FB - Facebook Inc

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นประเทศ All for one, one for global
(ช่วงทดลองเปิดตัว สมาชิกและทุกท่านสามารถเข้าได้ตลอด)
NatNatNat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 13
Joined: Thu Apr 05, 2018 5:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by NatNatNat » Mon Sep 21, 2020 12:28 pm

อาจารย์โมโดดารันพูดถึง valuation ของหุ้นกลุ่ม FAANG ครับ แกคิดว่าส่วนใหญ่อยู่ใกล้ fair value มี apple overvalue ส่วน FB ยัง undervalue ครับ (ตอนที่อาจารย์พูด FB =293 USD/share ครับ)

https://youtu.be/CHlPZ-zylRY



PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2093
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by PK-TYW » Mon Sep 21, 2020 1:50 pm

NatNatNat wrote:
Mon Sep 21, 2020 12:28 pm
อาจารย์โมโดดารันพูดถึง valuation ของหุ้นกลุ่ม FAANG ครับ แกคิดว่าส่วนใหญ่อยู่ใกล้ fair value มี apple overvalue ส่วน FB ยัง undervalue ครับ (ตอนที่อาจารย์พูด FB =293 USD/share ครับ)

https://youtu.be/CHlPZ-zylRY
เหมือนthrumpกับfbจะsupportกันอยู่เบื้องหลัง ถ้าBidenชนะน่าจะเป็นความเสี่ยงนะครับ เช่นขึ้นภาษี ออกกฎหมายมาคุมมากยิ่งขึ้น

อีกอย่างคือคนGen Zหันไปใช้tiktokกันหมดแล้วครับ ยอดผู้ใช้งานสูงกว่าfbหลายเท่า



champ412
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 923
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:30 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by champ412 » Mon Sep 21, 2020 4:20 pm

https://appleinsider.com/articles/20/08 ... rom-ios-14

มีใครพอทราบเรื่องนี้แบบละเอียดไหมอะครับ ถ้าfunctionนี้ของIOS14ทำจริงๆมันจะกระทบแค่ไหนอะครับ ผมถามรุ่นน้องที่ทำงานในFBเค้าก็ไม่สามารถบอกอะไรได้มากบอกว่ากระทบแต่ไม่สามารถquantify ได้

อารมณ์เหมือนนำ้อัดลมที่ฝากเซเว่นขายเลยครับ แหะๆ อยู่ที่Channel เลยจะเอาไงกะเรา



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2730
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by vim » Mon Sep 21, 2020 6:08 pm

ผมยังสงสัยอยู่นะครับว่า Facebook และ Instagram จะรักษาการเติบโตค่าโฆษณาได้นานแค่ไหน

มุมหนึ่งคือเม็ดเงินค่าโฆษณาน่าจะมาจาก offline มา online มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ส่วนหนึางที่จำกัดคือโฆษณาใน FB ตอนนี้ก็แน่น timeline ไปหมดแล้ว อาจได้ไม่มากกว่านี้เยอะ

ต้องออกตัวว่ายังมีหุ้น มีไบแอสอยู่บ้างว่าเงินมันน่าจะยังมาจาก offline แต่ผมก็ระทึกทุกครั้งที่เห็นยอดผู้ใช้เด็กๆลดลง

Vi IMrovised


NatNatNat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 13
Joined: Thu Apr 05, 2018 5:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by NatNatNat » Tue Sep 22, 2020 12:54 am

vim wrote:
Mon Sep 21, 2020 6:08 pm
ผมยังสงสัยอยู่นะครับว่า Facebook และ Instagram จะรักษาการเติบโตค่าโฆษณาได้นานแค่ไหน

มุมหนึ่งคือเม็ดเงินค่าโฆษณาน่าจะมาจาก offline มา online มากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ส่วนหนึางที่จำกัดคือโฆษณาใน FB ตอนนี้ก็แน่น timeline ไปหมดแล้ว อาจได้ไม่มากกว่านี้เยอะ

ต้องออกตัวว่ายังมีหุ้น มีไบแอสอยู่บ้างว่าเงินมันน่าจะยังมาจาก offline แต่ผมก็ระทึกทุกครั้งที่เห็นยอดผู้ใช้เด็กๆลดลง
ถึงแม้ว่าโฆษณาจะเต็ม feed แล้ว แต่ค่าโฆษณาต่อครั้งยังน่าจะยังขึ้นได้อีกนะครับ เม็ดเงินย้ายตาม eye ball มาจากทางฝั่งโลกเก่า

นอกจากนี้ whatapp ยังไม่ได้ monetize เลย ถ้าทำเงินได้ก็เป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาและอาจจะไหลลงกำไรเยอะพอสมควรเพราะตอนนี้ cost ในการ operate whatapp ก็จ่ายอยู่แล้ว

นอกจากนี้ถ้าเรามองว่าทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดในโลกใหม่คือ data (data is new oil) ตัว FB เองก็น่าจะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มี data มากที่สุดในโลกครับ บวกกับ user ที่ใช้ประจำของ fb มีถึง 3 พันล้านคน (เกือบครึ่งของประชากรโลก) บริษัทมีโอกาสเอาทั้ง data และจำนวนผู้ใช้ประจำที่มีอยู่จำนวนมากมาสร้างสินค้าและบริการ upsale ต่อยอดรายได้เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต เหมือนกับที่พยายามทำตลอดมา เช่น Libra, FB shop, Dating

ถึงแม้ที่ผ่านมาบริการที่สร้างขึ้นหลายตัวอาจจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติครับ tech จะมี sucess rate มันต่ำอยู่แล้ว บริษัทอย่างกูเกิลก็มีบริการที่ไม่ประสบความสำเร็จหลายตัวเช่นกัน สร้าง 10 ตัว ถ้าประสบความสำเร็จมากๆซักตัวก็ดีแล้ว เพราะจะสร้างมูลค่ากลับมามหาศาลครับ

