BANPU

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
ครรชิต ไพศาล
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 4598
Joined: Tue Feb 04, 2003 7:58 pm

BANPU

Posts by ครรชิต ไพศาล » Wed Jul 14, 2004 9:35 pm

BANPU บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)

Last edited by ครรชิต ไพศาล on Fri Apr 18, 2008 3:45 pm, edited 2 times in total.
ความสุขอื่น ยิ่งกว่าความสงบใจไม่มี นตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํ
หัดเล่น Facebook กะเขาบ้างแล้วนะครับ ใช้ชื่อ Kanchit Paisan ครับ
Facebook เพจ Eps16year Settrade Set ตลาดหลักทรัพย์ งบดุล ปันผล อัตราส่วนการเงิน กราฟ
Google เพจ kanchitpaisan
Google+ KANCHIT PAISAN

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Sat Jul 09, 2005 9:42 pm

เกิดอะไรขึ้นกับ BANPU ลงมาจาก 181

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Sat Jul 09, 2005 10:36 pm

ฝรั่งเทขายหรือเปล่าครับ....หุ้นประเภทสถาบันชอบซะด้วย

Impossible is Nothing

CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Sat Jul 09, 2005 10:42 pm

นั่นสิครับ ดูอยู่เหมือนกัน กำไรก็ดูดี อุตสาหกรรมก็ดูแข็งแกร่ง ราคาลงอย่างไม่น่า
เชื่อเลย


User avatar
naris
Verified User
Posts: 6726
Joined: Mon May 09, 2005 11:01 pm

Posts by naris » Sat Jul 09, 2005 10:57 pm

นั่นดิท่านหลอดผมก็เล็งๆไว้อยู่
แต่ไม่กล้าขายตัวอื่นมาซื้อ(เงินหมดแล้ว)เพราะตัวที่เราถืออยู่ตอนนี้ก็ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไร48เท่าไหร่(จะขายก็เดี๋ยวขายหมูอีก)
ทำไม :wall: เราหลายใจจังเลย

ราคาระยะสั้นตามข่าว--ราคาระยะยาวตามผลกำไร

User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Sun Jul 10, 2005 1:43 am

เมื่อวานฟังรายการคุณสนธิ เห็นบอกว่า ที่ประชุม G8 กำหนดนโยบาย
จะใช้พลังงานถ่านหินเพิ่มขึ้น ทดแทนการใช้นำมัน คงต้องจับตาตัวนี้
อย่างใกล้ชิดละครับ :lol:


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Sun Jul 10, 2005 3:04 am

banpu มีลูกค้าอยู่ใน G8 ด้วยหรือครับ....หรือว่าพี่ nano จะดูไว้เป็นเทรนด์ที่ประเทศไทยอาจจะต้องทำตาม

Impossible is Nothing

User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Sun Jul 10, 2005 12:37 pm

ที่ บป. 48214/361

วันที่ 16 พฤษภาคม 2548

เรื่อง ขอแจ้งการร่วมลงทุนธุรกิจเหมืองถ่านหินในประเทศจีน
เรียน กรรมการผู้จัดการ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ขอแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบว่า
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2548 Banpu China Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจดทะเบียนใน
ประเทศสิงคโปร์ที่บริษัทฯ ถืออยู่ร้อยละ 100 ได้ลงนามในสัญญาร่วมทุน Sino-Foreign
Equity Joint Venture Contract กับ Hebi Coal and Electricity Co., Ltd.
("HCEC") เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ชื่อ Hebi Zhong Tai Mining Co., Ltd.
("บริษัทร่วมทุน") โดย Banpu China Pte. Ltd. และ HCEC จะถือหุ้นในสัดส่วน
ร้อยละ 40 และ 60 ตามลำดับ การร่วมทุนในครั้งนี้ Banpu China Pte. Ltd.
จะลงทุนเป็นเงินจำนวน RMB 313,330,000 หรือประมาณ 1,500 ล้านบาท และ HCEC
จะลงทุนในรูปทรัพย์สินซึ่งประกอบด้วยสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตที่ดำเนินการอยู่
รวมตลอดจนใบอนุญาตในการทำเหมืองถ่านหิน ซึ่งมีมูลค่าทั้งหมดตามราคาประเมินเท่ากับ
RMB 470,000,000

สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ในการลงทุนครั้งนี้จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
ของบริษัทฯ ซึ่งจะนำไปใช้เพิ่มทุนใน Banpu China Pte. Ltd. เพื่อลงทุนในบริษัทร่วมทุน

บริษัทฯ ขอแจ้งเพิ่มเติมว่า บริษัทร่วมทุนจัดตั้งขึ้นเพื่อซื้อเหมืองถ่านหิน
ที่มีกำลังการผลิต 0.9 ล้านตันต่อปี มีปริมาณสำรองถ่านหินอยู่ประมาณ 35 ล้านตัน
และจะดำเนินการขยายกำลังการผลิตอีก 6 แสนตัน เป็น 1.5 ล้านตันต่อป
โดยจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2551 ซึ่งในพื้นที่ส่วนขยายมีปริมาณสำรองอีกประมาณ 50 ล้านตัน
คุณภาพของถ่านหินจัดอยู่ในประเภท Semi Anthracite บริษัทร่วมทุนสามารถดำเนินการผลิตถ่านหิน
ในพื้นที่ทำเหมืองปัจจุบันได้ทันทีที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้วเสร็จ

บริษัทฯ ขอรับรองว่าการร่วมทุนในครั้งนี้ไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกัน
และไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องรายงานการได้มาซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนตามประกาศ
ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ประการใด

จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดเผยแพร่ข้อมูลให้นักลงทุนทราบโดยทั่วกัน

ขอแสดงความนับถือ


(นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


CK
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 9795
Joined: Thu Jun 05, 2003 4:13 pm

Posts by CK » Mon Jul 11, 2005 12:01 pm

อืมมม์ ดูเหมือนบ้านปูจะมีลักษณะเป็น holding company เข้าไปทุกทีนะครับ


User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Mon Jul 11, 2005 1:29 pm

การที่บ้านปูขยายการลงทุนไปที่ประเทศจีน ผมคิดว่าเป็นทิศทางที่ถูกต้องแล้วครับ ประเทศนี้มีทรัพยากรใต้ดินเป็นถ่านหินมหาศาล ซี่งจีนใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักร้อยละ 70 เราจะได้ยินข่าวเรื่องเหมืองถ่านหินถล่มหรือระเบิดบ่อยๆ หากบ้านปูนำเทคโนโลยี่ใหม่ๆเข้าไปบริหารจัดการ และ วางระบบเซฟตี้ที่ดีไปแก้ไขจุดอ่อนที่เขาเป็นอยู่ เชื่อว่าอนาคตไปได้อีกยาวไกลครับ

ส่วนเรื่องการเงินก่อนหน้านี้ ทางการจีนจะไม่ยอมให้ผู้ลงทุนต่างชาตินำเงินออกนอกประเทศ แต่ปัจจุบันได้ผ่อนคลายกฎข้อนี้แล้ว

เมื่อดูงบการเงินแต่ละไตรก็ดูดี

http://www.settrade.com/S13_FastQuote.j ... lectPage=3


User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Mon Jul 11, 2005 1:33 pm

แห่ะๆ ....เปิดดูงบไม่ได้ครับ ใครทำเป็นบ้าง?


woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Mon Jul 11, 2005 8:07 pm

บ้านปู บมจ.(BANPU) มนัส ลีวีระพันธุ์ คู่สมรส หุ้นสามัญ 11/07/2548 07/07/2548 4,000 144.50 ซื้อ
บ้านปู บมจ.(BANPU) มนัส ลีวีระพันธุ์ คู่สมรส หุ้นสามัญ 11/07/2548 08/07/2548 4,000 137.00 ซื้อ

Impossible is Nothing

woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Tue Jul 12, 2005 9:36 am

รายย่อยขายทำกำไรบ้านปู ฉุดราคาต่ำสุดรอบ11เดือน

12 กรกฎาคม 2548 07:53 น.
หุ้นบ้านปูร่วงลงต่ำสุดในรอบ 11 เดือน เหตุสัญญาณทางเทคนิคมีแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง

ขณะที่บล.สินเอเซีย แนะนำซื้อ ให้ราคาเป้าหมาย 197 บาท หลังประเมินแนวโน้มผลประกอบการยังขยายตัวดี คาดไตรมาส 2 ปีนี้ กำไรสุทธิกว่า 1.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35%

ราคาหุ้นบริษัทบ้านปู ระหว่างการซื้อขายวานนี้(11 ก.ค.) ราคาลดลง 5 บาท มาที่ 133 บาท ทำสถิติต่ำสุดในรอบ 11 เดือน นับจากระดับ 131 บาท เมื่อส.ค.ปีที่แล้ว ก่อนจะปิดตลาดที่ 131 บาท ลดลง 7 บาท หรือ 5.07% มูลค่าการซื้อขาย 727 ล้านบาท เนื่องจากปัจจัยทางเทคนิค ที่ยังมีแรงขายออกมาจากสัปดาห์ก่อน แต่บล.สินเอเซีย ยังคงแนะนำ"ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายที่ 197 บาท แต่รอจังหวะให้ราคาอ่อนตัวก่อน

