VNT

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4610
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

VNT บริษัทวีนิไทย จำกัด (มหาชน)

Posts by ครรชิต ไพศาล » Fri Oct 01, 2004 2:44 pm

VNT บริษัทวีนิไทย จำกัด (มหาชน)
PVC resins ,Caustic Soda
http://www.vinythai.co.th
ข่าวสารวงการพลาสติก
http://www.tpia.org/news/plasticnews.asp


Image

ดูข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมที่
http://www.vinythai.co.th
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fi ... mp_id=0475

ดูกราฟราคาที่
http://cchart.yimg.com/z?d=c&k=c3&a=vm, ... c&s=vnt.bk

Image

Code: Select all

NAME	งบปี	ทรัพย์หมุน	สินทรัพย์	หนี้หมุน	หนี้สิน	บุริมสิทธิ	ทุน	ยังไม่จัดสรร	ผู้ถือหุ้น	รายได้	กำไรก่อน	กำไรสุทธิ	EPS	ปันผล
VNT	2004	2,304.47	11,884.19	2,073.24	4,165.47	0.00	5,688.93	1,145.48	7,718.72	3,522.59	705.63	601.26	1.14	????
VNT	2003	2,295.52	12,353.56	2,122.87	4,899.53	0.00	5,418.06	815.10	7,454.03	6,167.45	1,172.23	871.26	0.96	0.30
VNT	2002	2,378.82	11,573.50	2,027.02	6,168.71	0.00	9,030.10	-4,750.31	5,404.79	5,874.27	1,252.69	801.74	0.89	0.00
VNT	2001	2,555.45	12,152.99	2,053.65	7,549.93	0.00	9,030.10	-5,552.05	4,603.05	5,580.24	686.38	88.42	0.10	0.00
VNT	2000	2,981.23	12,807.98	1,874.54	8,293.33	0.00	9,030.10	-5,640.46	4,514.64	6,180.43	644.50	-135.33	-0.17	0.00
VNT	1999	2,008.90	12,087.06	403.13	10,444.22	0.00	6,022.97	-5,505.13	1,642.84	4,726.66	1,026.76	48.22	0.08	0.00
VNT	1998	1,659.64	12,054.37	453.91	10,459.75	0.00	6,022.97	-5,553.35	2,358.20	7,399.55	3,462.06	2,341.64	3.89	0.00
VNT	1997	2,611.14	14,096.20	2,175.88	14,079.63	0.00	6,022.97	-7,131.41	16,564.14	3,108.48	1,166.16	-5,391.38	-8.95	0.00
VNT	1996	1,560.19	13,374.90	1,385.87	7,966.95	0.00	6,022.97	-1,740.03	5,407.95	2,873.57	243.98	-309.63	-0.61	0.00
VNT	1995	1,625.74	12,865.75	1,834.14	10,158.90	0.00	3,012.25	-1,430.40	2,706.85	3,704.00	-742.80	-1,079.94	-3.59	0.00
VNT	1994	4,122.84	12,114.64	6,266.38	8,327.86	0.00	3,012.25	-350.47	3,786.78	3,697.34	519.37	225.22	0.87	0.00
														
NAME	งบปี	epsQ4	epsQ3	epsQ2	epsQ1	PAR	ราคาปิด	P/E	P/BV	D/P%	ROA(%)	ROE(%)	PM(%)	หนี้/ผู้ถือหุ้น
VNT	2004	????	????	0.33	0.30	6	9.80	8.60	1.20	3.64	12.00	14.25	17.07	0.54
VNT	2003	0.28	0.22	0.18	0.28	6	17.7	18.44	2.14	1.69	9.80	13.55	14.13	0.66
VNT	2002	0.19	0.3	0.29	0.11	6	9.65	10.84	2.69	0.00	10.56	16.02	13.65	1.14
VNT	2001	0.05	-0.05	0.10	0.00	6	3.12	31.20	1.02	0.00	5.50	1.94	1.58	1.64
VNT	2000	-0.27	-0.24	-0.09	0.43	6	5.1	-30.00	1.70	0.00	5.18	-4.40	-2.19	1.84
VNT	1999	1.60	-1.44	0.40	-0.48	6	11	137.50	6.72	0.00	8.51	2.41	1.02	6.36
VNT	1998	0.85	0.96	-1.50	3.58	6	3	0.77	1.28	0.00	26.48	24.75	31.65	4.44
VNT	1997	-8.94	0.01	0.16	-0.18	6	2.5	-0.28	0.15	0.00	8.49	-49.07	-173.44	0.85
VNT	1996	-0.10	-0.14	-0.10	-0.27	6	5	-8.20	0.93	0.00	1.86	-7.63	-10.78	1.47
VNT	1995	-0.92	-2.25	-0.33	-0.09	6	17	-4.74	3.15	0.00	-5.95	-33.26	-29.16	3.75
VNT	1994	0.03	0.43	0.32	0.09	6	37.5	43.10	4.97	0.00	8.57	11.90	6.09	2.20

ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN

hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Thu Sep 01, 2005 6:43 pm

แปลกที่ไม่มีใครพูดถึงหุ้นtoc ในมือvnt ที่จะขายในปีนี้แปลกจัง
เงินที่ได้จากการขายหุ้น+เงินกู้ที่กู้  จะทำกำไร  เท่าไร  และ
สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายการผลิต  ไม่มีใคร มาให้ข้อมูลเลย
แล้วผมจะหาอ่านไหนดีนี่

vnt  ถือหุ้น  toc
บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)  22,437,535หุ้น
มีเงินพันกว่าล้านอยู่ในมือแฮะ  ไม่มีใครสนใจเลยแฮะ

มุลค่าหุ้นvnt  แถว8 พันล้านในราคาตลาดปัจจุบัน
สินทรัพย์รวม  กว่า1.20หมื่นล้านบาท
หนี้สิน3 พันกว่าล้าน
โครงการใหม่  ที่จะลงทุนเพิ่ม  มูลค่า4800 ล้านบาท(บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) มีแผนงานขยายกำลังการผลิตวีซีเอ็ม คลอรีน และอีดีซี
ซึ่งได้แจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2547 และวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 แล้วนั้น

    บัดนี้ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญาเงินกู้กับธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 20
มิถุนายน 2548 วงเงินกู้ 2,000 ล้านบาท เป็นสัญญาระยะเวลา 10 ปี  โดยเงินกู้ดังกล่าวจะนำมาใช้ในโครงการ
ขยายกำลังการผลิตดังกล่าว ซึ่งมีมูลค่าเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นประมาณ 4,800 ล้านบาท

ปี2003  ขนาดไม่มี  โครงการอะไร
มูลค่าหลักทรัพย์ของปี2003  1.5 หมืนล้าน
ไม่รู้ทำไมปีนั้นขึ้นไปขนาดนั้น

แต่ปี2005  เริ่มจะมีโครงการสร้างมูลค่าบริษัท

มูลค่าบริษัทกลับเหลือแค่  8 พันกว่าล้าน

อืมแปลกจัง
รายได้ขายช่วง5 ปีอยู่ในแถว5 พันล้าน ถึง7 พันล้าน

อืม หลัง  โครงการ ใหม่สำเร็จ   รายได้ใน5 ปีข้าง
จะอยู่ในช่วงเท่าไรถึงเท่าไร

สัญญาการซื้อขายวีซีเอ็มและพีวีซี กับบริษัท เอเพ็ค ปิโตรเคมิคอล จำกัด (บริษัท เอเพ็คฯ)
       ซึ่งเป็นสัญญาที่บริษัทฯ จะขายวีซีเอ็มจำนวน 150,000 ตันต่อปี
แสดงว่าขายได้แน่นอน  1.5 แสนตันต่อปี ในช่วง5 ปี

แถมยังได้เงินจาก
บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท" หรือ "TOC") ใคร่ขอแจ้งให้ทราบว่าในวันที่ 31 สิงหาคม
2548 บริษัทได้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 จำนวน 118,519,344 หน่วย เพื่อซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ("VNT") จำนวน 118,519,344 หุ้น ในราคาหุ้นละ 11.50 บาท รวมเป็นมูลค่าการใช้
สิทธิทั้งสิ้นเท่ากับ 1,362,972,456.00 บาท