ผมคิดว่าการลงทุนในบริษัทอย่าง FB จะต้องให้ความสำคัญกับผู้บริหารพอสมควรครับ เราต้องมั่นใจว่าเค้าจะเก่งพอที่จะพาบริษัทชนะการแข่งขันใหม่ๆ และต่อยอดสร้างการเติบโตต่อไปในอนาคตได้ดีครับ (ที่ผ่านมาพี่มาร์กก็ดูจะทำได้ดีพอสมควร อยากให้ปรับปรุงหน่อยก็เรื่องภาพลักษณ์ที่ดูไม่ดี ลูกค้ามองว่าเอาข้อมูลของเค้าไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทเนี่ยแหละครับ)

มีอะไรเพื่อนๆแชร์กันมาได้ครับ จะได้เห็นมุมมองหลายๆด้าน จะได้วิเคราะห์ได้ครอบคลุมมากขึ้นครับ



NatNatNat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 13
Joined: Thu Apr 05, 2018 5:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by NatNatNat » Tue Sep 22, 2020 1:16 am

PK-TYW wrote:
Mon Sep 21, 2020 1:50 pm
เหมือนthrumpกับfbจะsupportกันอยู่เบื้องหลัง ถ้าBidenชนะน่าจะเป็นความเสี่ยงนะครับ เช่นขึ้นภาษี ออกกฎหมายมาคุมมากยิ่งขึ้น

อีกอย่างคือคนGen Zหันไปใช้tiktokกันหมดแล้วครับ ยอดผู้ใช้งานสูงกว่าfbหลายเท่า
นั่นซิครับ การแทรกแซกจากรัฐกับการแข่งขันจาก tiktok น่ากลัวจริงๆ ล่าสุดก็เหมือน tiktok จะได้ไปต่อไม่โดนบล็อคแล้ว

เท่าที่สังเกตุคนใกล้ตัวที่เป็น gen z เค้ายังใช้ ig เป็น platform หลักอยู่นะครับ แต่จะมีแบ่งเวลา (eyeball) ไปใช้ tiktok ด้วย จะเน้นดูคลิปตลกๆดูคลิปที่ดาราโพสเป็นหลัก แต่อนาคตยาวๆก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับว่าจะเป็นยังไง

แต่ถ้าให้เดาๆ มโนเอา (อาจจะมี bias :wink: ) ผมคิดว่า ig มีโอกาสที่จะเป็น social media platform หลักของคน gen z อยู่ครับ เพราะการแชร์รูปมันง่าย และเร็วกว่าการถ่ายวิดีโอ ดังนั้นการติดตามหรือมีปฎิสัมพันธ์กับเพื่อนผ่าน ig อาจจะถูกใช้มากกว่าการถ่ายวิดีโอใน tiktok

แต่แน่นอนครับว่า ถ้า tiktok สามารถยืนระยะได้ในระยะยาว ฟังชั่น short video ที่ fb/ig/youtube พยายามเลียนแบบไม่สามารถหยุด tiktok ได้ ก็จะเม็ดเงินโฆษณาและเวลาการใช้งานของ user ส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งไปยัง tiktok แน่นอน



User avatar
noonnsn
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 435
Joined: Mon Apr 26, 2010 4:27 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by noonnsn » Fri Sep 25, 2020 11:17 am

Facebook suspends fake Russian accounts, warns of US election hack-and-leak threat
The Facebook logo is displayed on a mobile phone
The Facebook logo is displayed on a mobile phone in this picture illustration taken Dec 2, 2019. (Photo: REUTERS/Johanna Geron)
25 Sep 2020 03:10AM
(Updated: 25 Sep 2020 06:55AM)


LONDON: Facebook said on Thursday (Sep 24) it has dismantled three networks of fake accounts which could be used by Russia's intelligence services to leak hacked documents as part of efforts to disrupt the upcoming US election.

The company said the accounts, which it suspended for using fake identities and other types of "coordinated inauthentic behaviour," were linked to Russian intelligence and people associated with a St Petersburg-based organisation accused by US officials of working to sway the 2016 presidential vote.

The Russian foreign ministry did not respond to a request for comment after normal working hours in Moscow. Russia has repeatedly denied allegations of election meddling and says it does not interfere in the domestic politics of other countries.

Nathaniel Gleicher, Facebook's head of cybersecurity policy, said there was no immediate evidence that hacked documents were about to be leaked, but by suspending the accounts Facebook hoped to prevent them being used in any subsequent operation.

"Our team watches for the threats and trends that we need to be ready for, and one that we are very aware of ... is a hack-and-leak operation, particularly in the next 6-8 weeks," he told Reuters.

"We want to make sure that the accounts are down to prevent their ability to pivot them to facilitate a hack-and-leak around the US election."


READ: Facebook's Oversight Board plans to launch just before US election
Facebook said the networks were small with only a handful of accounts on its website and photo-sharing service Instagram, some of which posed as independent media outlets and think tanks. The accounts had a combined total of around 97,000 followers.

While some of the activity did target audiences in Britain and the United States, the networks were predominantly focused on countries in the Middle East and bordering Russia, such as Syria, Turkey, Ukraine and Belarus, Facebook said.

Twitter said it had worked with Facebook to identify and remove 350 accounts operated by state-linked organisations in Russia.

Both companies said one of the networks had been identified following a tip from the FBI, which warned on Tuesday that foreign actors and cybercriminals were likely to spread disinformation about the results of the Nov 3 election.

