KYE

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4615
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

KYE

Posts by ครรชิต ไพศาล » Sun Oct 03, 2004 4:16 pm

KYE บริษัทกันยง อีเลคทริค จำกัด (มหาชน)
ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า

Image

Last edited by ครรชิต ไพศาล on Sat Apr 26, 2008 8:26 am, edited 1 time in total.
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN


ตาหมูอ้วน.
Verified User
Posts: 511
Joined: Thu May 05, 2005 6:35 pm

Posts by ตาหมูอ้วน. » Sun May 29, 2005 8:18 pm

ที่ เอ็ม. ดี. 160/2548
วันที่ 25 พฤษภาคม 2548

เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการเกี่ยวกับการอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน

เรียน กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2548 เมื่อ
วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2548 เรื่องการอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
1) รายการเกี่ยวกับเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินให้กู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
ด้วยคณะกรรมการบริหารบริษัทฯ มีนโยบายที่จะลดต้นทุนทางการเงินโดยเข้าทำรายการ
ที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท เมลโค ไทย แคปปิตอล จำกัด ซึงเป็นธุรกิจบริการให้กู้ยืมเงินและทำธุรกิจบริการ
ดูแลช่วยเหลือสนับสนุนทางด้านระบบการจัดการทางการเงินให้แก่บริษัทในเครือ โดยสามารถจัด
รายการที่เกี่ยวโยงกันดังกล่าวเป็นรายการประเภทให้และรับความช่วยเหลือทางการเงิน.
2) วันเดือนปีที่เกิดรายการ : 1 เมษายน 2548 ~ 31 มีนาคม 2549
3) คู่กรณีที่เกี่ยวข้องกัน :
ผู้ให้กู้ : บริษัท เมลโค ไทย แคปปิตอล จำกัด => MTC
ผู้กู้ : บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) => KYE
4) มูลค่ารวมของรายการ
จำนวนเงินกู้มีมูลค่ารวม 200 ล้านบาท โดยจัดทำเป็นหนังสือสัญญาเงินกู้
อัตราดอกเบี้ย 2.0 ~ 2.5 % ต่อปี
จำนวนเงินให้กู้มีมูลค่ารวม 50 ล้านบาท เป็นลักษณะเงินฝากไว้ที่ บริษัท เมลโค
ไทย แคปปิตอล จำกัด
อัตราดอกเบี้ย 1.6 ~ 1.85 % ต่อปี
5) ระยะเวลาการกู้เงิน
เดือนต่อเดือน แต่มีการทบทวนสัญญาเป็นรายปีโดยบริษัทฯจะทบทวนเงื่อนไขการกู้ยืมทุกปี
และเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญ.
6) มูลเหตุของการทำรายการ
การกู้ยืมเงินโดยวิธีดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ มีสภาพคล่องในการบริหารกระแสเงินสดอีกทั้ง
อัตราดอกเบี้ยดีกว่าธนาคารพาณิชย์ ดังต่อไปนี้
อัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นเดือนเมษายน 2548 MTC Commercial Bank
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืม 2.25% 2.40 ~ 2.50%
อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 1.72% 0.25%
7) รายละเอียดของบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
บริษัทฯและบริษัท เมลโค ไทย แคปปิตอล มีผู้ถือหุ้นใหญ่ร่วมกัน ดังนี้
บริษัท มิตซูบิชิ อีเลคทริก คอร์ปอเรชั่น ถือหุ้นในบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)
8,908,020 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 40.49
บริษัท มิตซูบิชิ อีเลคทริก คอร์ปอเรชั่น ถือหุ้นในบริษัท เมลโค ไทยแคปปิตอล จำกัด
192,994 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.99
8) ความเห็นคณะกรรมการตรวจสอบ
เห็นชอบให้บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)เข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันตาม
รายละเอียดข้างต้น เนื่องจากการทำรายการดังกล่าวเป็นการเพิ่มสภาพคล่องของกระแสเงินสดและลด
ต้นทุนทางการเงิน โดยรายการดังกล่าวมีความสมเหตุสมผลในเรื่องเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งต่ำกว่า
ธนาคารและอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงกว่าธนาคาร ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทโดยบริหารกระแสเงินสดให้มี
ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนั้น การเข้าทำรายการดังกล่าวจึงเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ
9) ลักษณะทั่วไปของรายการ
เป็นรายการให้และรับความช่วยเหลือทางการเงินกับนิติบุคคลที่เกี่ยวโยงระหว่าง
บริษัท เมลโค ไทย แคปปิตอล จำกัด กับบริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) ดังนี้
- จำนวนเงินกู้ 200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.0% ~ 2.5% ต่อปี
คิดเป็นดอกเบี้ยจ่าย จำนวน 3,162,329 บาท.
- จำนวนเงินให้กู้ 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.6 ~ 1.65% ต่อปี
ซึ่งจำนวนเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยรับจะเท่ากับ 50,912,329 บาท.
ดังนั้น มูลค่ารวมของเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินให้กู้ยืมจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันรวมเท่ากับ
54,074,658 บาท
คำนวณขนาดรายการ = มูลค่ารวมของรายการ x 100
มูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ( ณ 30 กันยายน 47)
9.1) ดอกเบี้ยจ่าย = 3,162,329 x 100
2,081,335,588
= 0.15%
9.2) เงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยรับ
= 50,912,329 x 100
2,081,335,588
= 2.45%
รายการดังกล่าวเป็นรายการเกี่ยวโยงตามประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 ประเภทให้และ
รับความช่วยเหลือทางการเงิน บริษัทฯจึงขออนุมัติเข้าทำรายการดังกล่าวจากคณะกรรมการบริษัทฯและ
เปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว
อนึ่ง กรรมการที่มีส่วนได้เสียหรือกรรมการที่เกี่ยวโยงกัน ไม่เข้าร่วมในการพิจารณาและไม่มีสิทธิ์
ในการออกเสียงในวาระการอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงนี้
จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ


( นายซาโตชิ มัทซึดะ ) ( นายศุภชัย เศรษฐเสถียร )
กรรมการผู้จัดการ กรรมการรองผู้จัดการ

