สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Locked
User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 9:27 am

SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐ-ราคาน้ำมันดิบปรับลง

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--รอยเตอร์


**ต่างประเทศ


*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดิ่งลงในวันศุกร์ โดยตลาดหุ้นพุ่งขึ้นในช่วงแรกโดยได้รับแรงหนุน

จากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งเกินคาดในเดือนต.ค.

ก่อนที่ตลาดร่วงลงในช่วงต่อมา ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานถ่วงตลาดดิ่งลง หลังจาก

บริษัทเชฟรอน คอร์ป เผยตัวเลขผลกำไรที่ต่ำเกินคาด

*เมื่อวันศุกร์ ตลาดหุ้นมาเลเซียร่วงลงกว่า 1% หลังจากบวกขึ้นติดต่อกัน 2 สัปดาห์

โดยหุ้นกลุ่มสื่อสารปรับตัวลงตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในภูมิภาค ขณะที่นักลงทุนเทขาย

ทำกำไรหุ้นที่ดีดตัวขึ้นก่อนหน้านี้ โดยเวียดนามและมาเลเซีย ปรับตัวลงเช่นกัน

ส่วนอินโดนีเซียและสิงคโปร์ปิดในแดนบวก

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. ปิดเมื่อวันศุกร์ ดิ่งลง

2.23 ดอลลาร์ หรือ 2.6% มาที่ 84.86 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยได้รับแรงกดดัน

จากการแข็งค่าของดอลลาร์ และจากการที่นักลงทุนลดความกังวลเรื่องภาวะ

ขาดแคลนเชื้อเพลิง หลังพายุแซนดีพัดผ่านไป

*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวันศุกร์ ลบ 14 จุด หรือ 1.4% มาที่

986 โดยระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 647

*กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้นเกินคาด

171,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์

คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 125,000 ตำแหน่ง หลังจาก

เพิ่มขึ้น 148,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย.

*ผลสำรวจพบว่า ภาคการผลิตของยูโรโซนหดตัวเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน ในเดือนต.ค.

ขณะที่ผลผลิตและยอดสั่งซื้อใหม่ร่วงลง ซึ่งอาจทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลาง

ยุโรป(อีซีบี) อาจจะผ่อนคลายนโยบายลงอีก


**เศรษฐกิจทั่วไป


*ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความ

เชื่อมั่นผู้บริโภค เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมในเดือนต.ค.อยู่ที่ 68.1 เพิ่มขึ้น

จาก 67.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยมีภาคการท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น เป็น

ปัจจัยสนับสนุนหลัก

*บริษัทนิสสัน มอเตอร์เปิดเผยว่า บริษัทจะลงทุนในวงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท (358

ล้านดอลลาร์) เพื่อสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 ในประเทศไทย ซึ่งจะมี

กำลังการผลิต 75,000 คันต่อปี เมื่อโรงงานเปิดสายการผลิตในเดือนส.ค.2557

และจะเพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับ 150,000 คันในที่สุด โดยครึ่งหนึ่งจะจำหน่าย

ในตลาดในประเทศ และอีกครึ่งหนึ่งจะถูกส่งออก

*วิกฤติเงินเยนแข็งค่า-ความเสี่ยงด้านพลังงานไฟฟ้าไม่เพียงพอ อุปสรรคต่อธุรกิจของ

ญี่ปุ่น ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายการลงทุนเข้าไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ

ปัญหาแย่งชิงหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออก ทำให้ญี่ปุ่นมองหาพื้นที่ลงทุนใหม่ เน้น

อาเซียนฐานผลิตใหญ่ ขณะที่ธนาคารและองค์กรเอกชนของญี่ปุ่นหันทำข้อตกลงอำนวย

ความสะดวกแก่นักลงทุน ขณะบีโอไอเตรียมเจาะลึกเฉพาะกลุ่ม เน้นธุรกิจเทคโนโลยี

และมูลค่าเพิ่มสูงเข้าไทย(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*ค้าปลีกแดนปลาดิบโหมลงทุนไทย-อาเซียน รับกำลังซื้อ เศรษฐกิจขาขึ้น แฟมิลี่มาร์ท-

ลอว์สัน สยายปีกครั้งใหญ่ ด้าน "อิออน มอลล์" โรดโชว์ไทย ดึงผู้ประกอบการร้านค้า

แฟชั่นอาหาร-บริการ โกอินเตอร์ รับแผนผุดชอปปิงมอลล์ขนาดใหญ่กว่า 50 แห่ง ภายใน

ปี 63 มุ่งปักธงกัมพูชา-เวียดนาม-อินโดนีเซีย-จีน (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*แหล่งข่าวจากวงการฟาร์มสุกร เผยว่า ขณะนี้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขยับขึ้นมาอยู่ใน

ระดับใกล้เคียงต้นทุนการผลิตที่ 58-60 บาท/กิโลกรัม (กก.) ส่งผลให้ราคาหมู

เนื้อแดงที่ขายหน้าเขียงขยับขึ้นมาไม่น้อยกว่า 20 บาท/กก. โดยล่าสุดราคาหมู

เนื้อแดงหน้าเขียงอยู่ที่ 115-120 บาท/กก. จากช่วงเทศกาลกินเจเมื่อกลางเดือน

ต.ค.ที่ผ่านมาราคาขายหน้าเขียงตกลงไปอยู่ที่ 90-95 บาท/กก.(นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*ส.อ.ท.ระบุวันนี้ตัวแทนนายจ้างทุกจังหวัด และผู้บริหารระดับสูงของส.อ.ท.กว่า

100 คน จะเข้าพบรมว.แรงงาน เพื่อชี้แจงผลกระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอีทั่วประเทศ

ที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างเป็น 300 บาท/วัน และจะขอให้

ทยอยปรับขึ้นค่าจ้างจนครบ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศในปี 58 จากเดิมที่รัฐบาล

ประกาศให้ขึ้นค่าจ้าง 300 บาทต่อวันในวันที่ 1 ม.ค.56(นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*รมว.พลังงาน เปิดเผยว่าวันนี้ได้นัดประชุมเชิงปฏิบัติการ(เวิร์กช็อป) โครงสร้าง

ราคาพลังงานร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน โดยนโยบายที่จะดำเนินการต่อเนื่อง

คือการตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนภาค

ขนส่งและป้องกันไม่ให้ไปกระทบถึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภค (นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผยว่ากรมบัญชีกลางตั้งเป้าการเบิกจ่ายงบประมาณ 56 จำนวน

2.4 ล้านล้านบาท ให้ได้ 94.5% โดยเฉพาะงบลงทุนจำนวน 3.6 แสนล้านบาท ให้ได้

82% ซึ่งการตั้งเป้าการเบิกจ่ายครั้งนี้ถือว่าสูงกว่าทุกปีที่ผ่านมา ที่ภาพรวมการ

เบิกจ่ายอยู่ที่ 92% และงบลงทุนอยู่ที่ 72% (นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*ธปท.สำรวจสถานการณ์คนว่างงาน สายสามัญโอกาสเตะฝุ่นสูง พบระดับปริญญาตรีตกงาน

มากที่สุด ผู้ประกอบการช้ำทั้งๆ ที่แรงงานขาดแคลน แต่จ้างเด็กจบใหม่ยาก เพราะเรียน

สาขาไม่ตรงกับที่ต้องการ ขณะที่ภาคส่งออกยังกัดฟันสู้ ยังไม่ปลดแรงงานแม้รายได้เริ่มหด

ส่วนแนวโน้มค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นเอกชนบอกบริหารจัดการได้ (นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน)


**การเมือง


*นายกรัฐมนตรี จะดูแลภาพรวมงานด้านความมั่นคง กระทรวงกลาโหม และ ศูนย์ปฏิบัติการ

คณะกรรมการขับเคลื่อน นโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วน

*ขณะที่"ร.ต.อ.เฉลิม" ช่วยดูงานด้านความมั่นคง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย สำนักงาน

ตำรวจแห่งชาติ และการแก้ไขปัญหายาเสพติด

*เอแบคโพลล์ระบุ ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีการสำรวจความเห็น ต้องการให้นายกรัฐมนตรี

ชี้แจงตอบคำถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่จะมีขึ้นในปลายเดือนนี้ แต่มองว่าการ

อภิปราย จะไม่ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล

*สวนดุสิตโพล ระบุผลสำรวจความเห็นประชาชนล่าสุด มองว่า"ถึงเวลาแล้ว" ที่ฝ่ายค้าน

ควรจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังมีปัญหาหลายเรื่อง โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่อง

การทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และงบเกี่ยวกับแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยเห็นว่า ควรยื่น

อภิรายไม่ไว้วางใจทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรายกระทรวง

*"เสธ.อ้าย"ปัด"สุรยุทธ์"อยู่เบื้องหลังม็อบนางเลิ้ง วอนอย่าโยงองคมนตรีมาเกี่ยวข้อง

เตรียมเดินหน้าชุมนุมใหญ่ปลายเดือนนี้ ชี้หากไม่ถึงเป้า 1 ล้านคน เลิกชุมนุมทันที

ด้านเพื่อไทย หวั่นรัฐบาลพัง วอนประชาชนอย่าหนุนการปฏิวัติ ขณะที่ "เรืองไกร"

ร้องศาล รธน.ตีความ "เสธ.อ้าย-ประสงค์" เข้าข่ายกบฏ(นสพ.ASTVผู้จัดการรายวัน)

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 10:37 am

เกาหลีใต้หนี้ท่วมหัว แตะระดับ 233.8% ของจีดีพี
ต้นเหตุเพราะรบ.ทุ่มงบกระตุ้น ศก.-ภาค ปชช.กู้กระหน่ำ

Image
เอเอฟพี/เอเจนซีส์/ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - ยอดหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนของเกาหลีใต้ พุ่งสูงแตะระดับ 2,962 ล้านล้านวอน เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นผลมาจากการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่หนี้สินของภาคครัวเรือนก็ปรับตัวพุ่งสูงขึ้น

รายงานของสำนักข่าวยอนฮัประบุว่า ยอดหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนของประเทศล่าสุดนับถึงเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้พุ่งแตะระดับ 2,962 ล้านล้านวอน (ราว 83.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงกว่าเมื่อสิ้นปี 2011 ที่ยอดหนี้ดังกล่าวของประเทศยังอยู่ที่ 2,859 ล้านล้านวอน (ราว 80.6 ล้านล้านบาท) และหากพิจารณาเปรียบเทียบกับจีดีพีของเกาหลีใต้แล้วจะพบว่า สัดส่วนของหนี้สาธารณะและหนี้ภาคเอกชนล่าสุดได้เพิ่มจำนวนเป็นกว่า “233.8 เปอร์เซ็นต์” ของจีดีพีของประเทศ

รายงานของสื่อดังแดนโสมขาวระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจเป็นเพราะมาตรการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมหาศาลของรัฐบาลเกาหลีใต้ เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกเมื่อปี ค.ศ. 2008

ขณะเดียวกัน ต้นทุนการกู้ยืมในตลาดภายในประเทศที่ต่ำ ยังกลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ชาวเกาหลีใต้กู้ยืมเงินจำนวนมากขึ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนยอดหนี้ภาคครัวเรือนพุ่งสูงเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน “มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส” สถาบันจัดอันดับเครดิต เรตติงชื่อก้องโลกออกโรงเตือนว่า ระดับของหนี้สินภาคครัวเรือนของเกาหลีใต้ได้ก้าวเข้าสู่ “ระดับอันตราย” และมีความเปราะบางอย่างยิ่งยวดที่จะทำให้เกิดวิกฤตทางการเงินในประเทศหากเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงขาลง

Image

Image

Image


Image
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 10:47 am

ใหญ่แบบซีพีเอฟ

Image

ถัดจาก "ต้มยำกุ้ง" เมนูดังที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย วันนี้ "เกี๊ยวกุ้ง" ใหญ่เต็มคำ อร่อยเต็มตัว กำลังสร้างชื่อเสียงให้ "ซีพีเอฟ" กระหึ่ม...