READ: Facebook removes Chinese accounts active in Philippines and US politics
The warnings follow an alert by Microsoft earlier this month that hackers linked to Russia, China, and Iran are trying to spy on people tied to both US President Donald Trump and his Democratic challenger, Joe Biden.

Graham Brookie, director of the Atlantic Council's Digital Forensic Research Lab, worked with Facebook to analyse the suspended accounts. He said the activity showed Russia was continuing efforts to exacerbate political tensions in the United States and elsewhere.

"That doesn't dismiss the fact that the scale and scope of domestic disinformation is far greater than what any foreign adversary could do," he said. "But Russia's efforts remain an extremely serious national security vulnerability."

Source: Reuters



quinquin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 120
Joined: Mon Jan 13, 2020 10:28 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by quinquin » Fri Oct 30, 2020 1:37 pm

https://s21.q4cdn.com/399680738/files/d ... tation.pdf

งบQ3 facebookครับ โตต่อทุกparameterเหมือนเดิม แต่ daily active userใน US&Canadaลดลง2ล้านคนจาก198->196ล้าน



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2730
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by vim » Fri Oct 30, 2020 7:11 pm

QoQ ปีนี้อาจเทียบลำบากครับ เพราะ Corona Lockdown ทำให้บางช่วงคนใช้คอมและมือถือเพิ่มขึ้น

ที่ผมว่าน่าสนใจคือ ARPU เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ซึ่งถ้าเทรนด์ไปต่อถึง Q4 นี่อาจจะเป็นการชี้ว่าวงการโฆษณาหันมาให้ความสำคัญกับโฆษณาทางออนไลน์กันจริงจังขึ้น ซึ่งเป็นรายได้หลักของธุรกิจเลย

Vi IMrovised


Can do
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 544
Joined: Sat Jan 07, 2006 11:46 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by Can do » Sun Nov 01, 2020 7:25 pm

ใน earnings call มีพูด guidance คจช ปี 2021 มาละ เพิ่มอยู่ใน range 26 - 36% เทียบกับช่วงปี 2017 - 2019 ที่ คจช เพิ่มปีละประมาณ 50% ก็ถือว่าน้อยลง (จาก guidance ปี 2020 คจช เพิ่มประมาณ 15% น้อยกว่าปกติเพราะ COVID ด้วย) บริษัทยังไม่ให้ guide ของ revenue ปี 2021




ที่จะลงทุนเยอะๆที่มีพูดถึงก็ก็ไปทาง AR/VR, messaging, commerce, Reels ใน earnings call มีพูดให้ภาพเพิ่มเติมอยู่ เผื่อใครอยากจะไปอ่านหรือไปฟังดู



Control Your Destiny or Someone Else Will


PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2093
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by PK-TYW » Mon Nov 02, 2020 12:21 pm

มองความเสี่ยงเรื่องนี้ยังไงบ้างครับ ส่วนตัวผมก็ไม่ให้พวกappต่างๆtrackได้


Facebook warns of a 50% hit to advertisers' revenue from iOS 14
author image By Mike Peterson | 2 months ago
article thumbnail 27 Comments FacebookFacebook Twitter Twitter Reddit Reddit
Facebook on Wednesday warned that recent anti-tracking features in iOS 14 could lead to a more than 50% drop in Audience Network revenue for advertisers.

As part of new privacy features in its upcoming iOS update, Apple has introduced a transparency feature that will explicitly require users to opt in or out of allowing ad tracking within apps. An August report

indicated that Facebook was concerned about the feature, and the fact that many users will refuse ad personalization.

Going forward, Facebook said that it will not collect the identifier from advertisers (IDFA) from its own apps on devices running iOS 14. In a blog post Wednesday, Facebook said that Apple's introduction of the feature has forced its hand



User avatar
vim
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2730
Joined: Wed Dec 14, 2011 5:10 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by vim » Mon Nov 02, 2020 6:30 pm

จะกระทบกับรายได้ส่วนของ Audience Network หรือส่วนข้อมูลของผู้ใช้ที่ FB เอาไปขายให้กับบริษัทอื่นครับ ซึ่งผมคิดว่าในอนาคตส่วนนี้ก็คงน้อยลงเรื่อยๆ เพราะตอนต้นปีก็พึ่งปิดธุรกิจส่วนนี้บนมือถือไป

Vi IMrovised


PK-TYW
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2093
Joined: Thu Feb 21, 2013 4:00 pm

Re: FB - Facebook Inc

Posts by PK-TYW » Thu Dec 10, 2020 9:48 am

$15,960,665.64 of shares sold by Zuckerberg Mark (COB and CEO), reported in a new form 4 filed with the SEC newsfilter.io/a/a2a64748965


รัฐบาลสหรัฐยื่นฟ้อง 'เฟซบุ๊ก' ฐานผูกขาดตลาดโซเชียลมีเดีย เล็งบีบขาย 'อินสตาแกรม-วอทส์แอป'
10-Dec-20 08:55
https://www.infoquest.co.th/2020/52583?line



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Mon Dec 21, 2020 10:37 am

Facebook โจมตีนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Apple ว่าจะสร้างความเสียหายต่อ SMEs และ Free Internet

https://droidsans.com/facebook-official ... veTnew38cU

ประเด็นเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลบนโลกออนไลน์ได้กลายมาเป็นเรื่องที่หลายชาติทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ซึ่งล่าสุดทางฝั่งสหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ในเรื่องนี้ที่อาจเรียกได้เป็นมิติใหม่ของการจัดการกับเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลเลยทีเดียว เมื่อบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอย่าง Google | Facebook | Apple อาจจะต้องแถลงต่อรัฐบาลสหรัฐว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเราแต่ละคนที่บริษัทพวกนี้ถืออยู่นั้น มีมูลค่าเท่าไหร่กันแน่

