดส่วน 30% ใน BNN
.ปี 2568 เจมาร์ทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้นใน "สุกี้ตี๋น้อย" สัดส่วน 30% คิดเป็นจำนวน 258 ล้านบาท (จากผลกำไรสุทธิรวม 860 ล้านบาท) ขณะที่ปี 2567 ได้รับส่วนแบ่งกำไร 350.7 ล้านบาท (จากผลกำไรสุทธิรวม 1,169 ล้านบาท).
เห็นได้ว่า "กำไร" สุกี้ตี๋น้อย" ปี 2568 ลดลงทุกไตรมาส เมื่อเทียบปี 2567.
ปี 2567
ไตรมาส 1 กำไร 277 ล้านบาท
ไตรมาส 2 กำไร 333 ล้านบาท
ไตรมาส 3 กำไร 280 ล้านบาท
ไตรมาส 4 กำไร 279 ล้านบาท.
ปี 2568
ไตรมาส 1 กำไร 271 ล้านบาท ลดลง 2.1%
ไตรมาส 2 กำไร 311 ล้านบาท ลดลง 6.7%
ไตรมาส 3 กำไร 221 ล้านบาท ลดลง 21%
ไตรมาส 4 กำไร 57 ล้านบาท ลดลง 389%.
แม้ปี 2568 สุกี้ตี๋น้อยทำยอดขายรวมเติบโต 30.3% จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น แต่หากดูการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ลดลง 3.9% มาจากปัจจัยธุรกิจร้านอาหารแข่งขันค่อนข้างรุนแรงและมีการจัดโปรโมชั่นกันอย่างต่อเนื่อง.
โดยเฉพาะการแข่งขันในธุรกิจร้านสุกี้ ที่เจ้าใหญ่อย่าง MK เปิดให้บริการบุฟเฟต์ 299 บาท รวมทั้งเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "โบนัสสุกี้" เข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับ "สุกี้ตี๋น้อย" .
ปี 2569 “สุกี้ตี๋น้อย” ยังเดินหน้าขยายสาขาจำนวนมาก ในทุกภาคทั่วประเทศ โดยวางแผนเปิดสาขาใหม่ "ทุกสัปดาห์" .ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 สุกี้ตี๋น้อย มีสาขาทั้งหมด 93 สาขา สาขา Teenoi BBQ (บุฟเฟต์ปิ้งย่าง) จำนวน 9 สาขา และ Teenoi Gold (บุฟเฟต์พรีเมียม) จำนวน 1 สาขา รวมทั้งสิ้น 103 สาขา
ปัจจุบัน "สุกี้ตี๋น้อย" เปิดให้บริการแล้วใน 30 จังหวัด ภายในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 23 จังหวัด
ปล M ประกาศงบ 26 กพ
- shakirs marong
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 106
- ผู้ติดตาม: 69
Re: STA
โพสต์ที่ 14
1. สัดส่วนการนำเข้าน้ำมัน (Import Share)
3. ผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางปิโตรเคมี
การได้รับน้ำมันดิบราคาถูก (Discounted Sanctioned Crude) เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้จีนได้เปรียบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องดังนี้:
สรุปแหล่งข่าวอ้างอิง: ข้อมูลเหล่านี้รวบรวมจากรายงานของ Kpler, Vortexa, Bloomberg และ Center on Global Energy Policy (Columbia University) ในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2026 ครับ
มุมมองส่วนตัว ส่วนลดจากจีนนำเข้าจากเวเน ที่หายไป ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาตกรรม ปิโตรเคมีของจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ ปิโตรเคมีไทย และราคายางสังเคราะห์ก็จะ อาจจะไม่ได้ มีราคาถูกเหมือนแต่ก่อน ก็จะทำให้สินค้ายางพารา อาจจะไม่ได้มีราคาต่ำ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ถ้าในช่วง Supply ปกติ และช่วง Supply ขาด. ราคาอาจจะเร่งตัวขึ้นได้ด้วยซ้ำ
- ในมุมของเวเนซุเอลา: จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด โดยรับซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาสูงถึง 50% - 89% ของการส่งออกทั้งหมดของเวเนซุเอลา (ข้อมูลปี 2025)
- ในมุมของจีน: น้ำมันจากเวเนซุเอลาคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3% - 4.5% ของการนำเข้าน้ำมันทางเรือทั้งหมดของจีน หรือประมาณ 389,000 - 470,000 บาร์เรลต่อวัน (bpd)
- แนวโน้มปี 2026: คาดการณ์ว่าการนำเข้าอาจลดลงอย่างรุนแรงถึง 74-75% (เหลือเพียงประมาณ 166,000 bpd ในช่วงกุมภาพันธ์ 2026) เนื่องจากการที่สหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในการควบคุมการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลามากขึ้นหลังการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล
