ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นประเทศ All for one, one for global
(ช่วงทดลองเปิดตัว สมาชิกและทุกท่านสามารถเข้าได้ตลอด)
Post Reply
armchakorn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 81
Joined: Wed Apr 18, 2018 4:37 pm

ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by armchakorn » Tue Jan 05, 2021 8:08 pm

เป็น ETF นะครับ ไม่แน่ใจว่าPostในห้องนี้ได้ไหม

ขอเปิดด้วย Quote เท่ๆ จาก Steve Jobs นะครับ

"One of the very few silver linings about me getting sick is that Reed's gotten to spend a lot of time studying with some very good doctors... I think the biggest innovations of the twenty-first century will be the intersection of biology and technology. A new era is beginning, just like the digital one when I was his age."
- Walter Isaacson, Steve Jobs

ตัวอุตสาหกรรมด้าน genomics นั้นยังอยู่ในช่วงต้นๆครับ ซึ่งพัฒนาการรวดเร็วมาก และแข่งขันอย่างดุเดือดมากเช่นกัน อีกทั้งมีความเสี่ยงมากมายไม่ว่าจะด้านกฏหมาย ด้านจริยธรรมต่างๆ

มุมหนึ่งมองว่ามันคล้ายๆบริษัทยา ที่สุดท้ายแล้วก็จะเหลือบริษัทใหญ่ๆไม่กี่เจ้า แต่ก็จะไม่มีบริษัทไหนเป็น Winner-takes-all แบบพวกหุ้น Tech Mega Cap ในปัจจุบันนี้ เลยคิดว่าการซื้อเหมาเข่งไปเลย ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจครับ

ARKG เป็น Active Fund ที่บริหารโดย Catherine Wood ครับ , Component ในพอร์ตจะแบ่ง segment หลักๆออกมาเป็น
- CRISPR Genome Editing
- Targeted Therapeutics
- Bioinformatics
- Molecular Diagnostics
- Stem Cells
- Agricultural Biology

สามารถดูผลงานย้อนหลัง และ Holding ทั้งหมด (ตอนนี้มีอยู่ 51ตัว) ได้ใน Link เลยครับ
https://ark-funds.com/arkg

ส่วนอันนี้เป็น White Paper ของ ARKG เขียนโดย Brett Winton - เป็น Director of Research ของ Ark invest ครับ เป็นคนที่ Idea น่าสนใจมากๆเช่นกัน
https://bit.ly/2XpnQtn

ปล. ตัวอย่างที่ใกล้ตัวมากตอนนี้ก็คือ mRNA Vaccine ครับ มันน่าทึ่งมากๆ ถ้ามองว่ามันคือการใช้ Technology มาสร้าง "สารพันธุกรรมสังเคราะห์ (synthetic mRNA)" ซึ่งจะบรรจุชุดคำสั่งมาให้ cell ในร่างกายสร้าง Spike protein ของเชื้อก่อโรคCOVID ขึ้นมาอีกที

คิดแบบ Oversimplified ก็คือ โลกเราล้ำหน้าถึงขั้นที่สามารถ Manipulate ให้ cell ในร่างกายสร้างสารprotein อะไรก็ได้ขึ้นมาได้เองแล้วครับ

https://www.ft.com/content/74e41528-80c ... 43d90f0311



nattawutw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 269
Joined: Fri Aug 06, 2010 11:05 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by nattawutw » Tue Jan 05, 2021 8:24 pm

phpBB [video]

Expect the Unexpected.


quinquin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 119
Joined: Mon Jan 13, 2020 10:28 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by quinquin » Tue Jan 05, 2021 8:48 pm

มีคนเปิดห้องนี้จนได้ ใครสนใจเทคโนโลยีgene-editingโดยการใช้ crispr-cas9 แนะนำหนังNetflixเรื่องHuman nature ครับ



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2091
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by PK-TYW » Tue Jan 05, 2021 9:38 pm

หุ้นแห่งอนาคต



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2091
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by PK-TYW » Thu Jan 07, 2021 3:09 pm

quinquin wrote:
Tue Jan 05, 2021 8:48 pm
มีคนเปิดห้องนี้จนได้ ใครสนใจเทคโนโลยีgene-editingโดยการใช้ crispr-cas9 แนะนำหนังNetflixเรื่องHuman nature ครับ
ดูแล้วขนลุกเลยครับ หวังว่าจะวิจัยกันแล้วรักษาโรคยากๆได้สำเร็จ

มีอีกเรื่องที่น่าดูคือ Unnatural Selection

คำถามที่น่าสนใจคือถ้าบริษัทพวกนี้วิจัยสำเร็จ จะมารักษาคนในราคาแพงๆ หรือคิดราคาไม่แพงให้ทุกคนรักษาได้? เรื่องIP ก็ต้องติดตามว่าจะเป็นอย่างไร?
มองในแง่การลงทุนก็high risk high returnมากครับ



quinquin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 119
Joined: Mon Jan 13, 2020 10:28 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by quinquin » Fri Jan 08, 2021 12:03 pm

PK-TYW wrote:
Thu Jan 07, 2021 3:09 pm
ดูแล้วขนลุกเลยครับ หวังว่าจะวิจัยกันแล้วรักษาโรคยากๆได้สำเร็จ

มีอีกเรื่องที่น่าดูคือ Unnatural Selection

คำถามที่น่าสนใจคือถ้าบริษัทพวกนี้วิจัยสำเร็จ จะมารักษาคนในราคาแพงๆ หรือคิดราคาไม่แพงให้ทุกคนรักษาได้? เรื่องIP ก็ต้องติดตามว่าจะเป็นอย่างไร?
มองในแง่การลงทุนก็high risk high returnมากครับ
ขอบคุณครับ เรื่องนี้ยากจิง ต้องศึกษาอีกเยอะเลย :oops: มีอะไรมาแชร์กันนะครับ



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1058
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by arm10182 » Fri Jan 08, 2021 11:17 pm

หุ้นที่ถือมากสุด 5 อันดับแรกของกองทุน ARK Genomic Revolution ETF วันที่ 7 มกราคม 2021
.
1. Pacific Biosciences of California ถือ 7.4%
.
บริษัทผลิตและพัฒนาระบบ Gene Sequencing คู่แข่ง illumina มีจุดเด่นที่ความแม่นยำสูง 99.99% accuracy อ่านค่าได้ตั้งแต่ 10-100 kilobase ได้ประโยชน์จาก paradigm shift ที่ค่าตรวจแต่ละครั้งถูกลงกว่าเดิมมาก
.
แม้ไตรมาสนี้ยอดขายจะตก แต่รายได้จากค่าบริการเพิ่มขึ้น นอกจากนี้บริษัทยังได้ reverse termination fee จาก illumina ที่ยกเลิกการควบรวมกิจการอีกด้วย
.
นอกจากนี้ Pacific Biosciences of California ได้ร่วมมือกับ Invitae เพื่อพัฒนาการวินิจฉัยโรคลมชัก ด้วย
.
2. Teladoc ถือ 6.6%
.
เป็นบริษัททำ Telemedical ให้ผู้ป่วยเเละเเพทย์สามารถคุยกันผ่าน VDO conference ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปโรงพยาบาล/คลินิคให้ยุ่งยาก รายได้หลักมาจากค่าสมาชิกเเละค่าพบเเพทย์รายครั้ง รวมถึงมีบริการเสริมให้พบเเพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งในไตรมาส 3 ปี 2020 มีรายได้เพิ่ม 109% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่ากว่า 288 ล้านดอลลาร์
.
3. CRISPR Therapeutic ถือ 5.9%
.
มีหนึ่งในผู้ก่อตั้งคือ ดร. Emmanuelle Charpentier ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี !!
.
โดดเด่นด้าน Genome Editing ที่เป็นการปรับแก้รหัสพันธุกรรม โดยเปลี่ยนรหัสพันธุกรรมตามตำแหน่งที่ต้องการ สำหรับโรคเลือด และ มะเร็ง B-cell (มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่ง) โดยปกติแล้ว มะเร็ง B-cell จะใช้ CAR-T cell ของตัวเองในการรักษา แต่ CRISPR กำลังพัฒนาให้ใช้ CAR-T ของคนอื่นได้ ซึ่งจะง่ายต่อการผลิตและลดต้นทุนได้สูงมาก ถ้าสำเร็จจะผลิกโฉมการรักษามะเร็งชนิดนี้ไปเลย
.
นอกจากนี้ยังมี Genome-Editing Platform ของตัวเอง และเป็น Partner กับ Vertex Pharmaceuticals ในการพัฒนา Gene Therapy สำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมีย
.
4. TWIST BIOSCIENCE ถือ 5.6%
.
บริษัทที่สร้าง Platform สำหรับเก็บข้อมูล DNA สังเคราะห์ พัฒนาวิธีการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูลดิจิทัลใน DNA รวมถึงสังเคราะห์ยีน และขายเครื่องมือในการเตรียม NGS, libraries สำหรับ antibody เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนายา
.
ร่วมมือกับ illumina, Microsoft, Western Digital เพื่อทำ Advance Data Storage โดยใช้ DNA ในการเก็บข้อมูลต่างๆ
.
5. Fate Therapeutics ถือ 4.3%
.
บริษัท Biopharmaceutical ที่พัฒนาเซลล์ภูมิคุ้มกันบำบัดสำหรับมะเร็ง และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นบริษัทที่บุกเบิก Cell Therapy (เซลล์บำบัด) โดยใช้ induced pluripotent stem cell (iPSC) ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ยังอยู่ระหว่างการทดสอบทางคลินิค