ได้เงินเยอะขนาดนี้
เงินจากขายหุ้นtoc  พันกว่าล้าน สำหรับวอชุดแรก  อีกพันกว่าล้าน  สำหรับชุดสอง
เงินจากการซื้อหุ้นของtoc  พันกว่าล้าน
เงินจากกู้    2 พันล้าน
โครงการใช้เงิน  4.8 พันล้าน

เอ  ดูเหมือนกระแสเงินสดจะมากกว่าโครงการอีกนะ  
หรือคิดใช้เงินกู้ ก่อน อายุ10 ปีหว๋า  เดาไม่ถูกจริง

โครงการ4.8 พันล้านรายละเอียด
โครงการในอนาคต
บริษัทฯ ได้ประกาศแผนการเพิ่มกำลังการผลิตในเดือนพฤศจิกายน 2547 ของ วีซีเอ็ม จาก 200,000 ตันต่อปี เป็น 400,000 ตันต่อปี และมีมติจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 ในการเพิ่มกำลังการผลิตของคลอรีนและอีดีซี ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตวีซีเอ็ม โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตของคลอรีนจากปัจจุบันที่ 120,000 ตันต่อปี เป็น 240,000 ตันต่อปี และสำหรับอีดีซีจาก 160,000 ตันต่อปี เป็น 320,000 ตันต่อปี  การขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์โซดาไฟ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ ผลิตได้ 133,000 ตันต่อปี เป็น 266,000 ตันต่อปี
หาอ่านฉบับเต็มที่56-1

จะเริ่มต้นผลิตได้ในปลายปี 2549

ดูเหมือนการผลิตจะเพิ่มเป็น1 เท่า  เกือบทุกสายการผลิตเลยนะ

แสดงว่าหลังปี2549  ยอดขาย น่าจะโตตามการผลิต
แถว1 หมื่นล้าน-1.40 หมื่นล้านบาทหรือคับ


Onokung
Verified User
Posts: 1250
Joined: Sat Jul 30, 2005 1:55 am

Posts by Onokung » Thu Sep 01, 2005 11:35 pm

บริษัท ไทยโอเลฟินส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท" หรือ "TOC") ใคร่ขอแจ้งให้ทราบว่าในวันที่ 31 สิงหาคม
2548 บริษัทได้ใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งที่ 1 จำนวน 118,519,344 หน่วย เพื่อซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท
วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ("VNT") จำนวน 118,519,344 หุ้น ในราคาหุ้นละ 11.50 บาท รวมเป็นมูลค่าการใช้
สิทธิทั้งสิ้นเท่ากับ 1,362,972,456.00 บาท
จำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง :      
 - หุ้นสามัญ :    948,154,755 หุ้น
 - หุ้นบุริมสิทธิ :    -
หมายเลขกำกับหลักทรัพย์ :      
- ในประเทศ :    TH0475010Z04  
- ต่างด้าว :    TH0475010Z12  
- NVDR :    TH0475010R12  
ข้อจำกัดหุ้นต่างด้าว :    65.00 %  
จำนวนหุ้นคงเหลือเพื่อโอน :    90,545,279 หุ้น

ขอถามแก้ไม่รู้หน่อยครับ ว่าทำไม จำนวนหุ้นที่ยังเพิ่มทุนไม่หมด มีอยู่ 90 ล้าน หุ้น แต่ว่า TOC ซื้อ ใช้สิทธ์ 118 ล้านหุ้น  
ไม่เข้าใจครับ ...  :(  :(  :(  
ถ้าเพิ่มทุนได้ตลอดจะแจ้งทุนจดทะเบียนเอาไว้ทำไม ไม่เข้าใจ อย่างมาก

1.ถูกหรือแพง
2.มั่นคงหรือชั่วครู่
3.ขยายตัวหรือหดตัว
Image

hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Thu Sep 01, 2005 11:44 pm

246-2 VNT บมจ. ไทยโอเลฟินส์


hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Fri Sep 02, 2005 7:31 am



Oatarm
Verified User
Posts: 1266
Joined: Fri Apr 29, 2005 1:51 pm

Posts by Oatarm » Sun Sep 11, 2005 11:40 am

ราคา Etylene ในช่วง Q2/48 ก็ลดลงด้วย  ดู spraed น่าจะกว้างขึ้น โดยเฉพาะ ของ TPC ส่วน VNT กว้างขึ้นในอัตราที่น้อยกว่า  ที่สำคัญคือยอดขาย ไม่รู้จะเป็นอย่างไร เพราะต้องพึ่งพาการส่งออกเกือบครึ่ง

ความรู้คู่เปรียบด้วย

hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Sun Sep 11, 2005 7:08 pm

กำไรต่อหุ้นสำหรับvnt  ปี48 คงยังดีอยู่   เพราะมีกำไรจากขายหุ้นtoc
มาช่วยทำให้ออกมาดี  อืม แต่ผมกลับหนักใจ

เรื่อง  น้ำที่ระยองว่าปัจจุบัน กับปีหน้า  จะอยู่สถานะการ์ณปกติได้หรือยัง


เพราะvnt ใช้น้ำเป็นตัวแปรสำคัญ  มากทีเดียว
คงต้องตามข่าวอย่างใกล้ชิกมากขึ้น


แต่ดูเหมือน etylene  ไตรมาสสามจะมีการปรับตัวสูง
ขึ้นเหมือนกันคับ

อืม  จะเป็นไงต่อละคับ


hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Wed Sep 14, 2005 6:42 pm



hot
Verified User
Posts: 6853
Joined: Mon Nov 17, 2003 5:40 pm

Posts by hot » Wed Sep 14, 2005 8:44 pm

http://www.set.or.th/set/newsdetails.do ... 9578760000

บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอเรียนให้ทราบว่า การขาดแคลนน้ำดังกล่าวคาดว่าจะมี
ผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ค่อนข้างจำกัด เนื่องจาก
บริษัทมีระดับสินค้าคงคลังรองรับอยู่ และมีการนำเข้าสินค้าสำหรับลูกค้าเพื่อทดแทนการผลิตที่ลดลง


ราคาpvc ต่ำสุด685 $   -650 เดือนมิถุนายนต้นเดือน

อืม ถ้ามีการนำเข้ามาสต๊อกไว้ที่ราคาแถวนี้ไว้เยอะ  

ถึงแม้ไม่ได้ผลิตเอง ก็มี่ส่วนต่างกำไรเหมือนกัน แฮะ  

เดายากคงต้องให้ผลกำไรออกมา  ว่ากำไรเป็นอย่างไร :shock:


User avatar
ply33
Verified User
Posts: 592
Joined: Thu Nov 02, 2006 4:44 pm

Posts by ply33 » Fri Feb 02, 2007 10:30 am

VNT ผลิตวีซีเอ็ม คลอรีนและอีดีซีส่วนขยาย หนุนติดอันดับต้นผู้ประกอบการอุตฯไวนิล

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 2 กุมภาพันธ์ 2550 10:20 น.