- อดีต (ก่อนปี 2026): โรงกลั่นอิสระของจีน (Teapot Refineries) เคยได้ส่วนลดสูงถึง $13 - $15 ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมหาศาล
- ปัจจุบัน (ต้นปี 2026): หลังจากสหรัฐฯ เข้ามาควบคุมและออกใบอนุญาตการค้า (OFAC licenses) ส่วนลดนี้ลดลงอย่างมาก เหลือเพียงประมาณ $5 ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มว่าจะต้องซื้อในราคาตลาดโลก (Market Price) มากขึ้นในอนาคต
3. ผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันทางปิโตรเคมี
การได้รับน้ำมันดิบราคาถูก (Discounted Sanctioned Crude) เป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้จีนได้เปรียบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องดังนี้:
- ลดต้นทุนวัตถุดิบ (Feedstock Cost): โรงกลั่น Teapot ในมณฑลซานตงใช้ราคาส่วนลดนี้ในการผลิตแนฟทา (Naphtha) และน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นของสายปิโตรเคมี ทำให้เม็ดพลาสติกและผลิตภัณฑ์ส่งออกของจีนมีราคาถูกกว่าคู่แข่งในตลาดโลก
- ความได้เปรียบในสายการผลิต: โดยเฉพาะกลุ่ม Bitumen (ยางมะตอย) และน้ำมันหนัก ซึ่งน้ำมันจากเวเนซุเอลา (เช่นเกรด Merey) เหมาะสมมากในการผลิตผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ทำให้จีนครองตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ในราคาที่แข่งขันได้สูง
- ความเสี่ยงในปัจจุบัน: เมื่อส่วนลดหายไป (จาก $15 เหลือ $5 หรือน้อยกว่า) จะทำให้ Margin ของโรงกลั่นและผู้ผลิตปิโตรเคมีจีนแคบลง ส่งผลให้ราคาสินค้าส่งออกปิโตรเคมีของจีนอาจต้องปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก
สรุปแหล่งข่าวอ้างอิง: ข้อมูลเหล่านี้รวบรวมจากรายงานของ Kpler, Vortexa, Bloomberg และ Center on Global Energy Policy (Columbia University) ในช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2026 ครับ
มุมมองส่วนตัว ส่วนลดจากจีนนำเข้าจากเวเน ที่หายไป ทำให้ความสามารถในการแข่งขันในอุตสาตกรรม ปิโตรเคมีของจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ ปิโตรเคมีไทย และราคายางสังเคราะห์ก็จะ อาจจะไม่ได้ มีราคาถูกเหมือนแต่ก่อน ก็จะทำให้สินค้ายางพารา อาจจะไม่ได้มีราคาต่ำ เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ถ้าในช่วง Supply ปกติ และช่วง Supply ขาด. ราคาอาจจะเร่งตัวขึ้นได้ด้วยซ้ำ
-
A445838
Re: KLINIQ
โพสต์ที่ 15
เป้าหมายการเติบโตและผลการดำเนินงาน
- บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 20%
- ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตประมาณ 20% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
- ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักกว่า 60% ยังมาจากแบรนด์ THE KLINIQUE ซึ่งจับกลุ่มลูกค้า Gen X และกลุ่มระดับบน (High-end)
- การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "Acne Labs" เพื่อเน้นการรักษาโรคผิวหนังและสิวโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้า Gen Z และกลุ่มที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย
- มีการใช้กลยุทธ์ความหลากหลายของแบรนด์ (Multi-brand portfolio) เช่น L.A.B.X เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่มีอายุน้อยลงและต้องการหัตถการที่ไม่ซับซ้อนในราคาที่เข้าถึงง่าย
- ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้ารวมทุกแบรนด์ประมาณ 500,000 ราย
- ขยายสาขาครอบคลุมทั้งหัวเมืองหลักและหัวเมืองรองในต่างจังหวัด เช่น เชียงราย อุดรธานี และระยอง
- ข้อมูลจากฐานข้อมูลพบว่าพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในต่างจังหวัดมีความใกล้เคียงกับลูกค้าในกรุงเทพฯ (Urbanization) และมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- สัดส่วนรายได้จากลูกค้ากรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในปัจจุบันมีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50:50
- อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเพื่อดำเนินธุรกิจในรูปแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) โดยพันธมิตรจะเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างและบริษัทเป็นผู้เช่าพื้นที่
- ทำเลที่ตั้งคาดว่าจะอยู่ในเขตศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ เพื่อการเข้าถึงที่สะดวก
- วางแผนเปิดให้บริการในช่วงปี 2570 - 2571
- เป้าหมายเพื่อรองรับการศัลยกรรมที่ซับซ้อนซึ่งต้องมีการพักค้างคืน เช่น การตัดหนังหน้าท้อง และการดึงหน้า ซึ่งศูนย์ศัลยกรรมเดิมที่สยามสแควร์ยังไม่สามารถรองรับได้
- มุ่งเน้นรองรับกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่มองว่าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub)
- บุคลากรทางการแพทย์: มีการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม (Academy) เพื่อพัฒนาทักษะแพทย์และพยาบาลอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยากรต่างประเทศ
- เงินลงทุนในเทคโนโลยี: ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา บริษัทลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับมาตรฐานสากล (Gold Standard) ไปแล้วกว่า 1,600 ล้านบาท
- การบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM): มีระบบการดูแลลูกค้าที่ครบวงจรตั้งแต่เริ่มรับบริการจนถึงโปรแกรมสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Royalty Program)
- ความได้เปรียบด้านเงินทุน: การเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีกว่าคู่แข่งรายย่อย
- ปรับเปลี่ยนทิศทางจากการเป็นเพียงคลินิกความงาม สู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและความยั่งยืนจากภายใน
- ขยายบริการด้านการให้วิตามินเฉพาะบุคคล และโปรแกรม Facial Longevity เพื่อชะลอความเสื่อมตามวัยในระดับโครงสร้างผิวและกระดูก
- มุ่งเน้นการตอบโจทย์คุณภาพชีวิต (Quality of Life) เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
- บริษัทรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของเทคโนโลยีด้วยการส่งทีมแพทย์ทำวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์และยาอย่างสม่ำเสมอ
- เน้นการลงทุนในเครื่องมือที่เป็นมาตรฐานหลักเพื่อลดความเสี่ยงจากการตกรุ่นของเทคโนโลยีที่ไม่ได้รับความนิยมในระยะยาว
- UP150
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 14
- ผู้ติดตาม: 11
Re: EPG
โพสต์ที่ 18
ถ้าใครกำลังมองหาหุ้นที่ต้นทุน PE ตลาดหุ้นไทย แต่ยอดขายโตไปกับทั้งโลกคิดว่า EPG น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีครับ เพราะยอดขายธุรกิจหลักทั้งฉนวนและชิ่นส่วนยานยนตร์มีฐานการขายที่มีอยู่ทั่วโลก ตัวฉนวนเองก็เติบโตไปกับ theme ใหญ่ของโลก 2 อันคือ data center กับ energy saving เพราะต้องใช้ทำระบบความเย็น ทำระบบลม ส่วนชิ้นส่วนเป็น part ข้างนอกไม่ว่าจะเป็นรถสันดาปหรือ EV ก็ใช้ได้ทั้งนั้น
.
หลายปีที่ผ่านมา EPG เจ็บหนักจากการเปิดบริษัทร่วมใน South Africa ที่มีปัญหาในการผลิตจนต้องตั้งสำรอง ECL มาหลายร้อยล้าน แต่ตอนนี้โรงงานแก้ปัญหาได้แล้ว ไม่มี ECL แล้ว แถมยังเริ่มกลับรายการที่ตั้งสำรองไปได้ ส่วนอีกอันที่เจ็บตัวคือการไป acquire เครือข่ายตกแต่งกระบะที่ Australia ส่วนที่เป็น retail ยิ่งขยายยิ่งขาดทุน จนตอนเลิกกิจการนี้ที่อเมริกา แต่การ stop loss ตรงนี้กลับเป็นผลดีเพราะถึงยอดขายจะลดลงแต่ margin ดีขึ้น แถมได้ by product มาตัวนึงคือโช้ค 4 way suspension ที่ทางบริษัทบอกว่ากำไรต่อชิ้นดีมากและกำลังขยายการส่งออกสินค้าตัวนี้ไปทั่วโลก ดูๆ แล้วแอบหวังให้เป็นหุ้น growth ที่ไม่ต้องแคร์ demand หรือเศรษฐกิจในประเทศได้เลย
.