"เราไม่ได้ต้องการเป็นผู้ส่งออกกุ้งสดแช่แข็ง แต่เราต้องการเป็นผู้ส่งออกเกี๊ยวกุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้าสินค้า" อดิเรก ศรีประทักษ์กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะ ผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มองการเติบโตของธุรกิจ ผ่านกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่ม

เกี๊ยวกุ้งเป็นหนึ่งในสายการผลิตอาหารสำเร็จรูป ภายใต้แบรนด์ "ซีพี" การเป็นเมนูที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก ย่อมเท่ากับว่าเป้าหมาย "ครัวของโลก" กำลังอยู่ไม่ไกลจากสายตา

และนั่นก็เท่ากับว่า จาก local company สู่ global company เส้นทางสายนี้ ซีพีเอฟสามารถก้าวข้ามผ่านการเป็น regional company มาได้แล้ว อย่างสวยงาม

จากตัวชี้วัดตัวเลขการขายกว่า 3 แสนบาทล้านในปี 2555 นี้ ถือเป็นการเติบโต ทางด้านยอดขายและผลกำไรที่เพิ่มสูงขึ้น 10-15% ทุกปี นับจากวันแรกที่เข้าตลาด หลักทรัพย์ฯ ต่อเนื่องถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา 30 ปี

"จากตัวเลขทางการเงินเป็นหลักใหญ่ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า เราสามารถก้าวจากบริษัทท้องถิ่น มาเป็นบริษัทในระดับภูมิภาค และกำลังจะก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับโลก"

พื้นฐานของซีพีเอฟต่อยอดจากธุรกิจเกษตรเครือซีพี มาเป็นธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบ่ายหน้าเข้าสู่ธุรกิจอาหาร ถึงแม้วันนี้ซีพีเอฟจะไม่ใช่ธุรกิจอาหารจานด่วนเต็มตัว เฉกเช่นแมคโดนัลด์ หรือเคเอฟซี แต่เขาก็ยืนยันว่า ศักยภาพของประเทศไทยทางด้านเกษตรอาหาร และศักยภาพของซีพีเอฟที่มีความรู้ในการจัดการธุรกิจ ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่จะบอกถึงสถานภาพ การเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ผลิตอาหารป้อนตลาดโลก

"มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกนี้ ที่สามารถผลิตอาหารป้อนตลาดโลกได้ และซีพีเอฟ ก็อยู่ในธุรกิจนี้" นอกจากกลยุทธ์หลักการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างการเติบโตให้องค์กรแล้ว วิสัยทัศน์ของผู้นำก็เป็นอีกธงนำสำคัญ ที่ผลักดันให้ซีพีเอฟประสบความสำเร็จตั้งแต่ไก่โห่ ในการเปิดตลาดภูมิภาคอาเซียน

"ซีพีเอฟเห็นศักยภาพที่จะขยายธุรกิจไปต่างประเทศตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว สังเกต ได้ว่าวันนี้ ซีพีเอฟได้ไปลงทุนในกว่า 10 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย และ มีรัสเซียกับตุรกี ที่อยู่ไกลออกไป โดยหลักใหญ่ของการสร้างความสำเร็จของเรา มาจากการเห็นโอกาส และโอกาสที่ว่านี้ ก็ต้องมาจากการที่เราค่อยๆ สร้างฐาน อย่างต่อเนื่องตลอด 3 ทศวรรษ"

อดิเรกวิเคราะห์ว่า องค์ประกอบ ที่ทำให้ซีพีเอฟเติบโตขึ้นมาได้มาจาก 1. คน 2. เทคโนโลยี (ความรู้ในการ ทำธุรกิจ) และ 3. เงินทุน

ที่ผ่านมาซีพีเอฟได้เตรียม การทางด้านบุคลากรอย่าง ต่อเนื่อง ทั้งการสร้างคน และ การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ขณะที่เทคโนโลยีการผลิต ถือเป็นความเชี่ยวชาญ ที่กลายเป็นแม่เหล็กตัวเขื่อง ทำให้บริษัทได้รับการเชื้อเชิญจากรัฐบาลในหลายประเทศ ให้เข้าไปลงทุน สุดท้ายคือเงินทุน ที่ช่วยสร้างงาน สร้างคน สร้างประเทศ และนำความยั่งยืนมาสู่ธุรกิจ "ก่อนที่เราจะไปลงทุนในประเทศไหนก็ตาม แน่นอนเราต้องทำการสำรวจข้อมูลประเทศนั้นให้ชัดเสียก่อนทุกครั้ง ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของประเทศชาติ นโยบาย ทางเศรษฐกิจ เรื่องของอุตสาหกรรม ที่เหมือนกับเราในประเทศนั้นว่าเป็นอย่างไร คู่แข่งเป็นอย่างไร ผู้บริโภคเป็นอย่างไร เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่เราจะต้องรู้คือ รัฐบาลเขาสนับสนุนธุรกิจของเราหรือเปล่า"

ที่ผ่านมาซีพีเอฟได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของประเทศต่างๆ เปิดโอกาส ให้เข้าไปลงทุน 100% เต็ม จากการที่เล็งเห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจ

"สิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นเหตุผลหลัก ที่แสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้เป็นบริษัท ที่ทำเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่เรายังเป็นบริษัทที่มีโอกาสโตในภูมิภาคหรือในระดับโลกได้ แน่นอนว่า ทั้งหมด ที่เตรียมไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคน เทคโนโลยี หรือฐานการเงิน เป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อรอจังหวะเวลาไปลงทุน"

หลักใหญ่ใจความที่ซีพีเอฟเป็นที่ อ้าแขนรับจากรัฐบาลในหลายประเทศ เป็นเพราะเดิมต้นทุนราคาเนื้อสัตว์ของ ประเทศนั้นๆ สูงขึ้นอยู่ก่อนแล้ว การที่ ซีพีเอฟเอาเทคโนโลยีการผลิตไปช่วย พัฒนา ทำให้ราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ ถูกลง ประชาชนในประเทศนั้นๆ ก็มีโอกาสได้บริโภคเนื้อสัตว์เพียงพอ ในสนนราคา ที่พอจะควักกระเป๋าได้ เหมือนกับยุคสมัยหนึ่งที่ราคาไก่ในประเทศไทยแพงมาก คนที่จะหาซื้อได้ต้องมีเงิน และการบริโภคไก่ต้องสงวนไว้เฉพาะวันสำคัญหรือในโอกาสพิเศษ แต่ปัจจุบันราคาไก่ปรับลดลง จนไม่ว่าใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้

เขาให้มุมมองที่น่าสนใจว่า นอกจากการพัฒนาศักยภาพธุรกิจเอกชน จากบริษัทท้องถิ่นสู่ความยิ่งใหญ่ระดับโลก การเร่ง จัดวางโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ก็นับเป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาทั้งธุรกิจและประเทศชาติไปหาที่ยืนบนเวทีโลกประเทศไทยตั้งอยู่บนทำเลที่ดี เราเป็นศูนย์กลางของอาเซียน มีแผ่นดินติดใน 4 ประเทศคือ เขมร ลาว มาเลเซีย และพม่า มีแผ่นดินที่ติดกับเขมรและลาว ก็คือเวียดนาม ใน 5 ประเทศนี้ เมื่อรวมไทยเข้าไปด้วยก็เป็น 6 ประเทศ ส่วนประเทศ ที่ไม่ติดกับเราก็คือ สิงคโปร์ บรูไน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ฉะนั้น เมื่อเรา มาดูทำเลแล้ว จริงๆ ไทยเรา ได้เปรียบที่สุดในอาเซียน แต่ว่ารัฐบาลไทยต้องพยายามเน้นทางด้านโลจิสติกส์ให้ดีเชื่อมเครือข่ายให้ดี กรณีที่แผ่นดินเราติดกัน เส้นทางที่จะพัฒนาโลจิสติกส์ได้ดีที่สุดคือ ทางรถยนต์จะทำอย่างไรให้ทางรถยนต์จากกรุงเทพฯ หรือแหลมฉบัง สามารถเชื่อมพนมเปญ ฮานอย โฮจิมินห์ หรือเวียงจันทน์ ย่างกุ้ง เข้าไว้ด้วยกัน ถ้าเชื่อมได้ ก็จะกลายเป็นเครือข่ายที่สามารถใช้งานได้"

