สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:24 am

อย.สั่งเก็บบะหมี่เกาหลี "นองชิม" หลังฟิลิปปินส์พบสารก่อมะเร็ง
อย. เผย มาตรการตรวจสอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของ บ.นองชิม จากเกาหลีใต้ หลังพบสารก่อมะเร็งขอให้ผู้บริโภควางใจ อย.มิให้มีสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์วางขายตามท้องตลาดเด็ดขาด

Image

จากข่าวเรียกเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็งรูปของบ.นองชิมจากเกาหลีใต้ หลังได้รับรายงานมีสารก่อมะเร็ง อย. เผย สารก่อมะเร็งพบอยู่ในเครื่องปรุงรส รุดตรวจเข้มการนำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากบริษัทดังกล่าว หากพบนำเข้าในไทยขณะนี้ให้ด่านอาหารและยาทั่วประเทศอายัดผลิตภัณฑ์ไว้ก่อน พร้อมทำหนังสือขอความร่วมมือให้ร้านค้าปลีกนำผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางของ และ อย.จะเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกจากท้องตลาด หากผลตรวจวิเคราะห์พบสารก่อมะเร็ง ขอให้ผู้บริโภควางใจ อย. จะมิให้มีผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งขายในท้องตลาดเด็ดขาด


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า จากข่าวทางหนังสือพิมพ์ ประเทศฟิลิปปินส์เรียกเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของ บ.นองชิม (Nongshim) จากเกาหลีใต้ หลังได้รับรายงานมีสารก่อมะเร็ง นั้น อย. มิได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งให้สำนักอาหารและสำนักด่านอาหารและยา ของ อย. ตรวจสอบเฝ้าระวังเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอแจ้งว่า สารก่อมะเร็งที่พบเป็นสารเบนโซ (เอ)ไพรีน อยู่ในเครื่องปรุงรสในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีการผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้น ประเทศในโซนเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ ,จีน ,เกาหลีใต้ จึงเรียกเก็บคืนบะหมี่ที่พบปัญหาดังกล่าว ในส่วนของประเทศไทย อย. ได้สั่งการให้ด่านอาหารและยาทั่วประเทศเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยขณะนี้หากพบมีการนำเข้าในไทย ขอให้อายัดผลิตภัณฑ์ไว้ที่ด่านก่อน เพื่อตรวจสอบและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในทุกรุ่นที่มีการนำเข้า และส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อหาสารก่อมะเร็งดังกล่าว

สำหรับมาตรการการกำกับดูแลในประเทศ อย. จะขอความร่วมมือให้ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และขอความร่วมมือสถานที่จำหน่ายให้นำผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางของชั่วคราว จนกว่าผลการตรวจวิเคราะห์พบอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. จะสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหาการปนเปื้อนสารดังกล่าวในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัท นองชิม ที่วางขายในร้านค้าปลีกอย่างเร่งด่วนด้วย


นพ.บุญชัย เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจการดำเนินงานของ อย. ที่จะตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปทุกชนิดที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย มิให้มีผลิตภัณฑ์ที่มีสารปนเปื้อนอันตราย เล็ดรอดจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้บริโภค โดยในช่วงที่ผ่านมา อย.สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากพบการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปใดมีสารปนเปื้อน หรือสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพปนเปื้อนอยู่ จัดเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ จะถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งคัด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคพบเห็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพใดคาดว่าผิดกฎหมายหรือมีสารอันตรายปนเปื้อน แจ้งร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556


Image

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:26 am



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:23 am

SET:คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบถึงขึ้นช่วงสั้น ตามตลาดสหรัฐ-ราคาน้ำมันขึ้นหนุน

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--รอยเตอร์


*นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบไม่มากนัก และมีแนวโน้ม

ที่จะปรับขึ้นได้ในช่วงเช้า ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบ ใน

ตลาดโลกที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่ตลาดยังรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 1.02% ก่อนรู้ผล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดวานนี้ พุ่งขึ้น 3.06

ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาที่ 88.71 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุน

จากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่

นักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*วันอังคารต่างชาติ ขายสุทธิ 695.59 ล้านบาท จากวันจันทร์ ซื้อสุทธิ 510.69 ล้านบาท

*เช้านี้บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 30.74/77 เมื่อวันอังคารอยู่ที่ 30.76/80

*นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ 1,295 และ 1,290 ส่วนแนวต้านที่ 1,306 และ 1,310 จุด


"ตลาดคงจะสวิงเหมือนเดิม คงจะเปิดในแดนบวก เพราะดาวโจนส์ปรับขึ้นมาเป็นบวก

แต่คิดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยไม่ได้มากนัก เพราะดูเหมือนตอนนี้โครงสร้างปัจจัยหนุน

ภายในไม่มี หวังอยู่ที่ต่างประเทศอย่างเดียว" นายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบี

(ประเทศไทย) กล่าว

เขา เห็นว่าตลาดอาจมีแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น แต่การ

เก็งกำไรดังกล่าวคงจะไม่มาก แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 3/55 ของหุ้นในกลุ่มนี้ออกมาดี

แต่ตลาดมองข้ามไปถึงไตรมาส 4/55 ที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่ำกว่าราคาในไตรมาส 3 ทำให้

ตลาดอาจจะเก็งกำไรเพียงช่วงสั้นๆ

ดังนั้น นักลงทุนควรต้องระวังแรงขายทำกำไรที่อาจจะมีออกมาในช่วงบ่ายด้วย หลัง

ก่อนหน้านี้เริ่มมีสัญญาณการขายหุ้นขนาดใหญ่ทั้งกลุ่มธนาคาร พลังงาน ปิโตรเคมี ขณะที่ตลาด

ยังรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย


ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

*ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอังคาร ปิดลบ 5.86 จุด หรือ 0.45% มาที่ 1,300.84

ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 33,411.90 ล้านบาท

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเมื่อวันอังคาร ปิดบวก 133.24 จุด หรือ 1.02% มาที่

13,245.68 และดัชนีแนสแดค ปิดบวก 12.27 จุด หรือ 0.41% มาที่ 3,011.93

*ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ มีทั้งบวกและลบ โดยตลาดหุ้นสิงคโปร์ บวก 0.05%,ญี่ปุ่น

บวก 0.08%, เกาหลีใต้ ลบ 0.23%, ไต้หวัน บวก 0.16% และตลาดหุ้นฮ่องกง

ลบ 0.12%


จับตาหุ้น

*PTTEP หลังเป็นวันสุดท้ายที่ผู้ซื้อหุ้นจะได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน

*LHBANK หลังธ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดสินเชื่อปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 35% สูงกว่าเป้า

*QH คาดรายได้ปีหน้าโต 30%, กำไรสุทธิโตเป็นตัวเลขสองหลัก

*NUSA คาดรายได้ปี 56 ราว 6 พันลบ.จากคาดราว 1 พันลบ.ปีนี้

*SABINA คาดกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน, มองยอดขายปี 56 โต 20%

*THAI หลัง"นกแอร์"คาดเข้าตลาดหุ้นในก.ค.56, พรัอมรุกเส้นทางบินตปท.

*BCP จะกลั่นน้ำมันปีหน้าเพิ่มเป็น 1.1 แสนบาร์เรล/วัน,ลงทุน 2.43 หมื่นลบ.ใน 4 ปี

*DEMCO เผยปี 56 เริ่มรับรู้รายได้ไม่น้อยกว่า 150 ลบ.โครงการห้วยบง 2-3

*TFD เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็นกว่า 1.8 พันลบ.หลังตั้งกองทุนอสังหาฯ

*PTTGC Q3/55 กำไรสุทธิ 1.29 หมื่นลบ.,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*TOP Q3/55 กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*CPALL Q3/55 กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 2.9 พันลบ.,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*TUF หนังสือพิมพ์เผยผู้บริหารลดเป้ารายได้ปีนี้โต 12-15% จากเดิมคาดโต 15% หลัง

ต้นทุนค่าวัตถุดิบปลาทูน่าสูงขึ้นราว 10% -

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:25 am

SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--รอยเตอร์


**ต่างประเทศ


*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 1.02% ก่อนรู้ผล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดวานนี้ พุ่งขึ้น 3.06

ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาที่ 88.71 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุน

จากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่

นักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ผลการสำรวจ exit poll ของ Reuters/Ipsos บ่งชี้ว่า ผู้ลงคะแนนเสียง

ครั้งแรกในสหรัฐสนับสนุนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 และ

มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเชื่อว่า สหรัฐกำลังอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม

*วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง ท่ามกลางการซื้อขาย

ที่เบาบางก่อนการเลือกตั้งในสหรัฐ โดยตลาดหุ้นมาเลเซียร่วงลงเป็นวันที่ 3 แตะ

ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่ สิงคโปร์และเวียดนามปรับตัวลงเช่นกัน แต่

อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ สามารถปิดในแดนบวก

*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ ลบ 24 จุด หรือ 2.47% มาที่

ระดับ 947 โดยระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 647

*ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก เผยว่า การซื้อสินทรัพย์

รอบล่าสุดของเฟดอาจจะมีวงเงินเกิน 6 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการซื้อพันธบัตร

รอบ 2 ขณะที่เฟดจะยังคงซื้อสินทรัพย์ต่อไป จนกว่าตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้น

*รัฐบาลกรีซได้ยื่นมาตรการรัดเข็มขัดฉบับใหม่เข้าสู่รัฐสภาเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ชาว

กรีซเริ่มผละงานประท้วงต่อมาตรการดังกล่าว ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติต้องให้การ

อนุมัติหากกรีซต้องการขอรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และเพื่อหลีกเลี่ยง

การล้มละลาย โดยคาดว่าในวันนี้รัฐสภากรีซจะลงมติต่อมาตรการของนายกรัฐมนตรี

แอนโทนิส ซามาราสที่จะทำให้การจ้างงานและการปลดพนักงานเป็นไปอย่างง่ายดาย

รวมถึงการลดต้นทุนและการขึ้นภาษี ซึ่งคิดเป็น 1.35 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2016


**เศรษฐกิจทั่วไป


*กบง.เพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร

หลังราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ลดลง ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล

ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่จะทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น

*ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการบ้าน ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก

หรือ โครงการบ้านหลังแรก ออกไปอีก 6 เดือน โดยให้สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นขอกู้

เงินในวันที่ 29 มี.ค.56 และทำนิติกรรมให้เสร็จสิ้นในวันที่ 28 มิ.ย.56

*คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มองอัตราเติบโตที่สูงของ

ธุรกิจประกันชีวิตในไทย อีกทั้งศักยภาพในการเป็นฐานสู่"ประชากรกว่า 600 ล้านคน"

ในตลาดอาเซียน จะดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาแข่งขันทำธุรกิจในไทยมากขึ้น ขณะที่การ

รุกตลาดไทยมากขึ้นของกลุ่มพรูเดนเชียลล่าสุด บ่งชี้ถึงแนวโน้มดังกล่าว ก่อนที่ประเทศ

ในภูมิภาคนี้ จะรวมกันเป็น AEC ในปี 2558

*นักเศรษฐศาสตร์-เอกชน ประเมินผลเลือกตั้งสหรัฐ กระทบไทยน้อย เชื่อว่านโยบาย

เปลี่ยนแปลงน้อย คาดยังวุ่นกับการแก้ปัญหาภายใน ส่งผลเงินยังไหลเข้าเอเชีย-ไทย

ต่อเนื่อง ขณะที่โพลล์โค้งสุดท้าย"โอบามา" ยังนำ แต่สูสี ขณะที่ "รอมนีย์" หวัง

หักปากกาเซียน(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*ครม.ไฟเขียวเอ็มโอยูขายข้าวจีทูจีจีน ปีละไม่เกิน 5 ล้านตัน 3 ปี เผย "บุญทรง"

ชงวาระลับเร่งด่วนเข้าครม. ก่อนรับผู้แทนรัฐบาลจีนเยือนไทย พร้อมขายตาม

ราคาตลาด ด้านภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เผย ป.ป.ช. รับลูก สอบทุจริต

โครงการรับจำนำข้าวแล้ว รอชงบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*ส.อ.ท.ให้ประธาน ส.อ.ท.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ ช่วยเจรจาผู้ประกอบการ

เอสเอ็มอีในพื้นที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

แปรรูปการเกษตรในภูมิภาค เนื่องจากในบางจังหวัดไม่มีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ

เพราะผู้ประกอบการไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจ เพื่อรองรับเออีซีในปี 58

เนื่องจากยังไม่เห็นถึงความสำคัญหลังการเปิดเออีซี(นสพ.ไทยรัฐ)

*ที่ประชุมคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่พิจารณาคำร้องกรณีขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่น 3G

ของกสทช.ยังไม่มีความเห็นว่าจะมีข้อสรุปออกมาในทิศทางใด เพราะมีเอกสารจำนวนมาก

แต่ยืนยันว่าการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน จะไม่ยื้อหรือซื้อเวลาออกไป และจะมี

คำวินิจฉัยอย่างแน่นอนในวันที่ 8 พ.ย.นี้(นสพ.ไทยรัฐ)

*นายอองเดร เดอ ซิลวา ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์วิจัยอัตราดอกเบี้ยตลาดเอเชีย ธนาคาร

เอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่มาตรการ QE3

ของสหรัฐ จะทำให้มีปริมาณเงินไหลเข้าสู่เอเชียสูงกว่าการทำ QE ในช่วง 2 ครั้งที่ผ่านมา

เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มียุโรปมาเกี่ยวข้องด้วย(นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*ประชุมร่วมคณะกรรมการระดับสูงไทย-เมียนมาร์วานนี้ วางกรอบพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ทวาย หวังเรียกความเชื่อมั่นเดินหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึก วางโครงสร้างพื้นฐาน

ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ขณะที่คมนาคมเตรียมขอรัฐบาลเต็ง เส่ง ช่วยเคลียร์ชนกลุ่มน้อย

ให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างถนนสายแม่สอด-เมียวดี-เชิงเขาตะนาวศรี-กอกาเรก

ระยะทาง 27.8 กิโลเมตร หลังล่าช้ามานาน(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)


**การเมือง


*ประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงหลังการประชุมว่า เช้าวันที่ 8 พ.ย.นี้ จะยื่น

เรื่องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอถอดถอนรัฐมนตรีจากตำแหน่ง และวันที่ 9 พ.ย.

จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อประธานสภา

*"ณัฐวุฒิ"ปลุกเสื้อแดงต้านม็อบเสธ.อ้าย หลังประกาศแช่แข็งประเทศ 5 ปี ด้านปชป.

