APRINT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

APRINT

Posts by Jeng » Sat Aug 02, 2003 2:40 am

APRINT
กำไร 10 ปีซ้อน
36 37 38 39 40 41 42 43 44 45
7.17 3.23 2.18 4.12 3.5 3.05 3.83 4.58 6.01 10.17

EPS โต 15.42 เปอร์เซ็นต์ คิดจาก ปี 37-45 เพราะปี 36 ยังไม่เข้าตลาด

กำไรเป็นเงิน 10 ปีซ้อน
68.12 36.84 41.34 78.21 66.46 57.98 72.84 87.02 114.18 193.20

ยอดขาย 10 ปีซ้อน
393.65 421.37 508.35 791.25 574.43 686.77 857.10 963.43 1129.67 1424.79

ยอดขาย ก็โต 15.36 เปอร์เซ็นต์ตลอดระยะเวลา 9 ปี

ปันผล 10 ปีซ้อน
ปี36ไม่มีตัวเลข 1.2 1.35 2.0 1.5 2.0 2.3 2.75 3.6 5.0 รวม 21.70

EPS ในอีก 10 ปีข้างหน้า คิดได้จากปัจจุบัน 10.17 โต 15.42 = 42.67
ราคาในอนาคต สมมุติ PE = 11 ราคาเท่ากับ 469.37

ถ้าเราต้องการผลตอบแทนการลงทุนเป็นดอกเบี้ยทบต้น 20 เปอร์เซ็นต์
เราต้องซื้อต่ำกว่า 75.81

ถ้าเราลงทุน 99,900 บาท เมื่อต้นปี2538 ต้นปีราคาหุ้น เท่ากับ 27.75 บาท

เท่ากับว่าเราได้หุ้น 3600 หุ้น ต้นทุนคือ 99,900 บาท
และเราได้รับปันผล 1.35 2.0 1.5 2.0 2.3 2.75 3.6 5.0 รวม 20.5 บาท
คูณกับจำนวนหุ้นที่เรามี 73,800 บาท
ราคาปัจจุบันอยู่ที่ 112 บาท คูณจำนวนหุ้นเท่ากับ 403,200 บาท
รวมกับปันผลเป็นเงิน 477,000 บาท จากเงินต้น 99,900 บาท
คิดเป็นดอกเบี้ยทบต้น 21.58 เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลา 8 ปีเต็ม

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยทบต้น 20 เปอร์เซ็นต์
เราต้องซื้อต่ำกว่า 75.81 บาท เราอาจต้องรอข่าวร้าย การปรับฐาน การขายอย่างตื่นตระหนก หรือภาวะตลาดหมี หรือเศรษฐกิจตกต่ำ

ข่าวดี ถ้าเราต้องการกำไรเป็นดอกเบี้ยทบต้น 15 เปอร์เซ็นต์
เราต้องซื้อในราคาต่ำกว่า 116.02
ซึ่งราคาปัจจุบันคือ 112
ยังเป็นราคาที่สามารถซื้อเพื่อถือยาว ในสภาวะที่ดอกเบี้ยตกต่ำขนาดนี้

เดี๋ยวคนใหม่จะงง
ราคาปัจจุบัน 112 ซื้อทั้งบริษัท 2128 ล้านบาท ปีที่แล้ว กำไร 193.20 บาท เท่ากับได้กำไรทันที 193.20/2128 คูณ 100 = 9 เปอร์เซ็นต์
ลองนึกดูว่าคุณฝากเงินที่ได้ดอกเบี้ยปีละ 9 เปอร์เซ็นต์ แต่เป็นอัตราดอกเบี้ยที่มีอัตราการเติบโตปีละ 15 เปอร์เซ็นต์

เป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ ใครไม่เห็นด้วยแย้งได้ตามสบายครับ แต่ขอเหตุผลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

Last edited by Jeng on Fri Mar 05, 2004 2:47 pm, edited 5 times in total.

