CPN

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Sun Jun 10, 2012 4:15 pm

ดูมาซักพัก เกี่ยวกับห้าง central โดยรวม
แต่เน้นไปด้านการขยาย CRC มากกว่า


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Sun Jun 10, 2012 4:21 pm

เกี่ยวกับการเข้าไปจีน ด้าน real estate ซึ่งก็คือ CPN
เพิ่งพูดถึงตอนกลางๆ
บอกว่าตอนนี้ เข้าไปช้าแล้ว
เพราะค่าใช้จ่ายอะไรตอนนี้สูงไปแล้ว ช่วงนี้ลองทำ feas แล้วไม่ผ่าน แต่ก็ยังไม่ทิ้ง รอดูโอกาสอยู่

ตอนท้าย (กำลัง commercial break เป็นช่วงต่อไป) จะพูดถึงการแบ่งกันบริหารในครอบครัว ไม่น่ามีอะไรเป็นพิเศษ เกี่ยวกับ CPN


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Sun Jun 10, 2012 4:28 pm

Christine Tan พิธีการถามว่าอาจเอา CRC เข้าตลาดหรือไม่
คุณสุทธิธรรมบอกว่า มีเงินสด 2.8 หมื่นล้าน เพียงพอพอไม่ต้องเข้าตลาด

ได้รับบทเรียนจากธุรกิจครอบครัว ที่เรียนรู้จากคุณพ่อ เรื่องการเป็น unity ในการบริหารงาน
ที่ผ่านมา ไม่เคยมีปัญหาการไม่ลงรอยกันระหว่างพี่น้องในครอบครัว

succession plan ก็จะมีการพิจารณาทุกปี 1 ครั้งต่อปี
Christine Tan ถามว่าใครจะเป็น CEO (ของ group) ต่อไป.... หัวเราะทั้งคู่แล้วบอกความลับ แต่ก็บอกให้รู้ตัวแล้ว เหมือนจะให้เตรียมตัวทำนองนั้น


Freedom_man
Verified User
Posts: 28
Joined: Tue Mar 01, 2011 2:01 pm

Re: CPN

Posts by Freedom_man » Sun Jun 10, 2012 10:55 pm

ขอบคุณครับ

หุ้น กัน ป่ะ ??

cyberman
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 264
Joined: Fri Jan 20, 2006 11:38 am

Re: CPN

Posts by cyberman » Tue Jun 12, 2012 10:34 am

สำหรับ cpn คิดค่า renovate รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสินทรัพย์ต่างๆ เป็นกี่ % จากค่าเสื่อมครับ

สมมติว่างบมีค่าเสื่อมประมาณ 4,000 ล้าน คิดว่าเป็นกระแสเงินสดกลับมาจริงๆประมาณเท่าไรครับ หรือคิดค่าเสื่อมเป็นค่าใช้จ่ายจริงๆทั้งหมดเลย (conservative แบบสุดๆ)


Polakij
Verified User
Posts: 35
Joined: Thu Nov 11, 2010 11:02 pm

Re: CPN

Posts by Polakij » Tue Jun 12, 2012 11:03 pm

cyberman wrote:สำหรับ cpn คิดค่า renovate รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสินทรัพย์ต่างๆ เป็นกี่ % จากค่าเสื่อมครับ

สมมติว่างบมีค่าเสื่อมประมาณ 4,000 ล้าน คิดว่าเป็นกระแสเงินสดกลับมาจริงๆประมาณเท่าไรครับ หรือคิดค่าเสื่อมเป็นค่าใช้จ่ายจริงๆทั้งหมดเลย (conservative แบบสุดๆ)
ค่าเสื่อมราคา ควรใช้กับ สินทรัพย์ หรือ asset ใหม่ๆ มากกว่าครับ
สำหรับ การบำรุงรักษา ควรสอบถามจาก ผู้บริหารดู และ ควรอยู่ในหมวด ค่าใช้จ่าย มากกว่าครับ อย่างเช่น ทำความสะอาด แอร์ คอมเพรสเซอร์ เปลี่ยน part ที่เสีย รวมค่าแรงด้วย เป็นต้น
ตามประสบการณ์ผม น่าจะอยู่ประมาณ 1% - 2% ของ RAB (Replacement Asset Base) หรือ ราคาของ สินทรัพย์ถ้ามีการเปลี่ยนใหม่ ครับ (แต่ก็ไม่แน่เสนอไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยครับ อายุการใช้งาน การบำรุงรักษาดีมากน้อยขนาดไหน หรือ บางที เสียถึงเปลี่ยน)

เช่นรถยนต์ คันละ 8 แสนบาท 1-2% ก็ประมาณ 8000-16000 บาทต่อปี


boondham
Verified User
Posts: 192
Joined: Sun Nov 08, 2009 12:55 am

Re: CPN

Posts by boondham » Thu Jun 14, 2012 7:51 pm

สาขาใหม่สาขา เชียงราย มีรอยร้าว
Image

เครดิต 0999


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Mon Jun 18, 2012 9:29 pm

จากกระทู้พี่หมอพอล
http://board.thaivi.org/viewtopic.php?f=36&t=51480

โครงการเชื่อมตลาดหุ้น ASEAN
ได้แก่ ตลาดของมาเลย์, เวียดนามเหนือ, เวียดนามใต้, อินโด, ฟิลิปปินส์, ไทย, สิงคโปร์


คัดเลือก 180 ดาวเด่นบลูชิป (บูลชิต ไม่เอา :mrgreen: )

ASEAN Stars are 180 ASEAN Stocks representing the 30 blue chips of each ASEAN country. The ASEAN Stars are selected based on market capitalisation and liquidity.


ตามไปหา link 30 ดาวเด่น ที่เป็นตัวแทนของตลาดไทย
http://www.aseanexchanges.org/Aseanstars.aspx



SET is a fully-integrated exchange providing a wide variety of investment products i.e. equities, bonds and derivatives as well as quality services to both local and foreign investors with timely, accurate and complete information disclosure.

Select A Market:

RIC Name Last Price Trade Time Trade Date Net Change % Change Volume Previous Close
ADVA.BK ADVANCED INFO SV 173.5 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 1.5 0.87% 5381400 172
AOT.BK AIRPORTS OF TH 57 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.25 0.44% 2997500 56.75
BANP.BK BANPU50 464 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -4 -0.85% 1071750 468
BAY.BK BANK OF AYUDHYA 29 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -0.75 -2.52% 9428100 29.75
BBL.BK BANGKOK BANK 185 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -2 -1.07% 2515700 187
BEC.BK BEC WORLD 49.75 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 2.25 4.74% 3829800 47.5
BGH.BK BKK DUSIT MED 89.75 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.25 0.28% 995700 89.5
BIGC.BK BIG C SUPER 218 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 3 1.4% 623900 215
CPALL.BK CP ALL 35.5 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -0.5 -1.39% 15537600 36
CPF.BK CHAROEN 39 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0 0% 12962100 39
CPN.BK CENTRAL PAT 45.5 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.5 1.11% 2003500 45
DTAC.BK TOTAL ACCESS 73.75 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.25 0.34% 6276500 73.5
EGCO.BK ELECTRIC GEN 107.5 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 1 0.94% 664100 106.5
GLOW.BK GLOW ENERGY 61 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 2.75 4.72% 3497000 58.25
IRPC.BK IRPC 3.86 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0 0% 32376500 3.86
IVL.BK INDORAMA VENT 29.5 17:43 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -0.25 -0.84% 39039900 29.75
KBAN.BK KASIKORNBANK 157.5 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -1.5 -0.94% 6160400 159
KTB.BK KRUNG THAI BANK 15.4 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -0.2 -1.28% 23954000 15.6
LH.BK LAND & HOUSE 7.3 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.2 2.82% 29269300 7.1
PTT.BK PTT 331 17:42 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -2 -0.6% 4158400 333
PTTE.BK PTT EXP & PROD 172 17:41 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -2.5 -1.43% 3116700 174.5
PTTGC.BK PTT GLOBAL CHE 58 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0 0% 28659400 58
RATC.BK RATCHABURI 42.25 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.5 1.2% 847800 41.75
SCB.BK SIAM COM BANK 141.5 17:41 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -2 -1.39% 9950900 143.5
SCC.BK SIAM CEMENT 328 17:40 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -1 -0.3% 1729200 329
SCCC.BK SIAM CITY 318 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 -28 -8.09% 339500 346
THAI.BK THAI AIRWAYS 22.1 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0 0% 2805700 22.1
TMB.BK TMB BANK 1.56 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.03 1.96% 193845900 1.53
TOP.BK THAI OIL 60.5 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0.5 0.83% 16159100 60
TUF.BK THAI UNION FRO 67.5 17:39 (GMT/UTC+08:00) 18 June 2012 0 0% 2200100 67.5

Updated 18 June 2012 22:24 (GMT/UTC+08:00)
Data source delayed 15 min

Volume traded for stocks shown in the table is represented in Board Lot. (1 Board Lot = 100 shares)


