HMPRO

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

HMPRO บริษัท โฮมโปรดักเซนเตอร์ จำกัด (มหาชน)

Posts by คนขายของ » Fri Oct 22, 2004 4:07 pm

คำนำก่อนอ่านเรื่องราวของ HMPRO

ในส่วนแรก ผมจะทำการ POST ข้อมูล basic information ของ HMPRO ซึ่งได้มาจาก FORM 56-1 เป็นส่วนใหญ่ หลังจากนั้น จะเป็น ข่าว Update ต่างๆ ของ HMPRO รวมถึงผมจะพยายาม สอดแทรกการวิเคราะห์กิจการซึ่งบางส่วนจะเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเอง จึงอยากขอให้ผู้อ่านกรุณาใช้วิจารณญาณ ก่อนตัดสินใจ หากคิดว่าข้อมูลผมผิดผลาด ขอความกรุณาท้วงติงด้วยครับ

การวิเคราะห์ HMPRO ของผมจะใช้ การเปรียบเทียบกับธุรกิจต้นแบบของ HMPRO คือ HD (HOME DEPOT) ซึ่งเป็น Listed Company ของ NYSE เป็นหลัก พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับ ธุรกิจ Retail ประเภทอื่นที่อยู่บน SET หากมีข้อแนะนำเพิ่มเติมผมยินดีอย่างยิ่งที่จะ ทำการบ้านเพิ่มเติมครับ

ทุกธุรกิจมีโอกาส และ ความเสี่ยงควบคู่กันไป ขออย่าเพิ่งตัดสินใจหากคุณมองเห็นแต่ด้านดีแต่เพียงอย่างเดียว ขอให้พิจารณาทั้งสองด้านของกิจการ ก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Fri Oct 22, 2004 5:15 pm

สาขาในปัจจุบันของ HMPRO มีด้วยกันทั้งหมด 18 สาขา สาขาล่าสุดที่ทำการเปิดไปคือสาขา หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 47

1. สาขารังสิต กันยายน 2539 ฟิวเจอร์พาร์ค
2. สาขารัตนาธิเบศร์ พฤษภาคม 2540 บริเวณแยกบางใหญ่
3. สาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์ เมษายน 2542
4. สาขาฟิวเจอร์มาร์ท มีนาคม 2543 เชิงสะพานกรุงเทพใหม่
5. สาขาเสรีเซ็นเตอร์ พฤษภาคม 2543
6. สาขาเดอะมอลล์ บางแค กรกฎาคม 2543
7. สาขาเดอะมอลล์ โคราช เมษายน 2544
8. สาขารัชดาภิเษก มิถุนายน 2544 คาร์ฟูร์ รัชดาภิเษก
9. สาขาเพลินจิต ตุลาคม 2544 ในอาคารเวฟเพลส
10. สาขาภูเก็ต มิถุนายน 2545 ในเทสโก้ โลตัส ภูเก็ต
11. สาขาเชียงใหม่ กันยายน 2545 ในคาร์ฟูร์ เชียงใหม่
12. สาขารามคำแหง เมษายน 2546 ใกล้คาร์ฟูร์ สุขา 3
13. สาขาพระราม 2 พฤษภาคม 2546 ทางด่วน ดาวคะนอง
14. สาขาประชาชื่น กรกฎาคม 2546 ใกล้สี่แยกพงษ์เพชร
15. สาขาลาดพร้าว ตุลาคม 2546 ในคาร์ฟูร์ ลาดพร้าว
16. สาขาพัทยา ธันวาคม 2546 ใน คาร์ฟูร์ พัทยากลาง
17. สาขาแจ้งวัฒนะ กรกฎาคม 2547 ใกล้ คาร์ฟูร์ แจ้งวัฒนะ
18. สาขาหาดใหญ่ ตุลาคม 2547 ใกล้ คาร์ฟูร์ หาดใหญ่

สรุปการเปิดสาขาในอดีตของ HMPRO
2539 1 สาขา
2540 1 สาขา
2541 ไม่มี
2542 1 สาขา
2543 3 สาขา
2544 3 สาขา
2545 2 สาขา
2546 5 สาขา
2547 2 สาขา
2548 มีแผนเปิดสาขาเพิ่มอีก 4 สาขา หัวหิน, บางนา-ตราด, เพชรเกษม และ อีก 1สาขายังไม่เปิดเผย

แผนการเปิดสาขาในระยะยาว 2548 2550 บริษัทต้องการทำให้ครบ 30 สาขา

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Fri Oct 22, 2004 5:25 pm

ประวัติความเป็นมา ของกิจการ HMPRO

2.1 ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการที่สำคัญ

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (บริษัท) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2538 โดยมีทุนจดทะเบียนบริษัทเริ่มต้นที่ 150 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 1.5 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ภายใต้ชื่อทางการค้าว่า โฮมโปร (HomePro) โดยได้เปิดดำเนินการ โฮมโปรสาขาแรกที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิตในเดือนกันยายน 2539 ซึ่งใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทจนถึงเดือนมิถุนายน 2546 และได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่มาที่ ถนนประชาชื่น (สาขาประชาชื่น)

ในเดือนเมษายน 2540 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 350 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 3.5 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อการขยายสาขาโฮมโปรแห่งที่ 2 คือ โฮมโปรสาขารัตนาธิเบศร์ ซึ่งเปิดดำเนินงานในเดือนพฤษภาคม

ในเดือนเมษายน 2542 บริษัทได้ทำการขยายสาขาโฮมโปรแห่งที่ 3 คือสาขาแฟชั่น ไอส์แลนด์ และในเดือนตุลาคม 2542 บริษัทได้ทำการลดทุนจดทะเบียนจากเดิม 350 ล้านบาท มาเป็น 116 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.16 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อล้างผลขาดทุนสะสมของบริษัทที่เกิดจากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและหนี้สูญจากผู้รับเหมา

ในปี 2543 บริษัทได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 2 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท เพื่อทำการขยายสาขาโดยบริษัทได้ขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในปี 2543 คือสาขาฟิวเจอร์มาร์ท (เดือนมีนาคม), สาขาเสรีเซ็นเตอร์ (เดือนพฤษภาคม) และ สาขาเดอะมอลล์ บางแค (เดือนกรกฎาคม)

ในเดือนมกราคม 2544 บริษัทได้จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ให้แปลงมูลค่าหุ้นสามัญจากเดิม 2 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท จำนวนเงิน 200 ล้านบาท มาเป็น 40 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท มีทุนจดทะเบียนและทุนเรียกชำระแล้วทั้งสิ้น 200 ล้านบาท และในเดือนมีนาคม บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 275 ล้านบาท แบ่งเป็น 55 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขาโฮมโปรในอนาคต

และในเดือนพฤษภาคม 2544 บริษัทได้ทำการจดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนโดยเปลี่ยนจากบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด มาเป็น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) และได้จดทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 375 ล้านบาท แบ่งเป็น 75 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท โดยมีทุนชำระแล้ว 275 ล้านบาท แบ่งเป็น 55 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 5 บาท

ในเดือนเมษายน 2544 ได้เปิดดำเนินการสาขาโคราช ซึ่งเป็นสาขาที่ 7 และเป็นสาขาแรกใน ต่างจังหวัด

ในเดือนมิถุนายน 2544 ได้เปิดดำเนินการสาขารัชดาภิเษก เป็นสาขาที่ 8

ในเดือนตุลาคม 2544 ได้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ จากมูลค่าหุ้นละ 5 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 1 บาท และได้นำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้เปิดดำเนินการสาขาเพลินจิต เป็นสาขาที่ 9

ในเดือนพฤษภาคม 2545 ได้จดทะเบียนเพิ่มทุนอีก 612.5 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท ทำให้มีทุนจดทะเบียนเป็นเงินรวม 987.5 ล้านบาท โดยจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน ดังนี้

1) ส่วนที่หนึ่ง จำนวน 375 ล้านหุ้น จำหน่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 1 บาท


2) ส่วนที่สอง จำนวน 187.5 ล้านหุ้น ไว้รองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน อันเนื่องมาจากไม่มีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิ หรือผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิไม่ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ ให้คณะกรรมการเป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาจัดสรรหุ้นส่วนที่เหลือดังกล่าว ไม่ว่าในคราวเดียวหรือหลายคราวให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 12/2543 โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ จำนวน 187.5 ล้านหน่วย จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งใช้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญใหม่ตามสัดส่วน และจากการใช้สิทธิเกินส่วน ในอัตรา 2 หุ้นใหม่ ต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ อายุ 3 ปี ไม่มีราคาเสนอขาย โดยใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีสิทธิซื้อหุ้นสามัญได้ 1 หุ้น ในราคาหุ้นละ 3 บาท ระยะเวลาการใช้สิทธิทุก ๆ 3 เดือน

