CPN

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
CHiNU_Vi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 625
Joined: Mon Jul 16, 2012 2:38 pm

Re: CPN

Posts by CHiNU_Vi » Thu Sep 06, 2012 11:43 am


Always Smiling :)

User avatar
nattachai
Verified User
Posts: 371
Joined: Wed Jan 02, 2008 7:32 pm

Re: CPN

Posts by nattachai » Thu Sep 06, 2012 12:05 pm

CHiNU_Vi wrote:Analysis from Bualuang Research:

http://portal.settrade.com/brokerpage/I ... 905(T).pdf
ปรับ link ให้ครับ
http://bit.ly/Qnnfzp


AREE.SUM
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 26
Joined: Mon Sep 03, 2012 4:26 pm

Re: CPN

Posts by AREE.SUM » Thu Sep 06, 2012 1:44 pm

nutsopon wrote:ในข่าวไม่ได้ระบุว่าcrcเป็นคนซื้อนิครับ

แต่ถ้ามองรูปแบบธุรกิจแล้ว ก็น่าจะเป็นcrcครับ เพราะมีtopเป็นแบบบริษัทในเครือด้วย
ไม่ทราบว่า รายได้ของ CRC นั้นจะรวมเป็นรายได้ของ CPN ด้วยหรือเปล่าเพราะเห็นว่าโรงแรรม The Embassy ตรงชิดลมกำลังสร้างอยู่คะถ้าสร้างเสร็จและเปิดบริการก็น่าจะมีรายได้มากโขอยู่คะ


User avatar
nattachai
Verified User
Posts: 371
Joined: Wed Jan 02, 2008 7:32 pm

Re: CPN

Posts by nattachai » Thu Sep 06, 2012 1:45 pm

AREE.SUM wrote:
nutsopon wrote:ในข่าวไม่ได้ระบุว่าcrcเป็นคนซื้อนิครับ

แต่ถ้ามองรูปแบบธุรกิจแล้ว ก็น่าจะเป็นcrcครับ เพราะมีtopเป็นแบบบริษัทในเครือด้วย
ไม่ทราบว่า รายได้ของ CRC นั้นจะรวมเป็นรายได้ของ CPN ด้วยหรือเปล่าเพราะเห็นว่าโรงแรรม The Embassy ตรงชิดลมกำลังสร้างอยู่คะถ้าสร้างเสร็จและเปิดบริการก็น่าจะมีรายได้มากโขอยู่คะ
แยกกันครับ


User avatar
CHiNU_Vi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 625
Joined: Mon Jul 16, 2012 2:38 pm

Re: CPN

Posts by CHiNU_Vi » Thu Sep 06, 2012 4:48 pm

AREE.SUM wrote:
nutsopon wrote:ในข่าวไม่ได้ระบุว่าcrcเป็นคนซื้อนิครับ

แต่ถ้ามองรูปแบบธุรกิจแล้ว ก็น่าจะเป็นcrcครับ เพราะมีtopเป็นแบบบริษัทในเครือด้วย
ไม่ทราบว่า รายได้ของ CRC นั้นจะรวมเป็นรายได้ของ CPN ด้วยหรือเปล่าเพราะเห็นว่าโรงแรรม The Embassy ตรงชิดลมกำลังสร้างอยู่คะถ้าสร้างเสร็จและเปิดบริการก็น่าจะมีรายได้มากโขอยู่คะ
CRC, CENTRAL CHIDLOM and THE EMBASSY are not in Stock Market krub.

Always Smiling :)

nongnoykung
Verified User
Posts: 402
Joined: Mon Oct 17, 2011 4:02 pm

Re: CPN

Posts by nongnoykung » Thu Sep 06, 2012 5:45 pm

แฉคน “จิราธิวัฒน์” เชื่อแต่ฝรั่งไสหัวผู้บริหารหญิงไทยท้องแก่แล้ว 3 ราย
Image



นางเพชรฤดี เคนนาเมอร์ ในวันที่ต้องอุ้มท้องทำงานบ้าน แทนการทำงานในตำแหน่งผู้จัดการแผนสปาอย่างที่เคย หลังโรงแรมหรูของตระกูลจิราธิวัฒน์บอกเลิกจ้างที่เจ้าตัวเห็นว่าไม่เป็นธรรม

ศูนย์ข่าวภาคใต้ - ปัญหาโรงแรมหรูของตระกูล “จิราธิวัฒน์” บนเกาะสมุยเลิกจ้างสาวท้องแก่ยังยากจบ มีพนักงานทยอยลาออกตามไม่ขาดสาย แถมเรื่องฉาวในอดีตก็ยังตามมาหลอกหลอน เผย “ศุกตา-ทศ” เชื่อแต่ฝรั่งหัวแดง ส่งผลให้มีผู้บริหารหญิงไทยที่ตั้งครรภ์เคยถูกให้ออกโดยไม่รู้ตัวไปแล้วถึง 3 ราย ไม่นับการเล่นพรรคเล่นพวก และดันกิ๊กหนุ่ม GM นั่งผู้จัดการแผนก ด้าน “เพชรฤดี” เดินหน้าป้องเกียรติ และศักดิ์เข้าร้องเรียนทุกหน่วยงานรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องแล้ว

จากกรณีโรงแรมศาลาสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา ในเครือศาลากรุ๊ปของตระกูลจิราธิวัตฒน์ มีหนังสือลงนามโดย Mr.Dick Simarro ผู้จัดการทั่วไปในฐานะผู้รับมอบอำนาจนายจ้าง และมีนายธีรพงษ์ บ่อแก้ว ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล ส่วนภูมิภาค ร่วมลงนามด้วยในฐานะพยาน และผู้ประสานงาน ลงวันที่ 22 ส.ค.2555 บอกเลิกจ้างนางเพชรฤดี เคนนาเมอร์ อดีตผู้จัดการแผนกสปาของโรงแรมที่ตั้งท้องได้ประมาณ 7 เดือน และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.2555 ที่ผ่านมา โดยตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรง ขณะนางเพชรฤดีเห็นว่า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จึงได้ลุกขึ้นต่อสู้ปกป้องเกียรติ และศักดิ์ศรีตนเอง และกลายเป็นข่าวครึกโครมตามที่ “ASTVผู้จัดการภาคใต้” ได้รายงานมาต่อเนื่อง


หนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่างๆ ที่นางเพชรฤดีตะลุยส่งไปขอความช่วยเหลือจากทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง จะเห็นว่ามีการเซ็นรับเรื่องไว้ทั้งหมดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า ภายหลังโรงแรมศาลาสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา บอกเลิกจากนางเพชรฤดีอย่างไม่เป็นธรรม ปรากฏว่า ได้มีพนักงานของโรงแรมทยอยลาออกตามไปบ้างแล้ว โดยเฉพาะพนักงานในแผนกสปาที่เคยร่วมงานกับนางเพชรฤดี ขณะเดียวกัน ทางโรงแรมก็ได้เปิดรับสมัครพนักงานใหม่เพื่อทดแทน ซึ่งก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากของคนบนเกาะสมุย และในแวดวงธุรกิจการท่องเที่ยว

อีกทั้งมีข้อมูลระบุด้วยว่า นางเพชรฤดีไม่ใช่พนักงานตั้งท้องแก่คนแรกที่ถูกบีบให้ออกจากงาน ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีพนักงานตั้งครรภ์ถูกเลิกจ้างแล้วหลายราย โดยในส่วนของผู้บริหารระดับกลางขึ้นไป มีการยืนยันว่า มีอย่างน้อย 3 ราย กล่าวคือ เคยบอกเลิกจ้างระดับผู้บริหารแบบไม่ให้รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อนคนแรกมีตำแหน่งเป็นถึงโฮเทลเมเนเจอร์ (Hotel Manager : HM) หรือระดับเบอร์ 2 ของโรงแรม หลังจากที่ลาคลอดไปแล้วก็มีหนังสือเลิกจ้างส่งตามไปถึงบ้าน ทั้งที่ถือเป็นคนเก่าคนแก่ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก และผู้บริหารคนที่สองก็มีตำแหน่งเป็นถึงระดับผู้จัดการแผนกห้องอาหาร ส่วนผู้จัดการแผนกสปาในครั้งนี้ ถือเป็นคนที่ 3




นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าสนุกปากในหมู่คนวงใน และใกล้ชิดด้วยว่า ต้นตอของปัญหาการเลิกจ้างพนักงานที่เกิดขึ้นบ่อยๆ เป็นผลจากเจ้าของ และผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะนางศุกตา-นายทศ จิราธิวัฒน์ สองสามีภรรยาที่รับหน้าที่กำกับดูแลโดยตรง ให้ความเชื่อมั่นชาวต่างชาติที่จ้างมานั่งบริหารมากกว่าคนไทย แม้ฝรั่งบางคนจะนิยมเผด็จอำนาจ แต่ขอให้ทำตามนโยบาย และสร้างกำไรให้ได้เท่านั้น จึงมีระดับผู้จัดการทั่วไป (GM) ที่มานั่งบริหารในยุคหนึ่งเล่นพรรคเล่นพวก ทำให้เกิดการหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าพนักงานจำนวนมาก โดยเฉพาะในแผนกอาหาร และเครื่องดื่มถึงขั้นบีบคนเก่าออก เพื่อเอากิ๊กหนุ่มของตัวเองมาแทน

สำหรับการลุกขึ้นต่อสู้ปกป้องเกียรติ และศักดิ์ศรีของนางเพชรฤดีนั้น หลังได้รับหนังสือเลิกจ้างก็ได้เดินทางไปร้องเรียนยังหน่วยงาน และองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างๆ เช่น สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี อ.เกาะสมุย สำงานงานอัยการจังหวัดเกาะสมุย และทำหนังสือร้องเรียนลงวันที่ 25 ส.ค.2555 ส่งถึงประธานสมาพันธ์สปาไทย, นายกสมาคมสปาสมุย, ประธานชมรมผู้บริหารงานบุคคลเกาะสมุย, นายกสมาคมท่องเที่ยวเกาะสมุย และนายกสมาคมโรงแรมไทย ซึ่งทุกหน่วยงานมีการเซ็นทราบไว้แล้วด้วย



สำหรับเนื้อหาในหนังสือร้องเรียนมีใจความสำคัญระบุว่า ดิฉัน นางเพชรฤดี เคนนาเมอร์ ผู้จัดการสปาของศาลาสปา โรงแรมศาลาสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา ตั้งอยู่เลขที่ 10/9 หมู่ 5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี 84320 มีความประสงค์ขอยื่นหนังสือฉบับนี้ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมในการเลิกจ้างดิฉันอย่างไม่เป็นธรรม จากหัวหน้าฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ และผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมศาลาสมุย รีสอร์ท แอนด์ สปา ซึ่งเป็นตัวแทนของบริษัท ศาลาสมุย จำกัด โดยยัดเยียดข้อกล่าวหาด้วยความอคติ ซึ่งไม่เป็นความจริง และปราศจากการไต่สวนตามกระบวนการที่ถูกต้อง กล่าวเลิกจ้างดิฉันในขณะที่ดิฉันกำลังตั้งครรภ์ ซึ่งอายุครรภ์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 26 (6 เดือนกว่า) และจะมีอายุการทำงานครบสามปีในอีก 90 วัน (3 เดือน)