ฝ่ายการเงิน
โทร 02 - 3372900 ต่อ 570

VI ฝึกหัด


ตาหมูอ้วน.
Verified User
Posts: 511
Joined: Thu May 05, 2005 6:35 pm

Posts by ตาหมูอ้วน. » Sun May 29, 2005 8:18 pm

ที่ เอ็ม . ดี. 164/2548

27 พฤษภาคม 2548

เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงมากกว่า 20%
เรียน กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามที่บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) ได้นำส่งงบการเงินสำหรับปี 2547
(เมษายน 2547- มีนาคม 2548)ฉบับที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต โดยเปรียบเทียบ
กับงบการเงินสิ้นสุด ณ 31 มีนาคม 2547 โดยปรากฎผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละ 20 กล่าวคือ
มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 324 เนื่องจาก
1) รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 4,123 ล้านบาทในปี 2546 เป็น 5,619 ล้านบาทในปี 2547
คิดเป็นร้อยละ 36ส่วนใหญ่เกิดจากรายได้จากการขายตู้เย็นเพิ่มขึ้น 1,391 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 34
2) รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 282 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 144 เป็นผลจากเงินปันผลรับจากเงินลงทุนใน
บริษัทอื่นเพิ่มขึ้น 261 ล้านบาท.คิดเป็นร้อยละ 134.
3) ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 85.3 เป็นร้อยละ 88.5 ของยอดขายเนื่องจากผลกระทบจาก
ราคาวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น เหล็ก ทองแดง น้ำยาโฟม เม็ดพลาสติก เป็นต้น.
4) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 121 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 17 สาเหตุเกิดจาก
การเพิ่มขึ้นของค่าบริการหลังการขาย 25 ล้านบาท, มีการประมาณการหนี้สินค่าเผื่อผลขาดทุนจากการรับ
ประกันสินค้า 32 ล้านบาทค่าใช้จ่ายในการส่งออกและค่าลิขสิทธิเพิ่มขึ้น 50 ล้านบาทซึ่งผันแปรตามยอดขาย
ที่เพิ่มขึ้น.
5) ดอกเบี้ยจ่ายลดลง 4 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 50 โดยการลดสินค้าคงคลังและได้รับเงินปันผลจาก
เงินลงทุนในบริษัทอื่นทำให้สามารถลดเงินกู้ยืมระยะสั้นได้.
6) รายการพิเศษจากการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในส่วนของโรงงานตู้เย็นเมื่อเดือนธันวาคม 2547
ได้แสดงเป็นรายการพิเศษในงบกำไรขาดทุน ดังนี้ :-

6.1) สินทรัพย์เสียหายจากการเกิดเพลิงไหม้ ซึ่งมีมูลค่าทางบัญชีจำนวน 6.54 ล้านบาท บริษัทได้ตัด
จำหน่ายเป็นผลขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ถูกเพลิงไหม้ด้วยยอดสุทธิหลังหักภาษีเงินได้เป็นจำนวนเงิน
5.05 ล้านบาท.

6.2) ในเดือนมีนาคม 2548 ได้รับหนังสือจากบริษัทผู้ประเมินแจ้งมูลค่าความเสียหายที่ได้รับการชด
เชยเป็นจำนวนเงิน 34.24 ล้านบาท บริษัทได้บันทึกเป็นรายได้เงินชดเชยความเสียหายจากเพลิงไหม้ด้วย
ยอดสุทธิหลังหักภาษีเงินได้เป็นจำนวนเงิน 26.43 ล้านบาท.


จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ


(นายซาโตชิ มัทซึดะ) (นายศุภชัย เศรษฐเสถียร)
กรรมการ กรรมการ


ฝ่ายการเงิน
โทร. 337 - 2900 ต่อ 570

VI ฝึกหัด


ตาหมูอ้วน.
Verified User
Posts: 511
Joined: Thu May 05, 2005 6:35 pm

Posts by ตาหมูอ้วน. » Sun May 29, 2005 8:19 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ประจำปี(F45-1)
บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน)

ตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
งวด 1 ปี
ปี 2548 2547

กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 292,421 68,890
กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท) 13.29000 3.13000

ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

ลงลายมือชื่อ _______________________
( นายซาโตชิ มัทซึดะ นายศุภชัย เศรษฐเสถียร )
ตำแหน่ง กรรมการ กรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

VI ฝึกหัด


User avatar
MO101
Verified User
Posts: 3226
Joined: Thu Jun 19, 2003 3:45 pm

Posts by MO101 » Mon May 30, 2005 1:15 pm

ข่าวไวดีจริงๆ ครับ
เช้านี้ + เลย :lol:



VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Wed Jul 06, 2005 9:20 am

ที่ เอ็ม.ดี. 186 / 2548

30 มิถุนายน 2548

เรื่อง แจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ และกำหนดการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2548

เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ที่ประชุมพิเศษคณะกรรมการ บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน
2548 ได้มีมติการประชุมที่สำคัญดังนี้
1.มีมติแต่งตั้งบริษัท ซิกโก้ แอ็ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ เพื่อให้ความเห็น
กรณีการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน
2.มีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกันกรณี "การจ่ายค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์"
3.กำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2548 ในวันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม 2548 เวลา 15.00 น.
ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ
4.กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 15
กรกฎาคม 2548 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นจะแล้วเสร็จ
5.กำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผล ในวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2548
เวลา 12.00 น. และเสนอให้จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 4.50 บาท ในวันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2548
คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 99,000,000.00 บาท
6.กำหนดระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2548 มีดังนี้
6.1.พิจารณารับรองรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2547 สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี
2546 (เมษายน 2546 - มีนาคม 2547) เมื่อวันพุธที่ 28 กรกฎาคม 2547
6.2.พิจารณารับทราบรายงานประจำปีของคณะกรรมการบริษัทฯ เกี่ยวกับผลการดำเนินงานสำหรับ
ปี 2547 (เมษายน 2547 - มีนาคม 2548)
6.3.พิจารณาอนุมัติงบดุลและงบกำไรขาดทุน ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต สำหรับ
ปีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2548
6.4.พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลและการจัดสรรกำไร
6.5.พิจารณาเลือกตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่ต้องออกตามวาระ
6.6.พิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบบัญชีประจำปี 2548
6.7.พิจารณาอนุมัติค่าตอบแทนประจำปีแก่กรรมการบริษัทฯ
6.8.พิจารณาอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกันกรณี "การจ่ายค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์"
6.9.พิจารณาเรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ



( นายซาโตชิ มัทซึดะ ) ( นายศุภชัย เศรษฐเสถียร )
กรรมการผู้จัดการ กรรมการรองผู้จัดการ



ปีนี้อัตราเงินปันผลน้อยจัง ไม่ถึง 35% ปรกติทุกปีปันผล 50% มีเพื่อนท่านใดจะไปประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทบ้างไหมครับ