อาวเอี้ยงฮง
Verified User
Posts: 13
Joined: Sat Jul 12, 2003 11:40 am

Posts by อาวเอี้ยงฮง » Sat Aug 02, 2003 3:12 am

คุณเจ๋งให้ข้อมูลสั้นๆและกระชับดีครับ แต่ขอถามเรื่องจุดแข็งได้ไหมครับว่าเขาเด่นกว่าหุ้นอื่นๆตรงไหน


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Aug 02, 2003 12:26 pm

เรื่องจุดเด่นนี่ผมจะขอเดานะครับ ท่านที่ถือหุ้นอยู่ ท่านผู้รู้ ถ้าผมพูดผิดบอกเลยนะครับ เพราะตอนนี้ผมยังไม่ได้ถือหุ้นตัวนี้

ผมคิดว่า

1. หนังสือ เช่น แพรว ชีวจิต เนชั่นแนลจีโอกราฟฟิค และอื่นๆ เช่นแนวสุขภาพ เป็นหนังสือที่ เมื่อติดตลาดแล้ว หาหนังสืออื่นๆทดแทนยาก สำหรับผมแล้ว จะอ่านชีวจิต ก็ต้องอ่านชีวจิต

2. รายได้จากโรงพิมพ์ไม่มาก ดูผิวเผินแล้ว รายได้น่าจะมาจากโรงพิมพ์ เพราะชื่อบริษัท แต่ในความเป็นจริงรายได้จากงานพิมพ์ไม่มาก เรื่องนี้ทราบจากผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง

ผมทราบแค่นี้ครับ คุณอ้าวเอี้ยงฮง


CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Sat Aug 02, 2003 10:45 pm

ราคาย้อนหลังห้าปีของ APRINT
Image


User avatar
sirivajj
Verified User
Posts: 985
Joined: Thu Jul 10, 2003 11:20 pm

Posts by sirivajj » Sun Aug 03, 2003 10:06 pm

ผมขอแสดงความเห็นส่วนตัวว่า จุดแข็งของ APRINT คือ การมีลักษณะเป็นแบบหุ้นไฮโซ นะครับ กล่าวคือ ตัวมันมี Goodwill อยู่ ทำให้มีคนอยากซื้อเพื่อเป็นเจ้าของ และคอยจะซื้อที่ราคาถูก ดังนั้น ตราบใดที่ผลการดำเนินงานยังเติบโตหรือทำได้ดีพอสมควร คนจะไม่ขายออกมา ทำให้ราคาไม่มีการตก และมีแต่จะขึ้นไปเรื่อยๆ
อันนี้ ผมเทียบจากความรู้สึกของตนเองเท่านั้นนะครับ
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นชัด ผมจะยกตัวอย่างเทียบกับ SE-ED ว่า
ความชอบ หรือ Goodwill ในมุมมองของผมที่มีต่อ APRINT จะไม่มีในหุ้นแบบ SE-ED ซึ่งผมคิดว่า เป็นหุ้นที่ดีเช่นกัน แต่ถ้าเป็น SE-ED ผมจะสนใจ
ซื้อก็ต่อเมื่อจะต้องมีความสามารถที่จะสร้างหรือรักษาการเติบโตและทำกำไรให้ผมได้อย่างเดียว

What do you mean.?

Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Aug 11, 2003 12:05 pm

ราคาค่อยๆขึ้นอย่างมีเสถียรภาพจริงๆ ตอนนี้ 117 แล้วครับ


Guest

Posts by Guest » Tue Aug 19, 2003 12:24 am

ผมว่า..บ่อยครั้งที่ aprint มักถูกเปรียบกับ se-ed แต่ผมกลับไม่คิดอย่างนั้นเสียทีเดียว..เนื่องจาก ซีเอ็ด คือร้านขายหนังสือ(วารสาร,นิตยสาร.นสพ.,ช.ม.เนท,....จิปาถะ)รายได้เกิดจากการขาย(ดังที่กล่าวมา)
ขณะที่ อมรินทร์ คือ แพรว แพรวสุดฯ ชีวจิต และอื่นๆ รายได้หลักน่าจะมาจาก การขาย โฆษณาในพ.ท.ของ หนังสือ รายได้รองมา คือการขายหนังสือ และรับจ้างพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์

from ..BUZZ..