การบอกกล่าวเลิกจ้างไม่เป็นธรรมในครั้งนี้ ทำให้ดิฉันมีความเสื่อมเสียในเรื่องชื่อเสียง ทำให้ประวัติการทำงานของดิฉันเสียหาย ซึ่งเป็นผลให้ดิฉันมีโอกาสน้อยลงในการหางานอื่นทำได้ เกิดภาวะกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจในการเลี้ยงดูบุตรที่จะคลอด ส่งผลให้จิตใจของดิฉันมีความตึงเครียด มีผลเสียต่อสุขภาพและชีวิตโดยรวมของดิฉัน และทารกในครรภ์ ดิฉันจึงของร้องเรียนให้สมาพันธ์สปาไทย และองค์กรอื่นที่กล่าวถึง

ที่มา http://www.manager.co.th/South/ViewNews ... 0000109875

VI ค่อยๆไป โปรดท่องให้ขึ้นใจ

Tarzann
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Sat May 03, 2008 12:31 pm

Re: CPN

Posts by Tarzann » Thu Sep 06, 2012 8:49 pm

บางห้างที่ CPN เป็นผู้เช่าที่ดิน มีลักษณะของสัญญาเป็นอย่างไร จะมีการปรับขึ้นค่าเช่าที่ไหม

เช่น ที่ลาดพร้าว กับ การรถไฟ ที่เช่ายาว 20 ปี มูลค่ารวมตลอดสัญญาประมาณ 23000 ล้านบาท
มีการขึ้นค่าเช่าทุกปีหรือเปล่าครับ ?
Attachments
Untitled.jpg
Untitled.jpg (98.05 KiB) Viewed 6841 times


bennn
Verified User
Posts: 413
Joined: Sun May 28, 2006 8:40 am

Re: CPN

Posts by bennn » Thu Sep 06, 2012 9:30 pm

Tarzann wrote:บางห้างที่ CPN เป็นผู้เช่าที่ดิน มีลักษณะของสัญญาเป็นอย่างไร จะมีการปรับขึ้นค่าเช่าที่ไหม

เช่น ที่ลาดพร้าว กับ การรถไฟ ที่เช่ายาว 20 ปี มูลค่ารวมตลอดสัญญาประมาณ 23000 ล้านบาท
มีการขึ้นค่าเช่าทุกปีหรือเปล่าครับ ?
ลองอ่านดูในหมายเหตุประจำปีนะครับ
ส่วนใหญ่ก็มีการปรับขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้วครับ อาจจะทุก3ปี
แต่ไม่ต้องกลัวเพราะก่อนจะทำสัญญา ทาง CPN จะคิด IRR rate ที่น่าลงทุนก่อนครับ

ถ้าหมดสัญญาที่ดินก็ต่อครับ
หลายสาขาเช่าที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัลเองครับ ต่อได้สบาย
ส่วนถ้าเป็นที่ดินคนอื่นก็ดูง่ายๆว่าห้างสาขานั้นประสบความเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จดีคงไม่มีใครมาแย่งต่อสัญญาง่ายๆ
นี่เป็นความได้เปรียบจากเครือข่ายธุรกิจของจิราธิวัฒน์ และความสามารถในการแข่งขันของ CPN ครับ


Tarzann
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Sat May 03, 2008 12:31 pm

Re: CPN

Posts by Tarzann » Thu Sep 06, 2012 10:13 pm

bennn wrote:
Tarzann wrote:บางห้างที่ CPN เป็นผู้เช่าที่ดิน มีลักษณะของสัญญาเป็นอย่างไร จะมีการปรับขึ้นค่าเช่าที่ไหม

เช่น ที่ลาดพร้าว กับ การรถไฟ ที่เช่ายาว 20 ปี มูลค่ารวมตลอดสัญญาประมาณ 23000 ล้านบาท
มีการขึ้นค่าเช่าทุกปีหรือเปล่าครับ ?
ลองอ่านดูในหมายเหตุประจำปีนะครับ
ส่วนใหญ่ก็มีการปรับขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้วครับ อาจจะทุก3ปี
แต่ไม่ต้องกลัวเพราะก่อนจะทำสัญญา ทาง CPN จะคิด IRR rate ที่น่าลงทุนก่อนครับ

ถ้าหมดสัญญาที่ดินก็ต่อครับ
หลายสาขาเช่าที่ดินของกลุ่มเซ็นทรัลเองครับ ต่อได้สบาย
ส่วนถ้าเป็นที่ดินคนอื่นก็ดูง่ายๆว่าห้างสาขานั้นประสบความเร็จหรือไม่ ถ้าสำเร็จดีคงไม่มีใครมาแย่งต่อสัญญาง่ายๆ
นี่เป็นความได้เปรียบจากเครือข่ายธุรกิจของจิราธิวัฒน์ และความสามารถในการแข่งขันของ CPN ครับ
ขอบคุณครับ :D
ผมคิดว่าเค้าคงประเมินมาแล้ว และอย่างไรก็ตาม ค่าเช่า"ที่ดิน" คงวิ่งตาม ค่าเช่าในห้างไม่ทันแน่นอน นับวันmargin มีแต่จะกว้างขึ้นเรื่อยๆครับ เพราะ CPN ปรับราคาเร็วกว่าเยอะ


suwatchs
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 22
Joined: Tue Jul 17, 2007 9:06 am

Re: CPN

Posts by suwatchs » Fri Sep 14, 2012 11:34 am

“ยุวดี จิราธิวัฒน์” เจ้าแม่เซ็นทรัล เปิดกลยุทธ์ค้าปลีกรุกอย่างไรในตลาดโลก

65ปีที่กลุ่มเซ็นทรัลขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้ความท้าทายมากมายพร้อมๆ กับภาพการเติบใหญ่ของ“จิราธิวัฒน์”หนึ่งคนสำคัญมีชื่อของ“ยุวดี จิราธิวัฒน์”

ภารกิจผลักดันห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน คือ ความท้าทายครั้งใหม่ของ “ยุวดี จิราธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ผู้บริหารห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ที่นิตยสาร "ฟอร์บส์" ยกให้เป็น 1 ใน 50 ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลในเอเชีย ผู้บริหารหญิงไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับเกียรตินี้ กับแผน 5 ปี จัดหนัก จัดเต็ม เดินหน้าผุดสาขาทั้งในไทย อาเซียน และโลก สยายปีก “เซ็นทรัล” ให้แข็งแกร่งในน่านน้ำที่กว้างใหญ่ขึ้น

"เราติดอันดับของโลก ในด้านมาตรฐานห้าง เซ็นทรัลทำธุรกิจมา 65 ปี แล้ว นับได้ว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านห้างสรรพสินค้า เพราะโฟกัสเรื่องนี้ มาตั้งแต่สมัยคุณปู่ (เตียง จิราธิวัฒน์) และคุณพ่อ (สัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์) ที่เริ่มทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย" เธอบอก

เส้นทางเดินตลอด 6 ทศวรรษ ของเซ็นทรัล กรุ๊ป แตกแขนงธุรกิจออกไปในหลายสาขา ทั้งกลุ่มธุรกิจค้าปลีก กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจค้าส่ง กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ท ตลอดจนธุรกิจอาหาร ภาคค้าปลีกยังเป็นหมากรบตัวสำคัญของ เซ็นทรัลกรุ๊ป โดยเฉพาะเกมขยายการลงทุนห้างค้าปลีกไปในต่างประเทศ ทั้งยุโรป เอเชีย และอาเซียน ในรูปแบบทั้ง ลงทุนเอง รวมถึงการซื้อและควบรวมกิจการ(Merger & Acquisition : M&A)

“กลุ่มของเราไปซื้อกิจการห้างลา รีนาเซนเต (ห้างหรูในอิตาลี) เนื่องจากผู้บริหารเขาต้องการขาย เขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจมาก แต่ไม่มีเงินลงทุน และไม่มีการสนับสนุนที่ดี เพราะธุรกิจรันโดยนักลงทุน ไม่ได้เป็นเจ้าของแบบเรา ขณะที่เรามีความทุ่มเท และมีความรักในธุรกิจนี้จริงๆ ..เพราะฉะนั้นเซ็นทรัลจึงเข้าไป”

นับเป็นการเปิดทางสู่ตลาดยุโรปของพวกเขา

แต่ใช่ว่าทุกประเทศที่เข้าไปจะประสบความสำเร็จ ถนนเส้นนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอแบ่งปันประสบการณ์ช้ำๆ ของเซ็นทรัลในแดนมังกร ที่เข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2553

“ประเทศจีน ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ยากมากๆ เราเห็นว่าจีนมีศักยภาพสูงมาก แต่ใช่ว่าไปแล้วจะได้เงินมากมาย ตอนเปิดร้าน เราเปิดได้ประมาณ 70% เพราะแบรนด์ท้องถิ่นที่นั่นดุมาก เขาจะบังคับซัพพลายเออร์ไม่ให้ลงกับเซ็นทรัล เราจึงเปิดร้านด้วยความยากลำบาก คือแทบจะไปกราบขอให้เขามาช่วยเปิดให้”

บทเรียนเล่มโตสอนการทำธุรกิจในแดนมังกร เลือดนักสู้ บอกให้ “สู้ไม่ถอย-กัดไม่ปล่อย” จนเปิดมาได้ 3 สาขา และภายในสิ้นปีนี้จะเปิดสาขาที่ 4 ที่เมืองเฉินตู พร้อมๆ กับรอให้เวลาทำสถานการณ์ทุกอย่างให้ดีขึ้น

“ตอนแรกน้องชาย (ทศ จิราธิวัฒน์ บอสใหญ่ เซ็นทรัล รีเทล) เคยประกาศว่าจะเปิดให้ได้ 30 สาขาภายในกี่ปีไม่ทราบ แต่พอเจอแบบนี้ก็จ๋อยไปหน่อย ต้องค่อยๆ เปิด แต่อย่างไรเราก็ไม่ทิ้ง ไปประเทศใหม่เราต้องมีความอดทน ต้องมีเงินทุนที่สามารถประคองธุรกิจไปได้ ซึ่งยังคงเชื่อมั่นว่า ประเทศจีนไปต่อได้ แต่ต้องใช้เวลา” เธอให้มุมมอง

