WG

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

WG

Posts by chatchai » Fri Aug 01, 2003 7:21 pm

Image

Image

Last edited by chatchai on Mon Aug 04, 2003 12:23 am, edited 1 time in total.


CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Sat Aug 02, 2003 10:41 pm

ขอเริ่มจาก chart ย้อนหลัง 5 ปีก่อนแล้วกันครับ

Image



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 7:38 pm

ชื่อ บริษัท ไว้ท์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (WG)

ที่อยู่

สำนักงานใหญ่ 75 ซอยรูเบีย ถนนสุขุมวิท 42 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพ 10110

คลังสินค้า ซอยร่วมใจ กม. 18.8 ถนนบางนา-ตราด ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โทรศัพท์ 0-2390-2445-54 0-2391-7648-53

โทรสาร 0-2381-2972 0-2381-2975

Home Page www.whitegroup.co.th

ประกอบธุรกิจ

1. นำเข้าและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหาร เคมีวิเคราะห์และอุปกรณ์ห้องปฎิบัติการ เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเคลือบผิว และเคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป

2. ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ อาคารสำนักงานและคลังสินค้า

3. ธุรกิจให้บริการในการผลิตและผสมสารเคมี

4. ธุรกิจการลงทุน (มีบริษัทร่วมและบริษํทย่อย 2 บริษัท)

ทุนจดทะเบียน 178,500,000 บาท

จำนวนหุ้นและมูลค่าหุ้น 17,850,000 หุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ 10 บาท



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

[b]รายชื่อผู้ถือหุ้น[/b]

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 8:00 pm

รายชื่อผู้ถือหุ้น ณ วันที่ 4 เม.ย. 2546

ผู้ถือหุ้นทั้งหมด 826 คน

ผู้ถือหุ้นรายย่อย (ต่ำกว่า 0.50%) 803 คน จำนวนสัดส่วน 13.86 %

1. บมจ. เอ็ม ดี เอ็กซ์ 3,570,200 20.00%

2. บริษัทหลักทรัพย์ ซิมิโก้ จำกัด (มหาชน) 1,636,000 9.17%

3. บจก. โอสถานุเคราะห์ โฮลดิ้ง 1,164,200 6.52% (กลุ่มโอสถฯ)

4. นายประธาน ไชยประสิทธิ์ 851,118 4.77% (กลุ่มกรรมการ)

5. นายปัญญาณ์ ปุณวัฒนวิทย์ 820,200 4.59%

6. นายรัตน์ โอสถานุเคราะห์ 805,800 4.51% (กลุ่มโอสถฯ)

7. น.ส.นันทิยา จารุเจตรังสรรค์ 723,000 4.05%

8. นายวิวัฒน์ มณีรัตน์ 700,000 3.92% (กลุ่มกรรมการ)

9. นายธนา ไชยประสิทธิ์ 700,000 3.92% (กลุ่มกรรมการ)

10. นางกนกวลี พวงคำ 600,000 3.36% (กลุ่มกรรมการ)

11. นายสิทธิ์ ปรุศุดำเกิง 580,927 3.25% (กลุ่มกรรมการ)

12. MR. DESMOND KENNEDY 578,900 3.24% (ผู้ก่อตั้ง)

13. น.ส. มิตรธีรา กัลยาณมิตร 553,500 3.10% (กลุ่มกรรมการ)

14. น.ส.มยุรี สิริบุญวินิต 460,000 2.58%

15. นางนวลจันทร์ ตีระสงกรานต์ 332,400 1.86%

16. นายสุวิทย์ เลาหะพลวัฒนา 331,400 1.86%

17. น.ส.พาสนา สุวรรณเสถียร 222,856 1.25%

18. บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ศรีมิตร จำกัด (มหาชน) 196,400 1.10%

19. NDVR 132,900 0.74%

20. นายอมร ตั้งกิจเวทย์ 114,975 0.64%

21. นายอภิจักษ์ ศรีวรรณวิทย์ 100,000 0.56%

22. นายสมชัย ไชยศุภรากุล 100,000 0.56% (กรรมการผู้จัดการ)

23. นายกิตติ บุญโพธิ์อภิชาติ 100,000 0.56%

Last edited by chatchai on Mon Aug 04, 2003 12:44 am, edited 1 time in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 9:06 pm

ประวัติกิจการ

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2510 ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ในนามบริษัท ไวท์ แอนด์ โก จำกัด ประกอบธุรกิจนำเข้าเคมีภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ต่อมาในปี 2522 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 58.8 ล้านบาท และได้จดทะเบียนเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปีนั้น อีกทั้งได้นำหุ้นของบริษัทฯ จำนวนร้อยละ 30 ออกจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไป ในปี 2538 บริษัท เอ็ม.ดี.เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) ได้ลงทุนซื้อหุ้นจำนวน 3,570,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 20 ของหุ้นจดทะเบียนทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของบริษัท



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 9:40 pm

ลักษณะผลิตภัณฑ์

1. การนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์

เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมน้ำมันและปิโตรเคมี

บริษัทมีลูกค้ารายใหญ่ และมียอดขายที่สูงกว่าที่คาดหมายไว้ในปี 2545 ในสินค้าประเภท สารเติมแต่งน้ำมันเครื่องที่ใช้กับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องจักรกล

เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมทั่วไป

บริษัทเน้นอุตสาหกรรม กระดาษ ถุงมือยาง กาว

เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหาร

ยอดขายในปี 2545 อยู่ในระดับทรงตัว

เคมีวิเคราะห์และอุปกรณ์ห้องปฎิบัติการ

บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดได้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเคมีวิเคราะห์ ซึ่งเป็นผลจากการที่ผู้ส่งออกที่เป็นโรงงานผลิตอาหารส่งออกและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบคุณภาพของอาหารส่งออกเข้มงวดขึ้น ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น

เคมีภัณฑ์อุตสาหกรรมเคลือบผิว

เคมีภัณฑ์กลุ่มนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับอัตราการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมสีทาอาคาร อุตสาหกรรมสีรถยนต์ และหมึกพิมพ์ต่างๆ

2. ธุรกิจการผลิตและผสมสารเคมี

บริษัทมีโรงงานที่ทันสมัย และได้มาตรฐานตั้งอยู่ที่ ซอยร่วมใจ ถนนบางนา-ตราด ก.ม.18.8 อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยบริษัทยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อปรับปรุงคุณภาพน้ำ แก่ บริษัท ยีอี เบ็ตซ์ (GE Betz)

3. ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์

ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ประกอบด้วย 2 ส่วน คือการให้เช่าพื้นที่อาคารสำนักงาน และการให้เช่าพื้นที่คลังสินค้า

อาคารสำนักงาน 2 อาคาร พื้นที่ให้เช่าทั้งสิ้น 16,000 ตร.ม. ปัจจุบันมีผู้เช่า 51% ของพื้นที่

อาคารโรงงานและคลังสินค้า พื้นที่ให้เช่าทั้งสิ้น 20,140 ตร.ม. ปัจจุบันมีผู้เช่า 100% ของพื้นที่

4. ธุรกิจด้านการลงทุน

บริษัทได้มีการลงทุนในบริษัทย่อยและบริษัทร่วม 2 บริษัท ดังนี้

บริษัท เอฟ บี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและจำหน่ายประตูมั่นคงและระบบรักษาความปลอดภัย ถือหุ้น 75.50% ต้นทุนการลงทุน 3,020,000 บาท

บริษัท แอมคอร์ คอนเทนเนอร์ส แพคเกจจิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ถือหุ้น 49.00% ต้นทุนการลงทุน 62,985,400 บาท



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 9:47 pm

สินทรัพย์ถาวร

มูลค่า ณ. 31 ธ.ค. 2545

ที่ดิน 27.15 ล้านบาท
อาคาร 275.65 ล้านบาท
ค่าปรับปรุงที่ดินและอาคาร 25.37 ล้านบาท
เครื่องตกแต่งอุปกรณ์สำนักงาน 2.58 ล้านบาท
รถยนต์ 2.05 ล้านบาท

ที่ดินและอาคารสำนักงาน ตั้งอยู่ที่ ซอยรูเบีย พื้นที่ 4-02-38 ไร่
ที่ดินและคลังสินค้า ตั้งอยู่ที่ บางนา-ตราด กม.18.8 พื้นที่ 40-00-41 ไร่

ที่ดินทั้ง 2 แปลงลงบัญชีไว้เพียง 27.15 ล้านบาทเท่านั้นครับ



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 10:54 pm

งบกำไรขาดทุน

--------------------------------------------------45----------------------44-------------------43-----------

------รายได้จากการขาย------------------------------575.35---------------------563.83--------------------611.67---

-----รายได้ค่าเช่า---------------------------------------50.58-----------------------50.33-----------------------48.71---

-----รวมรายได้-----------------------------------------625.93--------------------614.17-----------------------660.38--

-----ต้นทุนขาย---------------------------------------(462.16)------------------(464.46)-------------------(504.49)--

-----ต้นทุนค่าเช่า--------------------------------------(41.17)--------------------(40.57)------------------------0.00--------

-----กำไรขั้นต้น----------------------------------------122.59-------------------109.13-----------------------155.89-----

-----ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร-----------------(63.14)------------------(66.51)----------------------(110.74)----

----กำไรจากการดำเนินงาน-----------------------------59.45-------------------42.62------------------------45.15--------

----กำไรสุทธิ---------------------------------------------52.90-------------------38.58-------------------------43.24-------

----กำไรต่อหุ้น--------------------------------------------2.96----------------------2.16--------------------------2.42-------


หมายเหตุ

Last edited by chatchai on Fri Apr 27, 2007 9:20 pm, edited 6 times in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 11:04 pm

งบกำไรขาดทุน 1Q46

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------------------1Q46------------------1Q45------------
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

----รายได้จากการขาย-------------------------------155.28---------------------139.50----------

----รายได้ค่าเช่า---------------------------------------13.02------------------------12.64---------

----รวมรายได้------------------------------------------168.30--------------------152.14----------

----ต้นทุนขาย-----------------------------------------(125.69)-----------------(113.47)---------

----ต้นทุนค่าเช่า----------------------------------------(10.35)-------------------(10.77)--------

----กำไรขั้นต้น-------------------------------------------32.26---------------------27.90---------

----ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร-------------------(15.03)------------------(14.05)--------

----กำไรจากการดำเนินงาน-----------------------------17.23--------------------13.85----------

----กำไรสุทธิ---------------------------------------------17.52--------------------12.40----------

----กำไรต่อหุ้น---------------------------------------------0.98----------------------0.69---------

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

Last edited by chatchai on Fri Apr 27, 2007 9:21 pm, edited 2 times in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 11:23 pm

