CENTEL

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4598
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

CENTEL

Posts by ครรชิต ไพศาล » Mon Sep 20, 2004 12:50 pm

CENTEL บริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)
Image

Last edited by ครรชิต ไพศาล on Fri Apr 18, 2008 3:56 pm, edited 2 times in total.
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN

User avatar
HI.ผมเอง
Verified User
Posts: 811
Joined: Tue Jun 08, 2004 4:28 pm

Posts by HI.ผมเอง » Fri Sep 24, 2004 9:41 am

Image


User avatar
Meeja
Verified User
Posts: 333
Joined: Sat Apr 12, 2003 3:27 pm

Posts by Meeja » Fri Nov 12, 2004 2:10 pm

11/11/2004 17:57
หัวข้อข่าว: สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่3(F45-3)


CENTEL สรุปผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน
บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน (หน่วย : พันบาท)
ไตรมาสที่ 3 งวด 9 เดือน
ปี 2547 2546 2547 2546
กำไร(ขาดทุน)สุทธิ 172,474 70,592 399,332 162,517
กำไร(ขาดทุน)สุทธิต่อหุ้น(บาท) 0.96 0.39 2.22 0.90
หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบงบการเงิน จากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์
"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว"
ลงลายมือชื่อ............................
(นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ )
ตำแหน่ง..รองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร............................
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


http://www2.set.or.th/set/th/news/news_ ... &stopDate=


User avatar
Meeja
Verified User
Posts: 333
Joined: Sat Apr 12, 2003 3:27 pm

Posts by Meeja » Fri Nov 12, 2004 2:12 pm

11/11/2004 17:57
หัวข้อข่าว: สาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงเกินกว่าร้อยละ 20


วันที่ 16 พฤศจิกายน 2547
เรื่อง ขอชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน เกินกว่าร้อยละ 20
เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องหลักทรัพย์ เงื่อนไข และวิธีการดำเนินงานจัดทำและส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียน ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2536 ให้ชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันเกินกว่าร้อยละ 20 นั้น
บริษัทขอเรียนว่า การที่บริษัทมีผลการดำเนินงานตามงบกำไรขาดทุน และบริษัทและบริษัทย่อยมีผลการดำเนินงานตามงบกำไรขาดทุนรวม สำหรับไตรมาสสามสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2547 เพิ่มขึ้น 144.3% เกินกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ดังนี้
รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 3/2547 เท่ากับ 1,406.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 30.8% โดยธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่มขึ้น 31.8% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 136.9% เนื่องจากงวดเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากโรคระบาดซาร์ส ในขณะที่ในปีนี้ธุรกิจโรงแรมกลับคืนสู่ภาวะปกติ และมีผลการดำเนินงานที่ดี โดยเกือบทุกโรงแรมมีอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น จึงทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นมาก นอกจากนี้ในไตรมาสนี้ได้นำผลการดำเนินงานของโรงแรมเซ็นทรัลวงศ์อมาตย์พัทยามารวมในงบการเงินรวมด้วย
ในขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น 30.2% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 156.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
ขอแสดงความนับถือ
(นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์)
รองประธานฝ่ายการเงินและบริหาร

http://www2.set.or.th/set/th/news/news_ ... &stopDate=

Last edited by Meeja on Fri Nov 12, 2004 2:32 pm, edited 1 time in total.

User avatar
Meeja
Verified User
Posts: 333
Joined: Sat Apr 12, 2003 3:27 pm

Posts by Meeja » Fri Nov 12, 2004 2:29 pm

ไม่มีใครยินดีด้วย ยินดีกะตัวเองก็ได้ :D
มีเรือจะเจ๊งอยู่ลำนึง น่าจะเอาไปทำเป็นเรือขนส่งมั่ง...

ปล. ใครวิเคราะห์งบเป็นช่วยๆ หน่อยก็ดีครับ ผมดูแต่กำไรกะกระแสเงินสดดำเนินการโตก็ดีใจ แค่นั้น

http://www.set.or.th/dat/finreport/finance/01760035.zip


User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Wed Dec 22, 2004 1:18 am

พี่ยีน ที่งาน opp day ก็ของกินเพียบ
น้ำ lime จาก aunty ann
pon de ring จาก md
chocolate ice cream จาก baskin
แล้วยังแถมบัตรแทนเงินสด kfc, aunty, mister donut อีกอย่างละ 100 บาท
ได้ความรู้ด้วย ได้อิ่มด้วย ... สบายเลย

การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com

genie
Verified User
Posts: 1474
Joined: Tue Feb 04, 2003 12:55 pm

Posts by genie » Wed Jan 05, 2005 10:42 pm

วันที่ 27 ธันวาคม 2547


เรื่อง ผลกระทบของมหันตภัยคลื่นยักษ์ซึนามิ
เรียน กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ตามที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวกับมหันตภัยซึนามิ คลื่นยักษ์ถล่มพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 นั้น
ทางกลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ทราบว่า โรงแรม
และรีสอร์ทในเครือไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด ยกเว้นสำนักงานและที่พักคนงานชั่วคราวและ
วัสดุอุปกรณ์บางส่วนซึ่งตั้งอยู่บริเวณชายหาดที่โครงการกระบี่และวัสดุอุปกรณ์บางส่วนได้รับความเสียหาย ส่วนอาคารหลัก
ของโครงการซึ่งอยู่บริเวณเนินเขามิได้รับผลกระทบแต่อย่างใด


จึงเรียนมาเพื่อทราบ




ขอแสดงความนับถือ
(นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ )
รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร


NS
Verified User
Posts: 34
Joined: Sun Jan 16, 2005 2:09 pm

Posts by NS » Wed Mar 02, 2005 12:22 pm

กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2548

เซ็นทรัลเผยปี47กำไรพุ่ง93.8%

เครือเซ็นทรัลเผยผลดำเนินงานปี 2547 ทำยอดกว่า 5,400 ล้านบาท กำไรเพิ่ม 93.8% ขณะที่ธุรกิจโรงแรมแนวโน้มดี เตรียมขยายอีกหลายโครงการ

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหารบริษัทโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา แถลงผลการดำเนินงานของบริษัทวานนี้ (1 มี.ค.) ว่าในปี 2547 บริษัทมีผลการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยมีกำไรสุทธิ 541.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.8% หรือ 1.9 เท่า เทียบกับปี 2546 ซึ่งมีกำไร 279.2 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้น 3.01 บาท หากเทียบปีที่แล้ว มีกำไรต่อหุ้น 1.55 บาท

สาเหตุที่เซ็นทรัลมีกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้นมาก เนื่องจากรายได้รวมเพิ่มขึ้น 983.5 ล้านบาท หรือ 21.8% โดยธุรกิจโรงแรมมีรายได้เพิ่ม 25% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 75.4% ขณะที่ธุรกิจอาหารมีรายได้เพิ่มขึ้น 19.50% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 143.9%

