SoftBank TSE:9984

Post Reply
offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jun 14, 2014 5:28 pm

SoftBank เป็นบริษัท telecom อันดับ 3 ในญี่ปุ่น ในแง่ของจำนวนผู้ใช้บริการ แต่มี market cap เป็นอันดับ 2 ในตลาดโตเกียว เป็นรองเพียง Toyota Motors เท่านั้น

บริษัทมีผู้บริหารและผู้ก่อตั้งชื่อ Masayoshi Son ซึ่งถูกจัดให้เป็นผู้ที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในญี่ปุ่น ลักษณะการบริหารจะค่อนข้าง aggressive กล้าที่จะเสี่ยง มองเรื่องการเติบโตในอนาคต และเป็นคนมีวิสัยทัศน์

เมื่อปีที่แล้ว SoftBank ซื้อกิจการ Sprint ซึ่งเป็นบริษัทมือถืออันดับ 3 ในอเมริกา รองจาก AT&T และ Verizon โดยเป็นการใช้หนี้เป็นหลัก ทำให้ในงบดุลมีหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงถึงเกือบ 10ล้านล้านเยน แต่นั่นไม่ทำให้บริษัทชะลอการ M&A แม้แต่น้อย ล่าสุดมีความพยายามซื้อกิจการ T-Mobile ซึ่งเป็นบริษัทมือถืออันดับ 4 ในอเมริกา โดยหวังผลของ scale และ synergy ในการรุกตลาด wireless ในอเมริกา

SoftBank มีบริษัทลูกและบริษัทร่วมเป็นพันบริษัท (ไม่ได้สะกดผิดครับ เยอะเป็นหลักพันจริงๆ) ที่มีความสำคัญก็คือ Yahoo Japan ซึ่งเป็นบริษัทอินเตอร์เน็ตและอีคอมเมิร์สในญี่ปุ่น แต่ที่สร้าง wealth ให้กับบริษัทมากที่สุดก็คงเป็น Alibaba ซึ่งกำลังจะ IPO ในเร็วๆนี้

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jun 14, 2014 5:31 pm

Earnings results FY2013 (April 2013 - March 2014)

www.softbank.jp/en/corp/news/press/sb/2014/20140507_02/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jun 14, 2014 5:34 pm

มาดูวิสัยทัศน์ของบริษัทกันครับ เมื่อปี 2010 บริษัททำ presentation Next30-Year Vision

http://www.softbank.jp/en/corp/about/philosophy/next30/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jun 14, 2014 5:37 pm

เป็นบริษัทที่พร้อมที่จะเข้าไปทำนวัตกรรมใหม่ๆ ล่าสุดเปิดตัวหุ่นยนต์ "Pepper" ที่สามารถอ่านความรู้สึกของคนได้ จะเริ่มวางจำหน่ายปีหน้า

http://www.softbank.jp/en/corp/group/sb ... 140605_01/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jun 14, 2014 5:42 pm

Valuation บริษัทนี้ยังไงดี ผมคิดว่าคงต้อง sum-of-the-part

ดูของอาจารย์ Aswath Damodaran ในการประเมิน Yahoo เป็นตัวอย่างละกันครับ Yahoo Japan และ Alibaba อาจารย์ได้ประเมินไว้แล้ว

http://aswathdamodaran.blogspot.com.au/ ... chive.html

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by picatos » Sun Jun 15, 2014 4:24 pm

ฟัง Presentation เกี่ยวกับ Vision 30 ปี ไปจนถึงการมองอนาคต 300 ปี แล้วในช่วงท้ายที่เค้าพูดถึงชีวิตของเขาในวัยเด็ก เลยทำให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าทำไมถึงเป็นคนกล้าได้กล้าเสียขนาดนี้

ช่วง Dot Com คุณ Son นี่เคยมี Net Worth มากถึง 7.6 หมื่นล้านเหรียญ (ถ้าเทียบกับปัจจุบันนี่รวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลก) พอฟองสบู่ Dot Com แตกเงินหายไป 7.5 หมื่นล้านเหรียญ เหลือเงิน 1.1 พันล้านเท่านั้น

ตามปกติถ้าโดนกันไปขนาดนี้ คนเราไม่น่าจะกล้าลุยต่อได้อย่างที่ทำได้ขนาดนี้ แต่ปมต่างๆ ในวัยเด็กทำให้เค้ามีความกล้าได้กล้าเสียที่จะลุยแหลก อย่างดีล Sprint นี่กู้ระเบิดจนฐานะทางการเงินอ่อนแอลงมาก จาก D/E ประมาณ 1 เท่า ขึ้นไป 3.5 เท่า แถมยังคิดจะไปซื้อ T-Mobile มา Merge กับ Sprint นี่ยังไม่รวมเงินที่ต้องลงทุนสร้าง Base Station วาง Core Network ขยาย Coverage ในสหรัฐฯ อีก

คิดแล้วก็เลยไม่แปลกใจว่าล่าสุดเห็นคุณ Son ไปออกงานไหนๆ ก็เชียร์ Alibaba เหลือเกิน น่าจะมีความจำเป็นต้องขาย Alibaba เพื่อเอาเงินมาใส่ธุรกิจ Mobile ต่อ และอาจจะต้องเพิ่มทุน หากจะลุยต่อ นี่ยังไม่รวมแผนการซื้อกิจการในมือที่มีอยู่ 1 พันบริษัท ให้ครบ 5 พันบริษัท ตามแผนระยะยาวของบริษัทฯ

แผนที่จะโตใหญ่ขนาดนี้ ดีไม่ดี อาจจะมีการเพิ่มทุนอีกก็ได้ ยิ่ง Presentation ผลประกอบการนี่ Build เหลือเกิน ราคาหุ้นก็ขึ้นมาเยอะ ถ้าจังหวะเหมาะๆ น่าจะเพิ่มทุนสักรอบ จะได้มีกระสุนเอาไว้ทำ M&A อีก