การวิเคราะห์งบกำไรขาดทุน

-

Last edited by chatchai on Fri Apr 27, 2007 9:19 pm, edited 3 times in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Aug 03, 2003 11:44 pm

วิเคราะห์ฐานะทางการเงิน

- บริษัทมีโครงสร้างสินทรัพย์ดังนี้

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
--------------------------------------1Q46------------45--------------44---------------43-----------
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สินทรัพย์ถาวร---------------------------------41.32%-------45.06%-----------52.94%---------55.22%------------

เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้น----------------21.39%-------17.40%------------3.80%-----------0.67%-------------

ลูกหนี้การค้า-----------------------------------20.31%-------20.50%------------22.59%---------22.44%------------

สินค้าคงเหลือ----------------------------------12.09%-------12.74%-----------15.39%----------15.50%-----------

สินทรัพย์อื่น--------------------------------------4.89%--------4.30%------------5.28%------------6.17%------------

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จะเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า

1. บริษัทมีสัดส่วนสินทรัพย์ถาวรลดลงโดยตลอด เนื่องจากการหักค่าเสื่อมราคาในแต่ละปี โดยที่บริษัทไม่มีภาระในการลงทุนเพิ่ม

2. เงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้นโดยตลอด จาก 23.69 ล้านบาทในปี 2544 เป็น 126.75 ล้านบาทและ 165.76 ล้านบาท ในปี 2545 และ 1Q2546 ตามลำดับ หรือเพิ่มขึ้นจาก 1.33 บาทต่อหุ้นในปี 2544 เป็น 7.10 บาทต่อหุ้นในปี 2545 และ 9.29 บาทต่อหุ้นใน 1Q2546 สาเหตุมาจากผลการดำเนินงานที่ดี และการบริหาร Working Cap. ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งบริษัทก็ไม่มีเงินกู้ยืม จึงทำให้บริษัทมีเงินสดเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

3.บริษัทบริหาร Working Cap. ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนี้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
------------------------------------------------1Q46-----------45--------------44-----------
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ระยะเวลาการเก็บเงิน------------------------------------83-------------89------------------94-----------------

ระยะเวลาการเก็บสินค้าคงคลัง-------------------------68-------------78-------------------85------------------

ระยะเวลาการชำระหนี้การค้า----------------------------66------------60-------------------60-------------------

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ในส่วนของหนี้เงินกู้ยืมนั้นบริษัทได้ชำระหนี้เงินกู้หมดตั้งแต่ปี 2544 แล้ว ปัจจุบันบริษัทจึงมีฐานะเป็นบริษัทที่มีเงินสดสุทธิ

Last edited by chatchai on Mon Aug 04, 2003 12:14 am, edited 1 time in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Aug 04, 2003 12:02 am

วิเคราะห์งบกระแสเงินสด

1. บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยน Working Cap. เพิ่มสูงขึ้นโดยตลอด จาก 4.60 บาทต่อหุ้นในปี 2543 เป็น 4.92 บาทต่อหุ้นในปี 2544และ 5.51 บาทต่อหุ้นในปี 2545 ขณะที่ในงวด 1Q46 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 1.44 บาทต่อหุ้นจากงวด 1Q45 จำนวน 1.26 บาทต่อหุ้น

2.จากการบริหาร Working Cap. ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทไม่มีความจำเป็นในการลงทุน Working Cap. แต่ยังช่วยเพิ่มเงินสดให้แก่บริษัทด้วย

3.การลงทุน ในช่วงปี 43 ถึง 1Q46 บริษัทมีความจำเป็นในการลงทุนน้อยมาก

4. ตั้งแต่บริษัทชำระหนี้เงินกู้หมดในปี 2544 บริษัทก็ไม่มีภาระทางการเงินอีก

สรุป เนื่องจากบริษัทไม่มีภาระในการลงทุนและชำระหนี้คืน ดังนั้นถ้าบริษัทไม่มีการเติบโต ความจำเป็นในการลงทุน Working Cap. ก็ไม่มี บริษัทจะมีเงินสดเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 5.50 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น 20% ของราคาหุ้นที่ราคา 27.50 บาท แต่เมื่อคำนึงถึงเงินสดสุทธิที่มีอยู่ในบริษัทจำนวน 7.79 บาทต่อหุ้น (หักเงินปันผลจำนวน 1.50 บาทต่อหุ้นที่จ่ายใน 2Q46) ในเวลา 4 ปี (โดยที่บริษัทไม่มีการเติบโตเลย)
บริษัทก็จะมีเงินสดสูงถึง 29.79 บาทต่อหุ้น ซึ่งมากกว่าราคาหุ้นในปัจจุบัน

Last edited by chatchai on Mon Aug 04, 2003 12:21 am, edited 2 times in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Aug 04, 2003 12:11 am

การประเมินราคาหุ้นอย่างง่ายๆ

ถ้าเราประมาณการ EPS และ EBITDA จากงบการเงินงวด 1Q46 แล้วเราจะได้ EPS ที่ 3.93 บาท และ EBITDA ที่ 131.36 ล้านบาท

ณ.ระดับราคาที่ 27.50 บาท เมื่อหักเงินสดสุทธิที่มีอยู่ในบริษัท จำนวน 7.79 บาทต่อหุ้นแล้ว เราจะเหลือเงินลงทุนเท่ากับ 19.71 บาท

