CENTEL

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Tue Sep 11, 2012 7:58 am

ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติประจำเดือน สิงหาคม 2555 อยู่ที่ 1,925,806 คน (+11.54% YoY) :D


Factor_9
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 409
Joined: Wed Nov 05, 2008 2:55 am

Re: CENTEL

Posts by Factor_9 » Tue Sep 11, 2012 10:34 am

suwits wrote:ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติประจำเดือน สิงหาคม 2555 อยู่ที่ 1,925,806 คน (+11.54% YoY) :D
ขออภัยนะครับ เอาข้อมูลนี้มาจากไหนครับ :D

stay calm stay invest

User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Tue Sep 11, 2012 1:13 pm

Tourism figures show major rebound

Thai tourism has recovered, with international tourist arrivals to Thailand during the first eight months of this year increasing by 8.66% year-on-year to 14.3 million.

The momentum will continue until year-end, according to a report by the Tourism Department.

Last month alone, arrivals rose by 11.5% year-on-year to 1.92 million on the back of growth from the Middle East (51.39%), Oceania (26.13%), South Asia (21%), Africa (17%), East Asia (11.74%), the Americas (9.31%) and Europe (0.05%).

Key emerging markets also did well. Tourist numbers from China surged by 43.7% to 193,881, from Russia by 22.2% to 44,540 and from India by 14.7% to 76,182.

Meanwhile, the arrivals from the UK dropped by 7.26% to 73,031 and from France by 4.76% to 49,774.

Arrivals from the key market of Germany rose by 2.24% to 44,767.

The top international visitors to Thailand come from China, Malaysia, Japan, South Korea, Laos, India, Australia, Singapore, the UK and Vietnam.


mataya
Verified User
Posts: 11
Joined: Sun Feb 14, 2010 9:19 pm

Re: CENTEL

Posts by mataya » Tue Sep 11, 2012 4:00 pm

11 โรงแรมในเครือเซ็นทาราคว้ารางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมจากทริปแอดไวเซอร์

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ประกาศความสำเร็จโรงแรมในเครือถึง11 แห่งได้รับรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมจากเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์

ทั้งนี้ การจัดอันดับขึ้นอยู่กับการโหวตให้คะแนนความพึงพอใจของลูกค้าและนักท่องเที่ยวที่เคยมาใช้บริการ โดยเกณฑ์การโหวตให้คะแนนแบ่งออกเป็น5ระดับตั้งแต่ระดับ "ดีเลิศ" ไปจนถึง "แย่มาก" ในแต่ละทำเลที่ตั้ง

ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารากล่าวว่า “เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่เซ็นทาราได้รับรางวัลจากทริปแอดไวเซอร์มากถึง 11 รางวัล สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของโรงแรมและรีสอร์ทแต่ละแห่งของเรา รวมทั้งกลยุทธ์ด้านการเลือกทำเลที่ตั้งที่เหมาะสม และการทำงานที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมของผู้บริหารและพนักงาน ซึ่งเรารู้สึกยินดีกับพวกเขาอย่างจริงใจ”

“การที่โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราทั้ง11แห่งสามารถคว้าชัยชนะมาครองท่ามกลางการแข่งขันอันขับเคี่ยวในครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จของเซ็นทาราอย่างแท้จริง”ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายด้วยความภาคภูมิใจ

ทั้งนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราที่ได้รับรางวัลทั้ง 11 แห่ง 11 รางวัล ได้แก่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์มิราจบีชรีสอร์ท พัทยา โรงแรมเซ็นทาราพัทยา และโรงแรมโนวาและสปาพัทยา เซ็นทาราบูติกคอลเลกชัน ที่ล้วนได้รับรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมในพัทยา

สำหรับโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา กระบี่ และโรงแรมเซ็นทาราอันดาเทวีรีสอร์ทและสปา กระบี่ ต่างได้รับรางวัลโรงแรมยอดเยี่ยมในอ่าวนาง จังหวัดกระบี่

นอกจากนี้โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท สมุย ได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมบนหาดเฉวง โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ท ภูเก็ต เป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมแห่งหาดกะรน โรงแรมเซ็นทาราชานทะเลรีสอร์ทและวิลลา ตราด เป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมของจังหวัดตราด โรงแรมเกาะช้างทรอปิคานาบีชรีสอร์ทและสปา (บริหารงานโดยเซ็นทาราฯ) เป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมบนเกาะช้าง โรงแรมเซ็นทาราสัปปาย่าดีไซน์รีสอร์ท ระยอง เป็นหนึ่งในโรงแรมเบดแอนด์เบรกฟาสต์ (Bed & Breakfast)ยอดเยี่ยมในอำเภอแกลง โรงแรมเชนซีรีสอร์ทและสปา ฟูก๊วก เซ็นทาราบูติกคอลเลกชัน เป็นหนึ่งในโรงแรมยอดเยี่ยมประจำเกาะฟูก๊วก ประเทศเวียดนาม

ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเป็นเชนโรงแรมชั้นนำของประเทศไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งสิ้น 55 แห่ง โดยตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย 38 แห่ง และในต่างประเทศ 17 แห่ง ได้แก่ เวียดนาม มัลดีฟส์ ศรีลังกา บาหลี อินโดนีเซีย และเกาะมอริเชียส มหาสมุทรอินเดีย โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารามีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของแขกผู้เข้าพักทุกกลุ่ม ทั้งคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่ต้องการจัดประชุมและสัมมนา

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์“สปาเซ็นวารี”ซึ่งเป็นสปาแบรนด์ไทยที่ให้บริการ สปาระดับแนวหน้ามาตรฐานสากลทั้งหมด 24 สาขา อีกทั้ง "เซนส์" บายสปาเซ็นวารี สปาแบรนด์ใหม่ที่เน้นการให้บริการสปาทรีตเม้นท์ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางในราคาที่คุ้มค่า และคิดส์คลับที่มีกิจกรรมสนุกสนานให้กับเด็กเล็กและเด็กโตในรีสอร์ทสำหรับกลุ่มครอบครัวซึ่งอยู่ในเครือเซ็นทาราทั่วโลกนอกจากนี้ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารายังให้บริการห้องประชุมและคอนเวนชันที่เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัย สามารถรองรับ การประชุมและ การสัมมนาขนาดใหญ่ได้ถึง 4 แห่ง โดยอยู่ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง และอีก 2 แห่ง ในภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี และขอนแก่น

ที่มา: http://www.prachachat.net/news_detail.p ... o&catid=14


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Sun Sep 16, 2012 9:10 am

เวสป้า55 wrote:
suwits wrote:ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติประจำเดือน สิงหาคม 2555 อยู่ที่ 1,925,806 คน (+11.54% YoY) :D
ขออภัยนะครับ เอาข้อมูลนี้มาจากไหนครับ :D
ข้อมูลได้จากกรมการท่องเที่ยวครับ (http://123.242.133.66/tourism/th/home/tourism.php) :D


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Tue Sep 18, 2012 5:40 pm

'เซ็นทารา'เปิดโรงแรม4ดาวแห่งแรกในมอริเชียส


นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา กล่าวว่า ล่าสุด เซ็นทารา ได้เปิด "เซ็นทาราป็อสต์ลาฟาแย็ตรีสอร์ทและสปา มอริเชียส" ซึ่งเป็นโรงแรม 4 ดาวในเครือเซ็นทาราฯ แห่งแรกบนเกาะมอริเชียส โดยตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะมอริเชียส ในเขตป็อสต์ลาฟาแย็ต เป็นอาคารแบบโลว์ไรส์ของรีสอร์ททั้งสองฝั่ง ถูกขนาบด้วยชายหาดติดทะเลสาบและแนวปะการัง ส่วนอีกด้านแวดล้อมด้วยทิวทัศน์เทือกเขาตระการตา

รีสอร์ทฯแห่งนี้ให้บริการห้องพักจำนวน 100 ห้อง ประกอบด้วยห้องพักระดับซูพีเรียและดีลักซ์ พร้อมวิวสวนหรือวิวทะเล เป็นห้องพักมีขนาดกว้างขวาง เหมาะสำหรับครอบครัวซึ่งสามารถเลือกเตียงได้ทั้งแบบคิงไซส์หรือเตียงคู่ พร้อมบริการโซฟาเบดภายในห้องพัก

ภายในรีสอร์ทฯ มีบริการห้องอาหารนานาชาติ คาเฟ นอติลัส ที่เปิดบริการตลอดวัน ห้องอาหารฟีบริการอาหารตามสั่งสไตล์เอเชียและอินเดียนโอเชียน ส่วนอะควา 1800 เป็นห้องอาหารและบาร์ริมทะเล บริการเครื่องดื่มค็อกเทลและอาหารเบาๆ สบายท้อง

"นับเป็นก้าวสำคัญของเซ็นทาราฯ ตามกลยุทธ์ที่ตั้งเป้ารุกตลาดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆ ซึ่งเรารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับศักยภาพของเกาะมอริเชียสเป็นอย่างมาก เรารู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่รีสอร์ทภายใต้แบรนด์เซ็นทาราฯ กำลังจะเปิดให้บริการบนเกาะมอริเชียสอันสวยงาม” ธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ กล่าวเสริมท้ายด้วยความยินดี