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Mon Jun 18, 2012 9:36 pm

ข้อมูลจาก SET เอง
http://www.set.or.th/th/asean_exchanges/asean_link.html

Image

การเชื่อมโยงระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างตลาดหลักทรัพย์ในอาเซียน เพื่อให้นักลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ระหว่างประเทศได้สะดวกยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการซื้อขายหลักทรัพย์ ชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ รวมถึงการกระจายข้อมูลหลักทรัพย์ โดยนักลงทุนสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ตราสารทุนได้ทุกหลักทรัพย์ เช่น กรณีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อขายหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ใน SET และ mai

กำหนดการ ในเบื้องต้น ตลาดหลักทรัพย์ 3 แห่งแรกที่จะเริ่มให้ซื้อขายผ่าน ASEAN Link ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย โดยจะมีการเชื่อมโยงการซื้อขายในไตรมาสที่ 3 ปี 2555

Image


User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CPN

Posts by chansaiw » Thu Jun 21, 2012 12:52 pm

อ่านศึกชิงเท้าของอ นิเวศน์แล้วเลยลองนึกดูว่าเอห้างนี่มันไม่มี barrierจริงรึป่าวจะว่าไปมีเงินก็ทำได้หมดแต่จะรอดมั้ยอีกเรื่อง
เลยเอามาให้อ่านเผื่อคนท่ยังไม่ได้อ่าน

สิ่งที่ผมต้องทำในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็คือ  อย่างน้อยหนึ่งวันผมจะต้องไป  “จ่ายตลาด”  คือเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เพื่อหาอาหารมากินในระหว่างสัปดาห์ต่อมา  นอกจากการซื้ออาหารและของใช้ประจำวันแล้ว  ผมก็มักจะถือโอกาสเดินดูและ  “ช็อปปิ้ง” สิ่งที่   “ไม่จำเป็น”  แต่ผมอยากได้  เช่น  หนังสือดี ๆ  หรืออะไรต่าง ๆ  ที่ผมเผอิญพบเข้าในห้างสรรพสินค้าหรือมอลทั้งหลายที่มีอยู่ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล  การ “เดินห้าง” นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ  “ชีวิต”  ของผม  และผมเชื่อว่าน่าจะเป็นชีวิตของคนในเมืองในประเทศไทยอีกไม่น้อย  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  เมืองไทยเป็นเมืองร้อน  จะมีที่ไหนที่ดีไปกว่าห้างติดแอร์ในยามที่คุณต้องการพักผ่อนอย่างสบายในวันหยุด

            ผมมีศูนย์การค้าประจำที่ผมมักจะไปใช้บริการบ่อยเนื่องจากมันสะดวกเพราะอยู่ใกล้บ้านและมี  “ของครบ” ตามที่ผมต้องการ   อย่างไรก็ตาม  ผมก็มักจะไปเยี่ยมเยือน  “มอล” แทบจะทุกแห่งในกรุงเทพและปริมณฑลเพื่อเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศเป็นครั้งคราว   และก็แน่นอนว่า   นอกจากจะเป็นเรื่องของความบันเทิงแล้ว  ผมก็มักจะถือเป็นโอกาส  “วิเคราะห์หุ้น”  เพื่อการลงทุนไปด้วย  เพราะผมคิดว่า  ที่ ๆ  คนไปและใช้จ่ายเงินนั้น   เป็นแหล่งสำคัญที่จะเรียนรู้ว่าธุรกิจอะไรจะดีและธุรกิจอะไรจะแย่  เทรนด์ของการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคจะไปทางไหน  นอกจากธุรกิจที่มีห้างร้านอยู่ในมอลแล้ว  ธุรกิจสำคัญอีกธุรกิจหนึ่งก็คือ  ธุรกิจของ  “ศูนย์การค้า” เองด้วยว่าจะเป็นอย่างไร  และนี่ก็คือ  สิ่งที่ผมจะพูดถึงในวันนี้

           ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมานี้   น่าจะเรียกได้ว่าเป็นช่วง  “บูม”  ของศูนย์การค้า  เหตุผลคงเป็นเพราะว่าเศรษฐกิจของไทยได้เติบโตขึ้นมาจนถึงจุดที่คนจำนวนมากมีรายได้มากพอที่จะเดินเข้าห้างร้านสมัยใหม่  นอกจากนั้น  สังคมของเราคงก้าวมาถึงจุดที่การบริโภคจะกลายเป็นตัวนำของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ  ดังนั้น  การเดินเข้าห้างของผู้คนจึงเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง  ทำให้ห้างร้านเต็มไปด้วยผู้คน  คนที่ทำธุรกิจศูนย์การค้าอยู่เดิมนั้น  สามารถเพิ่มค่าเช่าและทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ  ดังนั้น  พวกเขาก็ขยายห้างไปยังทำเลอื่น ๆ  ซึ่งก็มักจะประสบความสำเร็จอย่างงดงาม  แม้แต่ศูนย์ที่เคย  “เจ๊ง”  ไปแล้ว  ก็สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบร้านค้าย่อยและตัวสินค้าจนสามารถ “กู้” ให้ศูนย์กลับมามีชีวิตชีวาและทำกำไรได้ใหม่   ธุรกิจห้างนั้น  ดูเหมือนว่าจะเป็นธุรกิจที่ดีมาก  เป็นธุรกิจ  “ดารา” ที่ทำเงินดีและมีความเสี่ยง  “ต่ำ”  และนี่ทำให้มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าวงการกันมากมาย  ห้างใหม่ ๆ  ที่เปิดขึ้นมานั้น  ทั้ง ๆ  ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน  ก็ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน  และนี่ก็ดึงดูดห้างใหม่จากผู้เล่นรายเดิมและผู้เล่นรายใหม่เข้ามาอีก   ศึก  “ชิงเท้า”  กำลังเกิดขึ้นแล้ว!

           ไม่ว่าจะเป็นห้างประเภทไหน  การเปิดขึ้นมาใหม่นั้นก็จำเป็นที่จะต้องหาคนมาเดิน-และซื้อสินค้าหรือบริการ  คนที่เข้ามาใช้บริการนั้นหลัก ๆ  ก็คือคนที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในบริเวณนั้นและน่าจะมีสองกลุ่มคือ  กลุ่มแรกเป็นกลุ่มคนที่ยังไม่ใคร่เข้าหรือเดินห้างเนื่องจากอาจจะอยู่ห่างจากห้างสมัยใหม่และรายได้ยังไม่สูงนัก  และกลุ่มที่สองคือคนที่เดินห้างอื่น ๆ  อยู่แล้ว  ในความคิดของผมก็คือ  ลูกค้าหลักที่จะมาเดินห้างใหม่นี้คือกลุ่มที่สอง   ประเด็นสำคัญก็คือ  จำนวนคน-หรือเท้าของคนกลุ่มที่สองนั้น   ไม่น่าจะเดินห้างมากขึ้นนักหรือเดินห้างเท่าเดิม   ดังนั้น  เขาก็จะลดการเดินในห้างเดิมเพื่อมาเดินในห้างใหม่  ผลก็คือ  ห้างเดิมก็น่าจะมีคนเดินน้อยลงจากการเปิดห้างใหม่

            ภาพของการแข่งขันของห้างหรือศูนย์การค้านั้น  ไม่ใช่แค่ว่าต้องเป็นศูนย์การค้าประเภทเดียวกันถึงจะแข่งขันกัน  ห้างอะไรก็ตามที่ดึงดูดผู้บริโภคสมัยใหม่ให้มาใช้บริการผมคิดว่ามันแข่งขันกันหมด  ตัวอย่างเช่น  คอมมูนิตี้มอลนั้นก็สามารถดึงดูดให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ  มากินอาหารหรือซื้อของเล็ก ๆ  น้อย ๆ  ซึ่งทำให้คนที่มาลดการไปศูนย์การค้าใหญ่ ๆ  ที่เป็นมอลลง   เช่นเดียวกัน  เม็กกะมอลเองก็อาจจะดึงดูดคนที่ใช้บริการห้างในเมืองในกรณีที่เขาต้องการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่หรือมากรายการในบางครั้ง  ดังนั้น  ในสงคราม  “ศึกชิงเท้า”  นี้  จึงไม่น่าที่จะมีห้างที่ไม่ถูกกระทบ

             ห้างที่มีฐานเดิมแน่นหนานั้น  น่าจะสามารถรักษา “เท้า” ของตนเองไว้ได้พอสมควรเนื่องจากความสามารถและชื่อเสียงที่มีมานาน  อย่างไรก็ตาม  การที่จะเติบโตและทำกำไรได้เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นอย่างที่เป็นก่อนสงครามจะเริ่มนั้น  ผมคิดว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย  จริงอยู่  กำไรอาจจะเพิ่มเนื่องจากการขยายสาขาออกไปมาก  แต่กำไรที่ได้มานั้น  เกิดขึ้นจากการที่ต้องลงทุนไปมากซึ่งทำให้มันเป็นกำไรที่มีคุณภาพไม่สูง   แต่กำไรคุณภาพสูง  ที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเพิ่มราคาค่าเช่าพื้นที่ในห้างนั้น  อาจจะไม่ได้เป็นไปตามคาดหากจำนวน “เท้า” ของคนเข้าห้างไม่ได้เพิ่มขึ้น