อาเซียนเป็นอีกหนึ่งเป้าหมายของห้างเซ็นทรัล กลยุทธ์ของพวกเขา คือ พิจารณาจากจำนวนประชากรและรายได้ เพื่อชี้ทางแห่งโอกาสในสนามเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับการเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าแกรนด์ อินโดนีเซีย ชอปปิ้งคอมเพล็กซ์ระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงจาการ์ตา เพื่อเปิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาอินโดนีเซีย ภายในปี 2014

“อินโดนีเซีย มีประชากรประมาณ 250 คน ถามว่า Potential ดีไหม ดีมากเลย แต่คนที่นั่นพูดตรงๆ เขาไม่เหมือนคนไทย คือไม่ค่อยแต่งตัว ไม่ค่อยใช้เงิน ยิ่งมุสลิมจะใช้เงินค่อนข้างจำกัด ส่วนคนจีนที่ใช้เงิน ก็มีจำนวนน้อย ในการแข่งขัน เรามีความมั่นใจเพราะคิดว่าทำได้ดีกว่าเขา แต่ปัญหาคือว่า เข้าไปค่อนข้างช้า เพราะเขามีห้างสรรพสินค้าหลายห้าง หลายแบรนด์ อาจใช้ชื่อต่างกัน แต่เจ้าของเดียวกันหมด ฉะนั้นเขามีพาวเวอร์ที่ค่อนข้างสูงเช่นเดียวกับเมืองจีน”

เธอสะท้อนโอกาสและอุปสรรคในตลาดเมืองอิเหนา ที่อาจซ้ำรอยประเทศจีน เมื่อโลคอลแบรนด์สุดแข็งแกร่ง จึงต้องใช้กลยุทธ์เจรจาหาความร่วมมือตั้งแต่ต้นเกม

“เราต้องพูดคุยและจับมือกัน คุณซัพพอร์ตฉัน ฉันก็ซัพพอร์ตคุณ นี่เป็นอีกหนึ่งโอกาสของ AEC ที่เห็นด้วยอย่างมากว่า เราต้องมองในแง่เป็นคู่ค้า เหมือนกับเราเป็นพันธมิตรทางการค้ากัน จะทำอย่างไรให้อาเซียนมีการเจริญเติบโตและมีการแข่งขันที่ดีในโลกธุรกิจได้ ไม่ใช่มาแข่งกันเองหรือขัดกันเอง” เธอแสดงความเห็น

ไม่เพียงอินโดนีเซีย แต่ยังมีโอกาสในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะหลายประเทศซึ่งยังไม่มีห้างค้าปลีก และมีจำนวนประชากรสุดดึงดูด อย่าง พม่า และ เวียดนาม โดยการลงทุนในต่างประเทศของเซ็นทรัล ไม่ได้กำหนดรูปแบบที่แน่นอน ขึ้นกับสถานการณ์ในประเทศนั้นๆ

ตลาดนอกบ้านยังมีโอกาส แต่ใช่ว่าจะทิ้งตลาดในบ้านได้ แนวทางขยับธุรกิจในบ้านแบบฉบับเซ็นทรัล “ยุวดี” บอกว่า เน้นการเติบโตของสาขาเดิม ไม่เพียงมุ่งขยายสาขาใหม่ เพื่อการเติบโตเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังคงเดินหน้าปักหมุดในพื้นที่ซึ่งมีศักยภาพ โดยในปีหน้าเซ็นทรัลจะขยายสาขาในต่างจังหวัด เพิ่มอีก 2 สาขา คือ เชียงใหม่ และหาดใหญ่ รวมถึงสาขาที่จะเปิดใหม่ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด ในอนาคต

“สำหรับห้างสรรพสินค้า มองว่ายังเป็นธุรกิจของคนไทย แม้ไม่เปิด AEC แต่ต่างชาติก็เข้ามาอยู่แล้ว และมาตลอดเวลา หลายแบรนด์ก่อนหน้านี้ก็เคยมาเปิดและปิดตัวไป ฉะนั้นการเข้ามาในตลาดเมืองไทย ต้องพูดว่าค่อนข้างยาก เพราะห้างสรรพสินค้าของไทยค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่แล้ว”

เธอบอกความหิน ของการลงสนามห้างสรรพสินค้าในไทยของผู้เล่นต่างชาติ เพราะแบรนด์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะกลุ่มเซ็นทรัล หรือคู่แข่งอย่าง เดอะมอลล์ รวมทั้งการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดดิสเคาท์สโตร์ กับคู่แข่งทางอ้อมที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ นั่นยิ่งทำให้ห้างไทยอย่างพวกเขาชะล่าใจไม่ได้ต้องหาช่องทางขยายตัวทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อปูฐานธุรกิจสู่ความมั่นคงในอนาคต หัวใจของการทำธุรกิจนี้ เธอบอกว่า เรื่อง “คน”มีความสำคัญ คือ ต้องได้คนที่มีใจรักที่จะทำธุรกิจบริการ เพราะยุคนี้ผู้บริโภค “เรื่องเยอะ” งานนี้จึงไม่ใช่งานง่าย เป็นอะไรที่ “เหนื่อยยาก” มาก !!

“การทำธุรกิจค้าปลีก ไม่ใช่อะไรที่สบายๆ ง่ายๆ หรือเห็นแต่ของสวยงาม แต่เหนื่อยยากมาก อย่างลูกค้าของเซ็นทรัลต้องบอกว่า ความต้องการเขามีมากขึ้น จู้จี้ขึ้น รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และถ้าไม่พอใจก็จะโวยได้ง่ายๆ ฉะนั้นเราต้องเน้นเรื่องการบริการอย่างยิ่งยวดทำบริการให้ดีที่สุด มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่อง สินค้า และบริการ”
เธอบอกงานหนักของการทำธุรกิจค้าปลีกยุคนี้ พร้อมปันมุมคิดว่า ทำธุรกิจต้องมีความตั้งใจแน่วแน่ในการสรรหาสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้า การให้บริการต้องทำด้วยใจรัก ซื่อตรง และ จริงใจ เพื่อรักษาฐานของลูกค้าให้อยู่กับธุรกิจได้ยาวนาน มีทีมงานที่ดี และพัฒนาทีมงานให้เข้มแข็ง

เวลาเดียวกันคือต้องเรียนรู้ตลาด รู้ว่าลูกค้าหรือตลาดต้องการอะไร แล้วสร้างความพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า
ในวันนี้ครอบครัว “จิราธิวัฒน์” มีสมาชิกประมาณ 150 ชีวิต เข้าสู่เจเนอเรชันที่ 5 แล้ว สำหรับ “ยุวดี” เธอคือคน "เจเนอเรชั่น 3" ซึ่งเป็นเจเนอเรชันที่มีจำนวนมากสุด (ประมาณ 70 คน) และทำงานอยู่ในบริษัทมากที่สุดในวันนี้..

“ไม่แน่ใจว่าเจเนอเรชันต่อไปจะมีความทุ่มเท และขยันขันแข็งเหมือนเจเนอเรชันของเราหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าจะเก่งกว่าและทำได้ดีต่อไป”

เธอฝากความหวังไว้เช่นนั้น ในฐานะหนึ่งคน “จิราธิวัฒน์” ที่ยังหวังเห็นการเติบใหญ่ของธุรกิจครอบครัวไปตราบจน..ชั่วลูกชั่วหลาน

อ้างอิง : http://www.bangkokbiznews.com
Tags : ยุวดี จิราธิวัฒน์ • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล • ค้าปลีก


Broadway Capital
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 198
Joined: Wed Jul 14, 2010 12:53 am

Re: CPN

Posts by Broadway Capital » Sat Sep 15, 2012 2:14 pm

RIP เจ้าสัววันชัยครับ แกเคยมานั่งเป็นเกียรติในงาน AGM ด้วยดูเป็นคนใจดีแต่น่าจะเข้มงวดกับลูกหลานมาก


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: CPN

Posts by syj » Sat Sep 15, 2012 4:24 pm

สิ้นแล้ว ! เจ้าสัวใหญ่เซ็นทรัล " วันชัย จิราธิวัฒน์ "

updated: 15 ก.ย. 2555 เวลา 12:25:49 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ดร.วันชัย จิราธิวัฒน์ ประธานเซ็นทรัลกรุ๊ป ถึงแก่กรรมด้วยวัย 84 ปี โดยศพจะตั้งบำเพ็ญกุศล ณ ศาลามณเฑียร (ศาลา 10) วัดเทพศิรินทร์ พิธีรดน้ำศพเวลา 14.30 น. พิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพที่ศาลามณเทียรเวลา 17.00 น.

รายงานข่าวแจ้งว่า นายวันชัย ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎรมากว่า 10 วันแล้ว และเพิ่งเสียชีวิตในช่วงเช้าวันที่ 15 กันยายน

นายวันชัย จิราธิวัฒน์ เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 8 คน ของนายเตียง และนางหวาน จิราธิวัฒน์ มีภรรยาชื่อนางสุมาลี (ด่านภัทรกุล) จิราธิวัฒน์(เสียชีวิต) โดยมีบุตร-ธิดา 5 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 1 คนประกอบด้วย นางจินตนา บุญรัตน์ สมรสกับ นายฉัตรชัย บุญรัตน์ ,นายวัฒน์ จิราธิวัฒน์,นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ สมรสกับนลินี อรรถกระวีสุนทร ,นายศักดิ์ชัย จิราธิวัฒน์ สมรสกับสุรางค์รัตน์ วิทยะเวทิน และนายพิชัย จิราธิวัฒน์

นายวันชัยจบการศึกษาระดับประถมศึกษาจากจากโรงเรียนวัดราชโอรส ระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนอำนวยศิลป์ รุ่นลมหวล,โรงเรียนอัสสัมชัญ และอัสสัมชัญพาณิชย์ และปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาจิตวิทยา จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ก่อนเสียชีวิตดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา และรองประธานกรรมการและรองผู้จัดการใหญ่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล

http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0000

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

manutowin
Verified User
Posts: 25
Joined: Fri Sep 16, 2011 4:03 am

Re: CPN

Posts by manutowin » Sat Sep 15, 2012 4:44 pm

อนิจฺจา วต สงฺขารา
อุปฺปาทวยธมฺมิโน
อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ
เตสํ วูปสโม สุโขติ ฯ :D

แปลว่า
สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ
มีความเกิดขึ้น และเสื่อมไปเป็นธรรมดา
เกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป
ความที่สังขารเหล่านั้นสงบระงับเป็นสุข. :D


Grand Marshal
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 582
Joined: Tue Jan 05, 2010 12:05 am