สาธารณรัฐมอริเชียส เป็นประเทศที่เป็นเกาะอยู่นอกชายฝั่งแอฟริกาในมหาสมุทรอินเดียตะวันตกฉียงใต้ อยู่ทางตะวันออกของมาดากัสการ์ เป็นชาติที่ได้รับอิทธิพลทางด้านวัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งจากประเทศโปรตุเกส ดัตช์ อังกฤษ ฝรั่งเศส และ อินเดีย การเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยเครื่องบิน สามารถเลือกต่อเครื่องบินในประเทศใกล้เคียง อาทิ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ฯลฯ และการเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติของสาธารณรัฐมอริเชียสไปรีสอร์ทฯ ใช้เวลา 1 ชั่วโมง โดยรถยนต์

ปัจจุบันโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเป็นเชนโรงแรมชั้นนำของไทย มีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งสิ้น 55 แห่ง ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย 38 แห่ง และในต่างประเทศ 17 แห่ง ได้แก่ เวียดนาม มัลดีฟส์ ศรีลังกา บาหลี อินโดนีเซีย และเกาะมอริเชียส มหาสมุทรอินเดีย โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารามีบริการสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อตอบสนองความต้องการของแขกผู้เข้าพักทุกกลุ่ม ทั้งคู่รัก ครอบครัว และกลุ่มนักท่องเที่ยว รวมทั้งผู้ที่ต้องการจัดประชุมและสัมมนา


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Tue Sep 18, 2012 5:48 pm

เซ็นทาราจ่อเปิดโรงแรม100แห่งใน5ปี


โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เชนโรงแรมไทยในกลุ่มเซ็นทรัล เครือธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ ประกาศแผนรุกธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ทระดับภูมิภาค หวังก้าวขึ้นอันดับหนึ่งในเอเชีย เทียบชั้นเชนโรงแรมระดับสากล จากปัจจุบัน เซ็นทาราฯ มีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งสิ้น 54 แห่ง ทั้งที่เป็นเจ้าของดำเนินกิจการเอง และรับบริหารจัดการ โดยส่วนใหญ่เปิดบริการแล้ว และมีโรงแรมบางแห่งอยู่ในขั้นตอนเตรียมความพร้อมก่อนเปิดบริการ โดยเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า คือการมีโรงแรมและรีสอร์ทภายใต้การบริหารงานเพิ่มขึ้นอีก 45 แห่ง เพื่อให้จำนวนของโรงแรมทะยานถึง 100 แห่ง ภายในปี พ.ศ. 2560

เซ็นทาราฯ เปิดตัวสู่ธุรกิจโรงแรมเมื่อ 30 ปีก่อน โดยเริ่มจากการเปิดกิจการโรงแรมเป็นแห่งแรกในย่านลาดพร้าว เป็นที่รู้จักในนามโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทรัล กระทั่งปี พ.ศ. 2550 ได้ตัดสินใจรีแบรนด์ เป็นโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนธุรกิจโรงแรมของเครือฯ ภายใต้กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ที่คำนึงถึงการสร้างรายได้จากการรับบริหารโรงแรมเป็นหลัก มากกว่าการลงทุนเอง แต่ยังคงมีการลงทุนสร้างโรงแรมบางแห่ง บนที่ดินที่บริษัทเป็นเจ้าของหรือร่วมกับนักลงทุนอื่นๆ

นอกจากโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทยแล้ว เซ็นทาราฯ ได้ขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทไปยังหมู่เกาะมัลดีฟส์ ประเทศเวียดนาม บาหลี หมู่เกาะมอริเชียส มหาสมุทรอินเดีย และศรีลังกา

กลยุทธ์การเติบโตของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ครอบคลุมเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญและได้รับความนิยมในเอเชีย รวมทั้งประเทศสมาชิกของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนซึ่งจะเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2558 นอกจากนั้นยังเน้นการขยายธุรกิจไปยังเมืองสำคัญในแถบมหาสมุทรอินเดีย และอาจรวมถึงกลุ่มประเทศและหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิก และยังสนใจขยายธุรกิจไปยังตะวันออกกลาง และเมืองสำคัญในยุโรป

สำหรับในเอเชีย เซ็นทาราฯ ได้ประกาศเข้าร่วมทุนธุรกิจโรงแรมในจีนเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้ โดยเตรียมเปิดบริการโรงแรมที่กรุงเซี่ยงไฮ้ ในปี 2556 และตั้งใจขยายธุรกิจในจีนต่อไป พร้อมกับพิจารณาขยายธุรกิจไปยังประเทศเปิดใหม่เช่นพม่าด้วย