นายรณชิต กล่าวว่า ธุรกิจโรงแรมปี 2547 มีอัตราการเข้าพัก และค่าห้องพักสูงกว่า เมื่อเทียบกับปี 2546 โรงแรมที่มีผลการดำเนินงาน ค่อนข้างโดดเด่นของกลุ่มคือ โซฟิเทลเซ็นทรัลพลาซากรุงเทพฯ,เซ็นทรัลสมุยบีชรีสอร์ท และเซ็นทรัลหัวหินบีชรีสอร์ท ส่วนเซ็นทรัลสุคนธาหาดใหญ่ยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภาคใต้แต่ไม่มากนัก รายได้ลดลงประมาณ 5.8% เทียบกับปี 2546

สำหรับธุรกิจอาหาร ยอดขายของไก่เคเอฟซี เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วประมาณ 12.9% อาหารว่าง อานตี้ แอนส์ ก็มียอดรายได้ และกำไรเพิ่มขึ้น และที่โดดเด่นที่สุด ก็คือมิสเตอร์ โดนัส ที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 68.8% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 4 เท่า

ภาพรวมของธุรกิจปี 2547 ใกล้เคียงกับปลายปี 2546 ส่งผลดีต่อธุรกิจโดยรวมของภูมิภาค และจากการเติบโตด้านการท่องเที่ยวนี้ จึงเน้นการทำตลาดในรูปแบบที่สร้างความน่าสนใจมากขึ้น เน้นกลยุทธ์การตลาดอินเทอร์เน็ตเชื่อมตรงกับลูกค้า รวมถึงเพิ่มความเข้มแข็งให้องค์กร โดยการปรับเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ เพื่อความเหมาะสม และได้เปิดสำนักงานขายในลอนดอน

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับโครงสร้างแผนกการตลาด โดยการเพิ่มฝ่ายพาณิชย์ธุรกิจ เพื่อดูแลและบริหารจัดการพัฒนาเวบไซต์ของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทรัลโดยตรงส่วนการขยายธุรกิจอาหารทางด้านฟาสต์ฟู้ดตลอดของปี 2547 หลังจากปรับปรุงโครงสร้างของกลุ่มธุรกิจอาหาร โดยรวมทุกแบรนด์ มาอยู่ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป และขยายสาขาเพิ่มขึ้น มีทั้งสิ้น 369 สาขา


Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Tue Mar 15, 2005 5:22 pm

ผมประสบการณ์น้อย นี่ครั้งแรกนะเนี่ยที่เจอรายการระหว่างกัน :shock:

ดูคร่าวๆแล้วกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ขายของที่ PB = 2.36 รวยแย่เลย
ส่วน Centel ได้ซื้อของที่ PE = 8.17 แถมเป็นบริษัทที่ยอดขายโตเอาๆ
ROE สูงกว่า 34% แต่ก็เพิ่งจะกำไรเป็นปีแรก ถ้ามองในแง่ลบ ปีนี้ก็อาจจะไม่กำไรเยอะก็ได้...

ยากจัง..... :?

เอ..อย่างงี้ส่วนเกินมูลค่า book value ก็ต้องบันทึกว่าเป็น Goodwill หรือเปล่าครับ?

วันนี้ประกาศปันผล 1.25 แต่หุ้นตก แสดงว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าไม่ fair ละมั้ง....

ไว้เจอกันที่งานประชุมละกันนะ ผมถืออยู่แค่ 1/20000 แต่ไปแน่นอนครับ 8)

I do not sleep. I dream.

NS
Verified User
Posts: 34
Joined: Sun Jan 16, 2005 2:09 pm

Posts by NS » Tue Mar 22, 2005 11:52 am

Post Today: วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2548

เครือเซ็นทรัล
วาดอนาคต5ปี ยอดทะลุหมื่นล.
โพสต์ทูเดย์ ธุรกิจโรงแรม-ร้านอาหารกลุ่มเซ็นทรัล วาดเป้า 5 ปีโกยรายได้พุ่ง 1 หมื่นล้านบาทจากการขยายธุรกิจและสาขาทั่วประเทศต่อเนื่อง

นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธาน อาวุโสฝ่ายการเงิน และบริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา และบริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์ กรุ๊ป เปิดเผยถึงแผนระยะ 5 ปีต่อจากนี้ว่า ในส่วนของธุรกิจโรงแรมนั้น จะเริ่มลงทุนตั้งแต่กลางปีนี้จนถึง 3 ปีข้างหน้า ด้วยงบลงทุนรวม 8,000 ล้านบาท ใน 3 โครงการหลัก ได้แก่ เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซา มูลค่าลงทุน 4,000 ล้านบาท เซ็นทรัล วงศ์อำมาตย์ บีช รีสอร์ท พัทยา และเซ็นทรัล ภูเก็ต บีช รีสอร์ท รวม 4,000 ล้านบาท โดยธุรกิจโรงแรมในกลุ่มจะมีห้องพักเพิ่มขึ้น1,500 ห้อง จากปัจจุบันมีห้องพักรวม 2,651 ห้อง

สำหรับปีนี้บริษัทใช้งบลงทุนราว 1,300 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมากับโครงการเซ็นทรัล กระบี่ เบย์ รีสอร์ท ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการในเดือนตุลาคมนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนเพื่อเข้าซื้อกิจการของโรงแรมอื่นๆ ซึ่งขณะนี้เจรจาแล้ว 2 แห่งในจังหวัดทางภาคใต้และเหนือ และจะเข้าบริหารโรงแรมภาคตะวันออก อีก 1 แห่ง หลังจากปีที่ผ่านมาได้เข้าบริหารโรงแรมดวงตะวัน เซ็นทรัล เชียงใหม่ และแม้ช่วงปลายปีจะเกิดสึนามิที่ส่งผลต่อให้จำนวนนักท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ตลดลง แต่เนื่องจากนักท่องเที่ยวเปลี่ยนมาเที่ยวทางแถบอ่าวไทยทำให้การรองรับที่พัทยาเพิ่มขึ้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก


ในส่วนของธุรกิจอาหารนั้น จะลงทุนต่อเนื่อง ปีละ 300 ล้านบาท สำหรับการขยายสาขาธุรกิจอาหารในเครือทั้ง 6 แบรนด์ ปีละประมาณ 30-40 สาขาต่อปี ได้แก่ เคเอฟซี มิสเตอร์โดนัท อานตี้ แอนส์ บาสกิ้นร้อบส์บิ้น สเต็กฮันเตอร์ และพิซซ่าฮัท จากปัจจุบันมีสาขารวม 371 สาขา และขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาออกแบรนด์สินค้าใหม่คาดว่าจะเป็นกลุ่มน้ำผลไม้และอาหารจีน ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ทั้งรูปแบบการพัฒนาแบรนด์ใหม่ขึ้นเอง หรือร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจในไทย แต่ยัง ไม่สามารถสรุปได้โดยบริษัทมองว่าจะเร่งพัฒนาส่วนของแบรนด์ สเต็กฮันเตอร์ให้ติดตลาดก่อนด้วยการปรับปรุงเมนูใหม่และหยุดการขยายสาขาในปีนี้ก่อน จากขณะนี้มีอยู่ 5 สาขา