             ส่วนห้างใหม่ ๆ  ของผู้เล่นใหม่ ๆ  หรือผู้เล่นที่ไม่ได้เป็นผู้นำในธุรกิจนั้น   ผมคิดว่า  อาจจะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สดใสนักโดยเฉพาะห้างที่ไม่ได้มีทำเล หรือมี  “แม่เหล็ก”  ที่โดดเด่นจริง ๆ   จริงอยู่  ในช่วงที่เปิดห้างใหม่ ๆ  นั้น  เราอาจจะยังไม่เห็นปัญหาชัดเนื่องจากคนอาจจะยัง  “เห่อ”  กับห้างใหม่   ผู้เช่าเองนั้น  บางทีอาจจะยังต้องประคองตัวในช่วงแรกแม้ว่าจะขายสินค้าไม่ได้ดี  แต่เมื่อเวลาผ่านไปและพบว่าห้างไม่ใคร่ประสบความสำเร็จ  นั่นก็จะเป็นเวลาที่จะเห็นว่าในศึกหรือสงครามครั้งนี้  ใครชนะและใครแพ้  แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็อาจจะเป็นไปได้ว่า  เสียหายหรือเจ็บกันหมด

             ปัญหาของธุรกิจศูนย์การค้าก็คือ  มันเป็นธุรกิจที่ไม่มี  Barrier to Entry นั่นก็คือ เป็นธุรกิจที่ทุกคนสามารถเข้ามาเล่นได้  มันเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีปัจจัยของความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือ  ทำเล  ทำเล  และทำเล  ซึ่งไม่มีใครสามารถยึดได้คนเดียว  และคนจำนวนมากสามารถที่จะมีทำเลที่  “สุดยอด” ได้  ดังนั้น  คนจำนวนไม่น้อยจึงเข้ามาแข่งในธุรกิจได้โดยเฉพาะคนที่มีที่ดินในทำเลที่ดีและเป็นคนที่มีเงินมากพอที่จะทำ  ซึ่งก็บังเอิญมักจะเป็นคนเดียวกันเนื่องจากคนมีเงินมักจะเก็บที่ดินไว้เป็นสมบัติด้วย  เช่นเดียวกัน  บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่ขายบ้านและคอนโดมิเนียมบางแห่งเองนั้น   เมื่อเห็นว่าธุรกิจทำศูนย์การค้าทำกำไรได้งดงาม   แถมเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอซึ่งจะทำให้หุ้นของบริษัทมีค่ามากขึ้น  ก็เข้ามาทำธุรกิจศูนย์การค้าเป็นรายได้เสริมด้วย  กลุ่มต่าง ๆ  เหล่านี้  แม้ว่าจะไม่ใช่  “มืออาชีพ”  จริง ๆ  ในธุรกิจทำศูนย์การค้าและคงไม่สามารถ  “ทำลาย”  ผู้นำในวงการได้   แต่ในบางช่วงบางตอนที่พวกเขาเข้ามามาก ๆ  และรวดเร็วอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงนี้  ก็น่าจะทำให้ทุกคน  “เหนื่อย”  ได้เหมือนกัน

             ตลาดของศูนย์การค้าที่พอจะยังเติบโตหรือยังมี “เท้า”  ของคนที่ยังไม่ได้เข้าห้างมากนักก็คือตลาดในหัวเมืองในต่างจังหวัด  อย่างไรก็ตาม  ประเด็นชี้ขาดก็คือ  กำลังซื้อของคนในจังหวัดนั้นเพียงพอที่จะ  “เข้าห้าง”  มากน้อยแค่ไหน  ประเด็นก็คือ  ห้างจะต้องมีตำแหน่งทางการตลาดที่เหมาะสมกับรายได้ของผู้คนในท้องถิ่น  มิฉะนั้น  ศูนย์การค้านั้นก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จ  และทั้งหมดนั้นก็คือ  ภาพของธุรกิจศูนย์การค้าที่ดูเหมือนว่าจะดีและบูมมาก   แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนเข้ามาแข่งขันกันมากมายจนกำลังจะกลายเป็น “สงคราม”  ที่ทุกคนเสียหายกันหมด


ถามทุกคนว่าคิดว่าอะไรคือcompetive advantage ของCPN มั่งนอกจากประสบการณ์ที่ยาวนาน ความใหญ่ของบริษัท. เงินทุน ความสามารถในการกู้ ความสามารถของผู้บริหาร.

ถึงแม้ว่าดูเหมือนใครมีตังอยากทำก็ทำได้แต่คนเช่าจะมั่นใจกับใครมากกว่าถ้าต้องเลือก
ผมมีหุ้นครับ

"Failure is the only way to start again intelligently"

User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CPN

Posts by chansaiw » Thu Jun 21, 2012 12:59 pm

http://portal.settrade.com/brokerpage/I ... 620(T).pdf

เอามาให้อ่านดูเห็นเค้าแจกแจงตัวเลขในการทำvaluation ครับถูกไม่ถูกไม่รู้แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้มาลอยๆ ผมยังไม่ได้ตรวจดูนะว่าคิดถูกป่าว

"Failure is the only way to start again intelligently"

bennn
Verified User
Posts: 413
Joined: Sun May 28, 2006 8:40 am

Re: CPN

Posts by bennn » Fri Jun 22, 2012 12:28 am

เรื่อง Barrier to entry ผมคิดว่าต้องมองระดับของการแข่งขันด้วยนะครับว่าแข่งขันกันระดับไหน
Bigc แข่งกับ7-11 หรือไม่ ระดับไหน
โรงแรมใหญ่ แข่งกับ โรงแรมเล็ก หรือไม่ ระดับไหน
ห้างใหญ่ แข่งกับ ห้างเล็ก หรือไม่ ระดับไหน
ห้่างใหญ่ แข่งกับ คอมมิวนิตี้มอลล์ ระดับไหน

เราเป็นลูกค้าทั้งสองอย่าง. หรืออย่างใดอย่างหนึ่ง?
ทำไมถึงต้องไปทั้งสองที่

อาจลองวิเคราะห์โดยการเทียบทำเลเดียวกัน และก็ประเมินเรื่องกลุ่มลูกค้า และ positioning ไปด้วยครับ
เซ็นทรัลพระรามเก้า,ศูนย์การค้าฟอร์จูน,เอสพลานาดรัชดา
เซ็นทรัลลาดพร้่าว, ยูเนี่ยนมอลล์, จตุจักร, เมเจอร์รัชโยธิน
เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ, อเวนิวแจ้งวัฒนะ
เซ็นทรัลปิ่นเกล้า, เมเจอร์ปิ่นเกล้า
เซ็นทรัลรัตนาธิเบศน์, เอสพลานาดรัตนาธิเบศน์
แล้วดูว่ามีผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจในช่วงที่ผ่านมายังไง

ถ้าเรามองการระดับของการแข่งขันไม่ตรง
ผมคิดว่าการประเมินการเติบโตธุรกิจก็อาจจะคลาดเคลื่อนไปได้ครับ


harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2236
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: CPN

Posts by harikung » Fri Jun 22, 2012 10:29 am

สำหรับผมcompetitve advantageของCPNคือแบรนด์Centralเอง และ พันธมิตรทางธุรกิจพวกร้านค้าต่างๆ เปิดแต่ละที่แทบจะไม่ต้องหาลูกค้าเลย เจ้าประจำทั้งนั้น

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: CPN

Posts by picatos » Fri Jun 22, 2012 11:51 am

ในมุมมองผม DCA ขอคนทำห้าง คือ
1 ประสบการณ์ know how ในการเลือกทำเล วิเคราะห์ traffic ออกแบบห้างให้ efficient
2 Economy of Scale จากการบริหารห้างในจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง ในทุกๆ ด้าน
3 เมื่อองค์ประกอบของทั้ง สองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และลูกค้า มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการ เข้ามาลงทุนเช่าเปิดร้านด้วย ก่อให้เกิดเคมีที่สอดประสานกันทำให้ traffic ดีกว่าห้างอื่นๆ ส่งผลทำให้ได้ค่าเช่าที่สูงห้างอื่น และเวลาที่เกิดความผิดพลาด เช่น ปล่อยพื้นที่เช่าไม่เหมาะสมกับทำเล ก็แก้ไขได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่แต่และคนหันมาสร้าง community mall สร้าง คอนโด สร้างอสังหาริมทรัพย์กันเยอะๆ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรจริงๆ เลยครับ สุดท้ายก็จะเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ลงทุนมากเกินความจำเป็น traffic มีไม่มากพอ ก็กลายเป็นตึกร้าง กลายเป็นหนี้เน่า กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า เห็นแล้วเสียดายจริงๆ ที่ทำออกมามากเกินพอดี