Guest

Posts by Guest » Tue Aug 19, 2003 12:51 am

..ต่อ..
หากแนวความคิดนี้ไม่ผิด..
ซีเอ็ด ..ถ้าต้องการตัวเลขเพิ่มขึ้นจากการขาย..(นอกจากทำ promotion
และสรรหา หนังสือดีๆ มาจำหน่ายแล้ว..) สิ่งสำคัญ..ที่ต้องทำคือ.." การเปิด สาขา เพิ่มขึ้น เรื่อยๆ " เพื่อให้ร้านค้าของตน เข้าถึง ล/ค ทั่วประเทศ ......ถึงตรงนี้ ผมไม่มั่นใจ ว่าจะทำได้ดี เนื่องจาก ภาพลักษณ์เดิม ของ ซีเอ็ด มักจะเป็นร้านหหนังสือ ในห้างฯ ไม่ค่อย stand alone
ซึ่งจะทำขยายสาขา ได้ช้า เพราะห้างเปิดใหม่มีไม่มาก.................
กลับมามองที่ อมรินทร์ จากที่ผมว่า รายได้ เขามาจากไหนแล้ว
หากลองมองดูว่า ถ้าเขาต้องการรายได้เพิ่ม จะมาจากไหน
ลองคิดเล่นๆนะครับ หลายปีก่อน ผมขายแพรว แล้วก็มามีแพรวสุดฯ
ต่อมามีชีวจิต(ตรงนี้ ผมว่าเขาสร้างกระแส คนรักสุขภาพ และก็ทำได้ดีมากๆด้วย ) แล้วก็มามี health&cuisine : ด้านบ้าน&สวน ต่อมามี room
ณ.วันนี้ national geo อีก
from ..BUZZ..


Guest

Posts by Guest » Tue Aug 19, 2003 1:17 am

..ต่อ..
การเปิดร้านนายอินทร์ ยิ่งเป็นการเอื้อ ประโยชน์ ให้กับหนังสือในเครือ ไม่มากก็น้อย และกล้าเปิดแบบ stane alone เช่น สาขา ท่าพระจันทร์,รามฯ concept ที่ผมชอบมากเป็นพิเศษ คือ ร้านมีที่นั่ง อ่านฟรีก่อน ไม่ซื้อไม่ว่า (ถึงตรงนี้ความเห็น คงแตกต่างกันไป ว่า อ่านเสร็จแล้ว ทำให้ไม่ซื้อ หนังสือ ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่เป็นไรครับ ผมถือว่า เป็นการคืนกำไรให้สังคม อย่างไรก็ตามรายได้ ของร้านนายอินทร์ +ร้านกาแฟ 94 ดีกรี
ก้อไม่ได้ถูกบรรทึกในบ/ช (อันนี้เสียดาย สุดๆ --ถ้ามีผมต้องทุ่มสุดตัวแน่)

ป.ล.1.ถ้ามีความคิดแตกต่างจากนี้ช่วยชี้แจงด้วยครับ
2.ถ้าข้อมูลส่วนใดผิดพลาด กรูณาเสริมด้วยครับ(มือใหม่นะครับ)
3.ข้อมูลเชิงปริมาณ คุณพี่ jeng ชี้แจง ยอดเยี่ยมมากครับ

from..BUZZ..