นายรณชิต เสริมว่า จากแผนดำเนินการ ดังกล่าวบริษัทตั้งเป้าภายใน 5 ปี จะมีรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ของโรงแรมจะเพิ่มเป็น 50% และธุรกิจอาหาร 50% จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้โรงแรมอยู่ที่ 42% ธุรกิจอาหาร 58%


ขณะที่ผลประกอบการปี 2547 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 5,499.9 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 21.8% เป็นกำไรสุทธิ 541.1 ล้านบาทเติบโตถึง 93.8% โดยแบ่งเป็นรายได้โรงแรม 2,300.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% ธุรกิจอาหาร 3,199.5 ล้านบาท เติบโต 19.5% ซึ่งถือว่าเป็นปีที่บริษัท รายได้สูงสุดนับแต่ดำเนินกิจการมา


สำหรับปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีรายได้เติบโต 8-10% เฉพาะไตรมาสแรกคาดว่าจะเติบโต 20% หรือคิดเป็นรายได้ 1,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา


ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท เรสตอรองส์ กรุ๊ป กล่าวว่า ส่วนของการเปิดสาขากับพื้นที่ค้าปลีกกับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินบริษัทได้เซ็นสัญญาเบื้องต้นกับบริษัท เมโทร มอลล์ ผู้บริหารพื้นที่ค้าปลีกกับโครงการดังกล่าวแล้ว ซึ่งจะเป็นการขยาย 3 แบรนด์ ได้แก่ อานตี้ แอนส์, บาสกิ้นร้อบส์บิ้น และมิสเตอร์โดนัท ทั้งนี้จะมีการเปิดตัวรูปแบบพื้นที่ค้าปลีกของโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินในเร็วๆ นี้ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยัง ไม่สามารถระบุได้ว่าจะเปิดให้บริการกี่สถานี


jirrs
Verified User
Posts: 5
Joined: Tue Mar 22, 2005 10:55 am

Posts by jirrs » Wed Mar 30, 2005 9:20 am

ผมได้อ่านเจอในกระทู้ของพันทิพย์โดยบังเอิญ เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมการให้บริการของโรงแรมในเครือเซ็นทรัลและบัตรโกล์ดการ์ดของเซ็นทรัลที่ถูกด่ามากๆ ลองเข้าไปดูนะครับ ผมเองก็เพิ่งซื้อหุ้นของ centel แต่ซื้อไม่มาก พออ่านแล้วรู้สึกแย่ แต่ก็คงจะถึอหุ้นตัวนี้ต่อไป เพราะ ธุรกิจของ Centel ไม่ได้มีแต่โรงแรมแต่มีธุรกิจร้านอาหารด้วย พี่ๆในบอร์ดนี้ที่ถึอหุ้นตัวนี้อยู่มีความเห็นอย่างไรบ้างครับ
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/t ... 66796.html
http://www.pantip.com/cafe/blueplanet/t ... 56044.html


NS
Verified User
Posts: 34
Joined: Sun Jan 16, 2005 2:09 pm

Posts by NS » Sun Apr 03, 2005 2:24 pm

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548

อานตี้ แอนส์ ผุดสาขาใหม่พ่วงอินเทอร์เน็ต คาเฟ่

"อานตี้ แอนส์" จับมือทรูให้บริการอินเทอร์เน็ต ก่อนปรับโฉมสู่คาเฟ่เต็มรูปแบบเล็ง 10 ทำเลในกรุงเทพฯ เร่งขยายสาขาอย่างน้อย 10 แห่งปีนี้ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ สกัดคู่แข่งลงตลาด คาดรายได้ทะลุ 300 ล้าน

น.ส.สิริมา ลาภะนาวิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แบรนด์อานตี้ แอนส์ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า อานตี้ แอนส์ ได้ร่วมมือกับ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้บริการอินเทอร์เน็ตในร้านอานตี้ แอนส์ ที่สาขาเมเจอร์ ปิ่นเกล้า ถือเป็นโครงการนำร่องในการพัฒนารูปแบบร้านแนวใหม่ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งผลการสำรวจลูกค้าแบบเจาะลึก ทำให้ทราบว่าระหว่างการรอซื้อสินค้า ลูกค้าต้องการให้ร้านจัดหาบริการอื่นๆ ให้ เช่น อินเทอร์เน็ต หรือ มุมหนังสือ ซึ่งในต่างประเทศ จะมีร้านอานตี้ แอนส์ที่การให้บริการในลักษณะของคาเฟ่เต็มรูปแบบเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ในประเทศไทยคาดว่าจะทยอยติดตั้งบริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างน้อย 10 ทำเลในกรุงเทพฯ

สำหรับแผนการขยายสาขาของร้านอานตี้ แอนส์ จะเปิดเพิ่มอีกอย่างน้อย 10 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่เป็นหัวเมืองระดับ 2 เช่น เชียงราย เป็นต้น ปัจจุบันอานตี้ แอนส์ มีสาขารวม 48 แห่ง โดยในเดือน เม.ย.นี้จะเปิดสาขาที่ห้างบิ๊กซี สาขาอ้อมใหญ่ และบิ๊กซี นครปฐม

"การเร่งขยายสาขาของเราในช่วง 2-3 ปีนี้ ก็เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่หลักๆ ทั่วประเทศ ส่วนหนึ่งเพื่อต้องการปิดทางคู่แข่งที่กำลังจะเข้ามาในตลาดเมืองไทย เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทเพรทเซล ในต่างประเทศมีมากกว่า 20 แบรนด์ และขณะนี้ผู้บริโภคชาวไทยมีการรับสินค้าชนิดนี้ได้เร็วมาก" น.ส.สิริมา กล่าวและว่า สำหรับปีนี้ บริษัทวางเป้าหมายรายได้ของอานตี้ แอนส์ไว้ที่ 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้ 220 ล้านบาท และในปี 2550 คาดว่าจะมีรายได้ 500 ล้านบาท ทั้งนี้ แบรนด์อานตี้ แอนส์ ถือเป็นสินค้าที่มีการเติบโตสูงสุดใน 6 แบรนด์ของกลุ่มเซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป โดยปีนี้จะมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่อีก 3 ชนิด


Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Mon May 02, 2005 7:49 pm

อยากถามคนที่ไป Annual Shareholder Meeting ว่า รู้สึกยังไงกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่บ้าง?
ผมว่าเค้าไม่ค่อยสนใจคำถามหรือความเห็นจากรายย่อยเลยนะ เหมือนถือว่าผลประกอบการณ์ออกมาดี ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามอะไรอีก :(
อยากซื้อเพิ่มจัง แต่ใจฝ่ออ่ะ

:roll:

I do not sleep. I dream.