บล.สินเอเซีย มองว่า ผลประกอบการของบริษัทบ้านปู ยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี 2548 จากราคาขายถ่านหินที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 30% หรือประมาณ 33 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน และมีปริมาณขายถ่านหินเพิ่มจากเหมืองทรูบาอินโด รวมทั้งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ในปี 2548 และ ปี 2549 ยังจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีที่ถือหุ้นอยู่ 50% ซึ่งจะเพิ่มความสม่ำเสมอของรายได้ของบริษัทบ้านปูในระยะยาว แต่สินเอเซีย มองว่าในปีหน้าแนวโน้มราคาถ่านหินอาจลดลงประมาณ 10%-20%จากปีนี้ ตามปริมาณถ่านหินที่จะเพิ่มจากการส่งออกของอินโดนีเซีย และออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตามราคาถ่านหินที่มีแนวโน้มปรับลง จะยังไม่กระทบราคาถ่านหินของบริษัทบ้านปูในปี 2549 มากนัก เพราะการตกลงซื้อขายถ่านหิน จะเป็นการซื้อล่วงหน้าประมาณ 6-9 เดือน

บล.สินเอเซีย ประเมินว่า บริษัทบ้านปู จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาที่ 1,526 ล้านบาท แต่จะลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยจากรายได้จากการขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 30% และ 5% จากไตรมาสก่อนหน้า

เนื่องจากราคาถ่านหินเฉลี่ยในไตรมาส 2 ของปี 2548 ที่คาดว่า จะอยู่ที่ 33.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้น 18.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นราคาขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสัญญาขายถ่านหิน และปริมาณขายถ่านหินคาดว่า อยู่ที่ 3.8 ล้านตัน ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการขายถ่านหินปรับตัวค่อนข้างทรงตัวจาก ไตรมาสแรกของปี 2548 โดยมีถ่านหินจากเหมือง ทรูบาอินโดเข้ามาเป็นไตรมาสแรกประมาณ 1 แสนตัน

ปริมาณถ่านหินที่จะเพิ่มขึ้นจากเหมืองทรูบาอินโดเข้ามาขายประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้ราคาถ่านหินเฉลี่ยใน ไตรมาส 2 ปีนี้ ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากเป็นถ่านหินราคาดี รวมทั้งคาดว่าจะมีรายได้จากส่วนแบ่งกำไรในการลงทุนจากเหมืองในจีนประมาณ 55 ล้านบาท คือ DANNING และเหมือง HEBI ซึ่งคาดว่า จะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือนส.ค.48

สำหรับแนวโน้มราคาถ่านหินในตลาดสปอต ปี 2548 ค่อนข้างทรงตัว และคาดว่าจะปรับตัวลดลงในปี 2549 เนื่อง จากผู้ซื้อถ่านหินได้ทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้าสำหรับปี 2548 ไว้เกือบหมดแล้ว รวมถึงในส่วนของบ้านปู เองก็ได้ทำสัญญาซื้อขายถ่านหินล่วงหน้าในปี 2548 ไปแล้ว 90% และเหลือเพียง 10% ที่จะขายในราคาสปอต

ส่วนในปี 2549 แนวโน้มราคาถ่านหินอาจปรับตัวลดลงประมาณ 10%-20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณถ่านหินที่จะเพิ่มจากการส่งออกของอินโดนีเซียและออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตามราคาถ่านหินที่มีแนวโน้มปรับลง จะยังไม่กระทบราคาถ่านหินของบริษัทบ้านปูในปี 2549 มากนัก เพราะการตกลงซื้อขายถ่านหินจะเป็นการซื้อล่วงหน้าประมาณ 6-9 เดือน

บล.สินเอเซีย ยังประเมินอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 48% ปรับตัวดีขึ้นตามราคาถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้นในไตรมาส 2 ของปี 2548

นอกจากนี้บริษัทบ้านปู จะมีรายได้เงินปันผลจากบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำนวนประมาณ 238 ล้านบาท และกำไรจากการขายอะโรเมติกส์ ประมาณ 566 ล้านบาท รวมทั้งมีรายได้จากการขายบริษัทโรยัลแอนด์ซันอัลลายแอนซ์ประกันภัยที่ถืออยู่ 18.33% อีก 122 ล้านบาท

Impossible is Nothing

User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Thu Jul 14, 2005 3:46 pm

ขออนุญาตแหล่งข้อมูลข่าวจาก บมจ.หลักทรัพย์แอคคินซัน นำมาลงนะที่นี้ด้วยครับ

14/07 14:16 sugree BANPU:บ้านปูคาดราคา-ปริมาณถ่านหินใน H2/48 ดีกว่า H1 ..... บมจ.บ้านปู (BNAPU)ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของไทย คาดราคาและปริมาณขายถ่านหินในครึ่งหลังปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก หลังไม่มีฝนตกในอินโดนีเซีย และยังจะเปิดการผลิตในเหมืองใหม่ด้วย "ครึ่งหลังปริมาณและมูลค่าของถ่านหิน จะสูงขึ้นกว่าครึ่งแรกของปีนี้ เพราะฝนในอินโดนีเซียไม่ตก รวมทั้งมีการเปิดเหมืองใหม่"นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BANPU กล่าวกับผู้สื่อข่าว ... BANPU มีเหมืองถ่านหินในไทย 2 แห่ง,อินโดนีเซีย 6 แห่ง และจีน 2 แห่งโดยเหมืองในจีนนั้น บริษัทได้เข้าไปลงทุนเมื่อปลายปี 2546 โดยถือหุ้นทางอ้อมในเหมือง Daning 12.49% และล่าสุดถือหุ้น 40% ในเหมืองเฮ่อปี้ ..... นายชนินท์ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เหมือง Daning จะเริ่มผลิตได้ในส.ค.48 และจะผลิตได้เต็มที่ที่ 5.5 ล้านตัน/ปีในปีหน้า

14/07 14:19 sugree BANPU ...ปฏิเสธข่าวเหมืองถ่านหินใต้ดินระเบิด .... นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปูจำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวลือเกี่ยวกับเหมืองถ่านหินใต้ดินของบริษัทระเบิดว่า ยังไม่มีเหมืองถ่านหินของบริษัทระเบิด เนื่องจากมีกระบวนการดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน TSI 1800 ซึ่งได้รับการยอมรับในเรื่องความปลอดภัยและการดูแลสิ่งแวดล้อม ... โดยขณะนี้บริษัทมีเหมืองใต้ดินจำนวน 4 เหมือง อยู่ที่อินโดนีเซีย 2เหมือง และที่จีน 2 เหมือง โดยในประเทศจีนเป็นร่วมทุน .....ในส่วนของราคาหุ้น BANPU ที่มีการปรับเพิ่มขึ้นนั้น นายชนินท์กล่าวว่า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นการเปลี่ยนมือของนักลงทุน ซึ่งได้ขายทำกำไรไปแล้ว ....นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมแผนการไปโรดโชว์ที่สหรัฐในช่วงปลายปีนี้ด้วย ..ทั้งนี้ในส่วนของการหุ้นบริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)NPC นั้น คาดว่าในปีนี้จะขายหมดทั้งจำนวนที่ปัจจุบันถืออยู่ 8%

14/07 14:21 sugree BANPU:บ้านปูยืนยันเหมืองในตปท.มีมาตรฐาน,ทำรายงานสร้างความมั่นใจนักลงทุน .......... บมจ.บ้านปู (BANPU)ผู้ผลิตและจำหน่ายถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของไทย ยืนยันเหมืองถ่านหินในต่างประเทศของบริษัทมีมาตรฐานความปลอดภัย โดยจะทำรายงานเสนอนักลงทุนให้มากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจ หลังในตลาดมีข่าวเหมืองใต้ดินในจีนระเบิด ...."เราคงจะต้องมีการทำรายงานวิเคราะห์ประจำปีในเรื่องมาตรฐานการทำเหมืองของบริษัทออกมามากขึ้น ซึ่งเรามีอยู่ในแล้วในเรื่องมาตรฐาน โดยเฉพาะเหมืองใต้ดินในอินโดนีเซียและจีน"นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BANPU กล่าวกับผู้สื่อข่าว ..... เขา กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือเรื่องเหมืองใต้ดินในจีนระเบิด และมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ ซึ่งเหมืองในจีนถือว่ามีจำนวนมากถึง 3 หมื่นกว่าแห่ง ซึ่งทั้งหมดเป็นเหมืองอุโมงค์ และมีขนาดเล็กและกลางที่จะมีปัญหาเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย .... ปัจจุบัน BANPU มีเหมืองถ่านหินในไทย 2 แห่ง,อินโดนีเซีย 6 แห่ง และจีน 2 แห่งโดยเหมืองในจีนนั้น บริษัทได้เข้าไปลงทุนเมื่อปลายปี 2546 โดยถือหุ้นทางอ้อมในเหมือง Daning 12.49% และล่าสุดถือหุ้น 40% ในเหมืองเฮ่อปี้

ขอบคุณครับ :D

ราคาอย่าเพิ่งรีบไปไหนไกลนะครับ ผมยังไม่มีในพอร์ตสักหุ้น เลย :(


โป้ง
Verified User
Posts: 2326
Joined: Wed Aug 04, 2004 9:36 pm

Posts by โป้ง » Thu Sep 29, 2005 3:59 pm

ทำไม banpu ถึงปันผลพิเศษอีก 5 บาท ?????