P/E Ratio ก็จะเท่ากับ 5.02 เท่า และ EV/EBITDA ก็จะเท่ากับ 3.76 เท่า



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Aug 04, 2003 12:37 am

งบการเงินของบริษัทค่อนข้างน่าเชื่อถือได้ มี บริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส เอบีเอเอส จำกัด เป็นผู้สอบบัญชี อีกทั้งบริษัทมีรายการระหว่างกันน้อยมาก ผู้บริหารเป็นมืออาชีพ กรรมการผู้จัดการคือ คุณสมชัย ไชยศุภรากุล มาจาก บจก.บอร์เนียว (ถือหุ้นอยู่ 100,000หุ้น)



Guest

Posts by Guest » Mon Aug 04, 2003 1:05 am

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผล 50% ของกำไรสุทธิ แต่จากการไปพบผู้บริหารในวันประชุมผู้ถือหุ้น ทราบว่าทางบริษัทมีนโยบายที่จะซื้อกิจการที่มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและจำหน่ายเคมีภัณฑ์อยู่ แต่จากการพิจารณาแบบอนุรักษ์นิยมจึงยังไม่มีการลงทุนเกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารก็กล่าวว่ามีแนวโน้มเหมือนกันที่จะจ่ายปันผลให้มากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำมาก



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Aug 04, 2003 1:08 am

หุ้นที่มีฐานะทางการเงินดี เงินสดเหลือเยอะ ไม่มีหนี้ ส่วนใหญ่จะมีผลการดำเนินงานที่ไม่ดีนัก (P/E สูง) และความสามารถในการหาเงินสดจากการดำเนินงานจะต่ำเมื่อเทียบกับราคาหุ้น แต่ WG ผมว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้



User avatar
Guang Ming
Verified User
Posts: 58
Joined: Fri Jul 18, 2003 4:33 pm

Posts by Guang Ming » Sun Aug 10, 2003 12:11 pm

เห็นพี่ chatchai บ่นว่าไม่มีคนสนใจหุ้นตัวนี้เลย ผมเลยจะเข้ามาแสดงตัวสักหน่อย แต่การวิเคราะห์ในรูปแบบของผมอาจจะแปลกไปสักหน่อย ลองดูนะครับ

จากข้อมูล company highlight จาก www.set.or.th
(ข้อมูล ณ. วันที่ 8 ส.ค. 46)
เรามาดู sector ที่ WG อยู่ คือ Commerce มีหุ้นทั้งหมด 14 ตัว
P/E เฉลี่ย 9.93, WG 8.61 ต่ำเป็นอันดับ 5 ของกลุ่ม
Dividend yield เฉลี่ย 4.12%, WG 5.36 มากเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม
D/E 0.2254 ต่ำมาก, เป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม
ROE เป็นอันดับ 7
P/BV เป็นอันดับ 2

หลังจากรวมคะแนนค่าอัตราส่วนต่าง ๆ ของหุ้นทุกตัวในกลุ่มแล้ว
WG ได้คะแนน อันดับ 1 ในปี 2003, 2001, 2000
อันดับ 2 ในปี 2002, 1998
อันดับ 3 ในปี 1999
ติด top 5 ตลอด 6 ปี, top 3 ตลอด 6 ปี

ผมคิดว่าน่าสนใจครับ คิดว่าความเสี่ยงต่ำ กำลังเล็ง ๆ ว่าจะรับเข้าพอร์ตอีกสักตัวหนึ่ง แต่คงได้ไม่เท่าไหร่ :wink:



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Fri Nov 14, 2003 9:46 pm

เข้ามารายงานผลประกอบการ Q3 ครับ

โดยสรปบริษัทมีผลการดำเนินงานดีกว่าปีก่อนเล็กน้อยครับ ประมาณ 3%

เนื่องจากปีก่อนบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานกำไร 1.79 ล้านบาท แต่ปีนี้บริษัทย่อยขาดทน 0.35 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทมีฐานะทางการเงินแข่งแกร่งขึ้นครับ มีเงินสดสทธิเพิ่มขึ้น 168.55 ล้านบาท หรือ 9.44 บาทต่อห้น ( 33% ของราคาห้นนะครับ)

หนี้สินรวมก็ลดลงจาก 144.86 ล้านบาทในงวด มิ.ย. เป็น 123.53 ล้านบาทในงวดนี้

กระแสเงินสดอิสระของบริษัทก็ยังคงดีเหมือนเดิม โดยบริษัทมีการซื้อสินทรัพย์เพียง 0.36 ล้านบาทเท่านั้น เงินสดเลยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ถ้าคิดมลค่าบริษัทโดยหักเงินสดสทธิที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ออกไป จะเหลือราคาเท่ากับ 18.81 บาท ( 28.25 - 9.44 )

และถ้าบริษัทมีกำไรใน Q4 ที่ 0.90 บาทต่อห้น จะได้ EPS ที่ 3.70 บาท P/E ใหม่จะเท่ากับ 5.08 เท่า ( 18.81 / 3.70 )

และถ้าบริษัทยังคงมีเงินสดเหลือใช้ (FCF) ปีละ 6 บาท จะประมาณอีก 3 ปีครับที่บริษัทจะมีเงินสดเท่ากับ 27.44 บาทซึ่งใกล้เคียงกับราคาตอนนี้



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Sun Nov 16, 2003 1:43 pm

ข้อน่าสนใจอีกประการของบริษัทคือจำนวนลกหนี้การค้าและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสญครับ

รายละเอียดในงบเดี่ยวนะครับ มีดังนี้ครับ
------------------------------------------------------------------------------------------------------
-----------------------------------30 ก.ย. 2546------------- 31 ธ.ค. 2545-----
------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่ถึง 3 เดือน จำนวน-------------143,940,925 บาท--------------150,152,546 บาท
3 - 6 เดือน จำนวน------------------------46,759 บาท--------------------900,824 บาท
6 - 12 เดือน จำนวน--------------------------- 0 บาท----------------------86,680 บาท
เกิน 12 เดือน จำนวน------------------1,156,180 บาท----------------2,361,972 บาท
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รวมลกหนี้การค้า--------------145,143,864 บาท-------153,502,022 บาท
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสญ-----------------(5,337,303 บาท)--------------(5,684,305 บาท)

ลกหนี้การค้าสทธิ-------------139,806,561 บาท---------147,817,717 บาท
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อสังเกตนะครับ

1. บริษัทมีลกหนี้ค้างชำระน้อยลงโดยไม่มีการตัดหนี้สญเลย
2. ในงวด ก.ย. บริษัทมีการตั้งหนี้สงสัยจะสญ จำนวน 5.34 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทมีหนี้เกิน 3 เดือนเพียง 1.20 ล้านบาทเท่านั้นครับ



Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Mar 29, 2004 11:09 am

อยากถามคุณฉัตรชัยเรื่อง WG เพิ่มเติมว่า ตั้งแต่คุณฉัตรชัยถือ WG มา มีต้นทุนเฉลี่ยที่เท่าไร และ ได้รับปันผลไปแล้ว รวมเป็นเงินเท่าไร

และคาดว่า จะได้คืนทุน ทั้งหมด แต่หุ้นยังอยู่ ในปีไหน

ขอบคุณมากครับ



Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Mar 29, 2004 1:10 pm

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากถาม ปัจจุบัน กำไร ค่อนข้างสูง คือ 3.69 และพี่สังเกตุว่า ตัดค่าเสื่อม ก็ค่อนข้างสูงมาก และดูเหมือนว่าเร็วๆนี้ ค่าเสื่อมคงไม่ต้องตัด เพราะมันหมดเวลา ที่จะตัด

ซึ่งจะทำให้กำไรสูงขึ้นไปอีก

อยากถามคุณฉัตรชัย ว่า WG จะตัดค่าเสื่อมหมดประมาณปีไหน

และถ้าไม่มีการตัดค่าเสื่อม WG จะมีกำไรประมาณเท่าไร



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Mar 29, 2004 7:56 pm

ต้นทนเฉลี่ยของผมประมาณ 14-15 บาทครับ รับปันผลมาแล้ว 2 งวด 1 บาทและ 1.50 บาทครับ

เรื่องรับทนคืน ผมไม่ได้คาดคิดครับ

ส่วนเรื่องค่าเสื่อมราคานั้นคงประมาณ 7-8 ปีครับ แต่ถ้าให้ดีผมชอบค่าเสื่อมราคานะครับ เพราะอะไรหรือครับ

ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่เราไม่ได้จ่ายเงินสดออกจากบริษัทครับ เงินสดยังคงอย่ในบริษัทครบถ้วน ถึงแม้จะมีกำไรสทธิน้อยก็ตาม

แต่ถ้าไม่มีค่าเสื่อมราคา แน่นอนกำไรสทธิย่อมสงมากขึ้น สิ่งที่ตามมาก็คือ Tax ที่ต้องจ่ายมากขึ้นครับ ซึ่งก็ทำให้บริษัทมีเงินสดน้อยลงครับ

ผมไม่ชอบครับ Cash is King



Jeng
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 14783
Joined: Wed Apr 09, 2003 1:43 am

Posts by Jeng » Mon Mar 29, 2004 10:12 pm

คืออย่างงี้ครับคุณฉัตร บางกิจการ มีกำไร แต่ต้อง นำกำไรไป

1. maintain cutrrent opertion เช่น ไปซ่อมเครื่องจักร หรือ ไปทำอะไรก็ได้ เพื่อให้กิจการอยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน

2. บางกิจการ ต้องนำกำไร ไปลดเงินกู้ เพราะมีเงินกู้มาก

ที่ผมดูกิจการ WG ผมรู้สึกคล้ายกับเคยอ่านของวอเรน ตอนไปซื้อกิจการ ผลิตและจำหน่าย เฟอร์นิเจอร์

วอเรนบอกว่า ตึกต่างๆที่เป็นโชร์รูม เขาใช้มานานแล้ว ตัดค่าเสื่อมหมดไปนานแล้ว

คล้ายๆกับว่า ตึกในอดีต ที่ปัจจุบันใช้เป็นร้านค้า ไม่มีต้นทุนแล้ว ค่าบำรุงรักษาก็เล็กน้อย ตึกเหล่านี้ทำกำไรให้กับผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน

ก็คล้ายๆกับกิจการของคนจีน ทั่วไปที่ทำค้าส่ง ทั้งสำเพ็ง และต่างจังหวัด ตึกแถวส่วนใหญ่ ไม่ต้องผ่อนส่ง

กำไรที่ได้ ก็จะเข้ากระเป่าผู้ถือหุ้น

ผมมาดู WG

ซึ่งเป็นงบที่ดูง่ายจริงๆ เพราะผมเคยดูงบ SPI รู้สึก สนุก เพราะมันสลับซับซ้อน

งบ WG ก็มี ตึก 300 ล้านบาท มีสินค้าคงเหลือ 100 ล้านบาท มีลูกหนี้ ไว้คอยตามเก็บเงิน และมีเจ้าหนี้การค้า ที่ต้องไปจ่าย