User avatar
yoyo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4833
Joined: Sun Feb 16, 2003 12:17 pm

Posts by yoyo » Thu Jun 16, 2005 9:11 pm

อินทราเน็ต @ Yum โอกาสจากความสำเร็จ

ยัม! แบรนด์ อิงค์ มีห้องสมุดขนาดใหญ่ หรือ อินทราเน็ต ให้ทุกประเทศท่องไปในโลกการบริหารจัดการที่มีระบบ องค์ความรู้และวิธีการที่สอบผ่านแล้วนำไปสู่วิธีการลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมหาศาล เป็นความได้เปรียบของทุกแบรนด์ในเครือยัม

ผลของแต่ละแคมเปญจะวิเคราะห์แล้วนำข้อมูลบรรจุอยู่ในอินทราเน็ตเช่นเดิม เป็นประโยชน์ให้ประเทศอื่นต่อไป เหมือนที่ไทยรับแคมเปญซับแบรนด์จากพิซซ่าฮัทในจีน

ยัม! แบรนด์ อิงค์ ยักษ์ใหญ่ธุรกิจอาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกัน มี 5 แบรนด์ในเครือ ประกอบด้วย คือ พิซซ่า ฮัท(Pizza Hut),เคเอฟซี(KFC),ลองจอห์น ซิลเวอร์ (Long John Silvers),ทาโก เบลล์ (Taco Bell) และเอแอนดับบลิว(A&W) มีสาขาทั่วโลกมากถึง 33,000 ร้าน และพนักงาน 840,000 คนทั่วโลก

จำนวนสาขาที่มากมายมหาศาลทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ไม่ว่าจะเป็นในด้านกำลังคน วัตถุดิบการผลิต ต้นทุนทางด้านบริหารจัดการ และอื่นๆอีกจิปาถะ

แต่สิ่งที่ทำให้องค์กรใหญ่ เช่น ยัม แตกต่างจากองค์กรเล็กอยู่ที่การบริหารจัดการอย่างมีระบบ แบบแผน ในทุกด้าน ทั้งต้นทุนการผลิต การตลาด โดยเฉพาะการหารายการอาหารใหม่ๆ ที่อยู่บนเส้นทางที่เคยผ่านการทดลองแล้วว่าสำเร็จแล้วในบางประเทศ ไม่ว่าจะเป็น รสชาติ ราคา รูปแบบโปรโมชั่น ฯลฯ แต่ทุกๆ ข้อมูลจะต้องผ่านการอนุมัติจากบริษัทแม่ครั้งสุดท้ายก่อน

ข้อมูลทั้งหมดนี้บรรจุอยู่ในอินทราเน็ต (Intranet) หรือระบบเครือข่ายภายในของยัม ว่าไปแล้วระบบนี้ไม่ต่างไปจากห้องสมุดขนาดใหญ่ ที่เก็บข้อมูลทุกด้าน จากทุกแบรนด์ในเครือยัมและจากทุกประเทศมาไว้ที่เดียวกัน

ผู้บริหารในทุกประเทศ เข้าไปเรียนรู้ และดึงข้อมูลขึ้นมาอ้างอิง และปรับใช้กับประเทศตัวเองได้ เพราะทุกข้อมูลผ่านการวิเคราะห์มาแล้วอย่างดี

ข้อมูลจากอินทราเน็ตจึงเป็นหนทางหนึ่งในการลดต้นทุนจากการดำเนินงานและไม่เสียเวลาลองผิดลองถูกเพราะ "เวลา"ที่เสียไปหมายถึงรายจ่ายที่ตามมา

ตัวอย่าง เคเอฟซีประเทศไทย วางแผนที่จะเพิ่มรสชาติใหม่ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ หาข้อมูลใน อินทราเน็ต ดูความสำเร็จของเมนูใหม่ในประเทศอื่นๆ พิจารณาร่วมกับความใกล้เคียงกันของพฤติกรรม ความชอบและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ก่อนพัฒนาต่อหรือปรับให้เหมาะที่สุดกับผู้บริโภคในประเทศของตัวเอง

หรือกรณีซับแบรนด์ พิซซ่า ฮัท ในไทย ได้บทเรียนจากความสำเร็จในจีน

ปณิธาน เศรษฐบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บอกว่า ซับแบรนด์เป็นแคมเปญที่สร้างสีสันและกระตุ้นยอดขายที่เริ่มจาก เบทส์ ออฟ สยาม ภายใต้ธีมกุ้งแม่น้ำ ในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่ผ่านมา

ทุกรายการอาหารมีความเป็นไทยชัดเจน เช่น พิซซ่า หน้ากุ้งแม่น้ำ หมูสะเต๊ะ และน้ำมะม่วงปั่น

"คันทรี เฟสติวัล" ในธีม เยอรมัน คันทรี เฟสติวัล ซึ่งประกอบด้วย บาวาเรียนพิซซ่า ขาหมูอบฮันเตอร์ ไส้กรอกเยอรมัน แอปเปิลสตรูเซิล และเบียร์โพลาเนอร์ เปิดตัวในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงพฤษภาคม ซับแบรนด์แต่ละธีมมีระยะเวลาราว 6 สัปดาห์ ในขณะที่หากเป็นแคมเปญโปรโมชั่นปกติจะมีระยะเวลาเพียง 4 สัปดาห์เท่านั้น

เขาบอกว่า ผลของแต่ละแคมเปญจะวิเคราะห์แล้วนำข้อมูลเข้าไปบรรจุอยู่ในอินทราเน็ตเช่นเดิม เป็นประโยชน์ให้ประเทศอื่นต่อไป เหมือนที่ไทยรับแคมเปญนี้มาจากพิซซ่าฮัทในจีน

นอกจากข้อมูลในเมนูอาหารใหม่ๆ แล้ว การแก้ไขสถานการณ์ด้วยการรับมือทันควัน หลังเกิดปัญหาไข้หวัดนก ให้ความมั่นใจในการบริโภคไก่เคเอฟซีด้วยการชี้แจงถึงแหล่งวัตถุดิบ ให้ความรู้ในกรรมวิธีการผลิตที่ใช้ความร้อนสูงสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ รวมทั้งร่วมกิจกรรมกับรัฐบาลแจกไก่เคเอฟซีที่ฮือฮาและเรียกขวัญจากประชาชน ข้อมูลนี้ถูกบรรจุและเป็นประโยชน์กับเคเอฟซีในประเทศใกล้เคียงที่ประสบปัญหาไข้หวัดนกระบาดเช่นกัน

ความสำเร็จจากการบริหารร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเครือยัม ในไทยสามารถขยายร้านเคเอฟซี 305 สาขา และพิซซ่า ฮัท 75 สาขา เปิดให้บริการกว่า 56 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถให้บริการลูกค้ากว่า 60 ล้านคนต่อปี และมีจำนวนพนักงานกว่า 10,000 คนทั่วประเทศ

การลงทุนที่มีค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้
http://www.yoyoway.com

NS
Verified User
Posts: 34
Joined: Sun Jan 16, 2005 2:09 pm

Posts by NS » Sat Jun 18, 2005 1:31 pm

เซ็นเทลคุมซีอาร์จี100% ลุยคอร์ปอเรตมาร์เก็ตติ้ง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 มิถุนายน 2548 19:54 น.