      VNT แจ้งความสำเร็จจากการ ขยายกำลังการผลิตโครงการ วีซีเอ็ม คลอรีน และอีดีซี แล้ว ส่งผลให้บริษัทสามารถเพิ่มกำลังการผลิตโซดาไฟ ซึ่งเป็นผลผลิตพลอยได้ อยู่ที่ 266,000 ตันต่อปี ซึ่งรองรับความต้องการภายในประเทศ โดยส่วนที่เหลือบริษัทฯจะทำการส่งออก เชื่อจากนี้หนุนให้เป็นผู้ประกอบการอันดับต้นของอุตสหกรรมไวนิลในภูมิภาค
     
      นายกุนเธอร์ วิลแฮล์ม นาโดนี่ กรรมการ บริษัทวีนิไทย จำกัด (มหาชน) (VNT) ได้ดำเนินการขยายกำลังการผลิตวีซีเอ็ม รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตของคลอรีนและอีดีซี ตามที่ได้รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบแล้วนั้น
     
      บัดนี้บริษัทฯได้ดำเนินการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ต่างๆเสร็จสิ้นแล้วโดยบริษัทฯได้ประสบผลสำเร็จในการทดลองดำเนินการผลิตวีซีเอ็ม คลอรีน และอีดีซี ในเดือนธันวาคม 2549 และสามารถดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลังในช่วงต้นปี 2550
     
      ทั้งนี้ VNT ประสบความสำเร็จในการเริ่มดำเนินการเพิ่มกำลังการผลิต ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 บริษัทฯ ได้ขยายกำลังการผลิตวีซีเอ็มเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตที่มีลักษณะการผลิตที่ครบวงจร โดยเพิ่มกำลังการผลิตคลอรีนและอีดีซี อีกเท่าตัว สำหรับโรงงานบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ด้วยเงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 4,600 ล้านบาท
     
      การก่อสร้างได้ดำเนินการแล้ว เมื่อกลางปี 2548 และได้ประสบความสำเร็จในการทดลองดำเนินการผลิตในเดือนธันวาคม 2549 ซึ่งเมื่อต้นปี 2550 VNT สามารถดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง ด้วยกำลังการผลิตคลอรีน 240,000 ตันต่อปี การผลิตอีดีซี 320,000 ตันต่อปี การผลิตวีซีเอ็ม 400,000 ตันต่อปี
     
      ทั้งนี้ การขยายกำลังการผลิตดังกล่าว ส่งผลให้มีความสามารถเพิ่มกำลังการผลิตโซดาไฟ ซึ่งเป็นผลผลิตพลอยได้ อยู่ที่ 266,000 ตันต่อปี ซึ่งรองรับความต้องการภายในประเทศ โดยส่วนที่เหลือบริษัทฯจะทำการส่งออก
     
      โดย VNT เชื่อมั่นว่าการขยายกำลังการผลิตดังกล่าว ซึ่งมีการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุด ด้วยความมีประสิทธิภาพสูงสุดของโรงงานและการมีมาตรฐานสูงในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งเสริมให้บริษัทฯดำรงสถานะความเป็นผู้ประกอบการอันดับต้นๆ ในอุตสาหกรรมไวนิลในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ด้วย
     
      สำหรับ บริษัท วีนิไทย จำกัด(มหาชน) เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯประกอบด้วย บริษัท โซลเวย์ เอส. เอ. จากประเทศเบลเยียม (ร้อยละ 49.99) บริษัท ปตท. เคมิคอลจำกัด (มหาชน) จากประเทศไทย (ร้อยละ 24.98) และกลุ่มบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ จากประเทศไทย (ร้อยละ 11.43)

0--- ฉลามเสือดาว ล่องลอยไปในทะเลกว้างใหญ่ ---0

Saitthasak
Verified User
Posts: 174
Joined: Fri Oct 01, 2004 9:50 pm

Posts by Saitthasak » Thu Mar 29, 2007 10:17 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยประจำปี(F45-3)
                         บริษัท วนชัย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

                                              ตรวจสอบ
                                            (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
                                              งวด 1 ปี
              ปี                            2549            2548

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                    712,827     760,401
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.55     0.58

 ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
     ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

      "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
       จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
       ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                               ( นายวรรธนะ เจริญนวรัตน์ )
                              ตำแหน่ง กรรมการ
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


Saitthasak
Verified User
Posts: 174
Joined: Fri Oct 01, 2004 9:50 pm

Posts by Saitthasak » Thu Mar 29, 2007 10:30 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ประจำปี(F45-1)
                            บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)

                                              ตรวจสอบ
                                            (หน่วย : พันบาท)
                                           สิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม
                                              งวด 1 ปี
              ปี                                                    2549                  2548
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                          464,805        2,390,413
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)          0.39              2.39

 ประเภทของความเห็นของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน :
     ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

      "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้
       จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้น
       ฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                                 ( นางวรัยพร  พิพิธพัฒนาปราปต์ )
                              ตำแหน่ง รองกรรมการผุ้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี
                                                      ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


User avatar
pocoyo
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Aug 15, 2006 4:34 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ไตรมาสที่1(F45-2)

Posts by pocoyo » Thu May 03, 2007 5:03 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.ไตรมาสที่1 บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                                     (หน่วย : พันบาท)
                                            สิ้นสุดวันที่  31 มีนาคม
งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                                                 2550              2549
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                             (28,395)          102,936
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)             (0.02)               0.09


 งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                               ไตรมาสที่ 1
              ปี                                          2550              2549

     กำไร (ขาดทุน) สุทธิ                      (24,562)          95,160
     กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)        (0.02)            0.08

 ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
     ไม่มีเงื่อนไขและไม่มีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                                 ( นางวรัยพร พิพิธพัฒนาปราปต์ )
                              ตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงินและบัญชี
                                                ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ

2 พฤษภาคม 2550
เรื่อง :       คำอธิบายและการวิเคราะห์งบการเงินของฝ่ายจัดการ (MD&A) สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2550
เรียน:        กรรมการและผู้จัดการ
                 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทฯ ขอเรียนเสนอคำอธิบายและการวิเคราะห์ผลประกอบการและสถานะทางการเงินของฝ่ายจัดการ
(MD&A) สำหรับไตรมาส 1 ปี 2550 เพื่อให้นักลงทุนสามารถทำความเข้าใจงบการเงินที่ยังไม่ได้ตรวจสอบแต่
สอบทานแล้วของบริษัทฯ ได้ดียิ่งขึ้น

ผลการดำเนินงาน

                                                                              งบการเงินที่แสดงเงินลงทุนตามวิธีส่วนได้เสีย
                                                                                     ไตรมาส 1
(หน่วย: ล้านบาท)                                               2550                  2549            % การเปลี่ยนแปลง

ยอดขายรวม                                                     2,676                  1,835                  45.8%
       พีวีซี                                                        1,515                  1,489                    1.8%
      วีซีเอ็ม                                                       624                        0                        N.A.
      โซดาไฟและอื่นๆ                                        537                     346                    55.2%

รายได้อื่นๆ                                                         25                        39                    -35.9%

ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานรวม                          (2,709)                  (1,754)                  54.5%

       ต้นทุนขาย                                               (2,535)                  (1,553)                  63.2%

                   กำไรขั้นต้น                                    141                        282                      -50.0%

       ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร                    (170)                        (147)                     15.6%

      ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน                         0                            (54)                        N.A.

      ค่าใช้จ่ายอื่นๆ                                             (4)                            0                           N.A.

ดอกเบี้ยจ่าย                                                      (20)                        (16)                        25.0%

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ                                            (28)                        103                        -127.2%


1.      ผลการดำเนินงาน

บริษัทฯ มียอดขายรวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2550  เท่ากับ 2,676  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 841 ล้านบาท หรือร้อยละ
45.8  เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายรวม  1,835  ล้านบาทของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก
บริษัทฯมีรายได้จากการขายวีซีเอ็ม และโซดาไฟเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2550 จำนวน 624 ล้านบาท และ 194
ล้านบาทตามลำดับเนื่องจากบริษัทฯสามารถดำเนินการผลิตของโครงการขยายการผลิตวีซีเอ็ม  คลอรีน และ
อีดีซี ได้อย่างเต็มกำลังในช่วงต้นปี 2550