3) ส่วนที่สาม จำนวน 50 ล้านหุ้น ให้ขายแก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กจ. 12/2543 โดยกำหนดราคาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของราคาตลาดของหุ้นบริษัท (ซึ่งราคาตลาดคำนวณจากราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)หรือราคาปิดเฉลี่ยของการซื้อขายหุ้นบริษัทเป็นระยะเวลา 10 วันทำการย้อนหลัง นับตั้งแต่วันที่คณะกรรมการมีมติให้เสนอขาย แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า

ในเดือนมิถุนายน 2545 ได้เรียกชำระทุนจดทะเบียนส่วนที่หนึ่ง จำนวน 375 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีทุนที่เรียกชำระแล้วรวม 750 ล้านบาท และได้เปิดดำเนินการสาขาภูเก็ต เป็นสาขาที่ 10

ในเดือน กรกฎาคม 2545 ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้เสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญในส่วนที่สองให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม

ในเดือน กันยายน 2545 ได้เปิดดำเนินการสาขาเชียงใหม่ เป็นสาขาที่ 11

ในเดือนเมษายน 2546 ได้เปิดดำเนินการสาขารามคำแหง เป็นสาขาที่ 12

ในเดือนพฤษภาคม 2546 ได้เปิดดำเนินการสาขาพระราม2 เป็นสาขาที่ 13 และมีผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิมาใช้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญจำนวน 3 ล้านหน่วย ทำให้บริษัทมีทุนที่เรียกชำระแล้วรวม 753 ล้านบาท

ในเดือนกรกฎาคม 2546 ได้เปิดดำเนินการสาขาประชาชื่น เป็นสาขาที่ 14 และได้ย้ายที่ตั้งสำนักงานใหญ่จากสาขารังสิตมาอยู่ที่สาขาประชาชื่นด้วย

ในเดือนตุลาคม 2546 ได้เปิดดำเนินการสาขาลาดพร้าว เป็นสาขาที่ 15

ในเดือนพฤศจิกายน 2546 บริษัททริสเรตติ้ง จัดอันดับเครดิตให้ บริษัทเป็น BBB (Investment Grade ที่กองทุนรวมสามารถลงทุนได้)

ในเดือนธันวาคม 2546 เปิดสาขาพัทยา เป็นสาขาที่ 16

ในเดือนกรกฎาคม 2547 เปิดสาขาแจ้งวัฒนะ เป็นสาขาที่ 17

ในเดือนตุลาคม 2547 เปิดสาขาหาดใหญ่ เป็นสาขาที่ 18

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Tue Oct 26, 2004 6:25 pm

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในปี 04 ของ HMPRO ไม่ใช่การขยายสาขาแต่เป็นการสร้าง DC (distribution centre) ที่วังน้อยอยุธยา ใกล้กันกับ แถว DC ของ LOTUS การสร้าง DC ช่วยให้ HMPRO ลดในส่วนของเจ้าหนี้การค้า ซึ่งตามปกติ HMPRO มีการ STOCK ของ และมีจำนวนวันสินค้าคงคลังประมาณ 90 วันในช่วงแรกของปี 47 การเปิด DC น่าจะทำให้ Inventory turn ของ HMPRO ดีขึ้นอยู่ที่ประมาณ 70-75 วันในช่วง Q4 และเหลือแค่ 30 วันในระยะยาว และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายเรื่องคลังสินค้าที่เมื่อก่อนใช้ร่วมกับผู้อื่นอยู่

DC ของ HMPRO เพิ่งเปิดดำเนินการเมื่อราวๆ เดือน กันยายน กว่า DC จะperform จริงๆ คงต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน - 1 ปี ทั้งนี้การจัด HMPRO Grand Sales ไปเมื่อเดอนที่แล้ว คงช่วยการลดสินค้าค้างสต๊อกได้ส่วนหนึ่ง

Cash Flow ของ HMPRO น่าจะดีขึ้นประมาณ 200 ล้านบาทจากการสร้าง DC และสามารถนำมาใช้ร่วมกับเงินกู้จาก ธนาคาร เพื่อขยายสาขาใหญ่ ใน concept HOME PRO VILLAGE ได้ในปีหน้าที่ใช้เงินลงทุน 1600 ล้าน มาจาก Warrant แปลงสภาพ ประมาณ 500 ล้าน เงินกู้ 500 ล้าน และ Cash Flow 600 ล้านบาท

ระบบที่ HMPRO ใช้สำหรับ DC คือระบบ VDSL ที่สามารถช่วยให้ การทำงานรับส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมาก โดยเฉพาะสำหรับคลังสินค้าขนาดใหญ่ ซึ่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับระบบ Fiber Optic และมีประสิทธิภาพสูงกว่า wireless LAN it ระบบนี้จะช่วยให้การส่งข้อมูลระหว่าง DC กับ Stores มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งระบบ IT และการบริหารสินค้าคงคลังที่ยอดเยี่ยม เป็นสิ่งที่ทำให้ WALMART เป็น SUPER Store ที่ประสพความสำเร็จสูงที่สุดในโลกด้วยยอดขายสูงถึง 250,000 Millions USD และ ทรัพย์สินของตระกูล Walton มากกว่า Bill Gates ถึง 2 เท่า

วันนี้ขอพอแค่นี้ก่อนนะครับ และจะมาต่อเรื่อง RISK ของ HMPRO ในคราวหน้า

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue Oct 26, 2004 8:55 pm

คุณคนขายของ เรียบเรียงได้น่าอ่านมากครับ

ผมขอเสริมข้อมูลนะครับ
เข้าใจว่าเมื่อเร็วนี้ Tris rating เพิ่งเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือจาก BBB เป็น BBB+ครับ และผมเคยอ่านเจอว่าบริษัทจะพยายามเพิ่มสาขาให้ได้ 30 สาขา ภายในปี 2550 หรือสามปีจากนี้ อาจจะต้องระดมทุนโดยหุ้นสามัญอีกรอบนะครับ เพราะโครงการโฮมโปร์วิลเลจ ผมคิดว่าต้องใช้เงินทุนสูงทีเดียว และโครงการก็มีความเสี่ยงมากว่าสาขาแบบเดิมๆ โฮมโปร เป็นหุ้นเติบโตสูง ที่ต้องการเงินทุนเพื่อการเติบโตอีกมากพอสมควรครับ


ผมเพิ่งไปเดินที่สาขาหาดใหญ่ สินค้าดูดี น่าซื้อมากๆ เลยครับ
ติดแต่ว่าราคาก็ไม่ถูกมาก ผมพยายามหาสินค้าปูน-ทราย และเครื่องเกษตร
แต่รู้สึกว่ามีสินค้าประเภทนี้น้อยมากครับ เข้าใจว่าบริษัทไม่ต้องการแย่งตลาดกับร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไปครับ
:D

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Wed Oct 27, 2004 4:15 pm

ขอบคุณคุณ ลูกอีสานมากครับสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ผมขอเพิ่มรายละเอียดจากกรุงเทพธุรกิจดังนี้ครับ .....

" ร้านโฮมโปรเติบใหญ่ในแง่การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และผลที่ตามมาล่าสุดก็คือ สถาบันการจัดอันดับทริสเรทติ้งเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ HMPRO เป็นระดับ "BBB+" จาก "BBB"โดยอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงความเป็นผู้นำของบริษัท ในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ที่จำหน่ายวัสดุและสินค้าเกี่ยวกับบ้าน ความสามารถ ในการคงอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมให้อยู่ในระดับสูง ในขณะที่มีการขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่องรวมไปถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตดังกล่าว ยังสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ค่อนข้างต่ำของธุรกิจค้าปลีก เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจประเภทอื่น และผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค "

ความเสี่ยงของธุรกิจ HMPRO

จาก FORM 56-1 จะมีรายการดังต่อไปนี้ครับ

1) ลูกหนี้การค้า : ประเด็นนี้ผมว่าไม่ค่อยสำคัญเพราะ HMPRO ขายเป็น Cash ถึง 93% การขายแบบ Credit มีน้อย แต่ที่น่าหนักใจนิดนึงคือ เห็น HMPRO สนใจที่จะขายวัสดุ อุปกรณ์ เข้างาน Project ที่ส่วนมากต้องขายโดยให้ credit term เพราะเห็นลงรับสมัครตำแน่ง AVP Project Sales อยู่

2) การขยายงานอาจไม่เป็นตามเป้า เพราะยอดขายแต่ละสาขาสามารถคาดการได้ยาก เงินเฟ้อ และ นำมันแพง อาจทำให้การบริโภคชะลอตัว ส่วนตัวผมว่าการบริโภคน่าจะมีการขยายตัวได้อีก แต่คงไม่มากเท่าที่ผ่านมา ซึ่งหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาก พร้อม กับการขยายตัวของ รายได้ต่อหัว ในขณะที่ตอนนี้ การเติบโตของรายได้ต่อหัวคงยากขึ้นเนื่องจาก ดอกเบี้ย และ นำมัน ยังเป็นขาขึ้น

