CENTEL

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Mon Nov 14, 2011 9:16 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 31,896 (144,171) 475,376 (145,343)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.02 (0.11) 0.35 (0.11)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 30 กันยายน
ปี 2554 2553 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 78,689 71,610 168,081 227,643
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.06 0.05 0.12 0.17
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( ดร.รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ )
รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Wed Nov 16, 2011 8:01 pm

Paul VI wrote:
suwits wrote:ตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวเดือนกันยาย​น 2554 = 1,490,358 คน เติบโต +22.68% YoY ครับ
ถือว่าไตรมาสสามตัวเลขนักท่องเที่ยวออกมาดีมาก
แต่ไตรมาส 4 นี่สิครับ ผมว่าจะน้อยลงไปเยอะเลย

ข่าวน้ำท่วมนี่ แพร่ไปทั่วโลกเลยครับ คนไม่ได้เจาะลึกดูจริง

เค้าจะนึกว่าท่วมไปหมดทั้งประเทศ เฮ้อ เศร้า :(
ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ประจำเดือนตุลาคม 2554 มาแล้วครับ 1,409,285 คน (+7.02% YoY) ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2554 แต่ยังเติบโตจากปีที่แล้วครับ :D


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 33916
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CENTEL

Posts by pakapong_u » Thu Dec 01, 2011 4:51 pm

*CENTEL เป้าปี 55 ทำรายได้ 1.37 หมื่นลบ.โตจากปี 54,น้ำท่วมกระทบไม่มาก
Source - IQ Biz (Th)

Thursday, December 01, 2011 14:24
46549 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK CENTEL HOTN TOURISM SERVICE V%WIREL P%IQ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ธ.ค. 54)--นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินบัญชีและบริหาร บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา(CENTEL)เปิดเผยว่า บริษัทตั้งรายได้รวมปี 55 ที่ 1.37 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 24.5% จากปีนี้ที่คาดมีรายได้ตามเป้าหมายที่ 1.1 หมื่นล้านบาท
แม้ในช่วงไตรมาส 4/54 รายได้ธุรกิจโรงแรมจะลดลงเล็กน้อยจากเป้าที่ 1.2 พันล้านบาท มาเหลือใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1.18 พันล้านบาท จากผลกระทบจากแหตุการณ์น้ำท่วมทำให้อัตราการเข้าพักโดยรวมลดลง แต่อัตราการเข้าพักโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ มิราจ บีช รีสอร์ท พัทยา และเซ็นทารา แกรนด์ ภูเก็ต ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและช่วยเข้ามาชดเชย ขณะที่ธุรกิจอาหารในช่วงไตรมาส 4/54 รายได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก หลังมีผู้บริโภคบางรายมีการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นเพื่อใช้บริโภคในช่วงน้ำท่วม
"ผลกระทบจากน้ำท่วม คงได้รับผลกระทบบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งในด้านธุรกิจโรงงแรมอัตราการเข้าพักลดลง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ แต่ดีที่เรามีโรงแรมที่พัทยาและภูเก็ตเข้ามาชดเชย โดยเฉพาะช่วงน้ำท่วมที่พัทยาอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นสูงค่อนข้างมาก 85%"นายรณชิต กล่าว
สำหรับการดำเนินธุรกิจโรงแรมในปี 55 บริษัทมีแผนขยายโรงแรมในเครือเพิ่มอีก 13 แห่ง จากปีนี้อยู่ที่ 31 แห่ง และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 89 แห่งภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญในการเข้าไปรับบริหารมากกว่าการลงทุนเอง เพื่อลดความเสี่ยงและยังมีมาร์จิ้นที่สูง ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างรายได้และกำไรต่อผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกันในส่วนของธุรกิจอาหารปีหน้าน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการขยายสาขาร้านอาหารใหม่ และการเข้าไปซื้อกิจการแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ ซึ่งบริษัทมีแผนเข้าไปซื้อแบรนด์ใหม่อย่างน้อยปีละ 1 แบรนด์ ดังนั้นภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าจะขยายสาขาร้านอาหารเพิ่มเป็น 856 สาขา จากสิ้นปีนี้อยู่ที่ 607 สาขา ถือต่ำกว่าเป้าหมายไป 7 สาขา หลังผู้รับเหมาไม่สามารถก่อสร้างได้จากผลกระทบน้ำท่วม
นายรณชิต กล่าวว่า บริษัทได้ปรับลดงบลงทุนในปี 55 เหลือ 1.2 พันล้านบาท จากปีนี้อยู่ที่ 2.2 พันล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้ปรับแผนดำเนินธุรกิจในส่วนของโรงแรม ด้วยการเข้าไปรับบริหารเพิ่มขึ้น แทนที่จะลงทุนเอง นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะลดหนี้ให้เหลือ 4.5 พันล้านบาทภายในปี 57 จากสิ้นปีนี้ที่มีหนี้อยู่ 9.8 พันล้านบาทเพื่อลดภาระต้นทุน

--อินโฟเควสท์ โดย จริญยา ดำสมาน/อาชวินท์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Tue Dec 06, 2011 9:45 pm

ท่องเที่ยวเริ่มพิกอัพรับไฮซีซัน

เอกซเรย์ท่องเที่ยวหลังน้ำลดส่งสัญญาณฟื้นตัว ชี้ธันวาคมพิกอัพรับไฮซีซัน เชื่อกลับสู่ปกติเดือนมกราคมนี้ หลัง 23 ประเทศลดระดับคำแนะนำมาไทย รวมถึงรัฐบาลจีนก็ปลดล็อกห้ามเดินทางแล้ว ระบุอันดามัน ยังฮอต ชาร์เตอร์ไฟลต์จากยุโรป-สแกน พุ่งกว่า 12.59% ด้านเชียงใหม่ บุ๊กกิ้งขยับกว่า 80% ทั้งได้อินเซนทีฟจากเกาหลีกว่า 7 พันคนแห่เที่ยว รับอานิสงส์ลมหนาวและพืชสวนโลก
นายศิษฏิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือแอตต้า เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เริ่มคลี่คลายลง คาดว่าการท่องเที่ยวในเดือนธันวาคมนี้จะดีขึ้น และน่าจะดีกว่าเดือนพฤศจิกายนราว 30-50% แต่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเร็วหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ 1. สายการบินต่างๆ กลับมาบินตามปกติ และ 2. นักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย ทั้งนี้ เชื่อว่าเดือนมกราคม 2555 จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแน่นอน อย่างไรก็ดี ยอดการจองหรือบุ๊กกิ้งของบริษัททัวร์ต่างๆคงต้องรอดูสถานการณ์อีกหนึ่งเดือน ซึ่งไทยมีสัญญาณว่าการท่องเที่ยวจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นได้จากการที่ประเทศต่างๆ ยกเลิก Travel Warning โดยเฉพาะตลาดที่จะกลับมาเร็วที่สุดคือจีน
ขณะที่ข้อมูลคำแนะนำนักท่องเที่ยวช่วงน้ำท่วมประเทศไทย พบว่า ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 ยังมี 41 ประเทศออกประกาศแนะนำประชาชนเกี่ยวกับน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น หลังน้ำท่วมเริ่มคลี่คลายลง โดยตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนเป็นต้นมา มีกว่า 23 ประเทศปรับลดระดับคำแนะนำนักท่องเที่ยว ได้แก่ สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ อิตาลี นอร์เวย์ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เยอรมนี โปแลนด์ เดนมาร์ก บราซิล ฟินแลนด์ สวีเดน เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน แคนาดา สิงคโปร์ จีน นิวซีแลนด์ และฮ่องกง
ล่าสุดวันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ได้ประกาศยกเลิกคำแนะนำนักท่องเที่ยวแล้ว ขณะที่ททท.สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ว่ากระทรวงการต่างประเทศจีนและCNTA(National Tourism Administration of the people's Republic of China)ได้ยกเลิกการเตือนประชาชนชาวจีนเดินทางมาประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายนเป็นต้นมา อีกทั้งCNTA ได้ปลดประกาศเตือนดังกล่าวออกจากเว็บไซต์แล้ว และล่าสุดฮ่องกง ก็ลดระดับคำแนะนำนักท่องเที่ยว มาเป็นขอให้ใช้ความระมัดระวังอยู่
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณที่ดีขึ้นของการท่องเที่ยวไทย คือ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยผ่านทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มมีอัตราการลดน้อยต่ำลง จากเดิมที่ก่อนหน้านี้ลดลงอยู่ในระดับ 29.30-30% แต่สถิติล่าสุดลดลงมาเหลือราว 26.77% ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆทางภาคเหนือและภาคใต้ อาทิ เชียงใหม่ ภูเก็ต นักท่องเที่ยวยังคงเดินทางเที่ยวตามปกติ
ขณะที่นายปรเมศวร์ อมาตยกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท.เปิดเผยว่า ช่วงเกิดวิกฤติน้ำท่วมกรุงเทพฯ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวภาคใต้โดยเฉพาะ ภูเก็ต กระบี่ เพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้สายการบินต่างประเทศที่เช่าเครื่องบินเหมาลำบินตรงมาภูเก็ตและกระบี่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ภาพรวมตัวเลขนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเที่ยวภาคใต้ปี 2555 จากที่ตั้งเป้าไว้จะเพิ่มขึ้นจากปี 2554 ราว 20%
สอดคล้องกับข้อมูลจำนวนเที่ยวบินประจำและเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งพบว่าระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม 2554-24 มีนาคม 2555 จะมีจำนวนเที่ยวบินใช้บริการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมากว่า 12.59% โดยทำการบินสัปดาห์ละ 588 เที่ยวบิน หรือ 1,176 มูฟเมนต์ ส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินปกติและเช่าเหมาลำจากยุโรปและสแกนดิเนเวีย
ด้านนายภูนัช ธนาเหล่าพานิช นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ กล่าวว่า การท่องเที่ยวในเชียงใหม่เริ่มคึกคักขึ้น โดยยอดการบุ๊กกิ้งเดือนธันวาคมขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 70-80% จากเดิมในช่วงที่น้ำท่วมส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 30% ในช่วงเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในช่วงไฮซีซันนี้จากอากาศที่หนาว ประกอบกับการจัดงานพืชสวนโลกที่จะเป็นไฮไลต์ในการดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ คาดว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยจะสูงขึ้นอีกราว 30% หรือมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยราว 80-100%
เช่นเดียวกับ นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันนี้ ประกอบกับมีการจัดงานพืชสวนโลก ที่จ.เชียงใหม่ ส่งผลให้มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงปลายเดือนธันวาคม ทั้งเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ โดยเที่ยวบินต่างประเทศมีเพิ่มขึ้นราว 30% โดยเฉพาะจากเกาหลี ที่มีอินเทนซีฟกรุ๊ปหรือการท่องเที่ยวที่เป็นรางวัลบินเข้ามาเชียงใหม่จากวันที่ 15 พฤศจิกายน-15 ธันวาคมนี้ ราว 7,000 คน ซึ่งจะมีทั้งการบินเข้ามาด้วยการใช้บริการสายการบินโคเรียนแอร์และชาร์เตอร์ไฟลต์