Guest

Posts by Guest » Thu Jul 07, 2005 10:09 pm

ปันผลอย่างนี้ไม่ตรงกับนโยบายบริษัท บริษัททำอย่างนี้ได้หรือครับ ผมซื้อ KYE ไว้เยอะ เพราะหวังเงินบันผล ผู้รู้ช่วยตอบด้วย



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Sat Jul 09, 2005 2:57 pm

มันอะไรกัน นะ ไม่เข้าใจเลย..... กำไรทั้งปี 48 ได้ 292 ล้านบาทเศษ มีการขอจ่าย

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2547 ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท กันยงอีเลคทริก
จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 4/2546 ได้มีมติอนุมัติแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัท
สำหรับปี 2547 (รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2547 ถึง 31
มีนาคม 2548) โดยมีค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะต้องชำระให้แก่บริษัท มิตซูบิชิ
อิเลคทริก คอร์ปอเรชั่น จำกัด สำหรับปี 2547 เป็นจำนวน 108,100,000
บาทเป็นส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าว

3. มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน
หรือมูลค่ารวมของรายการ : มูลค่าของค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับปี 2547 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547 ถึง
วันที่ 31 มีนาคม 2548 เท่ากับ 94,423,615.40 บาท
ประเภทและขนาดของรายการที่เกี่ยวโยงดังกล่าว เมื่อคำนวณตามประกาศ
ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติ
การของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 โดยใช้งบ
การเงินสำหรับปีสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2548 มูลค่ารวมของขนาดรายการ
คิดเป็นร้อยละ 4.54 ของมูลค่าตามบัญชีของสินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิของบริษัท
ขนาดของรายการดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่าร้อยละ 3 ของมูลค่าสินทรัพย์ที่มีตัวตน
สุทธิ และมีมูลค่าสูงกว่า 20,000,000 บาท ซึ่งจะต้องจัดทำการเปิดเผยข้อมูล
การทำรายการดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และขอความเห็น
ชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า
3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
ลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้เสีย



จะขออนุมัติ รายการนี้ในที่ประชุมใหญ่ ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผมมีแค่ พันหุ้น รู้สึกไม่ดีเลย แต่ก็อยากศึกษา..... เพื่อจะได้รู้ว่า เขาทำกันอย่างไร จะได้พิจารณาตัดสินใจต่อไป บอกจริง ๆ ไม่ชอบเลย :twisted: :twisted:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


Guest

Posts by Guest » Sat Jul 09, 2005 9:44 pm

คุณครรชิต ช่วยวิเคราะห์หน่อยว่าหาก KYE อนุมัติให้จ่ายค่าพัฒตาผลิตภัณฑ์เป็นจำนวน 108.10 ล้านบาท จะมีผลกระทบด้านลบอะไรกับทาง KYE บ้าง มันจะกระทบงบกำไร-ขาดทุน ในปีหน้าใช่หน้าไม่



VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Sat Jul 09, 2005 11:51 pm

ผมเข้าใจว่าสาเหตุที่ทำให้อัตราปันผลที่ลดลง สาเหตหลักก็น่าจะมาจากค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น ตามข่าวที่ลุงขวดได้โพสไว้
ตามที่ผมเข้าใจค่าใช้จ่ายส่วนนี้น่าจะเกิดขึ้นทุกปีซึ่งต้องจ่ายให้บริษัทแม่ในญี่ปุ่น แต่ปีนี้เป็นปีที่มียอดขายสูงสุด กำไรสูงสุด จึงทำให้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้โตขึ้นด้วย แต่ผมยังไม่เข้าใจว่าจะมีผลกระทบต่อรอบบัญชีปัจจุบัน 2548/2549 หรือไม่ หรือควรจะปรากฎในปี 2547/48 มากกว่า ซึ่งจะทำให้กำไรเหลือประมาณ 9 บาทต่อหุ้น สอดคล้องกับเงินปันผลที่ 50% หรือ 4.5 บาทต่อหุ้น



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Sun Jul 10, 2005 7:11 am

ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า เขามีสัญญาเรื่องพัฒนาผลิตภัณฑ์กันอย่างไร ไม่ได้ติดตาม....แต่ สิ่งที่ควรจะเป็น ค่าใช้จ่ายนี้น่าจะระบุแน่ชัดไปเลย หรือ รวมกับ Royalty fee ไม่ใช่แยกออกต่างหาก.......หมายถึง ค่า Royalty fee + ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ต้องจัดส่งให้ทาง มิซูบิซิ 1 หรือ 2% จากยอดขายทั้งปี ไปเลย ระบุชัด ๆ ไม่ใช่มาปรับตอนปลายปี........ผมไม่รู้ว่า เขาตั้งเป็นค่าใช้จ่ายในปี 47/48 หรือเปล่า แต่ที่เข้าใจน่าจะตั้งอยู่ในงบของ 47/48 มากกว่า........ค่าใช้จ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผมว่า ถ้าเกิดขึ้น โดยไม่มีขั้นตอนสัญญากันมาก่อน มันน่าจะเป็นช่องทางบอกว่า มีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้น ดังที่ผมบอกว่า ไม่ชอบเลยกับค่าใช้จ่ายแบบนี้ :evil: :evil:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


Guest

Posts by Guest » Sun Jul 10, 2005 9:44 am

ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นปี 47/48 ก็ต้องลงบัญชีในปีนั้น
ค่า Reyalty Fee และค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้องมีสัญญาชัดเจน
หากเป็นเช่นนั้น ผู้ตรวจสอบบัญชี (บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย สอบบัญชี จำกัด) ก็น่าจะตั้งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ในงบการเงินปี 47/48 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผมยังไม่เข้าใจว่าค่าพัฒนาผลิตพัณฑ์มาเป็นปัญหาได้อย่างไรเพราะที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

จริงๆแล้วงบการเงินของ KYE ดูแล้วก็ไม่ประทับใจอะไรเลย บริษัทมีเงินปันผลรับจากบริษัทลูก 400 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากกิจการแค่ 271 ล้านบาท สรุปคือกิจการของ KYE จริงๆคือขาดทุน แถมยังต้องจ่ายค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์อีก ดูจะไม่ค่อยสวยเลย

ช่วย Comment มุมมองของผมหน่อย หากท่านอื่นมีมุมมองเป็นอย่างอื่น ช่วยแสดงความคิดเห็นด้วย



