BH

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
sathaporne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1651
Joined: Sat Jun 30, 2007 8:34 am

Re: BH

Posts by sathaporne » Tue Feb 28, 2012 8:56 pm

งบออกแล้วครับ

2554 2553
กำไรสำหรับปี 1,588,034,693 1,258,494,682
กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 2.18 1.73
กำไรต่อหุ้นปรับลด 1.83 1.45


User avatar
sathaporne
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1651
Joined: Sat Jun 30, 2007 8:34 am

Re: BH

Posts by sathaporne » Wed Feb 29, 2012 8:59 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,588,032 1,258,495
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.18 1.73
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,591,446 1,300,201
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.18 1.79
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( น.พ.ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ )
รองประธานกรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ


User avatar
nACrophiles_117
Verified User
Posts: 1362
Joined: Sun Apr 04, 2010 2:19 pm

Re: BH

Posts by nACrophiles_117 » Wed Feb 29, 2012 9:06 am

เหมือนไตรมาสสี่จำมีกำไรพิเศษรวมอยู่ด้วยส่วนนึงนะครับ

labor omnia vincit

User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: BH

Posts by vichit » Wed Feb 29, 2012 9:07 am

BH กำไรปี54 เพิ่มขึ้นเป็น 1.58 พันลบ. จากกำไร 1.25 พันลบ. ในปี 53

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ประจำปี (F45-3)
สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)

บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,588,032 1,258,495
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.18 1.73
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
ตรวจสอบ
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2554 2553
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1,591,446 1,300,201
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.18 1.79
ต่อหุ้น (บาท)





เรียบเรียง โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อนุมัติ โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 29/02/12 เวลา 9:04:47

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

pscvi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 185
Joined: Wed Jul 14, 2010 1:38 am

Re: BH

Posts by pscvi » Wed Feb 29, 2012 11:24 am

จากนี้ไป BH จะเป็นหุ้นที่น่าใจมากในการลงทุนระยะยาว

เก่าไป...ใหม่มา บอกได้แค่นี้


User avatar
birdflu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 621
Joined: Tue Aug 29, 2006 11:57 am

Re: BH

Posts by birdflu » Thu Mar 08, 2012 6:47 pm

วันนี้ (08 Mar 2012) มี Big Lot ด้วยครับ
24 M ราคา 54 บาท :shock:

ซื้อแพงกว่าราคาปิด 8% :shock: :shock:

ของใครกันเนี่ย

http://www.ryt9.com/s/iq05/1360804

Keep Calm And Chive On

prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: BH

Posts by prichar s. » Thu Mar 08, 2012 7:00 pm

1. บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) 106,680,417 14.65

2. บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) 103,827,600 14.25

3. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 71,246,834 9.78

4. บริษัท บริหารสินทรัพย์ทวี จำกัด 63,258,514 8.68

5. UOB KAY HIAN (HONG KONG) LIMITED - Client Account 60,413,690 8.29

6. บริษัท วัฒนโสภณพนิช จำกัด 25,121,875 3.45


มีแค่ 6 รายนี้เท่านั้นที่มีหุ้นมากพอ


วรันศ์ บัฟเฟต
Verified User
Posts: 1679
Joined: Tue Feb 02, 2010 4:59 pm

Re: BH

Posts by วรันศ์ บัฟเฟต » Fri Mar 09, 2012 1:33 am

รอบนี้ก็ nvdr ขายอีกครับ 1298 ล้าน

3 เจ้าใหญ่

1. BNY MELLON NOMINEES LIMITED 36,315,370 4.99

2. STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY 8,354,207 1.15

3. THE BANK OF NEW YORK MELLON 7,908,160 1.09

เดี๋ยวก็รู้ว่าใครเร็วๆนี้

value trap
Image

The Richboy
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 140
Joined: Mon Dec 21, 2009 8:21 pm

Re: BH

Posts by The Richboy » Fri Mar 09, 2012 1:03 pm

ช่วงนี้มีหุ้นที่ธนาคารในยุโรปถืออาจจะโดนขายได้นะครับ เพราะทางนั้นโดนbond swap น่าจะต้องการเงินโดยอาจจะขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาได้
เห็น BNP PARIBAS SECURITIES SERVICES LUXEMBOURG มีBHอยู่16,689,200หุ้น 2.29% ไม่แน่ใจว่าถือเองหรือเป็นnominee เด๋วเร็วๆนี้ก็รู้ครับ ใครซื้อใครขาย


User avatar
vichit
Verified User
Posts: 15833
Joined: Sun Jun 17, 2007 5:37 pm

Re: BH

Posts by vichit » Mon Mar 12, 2012 9:29 am

2012 หุ้นโรงหมอสุดฮอต

8 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลโชว์กำไรรวมปี 54 สุดหรูแตะ 7,687.17 ล้านบาทพุ่ง 52.86%จากปี
ก่อนตบเท้าจ่ายปันผลคึกคัก โบรกฯฟันธงปี55 แนวโน้มคนป่วยพุ่งดันผลงานหุ้นโรงพยาบาลแจ่ม
สุดๆ ชู BH-BGH แจ่ม ปีนี้คาด BGHรายได้โต11% ส่วน BH ปรับประมาณการกำไรเป็นโต
25.1% ขณะที่ KH ปีนี้คาดกำไรปรับเพิ่มขึ้น 25% ฟากบิ๊ก VIBHA ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15%
จากปีก่อน

เปิดโผ 8 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลกำไรปี54 แตะ 7.68 พันลบ.พุ่ง 52.86%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจผลประกอบการปี2554 หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลพบว่า
บริษัท โรงพยาบาลกรุงธน จำกัด (มหาชน) KDH มีกำไรเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในกลุ่ม โดยในปีมี
พลิกเป็นกำไรสุทธิ 35.00 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 4.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
39.8 ล้านบาท หรือ 829.16% อันดับ 2 ได้แก่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)
BGH โดยมีกำไรสุทธิ 4,385.98 ล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,295.06
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,090.92 ล้านบาท หรือ 91.10% อันดับ 3 คือ บริษัท สมิติเวช จำกัด
(มหาชน) SVH มีกำไรสุทธิ 767.51 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 587.56
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 179.95 ล้านบาท หรือ 30.62%
สำหรับ ผลประกอบการหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่ปรับตัวลดลงในปี54 คือ บริษัท วัฒนาการ
แพทย์ จำกัด (มหาชน) NEW มีกำไรสุทธิ 0.89 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.00
ล้านบาท ลดลง7.11 ล้านบาท หรือ -88.87% และบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
(VIBHA) มีกำไรสุทธิ 135.07 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 160.80 ล้านบาท ลดลง
25.73 ล้านบาท หรือ -16.00%

ผลงานปี 54 สุดหรู ตบเท้าจ่ายปันผลคึกคัก

ผลประกอบการปี 2554 ของหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลที่ออกมาดี ส่งผลให้บริษัท โรงพยาบาล
บำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) (BH) พิจารณาและอนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2554 ในอัตรา
หุ้นละ 1.10 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้น 803.1 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผล
ระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 328.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9
กันยายน 2554คงเหลือเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายในครั้งนี้ จำนวน 0.65 บาทต่อหุ้น รวมเป็นจำนวน
เงิน 474.6 ล้านบาทโดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทที่มีชื่อปรากฏ
ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันพุธที่ 14 มีนาคม 2555และปิดสมุดทะเบียนพัก
การโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม 2555และกำหนดจ่ายในวัน
ที่ 24 พฤษภาคม 2555 โดยจ่ายจากกำไรที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 30
ขณะที่บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)(KH) ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลปี
2554 งวดดำเนินงานวันที่ 01 ก.ค. 2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2554 หุ้นละ 0.10 บาท กำหนดจ่าย
25 พ.ค. 2555
ส่วนบริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)(VIBHA) จะจ่ายปันผลปี2554 หุ้นละ
0.19 บาทโดยบริษัทฯ จะกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลในวันที่ 10 พฤษภาคม
2555และให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2535โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 11 พฤษภาคม 2555 และกำหนด
จ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พฤษภาคม 2555(วันที่ตลาดหลักทรัพย์ขึ้นเครื่องหมาย XD หรือวันที่
ไม่ได้รับสิทธิในการรับเงินปันผล คือวันที่ 8พฤษภาคม 2555)
และบริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน)หรือ SVH จะจ่ายปันผลระหว่างกาลงวดดำเนินงานวัน
ที่ 01 ต.ค. 2554 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2554 หุ้นละ 2.50 บาท กำหนดจ่าย 3 พ.ค. 2555 ทั้งนี้ เงิน
ปันผลที่จะจ่ายคราวนี้สำหรับงวด 1 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2554 ทั้งนี้ สิทธิในการรับเงินปันผลดัง
กล่าว ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ปิดตลาดฯ 9 มี.ค.หุ้นโรงพยาบาลบวกกระฉูดยกก๊วน

