โพสต์ยอดนิยม

นิสัยนักสู้ VS นิสัยนักเลือก/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

การลงทุนแบบเน้นคุณค่า ลงทุนหุ้น VI เน้นที่ปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โพสต์ โพสต์
ภาพประจำตัวสมาชิก
CPEGOLF
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 12
ผู้ติดตาม: 4

Re: NETBAY

โพสต์ที่ 1

โพสต์

 ยอดธุรกรรม NSW คร่าวๆของปี 2025 ครับ

Gemini_Generated_Image_sk05jfsk05jfsk05.png

1. สรุปภาพรวมตัวเลข (NSW Transaction Data)
ข้อมูลดิบอ้างอิงจากตารางสถิติ NSW:

สรุปสถิติ NSW Transaction: เปรียบเทียบรายเดือน/ไตรมาส/รายปี

ข้อมูลเปรียบเทียบการเติบโตของยอดธุรกรรม (Transaction) ในช่วงเวลาสำคัญ สรุปได้ดังนี้ครับ

1. ตารางสรุปตัวเลขแบบละเอียด (Complete Data)

==========================================================================================
ช่วงเวลา (Period)                 | ยอดรวม (รายการ)             | ผลต่าง       | % การเติบโต
                                | (Current vs Prior)         | (รายการ)    | (% Growth)
==========================================================================================
1. ธ.ค. 68 vs ธ.ค. 67            | 20,650,165 vs 16,423,830   | +4,226,335  | +25.73%
  (Dec 2025 vs Dec 2024)        |                            |             |
------------------------------------------------------------------------------------------
2. ธ.ค. 68 vs พ.ย. 68            | 20,650,165 vs 20,242,483   | +407,682    | +2.01%
  (Dec 2025 vs Nov 2025)        |                            |             |
------------------------------------------------------------------------------------------
3. Q4/68 vs Q3/68                | 57,373,711 vs 48,403,724   | +8,969,987  | +18.53%
  (Q4 2025 vs Q3 2025)          |                            |             |
------------------------------------------------------------------------------------------
4. Q4/68 vs Q4/67                | 57,373,711 vs 46,300,113   | +11,073,598 | +23.92%
  (Q4 2025 vs Q4 2024)          |                            |             |
------------------------------------------------------------------------------------------
5. ปี 2025 vs ปี 2024            | 198,396,334 vs 160,254,095 | +38,142,239 | +23.80%
  (Year 2025 vs Year 2024)      |                            |             |
==========================================================================================


จุดสังเกตสำคัญ:
  • รายเดือน (Dec vs Dec): โตระเบิด +25.73% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจากกฎศุลกากรใหม่
  • รายไตรมาส (Q4 vs Q3): แม้มีวันหยุดและระบบขัดข้องบ้าง แต่ยังโต +18.53% แสดงถึง Demand ที่แข็งแกร่ง
  • ภาพรวมทั้งปี: ยอดรวมทะลุ 198 ล้านรายการ (+38 ล้านรายการจากปีก่อน) เป็นฐานใหม่ที่แข็งแกร่งสำหรับปี 2026

2. บทวิเคราะห์เจาะลึกในแต่ละประเด็น

1) เทียบเดือนธันวาคม 2025 vs ธันวาคม 2024 (+25.73%)
DisplayDocumentFileItemServlet (11).png
DisplayFileServlet (29).png
2) เทียบเดือนธันวาคม 2025 vs พฤศจิกายน 2025 (+2.01%)
  • วิเคราะห์: แม้เดือน พ.ย. จะเป็นฐานที่สูงมาก (New High) และมีการเร่งส่งข้อมูลหลังระบบล่ม แต่เดือน ธ.ค. ก็ยังทำ New High ต่อเนื่องได้อีก
  • นัยสำคัญ: ยืนยันว่าตัวเลข 20 ล้านรายการในเดือน พ.ย. ไม่ใช่แค่ Noise แต่เป็น "ฐานใหม่ (New Normal)" ของปริมาณธุรกรรมในระบบ NSW จริงๆ
3) เทียบไตรมาส 4/2025 vs ไตรมาส 3/2025 (+18.53%)
  • วิเคราะห์: การเติบโตเกือบ 20% (QoQ) ถือว่าสูงมาก โดย Q4/68 เป็นไตรมาสแรกที่ได้รับผลบวกเต็มๆ จากมาตรการจัดระเบียบสินค้านำเข้าและกฎระเบียบใหม่
  • ข้อสังเกต: แม้จะมีเหตุการณ์ระบบ NT ล่มในช่วง พ.ย. แต่ปริมาณธุรกรรมรวมยังพุ่งสูง แสดงให้เห็นว่า Demand แข็งแกร่งมากจนชดเชยช่วงระบบขัดข้องได้
4) เทียบไตรมาส 4/2025 vs ไตรมาส 4/2024 (+23.92%)
  • วิเคราะห์: ปกติ Q4 เป็น High Season แต่ปีนี้ฐานตัวเลขถูกยกขึ้นสูงกว่าปีก่อนมาก (จาก 46 ล้าน -> 57 ล้านรายการ)
  • ผลกระทบ: เป็นสัญญาณบวกต่อรายได้ของ NETBAY ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีและส่งโมเมนตัมบวกต่อไปยังปี 2026 โดยเฉพาะรายได้จากค่าบริการที่คิดตามจำนวนรายการ (Per Transaction)
5) เทียบยอดรวมทั้งปี 2025 vs 2024 (+23.80%)
  • วิเคราะห์ภาพรวม: ตลอดทั้งปี 2025 มียอดธุรกรรมเกือบ 200 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 38 ล้านรายการ
  • บทสรุป: ปี 2025 คือปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน (Transition) ครึ่งปีแรกมีการเร่งนำเข้าส่งออก (Front-loading) แต่ครึ่งปีหลังตัวเลขถูกเร่งด้วยกฎระเบียบภายในประเทศ (Regulatory driven) ทำให้กราฟชันขึ้นชัดเจน

โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
pop5888
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1519
ผู้ติดตาม: 833

Re: KLINIQ

โพสต์ที่ 2

โพสต์

ถ้าอ้างอิงจากเป้าที่ทาง ผบห ให้เอาไว้ในปี 2568 ที่ระดับ 3,500 ล้านบาท และ NPM ที่ใกล้ๆ 11%
และ จากคลิปทันหุ้นที่สัมภาษณ์หมอเติ้ลที่บอกว่าทำได้ตามเป้า
เท่ากับว่า ไตรมาส 4/2568 รายได้น่าจะ 957 ล้านบาท และ กำไรที่ระดับ 131 ล้านบาท 
ขอให้ทำได้ครับ รอดูงบเลยครับ
โควท
Suwanwok
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 100
ผู้ติดตาม: 12

Re: ICHI

โพสต์ที่ 3

โพสต์

IMG_7092.jpeg
อาจจะได้ประโยชน์จากเรื่องน้ำที่จีนฟ้องร้านค้าค่ะ มาใช้อิชิตันเลยง่ายสุด ไม่โดนฟ้อง
โควท
Green
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2986
ผู้ติดตาม: 333

Re: AYUD

โพสต์ที่ 4

โพสต์

สำหรับการวิเคราะห์ดูศักยภาพในการทำกำไร ของ สัญญาประกันที่ทำไว้กับลูกค้า (Insurance Contract issued)  สามารถดูได้จากการวิเคราะห์  CSM และ Risk Adjustment (RA) ซึ่ง กำไรของบริษัทจะถูก Release หลักๆ มาจาก 2 รายการนี้ 
AZAY CSM detail.jpg
เราสามารถดูว่า ต้นงวด รายการดังกล่าว มีมูลค่าเท่าไหร่ ปลายงวดมีมูลค่า เท่าไหร่ และ ระหว่างงวด มีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง 
โดยการเปลี่ยนแปลงระหว่างวดนี้ มีหลักๆ ดังนี้ 