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Mon Jul 11, 2005 11:50 am

เมื่อได้รับคำอธิบายแบบนี้ ก็ ผ่านในเรื่องความโปร่งใสให้ได้ครับ

ที่เอ็ม.ดี. 203 /2548
8 กรกฎาคม 2548
เรื่อง ขอแจ้งเพิ่มเติมรายการที่เกี่ยวโยงกัน กรณีค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์
เรียน กรรมการและผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัท กันยงอีเลคทริก จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งมติประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษ เมื่อวันที่ 30
มิถุนายน 2548 เพิ่มเติมดังนี้
1.บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค (Technical Assistance Agreement)
กับ บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริก คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2522 และสัญญาฉบับนี้
มีผลบังคับออกไปอีกคราวละ 5 ปี (ปัจจุบันมีผลบังคับใช้ปี 2547-ปี 2551) โดยบริษัทฯ มีข้อผูกพันที่จะต้องชำระค่า
ลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) และค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Development Fee) ให้แก่บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 4/2547 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2547 ได้มีมติอนุมัติแผนการดำเนิน
ธุรกิจของบริษัทฯ สำหรับปี 2547 (รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2547-31 มีนาคม 2548)
โดยมีค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะต้องชำระให้แก่บริษัท มิตซูบิชิ อิเลคทริก คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นจำนวนเงิน
108,100,000 บาท แต่มูลค่าของค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับปี 2547 ที่เกิดขึ้นจริงเท่ากับ 94,423,615.40 บาท
(มีใบแจ้งหนี้แจ้งมาล่วงหน้า) โดยประเภทและขนาดของรายการดังกล่าวต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของ
บริษัทฯ โดยจะต้องได้รับคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 3 ใน 4ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุม และมีสิทธิ
ออกเสียงลงคะแนน โดยไม่นับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
จากการประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 มีมติให้นำรายการที่เกี่ยวโยง
กันกรณี การจ่ายค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวข้างต้น เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ และในอนาคตบริษัทฯ
จะนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อนการจ่ายจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้
รายการ เงื่อนไขการชำระ มูลค่า
1.ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) ปีละ 1 ครั้ง 2.5 % ของรายได้จากการขายตู้เย็น พัดลม
และเครื่องปั๊มน้ำ เป็นสกุลเงินบาท
2.ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปีละ 2 ครั้ง จ่ายตามจริงเป็นสกุลเงินเยน
(Development Fee)
หมายเหตุ 1.ค่าลิขสิทธิ์ คือ ค่าสิทธิในการอนุญาตให้ผลิตสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านประเภทพัดลม ตู้เย็น และ
เครื่องปั๊มน้ำ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ ผลิตแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และไม่ซ้ำกับรุ่นที่ผลิต
เพื่อนำเข้าจากต่างประเทศ)
2.ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ คือ ค่าทำวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ และค่าบุคลากร ในผลิตภัณฑ์พัดลม บางรุ่นที่ส่งไป
จำหน่ายที่ญี่ปุ่น และตู้เย็นทุกรุ่น ยกเว้นตู้เย็นขนาด 1 ประตูบางรุ่นที่ออกแบบโดยคนไทย (ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นที่ฐานการผลิต
อยู่ที่บริษัทฯ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย และไม่ซ้ำกับรุ่นที่นำเข้าจากต่างประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศ
ต่างๆ)
ในปีงบประมาณ 2548 นั้น (รอบระยะเวลาบัญชีเริ่มตั้งแต่ 1 เมษายน 2548-31 มีนาคม 2549) ที่
ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2548 มีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณารายการ
ที่เกี่ยวโยงกันกรณีการจ่ายค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยจะขออนุมัติเป็นระยะเวลา 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2547-2551) ช่วงระยะ
เวลาเดียวกับสัญญาให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิค (Technical Assistant Agreement) ลงวันที่ 26 เมษายน
2522 ตามรายละเอียดดังนี้
รายการ เงื่อนไขการชำระ มูลค่า
1.ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) ปีละ 1 ครั้ง 2.5 % ของรายได้จากการขายตู้เย็น พัดลม
(ค่าสิทธิในการผลิตเครื่องใช้ไฟ้ฟ้า และปั๊มน้ำ เป็นสกุลเงินบาท
ภายในบ้าน ประเภทเครื่องปั๊มน้ำ
พัดลม และตู้เย็น)
2.ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ ปีละ 2 ครั้งหลังจาก จ่ายตามจริงและไม่เกิน 3% ของยอดขายสุทธิ
(Development Fee) ปิดงบไตรมาส 2 เป็นสกุลเงินเยน
(ค่าทำวิจัย ค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ และงบการเงินประจำปี
และค่าบุคลากร)
2.สัดส่วนการถือหุ้นของบุคคลที่เกี่ยวโยงกันในส่วนผู้ถือหุ้นกลุ่มมิตซูบิชิอีเลคทริกร้อยละ 41.13 มีดังนี้
ชื่อ ความสัมพันธ์ สัดส่วนการถือหุ้น
1. บ.มิตซูบิชิ อิเลคทริก คอร์ปอเรชั่น จก. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ 8,908,020 หุ้น หรือร้อยละ 40.49
2. บ.มิตซูบิชิ อีเลคทริก เอเชีย จก. เป็นบริษัทย่อยของผู้ 70,000 หุ้น หรือร้อยละ 0.32
ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
(บ.มิตซูบิชิ ฯ ถือหุ้น 100%)
3. บ.เรียวเด็น เมอร์เชียลไดซี่ง จก. เป็นบริษัทย่อยของผู้ 70,000 หุ้น หรือร้อยละ 0.32
ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
(บ.มิตซูบิชิ ฯ ถือหุ้น 90%)
3.กรรมการที่มีส่วนได้เสียในกิจการไม่เข้าร่วมประชุมและไม่ออกเสียง ในวาระที่เป็นรายการเกี่ยวโยงกัน
ในวันประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งพิเศษ ในวันที่ 30 มิถุนายน 2548 มีดังนี้
ชื่อ ความสัมพันธ์ สัดส่วนการถือหุ้น
1. นายซาโตชิ มัทซึดะ กรรมการมีส่วนได้เสียในกิจการ -
2. นายยูกิโตะ ชิบะ กรรมการมีส่วนได้เสียในกิจการ -
3. นายยาซูฮิโร โยชิโนะ กรรมการมีส่วนได้เสียในกิจการ -
4. นายทาคาชิ ฟูจิอิ กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อ -
จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่
5. นายมาซาโตะ ทาชิโร กรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อ -
จากผู้ถือหุ้นรายใหญ่
4.ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทฯ ทุกท่านและคณะกรรมการตรวจสอบทุกท่าน มีความเห็นว่ารายการ
เกี่ยวโยงกันดังกล่าวข้างต้นเป็นการเข้าทำรายการที่มีความสมเหตุสมผล และเป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เนื่องจาก
รายการดังกล่าวมีความเป็นธรรมของราคาและเงื่อนไขของรายการเนื่องจากสัดส่วนค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อรายได้จากการ
ขาย ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของผู้ประกอบธุรกิจ โดยมีตารางเปรียบเทียบ ดังนี้
สัดส่วนค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่อรายได้จากการขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ของบริษัท ที่ดำเนินธุรกิจในปี 2544 - 2547 หน่วย : ร้อยละ
บริษัท 2544 2545 2546 2547 2548
บมจ.กันยงอีเลคทริก 2.68 2.27 2.36 1.68 3.00
มัตซูชิตะ อิเลคทริก อินดัสเตรียล (ประเทศญี่ปุ่น) - 8.01 7.44 7.74
โตชิบาคอร์ปอร์เรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) 5.51 6.05 5.86 6.03
ที่มา : รายงานประจำปีที่เผยแพร่ใน Web site ของแต่ละบริษัท
หมายเหตุ 1. มัตซูชิตะฯ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
2. โตชิบาฯ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