คนๆ นี้นี่เป็นยอดคนจริงๆ ตอนแรกผมอยากได้ Alibaba ไปดู Yahoo อันนั้นธุรกิจหลัก Strategy ของ Mayer ในการ Turn กิจการก็ยังไม่ชัด แถมการลงทุนในช่วงที่ผ่านมาก็พลาดไปพอสมควร (อย่าง Tumblr นี่ เหมือนมองธุรกิจพลาด ซื้อมา แล้ว User base ลดลง) ในขณะที่ Softbank นี่ก็ Aggresive เหลือเกิน ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบฐานะทางการเงินที่อ่อนแอลงมาก คงได้แค่ติดตามไปดูอย่างห่างๆ ก่อน

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Mon Jun 16, 2014 9:14 am

ผมเกาะขอบสนามทั้ง Yahoo และ SoftBank หวังผลจาก Alibaba ครับ

เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน SoftBank ซื้อกิจการ Vodafone ในญี่ปุ่นที่ในขณะนั้นผลประกอบการไม่ดี ตอนนั้นหนี้สินต่อทุนก็พุ่งเช่นกัน ตอนนี้สามารถ turn around ได้สำเร็จ กลายเป็นเรือธงของบริษัท

บริษัทหวังเช่นเดียวกับ Sprint คือการ turn around บริษัทที่แย่อยู่ โดยมองว่าตลาดอเมริกาใหญ่กว่าที่ญี่ปุ่นมากๆ นอกจากนี้การเข้าถึง wireless และความเร็วยังเทียบญี่ปุ่นไม่ได้ แสดงให้เห็นถึงช่องทางในการเติบโต

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by picatos » Mon Jun 16, 2014 9:38 am

พี่ offshore หวังผลจาก Alibaba ในประเด็นไหนเหรอครับ?

พอดีผมเข้าไปดูรายละเอียด รู้สึกว่าสัดส่วน จำนวนหุ้นที่ Softbank กับ Yahoo ถืออยู่ใน Alibaba จะไม่ Consolidate งบใช่ไหมครับ? จะรับรู้รายได้จากเงินปันผล และอาจจะมี Mark-to-Market เงินลงทุนใน Alibaba

แต่ตลาด e-commerce ที่จีนนี่น่าสนใจจริงครับ อ่าน Paper หนึ่งของ JP Morgan เค้าบอกว่าที่สหรัฐฯ ใช้เวลา 10 ปี ที่ e-commerce Penetration จะขึ้นจาก 2% ไปเป็น 10% แต่จีนใช้เวลาแค่ 4 ปีเท่านั้น

ซึ่งได้ข้อมูลจากคนในกวางเจามาว่า คนจะไปเดิน Shopping Mall แต่ไม่ซื้อ เล็งๆ เอาไว้ กลับมาบ้านซื้อจาก taobao สั่งของ วันเดียวก็ได้ของ ผลที่ตามมานี่ตอนนี้ Retail ของที่จีนเหนื่อยพอสมควร SSSG แย่เลย ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องลดสาขา Consolidate ปรับปรุง Operation เดิมให้ดีขึ้น เพราะ ผลของ e-Commerce เยอะมาก

ธรรมชาติของคนจีนเท่าที่ผมเข้าใจ คือ เค้าอยู่กับการเปลี่ยนแปลงมาตลอดตั้งแต่เปิดประเทศเมื่อปี 1980 ทำให้เค้าพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้บริการอะไรที่ดีกว่า ถูกกว่าอย่างรวดเร็ว (น่าจะเรียกว่าไม่มี Brand Loyalty) Strategy ของ Alibaba ก็เดินมาถูกตรงที่ไม่คิดค่าบริการ ในการซื้อขาย พยายามสร้าง Network Effect ยอมขาดทุนในช่วงแรก พอมาถึงจุดที่ Network Effect ทำงาน รายได้จากค่าโฆษณา และค่าออกแบบหน้าร้านก็พุ่งได้แบบนี้

อยากได้ Alibaba เหมือนกันครับ ถ้า Yahoo หรือ Softbank เอา Alibaba มาแจกผู้ถือหุ้นไปเลยนี่คงจะสุดยอด แต่ผมว่าเค้าคงจะเอาเป็นกระสุนที่จะเอาไปขยายอาณาจักรเสียมากกว่า

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Tue Jun 17, 2014 9:08 am

งบของ Alibaba จะไม่ได้ consolidate ในงบของ Yahoo และ SoftBank แต่จะปรากฏใน equity income from associates ครับ

สิ่งที่ผมคาดหวังคือ Alibaba จะยังเติบโตได้ดี และนั่นจะส่งผลทางอ้อมต่อทั้ง Yahoo และ SoftBank ในแง่ของมูลค่าของกิจการ

ถ้าจำไม่ผิด Yahoo ต้องขายหุ้น Alibaba ทิ้ง (ไม่แน่ใจว่าต้องทั้งหมดรึเปล่า) เพราะมีข้อสัญญาไว้ ต้องไปอ่านในฟอร์ม F-1 ของ Alibaba อีกที

ส่วน SoftBank เดาว่าคงขายบางส่วนตามจำเป็น แต่คุณ Son เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะไม่ขาย เพราะธุรกิจของ Alibaba สามารถเกื้อหนุนธุรกิจของ SoftBank ได้

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

อินทรีย์ทองแดง
Verified User
Posts: 510
Joined: Fri May 09, 2008 10:00 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by อินทรีย์ทองแดง » Thu Jun 19, 2014 6:59 pm

picatos wrote:
ซึ่งได้ข้อมูลจากคนในกวางเจามาว่า คนจะไปเดิน Shopping Mall แต่ไม่ซื้อ เล็งๆ เอาไว้ กลับมาบ้านซื้อจาก taobao สั่งของ วันเดียวก็ได้ของ ผลที่ตามมานี่ตอนนี้ Retail ของที่จีนเหนื่อยพอสมควร SSSG แย่เลย ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องลดสาขา Consolidate ปรับปรุง Operation เดิมให้ดีขึ้น เพราะ ผลของ e-Commerce เยอะมาก
ประเด็นนี้ที่ผมสนใจมานาน สงสัยว่าอัตราค่าส่งสินค้าถึงบ้านของจีนนี่มันน่าจะถูกเอาการทีเดียว
อีคอมเมิชประเทศเค้าถึงได้โตวันโตคืน พี่ทั้ง2 พอจะทราบตัวเลขมั้ยครับ
พอหันมามองประเทศไทย ระบบการส่งสินค้าบ้านเรา(โดยประเภทB to C) ยังผูกอยู่กับไปรษณีย์ไทย
เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอัตราค่าบริการก็มหาโหดมาก พวกขนส่งเอกชนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแถวพุทธมณฑลสาย2
สินค้าที่จะเกิดได้บนหน้าจอ จึงจะยังคงจำกัดอยู่แต่เฉพาะสินค้าที่mark upราคาขึ้นไปสูงๆ พวกเครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ ตกแต่ง ทำนองนี้
ตลาดอีคอมเมิชบ้านเรามันขาดห่วงโซ่ข้อสุดท้ายมานานมาก ที่ว่าอั้นไว้รอโตก็คือขาดห่วงโซ่โลจิสติกนี่แหละ(มั้งครับ)