จากการตรวจสอบความเคลื่อนไหวราคาหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2555
พบว่าปิดตลาดฯราคาหุ้น BGH อยู่ที่ 82.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.75 บาท หรือ 4.76% มูลค่าการซื้อ
ขายอยู่ที่ 784.13 ล้านบาท ราคาหุ้น BH อยู่ที่ 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือ 4.50%
มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 375.60 ล้านบาท ราคาหุ้น KH อยู่ที่ 7.15 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ
1.42% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 59.76 ล้านบาท และราคาหุ้น VIBHA อยู่ที่ 5.95 บาท เพิ่มขึ้น
0.35 บาท หรือ 6.25% มูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 34.65 ล้านบาท

เซียนหุ้น ฟันธงหุ้นโรงพยาบาลปีนี้ต้อง BH-BGH

นางสาวรัษดา ทวีแสงสกุลไทย ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศ
ไทย) กล่าวว่า แนวโน้มหุ้นในกลุ่มโรงพยาบาลในช่วงไตรมาส 1 มีทิศทางที่ดีขึ้น และเริ่มฟื้นตัว
จากช่วงไตรมาส 4/2554 ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ซึ่งช่วงเวลา
ดังกล่าวยอดผู้ใช้บริการโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศต่างปรับตัวลดลง โดยในช่วงไตรมาส
แรกของปีนี้ทิศทางผู้ป่วยจากต่างประเทศที่เข้ามารักษาบริการในโรงพยาบาลในประเทศไทยมี
การปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะเพิ่มมากขึ้น โดยรายได้ของโรง
พยาบาลกรุงเทพ หรือ BGH มีกำไรเพิ่มขึ้นกว่า 15% จากช่วงไตรมาส 4/54 ซึ่งหุ้นที่โดดเด่นที่
สุดในกลุ่มโรงพยาบาลในช่วงนี้ คือ หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือ BH หุ้นกลุ่มโรง
พยาบาลกรุงเทพ หรือ BGH และหุ้นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หรือ KH โดยมองว่ากลุ่มโรง
พยาบาลมีขนาดใหญ่จะมีกำไรที่เพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็ก

โบรกฯ ระบุ หุ้นโรงพยาบาลปี 2012 แจ่มจริง ชู BH เป็นTop pick

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ในปี 2011 กลุ่มโรงพยาบาลนั้นถือว่าเติบโตได้ค่อน
ข้างดีกว่าปี 2010 ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาน้ำท่วมเข้ามากระทบการเติบโต ซึ่งมีผลต่อปริมาณนักท่อง
เที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยซึ่งรวมถึงนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่น้อยกว่าปกติด้วย ดังนั้นเรา
จึงมองว่าแนวโน้มสำหรับปี 2012 กลุ่มโรงพยาบาลน่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากทั้งปัจจัยภาย
ในและนอกประเทศและจากปัญหาจากภัยธรรมชาติต่างๆที่คลี่คลายและกลับสู่ภาวะปกติ โดยคาด
ว่าจะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้นซึ่งจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเชิง
การแพทย์เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จากปัญหาน้ำท่วม มีโรงพยาบาลได้รับผลกระทบประมาณ 561
แห่ง โดยมีโรงพยาบาลขนาดได้ใหญ่ได้รับผลกระทบ 16 แห่ง ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาล
ส่งเสริมสุขภาพตำบล แต่ทั้งนี้ BGH BH และ KH นั้นไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
ผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยาบาลในปีหน้ามีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นจากในและนอก
ประเทศ เรามองว่าในปี 2012 กลุ่มโรงพยาบาลจะเติบโตต่อเนื่องจาก Demand ในบริการทาง
การแพทย์จากสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และแนวโน้มในการใช้จ่ายในด้าน
สุขภาพที่สูงขึ้นเมื่อเทียบจากร้อยละของ GDP และจำนวนประชากรที่ป่วยด้วยโรคร้ายแรงมีแนว
โน้มสูงขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้จำนวนโรงพยาบาลเอกชนมีแนวโน้มลดลงตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เนื่องจาก ณ ปัจจุบัน โรงพยาบาลส่วนมากนั้นเป็นเครือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ซึ่งมีความสามารถ
ในการแข่งขันสูง ทำให้การเข้ามาสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่เป็นไปได้ยาก ดังนั้นจึงเป็นการ
จำกัด Supply ในบริการด้านการแพทย์
เนื่องจากในปี 2011 นั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจากภัยธรรมชาติค่อนข้างมากทั้งสึนามิที่
ประเทศญี่ปุ่นและปัญหาน้ำท่วม ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวนั้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นหลังจาก
เหตุการณ์ทั้งหมดกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เราจึงคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาใน
ประเทศมากขึ้นรวมถึงนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งจะเป็นอีก 1 ปัจจัยที่จะผลักดันให้กลุ่มโรง
พยาบาลนั้นเติบโตขึ้นได้
เนื่องจากราคาของทั้ง BGH และ BH ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว และเข้าใกล้ราคาเป้าหมาย
ของเรา โดยเฉพาะ BGH ซึ่งถือว่าเต็มมูลค่าแล้ว ดังนั้นเราจึงเลือก BH เป็น Top pick จาก
Dividend yield ที่สูงกว่า BGH ค่อนข้างมาก

ทิสโก้ คาดปีนี้ BGHรายได้โต11%เตรียมปรับประมาณการมูลค่าเหมาะสม

บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า BGH คาดรายได้เติบโต 11% ในปี 2555 โดย 5% มาจาก
ปริมาณคนไข้ที่สูง และ 6% มาจากค่าบริการที่สูงขึ้นในปี 2554 รายได้จากแผนกผู้ป่วยนอก
(OPD) เพิ่มขึ้น 11% YoY ในขณะที่แผนกผู้ป่วยใน (IPD) มีรายได้เพิ่มขึ้น 13% โดย
BDMS OPD ของโรงพยาบาลเอง มีรายได้เพิ่มขึ้น 12% YoY ในขณะที่ IPD เพิ่มขึ้น 14%
ส่วนรายได้จากผู้ป่วยของโรงพยาบาลพญาไทและโรงพยาบาลเปาโล เพิ่มขึ้น 8% YoY สำหรับ
OPD และ 10% YoY
รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน 26% และผู้ป่วยภายในประเทศ 74% โดยรายได้
จากผู้ป่วยในประเทศเพิ่มขึ้น 13% YoY ในขณะที่รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคิดเป็น 12% ทั้งนี้
รายได้จากผู้ป่วยส่วนใหญ่มาจาก ญี่ปุ่น, อังกฤษ, สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และเยอรมัน และรายได้
จากต่างชาติที่เพิ่มขึ้นมากสุดคือ พม่า 49% YoY
ในประเด็นเรื่องต้นทุนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ส่งผลกระทบต่อ EBITDA margin ของ BGH
น้อยมาก
BGH จะเปิดโครงการศูนย์โรคหัวใจกรุงเทพที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ในช่วงต้นเดือน
เมษายน และศูนย์โรคมะเร็งที่โรงพยาบาลเปาโลนวมินทร์ โดยบริษัทวางแผนที่จะพัฒนาโรง
พยาบาลทั้ง 2 ให้มีความชำนาญเฉพาะทางมากยิ่งขึ้นสำหรับตลาดระดับบน ผู้บริหารคาดว่าการ
เปิดให้บริการของโรงพยาบาลศิริราชในรูปแบบคล้ายภาคเอกชน (SiPH) จะไม่ส่งผลกระทบต่อ
การดำเนินงานของ BGH
BGH ได้เปิดตัว Robo Doctor หุ่นยนต์รีโมทเพื่อให้แพทย์สามารถตรวจคนไข้จากที่ใดก็
ได้ผ่าน อินเทอร์เน็ตและเครือข่ายไร้สาย โดยแพทย์สามารถติดต่อกับผู้ป่วยได้แบบ Real-time
ผ่านวิดีโอBGH กล่าวว่าหุ่นยนต์จะสามารถทุ่นเวลา, ลดความเสี่ยงในการสูญเสียลง และพัฒนา
มาตรฐานในการให้บริการของ BGH โดยในปัจจุบันมีหุ่นแบบนี้อยู่ 3 ตัวBGH พร้อมที่จะลงทุน
เพิ่มทั้ง M&A และ โครงการ Greenfield หากมีโอกาสที่น่าลงทุน
BGH รายงานผลประกอบการ 4Q54 มีกำไรสุทธิ 891 ล้านบาท ลดลง 30% QoQ แต่เพิ่ม
ขึ้น 81% YoY ส่งผลให้ผลประกอบการปี 2554 อยู่ที่ 4.39 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 91% YoY
โดยปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ PER 23.2 เท่าสำหรับผลประกอบการปี 2555F เราอยู่ระหว่าง
การทบทวนประมาณการ คำแนะนำ และมูลค่าที่เหมาะสม