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,693 4-7 ธันวาคม พ.ศ. 2554


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Sat Dec 10, 2011 8:16 am

จำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2554 = 1,213,826 คน (-17.92% YoY) ลดลงตามคาด เนื่องจากเหตการณ์น้ำท่วมใหญ่

สำหรับเดือนธันวาคม จากการที่ได้สังเกตด้วยตัวเอง น่าจะเริ่มกลับมาดีขึ้น นักท่องเที่ยวจากเอเชียเริ่มกลับมาแล้ว :D


Jimmy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 772
Joined: Wed Jul 18, 2007 7:09 am

Re: CENTEL

Posts by Jimmy » Thu Jan 05, 2012 9:12 pm

ครือเซ็นทารา ประกาศเปลี่ยนชื่อ 3 โรงแรมดังในเครือ โซฟิเทลฯ ลาดพร้าว, โซฟิเทลฯ หัวหิน, โนโวเทลฯ หาดใหญ่ เป็นชื่อใหม่ "เซ็นทาราแกรนด์ฯ"

โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ประกาศปรับชื่อ 3 โรงแรมดังในเครือส่งท้ายปี 2554 รับศักราชใหม่ 2555 ประกอบด้วย 1. โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทาราแกรนด์ กรุงเทพฯ จะเปลี่ยนชื่อเป็น "เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ"

2.โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทารา แกรนด์ รีสอร์ทและวิลลา หัวหิน จะใช้ชื่อใหม่ว่า "เซ็นทาราแกรนด์ บีช รีสอร์ท และวิลลา หัวหิน" และ 3.โรงแรมโนโวเทลเซ็นทารา หาดใหญ่ จะใช้ชื่อใหม่ว่า "โรงแรมเซ็นทารา หาดใหญ่" โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 เป็นต้นไป

การเปลี่ยนชื่อโรงแรมทั้ง 3 แห่งดังกล่าว เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง หลังจากโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ได้สิ้นสุดสัญญาพันธมิตรทางธุรกิจกับเชน แอคคอร์ ซึ่งทำสัญญากันมายาวกว่า 25 ปี ซึ่งเชนแอคคอร์ดังกล่าว เป็นเจ้าของแบรนด์โซฟิเทลและโนโวเทล

โดยสัญญาที่มีกับเชนแอคคอร์ ที่เริ่มต้นมานับแต่ครั้งดำเนินกิจการโรงแรมโซฟิเทลหัวหินร่วมกันในปี พ.ศ. 2529 กำลังจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 31 ธ.ค.นี้

พร้อมกับการเปลี่ยนชื่อใหม่ดังกล่าว เครือเซ็นทาราได้ดำเนินการปรับปรุงโฉม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ใหม่ทั้งหมด และขณะเดียวกันก็ได้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนใหญ่ของเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลลา หัวหิน และโรงแรมเซ็นทาราหาดใหญ่

ปัจจุบันเครือโรงแรมเซ็นทารา เป็นผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ทรายใหญ่ของไทย มีโรงแรมในเครือจำนวน 54 แห่ง ล้วนตั้งอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดยเซ็นทาราเป็นเจ้าของ และรับบริหารโรงแรมและรีสอร์ททั้งในมัลดีฟส์, บาหลี, เกาะมอริเชียส, เวียดนาม และฟิลิปปินส์

เครือเซ็นทารา มีแบรนด์โรงแรมทั้งสิ้น 5 แบรนด์ ประกอบด้วย “เซ็นทาราแกรนด์โฮเต็ลและรีสอร์ท” เป็นโรงแรมและรีสอร์ทระดับ 5 ดาว, “เซ็นทาราโฮเต็ลและรีสอร์ท” เป็นโรงแรมและรีสอร์ท ระดับ 4 ดาว, “เซ็นทาราบูติคคอลเลคชั่น” เป็นโรงแรมที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุดให้กับแขกที่เข้าพัก, “เซ็นทาราเรสซิเดนซ์และสวีท” เป็นโรงแรมที่เน้นตอบสนองความต้องการเข้าพักในระยะยาวประเภทเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ และ “เซ็นทราโฮเต็ลและรีสอร์ท“ เป็นโรงแรมระดับกลางที่เน้นความคุ้มค่า

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... B9%88.html

ไม่ต้องแบ่งกำไรให้กลุ่ม accor แล้ว สำหรับสามโรงแรมนี้

ร็อคกี้ บัลโบว : ชีวิตไม่สำคัญว่าจะต่อยได้หนักแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเรารับการโดนต่อยได้แค่ไหน (ชีวิตจุดสำคัญอยู่ที่การทนทุกข์ มากกว่าการประสบสุข)

Jimmy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 772
Joined: Wed Jul 18, 2007 7:09 am

Re: CENTEL

Posts by Jimmy » Thu Jan 05, 2012 9:17 pm


ร็อคกี้ บัลโบว : ชีวิตไม่สำคัญว่าจะต่อยได้หนักแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่าเรารับการโดนต่อยได้แค่ไหน (ชีวิตจุดสำคัญอยู่ที่การทนทุกข์ มากกว่าการประสบสุข)

User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Thu Jan 12, 2012 1:50 pm