ผมขอทราบความเห็นพี่ทั้ง2 ได้ไหมครับ ถึงkey successที่ทำให้e-comในเมืองจีน โตวันโตคืน

ได้เวลาเหล่าอินทรีย์ ผงาดบนฟากฟ้า

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by picatos » Thu Jun 19, 2014 10:22 pm

อินทรีย์ทองแดง wrote:
picatos wrote:
ซึ่งได้ข้อมูลจากคนในกวางเจามาว่า คนจะไปเดิน Shopping Mall แต่ไม่ซื้อ เล็งๆ เอาไว้ กลับมาบ้านซื้อจาก taobao สั่งของ วันเดียวก็ได้ของ ผลที่ตามมานี่ตอนนี้ Retail ของที่จีนเหนื่อยพอสมควร SSSG แย่เลย ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาต้องลดสาขา Consolidate ปรับปรุง Operation เดิมให้ดีขึ้น เพราะ ผลของ e-Commerce เยอะมาก
ประเด็นนี้ที่ผมสนใจมานาน สงสัยว่าอัตราค่าส่งสินค้าถึงบ้านของจีนนี่มันน่าจะถูกเอาการทีเดียว
อีคอมเมิชประเทศเค้าถึงได้โตวันโตคืน พี่ทั้ง2 พอจะทราบตัวเลขมั้ยครับ
พอหันมามองประเทศไทย ระบบการส่งสินค้าบ้านเรา(โดยประเภทB to C) ยังผูกอยู่กับไปรษณีย์ไทย
เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอัตราค่าบริการก็มหาโหดมาก พวกขนส่งเอกชนส่วนใหญ่ก็เป็นพวกแถวพุทธมณฑลสาย2
สินค้าที่จะเกิดได้บนหน้าจอ จึงจะยังคงจำกัดอยู่แต่เฉพาะสินค้าที่mark upราคาขึ้นไปสูงๆ พวกเครื่องสำอางค์ เครื่องประดับ ตกแต่ง ทำนองนี้
ตลาดอีคอมเมิชบ้านเรามันขาดห่วงโซ่ข้อสุดท้ายมานานมาก ที่ว่าอั้นไว้รอโตก็คือขาดห่วงโซ่โลจิสติกนี่แหละ(มั้งครับ)

ผมขอทราบความเห็นพี่ทั้ง2 ได้ไหมครับ ถึงkey successที่ทำให้e-comในเมืองจีน โตวันโตคืน
เรื่องการขนส่งนี่ทาง Alibaba เค้ามี Update เกี่ยวกับเรื่องการทำ Logistic ของเค้าเอาไว้ด้วย เท่าที่อ่านที่คนเค้าสรุป เค้าบอกว่ามีบริษัทให้บริการ 5 บริษัท ในเขตเมืองใหญ่นี่เค้าส่งกัน 1-2 วัน แต่ถ้าส่งไปยังเขตห่างไกลความเจริญก็นานครับ ปกติ Alibaba เค้าใช้ระยะเวลาการจัดส่งเฉลี่ย 3 วัน ตอนนี้ทาง Alibaba ตั้งบริษัท Logistic ใหม่ โดยร่วมทุนกับบริษัททั้ง 5 นี้ ถือหุ้นใหญ่ 48% ตั้งเป้าที่จะลดเวลาการส่งลงให้ได้เหลือ 1 วัน ซึ่งเป็นเป้าที่โหดมากตามมุมมองของนักวิเคราะห์ ผมว่าพี่อินทรีย์ลองหาอ่านดูเองดีกว่า ผมก็อ่านผ่านๆ เอาไว้ว่างๆ จะตั้งใจอ่านละเอียดๆ

อันนี้เป็น Paper เรื่อง Retail Logistic ในจีน

ถ้าสนใจเกี่ยวกับตลาด Retail ในจีน รวมไปถึง e-commerce ที่ funggroup จะมี Paper พวกนี้อีกลองหาๆ ดูครับ

เท่าที่ผมเข้าใจ จีนเค้าจะลักษณะดังต่อไปนี้ทำให้ e-commerce ประสบความสำเร็จ

ทางด้าน Consumer Behaviour
- Price Sensitive
- ประชาชนอยู่กับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่การเปิดประเทศ ทำให้พร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้สิ่งที่ถูกกว่า ดีกว่า (ไม่ค่อยมี Brand Loyalty)
- เป็นประเทศที่มี 4 ฤดู (สภาพอากาศที่ไม่ดีทำให้ต้นทุนของการออกไปใช้จ่ายนอกบ้านสูง)
- ต้นทุนในการเดินทางไปซื้อของเอง สูงกว่าต้นทุน Logistic

ทางด้านผู้ประกอบการ
- กลยุทธของ Alibaba ที่ทำ taobao ให้เป็น Free Market ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการซื้อขายแบบ e-bay คิด ทำให้ร้านมาขายเยอะ
- มีระบบ Alipay ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการชำระเงินแบบ paypal ทำให้มั่นใจในการซื้อ ว่าหากมีปัญหาสามารถได้เงินคืน
- เงินที่ทิ้งเอาไว้ใน Alipay ได้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝาก
- ระบบ Logistic พอใช้ได้ สำหรับเมืองใหญ่ (เมืองเล็กยังต้องพัฒนาอีกเยอะ)
- ร้านเยอะ ราคาถูก ทำให้ลูกค้าเยอะ เกิด Network Effect ที่เมื่อลูกค้าเยอะ ก็ไปดึงดูดให้ร้านค้าเยอะเป็นทอดๆ