เกียรตินาคิน แนะถือ BGH ระบุรายได้โตจากผลของ Intensity

บทวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน ระบุว่า มุมมองผู้บริหารต่อการให้บริการรูปแบบ รพ.เอกชน
ของ รพ.ศิริราช โดยผู้บริหารระบุว่า การใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ร่วมกันของเครือ รพ. จะเริ่ม
เห็นความร่วมมือระหว่าง BGH กับเครือ รพ.พญาไท และเปาโล เพื่อให้บริการศูนย์โรคหัวใจ ที่
รพ.พญาไท 3 และศูนย์โรคมะเร็ง ที่ รพ.เปาโล นวมินทร์ ตั้งแต่เดือน เม.ย.นี้ ซึ่งหวังผลบวกต่อ
การเพิ่มปริมาณการรักษาโรครุนแรง และผลด้าน Intensity จากการรักษาให้กับ รพ.ทั้ง 2 แห่ง
ส่วนการให้บริการรูปแบบ รพ.เอกชน ของ รพ.ศิริราช ผู้บริหารมองว่าเป็นการ เพิ่มทางเลือกให้
กับผู้ป่วย และไม่น่ากระทบ BGH แต่ทั้งนี้อาจมีโอกาสถูกแย่งบุคลากรแพทย์ ซึ่ง BGH มีแนว
ทางลดผลกระทบนี้ ด้วยการดึงแพทย์คนไทยในต่างประเทศมาทำงานในเครือ BGH
ปีนี้ BGH ตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 11% จากปี 54 มีปัจจัยหนุนผลด้าน Intensity จาก
การรักษาโรค มากกว่าผลด้านจำนวนผู้ใช้บริการ โดยผู้บริหารมองว่าการเพิ่มศักยภาพศูนย์ฉุก
เฉิน/ICU รวมทั้งศูนย์รักษาโรคหัวใจ ที่รพ.พญาไท และศูนย์รักษาโรคมะเร็ง ที่รพ.เปาโล จะช่วย
ขยายฐานลูกค้าใหม่ใน
ตลาดระดับกลาง และเพิ่ม Intensity จากการรักษาโรคในระยะยาวให้กับเครือ BGH ทั้งนี้
เรามองว่าผลบวกของการเพิ่มศักยภาพศูนย์รักษาโรคเฉพาะทาง จะเพิ่มโอกาสในการส่งต่อผู้
ป่วยในกลุ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันการเติบโตผ่าน Intensity จะช่วยให้กลุ่ม BGH ได้ประโยชน์
ในแง่อัตรากำไรที่ดีขึ้น
ใน 2 เดือนแรกปี 55 (ม.ค. - ก.พ.) การใช้บริการของลูกค้า OPD ของเครือ BGH เริ่ม
กลับสู่ปกติ หลังถูกผลกระทบน้ำท่วมใน 4Q/54 ทำให้รายได้จากการให้บริการเติบโตประมาณ
15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะการใช้บริการของลูกค้าชาวไทย มีอัตราการเติบโตสูง
กว่าชาวต่างชาติ ในเบื้องต้นเราคาดว่าผลประกอบการ 1Q/55 จะเติบโตทั้ง Y-O-Y และ Q-O-
Q อย่างไรก็ตามเราถือว่าแนวโน้มการเติบโตดังกล่าว ถูกรวมในประมาณการปีนี้แล้ว โดยในปีนี้
เราคาดว่า BGH จะมีกำไรสุทธิ 5,538 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% จากปี 54 ปัจจุบันแม้ราคาหุ้น
BGH ใกล้เคียงมูลค่าเหมาะสมปี 55 ที่ 78 บาท (DCF WACC 9%) แต่การที่ผู้บริหารระบุ ยัง
ไม่ปิดโอกาสการขยายตัวผ่านการทำ M&A จึงมองว่าจะประเด็นเป็นบวกต่อราคาหุ้น แนะ
นำ “ถือ”

ฟินันเซีย ไซรัส ปรับประมาณการกำไร BH ปีนี้ขึ้นเป็นโต 25.1% จากปีก่อน

บทวิเคราะห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า BH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q11 ที่ 374 ลบ. -
17.6% Q-Q, +8.5% Y-Y โดยมีรายการพิเศษจากผลประโยชน์ทางภาษีจำนวน 106 ลบ. จาก
การขายเงินลงทุนใน BMC และขาดทุนจากการขายเงินลงทุนใน AHI 24 ลบ. โดยกำไรสุทธิปี
2011 ออกมาที่ 1,588 ลบ. +26.2% Y-Y เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2012 ขึ้น 9.2%
เป็น 1,987 ลบ. +25.1% Y-Y จากผลการเปิดพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยเพิ่มในพื้นที่ว่างและการย้าย
Back Office ออกจากโรงพยาบาลและผลประโยชน์ทางภาษีที่คาดว่าจะได้รับจากการขายเงินลง
ทุนส่วนที่เหลือใน BMC ในปีนี้ นอกจากนี้ โครงการโรงพยาบาลแห่งใหม่ของ BH อยู่ในระหว่าง
การตัดสินใจเลือกสถานที่โดยคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายใน 4 ปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยใน
การเติบโตระยะยาว เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 56 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
BH ประกาศกำไรสุทธิ 4Q11 ออกมาที่ 374 ลบ. -17.6% Q-Q, +8.5% Y-Y โดยเกิด
จากผลประโยชน์ทางภาษีจากการขายเงินลงทุนบางส่วนของ Bumrungrad Medical Center
(BMC) โดยมีรายการพิเศษผลประโยชน์ทางภาษี 106 ลบ. และมีรายการขาดทุนจากการการ
ขายเงินลงทุนใน AHI ที่ประเทศฟิลิปปินส์ราว 24 ลบ. โดยกำไรปกติ 4Q11 จะอยู่ที่ 289 ลบ. -
36.3% Q-Q, -16.1% Y-Y กำไรสุทธิและกำไรปกติปี 2011 ที่ 1,588ลบ.+26.2% Y-Y และ
1,553 ลบ. +17.5%Y-Y ตามลำดับ
1Q12 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นทั้ง Q-Q และ Y-Y เนื่องจากเข้าสู่ช่วง High Season ของ
นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ แนวโน้มทั้งปี 2012 ยังเติบโตได้ดีจากแผนการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรอง
รับผู้ป่วยนอกเพิ่มจากพื้นที่ว่าง 5 ชั้นในอาคารบำรุงราษฎร์คลินิคคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ใน
เดือนตุลาคมโดยจะเพิ่มพื้นที่ให้บริการผู้ป่วยนอกได้ราว 40% และการย้าย Back Office ออก
จะสามารถเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยในได้ราว 15% และเตียง ICU ได้ราว 46 เตียง คาดแล้วเสร็จ
ภายใน 3 ปี โดยในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเตียง ICU ได้ราว 8-10 เตียง นอกจากนี้ คาดว่าจะได้รับผล
ประโยชน์ทางภาษีจากการขายเงินลงทุนใน BMC ส่วนที่เหลือในปีนีอีกราว 113 ลบ. โดยเราปรับ
เพิ่มกำไรสุทธิปี 2012 ขึ้น 9.2% เป็น 1,987 ลบ. +25.1% Y-Y จากจำนวนผู้ป่วยนอกและผู้
ป่วยในที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% และ 4% ตามลำดับ อัตราค่ารักษาพยาบาลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น
ประมาณ 4% และผลประโยชน์ทางภาษี หากตัดรายการพิเศษ กำไรปกติก็ยังคงเติบโตสูง
20.6% ที่ 1,874 ลบ.
BH อยู่ระหว่างการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ในการก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่โดย
คาดว่าจะตัดสินในได้ภายใน 3Q12 และคาดจะเปิดให้บริการได้ในอีก 4 ปี ข้างหน้า โดยเป็นโรง
พยาบาลขนาดประมาณ 250 เตียง ซึ่งอาจจะดำเนินงานภายใต้แบรนด์บำรุงราษฎร์หรือแบรนด์
ใหม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ หากอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างดีอาจจะใช้แบรนด์บำรุงราษฎร์โดยเน้นลูกค้าระดับ
บน แต่หากอยู่พื้นที่ที่ไม่ดีมากนักอาจจะใช้แบรนด์ใหม่ซึ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับต่ำกว่า
เราปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 56 บาท (DCF) จากเดิม 50 บาท สะท้อนการเติบโตของ
รายได้และกำไรที่เพิ่มขึ้น โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” มีUpside 16.7%