จึงเรียนมาเพื่อทราบ


ขอแสดงความนับถือ



(นายซาโตชิ มัทซึดะ) (นายศุภชัย เศรษฐเสถียร)
กรรมการผู้จัดการ กรรมการรองผู้จัดการ

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


yakole
Verified User
Posts: 226
Joined: Tue Nov 18, 2003 10:37 pm

Posts by yakole » Mon Jul 11, 2005 1:50 pm

ตอนลงทุนครั้งแรกประมาณปี 2546 ซื้อเลยครับ เพราะหวังเงินปันผล ไม่ได้
ศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ผลก็คือ ขาดทุนครับ เงินปันผลที่หวังไว้ก็ไม่ได้ เพราะตัดสินใจขายไปก่อน หลังจากนั้นก็ตามดูผลประการรายไตรมาส เห็นว่า
บางไตรมาสก็กำไรมาก บางไตรมาส ก็ขาดทุน หรือไม่ก็กำไรน้อย :cry:



User avatar
MO101
Verified User
Posts: 3226
Joined: Thu Jun 19, 2003 3:45 pm

Posts by MO101 » Fri Jul 15, 2005 8:38 am

อ้า โปร่งใส่ขึ้นเยอะเลย
แต่ไม่รู้จะบอกข้อมูลขาดๆ ทำไมในตอนแรก หรือเพราะเขา
มาอ่านในเวบ tvi ครับนี่ :lol:
ประชุมผู้ถือหุ้นมีใครไปบ้างไหมครับ
จะได้นัดกันใส่เสื้อ tvi ประเดิมงานแรก :lol:



VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Tue Jul 26, 2005 6:48 pm

จะไปประชุมวันพฤหัสที่ 28 มีท่านใดจะฝากคำถามไหมครับ :B
หรือถ้าว่างจะไปด้วยกันก็ยิ่งดีใหญ่

เรากำลังตามหา หุ้นดีๆ
หุ้นดีๆ ก็กำลังตามหาเราอยู่


VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Tue Jul 26, 2005 9:48 pm

คำถามที่ผมอยากจะถามผู้บริหารในวันประชุม

1. จากงบกำไรขาดทุน ถ้าบริษัทไม่มีรายได้อื่น ซึ่งเป็นเงินปันผลจากเงินลงทุนในบริษัทอื่น บริษัทแทบจะไม่มีกำไรสุทธิเลยหรือขาดทุนด้วยซ้ำ อยากจะถามผู้บริหารว่าส่วนนี้พอจะสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นในอนาคตหรือไม่

2. แนวโน้มการเติบโตของยอดขายในปีหน้า

3. สาเหตุที่อัตราเงินปันผลลดลง เมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา

อยากจะได้คำถามจากผู้ที่เป็นเจ้าของ หรืออยากเป็นเจ้าของบริษัทนี้เพิ่มเติมครับ



Shark
Verified User
Posts: 15
Joined: Mon Jul 18, 2005 11:17 am

ผลการประชุมเป็นไงบ้างครับ

Posts by Shark » Thu Jul 28, 2005 5:22 pm

บอกเล่ากันบ้างนะครับ ขอบคุณ :P



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Thu Jul 28, 2005 6:42 pm

ซื้อไว้ พันหุ้น แถมราคาแพงหน่อย 65.50 บาท เมื่อตอนผลประกอบการออก ได้รับหนังสือให้ไปประชุมใหญ่ วันนี้ ว่างเลยไป ศึกษาดู ได้ความรู้มาหลายเรื่อง กันยงในตลาด นี้ เน้น แต่ ตู้เย็น พัดลม และ ปั้มน้ำ...... ตอนแรกผม คิดว่า เขาทำพวกเครื่องปรับอากาศด้วย แต่เปล่าครับ เขาลงทุนในบริษัท ที่ทำเครื่องปรับอากาศ เป็น บริษัท มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์ โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยถือหุ้นอยู่ 10% เท่านั้นเอง

จากการตรวจบัญชีทั้งหมด จะเห็นว่า จริง ๆ แล้ว ตัว KYE นี้ กิจการ ขาดทุนครับ ขาดทุนประมาณ 50 ล้าน ไม่ใช่ กำไรสุทธิ 292.42 บาท ตามแจ้ง ที่ กำไรสุทธิได้นั้น ได้จาก ปันผลที่ได้เพิ่มมากในปีนี้ ปันผลรับปีนี้ ได้รวม 400 ล้าน ปีก่อน ได้ 139.8 ล้าน แสดงว่า ได้ปันผลเพิ่มถึง 260.20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน และที่ ปันผล 400 ล้าน นี้ ประกอบด้วย
3.5 ล้าน จาก บริษัท ไทยรีฟรีเจอเรชั่น คอมโพเน้นท์ จำกัด
336 ล้าน จาก มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด
28.2 ล้าน จาก สยามคอมเพรสเซอร์ อุตสาหกรรม จำกัด
2.7 ล้าน จาก กุลธรเคอร์บี้
และ หมื่นห้าพันบาท จาก เทพธานีกรีฑา รวมได้รับ 400.5 ล้านบาท

ถ้าไม่มี 336 ล้านบาท จากมิตซูบิซิ อีเล็คทริค ปันผลมาให้ เป็นเรื่องแน่นอน จะ ขาดทุนเห็น ๆ เลย โชคดีที่ ได้รับปันผล ก้อนใหญ่มา ..... แฮะ ๆ เห็น ๆ แล้วซิครับ บริษัท ทำเครื่องปรับอากาศของเขา กำไรดีมากเลย จึงปันผลให้มากแบบนี้ (แล้วใครหนอที่ มีส่วนขายสินค้าให้ มิตซูในด้านเครื่องปรับอากาศ วกเข้าหุ้นอีกตัว ให้เพื่อน ๆ คิดกัน)