3) การแข่งขันที่สูงขึ้น ประเด็นนี้ผมว่า HMPRO สามารถสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันได้ดี เห็นได้จากการลงทุนในการสร้าง DC และ ลงทุนในระบบ IT ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีก จากการสอบถามเพื่อนที่อยู่ที่ อเมริกา ว่าทำไมคนถึงนิยมเข้า Home Depot นัก ได้ความว่าที่เข้า HD นี่หลักๆ เพราะไม่ใช่ของถูก แต่เพราะ พนักงานมีความรู้จริงในสิ่งที่ขายสามารถให้คำแนะนำได้เป็นอย่างดี ซึ่งประเด็นนี้ HMPRO ให้ความสำคัญ และ จากการไปเดินสำรวจเมื่อ weekendที่ผ่านมาพบว่า มีการแต่งตั้งบุคคลากรในลักษณะ Product Champion ที่คอยให้คำแนะนำลูกค้า และได้ยินมาว่า จะทำการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงานด้วย

ประเด็นที่ผมเป็นห่วง HMPRO (ความเห็นส่วนตัว) มีดังนี้ครับ

1) เงินทุนสำหรับการขยายงานในอนาคต อาจทำให้อัตราการปันผลตำลงเพราะอยู่ในช่วงเร่งขยายงาน หาก HOME PRO VILLAGE ประสพความสำเร็จ มี CASH เข้ามาตาม forecast HMPRO คงไม่ต้องเพิ่มทุนเพื่อการขยายสาขาที่เหลือ แต่หากเศรษฐกิจ เกิดไม่เป็นดังคาดโอกาสที่ต้องระดมทุนเพิ่มก็มีอยู่เหมือนกัน การที่ LH จะทำ BANK ก็อาจช่วยได้บ้างแต่ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอนในตอนนี้

2) การเข้าสู่ธุรกิจจัดหาพื้นที่ให้เช่า ซึ่ง HMPRO จะเอาจริงในปีหน้าพร้อมกับ Concept Home Pro Village อาจมีความเสียงมากกว่าเนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง สาขาทั่วไปของ HMPRO โดยมากจะอยู่ระหว่าง 5000 - 10000 ตารางเมตร แต่สาขาหัวหิน มีพื้นที่สูงถึง 40,000 ตารางเมตร บางนา 20,000 ตารางเมตร ณ ขณะนี้ HMPRO มีพื้นที่ขายรวม ประมาณ 120,000 ตารางเมตร แต่ปีหน้าจะมีพื้นที่ ทั้งขายและให้เช่าเพิ่มอีก เกือบ 80,000 ตารางเมตรจากสาขาใหม่สี่สาขา เป็นการเดิมพันที่น่าติดตามมากครับสำหรับ HMPRO

ความเสี่ยงย่อมมาคู่กับโอกาสเสมอ ผมขอพูดถึง "โอกาส" ของ HMPRO ในคราวหน้าแล้วกันนะครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Tue Nov 02, 2004 10:52 pm

ผมไปเดินมา 3 สาขา ทั้งวันธรรมดา และเสาร์ อาทิตย์ สำรวจตลาด

ลูกค้าเข้าก็ไม่มากเท่าไหร่ นะครับ วันธรรมดาเนี้ยโล่งๆ พิกล ด้วยซ้ำ เสาร์อาทิตย์ คึกคัก หน่อยครับ

แต่ที่สังเกตุ เห็นชัดๆ คือ พนักงานเยอะมากๆๆ ครับ ต้นทุนส่วนนี้คงสูง น่าดู
เดินไปเดินมา จะชนกันตายครับ เพราะว่างครับ ผมไม่กล้าดูสินค้าเลยครับ
กลัวครับ เข้าไปเนี้ยเป็นเหยื่อ ตามตลอดเลยครับ ต้องบอกว่าสงสัยแล้วจะถามครับ คือผมไม่ค่อยชอบให้คนเดินตามครับ คนอื่นๆ อาจชอบ สงสัยอะไรจะได้ถามได้ครับ

และผมเห็นหลายท่าน พูดภาษาอังกฤษ ตอบคำถามลูกค้าฝรั่งป๋อเลยครับ ค่าจ้างคงแพงไปอีก

สำหรับการวางสินค้าดูง่ายครับ เป็นหมวดหมู่ ดีกว่าร้านวัสดุก่อสร้าง ทั่วๆไปเยอะครับ อยู่ในห้างติดแอร์ไม่ร้อนด้วย สินค้าก็ครอบคลุมสินค้าตกแต่งบ้านไปหมดไม่ครบก็เกือบครบละครับ ไม่ใช่เฉพาะแค่วัสดุก่อสร้าง


chatchai
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 11444
Joined: Tue Jun 03, 2003 8:16 pm

Posts by chatchai » Wed Nov 03, 2004 10:41 am

พนักงานบางส่วนเป็นพนักงาน PC ของสินค้าครับ ไม่ใช่พนักงานของ HMPRO


User avatar
ch_army
Verified User
Posts: 1352
Joined: Thu Sep 04, 2003 11:17 am

Posts by ch_army » Wed Nov 03, 2004 1:24 pm

เอ แล้วคู่แข่งของ HMPRO เนี่ยมีใครบ้างครับ และเจ้าไหนน่ากลัวที่สุด

http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Wed Nov 03, 2004 11:31 pm

ที่เห็นก็มี Home Mart เหมือนจะเป็นของ SCC นะครับ แต่ไม่แน่ใจนะครับ


User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Thu Nov 04, 2004 5:10 pm

วันนี้ HMPRO งบออกครับ เลยมา POST ฝากกันครับ 04Q2 ทำได้ 0.12 บาทต่อหุ้น ไตรมาสนี้ ได้ 0.14 ต่อหุ้น และ ถ้าเทียบ YOY ก็จะโตขึ้นมาก ประมาณ 80% สามารถ ดูรายละเอียดได้ด้านล่างครับ

วันนี้ราคาหุ้นเลยมีการเด้งรับข่าวครับ แต่โดยส่วนตัว ผมว่า HMPRO เป็นหุ้นระยะยาวนะครับ เหมาะลงทุนยาวเป็นปีนะครับ ระยะสั้นถึงสั้นมาก ไม่แนะนำนะครับ ขอให้พิจารณาว่า สถานะทางการเงินเราสามารถรับความเสี่ยงได้ขนาดไหน ก่อนตัดสินใจนะครับ ไว้แล้วผมจะมาวิเคราะห์เรื่อง "โอกาส" ของ HMPRO ต่อนะครับ

Symbol: HMPRO
Headline: สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ไตรมาสที่3(F45-1)
Time: 04 พ.ย. 2004 13:03:44


HMPRO สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)

สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)

ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน

ปี 2547 2546 2547 2546

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 101,689 57,321 268,791 130,947
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 0.14 0.08 0.36 0.17



หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน
จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็ม
ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"


ลงลายมือชื่อ............................
(นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุึล )
ตำแหน่ง..กรรมการผู้จัดการ....
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Thu Nov 04, 2004 5:15 pm

สำหรับคำชี้แจงเรื่องรายได้ที่เพิ่มขึ้นครับ

Symbol: HMPRO
Headline: ชี้แจงผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 / 2547
Time: 04 พ.ย. 2004 13:03:44




วันที่ 4 พฤศจิกายน 2547

ที่ ACC/HO 065 /47

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานสำหรับงวด 3 เดือนและ 9 เดือน สิ้นสุดวันที่
30 กันยายน 2547

เรียน กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงผลการดำเนิน
งานของบริษัท ฯ สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547
ซึ่งได้รับการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยบริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิเท่ากับ
101.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.37 ล้านบาท หรือ 77.40% เมื่อเทียบกับงวดเดียว
กันของปีก่อน สาเหตุหลักเป็นดังนี้
1. ยอดขายของบริษัท ฯ สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
2547 มีจำนวน 2,535.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2546 จำนวน
733.46 ล้านบาท หรือ 40.70% และเป็นการเพิ่มขึ้นของสาขาเดิมเท่ากับ 20.55% ทำ
ให้บริษัท ฯ มีกำไรขั้นต้นเป็นจำนวนเงิน 543.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกัน
ของปีก่อน 166.86 ล้านบาท หรือ 44.31 % โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเท่ากับ
21.43%
2. รายได้อื่นประจำงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547 มีจำนวน
50.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2546 จำนวน 20.21 ล้านบาท หรือ
66.12% เป็นผลเนื่องจากรายได้ค่าบริการ, รายได้ค่าโฆษณา และรายได้ค่าเช่า
3. ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารประจำงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2547 มีจำนวน 443.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2546
จำนวน 120.62 ล้านบาท หรือ 37.34 % อย่างไรก็ตาม
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็น 17.49% ของยอดขาย ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2546
ที่มีอัตราส่วนเท่ากับ 17.92% ของยอดขาย

สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547 บริษัท ฯ มีผลกำไรสุทธิ
เท่ากับ 268.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 137.84 ล้านบาท หรือ 105.27 % เมื่อเทียบกับ
งวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักเป็นดังนี้