บริษัทฯ มีต้นทุนขายในไตรมาส 1 ปี 2550  เพิ่มขึ้นเป็น 2,535  ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 1,553  ล้านบาทในไตร
มาส 1 ปี 2549  หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 63.2  ต้นทุนขายที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากการเพิ่มของปริมาณขายจาก
โครงการขยายการผลิต  ราคาเอธิลีนที่ปรับตัวสูงขึ้นมากเนื่องจาก ผู้ผลิตเอธิลีนในประเทศ ได้หยุดดำเนิน
การผลิตเพื่อซ่อมบำรุงและขยายกำลังการผลิตเป็นเวลา 2 เดือน  ภาวะตึงตัวของเอธิลีนในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ทำให้ราคาเอธิลีนสูงขึ้น  บริษัทฯ ได้รับเอธิลีนในปริมาณที่ลดลงจึงไม่สามารถดำเนินการ
ผลิตได้เต็มกำลังการผลิต    ทั้งหมดนี้ยังผลให้กำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 1 ปี 2550  เท่ากับ 141 ล้านบาทลด
ลงร้อยละ 50 เปรียบเทียบกับกำไรขั้นต้นจำนวน 282  ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2549

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 170  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15.6  จากเดิม 147
ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2549 ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านการจัดส่งที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณการส่งออกพีวี
ซีและโซดาไฟที่เพิ่มขึ้น

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2550 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 28 ล้านบาท หรือลดลงคิดเป็นร้อยละ 127.2 เมื่อเทียบกับ
กำไรสุทธิจำนวน 103 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2549 สาเหตุสำคัญมาจากวัตถุดิบหลักคือเอธิลีนที่ทำให้ต้นทุน
สูงขึ้นมากตามที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น

2.      สถานะทางการเงิน

2.1       สินทรัพย์

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 15,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 48 ล้านบาท จาก
จำนวน 15,571 ล้านบาท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ดังมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ที่สำคัญดัง
ต่อไปนี้:

*      เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงประมาณ 506 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นการชำระเงินที่ใช้ใน
       โครงการขยายการผลิตและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
*      ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 340 ล้านบาทเนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
*      สินค้าคงเหลือสุทธิเพิ่มขึ้น 161 ล้านบาท
*      ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 48  ล้านบาท เป็นผลมาจากการลงทุนในโครงการเพิ่มกำลังการผลิตผง
       พลาสติกพีวีซี

2.2       หนี้สิน

ณ 31 มีนาคม 2550  บริษัทฯ มีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 3,449  ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 71  ล้านบาท จากจำนวน
3,378  ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2549  โดยมีการเปลี่ยนแปลงในหนี้สินที่สำคัญคือ  บริษัทฯมีเงินกู้ระยะสั้น
จำนวน 200 ล้านบาท เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนอื่นลดลง 143 ล้านบาท

2.3      ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2550  ส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 12,170  ล้านบาท ลดลง 23  ล้านบาท จากจำนวน 12,193
ล้านบาท ณ 31 ธันวาคม 2549 ทั้งนี้บริษัทฯมีผลขาดทุนสุทธิจำนวน 28 ล้านบาทในไตรมาส 1 ของปี 2550

3.       งบกระแสเงินสด

สำหรับงวดสิ้นสุด ณ 31 มีนาคม 2550 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือจำนวน 122.5 ล้าน
บาท ลดลง 506.1 ล้านบาท เมื่อเปรียบกับจำนวน 628.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2549 ดังมีรายละเอียดการ
เปลี่ยนแปลงดังต่อไปนี้:

กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการดำเนินงาน          (473.7)  ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน                (232.4)  ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน               200.0   ล้านบาท
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ               (506.1)  ล้านบาท

4.       อัตราส่วนทางการเงิน
                                                                  ไตรมาส 1
                                                       2550            2549
อัตรากำไรขั้นต้น                                5.3%            15.4%
อัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิ                     (1.1)%            5.6%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น       0.28                0.16
กำไร(ขาดทุน)ต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน            (0.02)               0.09

อัตรากำไรขั้นต้น      =      กำไรขั้นต้น (รายได้จากการขายหักต้นทุนขาย) ต่อ รายได้จากการขาย
อัตรากำไรสุทธิ        =       กำไรสุทธิ ต่อ รายได้จากการขาย
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น      =      หนี้สินรวม ต่อ ส่วนของผู้ถือหุ้น

                                                    ขอแสดงความนับถือ


                                            (นายกุนเธอร์ วิลแฮล์ม นาโดนี่)
                                                   กรรมการผู้จัดการ


User avatar
pocoyo
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Aug 15, 2006 4:34 pm

งบกระแสเงินสด อ่อนแอมาก

Posts by pocoyo » Thu Aug 23, 2007 5:50 am

รบกวนท่านผู้สนใจฝน VNT ให้ทัศนงบกระแสเงินสดงวด 6 เดือน 2007 ด้วยครับ ผมพึ่งจะเข้ามาดู รู้สึกงบกระแสเงินสดอ่อนแอมาก


ลูกหนี้การค้า - กิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน เพิ่มขึ้นประมาณ 700 ล้านบาท

สินค้าคงเหลือ เพิ่มขึ้นประมาณ 180 ล้านบาท

กระแสเงินสดจากการดำเนินการ (งวด 6 เดือน) ติดลบประมาณ 8 ล้านบาท

VI Apprentice

chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

news08/10/07

Posts by chartchai madman » Mon Oct 08, 2007 6:18 pm

ดีบีเอสฯ-แนะนำ "ซื้อ" VNT

VNT - ซื้อ (เดิม Fully Valued)
ราคาปิด 8.30 บาท  ราคาตามพื้นฐาน 9.60 บาท


ราคา PVC ปรับขึ้นเหนือ 1 พันเหรียญสหรัฐต่อตัน
         -  ราคา PVC HK Spot ปรับขึ้นมาแล้ว 11%YTD ขณะที่ราคา Ethylene ซึ่งเป็นวัตถุดิบขยับขึ้นเพียง 2%YTD โดยไตรมาสที่ราคา PVC HK Spot ขยับขึ้นแรง คือ 2Q-3Q50 (+9%QoQ และ 7%QoQ) แต่ราคา Ethylene ทรงตัวถึงลดลง (-6%QoQ และ +6%QoQ) ยังผลให้คาดว่าผลประกอบการใน 3Q50 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากครึ่งปีแรก ประกอบกับโรงงาน PTTCH ที่มีปัญหาทางเทคนิคและไม่สามารถจัดหา Ethylene ให้กับ VNT ได้อย่างเพียงพอใน 1H50 ได้เข้าสู่ภาวะปกติใน 3Q50 ทำให้ VNT ไม่ต้องนำเข้าในราคาแพงเป็นจำนวนมาก ต้นทุนก็จะลดลง
         - ปี 51 ผลดำเนินงานเติบโตก้าวกระโดด โดยหลักมาจาก 1) ปริมาณขาย PVC เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตและเข้าซื้อกิจการบริษัทเอเพ็ค ปิโตรเคมีคอล และสามารถใช้ VCM ที่ขยายกำลังการผลิตมาใช้ผลิต PVC ได้เกือบเต็มที่ตั้งแต่ต้น 3Q50 เป็นต้นไป และ 2) มาร์จิ้นเฉลี่ยที่สูงขึ้น
        -  ปรับคำแนะนำจาก Fully Valued เป็น ซื้อ เนื่องจากผลดำเนินงานมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเติบโตได้ต่อเนื่องในปี 51 ให้ราคาตามพื้นฐาน 9.60 บาท อิงกับ PBV ปี 51 เท่ากับ 0.85 เท่า ซึ่งมี Upside จากราคาปิดวันศุกร์ 16% คาดการณ์ Dividend Yield ปี 50 เท่ากับ 1.6%

        โดยบริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ประจำวันที่ 8 ตุลาคม 2550
http://www.thunhoon.com/home/


User avatar
pocoyo
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Aug 15, 2006 4:34 pm

Deal เข้าซื้อกิจการบริษัทเอเพ็ค ปิโตรเคมีคอล ยังไม่จบ?