1. (ดูที่กล่องสีส้ม) "Change that relate to current service"  ส่วนนี้ เราพูดไปแล้วใน post ที่ผ่านมา คือ CSM จะลดลง เมื่อมีการ release กลายออกมาเป็นกำไรออกสู่งบ P&L  เมื่อสัญญาได้ทำการคุ้มครองลูกค้าในงวดเวลานี้  และ RA ก็จะลดลงกลายเป็นกำไรใน P&L เช่นเดียวกัน เมื่อค่าเผื่อไม่ได้ถูกใช้งานจริง

2. (ดูที่กล่องสีเขียว) "Change that relate to future service" รายการพวกนี้ เป็นเกี่ยวข้องกับ อนาคต มันไม่ได้เกิดขึ้นในรอบบัญชี ปัจจุบัน ดังนั้น ตัวเลขในรายการนี้ จะไม่ได้มีผลกระทบ เข้าไปใน งบ P&L ในงวดปัจจุบัน (สังเกตว่าในรายการ Total นั้นแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง เป็นการโยกย้าย มูลค่าสลับกลุ่มเท่านั้น) แต่เป็นการบ่งบอกว่า ในอนาคตกำไรจะมีผลกระทบ  โดยรายการหลักๆ คือกลุ่มนี้คือ

2.1 (highlight สีฟ้า)  "Change in esitmates that adjust the CSM"  คือมีการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานในการทำประกัน (ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสมมติฐานทางการเงินพวก Discount rate)  เช่น อาจจะมีปรับตัวเลข อัตราการเคลม อัตราการมรณะ เป็นต้น  

โดยในงบ AZAY นี้จะเห็นว่า  CSM ลดลงไป 1.6 พันล้านบาท แล้วไปเพิ่มที่ RA 1.3 พันล้านบาท และ ส่วน PV ที่คืนลูกค้า 0.3 พันล้านบาท  แสดงให้เห็นว่าการปรับสมมติฐานที่ว่า นี้ทำให้กำไรในอนาคต CSM จะลดลง แล้วไปเพิ่มที่ RA คือค่าเผื่อความเสี่ยงในอนาคต เพิ่มขึ้น บริษัทอาจจะเห็นว่า ในอนาคตน่าจะมีการเคลมมากขึ้น ก็เลย อยากเผื่อเอาไว้ก่อน

2.2 (highlight สีเขียว) "Contracts initially recognized in the period"  คือพวก Contracts ใหม่ๆ ที่บริษัทขายได้ ในส่วนนี้จะเห็นได้ว่า บริษัทมีการเติม CSM หรือกำไรที่รอรับรู้ ได้จากการขายสัญญาใหม่เพิ่มเติม  รวมทั้ง RA ที่ค่าเผื่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจาก new contracts ด้วย  โดยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้แสดงให้เห็นว่า บริษัทขายของมีกำไรได้มากน้อยแค่ไหน  ซึ่งจะเห็นว่า AZAY มีการขายประกันใหม่ทำให้ CSM เพิ่มขึ้น 5.6 พันล้าน และ RA เพิ่มขึ้น 1.5 พันล้านบาท 

ส่วนบรรทัดต่อมาคือ (highlight สีเหลือง)  Finance Expenses from insurance contracts issued ส่วนนี้ ตัวเลขจะมีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ มาจาก 2 ส่วนคือ

1. จากการเปลี่ยนแปลงตาม Passage of time (Interest Accretion) เช่น  เมื่อเวลาผ่านไป 1 งวด  มูลค่า ของ PV ปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นมากกว่า PV ในงวดที่แล้ว ซึ่งส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นนี้ เปรียบเสมือน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย ที่จ่ายให้กับลูกค้า เมื่อเวลาผ่านไป 1 งวด  --> ส่วนนี้รวมเป็นเท่าไหร่ ก็ต้องไปดูรายการนี้ในงบ P&L เพราะจะเปรียบเสมือนต้นทุนส่วน investment ที่อยู่ในงบ P&L  

2. จากการเปลี่ยนแปลงของ Discount rate  เช่น หาก Discount rate ที่ใช้ในการคำนวนมีการปรับลดลง PV ก็จะสูงขึ้นด้วย ส่วนต่างตรงนี้ ก็จะกลายมาเป็น Expense โดยบริษัทเลือกให้วิ่งเข้าสู่ในส่วน  OCI  จะทำให้แยกได้ชัดเจนว่า เป็นส่วนต้นทุนจริงๆ เท่าไหร่ เป็นส่วนที่เกิดจากการปรับ discount rate เท่าไหร่  โดย ส่วนที่เปลี่ยนแปลงจาก discount rate นี้ จะไม่ไปกระทบต่อ CSM ที่เราเห็น เพราะ การคำนวน CSM จะถูกตั้งเป็น lock-in rate ทั้งแต่ที่เริ่มสัญญาแล้ว  

ดังนั้น CSM ที่เพิ่มขึ้นมา 1.9 พันล้านที่เราเห็นใน highlight สีเหลือง นี้ คือ CSM ที่ได้รับผลกระทบจาก Passage of time (หรือ interest accretion) เป็นหลัก ดังนั้น ในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่านไปเข้าใกล้ปัจจุบันมากขึ้น CSM ของทั้งก้อนนี้ ก็จะเพิ่มขึ้นไปตาม Passage of time นี้ด้วย 

โดยสรุป 

หากเราดู CSM ของ AZAY ในงบดุลนี้ เราอาจจะดูได้ว่า 
เริ่มงวด บริษัทมีกำไรรอรับรู้ CSM = 74.3 พันล้านบาท
มีการ release ออกไปรับรู้เป็นกำไร ระหว่างงวด ทำให้ CSM ลดลง = 7.4 พันล้านบาท
มีการปรับสมมติฐานเผื่อความเสี่ยงสำหรับสัญญาในอนาคตมากขึ้น ทำให้ CSM ลดลง = 1.6 พันล้านบาท 
มีการขาย สัญญาใหม่ๆ ทำให้ CSM เพิ่มขึ้น 5.6 พันล้านบาท
และ CSM เดิม มีการเพิ่มขึ้นตาม Passage of time เมื่อเวลาผ่านไปอีก งวด = 1.9 พันล้านบาท
ปลายงวด สรุป มี CSM ล่าสุดที่ 72.7 พันล้านบาท 

ส่วน การอ่าน RA ก็อ่านแบบเดียวกันนี้ ไล่ๆไปแต่ละรายการ

ส่วนของ Insurance หลักๆ ก็ประมาณนี้หล่ะครับ
โควท
“Market prices are always wrong in the sense that they present a biased view of the future.”, Soros.

Blog about the investment playbook https://www.blockdit.com/alphainvesting
Green
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2986
ผู้ติดตาม: 333

Re: AYUD

โพสต์ที่ 5

โพสต์

ในงบ P&L บริษัทประกันชีวิตในมาตราฐาน TFRS 17 นั้น จะมีการจัดกลุ่มแบ่งส่วน   รายได้กำไรที่มาจาก ส่วนการประกัน (Insurance) และ  รายได้กำไรที่มาจาก ส่วนการลงทุน (Investment) แยกออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน 

โดยตัวอย่างงบ AZAY งวด 9 เดือน 2025  จะดูได้จาก
AZAY PL.jpg

ส่วนที่เป็นกล่องสีเขียว --> คือส่วนที่มาจาก การทำประกัน (Insurance) --> บรรทัด Insurance Service Results ที่ highlight นั้นเป็นกำไรที่มาจากการทำ ประกัน 

ส่วนที่เป็นกล่องสีฟ้า --> คือส่วนที่มาจากการลงทุน (Investment) --> บรรทัด Net Investment result and insurance finance expense คือกำไร(ขาดทุน) ที่มาจากส่วนการลงทุน