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

bennn
Verified User
Posts: 413
Joined: Sun May 28, 2006 8:40 am

Re: CPN

Posts by bennn » Fri Jun 22, 2012 3:59 pm

picatos wrote:ในมุมมองผม DCA ขอคนทำห้าง คือ
1 ประสบการณ์ know how ในการเลือกทำเล วิเคราะห์ traffic ออกแบบห้างให้ efficient
2 Economy of Scale จากการบริหารห้างในจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง ในทุกๆ ด้าน
3 เมื่อองค์ประกอบของทั้ง สองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และลูกค้า มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการ เข้ามาลงทุนเช่าเปิดร้านด้วย ก่อให้เกิดเคมีที่สอดประสานกันทำให้ traffic ดีกว่าห้างอื่นๆ ส่งผลทำให้ได้ค่าเช่าที่สูงห้างอื่น และเวลาที่เกิดความผิดพลาด เช่น ปล่อยพื้นที่เช่าไม่เหมาะสมกับทำเล ก็แก้ไขได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่แต่และคนหันมาสร้าง community mall สร้าง คอนโด สร้างอสังหาริมทรัพย์กันเยอะๆ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรจริงๆ เลยครับ สุดท้ายก็จะเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ลงทุนมากเกินความจำเป็น traffic มีไม่มากพอ ก็กลายเป็นตึกร้าง กลายเป็นหนี้เน่า กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า เห็นแล้วเสียดายจริงๆ ที่ทำออกมามากเกินพอดี
คุยเพิ่มเติมนะครับ
แล้วถ้าเป็นการแข่งระหว่างห้างขนาดใหญ่ตรงๆละครับ
เช่น เซ็นทรัลพระรามเก้ากับ terminal 21, เซ็นทรัลบางนากับเมกาบางนา
ดูเหมือนจะเป็นศึกชิงเท้าจริงๆ


virodo
Verified User
Posts: 24
Joined: Thu Sep 13, 2007 6:20 pm

Re: CPN

Posts by virodo » Sat Jun 23, 2012 12:33 am

bennn wrote:
picatos wrote:ในมุมมองผม DCA ขอคนทำห้าง คือ
1 ประสบการณ์ know how ในการเลือกทำเล วิเคราะห์ traffic ออกแบบห้างให้ efficient
2 Economy of Scale จากการบริหารห้างในจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง ในทุกๆ ด้าน
3 เมื่อองค์ประกอบของทั้ง สองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และลูกค้า มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการ เข้ามาลงทุนเช่าเปิดร้านด้วย ก่อให้เกิดเคมีที่สอดประสานกันทำให้ traffic ดีกว่าห้างอื่นๆ ส่งผลทำให้ได้ค่าเช่าที่สูงห้างอื่น และเวลาที่เกิดความผิดพลาด เช่น ปล่อยพื้นที่เช่าไม่เหมาะสมกับทำเล ก็แก้ไขได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่แต่และคนหันมาสร้าง community mall สร้าง คอนโด สร้างอสังหาริมทรัพย์กันเยอะๆ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรจริงๆ เลยครับ สุดท้ายก็จะเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ลงทุนมากเกินความจำเป็น traffic มีไม่มากพอ ก็กลายเป็นตึกร้าง กลายเป็นหนี้เน่า กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า เห็นแล้วเสียดายจริงๆ ที่ทำออกมามากเกินพอดี
คุยเพิ่มเติมนะครับ
แล้วถ้าเป็นการแข่งระหว่างห้างขนาดใหญ่ตรงๆละครับ
เช่น เซ็นทรัลพระรามเก้ากับ terminal 21, เซ็นทรัลบางนากับเมกาบางนา
ดูเหมือนจะเป็นศึกชิงเท้าจริงๆ
เซนทรัลพระราม 9 กับ terminal21 วาง position ที่ต่างกันครับ เซนทรัลนั้นชัดเจนอยู่แล้วตรงที่เป็นศูนย์การค้าครบวงจร คือมีครบสำหรับทุกเพศทุกวัย ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านที่มีแบรนด์ที่แข็งแรง แต่ terminal ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์ตัวเอง เป็นร้านที่มาจากสวนจตุจักรหรือไม่ก็สวนลุมไน้บาซ่า ซึ่งผมมองว่าร้านค้าพวกนี้ค่อนข้าง sensitive กับเศรษฐกิจในระยะยาว ถ้าเศรษฐกิจสะดุดขึ้นมา โอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายค่าเช่ามีสูง
ส่วนเซนทรัลบางนากับเมกาบางนา มีการแย่งคนเดินจริงในช่วงเมกาพึ่งเปิดใหม่เท่านั้นครับ พอผ่านไปสักระยะนึง สิ่งที่มีผลน่าจะเป็นเรื่องของ market area ใครอยู่ใกล้ห้างไหนก็ไปห้างนั้นครับ


User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: CPN

Posts by picatos » Sat Jun 23, 2012 12:46 am

bennn wrote:
picatos wrote:ในมุมมองผม DCA ขอคนทำห้าง คือ
1 ประสบการณ์ know how ในการเลือกทำเล วิเคราะห์ traffic ออกแบบห้างให้ efficient
2 Economy of Scale จากการบริหารห้างในจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง ในทุกๆ ด้าน
3 เมื่อองค์ประกอบของทั้ง สองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และลูกค้า มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการ เข้ามาลงทุนเช่าเปิดร้านด้วย ก่อให้เกิดเคมีที่สอดประสานกันทำให้ traffic ดีกว่าห้างอื่นๆ ส่งผลทำให้ได้ค่าเช่าที่สูงห้างอื่น และเวลาที่เกิดความผิดพลาด เช่น ปล่อยพื้นที่เช่าไม่เหมาะสมกับทำเล ก็แก้ไขได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่แต่และคนหันมาสร้าง community mall สร้าง คอนโด สร้างอสังหาริมทรัพย์กันเยอะๆ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรจริงๆ เลยครับ สุดท้ายก็จะเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ลงทุนมากเกินความจำเป็น traffic มีไม่มากพอ ก็กลายเป็นตึกร้าง กลายเป็นหนี้เน่า กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า เห็นแล้วเสียดายจริงๆ ที่ทำออกมามากเกินพอดี
คุยเพิ่มเติมนะครับ
แล้วถ้าเป็นการแข่งระหว่างห้างขนาดใหญ่ตรงๆละครับ
เช่น เซ็นทรัลพระรามเก้ากับ terminal 21, เซ็นทรัลบางนากับเมกาบางนา
ดูเหมือนจะเป็นศึกชิงเท้าจริงๆ
จะว่าไปบางทีธุรกิจห้างก็แปลกเหมือนกัน บางครั้งห้างวางติดๆ กัน บนถนนเส้นเดียวกัน กลายเป็นว่ายิ่งทำให้ traffic ยิ่งคึกคัก ดึงคนให้มาเดินมากยิ่งขึ้น ได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย แต่บางครั้งกลับแย่งชิงลูกค้ากัน ทำให้เหงาหงอยกันหมด พูดยากเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่ิเกิดขึ้น มันจะดีหรือร้าย

แต่เท่าที่สังเกตดูในหลายๆ ประเทศ ในสงครามศึกชิงเท้า size does matter จริงๆ ครับ Key Anchor ต้องแข็งแรง การเดินทางต้องสะดวก แต่ถ้าไม่ใหญ่ ต้องให้เล็กๆ มารวมตัวกันอยู่ในโซนเดียวกัน ให้เดินออกตรงนี้เจอตรงนี้ มีสาขาเยอะๆ ซ้ำๆ คล้ายๆ 7-11 จนกลายเป็นโซนช็อปปิ้งให้ได้

สุดท้ายยังไงก็อย่างให้เกิดเหตุการณ์สร้างเมือง สร้างห้าง แต่ไม่มีคนอยู่อาศัยแบบในจีนเลยครับ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจีนแล้วรู้สึกว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ท่าทางจะจบไม่สวยแฮะ