งด เลิก เสพ สุรา บุหรี่ วันนี้ เพื่อชีวิตที่ดีของท่าน

User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Thu Sep 14, 2006 6:15 pm

ที่ บป. 49214/586
                                         13 กันยายน 2549

เรื่อง      แจ้งการระงับการเก็บภาษีส่งออกถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)  ขอแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ทราบว่า  จากการที่กระทรวงการคลังของสาธารณรัฐอินโดนีเซียกำลังดำเนินการยกเลิกคำสั่งการจัดเก็บภาษีส่งออกถ่านหินของสาธารณรัอินโดนีเซีย และในระหว่างการดำเนินการดังกล่าว  กระทรวงการคลังของสาธารณรัฐอินโดนีเซียได้มีคำสั่งประกาศระงับการเก็บภาษีส่งออกถ่านหิน ซึ่งมีผลให้บริษัทย่อยของบริษัทฯ ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ไม่ต้องนำส่งภาษีการส่งออกถ่านหินในอัตราร้อยละ 5 ให้แก่กระทรวงการคลัง  ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2549  เป็นต้นไป

     ส่วนภาษีส่งออกถ่านหินที่มีการเก็บไปก่อนแล้วนั้น ยังไม่มีความชัดเจนว่า กระทรวงการคลังของสาธารณรัฐอินโดนีเซียจะพิจารณาดำเนินการคืนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจถ่านหินในสาธารณรัฐอินโดนีเซียที่ส่งออกถ่านหินไปจำหน่ายยังต่างประเทศหรือไม่อย่างไร   หากมีความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว
บริษัทฯ จะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ทราบต่อไป

                                            ขอแสดงความนับถือ



                                           (นางสมฤดี สมพงษ์)

                                       ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ-การเงิน


User avatar
nano
Verified User
Posts: 447
Joined: Mon Jun 13, 2005 1:57 am

Posts by nano » Fri Oct 20, 2006 11:58 am

ที่ บป.49214/653

                                   วันที่  19 ตุลาคม 2549

เรื่อง      แจ้งการลงทุนในบริษัท Asian American Gas, Inc.
เรียน      กรรมการและผู้จัดการ
         ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

     บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) "บริษัทฯ" ขอแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ประเทศไทยว่าบริษัท BP Overseas Development Co., Ltd. ("BPOD") (ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯถือหุ้นอยู่ร้อยละ 100) ได้เข้าลงทุนในบริษัท Asian American Gas, Inc. ("AAGI")โดยการซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนจำนวนร้อยละ 20.9 ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมด  คิดเป็นเงินจำนวน4,069,490.78 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 152 ล้านบาท(ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2549)

    บริษัท AAGI เดิมเป็นโครงการภายใต้การพัฒนาโดยบริษัท Asian American Coal Inc.("AACI") ซึ่งบริษัทฯ ร่วมลงทุนใน  AACI (โดยผ่าน BPOD) ในสัดส่วนร้อยละ 22.03 มีโครงการลงทุนที่เน้นในธุรกิจสำรวจและผลิตก๊าซมีเธนในเหมืองถ่านหิน หรือที่เรียกว่าCoal-bed Methane ในสาธารณรัฐประชาชนจีน

    ปัจจุบัน บริษัท AAGI อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการผลิตก๊าซมีเธนในเหมืองถ่านหินอยู่2 โครงการ ได้แก่ โครงการพานจวง  (Panzhuang) และ โครงการหม่าปี้ (Mabi)โดยบริษัท AAGI มีสัดส่วนการลงทุนในโครงการดังกล่าวร้อยละ 50 และ 100 ตามลำดับบริษัท AAGI คาดว่าโครงการทั้งสองจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตก๊าซมีเธนเพื่อจำหน่ายได้ในปีพ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2553 ตามลำดับ โดยโครงการ Panzhuang มีปริมาณการผลิตก๊าซมีเธน
เริ่มต้นเท่ากับ 284 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และ ในโครงการ Mabi มีปริมาณการผลิตก๊าซมีเธนเริ่มต้นเท่ากับ 203 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

    สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ในการลงทุนครั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้บริษัทBPOD กู้เพื่อลงทุนในบริษัท AAGI

    บริษัทฯ ขอรับรองว่าการเข้าทำรายการลงทุนในครั้งนี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์การเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์และไม่เป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ประการใด

    จึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดเผยแพร่ข้อมูลให้นักลงทุนทราบโดยทั่วกัน


                                  ขอแสดงความนับถือ


                                  (นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ)
                                  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


User avatar
worapong
Verified User
Posts: 929
Joined: Tue Aug 05, 2003 12:20 am

Posts by worapong » Wed Nov 15, 2006 8:13 am

บ้านปูเผยไตรมาส 3 กำไรทรุด 47%

15 พฤศจิกายน 2549 07:45 น.
เหตุได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันพุ่งและภาระภาษีส่งออกอินโดฯ

      บ้านปูไตรมาส3 กำไรทรุดฮวบ 47% เหลือ 884 ล้านบาท เหตุต้นทุนผลิตพุ่งจากราคาน้ำมันดีเซล ผสมกับมีภาระภาษีส่งออกถ่านหินในอินโดนีเซีย "ชนินท์" คาดปริมาณผลิตถ่านหินปีนี้ไม่ต่ำกว่า 21 ล้านตัน พร้อมคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีนี้ไว้ที่ระดับ 3 หมื่นล้านบาท

      นายชนินท์ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู บริษัทพลังงานชั้นนำของเอเชีย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทไตรมาส 3 สิ้นสุดเดือนกันยายน 2549 มีกำไรสุทธิ 884 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจำนวน 796 ล้านบาท หรือคิดเป็น 47% เป็นผลจากกำไรของธุรกิจหลักลดลง เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นโดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ประกอบกับค่าใช้จ่ายด้านภาษีส่งออกถ่านหินของบริษัท รวมทั้งค่าใช้จ่ายจากการบริหารสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนต่ำในประเทศอินโดนีเซีย

      ทั้งนี้บริษัทมีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส3 ที่ผ่านมา จำนวน 8,441 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 933 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12 % เนื่องจากปริมาณการขายถ่านหินที่เพิ่มขึ้น และจากการรวมงบการเงินของธุรกิจไฟฟ้าในสาธารณรัฐประชาชนจีน

      ซึ่งแบ่งเป็นรายได้จากการจำหน่ายถ่านหินจำนวน 7,608 ล้านบาท หรือ 90.13% ของรายได้จากการขายรวม ซึ่งมาจากรายได้จากการขายถ่านหินจากแหล่งผลิตในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย 7,203 ล้านบาท และจากแหล่งถ่านหินในประเทศไทย 405 ล้านบาท

      รายได้จากธุรกิจไฟฟ้าและไอน้ำมีจำนวน810 ล้านบาท คิดเป็น 9.6% ของรายได้จากการขายรวม ส่วนรายได้อื่นๆ มีจำนวน 23 ล้านบาท หรือ 0.27% ของรายได้จาการขายรวม

      นายชนินท์กล่าวว่า ส่วนปริมาณขายถ่านหินในไตรมาสที่ 3 มี 5.31 ล้านตัน โดยมีปริมาณขายของเหมืองทรูบาอินโด ในอินโดนีเซียที่เริ่มเปิดดำเนินการ 1.08 ล้านตันใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปีนี้บริษัทสามารถผลิตถ่านหินได้ 15.2 ล้านตัน ซึ่งคาดปีนี้บริษัทจะผลิตถ่านหินได้ประมาณ 21 ล้านตัน และรายได้จากการขายรวมในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท

      ส่วนราคาขายถ่านหินเฉลี่ยของบริษัทฯประจำไตรมาส 3 เท่ากับ 36.6 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในขณะที่ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน

      "ปีหน้าบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ จากปริมาณสำรองถ่านหินที่มีอยู่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์การเติบโตที่ใช้เงินลงทุนต่ำ และสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดท่ามกลางสภาวะแวดล้อมของอุตสาหกรรมถ่านหินในปัจจุบัน ในปีหน้าเหมืองทรูบาอินโด ซึ่งเป็นแหล่งถ่านหินคุณภาพสูงจะขยายการผลิตเพิ่มขึ้น ในขณะที่เหมืองอินโดมินโค-บอนตัง ซึ่งเป็นเหมืองถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในปัจจุบัน กำลังดำเนินการศึกษาด้านวิศวกรรมในการผันปริมาณสำรองที่มีอยู่เพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น"