ที่ผ่านมา เซ็นทาราฯ เน้นการรุกขยายโรงแรมแบรนด์ระดับ 5 ดาว และ 4 ดาว แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดโรงแรมแบรนด์คุ้มราคาในนาม “เซ็นทรา” และเตรียมเปิดโรงแรมราคาประหยัดแบรนด์ใหม่ในช่วงปลายปีนี้ โดยเน้นไปที่กลุ่มตลาดการท่องเที่ยวแบบประหยัด


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Tue Sep 18, 2012 7:15 pm

ไทยส้มหล่นจีนพิพาทญี่ปุ่น นักเที่ยวเบนเข็มแห่เข้าไทย

เมืองหนิงเซี่ย เตรียมหนุนนักท่องเที่ยว 3 หมื่นคน มาประเทศไทยปลายปีนี้ เล็งส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน จับไต๋ประชากรเมืองนี้ 30% นับถือศาสนาอิสลาม ดึงองค์การอิสลามแห่งประเทศไทยโชว์สินค้าฮาลาล ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวฯละเลงงบ 5 ล้านบาท จัดนิทรรศการแสดงผลงาน

ภายหลังกลับจากการติดตามคณะของ นายชุมพล ศิลปะอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เดินทางไปเยือนเมือง หนิงเซี่ย ประเทศจีน และการเข้าร่วมงาน Global Tourism Economy Forum ครั้งที่ 1 ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า คณะของนายชุมพล ได้มีโอกาสเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีน พร้อมมีข้อตกลงร่วมกันว่า ทั้งไทย และ เมืองหนิงเซี่ย จะช่วยกันประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันมากขึ้น

ล่าสุด รัฐบาลจีน โดยเมืองหนิงเซี่ย จะสนับสนุนการเดินทางของชาวจีนในเมืองหนิงเซี่ย 30,000 คน ให้เดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้ จากเดิมที่มีกำหนดจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
ชูมาตรฐานฮาลาลจูงใจ
ในการเดินทางไปครั้งนี้ ทางคณะยังนำผลวิจัยและผลงานของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำร่วมกับองค์การอิสลามแห่งประเทศไทย ทั้งเรื่องอาหาร ตลอดจนของอุปโภคบริโภค ที่ผ่านมาตรฐานฮาลาล ไปร่วมจัดแสดง สร้างการรับรู้ถึงความใส่ใจในการผลิตสินค้าฮาลาลของไทย ซึ่งทาง นาย Wang Zhengwei ผู้ว่าการเมืองหนิงเซี่ย ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

เมืองหนิงเซี่ย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีจำนวนประชากรกว่า 7 ล้านคน ซึ่ง 30% นับถือศาสนาอิสลาม และโดยรวมของประชากรในเมืองนี้ มีฐานะดี เพราะเป็นเมืองที่ร่ำรวยด้านพลังงานและถ่านหิน ดังนั้น หากไทยสามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากเมืองนี้ได้ จะถือเป็นนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ ที่ใช้จ่ายสูง ซึ่งพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเมืองนี้ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวประเภท หาดทราย ชายทะเล และ ชอปปิ้ง เดสติเนชั่นที่เขารู้จัก เช่น เมืองพัทยา

อย่างไรก็ตามนาส่วนของการเข้าร่วมงาน Global Tourism Economy Forum ครั้งที่ 1 ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า นายชุมพล ศิลปะอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้รับเชิญไปปาฐกถาเรื่องของกลยุทธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ซึ่งมาเก๊าต้องการจะส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้ได้อย่างประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาภาพของมาเก๊าจะเป็นเรื่องของคาสิโนเป็นหลัก โดยนายชุมพลได้แสดงปาฐกถา ใจความสำคัญว่า แม้ประเทศไทย ประสบกับภาวะวิกฤตหลายครั้ง แต่ก็พลิกฟื้นได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีจุดขายสำคัญ คือ เรื่องของคนที่มีใจบริการ อัธยาศัยไมตรีดี มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย และมีความคุ้มค่าเงิน
ทัวร์ไทยรับอานิสงส์จีน-ญี่ปุ่นพิพาท
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจากจีนและญี่ปุ่นหันมาเที่ยวประเทศไทยและอีกหลายประเทศในอาเซียน เพราะ ทั้งสองประเทศมีข้อพิพาทกันอยู่ จึงไม่เดินทางไปมาระหว่างกัน ซึ่งสัญญาณนี้เริ่มเห็นมาได้ 1 เดือนแล้ว ซึ่งทัวร์จากประเทศจีน ที่จะนำนักท่องเที่ยวไปญี่ปุ่น ก็เปลี่ยนเดสตินัช่นมาประเทศไทยแทนเช่นเดียวกับทัวร์ญี่ปุ่นจากที่วางแผนไปประเทศจีนก็ปรับมาเป็นประเทศไทยแทนเช่นกัน จึงคาดว่านักท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศจะเดินทางมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นในช่วงนี้