1. ยอดขายของบริษัท ฯ สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน
2547 มีจำนวน 7,134.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2546 จำนวน
2,441.47 ล้านบาท หรือ 52.02% และเป็นการเพิ่มขึ้นของสาขาเดิมเท่ากับ 21.99%
เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี2546 ทำให้บริษัท ฯ มีกำไรขั้นต้นเป็นจำนวนเงิน
1,493.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 525.05 ล้านบาท หรือ 54.24 %
โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายเท่ากับ 20.93%
2. รายได้อื่นสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547
มีจำนวน138.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2546 จำนวน 76.67
ล้านบาท หรือ 123.06% เป็นผลเนื่องจากรายได้ค่าบริการ, รายได้ค่าเช่า
และรายได้ค่าโฆษณา
3. ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30
กันยายน 2547 มีจำนวน 1,242.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี
2546 จำนวน 400.51 ล้านบาท หรือ 47.58 % อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิด
เป็น 17.41% ของยอดขาย ซึ่งลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2546 ที่มีอัตราส่วนเท่ากับ
17.93% ของยอดขาย

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ


(นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล)
กรรมการผู้จัดการ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

นักดูดาว
Verified User
Posts: 2513
Joined: Thu May 22, 2003 9:05 am

Posts by นักดูดาว » Thu Nov 04, 2004 9:57 pm

HMPRO-W1 เหลือเยอะมั้ยครับ

เสรีภาพก็เหมือนอากาศที่เราไม่อาจมองเห็นด้วยตา แต่จะรู้สึกได้ในทันทีหากมีมันอยู่เบาบางหรือขาดหายไป

-จีรนุช เปรมชัยพร

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Fri Nov 05, 2004 12:11 pm

HMPRO มี Warrant อยู่เหลือประมาณ 184,000,000 หุ้น จากทั้งหมด 187,000,000 NVDR ถือประมาณ 42% ของ W ทั้งหมด แปลงไปแล้วประมาณ 3,000,0000 ส่วนหุ้นสามัญมีทั้งหมด 753,000,000 ล้านหุ้น รวมที่แปลงจาก warrant แล้ว

Dilution Effect จาก Warrant ในปีหน้า ประมาณเดือน Jul05 ประมาณ 25% แต่ HMPRO ก็มีแผนเตรียมการรองรับไว้แล้ว ดังที่ได้เคยกล่าวไว้แล้วเบื้องต้น และเนื่องจาก Warrant และ แผนการขยายงานแบบ aggressive ในปีหน้า HMPRO จึงเป็นหุ้นลงทุนระยะยาวมาก มากกว่าที่จะเก็งกำไร ครับ

สิ่งที่ HMPRO กำลังสร้างเป็นการต่อภาพ ซึ่งเมื่อเสร็จสมบูรณ์ก็จะเห็นชัดเจน ในความเห็นส่วนตัวผม ผมว่า HMPRO จะ Perform เต็มที่ประมาณปลายปี 48 หรือต้นปี 49 ครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sat Nov 06, 2004 9:37 am

คู่แข่งที่สำคัญของบริษัท คือ โฮมเวิร์ค ของค่ายเซ็นทรัลครับ
แต่ยอดขาย สาขา ยังน้อยกว่า โฮมโปร มาก

ส่วนคู่แข่งที่สำคัญอีกรายคือ ซิเมนต์ไทย โฮมมาร์ท
มียอดขายสูงกว่า โฮมโปร แต่มีรูปแบบร้าน สินค้า แตกต่างจากโฮมโปร พอสมควร แต่ก็ถือว่าทำธุรกิจประเภทเดียวกัน

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Sat Nov 06, 2004 9:37 pm

คุณ ch_army ครับสำหรับคู่แข่งของ HMPRO หลักๆก็อย่างที่ คุณลูกอีสาน และ คุณ Copywriter ได้กล่าวไว้ข้างต้นครับ นอกจาก Homeworks และ Cement Thai Homemart แล้ว ก็ยังมี GHM (Grand Homemart), กันยง Homestore, และ ถ้าจะว่าไปแล้ว Index Living Mall, Power Mall, Power Buy และ ร้านขายของเกี่ยวกับวัสดุ และ ตกแต่ง ล้วนเป็น คู่แข่ง ไม่ทางตรง ก็ทางอ้อมครับ

Homework เป็น คู่แข่งที่ถือว่าชัดเจน และ พอเปรียบมวยกันได้เนื่องจากมี CRC ( Central Retail Corp) หนุนหลัง และมี CPN เป็นผู้บุกเบิกหาทำเลให้ แต่ข้อเสียของ Homework ก็คือข้อดีของ Homework ละครับ เพราะการติดอยู่กับ CRC และ CPN ทำให้การขยายงานไม่เป็นเอกเทศ

ผมเองก็ได้ลองเดินที่ Homework ดูหมือนกันครับและพบว่า เขามี Idea ดี เช่น Made to order furniiture ที่เป็นไม้ อันนี้ Homework เริ่มก่อนครับ แต่เดี๋ยวนี้ HMPRO ก็มีเหมือนกัน แต่เนื่องจาก Homework มีเนื้อที่จำกัด ความหลากหลายก็อาจน้อยกว่า เรื่องการขนย้ายสินค้าหลังจากลูกค้าซื้อแล้ว Homework เสียเปรียบ Homepro ที่เป็น stand alone นิดหน่อย แต่ HMPRO เองก็มีที่อยูตามห้างเช่นกันครับ

ส่วนตัวผมว่าทั้ง HMPRO และ Homework ยังคงโตต่อไปได้ เบอร์ 1 กับ เบอร์ 2 ในตลาดนี่ส่วนใหญ่จะรอด พวกเบอร์ 3 ลงไปนี่สิครับน่าห่วง แต่ที่น่าห่วงของแท้ต้อง Traditional Trade ครับ ต่อไปเมืองไทย ร้านค้าแบบค้าปลีกดั้งเดิมคงหายากครับ แบบ 1 ห้องแถวขายทุกอย่าง ผมเคยไปซื้อตะปูครับ ร้านเฮียแกรกมาก แต่เฮียสามารถหาเจอได้ในเวลาอันสั้น น่าอัศจรรย์ใจมาก แต่ร้านแบบนี้ ต่อไปคงแข่งขันยาก เพราะค้าปลีกต่อไปต้องมี economies of scale ครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

Dech
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3916
Joined: Mon Dec 29, 2003 6:40 pm

Posts by Dech » Sat Nov 06, 2004 10:15 pm

ใช่ครับ นอกจากวัสดุก่อสร้างแล้ว HMPRO ขายพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย คู่แข่งก็มากขึ้นแน่นอนครับ

แต่สะดวกกับลูกค้าก็ไปที่เดียวครบวงจร

สงสารแต่ร้านห้องแถว หรือร้านแบบ Traditional Trade ต้องปรับตัวเยอะแน่ๆในอนาคต ไม่งั้นอยู่ไม่ได้แน่ เมื่อร้าน hmpro หรือในตระกูลนี้ เพิ่มแนวรบเมื่อไหร่ หญ้าแพรกคงแหลกแน่


User avatar
ch_army
Verified User
Posts: 1352
Joined: Thu Sep 04, 2003 11:17 am

Posts by ch_army » Sun Nov 07, 2004 1:15 am

เรื่องร้านขายปลีกคงต้องให้รัฐมาช่วยออกกฏหมายแหละครับ ผมเห็นประเทศยุโรปที่เจริญแล้วไม่เห็นมีห้างแบรนด์ดังเต็มกรุงอย่างเราเลย แต่อันนี้ผมอาจรู้ไม่จริงก็ได้ พี่คนไหนที่รู้สภาพจริง ช่วยแก้ให้ด้วยครับ

ส่วนผมเองบ้านอยู่ใกล้ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เห็นร้าน homework แล้วก็รู้สึกดีครับ เพราะผมไม่ชอบใหญ่ๆแบบ homepro มันไม่มีโรงหนังและร้านอาหารครับ ยกเว้นแต่ที่ เดอะมอลมั้ง แต่ homepro ของกลุ่ม LH ใช่ไหมครับ ไม่ก็เป็นญาติกันใช่ป่ะครับ อ่านเจอในหนังสือรวมตระกูลดังของไทย

เรื่องราคาของเนี่ย คุณพ่อผมบอกว่า ที่ homepro แพงกว่า homework แล้วจริงๆเป็นไงอ่ะครับ

http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Sun Nov 07, 2004 11:03 am

เรื่องราคาระหว่าง HMPRO กับ Homework นี่ผมได้ลองนำเอา Promotion Brochure ของทั้งสองที่มาเทียบกัน พบว่าราคาเชือดเฉือนกันมากครับ เช่นพวก โถส้วม หรือ ก็อกน้ำ ผมว่าเขาทำการบ้านมากันทั้ง สองฝ่าย ดังนั้นผมว่าสุดท้ายต้องมาแข่งกันเรื่องบริการครับ โดยเฉพาะ การส่งสินค้า, การคืนสินค้า, การช่วยออกแบบ, และ หาผู้รับเหมา เป็นต้นครับ

