NFLX - Netflix Inc : US

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นประเทศ All for one, one for global
(ช่วงทดลองเปิดตัว สมาชิกและทุกท่านสามารถเข้าได้ตลอด)
pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Sat Dec 26, 2020 2:53 pm

Netflix 2020 : 10 อันดับซีรีส์ยอดวิวสูงสุดของโลก + เปิดโผ 15 คอนเทนต์ฮิตในไทย

https://positioningmag.com/1311795


Netflix ประกาศ 10 อันดับซีรีส์-รายการที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลกประจำปี 2020 แชมป์ครองอันดับหนึ่งของปีนี้ได้แก่ “Money Heist” Season 4 ซีรีส์แก๊งโจรปล้นธนาคารสุดมันส์ ส่วนประเทศไทยไม่ได้ประกาศอันดับอย่างชัดเจน แต่มีรายชื่อซีรีส์-หนัง-อนิเมะที่มาแรงของปี ส่วนใหญ่เป็นคอนเทนต์เกาหลีที่สร้างปรากฏการณ์ สะท้อนภาพความนิยมของคนไทยที่อย่างไรก็รักคอนเทนต์เอเชียน
กำลังจะพ้นปี 2020 (อันโหดร้าย) ในอีกไม่กี่วัน ปีนี้ชาวโลกส่วนใหญ่ต้องเผชิญสถานการณ์ล็อกดาวน์อย่างน้อย 1 รอบเพื่อสกัดการระบาดของโรค COVID-19 และส่งผลบวกให้บริการ “สตรีมมิ่ง” ไปโดยปริยาย รวมถึง Netflix หนึ่งในผู้เล่นหลักของวงการ

ปีนี้ยังเป็นปีแรกที่ Netflix ยอมแปะป้าย Top 10 คอนเทนต์ยอดนิยมในแพลตฟอร์ม จากที่เคยยืนหยัดมาตลอดว่าแพลตฟอร์มจะไม่ชี้นำการเลือกรับชมด้วยอันดับ โดยมีการเปิดเผยยอดรับชมเฉพาะเรื่องที่ฮิตสุดๆ เท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องยอมปรับตามเสียงเรียกร้องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2020

สำหรับ 10 อันดับซีรีส์-รายการที่มีผู้ชมมากที่สุดบน Netflix ปี 2020 แพลตฟอร์มระบุว่า จะวัดเฉพาะยอดเข้าชม 28 วันแรกที่คอนเทนต์นั้นขึ้นสู่สตรีมมิ่ง และต้องมีการรับชมอย่างน้อย 2 นาทีจึงจะนับเป็นการชม 1 ครั้ง มีเรื่องไหนบ้างติดตามได้ด้านล่าง


Money Heist Part 4
1.Money Heist Season 4 – 65 ล้านครั้ง
ซีรีส์ที่แฟนๆ ต่างรอคอยการกลับมา Money Heist ซีรีส์ภาษาสเปนเกี่ยวกับแก๊งโจรปล้นธนาคารสุดฉลาดในชุดหมีสีแดงและหน้ากากดาลี พวกเขากลับมาปล้นกันอีกครั้งเมื่อเดือนเมษายน กวาดคนดูไป 65 ล้านครั้ง

2.Tiger King – 64 ล้านครั้ง
ตามมาแบบหายใจรดต้นคอ ซีรีส์เชิงสารคดีเกี่ยวกับ “โจ เอ็กโซติก” เจ้าของสวนสัตว์ กลายเป็นคอนเทนต์ไวรัลในช่วงล็อกดาวน์ทั่วโลกพอดีและได้ยอดวิวไป 64 ล้านครั้ง

3.The Queen’s Gambit – 62 ล้านครั้ง
มาทีหลังแต่มาแรง เรื่องราวของ “เบธ ฮาร์มอน” เด็กกำพร้าที่กลายมาเป็นอัจฉริยะกีฬาหมากรุกหญิง เข้าฉายในช่วงเดือนตุลาคม และกลายเป็นกระแสฮิตจนกีฬาหมากรุกกลับมานิยมอีกครั้ง ซีรีส์เรื่องนี้ยังเป็นหนึ่งในซีรีส์ฝั่งตะวันตกที่ติดอันดับฮิตในประเทศไทย