ทางด้านนายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน กล่าวว่า การพิพาทของทั้งสองประเทศ ทำให้ประเทศที่ได้รับอานิสงส์ คือ เกาหลีใต้ ส่วนไทยยังเป็นอันดับสอง จึงอยากให้ผู้ประกอบการทัวร์ใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสที่จะยกระดับการทำทัวร์คุณภาพ ให้ลูกค้าชาวจีนได้เห็น เพื่อให้เกิดความประทับใจและมาซ้ำหรือเชิญชวนคนรู้จักมาเที่ยวประเทศไทย เพราะที่ผ่านมาปัญหาใหญ่ของทัวร์จีน คือขาดคุณภาพ ชาวจีนเกิดความไม่ประทับใจที่จะเดินทางมาไทยอีก หากใช้ช่วงเวลานี้ลบภาพบริการเดิมๆออกไป เชื่อว่าจะทำให้ไทยได้นักท่องเที่ยวจากตลาดจีนแบบยั่งยืน


David TON
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1047
Joined: Tue Dec 21, 2010 2:38 pm

Re: CENTEL

Posts by David TON » Wed Sep 19, 2012 9:20 am

19 ก.ย.--เดลินิวส์

Distributor - Bisnews AFE

จีน-ญี่ปุ่นตบเท้าเที่ยวไทย
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ขณะนี้เมืองไทยได้รับ
อานิสงส์นักท่องเที่ยวจีนและญี่ปุ่นมาเที่ยวมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศอื่นในแถบเอเชีย จากการที่จีนและ
ญี่ปุ่นมีกรณีพิพาทกันอยู่ โดยเริ่มเห็นสัญญาณมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ทั้งในส่วนของบริษัททัวร์จีน ที่ติดต่อ
ปรับโปรแกรมทัวร์จากเดิมจะพานักท่องเที่ยวไปญี่ปุ่น ก็เปลี่ยนมาเป็นไทยแทน เช่นเดียวกับบริษัททัวร์ญี่ปุ่น
ที่ติดต่อปรับโปรแกรมมาไทย และคาดว่าหลังจากนี้จะมีนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศมากขึ้นอีก เพราะเหตุ
กรณีพิพาทมีความรุนแรงขึ้น

เลือกเด็กที่เรียนดี แล้วให้เค้าพาเราไป

David TON
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1047
Joined: Tue Dec 21, 2010 2:38 pm

Re: CENTEL

Posts by David TON » Fri Sep 21, 2012 10:25 am

ใกล้ปิดเทอมแล้ว อย่าลืมพาเด็กๆไป KFC แล้วเล่าประวัติให้ฟังสักเล็กน้อยเพื่อเป็นการปลูกฝังความขยันอดทนและมุมมองแบบ VI ด้วยประวัติของผู้พันแซนเดอร์

บริษัท เคเอฟซี จำกัด ตั้งอยู่ที่เมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตั๊กกี้เป็นกลุ่มธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด
ในเรื่องของเมนูไก่ทอด ทั้งไก่ทอดสูตรดั้งเดิม ไก่กรอบ ไก่ย่าง ไก่ crispy strips วิงซ์ฮันนี่บาร์บีคิว และแซนวิชไก่ที่ปรุงสดใหม่
ปัจจุบัน เคเอฟซีมีร้านสาขากว่า 15,000 แห่งใน109 ประเทศทั่วโลก ให้บริการลูกค้ากว่า12 ล้านคนต่อวัน
เคเอฟซีเป็นบริษัทในเครือยัม แบรนด์ อิงค์ ซึ่งตั้งอยู่เมืองหลุยส์วิลล์ มลรัฐเคนตั๊กกี๊ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kfc.com