Credit : เพจ BottomLiner - บทสรุปการลงทุน



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1058
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by arm10182 » Fri Jan 08, 2021 11:20 pm

หุ้น Invitae (ARKG ถือมากเป็นอันดับ7 ก่อนหน้านี้เคยถือมากเป็นอันดับ1)

Gene Technology เป็น 1 ในดาวเด่นของโลกในปี 2020 ขอบคุณ covid-19 ช่วยเร่งอัดฉีดงบเข้าอุตสาหกรรมนี้ เพราะการพัฒนาเรื่องนี้จะนำไปสู่การรักษาโรคทางพันธุกรรมที่เดิมมีอัตราการตายสูงได้และรักษาได้ยา
.
หนึ่งในนั้นคือ หุ้นที่มีการตรวจ DNA เฉพาะบุคคล เพื่อนำมาประกอบการรักษาทางการแพทย์ เช่น Invitae ที่หุ้นขึ้นแรงไปถึง 280% ก่อนปรับฐานปลายปีเหลือประมาณ 160% ในปี 2020
.
เมื่อก่อนการตรวจ DNA ไม่ได้เข้าถึงคนทั่วไป ในการตรวจหา จีโนม (Genome)
เพื่อดูว่า DNA ผิดปกติหรือไม่ ราคาแพง
.
ในปี 2000 ค่าตรวจอยู่ที่ $100,000,000
ในปี 2007 ค่าตรวจเหลือ $10,000,000
และในปี 2011-2012 ค่าตรวจเหลือเพียง $10,000 !!
และปัจจุบัน 2020 ค่าตรวจเหลือไม่ถึง $1000 หรือ 30,000 บาท
.
Invitae ปัจจุบันขายชุดตรวจ อยู่ที่ $250 (ต่ำกว่าต้นทุนที่ $274) หรือ 7,500 บาท
.
Genetic Testing มีมูลค่าตลาดกว่า $13 billion ในปี 2019 คาดว่าจะเติบโตถึง $28.5 billion ในปี 2026
.
.
Invitae เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีทางพันธุกรรม ที่มุ่งเน้นด้านข้อมูลทางพันธุกรรมมาใช้ในการรักษาทางการแพทย์ รายได้มีรายได้ $68.7 ล้าน เพิ่มจากปีที่แล้ว 22% เพราะการขายชุดตรวจพันธุกรรมส่วนบุคคลกว่า 1.7 แสนชุดในไตรมาสนี้ โดยที่ต้นทุน (Average Cost per Sample) ถูกลง
.
การที่บริษัททำยอดขายชุดตรวจเพิ่มขึ้นโดยที่ทำให้ต้นทุนที่ถูกลงเรื่อยๆทุกปี นับเป็นจุดแข็งเลยทีเดียว แต่บริษัทก็ยังไม่มีกำไร ทาง Invitae เองคาดว่าบริษัททจะ Breakeven ได้ในปลายปี 2022 หรือ ต้นปี 2023

Credit : เพจ BottomLiner - บทสรุปการลงทุน



young_5432
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1108
Joined: Wed May 27, 2009 12:59 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by young_5432 » Sat Jan 09, 2021 10:14 am

ดีมากครับที่เปิดห้องนี้ กำลังสนใจพอดี

แต่งงๆ ว่ามีกี่ประเภทกันสำหรับ ETF ของ ARK
และมีกองทุนไหนในไทยที่ขายที่กองแม่ของ ARK

กำลังคิดอยู่ว่าจะชื้อเป็นกองทุนในไทย หรือชื้อตรงที่เป็น ETF ดี
คิดว่าข้อดีข้อเสีย คืออะไรครับ

มีกระแสน้ำสายหนึ่งในกิจกรรมของคน ซึ่งเมื่อมันไหลบ่าท่วมท้น จะนำไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาล :Philip A. Fisher


Thomasmabkk
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1
Joined: Sat Dec 19, 2020 3:31 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by Thomasmabkk » Sat Jan 09, 2021 2:19 pm

เฉพาะเรื่องกองทุนในเมืองไทย เท่าที่ทราบมีกอง PWIN ของฟิลิปส์ครับ ถือ ARKG อยู่ประมาณ 6% แต่ถืออีกตัว ARKK ค่อนข้างมาก ที่ ประมาณ 45% ครับ ถ้าเป็น feeder fund ยังไม่เห็นมีนะครับ

ARK มี ETF แยก theme กันประมาณ 5 theme ครับ ARKG เป็นหนึ่งในนั้น



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1058
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by arm10182 » Sat Jan 09, 2021 2:31 pm

young_5432 wrote:
Sat Jan 09, 2021 10:14 am
ดีมากครับที่เปิดห้องนี้ กำลังสนใจพอดี

แต่งงๆ ว่ามีกี่ประเภทกันสำหรับ ETF ของ ARK
และมีกองทุนไหนในไทยที่ขายที่กองแม่ของ ARK

กำลังคิดอยู่ว่าจะชื้อเป็นกองทุนในไทย หรือชื้อตรงที่เป็น ETF ดี
คิดว่าข้อดีข้อเสีย คืออะไรครับ
ตามได้จากในลิงค์นี้เลยครับ
https://ark-funds.com/

ตอนนี้มีกอง etf active 5 passive 2

กองไทยที่ลงในกองแม่ ARK ตอนนี้มี PWIN ตามที่คุณThomasmabkk บอก
https://static1.squarespace.com/static/ ... 202011.pdf

และมี TGENOME ที่กำลัง ipo อยู่ (ลงทุนใน ARK Genomic Revolution ETF)
https://www.tisco.co.th/content/dam/tis ... ome_th.pdf

และมี TNEXTGEN ที่ลงทุนใน ARK Next Generation Internet ETF
https://www.tisco.co.th/content/dam/tis ... gen_th.pdf

กองไทยข้อดีคือ ซื้อขายง่าย ซื้อทีละน้อยๆ หลักพันหลักหมื่นได้
ข้อเสีย คือเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม ปีละ 1.x%+ และเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1%

ถ้าซื้อ ETF โดยตรง
ข้อดี ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีเพิ่มให้กับกองทุนไทย
ข้อเสีย อาจจะต้องซื้อทีละเยอะๆเพื่อให้คุ้มค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ

เช่น ค่าแลกเงิน 2000 + ค่าซื้อขั้นต่ำ 500-750 บาท (แล้วแต่โบรก)

ต้องซื้ออย่างน้อย 250,000 บาท ถึงจะเท่าค่าธรรมเนียมการซื้อของกองทุนในไทย (ถ้านับค่าขายด้วยก็ควรซื้ออย่างน้อย 300,000 บาท)



User avatar
AnieLee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1431
Joined: Fri Jul 25, 2014 3:11 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by AnieLee » Sat Jan 09, 2021 3:07 pm

quinquin wrote:
Tue Jan 05, 2021 8:48 pm
มีคนเปิดห้องนี้จนได้ ใครสนใจเทคโนโลยีgene-editingโดยการใช้ crispr-cas9 แนะนำหนังNetflixเรื่องHuman nature ครับ
นอกจากหนังแล้ว มีหนังสือที่น่าสนใจสำหรับคนที่สนใจเรื่องนี้ให้อ่านด้วยครับ เขียนโดย co-founder NTLA และเป็นคนได้รับรางวัลโนเบลด้วยครับ หนังสือชื่อ A Crack in Creation ครับ

จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้น ตอนไปอ่านข้อมูลธุรกิจของหุ้นในกลุ่มนี้ครับ

####################################################
ความสำเร็จจากการลงทุน ไม่ได้เกิดจาก "การซื้อของดี" แต่มาจาก "การซื้อของได้ดี" ต่างหาก


benzkanin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 50
Joined: Tue Jan 28, 2020 4:53 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by benzkanin » Sun Jan 10, 2021 9:02 pm