Too Hot Too Handle
4.Too Hot Too Handle – 51 ล้านครั้ง
รายการแนวเรียลลิตี้โชว์ที่จับหนุ่มสาวหน้าตาทรวดทรงสุดฮอตมาอยู่รวมกันในรีสอร์ต เป้าหมายเพื่อฝึกทักษะให้คนฮอตเหล่านี้รู้จักมีความสัมพันธ์ที่จริงจังและยั่งยืน

5.Ratched – 48 ล้านครั้ง
ซีรีส์ธริลเลอร์เกี่ยวกับ “มิลเดรด แรทเช็ด” หัวหน้าพยาบาลในโรงพยาบาลจิตเวชช่วงปี 1940s ถ่ายทอดชีวิตของเธอและโรงพยาบาลที่โหดร้าย และการเผชิญหน้ากับอาชญากรที่ได้รับโทษจากการข่มขืนเด็กหญิง

6.The Umbrella Academy Season 2 – 43 ล้านครั้ง
เด็ก 6 คนที่ถูกรับเลี้ยงโดยเศรษฐีเป็นกลุ่มเด็กที่มีพรสวรรค์มหัศจรรย์ พวกเขากลับมารวมตัวกันอีกครั้งเมื่อโตขึ้น และพบว่าโลกกำลังเผชิญภัยร้ายครั้งใหญ่ ทำให้ต้องรวมตัวกันเพื่อกู้โลก


Never Have I Ever
7.Never Have I Ever – 40 ล้านครั้ง
ซีรีส์ดราม่า-คอมเมดี้ของวัยรุ่น เมื่อเด็กสาวอินเดีย-อเมริกันสุดเนิร์ด อยากจะเปลี่ยนชีวิตตัวเองด้วยการเข้าหาหนุ่มฮอตที่สุดของโรงเรียน เหมือนจะเป็นซีรีส์เบาสมองทั่วไป แต่จริงๆ เรื่องราวจะเจาะลึกดราม่าของชีวิตเธอ

8.Space Force – 40 ล้านครั้ง
เรื่องของผู้บัญชาการกองทัพอวกาศแห่งสหรัฐฯ ซึ่งต้องนำทัพไปบุกดวงจันทร์ภายในปี 2024 สร้างจากแรงบันดาลใจเมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งกองทัพอวกาศเมื่อปี 2018 ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้จะมีมุกตลกเสียดสีสถานการณ์จริงทางการเมือง

9.Lucifer Season 5, part 1 – 38 ล้านครั้ง
ซีรีส์แบบผสมผสานทั้งแฟนตาซี สืบสวนสอบสวน และดราม่า-คอมเมดี้ เรื่องของยมทูต (สุดหล่อ) ลาพักร้อนจากนรกมาอยู่บนโลกมนุษย์ พบกับนางเอกนักสืบสาว และได้เข้าไปมีส่วนในการสืบคดีฆาตกรรม

10.The Floor is Lava – 37 ล้านครั้ง
รายการเรียลลิตี้โชว์อีกชุดที่ขึ้นมาติดอันดับสำเร็จ แนวคิดจากเกมวัยเด็กที่เราทุกคนน่าจะเคยเล่น สมมติกับเพื่อนว่า “ห้ามโดนพื้นเพราะพื้นเป็นลาวา” จากนั้นเราก็จะปีนป่ายไปรอบๆ ห้อง ใครตกพื้นก่อนแพ้ …และนั่นคือแนวคิดเกมโชว์ชุดนี้แต่เปลี่ยนมาใช้ผู้ใหญ่แข่งกัน

15 คอนเทนต์สุดฮิตใน Netflix ไทย
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย Netflix ไม่ได้จัดอันดับแบบรวบตึงทุกคอนเทนต์ แต่มีการประกาศ “คอนเทนต์ยอดฮิต” โดยแบ่งตามหมวดหมู่ย่อยกันออกไป ซึ่งเราขอหยิบมานำเสนอ ดังนี้


It’s Okay to Not Be Okay
It’s Okay Not to Be Okay (เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน) *อันดับ 1 ที่ยืนระยะ Top 10 ได้นานที่สุด
Itaewon Class (ธุรกิจปิดเกมแค้น) *อันดับ 3 ที่ยืนระยะ Top 10 ได้นานที่สุด
Kingdom (ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด) Season 2 *อันดับ 1 ในหมวดซีรีส์เกาหลี
The King: Eternal Monarch (จอมราชัน บัลลังก์อมตะ) *อันดับ 2 ในหมวดซีรีส์เกาหลี
Snowpiercer (ปฏิวัติฝ่านรกน้ำแข็ง) *อันดับ 1 ในหมวดซีรีส์ไซไฟ