สำหรับ Concept พวกนี้ทางประเทศเรารับมาจากอเมริกามากกว่าครับ ที่อเมริกามี Specialty Store ค่อนข้างมากและหลายประเภท ที่ ยุโรป ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเห็นนะครับไม่ใหญ่โตเหมือนฝั่ง อเมริกา ที่ยุโรปนี่กฎหมายเรื่องผังเมืองนี่เข้มงวดมากจะมาทำอะไร สร้างอะไรขัดต่อสภาวะแวดล้อมไม่ได้ เช่นพวก Twon House หรือ Apartment ริมถนนใน Paris ต้องขออนุญาติก่อนทาสี และไม่ใช่จะทาสีอะไรก็ได้นะครับ ผมว่าเพราะเหตุนี้จึงไม่ค่อยเห็น Super Stores กันครับส่วนมากจะแอบอยู่ตามตึกต้องสังเกตุดูครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Sun Nov 07, 2004 6:01 pm

ผมเคยใช้บริการซื้อสินค้าประเภทก่อสร้างที่อเมริกา 3 ประเภท

- Lowe's เข้าใจว่าเป็นเบอร์สองรองจาก Home Depot ซึ่งคล้ายๆ โฮมโปร แต่มีสินค้าเยอะกว่ามากๆ
- ร้านขายสินค้าก่อสร้างทั่วไป ขนาดกลาง เป็นร้าน stand alone ขนาดกลาง
- ร้าน mom and pop ที่ขายสินค้าเฉพาะอย่าง เช่น สินค้า plumber หรือเหล็ก

ปรากฎว่าใช้บริการได้ไม่นาน ร้านที่สองก็ปิดกิจการไป เพราะสู้กับห้างใหญ่อย่าง Lowe's ไม่ได้ แต่ร้านครอบครัว ที่ปรับตัวขายสินค้าที่ห้างใหญ่ไม่มี หรือมีบริการพิเศษให้ลูกค้า กลับอยู่ได้ แนวโน้มอย่างนี้เป็นไปทั่วโลกครับ ในเมืองไทยก็ไม่มีข้อยกเว้น รายใดที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีที่สุด และครบวงจรที่สุด จะเป็นผู้อยู่ชนะครับ



(ป๋า CK พูดถึงร้านจีฉ่อย ไม่ทราบว่ายังเปิดอยู่หรือเปล่า ร้านนี้เป็นร้านที่คนขายเป็นผู้หญิงวัยค่อนชรา ร้านรกมาก แต่มีของขายแทบทุกอย่าง คนซื้อต้องรออยู่ข้างนอกร้านให้เจ้าของร้านเข้าไปเอาของให้ เข้าไปในร้านไม่ได้เพราะรก ครั้งนึงมีเรื่องโจ๊กเล่ากันว่า มีคนอุตริสงสัยว่าร้านนี้จะมีของขายทุกอย่างหรือเปล่า ก็เลยแกล้งบอกเจ้าของร้านว่าจะซื้อข้าวมันไก่ (ทั้งที่ไม่ใช่ร้านอาหาร) ป้าแกก็หายไปพักใหญ่ กลับออกมาพร้อมข้าวมันไก่ ทำเอาคนสั่งอึ้งไปเลย คือป้าแกออกไปทางหลังร้าน แล้วไปซื้อที่ตลาดมาให้น่ะครับ.. :lol: )

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Sun Nov 07, 2004 9:57 pm

ครับอย่างที่คุณลูกอีสานกล่าวว่า LOWEs เป็นบริษัทลักษณะเช่นเดียวกับ HOME DEPOT ผมเลยขอโอกาสพูดถึง
โอกาส (Opportunities) ของ HMPRO เลยแล้วกันนะครับ

ก่อนอื่นขอฝากน้องๆมือใหม่ในที่นี้ด้วยครับว่าสิ่งที่ผมว่าเป็นโอกาส อันนี้หมายถึงโอกาสทางธุรกิจนะครับ ราคาหุ้นไม่เกี่ยว ในตลาดบ้านเรานั้น หุ้นดี ผลประกอบการดี ราคาไม่ไปไหนมีเยอะแยะนะครับ สาเหตุที่หุ้นขึ้น หลักๆมีประการเดียวครับ .. เพราะคนซื้อ หุ้นดี พื้นฐานดีไม่มีคนซื้อก็มีตัวอย่างเยอะนะครับหุ้นดีที่ทุกคนมีหมดแล้ว ราคาอาจร่วงเอา ร่วงเอาก็ได้ เพราะว่าเราคงไม่สามารถคาดการอารมณ์ตลาดได้ แต่เราอาจจะพอคาดการณ์ธุรกิจของกิจการนั้นๆได้ครับ

1) โอกาสเรื่องการเติบโตของกำไรขั้นต้น ซึ่งได้ประโยชน์จากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง หากลองเปรียบเทียบ ธุรกิจ ในหมวด General Merchandiser ของ US ที่หนึ่งได้แก่ Wal-Mart และที่สองได้แก่ TARGET ด้านยอดขาย Walmart ทำได้ประมาณ 250,000 MUSD และ TARGET ทำได้ ประมาณ 50,000 MUSD ใหญ่โตกว่า BIGC และ เอกชัย ดีสทริบิวชั่น หรือที่รู้จักกันในนามของ TESCO LOTUS ประเทศไทยมาก แต่กำไร ของ ไม่ว่า Wal-Mart, Target, BIGC หรือ TESCO ไม่ต่างกันครับ ประมาณ 3.5% ทั้งนั้น BIGC นี่ถ้าดูข้อมูลย้อนหลัง 5 ปีจะเห็นว่า โตจาก 2.82% (2000) มาเป็น 3.2% (04Q2) จากการขยายสาขาปีละ 3-4 สาขาอย่างต่อเนื่อง อันนี้ทำให้ผมมองว่า ถ้าดูกันคร่าวๆ โอกาสที่ Super Store จะทำกำไรได้ดีขึ้นในอนาคตเป็นเรื่องยาก

หากไปดูทางด้าน Specialty Retailer ของทาง US ก็พบว่า Home Depot และ LOWEs สามารถทำได้ดีกว่าโดยทำได้ประมาณ 6% ในขณะที่ HMPRO ในขณะนี้ทำได้เพียง 3.5% (04Q2) โอกาสโตทางด้านกำไรขั้นต้นของ HMPRO จึงน่ามีมากกว่า Super Store ทั่วไป โดยการขยายสาขาใน 5 ปีที่ผ่านมาทำให้ HMPRO สามารถทำกำไร จากอัตรา 2.6 (2000) มาเป็น 3.5% ในปัจจุบัน การสร้างศูนย์กระจายสินค้า และ ขยายสาขาใหญ่ในปีหน้าจึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองครับ

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ แล้วจะมาต่อคราวหน้าครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
ch_army
Verified User
Posts: 1352
Joined: Thu Sep 04, 2003 11:17 am

Posts by ch_army » Mon Nov 08, 2004 12:20 am

แล้วพี่ว่า ปัจจับอะไรที่จะทำให้ HMPRO ได้ อัตรากำไร มากขึ้นครับ ผมมองว่าด้านราคาก็อาจเป็นได้ในสินค้าที่เน้นการออกแบบของตัวเองหาก HMPRO ต่อยอดแบรนด์ของตนไปในลักษณะผลิตภัณฑ์หรือ ทำ vertical intregration โดยการซื้อกิจการ เฟอร์นิเจอร์หรือ ผู้ผลิตดังๆมาให้ป้อนของตัวเองอันนี้ก็คงลดต้นทุนได้ และหากกิจการใหญ่มากการกำหนดราคาให้สูงก็เป็นไปได้ หรือเปล่าครับ

อีกประการนึงที่ทำได้คือ ระบบจัดการภายในหากลดต้นทุนได้ ไม่ว่าด้านใดก็น่าช่วยด้านกำไรได้ โดยการลดต้นทุน

อีกทางคือขยายสาขาเพื่อ จะได้ซื้อของมากๆราคาถูกๆด้วยแต่ทั้งนี้จะไปติดที่ความต้องการที่ซักวันต้องจำกัด ดังนั้นแนวทางที่ผมคิดว่าเป็นไปได้คือการจัดการภายในซึ่งอันนี้ ท่านใดมีความรู้เกี่ยวกับการจัดการของ HOME DEPOT ที่อเมริกาช่วยแบ่งปันก็ดีครับเผื่อ HMPRO จะน่าสนใจมากขึ้นหากเอากลยุทธ์ไปศึกษาดู

http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Mon Nov 08, 2004 9:57 am