การเป็นศูนย์กลางของอาเซียน โลจิสติกส์ถือเป็นหัวใจสำคัญ วิธีคิด ต้องมองให้ทะลุว่า อย่างแหลมฉบัง จะสามารถเป็นท่าเรือให้กับกัมพูชาได้ หรือไม่ และสามารถรองรับการขนส่งสินค้าให้กับลาวได้อย่างไร รวมถึงเวียดนามและพม่าเอง ทำอย่างไรให้ประเทศที่ผืนดินติดกันเหล่านี้ มาใช้แหลมฉบังของไทยเป็นท่าเรือส่งออกสินค้า เพราะสุดท้ายแล้วการทำการค้า ต้องออกนอกประเทศ การที่ไทยทำตัว เป็นศูนย์กลางจะสามารถเชื่อมภูมิภาคและเชื่อมโลกเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้ไทยยังเป็นรองสิงคโปร์ในเรื่องของระบบขนส่ง เพราะสิงคโปร์เอาจริงเอาจังกับการทุ่มทุน สร้างระบบขนส่งทางน้ำและทางอากาศ ยังโชคดีอยู่บ้างที่ไทยเรามีท่าเรือแหลมฉบัง ถ้ามีการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย ฝั่งพม่า จะเป็นประโยชน์กับไทยมาก ในการ เชื่อมระบบขนส่งทางฝั่งทะเลแปซิฟิกและทางฝั่งมหาสมุทรอินเดียเข้าด้วยกัน ขึ้นกับวิสัยทัศน์รัฐบาลว่าจะดิ้นรนหาทางเชื่อมโยงเครือข่ายเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างไร "ศักยภาพของไทยเราที่จะเป็นศูนย์กลางของอาเซียนยังไม่พอ จริงๆ แล้วทางตะวันออกของเราคือจีน ส่วนทาง ตะวันตกคืออินเดีย ถ้าเรารวมประชากรจีน อินเดีย กับอาเซียนที่มีอยู่ 600 ล้านคน เข้าด้วยกัน เราก็จะมีประชาชนในเอเชีย มากถึง 3,000 ล้านคน ฉะนั้นแล้ว ไทยเราต้องทำตัวเองให้เป็นศูนย์กลาง ภูมิภาคจริงๆ เพียงแต่ว่าศักยภาพที่เรา จะสร้างตัวเราให้โดดเด่น และเป็นที่ดึงดูดของนักลงทุนที่มาลงทุนในเมืองไทย จะทำได้มากน้อยขนาดไหน รวมทั้ง การเติบโตของเราที่จะเกิดขึ้นในการเป็นศูนย์กลางอาเซียนและภูมิภาค เราต้อง สร้างการเชื่อมโยงเครือข่าย อันนี้ถือเป็น เรื่องสำคัญ"

ถัดจาก "ต้มยำกุ้ง" เมนูดังที่สร้าง ชื่อเสียงให้กับประเทศไทย วันนี้ไม่เพียงแต่ "เกี๊ยวกุ้ง" คำโต ที่กำลังสร้างชื่อเสียงให้ "ซีพีเอฟ" กระหึ่ม

ทว่าอีกไม่นานจากนี้ กองทัพอาหารตราซีพีกำลังซ่องสุมกองกำลัง เพื่อไปเขย่ากระเพาะคนทั้งโลก... "มีเพียงไม่กี่ประเทศในโลกนี้ ที่สามารถผลิตอาหารป้อนตลาดโลกได้ และซีพีเอฟก็อยู่ในธุรกิจนี้"


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 10:51 am

Image

ซีพีแรม เปิดแผนกลยุทธ์ 2556-2560 ตั้งเป้าเติบโต 15% ต่อปี เตรียมขยายฐาน 13 โรงงานรองรับตลาด AEC

Image

ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด หรือ “ซีพีแรม” ผู้ผลิตอาหารพร้อมรับประทานในกลุ่ม ซีพี ออลล์ เปิดแผนกลยุทธ์ปี 2556-2560 มียอดขาย 20,000 ล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า ขณะที่ปี 2556 ตั้งเป้าหมายเติบโต 15% พร้อมเตรียมขยายฐานการผลิตด้วยการขยายพื้นที่โรงงานเพิ่มและสร้างโรงงานใหม่รวม 13 โรงงาน ช่วยสร้างงานให้กับประชาชนในภูมิภาคทั่วประเทศรับตลาด AEC

Image

นายวิเศษ วิศิษฎ์วิญญู รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด จำกัด หรือ ซีพีแรม ในกลุ่ม ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร เซเว่น อีเลฟเว่น เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าปี 2555 นี้ บริษัทจะมียอดขายอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และในอีก 5 ปีข้างหน้า ซีพีแรม ได้ตั้งเป้ายอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่าปีละ 15% โดยคาดการณ์ว่ายอดขายในปี 2560 จะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท ซึ่งระหว่างปี 2556-2560 ซีพีแรม จะเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ จากเดิมที่มีตลาดส่งออกอยู่แล้ว คือ ญี่ปุ่น ประเทศในทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ ก็จะขยายตลาดใหม่ไปยัง รัสเซีย จีน และประเทศในกลุ่มอาเซียน


นายวิเศษ กล่าวว่า สำหรับธุรกิจใหม่ของ ซีพีแรม ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คือ “เซ็นทรัล คิทเช่น” (Central Kitchen) เป็นการเตรียมสินค้าเป็นมื้อๆ ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและวางจำหน่ายในร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น ทั่วประเทศ รวมถึงจะมี “ฟู้ด เซอร์วิส” (Food Service) นำสินค้าของ ซีพีแรม ส่งถึงมือผู้บริโภคโดยตรง เช่น การเปิดร้านตามสถานที่ต่างๆ หรือการใช้รถเคลื่อนที่จำหน่ายสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าต่างๆ ของ ซีพีแรม มากขึ้น


รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีแรม กล่าวอีกว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้านี้ ซีพีแรม มีแผนเพิ่มฐานการผลิตและการกระจายสินค้าด้วยการขยายโรงงานเดิม คือ ลาดหลุมแก้ว ลาดกระบัง ขอนแก่น เชียงใหม่ พิษณุโลก และ หาดใหญ่ รวมทั้งสร้างโรงงานใหม่ขึ้นที่ ชลบุรี นครปฐม อุบลราชธานี นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และ นครราชสีมา รวมทั้งหมด 13 โรงงาน ด้วยงบลงทุนรวมทั้งสิ้น 20,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความสะดวกในการจัดส่งสินค้าและทำการตลาด ขณะเดียวกันก็ช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น


“บริษัทได้มีการลงทุนขยายฐานการผลิตและกระจายสินค้าในปี 2556 รวม 5,000 ล้านบาท จากการขยายพื้นที่โรงงานเพิ่มที่ลาดกระบังและลาดหลุมแก้ว พร้อมทั้งสร้างโรงงานใหม่ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งโรงงานที่จังหวัดชลบุรีคาดว่าจะแล้วเสร็จ และเริ่มผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2556 เพื่อขยายตลาดสู่ภาคตะวันออก หลังจากนั้นจะพิจารณาสร้างโรงงานใหม่อย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งการขยายและสร้างโรงงานใหม่ จะเพิ่มอัตราจ้างงานได้มากกว่า 2,000 อัตราทั่วประเทศอีกด้วย” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ซีพีแรม กล่าว


นายวิเศษ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ซีพีแรม ยังเตรียมเปิด ศูนย์นวัตกรรมธุรกิจอาหาร (CPRAM Food Innovation Center) ที่ จังหวัดชลบุรี ภายในศูนย์ฯ จะแสดงนวัตกรรมด้านต่างๆ ของ ซีพีแรม อาทิ นวัตกรรมแบบจำลองธุรกิจ (Business Model Innovation) นวัตกรรมเทคโนโลยี (Technology Innovation) นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation) นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) ฯลฯ ไฮไลท์ของศูนย์แห่งนี้อยู่ที่นวัตกรรมการผลิตในโรงงานแห่งใหม่สาขาชลบุรี ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันกับศูนย์ฯ ภายในโรงงานมีการผลิตแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เช่น สายการผลิตซาลาเปาอัตโนมัติ และสายการผลิตขนมจีบเสียบไม้อัตโนมัติ ซึ่งเป็นแห่งเดียวในโลกที่ออกแบบขึ้นมาเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีสายการผลิตข้าวกล่องที่สามารถผลิตได้ 100,000 กล่องต่อวันอีกด้วย

Image

ผู้บริหารของซีพีแรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวาระที่จะก้าวเข้าสู่ปีที่ 25 ซีพีแรม ได้มีการเปลี่ยน “โลโก้” ใหม่ เพื่อปรับภาพลักษณ์สู่ความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น โดยโลโก้ใหม่ประกอบด้วยตัวอักษร cpram ซึ่งเป็นอักษรประดิษฐ์ขึ้นให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ และสะท้อนรูปแบบของแบรนด์ที่แสดงถึงการก้าวหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยสีที่ใช้ในโลโก้ มี 3 สี คือ แดง เขียว ส้ม โดย สีแดง แสดงถึง พลัง อำนาจ เป็นสีของดวงอาทิตย์ที่มีพลังอันยิ่งใหญ่ สีเขียว แสดงถึง ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม เป็นสีของการแสดงถึงธุรกิจที่จะเติบโตไปควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม และ สีส้ม แสดงถึง การมีสุขภาพดี เพราะมีความเชื่อว่าสีส้มเป็นสีของน้ำผึ้ง ซึ่งการมอบน้ำผึ้ง ถือว่าเป็นการมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้บริโภค

*******************************************
ข้อมูลบริษัท
บริษัท ซี.พี.ค้าปลีกและการตลาด จำกัด หรือ ซีพีแรม เป็นบริษัทในกลุ่ม ซีพี ออลล์ ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก เซเว่น อีเลฟเว่น ดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทาน ก่อตั้งเมื่อ วันที่ 12 ธันวาคม 2531 ผลิตภัณฑ์เริ่มต้นคือกลุ่มอาหารประเภท ติ่มซำแช่แข็งและแช่เย็น จากนั้นได้ขยายฐานเข้าสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ เบเกอรี่ (Bakery) เพื่อผลิตขนมอบสดชนิดต่างๆ และขยายสายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ อาหารพร้อมรับประทานแช่เยือกแข็ง เป็นลำดับต่อมา


ปัจจุบัน ซีพีแรม มี 2 กิจการหลักคือ กิจการอาหารพร้อมรับประทาน ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานแช่เยือกแข็งและแช่เย็น ซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการทำให้สุกพร้อมรับประทานผ่านกรรมวิธีแช่เยือกแข็งและแช่เย็น จึงคงคุณภาพความสดใหม่และคุณค่าทางอาหาร เพียงนำอาหารมาอุ่นให้ร้อนก็สามารถรับประทานได้ทันที ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เจด ดราก้อน” ติ่มซำแช่เยือกแข็ง และ “เดลี่ไทย” อาหารพร้อมรับประทาน โดยจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ และ กิจการเบเกอรี่ ผลิตและจัดจำหน่ายขนมเบเกอรี่อบสดนับร้อยชนิดต่อวันสำหรับจำหน่ายในตลาดค้าปลีกยุคใหม่ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “เบเกอร์แลนด์” “เลอแปง” และ “มิสแมรี่” ทุกผลิตภัณฑ์ได้รับการควบคุมอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การวิจัยพัฒนาคัดสรรสูตรและส่วนผสมที่ดีที่สุด ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอนและทุกโรงงานสาขา เพื่อให้ได้ความอร่อยและความสดใหม่ภายใต้คุณภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ



ข่าววันที่ : 5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 2:26 pm

Image
ปริญญาตรีแชมป์เตะฝุ่น
ธปท.เจาะลึกสถานการณ์คนว่างงาน

ธปท.สำรวจสถานการณ์คนว่างงาน สายสามัญโอกาสเตะฝุ่นสูง ปริญญาตรีครองตำแหน่งตกงานมากที่สุด ผู้ประกอบการชี้ทั้งๆที่แรงงานขาดแคลน แต่จ้างเด็กจบใหม่ยาก เพราะเรียนสาขาไม่ตรงกับที่ต้องการ ขณะที่ภาคส่งออกยังกัดฟันสู้ ยังไม่ปลดแรงงานแม้รายได้เริ่มหด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานสถานการณ์การว่างงานของไทย ล่าสุด ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ว่างงานทั้งสิ้น 224,210 คน หรือ 0.6% ของจำนวนผู้มีความสามารถในการทำงานรวม ลดลงจากเดือนก่อนหน้า 1,740 คน โดยสามารถแบ่งผู้ว่างงานออกเป็น 2 ประเภทคือ ผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 127,520 คน และเป็นผู้ที่เคยทำงานมาก่อน แต่ขณะนี้ว่างงานทั้งสิ้น 96,690 คน

ทั้งนี้ เมื่อแบ่งระดับผู้ว่างงานตามการศึกษาพบว่าระดับการศึกษาที่มีผู้ว่างงานมากที่สุดคือ ระดับอุดมศึกษา หรือระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีผู้ว่างงานทั้งสิ้น 90,200 คน โดยการศึกษาในคณะที่เป็นสายวิชาการ มีผู้ว่างงานมากที่สุด 57,200 คน ขณะที่คนที่เรียนคณะที่เป็นสายวิชาชีพ มีผู้ว่างงาน 27,730 คน ส่วนผู้ที่เรียนในสายวิชาการการศึกษา ซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์ วิจัย และการพัฒนาระบบการเรียนการสอน มีผู้ว่างงาน 5,290 คน

สำหรับระดับการศึกษาที่มีการว่างงานรองลงมาคือ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่เป็นสายสามัญ มีผู้ว่างงานมากถึง 27,420 คน ขณะที่ผู้จบมัธยมศึกษาตอนปลายในสายวิชาชีพว่างงานเพียง 9,880 คน ส่วนจำนวนผู้ว่างงานที่จบมัธยมศึกษาตอนต้นมีทั้งสิ้น 47,770 คน ผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษาว่างงานทั้งสิ้น 31,060 คน ขณะที่ผู้มีการศึกษาระดับต่ำกว่าประถมศึกษามีผู้ว่างงาน 14,550 คน ขณะที่ผู้ที่ไม่มีการศึกษาเลยว่างงานเพียง 2,150 คน

ขณะที่การสำรวจคนว่างงานที่เคยทำงานมาก่อนอยู่ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมใดบ้าง

พบว่าผู้ที่เคยทำงานมาก่อน และในขณะนี้ว่างงาน อันดับ 1 มาจากภาคการผลิตมากที่สุด 32,780 คน รองลงมาเป็นภาคการขายส่ง ขายปลีก ซ่อมรถยนต์ และจักรยานยนต์ 17,620 คน ลำดับที่ 3 เป็นผู้ว่างงานจากภาคการเกษตร ป่าไม้ และการประมง 10,540 คน

อันดับที่ 4 เป็นธุรกิจโรงแรม ภัตตาคาร และการบริการด้านอาหารที่มีคนว่างงานทั้งสิ้น 10,100 คน ซึ่งเป็นภาคที่มีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ว่างงานค่อนข้างมาก โดยเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 37.5% และลำดับที่ 5 คือ ภาคก่อสร้างมีผู้ว่างงาน 9,270 คน ส่วนที่ธุรกิจทางวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และทางเทคนิค มีผู้ว่างงานเพียง 2,150 คน ทั้งนี้ สำหรับอาชีพที่ไม่มีผู้ว่างงาน ในเดือน ส.ค. อาทิ คนทำงานบ้าน กิจกรรมขององค์กรระหว่างประเทศ ธุรกิจด้านศิลปะ บันเทิง นันทนาการ กิจกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ และกิจกรรมด้านการเงิน และการประกันภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สาเหตุของการว่างงานของผู้ที่เคยมีงานทำมาก่อน ธปท.รายงานว่าเป็นผู้ว่างงานที่ลาออกเอง มากที่สุด 75,390 คน รองลงมาเป็นการว่างงานจากการหมดสัญญาจ้างแรงงาน 24,880 คน อันดับ 3 เป็นการว่างงานจากการหมดสัญญาจ้างงานของบุคคลในระดับพนักงาน 17,060 คน เลิกจ้างเนื่องจากการหยุด หรือปิดกิจการ 12,430 คน และถูกให้ออก ปลดออก ไล่ออก 9,150 คน

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมจากการสำรวจรายงานแนวโน้มธุรกิจ ธปท.พบว่าการว่างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก ส่วนใหญ่ภาคธุรกิจยังคงขาดแคลนแรงงานทั้งมีฝีมือ แรงงานที่จบใหม่มีคุณวุฒิไม่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ทำให้ธุรกิจหันไปจ้างงานแรงงานต่างด้าวมากขึ้น และปรับตัวโดยการเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและใช้เครื่องจักรทดแทนมากขึ้น ขณะที่การสำรวจแนวโน้มค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นนั้น

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนแรงงานอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้.

Image
โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
5 พฤศจิกายน 2555,


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 3:30 pm

เพิ่มช่องทางขายสู้ศึกโมเดิร์นเทรด
สหพัฒน์-เบอร์ลี่ฯ-ซีพีสร้างธุรกิจค้าปลีกถ่วงดุล

ปรากฏการณ์การผนึกกันระหว่างค้าปลีกรายใหญ่ ตั้งแต่กรณีบิ๊กซีซื้อคาร์ฟูร์ มาถึงเซ็นทรัลที่ผนึกกำลังกับแฟมิลี่มาร์ท สร้างความสั่นสะเทือนและเป็นที่จับตาของบรรดาซัพพลายเออร์ทั้งใหญ่และเล็กถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในเกมธุรกิจ แน่นอนว่าวันนี้ อำนาจการต่อรองของค้าปลีกนับวันยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนสาขาที่ขยายตัวมากขึ้น เป็นตัวผลักดันให้ซัพพลายเออร์ต้องดิ้นปรับตัวเพื่อความอยู่รอด

กรณีความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ของสหพัฒน์ ที่เข้าไปร่วมทุนกับร้านสะดวกซื้อ "ลอว์สัน" แบรนด์อันดับ 2 ในญี่ปุ่นเพื่อเข้ามารุกธุรกิจร้านสะดวกซื้อในไทย รวมถึงการที่ยักษ์ใหญ่เครือซีพี ที่เร่งพัฒนาโมเดลค้าปลีกใหม่ ๆ อย่าง "ซีพีฟู้ดมาร์เก็ต" เพื่อรุกเข้าไปถึงผู้บริโภคมากขึ้น ไม่นับกรณีซัพพลายเออร์รายใหญ่ ๆ อาทิ เบอร์ลี่ยุคเกอร์ที่ยังรอคอยโอกาสสำคัญในการมีธุรกิจค้าปลีกเป็นของตัวเอง ถือเป็นการเปิดเกมรบของผู้ผลิตที่ต้องการเพิ่มอำนาจการต่อรองเพื่อพลิกเกมให้มาอยู่ที่ฝั่งของตัวเองมากขึ้น

Image
ซัพพลายเออร์ดิ้นปรับตัวสู้

จากคำกล่าวของนายบาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ที่ระบุก่อนหน้านี้ว่า ปัจจุบันเทรนด์ของค้าปลีกมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี มีการขยายตัวโดยเฉพาะการกระจายตัวไปยังภูมิภาคต่าง ๆ แน่นอนว่าส่งผลดีต่อสินค้าอุปโภคบริโภค ทำให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับบรรดาผู้ผลิตรายเล็กซึ่งมีงบประมาณจำกัด ก่อนหน้านี้นายสหาย ณ นคร ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ดอกบัวคู่ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยาสีฟันดอกบัวคู่ กล่าวว่า การผนึกกันของค้าปลีกทำให้อำนาจต่อรองสูงขึ้น ด้วยจำนวนสาขามากขึ้น ดอกบัวคู่มีงบประมาณไม่สูงต้องเร่งปรับตัว ทำได้คือเพิ่มอำนาจต่อรองด้วยการสร้างสินค้าไฮไลต์ตัวที่ 2 ที่ 3 ขึ้นเพิ่มเติม รวมถึงบาลานซ์ช่องทางขายระหว่างโมเดิร์นเทรด และเทรดิชั่นนอลเทรด

สิ่งหนึ่งคือการให้น้ำหนักกับยี่ปั๊วมากขึ้น เพราะไม่มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ด้วยเทรนด์ตลาดหันมาที่โมเดิร์นเทรดที่เติบโตสูงมาก ถือเป็นความท้าทายและโจทย์ใหญ่ของซัพพลายเออร์วันนี้

ด้านนางเพ็ญนภา ธนสารศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพนส์มาร์เก็ตติ้งแอนด์ดิสทริบิวชั่น จำกัด กล่าวว่า เป็นธรรมชาติว่าใครที่แข็งแกร่งเขาก็มีอำนาจต่อรองมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจวันนี้ต้องบาลานซ์ทุกอย่าง บริษัทในฐานะเป็นดิสทริบิวเตอร์ต้องบาลานซ์ทุกช่องทางให้ได้

"วันนี้โมเดิร์นเทรดขายลอตเดียวลอตใหญ่สบาย แต่ถ้าคุณมีสินค้าตัวเดียว ถ้าวันหนึ่งเขาบีบคุณว่าถ้าไม่ให้ค่าต่าง ๆ คุณก็ตาย เพราะคุณมีเขาคนเดียว จึงต้องบาลานซ์ทุกสเต็ป วันนี้ผู้ผลิตรายไหนมาให้ขายสินค้า ตนจะถามก่อนว่าต้นทุนที่จะเข้าค้าปลีกเท่าไร สมมติขาย 10 บาท ถ้าต้นทุน 5-6 บาท นั่งเฉย ๆ ดีกว่า มิฉะนั้นจะขาดทุน ดีที่สุดไม่ควรเกิน 2 บาท ตัวเลขมันลดลงมาเรื่อย ๆ จาก 30 ปีที่ผ่านมา เพราะโมเดิร์นเทรดมีค่าใช้จ่ายในการวางสินค้าเข้าร้านสูงมาก และเพิ่มขึ้นทุกปี"