ติดตามคับ



FarmSabuy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 42
Joined: Sat Aug 22, 2020 9:26 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by FarmSabuy » Tue Jan 12, 2021 12:09 pm

ขอบคุณข้อมูลข่าวสารดีๆครับ🙏



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2091
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by PK-TYW » Tue Jan 12, 2021 4:23 pm

Cathieกับมุมมองปี21
https://youtu.be/MzPzz24UN3c



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Thu Jan 14, 2021 8:16 am

Ark Investment ที่บริหารโดย Cathie Wood กำลังจะออก ETF กองใหม่ที่เน้นลงทุนในบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอวกาศ( “Space Exploration ETF”)
ทำให้หุ้นอย่าง Virgin Galactic and Maxar Technologies ปรับตัวขึ้นทันทีในช่วงก่อนเปิดตลาดคืนนี้ 13.38% และ 15.21% ตามลำดับ
Virgin Galactic ทำธุรกิจเกี่ยวกับการสร้างยานอวกาศเพื่อให้บริการลูกค้ารายย่อยที่ต้องการบินขึ้นไปนอกโลกเพื่อซึมซับบรรยากาศและมองวิวที่สวยงาม
ส่วน Maxar Technologies ให้บริการลูกค้ารัฐบาลและบริษัทในการบริหารจัดการระบบยานอวกาศทั้งภาคพื้นดินและนอกโลก
ทั้งคู่ยังมีรายได้ไม่เยอะและมูลค่าตลาดก็หลักพันล้านดอลล่าร์
ทีมงานของ Cathie ขยันหาธีมการลงทุนใหม่ๆมากเลยครับ
Fb : Billionaire VI

https://www.cnbc.com/2021/01/13/cathie- ... 6-SXD8A0dM



User avatar
mr.bullish
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 147
Joined: Wed Aug 16, 2017 8:30 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by mr.bullish » Sun Jan 17, 2021 7:45 pm

phpBB [video]


กองนี้ fund of fund อธิบายภาษาไทยเข้าใจง่ายดีครับ



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1058
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by arm10182 » Mon Jan 18, 2021 8:29 pm

THE OPPORTUNITY - “เจาะลึกกองทุน ARK ทั้งหมดในประเทศไทย”

phpBB [video]


https://youtu.be/HyTY8jwQzYc



User avatar
pagzin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 95
Joined: Sun Aug 29, 2010 11:01 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pagzin » Tue Jan 19, 2021 8:36 pm




pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Wed Jan 27, 2021 8:29 am

15 ธีมลงทุน Big Idea 2021 ของ Ark Invest ที่นักลงทุนไทยไม่ควรพลาด
.
กลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนทั้งโลกจับตามองครับ เพราะ Ark Invest ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้มีเงินไหลเข้ามากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก ด้วยมูลค่า AUM สูงถึง 4 หมื่นล้านเหรียญ
.
#ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก
.
หลักๆแล้วสไตล์คือ การมองหาโอกาสลงทุนในนวัตกรรมที่มีโอกาสเติบโตสูง
.
แอดอ่านแล้วตื่นต้นกับโลกอนาคต และเห็นโอกาสในการลงทุนที่น่าศึกษาต่อเพียบเลยครับ ไปลุยกันเลยครับ
=============
.
ธีมที่ 1: Deep Learning
.
Ark Invest มองว่า Deep Learning จะเป็นสุดยอดเทคโนโลยีที่จะมาเปลี่ยนโลก พลิกโฉมที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตของเราเลยครับ
.
หลักๆแล้ว Deep Learning เป็นรูปแบบหนึ่งของปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่จะใช้ข้อมูลเอาไปเขียนซอฟต์แวร์อีกทีนึง
.
และการที่มันเรียนรู้และเขียนซอฟต์แวร์ได้อัตโนมัตินี่แหละครับ จะกลายเป็นว่า Deep learning จะพลิกโฉมในทุกอุตสาหกรรม ทุกวงการ
.
ทั้งนี้ Ark ประเมินว่า Deep Learning จะสร้างมูลค่าตลาดให้กับหุ้นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมมากถึง 30 ล้านล้านเหรียญ (คูณเป็นตัวเลขเงินบาทไม่ถูกเลยครับ) ภายในเวลา 15-20 ปีครับ
.
ยกตัวอย่างการนำไปใช้จริง เช่น ลำโพงอัจฉริยะ, รถยนต์ไร้คนขับ, แอพสำหรับผู้บริโภคทั่วไปอย่างพวกเรา เช่น Tiktok ก็ใช้ Deep Learning
.
=============
.
ธีมที่ 2: The Re-Invention of the Data Center
.
โดย Ark Invest มองว่า ระบบประมวลผล Data Center กำลังจะอยู่ในช่วงที่ปฏิวัติครั้งใหญ่เลยครับ
.
เหตุผลเพราะมีตัวประมวลผลที่จะทำให้ ถูกกว่า, เร็วกว่า, มีประสิทธิภาพมากกว่า และมองว่ามีโอกาสที่จะมาแทนที่ Intel ซึ่งก่อนหน้านี้ครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 90% ของรายได้ทั้งโลก
.
สำหรับ cloud computing มองว่าเทคโนโลยีชิปประมวลผลของ ARM, RISC-V และ GPU มีโอกาสที่จะมีบทบาทมากขึ้น โดยสามารถเติบโตได้มากถึง 45% ในแต่ละปี และจะมีรายได้แตะระดับ 1.9 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2030 ครับ
.
ส่วน data center ที่มี GPUs ที่จะมีบทบาทมากขึ้นจะเติบโตมากถึง 21% ต่อปี ขึ้นไปแตะระดับ 4.1 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2030 โหดสุดๆครับ
.
=============
.
ธีมที่ 3: Virtual Worlds
.
คำว่า Virtual Worlds ครอบคลุมทั้งวีดีโอเกม, AR, และ VR ครับ
.
หลักๆแล้วจะเป็นการสร้างสภาพแวดล้มที่สร้างขึ้นมาโดยคอมพิวเตอร์ และทำให้ใครก็ได้สามารถเข้าไปใช้ได้ และใช้เมื่อไหร่ก็ได้ (เหมือนในหนังเลยครับ) สิ่งที่ Ark มองคือตอนนี้ Virtual Wolds ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้นครับ
.
มองว่ามีโอกาสเติบโต 17% และจะทำให้มูลค่าธุรกิจเพิ่มขึ้นจาก 1.8 แสนล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเป็น 2.5 แสนล้านเหรียญภายในปี 2025 เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ตอนนี้ Virtual Wolrds ยังเป็นอิสระต่อกัน แต่ต่อไปในอนาคตทุกอย่างมันจะเชื่อมโยงกัน สามารถทำงานร่วมกัน กลายเป็นโลกเสมือนจริงที่เรียกว่า Metaverse
.
=============
.
ธีมที่ 4: Digital Wallets
.
กระเป๋าเงิน digital จะมีมูลค่าสูงถึง 4.6 ล้านล้านเหรียญในสหรัฐภายในปี 2025 ครับ โดยมีมูลค่าระหว่าง 250-1900 เหรียญต่อผู้ใช้งานในวันนี้ และจะเพิ่มเป็น 2 หมื่นเหรียญเลยทีเดียวครับ
.
เอาง่ายๆคือตอนนี้ Digital Wallets เองก็เริ่มเจาะตลาดให้บริการทางการเงินในรูปแบบเดิมๆได้แล้วครับ รวมถึงการให้กู้ยืมเงิน และจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่น่าตื่นเต้นมาก
.
(ยกตัวอย่างจีน ที่การชำระเงินผ่านมือถือ เติบโต 15 เท่าภายในเวลาแค่ 5 ปี และมีมูลค่าตอนนี้สูงถึง 36 ล้านล้านเหรียญใหญ่ 3 เท่าของ GDP จีน)
.
=============
.
ธีมที่ 5: Bitcoin’s Fundamentals
.
ก่อนหน้านี้ในช่วงปี 2017 Ark Invest มองว่าราคา bitcoin พุ่งปรี๊ดเป็นเพราะกระแสครับ แต่ตอนนี้เริ่มมีความไว้ใจ มีความน่าเชื่อถือ และหลายบริษัทเริ่มมองว่าจะสะสมเสมือนว่าเป็นเงินสด ในงบดุลของตัวเอง
.
เอาแค่ว่า สมมติบริษัทใน S&P 500 ทุกบริษัทแบ่งเงินแค่ 1% ของเงินสดเข้าไปลงทุนใน bitcoin แค่นี้ก็จะเห็นว่ามูลค่ามีโอกาสพุ่งแตะระดับ 4 หมื่นเหรียญได้สบายๆ
.
เพราะฉะนั้นก็เลยมองว่า การที่ bitcoin เพิ่งแตะจุดสูงสุดใหม่ไปไม่นานนี้ ในเชิงพื้นฐานยังถือว่าแข็งแกร่งอยู่ครับ
.
=============
.
ธีมที่ 6: Bitcoin: Preparing For Institutions
.
ไม่ใช่แค่นี้ครับ bitcoin กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่นักลงทุนสถาบันให้ความสนใจ และมองว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตฟอลิโอ ที่จะต้องมีการจัดพอร์ต และแบ่งพอร์ตมาลงทุนด้านนี้ครับ
.
และมองว่า bitcoin มีโอกาสพุ่งจากมูลค่า 5 แสนล้านเหรียญ (เดือนธันวาคม) กลายเป็น 1-5 ล้านล้านเหรียญภายใน 5-10 ปีเลยทีเดียวครับ และแนะนำด้วยว่าสำหรับนักลงทุนควรจะมี bitcoin ติดพอร์ตไว้บ้าง
.
=============
.
ธีมที่ 7: Electric Vehicles (EVs)
.
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีนัยยสำคัญมากๆ โดยจะเริ่มมีราคาใกล้เคียงกับรถยนต์ทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้มากขึ้นครับ
.
ทั้งนี้ผู้นำในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะพัฒนาแบตเตอรี่ที่จะช่วยทำให้การขับขี่ได้ไกลขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลงมาก และมองว่าจะมีโอกาสเติบโต 20 เท่า จากตอนนี้มียอดขาย 2.2 ล้านคัน จะเพิ่มกลายเป็น 40 ล้านคันในปี 2025 ครับ
.
แต่ความเสี่ยงในมุมการลงทุนคือ ถ้าค่ายรถยนต์ที่เป็นเจ้าตลาดเดิม สามารถเปลี่ยนโฉมตัวเองให้พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไร้คนขับได้อย่างประสบความสำเร็จ
.
=============
.
ธีมที่ 8: Automation
.
ยุคของหุ่นยนต์กำลังมาแล้วจ้า และจะช่วยคน และช่วยสร้างงานด้วยนะ
.
หลายคนยังมีความกลัวว่าระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์จะทำให้คนตกงาน แต่ Ark กลับเชื่อว่า ระบบอัตโนมัตินี้จะช่วยทำให้คนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยเพิ่มผลิตภาพ และทำให้ค่าแรงเพิ่มขึ้นด้วยครับ
.
โดยจะมีมูลค่าตลาด ที่สูงถึง 1.2 ล้านล้านเหรียญในช่วง 5 ปีนี้ เพิ่มขึ้นปีละ 5% ครับ
.
=============
.
ธีมที่ 9: Autonomous Ride-Hailing
.
ธุรกิจที่ให้บริการบนแอพพลิเคชันเพื่อใช้เรียกยานพาหนะในเครือข่ายผู้ให้บริการ เช่น รถยนต์ส่วนบุคคล รถแท็กซี่ รถมอเตอร์ไซค์ เป็นสิ่งที่เราเริ่มคุ้นชินละครับ แต่สิ่งที่ Ark มองคือ อนาคตจะกลายเป็นระบบอัตโนมัติ ไร้คนขับครับ
.
โดยมองว่าจะช่วยลดต้นทุนการเดินทางให้เหลือเพียง 10% ของต้นทุนแท็กซี่ในวันนี้ โอ้โห...​มิน่าเค้าถึงมองว่ากำลังจะมีการใช้อย่างแพร่หลายครับ
.
ทั้งนี้ Ark มองว่า แพลตฟอร์ม ride-hailing นี้ จะสร้างรายได้มากถึง 1 ล้านล้านเหรียญต่อปี ภายในปี 2030
.
และค่ายรถยนต์จะมีกำไร 2.5 แสนล้านเหรียญ และคนที่เป็นเจ้าของรถจะมีกำไรถึง 7 หมื่นล้านเหรียญเลยทีเดียวครับ
.
=============
.
ธีมที่ 10: Delivery Drones
.
อันนี้น่าสนใจครับ โดยมองว่า โดรนจะมาลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและคนได้อย่างมีนัยยสำคัญ
.
ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการลดต้นทุนแบตเตอรี่, และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัตินี่แหละครับจะช่วยผลักดันทำให้โดรนเกิดขึ้นได้
.
และอีกไม่นานครับ Ark มองว่าโดรนที่จะนำมาขนส่ง ทั้งสินค้า อาหาร และคน จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และสะดวกสบายมากอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และโดรนก็จะมาพลิกโฉมการช็อปปิ้ง ลดเวลาการท่องเที่ยว การเดินทาง และช่วยชีวิตคนได้
.
โดยมองว่า แพลตฟอร์มในการส่งนี้จะสร้างรายได้มากถึง 2.75 แสนล้านเหรียญในการส่ง, สร้างรายได้ใน hardware อุปกรณ์มากถึง 5 หมื่นล้านเหรียญ และรายได้จาก mapping เพิ่มเป็น 1.2 หมื่นล้านเหรียญเลยทีเดียวครับ
.
=============
.
ธีมที่ 11: Orbital Aerospace
.
ARK มองว่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบินและอวกาศกำลังจะกลายเป็นขาขึ้นครับ
.
เหตุผลที่สำคัญคือต้นทุนจรวดและดาวเทียมลดลงอย่างมาก
.
สิ่งที่ทำให้ต้นทุนลดลงนั่นเป็นเพราะการพัฒนาในเทคโนโลยี deep learning, การเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ, ระบบ เซ็นเซอร์, การพิมพ์สามมิติ รวมถึงหุ่นยนต์
.
ซึ่งก่อนหน้านี้เทคโนโลยีเหล่านี้มีต้นทุนราคาแพง แต่ตอนนี้ต้นทุนเริ่มลดลง ทำให้การ ปล่อยดาวเทียมและจรวดจะอยู่ในยุคเฟื่องฟูมากๆ
.
ทางด้าน ARK วิเคราะห์แล้วว่าโอกาสในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ การบินและอวกาศรวมถึงการเชื่อมต่อดาวเทียม และการเดินทางด้วยเครื่องบินที่มีความเร็วเหนือเสียงอาจจะมีมูลค่าที่สูงมากกว่า 3.7 แสนล้านเหรียญ ในแต่ละปีเลยทีเดียวครับ
.
=============
.
ธีมที่ 12: 3D Printing
.
การพิมพ์สามมิติจะมีความสำคัญอย่างมากครับเราจะช่วยประหยัดเวลา,
ต้นทุนและการปล่อยของเสียแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างอุปกรณ์ใหม่ๆได้อย่างน่าทึ่ง
.
โดยระบบการพิมพ์สามมิติจะช่วยลดระยะเวลาระหว่างการออกแบบดีไซน์และการผลิต นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยทำให้ดีไซน์เนอร์ทำงานได้ ง่ายมากขึ้น
.
และความเจ๋งอีกอย่างคือการช่วยลดความซับซ้อนของทั้งซัพพลายเชนและมีต้นทุนเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเดียวของโรงงานการผลิตในรูปแบบเดิมๆ
.
โดย ARK วิเคราะห์แล้วว่าการพิมพ์สามมิติจะช่วยปฏิวัติวงการการผลิตซึ่งจะทำให้มีอัตราการเติบโตสูงถึง 60% เพิ่มมูลค่าจาก 1.2 หมื่นล้านเหรียญในปีที่แล้ว กลายเป็น 1.2 แสนล้านเหรียญ ภายในปี 2025
=============
.
ธีมที่ 13: Long Read Sequencing
.
เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ที่จะช่วย อ่านลำดับนิวเคลียร์โอไทด์ แบบสายยาวซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เกิดการปฏิวัติยีนในร่างกายของมนุษย์
.
ทาง ARK เชื่อว่าเทคโนโลยี long read จะช่วยทำให้เกิดความแม่นยำที่สูงมาก และสามารถช่วยตรวจจับตัวแปรที่มีความหลากหลายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีแบบเดิม
.
และภายในปลายปี 2025 ต้นทุนของเทคโนโลยีใหม่ลดลงมาจนเกือบจะเท่ากับเทคโนโลยีเดิม
.
ARK เชื่อว่า รายได้ของเทคโนโลยีนี้จะเติบโตมากถึง 82% ต่อปีและจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจาก 250 ล้านเหรียญ ในปี 2020 เพิ่มขึ้นกลายเป็น 5 พันล้านเหรียญ ภายในปี 2025
.
=============
.
ธีมที่ 14: Multi-Cancer Screening
.
สิ่งที่น่าตื่นเต้นถัดมาคือ การทดสอบตัวอย่างเลือดเพื่อหาเซลล์มะเร็ง จะช่วยป้องกันโอกาสในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งได้มากกว่าวิธีในการรักษาที่เคยทำกันมาในประวัติศาสตร์โลก
.
ARK ประเมินว่าเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ใหม่จะช่วยทำให้ต้นทุนในการตรวจหาเชื้อมะเร็งลดลงมา 20 เท่าจากเดิมเคยสูงถึง 30,000 เหรียญ ในปี 2015 จนตอนนี้เหลือเพียงแค่ 1500 เหรียญ
.
และในอนาคตต้นทุนจะลดลงมาเพิ่มเติมได้อีก 80% เหลือเพียงแค่ 250 เหรียญภายในปี 2025
.
นั่นหมายความว่ามูลค่าตลาดของเทคโนโลยีที่ช่วยตรวจจับโรคมะเร็งจะเพิ่มขึ้นสูงถึง 1.5 แสนล้านเหรียญในสหรัฐอเมริกาแต่ที่สำคัญมากกว่าคือจะช่วยทำให้จำนวนคนมากถึง 66,000 คนรอดพ้นจากการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในแต่ละปีในประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วจะช่วยชีวิตคนได้มากถึง 1.4 ล้านคนทั่วโลกเลยทีเดียวครับ
.
=============
.
ธีมที่ 15: Cell and Gene Therapy: Generation 2
.
ปัจจุบันโลกมนุษย์จะมีโรคหลายโรคที่ยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ หรือเพราะโรคที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม
.
ตอนนี้การรักษาเซลล์ และยีนยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น โดย ARK มองว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้มากถึง 20 เท่าตัว
.
เหตุผลที่เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีนี้จะมาได้แน่นอนนั่นก็เป็นเพราะว่า เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์, การตัดต่อพันธุกรรม จะช่วยทำให้ลดโอกาสล้มเหลว
.
ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาตลาดนี้ก็เพิ่มขึ้นห้าเท่าจากปี 2010
.