บล.กรุงศรี คาดกำไรKH ปีนี้ปรับเพิ่มขึ้นโดดเด่น 25% YoY แนะนำ “ซื้อ”

บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่า KH รายงานกำไรสุทธิ 4Q54 ที่ 161 ล้านบาท สูงกว่า
ประมาณการของเรา 15% โดยกำไรปรับลดลง 18%QoQ เป็นผลจาก 1) ช่วง Low Season
อุตสาหกรรมโรงพยาบาล และ 2) ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วม KH มีโรงพยาบาลที่ให้
บริการอยู่ในเขตน้ำท่วม 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ และเกษมราษฎร์
บางแค ส่งผลกระทบต่อรายได้ในช่วงเดือน ตุลาคม – กลางเดือน ธ.ค ต่ำกว่าปกติ และจำนวนผู้
ป่วย IPD และ OPD ของ KH ใน 4Q54 ปรับลดลง 7%YoY และ 20%YoY ตามลำดับ
แนวโน้มผลประกอบการปี 55 – 56 คาดเติบโตต่อเนื่อง โดยเราคาดกำไรปรับเพิ่มขึ้นโดด
เด่น 25% YoY และ 14% ตามลำดับ โดยเกิดจาก 1) การยกเลิกโครงการประกันสุขภาพถ้วน
หน้าด้วยการขยายฐานลูกค้าเงินสด เชื่อว่า KH จะสามารถนำ Capacity ส่วนที่เพิ่มขึ้นไปรองรับ
ผู้ป่วยเงินสดที่มีอัตรากำไรที่สูงกว่าได้เพิ่มขึ้น เราคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยเงินสดในปี 55 จะเติบ
โต 8% และ EBITDA Margin ปรับเพิ่มขึ้น 1.5% จากปี 54 2) ผลจากคณะกรรมการประกัน
สังคมมีการปรับวิธีการจ่ายค่ารักษาพยาบาลในระบบประกันสังคมด้วยการเพิ่มการจ่ายเงิน
ตามน้ำหนักโรคร้ายแรง (จากเดิมที่จ่ายเท่ากันทุกโรคในอัตรา 2,000 บาท ในขณะที่รูปแบบ
ใหม่ สำหรับโรครุนแรงตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป รายได้ต่อหัวเบิกได้สูงถึง 15,000 บาท ซึ่งสัดส่วน
เคสโรครุนแรงมีประมาณ 15% โดย KH ประเมินว่าจะส่งผลให้รายได้จากโครงการประกันสังคม
ปรับเพิ่มขึ้น 10-15% จากเดิม 3) ได้รับสิทธิประโยชน์ส่วนลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ
23% ในปี 55 และ 20% ในปี 56 เป็นต้นไป
กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการยกเลิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า และขยายฐาน
ลูกค้าเงินสดมากขึ้น เราเชื่อว่า KH จะมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิที่สูงถึง 29.4% โดย
ประเมินมูลค่าพื้นฐานในปี 55 ที่ 7.90 บาท อิงจากวิธี DCF ที่ส่วนลด 10.4% โดยบริษัท
ประกาศจ่ายปันผลงวด2H54 ที่ 0.10 บาท 8 พ.ค 55) คิดเป็นผลตอบแทน 1.4% จากราคา
ปัจจุบัน (XD 8 พ.ค 55) และคาดว่าบริษัทให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลในปี 55 ที่ 3.85% ใน
ขณะที่บริษัทมีแผนในการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลที่มีศักยภาพในการเติบโตดีเพื่อขยายธุรกิจ
ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่จะเพิ่มมูลค่าหุ้นในอนาคต

บิ๊ก VIBHA ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โต 15% จากปีก่อน

นายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)
หรือ VIBHA เปิดเผยกับ eFinanceThai.comว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ปีนี้โตเพิ่มขึ้นจาก
ปีที่แล้วประมาณ 15% โดยปีที่แล้วบริษัทได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงปลายปี ทำให้รายได้
อาจจะไม่เติบโตจากปี 2553 แต่อาจจจะทรงตัว ทั้งนี้ปี 2553 บริษัทมีรายได้ 1,449.34 ล้าน
บาท
สำหรับรายได้ปีนี้ที่จะเพิ่มขึ้น มาจากการเปิดตึกใหม่ 'รพ.วิภาวดี 25ปี'คาดว่าจะเปิดให้
บริการหลังสงกรานต์หรือหลังเมษายนนี้ จะทำให้บริษัทมีเตียงคนไข้เพิ่มขึ้นอีก 50 กว่าเตียงรอบ
รับผู้ป่วยได้มากขึ้น รวมถึงขยายพื้นที่แต่ละแผนกมากขึ้น นอกจากนี้ ก็ยังมีขนาดเตียงเพิ่มขึ้นอีก
จากการที่เข้าถือหุ้นในบริษัทเชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ จำกัด (มหาชน)หรือCMRจำนวน
83%

ตารางแสดงผลประกอบการของ 8 หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ประจำปีปี2554

บริษัท กำไรสุทธิปี54(ลบ.) กำไรสุทธิปี53(ลบ.) เปลี่ยนแปลง(ลบ.) หรือ(%)

BGH 4,385.98 2,295.06 2,090.92 91.10
BH 1,588.03 1,258.49 329.54 26.18
KH 672.95 638.85 34.1 5.33
VIBHA 135.07 160.80 -25.73 -16.00
*KDH 35.00 -4.80 39.8 829.16
*NEW 0.89 8.00 -7.11 -88.87
SVH 767.51 587.56 179.95 30.62
*AHC 101.74 84.70 17.04 20.11

Total 7,687.17 5,028.66 2,658.51 52.86

หมายเหตุ (* แสดงเป็นงบการเงินเฉพาะกิจการปี 54)




เรียบเรียง โดย ปรัชญา จำนงธรรม
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com




ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 12/03/12 เวลา 9:14:24

Image

SNC Former Club คลับสำหรับคนรัก SNC

http://www.facebook.com/#!/groups/392250234142165/

Bochan
Verified User
Posts: 20
Joined: Tue Oct 26, 2010 12:14 pm

Re: BH

Posts by Bochan » Tue Mar 13, 2012 2:01 pm

BGH ซื้อหุ้น BH อีก 6.05% ส่งผลให้ถือหุ้นแล้ว 20.28%

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BGH) รายงานว่า ได้ทำการยื่นแบบรายงาน
การได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ
ตลาดหลักทรัพย์ ( สำนักงานฯ ) เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 เรื่องการลงทุนซื้อหุ้นสามัญของ
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ( BH ) ซึ่งได้เปิดเผยรายละเอียดของการลงทุน
ดังกล่าวไว้ในแบบฟอร์มที่ยื่นต่อสำนักงานฯโดยมีข้อสรุปดังนี้
บริษัทฯได้ทำการซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดจำนวน 44,200,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ
6.05 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของ BH ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารายการรวมทั้งสิ้น
2,234,854,865.53 บาท จึงเป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นใน BH รวมทั้งสิ้น 148,027,600 หุ้น คิด
เป็นสัดส่วนร้อยละ 20.28 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของ BH โดยการเข้าลงทุนดังกล่าวใช้
แหล่งเงินทุนจากเงินทุนหมุนเวียนภายในกิจการและแหล่งเงินทุนภายนอกจากสถาบันการเงิน
การทำรายการดังกล่าวข้างต้นไม่เข้าข่ายเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศคณะ
กรรมการกำกับตลาดทุนเรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการดังกล่าวมี
ขนาดรายการสูงสุดคำนวณตามเกณฑ์มูลค่ารวมสิ่งตอบแทนตามประกาศคณะกรรมการตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในการได้
มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์มีขนาดต่ำกว่าร้อยละ 15 ซึ่งอยู่ในอำนาจอนุมัติของคณะกรรมการ
บริษัทฯ