นับตั้งแต่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลกันมากขึ้นในช่วง 1 – 3 ปีที่ผ่านมา บรรดายักษ์ใหญ่แห่งโลกเทคโนโลยีก็ทยอยกันเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็นกันเรื่อย ๆ เลยว่าธูรกิจที่พวกเขาดำเนินกันอยู่นั้น ใช้ประโยชน์จากข้อมูลอันเป็นสิทธิส่วนบุคคลของพวกเราไปมากแค่ไหน เช่นเดียวกับช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ บรรดาบิ๊กเนมสัญชาติอเมริกันต่างพากันทยอยออกมายอมรับว่ามีการใช้พนักงานนั่งฟังคลิปเสียงของพวกเราในรูปแบบต่าง ๆ กันทั้งนั้น แต่ไม่เคยบอกจนวันนี้นี่เอง

จากที่ก่อนหน้านี้ Apple ได้มีการประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Controls) เอาไว้ใน iOS 14 ที่กำลังจะปล่อยให้อัปเดตกันเร็ว ๆ นี้ที่เล่นเอา Facebook อยู่ไม่สุขออกแถลงการณ์จวกไปไม่กี่วันก่อนหน้า ผลปรากฏว่าล่าสุดดูเหมือน Apple จะยอมอ่อนข้อให้โดยประกาศเลื่อนการบังคับใช้นโยบายใหม่ที่จำกัดการเข้าถึงข้อมูลการใช้งาน Apps อย่างเคร่งครัดออกไปก่อนจนปี 2021 เป็นอย่างน้อย

ในที่สุดเราก็กำลังจะมีกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเราอย่าง พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ประกาศใช้ไปเมื่อเดือน พ.ค. 2562 และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. 63 นี้เป็นต้นไป แต่ทว่าล่าสุด ! ดันเกิดการชงเรื่องเข้าสู่ ครม. ที่มีมติไปแล้วเรียบร้อย ประกาศเลื่อนการบังคับปรับโทษสำหรับผู้ละเมิดกฎหมายนี้ออกไปก่อน หลังเชื่อว่าหน่วยงานจำนวนมากยังไม่พร้อมโดยเฉพาะจากสถานการณ์ Covid-19 งานนี้ไม่แน่ใจว่าใครได้ประโยชน์บ้าง แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือชาวเน็ตอย่างพวกเราอาจเสียประโยชน์จากการคุ้มครองสิทธิ์ไปเต็ม ๆ จนถึงเดือน พ.ค. ปี 64 เป็นอย่างน้อยเลยล่ะ

หลังจากที่ Apple ได้ประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ที่กำลังจะนำมาบังคับใช้บน iOS 14 ภายในช่วงปี 2021 ที่กำลังจะถึงนี้ ซึ่งจะมีการจัดระเบียบพร้อมจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ทั้งหมด และนโยบายนี้ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจของ Facebook และบรรดานักพัฒนา Apps ทั้งหลายที่พึ่งพารายได้จากค่าโฆษณา งานนี้ Facebook ออกตัวแรงโจมตี Apple ผ่านสื่อชื่อดังว่า iOS 14 ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศ Free Internet และดึงรายได้จากนักพัฒนารายย่อยเข้าสู่ Apple’s Ecosystem ทั้งหมด ไม่แบ่งใคร !

นโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่บน IOS 14 ที่เหมือนจะดี แต่นักพัฒนา (และ FACEBOOK) เหมือนจะรับไม่ไหว
ก่อนหน้านี้ Apple ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Data Privacy) ครั้งใหญ่บน iOS 14 ซึ่งเป็นการจำกัดการติดตามพฤติกรรมผู้ใช้อุปกรณ์ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มขั้นตอนการขออนุญาต (Consent) จากผู้บริโภคสำหรับการจัดเก็บข้อมูลผ่าน IDFA ซึ่งเป็นเสมือนรหัสประจำตัวของประชากร Apple ที่เพิ่มความแม่นยำทางด้านข้อมูลภายใน Ecosystem ของ Apple เพื่อการนำเสนอโฆษณาและบริการที่แม่นยำของบรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย

ซึ่งการปรับนโยบายจำกัดการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวก็ไปจี้จุดสำคัญที่เป็นเสมือนรายได้หลักของนักพัฒนา App แบบฟรีทั้งหลาย ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงเจ้าพ่อโฆษณาดิจิทัลของชาวโลกอย่าง Facebook เพราะล้วนแต่ทำรายได้จากโฆษณา และรวมไปถึงการสนับสนุนข้อมูลผู้บริโภคที่แม่นยำมากขึ้นจากพฤติกรรมการใช้งานบนแพลตฟอร์ม หรือแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ นั่นเอง ทำให้ก่อนหน้านี้ทาง Facebook ละเหล่านักพัฒนาทั่วโลกต่างออกมาโจมตีนโยบายนี้ว่าเป็นการปรับที่ฉับพลันเกินไป ซึ่งกดดันให้ทาง Apple เองถึงต้องประกาศเลื่อนการบังคับใช้ออกไปก่อนหน้านี้ โดยจะกลับมาบังคับใช้จริงภายในปี 2021 เพื่อให้นักพัฒนาทั้งหลายได้ปรับตัวกันก่อนนั่นเอง

อย่างไรก็ตามทาง Apple เองก็ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการออกมาชี้แจงไปก่อนหน้านี้แล้วว่า นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานอุปกรณ์ iOS ล้วน ๆ ไม่ได้มีเจตนาร้ายแอบแฝงอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะ Apple คำนึงถึงความสำคัญในพื้นที่ส่วนบุคคลที่โลกอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนใช้ประโยชน์เพื่อทำความรู้จักผู้บริโภคมานานและมากเกินไป ซึ่งนโยบายนี้ยังสอดรับกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทั่วโลกที่ทยอยบังคับกันอย่างจริงจังมากขึ้นอีกด้วย (ของไทยก็มี พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่ประกาศใช้ไปแล้ว… แต่เลื่อนออกไปก่อน เช่นกัน 😥 )