------------

จากงบ จะเห็นได้ว่า กำไรส่วนใหญ่ของ AZAY นั้นจะมาจากส่วนที่เป็น "การทำประกัน" ทั้งสิ้น กว่า 8,359 ล้านบาท 
โดยส่วนที่เป็นการลงทุนนั้น Net ค่าใช้จ่ายที่จ่ายผลประโยชน์ให้ลูกค้าแล้ว แล้ว ขาดทุนที่ 89 ล้านบาท   

(โดยกำไรทั้ง 2 ส่วนนี้ เสมือนกำไรขั้นต้น ซึ่งจะต้องทำไป หัก operating expense , finance cost ปรับ other income และ สุดท้าย เอาไปหักภาษี ออกมาเป็น Net profit ของบริษัท) 

ซึ่งในวันนี้ผมจะพูดถึงการดู กำไรจากการทำประกัน (Insurance service result) กันก่อน  ส่วนที่เป็น investment นั้น เดี๋ยวค่อยอธิบายใน post ถัดๆไป

โดยในส่วน กล่องสีเขียว ที่เป็น รายได้กำไร ส่วนของการทำประกันนั้น TFRS17 จะทำให้บริษัทรับรู้รายได้ กำไรเมื่อ สัญญากรมธรรม์ได้ทำการ service หรือ คุ้มครองไปแล้วเท่านั้น โดยในงวด 9 เดือน 2025 นี้ บริษัทได้ทำการรับรู้ ดังนั้น

รายได้ ของส่วนงานประกัน  --> Insurance Revenue = 20,313 ล้านบาท
ค่าใช้จ่าย การทำประกัน -->  Insurance Service Expense = 11,794 ล้านบาท
ดังนั้น กำไรของการทำประกันในงวด (ก่อนหัก reinsurance ออก)  = 20,313 - 11,794 = 8,519 ล้านบาท
บริษัท มีการทำ Reinsurance ออกไปบางส่วน เป็น expense ออกไป  -160 ล้านบาท

ดังนั้น Insurance Service Result = 8,519 - 160 = 8,359 ล้านบาท 

โดยถ้าต้องการรู้รายละเอียด ว่ากำไรที่ว่า มาจากส่วนไหนอย่างไรบ้าง ก็ต้องไปดูต่อในหมายเหตุประกอบงบการเงิน (ผมจะยกตัวอย่างแค่ ส่วนงานประกันก่อนหัก reinsurance เท่านั้น ในงบ TFRS 17 จะมีแยกส่วน reinsurance ออกมาให้ดูด้วย ซึ่งก็จะใช้หลักการเดียวกันในการอ่านงบ ลองไปดูกันเองต่อได้) 

ซึ่งจากงบ P&L เราจะเห็นได้ว่า กำไรของการทำประกันในงวด (ก่อนหัก reinsurance ออก)  = 20,313 - 11,794 = 8,519 ล้านบาท นั้น ดูรายละเอียดได้จาก หมายเหตุงบ ข้อ 19.1.1 ในรูป

AZAY Detail 1.jpg

ในนี้ เราจะเห็นการเคลือนไหว ของตัวเลข ที่ไปปรับ release ออกจากงบดุล (Net insurance contract liabilities)  โดย ทั้งส่วนของ revenue และ expense จะถูก release ออกมาจากงบดุล  เข้า สู่งบ P&L   (ดูในกรอบ สีเขียว) 

โดยตัวเลขกำไรจากการทำประกัน (ก่อนหัก reinsurance)  "Insurance Service Result " (สีเขียว) ประจำงวด นี้ = 8,519 ล้านบาท 
(ในงบดุล เราจะเห็น ตัวเลข ติดลบในวงเล็บ อยู่ในฝั่งหนี้สิน ซึ่งหมายถึง หนี้สินลดลง release ออกมา กลายเป็นกำไร ในฝั่ง P&L) 

จะมีรายละเอียดให้เราดู ได้ว่า กำไรจะแบ่งเป็น 

กำไร จากสัญญาประกันที่มีผลผูกพัน ระยะยาว   (สีเหลือง)  = 8,287 ล้านบาท
และ กำไร จากสัญญาประกันที่เป็นระยะสั้น (สีแดง) = 232 ล้านบาท 

โดยในงบประกันชีวิตนี้ กำไรจากสัญญาที่มีผลผูกพัน ระยะยาว จะเป็นส่วนที่มีสัญญามากที่สุด ในงบ TFRS 17 ก็จะมีรายละเอียดให้เจาะลึกลงไปอีก 

ซึ่งไปดูในรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในส่วน หมายเหตุงบ 19.1.2  ตามรูป  
AZAY Detail 2.jpg


จะเห็นว่า ที่กำไร insurance service result ถูก release ออกมา ที่ 8,287 ล้านบาท (highlight สีเขียว) นั้น ส่วนใหญ่จะมาจากอะไรบ้าง 

จากรูป จะมีรายละเอียดในกล่องสีส้ม ที่มีหัวข้อว่า "Changes that relate to current service"  พูดง่ายๆ ว่าคือ กำไรที่ release ออกมาจาก สัญญากรมธรรม์ ที่ service คุ้มครองในงวด 9 เดือนที่ผ่านมานี้  จะประกอบไปด้วย

1. CSM recognized in P&L for service period  คือมีการ release กำไรที่รอการรับรู้ CSM ออกมาเป็นกำไร จริง ในงวด 9 เดือนนี้ ตามที่ได้ service ความคุ้มครองตามงวดเวลานี้ จำนวน 7,406 ล้านบาท

2 Change in the risk adj for non-fi risk for the risk expired  คือมีการ release พวกค่าเผื่อความเสี่ยง ที่เคยตั้งเผื่อๆ เอาไว้ ปรากฏว่าไม่ได้ใช้จริงเมื่อเวลามาถึง ทำให้ต้อง release ออกมาคืนเป็นกำไรในงวดนี้ อีก 463 ล้านบาท

3. Experiences Adjustment คือการที่ การเคลมประกันจริง ในงวดนี้ นั้นน้อยกว่า ค่าสถิติค่ากลางที่เคยประเมินไว้ ทำให้กลายออกมาเป็น กำไรอีก 406 ล้านบาท 

รวม 3 ส่วน ในงวด 9 เดือนนี้ AZAY มีกำไรจากการทำประกัน ส่วนที่เป็นสัญญาระยะยาว 8,275 ล้านบาท และมีการปรับกำไร ของพวก past service กลับเพิ่มขึ้นมาอีก 12.5 ล้านบาท  ทำให้ตัวเลข สุทธิกำไรจากสัญญาระยะยาว นี้เท่ากับ 8,287 ล้านบาท

-----------------------------------------------

สรุปในการดูงบ P&L ตามมาตราฐาน TFRS 17 นั้น ทำให้เราเห็นข้อมูลว่า

รายได้กำไร มาจากส่วนไหน เท่าไหร่ ทั้ง ส่วนที่เป็น การประกัน และ ส่วนที่มาจากการลงทุน มีการรายงานแยกส่วนกันชัดเจน
ในส่วนการประกัน มีการเจาะลึกว่า มาจาก สัญญาระยะยาว หรือ สัญญาระยะสั้น 
ในส่วนสัญญาระยะยาว  ก็จะดูได้ว่า มาจาก การ release CSM กำไรรอรับรู้ออกมาเท่าไหร่ เป็นการ release ความเสี่ยงที่ไม่ได้ใช้เท่าไหร่  หรือ  มีการเคลมมากหรือน้อยจากค่ามาตรฐานเท่าไหร่  เราจะเห็นรายละเอียดที่เยอะขึ้นมาก 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------
นอกจากนี้ ในงบการเงิน TFRS17  การวิเคราะห์ ดู CSM นี้ก็เป็นส่วนสำคัญ 