สหพัฒน์เปิดเกมสู้รีเทล

แหล่งข่าวระดับสูงจากเครือสหพัฒน์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้การเจรจาร่วมทุนระหว่างสหพัฒน์ กับ "ลอว์สัน" ร้านสะดวกซื้อจากญี่ปุ่นได้ผลสรุปเรียบร้อยแล้ว แนวทางเบื้องต้น

คือ ทีมงานของลอว์สัน จะเป็นคนบริหารจัดการ เพราะมีโนว์ฮาวและวิธีการบริหารร้านสะดวกซื้อที่ถือว่าแข็งแรงมาก โจทย์สำคัญคือ ปรับตัวในเมืองไทย คาดว่าจะใช้ชื่อแบรนด์ "สหลอว์สัน"

"ลอว์สันในญี่ปุ่น แข็งแรงมาก และมีธุรกิจต่อเนื่องอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะอาหารซึ่งน่าจะมีประโยชน์กับสหพัฒน์"

ปัจจุบันค้าปลีกมีอำนาจต่อรองสูงมาก เทียบกับ 20 ปีที่แล้วอำนาจต่อรองยังอยู่ที่ซัพพลายเออร์ ขณะนี้สหพัฒน์และซัพพลายเออร์รายใหญ่ ๆ ตระหนักว่า ต้องเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีก มิฉะนั้นจะถูกบีบไปเรื่อยๆ

"สหพัฒน์กับแฟมิลี่มาร์ท ไม่ตรงกันหลายอย่าง ลอว์สันน่าจะเป็นตัวที่ไปได้ด้วยดี สหพัฒน์ก็น่าจะได้ประโยชน์ตรงนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยนจาก 108 ช็อปมาเป็นลอว์สัน ส่วนเซ็นทรัลก็ได้ประโยชน์จากแฟมิลี่มาร์ท เพราะเขาต้องการเป็นคอนวีเนี่ยนสโตร์"

เบอร์ลี่ฯซุ่มเปิดค้าปลีกสุขภาพ

ด้านกลุ่มทุนของ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" มุ่งมั่นที่จะมีธุรกิจค้าปลีกของตัวเองเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรอง หลังจากพลาดหวังจาก 2 ดีลยักษ์ตั้งแต่คาร์ฟูร์ มาถึงแฟมิลี่มาร์ท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นโยบายของ "อัศวิน เตชะเจริญวิกุล" และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) คือเดินหน้าหาธุรกิจปลายน้ำหรือค้าปลีก ก่อนหน้านี้ซื้อกิจการร้านหนังสือเอเซียบุ๊คส์ เพื่อเรียนรู้โนว์ฮาวของค้าปลีก รวมถึงได้บุคลากรด้านค้าปลีกมาอยู่ในบริษัทเพื่อเตรียมความพร้อมในอนาคต

เบอร์ลี่ฯ อยู่ระหว่างศึกษาเปิดร้านสินค้าสุขภาพและความงามในคอนเซ็ปต์ "เฮลท์สโตร์" เนื่องจากบริษัทมีสินค้ากลุ่มเวชภัณฑ์ ประกอบด้วยเครื่องมือแพทย์และอาหารเสริม อยู่ระหว่างตั้งชื่อแบรนด์ และ

คอนเซ็ปต์ของร้าน นอกจากสินค้าของบริษัทแล้วยังเปิดกว้างให้สินค้าของผู้ประกอบการอื่น ๆ เพื่อความหลากหลาย เบื้องต้นจะทดลองในศูนย์การค้า 2-3 แห่งเร็ว ๆ นี้ ค้าปลีกในปั๊มสมรภูมิรบใหม่

ขณะที่สงครามค้าปลีกในปั๊มน้ำมันก็รุนแรงเช่นกัน ล่าสุดร้าน "ซีพีฟู้ดมาร์เก็ต" เตรียมเซ็นสัญญาเอ็มโอยูกับปั๊มเชลล์ ถือเป็นโมเดลใหม่ที่เรียกว่า "ซูเปอร์คอนวีเนี่ยนสโตร์" เบื้องต้นจะเปิดทั้งสิ้น 10 สาขา ซึ่งถือเป็นการเปิดเกมรุกใหม่ของทางซีพี ผู้นำร้านสะดวกซื้อ "เซเว่นอีเลฟเว่น" ที่ต้องการเข้าไปในช่องว่างค้าปลีกระหว่างร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ต

ล่าสุดปั๊ม "พีทีจี" อยู่ระหว่างการเจรจากับแบรนด์ที่มีประสบการณ์ในร้านสะดวกซื้อ 2-3 ราย เพื่อเป็นพันธมิตรมาเปิดในปั๊มพีทีจี ซึ่งเห็นความชัดเจนในปีหน้า

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีมินิมาร์ทในปั๊มน้ำมัน 50 สาขา ชื่อ พีทีมาร์ท ซึ่งลงทุนเอง และกลางธันวาคมจะเปิดรูปแบบใหม่ภายใต้แบรนด์ "แมกซ์ มาร์ท" ปรับรูปแบบร้านและสินค้าเพื่อสร้างความต่าง นอกจากนี้ โดยจุดแข็งของปั๊มพีทีจีซึ่งส่วนใหญ่เปิดสาขาในต่างจังหวัด คือทำเลใกล้กับแหล่งชุมชน ปัจจุบันมีสาขาทั้งสิ้น 540 แห่งทั่วประเทศ

"ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน มีแนวโน้มมากขึ้น เพราะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการขยายสาขาของร้านสะดวกซื้อ ขณะที่ปั๊มน้ำมันก็ใช้ร้านเหล่านี้เป็นแม็กเนตในการดึงคนเข้ามาใช้บริการ"

Image
05 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 3:34 pm

IFEC ชี้อัตราเติบโตรายได้-กำไรสุทธิไตรมาส 3 น่าพอใจ เดินหน้าจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.05 บาท
ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕

Image

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--มาสเตอร์ มายด์ คอมมิวนิเคชั่นส์

บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ หรือ IFEC (ไอเฟค) ประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ปี 2555 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23.41% ส่วนงวด 9 เดือน กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 160.37% เผยรายได้จากการขายและการบริการยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ชี้หลังประกาศความร่วมมืออย่างแนบแน่นกับ “โคมิก้า มินอลต้า” ประเทศญี่ปุ่น โดยเฉพาะการผลักดันแคมเปญการตลาด Speed Up Your Business with Konica Minolta by ifec ที่ช่วยภาคธุรกิจลดต้นทุนด้านเอกสาร ยิ่งสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง เผยบอร์ดไฟเขียวจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ0.05 บาท





นายณรงค์ เตชะไชยวงศ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ จำกัด (มหาชน) หรือ IFEC (ไอเฟค) ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายเครื่องดิจิทัล มัลติฟังก์ชั่น “โคนิก้า มินอลต้า” รายเดียวในประเทศไทย เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ระหว่างเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2555 ว่า บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 170.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.99% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ 28.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.46 ล้านบาท หรือคิดเป็น 23.41% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 23.33 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว พบว่า ยอดขายเพิ่มขึ้น 8.74% โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.58 ล้านบาท หรือคิดเป็น 35.72%

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน (มกราคม-กันยายน 2555) บริษัทฯ มีรายได้รวม 590.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.74% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทฯ มีรายได้รวม 451.87 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 55.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 89.15 ล้านบาทหรือคิดเป็น 160.37%

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.05 บาท โดยกำหนดปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บมจ.อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ ได้ดำเนินนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยในปี 2555 ได้มีการจ่ายปันผลตั้งแต่ต้นปีให้กับผู้ถือหุ้นไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.31 บาท

“ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในต่างประเทศ ที่หลายๆ ประเทศประสบปัญหาวิกฤติหนี้ โดยเฉพาะในยุโรป ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็อยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัด ส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและขยายธุรกิจของภาคเอกชน ซึ่งเชื่อว่า การที่ IFEC ยังคงรักษาอัตราการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิไว้ได้ในภาวะเช่นนี้ ก็เนื่องมาจากการเดินหน้าทำการตลาดอย่างจริงจังในช่วงก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นลูกค้าองค์กร รวมถึงการเดินหน้าแคมเปญการตลาดและการจัดกิจกรรมกับคู่ค้าต่างๆ อย่างต่อเนื่อง” นายณรงค์กล่าว

ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับด้วยว่า การประกาศเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แนบแน่นและมีแผนการตลาดอย่างชัดเจนระหว่าง IFEC กับโคนิก้า มินอลต้า ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงที่ผ่านมา ได้ตอกย้ำความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ มากขึ้น โดยเฉพาะทิศทางและนโยบายการทำตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “โคนิก้า มินอลต้า” ที่ได้ใช้กลยุทธ์ GIVING SHAPE TO IDEA ในการผลักดันความสำเร็จด้านยอดขายในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยสินค้าในกลุ่มธุรกิจเครื่องดิจิทัลมัลติฟังก์ชั่นนั้น ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ที่มีความเร็วสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการทำงานด้านเอกสารให้กับภายในองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้มากขึ้น

“แนวทางการทำตลาดของโคนิก้า มินอลต้า ประเทศญี่ปุ่นสอดคล้องกับแผนการตลาดของ IFEC ที่ต้องการกระตุ้นให้องค์กรภาคธุรกิจได้เร่งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน รองรับกับการเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ โดยเราได้ผลักดันแนวคิด Optimizes Print Service (OPS) เข้าไปช่วยจัดการงานด้านเอกสารภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างดี ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้จัดแคมเปญ Speed Up Your Business with Konica Minolta by ifec เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนด้านงานเอกสารภายในองค์กร นอกจากนี้ บริษัทฯ จะร่วมทำงานกับลูกค้าในการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ประเมินระบบและความต้องการของผู้ใช้งาน วางแผนการติดตั้ง รวมถึงการจัดการเครื่องดิจิทัลมัลติฟังก์ชั่นอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพดีเหมาะสม ใช้พลังงานน้อย และไม่ก่อมลภาวะต่อสุขภาพผู้ใช้ ตลอดจนด้านซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้การบริหารจัดการจากส่วนกลางที่ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ซึ่งเชื่อว่า จากแนวทางการทำตลาดทั้งหมด จะส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้รักษาระดับการเติบโตไว้อย่างน่าพอใจในอนาคต” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IFEC กล่าว


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 4:52 pm

Image
Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 4:58 pm

Image
คอบอลได้ลุ้น! กสทช. ขู่ฟันช่องฟรีทีวี-ทีวีดิจิตอล หากปล่อย'จอดำ'
มติบอร์ด กสท พิจารณา 3 ร่างประกาศฯ กสทช. ยกกฎ Must have ขู่ฟันฟรีทีวี รวมดิจิตอล 7 รายการ หากจอดำ ก่อนชงเข้าบอร์ดใหญ่ 14 พ.ย.นี้...