ผู้จัดการรายวัน กลุ่มโรงแรมเซ็นทรัลซื้อหุ้นในซีอาร์จีครบ 100% หวังการเติบโตธุรกิจอาหารสร้างรายได้และผลกำไรระยะยาว ด้านซีอาร์จีควบ 6 แบรนด์ ลุยคอร์ปอเรตมาร์เก็ตติ้ง วางแผนขยายอีก 50 สาขาถึงสิ้นปีนี้

นายสุทธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ เซนเทล/Centel เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯได้เข้าซื้อหุ้น 16% ในบริษัท เซ็นทรัลเรสตอรองส์กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเดิมถือหุ้นอยู่แล้ว 84% ทำให้ บริษัทโรงแรมฯกลายเป็นผู้ถือหุ้น 100% ในบริษัทดังกล่าว ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทฯในระยะยาว เนื่องจากกลุ่มธุรกิจอาหารมีการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากในไตรมาสที่ 1/2548 มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 33% และคาดว่าทั้งปีจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนนี้ จะทำให้บริษัทฯรับรู้ผลกำไรจากลุ่มธุรกิจอาหารเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าปีละ 50 ล้านบาท

ส่วนธุรกิจโรงแรมถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ สำหรับโรงแรมที่ภูเก็ตและเหตุการณ์ทางภาคใต้สำหรับโรงแรมที่หาดใหญ่ แต่เมื่อรวมกับรายได้โรงแรมอื่นในกลุ่มแล้ว ไตรมาสที่ 1 /2548 กลับเพิ่มขึ้นประมาณ 7% และไตรมาสที่ 2/2548 คาดว่ารายได้ในส่วนโรงแรมจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และเมื่อรวมรายได้ของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอาหารด้วยกัน คาดว่าไตรมาสที่ 2/2548 จะเติบโตขึ้น 15%

นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือซีอาร์จี เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกลุ่มโรงแรมเซ็นทรัลและรีสอร์ทจัดแคมเปญ With Thanks ของทั้ง 6 แบรนด์ร้านอาหารในกลุ่มซีอาร์จีคือ มิสเตอร์โดนัท เคเอฟซี (เฉพาะสาขาในเครือเซ็นทรัล) บาสกิ้นรอบบิ้นส์ อานตี้แอนส์ พิซซ่าฮัทเฉพาะสาขาในเครือเซ็นทรัล และสเต๊กฮันเตอร์ ที่มีสาขารวม 340 แห่ง มอบเอกสิทธิ์ให้กับลูกค้า เป็นส่วนลดร้านค้าและห้องพักโรงแรมมูลค่ากว่า 2,000 บาท มอบส่วนลดห้องพักโรงแรมในเครือ 8 แห่ง 50%

แคมเปญนี้จัดเป็นกิจกรรมที่ทำขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายการสร้างแบรนด์โดยใช้คอร์ปอเรตมาร์เกิ้ตติ้ง สนับสนุนการสร้างฐานลูกค้าใหม่ของแบรนด์อื่นๆในเครือ เป็นปีที่ 2 ซึ่งปีที่แล้วเริ่มต้นในเขตกรุงเทพฯ คูปองกว่า 300,000 เล่มหมดก่อนกำหนด และทำให้อัตราการเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ของทุกแบรนด์ในเครือเพิ่มขึ้นกว่า 100,000 รายตลอดช่วงแคมเปญ

ในปีนี้จึงได้เพิ่มจำนวนคูปองเป็น 400,000 เล่ม และขยายสาขาที่เข้าร่วมแคมเปญให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยจะมอบคูปองให้ฟรี 1 เล่มเมื่อผู้บริโภคซื้อสินค้าครบตามกำหนด เริ่มแคมเปญวันที่ 16 มิถุนายนจนกระทั่งคูปองหมด

โดยในปีนี้บริษัทฯยังมีแผนที่จะขยายสาขาร้านอาหารต่างๆเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 50 สาขา


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Aug 09, 2005 4:58 pm

CENTEL เผย Q2/48 รายได้โตกว่า 16% ส่วนครึ่งปีแรกโต 18-19% ธุรกิจอาหารยังเป็นตัวหลักรายได้ครึ่งปีโต 26% ส่วนโรงแรมโตแค่ 8% หลังต้นปีรับผลกระทบสึนามิ ส่วนทั้งปีคาดโตได้ 20% มั่นใจครึ่งปีหลังเป็นช่วงไฮซีซั่นจะช่วยดันรายได้ ไม่หวั่นแม้ศก. ขาลง เหตุมั่นใจนักท่องเที่ยวยังมีกำลังซื้อ ขณะเดียวกันตั้งเป้าปี 2552 มีรายได้ถึง 1หมื่นล้านบาทแน่ พร้อมทุ่มงบก่อสร้าง 3 โรงแรมใหม่ภายในปี 2551 กว่า 8.8 พันล้านบาท เชื่อแม้ใช้เงินมากแต่ไม่สะเทือน D/E บริษัท เต็มที่แค่  1.2 เท่า  

             นายรณชิต มหัทธนะพฤทธิ์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร บมจ. โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา(CENTEL) เปิดเผยว่า ในไตรมาส 2 ปี 2548 นี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบ่งเป็นรายได้ในส่วนของโรงแรมขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 10% และรายได้ในส่วนของธุรกิจอาหารขยายตัวเพิ่มขึ้น 20% ส่วนในช่วงครึ่งปีแรกรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 18-19% โดยในส่วนของโรงแรมขยายตัว 8% และอาหารขยายตัว 26%

เขากล่าวว่า สำหรับรายได้รวมในปี 2548 นี้คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 16-20% โดย
มั่นใจว่าธุรกิจโรงแรมจะไม่ได้รับผลกระทบแม้ว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้อาจจะชะลอตัว เนื่องจากธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับความต้องการและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการก็ยังคงเป็นนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้ออยู่ อีกทั้งในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 นี้ เป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว นอกจากนี้ประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน CENTEL จะเปิดตัวโรงแรมใหม่คือโรงแรงเซ็นทรัลกระบี่เบย์ที่จะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น

ขณะที่ธุรกิจอาหารนั้นก็ถือเป็นช่วงไฮซีซั่นเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมนี้ที่เป็น
ช่วงปิดเทอม จะทำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายอย่างเช่น เด็กนักเรียน วัยรุ่น เข้ามาใช้บริโภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดเพิ่มมากขึ้นก็จะส่งผลให้รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