ทางด้านนักลงทุน
- จีนมีตลาด Private Equity และ Venture Capital ที่เป็นเรื่องเป็นราว มีคนพร้อมที่จะเอาเงินเข้ามาใส่ให้ ทำให้ในช่วง 10 ปีแรก สามารถ Run ให้งบขาดทุนอย่างยาวนานได้สบายๆ เพื่อ Gain Top Line แย่งตลาดมาให้มากที่สุด
- ตลาดที่จีนมีขนาดใหญ่พอ หาก Start-Up Company สามารถรันกิจการจนถึงจุดที่เหมาะสม สามารถที่จะไป List ที่ตลาดสหรัฐฯ ได้ หรือไม่ก็พร้อมที่จะโดนทำ M&A หากไม่ใหญ่พอที่จะไป List เองได้ จึงทำให้พวก PE และ VC มี Exit Strategy ที่ชัดเจน เมื่อรู้ว่าจะ Exit ยังไงคนก็กล้าลงทุน
- เมื่อเงินพร้อม ผู้ประกอบการก็สามารถอัดโปรโมชั่น แย่งฐานลูกค้าได้ ตาม Business Model แบบเดียวกับ Start-Up Tech Company ในสหรัฐฯ
- เมื่อพร้อมที่จะอัดแล้ว สิ่งที่เค้าสนใจที่สุด คือ ทำอย่างไรให้ตลาดโต ทำอย่างไรให้ Top-Line โต ทำอย่างไรให้ User Base โต ไม่ใช่ทำอย่างไรให้มีกำไร (กำไรเป็นสิ่งที่จะมาเองเมื่อลูกค้าเยอะมากพอ)

คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ องค์ประกอบครบ เลยโตเร็วเป็นพิเศษครับ

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

อินทรีย์ทองแดง
Verified User
Posts: 510
Joined: Fri May 09, 2008 10:00 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by อินทรีย์ทองแดง » Fri Jun 20, 2014 8:53 am

ขอบคุณพี่picatosมากๆครับ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์
นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกว่าความรู้ตัวเองต้อยต่ำจริงๆ
สุดยอดครับ :bow: :bow: :bow:

ได้เวลาเหล่าอินทรีย์ ผงาดบนฟากฟ้า

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Fri Jun 27, 2014 5:27 pm

ลิงค์ไปยังการประชุมผู้ถือหุ้นปี 2014 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.

http://www.softbank.jp/en/corp/irinfo/i ... s/2014/#02

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Jul 26, 2014 10:30 pm


Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Aug 02, 2014 4:08 pm

มีคนมาแข่งซื้อ T-Mobile กับ SoftBank แล้วครับ

http://www.japantimes.co.jp/news/2014/0 ... 9ypuGIaySM

France’s Iliad challenges SoftBank’s Sprint for control of T-Mobile

PARIS/NEW YORK – The French telecommunications company Iliad has made a surprise offer for T-Mobile, setting up a potential bidding war with Sprint, the U.S. mobile carrier now controlled by SoftBank.

The approach will further shake up a U.S. media and telecommunications market already in tumult as a series of U.S. cable and cellular operators bid for rivals to cut costs amid slowing growth. The market and its relatively healthy margins remain alluring to some foreign operators like SoftBank and Iliad, however.

Iliad, which has shaken up the French mobile and broadband market in the past decade with its cheap no-frills subscriber plans, bid $15 billion in cash for 56.6 percent of T-Mobile at $33 per share, it said in a statement Thursday.

The Paris-based company said its offer for the fourth-largest U.S. carrier values all of T-Mobile at $36.20 per share, a premium of 42 percent to the pre-announcement share price, once the expected cost savings of $10 billion is taken into account.

That is less than the roughly $40 per share Sprint agreed to pay under the broad terms of an agreement worked out with Deutsche Telekom, T-Mobile’s majority owner. The terms of that proposal, which followed months of talks, would value T-Mobile at nearly $32 billion.

Deutsche Telekom and Sprint declined to comment. A spokesman for SoftBank in Tokyo also declined to comment.

Despite Iliad’s lower offer, three people close to the French company said founder Xavier Niel believes he has a strong card to play because his bid would not face the antitrust scrutiny that confronts Sprint in trying to merge the third- and fourth-biggest U.S. mobile operators.

“SoftBank has been told in many very clear coded words that the Department of Justice and the FCC would probably not approve the acquisition,” said Reed Hundt, a former chairman of the U.S. Federal Communications Commission. “There’s no question to me that the FCC would say ‘bienvenue’ ” (welcome) to the proposed Iliad deal.

The FCC and Justice Department expressed a desire earlier this year to have at least two more network operators competing against AT&T and Verizon.

The T-Mobile offer is Niel’s most audacious attempt at extending his reach beyond France, Monaco and Israel, where he owns part of operator Golan Telecom. Still, his bid to enter the United States mobile market is a long shot, some investors and analysts say.

The French company specializes in broadband and lacks experience in mobile, T-Mobile’s main business, having launched its mobile service only in 2012. It is also unfamiliar with the demands of competing in the United States, with its massive coverage needs and deep-pocketed competition from AT&T and Verizon Communications, the market leaders.

Iliad expects $10 billion in savings from the deal. While it provided no further details, sources familiar with the situation said the French upstart believes it could generate $1.5 billion to $2 billion in additional earnings before interest, taxes, depreciation and amortization (EBITDA) per year by running T-Mobile in a more streamlined manner.

T-Mobile is inefficient and badly managed on the cost front, they argued.

Still, some analysts said the Iliad offer could falter on price alone.

“We are skeptical that T-Mobile and its shareholders, including Deutsche Telekom, will find this bid attractive,” Credit Suisse analysts Joseph Mastrogiovanni and Michael Baresich wrote in a research note. “However, it could put pressure on Sprint to move sooner rather later.

Few doubt the scale of Neil’s ambitions. The entrepreneur, an unknown outsider in France when he started out, has joined the elite, lunching with ministers, starting a tech school and holding part ownership of the influential Le Monde newspaper.