ฝ่าน้ำท่วมเที่ยวไทย 19 ล้านคน

ปิดฉากท่องเที่ยวปี 2554 ทัวริสต์เที่ยวไทย 19 ล้านคนเพิ่มขึ้น 19.8% สร้างรายได้ 7.3 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์แม้เจอวิกฤติน้ำท่วมใหญ่ ชี้มาเลย์ จีน ญี่ปุ่นครองแชมป์ท็อปทรี ขณะที่ปี 2555 เชื่อแนวโน้มทะลุ 20.5-20.9 ล้านคน กรมการท่องเที่ยวอัดฉีด 2.6 พันล้านบาท ชู 4 แผนหลักพัฒนาท่องเที่ยว
นายสุพล ศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าในขณะนี้ทางกรมการท่องเที่ยว ได้สรุปยอดการท่องเที่ยวในปี 2554 พบว่ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวไทย 19,098,323 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่มีนักท่องเที่ยว 15.93 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 3,161,923 คน มีสัดส่วนการขยายตัว 19.84% (ตารางประกอบ)
ทั้งนี้แนวโน้มการท่องเที่ยวในปี 2555 เชื่อว่าจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งแผนในการพัฒนาการท่องเที่ยวในปีนี้ คาดว่าจะได้รับงบประมาณในปี 2555 ราว 2,624 ล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการทำงานใน 4 แผนงานหลัก ได้แก่ แผนงานในโครงการ Miracle Thailand การปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวและบริการ งบสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เพื่อใช้ในการกวดขันและจดทะเบียน และแผนการโปรโมตให้ตลาดต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว โดยความร่วมมือกับตำรวจท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตามแม้การเติบโตของการท่องเที่ยวไทยจะอยู่ที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงรัสเซีย ที่มีการเติบโตสูงมาก ขณะที่ตลาดยุโรปจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยว คงจะทรงตัวอยู่ แต่ตลาดยุโรปและอเมริกาก็เป็นตลาดที่สำคัญ เนื่องจากเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพและมีการใช้จ่ายสูง
สำหรับปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวในปีนี้ จากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ UNWTO ประเมินว่าการเติบโตด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาคเอเชียตะวันออกจะสูงมาก และไทยก็จะได้รับอานิสงส์นี้ รวมถึงไทยยังเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวกล่าวถึงประเทศไทยในทางที่ดี ทั้งด้านการท่องเที่ยวและอาหารไทย ส่วนตลาดยุโรปยังคงสนใจธรรมชาติและทะเล ตลอดจนไทยเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ขณะที่ปัจจัยลบ จะเป็นเรื่องภัยธรรมชาติก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะเกิดขึ้นได้ทั่วโลก และปัญหาเศรษฐกิจยุโรปตกต่ำที่จะกระเทือนมาถึงไทยด้วย
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีที่ผ่านมากว่า 19,098,323 คน ส่งผลให้สร้างรายได้กว่า 734,591.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 141,797.37 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 23.92% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา จึงถือว่าเป็นรายได้จากการท่องเที่ยวที่สูงเป็นประวัติการณ์แม้จะเกิดปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากรายได้ของนักท่องเที่ยวในทุกภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียตะวันออก และยุโรปที่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวตลาดหลักที่รายได้เพิ่มขึ้น 32.52% และ 18.32% ตามลำดับ
ส่วนตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย มาเลเซีย 2,470,686 คน จีน 1,760,564 คน ญี่ปุ่น 1,126,221 คน รัสเซีย 1,014,493 คน เกาหลี 1,014,292 คน อินเดีย 916,787 คน ลาว 887,677 คน ออสเตรเลีย 854,064 คน สหราชอาณาจักร 844,221 คน และสหรัฐอเมริกา 684,073 คน รวมทั้งสิ้น 11,573,078 คน คิดเป็น 60.60% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 57.86 ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวในอัตราที่สูงของนักท่องเที่ยวในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะรัสเซีย และจีน ที่เพิ่มขึ้นถึง 57.36% และ 56.88% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ในภาพรวมพบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มาเลเซีย ญี่ปุ่น และจีน เป็นตลาดหลักที่มีความสำคัญ โดยมาเลเซียมีจำนวนสูงเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด ขณะที่ญี่ปุ่นมีความสำคัญลดลงจากเดิมอันดับ 2 ในปี 2550 เป็นอันดับ 3 และจีนมีความสำคัญเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็นอันดับ 4 ในปี 2550 เป็นอันดับ 2 ในปี 2554
ขณะที่ปัจจัยบวกด้านการท่องเที่ยวในปี 2555 ที่คาดว่านักท่องเที่ยวเอเชียจะยังคงขยายตัวต่อเนื่องตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น จีน อินเดีย เกาหลี เป็นต้น รวมถึงบางประเทศในยุโรปและอเมริกาใต้ ตลอดจนราคาสินค้า/บริการด้านการท่องเที่ยวของไทยที่ยังคงมีความคุ้มค่ากับการใช้จ่าย (Value of Money) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และการขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ รวมถึงการคาดการณ์ขององค์กรUNWTO ที่ยังคาดการณ์ว่าในปี 2555 จำนวนนักท่องเที่ยวโลกจะขยายตัวประมาณ 3-4% ดังนั้นทางกรมการท่องเที่ยว จึงคาดว่าในปี 2555 จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทยจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง คือขยายตัวราว 8-10% หรือมีนักท่องเที่ยวราว 20.5 - 20.9 ล้านคน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,704 12-14 มกราคม พ.ศ. 2555


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Fri Jan 13, 2012 9:25 am

ขออนุญาตแชร์ข้อมูลคำให้สัมภาษณ์ของดร.รณชิตจากรายการ GET SET เมื่อเช้านี้ครับ

ปี 2011
ธุรกิจโรงแรม เดือนตุลาคมยังไปได้ดีอยู่ แต่รายได้เริ่มตกลงไปในเดือ​นพฤศจิกายนจนถึงกลางเดือนธั​นวาคม เนื่องจากภาวะน้ำท่วม แม้ว่าโรงแรมในต่างจังหวัดอ​ย่างพัทยา ภูเก็ต หัวหิน จะมีอัตราเข้าพักที่ดีจากกา​รหนีน้ำท่วมก็ตาม

อัตราเข้าพัก Occ. rate ในปี 2011 อยู่ที่ 63-64% มากกว่าปี 2010 ที่ 58%
รายได้ธุรกิจโรงแรมในปี 2011 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 4,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% YoY

ธุรกิจอาหารในไตรมาสที่ 4 นอกจากจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการ​ณ์น้ำท่วม ยังมีการเติบโตทั้ง Same Store Sale และ Total System Sale
รายได้ธุรกิจอาหารในปี 2011 ประมาณ 5,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY

สรุปรายได้รวมในปี 2011 อยู่ที่ประมาณ 11,000 ล้านบาท เติบโต 18% YoY

ในปี 2012 ธุรกิจโรงแรม เริ่มฟื้นตัวจากกลางเดือนธั​นวาคมปีก่อน ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ตั้งเป้าปีนี้ รายได้ธุรกิจโรงแรมจะอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท +17% YoY
ในขณะที่ธุรกิจอาหาร รายได้ปีนี้อยู่ที่ 8,200 ล้านบาท +28% YoY โดยมีตัวผลักดันเป็น Ootoya (คิดผลประกอบการเต็มปี) และ แบรนด์ต่างๆ
จำนวนสาขาของร้านอาหารในปี 2012 จะเพิ่มจาก 607 สาขา เป็น 657 สาขา

รายได้รวม ปี 2012 จะอยู่ที่ประมาณ 13,700 ล้านบาท +23% YoY

สำหรับเรื่องการลงทุน CENTEL ตั้งใจว่าในปี 2012-2014 จะไม่มีการพัฒนาโรงแรมของตั​วเอง แต่จะเน้นรับจ้างบริหารโรงแ​รมปีละ 10 แห่ง
เพื่อนำ cash flow ในแต่ละปีมาชำระหนี้ ลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุน โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ 0.9 ในปี 2014

ส่วนโรงแรมที่รับบริหารจะกร​ะจายโรงแรมที่รับบริหารไปยั​งต่างประเทศ และต่างจังหวัด ไม่กระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ​ เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติต่างๆ
ส่วนธุรกิจอาหาร ที่ผ่านมา โรงงานผลิตไอศกรีมที่ปทุมธา​นีได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เปิดได้อีกครั้งเดือนมีนาคม​นี้ บริษัทลดความเสี่ยงโดยการ outsource และอาจจะมีการสั่งซื้อเครื่​องทำไอศกรีมมาประจำไว้ที่ร้​าน

จบการรายงานครับผม ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยครับ :D


aonanfield
Verified User
Posts: 365
Joined: Wed May 16, 2007 2:10 pm

Re: CENTEL

Posts by aonanfield » Fri Jan 13, 2012 11:56 am

ขอบคุณข้อมูล พี่ suwits ที่นำมาแชร์มากๆเลยครับ ถ้าปีนี้ไม่เจอปัญหาอะไรมากระทบอีก น่าจะไปได้ด้วยดี

แฟนผมรอกิน ไอศครีม Coldstone อยู่นานเลยครับ กว่าร้านจะกลับมาเปิดได้ ช่วงก่อนหน้านี้ไปเซ็นทรัลทีไร ก็ชะเง้อมองตลอดว่าเมื่อไร จะเปิด


lukton2000
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 279
Joined: Fri May 09, 2008 8:43 pm

Re: CENTEL

Posts by lukton2000 » Fri Jan 13, 2012 12:13 pm

ผมคิดว่าเป็นการให้ข้อมูลของผู้บริหาร ที่ชัดเจน ครบถ้วน ดีมากเลยครับ


kekea
Verified User
Posts: 25
Joined: Tue Jul 13, 2010 10:02 pm

Re: CENTEL

Posts by kekea » Sat Jan 14, 2012 12:06 am

ตอนนี้ไอศครีม cold stone เปิดให้บริการแล้วนะครับ เพียงแต่ยังมีไอศครีมรสชาตต่าง ๆ ไม่้เท่าเดิมเท่านั้นเองครับ


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: CENTEL

Posts by dekwat » Mon Jan 16, 2012 1:44 pm

'กิตติรัตน์'ลุ้นท่องเทียวช่วยขยับจีดีพีปี55


นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังนายโทนี่ แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีอังฤษเข้าพบว่า ได้มีการหารือเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่มีการขึ้นค่าแรงขึ้นต่ำ การดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลไกการทำงานของทุกภาคส่วนที่จะพัฒนาฝีมือแรงงาน

นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับแผนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งไทยยืนยันว่าจะสามารถรับมือได้ เช่นเดียวกับการรับมือวิกฤติเศรษฐกิจ หลังจากที่ไทยเจอวิกฤติเศรษฐเมื่อปี 2540

นายกิตติรัตน์ ยืนยันว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทีียบกับปีที่ผ่านมา โดยรายได้จากภาคการท่องเที่ยวจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว โดยแต่ละหน่วยงานจะมีการประสานความร่วมมือในการทำงานมากขึ้น ไม่เฉพาะกระทรวงการท่องเที่ยวเท่านั้น