Re: CPN

Posts by Grand Marshal » Sun Sep 16, 2012 8:47 pm

ตระกูลนี้แบ่งหน้าที่ รวมถึงสืบทอดการบริหารกันเก่งมากตั้งแต่สมัยรุ่นคุณสัมฤทธิ์หัวหอกรุ่น 2 พี่ของเจ้าสัววันชัย ละครับ


vacuum_car
Verified User
Posts: 173
Joined: Mon Feb 09, 2009 4:10 pm

Re: CPN

Posts by vacuum_car » Mon Sep 17, 2012 10:03 am

มีข่าวเดอะมอลล์เตรียมขยายสาขาที่หัวหินครับ เป็นสาขาที่ 2 ในต่างจังหวัดของเดอะมอลล์


tech
Verified User
Posts: 331
Joined: Thu Feb 05, 2004 11:21 am

Re: CPN

Posts by tech » Mon Sep 17, 2012 11:17 am

ยังไม่แน่ว่าจะประสบความสำเร็จหรือไม่
เพราะหัวหิน วันธรรมดานี่ ยังไม่น่าคึกคักพอจะเปิดห้างได้


boom
Verified User
Posts: 400
Joined: Sat Oct 16, 2004 11:42 am

Re: CPN

Posts by boom » Mon Sep 17, 2012 8:22 pm

วันนี้ อยู่ดีๆ ก็ลง


nadeethongdum
Verified User
Posts: 179
Joined: Mon Jul 12, 2010 9:37 pm

Re: CPN

Posts by nadeethongdum » Tue Sep 18, 2012 9:51 pm

แต่ดูหัวหินในปัจจุบันแล้วจำนวนปริมาณคนมากกว่าเดิมมากผมว่ามีการย้ายถิ่นไปทำงานที่นั่นด้วยเห็นจากคอนโดหรืออะไรที่ขึ้นมากมายแตกต่างจากวันวานโดยสิ้นเชิงครับ ผมว่าการที่เขาจะไปลงนั้น นั่นหมายถึงว่าต้องทำการสำรวจแล้วว่าได้ครับ


multipleceilings
Verified User
Posts: 2141
Joined: Sat Feb 26, 2011 1:42 pm

Re: CPN

Posts by multipleceilings » Tue Sep 18, 2012 11:07 pm

วันที่ 18 กันยายน 2555 16:36


ตลาดโรดโชว์แดนมังกร ดึงนักลงทุนลุยหุ้นไทย

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


ตลาดหลักทรัพย์ฯโรดโชว์แดนมังกร หวังดึงนักลงทุนสถาบันที่บริหารพอร์ตกว่า 1.5 แสนดอลลาร์ เข้าลงทุนตลาดหุ้นไทย



นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งมั่นที่จะสานโอกาสการลงทุนให้กับบริษัทจดทะเบียนไทย ด้วยการจัดโรดโชว์นำเสนอข้อมูลและความน่าสนใจของตลาดทุนไทยและบริษัทจดทะเบียนไทยที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนสถาบันต่างประเทศ ซึ่งนอกจากการเดินทางไปยังกลุ่มประเทศที่เป็นศูนย์กลางการลงทุนหลักของโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ สิงคโปร์ และฮ่องกงแล้ว ยังได้มุ่งที่จะเข้าไปพบผู้ลงทุนกลุ่มใหม่ๆ ที่ยังไม่มีการลงทุนในประเทศไทย เช่น ตะวันออกกลาง อินเดีย และจีน

ในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ลงทุนสถาบันจีน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนจีนอย่างต่อเนื่อง และพบว่าผู้ลงทุนสถาบันจีนที่ได้รับอนุมัติให้ลงทุนในต่างประเทศ มีความสนใจลงทุนในตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น หลังเห็นโอกาสสร้างผลตอบแทนเพิ่มจากการลงทุน เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีนี้ดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ปรับลดลงกว่า 5.50% (ข้อมูล ถึง วันที่ 17 ก.ย. 2555)

ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 1 เมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์หลักในภูมิภาคเอเชีย โดยเพิ่มขึ้น 24.70% การจัดงาน Thailand Corporate Day ที่เซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทจดทะเบียนไทยจะได้นำเสนอข้อมูลโดยตรงแก่ผู้ลงทุนจีน ให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดทุนไทย และความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนไทยที่สามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วแม้จะประสบกับภาวะวิกฤตทางการเงินโลกและมหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา

บริษัทจดทะเบียน 4 บริษัทใน 4 หมวดธุรกิจหลัก ที่ร่วมงาน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้ เป็นบริษัทจดทะเบียนที่เป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศของรัฐบาล ประกอบด้วย หมวดธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร คือ บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ คือ บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) หมวดธนาคาร ได้แก่ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และหมวดพลังงาน คือ บมจ. ปตท. (PTT) โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันกว่า 1.79 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 16.90% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (ข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ย. 2555)

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำหน้าที่เชื่อมโยงโอกาสทางการเงินให้แก่ธุรกิจให้แก่ผู้ลงทุนทุกกลุ่ม โดยการให้ข้อมูลแก่ผู้ลงทุนจีนครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการตอบสนองความต้องการลงทุนของผู้ลงทุนในต่างประเทศที่มีโอกาสจะลงทุนในไทย ขณะเดียวกันยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางด้านธุรกิจให้กับบริษัทจดทะเบียนในการนำเสนอข้อมูลด้วย

M aterial catalyst
A ttitude & Perception
D isclipine

pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34077
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CPN

Posts by pakapong_u » Wed Sep 19, 2012 2:57 pm

(เพิ่มเติม1) CPN มีแผนเปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 3-4 แห่ง ลงทุนปีละกว่า 1 หมื่นลบ.


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 19 กันยายน 2555 14:55:29 น.
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารธุรกิจและโครงการก่อสร้าง บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ระบุว่า มีแผนเปิดศูนย์การค้าใหม่ปีละ 3-4 แห่ง โดยใช้เงินลงทุนปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทเ พื่อขยายธุรกิจให้โตแบบก้าวกระโดดเสริมความแข็งแรงขององค์กรพร้อมรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58



นอกจากนี้ CPN จะดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก 3S คือ Strategig Move รุกเร็วเพื่อช่วงชิงโอกาสทางธุรกิจ, Secure Prime Location หาโลเคชั่นที่ดีมีศักยภาพสูงสุดเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ และ Synergy กับพันธมิตรร้านค้าเพื่อผลักดันให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว ซึ่งทุกทำเลที่ CPN ขยายไปล้วนเป็นหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีความสำคัญทั้งในแง่ยุทธศาสตร์ธุรกิจและการสร้างแบรนด์ของ CPN ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

"มองว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจและการบริโภคของไทยจะดีขึ้นแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกมีสัญญาณที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีปัจจัยเกื้อหนุนให้ธุรกิจขยายตัวหลายด้าน ทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ"นางสาววัลยา กล่าว

ในปีนี้บริษัทคาดว่ารายได้ทั้งปีจะเติบโตประมาณ 30% โดยจะมีศูนย์การค้าครบ 20 แห่ง ซึ่งบริษัทจะเปิดเซ็นทรัลพลาซาสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 11 ต.ค. ใช้งบลงทุน 3 พันล้านบาท มีพื้นที่ 130,000 ตร.ม. บนพื้นที่ 62ไร่ และคาดว่าจะมีเฟส 2 และ3 ต่อไป และเปิดเซ็นทรัลพลาซาลำปาง 30 พ.ย.นี้ งบลงทุน 1,850 ล้านบาท พื้นที่โครงการ 111,000 ตร.ม. บนเนื้อที่ 39 ไร่

น.ส.วัลยา กล่าวว่า ในปี56 บริษัทจะใช้เงินลงทุนมากกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ในการลงทุนก่อสร้างศูนย์การค้าใหม่ 3 แห่งที่จะเปิดตัวในปีหน้าได้แก่ที่ อุบลราชธานี  หาดใหญ่ และเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าแห่งที่ 2 โดยแต่ละศูนย์ฯ จะมีมีมูลค่าการลงทุน 5-6 พันล้านบาท

ทั้งนี้ ตามแผนธุรกิจ 5 ปีของ CPN จะมีจำนวนสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15 แห่ง จากปีนี้ที่มี 20 สาขา ซึ่งมีสาขาในกรุงเทพ 10 แห่ง

"เราต้องการเติบโตทุกปีๆ ละ 15% ในช่วง 5 ปีข้างหน้าบางปีเราก็จะเติบโตก้าวกระโดดและเราเปิดศูนย์ตามหัวเมืองเพราะเห็นศักยภาพการเติบโตในอนาคตแต่กรุงเทพก็ยังมีศักยภาพขยายตัวได้อีกมาก เราจัดลำดับความสำคัญ" น.ส.วัลยา กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่า ใน 2-3 ปีนี้จะขยายการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการศึกษา ศึกษาให้รอบด้าน ทุกมิติ เพราะต้องนำคู่ค้าทั้งในเครือและนอดเครือไปด้วย อย่างไรก็ตาม CPN มุ่งมั่นไปลงทุนต่างประเทศ โดยจะลงทุนในเอเชียเป็นหลักซึ่งมีพฤติกรรม วัฒนธรรมความสนใจใกล้เคียงกัน

ส่วนในจีนบริษัทยังไม่มีการลงทุน ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจจีนมีปัญหา เงินเฟ้อ และมองว่าการเข้าไปตลาดจีนเป็นการแข่งขันระดับโลกจึงต้องศึกษาให้ดีโดยบริษัทศึกษามา 2-3 ปีแล้ว

--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/รัชดา โทร.02-2535000 ต่อ 317 อีเมล์: rachada@infoquest.co.th--


chitadisai
Verified User
Posts: 483
Joined: Fri Aug 27, 2010 9:43 pm

Re: CPN

Posts by chitadisai » Thu Sep 20, 2012 5:59 am

“ซีพีเอ็น” ทุ่ม 5 หมื่นล้าน 5 ปีรุก ตปท.หวังผู้นำในเอเชีย

ASTVผู้จัดการออนไลน์ 19 กันยายน 2555 17:24 น.