He earned his first fortune from an adult chat and dating service on the Minitel, a rudimentary computer network that predated the Internet in France. He then surfed on a wave of market liberalization in telecoms to create Iliad.

In many ways Niel is similar to Masayoshi Son, the head of SoftBank and his rival for T-Mobile. Both have operated their companies as challengers who cut prices to take on larger rivals with bigger resources.

Niel sees the U.S. market as ripe for the kind of challenge Iliad mounted in France, where its entry into the mobile market in 2012 sent prices down 30 percent and hurt the profits of bigger rivals Orange and SFR, as well as Bouygues. He ranks 133rd on Forbes’ list of billionaires, with a net worth of $9.5 billion.

Son, who is also Sprint’s chairman, has pledged to start a price war in the United States, and he has said industry consolidation would allow Sprint to compete more effectively against Verizon and AT&T. He owns 19.3 percent of SoftBank and is 46th on the Forbes list, with a net worth of $18.4 billion.

T-Mobile would appear well-suited for the role of challenger championed by Niel and Son. Last year, it turned around years of subscriber losses using a strategy that eliminated contracts, restructured plans and set off a race to slash prices across the industry.

Earlier on Thursday, T-Mobile posted a net profit after a year of losses and reported the industry’s largest post-paid phone subscriber additions of the quarter.

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

User avatar
mario
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 721
Joined: Wed Mar 12, 2008 8:26 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by mario » Fri Sep 19, 2014 1:24 am

อ่านกระทู้นี้แล้วได้ความรู้มากเลยขอบคุณพี่ๆมากครับ

The basic ideas of investing are to look at stocks as business,
use the market's fluctuations to your advantage,
and seek a margin of safety.

Investing is not about big returns ,it's about safety of principal and satisfactory returns.

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Mon Sep 22, 2014 12:47 am

TOKYO, Sept 21 (Reuters) - Japan's SoftBank Corp said it expected a gain of about 500 billion yen ($4.6 billion) from Alibaba Group Holding's share listing in New York, where the Chinese e-commerce leader surged 38 percent on its first day of trade.
SoftBank CEO Masayoshi Son also told CNBC that he would want to own more of Alibaba, although he reiterated that the Japanese mobile carrier and Internet media company was happy with the current 32 percent stake, which made it the Chinese company's biggest shareholder.

Asked if he would like more of Alibaba, Son told CNBC on Friday: "Of course."

Pressed on the likelihood of buying more shares, Son added: "Anything is possible but we are happy the way it is."

He said SoftBank considered Alibaba a core holding and he was upbeat about the Chinese company's future.

"My point of view is that this is the true beginning of Alibaba," he said. "I'm very, very optimistic."

SoftBank said in a statement on Saturday that it would book the estimated 500 billion yen gain in the half-year to end-September and would announce a precise figure at a later time. The gain was recorded to reflect Alibaba's increased asset value with the issuance of new shares and the conversion of preference shares to common stock in conjunction with the listing.

The Chinese e-commerce leader's shares surged in their Friday debut on the New York Stock Exchange as investors jumped at what is likely to rank as the largest IPO in history, betting on Chinese growth and a company that accounts for 80 percent of that country's online sales.

(1 US dollar = 109.0100 Japanese yen) (Reporting by Yuka Obayashi, Teppei Kasai and Yoshiyasu Shida; Writing by Edmund Klamann; Editing by Simon Cameron-Moore)

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

User avatar
leaderinshadow
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1764
Joined: Wed Oct 26, 2005 12:28 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by leaderinshadow » Sat Oct 11, 2014 1:26 am