FACEBOOK เล่นใหญ่ ! เปิดหน้าโจมตีนโยบาย APPLE จะทำลายทั้งความหวัง – รายได้ของ SMES และโลก FREE INTERNET
ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญจาก Facebook ที่เล่นแสบขอซื้อพื้นที่เต็ม 1 หน้ากระดาษของหนังสือพิมพ์รายวันชื่อดัง 3 เจ้าอย่าง The Wall Street Journal – New York Times และ The Washington Post เป็นเวลาติดต่อกัน 2 วันเพื่อประณาม Apple โดยใช้พาดหัวสุดแสบสันในวันแรกว่า “เราขอยืนหยัดคัดค้าน Apple เพื่อบรรดาธุรกิจรายย่อยทั้งหลาย” และในวันที่ 2 ว่า “Apple vs. the free internet” ซึ่งเนื้อหาจะเป็นไปตามแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่อยู่บนเว็บประชาสัมพันธ์ FB Newsroom

Facebook แถลงการณ์ผ่าน Newsroom ว่า Facebook จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างธุรกิจรายย่อยทั้งหลายสำหรับการต่อสู้กับกฎใหม่ของ Apple ที่ไม่ใช่ความพยายามปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลอะไร แต่เป็นการหาประโยชน์แบบผูกขาดจากการเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง iOS หลังจากที่ล่อลวงนักพัฒนามือดี องค์กรทั้งหลายมาอยู่ใน Ecosystem ของพวกเขาไปแล้ว โดยแถลงการณ์แบ่งเหตุผลออกเป็น 4 ประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้

Apple กำลังพยายามสร้างเงื่อนไขผ่านนโยบายส่วนบุคคลใหม่นี้ การบังคับใช้ App Tracking Transparency (ซึ่งทำให้การขอเก็บข้อมูลผู้ใช้งานยากขึ้น) – สิ่งนี้คือเพื่อผลกำไร ไม่ใช่ความเป็นส่วนตัวใด ๆ | พวกเขากำลังฝืนบังคับให้นักพัฒนามือดีทั้งหลายจำเป็นต้องเข้าสู่รูปแบบการสร้างรายได้ผ่าน Subscription หรือ In-app Payment มากกว่าให้ใช้ฟรีแต่ได้เงินโฆษณา เพราะรูปแบบใหม่นี้ Apple ก็เพิ่มรายได้ให้ตัวเอง นักพัฒนาต้องเลือกว่าพวกเขาจะปรับหรือออกจากการแข่งขันไปเลย


Apple กำลังทำร้ายบรรดาธุรกิจรายย่อยและสื่อมัลติมีเดียทั้งหลายที่ก็ย่ำแย่อยู่แล้วจากผลของโรคระบาด และต้องพึ่งพาความพิเศษของการตลาดดิจิทัล | การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการบริหารจัดการระบบโฆษณาอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า เพราะจากการศึกษาของ Facebook พบว่า การที่องค์กรจะไม่สามารถทำการตลาดแบบ Personalized ได้ง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป การบริหารจัดการโฆษณาบน iOS อาจทำให้รายได้ขององค์กรจากการขายสินค้า – บริการได้ประสบความสำเร็จนั้นหายไปกว่า 60% เราไม่เคยคาดคิดเลยว่าความเปลี่ยนแปลงบน iOS 14 อาจถึงขนาดทำให้การทำการตลาดแบบ Personalization หายไปในชั่วพริบตา
Apple เองก็ไม่ปฏิบัติตามกฎใหม่ | ระบบ Personalized Ads ของ Apple เองที่มีอยู่ในทุกอุปกรณ์ iOS นั้น จะไม่ได้ถูกบังคับอยู่ภายใต้นโยบายเดียวกันนี้ของ iOS 14 (เพราะอยู่บนระบบปฏิบัติการโดยตรง ไม่ใช่อยู่ภายใต้การทำงานของ Apps)
แม้เราไม่เห็นด้วยโดยสิ้นเชิงต่อนโยบายของ Apple แต่เราก็ไม่มีทางเลือกในตอนนี้นอกจากการปฏิบัติตามและปรับตัว | และหากเราไม่ทำตาม อาจต้องรับผลกระทบที่รุนแรงกว่านี้จากการลงโทษของ Apple ซึ่งอาจส่งผลเสียมากกว่าที่เป็นอยู่ต่อชุมชนของ Facebook และเหล่าธุรกิจรายย่อยที่พึ่งพาเรา เราไม่อาจแบกรับความเสี่ยงนั้นได้


จะเห็นว่า Facebook มองนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่นี้เป็นการบ่อนทำลายความหวังของธุรกิจรายย่อย (ที่อาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ ทำการตลาด และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง) แย่งชิงพื้นที่รายได้ของนักพัฒนา App รายย่อยที่อาศัยรายได้จากการโฆษณา และรวมไปถึงบ่อนทำลายชุมชนการตลาดดิจิทัลที่ Facebook มอบให้โลกใบนี้ผ่านอุดมคติแบบ Free Internet (คำนี้อธิบายแทนโลกยุคดิจิทัลที่บริการต่าง ๆ มักจะฟรีและมีคุณภาพได้ เพราะพวกเขาใช้ประโยชน์จากข้อมูลบุคคลเป็นการแลกเปลี่ยน เพื่อให้โลกอินเทอร์เน็ตยังคงฟรีได้อยู่นั่นเอง)