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: CPN

Posts by picatos » Sat Jun 23, 2012 12:50 am

virodo wrote:
bennn wrote:
picatos wrote:ในมุมมองผม DCA ขอคนทำห้าง คือ
1 ประสบการณ์ know how ในการเลือกทำเล วิเคราะห์ traffic ออกแบบห้างให้ efficient
2 Economy of Scale จากการบริหารห้างในจำนวนที่มากพอ ทำให้ต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่ง ในทุกๆ ด้าน
3 เมื่อองค์ประกอบของทั้ง สองส่วนที่กล่าวมาข้างต้นทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ก็จะทำให้ทั้งผู้เช่า และลูกค้า มั่นใจในการเข้ามาใช้บริการ เข้ามาลงทุนเช่าเปิดร้านด้วย ก่อให้เกิดเคมีที่สอดประสานกันทำให้ traffic ดีกว่าห้างอื่นๆ ส่งผลทำให้ได้ค่าเช่าที่สูงห้างอื่น และเวลาที่เกิดความผิดพลาด เช่น ปล่อยพื้นที่เช่าไม่เหมาะสมกับทำเล ก็แก้ไขได้ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม การที่แต่และคนหันมาสร้าง community mall สร้าง คอนโด สร้างอสังหาริมทรัพย์กันเยอะๆ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเสียดายทรัพยากรจริงๆ เลยครับ สุดท้ายก็จะเหมือนเรื่องราวในอดีตที่ลงทุนมากเกินความจำเป็น traffic มีไม่มากพอ ก็กลายเป็นตึกร้าง กลายเป็นหนี้เน่า กลายเป็นเงินที่สูญเปล่า เห็นแล้วเสียดายจริงๆ ที่ทำออกมามากเกินพอดี
คุยเพิ่มเติมนะครับ
แล้วถ้าเป็นการแข่งระหว่างห้างขนาดใหญ่ตรงๆละครับ
เช่น เซ็นทรัลพระรามเก้ากับ terminal 21, เซ็นทรัลบางนากับเมกาบางนา
ดูเหมือนจะเป็นศึกชิงเท้าจริงๆ
เซนทรัลพระราม 9 กับ terminal21 วาง position ที่ต่างกันครับ เซนทรัลนั้นชัดเจนอยู่แล้วตรงที่เป็นศูนย์การค้าครบวงจร คือมีครบสำหรับทุกเพศทุกวัย ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านที่มีแบรนด์ที่แข็งแรง แต่ terminal ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์ตัวเอง เป็นร้านที่มาจากสวนจตุจักรหรือไม่ก็สวนลุมไน้บาซ่า ซึ่งผมมองว่าร้านค้าพวกนี้ค่อนข้าง sensitive กับเศรษฐกิจในระยะยาว ถ้าเศรษฐกิจสะดุดขึ้นมา โอกาสที่จะไม่สามารถจ่ายค่าเช่ามีสูง
ส่วนเซนทรัลบางนากับเมกาบางนา มีการแย่งคนเดินจริงในช่วงเมกาพึ่งเปิดใหม่เท่านั้นครับ พอผ่านไปสักระยะนึง สิ่งที่มีผลน่าจะเป็นเรื่องของ market area ใครอยู่ใกล้ห้างไหนก็ไปห้างนั้นครับ
ผมว่า เอาจริงๆ เซ็นทรัลบางนาคงจะกระทบพอสมควรนะครับ เพราะ คนที่มาเซ็นทรัลบางนา เป็นคนที่ขับรถมากัน ดังนั้นขับรถไปอีกนิดเดียว ได้ของใหม่กว่า ดีกว่า ใหญ่กว่า ผมสังเกตจากลูกค้า fitness first นี่ย้ายจากสาขาเซ็นทรัลบางนา มาเล่นกันที่เมกา บางนากันเพียบเลยครับ

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

multipleceilings
Verified User
Posts: 2141
Joined: Sat Feb 26, 2011 1:42 pm

Re: CPN

Posts by multipleceilings » Sat Jun 23, 2012 1:43 am

picatos wrote: สุดท้ายยังไงก็อย่างให้เกิดเหตุการณ์สร้างเมือง สร้างห้าง แต่ไม่มีคนอยู่อาศัยแบบในจีนเลยครับ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจีนแล้วรู้สึกว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ท่าทางจะจบไม่สวยแฮะ

พูดถึง ordos ป่าวครับ??

M aterial catalyst
A ttitude & Perception
D isclipine

User avatar
picatos
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3166
Joined: Sat Mar 27, 2004 12:20 pm

Re: CPN

Posts by picatos » Sat Jun 23, 2012 10:43 am

multipleceilings wrote:
picatos wrote: สุดท้ายยังไงก็อย่างให้เกิดเหตุการณ์สร้างเมือง สร้างห้าง แต่ไม่มีคนอยู่อาศัยแบบในจีนเลยครับ เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจีนแล้วรู้สึกว่าวิกฤตเศรษฐกิจรอบนี้ท่าทางจะจบไม่สวยแฮะ

พูดถึง ordos ป่าวครับ??
ผมว่าไม่ใช่แค่ ordos หรอกพี่ มันเป็นไปทั้งประเทศเลย จีนในช่วงที่ผ่านมา drive เศรษฐกิจด้วยการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์ และจะเป็นหนี้เน่าในอนาคตแน่ๆ ฟันธง

วันคืนล่วงไปๆ บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?

zz99
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: CPN

Posts by zz99 » Mon Jun 25, 2012 7:43 pm

ผมคิดว่าปัญหาตึกร้างในเมืองจีนมีสาเหตุที่แตกต่างกับของเรานะครับ จีนเองปัญหาหลักเกิดจากปัญหาทางนโยบายของรัฐบาลที่อัดฉีดเม็ดเงินให้กับมณฑลต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเติบโตรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ทำให้มีการเร่งเบิกจ่ายเงินเพื่อสร้างตึกและออฟฟิสต่างๆ มากมายโดยไม่ได้พิจารณาถึงความเหมาะสม เป็นความพยายามในการ Decentralization ที่ยังขาดความรัดกุม ในขณะที่ของไทยเองมีการศึกษามามากพอสมควรทั้งในเรื่องทำเล ที่ตั้ง ประชากร ถึงแม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าจะทำให้สถานะการแข่งขันรุนแรงขี้น แต่ก็เป็นเรื่องของธุรกิจล้วนๆ นะครับ

The miracle of compounding,

arnont23
Verified User
Posts: 23
Joined: Mon Jul 12, 2010 8:33 pm

Re: CPN

Posts by arnont23 » Tue Jun 26, 2012 10:54 am

ซีพีเอ็นต่อยอดขยายแพลตฟอร์มดิจิตอลในแคมเปญ Annual Sale Attacks
ฐานเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2012

ซีพีเอ็นต่อยอดขยายแพลตฟอร์มดิจิตอลในแคมเปญ Annual Sale Attacks ดึงลูกค้ากระตุ้นยอดช่วงกลางปี ปูแพลตฟอร์ม Integrated Digital Marketing ครบวงจร ชูกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าเป็นเพื่อนด้วยโซเชียลเน็ตเวิร์คกับ Check-Like-Tag-Share ดึงลูกค้าจากออนไลน์สู่ออฟไลน์ด้วยสิทธิพิเศษ ชิงรางวัล Gadget สุดฮอต dtac The new iPad 16 GB พร้อมซิมจากดีแทค และ dtac wifi platinum ใช้งานฟรีถึงสิ้นปีนี้

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการค้าปลีกชั้นนำของไทย สร้างสีสันให้กับตลาดรีเทลอีกครั้งในแคมเปญส่งเสริมการตลาดครั้งสำคัญช่วงกลางปี Annual Sale Attacks แคมเปญพิเศษ 12 Days Special 12 วัน ช้อปสนั่น สั่นกระแส ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน ถึง 8 กรกฎาคม 2555 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซาทุกสาขา และเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ซึ่งนอกจากจะมีการลดราคาครั้งใหญ่สูงสุดถึง 70% โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมที่น่าสนใจแล้ว ยังได้นำ Digital Strategy มาเป็นโมเดลกลยุทธ์ทางการตลาดแผนใหม่

<snipped>

โดยถือโอกาสเปิดตัว Check-Like-Tag-Share ซึ่งเป็น Digital Marketing Platform ใหม่ ในแคมเปญ Annual Sale Attacks! ให้ผู้บริโภค Check-in บน facebook เมื่อที่มาใช้บริการที่ศูนย์การค้า และกด Like Fan Page ของศูนย์การค้า Post และ Share รูป และ Tag เพื่อนๆ ใน facebook ซึ่งจะเป็นแคมเปญกระตุ้นการมีส่วนร่วมในสื่อออนไลน์และสร้างความผูกพัน (Engagement) เปลี่ยนลูกค้ามาเป็นเพื่อน เพื่อให้ลูกค้าส่งต่อคอนเทนต์ของแบรนด์สร้างกระแสในสื่อใหม่ๆ อย่างโซเชียลมีเดียต่อเนื่อง ผสมผสานกับ การทำ IMC หรือ Integrated Marketing Communication ครบวงจร ซึ่งเราคาดว่าแคมเปญ Annual Sale Attacks! จะดึงดูดคนเข้าศูนย์ฯ ได้เพิ่มขึ้นกว่า 20%

ในแคมเปญซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซีพีเอ็นได้ประเดิมปล่อยดิจิตอล โปรเจค 2 โครงการ คือ แอพพลิเคชั่น Shop@Central แอพพลิเคชั่นสำหรับอัพเดตข้อมูลต่างๆ ในศูนย์การค้า ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเบล็ตแบบเรียลไทม์ และ CPN Click นวัตกรรมใหม่ด้าน CRM ช้อปลุ้นรางวัลโดยไม่ต้องกรอกคูปอง ซึ่งทั้ง 2 โปรเจคได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมาก แอพพลิเคชั่น Shop@Central มียอดคนดาวน์โหลด ณ เดือนมิถุนายน กว่า 60,000 โหลด และ CPN Click มียอด Coupon Redemption เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ไม่ได้ใช้ CPN Click สูงขึ้นถึง 326% y-o-y

http://www.thannews.th.com/index.php?op ... Itemid=524


User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CPN

Posts by chansaiw » Sat Jun 30, 2012 10:14 am

updated: 12 เม.ย 2555 เวลา 11:42:00 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


เปิดพิมพ์เขียว "เอ็มโพเรียม 2" กลุ่มเดอะมอลล์เทงบฯหมื่นล้านปั้นอาณาจักร "Emquatier" 4 แสน ตร.ม. เปิดย่านค้าปลีกแห่งใหม่ดึงแบรนด์ดังระดับโลกร่วมขบวน ชูกลยุทธ์เชิญคู่ค้าแบบเอ็กซ์คลูซีฟจองพื้นที่ ชี้ตลาดแข่งขันแรงช่วงชิงความโดดเด่นทำเล-ดีไซน์-ลูกค้า ดีเดย์พร้อมอวดโฉม 2014