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Thu Jan 28, 2021 1:46 pm




pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Mon Feb 01, 2021 1:42 pm

phpBB [video]



User avatar
arm10182
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1058
Joined: Tue Oct 02, 2018 1:25 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by arm10182 » Tue Feb 02, 2021 11:59 pm

รีวิวกองทุน TGENOME และ ARKG: เมื่อสุขภาพและเทคโนโลยีถึงคราวมาบรรจบกัน

https://www.finnomena.com/yournicefriend/tgenome-arkg/



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Wed Feb 10, 2021 8:23 am

phpBB [video]



max888
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 937
Joined: Tue Jul 20, 2010 11:52 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by max888 » Thu Feb 18, 2021 11:32 pm

พอดีมีโอกาสได้ฟังอาจารย์หมอคุยกันใน clubhouse เรื่อง ARK เลยพยายามสรุปมาตามแบบที่เข้าใจ ผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ

- Genomic เป็น disruptor ทางการแพทย์และ application ในอนาคตจะมีได้หลากหลายมาก
- Data ที่ generate จาก sequencing เพิ่มขึ้น 1,000x ทุกๆ 5 ปี คนหนึ่งคน อาจจะไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว เชื้อก็ sequence โรค covid นี่ก็ sequence กันทุกวัน every living organism สามารถทำ sequence ได้หมด
- การตรวจ whole sequencing ทำทีเดียว แต่การตรวจ cell มะเร็งหรือ Liquid biopsy ต้องทำเรื่อยๆ เป็น recurring treatment
- application ด้าน sequencing อื่นๆ เช่น personalized medicine แต่ละคนใช้ยา dose ไม่เท่ากัน รวมไปถึง personalized nutrition
- ARK มักจะลงทุนในเทคโนโลยีที่น่าจะไกล้สามารถนำออกมาใช้ได้แล้ว แต่หุ้นที่ถือส่วนใหญ่จะเน้นไปทางเทคโนโลยีที่เข้าไปเป็น medical support มากกว่าลงทุนในเทคโนโลยีทางการแพทย์โดยตรงซึ่งมีไม่กี่ตัว
- CRISPR Therapeutic ที่ Ark ถือ มี pipeline ที่ very promsing คือ 1) การรักษาโรคธาลัสซีเมีย 2) แต่ตลาดที่ใหญ่กว่าธาลัสซีเมียมากคือ Sicker cell ไม่ค่อยเจอในไทย แต่ตลาด US ใหญ่มากๆและเจอเยอะมากๆ และถ้า approve แล้ว แม้จะแพงแค่ไหนก็สามารถเบิกได้ ถือว่ามี potential สูงมากๆ หรือการรักษาโรคตาบอดชนิดนึงในเด็ก ซึ่งมีค่ารักษาสูงถึง 15 ล้านบาทไทย จะสามารถเบิกได้เหมือนกัน
- Multicancer screening ดู promising แต่ต้นทุน การ adoption และ FDA approval รวมไปถึงการทำ Critical study อาจจะไม่สามารถสรุปได้ตอนนี้ว่าสุดท้ายจะเป็น breakthrough จริงมั้ย
- เวลาพัฒนายาตัวนึง เริ่มจากใน lab บริษัท แล้วไปต่อทดลองในมนุษย์เฟส 1,2,3 สำหรับ firm เล็กๆ ปกติแล้วทันทีที่มีข้อมูลเบื้องต้นว่าน่าจะ work มักจะมีสองสามทาง 1) license out ให้บ.ใหญ่ไปทำเฟส 3 เอง แล้ว benefit sharing เป็นต้นซึ่ง 75% ของ cost อยู่ในการทดลองในมนุษย์ critical study phase 3 ทำให้บริษัทเล็กๆก็ตัดความเสี่ยงเรื่องการหาเงินทุนตรงนี้ออกไปให้บริษัทใหญ่ไปทำแทนแล้ว share กัน
2) exit ไปเลยโดยการขายให้บ.ใหญ่ หรือ 3) พยายาม IPO โดยตรง แต่น้อยมากๆ
- ความเสี่ยงหลักคือ concentration risk ในหุ้นที่ ARK เข้าไปถือในสัดส่วนที่สูงเกินไป ด้วยความที่เงินเข้ามามาก และความที่ตลาดผันผวนมากๆ ราคาขึ้นลงได้ 40-50% ในวันเดียว ซึ่งต้องเชื่อใจ fund manager ว่าจะสามารถ response กับ volatility ของตลาดได้อย่างเหมาะสม



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2091
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by PK-TYW » Mon Feb 22, 2021 9:26 pm




pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Tue Feb 23, 2021 2:12 pm

ลงทุนแบบ ARK Invest คิดอย่างไร?
ทำไม Tesla ชนะ Waymo
ตราสารหนี้กลายเป็นฟองสบู่
บิทคอยน์ราคา 4 แสนเหรียญ?
โดยเพจ Buffettcode