ซอฟต์แบงก์เล็งซื้อดรีมเวิร์คส์
วันอังคารที่ 30 กันยายน 2014 เวลา 11:54 น

ซอฟต์แบงก์ คอร์ป บริษัทโทรคมนาคมสัญชาติญี่ปุ่น แสดงความสนใจซื้อกิจการบริษัทผลิตภาพยนตร์ ดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชัน เจ้าของภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Shrek และ Kang Fu Panda
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานโดยอ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวว่า ซอฟต์แบงก์ คอร์ป ได้ยื่นข้อเสนอซื้อกิจการดรีมเวิร์คส์ แอนิเมชัน เป็นมูลค่า 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 32 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหุ้น อย่างไรก็ดี ตัวแทนจากซอฟต์แบงก์ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นต่อรายงานข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ หากมีการบรรลุข้อตกลงซื้อขาย จะทำให้ซอฟต์แบงก์เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นรายที่ 2 ที่ซื้อกิจการสตูดิโอภาพยนตร์ฮอลลีวูด หลังจากโซนี่ คอร์ป ซื้อกิจการโคลอมเบีย พิคเจอร์ส ในปี 2532 โดยเวลานี้ซอฟต์แบงก์มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสำหรับการควบรวมกิจการ หลังทำกำไรได้จากการเปิดขายหุ้นไอพีโอของอาลีบาบา ซึ่งซอฟต์แบงก์ถือหุ้นอยู่ 32%
ความสนใจต่อกิจการของดรีมเวิร์คส์แสดงให้เห็นว่า ซอฟต์แบงก์ภายใต้การนำของนายมาซาโยชิ ซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มุ่งเน้นการขยายธุรกิจไปที่การลงทุนซื้อกิจการผู้ผลิตคอนเทนต์เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้งานเครือข่ายไร้สาย แทนที่จะลงทุนในธุรกิจโครงข่ายโทรคมนาคมโดยตรง โดยก่อนหน้านี้ซอฟต์แบงก์ซื้อกิจการผู้ผลิตคอนเทนต์เกมเป็นส่วนใหญ่
ดรีมเวิร์คส์เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันที่ได้รับความนิยมอย่างสูงไปทั่วโลกหลายต่อหลายเรื่อง อาทิ Shrek, Madagasgar และ Kang Fu Panda เจฟฟรีย์ แคตเซนเบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของดรีมเวิร์คส์พยายามปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้วยการลดการพึ่งพารายได้จากภาพยนตร์แอนิเมชันที่บริษัทผลิต 2-3 เรื่องต่อปี และหันไปขยายออกสู่สื่อโทรทัศน์ วิดีโอออนไลน์ และคอนซูเมอร์โปรดักต์มากขึ้น
อย่างไรก็ดี ขนาดของดรีมเวิร์คส์ไม่ใหญ่เพียงพอสำหรับสร้างโครงข่ายระดับโลกเพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อย่างวอลท์ดิสนีย์ ซึ่งหากดรีมเวิร์คส์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทขนาดใหญ่อย่างซอฟต์แบงก์ จะช่วยให้ดรีมเวิร์คส์มีอำนาจต่อรองในการเจรจาลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และรายการทีวีของตนเองเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ การจับมือกับซอฟต์แบงก์ยังเป็นประโยชน์ต่อแผนการขยายธุรกิจของดรีมเวิร์คส์สู่ตลาดเอเชียที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2555 ดรีมเวิร์คส์จับมือกับบริษัทสื่อ 3 แห่งของจีน คือ ไชน่า มีเดีย แคปิตอล, เซี่ยงไฮ้ มีเดีย กรุ๊ป และเซี่ยงไฮ้ อัลลิอันซ์ อินเวสต์เมนต์ ตั้งบริษัทผลิตภาพยนตร์ โอเรียนทัล ดรีมเวิร์คส์ เพื่อผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันภาษาท้องถิ่นเป็นหลัก โดยดรีมเวิร์คส์ และโอเรียนทัล ดรีมเวิร์คส์ จะร่วมกับผลิตภาพยนตร์ Kang Fu Panda 3 สำหรับเข้าฉายในปี 2559
ซันกล่าวไว้ว่า ต้องการสร้างซอฟต์แบงก์ให้เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก และวางเป้าหมายเพิ่มมูลค่าตลาดของบริษัทเป็น 200 ล้านล้านเยน หรือร่วม 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2583 จากราว 10 ล้านล้านเยนในปัจจุบัน
ซาโตรุ คิคูชิ นักวิเคราะห์จากเอสเอ็มบีซี นิคโก ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า "ธุรกิจคอนเทนต์ มีเดีย และอินเตอร์เน็ตในสหรัฐฯ ซึ่งสามารถใช้เป็นฐานขยายไปทั่วโลก ควรเป็นเป้าหมายหลักของซอฟต์แบงก์" ซึ่งคิคูชิมองว่า ซอฟต์แบงก์มีโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายโทรคมนาคมอยู่แล้ว สามารถนำมาใช้ต่อรองในธุรกิจคอนเทนต์ได้
ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มีรายงานข่าวความเป็นไปได้ของซอฟต์แบงก์ในการซื้อกิจการหลายบริษัท อาทิ บริษัทอินเตอร์เน็ต ยาฮู, โวดาโฟน กรุ๊ป ผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายของอังกฤษ ตลอดจน ไลน์ คอร์ป เจ้าของแอพพลิเคชันแชตยอดนิยม อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวใกล้ชิดกล่าวกับเดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัลว่า ซันยังสนใจโอกาสการเติบโตในสหรัฐฯ และต้องการขยายคอนเทนต์มีเดียของซอฟต์แบงก์เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับบริษัทเครือข่ายไร้สาย
เมื่อเดือนก่อน ซอฟต์แบงก์ซื้อกิจการบริษัท ซูเปอร์เซลล์ฯ ผู้พัฒนาโมบายเกมจากฟินแลนด์ ขณะที่มีหุ้นอยู่แล้วในบริษัท กังโฮ ออนไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ของญี่ปุ่น ซึ่งการทุ่มเงินลงทุนในบริษัทเกมเหล่านี้ทำให้ซอฟต์แบงก์เป็นบริษัทที่ทำรายได้จากแอพพลิเคชันโมบายเกมสำหรับสมาร์ทโฟนได้สูงที่สุดในโลก จากข้อมูลของบริษัทวิจัย แอพแอนนี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 34 ฉบับที่ 2,988 วันที่ 2 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557



http://www.thanonline.com/index.php?opt ... Itemid=460


Nutth147
Verified User
Posts: 239
Joined: Thu May 23, 2013 4:19 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by Nutth147 » Sat Oct 11, 2014 9:36 am

[youtube]http://youtu.be/IJcvRLKO_pU[/youtube]

ร่วมโฆษณา soft bank ขนาดฟังไม่รู้เรื่อง ยังพอเข้าใจและขำดีครับ

ความจนนั้นเกิดได้จากสองสาเหตุ คือ จนเพราะไม่มี กับ จนเพราะไม่พอ
ความรวยก็ประกอบด้วยองค์สอง คือ รวยเพราะมีมาก และ รวยเพราะพอเพียง

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Oct 11, 2014 2:02 pm

SoftBank จับมือกับ Legendary แล้วครับ

http://www.softbank.jp/en/corp/news/pre ... 141003_01/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Thu Oct 23, 2014 6:39 pm

http://online.barrons.com/articles/soft ... #printMode

Softbank’s Rising Son To Score With Triple-Play
Shares could rise 60% as Japan tech guru looks beyond Alibaba success. Mobile ambitions to lift stock.

By THOMAS STREATER
Updated Oct. 22, 2014 1:31 a.m. ET

Softbank smashed the ball out of the park with its investment in China’s e-commerce colossus Alibaba. That shouldn’t be a surprise for a company that owns one of Japan’s premier baseball teams, the Fukuoka Softbank Hawks, but investors appear to have left the game too soon judging by the 14 per cent decline in the stock since mid-September.

The pull-back comes after Softbank ( 9984.TO ) powered to an eight-month high as its 32% stake in Alibaba ( BABA ) proved magnetic to investors ahead of the Chinese company’s red-hot initial public offering. Alibaba has a $215 billion market value, making Softbank’s stake worth more than $60 billion and delivering an eye-popping return on a $20 million investment.

Softbank offers investors an attractive entry into a company with three core businesses – telecommunications infrastructure, services and content – that are poised to exploit founder Masayoshi Son’s vision of an “information revolution”. A portfolio of more than 750 venture capital-like investments could produce the next Alibaba.

The bull case for Softbank is based on a closer alignment of the three core businesses to drive earnings growth from the growth of mobile devices and consumer demands to make transactions or view content from wherever they are. The stock is being priced as a telecommunications business when in reality it is more.