      ส่วนแหล่งถ่านหินในประเทศไทยนั้นปริมาณการผลิตจะลดน้อยลงจากปริมาณสำรองถ่านหินที่ใกล้จะหมดลง ดังนั้นปีหน้าปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นของถ่านหินคุณภาพสูง จะทดแทนการลดลงของถ่านหินในไทย และทำให้คุณภาพถ่านหินของบริษัทโดยรวมสูงขึ้น ซึ่ง ปริมาณการผลิตถ่านหินโดยรวมจะไม่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนักจากปีนี้

margin of safety
circle of competence
waiting for the perfect pitch

User avatar
ply33
Verified User
Posts: 592
Joined: Thu Nov 02, 2006 4:44 pm

Posts by ply33 » Wed Jan 17, 2007 1:28 pm

BANPU : คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2549 ยังเติบโต

17 มกราคม 2550 09:48 น.
ระดับราคาขายถ่านหินเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามฤดูกาล จากความต้องการของกลุ่มผู้ประกอบการกิจการไฟฟ้าถ่านหินในภูมิภาค

ระดับราคาถ่านหินล่าสุดอยู่ที่ 51.45 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 11% ทั้ง yoy และ qoq

คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2549 ยังเติบโตได้จาก?.

1. ปริมาณขายถ่านหินที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 5 - 5.5 ล้านตัน

2. ราคาขายถ่านหินที่ประมาณ 35 36 เหรียญต่อตัน

3. ต้นทุนขายที่ลดลงแม้ว่าบริษัทจะมีการเปิดหน้าดินเพิ่มขึ้นในบางเหมือง แต่ภาระภาษีส่งออกที่รัฐบาลอิโดฯ ยกเลิกจะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตที่ลดลง

3. การรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศจีน รวมทั้งการเริ่มดำเนินการของ BLCP ก่อนกำหนด

4. รายได้พิเศษจากการขายหุ้น ATC ที่คาดว่าบริษัทจะทำการขายให้หมดในไตรมาส 4/2549

คาดผลประกอบการปี 2550 จะได้ส่วนเพิ่มจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน BLCP ขณะที่ธุรกิจหลักน่าจะใกล้เคียงกับปี 2549 ที่ผ่านมา

เราประเมินราคาที่เหมาะสมของปี 2550 ไว้ที่ 180 บาทต่อหุ้น ยังคงแนะนำ ซื้อลงทุน

คำแนะนำการลงทุน:

ราคาถ่านหินสัปดาห์ล่าสุดอยู่ที่ 51.45 เหรียญต่อตัน เป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเดือนธันวาคม 2549 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดอยู่ที่ 51.45 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้น 11% ทั้ง yoy และ qoq ซึ่งเรามองว่าเป็นไปตามฤดูกาล ซึ่งช่วงนี้ของทุกปี จะเริ่มมีการทำสัญญาของผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าถ่านหินในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้บริษัทการซื้อขายถ่านหินจำนวนมาก ทำให้ระดับราคาถ่านหินปรับตัวเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทมีการทำสัญญาขายถ่านหินในปี 2550 ไปบ้างแล้วแต่ไม่มาก จึงเป็นจังหวะในการเข้าทำสัญญาที่ดี อย่างไรก็ตามเราติดตามข้อมูลดังกล่าว เพื่อรายงานในบทวิเคราะห์ฉบับต่อไป

คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2549 ยังเติบโตได้จาก?.

1. ปริมาณขายถ่านหินที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 5 - 5.5 ล้านตัน และน่าจะมีระดับราคาขายถ่านหินที่ประมาณ 35 36 เหรียญต่อตัน

2. ต้นทุนขายที่ลดลงแม้ว่าบริษัทจะมีการเปิดหน้าดินเพิ่มขึ้นในบางเหมือง แต่ภาระภาษีส่งออกที่มีการจัดเก็บใน 3 ไตรมาสของปี 2549 ที่ผ่านมา จะไม่มีแล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิตที่ลดลง

3. การรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงไฟฟ้าในประเทศจีน รวมทั้งการเริ่มดำเนินการของ BLCP ก่อนกำหนด

4. รายได้พิเศษจากการขายหุ้น ATC ที่คาดว่าบริษัทจะทำการขายให้หมดในไตรมาส 4/2549

ปริมาณขายถ่านหินในปี 2550 จะใกล้เคียงกับปี 2549 ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายยอดขายในปี 2549 ที่ 21 ล้านตัน ส่วนหนึ่งเรามองว่าการเพิ่มกำลังการผลิตในเหมืองทรูปาอินโด ขณะที่ราคาขายถ่านหินจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 7% รวมทั้งการรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า BLCP จะเป็น upside ของผลประกอบการในปี 2550

ที่มา : บล.เกียรตินาคิน

0--- ฉลามเสือดาว ล่องลอยไปในทะเลกว้างใหญ่ ---0

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Feb 13, 2007 11:51 am

ใครถือตัวนี้มานานแล้วบ้าง หวังอะไรอยู่ถึงถือครับ ช่วย pitch ให้ผมฟังหน่อย  :roll:

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

woody
Verified User
Posts: 3763
Joined: Sat Feb 19, 2005 11:04 pm

Posts by woody » Tue Feb 13, 2007 11:55 am

[quote="สุมาอี้"]ใครถือตัวนี้มานานแล้วบ้าง หวังอะไรอยู่ถึงถือครับ ช่วย pitch ให้ผมฟังหน่อย

Impossible is Nothing

Frankie
Verified User
Posts: 999
Joined: Mon Feb 27, 2006 11:17 pm

Posts by Frankie » Tue Feb 13, 2007 12:30 pm

หุ้นบ้านปูดิ่งเหวหลัง นลท.ทราบเรื่องเกิดเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น ณ ท่าเรือบอนตัง

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BANPU เช้าวันนี้เปิดตลาดที่
ระดับ 180 บาท จากนั้นก็มีแรงเทขายออกมาตลอดและกดราคาหุ้นต่ำลงเรื่อยๆ ล่าสุด
10.03 น.หุ้น BANPU อยู่ที่ระดับ 178 บาท ลดลง 4 บาท มีมูลค่าการซื้อขายรวม 212.75
ล้านบาท (ระหว่างชั่วโมงราคาหุ้นรูดลงไปต่ำสุดที่ 175 บาท/หุ้น)
เช้าวันนี้บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)(BANPU)  แจ้งเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัย
ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุขัดข้องจากระบบขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมือง
อินโดมิงโก ณ ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นเหตุให้ระบบขนถ่ายถ่านหิน
ชำรุดบริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure)
ทั้งนี้ จากสภาวการณ์ปัจจุบันบริษัทฯ คาดว่าอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการ
แก้ไขระบบขนถ่ายถ่านหินให้กลับสู่ภาวะปกติ สำหรับขอบเขตและรายละเอียดเกี่ยว
กับการคุ้มครองทางประกันภัยที่ทำไว้ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผลประกอบการใน
ไตรมาส 1/2550 กำลังอยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งจะได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทยต่อไปภายหลังจากได้รับความชัดเจนมากขึ้น
      ท่าเรือบอนตังเป็นท่าเรือหลักในการขนถ่ายถ่านหินของบริษัทฯ ตั้งอยู่ใน
เกาะกาลิมันตันสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ท่าเรือแห่งนี้มีความสามารถในการขนถ่ายถ่าน
หิน 12.5 ล้านตันต่อปีล่าสุดคณะกรรมการบริษัทฯได้อนุมัติการลงทุนเพิ่มเติมจำนวน
ประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายถ่านหินเป็น
18.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2551


บ้านปูคาดใช้เวลาเป็นสัปดาห์แก้ไขระบบขนถ่ายถ่านหิน/
ระบุท่าเรือบอนตังเป็นท่าเรือหลักในการขนถ่ายถ่านหินนเกาะกาลิมันตัน


บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)(BANPU)  แจ้งเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น
เนื่องจากเหตุขัดข้องจากระบบขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโก
ณ ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นเหตุให้ระบบขนถ่ายถ่านหินชำรุด
บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure)
      ทั้งนี้ จากสภาวการณ์ปัจจุบันบริษัทฯ คาดว่าอาจใช้เวลาเป็นสัปดาห์ในการ
แก้ไขระบบขนถ่ายถ่านหินให้กลับสู่ภาวะปกติ สำหรับขอบเขตและรายละเอียดเกี่ยว
กับการคุ้มครองทางประกันภัยที่ทำไว้ และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผลประกอบการใน
ไตรมาส 1/2550 กำลังอยู่ระหว่างการประเมิน ซึ่งจะได้ชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทยต่อไปภายหลังจากได้รับความชัดเจนมากขึ้น
      ท่าเรือบอนตังเป็นท่าเรือหลักในการขนถ่ายถ่านหินของบริษัทฯ ตั้งอยู่ใน
เกาะกาลิมันตันสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ท่าเรือแห่งนี้มีความสามารถในการขนถ่ายถ่าน
หิน 12.5 ล้านตันต่อปีล่าสุดคณะกรรมการบริษัทฯได้อนุมัติการลงทุนเพิ่มเติมจำนวน
ประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐฯเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายถ่านหินเป็น
18.5 ล้านตันต่อปีภายในปี 2551