CSM ในงบดุลเปรียบเสมือน tank น้ำที่บรรจุ กำไรในอนาคตเอาไว้ว่ามีเท่าไหร่  
CSM release to P&L ก็สำคัญ เราดูได้ว่า tank น้ำที่เรามีอยู่ จะกลายมาเป็น กำไร จริงปีละเท่าไหร่ 

เมื่อ release เป็นกำไรออกมา บริษัทเลือกจะทำอยา่งไรต่อ ก็สำคัญ เช่น บางบริษัท เน้น เก็บกำไรเอาไว้เอง ไปเป็นเงินลงทุนสะสม ซึ่งจะกลายเป็นกำไรในส่วนของการลงทุนในอนาคต   บางบริษัทเลือกเน้นปันผลกำไรออกไปสู่ผู้ถือหุ้น เป็นต้น

CSM ที่เติมเข้ามาใหม่จากการขาย กรมธรรม์ สัญญาใหม่ก็สำคัญ ว่าบริษัทจะเลี้ยง tank กำไรรอรับรู้ในอนาคต ไว้อยู่ใน level ไหนในอนาคต

ซึ่งรวมๆ กันก็จะมีข้อมูล มากพอที่จะเอามาประเมินว่าบริษัทนั้นๆ มีความน่าสนใจในการลงทุน เมื่อเทียบกับเงินที่เราต้องจ่ายไปมากน้อยแค่ไหน 
เอาไว้ Post หน้า จะมาไล่ดูในรายละเอียด ของ CSM กันนะครับ
โควท
“Market prices are always wrong in the sense that they present a biased view of the future.”, Soros.

Blog about the investment playbook https://www.blockdit.com/alphainvesting
Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 5187
ผู้ติดตาม: 228

Re: SIS

โพสต์ที่ 6

โพสต์

เห็นด้วยครับ บริษัทฯ หรือประชาชนที่เห็นสินค้าแพงขึ้น ส่วนหนึ่งก็ลดกำลังซื้อลงครับ
แต่ก็ยังมีอีกส่วนที่ มีเหตุที่ต้องซื้อ เช่น บริษัทฯ ใหญ่น้อย 
หรือหน่วยงานราชการ โรงเรียน โรงพยาบาล รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ 
เขามีรอบเปลี่ยนอุปกรณ์ กลุ่มนี้ยังไงก็เปลี่ยนครับ ผมว่าโต๊ะทำงานทุกโต๊ะยุคนี้ยังไงก็น่าต้องมีคอมพิวเตอร์นะครับ
งานเอกสารล้วนๆ นี่น่าจะน้อยมาก ทั้งรัฐและเอกชน
 
หรือกลุ่มประชาชน sme เล็กๆ ที่เครื่องเก่ามากแล้วหรือติดขัดในการทำงาน ใช้งานไม่สะดวก 
อาจจะช้าหรือติดปัญหาอื่นๆ เครื่องเสีย ยังไงกลุ่มนี้เขาก็เปลี่ยนเหมือนกันครับ ก็ยังขายกลุ่มนี้ได้ครับ

ส่วนใหญ่ คนไทยหรือต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยก็มีเครื่องคอม มีเครื่องมือถือกันหมดแล้วแหละครับ
จริงๆ กลุ่มนี้กำไรไม่เยอะครับ 
ตัวที่กำไรดีเป็นกลุ่มอุปกรณ์ประกอบ อุปกรณ์เสริมมากกว่าครับ ยอดขายต่อชิ้นไม่เยอะแต่อัตรากำไรต่อชิ้นดีกว่า 
ที่ผ่านมาในไทยก็ขายกลุ่ม replace เป็นหลักแหละครับ
ไม่ค่อยมีจะขายกลุ่มใหม่ได้เยอะครับ จะมีบ้างก็จากต่างชาติมาซื้อของกลุ่มนี้ในไทยแต่ก็ไม่มากครับ

ประเด็นหลักคือพอราคาสินค้ารวมสูงขึ้น ยอดขายรวมมันจะมากขึ้น เงินหมุนเวียนต่างๆ มันก็จะมากขึ้นไปด้วยครับ
งบมันก็จะดูดีครับหน่อยครับ จากยอดขายรวมโต คิดว่าประมาณนี้ครับ
โควท
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
firstee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2423
ผู้ติดตาม: 336

Re: SISB

โพสต์ที่ 7

โพสต์

HILITE: SISB ร่วง 10.62% รับแรงกดดันจำนวนนักเรียนออกมากกว่าเข้า แนวโน้มอัตราเกิดต่ำลง
 Facebook 
 Twitter
 Line
ข่าวหุ้น-การเงิน Monday January 12, 2026 11:23 —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

เมื่อเวลา 10.41 น. SISB ร่วง 10.62% ลดลง 1.20 บาท มาที่ 10.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 117.49 ล้านบาท จากราคาเปิด 11.30 บาท ราคาสูงสุด 11.30 บาท และราคาต่ำสุด 9.65 บาท

นายปริญญ์ กิจจาทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้นบมจ.เอสไอเอสบี [SISB] วันนี้ปรับตัวลง ยังไม่พบประเด็นลบ แต่ด้วยประเด็นเดิมที่มองพัฒนาการการเติบโตเป็นลบ จากจำนวนนักเรียนที่ในอดีตที่เติบโตต่อเนื่องทุกปีซึ่งหนุนผลประกอบการ แต่มีมุมมองเป็นลบมากขึ้นจากจำนวนนักเรียนที่มีแนวโน้มโตน้อยลง แม้ว่าจะมีจำนวนนักเรียนเข้าใหม่ แต่ไม่สามารถชดเชยนักเรียนที่ออกไปได้ โดยเฉพาะนักเรียนไทย ที่ผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ปรับขึ้นค่าเทอมไม่ได้ ซึ่งในอดีต SISB ค่าเทอมปรับเพิ่มประมาณ 5% นอกจากนี้ระยะยาวอาจถูกกดดันจากอัตราเด็กเกิดใหม่ในไทยที่ลดลงต่อเนื่อง

ด้านบล.กรุงศรี ระบุว่า เราตรวจสอบกับบริษัท ไม่พบมีปัจจัยลบใหม่ต่อปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนรวม 4,580 คน ทรงตัวจากสิ้นไตรมาส 3/68 มีจำนวน 4,571 คน และไม่มีปัจจัยบวกใหม่ต่อภาพรวมธุรกิจ

คงมุมมองต่อไตรมาส 4/68 คาด Norm profit จะดีกว่าไตรมาส 3/68 ที่ไม่รวม extra ประกอบกับ ต้น ก.พ. 69 จะขายหุ้น THAI ราว 25% ของจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ 6 ล้านหุ้น (ต้นทุนเฉลี่ย 1.6 บาท/หุ้น) รวมทั้งปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มอัตราจ่ายเงินปันผล

ราคาหุ้นซื้อขาย PE ปี 69F ที่ 9 เท่า หรือเทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -2.0SD และต่ำกว่าช่วงต้นปี 65 ซึ่งเป็นช่วงราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัวหลังผ่าน COVID ขณะที่ฐานกำไรปัจจุบันสูงกว่า
โควท
แลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนได้ครับ
https://www.facebook.com/%E0%B8%84%E0%B ... you_manage
Suwanwok
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 100
ผู้ติดตาม: 12

Re: M

โพสต์ที่ 8

โพสต์

IMG_7068.jpeg
IMG_7069.jpeg
สาขา Big C บางใหญ่ เมื่อวานเย็น (วันเด็ก) รอประมาณ 2 ชั่วโมง ข้างใน Big C มี MK 299 แต่ไม่มีคนค่ะ เหมือนคนรอ Bonus มากกว่าอาจจะเพราะอาหารหลากหลายกว่า
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
sai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 4294
ผู้ติดตาม: 636