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Aug 23, 2003 10:49 pm

นึกไม่ถึงว่า ร้านกาแฟ 94 เป็นของ aprint ผมกินทุกวันเลยครับ ผมชอบบรรยากาศ

กาแฟก็แพงตามปกติ แต่ไม่แพงจนเกินไปแก้วละ 40 บาท และที่ชอบอีกคือสลัดทูน่าครับ ชาเขียวเย็นที่นี่ก็นับได้ว่าอร่อยทีเดียว วันไหนนั่งนานก็สั่งชา ที่มีให้เลือกหลากหลายรสชาติประมาณ 6 รสครับ เช่น earl gray , เป็นต้น

94 มีตั้งหลายสาขา อีกหน่อยคงจะนำรายได้มาเข้านะผมว่า เพราะกำไรอยู่ข้างนอกตลาดนี่ ผมคิดว่าเอากำไรมาโชว์ในตลาดน่าจะดีกว่าครับ

คอนเซ็บ 94 นี่ผมชอบมากกว่าแบล๊คแคนยอน รู้สึกว่า 94 เป็นร้านกาแฟจริงๆ มีคุ๊กกี้ เค๊ก และสลัดมาเสริมเล็กน้อย คอนเซ็บรู้สึกไปทาง สตาร์บัค แต่แจ่มแจ๋วกว่าสตาร์บัคมากเลย เมื่อเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายด้วย

แต่ทำอย่างไรเราจะรู้ได้ว่า 94 เป็นของ aprint และถ้าเป็นของ aprint จริงๆ

aprint เป็นเจ้าของในลักษณะไหนครับ ไม่เข้าใจ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาตั้งใจจะเอารายได้มารวมใน aprint ในอนาคตหรือเปล่า ผมหมายถึงทำ 94 ให้ใหญ่สักระยะ แล้วให้ 94 ขายหุ้นให้ aprint


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Aug 23, 2003 10:51 pm

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)



สอบทาน

สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน (หน่วย : พันบาท)



ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน



ปี 2546 2545 2546 2545



กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 47,102 41,771 91,107 81,134

กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 2.48 2.20 4.80 4.27


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sat Aug 23, 2003 10:55 pm

ดูราคาวันนี้ 118 ดูกำไร

6 เดือน ในปี 46 = 4.80 เมื่อเทียบกับ
6 เดือน ในปี 45 = 4.27

กำไรโตขึ้น .53 ต่อหุ้น เมื่อเทียบ 4.27 กำไรโตขึ้น 12.40 เปอร์เซ็นต์

ไปเรื่อยๆดีครับหุ้นตัวนี้ ช่วงนีก็ดูๆแล้วก็ไม่เห็นมีอะไร ดีใจกับคนถือหุ้นตัวนี้ครับ หลับสบายดี :D


benedict
Verified User
Posts: 96
Joined: Sat Jun 21, 2003 11:43 am

Posts by benedict » Sun Aug 24, 2003 9:49 am

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยคนนะครับ

จากข้อมูลเบื้องต้นที่อ่านจากโพสต์ของคุณ jeng ยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไขครับ
กับความมั่นคงของ APRINT แต่ขณะนี้ กลุ่ม GRAMMY เริ่มบุกตลาดนิตย
สารและหนังสือ โดยการควบกิจการกับบริษัทโรงพิมพ์ทั้งขนาดเล็กและขนาด
ใหญ่เข้าไว้ในธุรกิจเดียวกัน อีกทั้งจะใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เดิมใน
การขยายฐานลูกค้าในสินค้าที่เป็นคู่แข่งกับ APRINT อยู่ ซึ่งคาดว่าอาจต้อง
ใช้เวลาในการทำการตลาด และทำเวลาอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป แต่ถือว่าเป็น
คู่แข่งขันที่ค่อนข้างมาแรงนะครับ ซึ่งเมื่อคู่แข่งมีความพร้อมแล้ว หาก APRINT
ยังไม่มีการปรับกลยุทธ์ในการต่อกรกับยักษ์ใหญ่รายนี้ได้ ผมเกรงว่าผลประกอบ
การจะไม่ได้เป็นอย่างที่คาดไว้นะครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Sun Aug 24, 2003 12:13 pm