ภายหลังจากรายการดังกล่าว BH จะกลายเป็นบริษัทร่วมของบริษัทฯ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ
สามารถรับรู้ผลการดำเนินงานของ BH ตามวิธีส่วนได้เสียในงบการเงินรวมของบริษัทฯได้
ทั้งนี้โดยเริ่มจากวันที่บริษัทฯเข้าถือหุ้นใน BH เกินกว่าร้อยละ 20
ทางบริษัทฯใคร่ขอแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ทราบว่าวัตถุประสงค์ของการ
ทำรายการนี้คือเพื่อการลงทุน และบริษัทฯยังไม่มีแผนการในอนาคตที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด

เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พรทิพย์ พลสิทธิ์
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 13/03/12 เวลา 13:22:26


syj
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 4232
Joined: Sat Feb 07, 2009 12:27 am

Re: BH

Posts by syj » Wed Mar 14, 2012 8:52 am

14 มี.ค. 2555 08:42:50
  หัวข้อข่าว ชี้แจงการเข้าซื้อหุ้นของบริษัท โดย บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน)
  หลักทรัพย์ BH
  แหล่งข่าว BH
  รายละเอียดแบบเต็ม

 
จากการรายงานข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2555 ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด
(มหาชน) ("BGH") ว่าได้ทำการเข้าซื้อหุ้นสามัญในบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัท")
จำนวน 44,200,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 6.05 ของทุนที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ส่งผลให้ BGH
ถือหุ้นสามัญในบริษัท รวมทั้งสิ้น 148,027,600 หุ้น หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.28
ของทุนที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท นั้น

บริษัทขอเรียนชี้แจงว่ารายการเข้าซื้อหุ้นสามัญดังกล่าว จะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างการจัดการ
กลยุทธ์และการดำเนินงาน ตลอดจนฐานะทางการเงินของบริษัท
______________________________________________________________________
สารสนเทศฉบับนี้จัดทำและเผยแพร่โดยบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข้อมูลหรือเอกสารใดๆของบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์
ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่มีความรับผิดชอบใดๆ
ในความถูกต้องและครบถ้วนของเนื้อหา ตัวเลข รายงานหรือข้อคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฎในสารสนเทศฉบับนี้
และไม่มีความรับผิดในความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าในกรณีใด ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัย
หรือต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อบริษัทจดทะเบียนและบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งได้จัดทำ
และเผยแพร่สารสนเทศฉบับนี้

// Stay Hungry, Stay Foolish.
// Stay Calm, Stay Invest.
// Price is what you pay, Value is what you get.

Gossip
Verified User
Posts: 389
Joined: Wed Aug 04, 2010 12:40 pm

Re: BH

Posts by Gossip » Thu Mar 15, 2012 11:44 am

การที่ BGH ของหมอปราเสริฐ เข้าถือ BH เท่ากับว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวซิครับ

เพราะ การถือ BH เท่ากับว่า ภายหลังจากรายการดังกล่าว BH จะกลายเป็นบริษัทร่วมของ

บริษัทฯซึ่งจะทำให้บริษัทฯสามารถรับรู้ผลการดำเนินงานของ BH ตามวิธีส่วนได้เสียในงบการ

เงินรวมของบริษัทฯได้ทั้งนี้โดยเริ่มจากวันที่บริษัทฯเข้าถือหุ้นใน BH เกินกว่าร้อยละ 20


เพราะ BH ถือ KH 25 เปอร์เซนต์ด้วย แบบนี้ เหมือนได้ KH เข้ามาในเครือไปด้วยเลย

ซึ่งแบบนี้ จะกลายเป็นเครือข่ายใยแมงมุมที่ทรงพลัง ในด้านโรงพยาบาลไปแล้วนะครับ


และกลายเป็นว่า KH จะน่าจับตามาก และมีโอกาส จะถูกเทคฯคล้ายกับ PYT

ด้วยหรือเปล่าครับ


เพราะ กรณี BH เคยเข้าซื้อหุ้น KH ไว้ 25 เปอร์เซนต์ที่ 8.50 ซึ่งตอนนี้ ราคา KH

ก็ขยับมาเรื่อย ๆ แล้ว คิดว่าอีกไม่นานน่าจะทะลุ 8.50 นะครับ


บล.ฟิลลิป : KH แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 8.50 บาท

กำไรสุทธิ 4Q54 เท่ากับ 160.74 ล้านบาท สูงกว่าที่คาดไว้
รายได้ใน 4Q54 ลดลง 14.63%y-y และ 21.84%q-q ที่ 852.37 ล้านบาท เพราะ
เป็นช่วง Low Season และได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในโรงพยาบาล 2 แห่ง (บางแคและรัต
นาธิเบศก์) ทำให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลไม่ได้
จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นจึงลดลงมาอยู่ที่
33.62% จาก 3Q54 และ 4Q53 ที่ 38.56% และ 36.39% ตามลำดับ แต่ค่าใช้จ่ายในการขาย
บริการกลับลดลงจากส่วนของพนักงาน Part time บางส่วนที่มีการหยุดงานไปในช่วงน้ำท่วม ค่า
ใช้จ่ายดังกล่าวจึงลดลงไปด้วยจาก 113.21 ล้านบาท และ 103 ล้านบาท ใน 3Q54 และ 4Q53
ตามลำดับ เป็น 60.86 ล้านบาท ดอกเบี้ยจ่ายจาก 5.60 ล้านบาทใน 3Q54 เป็น 0.33 ล้านบาท
ลดลงเพราะมีการนำไปรวมเป็นต้นทุนของโรงพยาบาลใหม่ “World Medical Center” ที่อยู่
ระหว่างการก่อสร้าง หักภาษีจ่าย 67.58 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย 19.64 ล้านบาท
แล้วจึงมีกำไรสุทธิ 160.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น4.92%y-y แต่ลดลง 17.51% q-q
ทั้งปี 2554 รายได้ลดลง 10.70%y-y เป็น 3,902.65 ล้านบาท เพราะบริษัทได้ยก
เลิกการให้บริการบัตรทองรายได้จึงหายไปบางส่วน แต่ก็ได้รับชดเชยจากลูกค้าเงินสดที่เข้ามาใช้
บริการมากขึ้น มาร์จิ้นที่ดีกว่าของลูกค้าเงินสด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยแล้วเพิ่มขึ้นเป็น
36.77% ต่อรายได้ จากปีก่อนที่ 35.59% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจาก 466.08
ล้านบาท ในปีก่อน เป็น 398.90 ล้านบาท เพราะค่าใช้จ่ายในส่วนของลูกค้าบัตรทองลดลง รวม
แล้วมีกำไรสุทธิ 672.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.34%y-y

คาดกำไรปี 2554 จะโตขึ้นอีก 16.31% y-y
รายได้ของ KH ยังคาดว่าจะโตได้อีก 16.14%y-y เป็น 4,532.37 ล้านบาท จาก 3
ปัจจัยหลักคือ 1. รายได้ลูกค้าเงินสดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นหลังยกเลิกให้บริการบัตรทอง ทำให้โรง
พยาบาลสามารถรองรับผู้ป่วยเงินสดได้มากขึ้น 2. การปรับนโยบายการจ่ายเงินของโครงการ
ประกันสังคม จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 3. World Medical Center จะเปิดให้บริการได้ใน
ปลายไตรมาสที่ 4 ในปีนี้คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่เฉพาะในส่วนของ
ลูกค้าเงินสดและประกันสังคมอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเพราะรายได้ที่เพิ่มขึ้นย่อมก่อให้เกิด
Economy of Scale แต่เนื่องจาก World Medical Center อยู่ในช่วงเริ่มให้บริการใหม่ จะมี
ต้นทุนคงที่ (ค่าเสื่อมราคา) ที่สูงเพราะรายได้ยังอยู่ในช่วงเปิดตัว จึงทำให้โดยรวมแล้วอัตรากำไร
ขั้นต้นจะลดลงเป็น 35.98 % จากปี 2554 ที่ 36.77% แต่รายได้ที่เติบโตมากกว่าต้นทุนที่เพิ่ม
ขึ้น ยังคงทำให้บริษัทมีศักยภาพการทำกำไรที่ดีขึ้นคาดกำไรสุทธิเท่ากับ 782.74 ล้านบาท เพิ่ม
ขึ้น 16.31%y-y

แนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 8.50 บาท
แนะนำ “ซื้อ” เพราะคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนรวม 22% (รวม Dividend Yield ที่
2.2%) ราคาพื้นฐาน 8.50 บาทต่อหุ้น สำหรับผลประกอบการปี 2554 บริษัทประกาศจ่ายเงินปัน
ผล 0.10 บาทต่อหุ้น ขึ้น XD วันที่ 8 พ.ค. 55 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 25 พ.ค. 55


monchailee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 240
Joined: Thu Jul 29, 2010 3:00 pm

Re: BH

Posts by monchailee » Sat Mar 17, 2012 8:53 am

ขอเสริมคุณ GOSSIP ว่า BH เคยเข้าซื้อหุ้น KH ไว้ 25 เปอร์เซนต์ที่ 8.50 บาทในตอนต้นปี54 พอตอนกลางปี 54 KHมีการแจกหุ้นปันผล 5 หุ้นเดิมได้ 1 หุ้นใหม่ ดังนั้นต้นทุนของ BH ในตอนนี้จึงเท่ากับ 8.50*(5/6)= 7.084 บาทครับ

" ในช่วงเกิดภัยพิบัติ เกิดแผ่นดินไหว ใครสามารถช่วยคุณได้ ?
ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ทั้งนั้น แค่คุณบอกตัวเองว่า ผมต้องการอยู่รอดเท่านั้น
คุณจะอยู่รอดได้ เพราะต้องการอยู่รอด " ... แจ็คหม่า

dsdumrong
Verified User
Posts: 530
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:32 am

Re: BH

Posts by dsdumrong » Sat Mar 17, 2012 11:56 am

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) บมจ.(BH) สุวรรณ วลัยเสถียร ผู้จัดทำ หุ้นสามัญ 16/03/2555 14/03/2555 10,000 54.25 ซื้อ


One456456
Verified User
Posts: 38
Joined: Mon Sep 13, 2010 5:12 pm

Re: BH

Posts by One456456 » Sun Mar 18, 2012 4:49 pm

กำไรส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ bgh ใช่หรือเปล่าครับ


mamlabong
Verified User
Posts: 237
Joined: Mon Aug 09, 2010 11:00 pm

Re: BH

Posts by mamlabong » Sun Mar 18, 2012 10:49 pm

One456456 wrote:กำไรส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ bgh ใช่หรือเปล่าครับ
มันแค่ตอนทำงบการเงินครับ
ไม่ได้จ่ายออกไปเป็นเงินจริงๆ

เพจผมครับ
http://www.facebook.com/guessingstock
ถ้าใครสนใจ ข่าวสารต่างๆก็เชิญได้ครับผม

Gossip
Verified User
Posts: 389
Joined: Wed Aug 04, 2010 12:40 pm

Re: BH

Posts by Gossip » Mon Mar 19, 2012 9:33 pm

สธ.เสนอครม.ให้นักท่องเที่ยวอาหรับเข้า รพ.ไทยได้นาน 90 วัน หนุนเมดิคอลฮับ
กรุงเทพฯ--19 มี.ค.--รอยเตอร์

รมว.สาธารณสุข(สธ.) จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร ที่ จ.ภูเก็ต
วันพรุ่งนี้(20 มี.ค.) พิจารณาขยายเวลาให้นักท่องเที่ยวจากรัฐในอ่าวอาหรับที่เข้ามารักษา
พยาบาลในไทย พักได้เป็นเวลา 90 วัน จาก 30 วัน เพื่อรองรับนโยบายเมดิคอลฮับ พร้อม
พัฒนาโรงพยาบาลในสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว ด้วย
รัฐในอ่าวอาหรับ ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์,รัฐกาตาร์,รัฐคูเวต,
รัฐสุลต่านโอมาน และ รัฐบาร์เรน
"ที่ผ่านมาได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศแล้ว โดยกระทรวงสาธารณสุขมีแผน
จะพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ทั้งในส่วนของสถานบริการของรัฐและเอกชน ด้านการแพทย์แผนไทย
นวดเพื่อสุขภาพและสปา ตามที่รัฐบาลได้สนับสนุนนโยบายเมดดิคอลฮับเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ"
นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวในเอกสารเผยแพร่


torpongpak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2595
Joined: Mon May 11, 2009 11:02 am

Re: BH

Posts by torpongpak » Tue Mar 20, 2012 3:53 pm

One456456 wrote:กำไรส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ bgh ใช่หรือเปล่าครับ
BGH จะบันทึกรายได้จากBHในรูปรายได้จากเงินปันผลจากBHครับ (เหมือนเราซื้อหุ้นBHเเล้วได้ปันผลอะครับ) เเต่กำไรที่จะบันทึกในบัญชีของBHกับBGHเป็นคนละส่วนกัน :D

คนเราจะมีความสุข มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีเท่าไร เเต่ขึ้นกับว่า เราพอเมื่อไร
~หลวงพ่อชา สุภัทโท~
o

nantawat999
Verified User
Posts: 32
Joined: Mon May 09, 2011 9:54 am

Re: BH

Posts by nantawat999 » Sat Mar 24, 2012 5:45 pm

21. นางวราณี เสรีวิวัฒนา 3,726,000 0.51 %


frontosa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 460
Joined: Wed Nov 03, 2004 9:32 pm

Re: BH

Posts by frontosa » Sun Mar 25, 2012 3:08 pm

torpongpak wrote:
One456456 wrote:กำไรส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ bgh ใช่หรือเปล่าครับ
BGH จะบันทึกรายได้จากBHในรูปรายได้จากเงินปันผลจากBHครับ (เหมือนเราซื้อหุ้นBHเเล้วได้ปันผลอะครับ) เเต่กำไรที่จะบันทึกในบัญชีของBHกับBGHเป็นคนละส่วนกัน :D

รู้สึกว่าหลัง BGH ซื้อหุ้นBH ครบ 20% สามารถบันทึกเป็นสัดส่วนกำไรได้โดยตรงนะครับ ไม่ได้บันทึกแค่บันผลเท่านั้น


Chopin
Verified User
Posts: 121
Joined: Fri Sep 09, 2005 4:44 pm

Re: BH

Posts by Chopin » Wed Mar 28, 2012 10:00 pm

frontosa wrote:
torpongpak wrote:
One456456 wrote:กำไรส่วนหนึ่งต้องแบ่งไปให้ bgh ใช่หรือเปล่าครับ
BGH จะบันทึกรายได้จากBHในรูปรายได้จากเงินปันผลจากBHครับ (เหมือนเราซื้อหุ้นBHเเล้วได้ปันผลอะครับ) เเต่กำไรที่จะบันทึกในบัญชีของBHกับBGHเป็นคนละส่วนกัน :D

รู้สึกว่าหลัง BGH ซื้อหุ้นBH ครบ 20% สามารถบันทึกเป็นสัดส่วนกำไรได้โดยตรงนะครับ ไม่ได้บันทึกแค่บันผลเท่านั้น


เข้ามายืนยัน และเพิ่มเติมครับ

กรณี ถือหุ้น 0 - ไม่ถึง 20% รับรู้รายได้เงินลงทุนจากปันผล (ไม่สนว่าจะกำไรขาดทุนเท่าไหร่)
กรณี ถือหุ้น 20% - ไม่ถึง 50% รับรู้รายได้เงินลงทุน โดยเอากำไร/ขาดทุน ของ บริษัทที่เข้าไปลงทุน เข้ามาเป็นกำไร/ขาดทุนของตัวเองได้โดยตรง
กรณี ถือหุ้น 50% ขึ้นไป ต้อง conso ครับ


User avatar
yoyoeffect
Verified User
Posts: 364
Joined: Sat Jun 12, 2010 10:19 am

Re: BH

Posts by yoyoeffect » Wed Apr 18, 2012 11:49 am

วันอังคารที่ 17 เมษายน 2012 เวลา 19:24 น. สุวิภา บุษยบัณฑูร ข่าวรายวัน - ข่าวในประเทศ ฐานเศรษฐกิจ


นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าว่า การประกาศตัวสู่การเป็น “ศูนย์กลางของการรักษาพยาบาล”(Medical Hub)เป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของประเทศไทย ภายใต้กรอบการค้าเสรีเป็นนโยบายของภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยให้มีความเป็นเลิศในผลิตภัณฑ์และการบริการด้านสุขภาพ การรักษาพยาบาลในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้เป็นเพราะประเทศไทยมีจุดเด่นอันเป็นจุดขายสำคัญนั่นคือ การมีมาตรฐานทางการแพทย์ที่เทียบเท่าระดับสากล มีทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีฝีมือ มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการรักษา และ มีสถานบริการทางการแพทย์ที่ได้คุณภาพมาตราฐาน