แม้ว่าจะไม่เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ แต่การซุ่มก่อสร้างเอ็มโพเรียม 2 ของกลุ่มเดอะมอลล์กลับรุดหน้าและมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างอาคารและแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่จะเข้ามาเป็นแม่เหล็กสำคัญ เพื่อเปิดให้ทันปี 2014 โดยเฉพาะการปั้นโปรเจ็กต์ยักษ์ 4 แสน ตร.ม.ให้เป็นย่านค้าปลีกแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ "เอ็มควอเทียร์" EMQUARTIER หรือ EMPORIUM QUARTIER

เปิดแปลน "เอ็กซ์คลูซีฟ"

นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาโปรเจ็กต์เอ็มโพเรียม 2 นี่ไม่ได้บอกใคร ไม่มีใครรู้ว่าจะเป็นอย่างไร เนื่องจากการแข่งขันในตลาดสูงมาก คู่แข่งเพิ่มมากขึ้น

ถ้าประกาศตัวไปเร็วและเปิดโครงการเร็วจะไม่ส่งผลดี นอกจากนี้แต่ละโครงการที่กลุ่มเดอะมอลล์ทำล้วนเป็นเทรนด์เซตเตอร์และสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในตลาดค้าปลีก เช่นเดียวกับการติดต่อคู่ค้าและแบรนด์สินค้าที่จะมาเปิดในศูนย์ จะเป็นลักษณะการเชิญแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นราย ๆ ไป ส่วนเอ็มโพเรียม 1 จะปรับโพซิชันนิ่งร้านค้าใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดการผสมผสานกันทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งมีรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นตัวเชื่อมโยงการเดินทาง

สิ่งที่ทำจะเป็นการสร้างกระแสมิติใหม่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เป็น EPI Center ของสุขุมวิท มีความโดดเด่น แตกต่าง และ unique (พิเศษ) ไม่เหมือนใครในโลก จะเป็นย่านการค้าแห่งใหม่ เป็นอะไรที่ระดับโลก ด้วยทำเลที่ตั้ง 2 ฝั่งรวมกัน 30 ไร่ เงินลงทุนกว่าหมื่นล้าน เป็นเพชรเม็ดงาม ตลอดชีวิตไม่มั่นใจว่าจะหาที่ดินผืนงามในย่านสุขุมวิทแบบนี้ได้อีก

"ตอนนี้บอกได้แค่ภาพกว้าง ๆ เพราะไม่สามารถบอกได้จริง ๆ ว่าจะเป็นแบบไหน อย่างไร ต้องรอดู แต่อย่างที่บอกโดยสไตล์เดอะมอลล์เราเลือกทำทุกอย่างไม่ได้ เราไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ นั่นคือสิ่งที่เราจะเอาชนะคู่แข่งได้

เราอาจเปิดไม่ได้ในทุกหัวเมืองเมื่อเทียบกับคู่แข่ง แต่ทุกที่ที่เราไป เราต้องใหญ่และแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องตีทุกที่ แต่ทุกที่ที่เราไปเราต้องชนะ" นางสาวศุภลักษณ์กล่าว

"โมเดล" organic form

รายงานข่าวระบุว่า ศูนย์การค้า "เอ็มควอเทียร์" หรือเอ็มโพเรียม 2 จะเป็นสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่ล้ำนำสมัยรวม 3 อาคาร หนึ่งในนั้นจะเป็นอาคารสูง โดยนำเส้นสายพลิ้วไหวมาประกอบการออกแบบ ต่างจากศูนย์การค้ายุคเก่าที่เป็นบล็อก เชื่อมโยงพื้นที่ระหว่างเอ็มโพเรียม 1 และ 2 ด้วยลานลอยฟ้าขนาดใหญ่ วัสดุและรูปแบบถูกกำหนดว่าต้องไม่มีใครในเมืองไทยใช้มาก่อน รูปแบบต้องไม่มีที่ไหนเหมือนในโลก

คอนเซ็ปต์การออกแบบยึดแนวทาง organic form เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมโดยรวม ภายในมีพื้นที่สีเขียวกระจายทุกจุด รวมทั้งสวนแนวตั้งขนาดใหญ่ โดยใช้ดีไซเนอร์ระดับโลก แสงและบรรยากาศต้องสร้างความแตกต่างระหว่างกลางวันและกลางคืน ขณะเดียวกันเอ็มโพเรียม 1 จะได้รับการรีโนเวตพร้อม ๆ กันด้วย รวมถึงการแบ่งพื้นที่เป็นโซนตามความต้องการของแต่ละกลุ่มทาร์เก็ต อาทิ กลุ่มครอบครัว, กลุ่มเทรนดี้ ยัง หรือแฟชั่นนิสต้า กลุ่มคนทำงาน คนชอบจิวเวลรี่ ลักเซอรี่ มีหลายกลุ่มมาสังสรรค์ มาเรียนหนังสือ มาเข้าออฟฟิศ เป็นความหลากหลายแต่จะครบทุกอย่างความต้องการของลูกค้า

ผู้เกี่ยวข้องกับการออกแบบระบุว่า "เอ็มควอเทียร์" คือศูนย์การค้าที่สะท้อนตัวตนของสุขุมวิท ซึ่งเป็นแหล่งรวมของผู้บริโภคหลากหลายกลุ่มอย่างแท้จริง ทั้งผู้อยู่อาศัย พนักงานออฟฟิศ ต่างชาติที่เข้ามาทำงาน "ศูนย์การค้าแห่งใหม่นี้จะเป็นในลักษณะเหนือกาลเวลา และมีคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ทุกอย่างต้องอยู่ในความเหมาะสม รูปแบบต้องไม่มีที่ไหนเหมือนในโลก กลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการคิดและออกแบบ เนื่องจากสถานที่และความใหญ่ของพื้นที่"

สงคราม iconic landmark

แหล่งข่าวในวงการพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกกล่าวว่า การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ด้วยความใหญ่ของพื้นที่กว่า 4 แสน ตร.ม. และทำเลที่เชื่อม 2 ศูนย์ติดกันโดยมีรถไฟฟ้าเชื่อมอยู่ตรงกลาง รวมถึงการที่ศูนย์การค้าตั้งอยู่ติดกับสวนเบญจสิริซึ่งเอื้อต่อการทำกิจกรรมอีเวนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้ทำเลตรงนี้แตกต่างและโดดเด่น ซึ่งการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกคราวนี้เป็นเหมือนสงครามที่แข่งขันกันสูง เป็นการช่วงชิงความโดดเด่นในเรื่องการเป็นเวิลด์คลาสระดับโลก และความโดดเด่นของโครงการ เนื่องจากไม่ใช่แค่ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ทั่ว ๆ ไป

"คุณแอ๊วบอกว่าทำเอ็มโพเรียมกับพารากอนมาแล้ว พอทำโครงการใหม่ก็ต้องไปข้างหน้า เพราะคนคาดหวัง ทำให้ต้องแข่งกับตัวเอง ซึ่งที่ดิน 16 ไร่บวกกับของเก่าอีก 13 ไร่ รวมเป็น 30 ไร่ หาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้ ถ้าทำอะไรที่เป็นพิเศษระดับโลก เป็น iconic landmark เป็น a must destination" แหล่งข่าวอ้างคำพูดนางสาวศุภลักษณ์

แหล่งข่าวยืนยันว่า โครงการ "เอ็ม ควอเทียร์" ได้รับความสนใจจากแบรนด์เนมระดับโลกจำนวนมาก ส่วนใหญ่ต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อเปิดเป็นแฟลกชิป เห็นได้จากภาพการเข้ามายกตัวอย่างแบรนด์ซาร่า, H&M, ยูนิโคล่ หรือยัสปาล ต่างต้องการพื้นที่มากกว่า 2-3 พัน ตร.ม. สอดคล้องกับผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่า ภาพความเคลื่อนไหวของ 2 ค่ายค้าปลีกทั้งโครงการเอ็มบาสซี่ของกลุ่มเซ็นทรัล และเอ็มโพเรียม 2 ของกลุ่มเดอะมอลล์ ต่างเร่งเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเปิดให้ทันตามแผนงานปี 2014 ไม่เพียงภาพการก่อสร้างของตัวอาคารที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ยังหมายถึงการดึงแบรนด์สินค้าชั้นนำระดับโลกเข้ามาร่วมโครงการให้ได้

