WWE - World Wrestling Entertainment Inc. : US

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นประเทศ All for one, one for global
(ช่วงทดลองเปิดตัว สมาชิกและทุกท่านสามารถเข้าได้ตลอด)
Post Reply
User avatar
Pocket investor
Thai VI Partner
Posts: 34
Joined: Mon Nov 09, 2020 10:48 am

WWE - World Wrestling Entertainment Inc. : US

Posts by Pocket investor » Wed Mar 24, 2021 7:34 pm

ลงทุนรอบโลก ฉบับ Pocket ตอนที่ 6
“WWE หุ้นมวยปล้ำ อันดับ 1 ของโลก!”
บริษัท: World Wrestling Entertainment Inc. (WWE)
ตลาดหุ้น: NYSE
.
สวัสดีทุกท่านครับ ลงทุนรอบโลก ตอนที่ 6 นี้ผมขอพาทุกท่านกลับไปที่ตลาดอเมริกาครับ ในระหว่างที่ผมศึกษาหุ้นแล้วไปเจอหุ้นตัวนี้...ภาพความทรงจำในวัยเด็กก็ปรากฎชัดขึ้นมา เสียงพากย์จากนักพากย์มวยปล้ําในตำนานอย่าง "น้าติง" ยังคงจดจำได้ดีในโสตประสาท จึงอดไม่ได้ที่ต้องนำเสนอหุ้นตัวนี้ "WWE" เชื่อว่าเพื่อนๆอายุ 20 ปลายๆแบบผมน่าจะรู้จักกันดี และบริษัทมวยปล้ำอันดับ 1 แห่งนี้จะน่าสนใจลงทุนแค่ไหน ลองมาดูกันเลยครับ
.
ผมจัดกลุ่มเป็น 3 หัวข้อ สำหรับ Content นี้จะยาวหน่อย ถ้าใครไม่สะดวก สามารถอ่านเฉพาะสรุปพาดหัว (" ") ในแต่ละประเด็นก็ได้ครับ แต่ถ้ามีเวลาลองอ่านทั้งหมดดูนะครับ
.
1. ลักษณะธุรกิจ สินค้าและบริการ
"WWE เป็นผู้นำด้านสื่อความบันเทิงระดับโลก ในการโชว์มวยปล้ำ ผ่านทางโทรทัศน์ Pay-per-view และช่องทาง Digital platform เข้าถึงผู้ชมกว่า 900 ล้านครัวเรือนใน 180 ประเทศทั่วโลก โดยมีธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 ส่วน (1) Media มีรายได้จากค่าลิขสิทธิ์ ค่าโฆษณาและค่าสมาชิกการรับชมผ่าน Platform ออนไลน์ (2) Live Events การจัดแสดงสด ผ่านค่ายมวยปล้ำต่างๆ มีนักแสดง Superstar ในสังกัดประมาณ 300 คน (3) Consumer Products การขายสินค้าที่เกี่ยวกับมวยปล้ำ ผ่านการร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรต่างๆทั่วโลก"
.
WWE เป็นผู้นำด้านสื่อความบันเทิงระดับโลก ที่ส่งมอบ Content โชว์มวยปล้ำ ตลอดทั้ง 52 สัปดาห์ตลอดปี เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัว ผ่านทางโทรทัศน์ Pay-per-view และช่องทาง Digital platform เข้าถึงผู้ชมกว่า 900 ล้านครัวเรือนใน 180 ประเทศทั่วโลก ใน 28 ภาษา และมีทั้งโปรแกรม Live สด และ แบบ Video on demand โดย มีธุรกิจแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
.
(1) ธุรกิจสื่อ (Media) (สัดส่วนรายได้ 89%)
- มีรายได้หลักมาจากค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอด Content ของบริษัท ค่าโฆษณา และ "WWE Network" ที่เป็น Platform online streaming การรับชมแบบ Video on demand ตลอด 24 ชม. โดย สามารถรับชมการแสดงสดของ WWE ทั้งหมดรวมถึง "WrestleMania" ศึกมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในราคา 9.99 ดอลลาร์/เดือน รวมถึงรายการ Reality สารคดี และ Match คลาสสิค มากกว่า 11,000 ชั่วโมง และมีรายการที่สามารถรับชมฟรีกว่า 15,000 รายการ
.