Emily in Paris
Emily in Paris (เอมิลี่ในปารีส) *อันดับ 1 ในหมวดซีรีส์คอมเมดี้
The Queen’s Gambit (เกมกระดานแห่งชีวิต) *อันดับ 1 ในหมวดซีรีส์ดราม่า
Howl’s Moving Castle (ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์) *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์อนิเมะ
Extraction (คนระห่ำ ภารกิจเดือด) *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์แอคชั่น
The Old Guard (ดิ โอลด์ การ์ด) *อันดับ 2 ในหมวดภาพยนตร์แอคชั่น

Low Season สุขสันต์วันโสด
Low Season สุขสันต์วันโสด *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์ไทยและหมวดภาพยนตร์โรแมนติก
#Alive (คนเป็นฝ่านรกซอมบี้) *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์สยองขวัญ
BLACKPINK: Light Up the Sky *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์สารคดี
Hope Frozen: A Quest to Live Twice (ความหวังแช่แข็ง ขอเกิดอีกครั้ง) *อันดับ 1 ในหมวดสารคดีไทย
Over the Moon (เนรมิตฝันสู่จันทรา) *อันดับ 1 ในหมวดภาพยนตร์เด็ก
นอกจากโผอย่างเป็นทางการแล้ว Positioning ยังรวบรวมข้อมูลจาก flixpatrol.com ซึ่งวัดความนิยมจาก engagement บนโซเชียลมีเดีย คือ Twitter และ Instagram โดยพบว่าในหมวด Top 10 ซีรีส์ยอดนิยมนั้น 6 ใน 10 เรื่องเป็นซีรีส์สัญชาติเกาหลี นอกจากนี้ยังมีซีรีส์ไทย 1 เรื่องที่ติดโผคือ “Unlucky Ploy ชีช้ำกะหล่ำพลอย” และอนิเมะญี่ปุ่นอีก 1 เรื่องคือ “ดาบพิฆาตอสูร” เห็นได้ว่าซีรีส์สายเอเชียนติดท็อปฮิตความนิยมในไทยถึง 8 ใน 10 อันดับ


The King: Eternal Monarch (จอมราชัน บัลลังก์อมตะ)
Netflix เริ่มเปิดเกมอัดซีรีส์เกาหลีเข้าแพลตฟอร์มมาตั้งแต่ปี 2561 แต่มาเห็นได้ชัดเจนช่วงปี 2562 ยิ่งมาถึงปี 2563 แพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จกับการทุ่มทุนสร้างและโปรโมต เพราะซีรีส์เกาหลีที่เป็นออริจินอลของ Netflix อย่าง It’s Okay to Not Be Okay และ The King : Eternal Monarch ไปจนถึงภาพยนตร์
ออริจินอลอย่าง #Alive ต่างติดอันดับยอดนิยมกันหมด

เป็นบทพิสูจน์ว่าแพลตฟอร์มกำลังมาถูกทาง กับการ Localization เน้นโปรโมตคอนเทนต์เกาหลี-เอเชียนในประเทศ เพราะรสนิยมคนไทยมีความแตกต่างจากตะวันตกหรือคนทั่วโลก และเป็นวิสัยทัศน์ที่ทำให้แพลตฟอร์มรับมือได้ทันสถานการณ์ที่สารพัดสตรีมมิ่งบูมเป็นดอกเห็ดในไทย และต่างต้องการจะกวาดคนดูทุกแขนงมาอยู่ในแพลตฟอร์มของตนเอง

Source: Independent UK, flixpatrol.com



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Sat Dec 26, 2020 2:55 pm

ไขวัฒนธรรม NO RULES RULES จากคนใน NETFLIX | workpointTODAY

ชีวิตการทำงานใน NETFLIX และ ไขวัฒนธรรม NO RULES RULES
พูดคุยกับ “ปัณฑารีย์ สุคัมภีรานนท์” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเน็ตฟลิกซ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

phpBB [video]



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Mon Jan 04, 2021 11:19 am

phpBB [video]