ดูๆแล้วก็กิจการซื้อมาขายไปดีๆนี่เอง

ผมก็เลยลุ้นให้ตึกนี้หมดเรื่องค่าเสื่อม เพราะหลังจากนี้ตัวเลขกำไรจะสูงขึ้นมากครับ เพราะผมเห็นว่ามีการตัดค่าเสื่อมสูงมาก

และดูขนาดของตึก กับขนาดของยอดขาย ดูๆแล้ว ตึกนี้ ยังใช้ได้ไม่เต็มที่ครับ หมายถึง ถ้ามีการขยายงาน ผมคิดว่า คงไม่ต้องไปซื้อตึกเพิ่มครับ

ผมแนะนำให้พี่ชายซื้อ WG และถือยาวไปเลย จนกว่าพื้นฐานจะเปลี่ยนครับ แบบซื้อให้ลูกชายไปเลย

พอเปิดงบกระแสเงินสด เที่ยบกับหลายๆ บริษัท ประมาณ 10 กว่า บริษัท พี่ชาย ก็ตะลึง เพราะพี่ชายไม่เคยดูลัษณะนี้

เช่น เทียบกับ egcomp ปีที่ผ่านมา egcomp เอาเงินไปจ่ายหนี้ ประมาณ 7000 ล้านบาท ผลคือ egcomp ปันผลออกมาน้อยครับ ทำให้หลายๆคนผิดหวัง

แต่ผมก็ยังถือ egcomp เพราะรู้ว่า เมื่อจ่ายหนี้ ซึ่งมีดอกเบี้ย 8-11 %

ปี 47 นี้ eps ของ egcomp จะสวยขึ้นครับ

ที่ผมพอจะสรุปได้คือ WG

ไม่ใช่ธุรกิจที่ต้องอาศัยเงินกำไร ไปซ่อมเครื่องจักร ไม่ต้องไปจ่ายหนี้ เพราะไม่มีหนี้

เงินกำไร ก็วิ่งเข้ากระเป๋าผู้ถือหุ้นครับ

ข้อเสียของ WG ที่พี่ชายมองคือ เขาจะเก็บเงินไว้ทำไม หรือว่าเขามีโครงการจะขยายงานในอนาคต

ผมก็ตอบไปว่า ไม่รู้เหมือนกัน

แต่ราคาที่พี่ชายซื้อคือ 29.75 พรุ่งนี้จะได้ปันผล 1.85 เหลือต้นทุน 27.90 ซึ่งมีกระแสเงินสดเหลือ 11 บาท เท่ากับเหลือต้นทุน 16.90 บาท

เฉพาะตึก 300 ก็เท่ากับ 16.81 บาทแล้วครับ

สินค้าคงเหลือ 100 ล้านบาทเท่ากับ 5.60 บาท

ยังไม่รวม ชื่อเสียง ที่อยู่ในวงการ และการผ่านร้อนผ่านหนาว ในการทำธุรกิจมา

ส่วนเรื่อง หนี้ทั้งหมดก็มีเพียง 122 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้การค้ามีสูงถึง 153 ล้านบาท

หักลบกันแล้ว เท่ากับ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ ล้างกันหมด

เท่ากับเราซื้อกิจการมา โดยมี

1. ตึก 300 ซึ่งมูลค่าที่ดิน กับมูลค่าก่อสร้าง สูงถึง 662 ล้านบาท
2. สินค้าคงเหลือ 100 ล้านบาท
3. เงินสดหรือรายการเที่ยบเท่าเงินสด 198 ล้านบาท

รวม 300 + 100 + 198 เท่ากับ 598 ล้านบาท หรือเท่ากับ 33.50 บาทต่อหุ้น

ก็เป็นตัวเลขประมาณ ประมาณให้พอเห็นภาพครับ



ek_tt
Verified User
Posts: 86
Joined: Sun Apr 11, 2004 9:20 pm

Posts by ek_tt » Sun Apr 11, 2004 9:52 pm

- ไม่ทราบว่าที่ดินที่ซอยรูเบียกับที่ซอยร่วมใจ มีการประเมินตามราคาปัจจุบันหรือยัง ถ้ายัง
คิดว่าจะมีมูลค่าสักเท่าไร ถือเป็นมูลค่าแฝงของกิจการใช่หรือเปล่าครับ
- ตัวอาคารส่วนใหญ่จะหักค่าเสื่อม 20 ปี ไม่ทราบว่าจะต้องหักอีกกี่ปีครับ



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Mon Apr 12, 2004 7:58 pm

ที่ดินซอยรเบีย จำนวนที่ดิน 4 - 02 -38 ไร่

ที่ดินซอยร่วมใจ จำนวนที่ดิน 40 - 00 -41 ไร่

ที่ดินทั้งสองแปลงลงบัญชีเพียงแค่ 27.15 ล้านบาทครับ ราคาตามตลาดปัจจบันผมไม่ทราบครับ