โดยในส่วนของกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจะมีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมจะมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมากขึ้น และกระทรวงการคลังยังเตรียมที่จะให้สิทธิพิเศษภาษี เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วย


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 33916
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CENTEL

Posts by pakapong_u » Thu Feb 09, 2012 7:23 pm

*CENTEL คาดรายได้ปี 55 โต 20%, EBITDA เพิ่ม,เล็งรับบริหารโรงแรมเกินเป้า
Source - IQ Biz (Th)

Thursday, February 09, 2012 15:20
723 XTHAI XECON XFINSEC ZSTOCK CENTEL HOTN TOURISM SERVICE V%WIREL P%IQ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 55)--นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินบัญชีและบริหาร บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา(CENTEL) คาดว่ารายได้รวมในปี 55 จะเติบโตประมาณ 20% เป็น 1.37 หมื่นล้านบาท จาก 1.14 หมื่นล้านบาทในปี 54 โดยคาดว่าธุรกิจโรงแรมจะมีรายได้ 5.5 พันล้านบาท และธุรกิจอาหารจะมีรายได้ 8.2 พันล้านบาท
พร้อมคาดว่ากำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปีนี้จะเพิ่มเป็น 3.2 พันล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 2.3-2.4 พันล้านบาท
เนื่องจากปีนี้โรงแรมที่เพิ่งลงทุนจะรับรู้รายได้เต็มปี ได้แก่ โรงแรมเซ็นทารา ภูเก็ต ขณะเดียวกันคาดว่าปีนี้อัตราเข้าพักของโรงแรมในเครือทุกแห่งจะเพิ่มเป็นเฉลี่ย 67.6% ซึ่งในเดือน ม.ค.55 มีสัญญาณที่ดี โดยมีอัตราเข้าพักที่ 75% และในเดือน ก.พ.55 ก็ยังดีต่อเนื่องแม้ว่าจะแผ่วลงจากเดือน ม.ค.55 แต่ในเดือน มี.ค.55 มียอดจองกลับมาดี
นายรณชิต คาดว่า ในปีนี้ธุรกิจสดใสตามการท่องเที่ยวของไทย หลังจากหลายประเทศทยอยยกเลิกคำเตือนเข้าประเทศไทย และคาดว่าหากไม่มีปัญหาเรื่องการเมืองและภัยพิบัติ ก็เชื่อว่าการท่องเที่ยวไทยจะดี โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าไทยประมาณ 20 ล้านคนในปีนี้
สำหรับงบลงทุนในปี 55 บริษัทตั้งไว้ที่ 1.2 พันล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจโรงแรม 700 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงโรงแรมเดิมที่สมุย ภูเก็ต กรุงเทพ พัทยา และหัวหิน ส่วนธุรกิจอาหารใช้งบ 500 ล้านบาทในการขยายสาขาเพิ่มเป๋น 655 สาขา จาก 603 สาขา หรือเพิ่มขึ้น 52 สาขา ทั้งนี้ แหล่งเงินจะมาจากกระแสเงินสด(cashflow)ที่มีอยู่ราว 2.3-2.4 พันล้านบาท
นายรณชิต กล่าวว่า ในส่วนธุรกิจโรงแรมนั้น บริษัทอยู่ระหว่างการเข้าร่วมทุนในโรงแรมในมัลดีฟส์ คาดว่าจะเข้าถือหุ้นราว 50% หรือมูลค่าการลงทุนประมาณกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 1/55 ทั้งนี้ โรงแรมในมัลดีฟส์ดังกล่าวเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว ขนาด 140 ห้อง
นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าเข้าบริหารโรงแรมเชน"เซ็นทารา"จำนวน 10 แห่ง เป็นโรงแรมต่างประเทศ 5 แห่ง และในประเทศ 5 แห่ง แต่ขณะนี้คาดว่าจะทำได้เกินเป้าหมาย โดยในครึ่งปีแรกจะสรุปการเข้าบริหาร 7 โรงแรม และครึ่งปีหลังอีก 8 โรงแรม ทั้งนี้ ในส่วนต่างประเทศ บริษัทมีแผนเข้าบริหารเชนโรงแรมที่ศรีลังกา อินเดีย มอร์ริเชียส, อินโดนีเซีย และจีน
"ในช่วง 2-3 ปี เราลงทุนเยอะ ลงทุนไปกว่า 1 หมื่นล้านบาท เราพยายามจะรักษา cashflow ก็คิดว่าปีนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวสิ่งที่ลงทุนไป" นายรณชิต กล่าว
ส่วนธุรกิจอาหาร ยอมรับว่ามีการศึกษาอยู่หลายแบรนด์ อย่างไรก็ดี บริษัทเพิ่งเข้าซื้อแบรนด์อาหารญี่ปุ่น 2 แบรนด์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี คือ ร้านอาหารญี่ปุ่น"โอโอโตยา"และ"โยชิโนยะ"

--อินโฟเควสท์ โดย เสาวลักษณ์ อวยพร/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: CENTEL

Posts by syj » Tue Feb 14, 2012 9:46 am

ไม่มีที่ให้โพสใน 100คน100หุ้น
ยืมตรงนี้แล้วกันครับ ขออภัยล่วงหน้า (ถือเป็นญาติๆ กัน)

======================

แจ้งกำหนดการจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 13 และวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน CTARAF

Date: 2012-02-13 17:23:26
Source: SET

การพิจารณาปันผล

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 13 ก.พ. 2555
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อสิทธิรับปันผล : 28 ก.พ. 2555
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 23 ก.พ. 2555
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหน่วยลงทุน
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหน่วย) : 0.4106
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 9.9396
วันที่จ่ายปันผล : 09 มี.ค. 2555
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2554 และกำไรสะสม

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: CENTEL

Posts by vichit » Fri Feb 24, 2012 9:23 am

บอร์ด CENTEL อนุมัติจ่ายปันผลปี 54 อัตรา 0.15 บาท กำหนดจ่าย
22 พ.ค.55


รายงานข่าวจากบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)หรือ CENTEL
แจ้งเรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 23 ก.พ.
2555
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) :
02 พ.ค. 2555

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั :
03 พ.ค. 2555
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 27 เม.ย.
2555
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.15
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 22 พ.ค. 2555
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2554
หมายเหตุ :
ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปีสำหรับ
ผลการดำเนินงานประ
จำปี 2554 ในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์) โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 22
พฤษภาคม 2555






เรียบเรียง โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 24/02/12 เวลา 9:20:31

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 33916
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: CENTEL

Posts by pakapong_u » Mon Feb 27, 2012 1:35 pm

วันที่/เวลา 27 ก.พ. 2555 12:33:33
  หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ประจำปี (F45-3)
  หลักทรัพย์ CENTEL
  แหล่งข่าว CENTEL
  รายละเอียดแบบเต็ม

 
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 550,385 (55,777)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.41 (0.04)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 130,084 263,222
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.10 0.19
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( ดร.รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ )
รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้


somkiad999
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 249
Joined: Sun Nov 13, 2011 1:52 am

Re: CENTEL

Posts by somkiad999 » Mon Feb 27, 2012 3:04 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ประจำปี (F45-3) (แก้ไข)
2012-02-27 14:12:31
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 550,385 (55,777)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.41 (0.04)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 130,084 263,222
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.10 0.19
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( ดร.รณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ )
รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับน


Supra
Verified User
Posts: 479
Joined: Sat Sep 18, 2004 3:24 pm

Re: CENTEL

Posts by Supra » Thu Mar 01, 2012 6:52 pm


CENTEL ลงทุน 179.20 ลบ.เข้าถือหุ้นโรงแรมกะรน ภูเก็ต เพิ่มเป็น 84%
นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการ บมจ. โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติให้ซื้อหุ้นในบริษัท โรงแรม กะรน ภูเก็ต จำกัด เพิ่มเติมจำนวน 1,764,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 34 ของทุนที่ชำระแล้ว มูลค่าเงินลงทุนรวม 179,200,000 บาท ชำระเป็นเงินสด ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ CENTEL เพิ่มขึ้นเป็น 69% จากเดิมถือ 35% และถือทางอ้อม 15% รวมเป็น 84%

ทั้งนี้ บริษัทได้ซื้อหุ้นจาก บริษัท โรงแรมภูเก็ต 2 โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งถืออยู่ 34% หรือจำนวน 1,764,000 หุ้น ราคาซื้อ 101.58 บาทต่อหุ้น

http://www.ryt9.com/s/iq10/1356563
:roll: :roll:

*****

suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Tue Mar 06, 2012 7:42 am

ไตรมาสหนึ่งปี 2554 CENTEL ทำกำไรได้สูงสุดต่อไตรมาสถึง 400 ล้านบาท
ไตรมาสหนึ่งปีนี้ 2555 มีสิทธิที่จะเติบโตและทำลายสถิติเดิมอีกครั้ง