Review Net Profit
EPG กำไรที่หักรายการพิเศษ (FX - ECL) ในไตรมาสนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส ส่วน GPM เฉลี่ย 3 ไตรมาส 33.7% อันนี้คือดีที่สุดในรอบ 4 ปี ถ้าระดับนี้ยืนเป็น base line ได้ กำไรในไตรมาสถัดๆ ไปน่าจะยิ่งดีขึ้นเพราะ Q3 (Oct -Dec) เป็น low season ที่โรงงาน ตปท หยุดเยอะ
.
ทำไม Margin ดี
เพราะส่วนฉนวน Aeroflex ที่อเมริกาเริ่มขึ้นราคาสินค้าแล้วหลังจาก absorb ค่าภาษีให้ลูกค้าในช่วงแรก แต่ demand ก็ยังไม่ตก แถมต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลงด้วย ฝั่ง Aeroflex เลยโตทั้งยอดและ margin เสียอย่างเดียวว่าบาทแข็งไม่งั้นน่าเห็นตัวเลขสวยกว่านี้อีก
.
ชิ้นส่วนรถยนต์ ยอดขายตก แต่ margin ดีขึ้น เพราะคุมค่าใช้จ่ายส่วน retail ได้ดีขึ้น แถมมีสินค้า margin สูงอย่าง 4 way มาเป็นพี่เลี้ยงให้
.
แก้ว ถ้วย พลาสติก EPP ยอดขายโต 12% แต่ต้นทุนหลักอย่างเม็ด PET ราคาลง 10% YoY เลยได้สองเด้ง เรื่องยอดขายทางผู้บริหารเคยให้กลยุทธ์ไว่้ว่าจะหลบตลาดยี่ปั๊วมาเน้นดีลตรงกับโรงงานอาหาร ถ้ายอดขายได้ base line ตามนี้ก็น่าเป็น cashcow business ที่ดีได้ยาวไป เด๋วไปถามเพิ่มใน opp day
.
Upside ที่ซ่อนไว้
.
EPG จะเปิดโรงงานใหม่ที่ทำชิ้นส่วนให้ค่ายญี่ปุ่นที่ South Africa อันนี้เปิดเอง คุมเอง ไม่น่ามีปัญหาเหมือน JV ที่ผ่านมา แผนคือ test operation run Q1-Q2 ปีนี้ ถ้าเดินเครื่องเต็ม ส่วนนี้ก็เข้ามาเพิ่มในยอดขายฝั่ง AKS ในครึ่งปีหลังได้ อีกตัวที่แอบหวังคือ ATD ที่เคยเป็นผู้ร้านคดี ECL ทางบริษัทมี target sales ประมาณ 100 M. USD ตอนนี้เริ่มมีกำไรแล้ว ถ้ากำไรเป็นรูปเป็นร่างได้ก็น่าจะเพิ่มกำไรจากบริษัทลูกได้ ส่วน SGA to sales ทางบริษัทตั้งเป้าที่ 23% จากปีที่แล้วที่ 25% ถ้าทำได้จริงก็ไหลลงมา NI เกือบ 90 ล้าน/ปี
.
ความเสี่ยงที่มีอยู่
.
Aeroflex ได้กำไรจากตลาด US เป็นหลัก ถ้าตลาดนี้มีอะไรเกิดขึ้นน่าจะกระทบกำไรไม่เบาเลย ทางบริษัทมีแจ้งเรื่องการกระจายความเสี่ยงไปตลาดอื่นด้วย แต่ไม่รู้ว่าทำไปถึงไหนแล้ว
ราคาเม็ดพลาสติกขาลงทำกำไรให้ EPG ได้ดี แต่ถ้าเม็ดกลับตัวก็ไปกระทบ GP ได้ แต่ดูแนวโน้มแล้วยัง oversupply นอกจากจะมีเหตุอะไรตูมตามในฝั่งผู้ผลิตต้นน้ำ
ปล มีหุ้นนะครับ วิเคราะห์แบบ bias สุดๆ
.