             ' แม้ครึ่งปีหลังเศรษฐกิจจะน่าห่วง โดยเฉพาะแนวโน้มในเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่ก็มั่นใจว่าโรงแรมจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเชื่อว่าคนเข้าพักยังมีกำลังซื้ออยู่ ในขณะที่ธุรกิจของเราก็ใช้น้ำมันเตาซึ่งราคาไม่ได้เพิ่มขึ้น โดยเรามีค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 6.5ของยอดรายได้ทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 5% เท่านั้นเอง อีกทั้งปัจจุบันนี้ CENTEL ก็มีการรณรงค์ประหยัดพลังงานอยู่ เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับเรา ส่วนธุรกิจอาหารก็เช่นกัน กลุ่มลูกค้าหลัก ของเราเป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น เด็กมัธยม มหาวิทยาลัย ซึ่งแม้เงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยจะขึ้น แต่ก็ก็เชื่อ ว่าการบริโภคจะไม่ลดลง เพราะกลุ่มนี้ยังอาศัยเงินจากผู้ปกครองอยู่ อีกทั้งอาหารฟาสต์ฟู้ดก็ยัง
เป็นที่นิยมด้วย' รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร กล่าว

                ส่วนแนวโน้มการปรับขึ้นราคาค่าห้องพักนั้น เขากล่าวว่า ยังไม่มีนโยบายจะปรับขึ้นในขณะนี้ ซึ่งการปรับราคานั้นหากจะปรับจะปรับอยู่ในระหว่าง 5-10% ต่อปี
               
นายรณชิต กล่าวว่า นอกจากนี้กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือของ CENTEL ยังมี
แผนจะลงทุนก่อสร้างโรงแรมเพิ่มจำนวน 3 แห่ง ภายในปี 2550 โดยใช้งบลงทุนรวมประมาณ 8.8 พันล้านบาท ประกอบด้วย โรงแรมเซ็นทรัลเวิล์ดพลาซา ที่จะก่อสร้างในปีนี้ ใช้งบลงทุน 3,900-4,000 ล้านบาท โรงแรมเซ็นทรัลพัทยา บีช รีสอร์ท จะเริ่มก่อสร้างภายในปีนี้ถึงปีหน้า ใช้ งบลงทุนประมาณ 3,300 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2551 และในปี 2551 จะก่อสร้างโรงแรมภูเก็ตบีช รีสอร์ท ใช้งบลงทุนประมาณ 1,520 ล้านบาท จะเปิดดำเนินการได้ในปี 2552  


สำหรับแหล่งเงินที่จะใช้ในการก่อสร้างโรงแรมดังกล่าวจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของ
บริษัท ซึ่งปัจจุบันนี้บริษัทมีเงินในส่วนนี้ปีละ 1.2 พันล้านบาท หักการคืนเงินกู้และการลงทุนจะเหลือประมาณ 700 ล้านบาท ดังนั้นตามแผนการก่อสร้างใน 4 หรือ 5 ปีจากนี้ เท่ากับบริษัทมีเงินส่วนนี้แล้วถึง 3.5 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วส่วนหนึ่ง และที่เหลืออีกส่วนหนึ่งจะกู้จากสถาบันการเงินโดยจะเป็นการกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ

เชื่อว่าแม้จะใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก แต่จะไม่กระทบกับหนี้สินต่อทุนของบริษัท
มาก ซึ่งขณะนี้ D/E ของเราอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1 เท่า โดยเรามีส่วนทุนอยู่ 3,600 ล้านบาท และ เงินกู้ 2,400 ล้านบาท และแม้จะใช้เงินก่อสร้างหมดทุกโครงการแล้ว D/E ก็จะอยู่ที่ระดับ 1.2 เท่า ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้' นายรณชิต กล่าว

               สำหรับการลงทุนก่อสร้างโรงแรมที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมากในการลงทุน และจะทำให้ CENTEL ต้องเพิ่มทุนหรือไม่นั้น เขากล่าวว่า การเพิ่มทุนไม่ใช่ทางเลือกแรกของบริษัทอย่างแน่นอน อีกทั้งขณะนี้ก็มีผู้สนใจที่จะเข้ามาร่วมทุนในการก่อสร้างโรงแรมใหม่ของ CENTEL มาก ซึ่งขณะนี้ก็มียื่นข้อเสนอบ้างแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้โดยมีทั้งผู้สนใจลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
           
              ' เรื่องการเพิ่มทุนไม่ได้อยู่ในแผนการของเราเลย ซึ่งตอนนี้เรื่องของเงินลงทุนก็คงต้องศึกษากันไป แต่ก็เป็นแนวทางที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้ว หรือบางทีการเปิดพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ เพื่อระดมทุนเหมือนที่ CPN ทำก็น่าจะดีเหมือนกัน แต่ก็ต้องศึกษาและหารือในคณะกรรมการกันก่อนยังไม่สามารถสรุปได้ '
               
                 นายรณชิต กล่าวอีกว่า ในปี 2552 นี้ คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ถึง 10,000 ล้านบาท หลังจากการลงทุนเพิ่มของ CENTEL 3 โครงการภายในปี 2550 และบวกกับโรงแรมเซ็นทรัลกระบี่เบย์ รีสอร์ท ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพ.ย. ปีนี้ รวมไปรายได้จากการรับบริหารโรงแรมดวงตะวันเชียงใหม่ และ เซ็นทรัลริเวอร์เฮาส์รีสอร์ท เชียงราย ก็จะทำให้ฐานรายได้ของ CENTEL ขยายใหญ่ขึ้น
               
                 โดยปัจจุบันนี้โครงสร้างรายได้ของ CENTEL มีอยู่ 2ส่วนประกอบด้วย รายได้ในส่วนโรงแรมและรายได้ในส่วนธุรกิจอาหาร ซึ่งขณะนี้ CENTEL บริหารอยู่ทั้งสิ้น 6 แบรนด์ ประกอบ ด้วย มิสเตอร์โดนัท อานตี้แอน เคเอฟซี พิซซ่าฮัท บาสกิ้นร็อบบิ้น และสเต็กฮันเตอร์ ซึ่งอาหารทั้ง 6 แบรนด์นี้ เคเอฟซี มียอดขายมากที่สุด 50% รองลงมาคือ มิสเตอร์โดนัท25%  และอานตี้แอน15% และสัดส่วนที่เหลือแบ่งกันระหว่าง พิซซ่าฮัท บาสกิ้นร็อบบิ้น และสเต็กฮันเตอร์ โดยในปีนี้บริษัทมีงบลงทุนสำหรับธุรกิจอาหารไว้ 290  ล้านบาท

                  ซึ่งในส่วนของธุรกิจอาหารนั้น CENTEL มีแผนจะหาแบรนด์ใหม่ๆเพิ่มเข้ามาตลอด โดยตั้งเป้าไว้ 1แบรนด์ต่อปี แต่ทั้งนี้หลังจากเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้บริษัทจำเป็นชะลอเรื่องการขยายแบรนด์เพิ่มเช่นกัน โดยจะต้องรอจังหวะเวลาที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง  ทั้งนี้ในครึ่งปีแรกที่ผ่านมารายได้ในส่วนของอาหารขยายตัวถึง 26% ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมาก

                 ส่วนรายได้ของโรงแรมในครึ่งปีแรกขยายตัว 8% เนื่องจากช่วงต้นปี ธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิ โดยโรงแรมที่มียอดเข้าพักมากที่สุดในกลุ่มคือ โรงแรมโซฟิเทล หัวหิน และ เซ็นทรัลสมุยบีช รีสอร์ท ส่วนรายได้หลักของกลุ่มโรงแรมนั้นจะมาจาก โรงแรมเซ็นทรัลโซฟิเทล 45% เซ็นทรัลโซฟิเทล หัวหิน และ เซ็นทรัลสมุยบีช รีสอร์ท 40%  ซึ่งปีนี้CENTEL มีงบลงทุนสำหรับธุรกิจโรงแรม 1,500 ล้านบาท  ทั้งนี้คาดว่าในปีนี้รายได้รวมทั้งหมดของ CENTEL น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 ล้านบาทขึ้นไป

         สำหรับรายได้ของ CENTEL ในปี 2547 ที่ผ่านมา ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 2,300 ล้านบาท ส่วนธุรกิจอาหารมีรายได้ 3,200 ล้านบาท
         
        ขณะนี้โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทรัลมีจำนวนห้องทั้งหมด 2,300 ห้องและคาดว่า เมื่อเปิดโรงแรมใหม่เพิ่มอีก 4 แห่ง คือ ที่กระบี่ เซ็นทรัลเวิล์ด พัทยา และภูเก็ต จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 1,500 รวมแล้ว 3,800 ห้อง


oaaa19
Verified User
Posts: 158
Joined: Thu Mar 24, 2005 1:32 pm

Posts by oaaa19 » Mon Aug 15, 2005 1:49 pm

หลักทรัพย์ CENTEL  
 หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)  
 วันที่/เวลา 15 ส.ค. 2548 13:24:46  
 
 
 
                 สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อยไตรมาสที่2(F45-3)
                    บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

                                                         สอบทาน
                                สิ้นสุดวันที่  30 มิถุนายน      (หน่วย : พันบาท)
                                      งวด 3 เดือน         งวด 6 เดือน
             ปี                    2005        2004        2005        2004

  กำไร (ขาดทุน) สุทธิ              110,235    89,578       308,816    226,858
  กำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อหุ้น (บาท)       0.61     0.50           1.72       1.26

  ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
       ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


 หมายเหตุ : 1. โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุ
               ประกอบงบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

 "ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบ
  การเงินฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน
  ก.ล.ต.เรียบร้อยแล้ว"

                              ลงลายมือชื่อ _______________________
                                        ( นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ )
                              ตำแหน่ง รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารโครงการ
                                    ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ



/////////////////////////

หลักทรัพย์ CENTEL  
 หัวข้อข่าว ชี้แจงผลการดำเนินงานเกินกว่าร้อยละ 20  
 วันที่/เวลา 15 ส.ค. 2548 13:24:45  
 
 
 
 
วันที่   15   สิงหาคม  2548

เรื่อง      ขอชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงานเปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเกินกว่าร้อยละ 20
เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     ตามข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องหลักทรัพย์ เงื่อนไข และ
วิธีการดำเนินงานจัดทำ  และส่งงบการเงินและรายงานเกี่ยวกับฐานะการเงิน และผลการดำเนิน
งานของบริษัทจดทะเบียน  ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2536  ให้ชี้แจงสาเหตุที่ผลการดำเนินงาน
เปลี่ยนแปลงจากงวดเดียวกันเกินกว่าร้อยละ 20 นั้น

     บริษัทขอเรียนว่า การที่บริษัทมีผลการดำเนินงานตามงบกำไรขาดทุน และบริษัทและบริษัท
ย่อยมีผลการดำเนินงานตามงบกำไรขาดทุนรวม สำหรับไตรมาสสองสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2548
เพิ่มขึ้น 23.06% เกินกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ดังนี้

     รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยในไตมาส 2/2548  เท่ากับ 1,509.0 ล้านบาท
เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 16.7% ส่วนใหญ่มาจากรายได้ของธุรกิจอาหารซึ่งเพิ่มขึ้น 20.9%
จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.5เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจ
อาหารที่มีผลการดำเนินงานค่อนข้างโดดเด่นก็คือ มิสเตอร์โดนัท, เค.เอฟ.ซี และ อานตี้ แอนด์ส่วน
ธุรกิจโรงแรม ถึงแม้ว่าในไตรมาส 2/2548 นี้ จะได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบในชายแดนภาย
ใต้และคลื่นยักษ์Tsunami ทำให้โรงแรมที่หาดใหญ่และภูเก็ตมีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของ
ปีก่อน นอกจากนี้โรงแรมเซ็นทรัลวงศ์อมาตย์บีชรีสอร์ท พัทยา ก็ได้ปิดดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม
2548 เพื่อรื้อถอนและก่อสร้างโรงแรมใหม่ แต่โรงแรมในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะเกาะสมุยและหัวหิน
มีอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยสูงขึ้น  และมีรายได้เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2547 ซึ่งโดย
รวมแล้วธุรกิจโรงแรมในไตรมาส 2/2548 มีรายได้รวมสูงขึ้น 9.7% และมีกำไรสุทธิสูงขึ้น 13.0%
จากงวดเดียวกันของปีที่แล้ว


     จึงเรียนมาเพื่อทราบ

                                         ขอแสดงความนับถือ


                                       (นายรณชิต  มหัทธนะพฤทธิ์)
                                 รองประธานอาวุโสฝ่ายการเงินและบริหาร


:D  :D  :D


Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Mon Aug 15, 2005 3:28 pm

น้อยกว่าที่ผมคาดมากเลยครับ :oops:


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Aug 15, 2005 4:47 pm

มันเป็นช่วงของมันนะคุณบิ๊ก ทำใจ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Mon Aug 15, 2005 5:51 pm

แต่ MINT ทำ surprise เลยครับ 555 งบไม่ดี แต่เขียว


mod
Verified User
Posts: 22
Joined: Tue May 17, 2005 9:57 pm

Posts by mod » Mon Aug 15, 2005 8:45 pm

naris wrote:มันเป็นช่วงของมันนะคุณบิ๊ก ทำใจ
ทำไม ไตรมาสสองมันกำไรมันลดลงเยี่ยงนี้ล่ะครับ ทั้ง มิ้นท์ ทั้ง เซ็นเทล

just do it.