Posts by pocoyo » Fri Oct 12, 2007 3:09 am

ทราบข่าวจากเพื่อน ที่โทรไปคุยกับ IR มา พบว่า เข้าซื้อกิจการบริษัทเอเพ็ค ปิโตรเคมีคอล ยังไม่จบ เดิมคาดว่าจะจบในไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมา และในไตรมาส 4 จะถือหุ้นทั้งหมดใน เอเพ็ค (รายได้ในไตรมาส 4 ก็คงมากขึ้นไปด้วย) กลายเป็นคาดว่าเรื่องการซื้อกิจการคงจะแล้วเสร็จในไตรมาส 4 (แล้วถ้า Deal ไม่ OK ละทำไง? ลงทุนไปบ้างแล้ว)

หมายเหตู เพื่อนบอกว่า IR บริษัทนี้ ตอบคำถามนักลงทุนแบบไม่ให้ข้อมูล อไรเพิ่มเติมเลย ผมเองเคยส่ง Mail ไปถาม 2 ครั้ง ไม่ตอบทั้ง 2 ครั้ง

VI Apprentice

Oatarm
Verified User
Posts: 1266
Joined: Fri Apr 29, 2005 1:51 pm

Posts by Oatarm » Fri Oct 12, 2007 12:44 pm

เคยถือตัวนี้ไว้เหมือนกัน  โทรไปหา IR ถามเรื่อง PTT จะเข้าซื้อหุ้น VNT ตอนนั้น  IR  ตอบแบบกั๊กๆ  เหมือนไม่อยากคุยด้วยซะงั้น  กอปรกับ อาการไม่คอ่ยดี  ผมเลย say goodbye กับแดนสนธยาแห่งนี้


Mr. Boo
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 1841
Joined: Sat Oct 01, 2005 9:36 pm

Posts by Mr. Boo » Mon Dec 03, 2007 10:20 pm

"วีนิไทย" ล้มแผนซื้อไลน์ผลิตเอเพ็ค


   นายสมพจน์ ชีรนรวนิชย์ ผู้ช่วยรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)(บมจ.) เปิดเผยว่า สัญญาซื้อขายทรัพย์สินในส่วนของไลน์การผลิตผงพลาสติกพีวีซีมูลค่า 3,250 ล้านบาท ขนาดกำลังการผลิต120,000 ตันต่อปี ระหว่างบมจ.วีนิไทยฯและบริษัท เอเพ็คปิโตรเคมิคอล จำกัด ได้สิ้นสุดลงแล้วโดยไม่มีการขยายระยะเวลาเนื่องจากเอเพ็คปิโตรฯไม่สามารถดำเนินการโอนทรัพย์สินให้กับบมจ.วีนิไทยได้ภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2550 ตามสัญญา

   ด้านสาเหตุที่ทำให้เอเพ็คปิโตรฯไม่สามารถโอนไลน์ผลิตผงพลาสติกพีวีซีได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดนั้นเนื่องจากทรัพย์สินดังกล่าวยังคงติดภาระจำนองกับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แผนการเป็นผู้ผลิตผงพลาสติกพีวีซีครบวงจรของบมจ.วีนิไทยไม่เป็นไปตามกำหนดเดิมคือภายในปี 2552 จากที่คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้น 1 ปีหรือภายในปี 2551ทันทีที่มีการรับซื้อไลน์การผลิตผงพลาสติกพีวีซีจากเอเพ็คปิโตรฯ

   สำหรับแผนการเป็นผู้ผลิตผงพลาสติกพีวีซีครบวงจรของบมจ.วีนิไทยคือการขยายกำลังการผลิตผงพลาสติกพีวีซีจากปัจจุบัน 210,000 ตันต่อปีเป็น 400,000 ตันต่อปีเพื่อให้เป็นผลผลิตต่อเนื่องจากโรงงานผลิตวีซีเอ็ม (VCM) ซึ่งเป็นวัตถุดิบในการผลิตผงพลาสติกพีวีซีของบมจ.วีนิไทยที่ผลิตได้ทั้งสิ้น 400,000 ตันต่อปี โดยในส่วนของกำลังการผลิตผงพลาสติกพีวีซีที่ยังขาดอีกประมาณ 190,000 ตันต่อปีนั้นขณะนี้ก็ได้มีการลงทุนขยายกำลังการผลิตผงพลาสติกพีวีซีอีก 70,000 ล้านตันต่อปีและคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จและเดินหน้าผลิตได้ในปีช่วงกลางปี 2551

   อย่างไรก็ตาม จากการที่แผนการซื้อไลน์ผลิตผงพลาสติกพีวีซีจากเอเพ็คฯไม่ประสบความสำเร็จนั้นบมจ.วีนิไทยจึงอยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะลงทุนขยายกำลังการผลิตผงพลาสติกพีวีซีจำนวน120,000 ตันต่อปีขึ้นเอง หรือพิจารณาซื้อกิจการจากผู้ผลิตผลพลาสติกพีวีซีรายอื่น โดยคาดว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะได้ข้อสรุปภายในเร็วๆนี้

   นายสมพจน์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของตลาดผงพลาสติกพีวีซีอีกว่า ยังคงมีแนวโน้มที่ดีโดยเฉพาะการส่งออกเนื่องจากความต้องการในตลาดต่างประเทศยังมีค่อนข้างมากโดยเฉพาะประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะที่สถานการณ์ภายในประเทศคาดว่าความต้องการผงพลาสติกพีวีซียังคงมีอย่างต่อเนื่องเช่นกัน (ฉบับประจำวันที่ 29 พ.ย. - 1 ธ.ค. 50)





เลขที่ข่าว 580079  
วันที่ 29/11/2550  
หนังสือพิมพ์[หน้า] ฐานเศรษฐกิจ [13]


from BOL

Rabbit VS. Turtle

User avatar
pocoyo
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Aug 15, 2006 4:34 pm

ทำไมราคา VNT ตกแรงแบบไม่มี Floor ครับ

Posts by pocoyo » Tue Jan 22, 2008 10:19 pm

จากต้นปีที่ราคา 7.90 ลดลงมาเหลือ 6.75 แล้ว ไม่ทราบว่ามีปัจจัยอะไรเปลื่ยนแปลงไป รบกวนขอข้อมูลเพื่อนนักลงทุน (ตอนนี้น้ำก็ไม่ท่วม ผมกับเพื่อนค้างอยู่ยอดต้นตาล)

VI Apprentice

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 9:31 am

ชื่อบริษัทที่ออกหลักทรัพย์ : บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ : ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี  คือ ผลิตภัณฑ์ผงพลาสติกพีวีซี  
โซดาไฟ และผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นจากการผลิตผลิตภัณฑ์พีวีซี

ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงาน :
เลขที่ 2 ถนนไอ-สาม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21150
โทรศัพท์ : 0-3868-3112,  0-3892-5000 โทรสาร : 0-3868-3048

ที่ตั้งสำนักงานติดต่อทางธุรกิจ :
ชั้น 14 อาคารกรีนทาวเวอร์  เลขที่ 3656/41
ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ : 0-2240-2425-38, 0-2229-9100 (30 สาย)
โทรสาร : 0-2240-1383, 0-2240-1386, 0-2240-1375

เลขทะเบียนบริษัท : 0107536000846  
Home Page : www.vinythai.co.th

ค่าสถิติสำคัญ (ณ วันที่ 31 ม.ค. 2551)

ราคาปิด : 6.90 บาท
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ล้านบาท) : 8,177.83

P/E (เท่า) : 21.23
P/BV(เท่า) : 0.66
อัตราเงินปันผลตอบแทน (%) : 1.74

กลุ่มอุตสาหกรรม : สินค้าอุตสาหกรรม
หมวดธุรกิจ : ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
วันที่เข้าซื้อขายวันแรก : 23 ก.พ. 2538

รายละเอียดเกี่ยวกับทุน
ราคาพาร์ : 6.00 บาท

หุ้นสามัญ  
ทุนจดทะเบียน : 7,111,160,664.00 บาท
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว : 7,111,160,664.00 บาท

หุ้นบุริมสิทธิ  
ทุนจดทะเบียน   -
ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว   -

ข้อจำกัดหุ้นต่างด้าว : 65.00000 %

วันปิดรอบบัญชี : 31/12

นโยบายเงินปันผล :
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิหลังภาษีและสำรองตามกฎหมาย