- โดยสิ้นปี 2020 WWE Network มีสมาชิกแบบชำระเงิน 1.6 ล้านบัญชี
.
(2) ธุรกิจจัดการแสดงสด (Live Events) (สัดส่วนรายได้ 2% / สัดส่วนรายได้ ก่อน COVID-19 อยู่ที่ประมาณ 13%)
- มีรายได้จากการขายตั๋วการแสดงสด โดย บริษัทมีแบรนด์มวยปล้ำที่หลากหลาย เช่น SmackDown / Raw / NXT เป็นต้น โดย สามารถแสดงสดได้มากกว่า 450 โชว์/ปี ทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ และมีนักแสดง Superstar ในสังกัดประมาณ 300 คน และมีการสรรหา Superstar หน้าใหม่อย่างต่อเนื่อง
.
- WWE Talent Wellness Program เป็นโครงการดูแลสุขภาพของ Superstar ที่เปรียบเสมือนสินทรัพย์สำคัญที่สุดของบริษัท โดย ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ครอบคลุมการทั้งหมด เช่น ตรวจสอบหัวใจและหลอดเลือด การทำงานของสมอง การใช้สารเสพติดและการทดสอบยา เป็นต้น
.
(3) ธุรกิจขายสินค้าที่เกี่ยวกับมวยปล้ำ (Consumer Products) (สัดส่วนรายได้ 9%)
- ร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรต่างๆทั่วโลก เพื่อสร้างสินค้าที่มีแบรนด์ของ "WWE" ผ่านลิขสิทธิ์ผลงานและตัวละครนักมวยปล้ำในหมวดหมู่ต่างๆ เช่น ของเล่น Video game เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้าน ของสะสม สินค้ากีฬา หนังสือและอื่นๆ
.
- โดย มีผู้ได้รับ license > 150 ราย และมีจำหน่ายที่ร้านค้าปลีกรายใหญ่ทั้งหมด ได้แก่ Walmart, Target, Amazon, GameStop, Walgreens, Barnes & Noble, Hot Topic, Asda และ Smyths
.
- WWE เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีมูลค่าเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์ ในธุรกิจการค้าปลีก และได้รับการจัดอันดับเป็น Top 3 Action Figures ในอเมริกา เป็นแฟรนไชส์เกมต่อสู้ที่ขายดีที่สุดอันดับ 1 ในประวัติศาสตร์เกม Console มียอดขายมากกว่า 85 ล้านยูนิต และเป็นแบรนด์เกมบนมือถือที่มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 140 ล้านครั้ง
.
- รวมถึงในด้าน Music ผ่านการเป็นพันธมิตรศิลปินในการจัดการแสดงดนตรีสด ทั้งในส่วนเพลงเปิดตัว Superstar และเพลง Theme ซึ่งมีให้บริการทั่วโลกผ่าน Digital platform
.
2. Review ภาพรวมผลประกอบการที่ผ่านมา
"ปี 2020 รายได้รวม +1% จากรายได้ค่าลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น แต่รายได้จากการขายตั๋วลดลงและการงดจัดงาน Events ขนาดใหญ่ จากสถานการณ์โรคระบาด และกำไรจากการดำเนินงาน +79% จาก รายได้ค่าลิขสิทธิ์ Content ที่มีอัตรากำไรที่สูง และการลดต้นทุนต่างๆของบริษัท ในช่วง 5 ปีย้อนหลังบริษัทมีรายได้เติบโตเฉลี่ย +8% ต่อปี"
.
ผลประกอบการปี 2020 รายได้รวม = 974 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ +14 ล้านดอลลาร์ (เติบโต +1%) จาก การเติบโตของค่าลิขสิทธิ์ Content ที่เพิ่มขึ้น แต่ลดลงจาก รายได้จากการขายตั๋วลดลงและการงดจัดงาน Events ขนาดใหญ่ จากสถานการณ์โรคระบาด แบ่งเป็น
.