Growth Strategy โดยทั่วไปที่ธุรกิจค้าปลีกใช้โดยมากมีเป็นขั้นตอนดังนี้ครับ

1) ขยายสาขาเพื่อเพิ่ม economies of scale ในการต่อรองกับ suppliers HMPRO ตั้งใจเพิ่ม sales area อีกประมาณเท่าตัวจากปัจจุบันภายใน 2549 และ HMPRO มี Long range sales target ที่ 20,000 ล้านบาทต่อปี จากปีนี้ที่น่าจะทำได้ประมาณ 10,000 ล้าน ผทเชื่อว่า HMPRO น่าจะได้ Volume Discount อีกพอสมควร
2) การออก House Brand เช่น HomeBase และ Homeline พอดีวันนี่ หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ เขียนถึงเรื่องนี้พอดีครับ ลองดูรายละเอียดในส่วนของ เศรษฐกิจ การเงิน หน้า39 โดยคุณ ปรีชา เทศนอก การออก House Brand จะช่วยให้ margin ดีขึ้นครับเพราะสามารถลดค่าการตลาดที่แฝงอยู่ในสินค้านั้นๆได้ประมาณ 10-30% แล้วแต่ประเภทของสินค้า จากตัวเลขโดยปนะมาณของฝั่ง Super Store เช่น LOTUS BIGC ตอนนี้เขามีการขาย House Brand อยู่ที่ประมาณ 20% ของยอดขายรวม แต่มีแผนที่จะเพิ่มเป็น 50% เหมือนใน Market ที่อิ่มตัวแล้ว ผมประมาณว่าของ HMPRO ยังอยู่ในสภาวะแรกเริ่ม ยอดขาย HOUSE BRAND Products ไม่น่าเกิน 10% ของยอดขายรวม ดังนั้นน่าจะโตได้อีกครับ
3) การสร้าง DC พร้อมกับ การบริหาร Supply Chain Management (การบริหารห่วงโซ่อุปทาน) อันนี้ผมว่าเป็นประเด็นหลักของการค้าปลีก ธุรกิจค้าปลีกเช่น Wal-Mart ชนะคู่แข่งเพราะการนำเอา IT มาช่วยการบริหาร Inventory ช่วยลดปัณหาเรื่องการ Stock ของ ของแต่ละ Stores หนังสือ FORTUNE เล่มล่าสุด (November 15) ลงเรื่องของตระกูล Walton ที่มี asset มากกว่า Bill Gates และ Buffet รวมกัน สนใจหาอ่านกันได้ครับ เรื่องของ DC นี่ HMPRO เพิ่งเริ่มเดินเครื่องเมื่อ กันยานี่เองครับ กว่าผลจะแสดงเต็มที่ก็คงประมาณกลางปีหน้า
4) การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Cost Reduction) โดยมาก ธุรกิจค้าปลีกจะเริ่มสนในประเด็นนี้อย่างจริงจังเมื่อ การขยายสาขาเริ่มชะลอตัว เช่นการลดค่าไฟในแต่ละ Store การลดค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่วนตัวผมว่า HMPRO ยังไม่ได้เอาจริงเอาจังในจุดนี้ เพราะต้องใช้ Resource ในการขยายงานก่อน และเมื่อการขยายงานถึงจุดอิ่มตัว อาจจะเริ่มมีการ Outsource กระบวนการบางอย่างออกไป
5) การเพิ่มรายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ยอดขาย เช่น รายได้ค่าบริการ, รายได้ค่าโฆษณา และรายได้ค่าเช่า ซึงจาก quarter ล่าสุด HMPRO สามารถทำได้เพิ่มขึ้นมา 60% ซึ่งนับว่าไม่เลวเลยที่เดียว

แต่นั่นแหละครับ มีโอกาส ย่อยมีความเสี่ยง เช่น ความเสี่ยงของการหาเงินมาขยายงาน, ความเสี่ยงเรื่องปัจจัยภายนอก เช่น ราคาน้ำมัน สถานะการณ์ใต้, เงินเฟ้อ และ ความเสี่ยงภานใน เรื่องบุคคลากร และการจัดการ

To be Continued

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
ch_army
Verified User
Posts: 1352
Joined: Thu Sep 04, 2003 11:17 am

Posts by ch_army » Mon Nov 08, 2004 10:02 am

เห็นว่า HMPRO จะลงทุนเพิ่ม 1.6 พันล้านขยายสาขาหวังโต 40 % และปี2550 ตั้งเป้ามีสาขากว่า 30 แห่ง

เออ่านดูถึงแม้เป็นโอกาสเติบโตแต่ก็เป็นโอกาสที่ขาดทุนเช่นกัน ทุกคนคิดว่าปัจจัยความสำเร็จของการเปิดสาขาเพิ่มคืออะไรครับ และจะทำยังไงให้คุ้นเงินที่ลงไปและทำได้ตามเป้าคือโต 40 % สมมุติว่า มี เวลาอีก 3 ปียอดขายก็ต้องโตประมาณ 12 % ทบต้นรายปีก็น่าสนใจนะครับโตแบบมั่นคงดี หากคิดซะว่ากำไรอาจโตไม่เท่ายอดขายแต่ราคาลดลงจาก การประหยัดเนื่องจากขนาด ผมว่าอาจโต 10 %ต่อปีตอนนี้ PE 9.48 คิดว่ามี warrant ก็ประมาณ 9.9 เท่าผมว่าก็โอเคนะหากคิดว่าปีหน้าเศรษฐกิจคงโตแค่ไม่เกิน 6 % ก็อย่างน้อยถือว่าชนะคนอื่นโดยเฉลี่ย

http://inspirationword.blogspot.com

-กำลังใจ มีอยู่ในตัวคุณ-
-พัฒนาทัศนคติ สู่ชีวิตแห่งชัยชนะ-

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Sun Nov 14, 2004 9:37 pm

เรื่องการวิเคราะห์ HMPRO vs HD ผมขอติดไว้ก่อนนะครับเพราะงานช่วงนี้ยุ่งมากครับ วันนี้มา post ข่าวเกี่ยวกับ HMPRO จากหนังสือพิมพ์ BIZWEEK ฉบับล่าสุดก่อนแล้วกันนะครับ

:D โฮมโปรฯ...โตสวนกระแส (BIZ WEEK 12 NOV 04)

"โฮมโปรฯ" เตรียมเปิดสาขาให้ครบ 30 แห่งในปี 2550 ไม่หวั่นอสังหาฯ ชะลอตัว มุ่งขยายแบรนด์สินค้าผลิตเอง รุกธุรกิจให้บริการออกแบบ พ่วงขายสินค้า เผยยอดขาย 9 เดือนโต 52% ผลจากการเติบโตของสาขาเดิม คาดสิ้นปีโตประมาณ 45%

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักท์ เซ็นเตอร์ กล่าวว่า บริษัทจะยังเดินกลยุทธ์ลงทุนขยายสาขาโฮมโปรฯ อย่างต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า(2548-2550) หลังจากพบว่า การสร้างสาขาเพิ่มของบริษัทได้เดินมาถูกทาง ปัจจุบันบริษัทมีสาขาที่ลงทุนเอง 18 สาขา และวางเป้าหมายไว้ว่า ในปี 2550 จะมีสาขาโฮมโปรฯ ครบ 30 แห่ง

"ผลการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนผู้บริโภคมีการซื้อต่อครั้งมากขึ้นจาก 2,039 บาท/คน/ครั้งในปี 2546 เป็น 2,279 บาท/คน/ครั้งในปี 2547 เพิ่มขึ้นปีละ 10% ทำให้โฮมโปรฯ เติบโตต่อเนื่อง โดยแต่ละสาขามียอดขายโต 20% และบริษัทมีเป้าหมายจะรักษาอัตราการเติบโตในอนาคตให้ไม่ต่ำกว่า 10% บริษัทจึงเร่งขยายสาขา ซึ่งคาดว่ามีความเป็นได้ที่จะมีสาขาครบ 30 แห่งได้เร็วขึ้นจากที่กำหนดไว้ภายใน 3 ปี" นายคุณวุฒิกล่าว

นอกจากนั้น ผลจากการที่บริษัทจัดหาสินค้าที่เป็น "สโตร์แบรนด์" หรือสินค้าที่บริษัทจ้างผู้ผลิตผลิตแล้วใส่ชื่อแบรนด์สินค้าเข้าไป ทำให้มาร์จินการขายสินค้าเพิ่มขึ้นสูงถึง 30-35% เนื่องจากบริษัทไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาด สินค้าดังกล่าวเช่น ยางมะตอยชนิดถุง ฉนวนกันความร้อน ผ้าม่าน พรม แท็งก์น้ำ และเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

แผนรุกของโฮมโปรฯ ในปีหน้า ยังมุ่งที่จะทำให้การบริโภคสินค้าของผู้ซื้อต่อคนต่อครั้งสูงขึ้น คุณวุฒิ กล่าวว่า บริษัทก็จะให้บริการทางด้านการออกแบบวางระบบต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะระบบห้องครัว ไม่ว่าจะเป็นระบบดูดอากาศ ระบบแก๊ส ซึ่งบริษัทจะให้บริการออกแบบระบบให้แก่ลูกค้า เพื่อจะพ่วงขายสินค้าอย่างอื่นเพิ่มขึ้น

"ที่ผ่านมาเราทำหนักไปทางด้านการขายสินค้ามาตลอด แต่ในปีหน้าการทำให้บริษัทเติบโตสูงได้ ต้องหันมาให้บริการ ซึ่งในตลาดสินค้าที่อยู่อาศัยยังมีช่องว่างให้เล่นอีก โดยวางแผนจะเริ่มธุรกิจบริการได้ช่วงปีหน้า"