รายชื่อกรรมการล่าสุด

รายชื่อกรรมการ ตำแหน่ง
นายแพทย์คริสเตียน เดอ สลูเวอร์ ประธานกรรมการ
ดร.โชคชัย อักษรนันท์ ประธานกรรมการบริหาร
นายกุนเธอร์ วิลแฮล์ม นาโดนี่ กรรมการผู้จัดการ
ดร.โชคชัย อักษรนันท์ กรรมการ
นายชาร์ค แวน ริกเคอเวอร์แซล กรรมการ
นายฌอง-ปิแอร์ เพลสก้า กรรมการ
นายโดมินิค ดุสสาร์ด กรรมการ
นายอดิเทพ พิศาลบุตร์ กรรมการ
นางพันธ์ทิพ อึ๊งผาสุข กรรมการ
นายโอลิวิเยร์ ดู รัว เดอ บริคเก้ กรรมการ
นายแอนดรูร์ ลิโอนาร์ด คัมมิ่ง กรรมการ
นายสหัสชัย พาณิชย์พงศ์ กรรมการ
นางสาวรพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ กรรมการอิสระ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล กรรมการอิสระ
นายพจน์ วิเทตยนตรกิจ กรรมการอิสระ
ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ กรรมการอิสระ
นายพจน์ วิเทตยนตรกิจ ประธานกรรมการตรวจสอบ
นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล กรรมการตรวจสอบ
ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ กรรมการตรวจสอบ

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 9:34 am

บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ประกอบด้วยบริษัท โซลเวย์ จำกัด จากประเทศเบลเยี่ยม
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของโลก บริษัทปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และ เครือเจริญโภคภัณฑ์
เพื่อประกอบธุรกิจการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลัก
คือ ผงพลาสติกพีวีซี (ชนิดซัสเพนชั่นและชนิดอิมัลชั่น) และโซดาไฟ

ลูกค้าพีวีซีของบริษัทฯ แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ
คือ ลูกค้าภายในประเทศ และลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 70 : 30  
กลุ่มลูกค้าสำคัญที่ใช้ผลิตภัณฑ์ผงพลาสติกพีวีซีชนิดซัสเพนชั่นของบริษัทฯ
คือกลุ่มผู้ผลิตท่อและข้อต่อ ซึ่งนำไปใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างเป็นหลัก และกลุ่มผู้ผลิตแผ่นฟิล์มและชีท
ส่วนลูกค้าหลักที่นำผลิตภัณฑ์ผงพลาสติกพีวีซีชนิดอิมัลชั่นของบริษัทฯ ไปใช้งาน คือ กลุ่มผู้ผลิตหนังเทียม และผ้าใบ
สำหรับตลาดต่างประเทศที่สำคัญของบริษัทฯ ได้แก่ จีน นิวซีแลนด์ แคนาดา มาเลเซีย
และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

วัตถุดิบหลักที่ใช้ในกระบวนการผลิตพีวีซี ได้แก่ เกลือ ไฟฟ้า และเอธิลีน
ซึ่งบริษัทฯ สามารถจัดหาจากแหล่งภายในประเทศได้เป็นจำนวนที่แน่นอนและเพียงพอต่อความต้องการของบริษัทฯ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจะนำเข้า    อีดีซี หรือ วีซีเอ็มขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและแผนการผลิตของบริษัทฯ ในขณะนั้น

ในช่วงต้นปี 2550 บริษัทฯสามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มกำลังสำหรับโครงการขยายกำลังการผลิตวีซีเอ็ม คลอรีน และอีดีซี
สำหรับโครงการเพิ่มกำลังการผลิตผงพลาสติกพีวีซี บริษัทฯจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณกลางปี 2550
และคาดว่าการดำเนินการผลิตส่วนเพิ่มจะเริ่มต้นผลิตได้กลางปี 2551
ทั้งหมดดังกล่าว จะส่งเสริมให้บริษัทฯ ดำรงสถานะความเป็นผู้ประกอบการอันดับต้นๆในอุตสาหกรรมไวนิลในภูมิภาคนี้
บริษัทฯ คาดว่า ก็น่าจะเป็นโอกาสที่บริษัทฯจะสามารถสร้างผลประกอบการที่ดี และมีการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 1:45 pm

กำลังการผลิตปี 2551

คลอรีน 240,000 ตันต่อปี

อีดีซี 320,000 ตันต่อปี

วีซีเอ็ม 400,000 ตันต่อปี

โซดาไฟ 266,000 ตันต่อปี

พีวีซี 210,000 ตันต่อปี
ขยายเพิ่ม 70,000 ตัน คาดว่าแล้วเสร็จกลางปี 2551
และมีโครงการจะผลิตให้ได้ 400,000 ตันในอนาคต
โดยในส่วนที่ยังขาดอีก 120,000 ตัน อาจมาจากการซื้อกิจการหรือลงทุนขยายเพิ่มเอง

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 2:12 pm

คัดลอกจาก Vinythai Today No. 26 May-August 2007


MANAGING DIRECTOR ' S Message
Mr. Guenther Wilhelm Nadolny


Vinythai had a difficult start to 2007. Business in the
first half of the year was mainly influenced by a shortage
of ethylene in February and March and continuing into
April. This not only meant that the company faced higher
prices for ethylene but also prevented us from making full
use of our newly-installed caustic soda, chlorine and
vinylchloridemonomere (VCM) production capacity. Nevertheless, the situation
improved significantly in May and June, thereby enabling us to achieve a much
improved result in the second quarter. Since then, we have seen very positive
developments, with sharply increased market demand for our products, especially
including PVC and NaOH.


The outlook for the second half of 2007 is also very positive. Not only should
we be able to run our expanded plant at full capacity and sell all the output but the
general state of the worldwide PVC market should continue to see solid growth,
especially in Asia. New rules governing exports from China and rising costs of
carbide and electricity inputs in acetylene-based PVC production are reducing the
competitiveness of Chinese products in international markets and aiding a
competitive come back for ethylene-based PVC production. The company will need
to continue to work on its competitiveness but our increased capacity has already
helped us to a strengthened position.



With the objective of becoming a fully-integrated producer of 400 kt of PVC,
we look forward to continued growth, whether through internal investment such as
in Inthanon PVC capacity expansions (Inthanon 1,2 and 3) or acquisitions.


We are also looking into expansions of our caustic soda and chlorine business,
related with the announced project of Solvay for a 100 kt production unit of
Epichlorhydrine, an important raw material in the production of epoxy resins.


Meanwhile, Vinythai will continue to invest for growth while diversifying its
customer base in all product categories.


In conclusion, our growth strategy, based on our projections of demand from
current and prospective markets and customers, is proving appropriate and successful.


The continued commitment and efforts of all staff and stakeholders in support
of the company, coupled with our ongoing investments, will ensure the continuation
of this success which should be to the benefit of everyone concerned.

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 2:39 pm

Price trends in Asia for the week of January 7, 2008


ETHYLENE Image

Ethylene prices in Asia peaked to new highs, settling at US$1310/MT in the week of January 7, 2008. Spot prices have seen robust gains, rising on a combination of strong crude values on one hand and consistently firm demand on the other. South Korean suppliers have sustained selling offers above US$1,300/MT FOB Korea levels, as supply situation remains tight on account of an unplanned outage at Mitsubishi Chemical's 450,000 tpa No.2 cracker. On account of the supply paucity caused by this outage, ethylene cargoes from South Korea for January arrival, have been diverted to Japan. Similar volumes for Japan for February are expected to yield a pressure on prices. Interestingly, buying intentions from Taiwan remained bearish in anticipation of an ethylene supply glut from Iran's recently started 1 mln tpa Olefin-9 in Assaluyeh, currently running at 50% capacity.


PVC Image

Absence of definitive offers has led to low level of activity in the Asian PVC market, keeping prices stagnant at US$1000/MT. Deals in the region from Asian producers were heard concluded last weeks levels. Robust market conditions for feedstock ethylene and VCM will keep PVC prices on the rise for the next few weeks of January 2008.