- ธุรกิจ Media +125 ล้านดอลลาร์ (เติบโต +17%) จากการเติบโตของค่าลิขสิทธิ์ของ Raw และ SmackDown โดย WWE Network มีสมาชิกแบบชำระเงิน 1.6 ล้านบัญชี (คงที่จาดปีก่อน) ส่วนจำนวนการดู Digital Video จำนวน 38,000 ล้านครั้ง โดย คิดเป็นจำนวน 1,400 ล้านชั่วโมง เติบโต +10% ทั้งในส่วน Digital platform และ Social media
.
- ธุรกิจ Live Events -106 ล้านดอลลาร์ (ลดลง -84%) จาก การงดการแสดงสด จากภาวะโรคระบาด ส่งผลให้ยอดขายตั๋วลดลง ในตลาดอเมริกาเหนือและตลาดต่างประเทศ ตั้งแต่ช่วงกลางมีนาคม 2020 และในช่วงไตรมาส 4/20 มีการงดจัดงานใหญ่ใน ซาอุดิอาระเบีย
.
- ธุรกิจ Consumer Products -6 ล้านดอลลาร์ (ลดลง -6%) จาก การจัดแสดงสดที่ลดลง ทำให้ขายสินค้าได้น้อยลง แต่มีการเติบโตบางส่วนจากช่องทาง E-commerce
.
กำไรจากการดำเนินงาน = 209 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ +92 ล้านดอลลาร์ (เติบโต +79%) จาก รายได้ค่าลิขสิทธิ์ Content ที่มีอัตรากำไรที่สูง และการลดต้นทุนต่างๆของบริษัท
.
ผลประกอบการย้อนหลัง อัตราเติบโตเฉลี่ยของรายได้ย้อนหลัง 5 ปี = +8% ต่อปี จากค่าลิขสิทธิ์ Content และค่าโฆษณาที่เพิ่มขึ้น จากความนิยมการรับชมมวยปล้ำในระดับโลกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และกำไรจากการดำเนินงาน +35% ต่อปี จากค่าลิขสิทธิ์ Content ที่เพิ่มขึ้นตาม Rating ของรายการ
.
3. แผนงานในปี 2021 และอุปสรรค
"บริษัทคาดการณ์ว่า EBITDA ในปี 2021 ของบริษัทจะเติบโตขึ้น 15-20% จาก สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้รายได้จาก การขายตั๋วและการขายสินค้าในการถ่ายทอดสด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และผลจากการทำสัญญา License ระยะยาวกับ Peacock การกลับมาจัด WrestleMania และการผลิตเนื้อหารายการโทรทัศน์ Raw และ SmackDown รายสัปดาห์ที่ WWE ThunderDome ที่เป็นสนามของบริษัทเอง ส่วนอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น คือ การแพร่ระบาดของ COVID-19 อาจจะยาวนานกว่าที่คาด ความนิยมการรับชมอาจจะลดลง และอาจจะมีการกดราคาจากผู้เล่น Streaming"
.
บริษัทคาดการณ์ว่า EBITDA ในปี 2021 ของบริษัทจะเติบโตขึ้น 15-20% จาก สถานการณ์ COVID-19 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้รายได้จาก การขายตั๋วและการขายสินค้าในการถ่ายทอดสด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และผลจาก
.
- การทำสัญญา License ระยะยาว ของ WWE Network ที่ร่วมมือกับ "Peacock" บริการ Streaming ของ NBCU ที่มีจำนวนสมาชิก > 30 ล้านบัญชี จะช่วยให้เข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น มีโอกาสที่ผู้ชมจะสมัครสมาชิกได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับแบบสมาชิก Stand alone
.