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด กสท ว่า ที่ประชุมมีมติเพื่อพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ 1. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป 2. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ พ.ศ.... และ 3. (ร่าง) ประกาศ กสทช. เรื่อง การกระทำอันเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ก่อนนำเข้าบอร์ด ใหญ่ กสทช. อีกครั้งวันที่ 14 พ.ย.นี้ ก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

รองประธาน กสทช. กล่าวต่อว่า เนื้อหาหลักของ (ร่าง) ประกาศฯ ดังกล่าว คือ ต้องกำหนดว่า รายการ สามารถเข้าถึงประชาชนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งทีวีดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นประมาณปี 2557 ด้วย โดยได้กำหนดรายการโทรทัศน์ 7 ประเภท ที่ห้ามจอดำ หรือ มัสท์แฮฟ (Must have) ประกอบด้วย 1. การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ กีฬาซีเกมส์ 2. การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการอาเซียนพาราเกมส์ 3. การแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย หรือ เอเชียนเกมส์ 4. การแข่งขันกีฬาสำหรับนักกีฬาคนพิการ เอเชียนพาราเกมส์ 5. การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 6. การแข่งขันกีฬาสำหรับคนพิการหลายประเภทจากทั่วโลก หรือกีฬาพาราลิมปิก และ 7. การแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (32 ทีมสุดท้าย)

“หลังจากร่างประกาศดังกล่าวผ่านมติบอร์ด กสทช. แล้ว ทุกคนสามารถดูได้ผ่านฟรีทีวีทุกช่องทาง ทุกนัด ในสิ่งที่เป็นมาตรฐานธรรมดา หรือ สแตนดาสเดฟฟินิชั่น ส่วนอาร์เอส ที่ซื้อลิขสิทธิ์ไว้แล้วนั้น สามารถทำหนังสือเข้ามาที่ กสทช. เพื่อพิจารณาได้ เนื่องจาก ประกาศดังกล่าว เป็นประกาศ ที่ง่ายมาก แต่ถ้ามีเหตุผลอื่นใด สามารถเสนอมาเพื่อพิจารณาเฉพาะกรณี” พ.อ.นที กล่าว

อย่างไรก็ตาม หากประกาศดังกล่าวประกาศใช้แล้ว แล้วประชาชนยังไม่สามารถรับชมรายการดังกล่าว หรือ เรียกว่า จอดำนั้น กสทช. จะดำเนินการตามกระบวนการของการลงโทษซึ่งเริ่มตั้งแต่ระดับเบา คือ การเตือน ปรับ และโทษหนักสุด คือ การเพิกถอนใบอนุญาต ซึ่งต้องพิจารณาตามคดี และคาดว่าทุกช่องควรตระหนักอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า อาร์เอสได้รับสิทธิ์การเผยแพร่การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2014 หรือ อีก 2 ปีข้างหน้า รอบสุดท้ายมาล่วงหน้าเป็นเวลาหลายปี การออกข้อกำหนดจึงไม่ควรมีผลย้อนหลัง อันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบการ และอาจทำให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจาก กสทช. รวมทั้งการฟ้องร้องให้ยกเลิกประกาศหลักเกณฑ์ดังกล่าว.


Image
โดย ไทยรัฐออนไลน์
5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 5:03 pm

Image
6 ชาติอียูแบนปลาทูน่ากระป๋องจากไทย
6 ชาติสมาชิกอียูสั่งระงับการนำเข้าปลาทูน่ากระป๋องจากไทย ชี้สินค้าไม่ได้มาตรฐาน พบสารตกค้างปนเปื้อน
สำนักข่าวอันเดอร์เคอร์เรนท์ นิวส์ รายงานว่า แอนฟาโค สมาพันธ์อาหารกระป๋องสเปน ได้ยื่นจดหมายถึงรัฐบาลสเปนเรียกร้องให้ระงับการนำเข้าทูน่าจากประเทศไทยชั่วคราว หลังพบผลิตไม่ได้มาตรฐานของสหภาพยุโรป (อียู) หลังพบว่ามีสารตกค้างปนเปื้อน

แอนฟาโค อ้างอิงหลักฐานจากข้อมูลจากระบบการแจ้งเตือนสินค้าอาหารของอียู หรือ RASFF ซึ่งระบุว่า สาเหตุการแบนมาจากผู้นำเข้าทูน่ากระป๋องจากไทยหลายราย ไม่ปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยตามมาตรฐานของสหภาพยุโรป ทั้งยังพบสารฮิตามีนในผลิตภัณฑ์ทูน่าบรรจุกระป๋องจากไทย มีปัญหา 27 รายการ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และความมั่นคงของชาติ

นอกจากนี้ รายงานยังระบุ ด้วยว่า ยังมีอีก 5 ประเทศของสมาชิกอียู คือ นอร์เวย์ โปแลนด์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก บัลแกเรีย ระงับการนำเข้าปลาทูน่ากระป๋องจากไทย เพื่อให้ไทยปรับปรุงคุณภาพการผลิต

Image
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 5:05 pm

Image
'เสี่ยช้าง' รีเทิร์น!! ตะวันขึ้นที่ 'บางกอกแลนด์'
จริงเหรอ!! 'บางกอกแลนด์' กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค 'รุ่งเรือง'
ตามที่ 'เสี่ยช้าง' อนันต์ กาญจนพาสน์ ประกาศกร้าว!!!

ผอมลงจนแทบจะจำไม่ได้ "เสี่ยช้าง" อนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.บางกอกแลนด์ วัย 71 ปี ที่พระอาทิตย์กำลังจะกลับมาขึ้นอีกครั้งที่ "เมืองทองธานี" หลังนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2535 สร้างอาณาจักรเมืองทองธานีจนกลายเป็น "มหาเศรษฐีหมายเลข 1 ของเมืองไทย"

แต่แล้ววันหนึ่งงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์แตกดังโผละ! ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เสี่ยช้างกลายเป็น "คนเคยรวย" หนี้สินจำนวนมหาศาลกลายเป็น "ภาระผูกมัด" จนธุรกิจเดินหน้าต่อไม่ได้ คอนโดถูกทิ้งร้าง ออฟฟิศไร้ผู้คน ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แทบจะตายสนิท

เดือนตุลาคม 2542 เสี่ยช้างพลิกเกมจัดตั้ง บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด (อิมแพ็ค) บางกอกแลนด์ถือหุ้น 99.97% ทำธุรกิจศูนย์แสดงสินค้านานาชาติในเมืองทองธานีแจ้งวัฒนะ ระหว่างนั้นก็เพิ่มทุนใช้คืนเจ้าหนี้ และปรับโครงสร้างขอลดหนี้มาตลอด โดยกัดฟันกอดที่ดินผืนงามที่เหลือที่ถนนแจ้งวัฒนะ และย่านถนนศรีนครินทร์อีก 1,350 ไร่ เอาไว้ โดยหวังว่าวันหนึ่ง "เมืองทอง" ซึ่งหมายถึง "ยุคทอง" จะต้องกลับมาสักวัน

เมื่อธุรกิจขาดเงินในปี 2550 เสี่ยช้างตัดใจขายหุ้นอิมแพ็คบางส่วนให้แก่ Juutland Limited สัดส่วน 45% บางกอกแลนด์เหลือหุ้น 55% ล่าสุดเพิ่งไปขอซื้อหุ้นกลับคืนจาก South East Asia Opportunities Fund Limited ทำให้บางกอกแลนด์ถือหุ้นในอิมแพ็ค 100% ตามเดิม โดยมีแผนจะนำหุ้นอิมแพ็คเข้าตลาดหลักทรัพย์สร้างมูลค่าเพิ่มให้บางกอกแลนด์ แต่งเติมสตอรี่ใหม่ไปพร้อมๆกับเดินแผนเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีชมพูเข้ามาในเมืองทองแจ้งวัฒนะ พร้อมรับปากจากนี้ไปจะจ่ายปันผลทุกปี การันตีตัวเลข 0.02 บาทต่อหุ้นเป็นอย่างน้อย

ก่อนที่เสี่ยช้างจะประกาศกร้าว! นำบางกอกแลนด์ก้าวเข้าสู่ “ยุครุ่งเรือง” อีกครั้ง แถลงข่าวใหญ่ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณที่ถูกส่งออกมาตลอด 1-2 ปีนี้ อนันต์ไล่เก็บหุ้น BLAND ของตัวเองไว้เต็มกระเป๋าใช้เงินไป "หลายร้อยล้านบาท" ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ราคาหุ้น BLAND พุ่งทะยานจาก 0.70 บาท ขึ้นไปสูงสุด 1.46 บาท เป็นการ "รีเทิร์น" ที่ไม่ธรรมดา

"บิซวีค" สืบเสาะได้ความว่า เสี่ยช้าง เกิดวันที่ 24 มิถุนายน 2484 ปีนักษัตร “มะเส็ง” (งูเล็ก) ซึ่งมะเส็ง "ชง" (ปะทะ) มะเส็งในปี 2556 (ปีชง 2556 คือ กุน, มะเส็ง, ขาล, วอก) ขณะเดียวกัน คีรี กาญจนพาสน์ เจ้าสัวบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) และ วีจีไอโกลบอล มีเดีย (VGI) น้องชายของเสี่ยช้าง เกิดวันที่ 18 ตุลาคม 2493 ปีนักษัตร “ขาล” (เสือ) ซึ่งปีขาลชงกับมะเส็งเช่นกัน ปี 2556 จะใช่ "ปีทอง" รึเปล่า!!! ถ้าตามพื้นดวงก็ยังไม่น่าจะดีเท่าไร

"นานมาแล้วที่ผมไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับสื่อมวลชน ไม่เหมือน “ปีเตอร์ กาญจนพาสน์” ลูกชายคนโตวัย 39 ปี และ “พอลล์ กาญจนพาสน์” ลูกชายคนสุดท้องวัย 37 ปี ที่เขาได้พบท่านบ่อยๆ ผมแก่แล้วกะจะวางมือแล้วปล่อยให้ลูกชายได้จัดการงานเต็มที่ ถึงแม้จะแก่แต่ก็ยังมีเมียสาวนะ (หัวเราะ)” เสี่ยช้างในวัย 71 ปี กล่าวติดตลกในงานแถลงข่าว “ซื้อหุ้นอิมแพ็คคืน”