แต่ที่ผ่านมาพบว่ายังมีปัญหาและอุปสรรคบางประการสำหรับคนไข้ต่างชาติ คือ ความสะดวกรวดเร็วในการขอวีซ่าเข้าประเทศที่ยังต้องใช้เวลาหลายวัน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อคนไข้และญาติที่จะติดตามมา เนื่องจากผู้ที่จะเดินทางมารักษาตัวในประเทศไทยส่วนใหญ่มักมีอาการหนัก หรือเป็นโรคที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ หากมาถึงมือหมอได้เร็วเท่าใดก็ยิ่งเป็นผลดีกับคนไข้มากขึ้นเท่านั้น หรือหากคนไข้ต้องการขยายเวลาพำนักต่อจะไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร เพราะได้รับวีซ่าประเภทนักท่องเที่ยวมีระยะเวลาพำนักครั้งละไม่เกิน 60 วัน หรือประเภทคนอยู่ชั่วคราวที่จะมีระยะเวลาพำนักครั้งละไม่เกิน 90 วัน ประกอบกับรัฐบาลไทยได้รับข้อเรียกร้องให้มีการพิจารณาขยายเวลาพำนักในประเทศไทยโดยไม่ต้องตรวจลงตราจาก 30 วัน เป็น 90 วัน จากกลุ่มประเทศตะวันออกกลางซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนไข้ต่างชาติที่มีความสำคัญและมีอัตราการเติบโตสูงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว และมีมติให้การสนับสนุนมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ประเทศกลุ่มGCC จำนวน 5 ประเทศ คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รัฐกาตาร์ รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน และรัฐบาห์เรน

“โดยกระทรวงสาธารณสุขได้รับมอบหมายให้เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขประกอบการพิจารณาแนวทางดังกล่าว ได้แก่ การจัดทำประกาศบัญชีประเภทของบริการรักษาพยาบาล การจัดทำหลักเกณฑ์ประเภทของผู้ป่วยบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตาม การจัดทำประเภทของเอกสารทางการแพทย์เพื่อใช้ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง การจัดทำประกาศรายชื่อสถานบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะเข้าร่วมดำเนินงาน รวมทั้งการพัฒนาระบบตรวจสอบความถูกต้อง ซึ่งชาวต่างชาติสามารถดำเนินการขอรับเอกสารผ่านช่องทางของสถานบริการสุขภาพโดยตรง หรือผ่านศูนย์ One Stop Service Center หรือใช้บริการระบบ On line ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหลักเกณฑ์พิจารณาความเป็นไปได้ในการเดินทางเข้ามาในไทยของชาวต่างชาติแบบมีเงื่อนไขเฉพาะสำหรับการเดินทางเข้ามารับการรักษาพยาบาลเท่านั้น จะได้รับยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ป่วยและผู้ติดตาม รวมไม่เกิน 3 – 5 คน โดยมีระยะเวลาพำนักครั้งละไม่เกิน 90 วัน เดินทางเข้ามาได้หลายครั้ง แต่สามารถขยายระยะเวลาต่อเนื่องได้รวมแล้วไม่เกิน 1 ปี”นายวิทยากล่าว

ด้านนายแพทย์สมชัย ภิญโญพรพาณิชย์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่าถึงแม้ไทยจะมีคู่แข่งหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย สิงคโปร์ มาเลเซีย แต่ไทยมีข้อได้เปรียบในเรื่องของการบริการซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และยังมีราคาค่าบริการที่ต่ำกว่าหลายๆประเทศ อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งการเดินทางมารักษาพยาบาลในไทยยังสามารถพ่วงเรื่องของการท่องเที่ยวเสริมเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ป่วยเองหรือญาติผู้ป่วยก็ตาม ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชาวต่างชาตินิยมมาใช้บริการการรักษาในเมืองไทยค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น อเมริกา กลุ่มสแกนดิเนเวีย กลุ่มอาหรับ หรือประเทศกลุ่มGCC สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รัฐกาตาร์ รัฐคูเวต รัฐสุลต่านโอมาน และรัฐบาห์เรน ฯลฯ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของไทย ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในตลาดการแพทย์ต่างชาติ

โดยพบว่าผู้ป่วยต่างชาติที่มารักษาพยาบาลในไทยขณะนี้แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกเป็นชาวต่างประเทศที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดประมาณร้อยละ 60 และเป็นชาวต่างประเทศที่บินเข้ามารักษาโดยตรงประมาณร้อยละ 30 ส่วนที่เหลือประมาณร้อยละ10 เป็นนักท่องเที่ยวที่มาแล้วเกิดเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุจนต้องเข้ารับการรักษา ส่วนประเภทของการรักษาพยาบาลที่ชาวต่างชาตินิยมมาใช้บริการในเมืองไทย ได้แก่ การผ่าตัดข้อเข่า ผ่าตัดหัวใจ เช็คอัพร่างกาย ทำฟัน ซึ่งการใช้บริการเหล่านี้สามารถนำรายได้เข้าไทยปีละหลายหมื่นล้านบาท

ส่วนการดำเนินงานตามนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น Medical Hub นั้น กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะทำหน้าที่ในการควบคุมมาตรฐานสถานพยาบาลและสถานบริการสุขภาพเพื่อให้มีศักยภาพในการให้บริการแก่ผู้ป่วยชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ทั้งบุคลากร สถานที่ และผลิตภัณฑ์ ซึ่งสถานบริการสุขภาพทั้งรัฐและอกชนทุกแห่งที่ให้บริการชาวต่างชาติ จะต้องได้รับการรับรองตามเกณฑ์คุณภาพและมาตรฐานแบบHA (Hospital Accreditation)หรือผ่านมาตรฐานแบบJCIA (Joint Accreditation International Accreditation)และจะต้องได้รับการตรวจประเมินและการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขว่าเป็นสถานบริการสุขภาพที่ถูกต้อง สามารถออกเอกสารทางการแพทย์ให้แก่ผู้ป่วยได้นพ.สมชัยกล่าว


harikung
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2234
Joined: Thu Nov 11, 2010 4:52 pm

Re: BH

Posts by harikung » Wed Apr 18, 2012 12:05 pm

เรื่องMedical hubนี่ ผมเห็นพูดกันหลายปีหลายสมัย แต่ไม่เคยเห็นแผนหรือนโยบายอะไรที่เป็นรูปธรรมจากรัฐซะที เห็นมีแต่ผู้ประกอบการดิ้นรนกันเอง ครัวของโลก ของอุตสาหกรรมอาหารก็เหมือนกัน

นักเลงคีย์บอร์ด4.0

User avatar
freedomlife
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 214
Joined: Tue Jul 13, 2010 6:24 pm

Re: BH

Posts by freedomlife » Mon Apr 23, 2012 1:23 pm

ทำไม BH ขึ้นเรื่อยๆ จังครับช่วงนี้ ไม่ทราบว่ามี การเปลี่ยนแปลง ที่มีนัยสำคัญอะไรไหมครับ :?:


User avatar
Croyoty
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 3608
Joined: Mon Dec 24, 2007 3:55 pm

Re: BH

Posts by Croyoty » Tue Apr 24, 2012 10:38 am

harikung wrote:เรื่องMedical hubนี่ ผมเห็นพูดกันหลายปีหลายสมัย แต่ไม่เคยเห็นแผนหรือนโยบายอะไรที่เป็นรูปธรรมจากรัฐซะที เห็นมีแต่ผู้ประกอบการดิ้นรนกันเอง ครัวของโลก ของอุตสาหกรรมอาหารก็เหมือนกัน
มัวแต่รอจากรัฐแบบเป็นรูปธรรม จะไม่ทันกาล ครับ ต้องช่วยเหลือ สรรสร้างและดิ้นรนกันเองครับ

สุขแบบเรียบง่าย สุขจากความสงบ
สู่วิถีธรรมชาติ ... วิถีแห่ง เซน

Image

pscvi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 185
Joined: Wed Jul 14, 2010 1:38 am

Re: BH

Posts by pscvi » Thu Apr 26, 2012 10:07 am

freedomlife wrote:ทำไม BH ขึ้นเรื่อยๆ จังครับช่วงนี้ ไม่ทราบว่ามี การเปลี่ยนแปลง ที่มีนัยสำคัญอะไรไหมครับ :?:
สงครามเทคโอเวอร์ยังคุกรุ่นอยู่ครับ ยังไม่จบง่ายๆ


User avatar
Linzhi
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1387
Joined: Sun Jul 10, 2005 9:21 pm