ยื่นกองปราบเอาผิด 5 แกนนำนปช.ข้อหากบฏ กรณีปลุกมวลชนชุมนุมปี 53 ขณะที่ภรรยา

พล.อ.ร่มเกล้า พร้อมญาติทหารเหยื่อชุมนุมจี้ทบ.เร่งรัดคดี(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 11:19 am

บทเรียนเศรษฐี "วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก" สร้างบ้านหรู 100 ล้าน สูงค้ำครูบาฯ

Image

กลาย เป็นประเด็นร้อนทางสังคมของเมืองเชียงใหม่ กรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักอาศัย มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ของ "นายณกรณ์ กรณ์หิรัญ" ประธานกรรมการและเจ้าของสถานเสริมความงามวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ที่มีจุดก่อสร้างอยู่ในบริเวณใกล้กับอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นดอยสุเทพ โดยเจอการคัดค้านจากหลายกลุ่มองค์กรในพื้นที่ ซึ่งเห็นว่าบ้านมีความสูงเกินกว่าระดับของ "องค์ครูบาศรีวิชัย"

เสมือนว่าเป็นการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่เคารพบูชาและเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนเชียงใหม่

กระแสการคัดค้านการก่อสร้างนำโดย นายนที ธีระโรจนพงษ์ แกนนำกลุ่มเชียงใหม่อารยะ เข้ายื่นหนังสือถึง

นาย ธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวไม่เหมาะสม และเป็นการแสดงออกถึงการไม่เคารพสถานที่ที่เป็นที่เคารพนับถือของชาว เชียงใหม่ และอาจจะพัฒนาเป็นการก่อสร้างสปาหรือรีสอร์ต ซึ่งอาคารมีระดับความสูงเกินกว่าอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

อีกทั้ง ภายในยังมีการสร้างสระว่ายน้ำบริเวณชั้น 2 ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับสถานที่ที่ตั้งอยู่ใกล้วัด ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้ระงับการก่อสร้าง และให้มีการทำประชาพิจารณ์กับชาวบ้าน

ทั้งนี้ นายณกรณ์ได้ส่งตัวแทนเข้าฟ้องร้องนายนที ในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมทั้งให้ตัวแทนออกมาชี้แจงว่า การก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวเป็นการก่อสร้างที่พักอาศัย ซึ่งมีการซื้อที่ดินและขออนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา กลุ่มผู้คัดค้านจากหลายองค์กร พร้อมด้วยประชาชนในพื้นที่ และนายณกรณ์ ได้เดินทางมาร่วมหารือและทำประชาพิจารณ์ที่วัด

ศรีโสดา ซึ่งอยู่ด้านหลังอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย โดยมีนายชัยสิทธิ์ อาศิระวิชัย ท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ และนายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกเทศมนตรีตำบลสุเทพ เป็นตัวแทนของจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมหารือด้วย

ทั้ง นี้ ฝ่ายคัดค้านเห็นว่าโครงการไม่เหมาะสม และยึดในเรื่องจารีตประเพณี ความเชื่อของคนท้องถิ่นว่าอาคารอยู่ในระดับที่สูงเกินกว่าครูบาศรีวิชัย ขณะที่เจ้าของบ้านยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และการออกแบบได้มีการคิดกันมาอย่างละเอียดที่จะคงเอกลักษณ์ความเป็นล้านนา และไม่มีจิตใจคิดดูหมิ่นครูบาฯแต่อย่างใด

ข้อสรุปในการหารือและ ประชาพิจารณ์ครั้งนี้ เห็นพ้องให้มีการปรับลดแบบอาคารด้านหน้าของบ้านให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า องค์ครูบาฯ ซึ่งฝ่ายของนายณกรณ์ตกลงที่จะปรับแก้ไขแบบการก่อสร้างใหม่

นาย ณกรณ์ กรณ์หิรัญ เจ้าของวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เป็นการก่อสร้างบ้านพักอาศัยจริง ไม่ได้ก่อสร้างเป็นโรงแรม รีสอร์ต สปา หรือสถานเสริมความงาม พื้นที่ก่อสร้างมีโฉนดที่ดินถูกต้องตามกฎหมาย และมีการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างบ้านในรูปแบบกลุ่มอาคารแบบล้านนา อาคารชั้นเดียว 2 อาคาร พื้นที่ 3 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างและที่ดินมากกว่า 100 ล้านบาท

สำหรับการลงทุนของกลุ่มวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ในเชียงใหม่นั้น ขณะนี้กำลังลงทุนโครงการฮาร์เบอร์ เป็นไลฟ์สไตล์คอม

มิ วนิตี้มอลล์ ตั้งอยู่บนถนนห้วยแก้ว พื้นที่ 6 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 300 ล้านบาท อาคารเป็นบ้านสไตล์ยุโรป เป็นจุดดึงดูดที่จะมาจับจ่ายซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ทันสมัยและเข้ามาท่องเที่ยว ถ่ายรูปได้ โดยจะเปิดบริการราวปลายปี 2555

สำหรับการขายกิจการ วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ขณะนี้มีกลุ่มธุรกิจโรงพยาบาลในอาเซียนและกลุ่มทุนใหญ่ในประเทศให้ความสนใจ ที่จะซื้อกิจการ ตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจา มูลค่าประมาณ 18,000-20,000 ล้านบาท

"ตอนนี้เรามีสาขาในประเทศ 120 แห่ง ต่างประเทศ 4 แห่ง ทำงานมาตั้งแต่อายุ 18 ตอนนี้อายุ 30 กว่าแล้วก็อยากพัก เพราะทุกอย่างลงตัว แต่ถ้าขายก็จะขายขาด 100% ไปเลย คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นปีนี้แน่นอน และสุดท้ายก็อยากจะมาใช้ชีวิตที่เชียงใหม่" ซีอีโอวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก กล่าว

บทสรุปของกรณีนี้ก็คือ แม้การก่อสร้างจะถูกกฎหมาย แต่ไม่ถูกใจชาวบ้าน นับเป็นบทเรียนสำคัญของนักลงทุน..!


Image
07 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 11:23 am

รถยนต์ทั่วโลกเพิ่มทะลุ! ครบ 1 พันล้านคันปีนี้

หากเรานำเอารถยนต์และรถบรรทุกน้ำหนักเบาคันใหม่ 80 ล้านคันไปใช้งานบนท้องถนนทั่วโลก จะมียานยนต์ทั้งหมดถึง 1,000 ล้านคัน ยานยนต์ส่วนใหญ่ใช้น้ำมัน ปิโตรเลียมเป็นเชื้อเพลิง สร้างควันเสียที่เป็นพิษต่อคุณภาพอากาศและทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

Image

ภาพประกอบโดย @tistoo

ไมเคิล เรนเนอร์แห่งสถาบัน Worldwatch Institute เป็นผู้เขียนบทวิเคราะห์เรื่องการผลิตรถยนต์ให้แก่สถาบันกล่าวว่าผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดยังเป็นประเทศจีนที่มีการเจริญเติบโตมากที่สุดในช่วง10ปีที่ผ่านมาแซงหน้าเยอรมันนีญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา สามประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลกไปเรียบร้อยแล้ว

ผลการศึกษานี้พบว่ามีจำนวนรถยนต์ไฮบริดและรถยนตร์พลังงานไฟฟ้าคิดเป็น2เปอร์เซ็นต์ของจำนวนยานยนต์ที่ผลิตออกมาทั้งหมดทั่วโลกแต่บรรดาตัวแทนอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ชี้ว่าพวกเขาใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

สตีฟบรู้คส์นักวิเคราะห์แห่ง Edmunds.com บริษัทที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์กำลังตอบสนองต่อความต้องการรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้มีรถยนต์43ประเภทที่แตกต่างกันและกำลังจะนำออกสู่ตลาดภายในปลายปี2558นี้อาทิHonda CR-Z ซึ่งเป็นรถไฟฟ้าไฮบริด แต่นักวิเคราะห์แห่งสถาบัน Worldwatch Institute กล่าวว่ารถไฟฟ้าจะไม่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกเสียจากว่าเราหันไปใช้พลังงานที่สะอาดและมีประสิทธิภาพมากกว่านี้และมีการใช้ระบบเครื่องยนต์แบบใหม่ทดแทนเครื่องยนตร์ดีเซล

เขากล่าวว่าตราบใดที่คนเรายังผลิตกระแสไฟฟ้าจากถ่านหินและน้ำมันรถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ชี้ว่าการทดลองหาวัสดุใหม่ๆมาใช้ในอุตสากรรมยานยนต์อาจจะนำไปสู่ก้าวย่างแห่งรถยนตร์ประหยัดพลังงานในอนาคตได้อาทิเซลพลังงานที่ได้จากพลังงานน้ำ สารเเม็กนีเซี่ยมที่มีน้ำหนักเบาแต่เเข็งแกร่งตลอดจนสารตั้งต้นคาร์บอน

แต่ก้่าวย่างที่ว่านี้ยังอยู่ห่างไกลออกไปอนาคต นักวิเคราะห์จากสถาบันWorldwatchInstituteกล่าวว่าราคาน้ำมันที่ถูกเมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆทำให้คนทั่วไปยังขับรถที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงกันต่อไป

เขากล่าวว่ารถยนต์ซีดานขนาดกลางยังเป็นรถยนต์ที่ขายดีที่สุดในสหรัฐอเมริกาแต่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กกำลังเป็นที่นิยมขับกันมากขึ้นเมื่อราคาน้ำมันเเพงขึ้น

ตามข้อมูลขององค์การสหประชาชาติจากปริมาณแก็สเรือนกระจกทั้งหมด20เปอร์เซ็นต์เป็นควันเสียจากยานพาหนะตามท้องถนน

สถาบันWorldwatchInstituteในกรุงวอชิงตัน ย้ำว่า แม้แต่ในประเทศกำลังพัฒนา มีการขับรถไปไหนมาไหนกันมากขึ้นเท่าตัวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ารัฐบาลในประเทศต่างๆต้องพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้ดีขึ้นเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต่อสุขภาพคนอันเกิดจากการใช้รถยนต์ส่วนตัวกันมากขึ้นนี้

Image
07 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 11:42 am

Image

โอบามาคว้าชัยที่โอไฮโอ1ใน3สวิงสเตท

โอบามาคว้าชัยที่โอไฮโอ 1 ใน 3 สวิงสเตท โดยโอบามาได้โหวต 50% รอมนีย์ได้ 48% ขณะที่รอมนีย์ยังรอลุ้นที่ฟลอริด้า และเวอร์จีเนีย ที่เป็นฐานเสัยงใหญ่

โดยสุทธิชัย หยุ่น ชี้ว่า โอไฮโอพลิกกลับเลือกบารัค โอบามา เนื่องจากรัฐแห่งนี้ มีฐานการผลิตอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งโอบามา ได้ประกาศก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วันก่อนเลือกตั้งว่าจะกอบกู้อุต่สาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐ ถ้าเขากลับมาอีกครั้งหนึ่ง

ชาวสหรัฐแห่ใช้สิทธิเลือกตั้งคึกคัก

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐสุดคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐสวิงสเตท หรือรัฐที่ไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใด อย่างฟลอริด้า และเวอร์จีเนีย ผู้มีสิทธิออกเสียงแห่ไปใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทำให้ในบางหน่วยเลือกตั้ง ผู้มาใช้สิทธิต้องเข้าคิวกันนานหลายชั่วโมง

อย่างที่ไมอามี่ รัฐฟลอริด้า ประชาชนก็แห่กันมาใช้สิทธิกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะไม่อยากเจอกับปัญหาประชาชนแห่กันใช้สิทธิกันมากในช่วงสาย ถึงอย่างนั้นบางคนที่ออกมาจากบ้านตั้งแต่เช้า ประมาณ 7 โมงครึ่ง ก็ยังต้องรอนาน 2 - 4 ชั่วโมง กว่าจะได้ใช้สิทธิ์ ซึ่งบางคนก็ไม่ค่อยพอใจ แต่บางคนก็เข้าใจสถานการณ์ เจ้าหน้าที่บอกว่า ผู้ใดก็ตามที่มาเข้าคิวรอใช้สิทธิก่อนเวลา 1 ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาปิดหีบ จะได้รับสิทธิในการเลือกตั้งแน่นอน รัฐนี้ยังมีผู้ออกมาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งจำนวนมากแม้ผู้มีสิทธิออกเสียงมากกว่า 4 ล้าน 5 แสนคน หรือราว 38 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงของทั้งรัฐได้ใช้สิทธิล่วงหน้าไปแล้วก็ตาม

ส่วนที่เวอร์จีเนีย รัฐสวิงสเตทอีกแห่ง ก็มีผู้มาเข้าคิวยาวเช่นกัน บางคนบอกว่าต้องรอนาน 1-2 ชั่วโมง และก็ยังไม่ได้ใช้สิทธิ์ บางคนบอกว่าการอยู่ในรัฐสวิงสเตท และรัฐที่เป็นสนามเลือกตั้งใหญ่ๆเหมือนถูกกดดันให้ต้องออกมาเลือกตั้ง เพื่อตัดสินว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดี

ที่รัฐนี้ แม้จะเปิดโอกาสให้มีการใช้สิทธิล่วงหน้าเกือบ 2 สัปดาห์ ก็ยังมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์ในวันจริงเป็นจำนวนมาก

ส่วนรัฐนิวยอร์ค และนิวเจอร์ซี่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพายุแซนดี้ พยายามจัดการเลือกตั้งอย่างดีที่สุด เท่าที่จะสามารถทำได้ และบรรดาผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากก็ออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้าตรู่ อย่างที่หน้าหน่วยเลือกตั้งชั่วคราว ในย่านเซ๊าท์บีช บนเกาะสเตเท็น ไอส์แลนด์ ที่เมื่อไม่กี่วันก่อนถูกพายุแซนดี้เข้าโจมตีอย่างหนัก มีผู้มารอเข้าคิวใช้สิทธิ์กันอย่างมากมาย

เจ้าหน้าที่รัฐนิวยอร์ค และนิวเจอร์ซี่ ระดมกำลังเครื่องปั่นไฟมาใช้ปั่นไฟให้กับหน่วยเลือกตั้ง บ้างก็มีการย้ายหน่วยเลือกตั้งไปที่อื่น รวมทั้งให้บริการจัดรถขนส่งประชาชนมายังหน่วยเลือกตั้ง เพื่อรับประกันว่า ทุกคนที่ต้องการจะมาใช้สิทธิ์ สามารถทำได้

ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย นอกจากจะทำหน้าที่ให้บริการการเลือกตั้งแล้ว ก็ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์รับบริจาคสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปด้วย เมื่อผู้มาใช้สิทธิหลายคน หอบเอาสิ่งของต่างๆมาบริจาคให้ผู้ประสบภัยด้วยเช่นผ้าห่ม เสื้อผ้า และอื่นๆ

ผู้ใช้สิทธิบางคนบอกว่า ไม่มีการเลือกตั้งครั้งไหนอีกแล้วสำหรับชาวนิวยอร์ค ที่จะสำคัญมากไปกว่านี้ ประชาชนต้องทำให้เสียงของตนเองถูกได้ยิน เพื่อที่ว่าเราจะได้ไม่บ่นในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้นิวยอร์กต้องการการซ่อมสร้างใหม่ จึงมีความต้องการรัฐบาลมากกว่าแต่ก่อน

ส่วนที่นิวเจอร์ซี่ เปิดเผยว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งส่วนมาก สามารถมาใช้สิทธิ์ได้ตามหน่วยเลือกตั้งที่กำหนดเอาไว้เดิม เพราะมีไม่ถึง 100 หน่วยที่่ไม่มีไฟฟ้า เทียบกับ 800 หน่วยเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้ทางการไม่ต้องนำเอารถบรรทุกของทหารมาทำเป็นหน่วยเลือกตั้งชั่้วคราว

แต่ทางรัฐก็มีมาตรการเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยพายุ เช่น การส่งเจ้าหน้าที่รับส่งเอกสารไปรับบัตรเลือกตั้งสำหรับผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิ์ต้องอพยพออกไปจากบ้านเรือน นอกจากนั้นยังอนุญาตให้มีการเลือกตั้งกันตามหน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ ทีวิ่งไปให้บริการตามจุดต่างๆ

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 11:52 am

ปิดฉาก MSN จริง! Microsoft เตรียมปลด MSN ต้นปีหน้า พร้อมย้ายผู้ใช้ไป Skype แทน

รายงานล่าสุดจาก Thenextweb
ไมโครซอฟท์ประกาศยกเลิกโปรแกรม messenger ยอดฮิตอย่าง MSN
Windows Live Messenger ในช่วงต้นปี 2013