หลายปีที่ผ่านมา EPG เจ็บหนักจากการเปิดบริษัทร่วมใน South Africa ที่มีปัญหาในการผลิตจนต้องตั้งสำรอง ECL มาหลายร้อยล้าน แต่ตอนนี้โรงงานแก้ปัญหาได้แล้ว ไม่มี ECL แล้ว แถมยังเริ่มกลับรายการที่ตั้งสำรองไปได้ ส่วนอีกอันที่เจ็บตัวคือการไป acquire เครือข่ายตกแต่งกระบะที่ Australia ส่วนที่เป็น retail ยิ่งขยายยิ่งขาดทุน จนตอนเลิกกิจการนี้ที่อเมริกา แต่การ stop loss ตรงนี้กลับเป็นผลดีเพราะถึงยอดขายจะลดลงแต่ margin ดีขึ้น แถมได้ by product มาตัวนึงคือโช้ค 4 way suspension ที่ทางบริษัทบอกว่ากำไรต่อชิ้นดีมากและกำลังขยายการส่งออกสินค้าตัวนี้ไปทั่วโลก ดูๆ แล้วแอบหวังให้เป็นหุ้น growth ที่ไม่ต้องแคร์ demand หรือเศรษฐกิจในประเทศได้เลย
.
Review Net Profit
EPG กำไรที่หักรายการพิเศษ (FX - ECL) ในไตรมาสนี้ถือว่าดีที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส ส่วน GPM เฉลี่ย 3 ไตรมาส 33.7% อันนี้คือดีที่สุดในรอบ 4 ปี ถ้าระดับนี้ยืนเป็น base line ได้ กำไรในไตรมาสถัดๆ ไปน่าจะยิ่งดีขึ้นเพราะ Q3 (Oct -Dec) เป็น low season ที่โรงงาน ตปท หยุดเยอะ
.
ทำไม Margin ดี
เพราะส่วนฉนวน Aeroflex ที่อเมริกาเริ่มขึ้นราคาสินค้าแล้วหลังจาก absorb ค่าภาษีให้ลูกค้าในช่วงแรก แต่ demand ก็ยังไม่ตก แถมต้นทุนเม็ดพลาสติกถูกลงด้วย ฝั่ง Aeroflex เลยโตทั้งยอดและ margin เสียอย่างเดียวว่าบาทแข็งไม่งั้นน่าเห็นตัวเลขสวยกว่านี้อีก
.
ชิ้นส่วนรถยนต์ ยอดขายตก แต่ margin ดีขึ้น เพราะคุมค่าใช้จ่ายส่วน retail ได้ดีขึ้น แถมมีสินค้า margin สูงอย่าง 4 way มาเป็นพี่เลี้ยงให้
.
แก้ว ถ้วย พลาสติก EPP ยอดขายโต 12% แต่ต้นทุนหลักอย่างเม็ด PET ราคาลง 10% YoY เลยได้สองเด้ง เรื่องยอดขายทางผู้บริหารเคยให้กลยุทธ์ไว่้ว่าจะหลบตลาดยี่ปั๊วมาเน้นดีลตรงกับโรงงานอาหาร ถ้ายอดขายได้ base line ตามนี้ก็น่าเป็น cashcow business ที่ดีได้ยาวไป เด๋วไปถามเพิ่มใน opp day
.
Upside ที่ซ่อนไว้
.
EPG จะเปิดโรงงานใหม่ที่ทำชิ้นส่วนให้ค่ายญี่ปุ่นที่ South Africa อันนี้เปิดเอง คุมเอง ไม่น่ามีปัญหาเหมือน JV ที่ผ่านมา แผนคือ test operation run Q1-Q2 ปีนี้ ถ้าเดินเครื่องเต็ม ส่วนนี้ก็เข้ามาเพิ่มในยอดขายฝั่ง AKS ในครึ่งปีหลังได้ อีกตัวที่แอบหวังคือ ATD ที่เคยเป็นผู้ร้านคดี ECL ทางบริษัทมี target sales ประมาณ 100 M. USD ตอนนี้เริ่มมีกำไรแล้ว ถ้ากำไรเป็นรูปเป็นร่างได้ก็น่าจะเพิ่มกำไรจากบริษัทลูกได้ ส่วน SGA to sales ทางบริษัทตั้งเป้าที่ 23% จากปีที่แล้วที่ 25% ถ้าทำได้จริงก็ไหลลงมา NI เกือบ 90 ล้าน/ปี
.