ผลจากการขยายธุรกิจทำให้บริษัทมีผลการดำเนินงานดีขึ้น งวด 9 เดือนปีนี้ บริษัทมียอดขายแล้ว 7.13 พันล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มียอดขาย 4.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% และมีกำไรสุทธิ 269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105% เทียบกับงวดเดียวกันที่มีกำไรสุทธิ 138 ล้านบาท

ขณะที่ไตรมาส 3 ปีนี้ มีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% มาจากยอดขายสาขาเดิมที่มีการขยายตัวสูง และสาขาใหม่ 2 แห่ง ที่เปิดดำเนินงานในช่วงปลายปีที่แล้ว และอีก 1 แห่งในไตรมาส 3 ปีนี้

ทั้งเขาประมาณการว่า สิ้นปีนี้บริษัทจะมีอัตราการเติบโตประมาณ 45% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกขายและให้บริการสินค้าที่อยู่อาศัย คุณวุฒิ มองว่า ยังเติบโตต่อเนื่อง

"แม้ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะเป็นขาขึ้น ราคาน้ำมันแพง และปัญหาความไม่สงบในภาคใต้จะกระทบบรรยากาศการลงทุน แต่เรายังมองเทรนด์ธุรกิจค้าปลีกเฉพาะทางของโฮมโปรฯ ใน 5 ปีข้างหน้า ยังคงเติบโตต่อไป กลยุทธ์ของเรายังคงเน้นการขยายสาขาต่อเนื่องเหมือนเดิม เพราะเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทยและธุรกิจที่อยู่อาศัยยังคงขยายตัว"

มีตัวเลขของธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) และธนาคารกสิกรไทย คาดว่า จะมีบ้านใหม่จดทะเบียนในปี 2547 กว่า 6 หมื่นยูนิต นอกจากนี้ ยังมีบ้านเก่าที่สร้างก่อนวิกฤติในเขตกทม. และปริมณฑลที่มีอายุเฉลี่ย 10 ปีถึงรอบจะต้องปรับปรุงและซ่อมแซมอีกจำนวน 3.6 ล้านยูนิต หรือเฉลี่ยปีละ 3.6 แสนยูนิต

คุณวุฒิ คาดว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหันมานิยมเลือกซื้อสินค้าแบบ One-Stop-Shopping มากขึ้นจึงมีช่องว่างทำให้โฮมโปรฯ สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Mon Nov 15, 2004 11:40 pm

คุณคัดท้าย และ คุณ BSL ครับผมขออนุญาติตอบเป็นข้อๆดังตามนี้ครับ ผิดถูก ช่วยแสดงความเห็นเพิ่มเติมด้วยครับ

1) เรื่องรายได้มาจากกลุ่มไหนเป็นหลัก HMPRO มีรายได้ประมาณ 90% มาจากการขายตรงกับรายย่อยครับ อีก 10% เป็นการขายผ่าน project อย่างที่คุณ BLS ว่าไว้ครับ และ ประมาณ 60% ขายเข้า existing market คือบ้านที่มีอยู่แล้ว และอีก 40% ขายให้กับลูกค้าที่เป็นบ้านใหม่ พอดีผมเห็นใน classified section เมื่อเร็วๆนี้ว่าทาง HMPRO กำลังรับสมัคร AVP Project Sales ก็เลยว่าเขาคงหันมาทำตลาดทางนี้เพิ่มด้วยเพื่อเพิ่มยอดขาย ซึ่งก็มีดีมีเสีย ตามลักษณะการขายของแบบ Project แต่จากกลยุทธ์ขยายสาขา ก็แสดงให้เห็นว่า ยังไง HMPRO ก็ยังชอบเงินสดๆ อยู่ดี

2) เรื่อง margin ที่ว่าสูงยังเป็นเรื่องของอนาคตครับ เพราะตอนนี้ก็ยังใกล้เคียงกับ Super Stores ทั่งไป คือประมาณ 3.7% แต่ก็แซง BIGC แล้วครับในปีนี้ ปีก่อนยังใกล้เคียงกันครับคือ 3% ส่วน ROE นี่โดดเด่นมากในกลุ่ม commerce เมื่อเทียบกับ Super Stores ซึ่งอันนี้ต้องติดตามดูต่อไปครับ จากการสร้าง DC และ ขยายสาขา เพิ่ม sales area ซึ่งโอกาสก็มาพร้อมความเสี่ยงเรื่องสภาพคล่อง จะเห็นได้จาก CASH ไม่ค่อยมากเนื่องจากเอาไปขยายงาน ต้องมีการกู้เงินมาเพิ่ม

3) ความเหนียวแน่นของลูกค้า HMPRO ใช้แผน Stamp แลกของ เหมือนที่ ROBINS เคยใช้นานมาแล้วครับ เหตุผลหนึ่งคงเพราะผู้บริหารบางท่านมาจาก ROBINS นั่นเอง มีการสร้าง customer base ผ่านบัตรเครดิต Home Pro แต่ตัวเลขสมาชิก ยังน้อยอยู่ครับ ถ้าจำไม่ผิดไม่น่าเกิน 50,000 ราย กลยุทธ์ stamp นี่รายอื่นก็เอาไปใช้กันครับ ซึ่งคงไม่แตกต่างกันแล้วตอนนี้ ส่วนตัวผมว่าต่อไปธุรกิจ DIY ไม่ได้แข่งเรื่องราคาอย่างเดียวเหมือน Super Store ทั่วไปครับ เพราะสินค้าตกแต่ง ต่อเติมบ้านนี้ คงต้องมีเรื่อง service มาเกี่ยวข้องด้วย เหมือนที่วงการ IT ชอบพูดเรื่อง solutions ครับ HMPRO คงต้องมาเน้นการขาย solution ให้กับลูกค้าเพื่อที่จะเพิ่ม margin เพราะถ้าว่ากันแบบคร่าวๆ solution ก็คือการขาย final products ให้ลูกค้าครับ เช่น ขายพื้นไม้ รวม ออกแบบ + ขนส่ง + จัดหาช่าง + รับประกัน ซึ่งก็คือ ขายความสะดวกลด transaction cost ของลูกค้าครับ

4) เรื่องลงทุนน่าจะใกล้กัน แต่คนเดินน้อยไม่น่าขายได้มาก
อันนี้เป็นคำถามที่ดีทีเดียวครับ ผมเองก็เคยติดตรงนี้เหมือนกัน เลยได้ถกกับคุณ IH ที่กระทิงเขียว คุณ IH เลยเทียบ Sales / Fixed Asset ให้ดูครับ แล้วพบว่า MAKRO มากสุด ตามมาด้วย HMPRO และ BIGC ครับ แต่จากข้อมูลใน Q3 ที่ผ่านมา HMPRO มี same store sales มากขึ้นถึง 20% นะครับ ในขณะที่ Super Store เจอแผนการเปิด ปิดห้าง เลยรวนไปเล็กน้อยครับ โดยปกติ sales per head ของ Super Store อยู่ที่ 550 บาท ต่อ คน ครับ ในขณะที่ HMPRO ทำได้ 2200 บาทต่อคนครับ และเนื่องจากที่เห็น Super Store ขายดีเป็นเทน้ำเทท่านั้น เป็นในส่วนของ อาหารแห้ง และ personal care นะครับ ถ้าไปดู section เสื้อผ้า หรือ เครื่องนอน นี่คนก็โหรงเหรงใช้ได้เหมือนกัน

ในอดีต HMPRO มีเนื้อที่ของ Store น้อยกว่า Super Stores ครับ อย่าง LOTUS นี่สาขานึงก็ตก 10,000 ตารางเมตร ขึ้นไป แต่ HMPRO นี่สาขาจะอยู่ในช่วง 5000 - 10000 ตรม ซึ่งน้อยกว่าและ มีบางสาขาซึ่งผูกกับ The Mall หรือ Carrefour ครับ

5) เรื่องแผนการขยายสาขาครับ เห็นว่า Q3 จะเปิด 1 สาขาที่ หนองแขม และ Q4 จะเปิดอีก 2 สาขาครับที่หัวหิน และ บางนา ส่วนสาขาที่ 4 ทางบริษัทยังไม่ได้แจ้งครับว่าจะเปิดที่ไหน ผมเดาว่าเป็นสาขาขนาดเล็ก ครับ ส่วน 05Q1 กับ 05Q2 ยังไม่มีข่าวว่าจะเปิดที่ไหนเพิ่มครับ เห็นมีแต่จะเพิ่ม sales area ของสาขาเดิมซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่ครับ


อย่างไรก็ตามสิ่งที่ยังไม่เกิดก็มีความเสี่ยงเสมอ คงต้องจับตาดูสภาพคล่อง และ การขยายสาขาใหม่ต่อไปครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Sat Dec 18, 2004 11:45 pm