ถ้าลองคิดดว่าที่ซอบรเบียมลค่า ตร.ว. ละ 50,000 บาท ก็จะมลค่าประมาณ 91.90 ล้านบาท

และถ้าที่ซอยร่วมใจมลค่า ตร.ว. ละ 5,000 บาท ก็มลค่าประมาณ 80.21 ล้านบาท

ทั้งสองแปลงก็มลค่าประมาณ 172.11 ล้านบาท จากมลค่าตามบัญชี 27.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.96 ล้านบาท หรือ 8.12 บาทต่อห้น

ส่วนค่าเสื่อมราคานั้นคาดว่าต้องหักอีก 7 -8 ปีครับ



ppp

Posts by ppp » Tue Apr 13, 2004 10:26 am

ฝากคำถามครับ คุณ chatchai ผมไปประชุมไม่ได้

- กระแสเงินสดของบริษัท มีโครงการไปทำอะไรหรือเปล่าครับ ถ้ามี project เริ่มหรือยัง



User avatar
Minesweeper
Verified User
Posts: 472
Joined: Fri Jan 02, 2004 10:57 pm

Posts by Minesweeper » Thu Apr 15, 2004 5:49 pm

ฝากด้วยคนครับ ... 8)

อยากให้ช่วยถามทางผู้บริหารเกี่ยวกับ การขาดทุนของบริษัทย่อย FB ที่ทำตู้เซฟ ให้หน่อยครับว่า มีแนวโน้มเป็นอย่างไร แล้วจะแก้ไขอย่างไร ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นครับ

...



chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Fri Apr 23, 2004 8:26 pm

เริ่มจากบรรยากาศที่ประชุมก่อนเลยนะครับ

การประชุมปีนี้ คึกคักกว่าปีก่อนมากครับ ปีก่อนผู้ที่เข้าประชุมเข้าใจว่าจะเป็นพนักงานมานั่งให้คึกคักครับ แต่ปีนี้มีนักลงทุนรายย่อยมาหลายท่าานและหลายท่านก็มีความอาวุโสพอสมควรครับ มีการซักถามค่อนข้างมากและซักถามหลายท่านครับ ผู้บริหารก็มีการเตรียมข้อมูลมาตอบพอสมควร และตอบข้อซักถามทุกข้อครับ

เริ่มจากคุณสมชัย กรรมการผู้จัดการได้อธิบายธุรกิจและแนวโน้มของบริษัทครับ

ธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายเคมีนั้น บริษัทได้เน้นไปทาง Specialty Chemical ครับ คือเคมีที่มีราคาแพง แต่ใช้ในการผลิตไม่มากนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางด้านราคาในเคมีพวก Commodity ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน และเกาหลีใต้ จึงเป็นคำตอบเรื่องว่าทำไมยอดขายของบริษัทเติบโตเพียงเล็กน้อย แต่มี Gross Profit Margin และ กำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น

เป้าหมายของบริษัทในปี 2547 คือเพิ่มยอดขายให้ได้ 15% ครับ ซึ่งถ้าได้ผมว่าก็โอเคเลยครับ ผู้บริหารเล็งเห็นว่าการเข้มงวดในกฎเกณฑ์ต่างๆของสินค้าส่งออกจะส่งผลให้บริษัทผู้ผลิตสินค้าส่งออกใช้เคมีที่มีดีขึ้นครับ

ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจะเป็น อุตสาหกรรมปิโตรเคมี อุตสาหกรรมเคลือบผิว และห้องปฎิบัติการ ประมาณ 30% ส่วนอุตสาหกรรมอาหารประมาณ 10% แต่อุตสาหกรรมอาหารมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้บริหารก็ตั้งเป้าว่าสัดส่วนรายได้จะเท่ากันทุกอุตสาหกรรมที่ 25%

ธุรกิจที่สองคือ อสังหาริมทรัพย์
บริษัทมีอาคารสำนักงานให้เช่า ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องค่าเช่าครับ เช่น บริษัท DOW CHEMICAL ครับ การที่อาคารยังมีผู้เช่าไม่เต็มพื้นที่นั้น ผู้บริหารบอกว่าเนื่องจากบริษัทคัดเลือกผู้เช่าพอสมควร เพราะไม่อยากให้มีปัญหากับผู้เช่ารายเดิม

อสังหาริมทรัพย์แห่งที่สองของบริษัทคือ คลังสินค้า ปัจจุบัน Ford Motor เป็นผู้เช่ารายเดียวทั้งหมด 100% ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องค่าเช่าเก็บเงินไม่ได้แน่นอนครับ

ธุรกิจที่สามคือ ผลิตและผสมสารเคมี ลูกค้าของบริษัทก็คือ GE ครับ

ธุรกิจของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

บริษัท เอฟ บี นั้น ผู้บริหารยังไม่มีแนวคิดที่จะปิดบริษัท และเล็งเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้น บริษัทเอฟ บี นั้นมีสินค้าเกี่ยวกับระบบป้องกันไฟในอาคาร เช่น ตัวจับควันและความร้อน แนวโน้มน่าจะเติบโตตามจำนวนอาคารคอนโดที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งยังหวังที่จะได้งานจากโครงการสนามบินแห่งใหม่ด้วย

บริษัท แอมคอร์ ผู้บริหารได้กล่าวว่าบริษัทแอมคอร์จากประเทศออสเตรเลียที่ WG ร่วมทนด้วยนั้นเป็นบริษัทที่ผลิตขวดและฝาพลาสติกรายใหญ่ติด 5 อันดับแรกของโลกทีเดียวครับ