Re: SIS

โพสต์ที่ 9

โพสต์

เผื่อใครใกล้จังหวัดไหนไปดูแล้วถ่ายรูปมาแปะเผื่อเพื่อนๆด้วยนะครับงานที่จัดที่ก.ท.ม.ผมน่าจะไปครับ 
🔥 𝐒𝐢𝐒 𝐓𝐞𝐜𝐡𝐧𝐨𝐥𝐨𝐠𝐲 𝐒𝐡𝐨𝐰𝐜𝐚𝐬𝐞 𝟐𝟎𝟐𝟔 | 𝐒𝐚𝐯𝐞 𝐭𝐡𝐞 𝐃𝐚𝐭𝐞 🔥

Q: งาน IT ที่ "ผู้นำด้านเทคโนโลยี" รอคอยทุกปี คืองานอะไร?
A: 𝐒𝐢𝐒 𝐓𝐞𝐜𝐡𝐧𝐨𝐥𝐨𝐠𝐲 𝐒𝐡𝐨𝐰𝐜𝐚𝐬𝐞 𝟐𝟎𝟐𝟔 🚀 แน่นอน

ต่อยอดจากความสำเร็จในปีที่ผ่านมา ที่ SiS Technology Showcase ได้รวมแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำ โซลูชันใหม่ก่อนใคร และ Decision-makers จากทั่วประเทศ

ปีนี้… SiS เดินหน้าสู่ “ความยิ่งใหญ่กว่าเดิม” ✨

Q: ทำไมต้อง Save the Date งานนี้ตั้งแต่ต้นปี?
A: เราไม่อยากให้ท่านพลาด!! เพราะนี่คือเวทีที่
✅ เชื่อมต่อแบรนด์กับ Commercial Partners ตัวจริง
✅ เปิดพื้นที่โชว์เทคโนโลยี & โซลูชันที่ “ขายได้จริง ต่อยอดได้จริง”
✅ สร้างโอกาสทางธุรกิจแบบจับต้องได้ ในหลายภูมิภาคทั่วไทย

📍 𝐒𝐢𝐒 𝐓𝐞𝐜𝐡𝐧𝐨𝐥𝐨𝐠𝐲 𝐒𝐡𝐨𝐰𝐜𝐚𝐬𝐞 𝟐𝟎𝟐𝟔 – กำหนดการจัดงาน
🗓 20 ก.พ. | Ayudhaya City Park | อยุธยา
🗓 27 มี.ค. | Royal Phuket City Hotel | ภูเก็ต
🗓 28 เม.ย. | Bhiraj Hall, BITEC | กรุงเทพฯ
🗓 12 มิ.ย. | Chiangmai Grandview Hotel & Convention Center | เชียงใหม่
🗓 17 ก.ค. | Burisriphu Hotel | หาดใหญ่
🗓 16 ต.ค. | Nongnooch Tradition Hall | พัทยา
🗓 13 พ.ย. | Avani Khon Kaen Hotel & Convention Centre | ขอนแก่น

Q: ทำไม 𝐒𝐢𝐒 𝐓𝐞𝐜𝐡𝐧𝐨𝐥𝐨𝐠𝐲 𝐒𝐡𝐨𝐰𝐜𝐚𝐬𝐞 𝟐𝟎𝟐𝟔 ถึงไม่ใช่แค่งานแสดงสินค้า?
A:
💡 เพราะที่นี่คือเวทีรวม สินค้าและโซลูชัน IT แบบครบจบ “พร้อมใช้งานจริง”
🤝 คือพื้นที่พบพาร์ตเนอร์ที่พร้อมนำธุรกิจก้าวไปด้วยกัน
📈 และคือจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ในปี 2026

📌 𝐒𝐚𝐯𝐞 𝐭𝐡𝐞 𝐃𝐚𝐭𝐞 ไว้ก่อนเลย 𝐒𝐢𝐒 𝐓𝐞𝐜𝐡𝐧𝐨𝐥𝐨𝐠𝐲 𝐒𝐡𝐨𝐰𝐜𝐚𝐬𝐞 𝟐𝟎𝟐𝟔 เวทีที่ “เทคโนโลยี” เจอกับ “โอกาสทางธุรกิจ” อย่างแท้จริง

👉 รายละเอียดเพิ่มเติม ติดตามได้เร็ว ๆ นี้นะคะ 🤩

------------------------

🛒 สนใจสินค้าติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่าย SiS ทั่วประเทศไทย
👨🏻‍💻 สนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้า SiS ติดต่อ [email protected]
☎️ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ SiS Distribution (Thailand) PCL : 02 020 3000
🧑‍💻 สนใจสมัครงาน ติดต่อ 02 020 3053-55 หรือ Add Line : https://lin.ee/iXiqeCJ
⏰ เปิดทำการ จันทร์ - ศุกร์ เวลา 09:00 - 18:00 น.
🗺️ Google Map: https://maps.app.goo.gl/hXxA1zKwrGfJyUvq7

#SiSThai #SiSDistribution #SiSTechnologyShowcase2026 #Savethedate
1000009766.jpg
โควท
Small Details Make a Big Difference
A168537

Re: SISB

โพสต์ที่ 10

โพสต์

ราคาวันนี้ลงหนักมาก ทั้งที่ไม่ได้มีข่าวร้ายส่วนตัวอะไร ตอนนี้ราคาทำ new low รอบ 3 ปี
ถ้าผมจะพอคิดได้ก็อาจจะมีเป็นว่าประเทศเราไม่มีrate เด็กเกิดใหม่เหมือนเมื่อก่อน 
หุ้นเลยเปลี่ยนเเปลงจาก  growth phase ของธุรกิจ เเละค่อยๆเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ+ maturity stage ของหุ้น
เเต่มันก็ไม่ได้เป็นปัจจัยใหม่อะไร เพราะอัตตรา birth rate ก็ลดลงมาเรื่อยๆหลายปีเเล้ว
12684.jpg
โควท
Buoyant
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 927
ผู้ติดตาม: 81

Re: PM

โพสต์ที่ 11

โพสต์

สอบถาม IR เกี่ยวกับการใช้กำลังการผลิต และแผนขยายโรงงาน จะสังเกตุเห็นว่าโรงงานที่ 2 กำลังการผลิตต่อไลน์สูงกว่าโรงงานที่ 1 (92 vs 80)
1. รบกวนช่วย update การใช้กำลังการผลิตของทั้งสองโรงงานด้วยครับ
ตอบ โรงงานที่ 1 มี กำลังจากผลิตรวม 800 ตัน/ เดือน(ไม่ทำ OT)  และ โรงงานที่ 2ไลน์การผลิตจาก 2 ไลน์การผลิตเป็น 6 ไลน์การผลิต มีกำลังการผลิต 550 ตัน(ไม่มี OT)
2. บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในโรงงานที่ 2 เพิ่มเติมให้เต็ม 10 ไลน์ในปีนี้ไหมครับ
ตอบ สำหรับโรงงานที่ 2 ยังคงเป็นไปตามแผนการผลิตที่วางไว้ คือ ขยายไลน์การผลิตเป็น 10 ไลน์การผลิตในปีนี้ อย่างไรก็ตาม จะเป็นการทยอยลงทุน ตามความต้องการผลิต
โควท
Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 5187
ผู้ติดตาม: 228

Re: ICHI

โพสต์ที่ 12

โพสต์

เย็นเย็น เก๊กฮ้วยไรแบบนี้ อิชิตันน่าจะทำแบบกระป๋องมาขายด้วย 
หรือตันซันซู ก็น่าจะทำแบบกระป๋องมาขายด้วย
เพราะจับกระป๋องแล้วมันเย็นกว่าแบบขวดพลาสติก ทำให้เกิดความรู้สึกเย็นตั้งแต่ยังไม่ได้ดื่ม
เหมือนโค๊กขวดแก้ว กินแล้วรู้สึกอร่อยกว่าขวดพลาสติก เพราะจับขวดแล้วมันเย็นกว่านั่นแหละครับ