‍‍
วันก่อนผมนั่งฟังสรุปมุมมองการลงทุนของ ARK Invest มาครับ ส่วนตัวอยากเข้าใจการลงทุนของ ARK และแนวคิดของ Cathie Wood มากขึ้น วันนี้เลยเอาสิ่งที่ฟังมาบวกกับความเห็นส่วนตัวในบางจุดมาสรุปให้เพื่อนๆนะครับ เผื่อเป็นประโยชน์ในการลงทุน
‍‍
1.เปิดคลิปมาก็ประเด็นร้อนเลยคือ ตอนนี้ตลาดหุ้นกำลังอยู่ใน “ฟองสบู่” รึเปล่า Cathie คิดว่าด้วยสถานะปัจจุบันน่าจะยังไม่เข้าข่ายฟองสบู่ เหตุผลคือแพคเกจช่วยเหลือทางเศรษฐกิจของ FED ที่น่าจะออกมาอย่างต่อเนื่อง จะทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาร้อนแรงมากๆ ซึ่งจะทำให้ Business confident และ Spending มีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ ตอนนี้ปัญหาเฉพาะหน้าคือจะผลิตยังไงให้เพียงพอกับ Demand ที่กำลังกลับมาหลังเปิดเมือง
‍‍
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นราคาบ้าน, ราคาหุ้น, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์สูงขึ้นหมด การปรับประมาณการของนักวิเคราะห์ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น จากกำไรที่เริ่มฟื้นตัวจากปีที่แล้ว
‍‍
2.แต่สิ่งที่น่ากังวลต่อคือถ้าอัดฉีดกันมากไปในปี 2021 ปี 2022 อาจจะเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทต่างๆผลิตสินค้าออกมามากเกินความต้องการและอาจจะเกิด Correction ได้
‍‍
3.Cathie มองว่าฟองสบู่ไม่น่าอยู่ที่หุ้นแต่น่าจะอยู่ที่ตราสารหนี้มากกว่า เหตุผลหนึ่งมาจากการที่บริษัทที่ Mature แล้วไม่ยอมเอาเงินที่มีไปลงทุนสร้างการเติบโตต่อ แต่เอาเงินมหาศาลเหล่านั้นไปลงทุนในตราสารหนี้แทน ที่ผ่านมาเลยทำให้ราคาตราสารหนี้พุ่งสูง และ Yield ต่ำสุดๆ
‍‍
4.เราน่าจะเริ่มเห็นอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป เพราะปีที่แล้วต่ำมากจาก COVID อย่างไรก็ตาม FED รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้และไม่น่าจะมีการเปลี่ยนมุมมองกับการปรับดอกเบี้ยขึ้นหรือลง เพราะเหตุการณ์นี้
‍‍
5.อย่างไรก็ตาม เริ่มมีการคาดการณ์เงินเฟ้อเกิดขึ้นแล้ว ถ้าดูที่ตลาดตราสารหนี้ จะเห็นว่า Bond Yield เริ่มมีการปรับตัวสูงขึ้น ถ้า FED จะมีการลด Stimulus หรือมีการทำ Tapering น่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดในปี 2022-2023
‍‍
6.การดูการเติบโตของ GDP ตอนนี้อาจจะใช้ไม่ค่อยได้แล้ว เพราะการคำนวณ GDP ไม่ได้เอา Output เชิง Digital เข้าไปคำนวณด้วย เช่น การที่คนใช้ Google Maps ฟรี อันนี้ถูกนับ การ Video Call ระหว่างกันใน LINE ก็ไม่ถูกนับ เช่นกัน ซึ่งเอาจริงๆของพวกนี้มี Value
‍‍
7.หุ้นที่ไม่ฟองสบู่แน่นอนคือหุ้นประเภท Platform Company ซึ่งเป็นหุ้นที่สร้าง Platform ขึ้นมาให้คนมาใช้ สุดท้ายเก็บค่าใช้งานจากเทคโนโลยีที่บริษัทสร้างขึ้น
‍‍
8.สำหรับหุ้นที่มีราคาถูก ตอนนี้ต้องระวังสิ่งที่เรียกว่า Value Trap หุ้นที่ราคาถูก เพราะมันมีเหตุผลของมัน เช่น หุ้นพวกนี้ไม่เคยลงทุนเพื่อให้เกิดการเติบโต ไม่เคยปรับโมเดลธุรกิจให้เติบโตไปกับโลกยุคใหม่ ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งไม่โต แถมยังถดถอยลงเรื่อยๆ ทำให้ปันผลที่เคยปันสูงก็จะลดลงเอง
‍‍
9.ในอีกมุมหนึ่งหุ้นที่ ARK เลือกทั้ง 5 Platform คือ Blockchain, AI, DNA Sequencing, Energy Storage และ Robotics จะกลายเป็นหุ้น Big Winner ในอนาคต
‍‍
10.และแน่นอนว่าถ้ามีหุ้น Big Winner ก็ต้องมีหุ้น Big Loser มหาศาลที่มีคุณสมบัติตรงข้ามกับหุ้น Big Winner
‍‍
11.ตัวอย่างเช่นหุ้น Ride Hailing ที่อาจมีรายได้รวมกับกว่า 1.5 ล้านล้านเหรียญในปี 2030 แต่ Ride Hailing ก็มีหุ้นหลายประเภทในนั้นเช่น Platform Provider, Automaker และ Fleet-Owner
‍‍
12.กว่า 80% ของ Value ทั้งหมดจะตกเป็นของ Platform Provider โดย Automaker กับ Fleet-Owner จะได้แค่ 20% จะเห็นว่าแม้อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่อยู่ใน Value Chain ที่แตกต่างกัน หุ้นจะมีมูลค่าต่างกันมหาศาล
‍‍
13.ที่ Waymo บอกว่า Tesla จะไม่มีทางทำ Full Autonomy ได้ (รถยนต์แบบไร้คนขับ 100%) นั่นเป็นเพราะ Waymo และ Tesla ใช้กลยุทธ์ที่ต่างกัน Tesla เป็นระบบที่อิงอยู่บน Radar และกล้องแบบชัดโคตรๆรอบตัวรถ ส่วน Waymo เน้นไปที่ Lidar และการใช้แผนที่แบบโคตรละเอียด
‍‍
14.Tesla ได้เปรียบกว่าเพราะรถได้ไปขับและเก็บข้อมูลในสถานที่จริง ยิ่งมีรถมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งแม่นยำเท่านั้น โดยไม่ต้องพึ่งพิงแผนที่ Waymo ใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนาเพื่อให้ใช้ Self-Driving ได้ในเมืองใหม่ๆ แต่ Tesla ใช้ข้อมูลจากรถของลูกค้าที่อยู่บนถนนเต็มไปหมดแล้ว เกมของ Self-Driving คือการมีรถเยอะกว่าในระยะเวลาที่สั้นกว่า กลยุทธ์ของ Tesla จึง Scalable กว่าของ Waymo (การที่ Tesla ไม่ใช้ Lidar เพราะราคาแพงก็เพื่อกดให้ราคารถของ Tesla ถูกลง มีรถเยอะขึ้น ทำ Full Self-Driving ได้เร็วขึ้น)
‍‍
15.นอกจากเทคโนโลยีรถแล้วก็มี Drone ที่น่าสนใจ ต้นทุนในการขนส่งของ Drone ถูกมากแค่ 8 เหรียญต่อ 10 ไมล์ แต่จะถูกกว่านั้นถ้า Drone เป็นระบบอัตโนมัติและไม่ต้องใช้คน ต้นทุนจะเหลือเพียง 25 เซนต์ การเอา Drone มาใช้ส่งของกลายเป็นอุตสาหกรรมแสนล้านเหรียญในอนาคต
‍‍
16.ธุรกิจ Social Media กำลังปรับตัวเป็น E-Commerce และธุรกิจ E-Commerce กำลังปรับตัวเข้าหา Social … อุตสาหกรรม Social Commerce จะโตโหดมากๆในอนาคต ตอนนี้เป็นเพียงแค่ 5% ของ E-Commerce จะโตเป็น 20%
‍‍
17.การโฆษณาออนไลน์จะยังโตอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาถูกกว่า วัดผลได้ง่ายกว่า ประสิทธิภาพสูงกว่า
‍‍
18.Bitcoin มีแนวโน้มเป็นอนาคตของการจ่ายเงิน ตอนนี้รัฐบาลมีการตั้ง CBDC (Central Bank Digital Currency) พูดง่ายๆคือเป็นคริปโตของรัฐบาล ซึ่งการทำแบบนี้ยิ่งเป็นการบ่งบอกถึงการยอมรับคริปโต ยิ่งทำให้การที่ Bitcoin จะถูกแบนน่าจะน้อยลง
‍‍
19.กลับกันคนที่ซวยจริงๆน่าจะเป็นคนกลาง หรือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เพราะถ้ารัฐบาลสามารถต่อตรงถึงประชาชนได้ด้วยคริปโต ผ่าน Digital Platform ประโยชน์ของธนาคารพาณิชย์จะน้อยลงทันที
‍‍
20.ส่วนเรื่องราคา Bitcoin ทาง ARK Invest ประเมินว่าถ้าบริษัทใน S&P500 เอาเงินสภาพคล่องส่วนเหลือลงทุนใน Bitcoin 1% จะทำราคาขึ้นไปถึง 50000 เหรียญ แต่ถ้าลง 10% จะกลายเป็น 400000 เหรียญ
‍‍
ฟังแล้วก็ต้องยอมรับจริงๆว่านักลงทุนที่คิดไปในอนาคตได้เยอะๆนี่ต้องใช้ความรู้เชิงลึกและการติดตามเยอะมากๆ นักลงทุนธรรมดาแบบผมก็อาศัยฟังเยอะๆ ติดตามบ่อยๆ การลงทุนก็น่าจะดีขึ้นตามลำดับ (หวังว่า)
‍‍



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2091
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by PK-TYW » Fri Mar 26, 2021 8:02 pm




pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Wed Apr 07, 2021 8:10 am

ผลงานของกองทุน ETF ภายใต้การบริหารของ ARK Invest ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าลดความร้อนแรงลงไปมากพอสมควร โดยเฉพาะ ARK Genomic Revolution (ARKG) และ ARK Innovation (ARKK) ซึ่งผลตอบแทนติดลบอยู่ 3-5% ในช่วงไตรมาสแรก ขณะที่ ARK Autonomous Technology & Robotics (ARKQ) เป็นกองที่ผลตอบแทนดีที่สุดราว 10%
.
ด้วยผลงานในอดีตที่ร้อนแรงอย่างมาก ส่งผลให้ บลจ. หลายแห่งของไทยตัดสินใจตั้งกองทุนที่เน้นลงทุนใน ETF ของ ARK ออกมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
.
เรื่อง: สกุลชัย เก่งอนันตานนท์
ภาพ: เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล
.
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ https://thestandard.co/wealth/