และจะย้ายบัญชีผู้ใช้กว่า 300 ล้านคน เข้าสู่เครือข่ายของ Skype

Image

เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต้องรู้จักบริการ Windows Live Messenger นี้ หรือว่าชื่อเดิมคือ MSN Messenger ซึ่งเป็นบริการ IM ที่เคยโด่งดังในปี 1999 เรียกได้ว่าใครๆก็ใช้กัน มาแทนโปรแกรม ICQ ซึ่งใครที่มีเมล์ของ Hotmail ก็สามารถเข้าระบบใช้งานได้ และสามารถคุยกันเป็นกลุ่มได้ และยังพัฒนาให้คุยผ่าน web cam ได้

ในช่วงปี 2005 ไมโครซอฟท์ได้เปลี่ยนชื่อ MSN เป็น Windows Live Messenger ซึ่งจะถูกรวมอยู่ในชุด Windows Essentials และสามารถดาวน์โหลดฟรี รองรับทั้งบน PC , MAC , Web messenger,Pocket Pc , BlackBerry และ SMS และเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม Microsoft ได้ซื้อกิจการบ. Skype (ผู้ให้บริการ Video Calling VOIP) รูปแบบคล้ายกับ MSN แต่การใช้งานเสียงและภาพดีกว่า

Image

และล่าสุดถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อ ไมโครซอฟท์ ประกาศยกเลิกการใช้งาน Windows Live Messenger ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2013 (ต้นปีหน้า) และย้ายทุกบริการใน Windows Live Messenger ไปอยู่กับ Skype ส่งผลให้ผู้ใช้ Hotmail, MSN กว่า 300 ล้านคน ที่ใช้ Windows Live Messenger อยู่นั้นต้องมาใช้ Skype กันมาขึ้นโดยปริยาย

Image

ส่วนใครที่อยากจะทดลองใช้ ก็สามารถดาวน์โหลด Skype เวอร์ชั่นล่าสุดได้แล้ว ที่ skype.com สามารถ Sign in ด้วยบัญชี Microsoft ที่เป็นอีเมล @hotmail.com / @msn.com / @live.com / @windowslive.com และ outlook.com และถ้าหากคุณมี skype อยู่แล้วสามารถนำบัญชี Microsoft มารวมกับบัญชี Skype ได้ ซึ่งหลังจาก sign in เสร็จแล้วก็จะแสดงทั้งรายชื่อ messenger และ รายชื่อ skype เลย

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของ Microsoft ในรอบ 13 เลยทีเดียว เพราะว่าปีหน้าเราจะไม่ได้ใช้ msn กันแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- SKYPE อัพเดทเวอร์ชั่น 6.0
ติดตามความเคลื่อนไหว ข่าวโซเซียลออนไลน์ได้ ที่
>> https://twitter.com/trueappcenter << หรือ >> https://www.facebook.com/trueappcenter <<

เรียบเรียงข้อมูลจาก The next Web
ภาพประกอบ MSN / the next web
วันที่ 7/11/2555 เวลา 10.20 น.

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 11:58 am

Image



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 12:01 pm



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 3:01 pm

Image

โอบามาชนะเลือกตั้ง303ต่อ203

ปิดฉากเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์ของคนอเมริกัน หลังการต่อสู้เป็นไปอย่างสูสึตลอดช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง โอบามาสามารถชนะเลือกตั้ง ด้วยเสียง Electoral Votes 303 ต่อ 203 แต่แพ้เสียงป๊อบปูล่าโหวต 44 ล้านเสียงหรือ 49.1% และมิตต์ รอมนีย์ได้ 45 ล้านเสียง หรือ 49.4% ท่ามกลางการวิเคราะห์ต่อเนื่องของ "สุทธิชัย หยุ่น" ซึ่งเชื่อว่า โอบามา จะเขียนคำแถลงการณ์ประกาศชัยชนะในเย็นวันนี้ โดยหยิบยื่นไมตรีต่อรอมนีย์ในการที่จะร่วมมือทำงานในสภาล่างต่อไป ซึ่งน่าจะแตกต่างจากท่าทีเมื่อสี่ก่อรน ที่โอบามาจะใช้ความแข็งกร้าว

โดยหลังจากผลการเลือกตั้งบารัค โอบามา กลับมาอีก 4 ปี โดยชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งหนึ่ง ได้มีคาดจะส่งผลดีต่อการแก้ไขวิกฤติการคลัง สามารถเริ่มงานได้ทันที เพื่อฝ่าวิกฤติทางการคลัง หรือภาวะที่เรียกว่า Fiscal Cliff ให้ผ่านพ้นไปได้

แหล่งข่าวใกล้ชิดเผยหากประธานาธิบดีบารัค โอบามาชนะการเลือกตั้งวันนี้ จะส่งผลดีต่อการ แก้ไขวิกฤติการคลัง เพราะเขาจะสามารถเริ่มงานได้เลยเพื่อหาทางหลีกเลี่ยงภาวะที่จะมีการปรับขึ้นภาษีและปรับลดรายจ่ายของรัฐบาลครั้งใหญ่พร้อมกันต้นปีหน้า ที่เสี่ยงทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย

เมื่อโอบามาได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย เขาคงจะเริ่มทำงานได้ทันทีในวันรุ่งขึ้นด้วยการเจรจากับพรรครีพับลิกัน เพื่อหาจุดยืนร่วมกันเกี่ยวกับมาตรการปรับลดภาษีสมัยอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชที่จะหมดอายุในต้นปีหน้า บวกกับมาตรการตัดลดรายจ่ายภาครัฐที่จะเริ่มบังคับใช้อัตโนมัติต้นปีหน้าเช่นกัน โดยหวังว่าจะหาข้อสรุปร่วมกันได้
เสร็จทันก่อนสภาคองเกรสปิดสมัยประชุมปัจจุบันในเดือนธ.ค.

ในขณะที่หากมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้ง อาจจะต้องรอจนกว่ารอมนีย์สาบานตน รับตำแหน่งใน 20 ม.ค. จึงจะสามารถเริ่มดำเนินงานได้ และคาดว่าพรรครีพับลิกันจะพยายามชะลอการตัดลดรายจ่ายภาครัฐ และยังไม่ปรับขึ้นภาษีอีกอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีเพื่อซื้อเวลาในการเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดการปฏิรูปการจัดเก็บภาษี

ทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันต่างต้องการลดการขาดดุลงบประมาณให้ได้เกือบ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 10 ปี หลังประเทศประสบภาวะหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นจนแตะเพดานหนี้ที่กฎหมายอนุญาต และเดโมแครตอาจยอมตัดลดรายจ่ายในโครงการสังคม เช่น เมดิเคดและเมดิแคร์ เพื่อหวังให้รีพับลิกันยอมปรับขึ้นภาษี แต่ที่ผ่านมารีพับลิกันคัดค้านการขึ้นภาษี ทำให้การเจรจาประเด็นนี้ยืดเยื้อมานานสองปีแล้ว

แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า โอบามาหรือรอมนีย์จะชนะเลือกตั้ง แต่โพลล์คาดว่าพรรครีพับลิกันจะยังครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร และพรรคเดโมแครตคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา ทำให้ทั้งสองพรรคจะต้องเจรจารอมชอมกันเพื่อแก้ไขวิกฤติการคลังครั้งนี้ แต่หากตกลงกันไม่ได้แล้วปล่อยให้มีการขึ้นภาษี บวกกับการตัดลดรายจ่าย 1 ล้าน 2 แสนล้านดอลลลาร์ อาจทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเข้าสู่ภาวะถดถอย ซี่งเป็นสิ่งที่ทั่วโลกกำลังวิตกและไม่อยากให้เกิดขึ้น


Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 3:04 pm

Image

นายมิตต์ รอมนีย์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการแล้วว่า ต้องพ่ายแพ้ให้กับ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา จากเดโมแครต ไปแบบขาดลอย ได้ออกมากล่าวกับผู้สนับสนุนในนครบอสตัน ยอมรับในความปราชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงขอบคุณผู้สนับสนุน ที่ให้กำลังใจมาโดยตลอด พร้อมกับแสดงความยินดีต่อโอบามา ที่ได้นั่งในตำแหน่งผู้นำประเทศต่อไปอีก 4 ปี

ในขณะที่ ทางฝั่งผู้สนับสนุนของ นายโอบามา และพรรคเดโมแครต ตามเมืองต่างๆ ก็ได้ออกมาแสดงความยินดี ในชัยชนะครั้งนี้กันอย่างพร้อมเพรียงกัน

สำหรับ การนับคะแนนล่าสุด นายโอบามา ได้รับคะแนนโหวตจากคณะผู้เลือกตั้งไปแล้วทั้งหมด 303 เสียง ในขณะที่ นายรอมนีย์ ได้ไป 203 เสียงส่วนคะแนนป็อบปูลาร์โหวต นายโอบามา ก็สามารถแซงหน้า นายรอมนีย์ ได้แล้วเช่นกัน 51,473,011 เสียง ต่อ 51,239,343 เสียง หรือคิดเป็นร้อยละ 49.1 ต่อ ร้อยละ 49.1

INNNEWS.CO.TH

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 4:56 pm

Image
Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 5:00 pm

Image
ผู้นำโลกร่วมยินดี'โอบามา'ชนะเลือกตั้งสมัยที่2
ผู้นำ"อิสราเอล-อังกฤษ-ฝรั่งเศสข-จีน"แสดงความยินดี"โอบามา"ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2
หลังประธานาธิบดี บารัค โอบามา ชนะการเลือกตั้งเฉือนคู่แข่งนายมิตต์ รอมนีย์ เป็นสมัยที่ 2 ภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างเป็นทางการ เหล่าผู้นำประเทศต่างๆ ก็ทยอยส่งข้อความแสดงความยินดีกับนายโอบามาไม่ขาดสาย รวมถึงนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล ที่เคยมีท่าทีสนับสนุนนายรอมนีย์มากกว่า และมีความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีกับนายโอบามาสักเท่าไหร่

"นายกรัฐมนตรีขอแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ความเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ระหว่างอิสราเอลและสหรัฐฯนั้นเข้มแข็งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา ผมจะทำงานร่วมกับประธานาธิบดี โอบามา เพื่อปกป้องผลประโยชน์อันสำคัญของอิสราเอลและสหรัฐฯ" นายกฯอิสราเอล ระบุ

ด้าน นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ กล่าวระหว่างเดินทางเยือนค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในจอร์แดนวันนี้ว่า "ผมมีความยินดีที่ได้รับร่วมงานกับท่านในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา และจะร่วมงานกับท่านอีกครั้งในช่วง 4 ปีข้างหน้า มีหลายสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำ เราจำต้องร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก"

"ท่านโอบามาเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ และฝรั่งเศส มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้รับการเลือกตั้งอีกสมัย" นายปีแอร์ มอสโควิชีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าว

ขณะที่ประธานาธิบดีหู จิ่นเทา และนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ของจีนก็ได้แสดงความยินดีกับประธานาธิบดีโอบามาเช่นกัน โดยนายฮง ไหล โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า "จีนพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ และของโลก"

Image
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 7:33 pm

***หุ้นโค้งสุดท้าย..SETหลุด1,300จุด เสี่ยงร่วงต่อ


หุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 1.10 จุด หรือ 0.08% มาอยู่ที่ 1,299.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ +838.58 ล้านบาท
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ +324.66 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -535.40 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ -627.84 ล้านบาท


นางธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี บอกในรายการหุ้นโค้งสุดท้ายว่า หุ้นไทยในวันนี้ให้ความสำคัญกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โดยหลังทราบผลว่านายบารัค โอบามา ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ทำให้นักลงทุนมองว่าเรื่องของนโยบายคงไม่แตกต่างจากเดิม

ซึ่งหลังจากนี้ ตลาดฯจะให้ความสำคัญกับหน้าผาทางการคลัง หรือ Fiscal Cliff เป็นประเด็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่า คงยังไม่ได้ข้อสรุปในปีนี้ และมองว่าปัจจัยนี้เป็นตัวแปรสำคัญในการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจมีการยืดระยะเวลาของมาตรการออกไป

ในส่วนของปัจจัยบ้านเราเป็นเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากงบการเงินออกมาไม่ดี ราคาหุ้นก็จะปรับตัวลดลงแรง ทั้งนี้ในวันนี้ SET ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,300 จุด ช่วงสั้นจึงมีความเสี่ยงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และอาจปรับฐานสักระยะ ซึ่งการปรับฐานจะจบเมื่อไหร่คงต้องดูทิศทางของฟันด์โฟลว์ หลัง9เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อค่อนข้างมาก ทำให้ในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.มีแรงขายทำกำไรออกมา เพื่อปรับพอร์ต แต่สุดท้ายแล้วหากยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจเอเชียยังมีการเติบโตที่ดี ท้ายที่สุดก็จะมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามา


จากการรวบรวมของ Money Channel บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ให้กรอบการลงทุนทางด้านเทคนิคและหุ้นแนะนำในวันพรุ่งนี้ดังนี้
บล.ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,295-1,305 จุด แนะลงทุนหุ้น BTS
บล.คันทรี่ กรุ๊ป ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,290-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น SIRI
บล.ไอร่า ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,296-1,310 จุด
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,285-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น TIPCO

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 7:45 pm

Image

ตลาดโลกผันผวนดึงหุ้นไทยปิดลบ1.10จุด


ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดลบ 1.10 จุด ตลาดผันผวนช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯ-ปัญหา fiscal cliff กดดัน

วันนี้(7 พ.ย. 55)ตลาดหุ้นไทย ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,299.74 จุด ลดลง 1.10 จุด(-0.08%) มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนค่อนข้างมากในช่วงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ขณะนี้ภาพออกมาในทางบวกที่ได้ผู้ชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็คงจะเป็นเพียงแค่ Short Term เท่านั้น เนื่องจากภาพของตลาดฯค่อนข้างออกมาในเชิง Negative โดยคงจะต้องหันไปมองนโยบายของสหรัฐฯ และปัญหา fiscal cliff กันต่อไป ส่วนทางยุโรปก็ต้องจับตากรีซจะเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัดได้สำเร็จหรือไม่ รวมถึงสเปนด้วย พรุ่งนี้ตลาดฯยังมีลุ้นขึ้นได้แต่ไม่มากนัก พร้อมให้แนวรับ 1,294-1,295 แนวต้าน 1,310-1,305 จุด

ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,299.74 จุด ลดลง 1.10 จุด(-0.08%) มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,306.56 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,297.51 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 276 หลักทรัพย์ ลดลง 227 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 186 หลักทรัพย์

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนค่อนข้างมากในช่วงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งภาพขณะนี้ออกมาในทางบวกที่ได้ผู้ชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็คงจะเป็นเพียงการตอบรับแค่ Short Term เท่านั้น เนื่องจากมองภาพรวมตลาดฯค่อนข้างออกมาในเชิง Negative หลังการเลือกตั้งในสหรัฐฯชัดเจนขึ้นแล้วก็คงจะต้องหันไปมองนโยบายของสหรัฐฯ และปัญหา fiscal cliff กันต่อไป "ตอนนี้อาจเป็นบวกในเรื่องได้ผู้ชนะการเลือกตั้งมา แต่ในเรื่องของ fisical cliff และด้านนโยบายแล้ว ตลาดก็ยังสามารถปรับตัวลงมาได้"น.ส.ธีรดา กล่าว

ส่วนทางด้านยุโรปก็ยังต้องจับตากรีซว่ามาตรการการรัดเข็มขัดจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางการประท้วงของประชาชน และก็ยังต้องดูสเปนด้วย แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้(8 พ.ย.)น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้แต่ก็คงจะไม่มากนัก เนื่องจากจะต้องติดตามนโยบายของสหรัฐฯและปัญหา fiscal cliff ต่อไป พร้อมให้แนวรับ 1,294-1,295 จุด แนวต้านที่ 1,310-1,305 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