อ้างอิง: FB Newsroom | The Verge | BBC



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Sat Jan 02, 2021 8:05 am

phpBB [video]



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Tue Jan 12, 2021 8:59 am

เมื่อคืนหุ้น Social Media ตัวใหญ่ปรับตัวลดลงกันถ้วนหน้า/ Billionaire VI
Twitter ลดลง 6.41%
Facebook ลดลง 4%

ในขณะที่หุ้นขนาดกลางอย่าง Snap ยังปรับตัวบวกได้ 3.3%
เหตุผลของการปรับตัวลดลงของหุ้นใหญ่คือการแบนทรัมป์จากเหตุการณ์บุกรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ก่อนได้สร้างความกังวลว่ารัฐบาลจะกลับมาเพ่งเล็งออกกฎหมายเพื่อยกเลิก Section 230

Section 230 เป็นกฎหมายที่คุ้มครองบริษัท Social Media ที่ไม่ต้องรับผิดชอบกับการโพสที่เกิดขึ้น
ผมมองว่าถ้ายกเลิกจะเป็นการทำลายอุตสาหกรรมนี้เลยทีเดียว เพราะแพลตฟอร์มเสรีนี้ทุกคนมีสิทธิโพส และทางบริษัทเหล่านี้ก็จ้างคนนับพันคนมาดูเนื้อหาต่างๆเพื่อควบคุมอยู่แล้ว
แต่ถ้าออกกฎหมายต้องรับผิดชอบขนาดนั้น มันจะกระทบต่อพฤติกรรมของคนทั่วโลกที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน เพราะกว่าจะโพสได้ คงต้องเข้าขบวนการขั้นตอนการขออนุมัติและเข้าคิวกันมากมาย
ผมมองว่าน่าจะเป็นความกังวลระยะสั้น และเชื่อว่าไบเดนจะมีเหตุมีผลมากกว่าทรัมป์คนที่สนับสนุนให้ยกเลิกกฎหมายนี้ครับ #หุ้นอเมริกา



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Thu Jan 28, 2021 9:23 am

Facebook เผยไตรมาสล่าสุด กำไรโต 53% อานิสงส์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทุ่มโฆษณาอย่างหนัก/ MarketThink

Facebook ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2020 (ต.ค. - ธ.ค. 2020) โดยรายได้และกำไรยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

-รายได้รวม 843,564 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 794,522 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็น
รายได้จากค่าโฆษณา 816,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%
และรายได้อื่นๆ (เช่น อุปกรณ์ Oculus) 26,594 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 156%
-กำไรสุทธิ 337,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53%
ซึ่งคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิถึง 40% เลยทีเดียว
ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่รายได้ค่าโฆษณาของ Facebook เติบโตดี
เพราะพฤติกรรมของผู้คนที่ปรับตัวเข้าหาโลกออนไลน์กันมากขึ้น จากสถานการณ์โควิด 19
ทำให้สามารถดึงเม็ดเงินโฆษาณาจากช่องทางออฟไลน์มาได้
โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุด หรือ เทศกาลชอปปิง ที่บรรดาธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
ต่างทุ่มงบโฆษณาอย่างหนัก เพื่อดึงดูดผู้ใช้งานใน Facebook ให้เห็นและเข้าไปซื้อสินค้าเหล่านั้น
ซึ่ง Facebook เองก็ได้เปิดตัวฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวนความสะดวก สำหรับการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ในแพลตฟอร์ม เช่น Facebook Pay และ Facebook Shops
ส่วนรายได้อื่นๆ ที่สามารถเติบโตได้อย่างโดดเด่น เป็นเพราะ Facebook มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Oculus Quest 2 ทำให้เกิดการกระตุ้นยอดขาย
รวมถึงกระแสความนิยมในอุปกรณ์และเกม VR ที่ได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้น
สำหรับยอดผู้ใช้งานเฉพาะบนแพลตฟอร์ม Facebook ณ สิ้นปี 2020
Facebook มียอดผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Active Users) 1,845 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน
ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ที่ 1,830 ล้านคน
ยอดผู้ใช้งานต่อเดือน (Monthly Active Users) 2,797 ล้านคน เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน
สูงกว่าการคาดการณ์ที่ 2,760 ล้านคน
โดยภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มียอดผู้ใช้งาน 1,199 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 1,166 ล้านบัญชี
ยุโรป มียอดผู้ใช้งาน 419 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 413 ล้านบัญชี
สหรัฐฯ และแคนาดา มียอดผู้ใช้งาน 258 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 255 ล้านบัญชี
และประเทศอื่นๆ มียอดผู้ใช้งาน 921 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 906 ล้านบัญชี เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
แต่สำหรับยอดผู้ใช้ต่อเดือนทั้งหมด ที่ใช้ทุกแพลตฟอร์มรวมกัน (Family Monthly Active People)
ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Messenger และ WhatsApp
มีอยู่ 3,300 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจาก 3,210 ล้านบัญชี เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
โดย Facebook ถือเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการตลาด รวมกันอยู่ 1,861,718 ล้านบาท
และบริษัท ได้ประกาศซื้อหุ้นคืน เพิ่มอีกเป็นจำนวน 751,250 ล้านบาท
ทั้งนี้ ทั้งปี 2020
Facebook มีรายได้รวม 2,583,248 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แบ่งเป็นรายได้จากค่าโฆษณา 2,529,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21%
รายได้อื่นๆ (เช่น อุปกรณ์ Oculus) 53,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72%
และมีกำไรสุทธิ 875,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58%
อย่างไรก็ดี มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก CEO ของ Facebook
ได้ออกมาเตือนว่า ผลประกอบการในไตรมาสที่ 1 ของปี 2021 นี้ อาจได้รับผลประกอบ หรือมีความไม่แน่นอนสูง ในส่วนของรายได้ค่าโฆษณา
เนื่องจากนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่ของ Apple ในระบบปฏิบัติการ iOS 14
ที่จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานอุปกรณ์ Apple เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณา
ทำให้ความสามารถในการกำหนดและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโฆษณาของ Facebook ลดลง
ซึ่ง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยังได้กล่าวอีกว่า
ตอนนี้ Apple ได้กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่ใหญ่ที่สุดของ Facebook..