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Mon Aug 15, 2005 9:34 pm

ผมมีทั้ง 2 ตัวงงไปเลยครับ ต่ำมากแม้มีอาหารนะเนี่ย แต่ยังดีราคาไม่ลง


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Mon Aug 15, 2005 10:44 pm

ทำไม ไตรมาสสองมันกำไรมันลดลงเยี่ยงนี้ล่ะครับ ทั้ง มิ้นท์ ทั้ง เซ็นเทล
เม.ย-มิ.ย ช่วงlow season ของโรงแรมครับ
ผมมีทั้ง 2 ตัวงงไปเลยครับ ต่ำมากแม้มีอาหารนะเนี่ย แต่ยังดีราคาไม่ลง
สมัยก่อนๆจะมีอาหารยิ่งกว่านี้อีกครับ บางไตรมาทขาดทุนเลยทีเดียว :?

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

Mr. Big
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1913
Joined: Mon Dec 15, 2003 9:00 am

Posts by Mr. Big » Tue Aug 16, 2005 6:51 am

555 แสดงว่าผมคาดหวังสูงไปทั้ง mint and centel ครับ จริงๆ รวมก็ไม่เลวร้าย แค่แปลกใจว่าธุรกิจอาหารน่าจะช่วยไม่ให้ earnings ผันผวนเกินไปจากธุรกิจโรงแรมไม่ใช่เหรอครับ ไม่คิดว่ากำไร mint 300 ในไตรมาสที่ 1 จะเหลือ 100 กว่าล้านใน q2


Viewtiful Investor
Verified User
Posts: 1477
Joined: Sun Dec 05, 2004 2:22 pm

Posts by Viewtiful Investor » Tue Aug 16, 2005 8:19 am

โตขนาดนี้ก็ดีแล้วคร้าบ pe ก็ต่ำ น่าอิจฉาคนซื้อได้ถูกกว่า 20 บาทจัง

I do not sleep. I dream.

VI Jr.
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 893
Joined: Wed Jan 28, 2004 2:45 pm

Posts by VI Jr. » Wed Sep 07, 2005 4:34 pm

Update/ CENTEL มั่นใจ รายได้ปีนี้ทะลุ 6 พันลบ. ประกาศทุ่มงบฯหมื่นล้านผุดโรงแรมเพิ่ม 4 แห่ง

บิ๊ก CENTEL ฟุ้งรายได้ปี 48 มีลุ้นทะลุ 6 พันลบ.ถึงหลัก 6.5 พันลบ.
หลังธุรกิจโรงแรมและอาหารขยายตัว เชื่อครึ่งปีหลังโชว์งบสวยกว่าครึ่งปีแรกแน่
เหตุเป็นช่วงไฮซีซั่น พร้อมวางเป้า 5 ปีข้างหน้าขยายสาขาโรงแรมให้ได้ รวม 22
แห่ง และร้านอาหาร 700 แห่ง ต่อยอดธุรกิจ

Last edited by VI Jr. on Wed Sep 07, 2005 5:20 pm, edited 2 times in total.

User avatar
worapong
Verified User
Posts: 929
Joined: Tue Aug 05, 2003 12:20 am

capital intensive มั๊ย

Posts by worapong » Wed Sep 07, 2005 4:51 pm

ถามหน่อยนะครับ รู้สึกว่าเค้าทำสองอย่างคือโรงแรมกะเรสตัวรองใช่มั๊ยครับ ไอ้เรสตัวรองนี่โตเร็ว ใช้ทุนน้อย แต่โรงแรมนี่ capital intensive รึปล่าวครับ

margin of safety
circle of competence
waiting for the perfect pitch

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Wed Sep 07, 2005 9:53 pm

ถ้าเป็นผมผมก็จะลงทุนแบบที่เขาว่าครับ เป็นการลงทุนที่เหมาะสมในเมื่อตลาดยังไม่อิ่มตัวทั้ง2อย่าง เมื่อแยกคนดูแล2คน เขาก็มีเวลาคิดและขยายงานอย่างงี้ชอบครับ

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Thu Sep 08, 2005 5:27 pm

CENTELเล็งปั้นแบรนด์ใหม่-ซื้อแฟรนไชส์เพิ่มรับตลาดฟาสต์ฟูดมีแนวโน้มสดใส
Source - IQ Biz
วันพฤหัสบดีที่ 08 กันยายน 2005 16:25

นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บมจ.โรงแรมเซ็นทรัล พลาซา (CENTEL) เปิดเผยว่า ภายใน 5 ปีนับจากนี้ บริษัทฯจะพัฒนาแบรนด์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด จากที่ปัจจุบันมีอยู่แบรนด์เดียว คือ สเต็ก ฮันเตอร์ ที่เป็นแบรนด์ของบริษัทเอง โดยตั้งเป้าว่าจะต้องมีเพิ่มอีกอย่างน้อย 1-3 แบรนด์ ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาอยู่ว่าควรจะเป็นอาหารประเภทไหน สไตล์ไหนที่ยังพอมีช่องว่างให้เจาะตลาดได้

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
Rocker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4169
Joined: Wed Apr 06, 2005 11:28 pm

Posts by Rocker » Fri Sep 09, 2005 11:21 pm

:arrow: ROEคือผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น หาได้จาก
เอากำไรสุทธิ (ปรับด้วยนะเช่น ขาดทุนพิเศษ รายรับพิเศษ) /ส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยหัวปีถ้ายปีนะครับ(ก็ต้องปรับถ้ามีอะไรแปลงสภาพเป็นcsก็ตาม)

คือหุ้น Centel ทําธุรกิจโรงแรมนะครับ แต่รายได้ส่วนใหญ่มาจาก อาหาร ของ บริษัท ย่อยในเครือ ซึ่งต่างจากmintที่ ตัวธุรกิจหลักๆคือ อาหาร

ลองเอามา เทียบกันสิว่าแต่ละอันมีไรบ้าง    :idea:

Centel    pizzahut      stake hunter baskin robin auntie ann etc
   VS          
 Mint    pizza company  sizzler        swensens                  etc
   
แค่นี้ก็น่าจะรู้นะครับว่า mintตัวธุรกิจแกร่งกว่า  แต่centelถูกกว่า ครึ่ง
อาจเป็นเพราะว่า  นักลงทุนยังไม่มั่นใจในตัว centel ราคาจึงยังไม่ปรับขึ้นไปมาก เพราะcentelนั้น มีการลงทุน โรงแรม ที่กระบี่ และที่อื่นๆอีกด้วย
แถมยังถือด้วย กลุ่ม จิราธิวัตน์

ส่วน mint อย่างที่รู้กัน นักลงทุนธุรกิจแล้วมั่นใจจึงซื้อกันจน ราคาปรับขึ้นไปสูงกว่า

แต่ตัว centelเองก็ประกาศว่าจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ใน อาหาร ก็คงต้องรอดูกัน

ลองใช้ ตัว cashflow ต่อ oe หรือ oa ดูนะครับ
ลองวิเคราห์โดยcashflow ดูบ้างสิครับเผื่อจะเห็นความต่างของสองตัว
ได้ไรใหม่ๆก็มาบอกกันนะครับ

ว่าแต่ ถ้าจะซื้อหุ้นนี้จะซื้อเพราะอะไรหละครับ ? :roll:  
(เอามาจากที่ตอบคุณ groundhog) :lol:


Post Reply