Jefferies analyst Atul Goyal argues the market has it wrong on Softbank. With a share price target of JPY11,400, a hefty 60 per cent above the current price around JPY7,200, Goyal says the stock should be viewed as an investment holding company rather than a telecommunications business. He says investors ascribe zero value to the firm’s venture capital portfolio due to the difficulty in gauging the value of a diverse array of businesses at different levels of development.

Parallels can be drawn between Son’s vision for Softbank and US-based Apple ( APPL ). Apple maintains customer loyalty by offering popular products, coupled with integrated and compatible software and hardware, as well as a one-stop shop for content. Softbank seeks to build a super-fast mobile-internet platform that generates revenue from online ad sales and the selling of content.

While Softbank’s stake in Alibaba has been top of mind for investors, it should not blinker them to improvements to the firm’s infrastructure assets. Barclays analyst Keiichi Yoneshima says Alibaba could account for nearly 60% of SoftBank’s value in the short term, but investors should focus on progress at US-based carrier Sprint (S) , which was acquired by SoftBank in 2013. The turnaround should provide the foundation for expansion in US mobile-internet services and content.

The ambition for Sprint is to replicate the success of SoftBank Mobile in Japan. When SoftBank acquired Vodafone Japan in 2006, both groups had poor brands and networks. But through competitive pricing and improvements to connectivity, mobile operating income has increased eight-times since 2006. SoftBank Mobile has shaken up the cozy oligopoly of NTT DoCoMo ( 9437.TO ) and KDDI ( 9433.TO ). SoftBank is now Japan’s number one mobile operator.

Similar to its experience in Japan, Sprint has begun to challenge US-based mobile incumbents Verizon ( VZ ) and AT&T (T). Its competitive assault is based on the rebuilding of its network to improve connectivity. Son said the network connectivity improvements at Sprint had been helped by directly tapping into SoftBank’s experience in Japan. But in a shot across the bow at his rivals, Son warned price competition would intensify in the war for market share.

Softbank will benefit greatly from the experience of Sprint chief executive Marcelo Claure. The Bolivian-born executive was the founder of Brightstar Corp that Softbank acquired a majority interest in last year. The deal transformed Softbank into the world’s largest buyer of mobile devices and gives it a strong negotiating position in talks with handset makers on prices and functions available on phones.

Upside for investors will come from a better pairing of Softbank’s network with content. The Alibaba stake provides exposure to China’s fast growing e-commerce market. Softbank also has interests in Yahoo! Japan ( 4689.TO ) and Renren ( RENN ), the latter being a leading social network in China. Softbank is also big in mobile games, with interests in GungHo Online Entertainment ( 3765.TO ) and Supercell providing a strong position against rivals like King Entertainment ( KING ), producer of the popular Candy Crush.

Some investors may be concerned about Softbank’s exposure to the weakening yen, which traded at a six year low of JPY110 in early October. Any concerns about currency exposure appear over-played. The stakes in Alibaba and Sprint act as good hedges against any further yen devaluation.

Softbank is a compelling opportunity for investors willing to back Son’s ability to deliver on the company’s internet ambitions. Shares are priced at 15 times 2015 projected earnings, a premium to telecom rivals NTT DoCoMo, KDDI, and Verizon which trade around 13 times. But Softbank is more than a telecommunications company and arguably should trade up towards the more generous multiples given to Google ( GOOGL ) at 19 times projected earnings, and Yahoo! and Alibaba which trade above 30 times. Any upward rerating of the shares is dependent on Son translating the rhetoric of his internet ambitions into reality. History suggests backing Son is a good bet.

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sat Oct 25, 2014 6:53 am

SoftBank ดึงตัว Nikesh Arora จาก Google มาร่วมงานทางด้าน Telecom และ Internet ผ่านมาไม่กี่เดือน มีดีล M&A เกิดขึ้น 3 ดีลแล้วภายใต้บริษัทลูกที่ Nikesh บริหาร

บทความจาก Forbes น่าสนใจเลยนำมาแปะไว้ครับ

http://www.forbes.com/sites/ericjackson ... -softbank/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Wed Oct 29, 2014 9:09 pm

October 29, 2014 7:00 pm JST
SoftBank eyes India for its 'next Alibaba': Masayoshi Son
HIROYUKI KOIZUMI, Nikkei staff writer

In an exclusive interview with The Nikkei in New Delhi, SoftBank chief Masayoshi Son said his company is ready to invest 1 trillion yen in India in the coming 10 years.
NEW DELHI -- SoftBank chief Masayoshi Son calls India an "extremely exciting market," and he is ready to back that assessment with hard cash. Over the next decade, his company plans to invest 1 trillion yen ($9.16 billion) in the country.

Following his meeting with Indian Prime Minister Narendra Modi on Monday, Son sat down with The Nikkei to discuss his company's plans for the massive market and the world at large.

Excerpts from the interview follow.

Q: What did you discuss in your meeting with Modi?

A: I met Prime Minister Modi when he visited Japan last month, and he urged us to invest in India. We feel India will experience significant, stable growth under the new government.

When I met with the prime minister and key cabinet ministers on Monday, I told them that we are ready to invest 1 trillion yen in India in the coming 10 years and that India is a market worthy of it. For now, we have decided on investments totaling around 100 billion yen, and I think we can make a fairly good start.

Our future [in India] will depend on how many attractive investment destinations we come across in the next 10 years. Another key to us is whether India can grow smoothly during the period. Our investment amount is not fixed at 1 trillion yen -- it will change depending on the situation in India.

Q: What requests did you put forward to Modi?

A: I asked him for a rapid expansion of mobile Internet infrastructure in India. Otherwise, it will be difficult to achieve widespread adoption of Internet services. The prime minister said India will develop its economy based on infrastructure investments, and I told him that while the construction of highways for automobiles is important, India should give as much weight to information highways.

The prime minister agreed, and said he has a vision of creating a "Digital India" with one of the world's most advanced information highways and networks. He asked us for advice in reaching that goal.

I also asked for political transparency and deregulation.

Q: How do you assess India as a market?

A: To us, India looks very much like China, where we began actively investing 10 years ago. The Internet companies we are looking to invest in will be unable to grow rapidly without an advanced Internet infrastructure. Although conditions are still not conducive for personal computers and fixed-line telecommunication, mobile-based Internet services will grow sharply. Mobile devices include smartphones and tablets, and with inexpensive, high-performance models available, their use is set to spread rapidly across India.