เนื่องจากในอดีตบริษัทร่วมแห่งนี้มีการลงทุนค่อนข้างสูง และใช้พนักงานมาก ผลการดำเนินงานจึงขาดทุนเรื่อยมา จนปัจจุบันเริ่มมีผลประกอบการดีขึ้นจนเริ่มมีกำไรขึ้นบ้างแต่ยังไม่มากนัก โดยบริษัทได้ลดจำนวนพนักงานลงจากเดิม 700 คนเหลือเพียง 320 คน โดยมีการใช้เครื่องจักรแทน

บริษัทจะเน้นสินค้าที่เป็นฝาพลาสติก เนื่องจากใช้แรงงานน้อยและบริษัทมีความถนัดมากกว่า ปัจจบันมีลูกค้าคือ ไทยน้ำทิพย์ วีวอง Caltex คลาสตรอล ปัจจุบันใช้กำลังการผลิตประมาณ 80%

เรื่องโครงการใหม่นั้น ผู้บริหารกล่าวว่าคงจะมีการใช้เงินลงทุนในปีนี้ครับ ผลตอบแทนสำหรับโครงการใหม่จะไม่ต่ำกว่า 15% แต่ผู้บริหารก็ค่อนข้างจะ Conservative มากในเรื่องการลงทุนใหม่ เนื่องจากในอดีตบริษัทผิดพลาดมามากในเรื่องการลงทุนเพิ่มนะครับ

เรื่องการที่บริษัทเป็นเพียงผู้นำเข้ามาจำหน่ายนั้น จะมีปัญหาเรื่องบริษัทผู้ผลิตในต่างประเทศมาจำหน่ายเองหรือไม่นั้น ผู้บริหารกล่าวว่า บริษัทมีจุดเด่นในเรื่อง ฐานลูกค้าที่มีอยู่ในมือ รวมทั้งระบบ Logistic ที่ดี รวมทั้งปัจจุบันบริษัทต่างๆมักจะมีนโยบาย Outsourcing มากขึ้น ปัจจัยนี้จึงยังไม่น่าเป็นห่วงมากนัก

เรื่องการที่พนักงานขายอาจจะออกไปตั้งบริษัทเองนั้น ผู้บริหารตอบว่าคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสินค้าสารเคมีของบริษัทนั้นเป็น Specialty ไม่ใช่ Commodity ที่ใครๆก็สามารถที่จะทำธุรกิจได้ เพียงแค่นำเข้ามาจากจีนหรือเกาหลีใต้ แล้วก็นำมาแข็งขันกันทางด้านราคา

ใช้เวลาในการประชุมประมาณชั่วโมงกว่าๆครับ

ผมว่าผู้บริหารนั้นมีการบริหารงานค่อนข้าง Conservative สังเกตจากการใช้เงินลงทุนและการตั้งสำรองทั้งลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังเสื่อมค่าที่ค่อนข้างสูง และมีความเข้าใจในตัวธุรกิจนี้เป็นอย่างดี รวมถึงรู้จุดที่จะทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันได้พอสมควรครับ เรื่องความโปร่งใสน่าจะเชื่อถือได้ครับ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ เพราะบริษัทนี้ไม่ค่อยมีข้อมูลและสินค้าก็สัมผัสด้วยตนเองไม่ได้ซะด้วยครับ

Last edited by chatchai on Sun Jun 27, 2004 8:14 pm, edited 1 time in total.


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11443
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Fri Apr 23, 2004 9:23 pm

ก่อนไปประชุมผมก็มั่นใจ WG ในแง่งบการเงินครับ ไม่ค่อยรู้เรื่องธุรกิจและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมากนัก

แต่พอไปประชุมผู้ถือหุ้นปีนี้แล้ว มั่นใจขึ้นมากครับว่าผู้บริหารคงจะสามารถนำพาบริษัทไปได้ด้วยดีครับ กรรมการผู้จัดการพูดอย่ 2 ประโยคครับ คือ

1. ถ้าบริษัทมีกำไรไม่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถือว่าบริษัทผิดพลาดครับ

2. ผู้บริหารมีข้อผิดพลาดในอดีตมากพอควร ซึ่งเป็นบทเรียนที่จะไม่กลับไปทำอีกครับ

Last edited by chatchai on Sun Jun 27, 2004 8:15 pm, edited 1 time in total.


User avatar
edd
Verified User
Posts: 325
Joined: Sun Sep 14, 2003 6:38 am

Posts by edd » Sun Apr 25, 2004 12:18 pm

ขอบคุณครับพี่ฉัตรชัย..........ได้ฟังที่ผู้บริหารชี้แจงแล้ว ก็คงต้องติดตามกันต่อไป

แต่ที่ผมกังวลมีแค่นิดเดียวคือ เรื่องลูกค้ารายใหญ่ๆที่เป็นระดับ grobal brand มีการรวมตัวกันระดับสาขาใน Region เพื่อสั่งซื้อจาก supplier โดยตรง เพราะจะได้ Volume Discount มากกว่า ซึ่งเป็นนโยบายมาจากบริษัทแม่เลย โดยเฉพาะในธุรกิจเคลือบผิว ไม่รู้จะมีผลกระทบกับ wg มากหรือเปล่า

แต่ถ้า wg เน้นในสินค้า specialize มากขึ้นผลกระทบคงน้อยลงครับ

เพื่อนผมที่เป็น sales อยู่ในธุรกิจนี้ บอกว่า order จากลูกค้าเหล่านี้ลดลงมากเลย (เช่นจาก TOA, ICI เป็นต้น)



Post Reply