BTS มูลค่าการซื้อขาย 2,944.31 ล้านบาท ปิดที่ 6.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,230.68 ล้านบาท ปิดที่ 188.00 บาท ลดลง 5.00 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,124.34 ล้านบาท ปิดที่ 39.75 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,054.99 ล้านบาท ปิดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,668.77 ล้านบาท ปิดที่ 176.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 7:48 pm

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:02 pm

Image

เผยปัญหาขวดแก้วเก่า “เป๊ปซี่” ป่วน “เสริมสุข” ขาดทุนยับ 120 ล.
ซีอีโอ “เสริมสุข” ส่งหนังสือแจง ตลท. ผลดำเนินงาน Q3/55 ขาดทุนสูงถึง 120 ล้านบาท เนื่องจากบันทึกเผื่อมูลค่าขวดแก้วที่ไม่สามารถใช้งาน 478 ล้านบาท หลังสิ้นสุดสัญญากับ “เป๊ปซี่” แต่ผลงานในงวด 9 เดือนยังมีกำไรสุทธิ 738 ล้าน ขณะที่ผู้ค้าทั่ว ปท.ป่วน แบกขวดแก้วเดิมคาร้าน กังขาจ่ายมัดจำขวดละ 5 บาท จะได้คืนหรือไม่

นายสมชาย บุลสุข ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) หรือ SSC ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุถึงผลประกอบการในไตรมาส 3/2555 สิ้นสุด 30 กันยายน 2555 ซึ่งรวมบริษัทย่อย ขาดทุนสุทธิเป็น 120.78 ล้านบาท ขาดทุนต่อหุ้น 0.45 บาท เทียบจากที่มีกำไรสุทธิในช่วงเดียวกันปีก่อนถึง 102 ล้านบาท หลังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเมื่อสิ้นสุดสัญญากับเป๊ปซี่

ทั้งนี้ SSC ผู้ผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมยี้ห้อเอส (est) ชี้แจงสาเหตุที่ทำให้เกิดขาดทุนเนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 520 ล้านบาท หรือคิดเป็น 11.5% เนื่องจากมีการบันทึกค่าเผื่อการลดมูลค่าขวดแก้วที่ไม่สามารถนำมาใช้งานได้แล้วเป็นจำนวน 478 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากการสิ้นสุดสัญญา Exclusive Bottling Appointment (EBA) กับเป๊ปซี่ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารก็เพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท หรือ 9% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลดำเนินงานรวม 9 เดือนปีนี้ พบว่ามีกำไรสุทธิมากถึง 738 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไรสุทธิเพียง 323 ล้านบาท

ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การบันทึกเผื่อมูลค่าขวดแก้วที่ไม่สามารถใช้งาน 478 ล้านบาทนั้น ทางด้าน SSC ได้มีการเรียกเก็บคืนขวดจากร้านค้าคืนหรือไม่ ขณะที่ค่ามัดจำขวดแก้วละ 5 บาท ที่คิดกับผู้ค้าปลีกใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และมีการเรียกเก็บขวดแก้วกลับคืนไปจริงหรือไม่

Image
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 7 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:33 pm

Image
เลือกตั้งสหรัฐฯไม่มีผลมาก หุ้นไทยทั้งปีดีดขึ้นแล้ว30%

กูรูหุ้นชี้ "โอบามา" นั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกสมัย ยังส่งผลดีต่อตลาดหุ้น เตือนระวังเงินล้นโลกที่จะไหลเข้าเอเชียจากการอัดสภาพคล่อง เผยเหตุที่หุ้นไทยไม่ตอบรับผลเลือกตั้งเพราะปีนี้หุ้นปรับเพิ่มแล้วกว่า 30%...

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานเจ้าหน่าที่บริหาร บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า โอบามาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อสิ่งที่ดีคือ นโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ จะยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้ประเทศในเอเชียรวมทั้งประเทศไทยไม่ต้องมีการปรับตัวมาก เพราะปกติคนส่วนใหญ่กลัวหรือไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เมื่อโอบามามาทุกอย่างจึงยังคงเหมือนเดิม สภาพคล่องหรือเม็ดเงินในตลาดโลกก็จะยังคงมีอยู่สูง เงินยังคงล้นโลก ซึ่งก็ดีต่อตลาดหุ้นแต่สิ่งที่ต้องระวังคือเงินที่ล้นโลกและไหลเข้ามาในเอเชียจำนวนมาก จะทำให้ค่าเงินเอเชียรวมทั้งค่าเงินบาทของไทยมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในระยะต่อไปเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีทิศทางอ่อนตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการนำเข้าและส่งออก ที่ผู้ประกอบการจะต้องมีการปรับตัว ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสในการออกไปลงทุนในต่างประเทศของผู้ประกอบการไทย ทั้งการนำเงินออกไปลงทุนทางตรงและการลงทุนในตลาดเงินและตลาดทุนต่างประเทศ เพราะค่าเงินเราใหญ่หรือมีมูลค่ามากขึ้นจากการแข็งค่า ส่วนผลกระทบด้านการส่งออกก็ต้องยอมรับและผู้ส่งออกก็ต้องปรับตัวเตรียมการรับมือด้วยเช่นกัน

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือกำไรของบริษัทจดทะเบียนหากยังทำได้ดีถือเป็นผลกระทบ โดยตรงมากกว่าปัจจัยผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ นอกจากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายสำคัญที่ทำให้มีผลต่อเงินทุนไหลเข้า

สำหรับความกังวลปัญหา Fiscal cliff หรือหน้าผาทางการคลังนั้นเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ทุกฝ่ายทั้งสภาสูงและสภาล่างและประธานาธิบดีของสหรัฐฯต้องหันหน้ามาแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เพื่อทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ที่สุดต่อเศรษฐกิจและประชาชนสหรัฐฯ ตนเชื่อว่าน่าจะผ่านพ้นได้ แต่ไทยเองควรหันมาปรับตัวเองมากกว่า เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ด้าน นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาด ซึ่งกรณีนี้ปัญหา Fiscal Cliff จะเข้ามาเป็นประเด็นกดดันตลาดหุ้นตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญต่อการแก้ปัญหานี้ โดยสภาทั้ง 2 จะเปิดประชุม 26 พ.ย. – 15 ธ.ค. เพื่อหารือประเด็นการต่อ อายุกฎหมายที่ผ่อนผันด้านภาษีที่จะหมดอายุสิ้นปีนี้ โดยเฉพาะภาษีกำไรและเงินปันผลที่ต้องกลับมาเก็บสูงขึ้นหากไม่มีการผ่อนผันต่อ แต่เนื่องจากเป็นรัฐสภาผสม 2 พรรค ทำให้การเจรจาจะยากและกินเวลานาน กระตุ้นให้บริษัทในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งมีเงินสดในมือกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ เร่งจ่ายเงินปันผล เพื่อเลี่ยงไม่ให้ต้องเสียภาษีในปีหน้า ก็อาจดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯในระยะสั้น แต่หลังจากนั้นต้องจับตาการขยายเพดานการก่อหนี้สาธารณะของสหรัฐฯซึ่งหากทำ ไม่ทันภายใน ก.พ.56 สหรัฐฯอาจเสี่ยงต่อการถูกปรับลดอันดับเครดิต ซึ่งจะทำให้เงินไหลไปพักในสินทรัพย์ปลอดภัยโดยเฉพาะทองคำ

ส่วนตลาดหุ้นไทยที่ไม่ได้ตอบรับรุนแรงหลังรับรู้ผลการเลือกตั้งแล้ว เพราะปีนี้หุ้นไทยปรับขึ้นร่วม 30% แล้วดังนั้นช่วงปลายปีนักลงทุนต่างชาติอาจล็อกกำไรขายหุ้นในตลาดหุ้นไทย เพื่อลดความสุ่มเสี่ยงหากการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ไม่ทันเวลา เพื่อโยกเงินไปพักสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หลังจากนั้นหาก Fiscal cliff ได้รับการแก้เยียวยา เงินก็จะไหลกลับมาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หรือในตลาดหุ้นทั่วโลกอีกครั้ง

ทั้งนี้ ปัญหา Fiscal cliff หรือหน้าผาทางการคลัง ที่สหรัฐฯต้องเผชิญคือมาตรการลดภาระการคลัง โดยเก็บภาษีเพิ่มและลดการใช้จ่ายภาครัฐฯคิดมูลค่ารวมกันกว่า 6 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งกฎหมายจะเริ่มบังคับใช้ 1 ม.ค.56 ซึ่งหากทำตามแผนที่กฎหมายกำหนดทั้งหมด มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯจะหยุดชะงักได้ จึงจำเป็นต้องมีการออกฎหมายผ่อนคลายรวมทั้งการเพิ่มเพดานการก่อหนี้สาธารณะให้เพิ่มขึ้น


Image
โดย ไทยรัฐออนไลน์
7 พฤศจิกายน 2555, 19:04 น.


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:37 pm

Image
ผู้ตรวจการแผ่นดินสรุปผลร้อง 3จี 8 พ.ย. ส่วนการกำหนดอัตราขั้นสูงบริการเสียงของกสทช. เริ่มวุ่น! “นพ.ประวิทย์” ให้บอร์ด กทค.ทำเพื่อผู้บริโภคกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงของดาต้าด้วย

พรุ่งนี้! ลุ้นผลร้อง 3จี “ผู้ตรวจการแผ่นดิน”
วันนี้ (7 พ.ย.) นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีข้อสรุปผลการตรวจสอบการประมูล 3จีในวันพรุ่งนี้ (8 พ.ย.) ว่า เป็นหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะพิจารณาว่าจะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ร้องหรือไม่ หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง กระบวนการ 3จีของกทค.ก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามปกติ แต่ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องต่อศาลปกครองตามคำขอของผู้ที่ร้องมา ก็ต้องดูอีกว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไปยื่นร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งก็ต้องรอผลการพิจารณาของศาลด้วย

นอกจากนี้ นพ.ประวิทย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่วานนี้ ( 6 พ.ย.) พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช. ในฐานประธาน กทค. ได้แถลงผลการประชุมบอร์ด กทค. ว่าได้จัดทำแนวทางศึกษา วิเคราะห์กำหนดค่าบริการขั้นสูงเฉพาะบริการเสียง สำหรับใบอนุญาตประกอบกิจการ 3 จี ชั่วคราว โดยทั้งนี้เตรียมให้ 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด เข้าหารือกับกสทช.ภายในสัปดาห์หน้า และเมื่อเอกชนได้เข้ามาหารือแล้วได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ว่าวันที่ 23 พ.ย. 55 ให้เอกชนทำแผนการลงทุนธุรกิจของบริษัทส่งมาที่ กสทช. โดยต้องมีอัตราค่าบริการที่ต่ำกว่า 99 สตางค์ซึ่งใช้บังคับ 2จีในปัจจุบัน ส่วนค่าบริการขั้นสูงสำหรับดาต้าคาดว่าจะกำหนดไม่ทันเนื่องจากต้องใช้ผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อน ว่า ที่ประชุมบอร์ด กทค. มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวตามข้อเสนอของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีการเสนอในเรื่องของแนวทางและขั้นตอนการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ โดยมีขั้นตอนสำคัญคือให้มีการหารือกับผู้ประกอบการ มีการพิจารณาต้นทุนและการศึกษาวิเคราะห์ทางวิชาการเพื่อกำหนดอัตราขั้นสูงที่เหมาะสม จากนั้นจึงกำหนดเป็นเงื่อนไขในการอนุญาต ซึ่งทั้งหมดมีกรอบระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกินกลางเดือนธันวาคมนี้

“ในการพิจารณาเรื่องนี้ ที่ประชุม กทค. พิจารณาบนฐานข้อมูลและข้อเสนอของสำนักงาน กสทช. ซึ่งไม่ได้มีการลงลึกว่าราคาค่าบริการจะเป็นเท่าไร ผมเห็นข่าวจึงแปลกใจว่า เหตุใดประธาน กทค. จึงแถลงโดยมีการระบุราคาค่าโทรนาทีละ 78 สตางค์ และที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งคือมีการระบุด้วยว่าจะกำหนดอัตราค่าบริการเฉพาะบริการประเภทเสียง เพราะเท่ากับเป็นการไม่รักษาสัญญาตามที่เคยประกาศเจตนารมณ์ต่อสาธารณะจำนวน 6 ประเด็น ไว้เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเจตนารมณ์ประเด็นแรกนั้นบอกชัดเจนว่า จะกำกับดูแลค่าบริการ 3 จีทั้งประเภทเสียงและดาต้าให้ลดลงไม่น้อยกว่า 15-20% ของค่าบริการปัจจุบัน นอกจากนี้ในการชี้แจงกับคณะกรรมาธิการต่างๆ ทั้งของวุฒิสภาและสภาผู้ทนราษฎรที่ตรวจสอบเรื่องการประมูล 3จี กทค. เสียงข้างมากแต่ละท่านก็เคยลั่นวาจาไว้เช่นเดียวกันว่าจะลดค่าบริการทั้งประเภทเสียงและข้อมูล”

นพ.ประวิทย์ กล่าวว่า ตามหลักการแล้ว หากลดค่าบริการประเภทเสียงได้ก็สามารถลดค่าบริการรับ-ส่งข้อมูลได้เช่นกัน เพราะในทางธุรกิจใช้วิธีการคำนวณค่าบริการอื่นๆ จากค่าโทรออก-รับสายแทบทั้งสิ้น เมื่อค่าบริการที่เป็นตัวตั้งต้นลดลง ค่าบริการอื่นๆ ย่อมลดลงตามได้

“ในทางวิชาการและทางเทคนิคไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญคือ กทค. ต้องทบทวนการทำงานให้มีความจริงใจมากขึ้น ทำอย่างไรให้การประกาศเจตนารมณ์ไม่เป็นเพียงเรื่องป่าหี่หรือเป็นอย่างที่มีเสียงวิจารณ์ ว่าเป็นการยกเอาผู้บริโภคมาบังหน้าเพื่อเอาตัวรอดจากการถูกตรวจสอบเท่านั้น นี่เป็นเรื่องที่ กทค. ต้องพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป ว่าในการทำหน้าที่กำกับดูแลต่อจากนี้จะให้น้ำหนักกับการคุ้มครองผู้บริโภคจริงๆ ซึ่งผมยืนยันว่ามีหลายเรื่องที่ทำได้จากมุมการกำกับดูแลทางนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพบริการ เรื่องการลดราคาและขยายปริมาณการคงสิทธิเลขหมาย เรื่องการกำหนดค่าเชื่อมต่อโครงข่าย หรือ IC ให้เป็นธรรม ตลอดจนเรื่องการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการเรื่องร้องเรียน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและในส่วนของสำนักงาน กสทช.”