เกี่ยวกับผู้พันแซนเดอร์
ตำนานไก่ทอดเคเอฟซีได้ถูกคิดค้นโดยผู้พันฮาร์ลาน แซนเดอร์ ( 1890-1980) ผู้ซึ่งเริ่มอาชีพพ่อครัวเมื่ออายุเพียงแค่ 6 ขวบ
ผู้พันแซนเดอร์ประกอบอาชีพหลายอย่างตั้งแต่คนขับรถบรรทุก พนักงานขายประกันแต่ทักษะด้านการทำอาหาร
เป็นสิ่งที่เขามีอย่างต่อเนื่องมาตลอดชีวิต ในปี 1930 แซนเดอร์ได้เปิดปั๊มน้ำมันในเมืองคอร์บิน มลรัฐเคนตั๊กกี๊และได้ขายอาหาร
แก่นักเดินทางผู้หิวโหยที่แวะทานอาหารที่ปั๊มน้ำมัน เนื่องจากมีลูกค้าที่ต้องการมาทานร้านอาหารของเขาอย่างมากมาย
ทำให้ที่เดิมไม่สามารถรับลูกค้าจำนวนมากได้ แซนเดอร์จึงได้ย้ายไปเปิดร้านอาหารที่ฝั่งตรงข้ามของปั๊มนำมัน ในปี 1935
ผู้ว่ามลรัฐเคนตั๊กกี้ ได้มอบรางวัลผู้พันอันทรงเกียรติให้กับแซนเดอร์ เพื่อตอบแทนถึงการที่เขาทำให้อาหารของมลรัฐเคนตั๊กกี้
เป็นที่มีชื่อเสียง 10 ปีถัดมาผู้พันได้คิดสูตรลับไก่ทอดที่มีสมุนไพร 11 ชนิดพร้อมกรรมวิธีการทอดไก่อันเป็นสูตรลับเฉพาะตัว
ของไก่ทอด เคเอฟซีมาถึงทุกวันนี้ ในวัย 65 ปี หน่วยการทางระหว่างรัฐรายใหม่ได้บังคับให้แซนเดอร์ปิดกิจการร้านอาหารลง และเขาเหลือเพียงสูตรไก่ทอดและเช็คเงินประกันสังคม 105 เหรียญแซนเดอร์ไม่เคยท้อถอยเขาได้ทำข้อตกลง
กับเจ้าของร้านอาหารหลายราย ที่ตกลงที่จะขายไก่ทอดของเขา สิ่งที่เริ่มต้นจากความฝันที่ทำให้โชติช่วงด้วยสูตรไก่ทอดดั้งเดิม ทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ และเช็คเงินประกันสังคม ได้กลายเป็นธุรกิจร้านอาหารบริการด่วนที่ขายไก่ทอดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุกๆปี
ผู้พันเดินทางราวกว่า 250,000 ไมล์เพื่อเยี่ยมร้านเคเอฟซีทั่วโลกจนกระทั่งเขาเสียชีวิตลงเมื่ออายุ 90ปี ในปี1980

เลือกเด็กที่เรียนดี แล้วให้เค้าพาเราไป

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: CENTEL

Posts by syj » Tue Sep 25, 2012 1:47 pm

สธ.สั่งเผ้าระวังไวรัสตัวใหม่คล้าย "โรคซาร์ส" ใกล้ชิด ยันยังไม่ห้ามออกนอกประเทศ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 กันยายน 2555 13:16 น.

       “หมอวราชิต” สั่งเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังไวรัสตัวใหม่คล้าย 'โรคซาร์ส' หลังองค์การอนามัยโลกแจ้งว่าพบผู้ป่วย 2 รายติดเชื้อและให้กรมควบคุมโรคประสานข้อมูลกับองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประสานแจ้งไปยัง ก.ต่างประเทศ ก.ท่องเที่ยวฯ ให้ทราบข้อมูล ยันไม่มีการห้ามเดินทางไปต่างประเทศ แนะผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศหากเป็นไข้หวัด และอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วันให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทาง
       
       จากกรณีที่องค์การอนามัยโลก หรือ ฮู (WHO) ได้แถลงผ่านเว็บไซต์เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา หลังได้รับรายงานจากองค์การสาธารณสุขแห่งประเทศอังกฤษ พบผู้ป่วยชาย 1 ราย เป็นชาวกาตาร์อายุ 49 ปี ป่วยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555 ด้วยอาการโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน และไตวาย โดยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ยืนยันเป็นเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส ซึ่งเป็นเชื้อตระกูลเดียวกับเชื้อที่เป็นสาเหตุของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือโรคซาร์ส โดยเชื้อที่พบในผู้ป่วยรายนี้ เหมือนกับเชื้อที่ตรวจพบในผู้ป่วยชาวซาอุดิอาระเบียวัย 60 ปี ที่เสียชีวิตมาก่อนหน้า

       วันนี้ (25 ก.ย.) นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้แจ้งเตือนหน่วยงานในสังกัดทั่วประเทศ ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ และด่านควบคุมโรคตามแนวชายแดน ให้เฝ้าระวังผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลัน เช่น โรคปอดบวม พร้อมกันนี้ได้ประสานแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตัวใหม่แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อรับทราบและให้สำนักระบาดวิทยา สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค ติดตามประสานความคืบหน้าข้อมูลของเชื้อชนิดนี้กับองค์การอนามัยโลกอย่างใกล้ชิด
       