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Thu Jan 28, 2021 9:27 am

Mark Zuckerberg บอกเอง Apple กลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งรายสำคัญของ Facebook / Blognone


Facebook รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2020 รายได้รวม 28,072 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33% เทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 11,219 ล้านดอลลาร์

จำนวนผู้ใช้งานในแพลตฟอร์มยังคงเพิ่มขึ้น โดยมีตัวเลข DAUs (ใช้งานประจำทุกวัน) เพิ่มขึ้น 11% เป็น 1,845 ล้านราย, MAUs (ใช้งานประจำทุกเดือน) 2,797 ล้านราย และมีจำนวนผู้ใช้งานรวมทุกบริการในเครือเป็นประจำทุกเดือน 3.30 พันล้านคน

มีประเด็นน่าสนใจจากช่วงแถลงผลประกอบการ โดยซีอีโอ Mark Zuckerberg ได้พูดย้ำถึงการปรับข้อมูลความเป็นส่วนตัวใน iOS 14 ว่ากระทบต่อธุรกิจรายเล็ก ทั้งมองว่าแนวทางของแอปเปิลเรื่องนี้ ทำให้แอปเปิลกลายเป็นหนึ่งคู่แข่งรายสำคัญของ Facebook เพราะแอปเปิลมี iMessage ที่แข่งขันกับ Facebook Messenger และ WhatsApp



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Thu Jan 28, 2021 3:57 pm

Facebook โตแรงสวนโควิด และบอกว่า Apple เป็นคู่แข่งคนสำคัญ

ลงทุนแมน

เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา Facebook ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2020
ซึ่งนับว่าเป็นการเติบโตระเบิด สวนทางวิกฤติโรคระบาด

ไตรมาสที่ 4 ปี 2020 บริษัท Facebook
รายได้ 8.43 แสนล้านบาท กำไร 3.37 แสนล้านบาท
รายได้เพิ่มขึ้น 33%
กำไรเพิ่มขึ้น 53%
โดยการเติบโตมาจาก รายได้จากค่าโฆษณา 8.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 31%
รายได้อื่น ๆ เช่น แว่นตา Oculus และอุปกรณ์วิดีโอแช็ต Portal 2.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 156%
หากเรามาดูสัดส่วนรายได้ ตามแต่ละภูมิภาค
สหรัฐฯ และแคนาดา 48%
ยุโรป 24%
เอเชีย 17%
และอื่น ๆ อีก 1%

ที่นี้เรามาดูการเติบโตของผู้ใช้งานของ Facebook
ผู้ใช้งานต่อวัน (DAU) อยู่ที่ 1,840 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 11%
ผู้ใช้งานต่อเดือน (MAU) อยู่ที่ 2,800 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 12%
ในขณะที่ ผู้ใช้งาน ต่อเดือน ที่ใช้ทุกแพลตฟอร์มรวมกัน
ได้แก่ Facebook, WhatsApps, Messenger และ Instagram อยู่ที่ 3,300 ล้านบัญชี
เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ Facebook มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
เกิดขึ้นจากโฆษณาจากอีคอมเมิร์ซ และร้านค้าออนไลน์
ที่ได้โยกค่าใช้จ่ายการตลาดมาลงที่ Facebook
ซึ่งก็ถือว่าเป็นช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในตอนนี้
ทั้งนี้ หากเรามาดูผลประกอบการทั้งปีของ Facebook ในปี 2020 ที่ผ่านมา
รายได้ 2.58 ล้านล้านบาท กำไร 8.74 แสนล้านบาท
รายได้ เพิ่มขึ้น 22%
กำไร เพิ่มขึ้น 58%

จากตรงนี้ เราสามารถสรุปได้ว่า Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก
ซึ่งถ้าให้เราจินตนาการว่าจะมีแพลตฟอร์มโซเชียลไหน มีผู้ใช้งานขนาดนี้
ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ยาก และท้าทาย
อย่างไรก็ตาม ในการประกาศผลประกอบการครั้งนี้
Facebook เตือนว่า ปีที่ผ่านมา Apple ได้ออกนโยบายเพิ่มความเป็นส่วนตัวในระบบปฏิบัติการ iOS 14
เรื่องดังกล่าว จะส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจหลักของ Facebook นั่นก็คือ การบูสต์โฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า
เนื่องจาก การกำหนดเป้าหมายของผู้ที่บูสต์โพสต์ของ Facebook จะมีประสิทธิภาพที่ลดลง
โดยผลกระทบที่ทางบริษัทจะได้รับ คาดว่าจะเริ่มต้นในปีนี้
ดังนั้น มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก จึงได้เตือนกับนักลงทุนว่า ตอนนี้บริษัท Facebook ได้มีคู่แข่งคนสำคัญ
ที่ไม่ใช่ทั้ง TikTok, Twitter, YouTube แต่คู่แข่งรายนั้นมีชื่อว่า Apple นั่นเอง..