Image

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:46 pm

Image

CPF ต่อยอดธุรกิจเปิด "CP Food World" ศูนย์อาหารโมเดลใหม่ ตั้งเป้าเปิดอีก 3 สาขาในปีหน้า

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า จากการที่ซีพีเอฟเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีธุรกิจค้าปลีก (ซีพี เฟรชมาร์ท) และร้านซีพี ฟู้ด มาร์เก็ต ในรูปแบบ Super Convenience Store (SCVS) จึงต่อยอดจากทั้ง 2 โมเดล เป็น CP Food World ที่มีเมนูยอดนิยมหลากหลาย ทั้งขนมและอาหารมื้อหลัก ตลอดจนอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตแบบคนเมืองในปัจจุบัน ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และต้องการดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้วย โดยสินค้าและร้านค้าที่นำมาจำหน่ายจะเป็นในเครือซีพีร้อยละ 40 และนอกเครือร้อยละ 60

"การที่เลือกเปิดสาขาแรกที่อาคารปิยมหาราชการุณย์ โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ และมีสถาบันการศึกษา ตลอดจนชุมชนเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดประโยชน์กับผู้บริโภค ทั้งด้านความสะดวกสบายในการหารอาหารคุณภาพและปลอดภัยทานได้ตั้งแต่เช้าถึงเย็นในทำเลที่เข้าถึงสะดวก จึงคิดว่าน่าจะได้รับการตอบรับที่ดีทั้งจากคณะแพทย์ พยาบาล ผู้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาล และประชาชนในพื้นที่โดยรอบ"

ทั้งนี้ร้าน CP food World ใช้เงินลงทุน 15 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ร้านกว่า 400 ตารางเมตร และ ซีพีเอฟวางแผนจะขยายสาขาอย่างน้อย 3 สาขาภายในปีหน้า ในทำเลที่มีประชาชนหนาแน่น เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน


Image
วันที่ 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 21:21:21 น.
ชมคลิป http://www.matichon.co.th/play_clip.php ... 1352280763


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:54 pm

Image

Image


วงการ ประเมินหุ้นน้องใหม่ WHA สุดฮอต ไม่แพ้ละครแรงเงา วันนี้ ( 8 พ.ย.55)วิ่งทะลุจอ หลังรุ่นพี่หลายตัว ราคาเหนือจองมากกว่า 100% นายใหญ่ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ฟันธง WHA เป็นหุ้น Growth Stock + มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ

(8พ.ย.)ถนนเก็งกำไร มุ่งสู่หุ้นน้องใหม่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ WHA ผู้นำด้าน Built to Suit ไอพีโอ 129.40 ล้านหุ้น จะหมุนกี่รอบ เป็นอะไรที่ต้องคอยติดตาม อย่างระทึกใจ

"ผมมองว่า หุ้นWHA คงได้รับความนิยมจากนักลงทุนจำนวนมาก เรียกง่ายๆ ว่า ความนิยมไม่แพ้ละครเรื่องแรงเงา ซึ่งหุ้นไอพีโอหลายตัวในช่วงที่ผ่านมา ราคาสูงกว่าจองมากกว่า 100%"แหล่งจากวงการโบรกเกอร์กล่าวและว่า หุ้นไอพีโอ WHA ราคาจอง13.25 บาท/หุ้น นักลงทุนสถาบันที่ได้รับการจัดสรร เท่าที่ทราบแต่ละกองทุนได้รับไม่มากนัก แม้หุ้นที่กระจายให้นักลงทุนมี 129.40 ล้านหุ้นก็ตาม อย่างไรก็ตามเชื่อว่า 2 อันเดอร์ไรท์ค่ายแบงก์ อย่าง บล.ไทยพาณิชย์ และบล.กสิกรไทย คงไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวัง

ทั้งนี้ หุ้น WHA ถือว่า มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เหมาะสมที่จะลงทุนระยะยาว สัญญาเช่าที่ทำกับลูกค้าส่วนใหญ่ล้วนเป็นสัญญาระยะยาว ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการ คือ บจก.ไพรมัส อินเตอร์ เนชั่นแนล กรุงเทพ,บจก.คาโอ (ประเทศไทย),บจก.จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ประเทศไทย),บจก.ยูนิลีเวอร์,บจก.มาสด้า เซลส์,บจก.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น ,บจก.เอ.พี.แอล.โลจิสติกฯ,บจก.คูเน่ห์ พลัสนาเกมิ เป็นต้นและยังมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ที่บริษัทฯมีนโยบายที่จะเสนอขายสินทรัพย์เข้ากองทุนแห่งนี้ทุกไตรมาสแรกของทุกปี

นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ WHA ผู้นำด้าน Built to Suit ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาโครงการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานระดับพรีเมี่ยม เปิดเผยการเข้าซื้อขายหุ้นWHA ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 8 พศจิกายน 2555 ว่า จากปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากอัตรายอดพื้นที่ให้เช่า ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับWHA เป็นหุ้น Growth Stock ที่มีความโดดเด่นเรื่องอัตราการเติบโต ทำให้บริษัทฯมีความมั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯในวันแรก จะไม่ทำให้นักลงทุนผิดหวังอย่างแน่นอน
ประกอบกับ บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ ซึ่งผลการดำเนินงาน ในงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2555 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,985.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 173.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ร้อยละ 1,877.6 จากงวดเดียวกันปี 2554 ซึ่งมาจากรายได้จากการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอพรีเมี่ยมแฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ฟันด์ (WHAPF) รวมทั้งรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าวในข้างต้น เชื่อว่าหลังจากที่บริษัทฯเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้แล้ว จะส่งผลให้บริษัทฯ มีอัตราการความสามารถในการขยายโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
“ WHA เข้าทำการซื้อขายในSET วันที่ 8 พ.ย.55 เป็นวันแรก ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักลงทุนทั่วไป เนื่องบริษัทฯที่มีความโดดเด่นในเรื่องของการเป็นผู้นำด้าน Built to Suit อันดับหนึ่งของประเทศไทย ประกอบกับ WHA เป็นหุ้น Growth Stock ที่มีความโดดเด่นเรื่องอัตราการเติบโตด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำความมั่นใจได้ว่าการเข้าซื้อขายในSET ครั้งนี้ไม่สร้างความผิดหวังให้นักลงทุนอย่างแน่นอน ” นายแพทย์สมยศ กล่าว

ทั้งนี้ WHA เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 129.4 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในราคาหุ้นละ13.25 บาท โดยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯจะนำไปขยายโครงการ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทฯในอนาคต จำนวน 1,178.2 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯได้ตั้งเป้าการพัฒนาขยายโครงการพื้นที่ให้เช่า ในปี2556 เพิ่มอีก 2 - 3 แสนตารางเมตร จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีพื้นที่ให้เช่าอยู่ที่ 5 แสนตารางเมตร นอกจากนี้ บริษัทฯจะนำไปเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ จำนวน 500 ล้านบาท
บริษัทฯคาดว่าจะมียอดพื้นที่ให้เช่า เพิ่มเป็น 5.4 แสนตารางเมตร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปีหน้าประมาณ 2-3 แสนตารางเมตร ซึ่งบริษัทฯมองว่าความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า รวมทั้งโรงงานระดับพรีเมียม มีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทต่างประเทศ ที่มองว่าประเทศไทย ยังคงเป็น Logistics Hub ในภูมิภาคเอเชีย ประกอบกับ WHA สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ในเรื่องของการหาทำเลที่ตั้ง เพื่อเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า กับระบบโลจิติกส์ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ ซึ่งผลการดำเนินงาน ในงวดหกเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2555 บริษัทฯมีรายได้รวม 1,985.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 173.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตของรายได้ร้อยละ 1,877.6 จากงวดเดียวกันปี 2554 ซึ่งมาจากรายได้จากการขายสินทรัพย์ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอพรีเมี่ยมแฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ฟันด์ (WHAPF) รวมทั้งรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่เพิ่มขึ้น และ ภายหลังจากที่บริษัทฯเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯแล้ว จะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถขยายโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) จะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 โดย WHA ถือเป็น Logistic Provider ที่ให้บริการคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้าและโรงงานระดับพรีเมี่ยม แบบ Built to Suit โดยเน้นเส้นทางที่สามารถเข้าถึงสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ หรือท่าเรือแหลมฉบัง หรือเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อกับการคมนาคมเส้นหลักได้อย่างสะดวก อาทิ บางนา-ตราด กม.18-20
WHA มีทุนชำระแล้ว 510 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 380.60 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 129.40 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยการเสนอขายต่อประชาชนทั่วไป (IPO) เมื่อ 31 ต.ค. - 2 พ.ย. 2555 รวม 129.40 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 13.25 บาท มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,714.55 ล้านบาท WHA จะนำเงินทุนที่ได้ไปลงทุนเพื่อขยายโครงการและรองรับการขยายงานของบริษัทฯในอนาคต ส่วนที่เหลือจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ โดยมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายแพทย์สมยศ อนันตประยูร ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า การนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ นับเป็นอีกก้าวย่างของความสำเร็จที่สำคัญในการระดมทุน ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งทางการเงินเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต โดยบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการพัฒนาโครงการประเภท Built-to-Suit ในระดับพรีเมี่ยม ของประเทศไทย และก้าวขึ้นเป็นผู้นำของภูมิภาคเอเชีย
หลัง IPO ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ WHA 3 รายแรกได้แก่ กลุ่มตระกูลอนันตประยูร ถือหุ้น 66.84% กลุ่มตระกูลจารุกรสกุล ถือหุ้น 2.51 % และนายสุรชัย ทิพานำชัย ถือหุ้น 1.12% กำหนดราคาหุ้น IPO มาจากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ของนักลงทุนสถาบัน (Book Building) ซึ่งเป็นวิธีการสอบถามปริมาณความต้องการซื้อหุ้นสามัญของนักลงทุนสถาบันในแต่ละระดับราคา ซึ่งได้กำหนดช่วงราคาที่ใช้ Book Building อยู่ที่ระหว่างราคา 12.75 - 13.25 บาทต่อหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ร่วมกับผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายได้กำหนดราคาหุ้นที่เสนอขายในครั้งนี้ที่ราคา 13.25 บาทต่อหุ้น โดยพิจารณาจากราคาและจำนวนหุ้นที่นักลงทุนสถาบันเสนอความต้องการซื้อเข้ามา โดยจะเป็นราคาที่จะทำให้บริษัทฯ ได้รับเงินตามจำนวนที่ต้องการและยังมีความต้องการซื้อหุ้นเหลืออยู่มากพอในระดับที่คาดว่าทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพในตลาดรองของหุ้นสามัญ ทั้งนี้ หากพิจารณาจากกำไรสุทธิต่อหุ้น ซึ่งเท่ากับ 0.43 บาทต่อหุ้น คำนวณจากผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (1 ก.ค. 2554 – 30 มิ.ย. 2555) และจำนวนหุ้นภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนทั้งหมด 510 ล้านหุ้น (Fully Diluted) คิดเป็น P/E เท่ากับ 30.81 เท่า ทั้งนี้ บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และสำรองตามกฎหมาย

Image

วันที่ : 07 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 10:00 pm

Image
"เจริญ"เจียด400ล.ผุดมอลล์ชนเมเจอร์รัชโยธิน

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากที่บริษัท เอสเตท เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในเครือของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ทำสัญญาเช่าที่ดินของ ร.ฟ.ท.ติดถนนรัชดาภิเษก แปลงที่ 7 และ 8 ติดกับอาคารเอสซีบี ปาร์ค พื้นที่ประมาณ 4-5 ไร่ เพื่อจัดหาประโยชน์ระยะยาว 30 ปี เมื่อปี 2538 ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถนำที่ดินแปลงดังกล่าวมาดำเนินการพัฒนาโครงการได้ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของที่ดินที่จะนำมาพัฒนาติดลำรางสาธารณะของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำให้ไม่สามารถทำได้เต็มที่

ล่าสุดเพิ่งเคลียร์คดีเสร็จ และทางบริษัทอยู่ระหว่างปรับรูปแบบการพัฒนาใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพของที่ดิน พร้อมทั้งขอทบทวนสัญญาเช่าใหม่ จากเดิมจะสิ้นสุดในปี 2568 เปลี่ยนเป็นเริ่มนับหนึ่งใหม่ภายใต้กรอบสัญญาเช่า 30 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2554-2584 "ตอนนี้บริษัทกำลังปรับรูปแบบการพัฒนาโครงการใหม่ จากเดิมจะสร้างอพาร์ตเมนต์สูงขนาด 5-6 ชั้น" แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าว

แหล่งข่าวจากกลุ่มบริษัททีซีซี แลนด์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทเตรียมนำที่ดินเช่าบริเวณรัชโยธินติดกับอาคารเอสซีบี ปาร์ค ที่ได้สิทธิ์เช่าที่ดินระยะยาวจาก ร.ฟ.ท.มาพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ในรูปแบบคอมมิวนิตี้มอลล์ขนาด 2 ชั้น มีพื้นที่ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนไม่เกิน 300-400 ล้านบาท

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แผนลงทุนคอมมิวนิตี้มอลล์อยู่ระหว่างศึกษาและออกแบบก็จะเสนอรูปแบบโครงการให้ ร.ฟ.ท.รับทราบต่อไป "กลุ่มเป้าหมายเราคงจับกลุ่มลูกค้าระดับบี-บีบวกขึ้นไป แม้แยกรัชโยธินมีคอมมิวนิตี้อยู่แล้ว แต่ที่ดินของเราตั้งอยู่ในฝั่งขาออกมุ่งหน้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต และไปยังจังหวัดนนทบุรีได้ น่าจะดักลูกค้าในเมืองที่ต้องเดินทางกลับบ้านในย่านรังสิตได้" แหล่งข่าวกล่าวและว่า

สำหรับที่ดินแปลงนี้ เดิมทีซีซี แลนด์เช่าจาก ร.ฟ.ท.เมื่อประมาณปี 2538 แต่มีข้อจำกัดเรื่องการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงไม่ได้พัฒนาโครงการ ในระหว่างนี้จึงได้นำมาพัฒนาเป็นร้านค้าขายของชั่วคราว จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วได้เจรจากับ ร.ฟ.ท.เพื่อทบทวนสัญญาเช่าใหม่อีก 30 ปี โดยเริ่มนับจากปี 2554-2584

นอกจากนี้ ทางกลุ่มทีซีซี แลนด์ยังมีที่ดินอีกแปลงหนึ่งอยู่ด้านหลังที่ต่อเชื่อมถึงกัน แน่นอนว่าบริษัทมีแผนจะพัฒนาเป็นโครงการคอมมิวนิตี้มอลล์เช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ร.ฟ.ท.ได้นำที่ดินแปลงติดกัน หรือที่ดินรัชดาภิเษกแปลง 9 พื้นที่ให้เช่า 1,750 ตารางเมตร หรือประมาณ 1 ไร่เศษ มาเปิดประมูลให้เช่าจัดหาประโยชน์ระยะยาว 30 ปี ไม่รวมการก่อสร้างอาคารอีก 4 ปี ล่าสุดอยู่ระหว่างเปิดขายเอกสารตั้งแต่วันนี้-7 ธันวาคมนี้ กำหนดยื่นซองราคา 4 มกราคม และเปิดซองเสนอราคา 24 มกราคม 2556

โดยกำหนดให้เสนอราคาค่าธรรมเนียมจัดประโยชน์ตามพื้นที่เช่าไม่น้อยกว่าตารางเมตรละ 10,080 บาท เป็นเงินไม่น้อยกว่า 17.6 ล้านบาท และเสนอค่าเช่าที่ดินเพื่อจัดหาประโยชน์ตามพื้นที่เช่าปีแรกไม่น้อยกว่าตารางเมตรละ 245 บาท/ปี คิดเป็นเงินค่าเช่าปีแรกไม่น้อยกว่า 430,214 บาท และปรับเพิ่มขึ้น 15% ทุก 5 ปี

Image
07 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 10:06 pm

Image

"ลัดดา ดัคเวิร์ธ" สร้างประวัติศาสตร์ ชนะเลือกตั้งส.ส.หญิงเชื้อสายไทยคนแรกเข้าสภาคองเกรส

ผลการนับคะแนนเบื้องต้น (early results) ของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต8 รัฐอิลลินอยส์ เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. (แปซิฟิกไทมส์) ปรากฎว่าลูกครึ่งไทย ลัดดา แทมมี่ ดัคเวิร์ธ จากพรรคเดโมแครต มีคะแนนนำคู่แข่งจากพรรครีพับลิกันอยู่ 55 ต่อ 45 เปอร์เซ็นต์ ทำให้สื่อในชิคาโก้ ประกาศทันทีว่าเธอจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในเขตนี้