       ด้านนายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เชื้อโคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นตระกูลใหญ่ของไวรัส ซึ่งรวมทั้งเชื้อไข้หวัดทั่วไป (Common cold) และโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือ โรคซาร์ส (SARS: Severe Acute Respiratory Syndrome) ซึ่งพบการระบาดปีพ.ศ. 2546 ซึ่งเวลานั้นประเทศไทยพบผู้ป่วยยืนยัน 1 ราย แต่เป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และไม่มีการระบาดในประเทศ สำหรับการตรวจพบเชื้อครั้งนี้ ถือว่าเป็นความรวดเร็วของระบบการเฝ้าระวัง จากการประสานงานองค์การอนามัยโลกเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่มีการห้ามการเดินทางระหว่างประเทศแต่อย่างใด ยังสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ขอให้ปฏิบัติตัวดูแลสุขอนามัยตนเอง โดยหมั่นล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ หลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ที่มีผู้คนแออัด ไม่คลุกคลีกับคนป่วยเป็นไข้หวัด หากมีอาการไอจาม เป็นหวัดให้ใส่ผ้าปิดปากปิดจมูก เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อแพร่ไปติดคนอื่น ส่วนผู้ที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ หากมีอาการป่วยเหมือนไข้หวัด และหลังนอนพัก 2 วันแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น ไข้ไม่ลดลง ขอให้พบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางแก่แพทย์ด้วย
       
       ทั้งนี้ จากการติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับผู้ป่วยทั้ง 2 รายนั้น ทั้งญาติที่ใกล้ชิดและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้ป่วย ยังไม่มีใครติดเชื้อจากผู้ป่วย จึงไม่อยากให้คนไทยตื่นตระหนก และในวันนี้กรมควบคุมโรคจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ศูนย์ความร่วมมือควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย เพื่อประเมินสถานการณ์ร่วมกัน ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองโรคที่สนามบินแต่จะติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

http://www.manager.co.th/politics/ViewN ... 0000117766

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

Factor_9
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 409
Joined: Wed Nov 05, 2008 2:55 am

Re: CENTEL

Posts by Factor_9 » Tue Sep 25, 2012 11:26 pm

Update:CENTEL คาดซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจอาหาร 2 แบรนด์ชัดเจนปีนี้/มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า1.45หมื่นลบ.




CENTEL คาดซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจอาหาร 2 แบรนด์ชัดเจนปีนี้ พร้อมคาดผลงาน Q3/55 สดใส หลังอัตราเข้าพักเพิ่มเป็น 66-67% มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 1.45 หมื่นลบ.เหตุธุรกิจโรงแรม-อาหารโต

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารและการเงิน บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) กล่าวกับHoonInside.com ว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจอาหารจากต่างประเทศ 2 แบรนด์ใหม่ ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีความชัดเจน
"ตอนนี้เราอยู่ระหว่างเจรจาซื้อเฟรนไชส์ธุรกิจอาหาร ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมากแล้ว คาดสิ้นปีนี้น่าจะมีความชัดเจน" นายรณชิต กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดผลประกอบการในไตรมาส 3/2555 น่าจะออกมาดี โดยอัตราการเข้าพักของโรงแรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 66-67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 64% ดังนั้น มั่นใจว่ารายได้ในปี 2555 น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 1.45 หมื่นล้านบาท หลังจากธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารมีการเติบโตที่ดี
ส่วนประเด็นความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นจะส่งผลบวกหรือไม่นั้น นายรณชิต กล่าวว่า จากประเด็นดังกล่าวน่าจะมีผลบวกแต่ไม่มากนัก เพราะมองว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะเลือกไปเกาหลีมากกว่า

ณ เวลา 15.27 น. ราคาหุ้น CENTEL อยู่ที่ 16.60 บาท ราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 22.02 ล้านบาท



(สุกัญญา ศิริรวง รายงาน; ธนัสสรณ์ เปี่ยมสมบูรณ์ เรียบเรียง;โทร 02-664-4451-2 อีเมล์: reporter@hooninside.com )


ที่มา: หุ้นอินไซด์

วันที่ : 25 กันยายน พ.ศ. 2555

stay calm stay invest

David TON
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1047
Joined: Tue Dec 21, 2010 2:38 pm

Re: CENTEL

Posts by David TON » Wed Sep 26, 2012 9:35 am

เซ็นทรัล' ตุนเงินหมื่นล้านลงทุนสร้างโรงแรมใหม่ปี 59
โรงแรมเซ็นทรัล คาดรายได้-กำไรปีนี้ ทำสถิติสูงสุด เชื่อกำไรใกล้เคียงพันล้านบาท หากไม่มีน้ำ
ท่วม-ปัญหาการเมืองไม่รุนแรง ตั้งเป้าขยายโรงแรมเพิ่มเป็น 80-100 แห่ง และร้านอาหาร 800 สาขา
ภายในปี 2559 ทยอยตุนสภาพคล่องให้ได้หมื่นล้านบาท ใช้สร้างโรงแรมใหม่ช่วง ปี 2558-2559