ดีครับคุณ benedict ที่ให้ข้อมูลแย้ง เราต้องการข้อมูลแย้งกันเยอะๆครับ


Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Mon Aug 25, 2003 8:56 pm

จากข้อคิดของ คุณ Benedict น่าสนใจมากๆครับ
การที่ ยักษ์ใหญ่ อย่าง GRAMMY ลงมาเล่น ในตลาดนิตยสาร และสิ่งพิมพ์ เป็นเรื่องที่น่าเกรงขามมาก เนื่องจากมี POWER มากๆและเครื่องมือ
ทางการตลาดก็ครบด้วย..เช่น ศิลปิน ในสังกัดมีมากพอที่จะขึ้นปก ได้ไปหลายปีเลยทีเดียว กรณีตัวอย่าง ที่นำนักร้องใน สังกัดมาโฆษณา เครื่องสำอาง u-star เฮ้อ.." จินมั่นใจ ว่าสวยทุกเฉดสี " ตัวเลขวิ่งน่าดูครับ
แล้วให้ข่าวต่อเนื่องว่า presenter u-star คนต่อไป รู้สึกจะเป็น นัท มีเรีย
กรณีแบบนี้ ผมเชื่อว่า ต้องเกิดกับนิตยสารของ แกรมมี่แน่นอน เพราะทำให้ ต้นทุนถูกลง
แต่ตัวผมเองก็ยังมี ข้อสงสัยบางเรื่อง....
1.target group จะตรงกันหรือไม่ ถ้าซ้อนกันบางส่วน ผมว่าเป็นเรื่องปกติ
ของธุรกิจนิตยสาร (เพราะเป็นธุรกิจที่ป้องกันการเข้ามา ของคู่แข่งได้ยาก..เป็นจุดอ่อน ข้อนึง จาก 5 forces)
2.แกรมมี่ เคยทำนิตยสารมาแล้วครับ แล้ว "เจ้ง" ครับ ส่วนทีมงานที่จะทำ
นิตยสารเล่มใหม่นี่ ยืมตัวมาจากทีมงานของนิตยสาร image ครับ ก็ยอมรับว่าแข็งครับ แต่ไม่แน่ใจว่าจะแรงไปนานแค่ไหน

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

ป๋า

Posts by ป๋า » Mon Aug 25, 2003 9:26 pm

This is the stock I am holding most in my port. I started buying at 23 Bht and took profit a few times (trying to collect back at lower price) but finally had to collect it back at higher price as the price never decline. These are sad "selling pig".

My average cost is around 40 (should have been 23).

Good stock is always worth long term holding.

The president Mr. Chukiat U. is a very good man in my view but unfortunately has passed away last December (when I did my panic sell off a bit at Bht 86). We have to see how well his daugther (Khun Rarin) and wife can maintain this good company.

Who can share how good is other management in this company? PE is now >12. Yield is much lesser than before :? :?:


Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Mon Aug 25, 2003 9:37 pm

กลับข้างมาทางด้าน อมรินทร์ .....
บอกตามตรง...ว่าไม่รู้ครับ.....ว่าทีมงานทั้งระดับบน -ล่าง แกร่งแค่ไหน
แต่ตอบได้อย่างนึงครับ ว่า....สะเทินน้า-สะเทินบก
แกรมมี่จะออกนิตยสาร ผมว่าเขารู้แล้วล่ะครับ แต่จะต่อกรอย่างไร ต้องติดตามกันตอนต่อไปครับ หนังชีวิต ต้องดูกันยาวๆ (ขอยืมคำพูด พี่ ธันวา มานะครับ)
ถ้าตอบเล่นๆตอนนี้....ผมยังพอมีหวัง...
1.เพราะอมรินทร์ มี goodwill ในตัวหนังสือสูงมากๆ นิตยสารแพรวเล่มละ 80.- แพรวสุดฯ เล่มละ 70.- (ในสายตาผม แพงชมัด แถมเปิดมามีแต่โฆษณา กับ เรื่องสั้น --แต่ขายดี ครับ =^-^= )
2.เพราะ อมรินทร์ อึดสุดๆ ก่อนนิตยสารของแกรมมี่ จะมา มีนิตยสารเรียง
คิวมา เยอะแล้วครับ มานานแล้วด้วยครับ ดังๆน่ากลัวๆทั้งนั้น เช่น cosmo;
ELLE;....ล่าสุด มาดาม ฟิกาโร่ (เปิดตัวเกรียวกราวครับ) แต่ "น้องแพรว"
ก็ยังอยู่ดี สบายดีครับ