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Wed Jan 20, 2021 8:22 am

ผลดำเนินงานของ Netflix ไตรมาสล่าสุด / Billionaire VI

1. รายได้ $6,640 ล้าน มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ $6,620 ล้าน
2. กำไรต่อหุ้น $1.19 น้อยกว่าที่คาดไว้ $1.35
3. จำนวนลูกค้าที่เพิ่มใหม่ทั่วโลกสูงถึง 8.5 ล้านราย เทียบกับที่คาดไว้ที่ 6.47 ล้าน ยังคงได้ประโยชน์จากช่วงโควิด และหนังอย่าง The queen’s gambit ก็นิยมสุดๆ มี 62 ล้านครัวเรือนดูไปในช่วง 28 วันแรกที่ออกฉาย ทำให้กระดานหมากรุกขายดีไปด้วย
ตอนนี้จำนวนผู้ใช้งานทะลุ 200 ล้านคนทั่วโลกไปแล้ว
4. ผู้บริหารคาดว่ากระแสเงินสดจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่องในปีนี้หลังจากทำได้ติดต่อกันมาสามไตรมาสแล้ว
ข่าวดีคือจะเริ่มมีการซื้อหุ้นคืนโดยที่จะไม่ต้องการเงินจากภายนอกเพื่อมาช่วยการดำเนินธุรกิจอีกแล้ว
ธุรกิจเริ่มมีความมั่นคงดี ลงทุนเยอะแต่รายได้ก็เข้ามาเยอะเช่นกัน ตั้งแต่ปี 2011 บริษัทมีหนี้ถึง $11,000 ล้าน
หุ้นปรับตัวขึ้นหลังปิดตลาด 12.24% สะท้อนถึงความพึงพอใจของนักลงทุนต่อสถานะเงินสดของบริษัทที่มีแนวโน้มเป็นบวกแล้ว และการซื้อหุ้นคืนพร้อมกับการลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องครับ #Netflix #หุ้นอเมริกา



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Wed Jan 20, 2021 8:23 am

หุ้น Netflix วิ่งฉิวหลังยอดสมาชิกพุ่งและเตรียมซื้อหุ้นคืน /ถามอีกกับอิก
.
#ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก
.
===============
.
1.เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ Netflix เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 โดยมีรายได้สูงถึง 6.64 พันล้านเหรียญ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด
.
2.ในขณะที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มเติมมากถึง 8.5 ล้านคน มากกว่าคาดแบบถล่มทลายครับ (คาด 6.47 ล้านคน) ทำให้ยอดสมาชิกตอนนี้ทะลุ 200 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่มีจำนวนสมาชิกทะลุ 100 ล้านคนในปี 2017
.
3.”ตอนนี้ Netflix ใกล้ที่จะสามารถพลิกกระแสเงินสดให้เป็นบวกได้แล้ว” จุดที่น่าสนใจคือ Netflix จะไม่ต้องเพิ่มทุนสำหรับเอามาใช้ประกอบกิจการ (อย่างน้อยก็ในระยะสั้นๆนี้)
.
4.และที่น่าตื่นเต้น คือ Netflix เตรียมที่จะซื้อหุ้นคืน ตอบแทนผู้ถือหุ้นด้วยครับ
.
“เราจะลงทุนหนักหน่วงต่อเนื่องเพื่อผลักดันทำให้เกิดการเติบโต แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเงินสดในมือเหลือ พวกเราจะคืนให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการซื้อหุ้นคืน”
.
5.ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ทาง Netflix เองได้ระดมทุนผ่านการกู้เงินและจากหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ ในขณะที่ตอนนี้มีเงินสดในมือมากถึง 8.2 พันล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นทาง Netflix จึงมีความตั้งใจที่จะจ่ายคืนหนี้บางส่วนด้วยเช่นกัน
.
6.แต่จะว่าไปแล้ว Netflix เองก็มีกระแสเงินสดเป็นบวกมาตลอด 3 ไตรมาสล่าสุด แต่ก็อาจจะถือว่าดีอะไรมากมาย เพราะเหตุผลที่กระแสเงินสดเป็นบวกเป็นเพราะมีการเลื่อนการถ่ายทำซีรีย์ จากพิษโควิด แต่ไตรมาสที่ 4 นี้ก็น่าจะพลิกติดลบเพราะเริ่มกลับมาลงทุนทำซีรีย์ฟอร์มยักษ์กันอีกครั้ง
.
7.”คาดการณ์ว่าจะมีกระแสเงินสดสำหรับทั้งปี 2020 บวกได้ 1.9 พันล้านเหรียญ เปรียบเทียบกับติดลบหนัก 3.3 พันล้านเหรียญในปี 2019”
.
8.จุดที่น่าสนใจคือ ตอนนี้การแข่งขัน streaming online ดุเดือดขึ้นครับ ทั้ง Apple TV+, Discovery+, Disney+, HBO Max, ViacomCBS’s Paramount
.
9.สุดยอด CEO Reed Hastings วิเคราะห์ว่าความสำเร็จของค่ายต่างๆเช่น Disney ที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มเร็วมาก สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกยอมที่จะจ่ายตังมากขึ้น ถ้าได้ดูคอนเทนท์ที่ดี สุดยอด (แต่ละแพลตฟอร์มคิดตังหลักร้อยบาทต่อเดือน)
.
10.สิ่งที่คุณ Hastings ชี้ให้เห็นคือ ตอนนี้ Netflix พิถีพิถันอย่างมากในการลงทุนซีรีย์ และประสบความสำเร็จเช่น The Queen’s Gambit ที่มีคนดูมากถึง 62 ล้านครอบครัวในช่วงที่เปิดตัวเพียง 28 วันและกลายเป็นซีรีย์ที่ฮิตที่สุดในประวัติศาสตร์ และที่สำคัญทำให้มียอดขายกระดานหมากรุกที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
.
11.ไม่ใช่แค่นี้ครับ มีอีกเรื่องคือ Midnight Sky ที่แสดงนำโดยคุณ George Clooney ดาราดัง ตอนนี้ฮิตสุดๆ มีคนดูไปแล้วกว่า 72 ล้านครอบครัวในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว ไม่ธรรมดาจริงๆครับ