แต่ต้องจ้างคนอื่นผลิต เพราะอิชิไม่มีโรงงานทำกระป๋องแบบนี้ แต่ก็น่าจะลองตลาดนี้ดูเหมือนกันครับ
โควท
สีลํ พลํ อปฺปฏิมํ สีลํ อาวุธมุตฺตมํ
สีลํ อาภรณํ เสฏฺฐํ สีลํ กวจมพฺภุตํ
ศีลเป็นกำลังไม่มีที่เปรียบ ศีลเป็นอาวุธสูงสุด
ศีลเป็นเครื่องประดับอย่างประเสริฐสุด ศีลเป็นเกราะอย่างอัศจรรย์
ภาพประจำตัวสมาชิก
arwut
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 799
ผู้ติดตาม: 59

Re: CHAYO

โพสต์ที่ 13

โพสต์

ตอนนี้อย่างที่เราเห็นๆ กันอยู่ว่าราคาจะกลับไปที่จุดเกือบต่ำสุดอีกครั้งหรือเปล่า ลุ้นใจหายใจคว่ำกันอยู่ เลยมาลองนั่งจินตนาการดูว่า เอ๊ะ ณ จุดนี้เป็นจุดต่ำสุดหรือยัง หรือยังจะมีเรื่องอะไรอีกให้มันหนักหนาสาหัสกัน ที่พอนึกๆ ได้ ก็มีอยู่ 2 ประเด็น
.
ประเด็นแรกน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจเป็นหลัก คือภาพใหญ่ ทำให้การเก็บหนี้ค่อนข้างยาก ดูจากยอดจัดเก็บทรงๆ มาแล้ว 3Q ไม่แน่ใจว่า Q4 จะ Drop ไหม ผมให้ไปทาง Drop ลงมากกว่า หากจะดีได้ก็น่าจะคนละครึ่งมาช่วยได้บ้างที่พอนึกออก ทีนี้ประเด็นว่ายอดจัดเก็บที่ว่าทรงๆ มันจะสื่ออะไรได้บ้าง คือที่ทรงๆ หมายถึงมันตึงตัวแล้วจริงๆ ที่ยอดนี้ เพราะหลังๆ มานี้ไม่ค่อยได้ซื้อหนี้ หนี้ที่ขับเคลื่อนยอดจัดเก็บน่าจะเป็นหนี้เก่า 1–2 ปี หนี้ที่ซื้อปี 67 อาจจะไม่ได้ขับเคลื่อนมากนัก แต่เอาเข้าจริงยอดก็ไม่มากมายอะไรนัก แสดงว่าหากไม่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ก็ดันยอดจัดเก็บขึ้นได้ แต่ก็คงไม่มากนัก แต่เท่าที่พอจำได้แบบเลาๆ คือเป้าเก็บ 250 แสดงว่าพลาดไปเยอะอยู่เหมือนกัน สรุปเรื่องยอดจัดเก็บน่าจะไม่ได้โดดขึ้นมากเหมือนแต่ก่อนเป็นแน่ ประเด็นคือ ยอดจัดเก็บขนาดนี้เพียงพอต่อการดำเนินการหรือไม่ โดยคร่าวๆ ดอกเบี้ยตกไตรมาสละ 80, ค่าใช้จ่ายดำเนินการประมาณ 30 ก็ยังพอเหลือ ซึ่งยังไม่ได้รวมทรัพย์ NPA (ถ้าขายได้) หรือเงินสดที่เก็บจากการปล่อยกู้ CHAYO Cap. ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมคิดว่า CHAYO อยู่ไปได้ โดยสามารถซื้อหนี้มาเติมพอร์ตได้ แม้ไม่มากเหมือนแต่ก่อน ทำให้ลามไปที่เป้าการโต (ไม่ต้องกังวลเรื่องหุ้นกู้ไปสักพัก และหวังว่าภายในสองปีนี้น่าจะขาย NPA ได้แหละหน่า 😀) และถ้าดีอีกชั้น ได้ JV กับ Bank น่าจะดีขึ้นอีกลำดับ
.
ประเด็นที่สอง น่าจะเป็นเรื่องนโยบาย บางทีนโยบาย “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” อาจจะส่งผลต่อการจ่ายหนี้ของลูกหนี้ คือในเชิงจิตวิทยา ลูกหนี้อาจจะต่อรองหรือไม่ว่า รัฐยังให้จ่ายแค่ 10% หรืออะไรทำนองนี้ได้เลย ทำไมบริษัทถึงไม่ได้ เลยยังไม่จ่าย อะไรทำนองนี้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการจัดเก็บได้ ยิ่งลากยาวไปเท่าไร ยิ่งปิดจบได้ยากไปเรื่อยๆ บางทีนโยบายก็สำคัญ คือส่งผลกระทบทางลบทางบวกได้โดยตรงทีเดียวแต่ในร้ายก็คงมีดี เหมือนคำว่าในขาวมีดำ ในดำมีขาวแหละมั้ง เพราะการทำแบบนี้บางทีอาจจะช่วยให้การซื้อหนี้ได้ง่าย หรือซื้อหนี้ได้ถูกลงอีกทางหนึ่ง เพราะ Bank อาจจะเร่งขายหนี้ ทำให้ Supply หนี้มากก็เป็นได้ (แต่เงิน CHAYO มีไม่มาก)
.
ส่วนตัวผมคิดว่า CHAYO ไม่น่าจะล้ม แต่คงจะโตแบบเดิมยาก และจะคงสภาพแบบนี้ได้ก็ต้องวัดกันสักตั้ง หากซื้อหนี้มาบริหารแบบค่อยเป็นค่อยไป รักษาอัตราการเติบโตเล็กๆ น้อยๆ ไว้ได้ โดยกระแสเงินสดไม่ฟิตมากนัก ratio ต่างๆ ที่ระดับนี้ผมคิดว่าไม่ได้แพงอะไรมาก ดังนั้นการจะขายออกไป ณ จุดนี้ ส่วนตัวผมคิดว่าน่าเสียดายอยู่
.
แต่ก็อย่างว่าแหละครับ มันมีทฤษฎีอันหนึ่งที่ว่า “ทฤษฎีทุนจม” บางทีเราอาจจะไม่กล้าขาย เพราะทุนเราจมอยู่ 55555 และวิเคราะห์เข้าข้างตัวเองมากเกินไปเพราะถูกหุ้นทุนจมอยู่ 😂😂😂
.
ปล. แถม2รูป จะว่าไปท่านขายออกมา ซื้อกลับไปไม่ถึงครึ่งที่ขายนะครับ 😁😁😁 (เอาหน่าท่านก็ต้องใช้เงินใช้ทองกันบ้างคนเรา) 
ภาพถ่ายหน้าจอ 2569-01-11 เวลา 08.33.40.png
ภาพถ่ายหน้าจอ 2569-01-11 เวลา 08.52.15.png
โควท
ว่าง ไม่ใช่ ไม่มี
ภาพประจำตัวสมาชิก
pop5888
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1519
ผู้ติดตาม: 833

Re: VIH

โพสต์ที่ 14

โพสต์

Update หลายๆประเด็นของ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โดย บล.กสิกรไทย
KSEC.jpg
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
Takerisks
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 170
ผู้ติดตาม: 58

Re: MAGURO

โพสต์ที่ 15

โพสต์

Capture.PNG
โควท
A445838

Re: SPA

โพสต์ที่ 16

โพสต์

phpBB [video]