ความเสี่ยงที่มีอยู่
.
Aeroflex ได้กำไรจากตลาด US เป็นหลัก ถ้าตลาดนี้มีอะไรเกิดขึ้นน่าจะกระทบกำไรไม่เบาเลย ทางบริษัทมีแจ้งเรื่องการกระจายความเสี่ยงไปตลาดอื่นด้วย แต่ไม่รู้ว่าทำไปถึงไหนแล้ว
ราคาเม็ดพลาสติกขาลงทำกำไรให้ EPG ได้ดี แต่ถ้าเม็ดกลับตัวก็ไปกระทบ GP ได้ แต่ดูแนวโน้มแล้วยัง oversupply นอกจากจะมีเหตุอะไรตูมตามในฝั่งผู้ผลิตต้นน้ำ
ปล มีหุ้นนะครับ วิเคราะห์แบบ bias สุดๆ
-
AlphaBkk
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 108
- ผู้ติดตาม: 29
Re: M
โพสต์ที่ 19
M งบจะออกวันที่ 26 แล้วจะถูกเอาออกจาก msci small cap วันที่ 27 กุมภา
ผมคาดว่างบก็คงใกล้เคียงกับไตรมาส3 ในแง่ของกำไร ไตรมาสสี่ มีเปิดสาขาbonus suki เยอะกว่าไตรมาส3มาก แถมมีคชจของพนักงานที่ต้องเตรียมก่อนเปิดตัวเดือนถัดไปอีก ถ้านักลงทุนสนใจแค่กำไรระยะสั้น ก็แนะนำให้อย่าเพิ่งซื้อ แต่ถ้าสามารถมองไกลหน่อย ภาพมันชัดเจนมากว่า 2026 จะดีกว่าปี 2025 ตัวแบรนด์ equity ของ mk ผมว่าจบปีได้ดีกว่าเดิม 2024
อย่างนึงที่ subjective แต่ผมเชื่อมาก คือพลังขององค์กร เวลาองค์กรริเริ่มอะไรใหม่ๆแล้วประสบความสำเร็จแบบนี้ องค์กรจะมีพลังมาก ทั้งความคิดสร้างสรรค์ กล้าทดลอง เปิดรับไอเดียใหม่ๆ ซึ่งของแบบนี้ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ แต่เราจะสังเกตุได้จากความเปลี่ยนแปลง ถ้าเราติดตามอย่างใกล้ชิด
ผมคาดว่างบก็คงใกล้เคียงกับไตรมาส3 ในแง่ของกำไร ไตรมาสสี่ มีเปิดสาขาbonus suki เยอะกว่าไตรมาส3มาก แถมมีคชจของพนักงานที่ต้องเตรียมก่อนเปิดตัวเดือนถัดไปอีก ถ้านักลงทุนสนใจแค่กำไรระยะสั้น ก็แนะนำให้อย่าเพิ่งซื้อ แต่ถ้าสามารถมองไกลหน่อย ภาพมันชัดเจนมากว่า 2026 จะดีกว่าปี 2025 ตัวแบรนด์ equity ของ mk ผมว่าจบปีได้ดีกว่าเดิม 2024
อย่างนึงที่ subjective แต่ผมเชื่อมาก คือพลังขององค์กร เวลาองค์กรริเริ่มอะไรใหม่ๆแล้วประสบความสำเร็จแบบนี้ องค์กรจะมีพลังมาก ทั้งความคิดสร้างสรรค์ กล้าทดลอง เปิดรับไอเดียใหม่ๆ ซึ่งของแบบนี้ไม่สามารถประเมินเป็นตัวเลขได้ แต่เราจะสังเกตุได้จากความเปลี่ยนแปลง ถ้าเราติดตามอย่างใกล้ชิด
-
THEERA.TTT
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 153
- ผู้ติดตาม: 8
Re: NER
โพสต์ที่ 20
NER ออเดอร์ทะลัก!