“ซีพีเอ็น” เดินเกมรุก วางเป้า 5 ปีขึ้นผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้าในเอเชีย พร้อมทุ่มงบ 50,000 ล้านบาท ผุดสาขาใหม่ 15 สาขา เฉลี่ย 3 สาขาใหม่ต่อปี ดันรายได้ปีนี้หวังโต 30% สูงสุดเป็นประวัติการณ์

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำติดอันดับ 1 ถึง 2 ของภูมิภาคเอเชียภายใน 5 ปีในธุรกิจศูนย์การค้าในระดับเอเชีย และอนาคตจะขึ้นสู่ระดับโลกในกลุ่มศูนย์การค้าที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางจนถึงระดับบน เทียบเท่ากับกลุ่มแคปปิตอลแลนด์ของประเทศสิงคโปร์, กลุ่มเวสต์ฟิลด์ของประเทศออสเตรเลีย และกลุ่มไซมอน ของสหรัฐอเมริกา

โดยแผนการขยายธุรกิจของบริษัทฯ นั้นวางแผนไว้ว่าภายในช่วงเวลา 5 ปีจากนี้ ตั้งแต่ปี 2556-2560 บริษัทฯ จะขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 15 สาขา ด้วยวงเงินลงทุนประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยจะเปิดสาขาใหม่ประมาณ 3 สาขาต่อปีจากนี้ โดยจะเน้นลงทุนเปิดต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเมื่อถึงปี 2560 จะทำให้บริษัทฯ มีศูนย์การค้ารวมประมาณ 35 แห่งทั่วประเทศ ขณะที่ภายในสิ้นปีนี้จะมีศูนย์การค้าของบริษัทฯ รวม 20 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 10 สาขา และต่างจังหวัด 10 สาขา และยังมีแผนขยายสาขาใหม่ในภูมิภาคเอเชียด้วย

สำหรับปีนี้ภายในไตรมาสสุดท้ายนี้บริษัทฯ จะขยายศูนย์การค้าใหม่อีก 2 สาขาในต่างจังหวัด คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา สุราษฎร์ธานี ที่เตรียมเปิดบริการในวันที่ 11 ต.ค.นี้ มูลค่าโครงการรวม 3,000 ล้านบาท พื้นที่ 130,000 ตร.ม. ซึ่งเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่เปิดให้บริการในภาคใต้ เพราะจังหวัดสุราษฎร์ธานีถือได้ว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยวที่สำคัญ แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในจังหวัดนี้มากกว่า 1 ล้านคน

ส่วนอีกสาขาจะเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลำปาง ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ มูลค่าโครงการรวม 1,850 ล้านบาท พื้นที่ 110,000 ตร.ม. โดยมีการออกแบบด้านสถาปัตยกรรมล้านนา ซึ่งจังหวัดลำปางมีแหล่งพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ส่วนในปี 2556 มีแผนเปิดศูนย์การค้าใหม่อีกจำนวน 3 สาขาในต่างจังหวัด คือ อุบลราชธานี หาดใหญ่ และเชียงใหม่ ซึ่งจะเป็นสาขาที่ 2 ขณะเดียวกันในปีหน้าก็มีแผนที่จะปรับปรุงใหญ่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า และบางนาด้วย

นางสาววัลยากล่าวด้วยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯ ในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีรายได้เติบโตประมาณ 30% จากรายได้รวมปีที่แล้วที่มีประมาณ 13,498 ล้านบาท ซึ่งกล่าวได้ว่าจะเป็นปีที่บริษัทฯ จะมีรายได้สูงสุดในรอบกว่า 30 ปีที่ก่อตั้งบริษัทฯ เพราะสาเหตุที่บริษัทฯ จะมีศูนยการค้าเปิดขึ้นใหม่อีก 3 สาขา รวมทั้งจะมีรายได้จากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวกลับมาเปิดให้บริการเต็มปีอีกครั้งด้วย


TLSS
Verified User
Posts: 616
Joined: Wed Jul 11, 2012 12:01 pm

Re: CPN

Posts by TLSS » Thu Sep 20, 2012 8:22 am

เซ็นทรัลชิงรุก-รับเออีซี ชู 2 หัวหอกซีอาร์ซี-ซีพีเอ็นบุกค้าปลีกตปท.
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,776 20-22 กันยายน พ.ศ. 2555

เปิดยุทธศาสตร์ "เซ็นทรัล" รุก-รับเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เผยแผน "รุก" เร่งขยายการลงทุนต่างประเทศผ่านซีอาร์ซีและซีพีเอ็น ขณะที่แผน "รับ" ในเมืองไทยใช้ "โรบินสัน" หัวหอกขยายสาขาริมตะเข็บชายแดน รับกำลังซื้อรอบนอก พร้อมเดินหน้าปรับแผนการตลาดเน้นสร้างแบรนด์ การเข้าถึงลูกค้าผ่านดิจิตอล มาร์เก็ตติ้ง

หลังจากที่กลุ่มเซ็นทรัล ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าเตรียมความพร้อมในการรองรับการเปิดเออีซีอย่างเต็มที่ ทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ พร้อมเตรียมแผนกำหนดเป็นยุทธศาสตร์เพื่อให้ทุกกลุ่มธุรกิจมีทิศทางในการดำเนินการไปในทางเดียวกัน โดยกลุ่มธุรกิจค้าปลีกเน้นการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ มีบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือซีอาร์ซี เป็นแกนหลักในการลงทุนต่างประเทศ ควบคู่กับบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) (ในเครือซีอาร์ซี) ที่เน้นการลงทุนในประเทศ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ซึ่งจะเน้นการพัฒนาศูนย์การค้าทั้งในและต่างประเทศ

นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา , เซ็นทรัลเวิลด์ ,เซ็นทรัล เฟสติวัล เปิดเผยว่า กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะมีขึ้นในปี 2558 ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทศึกษาตลาดในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางแผนทั้งเชิงรุกและเชิงรับกับการแข่งขันที่จะมีขึ้น โดยในเชิงรับ เป็นการขยายสาขาในจังหวัดชายแดน เช่น อุดรธานี อุบลราชธานี หาดใหญ่ เชียงใหม่ ลำปาง และเชียงราย เพื่อรองรับลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อุดรธานี รองรับกลุ่มลูกค้าจากลาวตอนกลาง ,อุบลราชธานี จะรองรับลูกค้าลาวตอนใต้ ส่วนหาดใหญ่ รองรับลูกค้าในภาคใต้และจากมาเลเซีย เป็นต้น

ส่วนเชียงใหม่ ลำปาง และเชียงราย สามารถรองรับลูกค้าจากลาว พม่า และจีนได้ และในอนาคตการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 ประเทศคือ ไทย ลาว และจีน เปิดให้บริการจะส่งผลให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยง่ายขึ้น

ขณะที่การลงทุนในต่างประเทศ ซีพีเอ็นได้เข้าไปลงทุนพัฒนาศูนย์การค้าที่ชิงเต่า ประเทศจีนร่วมกับนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ซึ่งขณะนี้ชะลอแผนการลงทุนและรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจในจีนอีกครั้ง ซึ่งบริษัทเองก็พร้อมที่จะดำเนินการต่อทัน นอกจากนี้ซีพีเอ็นยังศึกษาแผนลงทุนในประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อหาลู่ทางการลงทุนในประเทศที่มีศักยภาพ อาทิ อินโดนีเซีย ,เวียดนาม , พม่า แต่จะเลือกประเทศที่มีความพร้อมและเหมาะสมมากที่สุด

ในปี 2556 ซีพีเอ็น จะเปิดให้บริการศูนย์การค้ารวม 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา อุบลราชธานี ในเดือนเมษายน ,ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล หาดใหญ่ เดือนตุลาคม และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ เดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในอนาคตการเติบโตของหัวเมืองหลัก จะเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ ในการเข้าไปลงทุนพัฒนาศูนย์การค้า ถือเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับจังหวัดนั้นๆ อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับท้องถิ่น จากการกระจายการลงทุน การสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความเจริญ กระตุ้นให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น

ส่วนการลงทุนอีกกลุ่มของเครือเซ็นทรัล จะอยู่ภายใต้การดูแลของซีอาร์ซี โดยซีอาร์ซีเองเตรียมแผนการลงทุนแบบ 360 องศา โดยพิจารณาถึงความเหมาะสมเป็นหลัก ทั้งการเข้าไปลงทุนเอง 100% , การร่วมลงทุน และการซื้อกิจการ ขณะที่ซีอาร์ซี จะเน้นการลงทุนในต่างประเทศ ส่วนการลงทุนในประเทศมอบหมายให้โรบินสัน เป็นหัวหอกในการเดินหน้า ซึ่งนายปรีชา เอกคุณากุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า โรบินสันมีแผนขยายสาขาใหม่อีก 5 แห่งในปี 2556 โดยเน้นการขยายสาขาในจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นหลังการเปิดเออีซี

ปัจจุบันโรบินสันมีสาขารวม 27 แห่งทั่วประเทศ และกำลังจะเปิดอีก 3 แห่งในปีนี้ที่สุราษฎร์ธานี บางแค และลำปาง ใช้งบลงทุน 500 ล้าน - 1 พันล้านบาทต่อสาขา โดยมีสาขาที่เปิดให้บริการในจังหวัดตะเข็บชายแดนหรือจังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านรวม 3 แห่ง ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี และกำลังจะเปิดที่กาญจนบุรี

"การขยายสาขาใหม่ของโรบินสัน ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับการเปิดเออีซีที่จะมีขึ้นในปี 2558 โดยในปีหน้าโรบินสันจะขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ทั้งในจังหวัดที่มีศักยภาพและจังหวัดที่เป็นเขตรอยต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สกลนคร ซึ่งจะพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าขนาด 3 - 3.5 หมื่นตารางเมตร ใช้งบลงทุน 800 ล้านบาท"

นอกจากนี้โรบินสัน ยังมีแผนที่จะปรับปรุงโรบินสัน อุดรธานีในปลายปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับกำลังซื้อของผู้บริโภคจากฝั่งลาวด้วย หลังจากที่พบว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจากสปป.ลาว มีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ด้านดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูนสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า เซ็นทรัลเริ่มนำกลยุทธ์ Digital Marketing เข้ามาใช้เพื่อให้ทันกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาสนใจเรื่องของดิจิตอลมากขึ้น โดยล่าสุดซีพีเอ็นใช้งบลงทุน 80 ล้านบาท นำแพลตฟอร์ม Integratal Digital Marketing ครบวงจรเข้ามาใช้ เพื่อให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมผ่านกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าเป็นเพื่อนด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในการสื่อสาร 2 ทางหรือ two - way communication ผ่านทางเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ ทำให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วมกับศูนย์การค้าได้