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

ป๋า

Posts by ป๋า » Mon Aug 25, 2003 9:58 pm

Great information Khun Buzz, thanks.

Maybe Grammy is making the same story as the 4-Me. MaMa is what I have been eating and will continue eating. มาม่า อร่อย :lol: :lol:

I wonder how the printing subject is changed to noodle.

I think I will just keep holding APRINT.

Do you have any info of their printing business (ie office forms)?
Are they still making books for the Royal family?


Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Mon Aug 25, 2003 9:59 pm

3.ธุรกิจนี้ เกิดง่ายครับ มูลค่าตลาดมหาศาล ใครๆก็อยากแจ้งเกิดครับ
แต่โต ยาก มากๆ ครับ ปัจจุบันไม่เพียง พิมพ์ขายธรรมดา แต่ต้องมี marketing ดีๆ มานำเสนอ เช่นการประกวด หนุ่ม-สาว แพรว(ขอแถม การจัดคอร์ส อบรมสั้นๆการทำอาหาร แบบชีวจิต --จากนิตยสรชีวจิต ในเครืออมรินทร์)
4.การป้องกันการเสียส่วนแบ่งทางการตลาดให้กับคู่แข่งรายใหม่ ยังมีผู้ช่วยสกัดอีกหลายแบรนด์ครับ เช่น เปรียว ดิฉัน ขวัญเรือน ฯลฯ ซึ่งที่กล่าวมานี้ ไม่อาจมองข้ามได้ครับ

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Tue Aug 26, 2003 1:12 am

ขอแก้ไขเรื่องการบันทึกรายได้ของร้าน นายอินทร์ ครับ
สรุป อมรินทร์ ถือหุ้นร้าน นายอินทร์ 40% ครับ

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Tue Aug 26, 2003 8:50 am

เรื่อง Arint ถือหุ้น นายอินทร์ ไม่ทราบว่าเรารู้ได้อย่างไรครับ ดูตรงไหนครับ

ผมเองไม่ได้ติดใจประเด็นนี้ แต่วันที่ไปสัมนา TVI ครั้งแรก ทีตลาดหลักทรัพย์ มีน้องคนนึงยกมือขึ้นแล้วบอกว่า รายได้นายอินทร์ ไม่เกี่ยวข้องกับ APRINT ผมก็จำมาเป็นแบบนั้น

ตอนนี้เมื่อคุณ buzz ให้ข้อมูลที่ดูแล้วมีเหตุผล ผมจึงอยากตรวจสอบดูเล่นๆว่า เราสามารถดูได้จากที่ไหน เช่นในหมายเหตุประกอบงบข้อที่เท่าไรเป็นต้น

ขอบคุณมากครับ ที่ให้ข้อมูลที่ทำให้ผมตาสว่างขึ้น :D


ป๋า

Posts by ป๋า » Tue Aug 26, 2003 11:46 am

Dear Khun Jeng,

I confirm that APRINT has some stakes in Nai-In. As far as I can remember, the company is called Amarin Book Center PCL.but I'm not sure how many percent. If it is only 40% then it is right that the accoutn will not be consolidated to the APRINT's.

I guess you can find such info in the annual report or 56-1. It should basically list subsidiaries and affiliated companies.


Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Wed Aug 27, 2003 12:04 am

เรียนพี่ เจ๋ง.....
ขอตอบคำถาม ที่พี่ถาม เป็นข้อๆ ดังนี้ครับ.-
1.เรื่องที่พี่บอกว่าใน ห้องสัมมนา มีน้องคนนึงยกมือ บอกว่า อมรินทร์
ไม่ได้บันทึกรายได้จากร้านนายอินทร์ ขอตอบดังนี้ครับ.-
น้องคนนั้นเป็นผมเองครับ
ในงบเท่าที่ดู จะไม่เห็น การบันทึกรายรับที่เกิดจากรายได้ที่มาจากร้านนายอินทร์ ครับ (ตรงนี้ ถ้ามีอะไรผิดพลาด ขออภัยมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ)
2.อมรินทร์ ถือหุ้น 40% นายอินทร์ ตรวจสอบแล้ว พี่หาดูได้ที่ 56/1
ในหัวข้อที่2. เรื่อง ลักษณะการประกอบธุรกิจ เปิดแล้ว หาดู ตรงส่วนหัวข้อ "ลักษณะการประกอบธุรกิจ" ครับ

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

Buzz
Verified User
Posts: 49
Joined: Fri Aug 22, 2003 11:54 pm

Posts by Buzz » Wed Aug 27, 2003 12:23 am

เรียน คุณ ป๋า
ตอบคำถามเรื่อง หนังสือ ROYAL SoCieTY
หาดูได้ ใน56/1 เช่นกันครับ ข้อ3.การประกอบธุรกิจของแต่ละสายผลิตภัณฑ์ เปิดแล้ว อ่านไปเรื่อยๆ ถึงหัวข้อ "ลักษณะของลูกค้าและความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้าและบริษัท" อมรินทร์ พิมพ์หนังสือของ พระเทพฯ 40 ปก ครับ และ ผลงานเก่าที่ผมคิดว่า อลังการสุดๆ คือเรื่อง.- ทัน..ทั้น..ทั้น..ท่านนนนน (ให้ sound ..หน่อย)
1.ติโต
2.นายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ

และนั่นคือ..ที่มาของชื่อร้านหนังสือ "นายอินทร์"

"การลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เราลงทุนแบบทำธุรกิจ"

ป๋า

Posts by ป๋า » Wed Aug 27, 2003 8:28 am

Thank you so much, khun Buzz.

Some more questions if you can reply:

A yaer back or more, APRINT invested new factory and high-tech printing machine. Are they already in operation? You can noticed that since last their cash holding became lesser than before because the new investment. Do we expect a high growth from now onward?

Thanks in advance


AAA_Thailand

Posts by AAA_Thailand » Wed Sep 03, 2003 1:04 pm

เป็นหุ้นที่ดีครับ วิเคราะห์และถือไว้ตั้งแต่ 2001 ครับ ปัจจุบันขายไปหมดแล้วครับ
เวลาวิเคราะห์ โปรดอ่านหมายเหตุประกอบงบด้วยครับ
บริษัทย่อยที่สำคัญถือหุ้นโดย Aprint แค่บางส่วนครับ ทำไม??
ที่เหลือถือโดย....
ไปดูเองแล้วกันครับ
ข้อนี้แหละทำให้เป็นบริษัทที่ดี ผู้บริหารที่เก่งแต่ ???


User avatar
sirivajj
Verified User
Posts: 985
Joined: Thu Jul 10, 2003 11:20 pm

Posts by sirivajj » Wed Sep 03, 2003 3:00 pm

ผมมาติดตามข่าวครับ เห็นว่า Volume ซื้อขาย มากจังในระยะนี้

What do you mean.?