บ้านปูแจ้งเกิดเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น ณ ท่าเรือบอนตัง เนื่องจากระบบขนถ่ายถ่านหินชำรุด

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)(BANPU)  แจ้งเกี่ยวกับเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้น
เนื่องจากเหตุขัดข้องจากระบบขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโก
ณ ช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2550 เป็นเหตุให้ระบบขนถ่ายถ่านหินชำรุด
บริษัทฯ จึงมีความจำเป็นต้องประกาศภาวะสุดวิสัย (Force Majeure)
      จากการตรวจสอบเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าระบบสายพานขนถ่ายถ่านหินลงสู่เรือ
ของท่าเรือบอนตังเกิดความชำรุดจากความบกพร่องของระบบเบรก ขณะนี้ทั้งวิศวกร
เครื่องกลและวิศวกรไฟฟ้าได้กำลังตรวจสอบในรายละเอียดและพิจารณาวิธีแก้ไข
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทฯจำเป็นต้องหยุดการทำงานของระบบขนถ่ายถ่านหิน
เป็นการชั่วคราวและประกาศภาวะสุดวิสัยแก่ลูกค้า ในระหว่างที่แก้ไขอยู่นี้บริษัทฯจะ
ใช้ระบบ barge และเครนลอยน้ำในการขนถ่ายถ่านหินบางส่วนลงสู่เรือเดินสมุทรแทน
ไปก่อนเท่าที่จะเป็นไปได้รวมทั้งการใช้ท่าเรืออื่นในการขนถ่ายถ่านหินสำหรับเรือที่
เข้ามารอรับถ่านหินก่อนหน้านี้ด้วย

We are new KIDS.
We don' t SMOKE.
ร่วมรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่

Frankie
Verified User
Posts: 999
Joined: Mon Feb 27, 2006 11:17 pm

Posts by Frankie » Tue Feb 13, 2007 12:32 pm

นอกจากข่าวแล้ว วันนี้ก็ยังมีบทวิเคราะห์จากค่าย บล.กิมเอ็งด้วย
บล.กิมเอ็ง : BANPU แนะนำซื้อเมื่ออ่อนตัว ราคาเหมาะสมปรับขึ้นเป็น 193 บาท

คาดกำไรไตรมาส 4/49 เติบโต 63% yoy
        เราคาดว่าบริษัทจะประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/49 ออกมามีกำไรสุทธิ 1,181
ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.35 บาท เติบโต 63% yoy โดยผลกำไรที่เติบโตอย่างโดดเด่นมา
จากปริมาณการจำหน่ายถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้น, การรับรู้ส่วนแบ่งผลกำไรจากโรงไฟฟ้า BLCP,
การรับรู้ส่วนแบ่งผลกำไรจากการลงทุนในประเทศจีนและภาษีการส่งออกถ่านหิน 5% ที่ถูกยกเลิก
ไป ซึ่งแม้ว่าผลกำไรพิเศษจากการจำหน่ายหุ้น ATC จะลดลงมาก แต่โดยรวมแล้วผลกำไรของ
บริษัทในไตรมาสนี้ก็ยังเติบโตได้ดี จากผลกำไรไตรมาส 4/49 ที่ดีกว่าคาด เราจึงปรับประมาณ
การกำไรสุทธิในปี 2549 ขึ้น 6.9% เป็น 3,615 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 13.30 บาท
ลดลง 35% yoy และปรับประมาณการกำไรปี 2550 ขึ้น 5.1% เป็น 5,164 บาท หรือ 19.00
บาท/หุ้น เติบโต 43% yoy จากผลดังกล่าวทำให้ราคาที่เหมาะสมปรับขึ้นเป็น 193 บาท

ปี 2550 โรงไฟฟ้า BLCP เป็นตัวชูโรงผลกำไรให้กับบริษัท
           แม้ว่าผลกำไรสุทธิในปี 2549 จะตกต่ำลงไปจากภาระการจ่ายภาษีการส่งออกถ่านหิน
5%, ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและผลกำไรพิเศษจากการจำหน่ายหุ้น ATC ที่ลดลง แต่เรา
ประเมินว่าผลกำไรในปี 2550 จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งโดยมีส่วนแบ่งผลกำไรจาก
โรงไฟฟ้า BLCP ที่คาดว่าจะมีส่วนแบ่งผลกำไรประมาณ 1.8 พันล้านบาท เป็นปัจจัยหลักผลักดัน
กำไรในปีนี้

ราคาหุ้นใกล้ราคาเป้าหมาย ยังคงคำแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว
           ราคาหุ้นของบริษัทได้ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง 14% ในช่วง 2 เดือน ดีกว่าตลาดฯ ซึ่งปรับ
เพิ่มขึ้นมา 12% เนื่องจากคาดหวังว่าผลกำไรในปี 2550 จะเติบโตโดดเด่น จากที่ตกต่ำลงไปใน
ปี 2549 บวกกับราคาถ่านหินที่ยืนได้ในระดับสูงเกินกว่า 50 เหรียญ/ตัน จนราคาหุ้นในปัจจุบันมา
ซื้อขายอยู่ที่ PER 9.6 เท่า, P/BV 2.5 เท่าและมี upside อยู่ 6% จากราคาที่เหมาะสมของเรา
ที่ 193 บาท เราประเมินว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลในครึ่งปีหลังได้อีก 3.50 บาท คิดเป็นอัตรา
เงินปันผลทั้งปี 3.8% แม้ราคาหุ้นจะใกล้ราคาที่เหมาะสมแล้วซึ่งทำให้มีอัตราผลตอบแทนจำกัด
แต่ด้วยพื้นฐานที่ดีของบริษัทเราเห็นว่าหากราคามีการปรับตัวลงมาก็น่าสนใจเข้าลงทุน ดังนั้นเรา
จึงยังแนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัว

We are new KIDS.
We don' t SMOKE.
ร่วมรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่

User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Tue Feb 13, 2007 2:46 pm

บ้านปูจะถือหุ้นโรงไฟฟ้าหงสากี่เปอร์เซนต์

สมมติว่า 100

RATCH มี กำลังการผลิต 4500 มี Mkt Cap 66000 ถ้าหงสามีกำลังการผลิต 1800 เทียบบัญญัติไตรยางค์ได้ Mkt Cap 26400

ปัจจุบัน Banpu มี Mkt Cap 49500

ก็นับว่า Growth จากหงสามีขนาดที่ sizable อยู่เหมือนกัน (ถ้าได้นะ)

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

Frankie
Verified User
Posts: 999
Joined: Mon Feb 27, 2006 11:17 pm

Posts by Frankie » Wed Feb 14, 2007 10:29 am

เห็นบทวิเคราะห์ออกมาอีกแล้ว
:wink:
บล.สินเอเซีย : BANPU แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายปี 50 ที่ 189 บาท

คำแนะนำการลงทุน
        แนะนำ ถือ BANPU ที่ราคาเป้าหมายปี 50 ที่ 189 บาท จากวิธี Sum of the Parts
แม้จะมีปัจจัยลบจากปริมาณการขายถ่านหินและค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นจากการชำรุดของระบบขน
ถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโก ที่คาดว่าจะส่งผลให้กำไรปกติ 1Q50 ลดต่ำ
กว่าที่คาดไว้เดิม แต่คาดว่า การเติบโตของกำไรปกติปี 50 ยังมีแนวโน้มดีจากการรับรู้โรงไฟฟ้า
บีแอลซีพีจำนวน 1.4 พันเมกะวัตต์ และแนวโน้มราคาถ่านหินที่มีโอกาสปรับสูงขึ้นตามความต้อง
การที่เพิ่มขึ้นในจีนและอินเดีย