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Wed Jan 20, 2021 5:15 pm

NETFLIX โตแรงกว่าที่คาด มูลค่าเพิ่มขึ้น 8 แสนล้านทันที หลังปิดตลาด / Longtunman

https://s22.q4cdn.com/959853165/files/d ... Letter.pdf

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา บริษัท Netflix ได้ประกาศผลประกอบการ ไตรมาสที่ 4 ปี 2020
ซึ่งทางบริษัท ทำได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์หลายคน คาดการณ์ไว้

นั่นจึงทำให้หลังประกาศผลประกอบการ มูลค่าของบริษัท Netflix พุ่งขึ้นทันทีกว่า 12.4%
คิดเป็นมูลค่า 8.2 แสนล้านบาท ดันมูลค่าบริษัทแตะ 7.5 ล้านล้านบาท

ด้วยมูลค่าระดับนี้ จะทำให้ Netflix ที่เพิ่งผันธุรกิจเข้าสู่วิดีโอสตรีมมิงมาได้ราว 13 ปี
มีมูลค่าบริษัทมากกว่า Comcast เจ้าของเคเบิลทีวียักษ์ใหญ่ในสหรัฐอเมริกา
ที่ทำธุรกิจมายาวนานถึง 57 ปี

โดยผลประกอบการ Netflix ไตรมาส 4 ปี 2020
รายได้ 1.99 แสนล้านบาท กำไร 1.62 หมื่นล้านบาท

รายได้เติบโต 21.5%
กำไรลดลง 7.6%

โดยกำไรที่ลดลงมาจากรายการพิเศษทางบัญชีในปีที่ผ่านมา
ซึ่งหากเรามาดู กำไรจากการดำเนินงาน จะเติบโตมากถึง 107.8%

ในขณะที่จำนวนสมาชิกบนระบบเพิ่มขึ้น 8.5 ล้านบัญชี คิดเป็นการเติบโตขึ้น 23.5%
ทำให้ตอนนี้ Netflix มีสมาชิกบนระบบแล้วกว่า 203.66 ล้านบัญชี

โดย Netflix ก็ได้ระบุว่าในปีนี้ การแข่งขันด้านคอนเทนต์ระหว่างเจ้าของแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงสูงขึ้นมากโดยเฉพาะ Disney+ ที่เปิดตัวได้เพียงปีเดียว แต่สามารถโกยสมาชิกทั่วโลกไปได้แล้วกว่า 87 ล้านบัญชี

ในส่วนนี้ คุณ Reed Hastings ผู้เป็นซีอีโอของทางบริษัท ก็ได้ระบุว่าความสำเร็จของ Disney แสดงให้เห็นถึง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ยอมจ่ายให้กับคอนเทนต์คุณภาพดี