11 กุมภาพันธ์ 2026 / เวลา 12:54 น.
มิติหุ้น – ช่วงนี้ ใครผ่านไปแถวโรงงานของ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) จังหวัดบุรีรัมย์ อาจสะดุดตากับแสงไฟที่สว่างไสวตลอดทั้งวันทั้งคืน บอกเลย!! ไม่ต้องแปลกใจ เพราะสายการผลิตกำลังเดินเครื่องเต็มกำลังแบบนอนสต็อป รองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามายาวเหยียด แว่วว่า..ออเดอร์ถูกจองยาวไปถึงเดือนมีนาคมเรียบร้อยแล้ว! งานนี้บิ๊กบอส “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” สั่งเดินหน้าลุยเต็มสปีด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติระดับพรีเมียมให้ถึงมือลูกค้าทุกรายตามกำหนดชนิดไม่มีขาดตกบกพร่อง….ทำให้ได้รับฉายาว่าเป็น “โรงงานแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดในโลก” ดูทรงแล้วออเดอร์ทะลักแบบนี้ รายได้น่าจะพุ่งทะยานทะลุเพดานไปเลย
--------------------------------------
งบใกล้ออกแล้ว ออเดอร์เยอะจริงไหมอีกไม่นานก็รู้ครับ
11 กุมภาพันธ์ 2026 / เวลา 12:54 น.
มิติหุ้น – ช่วงนี้ ใครผ่านไปแถวโรงงานของ บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) จังหวัดบุรีรัมย์ อาจสะดุดตากับแสงไฟที่สว่างไสวตลอดทั้งวันทั้งคืน บอกเลย!! ไม่ต้องแปลกใจ เพราะสายการผลิตกำลังเดินเครื่องเต็มกำลังแบบนอนสต็อป รองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศที่หลั่งไหลเข้ามายาวเหยียด แว่วว่า..ออเดอร์ถูกจองยาวไปถึงเดือนมีนาคมเรียบร้อยแล้ว! งานนี้บิ๊กบอส “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” สั่งเดินหน้าลุยเต็มสปีด เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ยางธรรมชาติระดับพรีเมียมให้ถึงมือลูกค้าทุกรายตามกำหนดชนิดไม่มีขาดตกบกพร่อง….ทำให้ได้รับฉายาว่าเป็น “โรงงานแห่งเดียวในประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตมากที่สุดในโลก” ดูทรงแล้วออเดอร์ทะลักแบบนี้ รายได้น่าจะพุ่งทะยานทะลุเพดานไปเลย
--------------------------------------
งบใกล้ออกแล้ว ออเดอร์เยอะจริงไหมอีกไม่นานก็รู้ครับ
-
A445838
Re: BDMS
โพสต์ที่ 22
บทวิเคราะห์มูลค่าหุ้น BDMS
- ระดับราคาและความเหมาะสมของมูลค่า (Valuation): ปัจจุบันราคาหุ้นมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E Ratio ประมาณ 20 เท่า ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีตที่เคยซื้อขายในระดับที่สูงกว่า 30 เท่า การปรับตัวลงของค่า P/E (P/E De-rating) สอดคล้องกับแนวโน้มผลประกอบการที่ไม่ได้มีการเติบโตในอัตราที่สูงเหมือนช่วงที่ผ่านมา
- ปัจจัยด้านกำไร (Earnings): แม้อัตราการเติบโตของกำไรจะชะลอตัวลงจากอดีต แต่ระดับมูลค่าหุ้นในปัจจุบันสะท้อนปัจจัยดังกล่าวไปแล้ว ทำให้ประเมินว่าความเสี่ยงในการที่ราคาจะปรับตัวลดลงอีก (Downside Risk) เริ่มมีอยู่อย่างจำกัด
- สถานะในการลงทุน: หุ้นตัวนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นที่มีพื้นฐานรองรับและมีระดับราคาที่สมเหตุสมผล (Make Sense) โดยถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการลงทุนเมื่อมีกระแสเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากราคายังคงปรับตัวขึ้นช้ากว่าหุ้นตัวอื่น (Laggard) ในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของผลประกอบการทั่วไป