"ปัจจุบันลูกค้าของศูนย์การค้ามีทั้งคนไทยและต่างประเทศ เช่นที่เซ็นทรัลเวิลด์ จะมีลูกค้าชาวต่างชาติประมาณ 50% ทั้งชาวจีน ฮ่องกง ไต้หวัน อังกฤษ เยอรมนี รัสเซีย อินเดีย เป็นต้น ส่วนสาขาติดกับชายแดนเช่น อุดรธานี จะมีลูกค้าจากลาวเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเฉลี่ย 600-700 คนต่อวัน สาขาเชียงรายมีลูกค้าจากพม่าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 300-400 คนต่อวัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าดังกล่าวที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เข้ามาซื้อสินค้าแบรนด์เนม"


tanatat
Verified User
Posts: 348
Joined: Wed Nov 15, 2006 12:29 pm

Re: CPN

Posts by tanatat » Thu Sep 20, 2012 9:33 am

เห็นมีแต่ข่าวดีๆทั้งเรื่องเปิดศูนย์การค้าเพิ่ม ในปลายปี และโครงการในอนาคต แต่ราคาที่ควรสะท้อนกลับทำได้สู้ กับหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เลยนะครับ ทั้ง robins mbk ซึ่งทั้ง2 ตัวเทียบไม่ได้ทั้งจำนวนห้าง ทั้งโมเดลในอนาคต ก็แปลกดี ยิ่งถ้าเทียบกับค้าปลีกอื่น ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ ทั้ง bigc makro


win_santa
Verified User
Posts: 67
Joined: Thu Jul 22, 2010 2:46 pm

Re: CPN

Posts by win_santa » Thu Sep 20, 2012 10:26 am

tanatat wrote:เห็นมีแต่ข่าวดีๆทั้งเรื่องเปิดศูนย์การค้าเพิ่ม ในปลายปี และโครงการในอนาคต แต่ราคาที่ควรสะท้อนกลับทำได้สู้ กับหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เลยนะครับ ทั้ง robins mbk ซึ่งทั้ง2 ตัวเทียบไม่ได้ทั้งจำนวนห้าง ทั้งโมเดลในอนาคต ก็แปลกดี ยิ่งถ้าเทียบกับค้าปลีกอื่น ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ ทั้ง bigc makro
ผมว่าคงต้องดูหลาย ๆ อย่าง นะครับ

ทั้งจำนวนหุ้น ราคาพาร์ แหล่งที่มาของรายได้


guhungry
Verified User
Posts: 567
Joined: Mon Aug 10, 2009 12:12 pm

Re: CPN

Posts by guhungry » Thu Sep 20, 2012 10:45 am

tanatat wrote:เห็นมีแต่ข่าวดีๆทั้งเรื่องเปิดศูนย์การค้าเพิ่ม ในปลายปี และโครงการในอนาคต แต่ราคาที่ควรสะท้อนกลับทำได้สู้ กับหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ไม่ได้เลยนะครับ ทั้ง robins mbk ซึ่งทั้ง2 ตัวเทียบไม่ได้ทั้งจำนวนห้าง ทั้งโมเดลในอนาคต ก็แปลกดี ยิ่งถ้าเทียบกับค้าปลีกอื่น ยิ่งไปกันใหญ่เลยครับ ทั้ง bigc makro
1) ถ้าดูจากขนาด marketcap ของ CPN ก็เป็นรองแค่ BIGC
2) ถ้าดูจากราคาจริงๆแล้ว ถ้าคุณ tanatat มองว่ามันเหมือนธุรกิจเหมือนกันต้องใช้ตัววัดเดียวกันก็คงต้องใช้ PE ใน www.set.or.th ถ้าจะดูจริงๆแล้ว PE ของ CPN เป็นรองแค่ MBK ครับ

CPN ไม่ได้เล็กเลยครับ แล้วก็ไม่ใช่หุ้นถูกด้วย (ถ้าเทียบกับอดีต ส่วนอนาคตก็ต้องดูกันไปครับ)


choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1486
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Re: CPN

Posts by choosak » Thu Sep 20, 2012 5:41 pm

CPN มีการพิจารณาขยายโครงการไปต่างประเทศ รองรับการเปิด AEC ในปี 2558 โดยได้เซ็น MOU กับ I-Bhd (ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และ โครงการ i-City Cybercentre ประเทศมาเลเซีย) เพื่อเปิดศูนย์การค้าของ CPN ใน i-City มาเลเซีย คาดเสร็จในปลายปี 2558 อย่างไรก็ดี การลงทุนดังกล่าว CPN ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และ ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อขออนุมัติต่อไป ซึ่งมีความเป็นไปได้เช่นกันที่ CPN จะไม่เข้าไปลงทุนในโครงการดังกล่าวหากศึกษาแล้วไม่คุ้มค่ากับการลงทุน
จาก KimEng ครับ
http://kelive.kimeng.co.th/kelive/userv ... ntId=12028

ในการลงทุนระยะยาว ใครนิ่งได้มากกว่า คนนั้นชนะ

Oz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 52
Joined: Wed Aug 08, 2012 10:30 am

Re: CPN

Posts by Oz » Mon Sep 24, 2012 3:58 am

มีใครพอทราบมั้ยคับ ว่าห้าง Central Center Pattaya ที่เป็น Leasehold อยู่ ทางเซ็ลทรัลเช่าพื้นที่มาจากที่ไหนคับ ซึ่งจาก annual report บอกว่าจะ ครบกำหนดสัญญาปี 2015 คับ ขอบคุณคับ

Make a wish, Take a chance, Make a change

Oz
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 52
Joined: Wed Aug 08, 2012 10:30 am

Re: CPN

Posts by Oz » Mon Sep 24, 2012 5:30 am

เพิ่งหาเจอใจ 56-1 ดูเหมือนว่าจะเป็นของ ค่ายเดียวกัน อย่างนี้ก็คงไม่น่าห่วงเท่าไหร่ (ถามเองตอบเองซะงั้น :oops: ) พอดีผมกำลังดูความเสี่ยงที่ทางเซ็ลทรัลจะมีปํญหาการต่อสัญญา leasehold ที่มีอยู่หรือปล่าว จากที่ดู ในระยะใกล้สุดก็เป็นเซ็ลทรัล พัทยานี่้หล่ะคับ แต่ถ้าเจ้าของที่เป็นค่ายเดียวกันก็ไม่น่าห่วง
Attachments
Capture.JPG
Capture.JPG (38.42 KiB) Viewed 4385 times

Make a wish, Take a chance, Make a change

TLSS
Verified User
Posts: 616
Joined: Wed Jul 11, 2012 12:01 pm

Re: CPN

Posts by TLSS » Mon Sep 24, 2012 8:33 am

เซ็นทรัลทายซื้อแซกส์-เมซี่ ปูพรมขยายธุรกิจค้าแลีกเอเชียยันยุโรป-อเมริกา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,777 23-26 กันยายน พ.ศ. 2555

กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าเจรจาซื้อ 2 ห้างสุดหรูในอเมริกา "SAKS Fifth Avenue-Macy's" ที่ปรึกษาฯ ยอมรับลงสำรวจทรัพย์สินห้างขนาดใหญ่จริง วงในค้าปลีกเผยเป้าหมายเซ็นทรัลต้องการขยายธุรกิจในยุโรป

หนุนส่งทีมผู้บริหารซุ่มศึกษาแบบเจาะลึก ขณะที่ "ทศ จิราธิวัฒน์" ย้ำกำเงิน 2-3 หมื่นล้านพร้อมลุยต่างประเทศเต็มทุกรูปแบบทั้งเทกโอเวอร์ ร่วมทุน และลงทุนเองทั้งหมด หลังปรับโครงสร้างตั้งทีมบริหารบุกค้าปลีกเอเชีย-ยุโรป

ท่ามกลางวิกฤติการเงินยุโรป และเศรษฐกิจประเทศสหรัฐอเมริกาที่ยังซบเซา ถือเป็นโอกาสของภาคเอกชนไทยในการขยายการลงทุนต่างประเทศ เช่นเดียวกับกลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำธุรกิจค้าปลีกไทย ที่ประกาศขยายการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำในธุรกิจค้าปลีกระดับโลก โดยพร้อมลงทุนในทุกรูปแบบทั้งการร่วมทุน การเข้าไปลงทุนเองแบบ 100% หรือกระทั่งการซื้อกิจการ เพื่อให้เข้าไปดำเนินธุรกิจต่อได้ทันที และพร้อมเติบโตแบบก้าวกระโดด

***สนห้างหรูย่านฟิฟท์ อเวนิว
แหล่งข่าวจากวงการที่ปรึกษาการลงทุนเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้กลุ่มเซ็นทรัลสนใจซื้อห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยล่าสุดมีกระแสข่าวว่าสนใจซื้อห้าง Saks Fifth Avenue ซึ่งเป็นห้างหรู ย่านถนนฟิฟท์ อเวนิว ในมหานครนิวยอร์ก นอกจากนี้ยังสนใจห้างสรรพสินค้า MACY ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางเมืองและแหล่งช็อปปิ้ง ในมหานครนิวยอร์ก เช่นกัน
"ห้างSaks Fifth Avenue กลุ่มเซ็นทรัลสนใจอยากได้มาก เนื่องจากเป็นห้างสรรพสินค้าที่อยู่ในทำเลที่ดีและถือเป็นที่ดินแปลงงามมาก เช่นเดียวกับห้างรีนาเซนเต ซึ่งเป็นห้างหรูในอิตาลีที่ทางกลุ่มเซ็นทรัลได้ซื้อไปก่อนหน้านี้"

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวได้ให้ความเห็นว่า แม้ว่าทางกลุ่มเซ็นทรัลสนใจซื้อห้างSaks Fifth Avenue ก็ตาม แต่มีโอกาสที่เจ้าของซึ่งอยู่ในยุโรปและเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าลักชัวรีหรู "หลุยส์วิตตอง" คงไม่ขายออกมาก็เป็นได้ เนื่องจากห้างดังกล่าวไม่ได้ประสบปัญหาสภาพคล่องและปัญหาด้านเงินทุน เหมือนกับห้างสรรพสินค้าดังรายอื่นๆ

***ที่ปรึกษารับเซอร์เวย์สินทรัพย์
ด้านแหล่งข่าวจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งซึ่งมีบริษัทแม่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่าขณะนี้บริษัทแม่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สำรวจสินทรัพย์ที่เป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในต่างประเทศเพื่อนำเสนอให้กับทางกลุ่มเซ็นทรัล ที่แสดงความสนใจลงทุนทั่วโลกอยู่แล้วหากเห็นโอกาสและราคาไม่สูง

"กลุ่มเซ็นทรัลเองให้ทางเราหาสินทรัพย์ให้ เพราะโดยปกติกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จะมีความสนิทสนมกับสถาบันการเงินที่ตนเองใช้บริการอยู่เป็นประจำก็มักจะเลือกใช้บริการกับสถาบันการเงินแห่งนั้น โดยเฉพาะการออกไปลงทุนในต่างประเทศ มักจะเลือกสถาบันการเงินที่มีความชำนาญ"

แหล่งข่าวกล่าวโดย ยอมรับว่าในปีนี้เป็นปีที่เริ่มมีลูกค้าสนใจสอบถามข้อมูลเพื่อลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศสหรัฐอเมริกามากขึ้น จากปีที่ผ่านมาได้ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในประเทศอังกฤษและยุโรปเป็นส่วนใหญ่