เรื่องนี้ก็ถือเป็นมุมมองที่น่าติดตาม เพราะว่าหลายคนอาจจะคาดการณ์ว่าการเข้ามาวิดีโอสตรีมมิง เช่น Disney+ จะเข้ามาแย่งสมาชิกของ Netflix ก็อาจจะไม่จริงเสมอไป

เพราะเราอาจจะเป็นสมาชิกของทั้ง 2 แพลตฟอร์มไปพร้อม ๆ กันได้
หากคอนเทนต์จากทั้ง 2 แห่ง มีคุณภาพที่พอที่ทำให้เรายอมจ่าย

สำหรับ Netflix เอง ก็ได้ขยายขอบเขตของซีรีส์ที่มีความเป็น Local Original Content
เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่แปลกใหม่ไปพร้อม ๆ กับการเจาะกลุ่มผู้รับชมตามแต่ละท้องถิ่น มากขึ้น

ตัวอย่างก็เช่น
Barbarians ซีรีส์อิงประวัติศาสตร์ประเทศเยอรมนี
Sweet Home ซีรีส์สยองขวัญเกาหลี
Selena ซีรีส์ดราม่าเม็กซิกัน อเมริกัน
Alice in Borderland ซีรีส์ไซไฟญี่ปุ่น
และ Lupin ซีรีส์จอมโจรฝรั่งเศส

ในขณะเดียวกัน กระแสเงินสดอิสระของบริษัท Netflix ก็เป็นอีกส่วนสำคัญที่นักลงทุนจับตามอง
โดยกระแสเงินสดอิสระในที่นี้ อธิบายง่าย ๆ ก็คือ เงินสดไหลเข้า ลบกับ เงินสดไหลออก

ซึ่งเดิมที Netflix มีกระแสเงินสดอิสระติดลบมาโดยตลอด
แต่ในปีที่ผ่านมา โรคระบาดโควิด 19 ได้ทำให้การจัดทำภาพยนตร์ หรือซีรีส์ถูกเลื่อนออก
ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระกลายมาเป็นบวกติดต่อกันตลอด 3 ไตรมาสแรกของปี 2020

อย่างไรก็ตาม Netflix ก็ได้ระบุว่าในปี 2021 กระแสเงินสดอิสระของบริษัทจะเลยจุด Breakeven
หรือเปลี่ยนจากลบกลายเป็นบวก และ Netflix ก็เชื่อว่าทางบริษัทไม่ต้องการเงินกู้สำหรับการดำเนินงานอีกต่อไป

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ Netflix ก็ได้กางแผนที่จะซื้อหุ้นคืน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้กับนักลงทุน เช่นกัน

จากเรื่องราวทั้งหมดนี้
รวมกับการให้ Guidance ของทางบริษัท
ที่ยังรักษาอัตราการเติบโตที่ดี ในไตรมาสแรกของปีนี้
มันก็ได้สะท้อนไปยังมูลค่าของ Netflix หลังปิดตลาด
ที่พุ่งขึ้นกว่า 12.4% คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นมากถึง 8.2 แสนล้านบาท ทันที



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2708
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by vim » Wed Jan 20, 2021 6:20 pm

Netflix มาจับตลาด Local Original Content นี่น่าจะเป็นจุดต่างจากพวก Disney+, HBOMax ที่ลงตัวนะครับ เพราะสองเจ้านั้นไม่ทำตลาดตรงนี้ในระยะเวลาอันสั้นแน่ๆ

ตัวเลขที่ตลาดดูสนใจมากๆ น่าจะเป็นเรื่องกระแสเงินสดอิสระ ว่าจะเป็นบวกได้ไหม เพราะถ้าเป็นบวกต่อเนื่องเมื่อไหร่มันจะสะท้อนว่ารายจ่ายในการผลิต Content นั้นคุ้มกับรายได้ที่ได้มาแล้ว และไม่ต้องเพิ่มทุนอีก ซึ่งประกาศงบรอบนี้ก็ดูเหมือนจะตอบคำถามเรื่องนี้ได้ค่อนข้างดี

Vi IMrovised


pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1238
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by pookii » Wed Jan 20, 2021 8:05 pm

phpBB [video]



Tanukicho
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 177
Joined: Wed Jun 02, 2010 11:35 pm