User avatar
ayethebing
Verified User
Posts: 2125
Joined: Mon Jul 07, 2003 8:30 pm

Posts by ayethebing » Mon Sep 15, 2003 8:30 pm

ติดตามข่าวของ Aprint มานานแล้ว ตอนนี้คุณลูกสาวเป็นประธานบริหาร (อายุน้อยกว่า 30 ปี เสียอีก)

เค้าบอกว่าจะไม่ขยายตัวอย่างพรวดพราดแน่นอน จะค่อยเป็นค่อยไป แนวทางการเติบโตอยู่ที่ธุรกิจ life-style หมายถึงไม่ใช่แค่หนังสือแต่เป็นกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมเลย

ตอนนี้ผมถือ แต่ยังไม่ซื้อเพิ่มครับ ยังไม่เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนในการเติบโต

เห็นด้วยที่ว่าเป็นหุ้นที่มี good will สูงในแง่ของ brand ของหนังสือ แต่ต้องดูว่าแผนในการเติบโตของบริษัทจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหนครับ


Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14782
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Sep 22, 2003 8:02 pm

พี่ปรัชญาโพสไว้

Code: Select all

Jeng wrote: 
เหมือนกันเลยครับ พี่ดูแล APRINT อยู่ ก็อ่านหนังสือพิมพ์ เพิ่มเติม แต่ก็ไม่ค่อยมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับ APRINT เลย >>> tk 

เท่าที่ผมไปดูตามร้านหนังสือมานะครับ คุณเจ๋ง

หนังสือของอัมรินทร์ อย่างแพรว ราคา80บาท (ค่อนข้างแพง)
และส่งขายตามต่างจังหวัดน้อย ขายแล้วแบบไม่รับคืนจากยี่ปั๊ว
ผมได้คุยกับร้านหนังสือทั่วๆไป เขาก็เล่าให้ฟังว่า.....
1.ไม่รับคืน 2.มีแต่โฆษณาสินค้า 3.คนจนไม่ซื้อได้แต่มาพลิกดู
อย่างหนังสือบ้านและสวนค่อนข้างแพง ผมหยิบหนังสือแมลงปีกแข็ง
มาดูเล่มหนึ่ง ราคา700บาท ซื้อไม่ลง
(ทั้งที่มีบัตรสมาชิกร้านนายอินทร์ลดได้10%ในเครืออัมรินทร์)
เลยช่วยซื้อแพรวมา1เล่ม
หยิบชีวจิต เดือนหนึ่งก็หาคนคุยเรื่องนี้ไม่เจอ
สรุป เป็นหุ้นเกรดA ไฮโซ (ไฮซ้อคงไม่ซื้อ)

แต่ผมชอบนะ โฆษณาเยอะแบบนี้

คือหนังสือกำไรน้อยได้ค่าโฆษณาบานเลย
เสียดายนั่งมองราคาหุ้น120บาท
พวกเติมเป็นแสนๆทั้งที่ทุนจดทะเบียนแค่19ล้านหุ้น
ถ้าราคาลดลงกว่านี้ก็จะขอเป้นเจ้าของด้วย
ตอนนี้ขอรอไปก่อนครับ
_________________
ฝันถึง วัน ฟ้าสวย...... อยากร่ำรวย-ด้วยเล่นหุ้น
ฝัน เป็น นักลงทุน..... ลุ้นความหวัง-ความตั้งใจ


คิม

ถาม คุณเจ๋ง หน่อย

Posts by คิม » Mon Sep 22, 2003 9:38 pm

ถามคุณ เจ๋ง มือใหม่ หัดวิเคราะห์ ไม่ ทราบ ว่า ข้อมูลเหล่า นี้ ผมจะหาได้จากไหน
1.การหาค่า GROWT ของ EPS 15%
2.EPS ใน 10 ปีข้างหน้า หาจากสู ตร อะไรครับ
3. หาผลตอบแทน ดอกเบี้ยทบต้น 20 % จากสูตร Pn=Po(1+i)n เปิดต ร .CVIF
หรือให้ คอม หา
รบกวนถามแค่นี้ ปกติผมจะไม่ค่อยถาม ชอบเปิดตำรา แล้วลงทำตาม แต่หาไม่ได้จริงๆ จีงรบกวน
ช่วยแนะนำด้วย อ๋อ .... ชอบสไตล์ ลีลา ในงาน MEETING VI 2 มาก


Post Reply