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1318
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: ARKG - ARK Genomic Revolution ETF

Posts by pookii » Wed Apr 07, 2021 8:12 am

เตือนให้ระวัง !! นักวิเคราะห์ชี้ “ARK” อันตราย – ช่องโหว่เพียบ

เรียบเรียงโดย ชัชวนันท์ สันธิเดช


บทความนี้ เขียนโดย Robby Greengold, CFA, ในคอลัมน์ Fund Spy ของ Morningstar เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2021 โดยกล่าวถึง ARK Invest บริษัทลงทุนของ เคธี วูด และกองทุนในเครือ ผมเห็นว่าน่าสนใจมากๆ ในเวลาที่ ARK เป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักลงทุนทั่วโลกรวมทั้งคนไทย จึงขอเรียบเรียงมาให้ได้อ่านกันเป็นข้อๆ

อาจจะยาวสักนิดแต่น่าจะมีประโยชน์มากๆ สำหรับคนที่คิดจะลงทุนใน ETF ของ ARK หรือ feeder fund ของไทยที่ลงทุนใน ARK

ขอออกตัวก่อนว่า นี่เป็นเพียงการเรียบเรียง โดยสรุปออกมาเป็นข้อๆ ไม่ใช่การแปลแบบคำต่อคำ และไอเดียทั้งหมดในข้อเขียนนี้เป็นของผู้เขียน ไม่ใช่ของผม จะเห็นด้วยหรือไม่ขอให้เป็นวิจารณญาณของท่านเองครับ

1. ผู้เขียนเกริ่นนำ โดยรวบยอดว่า ARK Invest มีจุดอ่อนสามประการหลัก หนึ่งคือ การอาศัยผู้จัดการกองทุนที่ชอบฉายเดี่ยว สองคือทีมที่มีประสบการณ์น้อย และสามคือการขาดความพร้อมรับมือ หากตลาดเกิดการหักมุมขึ้นมาอย่างรุนแรง (major twist)

2. กองทุนของ ARK กระจายการลงทุนไปในหุ้นของห้าอุตสาหกรรม คือ AI, Blockchain, การจัดลำดับ DNA, การจัดเก็บพลังงาน และ Robotics ซึ่งบริษัทคิดว่าเป็นกลุ่มที่จะดิสรัปโลก

3. กองทุนในเครือของ ARK แทบไม่เหมือนกับดัชนีใดๆ โดยกล้าทุ่มเงินลงทุนไปกับหุ้นทุกขนาด เป็นการเดิมพันแบบหนักๆ แม้กับบริษัทที่ยังขาดทุน ขอเพียงมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูง

4. จุดที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ ARK ไม่ได้วัดความสำเร็จของตัวเองเหมือนกองทุนที่เน้นลงทุนระยะยาวทั่วไป กล่าวคือ แทนที่จะตั้งเป้าเอาชนะดัชนี บริษัทกลับให้ความสำคัญกับการเติบโตในระยะสั้นเยอะมาก และลงทุนเฉพาะในบริษัทที่มองว่าจะเติบโตเฉลี่ยทบต้น 15% หรือมากกว่านั้นในอีกห้าปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเป้าที่เกินกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยของ Russell Mid Cap Growth Index (ดัชนีการเติบโตของหุ้นขนาดกลาง) ที่ ARK ใช้เป็น benchmark เกือบสองเท่า

5. ที่ผ่านมา ETF ของ ARK ทำได้ดีกว่านั้นมาก กลยุทธ์ของบริษัทช่วยสร้างผลตอบแทนให้กองทุนในเครือได้ถึง 150% ในปี 2020 ส่งผลให้เงินหลั่งไหลกันเข้ามา โดย 12 เดือนหลังสุด นับถึง ก.พ. 2021 สินทรัพย์ใต้การจัดการของ ARK เพิ่มจาก 12,000 ล้านเป็น 80,000 ล้านเหรียญ

6. ARK มีลักษณะที่ค่อนข้าง shareholder-friendly คือคิดค่าธรรมเนียมไม่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง กองทุนแต่ละกอง ลงทุนในแพลตฟอร์มไฮเทคไม่กี่แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีจำนวนไม่มาก ซึ่งบริษัทเชื่อว่าจะเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

7. เคธี วูด ผู้ก่อตั้ง ได้เอากระบวนการที่เคยใช้สมัยทำงานอยู่กับ AllianceBernstein ระหว่างปี 2001 ถึง 2013 มาใช้กับ ARK กล่าวคือ ใช้กลยุทธ์ที่มีความผันผวนสูง ดาวน์ไซด์ต่ำ และให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

8. เมื่อย้อนไปดูกองทุนหลักที่เคธีบริหารสมัยทำงานอยู่กับ AB แม้ผลตอบแทนจะชนะ Russell 100 ได้พอสมควร แต่มีจุดอ่อนในแง่ของการจัดการความเสี่ยง ขณะที่กองทุนรวมอีกสองกองภายใต้การบริหารของเธอกลับทำผลตอบแทนได้ไม่ดีนัก ทั้งยังไม่มีการจัดการความเสี่ยงที่ดีอีกด้วย

9. และเมื่อพิจารณาทีมของเคธีที่ ARK ไล่ตั้งแต่ เบรตต์ วินตัน ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย ซึ่งเป็นคนที่น่าจะขึ้นมาแทนเคธีหากเธอวางมือ เบรตต์มีประสบการณ์ 15 ปี แต่ไม่เคยบริหารกองทุนมาก่อนเลย นอกจากนี้ นักวิเคราะห์คนอื่นๆ ในทีมยังเข้าๆ ออกๆ ตลอดเวลา และเก้าคนที่ยังอยู่ก็ไม่ได้มีประสบการณ์เชิงลึกมากนัก

10. ผู้เขียนให้ข้อสังเกตไว้ว่า ทีมวิจัยของ ARK ต่างจากทีมวิจัยของผู้บริหารกองทุนแบบดั้งเดิม ทว่าไม่ใช่ความแตกต่างในแง่ดี เพราะกองทุนส่วนใหญ่จะมีทีมนักวิเคราะห์ที่จบจากสถาบันดังๆ มีประสบการณ์หลายปี บ้างก็จบ MBA หรืออย่างน้อยก็มีเครดิตในสายการลงทุนมาไม่น้อย เช่นได้ CFA แล้ว แต่นักวิเคราะห์ของ ARK กลับไม่มีอะไรเลยนอกจากวุฒิปริญญาตรี

11. ผู้เขียนยังบอกด้วยว่า ในการรับสมัครงานของ ARK ทางบริษัทไม่ได้กำหนดว่าต้องมีเครดิตอะไรบ้าง ซึ่งดูเผินๆ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะจะทำให้ได้บุคลากรที่มีประสบการณ์และทักษะความสามารถอันหลากหลาย และอาจจะช่วยเพิ่มความสร้างสรรค์และมุมมองที่แตกต่างให้กับทีม ทว่าทีมของ ARK ที่มีอยู่ ดูเหมือนจะมีประสบการณ์ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับคนของบริษัทอื่นๆ และไม่น่าเชื่อว่า บุคลากรเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้นที่เคยทำงานฟูลไทม์มาก่อน

12. เป้าหมายที่ตั้งไว้สูงลิบของ ARK Innovation หรือ ARKK ทำให้ทางกองต้องจัดพอร์ตบนความเสี่ยง โดยใช้สัญชาตญาณของ เคธี วูด มากกว่าข้อมูลหรือกฏเกณฑ์ใดๆ ทั้งนี้ ARK ซึ่งไม่มีบุคลากรด้านการจัดการความเสี่ยงเลยแม้แต่คนเดียว มองความเสี่ยงผ่านระบบให้คะแนนของตนเอง โดยจำแนกบริษัทต่างๆ ผ่านเกณฑ์หกข้อ ที่ไม่ได้ช่วยให้เห็นภาพรวมของความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนนัก

13. เคธี วูด เลือกหุ้นเข้าพอร์ตทีละตัว โดยใช้คะแนนรวมเพื่อเป็นแนวทางว่าจะมี position มากน้อยขนาดไหน แต่คะแนนที่เธอใช้ไม่ได้บ่งบอกถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนของหุ้นแต่ละตัว ซึ่งอาจเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญก็เป็นได้ (พูดง่ายๆ ก็คือ หุ้นที่เคธีมองว่ามีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงสุดๆ ก็อาจจะเสี่ยงสุดๆ ตามไปด้วย ทว่าระบบคะแนนที่เคธีใช้ไม่ได้บอกในเรื่องนี้เลย)