Re: NFLX - Netflix Inc : US

Posts by Tanukicho » Sat Feb 13, 2021 9:10 pm

พอมีโอกาสได้ศึกษาบริษัทที่สร้างการเปลี่ยนแปลงของโลก ผมได้แปลส่วนต่างๆของเว็ปไซต์ไว้

เป็นเรื่อง inclusion and diversity

Social impact
การที่บริษัทจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ จะต้องเริ่มจากภายใน
โดยบริษัทเราได้เริ่มต้นการฟังข้อคิดเห็นของพนักงานทุกคนภายในบริษัท ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า การทำงานที่นี่เป็นอย่างไร ซึ่งบริษัทต้องการรวมความหลากหลายเพื่อสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรม แต่บริษัทเรากับพบว่า จากการฟังข้อคิดเห็น ไม่ได้พบสิ่งยิ่งใหญ่เหมือนที่เราคิดไว้ หรือเป็นสิ่งที่เขาต้องการ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มันกับสร้างพื้นฐานภายในองค์กร เปรียบเสมือนการหว่านเมล็ดพันธุ์ เพื่อทำให้เกิดการหลอมรวมความหลากหลาย สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างรากเหง้าของต้นไม้ที่จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ภายในองค์กร

การรวมกันและความหลากหลาย Inclusion and diversity
เราต้องการสร้างและเชื่อมโยง เรื่องราวต่างๆผ่านสื่อที่เรามี เพื่อทุกคนที่อยู่บนโลกนี้
เราต้องการทำลายทุกข้อจำกัดที่มี ด้านภาษา ความสามารถต่างๆ สิ่งที่เชื่อมโยงกันทั้งหมดและค่อยปิดกั้นผู้คน

จุดเริ่มต้นทุกอย่างของหนังที่เราได้สร้างกลายเป็นเครื่องยืนยันที่ดี ที่บ่งบอกว่าเกิดจากพนักงานภายในบริษัทของเราทั้งนั้น
การทำงานของเราเริ่มต้นจากภายใน นั้นคือ ตัวพนักงานของเรามีความหลากหลายมากมายภายในองค์กร
ซึ่งสุดท้ายแล้วจะส่งผลกระทบต่อสังคมภายนอก
เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำคือสิ่งที่ดี
ถ้าพนักงานของเรามีความแตกต่างกัน มีภูมิหลังที่ไม่เหมือนกัน และเมื่อเราได้สร้างสภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อคนของเราเอง


ภาพคนผิวสี martin luther king มาร์ติน ลูเธอ คิงส์ เขาเป็นคนผิวสี เป็นผู้นำ ในการการยุติการแบ่งที่นั่งตามสีผิวในรถสาธารณะ และได้ถูกลอบสังหาร ขณะไปช่วยพนักงานเก็บขยะเพื่อเรียกร้องค่าจ้างที่เท่าเทียมและเป็นธรรม

เป็นสิ่งที่บริษัทของเราต้องการสื่อ ต้องการสนับสนุนผู้คนให้การลุกขึ้นต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และความเป็นธรรมของโลกใบนี้

ความเป็นมนุษย์คนของเรามันมีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ผมเชื่ออยู่แล้วว่า เราทุกคนมีความดีและเจตนาที่ดีอยู่ภายในใจเราทุกคน

แต่อย่ายอมให้บ้างคนมาหลอกเรา หรือกดขี่คุณไว้หรือป่าว กดขี่ความเป็นคนของคุณ

ภายในบริษัทเน็ตฟริส์เอง จะต้องการสร้างความหลากหลาย และนำความหลากหลายนี้มาหลอมรวมกันให้ได้
แสดงให้เห็นถึงความความเท่าเทียมที่ทุกคนมี อย่างภาพที่เอามาคลิปจะเห็นได้ชัดว่า
บริษัทเราคือบริษัทแรก
ที่การให้ผู้กำกับ ผู้อำนาย ที่เป็นผู้หญิง ผิวสี บริษัทให้โอกาสเขาเพื่อทำงานเป็นผู้กำกับ เป็นช่างกล้อง นั้นคือความหลากหลายที่เราแสดงให้เห็น
โดยปกติแล้ว งานดังกล่าวของอดีต คนผิวสี ผู้หญิง ไม่มีเลยที่ได้โอกาสในการทำงานแบบนี้ ถูกกรีดกั้นมากมาย แต่ไม่ใช่สำหรับบริษัทของเรา