หากไม่มีอะไรผิดพลาด ลัดดา แทมมี่ ดัคเวิร์ธ จะเป็น “คองเกรสวู่เม่น” เชื้อสายไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ผ่านการเลือกตั้งเข้าไปทำงานในรัฐสภาสหรัฐฯ

ชีวประวัติและเส้นทางสู่สภาคองเกรสของ แทมมี่ ดักเวิร์ธ

Image

แทมมี่ ดักเวิร์ธ หรือชื่อไทยว่า "ลัดดา" ปัจจุบันอายุ 44 ปี เกิดที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ 2511 บิดาเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ มารดาเป็นคนไทย ในวัยเด็กคุณแทมมี่ศึกษาชั้นประถมช่วงหนึ่งที่โรงเรียนนานาชาติ International School Bangkok และได้ติดตามครอบครัวไปหลายประเทศในเอเชีย

แทมมี่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ University of Hawaii และระดับปริญญาโทที่ George Washington University ในกรุงวอชิงตัน

ขณะที่กำลังศึกษาปริญญาโท แทมมี่ สมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพสหรัฐ เธอเข้าร่วมในสงครามที่อิรักในปี พ.ศ. 2547 ในฐานะนักบินเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของคุณแทมมี่ถูกฝ่ายตรงข้ามยิงตก เธอรอดชีวิตมาได้แต่ก็ต้องสูญเสียขาทั้ง 2 ข้างและแขนข้างขวา แพทย์สามารถต่อแขนขวากลับคืนได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอต้องใช้ขาเทียมทั้ง 2 ข้างและเก้าอี้รถเข็น

หลังสงคราม แทมมี่อุทิศตนทำงานการกุศลเพื่อทหารผ่านศึก และก้าวสู่วงการเมืองด้วยการลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส เขต 6 ของรัฐอิลลินอยล์เมื่อปี พ.ศ 2549 แต่ต้องพ่ายแพ้ให้กับตัวแทนจากพรรครีพับลิกันขณะนั้นไปแบบฉิวเฉียด ก่อนที่ประธานาธิบดีบารัก โอบาม่า จะดึงตัวไปเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกในอีก 2 ปีต่อมา

สำหรับในการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ แทมมี่ตัดสินใจลงสมัครอีกครั้งที่เขต 8 รัฐอิลลินอยล์ ที่มี ส.ส พรรครีพับลิกัน โจ วอช ครองตำแหน่งอยู่ ซึ่งบรรดาผู้สนับสนุนแทมมี่บอกว่าครั้งนี้เธอมีโอกาสมากกว่าครั้งที่แล้ว

อย่างไรก็ตามเขต8รัฐอิลลินอยล์ถือเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติสูงแต่ประชากรส่วนใหญ่คือ84% เป็นคนผิวขาว ส่วนคนเอเชียมีสัดส่วนประมาณ 6% จากจำนวนประชากรทั้งหมด 653,000 คน


Image
07 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 10:19 pm

Image
หลักฐาน- นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์รูปขณะตำรวจพม่าจับชาวไทยใหญ่พร้อมจรวดอาร์พีจี และปืนเอ็ม 16 ติดเครื่องยิงเอ็ม 79 ที่จ.ท่าขี้เหล็ก ตอบโต้รมว.กลาโหมที่ระบุการจับกุมไม่มีอาวุธปืน

ตร.ระบุจุดอาร์พีจี ระยะยิง ตอนทักษิณบินลง
'ปู'ยอมรับห่วงพี่ชาย โอ๊คโชว์รูปพม่าจับปืน
เฟซบุ๊กโต้ข้อมูล'อาโอ๋'พท.ยุติศึกกำนัน-ผญบ.


เปิดรายงาน ตร.ภาค 5 ชี้จับ"อาร์พีจี"ที่ท่าขี้เหล็ก จุดยิงอยู่ในระยะเป้าหมาย หวังสังหาร "แม้ว" "ปู"รับเป็นห่วงพี่ชาย "เหลิม" ประสานเสียงเลขาฯสมช. ย้ำเรื่องจริง "นพดล"ออกแถลงการณ์ "ทักษิณ" งดบินท่าขี้เหล็ก แต่ยังนัดพบ "เต็ง เส่ง" "โอ๊ค"โพสต์รูปจับอาวุธปืน โต้ข้อมูล"อาโอ๋- สุกำพล ฝ่ายค้านยื่นถอดถอน รมต.เป้าเชือด 8 พ.ย.นี้ เผยข้อมูลซักฟอกพุ่งเป้านายกฯ "ปลอด-ปึ้ง-โต้ง-บิ๊กโอ๋-เหลิม" ติดโผเชือด ม็อบกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านนัดรวมพลลานพระบรมรูปฯ จี้"จารุพงศ์" ขึ้นเวทีชี้แจง เพื่อไทยยอมชะลอร่างพ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ตำรวจแจงเสียงประทัดบ้าน"เสธ.อ้าย"



"แม้ว"ยกเลิกบินท่าขี้เหล็ก

วันที่ 6 พ.ย. นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา กฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกแถลงการณ์ถึงความชัดเจนการเดินทางเยือนสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าของพ.ต.ท.ทักษิณ ระหว่างวันที่ 8-10 พ.ย. โดยมีกำหนดการเดินทางมาที่จ.ท่าขี้เหล็ก วันที่ 9 และ 10 พ.ย.นี้ ว่า ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พม่าจับกุมชาวไทยใหญ่และตรวจยึดอาวุธสงครามร้ายแรง เช่น จรวดอาร์พีจีและระเบิด สอบสวนเบื้องต้นได้ความว่าผู้ถูกจับกุมเตรียมใช้อาวุธที่มีอานุ ภาพร้ายแรงเพื่อใช้สังหารพ.ต.ท.ทักษิณ ฝ่ายผู้มี หน้าที่รักษาความปลอดภัยของทั้งสองประเทศจึงให้คำแนะนำว่า สถานการณ์ในพื้นที่มีอันตรายและไม่น่าไว้วางใจ และแนะนำว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ควรเลื่อนการไปท่าขี้เหล็ก ออกไปก่อน ขณะที่พ.ต.ท. ทักษิณ เกรงว่าประชาชนจำนวนมากที่จะไปพบที่ท่าขี้เหล็ก อาจได้รับอันตราย ถ้าหากมีการใช้อาวุธร้ายแรงดังกล่าว


รายละเอียดข่าว http://www.corehoononline.com/index.php ... น-ผญบ.html

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 10:30 pm

TKS รับออเดอร์ผลิตแสตมป์ 7-Eleven เพิ่มอีกเกือบเท่าตัว

Image


ช่วงนี้ถ้าใครไม่มีแสตมป์ 7-Eleven ไว้สะสมต้องขอบอกว่าเชยมาก ๆ เพราะตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 7-Eleven จัดโปรโมชั่น “แสตมป์รักเมืองไทย” มาเอาใจนักสะสม เรียกได้ว่ากระแสตอบรับเกินความคาดหมาย และหนึ่งในผู้ที่สามารถยืนยันถึงความสำเร็จในครั้งนี้ก็คือ บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ TKS ผู้ประกอบการธุรกิจงานพิมพ์ครบวงจรรายใหญ่ในประเทศ และในฐานะที่เป็นผู้พิมพ์แสตมป์รักเมืองไทยทั้ง 77 จังหวัด เพื่อจัดส่งให้ 7-Eleven ..โดยงานนี้ MD คนเก่ง ของ TKS “คุณเล็ก” “ศิริวรรณ สุกัญจนศิริ" ออกมาขอบคุณ 7-Eleven ด้วยตัวเองที่มอบความไว้วางใจให้ TKS เป็นผู้จัดพิมพ์แสตมป์ให้ และต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ 7-Eleven ในครั้งนี้ด้วย เพราะนัยว่า หลังจากแสตมป์ล็อตแรกที่พิมพ์ไปแล้ว กว่า 1,600 ล้านดวงถูกส่งไปไม่นาน ล็อตที่ 2 ก็ถูกสั่งพิมพ์เพิ่มต่อเนื่องอีกกว่า 1,000 ล้านดวง หรือเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว...สะท้อนถึงกระแสตอบรับล้นทะลัก รอบนี้..แฟนพันธุ์แท้นอกจากจะจ้อง 7-Eleven แบบตาไม่ต้องกระพริบแล้ว ยังต้องจับตาดู TKS ไว้ดี ๆ ด้วยเดี๋ยวจะหาว่ามีดีแล้วไม่บอก!!


Image
ข่าวชิ้นนี้เผยแพร่โดย Thai PR
IR PLUS — 7 พฤศจิกายน 2555 17:20
คำค้น: TKS, ที.เค.เอส. เทคโนโลยี, ศิริวรรณ สุกัญจนศิริ


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Thu Nov 08, 2012 6:47 am

Image
สรุปข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
8 พ.ย.--โพสต์ทูเดย์

Distributor - Bisnews


ลงขันทวายเก้อ รัฐบาลลั่นให้เอกชนและรสก.หาเงินลงทุนเอง-ตั้ง 6 อนุกรรมการเร่งโครงการ
คลังทบทวนเงินลงทุนโปรเจกต์ทวายใหม่ "นิวัฒน์ธำรง" ลั่นรัฐบาลไทยไม่ใส่งบลงทุนแน่ ให้เอกชน-
รัฐวิสาหกิจระดมทุนเอง
นายญาณทุน รองประธานาธิบดีเมียนมาร์ เข้าเยี่ยมคารวะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ระหว่างการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงไทย-เมียนมาร์ เพื่อ
การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (JHC) ครั้งที่ 1 ที่ประเทศไทย

สาวไทยชนะเลือกตั้งมะกัน
ลูกครึ่งไทย-อเมริกันสร้างประวัติศาสตร์เป็น สส.สหรัฐเชื้อสายไทยคนแรก ขณะที่ จีน-สหรัฐ
เปิดโฉมหน้าผู้นำคนใหม่
พ.ท.หญิงลัดดา แทมมี ดัคเวิร์ธ อดีตทหารผ่านศึกลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัย 44 ปี จากพรรค
เดโมแครต สามารถคว้าชัยชนะขึ้นเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรสหรัฐ ในการเลือกตั้งเขต 8 ของรัฐอิลลินอยส์
ได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์เป็น สส.อเมริกันเชื้อสายไทยคนแรกในโฉมหน้าการเมืองสหรัฐ

ผู้ส่งออกไม่เชื่อขายข้าวจีน
ผู้ส่งออกหวั่นขายข้าวจีนปีละ 5 ล้านตันแค่ลมปาก สูงจนไม่น่าเชื่อถือ ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้อง
67 สว.สอบรัฐขายข้าวจีทูจี
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี
(ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ทำสัญญาซื้อขายข้าวกับรัฐบาลจีนปีละ 5 ล้านตัน เป็นเวลา 3 ปี
ว่า หากทำได้จริงจะดึงราคาข้าวสูงขึ้น 10-15% แต่ประเด็นคือจะมีการส่งมอบข้าวจริงหรือไม่ หรือเป็น
แค่ลมปากเพราะเป็นแค่เอ็มโอยู และตัวเลขส่งมอบให้จีนปีละ 5 ล้านตัน สูงจนโอเวอร์ ทำให้ไม่น่าเชื่อถือ

โยนรัฐเติมส่วนต่างค่าจ้าง 300 บ.
กกร.ถกพิษค่าจ้าง 300 บาทวันนี้ เตรียมชงข้อเสนอแรงจัด ให้รัฐจ่ายชดเชยส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นให้
แรงงานโดยตรง
รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ
ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ ด้วยการจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างค่าจ้างที่
เพิ่มขึ้นให้แรงงานโดยตรง ไม่ต้องผ่านผู้ประกอบการ

อัญมณีผวาค่าจ้าง ส่อแววย้ายฐานหนี
สถาบันอัญมณีหวั่นนโยบายค่าจ้าง 300 บาท ทำผู้ประกอบการย้ายฐานหนีไทยไปประเทศต้นทุนต่ำ
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า ปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูง
ขึ้นจากค่าจ้างที่รัฐบาลมีนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศเป็น 300 บาทต่อวันนั้น อาจจะส่งผลให้
ผู้ประกอบการอัญมณีต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นที่มีต้นทุนต่ำกว่า ขณะที่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจ
อาเซียนในปี 2558 หรือเออีซี จะเป็นผลบวกมากกว่าผลเสีย--

สรุปข่าวการเงิน หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

บสก.จับมือพอช. ขายที่ดินให้คนจน
บสก.จับมือ พอช.คัดสินทรัพย์กว่า 1 หมื่นรายการเสนอขาย ทำบ้านให้กับผู้มีรายได้น้อย
บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับสถาบัน
พัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐในการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง สำหรับผู้ที่มี
รายได้น้อยให้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และลดปัญหาชุมนุมแออัด

บัวหลวงเจอดีหนี้รายย่อยรังควาน ผู้บริหารการันตียังไม่น่าเป็นห่วงจับตากลุ่มรายได้ต่ำกว่าหมื่นห้า
แบงก์กรุงเทพรับเอ็นพีแอลลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้นเหตุน้ำท่วม แต่ไม่น่าห่วงเหตุไม่เล่นกลุ่มรายได้ต่ำกว่า
1.5 หมื่นบาท
นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณหนี้
ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่มลูกหนี้รายย่อย หลังลูกค้าประสบปัญหา
จากเหตุการณ์น้ำท่วมในปลายปีก่อน แต่ก็เป็นตัวเลขที่ยังน้อยมากยังไม่น่าเป็นห่วง

ทริสยอมซูฮก 'อีซี่บาย' เจ๋ง คุณภาพหนี้ดี
อีซี่บายยังไม่ระคายตัว ทริสเชื่อมือสินเชื่อเพื่อบริโภค
บริษัท ทริสเรทติ้ง ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท อีซี่ บาย เป็นระดับ "BBB+"
จากระดับ "BBB" ด้วยแนวโน้ม "Stable" หรือ "คงที่" และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้มีการค้ำประกนของ
บริษัทที่ระดับ "BBB+" อันดับเครดิตสะท้อนถึงฐานเงินทุน รวมถึงฐานะทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี
ขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2551 ถึงครึ่งปีแรก 2555 และสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจสินเชื่อ
เพื่อการบริโภค

กนง.เชื่อมาแน่ เงินนอกไหลเข้า ชี้ไม่ใช้ดบ.สกัด
"กนง." ยอมรับว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องของสหรัฐ มีผลให้เงินไหลเข้าเพิ่ม ยันไม่ใช้
ดอกเบี้ยสกัด
นายศิริ การเจริญดี คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า การชนะเลือกตั้งของ
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา น่าจะทำให้การดำเนินนโยบายในปัจจุบันของสหรัฐต่อเนื่องไป และน่าจะดี
ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริงของสหรัฐ เพราะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนได้ แต่คงต้องยอมรับ
ความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น คงมีผลให้นักลงทุนในสหรัฐกล้านำเงินทุนออกไปลงทุน (Risk On) จนทำให้มีเงินทุน
ไหลออกไปในภูมิภาคต่างๆ มากขึ้นด้วย

'คลัง' หลังพิงฝาเพิ่มทุนแบงก์รัฐ
คลังหมดทางดิ้นจ่อเพิ่มทุนให้แบงก์รัฐ 3 แห่ง อีกกว่า 1.3 หมื่นล้าน
นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า
กระทรวงการคลังจะเสนอการเพิ่มทุนเรือนหุ้นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
จำนวน 1 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่มีทุนจดทะเบียน 5 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรี
(ครม.) พิจารณาเห็นชอบ เพื่อให้ในการขยายสินเชื่อของธนาคารต่อไป



Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Thu Nov 08, 2012 6:50 am

Image
สรุปข่าวหน้า1 หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
8 พ.ย.--กรุงเทพธุรกิจ
Distributor - Bisnews AFE


ภาคธุรกิจขานรับ 'โอบามา' ชี้นโยบายต่อเนื่อง-ส่งผลดีต่อการค้าการลงทุน
"โอบามา" เยือนไทย 18 พ.ย.นี้ เอกชนจี้รัฐบาลเข้าร่วมข้อตกลง "ทีพีพี"
ธปท.ชี้ ผลดี "โอบามา" ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่ 2 เกิดความต่อเนื่องนโยบาย
ด้านภาคเอกชนคลายกังวล ประเมินไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายเศรษฐกิจ-ความมั่นคง ขณะที่วงการตลาดเงิน-
ทุน คาดเงินทุนยังไหลเข้าเอเชีย รวมถึงไทย หากสหรัฐคงนโยบายเดิม

รัฐบาลใหม่เจอศึกหนักปมศก.
ชี้งานหนักรอ "โอบามา" เพียบ หลังคว้าชัยต้องเร่งแก้ "หน้าผาการคลัง" ที่ส่อแววฉุดเศรษฐกิจ
ถดถอยซ้ำสอง พร้อมสร้างงานสรรหา รมว.คลังคนใหม่ ด้านทั่วโลกร่วมแสดงความยินดีกับตำแหน่งผู้นำ
สมัยที่สอง

ไทย-พม่าตั้งทีมผลักดัน 'ทวาย' 'นิวัฒน์ธำรง' ปัดรัฐร่วมลงทุน
ไทย-พม่า ประชุมคณะกรรมการร่วมผลักดันโปรเจคทวาย "นิวัฒน์ธำรง" มั่นใจทำแผนเสร็จใน
3 เดือน คาดเริ่มก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้เดือนเม.ย. 2556 ยอมรับต้องปรับงบลงทุนโครงการใหม่
หลังพม่าขอให้สร้างรถไฟความเร็วสูงเข้าทวาย ปัดรัฐร่วมลงทุนยันเป็นเพียงผู้ประสานงานสนับสนุนเอกชน-
รัฐวิสาหกิจลงทุนเท่านั้น

ซีพีเอฟปั้น 'ซีพีฟู้ดเวิลด์' ดันไก่ย่าง 5 ดาวบุกอินเดีย
"ซีพีเอฟ" บุก "ค้าปลีกอาหาร" เต็มสูบปั้นศูนย์อาหารโมเดลใหม่ "ซีพี ฟู้ด เวิลด์" เล็งปูพรม
ดิสเคาท์สโตร์-ศูนย์การค้า-โรงพยาบาล-สำนักงาน เจาะไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่นิยม "ปรุงสำเร็จ-พร้อม
เสิร์ฟ" เพิ่มช่องทางกระจายสินค้าหลักอาหารแปรรูปแช่แข็งเครือซีพี ชิมลางสร้างแบรนด์-เสริมแกร่ง
ธุรกิจ 1 ปี ก่อนสยายปีกต่างประเทศ พร้อมดัน "ไก่ย่าง 5 ดาว" เปิดตลาดใหม่ "อินเดีย" ผุด 200
จุดขายภายในปีหน้า

สรุปข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

คำร้องคุณสมบัติ รมต. 'วราเทพ' ถึงมือศาล รธน.
ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับวินิจฉัยสถานภาพ ส.ส. "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" เหตุลาออกแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงาน
ว่า ตัวแทนของนายนิคม ไวรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ได้มายังสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อยื่นคำร้องกลุ่ม
40 ส.ว. และคณะ 24 คน ที่ใช้สิทธิ์เข้าถึงชื่อร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยกรณีความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุด
ลงเฉพาะตัวของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เนื่องจากยังพ้นโทษจำคุกในคดีทุจริต
ออกสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ไม่ครบ 5 ปี ตามคำพิพากษาศาลฎีกาฯ เมื่อปี 2552 โดยหลังจากนี้
ทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ จะพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานว่าครบถ้วนหรือไม่ ก่อนที่จะส่งให้
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาต่อไป

อ้างชื่อสมศักดิ์ขอ 20% ผุดตึกรัฐสภา ข้าราชการโวย "สมศักดิ์" เกณฑ์ช่วยงานทอดกฐินส่วนตัวที่ จ.ขอนแก่น
ผู้รับเหมาสร้างอาคารภายในรัฐสภาแห่งใหม่ ร้องฝ่ายค้านระบุถูกผู้แอบอ้างชื่อ "สมศักดิ์ เกียรติ
สุรนนท์"
เรียก 20% หากชนะประมูลตึกมูลค่า 240 ล้านบาท ทั้งที่ยังไม่รู้จะได้งานหรือไม่ ระบุเงื่อนไข
ขอให้จ่ายก่อน 10% วันเซ็นสัญญาเผยบริจาคช่วยงานทอดกฐินไปแล้ว 3 แสนบาท

สรุปข่าวหุ้น การเงิน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

คปภ.เผยประกัน 8 เดือน โต 19.48% ประชาชนเห็นความสำคัญของประกันภัยมากขึ้น
เบี้ยประกันรับรถพุ่ง 21.50% ผลจากนโยบายคืนเงินภาษีรถคันแรก ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้นในอัตรา
เร่ง
"คปภ." สรุปตัวเลขภาพรวมธุรกิจประกันภัย ช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค. ที่ผ่านมาขยายตัว 19.48%
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมทั้งสิ้น 358,521 ล้านบาท

ซิโน-ไทย 9 เดือน 'กำไร' ทะลุ 31% โบรกจ่อเพิ่มเป้า
นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC)
เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีนี้ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 307.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.14%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิในงวด 9 เดือน 875.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.73 % จาก
ช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากรายได้จากการก่อสร้างและอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่เพิ่มขึ้น

หุ้นใหญ่โกลบอลเล็งขายให้เอสซีจีอีก 20% ยันไม่ห่วงสัดส่วนหุ้นลดเหตุถืออยู่ 40%
กลุ่มสุริยวนากุลเตรียมขายหุ้นให้เอสซีจีเพิ่มอีก 20% หลังผู้ถือหุ้นรายย่อยเมินราคาเทนเดอร์ที่ต่ำกว่า
ตลาด ยันไม่ห่วงสัดส่วนหุ้นลดเหตุยังถืออยู่ 40% เดินหน้าขยายสาขาเพิ่มรายได้โตตามเป้า 35%

สรุปข่าวการเงิน-ลงทุน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ทองพุ่งรับ 'โอบามา' ชนะ ลุ้นราคาทะลุ 1,800 ดอลลาร์สิ้นปี
ชี้สัญญาณเงินไหลออก จากตลาดหุ้นเข้าทองคำ-ตราสารหนี้แทน
ราคาทองคำดีดแรง รับโอบามาชนะเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ โบรกทองชี้นักลงทุนมองนโยบายการเงิน
ไม่เปลี่ยน-ผ่อนคลายมากขึ้น เชื่อเงินไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าทองคำ-ตราสารหนี้แทน ระยะสั้นคาด
ทองคำปรับฐาน แนะทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัวแถว 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลุ้นทะลุ 1,800 ดอลลาร์สิ้นปีนี้
ด้าน "สมาคมตราสารหนี้" เผยส่งผลดีต่อตราสารหนี้ไทยระยะยาว หนุนเม็ดเงินเคลื่อนย้ายสู่ตลาดเกิดใหม่
ต่อเนื่อง

เสริมสุขขาดทุน เลิกสัญญาเป๊ปซี่
"เสริมสุข" ขาดทุนไตรมาส 3 กว่า 120 ล้านบาท เหตุต้องบันทึกมูลค่าขวดแก้วไม่สามารถนำมา
ใช้งานได้ 478 ล้านบาท หลังต้องยกเลิกสัญญาการค้ากับเป๊ปซี่-โค แถมมีค่าใช้จ่ายการตลาดเพิ่มขึ้น แต่
ในงวด 9 เดือนยังทำกำไรได้ 738 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 128%

'กรุงศรี-เคทีซี' ลุยยกเลิกบัตรลูกค้า
"กรุงศรี คอนซูเมอร์" เดินหน้ายกเลิกบัตรเครดิตลูกค้า ที่ไม่ใช้จ่ายนานเกิน 3 ปี หวังลดต้นทุน
การสำรองเงิน และการทำตลาด หลังรวมกิจการบัตรเครดิตเข้ามาจำนวนมาก เตรียมขึ้นเบอร์หนึ่งด้าน
สินค้าไอที ด้านเคทีซีรับตั้งแต่ต้นปีทยอยยกเลิกบัตรเครดิตที่ไม่ได้ใช้งานไปแล้วกว่า 3 แสนบัตร พร้อม
ระบุยังไม่สนออกหุ้นกู้แม้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ขอรอดูอีกระยะ เผยมีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดกลางปีหน้า

โบรกหวั่น 'หุ้นปตท.สผ.' ราคารูดแรง 10% รับไดลูท
โบรกเกอร์คาดหุ้นปตท.สผ.มีโอกาสปรับตัวลง 10% วันนี้ เหตุหมดสิทธิ์รับหุ้นเพิ่มทุน เชื่อถูกแรงขาย
กระหน่ำรับผลกระทบจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ แนะฉวยเป็นจังหวะซื้อสะสม ด้านตลาดฯประกาศหนังสือเตือนสติ
นักลงทุนล่วงหน้า 4 วัน หลังไม่แขวนเครื่องหมายรับสิทธิ์ครั้งนี้

สรุปข่าวธุรกิจการตลาด หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

แกรมมี่ผนึกเมเจอร์ฯ รุกซิงกิ้งบิซิเนส ส่งศิลปินแจมลูกค้าถึงห้องคาราโอเกะ
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รุกธุรกิจคาราโอเกะ ผนึก เมเจอร์ กรุ๊ป ผุดซิงกิ้งบิซิเนส ภายใต้แบรนด์
"เค อารีน่า" เผยแคมเปญ Singing with The Singers ส่งศิลปินในเครือร้องเพลงกับลูกค้า
ในห้องคาราโอเกะ กระตุ้นยอดใช้บริการเพิ่มกว่าเท่าตัว-

สรุปข่าวการตลาด หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

สยายค้าปลีก บุกเพื่อนบ้าน ซีพีเอฟส่งเฟรชมาร์ทนำร่องเวียดนาม-กัมพูชา
ซีพีเอฟ กางยุทธศาสตร์ค้าปลีก ต่อยอดธุรกิจผู้ผลิตสู่ปลายน้ำ ซุ่มศึกษาโมเดลค้าปลีกแบรนด์ไทย
นำร่องซีพีเฟรชมาร์ทบุกเวียดนาม-กัมพูชา
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร
หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยจากการที่บริษัทถือเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ และผู้ทำอาหารปรุงสำเร็จให้แก่ผู้บริโภค
ซึ่งในอนาคตสนใจจะขยายธุรกิจรูปแบบค้าปลีกภายใต้แบรนด์ต่างๆ ในเครือมากขึ้น เพื่อรองรับสินค้ากลุ่ม
อาหารของบริษัทในอนาคตตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ

รอคอเบียร์ฟ้องพาณิชย์พร้อมฟัน
พาณิชย์พร้อมฟันหากพบยี่ปั๊ว-ซาปั๊วเหล้าเบียร์ฉวยโอกาสขึ้นราคาไม่เป็นธรรม แนะผู้บริโภคร้อง
สายด่วน 1569
นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมภารค้าภายใน กล่าวว่า กรณีข่าวร้านค้าปลีกปรับราคา
จำหน่ายเบียร์ ทั้งลีโอ สิงห์ และช้างขึ้นนั้น ในส่วนของกรมการค้าภายในไม่ได้เข้าไปดูแลควบคุมราคา
อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสินค้าเครื่องดื่มเบียร์ไม่ใช่สินค้าจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวนที่อยู่ในบัญชีสินค้า
ควบคุม 205 รายการ

หวั่นปี'57 ตลาดรถไม่ถึงล้าน หมดแรงโด๊ปจากรถคันแรกฟอร์ดทุ่มพันล.พัฒนาบริการ
ฟอร์ดหวั่นสิ้นมาตรการรถคันแรกตลาดรถปี 2557 ตลาดรวมหดต่ำล้านคันพร้อมทุ่มพันล้านปรับ
ภาพลักษณ์ศูนย์บริการทั่วประเทศ
น.ส.ยุคนธร วิเศษโกสิน รองประธานฝ่ายการตลาด ฝ่ายขายและบริการ ฟอร์ด ประเทศไทย
เปิดเผยว่า น่าเป็นห่วงภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2557 เนื่องจากตลาดในช่วงดังกล่าวจะได้รับผลกระทบ
จากโครงการคืนภาษีรถคันแรก 1 แสนบาทของปีนี้ เพราะกำลังซื้อส่วนใหญ่ถูกดึงมาอยู่ในปีนี้แล้วโดยคาดว่า
ตลาดรวมในปีดังกล่าวอาจจะลดลงต่ำกว่า 1 ล้านคัน หรืออยู่ในระดับ 1 ล้านคันเท่านั้น จากปกติที่ตลาด
รถยนต์มีอัตราเติบโตประมาณ 5% ทุกปี

ฟิลิปเวนเพิ่ม คลับสุขภาพ จับลูกค้าชาย
ฟิลิฟ เวน แตกไลน์คลับสุขภาพสำหรับผู้ชาย พร้อมเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 แห่ง ในรอบ 22 ปี
รับไทยเปิดเออีซี
น.ส.พรทิพย์ เวสารัชเวศย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟิลิป เวน (ประเทศไทย) ผู้บริหารฟิลิป เวน
เฮลล์ แอนด์ บิวตี้ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนเปิดคลับครบวงจรสำหรับผู้ชาย ภายใต้ชื่อ ฟิลิฟ เวน อินสไปร
ซึ่งจะให้บริการทั้งการออกกำลังกายสปา และการดูแลผิวพรรณ เช่น เดียวกับฟิลิป เวน เฮลล์ แอนด์ บิวตี้
ที่ให้บริการเฉพาะลูกค้าผู้หญิง โดยมุ่งจับกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่ดูแลรักษาสุขภาพ

โซนี่ทวงแชมป์ตลาดมิร์เรอร์เลส
โซนี่ท้ารบนิคอน ขอทวงแชมป์ตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสตั้งเป้า มี.ค.56 กวาดส่วนแบ่งตลาดแตะ 35%
ขึ้นเก้าอี้เบอร์หนึ่ง
นายโทรุ ชิมิซึ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย เปิดเผยว่า โซนี่จะเร่งทำตลาดกล้องคอมแพค
แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ หรือมิร์เรอร์เลสมากขึ้น โดยตั้งเป้าภายใน มี.ค.2556 จะต้องมีส่วนแบ่งตลาดกล้อง
มิร์เรอร์เลสเพิ่มขึ้นเป็น 35% จากปัจจุบันอยู่ที่ 25% เพื่อกลับมาเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งในตลาดดังกล่าวอีกครั้ง
โดยโซนี่สูญเสียตำแหน่งผู้เล่นเบอร์หนึ่งในตลาดกล้องมิร์เรอร์เลสให้กับคู่แข่งในช่วงปลายปีที่แล้ว-

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Thu Nov 08, 2012 6:54 am

ประเด็นร้อน8พ.ย.
08 พฤศจิกายน 2555

วันนี้ ได้รู้กันว่าหวยจะออกที่รัฐมนตรีรายใดในรายชื่อที่ฝ่ายค้านจะยื่นถอดถอนก่อนซักฟอก ตามด้วยการเมืองร้อนฝั่งเพื่อนบ้านเมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรพบผู้นำพม่าท่ามกลางกระแสข่าวลอบสังหาร ด้านเอกชนนัดถกค่าจ้างขั้นต่ำด้วยข้อเสนอแรงๆ ที่ให้รัฐจ่ายส่วนต่างค่าจ้างตรงให้ลูกจ้างเอง ขณะที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะชี้ขาดปม 3จี ตามคำร้องคณะ 67 สว.วันนี้