ธุรกิจโรงแรม
ปีนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ดีกว่า ปีที่แล้ว (เดือนมกราคม +7% YoY)
ปีที่แล้ว โรงแรม Sofitel Centara Ladprao ซึ่งเป็นโรงแรมที่สร้างรายได้ให้กับกลุ่มโรงแรมของ CENTEL ติดอันดับหนึ่งในสาม
โดนผลกระทบจากการปิดห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวเพื่อทำการ renovation
ปีนี้ ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าวกลับมาเปิดตามปกติ และค่าห้องพักต่อคืนของ Centara Ladprao มีการปรับขึ้นเมื่อเทียบกับก่อน renovation

ธุรกิจอาหาร
ยังเติบโตสม่ำเสมอจากยอดขายสาขาเดิมและสาขาใหม่
การรวมรายได้แบรนด์ใหม่แบบเต็มปี อย่าง Yoshinoya กับ Ootoya

:D


jinaomi
Verified User
Posts: 115
Joined: Fri Jul 23, 2010 9:05 am

Re: CENTEL

Posts by jinaomi » Fri Mar 09, 2012 11:29 am

Breaking News : พบ Big Lot หุ้น CENTEL จำนวน 75,036,100 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 11.10 บาท/หุ้น รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 832.9 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 5.5% ของบริษัท...........
ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับว่า มีนัยยะ อะไรรึเปล่าครับ


User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CENTEL

Posts by chansaiw » Fri Mar 09, 2012 9:24 pm

คุณsuwit พอจะทราบมั้ยครับว่่าค่าใช้จ่ายที่ยเสียให้ Accor มากน้อยเเค่ไหน

"Failure is the only way to start again intelligently"

suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Sat Mar 10, 2012 6:21 am

jinaomi wrote:Breaking News : พบ Big Lot หุ้น CENTEL จำนวน 75,036,100 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 11.10 บาท/หุ้น รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 832.9 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 5.5% ของบริษัท...........
ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับว่า มีนัยยะ อะไรรึเปล่าครับ
Big lot ขนาดนี้ น่าจะเป็นกองทุนเพื่อการร่วมทุน ขายทำกำไรออกมาครับ
เท่าที่จำได้ กองทุนนี้ ลงทุนใน CENTEL มานานแล้ว (ก่อนแตกพาร์ 5 บาทเป็น 1 บาท)
กองทุนฯ ส่งคนมาเป็นกรรมการบอร์ดหนึ่งท่าน คือ คุณครรชิต บุนะจินดา
การที่กองทุนขายทำกำไร ไม่น่าจะมีผลนัยยะกับการดำเนินงานของกิจการครับ

ต่อไปนี้ สภาพคล่องหุ้น CENTEL ในตลาดจะมีมากขึ้น :D


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Sat Mar 10, 2012 6:23 am

chansaiw wrote:คุณsuwit พอจะทราบมั้ยครับว่่าค่าใช้จ่ายที่เสียให้ Accor มากน้อยเเค่ไหน
ผมไม่ทราบตัวเลขค่าใช้จ่ายในการบริหารโรงแรมต่อปีที่เคยจ่ายให้ Accor ต้องลองถามผบห. ใน Oppday วันอังคารที่จะถึงนี้ครับ :D


User avatar
chansaiw
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 701
Joined: Mon Feb 17, 2003 10:51 am

Re: CENTEL

Posts by chansaiw » Tue Mar 13, 2012 10:14 pm

พอดีเพิ่งกลับจารไปใช้บริการCENTARA GRAND WEST SANDS ที่ภูเก็ตเดี๋ยวเอาภาพมาฝากครับ

"Failure is the only way to start again intelligently"

suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Thu Mar 15, 2012 9:33 am

chansaiw wrote:คุณsuwit พอจะทราบมั้ยครับว่่าค่าใช้จ่ายที่เสียให้ Accor มากน้อยเเค่ไหน
ถามผบห.ในงาน Oppday ให้แล้วนะครับ ค่าใช้จ่ายประมาณ 10 ล้านบาทครับ


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Thu Mar 15, 2012 9:38 am

suwits wrote:
jinaomi wrote:Breaking News : พบ Big Lot หุ้น CENTEL จำนวน 75,036,100 หุ้น ที่ราคาหุ้นละ 11.10 บาท/หุ้น รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 832.9 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 5.5% ของบริษัท...........
ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับว่า มีนัยยะ อะไรรึเปล่าครับ
Big lot ขนาดนี้ น่าจะเป็นกองทุนเพื่อการร่วมทุน ขายทำกำไรออกมาครับ
เท่าที่จำได้ กองทุนนี้ ลงทุนใน CENTEL มานานแล้ว (ก่อนแตกพาร์ 5 บาทเป็น 1 บาท)
กองทุนฯ ส่งคนมาเป็นกรรมการบอร์ดหนึ่งท่าน คือ คุณครรชิต บุนะจินดา
การที่กองทุนขายทำกำไร ไม่น่าจะมีผลนัยยะกับการดำเนินงานของกิจการครับ

ต่อไปนี้ สภาพคล่องหุ้น CENTEL ในตลาดจะมีมากขึ้น :D
ใน Oppday มีการชี้แจงกรณีนี้ด้วยครับ กองทุนเพื่อการร่วมทุนขายหุ้น CENTEL ทั้งหมดที่ถืออยู่
กลุ่มที่เข้าไปซื้อจะมี กลุ่มจิราธิวัฒน์ 39.62% กองทุนต่างชาติ 25.15% กองทุนในประเทศ 27.04% และนักลงทุนบุคคล 8.19% ครับ

ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา กองทุนทั้งในและต่างประเทศ สนใจหุ้น CENTEL กันมาก แต่หาซื้อหุ้นไม่ได้ กลุ่มจิราธิวัฒน์ก็ไม่ยอมขายให้ ต้องไปซื้อในตลาดฯ เอาเอง

งานนี้ คนขายได้กำไรไปหลายเด้ง คนซื้อได้หุ้นตามจำนวนที่ต้องก​ารในราคา discount จากราคาตลาด


ogata
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 122
Joined: Tue Jul 13, 2010 12:29 am

Re: CENTEL

Posts by ogata » Sun Mar 18, 2012 11:55 am

ผ่าสูตรเชนโรงแรมไทย ชูแบรนด์เอเชียสู้ยักษ์ต่างชาติ
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 16 มีนาคม 2555 13:27 น.

*เชนโรงแรมไทยปรับตัวแข่งเชนยักษ์ใหญ่ระดับโลก

*ชูความเป็น “เอเชีย” จุดเด่นเหนือชาติตะวันตก

*ขายบริการแบบไทยสร้างจุดต่างเป็นที่ยอมรับของตลาด

*“เซ็นทารา” มองความต้องการเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ

ธุรกิจโรงแรม คือ กลไกหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นภาพของการถูกรุกคืบทางธุรกิจโดยชาวต่างชาติ เพราะปัจจุบันเชนโรงแรมจากต่างประเทศข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามารับบริหารโรงแรมให้กับโรงแรมไทยทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ในปริมาณที่มากขึ้น และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่เห็นๆ ขณะนี้มี “เชนแอคคอร์” “เชนอินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล กรุ๊ป” “เชนสตาร์วูด” ฯลฯ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เชนเหล่านี้อาศัย "ชื่อเสียง" และ "ทุนหนา" เป็นใบเบิกทางในการรุกธุรกิจของโรงแรมระดับอินเตอร์ที่มีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลก บวกกับการบริการที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ลูกค้ายอมรับและวางใจที่จะใช้บริการ

แม้การจ้างเชนต่างประเทศจะมีจุดอ่อนกว่าตรงที่ผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ อาจไม่ค่อยเข้าวัฒนธรรมของไทยมากนัก ทำให้การทำงานระหว่างผู้บริหารกับพนักงานระดับกลางและล่างอาจมีปัญหาได้ แต่เมื่อหักลบกลบหนี้กับข้อดีของการให้เชนต่างประเทศเข้ามาบริหารแล้วถือว่าดีย่อมมีมากกว่าเสีย

เพราะเชนต่างประเทศที่เลือกมาบริหารยิ่งมีเครือข่ายระดับโลกอยู่มากเท่าไร ก็ยิ่งมีฐานข้อมูลลูกค้าที่แน่นมากขึ้นเท่านั้น ย่อมเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า โดยเฉพาะลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ตรงกันข้ามกับโรงแรมโลคัลที่ต้องสร้างลูกค้าด้วยตนเอง ประกอบกับ “ชื่อเสียง” ที่มีอยู่แต่ในไทย หรืออย่างมากก็แค่ในภูมิภาคนี้ ทำให้การทำตลาดของโรงแรมโลคัลยากกว่าเชนจากต่างประเทศ

เมื่อรูปการณ์เป็นเช่นนี้ ยิ่งทำให้โรงแรมไทยในปัจจุบันตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากมากยิ่งขึ้น เพราะเชนโรงแรมรายใหญ่ต่างชาติมักจะใช้วิธีการร่วมทุน และรับจ้างบริหาร เพราะมีต้นทุนต่ำกว่าการสร้างโรงแรมขึ้นมาใหม่ ทำให้การขยายเครือข่ายของเชนต่างประเทศไปได้อย่างรวดเร็ว และรุนแรง

