
Paper มีทั้งหมด 12 หน้า ครับ ....................
ใครใคร่ซื้อ ซื้อ ใครใคร่ขาย ขาย .......................
ใครไม่คิดจะซื้อ จะขาย ก็ตามสบายครับ ...............
กรุณารอสักครู่...
ส่งให้คุณ WEB แล้วครับ ..................
ได้รับแล้วครับ ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณ คุณแงซายมากครับ
สำหรับเพื่อนๆที่สนใจ ตามนี้เลยครับ
วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553 เวลา 08:52:55 น. มติชนออนไลน์
แบงก์โล่งบาเซิล3ไม่เข้มอย่างที่คิด ดันหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ราคาพุ่ง
รอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า ตัวแทนจากธนาคารกลางของประเทศหลักๆ ทั่วโลก เช่นตัวแทนจากธนาคารกลางสหรัฐ สหภาพยุโรป ได้ประชุมกันที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา และมีมติเห็นชอบกฎระเบียบใหม่ในการกำกับดูแลธนาคารพาณิชย์ทั่วโลก ซึ่งเรียกว่าข้อตกลงบาเซิล 3 เพื่อป้องกันการเกิดวิกฤตการเงินซ้ำรอย โดยกฎระเบียบใหม่กำหนดให้ธนาคารเพิ่มการดำรงเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier1) เป็น 4.5% ของสินทรัพย์เสี่ยง ภายใน ค.ศ.2013 จากปัจจุบัน 4% และต้องเพิ่มเป็น 6% ใน ค.ศ.2019 นอกจากนี้ธนาคารต้องกันเงินสำรองฉุกเฉินอีก 2.5%
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ของสหรัฐ รวมทั้งนายเบน เบอร์แนงคี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ว่าข้อตกลงบาเซิล 3 ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความรุนแรงของวิกฤตการเงินในอนาคต ส่วนนายฌอง-คล้อด ทริเช่ต์ ประธานธนาคารกลางสหภาพยุโรปในฐานะประธานคณะกรรมาธิการธนาคารกลางทั่วโลกซึ่ง ทำหน้าที่ออกกฎระเบียบใหม่ดังกล่าว ระบุว่าจะเป็นการสร้างความแข็งแกร่งพื้นฐานให้กับมาตรฐานระดับโลกอันจะนำมา ซึ่งความเติบโตและเสถียรภาพ
รายงานข่าวระบุว่า ข้อตกลงบาเซิล 3 จะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมกลุ่มจี 20 ซึ่งเป็นกลุ่มผสมระหว่างประเทศอุตสาหกรรมและประเทศกำลังพัฒนาที่มีขนาด เศรษฐกิจใหญ่ ในเดือนพฤศจิกายนที่เกาหลีใต้ จากนั้นรัฐบาลประเทศต่างๆ จะให้สัตยาบันเพื่อให้มีผลบังคับใช้
นักวิเคราะห์ด้านธนาคารชี้ว่าบาเซิล 3 อาจทำให้ธนาคารมีกำไรน้อยลงและปล่อยสินเชื่อได้น้อยลงจากที่เคยปล่อยสิน เชื่อสูงสุดใน ค.ศ.2007 แต่จะไม่ทำให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อน้อยกว่าปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ธนาคารสหรัฐหลายแห่งได้เพิ่มเงินกองทุนให้เพียงพอเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน ใหม่ของบาเซิล 3 ตั้งแต่ก่อน ค.ศ.2000 ด้วยซ้ำไป
รายงานข่าวระบุว่า ระเบียบควบคุมแบงก์ทั่วโลกที่ออกมาใหม่ดังกล่าว สร้างความโล่งอกให้กับตลาดหุ้น เนื่องจากนักวิเคราะห์และนักลงทุนเห็นว่ามีความเข้มงวดน้อยกว่าที่เคยกลัว กัน เพราะเดิมคาดว่าจะมีการบังคับให้ดำรงเงินกองทุนขั้นที่ 1 จำนวน 7% จึงทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกทั้งเอเชียและยุโรป โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร ในวันที่ 13 กันยายน ได้ปรับตัวขึ้น ส่วนเสียงตอบรับจากธนาคารของประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ก็เป็นไปในทางบวก
ไม่เกี่ยวกับราคาหุ้นครับแต่เกี่ยวกับการทำกำไรของธนาคาร2BOK เขียน:ถ้าupsideมากขนาดนี้ โดนด่าก้อยอมครับAlastor เขียน:ได้กำไรขนาดนั้นถูกด่าแน่ๆเลย
ว่าแต่ว่าใครจะด่าครับคุณ Alastor
เห็นธนาคารประกาศกำไรเพิ่มทีไรโดนด่าทุกทีว่าขูดเลือด