เกลี่ย พท.-ปรับโฉมเอ็มโพเรียม 1

แหล่งข่าวระบุว่า เนื่องจากย่านค้าปลีกแห่งใหม่นี้จะมีความครบและสมบูรณ์แบบ ทันสมัย ยิ่งใหญ่ บนพื้นที่ 2 แสนกว่า ตร.ม.ของเอ็มโพเรียม 2 บวกกับอีก 2 แสน ตร.ม.ของศูนย์ปัจจุบัน ทั้งนี้ การวางกลุ่มลูกค้าและโพซิชันนิ่งของทั้ง 2 ศูนย์จะมีความแตกต่างกัน จัดเป็นโซนนิ่งตามความชอบของกลุ่มลูกค้า กลายเป็นสิ่งที่ต้องจัดสรรและปรับร้านค้าใหม่ เพื่อให้แต่ละแห่งมีความแข็งแกร่งและแตกต่างกัน เนื่องจากจะมีร้านค้าแฟลกชิปและร้านค้าใหม่ ๆ เข้ามาจำนวนมาก

ดังนั้น รูปลักษณ์ของทั้ง 2 ศูนย์จะไปในทิศทางเดียวกัน และต้องทำให้ดูดีทั้งคู่ การปรับโฉมของศูนย์ปัจจุบันจะทยอยทำไปพร้อมกับการสร้างศูนย์ใหม่ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าหลักซึ่งจะมีทั้งนักท่องเที่ยว กลุ่มเอ็กซ์แพ็ก (ต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย) และลูกค้าคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มเอ็กซ์แพ็กที่จะกลายเป็นลูกค้าหลักด้วยกำลังซื้อสูง และมาบ่อยด้วยสัดส่วน 30-40% บวกกับนักท่องเที่ยวอีก 10%

"Failure is the only way to start again intelligently"

User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CPN

Posts by Ii'8N » Sat Jun 30, 2012 10:59 am

น่าสนใจ ความเคลื่อนไหว

http://www.pantip.com/cafe/sinthorn/top ... 06301.html

กลุ่มเซ็นทรัล ซื้อที่ดินที่นครปฐม
ได้ข่าวว่ากลุ่มเซ็นทรัล มีโครงการที่จะซื้อที่ดิน ใน อ.เมือง นครปฐม เพื่อเปิดห้างสรรพสินค้า เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับ ใครพอจะมีรายละเอียดบ้าง

จากคุณ : dogPing
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 18:28:54



ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณครับ รบกวนอีกนิด เป็นที่บริเวณไหนครับ

จากคุณ : dogping (dogPing)
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 19:07:55


ความคิดเห็นที่ 4
ท่ีดินอยู่ตรงบริเวณใกล้ส่ีแยกท่ีจะเลี้ยวเข้าองค์พระปฐมเจดีย์ครับ อยู่ฝ่ังเดียวกับ Big C นครปฐม
ถ้าขับจากกทม.มาจะเลยBig C ไปหน่อยแต่ไม่ถึงLotusครับ เพ่ือนผมเล่าให้ฟังครับ

จากคุณ : ซองซูซี
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 20:06:26


ความคิดเห็นที่ 5
ข่าวเป็นปีแล้วนะครับ และรู้สึกว่าจะซื้อไม่ได้
ผิดพลาดประการใด ขออภัย

คนนครปฐมครับ

จากคุณ : Rath_Me
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 20:52:46


ความคิดเห็นที่ 6
ยังพิมมิเสร้จเลย


จริงครับ ธ kbank ปล่อยกู้


บริเวณถนนปิ่นเกล้า ข้อมูลคุณไวจริงจริง


ใครไม่มาตรงนิี้ก็โง่ ยอดขายโลตัสศาลายาอันดับหนั่งของประเทศ


กำลังซื้อมหาศาล central วางเงินแล้วครับ


เหลือธนาคารอย่างเดียวยังซื่อบื่ออยู่

จากคุณ : Whan Sense
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 21:44:53


ความคิดเห็นที่ 7
CPN หรือ ROBINS ต้องติกตามครับ

จากคุณ : vacuum_car
เขียนเมื่อ : 29 มิ.ย. 55 22:44:13


User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CPN

Posts by chansaiw » Sun Jul 01, 2012 4:40 pm

สนง.ทรัพย์สินเปิดประมูลที่พระราม4 ไฟเขียวผุด"ออฟฟิศ-ห้างสรรพสินค้า"
Prev1 of 1Next
updated: 28 มิ.ย. 2555 เวลา 11:01:28 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สนง.ทรัพย์สินฯงัดที่ดินกลางเมือง 3 แปลง ติดหัวมุม "พระรามที่ 4-ถนนสุรวงศ์-ถนนสุรศักดิ์" แนวรถไฟฟ้าใต้ดิน-บีทีเอสประมูลหาเอกชนเช่าระยะยาว 30 ปี ดีเดย์ 31 ก.ค.นี้ยื่นซองข้อเสนอรูปแบบการพัฒนาโครงการ ไม่จำกัดรูปแบบ ด้านผังเมือง กทม.ชี้อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

แหล่งข่าวจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด ในเครือ สนง.ทรัพย์สินฯ ได้ออกประกาศเปิดประมูลเพื่อสรรหาเอกชนที่สนใจเสนอสิทธิการเช่าระยะยาว30ปี เพื่อพัฒนาที่ดินในย่านใจกลางธุรกิจ จำนวน 3 แปลง โดยผู้สนใจสามารถเสนอแผนการพัฒนาที่ดินมายังสำนักงานได้ภายในวันที่ 31 ก.ค.นี้

ประกอบด้วย 1) ที่ดินเปล่า ขนาด 31 ไร่เศษ หรือประมาณ 12,539

ตารางวา อยู่บริเวณหัวมุมถนนพระรามที่ 4 ตัดถนนรัชดาภิเษก (แยกคลองเตย) ติดกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 2) ที่ดินเปล่า ขนาด 3 ไร่เศษ หรือประมาณ 1,249 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสุรวงศ์ตัดกับถนนมเหสักข์ และ 3) ที่ดินเปล่า ขนาด 6 ไร่เศษ หรือประมาณ 2,495 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนสุรศักดิ์ตัดถนนศรีเวียง อยู่ใกล้โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสุรศักดิ์

แหล่งข่าวกล่าวว่า ที่ดินทั้ง 3 แปลงดังกล่าว ตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับปัจจุบันกำหนดเป็นพื้นที่สีแดงหรือพาณิชยกรรม ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพพื้นที่ สามารถพัฒนาได้ทั้งที่อยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการพัฒนาที่ดินแต่ละแปลงขึ้นอยู่กับข้อกำหนดในผังเมืองรวมด้วยว่าพัฒนาได้มากน้อยแค่ไหน เช่น แปลงหัวมุมถนนพระรามที่ 4 จะติดข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการคุมการก่อสร้างอาคารสูงโดยรอบสวนเบญจกิติ ซึ่งบริเวณนี้อยู่ในรัศมีที่สร้างตึกสูงได้ไม่เกิน 45 เมตร หรือสูงไม่เกิน 15 ชั้น และอาคารที่เป็นห้างสรรพสินค้าประเภทอาคารขนาดใหญ่ เป็นต้น

สำหรับเงื่อนไขการเสนอการประมูล จะไม่มีการกำหนดรูปแบบการพัฒนาโครงการ ขึ้นอยู่กับผลการศึกษาของเอกชนแต่ละรายว่าเห็นว่าที่ดินแต่ละแปลงเหมาะที่จะพัฒนาโครงการรูปแบบใดจึงจะคุ้มค่าการลงทุนกับสัญญาเช่าระยะยาวที่ให้ 30 ปี และระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี นอกจากนี้ในเงื่อนไขกำหนดให้เสนอผลตอบแทนที่จะให้กับ สนง.ทรัพย์สินฯด้วย

ม.ร.ว.เปรมศิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า พิจารณาจากทำเลที่ตั้งของแปลงที่ดินแล้ว ถือว่าอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพในการพัฒนาสูง ซึ่งที่ดินบริเวณหัวมุมถนนพระรามที่ 4 ติดกับอาคารตลาดหลักทรัพย์ฯ ในผังเมืองทั้งผังเมืองฉบับปัจจุบันและผังเมืองรวม กทม.ฉบับใหม่ กำหนดเป็นพื้นที่สีแดง พ.3 พัฒนาด้านพาณิชย กรรมและที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ได้ เช่น อาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย อาคารเชิงพาณิชย์รูปแบบอื่น ๆ โดยสามารถพัฒนาอาคารได้ในอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (FAR) อยู่ที่ 7 : 1 และอัตราส่วนพื้นที่ว่างต่ออาคารรวม (OSR) อยู่ที่ร้อยละ 4.5 เป็นต้น แต่ติดข้อบัญญัติ กทม.ให้สร้างอาคารสูงไม่เกิน 45 เมตร

สำหรับที่ดินแปลงหัวมุมถนนสุรวงศ์ตัดกับถนนมเหสักข์ และแปลงหัวมุมถนนสุรศักดิ์ตัดกับถนนศรีเวียง ในผังเมืองรวมฉบับเก่าและใหม่ กำหนดให้อยู่ในพื้นที่สีแดง พ.5 พัฒนาอาคารขนาดใหญ่ได้ทั้งพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัย เช่น โรงแรม คอนโดมิเนียม เป็นต้น โดยสามารถพัฒนาอาคารได้ในอัตราส่วน FAR อยู่ที่ 10 : 1 และ OSR อยู่ที่ร้อยละ 3

ด้านนายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะผู้บริหาร กทม.ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธาน วันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักผังเมืองขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติ กทม. เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในบริเวณสวนเบญจกิติและบริเวณโดยรอบ

ในท้องที่แขวงคลองเตย เขตคลองเตย และแขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร (ฉบับที่...) พ.ศ. ...