1.ใกล้เข้ามาทุกขณะกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล วันนี้เวลา10.30 น. พรรคประชาธิปัตย์หอบแฟ้มรายชื่อรัฐมนตรีที่จะขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งเข้ายื่นต่อประธานวุฒิสภา ตามธรรมเนียมก่อนมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยรายชื่อรัฐมนตรีที่ส่อว่ามีการทุจริตต้องยื่นให้ประธานสภาเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป แสดงว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ได้พุ่งเป้า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รายเดียว แน่นอน แต่จองกฐิน รมต.รายอื่นด้วยต้องติดตามรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นถอดถอนว่าหวยจะไปออกที่ใครกระทรวงใด แต่แว่วว่า ครม.ยกชุด จะโดนถอดถอน

2.ปล่อยข่าวมาหลายวัน หลังจากนายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดากำลังถูกฝ่ายตรงข้ามลงขันลอบสังหารแถบชายแดนท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่าและยกเลิกการเดินทางไปท่าขี้เหล็ก แต่วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางเข้าพม่าแต่ไปยังเมืองเนย์ปิดอว์ เพื่อพบประธานาธิบดีเต็งเส่ง ซึ่งต้องติดตามว่า การมาครั้งนี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะกรณีโครงการทวาย และการลงทุนด้านอื่นๆหรือไม่ หลังจากวานนี้ รัฐบาลไทย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ หารือกับตัวแทนรัฐบาลพม่า ที่ทำเนียบรัฐบาล

3.ยังเป็นประเด็นที่คัดง้างกันไม่จบเรื่องนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ300 บาททั่วไทย วันที่ 1 ม.ค. 2556 ใน 70 จังหวัด วันนี้คณะทำงานที่ตั้งโดยคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน(กกร.) นัดถกด่วน โดยมีข้อเสนอแรงๆจากรองประธานสภาอุตสาหกรรมให้รัฐรับภาระจ่ายส่วนต่างค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นแทน และเสนอให้จ่ายตรงให้กับแรงงานเลย ไม่ต้องผ่านผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันเสียงค้านว่าอุ้มนักธุรกิจ น่าติดตามว่าข้อเสนอนี้ กกร.จะเอาด้วยหรือไม่

4.ไม่สนใจแรงกดดันใดๆ นายบุญทรงเตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ นั่งเป็นประธานประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อติดตามสถานการณ์รับจำนำข้าวเปลือกนาปี2555/2556 ซึ่งมียอดรับจำนำแล้วกว่า1.4 ล้านตัน ขณะที่คณะ 67 สว.ก็ไม่ย่อท้อ เดินหน้าหาข้อมูลสัญญาขายข้าวระหว่างรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) หลังจากศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้องการขอให้พิจารณาว่าสัญญาซื้อขายข้าว จีทูจี เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 หรือไม่จนกว่ามีเอกสารสัญญามาให้พิจารณาวันนี้ คณะ 67 สว. จึงขอให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา มีมติขอเอกสารการทำสัญญาดังกล่าวตามนโยบายรับจำนำข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ โดยจะอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภา พ.ศ. 2554 หากที่ประชุมมีมติออกมา และกระทรวงพาณิชย์ยังขัดขืนไม่นำสัญญามาให้ดู ก็จะมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อไป

5.ปมประมูล 3จี ยังไม่ยุติ วันนี้คณะผู้ตรวจการแผ่นดินจะประชุมพิจารณาคำร้องของคณะ 67 สว. ที่ขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่น3จี ว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.ฮั้วหรือไม่ โดยมีการแยกแยะประเด็นตามคำร้องที่มีผู้ร้องมารวม 3 คำร้อง โดยคำวินิจฉัยเป็นไปในทางใดทางหนึ่ง คือ

1.การประมูลคลื่นความถี่ 3จี ชอบด้วยกฎหมาย เดินหน้าต่อได้ หรือ

2.มีความผิดพลาดบางส่วนซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินอาจจะมีความเห็นเสนอแนะให้เยียวยา แก้ไข หรือ

3.มีปัญหาไม่ชอบด้วยกฎหมายที่ต้องส่งให้ศาลพิจารณาวินิจฉัย คาดว่าวันนี้จะต้องมีคำวินิจฉัยออกมาแน่นอน เนื่องจากมีการหารือภายในให้มีการตัดสินใจวันนี้ ก่อนเดินทางไปประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินโลกที่นิวซีแลนด์ในช่วงเย็นวันเดียวกัน


6.สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สัมมนารับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการเชื่อมต่อการเดินทางของผู้โดยสารจากระบบขนส่งมวลชนระยะที่ 1 เขตพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อให้จ.ปทุมธานีมีระบบขนส่งมวลชนเสริมในการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้า2 สายที่จะเปิดให้บริการในปี 2562 คือ โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงรังสิตมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตและโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงสะพานใหม่-คูคต

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Thu Nov 08, 2012 6:58 am

Image

Exit Pollชี้คนอเมริกันยึดเศรษฐกิจเลือกปธน.

Exit Poll ชี้ผู้มีสิทธิออกเสียงเน้นเรื่องศก.ในการตัดสินใจเลือกปธน หรือนัยหนึ่งคือ "The Economy Election" ซึ่งเป็นประเด็นที่ท้าทายโอบามาให้ต้องทำในสมัยที่ 2


ผลสำรวจเอ็กซิต โพลล์ ของเอพี บ่งชี้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียง 60% ระบุว่า เศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกผู้สมัคประธานาธิบดีคนใด และ 40% คิดว่า เศรษฐกิจกำลัง
อยู่ในช่วงฟื้นตัว แต่ส่วนใหญ่คิดว่าสถานการณ์แย่ลงหรือหยุดชะงัก ขณะที่เกือบครึ่งเห็นว่า อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชเป็นต้นเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจมากกว่าประธานาธิบดี
บารัค โอบามา

ส่วนเอ็กซิต โพลล์ของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า เศรษฐกิจเป็นปัจจัยอันดับหนึ่งของผู้มีสิทธิออกเสียงคิดเป็นสัดส่วน 60% รองลงมาคือ ประกันสุขภาพ 17% ขาดดุลงบประมาณ 17% และนโยบาย
ต่างประเทศ 4% นอกจากนี้ผู้มีสิทธิออกเสียง 29% บอกว่า อยากเลือกผู้สมัครประธานาธิบดีคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และอีก 28% อยากเลือกคนที่มีค่านิยมเหมือนกับพวกเขา และ 20%
ต้องการผู้สมัครที่ห่วงใยประชาชนเหมือนพวกเขา และ 19% ต้องการผู้นำที่แข็งแกร่ง

สิ่งท้าทายโอบามาต้องทำในสมัยที่2

จากชัยชนะของประธานาธิบดีบารัค โอบามาทำให้วิสัยทัศน์ในการบริหารเศรษฐกิจของเขาจะได้รับการสานต่อในอีก 4 ปีข้างหน้า แต่เขาจะต้องเผชิญกับความท้าทายในสภาคองเกรส ที่จะมีพรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่เดโมแครตคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา

สิ่งสำคัญที่โอบามาจะต้องเจรจาต่อรองกับพรรครีพับลิกัน คือ การแก้ไขวิกฤติการคลัง หรือ Fiscal Cliff ที่จะต้องหาทางหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นภาษีและการตัดลดรายจ่ายภาครัฐพร้อมกันในวันที่ 1 ม.ค.2556 ที่เสี่ยงทำให้เศรษฐกิจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งทางพรรคเดโมแครตต้องการขึ้นภาษีกับคนรวยเพื่อลดปัญหาหนี้สาธารณะ แต่พรรครีพับลิกันประกาศแล้วว่าจะไม่ยอมให้มีการขึ้นภาษี

นอกจากนี้ยังมีสิ่งสำคัญที่โอบามาต้องตัดสินใจ คือ การสรรหารัฐมนตรีคลังคนใหม่แทนนายทิโมธี ไกธ์เนอร์ ที่อาจก้าวลงจากตำแหน่งหลังสามารถเจรจาหลีกเลี่ยงวิกฤติการคลังในเดือนม.ค.ได้ และหนึ่งในตัวเก็งที่อาจได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีคลังคนใหม่ คือ นายแจ็ค ลูว์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซึ่งมีความเข้าใจเรื่องภาษีและรายจ่ายภาครัฐเป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันโอบามายังต้องสรรหารัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่แทนนางฮิลลารี คลินตันที่ประกาศแล้วว่า จะไม่ดำรงตำแหน่งอีกสมัย ในช่วงที่โอบามากำลังปรับเปลี่ยนทิศทางนโยบายต่างประเทศครั้งสำคัญ ที่จะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทางทหารในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมากขึ้น และการดำเนินนโยบายที่มีเสถียรภาพกับจีนท่ามกลางความขัดแย้งในหลายเรื่องทั้งการค้าและปัญหาทะเลจีนใต้

และยังมีการคาดการณ์ว่า วุฒิสมาชิกจอห์น เคร์รี่ อาจได้รับเลือกเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ ซึ่งเขาเป็นอดีตทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนาม และปัจจุบันเป็นประธานคณะกรรมาธิการด้านการต่างประเทศของวุฒิสภา รวมทั้งมีจุดยืนสายกลางต่อจีนและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่จีน

ส่วนตัวเก็งอื่นๆ เช่น นางซูซาน ไรซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ หรือนายทอม โดนิลอน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของโอบามา

ขณะที่นักวิเคราะห์ มองว่า โอบามาควรปรับเปลี่ยนนโยบายต่อเอเชียใหม่ ไม่ควรเน้นเรื่องการถ่วงดุลอำนาจทางการทหาร แต่ควรให้ความสำคัญกับการค้าและการลงทุนมากกว่า

ผู้นำโลกยินดีโอบามาชนะเลือกตั้ง

ผู้นำทั่วโลกเริ่มแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่ได้รับเลือกตั้งสมัยที่ 2 และขอให้เขาแสดงบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์กับชาติมุสลิม
และปัญหาโลกร้อน

นายกรัฐมนตรีจูเลีย กิลลาร์ดของออสเตรเลีย ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา และอวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในทุกเรื่องตลอดการดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง

ขณะที่โอบามามีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กัมพูชาในเดือนนี้

นายกรัฐมนตรีนาจิ๊บ ราซัคของมาเลเซีย ร่วมแสดงความยินดีกับโอบามา และหวังว่าผู้นำสหรัฐจะยังคงพยายามส่งเสริมความเข้าใจและความเคารพระหว่างสหรัฐและชาติมุสลิมในโลก
นอกจากนี้ในฐานะที่มาเลเซียเป็นชาติมุสลิมสายกลาง ก็พร้อมจะช่วยเหลือสหรัฐในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับชาติมุสลิมต่างๆ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีโยชิฮิโกะ โนดะ ของญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐบาลรอคอยที่จะได้ร่วมมือกับประธานาธิบดีโอบามาต่อไป ขณะเดียวกันรัฐบาลอินเดีย ออกแถลงการณ์ระบุว่า รัฐบาลและ
ชาวอินเดียร่วมยินดีที่โอบามาได้รับเลือกตั้งสมัยที่ 2 และปรารถนาที่จะขยายความร่วมมือระหว่างสองชาติให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

ส่วนชาวอินโดนีเซียในกรุงจาการ์ต้า ซึ่งเป็นดินแดนที่โอบามาเคยใช้ชีวิตในวัยนเด็ก ก็ร่วมฉลองชัยชนะของโอบามาด้วยเช่นกัน เด็กนักเรียนในโรงเรียนที่โอบามาเคยศึกษาและมีรูปปั้นของ
โอบามาวัยเด็กตั้งอยู่ด้านนอก ได้ร่วมชมการถ่ายทอดผลการนับคะแนนเลือกตั้งทางทีวี และต่างส่งเสียงเชียร์เมื่อทราบว่าโอบามาได้รับเลือกอีกสมัย

ข้อเขียนโอบามาอ้างชัยชนะในโซเชียลมีเดีย

ประธานาธิบดีโอบามา เขียนข้อความอ้างชัยชนะในทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค หลังจากได้กลับมาครองตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 2 และได้ชื่อว่าเป็นผู้บุกเบิกการรณรงค์หาเสียงทางออนไลน์ หรือ ออนไลน์ อิเล็คชั่นเนียริ่ง ได้ประกาศชัยชนะผ่านทางทวิตเตอร์และเฟ้ซบุ๊คว่า " มันเกิดขึ้นได้เพราะพวกคุณ ขอบคุณ อีก 4 ปี" (This happened because of you. Thank you. Four more years) โดยมีผู้รีทวีตถึง 88,000 ข้อความ

โดยประธานาธิบดีโอบาม่า ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการเอาชนะความท้าทายจากคลื่นใต้น้ำอันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว และเพิ่งจะฟื้นตัวอย่างช้า ๆ รวมถึงปัญหาการว่างงานที่ตัวเลขยังสูงลิ่ว ทำให้เขาได้คะแนนเสียงอิเล็คทรอรัล โหวต ทิ้งห่างนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลีกันไปอย่างลอยลำ

ประธานาธิบดีโอบาม่า เป็นผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตคนที่สอง ที่ชนะการเลือกตั้งได้ครองทำเนียบขาวเป็นสมัยที่สอง นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ขณะที่เครือข่ายโทรทัศน์
ต่างคาดการณ์กันล่วงหน้าแล้วว่า ยังไง ๆ เขาก็ชนะในรัฐโอไฮโอ อย่างแน่นอน

โอบาม่า มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์ 22 ล้านคน โดยเฉพาะในรัฐที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

เขาเป็นประธานาธิบดีอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกที่ได้รับเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งความหวังและความสุข เมื่อ 4 ปีก่อน และล่าสุด เขาก็ได้รับความไว้วางใจให้กุมชะตา
ชีวิตชาวอเมริกันไปอีก 4 ปีข้างหน้า

ฝูงชนพากันเต้นรำและร้องตะโกนยินดีต่อโอบาม่า

ขณะที่ฝูงชนพากันไปเต้นรำ และร้องตะโกนแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยที่ฝูงชนที่ปรารถนาดีต่อโอบามาได้ร้องตะโกนคำว่า "Four More Years" และ "USA" รวมทั้งเต้นรำเฉลิมฉลองกันที่ด้านนอกทำเนียบขาว หลังทราบผลการเลือกตั้ง

ผู้สนับสนุนเหล่านี้ ต่างฝ่ากระแสสภาพอากาศที่หนาวจัด โบกธงชาติสหรัฐ เต้นรำ และทำท่าไฮ-ไฟว์ กับคนแปลกหน้าที่ไปร่วมชุมนุมกันที่ด้านนอกทำเนียบขาว บางคนยอมรับว่าตื่นเต้น และดีใจที่ทราบว่าประธานาธิบดีโอบาม่า เป็นฝ่ายได้รัยชัยชนะเหนือนายมิตต์ รอมนีย์ ส่วนบางคนบอกว่า ดีใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นคนอเมริกัน

คนเหล่านี้ ได้ไปชุมนุมกันที่ทำเนียบขาวในช่วงสั้น ๆ หลังจากเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ต่างรายงานชัยชนะของประธานาธิบดีโอบาม่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกนักศึกษาในวัย 20 ต้นๆ ตามด้วยพ่อแม่ที่พาลูก ๆ ไปร่วมด้วย

Image


Locked