สาระสำคัญ
        ปัญหาการชำรุดของระบบขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโกเป็นปัจจัย
ลบ สำหรับผลประกอบการ 1Q50: เนื่องจาก 1) จะทำให้ปริมาณการขายถ่านหินของเหมืองอินโด
มิงโกต้องลดลงจากปกติที่มีปริมาณขายเฉลี่ยประมาณ 2.5 ล้านตันต่อไตรมาส ทั้งนี้ ปริมาณยอด
ขายที่จะลดลงนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาหยุดซ่อมแซมระบบขนถ่ายถ่านหินที่คาดว่าต้องใช้ระยะเวลา
ประมาณ 2-4 สัปดาห์ และ 2) คาดว่าจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มทั้งในด้านค่าใช้จ่ายซ่อม
แซมเครื่องจักรและค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบ barge และเครนลอยน้ำในการขนถ่ายถ่านหินบาง
ส่วนลงเรือเดินสมุทร รวมถึงการใช้ท่าเรืออื่นในการขนส่งถ่านหินให้กับเรือที่รอรับถ่านหินอยู่
        หากพิจารณาผลประกอบการโดยรวมปี 50 อาจไม่กระทบมาก: โดย BANPU คาดว่า จะ
สามารถเพิ่มยอดขายจากเหมืองอินโดมิงโกได้หลังจากที่ซ่อมแซมระบบขนถ่ายถ่านหินแล้วเสร็จ
โดยจะเร่งการขนส่งให้ถ่านหินจากเหมืองอินโดมิงโกที่เก็บสต๊อกไว้ใน 2Q50 แทน ซึ่งจะทำให้
ปริมาณยอดขายโดยรวมทั้งปี 50 ไม่ต่ำจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 21 ล้านตัน แต่ทั้งนี้ ยังมีส่วนของ
ค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้น ซึ่ง BANPU อยู่ระหว่างประเมินและแจ้งตลาดฯ เมื่อมีความชัดเจน ทั้งนี้
ACLS ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 50 ไว้ โดยคาดว่ากำไรปกติปี 50 จะเพิ่มขึ้น 54% YoY
หรือประมาณ 4,975 ล้านบาท
          หากต้องหยุดซ่อมแซมประมาณ 1 เดือนคาดกระทบมูลค่าหุ้น 1 บาท: ACLS ได้
ประเมินเบื้องต้นกรณี Worse Case หากต้องใช้เวลาหยุดซ่อมแซมประมาณ 1 เดือน คาดว่าจะ
ทำให้ยอดขายจากเหมืองอินโดมิงโกลดลงไปประมาณ 8 แสนตัน คาดว่า จะทำให้ผลกำไรปกติปี
50 ลดลงประมาณ 5% จากประมาณการเดิม และมีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายให้ปรับลดลง
ประมาณ 1 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นผลกระทบที่ไม่มากนักคาดการณ์กำไรปกติ 4Q49 และปี49
          คาดว่ากำไรปกติ 4Q49 จะเพิ่มขึ้น 631.4% YoY และ 31.8% QoQ: คาดว่า กำไร
ปกติใน 4Q49 ของ BANPU จะอยู่ที่ 1,107 ล้านบาท ดีขึ้นมากทั้ง YoY และ QoQ เหตุผล
หลักจากธุรกิจถ่านหินที่มีปริมาณขายที่สูงขึ้นเป็น 6.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 45.5% YoY และ
20.4% QoQ โดยปริมาณขายหลักมาจากเหมืองอินโดมิงโกและทรูบาอินโดที่เป็นเหมืองที่มี
ราคาถ่านหินสูง และส่งผลให้ราคาขายถ่านหินเฉลี่ยใน 4Q49 ปรับขึ้นเป็น 37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ
ตัน เพิ่มขึ้น 6% YoY และ 1% QoQ และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีที่ถือหุ้น
50% ประมาณ 510 ล้านบาท (เป็นกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 318 ล้านบาท) และรับรู้
กำไรจากขายหุ้น ATC ที่เหลืออยู่ทั้งหมด 1.6 ล้านหุ้นคิดเป็นกำไรประมาณ 47 ล้านบาท
          คาดกำไรปกติปี 49 เพิ่มขึ้น 6.4% YoY: คาดว่ากำไรปกติปี 49 จะอยู่ที่ 3,240 ล้าน
บาท สูงขึ้นจากคาดการณ์เดิม 8% เนื่องจากคาดว่า ใน 4Q49 จะมีกำไรออกมาดีกว่าที่คาดไว้
เดิม โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณการขายถ่านหินรวมปี 49 ประมาณ 21.56 ล้านตัน เพิ่มขึ้น
26.8% YoY และราคาขายถ่านหินที่ดีขึ้น 3% YoY และคาดว่าจะมีกำไรสุทธิที่ 3,489 ล้าน
บาท ลดลง 37.3% YoY โดยกำไรลดลง YoY เนื่องจากในปี 48 มีกำไรจากการขายเงินลงทุน
รวม 2,719 ล้านบาท ในขณะที่ปี 49 มีเพียงกำไรจากการขาย ATC ประมาณ 938 ล้านบาท
        แนะนำ ถือ ที่ราคาเป้าหมาย 189 บาทต่อหุ้น: ยังแนะนำ ถือ BANPU ที่ราคาเป้า
หมายปี 50 ที่ 189 บาท จากวิธี Sum of the Parts แม้จะมีปัจจัยลบจากปริมาณการขายถ่าน
หินและค่าใช้จ่ายที่จะเพิ่มขึ้นจากการชำรุดของระบบขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอิน
โดมิงโก ที่คาดว่าจะส่งผลให้กำไรปกติ 1Q50 ลดต่ำกว่าที่คาดไว้เดิม แต่คาดว่า การเติบโตของ
กำไรปกติปี 50 ยังมีแนวโน้มดีจากการรับรู้โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีจำนวน 1.4 พันเมกะวัตต์ และแนว
โน้มราคาถ่านหินที่มีโอกาสปรับสูงขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นในจีนและอินเดีย

บล.เคจีไอ : BANPU แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 195 บาท

หยุดการทำงานที่ท่าเรือ 2-4 อาทิตย์
          บ้านปูรายงานเหตุสุดวิสัยที่ท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโก เกิดเหตุระบบสายพาน
ชำรุดจากความบกพร่องของระบบเบรก ทำให้ระบบขนถ่ายถ่านหินขัดข้องและต้องประกาศหยุด
การทำงานชั่วคราว ในระหว่างที่แก้ไขอยู่นี้บริษัทฯ จะใช้เรือทุ่นและเครนลอยน้ำในการขนถ่าย
ถ่านหินบางส่วน รวมถึงการใช้ท่าเรืออื่นในการขนถ่ายถ่านหินสำหรับเรือที่เข้ามารอรับถ่านหินอยู่
ก่อนหน้า และอาจต้องการเวลา 2-4 อาทิตย์ในการแก้ปัญหานี้
           ท่าเรือบอนตัง เป็นท่าเรือขนถ่ายถ่านหินหลักของบ้านปูตั้งอยู่บนเกาะกาลิมันตัน ประเทศ
อินโดนีเซีย มีความสามารถในการขนถ่ายถ่านหิน 12.5 ล้านตันต่อปี เหตุนี้จะก่อให้เกิดความล่า
ช้าในการขนถ่ายถ่านหินจากเหมืองอินโดมิงโกหากต้องใช้เวลา 4 อาทิตย์ในการซ่อม อาจกระทบ
การส่งมอบถ่านหินที่เหมืองอินโดมิงโก 1 ล้านตัน ทำให้บางส่วนอาจอาจถูกยกเลิก และบ้านปูจะ
ต้องจ่ายค่า Demurrage สำหรับความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้าให้กับบริษัทเรือค่าปรับและความ
เสียหายอื่น ๆ อาจได้รับการยกเว้นเนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัยมีผลกระทบรุนแรงในไตรมาส 1/50
แต่ไม่กระทบกำไรในปี 2550
           เนื่องจากเหตุดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความล่าช้าสูงถึง 18% ของปริมาณการส่งมอบใน
ไตรมาส 1/50 กำไรในไตรมาสดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จากค่า Demurrage
และค่าเรือทุ่นสำหรับการขนส่งทดแทน ทำให้กำไรในไตรมาส 1/50 ลดลง อย่างไรก็ดี แม้ว่าราย
รับจากเหมืองนี้อาจลดลง 25% จากประมาณการที่ 500 ล้านบาทในไตรมาส 1/50 กำไร กำไร
ในไตรมาสดังกล่าวจะลดลงเพียง 7% เนื่องจากกำไรของ BLCP
           อย่างไรก็ดี ปริมาณถ่านหินที่ได้รับผลกระทบคิดเป็นเพียง 4.5% ของปริมาณรวมทั้งปีใน
ปี 2550 และยิ่งไปกว่านั้น เกือบทั้งหมดจะถูกขายในไตรมาสที่เหลือถัดไป ดังนั้นผลกระทบต่อ
กำไรในปี 2550 คงมีจำกัด เมื่อพิจารณารวมถึงกำไรจาก BLCP กำไรในปี 2550 อาจลดลงเล็ก
น้อยเพียง 1.7% จากที่ประมาณไว้ 5.8 พันล้านบาท
            เราเห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดต่ำลงจากข่าวนี้เป็นโอกาสดีในการซื้อสะสมหุ้นบ้านปู ใน
ขณะที่ปริมาณถ่านหินของบ้านปูส่วนใหญ่มีการซื้อขายล่วงหน้าราคาถ่านหินที่ปรับตัวขึ้นจะเป็น
ปัจจัยบวกสำหรับกำไรของบ้านปูในครึ่งหลังของปี 2550 และ 2551 เราจะทำการปรับประมาณ
การและราคาเป้าหมายของบ้านปูหลังจากการประกาศผลประกอบการของปี 2549 คง
แนะนำ ถือ