-
Mr.CHANOPPS
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 112
- ผู้ติดตาม: 8
-
Dech
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 5197
- ผู้ติดตาม: 229
Re: JMART
โพสต์ที่ 24
jmart group earnings call
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
-
AlphaBkk
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 108
- ผู้ติดตาม: 29
Re: M
โพสต์ที่ 25
Lucky suki ตอนนี้มี 32 สาขา ที่ rate การขยายสาขาแบบนี้ โบนัสน่าจะแซงได้ภายใน 3 เดือน
สาขาล่าสุดที่ขยายน่าสนใจมาก คือluckyขยายที่เซ็นทรัล จันทบุรี ส่วนโบนัสเลือกขยายที่bigC ผมสงสัยว่าถ้าผบหเค้าเปิดเพราะเกรงใจหรือว่าตั้งใจเปิดจริงๆ cpn ยังไงไม่มีทางให้ rate ถูกมากอยู่แล้ว
สาขาล่าสุดที่ขยายน่าสนใจมาก คือluckyขยายที่เซ็นทรัล จันทบุรี ส่วนโบนัสเลือกขยายที่bigC ผมสงสัยว่าถ้าผบหเค้าเปิดเพราะเกรงใจหรือว่าตั้งใจเปิดจริงๆ cpn ยังไงไม่มีทางให้ rate ถูกมากอยู่แล้ว
-
AlphaBkk
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 108
- ผู้ติดตาม: 29
Re: M
โพสต์ที่ 26
จะซื้อเพื่ออะไรล่ะครับ? ทำเองได้แล้ว ผลตอบรับก็ดีด้วยSiamVi+ เขียน: ↑พฤหัสฯ. ก.พ. 05, 2026 12:51 pmหรือ MK จะไปซื้อสุกี้ตี้น้อย เลยไหมครับ?สเกลต่อง่ายกว่าทำแบรนด์เองไหม
ฝั่งคุณเฟินเค้าก็winมาตลอด ถ้าขายก็ต้องขายที่ราคาpremium
ฝั่งขายไม่อยากขาย ฝั่งซื้อไม่อยากซื้อ ดีลไม่มีทางเกิด คนเดียวที่อยากขายน่าจะเป็น jmart
- pop5888
- สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
- โพสต์: 1560
- ผู้ติดตาม: 837
Re: VIH
โพสต์ที่ 27
ข้อมูลโดย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน ภัทร
VIH (Not Rated) – แนวโน้มกำไรโดดเด่น หนุนจากศูนย์เฉพาะทาง
กำไร 9M25 โต 33% YoY จากการขยายศูนย์เฉพาะทางโดยเฉพาะ Eye Clinic (+100% YoY), ศูนย์โรคหัวใจ (+100% YoY) และศูนย์มะเร็ง (+50% YoY) ส่งผลให้ EBITDA margin ดีขึ้นจาก 21% เป็น 23% และอัตรากำไรสุทธิจาก 11.6% เป็น 14.3%
คาด 4Q25E ยังเติบโตต่อเนื่อง คาดรายได้โต 5–7% YoY และกำไรสุทธิ +40% YoY จาก 72 ลบ. เป็น 100 ลบ. โดยมีแรงหนุนจากการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง และการไม่มีรายได้ SSO ที่ถูกปรับลดใน 4Q24 ทั้งปี 2025 คาดว่ากำไรจะโตประมาณ 35% YoY สูงกว่ากลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่เราดูแล
แผนปี 2026 VIH เตรียมเปิดศูนย์ประสาทวิทยา (Neurology Center) ที่สาขาอ้อมน้อย และกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบที่สาขาแยกไฟฉาย หลังจากปิดชั่วคราวเพราะถนนทรุด
ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี 2025 ยังทรงตัว และปรับตัวน้อยกว่า SET เล็กน้อย โดยตามข้อมูล Settrade Consensus ซื้อขายที่ 11 เท่า PER ปี 2026 เทียบกับกลุ่มโรงพยาบาลไทยเฉลี่ยที่ 19 เท่า ในขณะที่กำไรเติบโตสูง
VIH มีคะแนน CGR สูงกว่า 90 และเข้าร่วมโครงการ JUMP+ ซึ่งจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายใหม่ของ ก.ล.ต. ที่อนุญาตให้กองทุน THAI ESG ลงทุนในหุ้นเหล่านี้ได้ เริ่มมีผลเดือน มี.ค. 2026 คาดว่าจะกระตุ้นความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มขึ้นอีกขั้น