Re: BH

Posts by Linzhi » Mon Apr 30, 2012 10:32 am

freedomlife wrote:ทำไม BH ขึ้นเรื่อยๆ จังครับช่วงนี้ ไม่ทราบว่ามี การเปลี่ยนแปลง ที่มีนัยสำคัญอะไรไหมครับ :?:
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นชัดคือ ไปบำรุงราษฎร์แล้วคนเยอะมาก ๆ
starbucks ที่นั่น น่าจะขายดีติดอันดับต้น ๆ ของประเทศทีเดียว

ส่วนกลยุทธ์ ตอนนี้ดูดีกว่าเดิม ผมไม่ชอบ BIL เลย เหมือนเป็น JV ที่ประสิทธิภาพต่ำมาก เอามาทำเองทั้งหมดดีกว่า
บล.ทรีนีตี้ : BH แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 70 บาท

แม้คาดโตดีและคงแนะนำซื้อ แต่ BGH ยังเป็น Top Pick
ผลจากการเพิมขึนของจำนวนผู้ป่วย การปรับขึนค่าบริการ และอัตรากำไรขั้นต้นที่มี
แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากมีผู้ป่วยต่างชาติเข้ารักษาด้วยโรครุนแรงมากขึ้นคาดทำให้ไตรมาส 1/54 มี
กำไรแตะ 543 ล้านบาท เติบโต 21% YoY และเพื่อลดความแออัดในปัจจุบันทำให้ช่วงปลายปีนี้
เตรียมเพิ่มกำลังให้บริการทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน อีกทั้งเตรียมสร้าง รพ. ใหม่อีกแห่งซึ่งคาด
จะเปิดให้บริการได้ในปี 2558 ทั้งนี้แม้ปัจจุบันยังคงแนะนำ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายปี 2555 อิง
วิธี DCF อยู่ที่ 70 บาท แต่เรายังคงเลือก BGH เป็น Top Pick กลุ่ม รพ. เพราะคาดจะมีกำไร
เติบโตโดดเด่นในช่วง 2 ปี และขณะนี้ยังมี Upside สูงสุดในกลุ่ม
ไตรมาส 1/55 คาดเติบโต 31% YoY : ผลบวกจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วย (โดย
ผู้ป่วยต่างชาติเติบโตดีกว่าผู้ป่วยไทยหลังผ่านพ้นเรื่องน้ำท่วมเมื่อช่วงปลายปี) และการปรับขึ้นค่า
บริการเฉลี่ย 3.3% YoY คาดทำให้ไตรมาส 1/55 BH มีรายได้ค่ารักษาเติบโต 10% YoY
ขณะที่รายได้อื่นๆ คาดจะเพิ่มขึ้น 68% YoY ซึ่งมีเหตุผลหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรของ
KH หลังเข้าถือหุ้น 24.99% ของทุนชำระแล้วตั้งแต่ปลายไตรมาส 1/54 ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น
คาดจะเพิ่มขึ้นจาก 42% ในไตรมาส 1/54 เป็น 43% เพราะผู้ป่วยต่างชาติที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่
เดินทางมารักษาด้วยโรครุนแรงซับซ้อน เช่น มะเร็งและหัวใจ ซึ่งมีมาร์จิ้นสูงกว่าโรคทั่วไป นอก
จากนี้การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน
ตามนโยบายเพิ่มรายได้ของรัฐจนกว่าจะถึงไตรมาส 2/55 ทำให้คาด SG&A (excl.
depre)/Sales จะลดลงจาก 16.3% ในไตรมาส 1/54 เป็น 16% ซึ่งเมื่อรวมกับอัตราภาษี
นิติบุคคลที่ลดเหลือ 23% จึงคาดไตรมาส 1/55 BH จะมีกำไรสุทธิรายไตรมาสสูงสุดเป็น
ประวัติการณ์ที่ 543 ล้านบาท เติบโต 30.5% YoY
เตรียมเพิ่มกำลังให้บริการและเข้าประมูลรับจ้างบริหาร รพ. ในฮ่องกง: เพื่อลดความ
แออัดจากการมีผู้ป่วยจำนวนมากมารักษา ทำให้ช่วงปลายปี 2555 BH จะเพิ่มกำลังให้บริการผู้
ป่วยนอกอีก 40% คือ จาก 4.5 เป็น 6.3 พันคน/วัน โดยจะปรับปรุงอาคารบำรุงราษฎร์อินเตอร์
เนชั่นแนลคลินิก 5 ชั้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้เปิดใช้มาเป็นคลีนิคผู้ป่วยนอกและเพิ่มเตียงผู้ป่วยใน
อีก 10% คือ จาก 530 เตียง เป็น 590 เตียง โดยจะย้าย Back office ที่อาคาร รพ. บำรุง
ราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลออกไปยังอาคารบีเอชทาวเวอร์แทนนอกจากนี้เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ยังเติบ
โตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังเปิด AEC จึงทำให้ BH เตรียมขยายแบรนด์บำรุงราษฎร์ด้วยการเปิด
รพ. แห่งใหม่ที่บริเวณถนนเพชรบุรีเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง ซึ่งคาดจะก่อสร้างเสร็จพร้อมเปิดให้บริการ
ได้ในปี 2558 และยังหาโอกาสเข้าซื้อลงทุน รพ.อื่นที่มีอยู่ในไทย ส่วนการลงทุนในต่างประเทศ
แม้ช่วงที่ผ่านมาจะลดบทบาทลง โดยกำลังเจรจาขาย รพ. เอเชียนฮอสพิทอลอิงค์ (AHI) ใน
ฟิลิปปินส์ ซึ่ง BIL ถืออยู่ 56.5% (BH ถือ BIL อยู่ 31.5%) แต่อย่างไรก็ตามล่าสุด BH เตรียม
เข้าร่วมประมูลเป็นผู้รับจ้างบริหาร รพ. ในฮ่องกง ซึ่งคาดจะได้ข้อสรุปในปีนี้และคงเป็นประเด็นที่
ต้องติดตามต่อไป
ปรับเพิ่มประมาณการ : เนื่องจากตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน BH มีจำนวนผู้ป่วยต่างชาติ
เติบโตอยู่ในเกณฑ์ที่ดี อีกทั้งส่วนใหญ่ยังมารักษาด้วยโรคร้ายแรง ประกอบกับ ประมาณการเดิม
ยึดหลักอนุรักษ์นิยมมากเกินไป เราจึงขอปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2555 และปี 2556
จากเดิม 5.5% และ 4.5% ตามลำดับ ส่งผลให้ภายใต้ประมาณการใหม่คาดจะมีกำไรสุทธิแตะ
2,005 ล้านบาท เติบโต 26% YoY และยังโตอีก 16% YoY ในปี 2556
ราคาเป้าหมายใหม่ปี 2555 อยู่ที่ 70 บาท : ภายใต้ประมาณการใหม่ ราคาเป้าหมายปี
2555 อิงวิธี DCF อยู่ที่ 70 บาท ยังมี Upside 14% และคาดมีเงินปันผลจ่ายปี 2555 อยู่ที่
1.39 บาท คิดเป็น Div. Yield 2.27% จึงยังคงแนะนำ ซื้อ อย่างไรก็ดีเรายังคงเลือก BGH
เป็น Top Pick กลุ่ม รพ. เพราะคาดจะมีผลกำไรเติบโตโดดเด่นในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้ และ
ปัจจุบันยังคงมี Upside สูงสุดในกลุ่ม

ก้าวช้า ๆ และเชื่อในปาฎิหารย์ของหุ้นเปลี่ยนชีวิต
There is no secret ingredient. It's just you.

User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: BH

Posts by Ii'8N » Fri May 11, 2012 5:25 pm

(ยังไม่ได้ตรวจสอบ แต่สอบทานแล้ว)
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
งบกำไรขาดทุน
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2555 และ 2554
(หน่วย: พันบาท)
งบการเงินรวม งบการเงินเฉพาะกิจการ
หมายเหตุ 2555 2554 2555 2554


กำไรสำหรับงวด 582,642 415,825 513,311 442,261

กำไรต่อหุ้นปรับลด
กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ 0.67 0.48 0.59 0.51


prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: BH

Posts by prichar s. » Fri May 11, 2012 5:44 pm

วันที่/เวลา 11 พ.ค. 2555 17:41:50
หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 1 (F45-3)
หลักทรัพย์ BH
แหล่งข่าว BH
รายละเอียดแบบเต็ม


สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 582,646 415,825
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.80 0.57
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 513,311 442,261
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.70 0.61
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( น.พ.ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ )
รองประธานกรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
____________________________________________


Post Reply