We are new KIDS.
We don' t SMOKE.
ร่วมรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่

User avatar
metro
Verified User
Posts: 861
Joined: Tue Apr 25, 2006 4:30 pm

Posts by metro » Mon Mar 05, 2007 11:56 pm

วันนี้ดูรายการเกาะกระแสโลกของสุทธิชัย หยุ่น พูดถึงมลภาวะของการใช้ถ่านหินดูแล้วก็มีมากพอควรนะครับ เท่าที่ฟังแล้วถ้าจำไม่ผิดคือมี ไนโตรเจน ซัลเฟอร์ และตะกอนแหวนลอยในอากาศ ซึ่งปัจจุบันโรงไฟฟ้าในญี่ปุนสามารถกำจัดสิ่งเหล่านี้ไม่ให้หลุดไปในอากาศได้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ ฟังดูแล้วถ้าทั่วโลกสามารถนำประโยชน์จากราคาถุกของถ่านหินมาใช้และสามารถคุมมลภาวะอย่างที่ญี่ปุ่นทำได้ผมว่าความน่าสนใจของถ่านหินน่าจะเพิ่มขึ้นเยอะนะครับ อุปสงค์ต่อถ่านหินดุแล้วน่าจะเพิ่มขึ้นเยอะ จากการสนับสนุนของภาครัฐบาลของแต่ละประเทศและการใช้ถ่านหินทดแทนพลังงานอื่นๆ

แต่ถ้ามองประเด็นทาง ศก ของจีนที่อาจจะมีความกังวลเรื่องของฟองสบุ่จะแตกอาจจะทำให้ความต้องการถ่านหินลดลงในอนาคตหรือเปล่าครับ ????

แต่เท่าที่ฟังมาจีนต้องการคงระดับการโตของ ศก ให้อยุ่ที่ 8 เปอร์เซ็นต์ ความต้องการยังคงน่าจะสูงต่อเนื่องไปเรื่อยๆหรือเปล่าครับ??? รบกวนพี่ๆด้วยครับ


User avatar
สุมาอี้
Verified User
Posts: 4576
Joined: Sat Feb 12, 2005 1:51 pm

Posts by สุมาอี้ » Wed Mar 07, 2007 11:30 pm

เห็นรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้วนับว่าบริษัทนี่เป็นบริษัทมหาชนอย่างเต็มตัว

http://dekisugi.net
ไม่ค่อยได้เช็ค PM เลยครับ ต้องการติดต่อผม อีเมลไปที่ narin@dekisugi.net จะชัวร์กว่าครับ

Saitthasak
Verified User
Posts: 174
Joined: Fri Oct 01, 2004 9:50 pm

Posts by Saitthasak » Thu Mar 29, 2007 9:26 am

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มีนาคม 2550 07:56 น.


      บ้านปู เชื่อแนวโน้มราคาถ่านหินยังทรงตัวในระดับสูง เหตุนโยบายของประเทศจีนเปลี่ยนจากส่งออกเป็นนำเข้าทำให้ปริมาณถ่านหินในโลกลดลง ระบุแม้ปริมาณการขายถ่านหินในปีนี้จะอยู่ใกล้เคียงปีที่ผ่านที่ 21 ล้านตัน แต่น่าจะทำให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10% เหตุมีรายได้จากโรงไฟฟ้าเข้ามาเพิ่ม เผยเหตุต้องปิดเหมือนที่อินโดนีเซียไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท โบรกฯยังแนะซื้อ ประเมินราคาเหมาะสม 208 บาท
     
      นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ราคาถ่านหินมีการปรับตัวสูงขึ้นตาม เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ถ่านหินเข้ามาทดแทนมากขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ในตลาดโลกก็ยังมีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหลายประเทศยังมีความต้องการขยายตัวในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
     
      นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลจีนเกี่ยวกับถ่านหิน จากเดิมที่ประเทศจีนเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก ขณะที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาประเทศจีนมีการนำเข้าถ่านหินประมาณ 1 ล้านตันซึ่งยิ่งที่ส่งผลต่อปริมาณถ่านหินที่ซื้อขายในโลกและเป็นเหตุที่ผลักดันให้ราคาถ่านหินปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยคาดว่ายังมีโอกาสที่ราคาถ่านหินอาจจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันได้อีกประมาณ 5-10% ทั้งนี้ เชื่อว่าราคาถ่านหุ้นรวมถึงราคาน้ำมันน่าจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงในระดับนี้ไปจนถึงครึ่งปีหน้า
     
      "ราคาถ่านหินยังน่าจะปรับตัวขึ้นได้อีก เพราะนโยบายของรัฐบาลจีนที่เปลี่ยนจากผู้ส่งออกเป็นผู้นำเข้าส่งผลต่อปริมาณถ่านหินในตลาดโลก โดยราคาในปีนี้อาจจะปรับขึ้นได้อีก 5-10%"นายชนินทร์กล่าว
     
      สำหรับปริมาณการขายถ่านหินของบริษัทในปีนี้น่าจะยังอยู่ในระดับประมาณ 21 ล้านตันต่อปี โดยคาดว่าราคาขายถ่านหินเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 37 เหรียญต่อตัน จากปีที่ผ่านมาที่เฉลี่ยอยู่ที่ 35.6 เหรียญต่อตัน ในส่วนของรายได้คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านบาทประมาณ 7-10% เนื่องจากบริษัทจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า
     
      ในส่วนของของความเสียหายที่เกิดขึ้นที่ท่าเรือบอนตังประเทศอินโดนีเซีย ขณะนี้สามารถเปิดดำเนินการได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่จะต้องมีการปิดซ่อมอีกครั้งในช่วงเดือนเมษายน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทในช่วงไตรมาส 1/50 บ้างแต่เชื่อว่าทั้งปีความเสียหายจากท่าเรือดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงครึ่งกหลังของปีปริมาณถ่านหินที่ขายจะสามารถชดเชยจากสูญเสียในช่วงดังกล่าวได้
     
      นายชนินท์ กล่าวอีกว่า ในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะนำเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ที่ปรึกษาทางการเงินประเมินมูลค่ามูลค่าทรัพย์สิน ขณะที่มูลค่าในการระดมทุนขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากจะต้องมีการหารือกันอีกครั้ง
     
      บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา แนะนำซื้อหุ้น BANPU โดยประเมินราคาที่เหมาะสมในปีนี้ที่ 208 บาท เนื่องจากแนวโน้มราคาถ่านหินที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดยบริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการราคาขายเฉลี่ยถ่านหินปี 50 และปี 51 เพิ่มขึ้นปีละ 4.1% และปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 50 เพิ่มขึ้น 3.0% จากเดิม เป็น5,391 ล้านบาท และปี 51 เพิ่มขึ้น 3.2% จากเดิม เป็น 4,953 ล้านบาท
     
      นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานของบริษัทยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องเนื่องจากโครงการขยายการผลิตถ่านหินเพิ่มเติมของเหมืองใต้ดินของ Indominco และ Trubaindo อยู่ระหว่างการศึกษา ขณะที่บริษัทมีโอกาสในการเข้าเป็นผู้ดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าหงสาลิกไนต์ขนาดกำลังการผลิต 1,800 เมกะวัตต์ในลาว
     
      ส่วนศักยภาพการเติบโตของปริมาณขายถ่านหินจากแหล่งถ่านหินใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย ที่คาดว่าบริษัทจะทำการ Acquisition ในปี 50
     
      ขณะที่ส่วนของกำไรจากการขายหุ้นของบริษัทในเครือบางส่วนในตลาดหลักทรัพย์จาการ์ตา ที่คาดว่าจะเกิดใน 2H50 ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 50 ที่ 9.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของหุ้นกลุ่มถ่านหินในภูมิภาคเอเชียที่ 14.1 เท่า และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.1%