14. แม้จะมีการกระจายการลงทุนไปในหุ้นของหลายๆ แพลตฟอร์ม แต่การจัดหมวดหมู่หุ้นที่เข้าลงทุนของ ARK ไม่ได้บ่งชี้เลยว่าหุ้นเหล่านั้นจะขึ้น ตก ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวพร้อมๆ กันหรือไม่ (หมายความว่า ด้วยการกระจายการลงทุนเช่นนี้ หากตลาดแย่ หุ้นก็อาจจะลงพร้อมกัน ซึ่งไม่น่าจะเป็นการกระจายการลงทุนที่ดี)

15. ผู้เขียนบอกว่า ARK ไม่ได้กระจายการลงทุนด้วยการคาดการณ์ไปข้างหน้า โดยใช้ค่าสหสัมพันธ์และค่าความแปรปรวนของหุ้นเหล่านั้นเป็นตัววัด โดยให้ทีมบริหารอิสระที่แยกออกจากฝ่ายบริหารกองทุนเป็นผู้คิดคำนวณ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีมากกว่า

16. บรรดากองทุนคู่แข่งของ ARK อาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีวิเคราะห์ความเสี่ยงซึ่งซับซ้อนเช่นนี้ (ดังที่กล่าวไว้ในข้อ 15) เพราะกลยุทธ์ “ถือยาว” ของพวกเขาเป็นการช่วยจำกัดความเสี่ยงในตัวอยู่แล้ว เช่น จะไม่มีการทุ่มลงทุนในเซคเตอร์ใดเซคเตอร์หนึ่งเป็นจำนวนมาก ทว่า ARK กลับมีตัววัดเพื่อป้องกันการทุ่มลงทุน (concentration) น้อยมาก บริษัทเพียงบอกภาพกว้างๆ ว่าจะถือหุ้นไม่เกิน 10% ในบริษัทใดบริษัทหนึ่ง และจะไม่เอาสินทรัพย์เกินครึ่งของบริษัทลงทุนในเทคโนโลยีเดียว

17. นอกจากนี้ ARK ไม่เคยให้คำมั่นว่าจะกระจายความเสี่ยงในพอร์ตต่างๆ ของตนเอง แต่บอกให้นักลงทุนพร้อมรับความผันผวน และแม้กระนั้น พอร์ตที่ใช้กลยุทธ์ในลักษณะเดียวกับ ARK ก็ควรจะแสดงถึงการรู้เท่าทันความเสี่ยงที่พ่วงมาด้วย และควรกลั่นมันออกมาเป็นระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk tolerance) ทว่าดูเหมือน ARK จะไม่ได้ทำเช่นนั้น

18. สิ่งที่ ARK ทำ กลับกลายเป็นการตัดทิ้งข้อความที่ระบุว่าจะจำกัดปริมาณการถือครองหุ้นตัวหลักๆ และจำกัดเปอร์เซ็นต์การถือหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วในแต่ละบริษัทออกไป

19. ก่อนจบ ผู้เขียนใช้วลีสรุปสถานการณ์ของ ARK ว่า “มองไม่เห็นอนาคต” (Blind to the Future) เพราะพอร์ตของบริษัทมีสภาพคล่องน้อยลงเรื่อยๆ และเปราะบางต่อการขาดทุนก้อนโต จากการที่ขนาดของพอร์ต “บวม” ขึ้นมาขนาดนี้

20. ระหว่างช่วง 12 เดือน นับถึง ก.พ. 2021 ที่สินทรัพย์ของ ETF ของบริษัทเติบโตขึ้นถึงสิบเด้ง กลายเป็นมากกว่า 23,000 ล้านเหรียญนั้น บริษัทยังคงถือและเพิ่มจำนวนการถือครองหุ้นในบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งยิ่งทำให้การขายหุ้นตัวนั้นๆ โดยไม่กระทบราคาทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ โดยกองทุนในเครือ ARK เป็นอันดับต้นๆ ของกองทุนที่มีการทุ่มลงทุน (concentration) ในหุ้นรายตัวอย่างชัดเจน

21. บริษัทไม่ได้ให้ความสำคัญกับการที่ดาวน์ไซด์ของกองทุนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังคงใช้อดีตมานำทางอนาคต ทว่าเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่เหมือนเดิม และวิกฤตในอนาคตย่อมจะแตกต่างจากอดีต หากไม่มีมืออาชีพด้านการบริหารความเสี่ยงมาทำ stress-test, มาจัดการการเปิดรับความเสี่ยงของพอร์ต, มาคาดการณ์โอกาสขาดทุนตามสมมุติฐานตลาดในลักษณะต่างๆ และตามสภาวะตลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต โดยหา worst-case scenario ออกมา ทีมของ ARK ก็ย่อมตกอยู่ในตำแหน่งที่ย่ำแย่ ในการเตรียมพร้อมและตอบสนองต่อการหักมุมหรือวิกฤตตลาดที่อาจเกิดขึ้น

22. และต่อให้มีทีมเช่นนั้นจริง ก็ไม่ได้มีสัญญาณใดๆ เลยที่บ่งบอกว่าเคธีจะทำตามคำแนะนำของทีม กระบวนการลงทุนที่เธอใช้อยู่ โดยแก่นของมันเป็นการทวีการเปิดรับความเสี่ยงให้กับกลุ่มหุ้นที่เสี่ยงมากที่สุดในพอร์ต ณ เวลาที่ตลาดอยู่ในจุดที่ความไม่แน่นอนสูงมากเช่นเวลานี้

23. หากเกิดวิกฤตขึ้น แผนของเธอคือขายหุ้นที่มีสภาพ “เหมือนเงินสด” กล่าวคือมีที่มาของรายได้จากหลายๆ แหล่ง ซึ่งโดยมากมักเป็นหุ้น large cap และมีสภาพคล่องสูง และหันไปซื้อหุ้น “pure play” จำนวนไม่กี่ตัว (น้อยสุดที่เป็นไปได้คือ 32 ตัว) ซึ่งมักเป็นหุ้นตัวเล็กที่ไม่มีกำไร สภาพคล่องต่ำ และผันผวนสูงมาก

24. เมื่อเทียบกับสมัยปี 2008 เคธีไม่ได้สุดขั้วขนาดนี้ ในยุคนั้น เธอถือหุ้นอยู่ 47 ตัว และเน้นหุ้นที่สภาพคล่องสูง ซึ่งแทบไม่ได้มีอะไรเหมือนกับสิ่งที่เธอทำอยู่ ณ วันนี้กับ ARK เลย โดยในปี 2008 บัญชี (ที่มีหุ้น 47 ตัว) ดังกล่าว ซึ่งเป็นบัญชีที่เน้นหุ้นขนาดใหญ่ มีผลติดลบถึง 45% ก่อนหักค่าธรรมเนียม แย่ยิ่งกว่าดัชนี Russel 1000 Growth Index ที่ติดลบเพียง 38% ด้วยซ้ำ

25. หากจะลดผลกระทบจากสภาวะตลาด วิธีแก้ก็คือ ARK ต้องสร้าง position ขึ้นมาใหม่และทยอยออกจาก position เดิม ทว่าการทำเช่นนั้น คนในตลาดย่อมจะเห็น เพราะ ETF จำเป็นต้องเปิดเผยพอร์ตต่อสาธารณะทุกวัน ซึ่งจะทำให้คนแห่ซื้อหุ้นที่ ARK กำลังเก็บ (ส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น) และจะทำให้คนแห่ขายหุ้นที่ ARK กำลังทิ้ง (ส่งผลให้ราคาร่วงลงอย่างรวดเร็ว) จะเห็นได้ว่าภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย

โดยสรุป การไล่ล่าหุ้นนวัตกรรมที่เข้ามาดิสรัปโลกและให้ผลตอบแทนในระดับสูงของ ARK อาจน่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนที่พร้อมรับความเสี่ยงจากการขาดทุนหนักๆ

ทว่าทีมของ ARK ซึ่งเต็มไปด้วยนักวิเคราะห์ประสบการณ์น้อย ประกอบกับวิธีบริหารความเสี่ยงแบบ “เดินหน้าลุย” (go-with-your-gut) บวกกับสินทรัพย์ที่บวมโตขึ้นมาขนาดนี้

ทำให้ต้องเขียนเครื่องหมายคำถามไว้ตัวโตๆ ว่า ผลการลงทุนที่โดดเด่นในอดีต จะคงอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าไร

ที่มา : https://www.morningstar.com/articles/10 ... ajor-twist



Post Reply