แต่คนไทยใช่ว่าจะไร้ฝีมือเหมือนอย่างที่ “เชนต่างประเทศ” คิด โดยเฉพาะในเรื่องธุรกิจบริการด้วยแล้ว ถือว่าโรงแรมไทยไม่เป็นที่สองรองจากใครแน่นอน เห็นได้จากหลายโรงแรมของไทยได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย

จุดเด่นที่ทำให้ “เชนไทย” ได้รับการยอมรับจนสามารถผงาดไปในตลาดโลกได้ คงเป็นเรื่องการบริการในรูปแบบไทย สิ่งนี้คือจุดสำคัญที่ “เชนต่างประเทศ” ทำไม่ได้ และเมื่อกระแสเอเชียฟีเวอร์ไปทั่วโลก ทำให้การสนใจเข้ามาค้นหาหรือศึกษาวัฒนธรรมของชาติตะวันตกยิ่งทำให้ “เชนไทย” เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ศึกบริหาร รร.เดือด & ดุ

“ปีเตอร์ เฮนลีย์” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ให้ความเห็นเกี่ยวกับการแข่งขันของเชนโรงแรมว่า “ธุรกิจ Hotel Management มีการแข่งขันที่สูง ตลาดในไทยมีเชนต่างประเทศ “อินเตอร์คอน” “แอคคอร์” “ไฮแอท” ซึ่งผมก็เคยทำงานกับเชนเหล่านี้ก็รู้ว่าเชนเหล่านี้เก่ง หรือแม้แต่เชนไทยด้วยกัน อย่าง “เซ็นทารา” “ดุสิต” “ไมเนอร์” เชนเหล่านี้เขาก็เก่ง หรือเชนของเราเองก็มีโรงแรมอมารีซึ่งมีอายุ 40 ปี ผมมั่นใจในประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของเรา”

อีกสิ่งที่ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เชื่อว่าจะแข่งขันกับเชนอื่นๆ ได้แม้ว่าแบรนด์จะไม่ใหญ่โตแบบเชนต่างประเทศนั้น คือ การมีเซอร์วิสที่ดี เพราะงานบริการที่เชนเหล่านี้มี “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ก็มี และการเป็นเชนจากเอเชียถือเป็นจุดเด่นสำคัญอีกประการ เพราะความเป็นเอเชียเป็นสิ่งที่แม้แต่ชาวตะวันตกยังสนใจ โดย “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” น่าจะมีมาร์เกตแชร์เป็นอันดับ 2 หรือ 3 ของตลาด

ส่วนการที่เชนไทยมุ่งไปบุกตลาดบริหารโรงแรมที่ต่างประเทศมากกว่าการบริหารโรงแรมในไทย เนื่องจากผลประกอบการของโรงแรมในต่างประเทศดีกว่าไทย ทำให้เขาได้รายได้ที่ดีกว่าการบริหารในไทย อย่าง พักโรงแรม 5 ดาวในสิงคโปร์ 1 คืน สามารถพักในไทยได้ไม่ต่ำกว่า 4 คืน

“เราเองก็สนใจพม่าเพราะเป็นประเทศใหม่ และมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดี ลาวก็สนใจไปบริหารที่หลวงพระบาง กัมพูชาเราดูที่เสียมเรียบ”

สำหรับทิศทางการบุกเข้ามารับบริหารของเชนต่างประเทศกับการเกิดใหม่ของเชนไทยนั้น “ปีเตอร์” บอกว่า “อาจจะมีเชนจากต่างประเทศและเชนไทยมาลงในสนามนี้อีก ซึ่ง “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มีความพร้อม ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่พร้อมรับมือกับคู่แข่ง”

บริการแบบไทย
จุดต่างที่สำคัญ

“เชนดุสิต” ผู้มีชื่อเสียงในการบริหารโรงแรมมามากกว่า 60 ปี ปีที่ผ่านมาก็ตั้งเป้าจะกลับเข้ามาลงทุนในต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากชะลอการลงทุนไป เนื่องจากปัญหาการเมือง

โดยครั้งนี้ “เชนดุสิต” ปรับกลยุทธ์ตัวเองซะใหม่ ด้วยการเน้นเทกโอเวอร์โรงแรมที่มีศักยภาพด้านทำเลท่องเที่ยว และต้องไม่เป็นพื้นที่เสี่ยงปัญหาทางการเมือง โดยมีลิสต์อยู่ในใจ 2-3 แห่ง เช่น ในยุโรป ออสเตรเลีย และอีกหนึ่งแห่งในอาเซียน เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุน และยังเป็นโอกาสสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งเชนเป็นฐานลูกค้ามากกว่า 50%

จุดสำคัญที่ “เชนดุสิต” ใช้ในการบริหารโรงแรม คือ การสร้างให้เชนนี้มีการบริการแบบคนไทย เพราะถ้าเชนนี้ไปเน้นการบริการแบบฝรั่งก็ไม่แตกต่างจากเชนอื่นๆ ในโลก ซึ่งจะทำให้สู้เขาไม่ได้

นอกจากนี้ การมีบุคลากรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงาน ถือว่า “เชนดุสิต” เตรียมเรื่องนี้ไว้พร้อม เพราะมีทั้งวิทยาลัยดุสิตธานีซึ่งมีนักเรียนระดับปริญญาตรีกว่า 2,000 คน และปริญญาโทอีกกว่า 100 คน และยังมี “เลอ กอร์ดอง เบลอ” โรงเรียนสอนทำอาหาร ที่เปิดสอนมาแล้ว 3 ปี

หลากแบรนด์
หลายทางเลือก

“ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” คือ เชนบริหารสัญชาติไทยโดยแท้ ที่พร้อมสู้ศึก “เชนต่างประเทศ” และ “เชนไทย” ด้วยกัน จุดสำคัญที่ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มั่นใจว่าทำให้ลูกค้าเลือก “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เข้าไปบริหาร คือ การเป็นบริษัทเล็กๆ อยู่ในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมในเอเชีย ซึ่งการเป็นบริษัทเล็กๆ ทำให้มีความยืดหยุ่นและมีความใส่ใจในรายละเอียดที่มาก ที่สำคัญมีการติดต่อกับเจ้าของโรงแรมโดยตรง

นอกจากนี้ แบรนด์อมารีซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวในเชน “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มีอายุอยู่ในประเทศไทย 40 ปี ถือเป็นแบรนด์ที่เชื่อถือได้ และมีความเชี่ยวชาญการบริหารโรงแรมมาอย่างยาวนาน ทำให้เจ้าของโรงแรมไว้วางใจได้ ที่สำคัญ เชน “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” แม้จะมีอายุแค่เพียง 2 ปี เรียกได้ว่ายังเป็นเด็กใหม่ แต่ในช่วง 2 ปีนี้ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ได้ดึงคนเก่งๆ เข้ามาทำงานด้วยจำนวนมาก

การที่ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มีแบรนด์ให้เลือกหลายแบรนด์ ทั้ง ซัฟฟรอน อมารี โอโซ และชามา ยังถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการสนใจเลือก “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ให้เข้ามาช่วยบริหาร ผู้ประกอบการเขามีทางเลือกว่าเขาจะเลือกแบรนด์ระดับไหนให้เหมาะกับโรงแรมของเขา

ปีนี้ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ยังมีแผนที่จะเข้าไปรับบริหารโรงแรมในต่างประเทศมากขึ้น โดยจะมีการเปิดตัวโรงแรมที่เข้าไปรับบริหาร 4 โครงการภายใต้แบรนด์โอโซในกรุงลัมโบ เมืองกอลล์ และเมืองแคนดี ประเทศศรีลังกา รวมทั้งพัฒนาโรงแรมอมารีในกรุงโดฮา รัฐกาตาร์ และในเมืองลูเดียนา ประเทศอินเดีย คาดว่าถึงสิ้นปี “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” จะรับบริหารจัดการโรงแรมได้ถึง 6 แห่ง

นอกจากนี้ยังได้วางแผนไปถึงปี 2561 ว่าจะต้องรับบริหารจัดการโรงแรมได้ไม่น้อยกว่า 51 แห่ง ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” 65% ส่วนอีก 35% จะมาจากโรงแรมที่ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เป็นเจ้าของ

การที่ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” เลือกรับบริหารโรงแรมแทนการเข้าไปลงทุนเองในประเทศนั้นๆ เพราะพื้นฐานเจ้าของ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มีรากฐานอยู่ในประเทศไทย จึงขอรับบริหารแทน
หลายคนอาจจะมองว่า “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ไม่มีการรุกบริหารโรงแรมฟากยุโรปเลย นั่นเพราะ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” ไม่สนใจตลาดยุโรปเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ “ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป” มีสัญชาติไทย มีรากฐานอยู่ในเอเชีย ดังนั้น หากจะต้องเลือกบุกตลาดก็ขอเป็นตลาดในเอเชียดีกว่า หรือหากมองไปที่ตัวประเทศที่จะรุกเข้าไป ถ้าเป็นภาคตะวันตกคงไปสุดแค่ประเทศกาตาร์ ภาคเหนือจะสุดแค่ประเทศจีน ส่วนภาคใต้จะสุดแค่ทวีปออสเตรเลีย