เลือกเด็กที่เรียนดี แล้วให้เค้าพาเราไป

syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: CENTEL

Posts by syj » Wed Sep 26, 2012 9:49 am

ูู^^
ที่โพสข่าวเรื่องโรคคล้ายซาร์
อยากจะเตือนๆ ว่า ธุรกิจท่องเที่ยว
ค่อนข้าง Sensitive กับเรื่องต่างๆ
ทีเดียวครับ ทั้งเรื่องก่อการร้ายและ
โรคติดต่อต่างๆ

ตอนมีซาร์ โรงแรมในหาดใหญ่นี่
แถบเป็นป่าช้าเลยครับ ... ตอนมี
ระเบิดครั้งแรกๆ ก็เงียบเหงาไป
เป็นปีๆ

Risk พวกนี้ ควรเอาเข้าไปในการ
คำนวณมูลค่ากิจการด้วยครับ ...

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

วรันศ์ บัฟเฟต
Verified User
Posts: 1679
Joined: Tue Feb 02, 2010 4:59 pm

Re: CENTEL

Posts by วรันศ์ บัฟเฟต » Sun Sep 30, 2012 3:14 am

ไฟดูดเจ้าของร้านอาหารในเมืองจีนเสียชีวิตคาโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอด เซ็นทรัลลาดพร้าว ขณะพาครอบครัวมาเที่ยวในเมืองไทย ตำรวจเผยรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

วันนี้ (29 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.15 น. ร.ต.อ.นฤนารท กลับเฒ่า พนักงานสอบสวน (สบ1) สน.บางซื่อ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติจากทางโรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล สะพานควาย จึงรุดไปตรวจสอบ ที่ห้องฉุกเฉินพบศพ นายหลี่ ขุ๋ย อายุ 27 ปี ชาวจีน โดยเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 05.00 น. ทางโรงพยาบาลได้รับแจ้งจากโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอด เซ็นทรัล ลาดพร้าว ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตจตุจักร ว่ามีคนถูกไฟดูด เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่านายหลี่ ขุ๋ย อยู่ในสภาพหายใจรวยริน จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่นายหลี่ ขุ๋ย เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ต่อมา พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.พหลโยธิน เจ้าของท้องที่โรงแรมที่เกิดเหตุ ได้เรียกนางวัง ฮง อายุ 27 ปี ภรรยผู้ตายมาให้ปากคำที่ สน. โดย นางวังให้การว่า ตนและสามีเป็นเจ้าของร้านอาหารอยู่ที่ประเทศจีน เดินทางมาท่องเที่ยวกับครอบครัว และมาพักห้องเลขที่ 723 ชั้นที่ 7 ของโรงแรมดังกล่าว

นางวังกล่าวอีกว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 04.00 น. ตนได้เข้าไปอาบน้ำ ส่วนนายหลี่ ขุ๋ย นอนพักอยู่บนเตียง หลังจากตนออกมาจากห้องน้ำได้ยินสามีร้องว่าถูกไฟดูด โดยมือยังจับโคมไฟอยู่ จึงพยายามช่วยเหลือแต่ไม่สำเร็จเลยไปตามพ่อของตนซึ่งพักอยู่ที่ห้องติดกัน เมื่อมาถึงห้องก็รีบดึงคีย์การ์ดออกจนไฟดับทั้งห้อง แล้วตนก็วิ่งไปดึงมือสามีออกจากโคมไฟ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ทางนายลี่ขุ่ยได้เสียชีวิตระหว่างทาง

พ.ต.ท.วีระกล่าวว่า หลังจากนี้ตนพร้อมฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะไปตรวจสอบห้องที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุใด โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ ต้องส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจอย่างละเอียดก่อน

ด้าน ร.ต.อ.นฤนารทกล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วน สน.บางซื่อ จะรับผิดชอบการชันสูตรศพ เพราะผู้ตายมาเสียชีวิตในท้องที่ สน.บางซื่อ ทั้งนี้ เมื่อนำศพส่งสถาบันนิติเวชแล้ว พรุ่งนี้เวลา 12.00 น. ญาติก็สามารถรับศพกลับได้เลย ส่วนผลการชันสูตรจะใช้เวลาประมาณ 30-45 วัน สำหรับแนวทางการสืบสวนสอบสวนจะเป็นของ สน.พหลโยธิน

value trap
Image

Post Reply