ที่ประชุมได้รับแจ้งว่า ทางญี่ปุ่นเขาจะเลิกผลิตตู้เย็น มิซู แล้ว ส่งมาผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นปีหน้า คงได้เห็นการเติบโตขึ้นของตู้เย็นส่งออก เติบโตไปอีก แต่ก็ต้องเสียค่าวิจัยพัฒนา ร้อยละ 3 ตามที่ประชุมได้อนุมัติไปในวันนี้ เป็นสัญญาทำกัน 5 ปี ผมเลยคิดว่า ผมไม่ทราบ กำไร profit margin จะมากแค่ไหน แต่คิดว่า คงไม่มากเท่าไหร่ ใครอยากถือลุ้น ผลกำไรของบริษัทฯ นี้ ก็ เชิญ นะครับ ผมขอถือแค่พันหุ้นเท่านั้น ยกเว้น ถ้าราคาหุ้นลงมา มาก ๆ ก็ คงถือเฉลี่ย ไม่ให้ขาดทุนนั้นแหละ

มา update ให้เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ศึกษาและแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นต่อไป :idea:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Thu Jul 28, 2005 10:26 pm

ไม่ทราบว่าลุงขวดไปงานประชุมผู้ถือหุ้น ไม่งั้นผมคงขอไปแนะนำตัวให้ลุงขวดเอ็นดูหลานเพิ่มอีกซักคน

ขอขยายความเพิ่มเติมจากที่ลุงขวดได้ถ่ายทอดไว้
ในประเด็นเรื่องกำไรจากการดำเนินงานซึ่งติดลบ 50 ล้านบาท ผู้บริหารชี้แจงสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก พลาสติก ในอัตราที่สูง และยังไม่สามารถเพิ่มราคาขายของสินค้าได้มาก เนื่องจากการแข่งขันที่สูง ผู้บริหารได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ปีนี้ทางบริษัทจะเพิ่มมาตรการการลดค่าใช้จ่าย ควบคุมต้นทุนการผลิต และนำสินค้าใหม่ที่มีกำไรขั้นต้นสูงขึ้นมาจำหน่าย คงต้องดูความสามารถของผู้บริหารจากผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 เป็นตัวอย่าง

ในส่วนของอัตราเงินปันผลที่ลดลงจากทุกปีที่ไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไร แต่ปีนี้จ่ายเพียง 30% เศษ ทางผู้บริหารชี้แจงว่าต้องการเก็บเงินไว้เพื่อพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และอีกทั้งบริษัทเองก็ไม่ได้มีกำไรจากการดำเนินงานด้วย

มีประเด็นที่ผมรู้สึกผู้บริหารจริงใจ คือเรื่องลดค่าตอบแทนของกรรมการจาก ที่ได้ตั้งสำรองไว้ 3.5 ล้านบาท เหลือ 2 ล้านบาท เพื่อแสดงความรับผิดชอบในผลการดำเนินงานที่ไม่ดีนักในแง่กำไรจากการดำเนินงาน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเงินที่มากมายนัก แต่ผมก็มองในแง่บวกครับ

มีประเด็นที่ผมอยากให้ผู้ถือหุ้นรับทราบคือ ผมสังเกตเห็นมีผู้ถือหุ้นใน KYE ประมาณ 1500 ราย แต่มีผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่ถึง 100 ราย ผมคิดว่าในเมื่อเราตัดสินใจลงทุนในบริษัทนี้ อย่างน้อยเราน่าจะไปนั่งฟังคำชี้แจงผลการดำเนินงานของผู้บริหาร ถ้าเราไปกันมากๆจะมีคำถามที่ได้จากหลากหลายความคิด ผู้ถือหุ้นเองก็จะได้ผลประโยชน์นั้นด้วย แต่ถึงแม้วันนี้จะไปกันไม่ถึง 100 ราย แต่ผมรู้สึกคำถามที่ผู้ถือหุ้นถาม ให้ประโยชน์มากมายทีเดียวครับ ปีหน้าอยากให้ไปกันมากๆ ถ้ายังลงทุนในบริษัท KYE อยู่

ปล ขนมอร่อยครับ ทานไม่หมดเลย 555555



woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Thu Jul 28, 2005 10:39 pm

VI Jr. wrote:
มีประเด็นที่ผมอยากให้ผู้ถือหุ้นรับทราบคือ ผมสังเกตเห็นมีผู้ถือหุ้นใน KYE ประมาณ 1500 ราย แต่มีผู้ถือหุ้นเข้าประชุมไม่ถึง 100 ราย ผมคิดว่าในเมื่อเราตัดสินใจลงทุนในบริษัทนี้ อย่างน้อยเราน่าจะไปนั่งฟังคำชี้แจงผลการดำเนินงานของผู้บริหาร ถ้าเราไปกันมากๆจะมีคำถามที่ได้จากหลากหลายความคิด ผู้ถือหุ้นเองก็จะได้ผลประโยชน์นั้นด้วย แต่ถึงแม้วันนี้จะไปกันไม่ถึง 100 ราย แต่ผมรู้สึกคำถามที่ผู้ถือหุ้นถาม ให้ประโยชน์มากมายทีเดียวครับ ปีหน้าอยากให้ไปกันมากๆ ถ้ายังลงทุนในบริษัท KYE อยู่

ปล ขนมอร่อยครับ ทานไม่หมดเลย 555555
ถึงผมไม่ได้ถือ kye อยู่แต่ว่าบางทีเราก็ต้องเข้าใจเหมือนกันนะครับว่าประชุมกันวันธรรมดาสำหรับพวกเราบางคน หรือ หลายคนเนี่ยะ ก็ยังต้องทำงานกันอยู่การที่จะไปประชุมได้ก็แสดงว่าต้องลา ทั้งนี้ถ้าใครลงทุนในหุ้นหลายๆ ตัวผมว่าก็อาจจะทำให้ดูไม่ดีไปในสายตาคนร่วมงานก็ได้นะครับ ผมจึงคิดว่าการฝากคำถามไปก็น่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่งนะครับ :P



User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Jul 28, 2005 10:44 pm

ที่ประชุมได้รับแจ้งว่า ทางญี่ปุ่นเขาจะเลิกผลิตตู้เย็น มิซู แล้ว ส่งมาผลิตในประเทศไทยเท่านั้น ดังนั้นปีหน้า คงได้เห็นการเติบโตขึ้นของตู้เย็นส่งออก เติบโตไปอีก
เอ้แล้วใครผลิตท่อและคอมเพรสเซอร์ให้เอ่ย :?: :mrgreen:

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Thu Jul 28, 2005 10:55 pm

naris wrote: เอ้แล้วใครผลิตท่อและคอมเพรสเซอร์ให้เอ่ย :?: :mrgreen:
ใครอ่ะครับพี่ naris นึกตั้งนานนึกไม่ออก ช่วยเฉลยให้น้องๆ หน่อยสิครับ :twisted:



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Fri Jul 29, 2005 6:53 am

ถ้าไม่มี 336 ล้านบาท จากมิตซูบิซิ อีเล็คทริค ปันผลมาให้ เป็นเรื่องแน่นอน จะ ขาดทุนเห็น ๆ เลย โชคดีที่ ได้รับปันผล ก้อนใหญ่มา ..... แฮะ ๆ เห็น ๆ แล้วซิครับ บริษัท ทำเครื่องปรับอากาศของเขา กำไรดีมากเลย จึงปันผลให้มากแบบนี้ (แล้วใครหนอที่ มีส่วนขายสินค้าให้ มิตซูในด้านเครื่องปรับอากาศ วกเข้าหุ้นอีกตัว ให้เพื่อน ๆ คิดกัน)
ใครหาคำตอบได้บ้างครับ อย่าลืมตอบที่ผมถามข้างบนให้ด้วยนะครับ

ผมเป็นคนถามเรื่อง เงินกู้ยืม ระยะสั้น เห็นมีทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สิน ได้ความรู้เพิ่มขึ้น กับคำตอบที่ได้ คือ ระบบต่างชาติ เขาจะมี financial pool กัน มีการช่วยเหลือกัน บริษัทไหน มีเงินเหลือมาก ก็ ให้บริษัทนั้นกู้ยืม กัน ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุนในอีกด้าน เพราะกู้จาก ธนาคารจะสูงกว่าที่ช่วย ๆ กัน ในส่วนนี้ จริง ๆ แล้ว ผมไม่ชอบเลยครับ ธุรกรรมการเงินน่าจะ ไปตก กับธนาคาร ใครอยากกู้ไปคุยกับธนาคาร ใครมีเงินก็หาทางฝากธนาคารหรือตราสารหนี้จะดีกว่า หรือ คืนนักลงทุนจ่ายปันผลมาก ๆ ก็ได้.........เขามันวงจรใหญ่ เลยหาทางประหยัดแบบช่วย ๆ กัน แต่ผมมองเป็นจุดรั่วไหลและวิเคราะห์ยาก เพราะ ถ้าไปช่วยบริษัทฯ เล็ก ที่มีปัญหา เกิด ช่วยไปมาก แล้วเขาเกิดล้มละลาย เงินเราไม่สูญไปด้วยหรือ............จึงชอบที่อยากเป็นใหญ่ในเล็ก ย่อมดีกว่า เล็กในใหญ่ .... โอ้ย... ชักเริ่มวิ่งเวียนแล้วซิครับ :roll: :roll:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Fri Jul 29, 2005 8:28 am

ลุงขวด wrote: ใครหาคำตอบได้บ้างครับ อย่าลืมตอบที่ผมถามข้างบนให้ด้วยนะครับ

ผมเป็นคนถามเรื่อง เงินกู้ยืม ระยะสั้น เห็นมีทั้งด้านสินทรัพย์และหนี้สิน ได้ความรู้เพิ่มขึ้น กับคำตอบที่ได้ คือ ระบบต่างชาติ เขาจะมี financial pool กัน มีการช่วยเหลือกัน บริษัทไหน มีเงินเหลือมาก ก็ ให้บริษัทนั้นกู้ยืม กัน ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุนในอีกด้าน เพราะกู้จาก ธนาคารจะสูงกว่าที่ช่วย ๆ กัน ในส่วนนี้ จริง ๆ แล้ว ผมไม่ชอบเลยครับ ธุรกรรมการเงินน่าจะ ไปตก กับธนาคาร ใครอยากกู้ไปคุยกับธนาคาร ใครมีเงินก็หาทางฝากธนาคารหรือตราสารหนี้จะดีกว่า หรือ คืนนักลงทุนจ่ายปันผลมาก ๆ ก็ได้.........เขามันวงจรใหญ่ เลยหาทางประหยัดแบบช่วย ๆ กัน แต่ผมมองเป็นจุดรั่วไหลและวิเคราะห์ยาก เพราะ ถ้าไปช่วยบริษัทฯ เล็ก ที่มีปัญหา เกิด ช่วยไปมาก แล้วเขาเกิดล้มละลาย เงินเราไม่สูญไปด้วยหรือ............จึงชอบที่อยากเป็นใหญ่ในเล็ก ย่อมดีกว่า เล็กในใหญ่ .... โอ้ย... ชักเริ่มวิ่งเวียนแล้วซิครับ :roll: :roll:
Philips รู้สึกจะเลิกระบบนี้ไปแล้วนะครับ เคยได้คุยกับผู้บริหารประจำประเทศไทย แกบอกแต่ละ business unit ให้ไปหาแหล่งเงินทุนเองไม่เหมือน GE



phemstap
Verified User
Posts: 1273
Joined: Fri Jan 28, 2005 8:16 pm

Posts by phemstap » Fri Jul 29, 2005 9:47 am

ลุงขวดครับ,

พอดีผมติดงาน จึงไปประชุมไม่ได้ ต้องขอบคุณบทสรุปความคิดเห็นของลุง และ VI Jr. ช่วยให้ความกระจ่างได้เยอะเลย แต่ผมแปลกใจที่ลุงขวดเอ่ยถึงปันผล 400 ล้าน มาจากที่ไหนบ้าง

ซึ่งตั้ง 336 ล้าน จาก มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผมไปดู หน้า 64 รายงานประจำปี 2547 ลงทุนใน มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์โปรดักส์ แค่ 120 ล้านบาท ปีหนึ่งจะมีปันผลได้ตั้ง 336 ล้าน ? เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันสุทธิแค่ 209 ล้านเอง ทำไมสามารถมีปันผลถึง 400 ล้าน ?