สร้างแบรนด์
ตามความต้องการ

กว่า 30 ปีที่กลุ่มเซ็นทรัลอยู่ในธุรกิจโรงแรม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการรีแบรนด์ชื่อโรงแรมมาหลายครั้ง จากเริ่มต้นที่ “โรงแรมไฮแอท เซ็นทรัล พลาซา” ภายใต้การบริหารของเชนไฮแอท เมื่อหมดสัญญาก็หันมาสร้างแบรนด์ของตัวเองชื่อ “โรงแรมเซ็นทรัล แกรนด์ พลาซา” พร้อมปรับโครงสร้างการบริหารโรงแรมใหม่หมด

จนเมื่อกลุ่มเซ็นทรัลได้เข้าไปพัฒนาโครงการเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ และเปลี่ยนชื่อเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ จึงได้คิดรีแบรนด์โรงแรมเซ็นทรัลขึ้นมาใหม่ ภายใต้ชื่อ “โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์”

จากจุดเริ่มต้นเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้วันนี้ “เชนเซ็นทารา” ถือเป็น “เชนไทย” อันดับต้นๆ ที่ประสบความสำเร็จในการรับบริหารโรงแรมให้กับนักลงทุนไทยและต่างประเทศ

โดยในปี 2555-2556 “เชนเซ็นทารา” วางเป้าว่าจะมีโรงแรมที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทยอยเปิดบริการอีก 13 แห่ง เมื่อเทียบสัดส่วนโรงแรมในประเทศจะเพิ่มเป็น 70% ต่างประเทศขยับเป็น 30% โดยแบ่งตามสัดส่วนห้องพัก และภายในปี 2556 จะเพิ่มสัดส่วนเป็นต่างประเทศ 40% ในประเทศ60% จนในที่สุดสัดส่วนจะต้องปรับเป็น 50 ต่อ 50

นอกจากนี้ การจะเปิดโรงแรมให้เป็นระดับใด “เชนเซ็นทารา” จะมองให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค อย่างปีนี้ 3-4 ดาว บูติก โฮเต็ล เป็นที่ต้องการก็ให้มารุก นี่คงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ “เชนเซ็นทารา” ใช้ในการรับบริหารโรงแรม จากนี้ไป “เชนเซ็นทารา” จะเป็นอีกเชนที่มีความแข็งแกร่งและมีการเคลื่อนไหวของเชนอย่างต่อเนื่อง


มุ่งเป็นเบอร์หนึ่ง
ไม่สนใจรับบริหาร

แม้ว่าการรับบริหารโรงแรมของ “เชนไทย” กำลังเป็นที่นิยม แต่ในมุมมองของ “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ซึ่งมีธุรกิจโรงแรมอยู่ในมือหลายแห่ง กลับไม่มีแนวคิดที่จะสร้างเชน หรือแบรนด์โรงแรมของตัวเอง เพราะเป้าหมายของ “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” ต้องการเป็นผู้ลงทุนในธุรกิจโรงแรมเบอร์หนึ่งของไทย ไม่ใช่นักบริหารโรงแรม

ในทางกลับกัน “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” เลือกเชนต่างประเทศเข้ามาบริหารโรงแรม ซึ่ง “กมลวรรณ วิปุลากร” กรรมการผู้จัดการใหญ่ ให้ความเห็นว่า “เชนที่เราเลือกมาเขามีความชำนาญ ประสบการณ์ในการบริหารจัดการโรงแรม เขาเจอเหตุการณ์มาหลากหลายแบบทั้งเศรษฐกิจ การเมือง ภัยพิบัติ เขาจึงรู้วิธีในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ดีกว่าเราทำเอง และแบรนด์ของเขาก็เป็นที่รู้จัก เรามองว่าเราเลือกเชนเข้ามาบริหาร เพราะเราได้ประสบการณ์ที่สำเร็จรูป ไม่ต้องคิดวิธีแก้ไขปัญหาเอง ทำให้ขยายตัวได้รวดเร็ว”

นอกจากนี้ การรับจ้างบริหารโรงแรม ค่าจ้างที่ได้ไม่มากมาย ค่าจ้างจากการบริหารโรงแรม 10 แห่ง เท่ากับรายได้ของโรงแรม 1 แห่ง แต่ที่เจ้าของแบรนด์ต้องรับจ้างบริหารก็เพราะการทำตลาด หรือการลงทุนในเรื่องต่างๆ ใช้งบประมาณที่มาก หากมีโรงแรมในเครือตัวเองมากก็สร้างผลกำไรให้ได้

แต่หาก “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” จะต้องเลือกสร้างแบรนด์โรงแรมของตัวเอง จะเลือกสร้างแบรนด์ที่ต่ำกว่าไอบิส หรือต่ำกว่า 3 ดาว และใช้เพียงแค่บริหารในประเทศไทยเท่านั้น ยังไม่คิดที่จะขยายตัวไปต่างประเทศ เพราะโมเดลตลาดต่างประเทศกับไทยแตกต่างกัน ที่สำคัญการทำตลาดต่างประเทศมีความเสี่ยงมากกว่าในไทย ภาษาพูดก็ไม่ใช่ภาษาที่คุ้นเคย กฎหมายต่างๆ บางครั้งก็ไม่สามารถเข้าใจได้ลึกซึ้ง นี่คงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” เลือกที่จะเปิดตลาดใหม่ในไทย ขณะที่ “เชนไทย” หลายรายหันไปรุกตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ

4 เชนต่างชาติยอดนิยม

หลังจากสำรวจ “เชนไทย” มาแล้ว ลองมาสำรวจ “เชนต่างประเทศ” ที่เข้ามาบุกรับบริหารโรงแรมในไทย ถึงทิศทางการบริหาร

1.เชนแอคคอร์ (Accor) มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จัดเป็นเชนโรงแรมใหญ่อันดับ 4 ของโลก มีแผนจะเปิดให้ครบ 30 โรงแรมในเมืองไทย โดยเริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2550 สำหรับเชนนี้มีโรงแรมในเครือ 4,000 แห่ง กระจายอยู่ใน 140 ประเทศทั่วโลก จำนวนห้องรวม 460,000 ห้อง มีแบรนด์หลากหลายแบรนด์ คือ Sofitel สำหรับลูกค้าระดับ 5 ดาว, Grand Mercure ระดับ 4 ดาวครึ่ง, Novotel ระดับ 4 ดาว, Mercure ระดับ 3 ดาวครึ่ง, Ibis ระดับ 3 ดาว, Motel 6 โรงแรมระดับ 1 ดาว

2.เชนเบสท์ เวสเทิร์น (Best Western International) จะบริหารเพิ่มให้ครบ 25 โรงแรมในไทย หลังจากปี 2550 ทำได้ถึง 11 โรงแรม เชนนี้นับเป็นเชนโรงแรมใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก มีโรงแรมในเครือ 4,300 แห่งใน 88 ประเทศ จำนวนรวม 320,000 ห้อง เน้นตลาดโรงแรมระดับราคาปานกลางเป็นหลัก โดยครองตลาดสูงสุดในสหรัฐฯ ในส่วนของตลาดโรงแรมระดับราคาปานกลาง(Midscale) ภายใต้เชนนี้ประกอบด้วยแบรนด์ Best Western Premier โรงแรมระดับ 4 ดาว และแบรนด์ Best Western โรงแรมระดับ 3 ดาว

3.เชนอินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (International Hotels Group : IHG ) เชนโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากอังกฤษ ซึ่งเข้าบริหารและร่วมทุนขั้นต่ำ 30 โรงแรมในไทย IHG มีโรงแรมในสังกัดมากกว่า 3,500 แห่งใน 100 ประเทศทั่วโลก มีจำนวนห้องรวม 534,000 ห้อง แบรนด์ภายใต้เชนนี้มี Intercontinental, Crowne Plaza, Holiday Inn, Holiday Inn Express, Staybridge Suites, Candlewood Suites, Hotel Indigo ฯลฯ แต่ละแบรนด์จะเจาะลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกันไป โดย Intercontinental และ Crowne Plaza มุ่งทำตลาดบนสำหรับลูกค้าที่ต้องการความหรูหราและนักธุรกิจระดับสูง ขณะที่ Holiday Inn มุ่งนักท่องเที่ยวระดับกลาง และนักธุรกิจทั่วไป ส่วน Express by Holiday Inn สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการห้องพักราคาประหยัด

4.เชนเมอริเดียน ในกลุ่มสตาร์วูด จากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จัดเป็นเชนใหญ่อันดับ 8 ของโลก มีโรงแรมในเครือ 740 แห่ง จำนวน 230,000 ห้อง มีแผนจะเปิดเพิ่ม 13 โรงแรมในไทย สำหรับโรงแรมในกลุ่มนี้ประกอบด้วยแบรนด์ Westin, Sheraton, 4 Points, W Hotels, Luxury Collection, St.Regis ฯลฯ โดยแต่ละแบรนด์จะมุ่งจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแตกต่างกัน โดย Sheraton โรงแรมระดับ 5 ดาว ลูกค้าเป้าหมายจะเป็นบุคคลวัยกลางคนที่มีฐานะดี ขณะที่แบรนด์ 4 Points เน้นเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว สำหรับลูกค้าเป้าหมายเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่ต้องการความสนุกสนาน