ประมาณการผลประกอบการและราคาเป้าหมาย
  • มีการปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.47 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 5.36 บาท) โดยแบ่งเป็นมูลค่าจากธุรกิจหลัก 5.70 บาท และโครงการ Wellness ที่พัทยาอีก 0.75 บาท
  • คาดการณ์กำไรสุทธิในไตรมาส 4 อยู่ที่ 58 ล้านบาท เติบโตขึ้น 26% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) จากปัจจัยทางฤดูกาล แต่ลดลง 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)
  • ในปี 2026 คาดว่ากำไรจะเติบโตโดดเด่นที่ 36% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของรายได้ 11% และการขยายตัวของอัตรากำไร (Margin Expansion)
โครงสร้างรายได้และการขยายสาขา
  • รายได้รวมยังคงมีแนวโน้มเติบโตจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2025 วางแผนเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 89 สาขา จากเดิม 78 สาขาในปี 2024
  • สัดส่วนลูกค้าชาวจีนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 55% ในปี 2019 ลดลงเหลือ 40% ในปี 2024 และคาดว่าจะอยู่ที่ 30% ในปี 2025 แม้สัดส่วนจะลดลงแต่ยังคงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มหุ้นท่องเที่ยว
การบริหารจัดการอัตรากำไรและประสิทธิภาพการใช้บุคลากร
  • อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) ประสบสภาวะกดดันในปี 2024-2025 โดยลดลงจาก 19% เหลือ 12% เนื่องจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเต็มที่
  • อัตราการเข้าใช้บริการของพนักงาน (Staff Utilization Rate) ลดลงมาอยู่ที่ 76% จากระดับปกติที่ 82% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันมาร์จิ้นในช่วงที่ผ่านมา
  • บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยขยายฐานลูกค้าไปยังคนไทยและนักท่องเที่ยวสัญชาติอื่นมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดียว
ปัจจัยเร่งการเติบโตในอนาคต (Growth Drivers)
  • การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนในปี 2026 คาดว่าจะเติบโต 25% YoY ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อ SPA ในฐานะผู้เล่นหลักในตลาด
  • คาดการณ์การฟื้นตัวของอัตรากำไรสุทธิกลับมาอยู่ที่ 15% ในปี 2026 เมื่ออัตราการใช้บริการสูงขึ้นจนถึงจุดที่มีประสิทธิภาพ (Optimization)
  • โครงการ Wellness ที่พัทยาถือเป็นส่วนเพิ่มของมูลค่าหุ้น (Upside) ที่ถูกนำมารวมในประมาณการราคาเป้าหมายใหม่ ซึ่งเป็นส่วนขยายของธุรกิจที่มีศักยภาพในอนาคต
โควท
EAKEPON
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 469
ผู้ติดตาม: 62

Re: KAMART

โพสต์ที่ 17

โพสต์

phpBB [video]
โควท
"มันเป็นเช่นนั้นเอง"
nu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 509
ผู้ติดตาม: 33

Re: CPALL

โพสต์ที่ 18

โพสต์

SiamVi+ เขียน:
อังคาร ม.ค. 13, 2026 4:12 pm
ในอนาคตCPALL จะจ่ายปันผลเป็นหุ้นอีกไหมจำได้คุ้นๆ ว่า เหมือนเคยทำนะเพื่อเก็บเงินสดไปตัดหนี้ก้อนใหญ่ให้ลดลงก้อน เป็นไปได้ไหมครับ?เพราะหลังจากซื้อ LOTUS มาต้องไปแบกหนี้ก้อนใหญ่ของ CPAXT (MAKRO เก่า)พอสมควรเลยครับ
ไม่น่ามีการจ่ายหุ้นปันผลแล้วครับ 
ตอนปี 12 ที่จ่ายหุ้นปันผล 1:1  CPALL ก็จ่ายเงินปันผล 1.25 บาทต่อหุ้นด้วยครับ

ทุกวันนี้ต้องกลับคำภามครับ ว่า CPALL จะซือห้นคืนปีละเท่าไหร่
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
sai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
โพสต์: 4294
ผู้ติดตาม: 636

Re: SIS

โพสต์ที่ 19

โพสต์

zephyr เขียน:
เสาร์ ม.ค. 10, 2026 9:01 am
ผมแปลกใจ ทำไมของแพงขึ้น สินค้าขาดตลาดถึงจะเป็นประโยชน์กับร้านค้าครับของขาด คนหาซื้อไม่ได้ ก็ไม่ได้ขายของของแพง ไม่จำเป็นก็ลดการซื้อไม่ใช่เหรอครับ พวก corporate ที่จำเป็นต้องซื้อก็ซื้อ แต่คนทั่วไปน่าจะชะลอการซื้อมั้ยครับผมอ่านผ่านๆว่าปีนี้เค้าคาดว่ายอดขาย PC น่าจะลดลงด้วยซ้ำ ทำไมนักลงทุนถึงจะมองว่าเป็นประโยชน์หรือผมมองแบบนี้ เลยทำให้ไม่ค่อยได้กำไรจากหุ้นเหมือนเซียนๆhttps://www.idc.com/resource-center/blog/global ... ่อนเลยครับ
ถ้ามองสั้นๆของที่อยู่ในสต๊อกก็จะขายได้ราคาดี รวมไปถึงลูกค้าที่ซื้อไปขายต่อพวกนี้จะไวครับถ้าเขารู้ว่าของจะขาดเขาจะ over order หรือเพิ่มสต๊อกมากๆไปก่อน  ส่วนเรื่องยอดขายก็ต้องดูครับยูนิตอาจจะได้รับผลกระทบแต่มองในมุม value ก็อาจจะเป็นอีกแบบนึงครับ สถานการณ์ที่ดีที่สุดคือขาดแคลนระยะสั้นๆนี้แหละครับ แต่ถ้าขาดแคลนเป็นปีๆไปก็ต้องมาดูวิธีบริหารจัดการ stock ระยะยาวอีกทีนึงครับ แต่เท่าที่ติดตามมาเวลาของขาดทีไรก็จะได้ผลประโยชน์ระยะสั้นทุกรอบเลยครับ ลองย้อนไปดูยอดขายกับ npm% รอบก่อนๆประกอบได้ครับผม
โควท
Small Details Make a Big Difference
A445838

Re: CPAXT

โพสต์ที่ 20

โพสต์

phpBB [video]


วิเคราะห์พื้นฐานและมูลค่าหุ้น CP Extra (CPAXT)
  • ปัจจัยลบที่กดดันผลการดำเนินงาน
    • ภาระหนี้จากการควบรวมกิจการ: บริษัทมีภาระหนี้สินและค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งเกิดจากการกู้ยืมเงินเพื่อเข้าควบรวมกิจการระหว่างแม็คโคร โลตัส และเอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ในขณะที่กำไรของบริษัทยังไม่สามารถเติบโตได้ทันเพื่อรองรับภาระหนี้ดังกล่าว
    • ต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับลดได้ยาก: ค่าไฟฟ้าถือเป็นต้นทุนคงที่ที่สำคัญจากการเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบสาธารณูปโภคในห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
    • ภาวะหนี้ครัวเรือน: ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและการจับจ่ายใช้สอยในภาพรวม
    • การแข่งขันและสงครามราคา: อุตสาหกรรมค้าปลีกมีการแข่งขันที่รุนแรงและมีการทำสงครามราคาเพื่อแย่งชิงฐานลูกค้า ส่งผลให้อัตรากำไร (Margin) อยู่ในระดับที่ต่ำ
    • พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป: ลูกค้ามีแนวโน้มเปรียบเทียบราคาสินค้ากับแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น โดยมักจะเลือกดูสินค้าจริงที่สาขาแต่ตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีโปรโมชั่นราคาถูกกว่า ทำให้บริษัทต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อส่งเสริมการขายบนแพลตฟอร์มออนไลน์
  • ปัจจัยบวกและโอกาสในอนาคต
    • การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว: การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ส่งผลดีต่อยอดขาย โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าประเภทวัตถุดิบอาหารและเนื้อสัตว์ที่ใช้สำหรับการสังสรรค์
    • นโยบายภาครัฐ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนกำลังซื้อของผู้บริโภคให้กลับมา
  • การประเมินมูลค่าทางบัญชีและผลประกอบการ
    • กำไรต่อหุ้น (EPS): ผลประกอบการในรอบ 4 ไตรมาสที่ผ่านมามีลักษณะคงที่ (Flat) คือไม่มีการเติบโตอย่างโดดเด่นแต่ก็ไม่ได้ปรับตัวลดลง
    • อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E Ratio): ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 13 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจค้าปลีก
    • อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV Ratio): อยู่ที่ระดับ 0.52 เท่า สะท้อนว่าราคาหุ้นในปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท
    • อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล: อยู่ที่ประมาณ 3.5% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
  • กระแสเงินทุนและสถานะของนักลงทุนต่างชาติ
    • ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงกว่า 58% จากจุดสูงสุด มีสาเหตุสำคัญมาจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR ที่มีการรินขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา
    • แม้ปัจจุบันจะเริ่มเห็นสัญญาณนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อสะสมบ้างเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังคงมีแรงขายจากกองทุนภายในประเทศและนักลงทุนรายย่อยกดดันราคาอยู่
โควท
บั๊กโจ้
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2688
ผู้ติดตาม: 84