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 2:41 pm

Price trends in Asia for the week of January 14, 2008


ETHYLENE Image

Ethylene prices in Asia witnessed a sharp hike of almost fifty dollars to US$1360/MT in the week of January 14, 2008. An unplanned shutdown at Taiwans' largest cracker has caused a supply crunch. Formosa's no.3 cracking unit with a 1.2 mln tpa capacity has been shutdown for about a fortnight due to a leakage that occurred in a pipeline connected to the boiler, leading to very restricted supply. This is expected to continue in the next few weeks of January as well as February. It is also estimated that mechanical problems at Formosa's 700,000 tpa No.1 cracking unit have forced the plant to run at 85% capacity. Also, supply from the Middle East region has been affected due to reduced running rates at crackers in Iran due to shortage of gasoline supply, on account of a government decision to use natural gas as heating gas in winter.



PVC Image

Poly Vinyl Chloride prices in Asia rose to US$1020/MT in the week of January 14, 2008. A scenario of restricted supply to some extent along with higher feedstock costs, particularly from Asian producers, has led to this price hike. PVC offers by Japanese and Korean producers toward China- the main Asian consumer, have been delayed for February shipment. However, deals with non-Asian countries were transacted at higher levels of US$1030/MT FOB Korea.

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 2:42 pm

Price trends in Asia for the week of January 21, 2008


ETHYLENE Image

Ethylene prices in Asia spiked to US$1450/MT in the week of January 21, 2008, as unplanned plant shutdowns continued in the region on one hand and robust demand persisted in the region, on the other hand. Adding to the supply woes have been the ongoing shutdown at Mitsubishi Chemicals' Kashima cracker, the unplanned outage at Chandra Asri's 590,000 tpa cracker (Indonesia) caused by power failure, along with reduced operating rates at PTT Chemical's 505,000 tpa cracker at Map Ta Phut, Thailand due to mechanical problems. Ethylene cargoes from Japan are currently being diverted to Mitsubishi Chemical, predictably until June, hence a supply crunch is expected to continue in the region.


PVC Image

PVC market remained firm in Asia in the week of January 21, 2008, mainly on account of robust demand and a rise in feedstock ethylene and VCM cost. Typical February shipment offers were sustained at the level of US$1030-1050/MT CFR China. Major offers from Japan were sustained at around US$1050/MT CFR China for February shipment against buying intentions pegged almost twenty five dollars lower. Prices in the next few weeks are not anticipated to drop, as the recent supply crunch has led to increased feedstock costs, making a price hike essential for producers who desire to recover costs against pressurized margins.

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Fri Feb 01, 2008 2:44 pm

Price trends in Asia for the week of January 28, 2008
www.plastemart.com


ETHYLENE Image

Ethylene prices in Asia stabilized at last weeks' US$1450/MT in the week of January 28, 2008, as general buying sentiments remained lower than selling offers. A gap of over fifty dollars existed in the ethylene market between selling intentions from S.Korean suppliers and general buying intent in SE Asia region at around US$1350/MT CFR SE Asia. However, subdued buying sentiments in this region did not succeed in dampening the market, as evident from a deal for Iranian cargo was heard done at US$1400/MT CFR SE Asia.



PVC Image

A drastic reduction in PVC exports by the Japanese players due to a scarcity of upstream ethylene feedstock has led to limited supply situation in Asia this week. Restricted availabilities have sustained polyvinyl chloride prices in Asia at US$1035/MT in the week of January 28, 2008. the listless market was a result of limited supplies accompanied by meager activities. Interestingly, some selling intention remains pegged higher by twenty dollars corresponding with rising input costs, despite a lull in demand from China ahead of the approaching Lunar New Year Holiday. It is estimated that prices for February could see an uptrend.

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Sat Feb 02, 2008 2:49 pm

จาก www.plastemart.com
Global PVC consumption and capacity being predominantly influenced by China

Global PVC consumption in 2006 attained a level of 33.5 mln tons, growing by 1.8 mln tons. However, the total capacity addition in 2006 was about 2.3 mln tons, while capacity addition in 2005 was about 3 mln tons. The World consumption pattern is shifting towards Asia. Asia alone accounted for 40% of the total consumption of PVC in 2006. China has a very dominant role with almost 65-66% of the Asian consumption and about 27% of the World consumption. Naturally, China has a tremendous influence on the World trade of PVC.

In 2006, China reached PVC capacity of about 9 mln tons, most of which is based on carbide as feedstock. The carbide route has helped China to match its cost quite impressively to that of the Middle Eastern region. PVC consumption in China in 2006 matched production at 9 mln tons. In fact, China exported almost half a mln ton of PVC in 2006. Interestingly 20% of this export was made to India. China will continue to export PVC until at least 2009, if not until 2010. China leads the world in both production and consumption of polyvinyl chloride (PVC), and demand will rise 8% annually through 2010. Extruded PVC will gain market share. Construction will remain the largest application while packaging uses will surpass the consumer and institutional segment to become the second largest PVC market.

North America has been steadily losing its share to Asia and more so to China, as its share in 2006 dipped to only 21%. Europe is also losing its share in global consumption. 2007 and 2008 will continue to have capacity additions to the tune of over 2 mln tons globally. The capacity addition in the next 5 years will slow down to a level of 1-1.5 mln tons from 2009. The massive capacity additions in China brought the capacity in Asia Pacific up to 50% of the global total in 2006. Capacity will continue to develop to serve the booming construction markets in Asia, increasing the region's proportion of global capacity over time. Capacity in developed regions will remain comparatively stable, whilst developing regions such as Africa and South America will see higher growth. The most significant developments outside Asia will be in the Middle East, where major capacity developments will occur to serve the local supply defecit and develop an export position.
8)  8)  8)  8)  8)

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
bremner
Verified User
Posts: 437
Joined: Sun Jul 29, 2007 11:25 pm

Posts by bremner » Sat Feb 02, 2008 3:16 pm

ขอคัดลอกข้อความบางส่วนในบทวิเคราะห์ของ TPC

ที่เกี่ยวกับมุมมองในตลาด PVC มาฝากครับ
โดย บมจ. หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2550

ราคา PVC ทะลุ 1 พันเหรียญฯ/ตัน กว่า 2 สัปดาห์แล้ว  
 

        ฝ่ายวิจัยได้ตรวจสอบราคา PVC ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1.02 พันเหรียญฯ/ตัน โดยทรงตัวเหนือระดับ 1 พันเหรียญฯ/ตัน มากว่า 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา โดยราคา PVC เฉลี่ยใน 3Q50 (ถึงปัจจุบัน) เท่ากับ 991 เหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้น 8.3% qoq ส่วนราคาเอทิลีนวัตถุดิบขั้นต้นพบว่าอ่อนตัวเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.24 พันเหรียญฯ/ตัน โดยราคาเอทิลีนเฉลี่ยใน 3Q50 (ถึงปัจจุบัน) เท่ากับ 1.18 พันเหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้น 4.3% qoq สำหรับราคา EDC วัตถุดิบขั้นกลาง (เป็นวัตถุดิบหลักของ TPC) ยังทรงตัวที่ 360 เหรียญฯ/ตัน  ซึ่งหากพิจารณา Spread ของ PVC-EDC ปัจจุบันอยู่ที่ระดับสูงถึง 665 เหรียญฯ/ตัน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดย Spread เฉลี่ยของ PVC-EDC ใน 3Q50 (ถึงปัจจุบัน) เท่ากับ 631 เหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้นถึง 13.7% qoq ส่วน Spread เฉลี่ยของเอทิลีนใน 3Q50 (ถึงปัจจุบัน) เท่ากับ 400 เหรียญฯ/ตัน เพิ่มขึ้นถึง 14.8% qoq ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคา PVC ยังเป็นปัจจัยเรื่องของ Demand ของ PVC ที่ปรับตัวสูงขึ้นทั้งในภูมิภาคยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง เอเชียตะวันตก  และอัฟริกา ขณะที่สถานการณ์ด้าน  Supply โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย (ส่วนใหญ่จากจีนที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา) เริ่มลดลง เนื่องจากปัจจัยเรื่องต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในประเทศจีน สำหรับการอ่อนตัวของราคาเอทิลีนในช่วงสั้น น่าจะเป็นผลจาก Supply ของเอทิลีนที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคโดยเฉพาะจาก FPCC ในประเทศไต้หวัน (แต่ปัจจุบันได้เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ขั้นปลายรองรับแล้ว)
โดย บจ.หลักทรัพย์ โกลเบล็ก ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2550