3 กลุ่มเป้าหมาย
3 เทรนด์โรงแรม

ในการวางว่าจะนำแบรนด์ใดของแต่ละเชนเข้ามารับบริหาร ทั้งไทยและต่างประเทศจะใช้หลักการเดียวกันคือ การมองกลุ่มเป้าหมายเป็นตัวตั้ง เพื่อแยกกลุ่มผู้ใช้บริการออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งมี 3 เทรนด์ คือ

1.เทรนด์ budget hotels แต่ละเชนพุ่งเป้านำห้องพักราคาประหยัด และง่ายต่อการใช้บริการ เชนแอคคอร์ถือเป็นเชนที่บุกเบิกการเป็นผู้นำตลาด บัดเจ็ต โฮเต็ล เจ้าแรกในเมืองไทย โดยดัน 2 แบรนด์หลัก คือ Ibis และ All Seasons (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น Ibis Style) เข้าไปบริหารโรงแรมใหม่ พื้นที่เป้าหมายบนถนนสายหลักชานเมืองกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต โดย “ดิ เอราวัณ กรุ๊ป” มีการเซ็นสัญญากับเชนแอคคอร์ในการขยายแบรนด์ Ibis ในพื้นที่เหล่านี้เพิ่มจาก 10 แห่งเป็น 15 แห่ง ราคาขายห้องพักขยับขึ้น-ลงตามวัน เริ่มต้น 1,000-3,000 บาท/ห้อง/คืน

2.เทรนด์ luxury hotels and resorts โดยแต่ละเชนวางกลยุทธ์ทุ่มทุนสร้างห้องพักสไตล์หรูหรา มีเอกลักษณ์ เน้นบรรยากาศความเป็นส่วนตัว แพงระยับ ราคาเริ่มต้นที่ 10,000-60,000 บาท/ห้อง/คืน ผู้นำตลาดแข่งขันกันอย่างสนุกมี 2 เชน คือ เชนซิกซ์เซนส์ ที่ได้ก่อสร้างรีสอร์ตคอนเซ็ปต์พูลวิลล่าระดับ 6 ดาว ขนาด 40-70 ห้อง/รีสอร์ต ด้วยแบรนด์โซเนวา (Soneva) ซึ่งจะนำร่องเปิดแห่งแรกในชื่อ เนวา คีรี แอนด์ ซิกซ์เซนส์ สปา เกาะกูด จ.ตราด และแบรนด์ซิกซ์เซนส์ระดับ 5 ดาว ซึ่งจะเปิดซิกซ์เซนส์ ไฮอะเวย์ เกาะยาว

3.เทรนด์ห้องพักกึ่งพรีเมียม ซึ่งลงทุนพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก และการตกแต่งให้ดูดีมีราคา (premier hotels) เริ่มต้นที่ 2,500-6,000 บาท/ห้อง/คืน ซึ่งเชนเบสท์ เวสเทิร์น มาแรงที่สุดในกลุ่มนี้ โดยแบรนด์ เบสท์ เวสเทิร์น พรีเมียร์ ได้เข้ามาขยายเครือข่ายในเมืองไทยขั้นต่ำ 25 โรงแรม คู่แข่งที่น่าจับตาในกลุ่มนี้ คือ เชน IHG ซึ่งมีแบรนด์คราวน์พลาซ่าเป็นหัวหอกสำคัญ


suwits
Verified User
Posts: 1643
Joined: Sat Mar 18, 2006 1:27 pm

Re: CENTEL

Posts by suwits » Mon Mar 19, 2012 7:07 pm

จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติใ​นเดือนกุมภาพันธ์ 2555 อยู่ที่ 1,838,595 (+2.0%) แบ่งเป็น

East Asia 898,268 (-2.42%)
Europe 629,360 (+5.22%)
The Americas 97,201 (+14.62%)
South Asia 88,448 (+7.02%)
Oceania 71,675 (+15.8%)
Middle East 44,152 (-3.68%)
Africa 9,491 (+10.04%)

ถึงแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรวม​จะเพิ่มไม่มาก แต่จำนวนที่เพิ่มมาจากนักท่องเที่ยวจากทวีปยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย ;-)


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: CENTEL

Posts by Ii'8N » Mon Mar 26, 2012 8:49 am

08:38 26/03/2012
(RPT)WEEK AHEAD:หุ้นไทยสัปดาห์นี้ผันผวน ตามตัวเลขศก.ตปท.,ต่างชาติซื้อลดลง

(ข่าวนี้ ส่งครั้งแรกวานนี้ เวลา 10.04 น.)

กรุงเทพฯ--26 มี.ค.--รอยเตอร์

ดัชนีตลาดหุ้นไทย(SET Index)สัปดาห์นี้มีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน โดยมีปัจจัยชี้นำ

จากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของต่างประเทศ ขณะที่การที่จีนและยุโรป ประกาศตัวเลข

ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ที่ลดลง ถือเป็นปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์ มองว่า แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในสัปดาห์นี้จะลดลง หลังจาก

ที่เข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง และอาจทำให้มีบางวัน ที่ต่างชาติจะขายทำกำไรออกมา

นักวิเคราะห์ มองกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ มีแนวรับที่

1,178 ส่วน แนวต้านอยู่ที่ 1,213

เมื่อวันศุกร์ที่ 23 มี.ค.55 ดัชนีหุ้นไทย ปิดที่ 1,194.44 จุด เพิ่มขึ้น 0.41%

จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ 16 มี.ค.55 ซึ่งอยู่ที่ 1,189.56 จุด ขณะที่นักลงทุนต่างชาติ

ซื้อตลอดสัปดาห์ มูลค่า 8,177.17 ล้านบาท

"เรามองว่า ตลาดสัปดาห์นี้จะมีความผันผวนมากขึ้น ขึ้นอยู่กับการตัวเลขเศรษฐกิจ

ของต่างประเทศในแต่ละวัน ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร"นายกฤษณ์ สุวรรณพิบูลย์ รองผู้อำนวยการ

ส่วนกลยุทธ์การลงทุน บล.ซิกโก้ กล่าว

สัปดาห์นี้ สหรัฐจะประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหลายตัว เช่น ความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ประจำเดือนมี.ค., จีดีพีงวดไตรมาส 4/54 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI)เขตชิคาโก

เดือนมี.ค.

นายกฤษณ์ กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของจีนและยุโรป ที่อาจชะลอตัวถือเป็นปัจจัย

ที่กดดันตลาด โดยจะเห็นได้จากช่วงที่ผ่านมาจีน ได้ปรับลดจีดีพีปีนี้ลงเหลือโต 7.5% จาก

เดิมที่คาดโต 8% รวมถึงตัวเลขภาคการผลิตของจีน และยุโรปของเดือนมี.ค.ที่ลดลงอย่างมาก

ทั้งนี้ การที่ภาวะเศรษฐกิจของจีน และยุโรป อาจชะลอตัว จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

โลกได้ ดังนั้นเงินทุนที่ลงทุนอยู่ในสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ได้แก่น้ำมัน ทองและตลาดหุ้น

ได้มีการย้ายไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยในช่วงนี้ได้แก่เงินดอลลาร์ จึงทำให้

ราคาน้ำมัน และราคาทองปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ตลาดหุ้นยังปรับตัวลงไม่มาก





..............










ปัจจัยที่ต้องจับตา

วันที่ 26 มี.ค.

--CENTEL แถลงโครงการ เวลา 10.00 น.

--ธ.ยูโอบี แถลงยุทธศาสตร์รุกธุรกิจ "ยูโอบี พรีวิเอจ แบงก์กิ้ง"

เวลา 10.00 น.

--BJC ลงนามร่วมกับองค์การเภสัชกรรม เวลา 13.00 น.

--บจ.พบนักลงทุน ILINK และ S&P เริ่มเวลา 13.15 น.

--ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB จัด Press Briefing หัวข้อ

"อัพเดทเศรษฐกิจโลก" เวลา 13.30 น.

วันที่ 27 มี.ค.--บจ.พบนักลงทุน GUNKUL-CHOW-TNITY และ TUF เริ่มเวลา 9.00 น.

--PS แถลงเปิดตัว "เดอะทรี อินเตอร์เซนจ์" เวลา 10.30 น.

วันที่ 28 มี.ค.--บจ.พบนักลงทุน NINE-PM และ PRANDA เริ่มเวลา 9.00 น.

--PTTEP ประชุมผู้ถือหุ้น เวลา 14.30 น.

วันที่ 30 มี.ค.--บลจ.กรุงศรี จัดเสวนา"แนวโน้มกลยุทธ์การลงทุนปี 2012"

เวลา 10.00 น.

--SCC ประชุมผู้ถือหุ้น เวลา 14.30 น.--จบ--

(โดย วิรัช บูรณกนกธนสาร รายงานและเรียบเรียง--วพ--)

((wirat.buranakanokthanasan@thomsonreuters.com;โทร.0-2648-9756;

ReutersMessaging:wirat.buranakanokthanasan.thomsonreuters.com@reuters.net))


................. คือ ส่วนอื่นๆ เป็นเกี่ยวกับ technical จึงตัดออก
และจะแค่แจ้งข่าว CENTEL อย่างเดียว อยู่แล้ว


Post Reply