เนื่องจากพื้นที่โดยรอบสวนเบญจกิติมีศักยภาพในการพัฒนาทางเศรษฐกิจสูง อยู่ในทำเลเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับศูนย์พาณิชย

กรรมกลางเมือง มีระบบการคมนาคมขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ควรส่งให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจ พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว จึงให้แก้ไขปรับปรุงมาตรการควบคุมความสูง แต่ยังคงมาตรการรักษาสภาพแวดล้อมไว้ โดยควบคุมเฉพาะบริเวณสวนเบญจกิติ ส่วนบริเวณโดยรอบให้ตัดลดมาตรการควบคุมความสูงของการก่อสร้างอาคารลง จะเสนอสภา กทม.พิจารณาต่อไป


CPN สนใจแปลงนี้มั้ยครับเนี่ย

"Failure is the only way to start again intelligently"

Gossip
Verified User
Posts: 389
Joined: Wed Aug 04, 2010 12:40 pm

Re: CPN

Posts by Gossip » Thu Jul 05, 2012 3:40 pm

xBR> UPDATE:CPN คาดรายได้-กำไรสุทธิปี 55 ดีสุดในรอบ 5 ปี, จะตั้งกองทุนอสังหาฯ
(เพิ่มรายละเอียด)

กรุงเทพฯ--5 ก.ค.--รอยเตอร์

บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา<CPN.BK> ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์การค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย
คาดรายได้และกำไรสุทธิปีนี้ ดีที่สุดในรอบ 5 ปี และมีแผนตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์
กองใหม่ในปีนี้ ซึ่งจะใช้อาคารสำนักงานเป็นสินทรัพย์
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี CPN กล่าว
ว่า บริษัทจะปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าในปีนี้ โดยเฉลี่ยที่ราว 8-9%
"ปีนี้น่าจะเป็นปีที่ดีที่สุดของเราในรอบ 5 ปี ทั้งกำไรสุทธิและรายได้ เพราะ
ศูนย์การค้ามีความสมบูรณ์เกือบทุกศูนย์ โดยเฉพาะเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เปิดให้บริการได้หมด
แล้ว การให้ส่วนลดกับผู้เช่าก็ลดลง traffic ก็ดีขึ้น"นายนริศ กล่าวกับผู้สื่อข่าว
นายนริศ คาดว่ารายได้ในไตรมาส 2/55 จะดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะปีก่อน
มีการปิดเพื่อปรับปรุงศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ขณะที่ปีนี้การรับรู้รายได้
จากศูนย์การค้าดังกล่าว ซึ่งมีการเติบโตขึ้นมาก
บริษัทยังมั่นใจว่า เป้าหมายในการมีศูนย์การค้าครบ 30 ศูนย์ ในสิ้นปี 58
จะเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ CPN ตั้งงบลงทุนราว 7-8 พันล้านบาท สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ
ในช่วงปี 56-58 โดยบริษัทยังศึกษาจะขยายธุรกิจศูนย์การค้า เข้าไปในมาเลเซีย อินโดนีเซีย
เวียดนาม พม่า รวมถึงจีน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจีนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าไปลงทุน เพราะ
ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะถดถอย ทำให้ตลาดเป็นขาลง
เขา กล่าวว่า CPN มีเป้าหมายจะขยายธุรกิจออกไปในกลุ่มอาเซียนเป็นหลัก เนื่องจาก
มีกลุ่มลูกค้าที่รู้จักแบรนด์เซ็นทรัลพลาซา และบริษัทมีศักยภาพ ที่จะออกไปทำธุรกิจได้
นอกจากนี้ ระบบโลจิสติกส์ยังง่าย และสามารถที่จะเชื่อมต่อกันได้ โดยคาดว่าปีหน้าจะเห็น
ความชัดเจน สำหรับการเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ

**ตั้งกองทุนอสังหาฯ ปีนี้

นายนริศ คาดว่าเร็วๆนี้ บริษัทจะยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เพื่อขอจัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ที่มีสินทรัพย์อ้างอิง
เป็นอาคารสำนักงาน ดิ ออฟฟิสเซส แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าราว 5
พันล้านบาท และคาดว่าจะเสนอขายหน่วยลงทุนได้ทันภายในปีนี้
โดยเบื้องต้นจะนำอาคารสำนักงานแห่งนี้ เข้าจัดตั้งกองทุนเพียงแห่งเดียว แต่ใน
อนาคต จะมีการขยายขนาดของกองทุนเพิ่มขึ้นอีก
เขากล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุน จะใช้สำหรับขยายศูนย์การค้า เนื่องจาก
บริษัทมีแผนที่จะเร่งเปิดศูนย์การค้าแห่งใหม่ เช่น ที่จ.สุราษฎร์ธานี ในเดือนต.ค.นี้
ส่วนที่จ.ลำปาง จะเปิดในช่วงสิ้นปีนี้ และในปีหน้ายังจะมีศูนย์การค้าที่เชียงใหม่แห่งที่
2 และที่อุบลราชธานี
สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทล โกรท(CPNRF) ก็มีแผนที่จะเพิ่มทุน
ในอนาคต แต่จะต้องพิจารณาเงื่อนไขที่เหมาะสม ซึ่งเบื้องต้นมีการวางแผนจะนำ
ศูนย์การค้าที่เชียงใหม่ เข้ามาเป็นสินทรัพย์ในกองทุน
ราคาหุ้น CPN ช่วงบ่าย ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 47.75 บาท--จบ--

(โดย ศรัญญา สุขสมกิจ รายงาน;วิรัช บูรณกนกธนสาร เรียบเรียง--วพ--)
((wirat.buranakanokthanasan@thomsonreuters.com;โทร.0-2648-9756;
ReutersMessaging:wirat.buranakanokthanasan.thomsonreuters.com@
reuters.net))


tech
Verified User
Posts: 331
Joined: Thu Feb 05, 2004 11:21 am

Re: CPN

Posts by tech » Thu Jul 05, 2012 4:18 pm

มีคนทำงานใน CRC ให้ข้อมูลว่าได้ดูที่ดินใน มาเลเซีย และ เวียดนามอยู่


bennn
Verified User
Posts: 413
Joined: Sun May 28, 2006 8:40 am

Re: CPN

Posts by bennn » Thu Jul 05, 2012 4:54 pm

Gossip wrote: นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี CPN กล่าว
ว่า บริษัทจะปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าในปีนี้ โดยเฉลี่ยที่ราว 8-9%
ขึ้นได้เยอะนะครับเนี่ย :shock:


guhungry
Verified User
Posts: 567
Joined: Mon Aug 10, 2009 12:12 pm

Re: CPN

Posts by guhungry » Thu Jul 05, 2012 5:04 pm

bennn wrote:
Gossip wrote: นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี CPN กล่าว
ว่า บริษัทจะปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าในปีนี้ โดยเฉลี่ยที่ราว 8-9%
ขึ้นได้เยอะนะครับเนี่ย :shock:
จากใน oppday คราวก่อน ก็ได้มีแจ้งว่ามีศูนย์การค้าที่ครบรอบต่อสัญญา 3 ปีหลายแห่งครับ น่าจะเป็นสาเหตุที่ค่าเช่ากระโดด
ผมเดินเซ็นทรัลแจ้งเห็นโซนร้านอาหารปิดไปหลายแห่ง เป็นห่วงว่าขึ้นค่าเช่ามากไปจนรับไม่ไหวหรือเปล่า


arnont23
Verified User
Posts: 23
Joined: Mon Jul 12, 2010 8:33 pm

Re: CPN

Posts by arnont23 » Thu Jul 05, 2012 5:59 pm

guhungry wrote:
bennn wrote:
Gossip wrote: นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี CPN กล่าว
ว่า บริษัทจะปรับขึ้นค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าในปีนี้ โดยเฉลี่ยที่ราว 8-9%
ขึ้นได้เยอะนะครับเนี่ย :shock:
จากใน oppday คราวก่อน ก็ได้มีแจ้งว่ามีศูนย์การค้าที่ครบรอบต่อสัญญา 3 ปีหลายแห่งครับ น่าจะเป็นสาเหตุที่ค่าเช่ากระโดด
ผมเดินเซ็นทรัลแจ้งเห็นโซนร้านอาหารปิดไปหลายแห่ง เป็นห่วงว่าขึ้นค่าเช่ามากไปจนรับไม่ไหวหรือเปล่า
เห็นว่าพยายามให้ทุกปีมีสัญญาหมดประมาณ 1/3 ถ้าสัญญาส่วนใหญ่เป็น 3 ปีก็จะมีให้ต่อกันทุกปีครับ ที่เซ็นทรัลแจ้งฯเข้าใจว่า occupancy 94% ต่ำที่สุดของเซ็นทรัลในกทม. แต่ไปทีไรคนก็เยอะตลอด


Post Reply