แนวโน้มราคา PVC: เราคาดว่าความต้องการใช้เม็ดพลาสติก PVC ยังมีแนวโน้ม
เติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งมีภาคการก่อสร้างที่ขยายตัวเพื่อรองรับกีฬา
โอลิมปิกปี 2008 และ Asian Game ปี 2010 ที่ประเทศจีนจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเราคาดว่า
จำเป็นต้องใช้พลาสติก PVC สำหรับการก่อสร้างในปริมาณมากภายใน 2-3 ปีข้างหน้า และ
คาดว่าภายในปี 2010 ประเทศจีนจะมีปริมาณความต้องการใช้เม็ดพลาสติก PVC เพิ่มขึ้นปี
ละประมาณ 8% ในขณะเดียวกันประเทศจีนเองก็เร่งสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก PVC
จากถ่านหิน (Coal-Based Acetylene-Carbide technology) ซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่ำและหลาย
ฝ่ายกังวลว่าอาจจะทำให้ราคา PVC ในตลาดเอเชียปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามเรามีมุมมองว่า
การผลิต PVC ของประเทศจีนไม่น่าจะส่งผลต่อราคา PVC ในระยะยาวมากนักเนื่องจากมี
ข้อจำกัดต่างๆ ดังที่เราเคยให้ความเห็นไว้ได้แก่ ต้นทุนค่าขนส่งภายในประเทศที่มีพื้นที่
ขนาดใหญ่เช่นประเทศจีน, ปัญหาเรื่องมลภาวะจากการผลิตด้วยถ่านหิน, และข้อจำกัดด้าน
การผลิตเนื่องจากกระบวนการผลิตด้วยถ่านหินจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้าในกระบวนการผลิต
ค่อนข้างสูง (สูงกว่าการผลิตโดยใช้ Ethylene ประมาณ 3 เท่า) นอกจากนี้จีนยังนำเข้าสุทธิ
Vinyl Chloride ใน 8 เดือนแรกปี 2007 ประมาณ 418 ล้าน USD และเมื่อเร็วๆนี้รัฐบาลจีนได้
ปรับลดนโยบายสนับสนุนการส่งออก PVC โดยผู้ส่งออกจะเสียภาษีสุทธิ 10% (เดิม 4%)
ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าโอกาสที่จีนจะส่งออก PVC ราคาต่ำกว่าตลาดจึงเป็นไปได้ยาก และ
นอกจากประเทศจีนแล้วยังมีความต้องการเม็ดพลาสติก PVC จากประเทศอินเดีย, กลุ่ม
ประเทศแอฟริกา และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก ที่อยู่ในช่วงการพัฒนาประเทศเช่นกัน
ดังนั้นเราจึงคาดว่าแนวโน้มราคาเม็ดพลาสติก PVC ในเอเชียน่าจะทรงตัวในระดับสูงได้
ในช่วง 1 2 ปีข้างหน้าเป็นอย่างน้อย
โดย บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประจำวันที่ 24 ต.ค.2550

ราคา PVC ยังมีแนวโน้มสดใสต่อในปีหน้า


        ผู้บริหารเชื่อว่าแนวโน้มราคา PVC ในปีหน้าจะสามารถยืนเหนือ 900 เหรียญ/ตันได้ จากความต้องการที่ยังแข็งแกร่งจากยุโรป, ตะวันออกกลาง, แอฟริกาใต้และประเทศจีน โดยเฉพาะประเทศจีนซึ่งคาดว่าจะมีการนำเข้ามากขึ้นหลังจากที่ต้นทุนการผลิต PVC ในประเทศ ซึ่งใช้กระบวนการ acetylene process ที่มีการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในกระบวนการผลิต เนื่องจากว่าราคาถ่านหินมีราคาปรับเพิ่มขึ้นมามากถึง 46% ตั้งแต่ต้นปีจาก 51.2 เหรียญ/ตัน มาอยู่ที่ 74.7 เหรียญ/ตัน ในปัจจุบัน ทำให้ต้นทุนการผลิต PVC เพิ่มขึ้นมามาก ส่งผลให้โรงงานหลายแห่งต้องชะลอการผลิตลงทำให้มีการนำเข้ามากขึ้น ซึ่งจากแนวโน้มราคาถ่านหินที่คาดว่าจะยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในปีหน้า ทำให้คาดว่าราคา PVC จะยังได้รับผลบวกต่อเนื่องไปจนปีหน้าด้วย เมื่อบวกกับราคาวัตถุดิบ EDC ที่คาดว่าจะอ่อนตัวลงตามกำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เราคาดว่า spread margin ของบริษัทจะดีขึ้นในปีหน้าด้วย ซึ่งก็หมายความถึงผลกำไรที่จะเติบโตต่อเนื่องในปีหน้า
บล.ไทยพาณิชย์ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550

เราคาดว่าราคา PVC จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงในปีหน้า
(ที่ 954 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกตัน) โดยมีสาเหตุมาจากการแข่งขันน้อยลงหลังจากรัฐบาลจีนประกาศลดอัตราการคืนภาษีส่งออกและผู้ผลิต PVC ที่ใช้ Calcium Carbide ได้รับผลกระทบจากราคาถ่านหินสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ในเวลาเดียวกัน เราก็คาดว่าราคา PVC จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากราคา PVC ยังต่ำกว่าราคา HDPE ส่วนต่างราคาระหว่าง PVC และ HDPE น่าจะแคบลงอย่างต่อเนื่อง
โดย สินเอเซีย 23 มกราคม 2551

แนวโน้มราคา PVC ในปี 51 ยังอยู่ในระดับสูง:
คาดว่าราคา PVC ยังยืนอยู่ในระดับสูงไม่ต่ำกว่า
900 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยราคาเฉลี่ยปี 51 จากต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 1,018 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน โดยมี
ปัจจัยหนุนจาก 1) ความต้องการใช้ PVC ที่ยังเพิ่มต่อเนื่องในจีน ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก โดยเฉพาะ
ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง 2) ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันราคา PVC ไม่ให้ลดต่ำลง เนื่องจากจีน
ใช้ถ่านหินประมาณ 65%-70% ของกำลังการผลิต PVC ในประเทศ ซึ่งราคาถ่านหินที่สูงขึ้นส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์
PVC เพิ่มขึ้นตามต้นทุน และทำให้ราคา PVC ในตลาดเอเชียที่อ้างอิงราคา PVC ในจีน (PVC CFR FE) ยืนอยู่
ในระดับสูงตามไปด้วย และ 3) ราคาเอทิลีนที่สูงขึ้นทำให้ราคาผลิตภัณฑ์ปลายน้ำประเภทโพลิเมอร์ที่ผลิตจากเอทิลีน
สูงขึ้นไปด้วย และช่วยดึงให้ราคา PVC สูงขึ้นตามไปด้วย
8)  8)  8)  8)  8)

"What seems too high and risky to the majority generally goes higher and what seems low and cheap generally goes lower."

User avatar
pocoyo
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Aug 15, 2006 4:34 pm

ขอบคุณ Mr. bremner มากครับ รบกวน ขออีกสักคำถามครับ

Posts by pocoyo » Sat Feb 02, 2008 9:37 pm

Ethylene 1 ตัน ผลิตได้ PVC กี่ตันครับ?

เนื่องจาก Ethylene จะถูกผลิตเป็น EDC
จาก EDC จะถูกผลิตเป็น VCM
จาก VCM จะถูกผลิตเป็น PVC
ผมเลยไม่ทราบว่า Ethylene แพงขึ้นมากจะกระทบต่อกำไรของ VNT มากน้อยขนาดไหน (นึกภาพไม่ออกครับ)

VI Apprentice

Post Reply