Lots of people were skeptical when we invested in Alibaba Group Holdings, a Chinese e-commerce company. More than 10 years have passed, and we are now starting to reap bountiful rewards from it. In this respect as well, India is an extremely exciting market.

Q: You invested in Alibaba after interviewing 20 companies. Do you plan to do the same in India?

A: I will meet with top executives of some 10 startups on Tuesday and 15 the following day, hoping to find the next Alibaba. We became interested in Indian e-commerce company Snapdeal two years ago and held numerous talks with its executives in Tokyo. After thoroughly analyzing the company and holding negotiations with its executives, we made the decision to invest.

We are also investing in Olacabs (ANI Technologies), the Indian version of Uber (of the U.S.), a smartphone application for arranging taxi rides that is gaining rapid popularity around the world. We met with Olacab's executives in the U.S. and Japan after the company was introduced to us, and finally decided to invest in it following talks in India this time.

Q: Do you intend to find companies that can grow within India or those that can do business globally, like InMobi (the world's largest smartphone-based advertising company, backed by SoftBank)?

A: Both. Snapdeal and Olacabs have chances of advancing into other markets in Asia. They may form a business alliance with Alibaba in the future. Snapdeal can become a strategically important company [for the SoftBank group] in India. Snapdeal currently generates 200 billion yen in merchandise volume, and the business will likely reach 1 trillion yen in the near future in light of its ninefold year-on-year growth.

Q: What do you pay the most attention to when deciding whether to invest?

A: Business model and management. I check whether managers are devoted to their business, respect teamwork and have high aspirations. These are the basics of management, and they are extremely important in the long run. A company can grow in over the short term, but if its top executive wishes to lead in a way that produces long-term growth, he or she must have human appeal. Otherwise, no one will follow. It is extremely important to examine whether the top executive of a company is engaging and broad-minded.

SoftBank has repeatedly changed its business models [including wholesale of software, publication, fixed-line telecom service and mobile phone service] since it was founded. Decade by decade, business models are very important for a company. But when looking at things in terms of 30-year increments, the fundamental quality of its leader and team of founders is more important.

We do not enter a market by establishing a wholly owned subsidiary or acquiring a controlling stake of more than 50% in a company. We support companies as a partner. Although we become the biggest shareholder in companies by acquiring 30% or 40% of their shares and influence their management, we still expect young executives in various countries to lead their companies.

Looking at India from a global point of view, I think it is best for young Indian leaders to work actively, instead of us controlling [operations in] India from California and Tokyo. People who can recognize and consume the culture of the country concerned can succeed. This is how you get technology or culture to take hold.

Q: You used to say that matters in the U.S. occupied more than 90% of your mind. How about now?

A: Marcelo Claure (former CEO of Brightstar, the biggest U.S. wholesaler of mobile phones, owned by SoftBank) is successfully leading Sprint (the No. 3 U.S. mobile service provider, also owned by SoftBank). I have relegated as much power as possible to him and provide support so that he can manage the company in the way he sees fit. As he knows the business better than anybody else, its management should be left to him.

He is already generating results that justify leaving the management to him. Earnings [at Sprint] are making a turnaround and I feel I can rely on him. He has allowed me to return to the position of overseeing the whole of our operations, including the Internet business in India.

Q: There has been a sharp increase in mergers and acquisitions involving overseas companies over the past month. Where and what kinds of businesses will you target from now?

A: Marcelo is energetically managing Sprint, while Nikesh Arora, who recently joined us from Google, knows the Internet business inside and out. As such, we are ready to further expand our Internet-related investments on a global scale. To do this, we will oversee the whole of our operations while also keeping an eye out for opportunities that may arise in various markets.

The financial leeway we have gained as a result of Alibaba's listing also has important implications. Although we have no intention of selling our assets anytime soon, their increased value has greatly enlarged both our fundraising capacity and the range of options to us. This will allow us to make a variety of moves.

Interviewed by Nikkei staff writer Hiroyuki Koizumi

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Wed Nov 05, 2014 7:06 am

งบไตรมาส 2 ประกาศแล้วครับ

http://www.softbank.jp/en/corp/irinfo/p ... 014/#20833

มีเปรียบเทียบตัวบริษัทเหมือนห่านทองคำ Valuation จะมี Goose Premium

มองดูจากแผนของบริษัทแล้ว ที่ต้องทำเร่งด่วนคือฟื้นธุรกิจ Sprint

ที่เห็นได้ชัดจากแผนคือการเน้นลงทุนเพิ่มในบริษัท Internet ใน presentation ระบุว่าได้เข้าไปลงทุนในบริษัทอีคอมเมอร์ซ และบริษัทให้บริการแท็กซี่แบบ Uber

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Sun Jun 21, 2015 6:08 am

Presentation during 2015 AGM event

http://cdn.softbank.jp/en/corp/set/data ... 35_004.pdf

ยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง มองไปคล้ายๆ BRK แห่งเทคโนโลยีนะครับ

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Tue Jun 23, 2015 6:10 am

SoftBank, Bharti and Foxconn to Form Joint Venture
for Renewable Energy in India

SBG Cleantech will invest in solar and wind energy projects to promote clean and safe energy

http://www.softbank.jp/en/corp/news/pre ... 150622_01/

Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

offshore-engineer
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2165
Joined: Sun Nov 21, 2004 9:04 am

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by offshore-engineer » Tue Jun 23, 2015 6:11 am


Minimize risk through an in-depth knowledge. Buy at bargain price. Wait patiently.
http://valueinvestors.wordpress.com/

LA-Z-BOY
Verified User
Posts: 570
Joined: Sat Oct 23, 2010 6:59 pm

Re: SoftBank TSE:9984

Posts by LA-Z-BOY » Wed Jul 18, 2018 7:22 pm

2 ตัวเร่งที่น่าสนใจมากของหุ้น SOFTBANK
1.ภายในปี 2018 นี้ จะ spin off ธุรกิจที่เป็น capital intensive อย่างธุรกิจ carrier ออก
2.ปี 2019 เอา UBER เข้า ipo


Post Reply