++ เปิดโปรไฟท์ 2 ห้างสุดหรูใน USA.
สำหรับห้างสรรพสินค้า Saks Fifth Avenue เป็นห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ Saks incorporated ตั้งอยู่บนถนน Fifth Avenue ซึ่งเป็นย่านธุรกิจและค้าปลีกที่แพงที่สุดในโลก เป็นห้างที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก มีสาขากระจายอยู่ในรัฐต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา และมีเชนสาขาในต่างประเทศ ทั้งเม็กซิโก, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และสิงคโปร์

ปัจจุบัน Saks Fifth Avenue มีสาขาให้บริการ 54 แห่ง และ "Saks OFF 5TH stores" ร้านค้าในรูปแบบเอาต์เลต สโตร์ อีก 61 แห่ง และช่องทางการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ Saks.com ด้วย ขณะที่ผลประกอบการในปี 2554 บริษัทมียอดขาย 3.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 9.03 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มียอดขาย 2.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 8.37 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ห้าง Macy's เป็นห้างที่ใหญ่และเก่าแก่มากของนิวยอร์ก ตั้งอยู่ที่ Herald Square at 34th Street and Broadway จำหน่ายสินค้าแฟชั่นหรูหราในปี 2554 เมซีอิงค์มียอดขาย 2.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.92 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากปี 2553 ที่มียอดขาย 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 7.5 แสนล้านบาท

ด้านแหล่งข่าวจากระดับสูงในวงการค้าปลีก ให้ความคิดเห็นต่อกรณีที่กลุ่มเซ็นทรัล เจรจาซื้อห้างสรรพสินค้าหรู 2 แห่ง ได้แก่ห้าง SAKS Fifth Avenue และ ห้าง Macy's ในประเทศสหรัฐอเมริกาว่า การที่กลุ่มเซ็นทรัลสนใจเข้าซื้อกิจการของห้าง ดังกล่าวนั้นเป็นไปตามนโยบายของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกระดับโลก โดยสนใจที่จะขยายการลงทุนไปยังประเทศแถบยุโรปและอเมริกาอยู่แล้ว และเริ่มส่งทีมงานเข้าศึกษาแบบเจาะลึก

"กลุ่มเซ็นทรัล ได้มอบหมายให้นายวิตโตริโอ ราดิเซ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ห้างลา รีนาเซนเต ซึ่งเป็นผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจค้าปลีกในซีกโลกตะวันตกมายาวนาน ทำหน้าที่ดูแลด้านการขยายการลงทุนห้างสรรพสินค้าในแถบประเทศยุโรป และสหรัฐอเมริกา"
++ ชูกลยุทธ์ M&A ควบรวมกิจการ

นอกจากนี้กลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยกำหนดเป็นนโยบายหลักในการผลักดันให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกระดับโลก ซึ่งนอกเหนือจากการลงทุนในเอเชียแล้ว การเข้าไปลงทุนในธุรกิจค้าปลีกในซีกตะวันตกเพิ่มขึ้นก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ จากก่อนหน้านี้ที่บริษัทเข้าไปซื้อกิจการของห้างสรรพสินค้าลา รีนาเซนเต ประเทศอิตาลี ด้วยเงินลงทุน 260 ล้านยูโร หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์ Mergers & Acquisitions (M&A) หรือการซื้อควบรวมกิจการ เพื่อให้บริษัท สามารถเข้าไปดำเนินธุรกิจได้ทันที

"ความสำเร็จจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้นของห้างลา รีนาเซนเต ซึ่งมียอดขายมากกว่าเป้าหมายที่วางไว้ จากการบริหารจัดการของกลุ่มเซ็นทรัล ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลเอง เร่งเดินหน้ากลยุทธ์ M&A เพื่อเฟ้นหาธุรกิจที่จะเข้าไปซื้อกิจการให้มากขึ้นตามไปด้วย"

ก่อนหน้านี้นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือซีอาร์ซี ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า เซ็นทรัลอยู่ระหว่างเจรจาขยายการลงทุนในต่างประเทศ 4 แห่ง ทั้งในยุโรป เอเชีย และอาเซียน โดยบริษัทเตรียมกระแสเงินสด 2-3 หมื่นล้านบาทเพื่อการลงทุนในรูปแบบ M&A คาดว่าภายในปลายปีนี้จะสามารถสรุปแผนการลงทุนในฝั่งตะวันตกได้ 1 แห่ง หลังจากที่มอบหมายให้ผู้บริหารของลา รีนาเซนเต เป็นผู้เดินหน้าเจรจา

ทั้งนี้เพื่อให้แผนการขยายการลงทุนในต่างประเทศเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ บริษัทพร้อมขยายการลงทุนในทุกรูปแบบทั้งการเข้าลงซื้อกิจการ การร่วมลงทุน และการเข้าไปลงทุนพัฒนาเองทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับศักยภาพและความพร้อมของแต่ละพื้นที่เป็นหลัก

++ เปิดแผนรุกต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี กลุ่มเซ็นทรัลเริ่มศึกษาแผนการขยายการลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่ปี 2548 เพื่อต้องการให้ธุรกิจมีการขยายตัวมากขึ้น โดยเริ่มศึกษาจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อน และเลือกศึกษาประเทศอินโดนีเซียเป็นแห่งแรก เพราะมีจำนวนประชากรมาก และมีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับคนไทย ก่อนที่จะชะลอแผนลงทุนและหันมาศึกษาตลาดในประเทศจีนและเวียดนาม ซึ่งที่สุดก็ตัดสินใจเลือกลงทุนในประเทศจีน เป็นการขยายการลงทุนในต่างประเทศเป็นครั้งแรก

"ใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท เปิดห้างเซ็นทรัล สาขาหังโจว ภายในศูนย์การค้ามิกซ์ ซี ในปี 2553 ก่อนที่จะขยายการลงทุนเพิ่มและเปิดห้างเซ็นทรัล สาขาเสิ่นหยางและห้างเซน สาขาเสิ่นหยาง ในปีถัดมา พร้อมประกาศที่จะขยายการลงทุนให้ได้ 40 แห่งภายใน 10 ปี แต่ล่าสุดกลุ่มเซ็นทรัลตัดสินใจชะลอการลงทุนในจีน ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง หลังจากเปิดห้างเซ็นทรัล สาขาเฉินตูอีก 1 แห่งซึ่งอยู่ระหว่าง การก่อสร้างภายในสิ้นปีนี้"

นอกจากเข้าไปลงทุนในจีนแล้ว เมื่อปี 2554 กลุ่มเซ็นทรัล ยังเข้าซื้อกิจการของห้างลา รีนาเซนเต ห้างสรรพสินค้าหรู ในประเทศอิตาลี และล่าสุดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตัดสินใจเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ ของศูนย์การค้าแกรนด์ อินโดนีเซีย ช็อปปิ้งคอมเพล็กซ์ระดับไฮเอนด์ ใจกลางกรุงจาการ์ตา เพื่อเปิดห้างเซ็นทรัล สาขาอินโดนีเซีย ด้วยงบลงทุนกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2557

++ ผ่าตัดโครงสร้างบริหารใหม่
ขณะเดียวกันการประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนในต่างประเทศนั้น ทำให้กลุ่มเซ็นทรัลต้องผ่าตัดโครงสร้างการบริหารใหม่ ที่เห็นชัดเจนเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2552 ประกาศตั้งคณะกรรมการบริหาร 2 ชุด คือ คณะกรรมการกำกับการบริหาร Supervisory Board (SB) ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารธุรกิจ โดยมีนายสุทธิชัย จิราธิวัฒน์ เป็นประธาน และนายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ เป็นรองประธาน

ส่วนอีกชุดเป็นคณะกรรมการบริหาร CEO Management Board (CMB) ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการบริษัทต่างๆ ในกลุ่มเซ็นทรัล โดยมีนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการบริหาร พร้อมทีมอีก 7 คน เดินหน้าขยายธุรกิจ ภายใต้ 4 พันธกิจ ได้แก่ สร้างแบรนด์, สร้างคุณค่า, สร้างพันธมิตร และสร้างภาพลักษณ์ที่ดี โดยทั้งหมดมีนายวันชัย จิราธิวัฒน์ เป็นประธานกรรมการบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด(ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) คอยกำกับดูแล

ต่อมาในกลางปี 2555 เป็นการปรับโครงสร้างในระดับปฏิบัติการเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศเป็นหลัก โดยนายทศ ได้แต่งตั้งนายอลัน ทอมสัน เป็นผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศ-เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และนางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ เป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดูแลรับผิดชอบการขยายธุรกิจของบริษัทในเครือเซ็นทรัลรีเทล ในอาเซียน โดยมีนางยุวดี (จิราธิวัฒน์) พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด หรือซีดีเอส เป็นผู้กำกับดูแลด้านการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่วนการลงทุนในภาคยุโรป จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายทศเอง

อย่างไรก็ดี การเสียชีวิตของนายวันชัย จิราธิวัฒน์ เมื่อเร็วๆนี้ซึ่งแม้นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ จะยืนยันว่าการขยายธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลจะยังคงเดินหน้าต่อไป เพราะเตรียมการและวางแผนงานไว้แล้ว แต่ก็ถูกจับตามองว่าใครจะก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งสูงสุดของกลุ่มเซ็นทรัล เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจแสนล้านบาทต่อไป

***"สุทธิธรรม"แบ่งรับแบ่งสู้
ผู้สื่อข่าว "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ว่าสนใจลงทุนในยุโรป-อเมริกาหรือไม่ นายสุทธิธรรมตอบว่า สนใจลงทุนในเอเชียมากกว่า และเมื่อถามอีกว่าจากกรณีมีกระแสข่าวว่ากลุ่มเซ็นทรัลกำลังสนใจห้างสรรพสินค้า Saks Fifth Avenue อยู่ใช่หรือไม่ นายสุทธิธรรมตอบสั้นๆว่า "ยังไม่สนใจ" เมื่อถามว่าได้เข้าไปศึกษา ไปดูหรือเปล่า เช่นเดียวกันคำตอบที่ได้ คือ "ไม่" ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าแล้วห้างสรรพสินค้า MACY ละ นายสุทธิธรรมตอบว่าMACY"ก็ยัง"

***จัดพร้อม"สินทรัพย์-เงินกู้"
แหล่งข่าวรายเดียวกันกล่าวอีกว่า จากความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศของคนไทยที่มีมากขึ้นนั้น ทำให้ตั้งแต่ต้นปีมานี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศติดต่อผ่านที่ปรึกษาการการลงทุนในประเทศไทยเพื่อนำเสนอสินทรัพย์ในสหรัฐฯและ ยุโรป ให้แก่เศรษฐีเมืองไทยแล้ว พร้อมกับเสนอแหล่งเงินกู้ให้ด้วย