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Fri Jan 29, 2021 8:26 am

phpBB [video]



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Tue Mar 16, 2021 2:04 pm

News Corp กลุ่มสื่อใหญ่ออสเตรเลียบรรลุข้อตกลงกับ Facebook ทำข่าวลง Facebook News

https://www.blognone.com/node/121697

News Corp บริษัทกลุ่มสื่อรายใหญ่ในออสเตรเลียประกาศบรรลุข้อตกลงกับ Facebook ได้เงินลงทุนมาเพื่อทำเนื้อหาข่าวลงแพลตฟอร์มข่าวหรือ Facebook News เป็นข้อตกลงระยะเวลาสามปี นอกจากสื่อในกลุ่ม News Corp แล้ว ยังมีสื่อสิ่งพิมพ์ของออสเตรเลียร่วมทำข้อตกลงด้วยคือ news.com.au, The Daily Telegraph, Herald Sun, The Courier-Mail

เท่ากับว่า ตอนนี้ News Corp สามารถบรรลุข้อตกลงกับทั้ง Facebook, Apple และ Google เรียบร้อยแล้ว โดยฝั่ง Google เป็นการทำข่าวลงบริการ Google News Showcase

สถานการณ์ระหว่าง Facebook กับรัฐบาลออสเตรเลียปะทุก่อนหน้านี้ เพราะ Facebook ดึงความสามารถในการมองเห็นและแชร์ข่าวออกจากประเทศ ตอบโต้กฎหมาย News Media Bargaining Code บังคับแพลตฟอร์มออนไลน์จ่ายเงินให้สำนักข่าว ทำให้ออสเตรเลียต้องใช้ไม้อ่อนลง เข้าเจรจากับ Facebook ปรับเนื้อหากฎหมาย จน Facebook กู้คืนการมองเห็นและแชร์ข่าวให้

ทั้ง Google และ Facebook มีโครงการลงทุนในสำนักข่าวอยู่แล้วรวมกันเป็นหลักพันล้านดอลลาร์



pookii
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1322
Joined: Thu Apr 04, 2013 9:53 am

Re: FB - Facebook Inc

Posts by pookii » Mon Apr 05, 2021 9:31 am

สื่อนอกเผยข้อมูล ‘เฟซบุ๊ก’ รั่วกว่า 500 ล้านคนทั่วโลก มีครบทั้งชื่อ-เบอร์โทร-รหัสผ่าน ชี้ ‘มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก’ ก็โดนด้วย

https://edition.cnn.com/2021/04/04/tech ... 49nVzzlhtA
.
สถานีโทรทัศน์ CNN รายงานว่า เว็บไซต์ของกลุ่มแฮ็กเกอร์ได้เผยแพร่ข้อมูลของผู้ใช้งานเฟซบุ๊กราว 533 ล้านบัญชีทั่วโลก โดยเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอย่างละเอียดที่บอกครบทั้ง ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ วันเกิด อีเมล รหัสเฟซบุ๊ก และสถานะความสัมพันธ์ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยคุกคามไซเบอร์แสดงความกังวลว่า อาจจะมีการนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย
.
ทั้งนี้ Hudson Rock บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสอบข้อมูลด้านอาชญากรรมทางไซเบอร์ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ในจำนวนข้อมูลที่รั่วไหล มากกว่า 32 ล้านบัญชีอยู่ในสหรัฐฯ อีก 11 ล้านบัญชีอยู่ในอังกฤษ และ 6 ล้านบัญชีอยู่ในอินเดีย ส่วนที่เหลือกระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยข้อมูลที่รั่วออกมานี้ ยังมีข้อมูลของคนดังในแวดวงเทคโนโลยี อย่าง มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กด้วย
.
หลังจากที่ Business Insider รายงานเกี่ยวกับข้อมูลรั่วไหลดังกล่าวเป็นรายแรก สื่ออื่นๆ ทั่วสหรัฐฯ ก็มีการเกาะติดและรายงานข่าวเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทาง CNN ได้ตรวจสอบกับทาง Hudson Rock แล้วพบว่า ข้อมูลที่รั่วไหลออกมาเป็นข้อมูลจริง เห็นได้จากการที่หนึ่งในข้อมูลเหล่านั้นมีของผู้สื่อข่าวอาวุโสของ CNN สองรายด้วยกัน
.
อย่างไรก็ตาม ทาง แอนดี้ สโตน โฆษกของเฟซบุ๊กได้ออกมาชี้แจงทันทีด้วยการยืนยันชัดเจนว่า ข้อมูลผู้ใช้ที่รั่วออกมานี้เป็นข้อมูลที่นานมากแล้ว อีกทั้งเฟซบุ๊กเองก็ได้ดำเนินการแก้ไขระบบไปตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2019 เรียบร้อยแล้ว
.
แม้จะยืนยันหนักแน่น แต่ เอลอน เกล ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยี (CTO-Chief Technology Officer) ของ Hudson Rock มองว่า ต่อให้เป็นข้อมูลเก่า แต่ลักษณะเนื้อหาข้อมูลที่รั่วออกมานี้ ล้วนทำให้บรรดาอาชญากรรมไซเบอร์สามารถขโมยตัวตนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ชอบได้อย่างง่ายดาย
.
ทั้งนี้ ข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กรั่วครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยหากย้อนกลับไปในช่วงเดือนตุลาคมปี 2018 ก็มีข่าวที่ทางการอังกฤษเล็งปรับเฟซบุ๊กสูงสุด 500,000 ปอนด์ กรณีปล่อยให้ Cambridge Analytica นำข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก 87 ล้านบัญชีไปใช้อำนวยประโยชน์ในการหาเสียงเลือกตั้งสมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่ในเดือนเมษายนปี 2019 มีข้อมูลรั่ว 540 ล้านบัญชี ส่วนเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ก็มีรายงานข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กรั่วถึง 267 ล้านบัญชี

#TheStandardWealth



Post Reply