Re: OSP

โพสต์ที่ 21

โพสต์

🎯 หุ้นเด่น Finansia 12 ม.ค. 26 : OSP

- เราคาดกำไรปกติ 4Q25 ของ OSP ที่ 806 ลบ. +15% q-q, 31% y-y ปัจจัยหนุนมาจากรายได้ที่เติบโต q-q ทั้งในไทยและเมียนมา รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นทั้ง q-q และ y-y จาก product mix ที่ดีขึ้น จบปี 2025 คาดกำไรปกติที่ 3.5 พันลบ. +15% y-y

- เราคาดกำไรปกติปี 2026 ที่ 3.7 พันลบ. +5% y-y ด้าน Valuation มีความโดดเด่น ปัจจุบันซื้อขายที่ 2026PER เพียง 13.5 เท่าและคาดให้ Dividend Yield กว่า 6% ต่อปี

#Finansia #FSSIA
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
Choice37
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2329
ผู้ติดตาม: 163

Re: MAGURO

โพสต์ที่ 22

โพสต์

614637760_122155410362929218_3060982520254059918_n.jpg
ตำนานแห่งแฮมเบิร์กกำลังจะกลับมา
.
การกลับมาของตำนาน ที่ทุกคนคิดถึง
KIWAMIYA @CentralWorld
พบกัน กุมภาพันธ์ 2569 
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
Takerisks
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 170
ผู้ติดตาม: 58

Re: SICT

โพสต์ที่ 23

โพสต์

Capturesict.PNG
โควท
restart
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 966
ผู้ติดตาม: 63

Re: TU

โพสต์ที่ 24

โพสต์

โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
traderkanin21
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 34
ผู้ติดตาม: 48

Re: BDMS

โพสต์ที่ 25

โพสต์

12734.jpg
โควท
It's not whether you're right or wrong, but how much money you make when you're right and how much you lose when you're wrong.
ภาพประจำตัวสมาชิก
SiamVi+
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 1078
ผู้ติดตาม: 143

Re: CPALL

โพสต์ที่ 26

โพสต์

ในอนาคต
CPALL จะจ่ายปันผลเป็นหุ้นอีกไหม
จำได้คุ้นๆ ว่า เหมือนเคยทำนะ
เพื่อเก็บเงินสดไปตัดหนี้ก้อนใหญ่
ให้ลดลงก้อน เป็นไปได้ไหมครับ?

เพราะหลังจากซื้อ LOTUS มา
ต้องไปแบกหนี้ก้อนใหญ่ของ CPAXT (MAKRO เก่า)
พอสมควรเลยครับ
โควท
Trend is your friend
แนวโน้มคือเพื่อนของคุณ 
*Trend = แนวโน้ม / กระแส / ความนิยม / ทิศทางการเปลี่ยนแปลง

Concept ยังเหมือนเดิมคือ
“เน้นทำแผน ไม่เน้นทำนาย”
❤️🩷🧡💛💚💙🩵💜🤎
A168537

Re: AOT

โพสต์ที่ 27

โพสต์

12486.jpg
คาดการณ์นักท่องเที่ยวปีนี้ฟื้นตัว
น่าติดตามมากๆครับ ถ้าผู้โดยสารกลับมา +% YoY. เเละยังได้ค่าธรรมเนียม PSC ขึ้น กำไรสุทธิน่าจะกลับมามี Upside เติบโต
โควท
ภาพประจำตัวสมาชิก
Takerisks
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 170
ผู้ติดตาม: 58

Re: MAGURO

โพสต์ที่ 28

โพสต์

Capturemgr.PNG
โควท
firstee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 2423
ผู้ติดตาม: 336

Re: BCH

โพสต์ที่ 29

โพสต์

BCH ผลงานส่งสัญญาณบวก รับสปส.จ่อปรับค่ารักษาเพิ่มขึ้น โบรกฯ แนะซื้อ เคาะเป้า 13.30 บ./หุ้น
Jan, 11 2026
BCH ผลงานส่งสัญญาณบวก รับสปส.จ่อปรับค่ารักษาเพิ่มขึ้น โบรกฯ แนะซื้อ เคาะเป้า 13.30 บ./หุ้น
BCH ผลงานส่งสัญญาณบวก รับสปส.จ่อปรับค่ารักษาเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 1,808 บาท/ ผู้ประกันตน และเสนอปรับขึ้นทุก 2 ปีฟากโบรกฯ แนะซื้อ เคาะเป้า 13.30 บ./หุ้น
คุณนารี อภิเศวตกานต์ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด ระบุว่า บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH อยู่ระหว่างการเจรจากับสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ร่วมกับกลุ่มรพ.เอกชน โดยสปส. รับข้อเสนอประเด็นขอขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัว ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 1,808 บาท/ ผู้ประกันตน และเสนอปรับขึ้นทุก 2 ปี จากเดิมที่มักล่าช้าไป 3-4 ปี และปีนี้สปส. รับปากจ่ายค่ารักษาโรคซับซ้อน (RW>2) ที่ 12,000 บาท/RW และกลุ่มรพ. เอกชนเสนอให้ปรับขึ้นเป็น 13,000-15,000 บาท/ RW ในอนาคต

ทั้งนี้ฝ่ายนักวิเคราะห์มีมุมมอง “บวก” ต่อข่าวนี้ โดยเชื่อว่าปีนี้ สปส. จะจ่ายค่ารักษาโรคซับซ้อน (RW>2) ที่ 12,000 บาท/ RW ได้ตลอดปี จากงบประมาณ ณ สิ้น 3Q25 ยังเหลือ 45% ผนวกกับการปรับเพดานจ่ายเงินสมทบประกันสังคมขึ้นแบบ 3 ขั้นบันไดจะช่วยให้การขอปรับค่ารักษาต่างๆง่ายขึ้น สำหรับตอนนี้เราคงประมาณการ พร้อมให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท/ หุ้น เอาไว้จนกว่าสปส. จะประกาศปรับค่ารักษาขึ้นอย่างเป็นทางการ
โควท
แลกเปลี่ยนมุมมองการลงทุนได้ครับ
https://www.facebook.com/%E0%B8%84%E0%B ... you_manage
ภาพประจำตัวสมาชิก
IndyVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
โพสต์: 22738
ผู้ติดตาม: 1193

Re: ความเสี่ยงของการลงทุนหุ้นต่างประเทศ/ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

โพสต์ที่ 30

โพสต์

[12.01.2026] ความเสี่ยงการลงทุนหุ้นต่างประเทศ
คุยกับ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
https://www.youtube.com/watch?v=eoRx9PnSfMs

phpBB [video]
โควท
Investment success doesn’t come from “buying good things,” but rather from “buying things well.
# Howard Mark #
โพสต์โพสต์