ผมลงทุน KYE เพราะชื่อ "กันยงอีเล็คทริค" ติดตลาด ยอมรับว่ามิตซู พัดลม แอร์ ตู้เย็น เขาดี ตู้เย็นรุ่นใหม่ปีนี้ ออกแบบเรียบสวยดูดีนะ รองสังเกตตามห้างหรือ HomePro ดูซิ อีกอย่างดูจากประวัตการทำกำไร 10 ปี ที่พี่ไพศาล Post ใน VI ก็กำไรทุกปี เพียงแต่กำไรมากหรือน้อย แต่ก็ไม่ต่ำกว่า 3.00 บาทต่อหุ้น ยกเว้นปีที่แล้วที่ 1.60 ราคาทุนผมประมาณ 64.00 บาท ถ้าคิดปันผลที่ 3.00 บาท ก็ 4.69% ถือไว้รอ Q ไหนกำไรดี ราคาก็วิ่งขึ้นได้ KYE P/E เพราะปีนี้ EPS สูง ราคา Book Value 5 ปีนี้จากปี 2000 เพิ่มจาก 77 บาทมาเป็น 95 บาท เพิ่มขึ้น 23%

สรุปผม ถือมาตั้งแต่ ก.พ.2005 คงกินปันผล 7% ไปก่อน แล้ววัดดวงที่ Q1 2006 ผมว่าคงทำไม่ถึง 4.00 บาทเหมือนปีที่แล้ว แต่น่าจะไม่แย่นะ เพราะดูจากประวัต แย่ 2Q ก็จะกลับมาดีกลับ แต่ถ้าแย่อีกมีหวังได้เห็นราคาหุ้นที่ 50 บาทอีกแน่ ว้า....



User avatar
ลุงขวด
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 2415
Joined: Thu Jul 10, 2003 9:47 am

Posts by ลุงขวด » Fri Jul 29, 2005 11:00 am

เงินปันผล นั้น ดูที่หมายเหตุ เกี่ยวกับเงินลงทุน ในข้อ 9.3 ในรายงานประจำปี เล่มสีชมพู ที่หน้า 65.... มีรายละเอียดตามที่ผมเขียนไว้ข้างบนแล้วครับ :lol: :lol:

หุ้นจะขึ้นหรือลง อยู่ที่ผลประกอบการ ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถของผู้บริหารกับ ธรรมาภิบาล.........ใหญ่ในเล็กย่อม ดีกว่าเล็กในใหญ่


VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Fri Jul 29, 2005 5:42 pm

ซึ่งตั้ง 336 ล้าน จาก มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์โปรดักส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผมไปดู หน้า 64 รายงานประจำปี 2547 ลงทุนใน มิตซูบิซิ อีเล็คทริค คอนซูมเมอร์โปรดักส์ แค่ 120 ล้านบาท ปีหนึ่งจะมีปันผลได้ตั้ง 336 ล้าน ? เงินลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกันสุทธิแค่ 209 ล้านเอง ทำไมสามารถมีปันผลถึง 400 ล้าน ?
ตามที่ผมเข้าใจนะครับ ผมจะยกตัวอย่างอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น

ถ้าเราลงทุนใน KYE ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทที่ พาร์ 10 บาท ถ้าเราลงทุนซัก 1000 หุ้นเป็นเงิน 10000 บาทในขณะนั้น เราจะได้เงินปันผลในปีล่าสุดคือ 4500 บาท หรือได้ผลตอบแทน 45% เมื่อเทียบกับเงินลงทุนในปีแรก

เมื่อเปรียบเทียบ ก็น่าจะเกิดสิ่งเดียวกับ KYE ที่ลงทุน ใน MELCO 120 ล้านบาท(10% ของ MELCO - คำบอกเล่าจากผู้บริหาร) ในช่วงเริ่มก่อตั้งบริษัท ถึงปีปัจจุบัน MELCO ทำกำไรได้ดีสม่ำเสมอตลอดมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีที่ผ่านมาสามารถขาย เครื่องปรับอากาศไปยังยุโรปได้อย่างมากมาย(ผู้บริหารได้บอกว่าในการประชุม) จึงทำให้ MELCO ปันผลออกมามากกว่าทุกๆปี ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ที่จะมากกว่าเงินลงทุนใน 30-40 ปีก่อน

เสียดายที่ไม่มีผู้ถือหุ้นถามผู้บริหารว่า ทำไมตู้เย็นถึงไม่ได้ส่งไปขายที่ยุโรปบ้าง หรือมีคนถามแต่ผมฟังไม่ทันครับ

เรากำลังตามหา หุ้นดีๆ
หุ้นดีๆ ก็กำลังตามหาเราอยู่


Guest

Posts by Guest » Fri Jul 29, 2005 10:52 pm

สำหรับผม สรุปจากที่ประชุมฯ ได้ว่า KYE บริหารงานไม่โปร่งใสเท่าที่ควร นักลงทุนรายย่อยควรหลีกเลี่ยง เหตุผลสนับสนุนคือ

1. การขายสินค้าส่งออกเป็นการขายให้บริษัทแม่ที่ญี่ป่น โดยมีกำไรขั้นต้นเพียง 11% ขณะทีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 15% สรุปคือขาดทุน ตรงนี้ดูน่าสงสัย
2. บริษัทแม่ได้กำไรจากการขายสินค้าที่ผลิตโดย KYE แน่นอน ยังเอาค่ารอยัลตี้อีก 2% บวกค่าพัฒนาสินค้าอีก 3% สูงน่ากลัว
3. การขายในประเทศก็ขายผ่าน บริษัท กันยงวัฒนา (น่าจะเป็นอย่างนั้น) โดยผู้ถือฝ่ายไทยเป็นเจ้าของ ด้านผู้ถึอหุ้นใหญ่ฝ่ายไทยคงไม่ยอมเสียเปรียบฝ่ายญี่ปุ่น การขายจาก KYE ให้กันยงวัฒนาจึงมีกำไรขั้นต้นเพียง11% เท่ากัน ผลคือขาดทุนเหมือนกัน

ผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยสนใจผลประกอบการของ KYE เสียเท่าไหร่ เพราะขาดทุนจากการดำเนินงานตลอด 3 ปีทื่ผ่านมาก เพราะต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ทางอ้อม จึงไม่ได้ใสใจกับผลประกอบการของ KYE เสียเท่าไหร่ อีกทั้งโครงสร้างการทำธุรกิจแบบนี้ (ซื้อขายกันเอง) มี conflict of interest สูง ตรงนี้หากธรรมาธิบาลดีก็ดีไป หากไม่ดีผู้ถือหุ้นแย่แน่

นี้เป็นสิ่งที่ผมวิเคราะห์เอง ขอให้นักลงทุนแต่ละใช้ความคิดส่วนตัวหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการตัดสินใจ



User avatar
MO101
Verified User
Posts: 3226
Joined: Thu Jun 19, 2003 3:45 pm

Posts by MO101 » Sat Jul 30, 2005 5:02 pm

สรุปง่ายๆ ว่า
วันนั้นขออะไรได้หมด ยกเว้นปันผลเพิ่ม :twisted:



Post Reply