ช่วงเวลาความก้าวหน้าทางความคิด ไม่มีใครจะสามารถหยุดหยั่งมันได้
ไม่มีใครจะหยุดฤดูกาลแห่งการผลิใบของดอกไม้ได้ ไม่มีใครจะสามรถหยุดการเติบโตของเมล็ดพันธ์เหล่านี้ได้
สิ่งที่บริษัทเราทำคือการนำเสนอสื่อ หนังทุกเรื่องราวของเราต้องการสะท้อนถึงปัญหาจริงๆของผู้คนในสังคม

ภาพนักแสดง ที่แสดงเป็นเป็นละครผู้หญิง จริงแล้วเขาเป็นคนผิวสี และเป็น transgender เพื่อให้มาแสดงเป็นตัวละครผู้หญิง
มันคือความเท่าเทียม มันคือความภาคภูมิใจในตนเอง คุณค่าของความคน คุณค่าของเป็นมนุษย์ที่ไม่มีใครสามารถลดทอนคุณค่าภายในของคุณได้

สิ่งที่บริษัทต้องการทำ มันเริ่มต้นตั้งแต่การรับหลากหลายของพนักงานที่อยู่ภายในองค์และ ผลิตสื่อที่สนับสนุนความหลากหลายในทุกรูปแบบออกมา เพื่อตอกย้ำจุดยืนของบริษัท และที่บริษัทต้องการจะเป็นเพื่อเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้น
สร้างสังคมที่มีความหมาย
การรวมกันเพื่อปลดปล่อยนวัตกรรม

ความหลากหลายและการรวมกันจะสามารถปลดล็อกความสามารถที่แท้จริงทำให้เกิดนวัตกรรมภายในองค์กร
สร้างสิ่งที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่

มันนำมาซึ่งประสบการณ์ที่มีความแตกต่างมากมาย และมุมมองต่างๆของปัญหาในหลายแง่มุม เพื่อทำให้เราสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ
เราสามารถสร้างบันเทิงให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ ต่อสมาชิกปัจจุบัน และในอนาคต ทำใหเกิดผลกระทบมากมายต่อโลกของเรา
เมื่อเราเข้าใจเรื่องความหลากและการรวมกัน สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็สามารถเป็นไปได้

มันคือการยกระดับเรื่องความเป็นอยู่ของคนผิวสี
ผู้ชมสามารถร่วมอยู่ในเหตุการณ์ชีวิตของชายรักชายที่พิการทางสมองทางช่องทีวีของเรา
เราสามารถแสดงจุดยืน เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวจริงในสังคม ในการสร้างธนาคารเพื่อคนผิวสี

คำว่า Inclusion
การรวมกัน คือ การรวมหัวใจมากมายของคนทุกคน ในช่วงเวลานนนี้ ที่เราแบ่งแยกกันในตอนนี้
ช่วงเวลาที่ยากลำบาก ปัญหาที่มีอยู่ในสังคมจริงๆ
ช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเพื่อรวมหัวใจทุกดวงเข้าไว้ด้วยกัน

มีหลากหลายของสื่อ หรือคือความเป็นพหุนิยมของสื่อ
แนวคิดที่รับรู้ว่า มีความแตกต่างด้านแนวคิดอยู่ในสังคม และสนับสนุนในความแตกต่างหลากหลายทางแนวคิดเหล่านั้น รวมไปถึงต่อต้านการผูกขาดการตีความ หรือ การครอบงำโดยแนวคิดใดแนวคิดหนึ่งเพียงแนวคิดเดียว
สื่อที่เป็นกลางจริงๆ

มันคือการสร้างเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่เพื่อคนทุกคนในโลกใบนี้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวจากที่ใด และมาจากที่ไหน พวกเขาจะเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำ และเป็นเรื่องราวที่คนทั้งทั้งโลกตกหลุมรัก กลายเป็นความรักของทุกคนในโลกใบเดียวกัน

มันเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม เราถึงทำธุรกิจนี้

เราต้องการสร้างสื่อที่มีความแตกต่างของผู้คน มีหลายภาษา หลายวัฒนธรรม และหลายภูมิประเทศ
สเปน อินเดีย อังกฤษ เยอรมัน ไทย เม็กซิโก ตุรกี บราซิล
เราจะมีทุกความหลากหลาย

“ กำไรเมื่อซื้อ ไม่ใช่เมื่อขาย ”
Cr.Richdad


Post Reply