แผนปีหน้าของ HMPRO คาดว่าจะเพิ่ม Stand Alone อีก 4 สาขา ที่ ราชพฤกษ์ (พระราม 5) บางนา หนองแขม และ รามอินทรา ส่วน หัวหิน ที่ทีแรกว่าจะเปิดปี 48 เลื่อนไปเป็นต้นปี 49 โดยมีขนาดค่อนข้างใหญ่และเป็นศูนย์การค้ามากกว่าเพราะ HMPRO มีเนื้อที่แค่ประมาณ 5000 ตารางเมตร แต่ พื้นที่ทั้งหมด มีประมาณ 60,000 ตารางเมตร โดยคาดว่าชั้น 1 จะมีลักษณะเป็น supermarket + ร้านอาหาร ชั้น 2 เป็น HMPRO+ร้านเช่า และ ชั้น 3 เป็นโรงหนังและคาราโอเกะ และจะมี sportworld มาร่วมแจมด้วย แต่ไม่แน่ใจว่าอยู่ชั้นไหนครับ

สาขาบางนาก็คาดว่าจะใหญ่ แต่คงไม่เท่าหัวหิน ส่วนผู้ที่จะเข้ามาเช่าที่ HMPRO ที่หัวหินคาดว่าเป็น TESCO LOTUS และอาจเช่าที่ บางนาด้วยเพราะขนาดใหญ่เหมือนกัน แต่บางนา sales area ของ HMPRO น่าจะมากกว่าที่หัวหินเพราะอยู่ใกล้ชุมชนแห่งใหม่ ส่วนของ entertainment ยังไม่เปิดเผยผู้เข้ามาเป็นพันธมิตร

การที่ HMPRO หันมาเอาดีทางรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ก็มีข้อดีและเสียปนกัน เพราะการให้เช่าพื้นที่นั้นให้ผลตอบแทนน้อยแต่ค่อนข้างมั่นคง และ ไม่มีลักษณะของ ฤดูซื้อขาย คงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าผู้บริหารจะทำได้ดีแค่ไหน ถ้าติดตามข่าวอยู่จะพบว่าในสัปดาห์ที่แล้วมีข่าวว่าคุณอนันต์ใช้เงินส่วนตัวซื้อ "จังซีลอน" ที่ภูเก็ต และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และ ตามมาด้าย LH พร้อมลุยธุรกิจ โรงแรม และ สนามกอล์ฟ เราคงต้องตามดูกันว่า จิกซอ ของกลุ่ม LAND นี่จะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถหาอ่านได้จาก web ของ ประชาชาติธุรกิจ, กรุงเทพธุรกิจ และ พวกหนังสือพิมพ์หุ้นต่างๆ ครับ

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Fri Jan 07, 2005 9:32 am

ขอรวบรวม ผลประกอบการย้อนหลัง 3ปีของ HMPRO ดังนี้ครับ

02Q3 0.04
02Q4 0.07
Total EPS 2002 = 0.18

03Q1 0.04
03Q2 0.06
03Q3 0.08
03Q4 0.10
Total EPS 2003 = 0.27

04Q1 0.10
04Q2 0.12
04Q3 0.14
04Q4 ?
9M04 (เก้าเดือน) YTD = 0.36

ขอให้ทุกท่านพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

User avatar
คนขายของ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 785
Joined: Thu Jan 15, 2004 9:48 am

Posts by คนขายของ » Tue Feb 01, 2005 8:37 pm

เห็นคุณลูกอีสาน post เรื่อง HMPRO น่าจะออก Property Fund เหมือนกันนื่องจาก มีความกดดันที่จะต้องหาเงินมาขยายสาขาในกระทู้ TICON เลยขอออกความเห็นดังนี้ครับ ผิดถูกขออภัย

ผมว่า HMPRO ยังไม่สามารถทำได้ในเวลานี้เพราะ HMPRO มีรายได้จากการเช่าพื้นที่ไม่มากเท่าไหร่ครับเมื่อเทียบกับรายได้รวมไม่เหมือน TICON หรือ CPN ครับที่มีผู้เช่าหลายราย แต่ในอนาคตต้องดูว่า Home Pro Village จะประสพความสำเร็จขนาดไหน เนื่องจาก HOME PRO VILLAGE จะมีขนาดใหญ่มากดังที่กล่าวไว้แล้ว และ มีพื้นที่ให้เช่ามากขึ้น มีแค่ประมาณ 1/3 ของ HMPRO VILLAGE ที่เป็นร้าน HMPRO

HMPRO สาขาเก่าอยู่ในทำเลที่ไม่ดึงดุด แถมสาขาบางสาขาอยู่ตามห้างเช่า The Mall หรือ Fashion Island คงไม่สามารถขายออกไปได้ ที่ดินใช้การเช่า แต่ TICON ซื้อที่นิคมนะครับ

สินทรัพย์ของ TICON มีมูลค่าซ่อนเร้นมากครับเพราะราคาขายโรงงานโดยมากจะอยู่ที่ Margin ประมาณ 40% ดูจาก record ในอดีตน่ะครับ ผมเกรงว่า HMPRO คงไม่สามารถขายสินทรัพย์ได้ margin ขนาดนี้

แต่ทั้งนี้นะครับ HMPRO กำลังจะเปลี่ยนไปเนื่องจากการทำ concept HOME PRO VILLAGE ทีนี้คงต้องมาดูว่า ที่ดินที่ บางนา, หัวหิน และ เพชรเกษม ที่จะเอามาทำรูปแบบใหม่นี่เขาซื้อ หรือ เช่ามา ถ้าซื้อมาเอาราคาไหนลง Book? ราคาเก่าตอนซื้อมา หรือ ราคาใหม่ revalue แล้ว

เรื่องความกดดันการหาทุนมาเร่งขยายสาขาสำหรับ HMPRO เห็นออกข่าวว่าจะกู้เงิน แต่ในระยะยาวผมว่าผู้บริหารคงมองหาทางที่ดีกว่าการกู้ เช่นการขายหุ้นแบบ PP (Private Placement) ให้ผู้ร่วมทุนใหม่ หรือ ออก Property Fund ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับ (FYI: ผมยังสงสัยว่าทำไม NVDR ถึงถือ HMPRO-W1 ถึง 43% ราวๆ 80ล้านหุ้นของ W ทั้งหมดที่มีอยู่ซื้อเพิ่มจาก 38.5% เมื่อตันปี 04 ผมดูข้อมูลนี้จาก NOMURA Market Comment หาดูได้ที่ efinancethai ฝรั่งนี่ถือยาวจริงๆ)

อดทนไว้ กำไรยั่งยืน

ลูกอิสาน
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 6423
Joined: Mon Oct 13, 2003 8:52 pm

Posts by ลูกอิสาน » Tue Feb 01, 2005 10:29 pm

ส่วนด้านเงินทุน โฮมโปรอาศัย "พร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์" เป็นอีกช่องทางระดมทุน
นำมาใช้ในการแตกสาขาครอบคลุมพื้นที่ โดยปี 2548 โฮมโปร
มีแผนจะเปิดร้านค้ารูปแบบใหม่ "โฮมโปร วิลเลจ" ซึ่งจะประกอบด้วย ร้านโฮมโปร
ดิสเคาท์ สโตร์ ศูนย์รวมความบันเทิง และพลาซ่าขนาดย่อม
จะทำให้บริษัทมีรายได้ประจำจากค่าเช่าพื้นที่ โดยปี 2548
บริษัทได้จัดหาที่ดินสำหรับสาขาใหม่ไว้ 3 แห่งคือ บางนา หัวหิน
และเพชรเกษม-หนองแขม ซึ่งคาดว่าใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 1,600 ล้านบาท
เป็นเงินกู้ 1,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินทุนที่มาจากผลกำไรการดำเนินธุรกิจ
ข่าวเรื่อง property fund ครับจากกรุงเทพฯ วันที่ 8/11/2004

ผมสงสัยเช่นกันครับว่า HMPRO จะออก prop fund ได้หรือเปล่า ถ้าได้จะได้ประโยชน์เหมือน ticon หรือไม่ แต่เข้าใจว่าถึงจะเป็นสิทธิ์เช่าพื้นที่ห้างอื่นๆ อยู่ก็น่าจะนำมาแปลงเป็นทุนได้ โดยขายสิทธิ์ให้ fund โดย fund เก็บค่าเช่าจาก HMPRO....ผมคิดว่าผู้บริหารก็คงจะคิดหนักเหมือนกันครับ เพราะมีหลายทางเลือกในการระดมทุน แต่ละทางก็มีทั้งข้อดี-เสีย แต่ผมคิดว่าภายใน 1-2 ปีนี้ HMPRO คงต้องระดมทุนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง (ไม่รวมเงินจากแปลงวอร์ปีนี้)


คุณขายของ อ่านงานวิจัยล่าสุดของกิมจ้อหรือยังครับ เห็นบอกว่าโครงการที่หัวหิน เลื่อนไปเปิดปี 2549 ครับ ไม่แน่ใจนะครับ ลองเช็คข้อมูลอีกครั้ง... :D

การลงทุนคืออาหารอร่อยที่สุดเมื่อเย็นดีแล้ว

Post Reply