หญิงไทยยุคใหม่/กฤษฏา บุญเรือง

บทความต่างๆที่ตีพิมพ์ใน ThaiVI คุณสามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
Post Reply
Thai VI Article
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1369
Joined: Wed Jul 11, 2012 10:42 pm

หญิงไทยยุคใหม่/กฤษฏา บุญเรือง

Posts by Thai VI Article » Tue Jun 18, 2019 6:46 pm

หากผู้ชายโดนกดขี่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน มีคำถามว่า หากเป็นผู้หญิงโดนกดขี่ถือว่าเป็นประเพณีหรือไม่

ประชากรไทย 69 ล้านคน เป็นสตรี 51% แต่เมื่อดูการเมืองปัจจุบันกลับน่าฉงน เพราะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมา ส.ส.หญิง 76 คน จากทั้งหมด 494 คน คือ 15.4% (เปรียบเทียบกับอเมริกา 23.7%, จีน 23.4%, อินเดีย 14%, สิงคโปร์ 22%)

วุฒิสมาชิกมาจากการแต่งตั้งเป็นสุภาพสตรี 26 ท่าน จากจำนวน 250 คิดเป็น 10.4%

แถมล่าสุดมีการประกาศรายชื่อสำรองวุฒิสภาอีก 50 ท่าน มีชื่อสุภาพสตรี 4 ท่าน คือแค่ 8%

เมื่อผู้หญิงลงสู้ในสนามเลือกตั้ง ถึงแม้จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคหลายอย่างในสังคม ก็ยังสามารถเข้าสู่สภาได้มากกว่า 15% แต่เมื่อคณะกรรมการ ”ผู้มีคุณวุฒิ” คัดตัวผู้มีความรู้ความสามารถจากทุกแขนง ตัวเลขของสตรีในสภาแบบแต่งตั้งยังต่ำกว่าที่ได้รับเลือกตั้งมาอีก

คณะกรรมการชายทั้งหลาย วาจาอย่างหนึ่งแต่ทางปฎิบัติอีกอย่าง ที่น่าตกใจก็คือดูเหมือนสังคมทั่วไปไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้

สหประชาชาติวิจัยว่าผู้หญิงในโลกแม้จะทำงานเหมือนกัน แต่ก็มีรายได้ต่ำกว่าผู้ชายประมาณ 23%
ปัญหาเรื่องนี้แพร่หลายทั่วโลก หญิงชาวญี่ปุ่นได้เงินน้อยกว่าชาย 27.5% ที่สหรัฐอเมริกา หญิงได้ค่าตอบแทนน้อยกว่าชาย 20%

หันมาดูเรื่องของการลงทุนบ้าง จากการวิจัยของ Fidelity ที่สหรัฐอเมริกา ผู้หญิงลงทุนในตลาดหุ้นได้ผลตอบแทนสูงกว่าชายโดยสม่ำเสมอประมาณ 0.4% แต่ถึงแม้ว่าผู้หญิงได้พิสูจน์แล้วว่าหากมีโอกาสก็จะมีความสามารถในการลงทุนในตลาดหุ้นได้ดีกว่าผู้ชาย แต่ปริมาณเงินลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกโดยผู้หญิงยังน้อยกว่าผู้ชาย 40% คำถามคือทำไม?

คำตอบเบื้องต้นก็คือ ผู้หญิงมีรายได้ต่ำกว่าผู้ชายประมาณ 20% เพราะฉะนั้นเงินที่จะเหลือไปลงทุนก็น้อยกว่า สิ่งที่สตรีต้องคิดหนักอีกอย่างหนึ่งก็คือโดยเฉลี่ยผู้หญิงจะมีอายุยืนมากกว่าผู้ชายประมาณห้าปี (สำหรับไทยผู้หญิงจะมีอายุยืนโดยเฉลี่ยกว่าผู้ชายประมาณ 7 ปี) เพราะฉะนั้นก็ต้องวางแผนการสะสมลงทุนและใช้จ่ายให้รอบคอบมาก

การลงทุนไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวเลขแต่หมายถึงอิสรภาพและทางเลือกต่างๆของชีวิต เพราะฉะนั้น หากสตรีขาดโอกาสในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ วัฐจักรแห่งการเสียเปรียบและถูกกดขี่ก็จะตามมาอย่างต่อเนื่อง

ความหวังเรื่องการปรับความสมดุลย์และความเสมอภาคทางเพศอาจจะอยู่ที่นวัตกรรม ซึ่งทำให้โอกาสของสตรีมีมากขึ้น หญิงชาวอเมริกันประมาณ 40% มีรายได้มากกว่าสามี ที่น่าสนใจคือ การตัดสินใจการใช้จ่ายในครอบครัว สิ่งนี้อาจเป็นพลังเงียบ ที่เมื่อมองเชิงลึกจึงจะเข้าใจว่าสตรีอาจมีอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจในครอบครัวอยู่แล้ว ผู้หญิงเป็นผู้ตัดสินใจซื้อบ้าน 91% ซื้อคอมพิวเตอร์ 66% ไปพักร้อน 92% การรักษาพยาบาล 80% ซื้อรถยนต์ใหม่ 65% บัญชีธนาคาร 89% อาหาร 93% ยา 93% เป็นต้น

ขอส่งกำลังใจให้ทุกท่านที่พยายามช่วยเหลือปรับความสมดุลย์และเสมอภาคในเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ ถึงแม้ความไม่เสมอภาคจะเป็นสิ่งที่เราอาจเคยชินและยอมรับเป็นประเพณี แต่เราไม่ควรยอมจำนนและปล่อยให้เกิดขึ้นอีกต่อไป “หากเราอดทนกับสิ่งใดเราก็จะได้สิ่งนั้น”

ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ถึงผู้มีอำนาจทางการเมืองเศรษฐกิจและสังคมอยู่เสมอ แสดงเจตนารมณ์ให้ชัดเจน ความยุติธรรมเป็นสิ่งดีงามและเหมาะสำหรับทุกยุคครับ


Post Reply