- การกลับมาจัด WrestleMania ในวันที่ 10-11 เมษายน 2021 ที่ Raymond James Stadium . - การผลิตเนื้อหารายการโทรทัศน์ Raw และ SmackDown รายสัปดาห์ที่ WWE ThunderDome ที่เป็นสนามของบริษัทเอง ที่ Amway Center ใน Orlando แทนสนามกีฬาต่างๆ ที่มีการจัด แสง สี เสียง ที่ล้ำสมัย สร้างบรรยากาศการรับชมที่สมจริงและนำแฟนๆ หลายพันคนเข้าสู่เวทีผ่าน Video สด
.
อุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้น (คิดเล่นๆ)
- การแพร่ระบาดของ COVID-19 อาจจะยาวนานไปกว่าที่คาด โดย บริษัทคาดการณ์ว่า ข้อกำหนดต่างๆ โดยเฉพาะ ยกเลิกการเลื่อนหรือการลดความจุของการถ่ายทอดสด จะยังมีต่อเนื่องอย่างน้อยภายในช่วงครึ่งปีแรก 2021
.
- ความนิยมการรับชมโชว์มวยปล้ำลดลง เช่น อาจจะเกิดจากความซ้ำซากจำเจของเนื้อหา หรือ Superstar ไม่ได้รับความนิยมเท่ารุ่นเก่าๆ เป็นต้น อาจจะส่งผลให้ ผู้ชมหันไปสนใจรับชมกีฬาประเภทอื่น หรือ Content ลักษณะอื่นๆมากกว่า
.
- การกดราคาจากผู้เล่น Streaming ที่มากขึ้น ในกรณีที่มีผู้ชนะกินรวบตลาดได้สำเร็จ
.
WWE เป็นอีกบริษัทด้านสื่อความบันเทิงที่เป็นตำนาน มีแบรนด์ที่ทรงพลังมาก ผ่านประสบการณ์ร่วมของผู้ชมกับ Superstar ในดวงใจหลายยุคสมัย ตัวอย่างในยุคผม เช่น Undertaker / Tipple H / Stone cold / The Rock และอื่นๆอีกมากมาย ที่วีรกรรมของพวกเขาเหล่านั้น ยังคงอยู่ในความทรงจำของผมจนถึงทุกวันนี้
.
ส่วนท่านผู้บริหาร คุณ Vincent K. McMahon หรือที่รู้จักในนาม "ป๋าวินซ์" เป็นผู้บริหารที่ผมชอบมากที่สุดคนหนึ่ง เพราะ Passion ที่อยากให้มวยปล้ำเป็นที่รู้จักในระดับโลก ในระดับที่ลงมาร่วมแสดงด้วยตัวเอง นับถือจริงๆ 555 และในวันที่โลกเข้าสู่ยุค Digital เราก็ได้เห็นบริษัทมีการปรับตัว เราจะเห็นโชว์มวยปล้ำอยู่คู่กับโลกไปอีกนานหรือไม่ และบริษัทจะเติบโตได้อีกไกลแค่ไหน เราคงต้องติดตามต่อไปครับ
.
โลกของเรายังมีธุรกิจอีกมากมายให้เราได้ศึกษากันอย่างสนุก และคุณสามารถเป็นเจ้าของกิจการเหล่านี้ได้ วันหลังผมจะมาเขียนสรุปข้อมูลบริษัทต่างประเทศรายอื่นๆอีกนะครับ หรือถ้าเพื่อนๆสนใจอยากให้สรุปบริษัทไหน สามารถ comment มาบอกกันได้เลยครับ ฝากติดตามนะครับ : )
.
ปล. Content นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลนักลงทุนเท่านั้น มิได้เป็นการชักจูงให้เกิดการซื้อขายหุ้นครับ
สรุปโดย : Pocket investor
.
Reference
ข้อมูลบริษัทและข้อมูลทางการเงิน
https://corporate.wwe.com/
https://corporate.wwe.com/investors/new ... -150041254 https://financials.morningstar.com/rati ... atform=sal
.
บทวิเคราะห์
https://seekingalpha.com/article/439610 ... its-are-up
https://seekingalpha.com/article/441243 ... 4539611093



Post Reply