zen
Verified User
Posts: 282
Joined: Fri Aug 08, 2003 6:53 pm

Posts by zen » Wed Apr 25, 2007 9:49 am

BANPUร้อนจัด-บิ๊กล็อตถล่มทลาย
Source - ทันหุ้น
Wednesday, 25 April 2007 09:44

ที่มา : ทันหุ้น
         ทันหุ้น- หุ้นBANPU บวกขึ้นแรงทำราคาสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 2 สัปดาห์ หลังการขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตัง ในอินโดนีเซียกลับสู่ภาวะปกติ  ด้านผู้บริหาร สมฤดี ชัยมงคล คาดกำลังขนถ่ายจะปรับสู่ระดับสูงสุดในเร็วนี้  ขณะที่ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาบิ๊กล็อตโผล่เพียบทั้งในกระดานปกติและกระดานฝรั่ง แค่ 2 วัน รวมกันกว่า 1 ล้านหุ้น นักวิเคราะห์ชี้เป็นหุ้นขวัญใจต่างชาติ แชอบ ประเมินผลงานยังโดดเด่นรับอานิสงค์ราคาถ่านหินพุ่งยาว ลุ้นเข็นเหมืองเข้าตลาดหุ้นอินโดนีเซียไตรมาส 3/2550 เพิ่มอัพไซด์อื้อ คาดผลงานไตรมาส 1 ยังเข้าตาหลังบุ๊คกำไร BLCP กว่า 600 ล้านบาท คาดฟันกำไรรวม 1,100 ล้านบาท ดันทั้งปีมีกำไรกว่า 5.4 พันล้านบาท แนะนำซื้อ  ให้ราคาเหมาะสม 230 บาท
         ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น BANPU วานนี้ (24 เม .ย.2550) ขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ที่ระดับ 224 บาท ก่อนปิดตลาดปรับตัวลงมาที่จุดสูงสุดเดิม 222 บาท เพิ่มขึ้น 12 บาท หรือ 5.71% มูลค่าการซื้อขาย 330 ล้านบาท
         รายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวานนี้ (24เม.ย.2550)
         พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) หุ้นบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) BANPU สูงสุด 9 รายการ จำนวน 8.4 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 218.28 บาท รวมมูลค่า 183.44 ล้านบาท
         ส่วนวันที่ 23 เมษายน พบการซื้อขายบิ๊กล็อต BANPU จำนวน  2 รายการ รวม 1.5 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 209.87 ล้านบาท รวมมูลค่า 31.50 ล้านบาท และในกระดานต่างประเทศ BANPU-F  จำนวน 3 รายการ จำนวน 1.74 แสนหุ้น ราคาเฉลี่ย 220 บาท รวมมูลค่า 38.35 ล้านบาท
         นางสมฤดี ชัยมงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ-การเงิน บริษัท บ้านปู  จำกัด (มหาชน) BANPU เปิดเผยว่า บริษัทได้ประกาศยกเลิกภาวะสุดวิสัยที่ท่าเรือบอนตังแล้ว โดยได้ดำเนินการขนถ่ายถ่านหินภายใต้ภาวะปกติเมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 20 เมษายน 2550 ที่ผ่านมา เนื่องจากอุปกรณ์ขนถ่ายถ่านหินที่ได้รับความเสียหายก่อนหน้านี้ได้รับการซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทคาดว่ากำลังการขนถ่ายถ่านหินจะปรับสู่ระดับสูงสุดอีกครั้งในเร็วๆ นี้
         อุปกรณ์ขนถ่ายถ่านหินที่ท่าเรือบอนตัง ประเทศอินโดนิเซีย ซึ่งได้รับความเสียหายตั้งแต่กลางเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับการซ่อมแซมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และบริษัทได้ดำเนินการขนถ่ายถ่านหินภายใต้ภาวะปกติ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมานางสมฤดีกล่าว
         รอประเมินเงินประกันชดเชย
         สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2550 ขณะนี้อยู่ในช่วงของการประเมินหลังจากบริษัทได้ทำการดำเนินการขนถ่ายถ่านหินเป็นปกติของท่าเรือบอนตังของเหมืองอินโดมิงโกประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเรื่องเงินชดเชยจากการทำประกันภัยนั้นขณะนี้อยู่ในการพิจารณาว่าจะได้รับการชดเชยเท่าไหร่
         ส่วนความคืบหน้าในการดำเนินการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินหงสาลิกไนต์ขนาดกำลังการผลิต 1,800 เมกะวัตต์ในประเทศลาวนั้น ขณะนี้บริษัทกำลังศึกษารายละเอียดและพิจารณาแผนการดำเนินงานทั้งพันธมิตรที่จะเข้ามาร่วมธุรกิจ และเม็ดเงินที่จะเข้าไปลงทุนซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในปีนี้
         ขณะที่แผนนำเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียเข้าตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังคาดว่าจะอยู่ในช่วงไตรมาส 3/2550  ซึ่งจะมีผลต่อการขยายกำลังการผลิตและผลการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งจะสามารถรองรับความต้องการถ่านหินที่เพิ่มสูงขึ้นจากประเทศจีนได้
         บิ๊กล็อตช้อนกลับเข้าพอร์ต
         นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า   หุ้น BANPU ที่ปรับขึ้นแรงและมีการซื้อขายบิ๊กล็อตทั้งกระดานปกติและต่างประเทศนั้นส่วนหนึ่งน่าจะมาจากข่าวการกลับมาดำเนินการปกติของท่าเรือบอนตังตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมา รวมถึงแผนการนำเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียเข้าตลาดหุ้นอินโดก็ใกล้จะได้ข้อสรุปในไตรมาส 3/2550
         ขณะเดียวกันคาดการณ์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2550 ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดเหมืองชั่วคราวดังกล่าว แต่ไตรมาสนี้จะมีการรับรู้รายได้ของโรงไฟฟ้า BLCP เข้ามาประมาณ 600 ล้าน จึงส่งผลให้ผลประกอบการยังคงดีอยู่ โดยประเมินกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท
         ราคาหุ้น BANPU คงขึ้นมารับข่าวการดำเนินงานของท่าเรือบอนตังที่อินโดเต็มที่ รวมกับไตรมาสนี้จะมีกำไรเข้ามาจาก BLCP ส่วนบิ๊กล็อตนั้นก็เป็นปกติเพราะเป็นหุ้นที่ฝรั่งเล่นอยู่แล้วและการลงทุนส่วนใหญ่ก็อยู่ต่างประเทศซึ่งหากเศรษฐกิจไทยไม่ดีก็ไม่กระทบ ระยะยาวมองว่าดีแน่ๆนักวิเคราะห์กล่าว
         ขณะที่ราคาถ่านหินระยะยาวยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงจากดีมานส์ที่ยังมากหลังจากประเทศจีนมีมาตรการระยะยาวเพื่อควบคุมการส่งออกถ่านหินเพื่อใช้รองรับการเติบโตภายในประเทศประกอบกับมาตรการปิดเหมืองใต้ดินที่ไม่ได้คุณภาพ
         ทั้งนี้จากแนวโน้มราคาถ่านหินระยะยาวยังอยู่ในระดับสูงประกอบกับผลประกอบการโรงไฟฟ้า BLCP คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ดีโดยประมาณการณ์กำไรสุทธิทั้งปีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5,400 ล้านบาท โดยยังคงแนะนำซื้อ  ให้ราคาเหมาะสมที่ 230 บาท
         นักวิเคราะห์เทคนิค บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หุ้น BANPU สัญญาณเทคนิคระยะกลางยังสดใส ราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ แนะนำซื้อลงทุน ให้แนวรับที่ 216-212 บาท แนวต้านที่ 226-230 บาท


chartchai madman
Verified User
Posts: 7514
Joined: Fri Feb 23, 2007 9:20 pm

ความเคลื่อนไหว

Posts by chartchai madman » Wed May 02, 2007 1:24 pm

บ้านปู แจงแผนการนำธุรกิจถ่านหินอินโดนีเซียเข้าตลาดหลักทรัพย์จาการ์ต้า

2 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 09:04:00

บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) แจ้งให้ตลท.ว่าบริษัทฯได้ดำเนินการตามแผนการนำธุรกิจถ่านหินของบริษัทฯ ในสาธารณรัฐอินโดนีเซียเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จาการ์ต้า (JSX)

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : โดยผ่านการเสนอขายหุ้นของบริษัท PT Indo Tambangraya Megah (?ITM?) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บ้านปูฯ ถือหุ้นอยู่ร้อยละ 95ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (IPO)  ทั้งนี้ระยะเวลาของการเสนอขายหุ้นดังกล่าวจะขึ้นอยู่กับสภาพของตลาดทุน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถดำเนินการจดทะเบียนได้แล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2550     เหตุผลสำคัญของการเสนอขายหุ้น ITM ในตลาดหลักทรัพย์ JSX มีดังนี้

          * การเติบโต  สร้างโอกาสในการเข้าซื้อสินทรัพย์และเพิ่มความได้เปรียบในการสร้างความเติบโตให้แก่ธุรกิจถ่านหิน ไฟฟ้า และสินทรัพย์อื่นที่เกี่ยวข้องในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

          * เงินทุน  สร้างความเป็นอิสระให้แก่ ITM ในการระดมทุนจากทั้งตลาดเงินและตลาดทุน

          * ความรับผิดชอบ  เพิ่มขอบเขตความรับผิดชอบสำหรับ ITM ในเรื่องการรายงานข้อมูลและการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล

          * สะท้อนมูลค่าของธุรกิจ เพิ่มความชัดเจนในมูลค่าของธุรกิจถ่านหินของบ้านปูฯในสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

          สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการเสนอขายหุ้น ITM  ทั้งด้านจำนวนหุ้น โครงสร้างการเสนอขายตลอดจนจำนวนเงินที่คาดหมายว่าบ้านปูฯ จะได้รับจากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้  และข้อมูลด้านอื่นนั้น บริษัทฯจะเปิดเผยในภายหลัง


Post Reply