"อัตราดอกเบี้ยต่างประเทศจะถูกกว่าในประเทศ ซึ่งหากลงทุนและรอผลตอบแทนจากการให้เช่า คาดว่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 7-8 % ต่อปี ซึ่งถือว่าคุ้มค่าทำให้ทางสถาบันการเงินต่างประเทศก็สนใจปล่อยกู้ด้วย"


TLSS
Verified User
Posts: 616
Joined: Wed Jul 11, 2012 12:01 pm

Re: CPN

Posts by TLSS » Wed Sep 26, 2012 9:00 am

‘ค้าปลีก’รอบกรุงระอุระเบิดศึกชิงเจ้าถิ่นออก-ใต้
[ ฉบับที่ 1338 ประจำวันที่ 26-9-2012 ถึง 28-9-2012 ]

ค้าปลีกรอบนอกฝุ่นตลบ ‘ซีคอน’ เดินเกมพร้อมรบ ‘เดอะมอลล์ บางแค’ คาดโอกาสยังมีสูง อัดอีเวนต์ หนักดึงเข้าศูนย์ทั้งครอบครัว ด้านสมรภูมิตะวันออกยังร้อนแรง ‘พาราไดซ์ พาร์ค’ อวด 2 ปีทะลุเป้าหมาย จับครอบ ครัวกำลังซื้อสูงได้สำเร็จอัดอีเวนต์ฉลองชัย ลากยาวถึงสิ้นตุลาคม

การขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ก่อให้เกิดชุมชนใหม่ขึ้นรอบเมือง ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีก ได้รับอานิสงส์ในการขยายตัวตามไปด้วย ส่งผลให้กรุงเทพฯ รอบนอกมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกและฝั่งใต้ที่กล่าวได้ว่า ร้อนระอุที่สุดในตอนนี้

นายตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน บางแค จำกัด กล่าวว่า จากผลวิจัยพบว่า พื้นที่ในย่านบางแค ภาษีเจริญ ธนบุรีและเขตใกล้เคียงในระยะ 10 กิโลเมตร เป็นย่านที่มีชุมชนหนาแน่น และยังเป็นชุมชนชั้นดีที่ผู้อยู่อาศัยมีรายได้สูง รวมถึงมีสถานศึกษากว่า 220 แห่ง ซึ่งเฉลี่ยแล้วในพื้นที่นี้จะมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ในขณะเดียว กันแม้จะเป็นแหล่งชุมชนที่มีประชากรหนาแน่น แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมากลับไม่ มีห้างสรรพสินค้าใหม่ๆ เปิดให้บริการเลย ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดที่มีโอกาสสูง

ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงตัดสินใจทุ่มงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อก่อสร้าง และตกแต่งศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแค โดยมีเป้าหมายให้สามารถรองรับความต้อง การของผู้บริโภคในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีโดยศูนย์สรรพสินค้าซีคอน บางแคนั้นสร้างภายใต้คอนเซปต์ “สีสันอารมณ์ใหม่ คืนชีวิตชีวาสู่การช็อปปิ้ง” และตกแต่ง ภายในแบบ Modern Contemporary ด้วยโทนสีส้ม เน้นความโล่งกว้างและใช้แสงจาก ธรรมชาติ ภายในแบ่งเป็น 5 ชั้น มีพื้นที่รวม 3 แสนตารางเมตร และมีลานจอดรถความจุ 4,500 คัน

ขณะนี้มียอดผู้ค้าที่เช่าพื้นที่ของศูนย์สรรพสินค้าแล้วประมาณ 96% และมีความ พร้อม 75% ในการเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะสามารถ เปิดให้บริการได้ 100% ภายในเดือนตุลาคม

“จุดเด่นของศูนย์สรรพสินค้าแห่งนี้นอกจากจำนวนร้านค้ากว่า 300 ร้านแล้ว คือ การเป็นศูนย์อาหารและศูนย์จำหน่ายสินค้าไอทีที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ฝั่งธนบุรีรวมถึงบริการอื่นๆ เช่น โทรศัพท์มือถือและธนาคาร ด้วยเป้าหมายในการเป็น One stop shopping” นายตะติยะ กล่าว

ในด้านการตลาดของศูนย์สรรพสินค้าแห่งนี้ นายตะติยะ อธิบายว่า เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้บริโภคในช่วงปลายปี 55 นี้ บริษัทได้จัดงบประมาณจำนวน 90 ล้านบาท แบ่งเป็นกิจกรรมเปิดตัว 50 ล้านบาท กิจกรรมการตลาด 30 ล้านบาท และการประชาสัมพันธ์ อีก 10 ล้านบาท ส่วนในปี 2556 บริษัทได้เตรียมงบประมาณไว้สำหรับการจัดกิจกรรม การตลาดและการประชาสัมพันธ์เพื่อกระตุ้นการซื้ออีกกว่า 200 ล้านบาท

- กลยุทธ์หลักของบริษัทคือ การจัดอีเวนต์ที่หลากหลาย โดยแบ่งออกเป็น 5

กลุ่ม คือ Sport & Youth Recreation ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์ เช่น การแข่งขันเชียร์ลีดดิ้งและการแข่งขันสตรีทแดนซ์ ถัดมาคือ New Experience เพื่อให้ลูกค้าได้เรียนรู้สิ่งแปลก ใหม่จากกิจกรรม เช่น Pet Planet และท่องเที่ยวล่องตลาดน้ำ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมประเภท music & Entertainment, Lifestyle และ Social Responsibility อีกด้วย ซึ่งต่างเป็นกิจกรรมที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยรวมแล้วคาดว่าจะสามารถจัดกิจกรรมได้ไม่น้อยกว่า 100 กิจกรรม ต่อปี

“กิจกรรมของบริษัทมีจุดเด่นอยู่ที่ความแปลกใหม่เพราะทั้งหมดเป็นกิจกรรมที่คิดขึ้นเองและไม่เก็บค่าเข้าชม รวมถึงไม่มี การจัดซ้ำกัน โดยคาดว่ากิจกรรมเหล่านี้ จะช่วยให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอกว่า 80,000-130,000 คนต่อวัน รวมแล้วในช่วง 4 เดือนจะมีลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอยทั้งสิ้นประมาณ 8 ล้านคน” นายตะติยะกล่าว

สำหรับเป้าหมายรายได้ของซีคอนบางแค นายตะติยะ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้ ตั้งเป้ารายได้จากศูนย์สรรพสินค้าแห่งนี้ไว้ที่ 200 ล้านบาท และ 700 ล้านบาทในปีถัดไป โดยจะมีการเติบโตต่อเนื่อง 5% ทุกปี จึงมั่นใจว่าจะสามารถคืนทุนได้ภายใน 7 ปี

“การแข่งขันในพื้นที่บางแคนับว่าเบาบางเนื่องจากมีคนมากแต่มีห้างน้อยส่วนปัญหาอุทกภัยนั้น บริษัทได้เตรียมรับสถานการณ์เอาไว้แล้ว โดยที่ตั้งของศูนย์นั้นสูงกว่าพื้นถนนถึง 2.8 เมตร และมีการเตรียมระบบระบายน้ำเอาไว้แล้วและบริษัทมั่นใจว่าในปีนี้จะไม่มีเหตุอุทกภัย” นายตะติยะ กล่าว

นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผอ.ใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ได้ทำการปรับปรุง เดอะ มอลล์บางแคเพื่อรองรับการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในย่านนั้น รวมทั้งการปรับปรุงสวนน้ำลอยฟ้า ที่คาดว่าจะเป็นแม่เหล็กที่สำคัญในการดึงคนเข้าศูนย์การค้า โดยยังเล็งเห็นว่า พื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพสูง จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจาก 130,000 คน เมื่อ 18 ปีที่ผ่านมา เป็น 200,000 คนในปีนี้ โดย 60% เป็นกลุ่มอายุ 31-45 ปี หรือครอบครัวรุ่นใหม่ที่เพิ่งแต่งงานหรือเริ่ม มีบุตร โดยยังเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของบางแคในการรองรับการแข่งขัน เนื่องจากยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการสูง และทำรายได้เป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม เดอะ มอลล์รองจากเดอะมอลล์บางกะปิ

ด้านสมรภูมิค้าปลีกฝั่งตะวันออก ซึ่งมีทั้ง เซ็นทรัลบางนา และซีคอนสแควร์ เป็นเจ้าถิ่นหลัก และทำการรีโนเวตศูนย์การค้าใหม่พร้อมรับการแข่งขันไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีรูปแบบของค้าปลีกที่หลากหลาย ในสไตล์คอมมูนิตี้มอลล์ในสไตล์คอมมูนิตี้มอลล์เข้ามาปักธงอีกหลายเจ้า

สาเหตุที่สำคัญของการแข่งขันในฝั่งนี้ มาจากการขยายตัวของ บ้านจัดสรรโครงการใหญ่ที่ขยายตัวมาในฝั่งนี้ และหมายถึงกำลังซื้อของลูกค้าที่สูงขึ้น โดยพาราไดซ์ พาร์ค เคยสำรวจพบคนที่มีรายได้สูงกว่า 50,000 บาทต่อครอบครัว มากถึง 28,000 ครอบครัว

หลังจากเปิดตัวไปแล้ว 2 ปี พาราไดซ์ พาร์ค จึงประกาศความ สำเร็จด้วยการตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การค้าในย่านนี้อีกครั้ง

นายสุเวทย์ ธีรวชิรกุล ประธานกรรมการ บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัวของพาราไดซ์ พาร์คเมื่อ 2 ปี ด้วยงบลงทุนกว่า 3.2 พันล้านบาท ถือเป็นการจุดชนวนการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก โดยหลังจากเปิดตัว 2 ปีที่ผ่านมา ได้รับการยอมรับว่าเป็น Family Destination ครองใจกลุ่มครอบครัวได้ตามเป้าหมาย ในปีนี้จึงมีแผนการเพิ่ม Kidz Sport land สถาบันพัฒนาสมองเพื่อการเรียนรู้ด้วยกีฬาสำหรับเด็ก แห่งแรกและแห่งเดียวของกรุงเทพฯ ตะวันออก อีกทั้งยังคงมุ่งเน้นการตลาดเชิงรุกที่มีทั้งความต่อเนื่อง จริงจัง แตกต่าง และทันสมัยและในโอกาสฉลอง 2 ปี พาราไดซ์ พาร์ค ได้ร่วมกับพันธมิตรทุ่มงบ 60 ล้านบาท จัดงาน “พาราไดซ์ พาร์ค เฉลิมฉลอง 2 ปี” ไปเมื่อเร็วๆ นี้ และมีรายการลุ้นของรางวัลรวมมูลค่า 1.8 ล้านบาทไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้


Post Reply