เสี่ยช้าง พูดไม่อ้อมค้อมว่าหากมีโอกาสจะไล่ซื้อหุ้น BLAND ไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยพื้นฐานแท้จริง ถ้าได้รับเงินปันผลจากบริษัทก็จะนำมาซื้อหุ้นอีก เราจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้น ยิ่งบริษัทซื้อหุ้นอิมแพ็ค กลับคืนมาในราคาถูก 2,700 ล้านบาท จะทำให้ฐานะการเงินของบริษัทดีขึ้นมากๆ

"ผมมีลูกชาย 2 คน สุดท้ายเขาแบ่งหุ้นกันไป ผมเชื่อว่าจากนี้บริษัทจะฟิตมาก (ลากเสียงยาว) จนสามารถจ่ายเงินปันผลได้ทุกปี ขอการันตีที่ตัวเลข 0.02 บาทต่อหุ้น หรือมากกว่านั้น"

เสี่ยช้าง กล่าวว่า อิมแพ็คมี Net Profit Margin (อัตรากำไรสุทธิ) สูงถึงปีละ 300-400 ล้านบาท ถ้ารวมค่าเสื่อมก็จะมีอัตรากำไรสุทธิเกือบ 1,000 ล้านบาท แถมบริษัทนี้ยังมีกระแสเงินสดสูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี ด้าน พอลล์ กาญจนพาสน์ ลูกชายคนรอง พูดเสริมคุณพ่อว่าในปี 2557 (สิ้นสุด 31 มีนาคม 2557) อิมแพ็คอาจมีรายได้เติบโตปีละ 5-10% ส่วนในปี 2556 คาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,200-2,400 ล้านบาท

อนันต์ บอกว่า จุดเด่นตรงนี้จะทำให้ BLAND สามารถจ่ายเงินปันผลได้ทุกปี หลังหยุดจ่ายมาตั้งแต่ปี 2540 เพิ่งกลับมาจ่ายได้ 0.02 บาทต่อหุ้นเมื่อไม่นานมานี้ ก้าวต่อไปจะนำอิมแพ็คเข้าตลาดหลักทรัพย์จะขาย IPO สัดส่วน 25% แต่จะขายเมื่อไร ราคาเท่าไร เข้าตลาดตอนไหน “ยังไม่รู้” การได้ของรัก (อิมแพ็ค) คืนมาครั้งนี้ เหมือนได้ “แม่นมพันธุ์ดีกลับมา” เราสามารถรีดนมกินได้ทุกปี

"หน้าที่ของเราคือ เลี้ยงให้แม่นมเติบโตเรื่อยๆ เมื่อก่อนผมเคยอยากนำอิมแพ็คเข้าตลาดหุ้น แต่ติดตรงที่เราไม่ได้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้ต้องล้มความคิดนี้ น่าเสียดายจริงๆ แม้เราจะเคยมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ก็ไม่เคยเดินเข้าไปสู่หมวดฟื้นฟูกิจการ (รีฮาฟโก้) เหมือนคนอื่นๆ ที่สำคัญเจ้าของที่ร่วมกันก่อตั้งบริษัทเมื่อ 20 ปีก่อนจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นกลุ่มเดียวกัน เปลี่ยนแปลงเพียงจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่านั้น”

เสี่ยช้าง ก้มหน้าพลิกเอกสาร ก่อนเงยหน้าขึ้นมาพูดว่า ตั้งเป้าอยากมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมงานประชุมและนิทรรศการต่างๆ ในอิมแพ็ค เพิ่มขึ้นจาก 15 ล้านคนต่อปีเป็นกว่า 25 ล้านคนต่อปี ถามว่าจะดึงคนเข้ามาได้อย่างไร เราได้มีการพูดคุยกับ รฟม.ว่า อยากให้รถไฟฟ้าสายสีชมพู (ปากเกร็ด-หลักสี่-มีนบุรี-สุวินทวงศ์) ต่อเข้ามาถึงในเมืองทองธานี

รฟม. เขาตีมูลค่าลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท เราขอให้ออก "คนละครึ่ง" (600 ล้านบาท) เขาคงต้องกลับไปคิดก่อน ถ้าโอเคคงส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่วนตัวตั้งใจจะทำโครงการช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ ขนาดไม่ใหญ่มากในเมืองทองแล้วให้รถไฟฟ้าวิ่งเข้ามาในชั้น Underground เราจะทำพื้นที่จอดรถ 20-30 ไร่ จอดได้สัก 15,000-20,000 คัน

"สมมติโครงการนี้ ครม. หรือ รฟม. ไม่เห็นด้วย ก็ไม่เป็นไร เพราะผมคิดจะสร้างโครงการโมโนเรลระยะสั้นเชื่อมต่อรถไฟฟ้าเอง มูลค่าลงทุนประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งมันก็เท่ากับที่เราจะออกคนละครึ่ง กับ รฟม.ออกแบบทุกอย่างไว้หมดแล้ว ตอนนี้ได้จ้างบริษัท เทสโก้ ให้เข้ามาดูแลโครงการนี้เรียบร้อยแล้ว"

ในส่วนของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อนันต์ วางแผนจะทำที่อยู่อาศัยขนาด "จุ๋มจิ๋ม" (หัวเราะ) ประมาณ 300-500 ยูนิต ขนาดใหญ่หลายพันหลายหมื่นยูนิต "คงไม่ทำ" ปล่อยให้คนเก่งๆ เขาลุยกันไปเองดีกว่า “พอลล์” เสริมว่า ส่วนของโรงแรมในอนาคตก็คงจะทำต่อเนื่อง แต่รายละเอียดยังไม่รู้จริงๆ อย่าพยายามถามเลย “พ่อบอกไม่ให้เชื่อนักข่าว” (หัวเราะ)

นักข่าวถามว่ามีแผนจะทำโน่นทำนี่จะนำเงินมาจากไหน เสี่ยช้าง..หัวเราะ!! เงินภายในเราเยอะนะจะบอกให้ ตอนนี้ผมมีแผนจะขายที่ดินทั้งในส่วนของเมืองทองและถนนศรีนครินทร์ที่มีรวมกันประมาณ 2,000 ไร่ มูลค่าเท่าไรยังกราบเรียนไม่ได้จริงๆ ที่ดินของเราเปรียบเหมือน “เหล้าที่ดองไว้นาน” ฉะนั้นราคาน่าจะดีกว่า “เหล้าใหม่”

ตอนนี้บอกได้เพียงว่า ที่ดินทำเลงามกว่า 1,350 ไร่ ย่านถนนศรีนครินทร์ มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาทต่อไร่ มีนักธุรกิจทั้งที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์และไม่ได้เป็นสนใจเยอะมาก ส่วนตัวตั้งใจจะขายที่ดินให้ได้ 600-700 ไร่ ส่วนที่ดินบนถนนเพชรบุรียาวไปถึงแอร์พอร์ตลิงค์ที่มีอยู่ 7 ไร่ คงไม่ขายตั้งใจจะให้ลูกชายนำไปทำเป็นอสังหาริมทรัพย์ บางกอกแลนด์ถือเป็นบริษัทที่ครอบครองที่ดินมากสุด (ในกรุงเทพฯ) แล้วมั้ง!!! เจ้าตัวพูด

“ผมไม่อยากเป็นหนี้ใครอีกแล้ว ถ้าไม่จำเป็น บทเรียนเมื่อครั้งปี 2540 มันยังฝังใจอยู่เลย กู้เงินคนอื่นมาวันหนึ่งเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ดอกเบี้ยมันจะบานตะไท จากนี้ไปผมจะพยายามทำอะไรคนเดียว ไม่ไปร่วมทุนกับใครอีก” เสี่ยช้าง ระบายความในใจ

Image
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 5:25 pm

Image
เกาหลีเหนือเตรียมเปิดตึกทรงพีระมิดปีหน้า หลังก่อสร้าง 26 ปี

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก ryugyonghotel.com


Image

เกาหลีเหนือเตรียมเปิดตึกทรงปิรามิดที่มีความสูง 105 ชั้นกลางปีหน้า หลังใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 26 ปี

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน เว็บไซต์เดลิเมล ของอังกฤษ รายงานว่า ประเทศเกาหลีเหนือจะมีการเปิดตัวตึกระฟ้ารูปปิรามิดกลางปี 2013 (พ.ศ. 2556) ขนาดความสูง 105 ชั้น หลังจากที่ใช้เวลาก่อสร้างมานานถึง 26 ปี โดยตึกนี้มีการตั้งชื่อว่าโรงแรมหรกยอง (Ryugyong Hotel) ซึ่งถือว่าเป็นตึกที่มีความสูงอันดับที่ 47 ของโลก มีความสูงถึง 335 เมตร และมีชั้นต่าง ๆ ที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 5 ของโลกเลยทีเดียว

ด้าน นายรีโต้ วิตเทอร์ ผู้บริหารของโรงแรมระดับนานาชาติเก็มปินสกี้ เอจี (Kempinski AG) กล่าวว่า ห้องทั้งหมดกว่า 150 ห้องบนชั้นสูงสุด จากทั้งหมดกว่า 3,000 ห้อง จะถูกใช้เป็นโรงแรม โดยห้องต่าง ๆ ที่เหลือ จะกลายเป็นสำนักงาน ห้องบอลรูม ห้องอาหาร และศูนย์การค้า

ทั้งนี้ ประเทศเกาหลีเหนือ ได้เริ่มต้นสร้างโรงแรมหรกยองแห่งนี้ขึ้น ในทศวรรษที่ 1980 (พ.ศ. 2523) และหยุดการก่อสร้างลงเมื่อตอนที่ประเทศเผชิญกับสภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจ และเงินทุนในการก่อสร้างเริ่มหมดลงในช่วงปี 1990 (พ.ศ. 2533) แต่การก่อสร้างก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2009 (พ.ศ. 2552) เมื่อบริษัท โอราสคอม เทเลคอม จากประเทศอียิปต์ ได้เข้ามาเทคโอเวอร์ด้วยเงินจำนวนกว่า 112 ล้านปอนด์ หรือราว 5,525 ล้านบาท โดยบริษัทแห่งนี้ ดำเนินธุรกิจด้านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศเกาหลีเหนือ

สำหรับโรงแรมหรกยองได้รับการโหวตจากนิตยสารเอสไควร์ ในปี 2008 (พ.ศ. 2551) ว่า
เป็นตึกที่น่าเกลียดที่สุดตามมาตรฐานตึกพรรคคอมมิวนิสต์


Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 5:31 pm

***หุ้นโค้งสุดท้าย...SET แกว่งแคบ รอผลเลือกตั้งสหรัฐ

หุ้นไทยวันนี้ปิดบวก 0.10 จุด หรือ 0.01% มาอยู่ที่ 1,306.70 จุด
มูลค่าการซื้อขาย 29,744.84 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ -638.21 ล้านบาท
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ +162.53 ล้านบาท
- นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ +510.69 ล้านบาท

- นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ -35.00 ล้านบาท


นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บล.บัวหลวง บอกในรายการหุ้นโค้งสุดท้ายว่า หุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวบวกและลบในกรอบแคบ โดยนักลงทุนโฟกัสการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าถ้านายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน ชนะการเลือกตั้งก็จะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นสหรัฐ แต่หากนายบารัค โอบามา จากพรรคเดโมแครต ชนะการเลือกตั้งก็จะเป็นผลลบต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งปัจจัยการเลือกตั้งของสหรัฐเป็นประเด็นที่นักลงทุนเฝ้าติดตามและระมัดระวังการลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวไม่มากนัก

กลยุทธ์การลงทุน แนะ เลือกลงทุนกลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ (domestic play) ซึ่งแม้ว่าใครชนะการเลือกตั้งก็ตามในเชิงนโยบายทางการค้าอาจต้องใช้เวลา เพียงแต่หากเป็นนายบารัค โอบาชนะเราก็ไม่ต้องปรับตัว ซึ่งถ้านายมิตต์ รอมนีย์ชนะเรื่องนโยบายก็ใช้เวลา จึงมองว่าหุ้นที่ขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจในประเทศ งบประมาณรัฐ น่าจะเป็นกลุ่มที่ปลอดภัยไม่ว่าจะใครจะชนะการเลือกตั้ง พร้อมแนะนำ กลุ่มมีเดียและบันเทิง เช่น MAJOR โดยมองแนวโน้มในไตรมาส 4/55 น่าจะดี จากภาพยนตร์ที่เข้ามา

จากการรวบรวมของ Money Channel บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ให้กรอบการลงทุนทางด้านเทคนิคและหุ้นแนะนำในวันพรุ่งนี้ดังนี้
บล.คันทรี่ กรุ๊ป ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,300-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น NWR-ML
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,295-1,315 จุด แนะลงทุนหุ้น TOP
บล.ไอร่า ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,300-1,314 จุด แนะลงทุนหุ้น KCE
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,290-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น IFEC

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 5:56 pm

10 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี 2013
โลน ลี่ แพลนเน็ต เผย “10 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก” ประจำปี 2013 หลังรวบรวมความคิดเห็นจากเหล่านักเขียนของโลนลี่ แพลนเน็ต ตลอดจนสมาชิกเว็บไซต์ แล้วจึงนำมากลั่นกรองและคัดเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน การท่องเที่ยวและเดินทาง โดยไม่ได้คำนึงถึงเทรนด์การท่องเที่ยว แต่เน้นพิจารณาว่าเมืองใดที่นักท่องเที่ยวควรเดินทางไปเยือนมากที่สุดใน ปี 2013



อันดับที่ 10 เมืองปัวร์โต อิกวาซู จังหวัดมีซีโอเนส ประเทศอาร์เจนตินา
ดีที่สุดสำหรับ: ครอบครัว, กิจกรรม, การผจญภัย

Image

เมืองปัวร์โต อิกวาซู (Puerto Iguazú) เป็นที่ตั้งของน้ำตก “อิกวาซู” ซึ่งทอดตัวเป็นแนวยาวระหว่างพรมแดนประเทศบราซิล-อาร์เจนตินา และได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกมาหมาดๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองนี้จึงเต็มไปด้วยโรงแรมหรู สปา และสุดยอดโฮสเต็ล แถมยังมีสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่น่าสนใจหลายแห่งอีกด้วย

Image

อันดับที่ 9 เมืองอาดดิส อาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, อาหาร, ความคุ้มค่า

Image

อาดดิส อาบาบา (Addis Ababa)” หรือ “แอดดิส อาบาบา” เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเอธิโอเปีย ทั้งยังเป็นที่ตั้งขององค์กรระหว่างประเทศหลายแห่ง เช่น สำนักงานใหญ่องค์การเอกภาพแห่งแอฟริกา และสำนักงานใหญ่คณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งแอฟริกา (UNECA) ขององค์การสหประชาชาติ เป็นต้น ที่ผ่านมาเมือง “อาดดิส อาบาบา” ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ยิ่งมีการคาดการณ์ว่าในปีหน้าเศรษฐกิจของเอธิโอเปียจะเติบโตขึ้นเกือบ 5% ก็ยิ่งทำให้เมืองนี้แลดูน่าเชื่อถือและน่าไว้วางใจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักท่องเที่ยวที่ยังไม่เคยเดินทางไปเยือนเอธิโอเปีย มาก่อน

Image

ไฮเวย์มูลค่า 3 พันล้านบาทในเมือง “อาดดิส อาบาบา” ที่พัฒนาโดยบริษัทรับเหมาจากประเทศจีน
**

อันดับที่ 8 เมืองมอนทรีออล รัฐควิเบก ประเทศแคนาดา
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม,งานรื่นเริง, ความคุ้มค่า

Image

มอนทรีออล (Montréal) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในรัฐควิเบก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศแคนาดา ทุกครั้งที่มีการจัดอันดับโลก เมืองนี้มักติดโผเข้ามาเป็นอันดับต้นๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมืองสะอาด เมืองน่าอยู่ หรือเมืองที่อยู่แล้วมีความสุขที่สุดในโลก เป็นต้น นอกจากนี้ มอนทรีออล ยังได้รับยกย่องว่าเป็นเมืองหลวงด้านวัฒนธรรมของประเทศแคนาดา แถมองค์การยูเนสโกยังขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งดีไซน์อีกด้วย ในปีนี้ มอนทรีออลถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “หุ่นยนต์ล้างโลก (Robopocalypse)” ของสตีเว่น สปีลเบิร์ก ขณะที่ในปีหน้าจะมีการเปิดตัวโครงการใหญ่ ”ริโอ ทินโต อัลแคน แพลนเนทาเรี่ยม” ตลอดจนโรงแรมหรูและพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ อีกทั้งยังมีงานฉลองครบรอบ 50 ปีศูนย์ศิลปะ ”เพลส เดส อาร์ต” อีกด้วย

Image

อันดับที่ 7 เมืองโฮบาร์ต รัฐแทสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม,งานรื่นเริง, อาหาร

Image

โฮบาร์ต (Hobart) เป็นเมืองหลวงของรัฐแทสมาเนีย ประเทศออสเตรเลีย ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1804 (พ.ศ. 2347) ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวง (ของรัฐ) ที่เก่าแก่เป็นอันดับสองของออสเตรเลีย (รองจากซิดนีย์)ปัจจุบัน เป็นเมืองท่าและเมืองท่องเที่ยวสุดฮิป ที่เต็มไปด้วยสีสันและมีกิจกรรมต่างๆ ให้เลือกทำเลือกชมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านกีฬา ศิลปวัฒนธรรม อาหาร เทศกาลและงานรื่นเริงต่างๆ เป็นต้น

Image

อันดับที่ 6 เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
ดีที่สุดด้าน: วัฒนธรรม, งานรื่นเริง, ครอบครัว

Image

แหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ที่มีการนำตู้คอนเทนเนอร์มาดัดแปลงเป็นร้านค้า

หลังประสบเหตุแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงในปี ที่ผ่านมา “ไครสต์เชิร์ช (Christchurch)” ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเกาะใต้ ก็เริ่มเดินหน้าพัฒนาและฟื้นฟูเมืองภายใต้ความมุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจ และใช้ไหวพริบในการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส ส่งผลให้ไครสต์เชิร์ชในปัจจุบัน กลายเป็นเมืองใหม่ที่มีแหล่งอาหารนานาชาติให้เลือกรับประทานหลากหลาย นับตั้งแต่อาหารพม่าไปจนถึงอาหารตุรกี ทั้งยังมีสถานที่ฟังเพลง (แสดงดนตรีสด) ให้เลือกฟังเลือกชมหลายแห่ง แม้แต่ย่าน “ซิตี้มอลล์” ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหวจนต้องรื้อถอนอาคารร้านค้า หลายหลัง ก็ถูกแทนที่ด้วย “คอนเทนเนอร์มอลล์” สุดชิค ที่สร้างขึ้นชั่วคราวเพื่อคืนชีพให้กับย่านการค้า

Image

อันดับที่ 5 กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, ความคุ้มค่า, อาหาร

Image

ปักกิ่งเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ สองรองจากเซี่ยงไฮ้ ทั้งยังได้ชื่อว่าป็นศูนย์กลางด้านศิลปวัฒนธรรมของประเทศจีนอีกด้วย แม้การจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่กรุงปักกิ่งจะผ่านไปนาน 4 ปีแล้ว แต่ยังคงทิ้งร่องรอยต่างๆ เช่น ป้ายบอกทางภาษาอังกฤษ และสถานที่จัดการแข่งขันที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นเอาไว้ให้ระลึกถึง และเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดใช้รถไฟความเร็วสูงบนเส้นทางปักกิ่ง-เซี่ยงไฮ้ ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองเมืองสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะใช้เวลาไม่ถึง 5 ชั่วโมง สำหรับการเดินทางราว 1,300 ก.ม.

Image

อันดับที่ 4 ลอนดอนเดอร์รี่ ไอร์แลนด์เหนือ
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, กิจกรรม, ครอบครัว

Image

ลอนดอนเดอร์รี่ หรือ เดอร์รี่ เป็นหนึ่งในเขตการปกครองของไอร์แลนด์เหนือ* ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร ประจำปี 2013 นักท่องเที่ยวจึงไม่ควรพลาดการเข้าร่วมกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมในเมืองเดอร์ รี่ ที่จะจัดหนักจัดเต็มตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี การแสดงและการละเล่นต่างๆ ตลอดจนนิทรรศการด้านศิลปะ นอกจากนี้ ในปีหน้าเมืองเดอร์รี่ยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ”All Ireland Fleadh” ซึ่งเป็นเทศกาล (ประกวด) ดนตรีไอริชที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก (จัดขึ้นในไอร์แลนด์เหนือเป็นครั้งแรก)

* ไอร์แลนด์เหนือ คือ 1 ใน 4 เขตการปกครองหลักของสหราชอาณาจักร (ประกอบด้วย อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ) มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศไอร์แลนด์

Image

**

อันดับที่ 3 เมืองไฮเดอราบัด รัฐอานธรประเทศ ประเทศอินเดีย
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, อาหาร, ความคุ้มค่า

Image

ในอดีตไฮเดอราบัดเคยเป็นเมืองหลวงของรัฐปกครองตนเอง (ภายใต้จักรวรรดิอังกฤษ)ที่มั่งคั่ง หลังอินเดียได้รับเอกราชจากอังกฤษ วังและสวนที่สวยงามต่างถูกนำออกขาย บ้างก็ถูกรื้อทิ้งแล้วสร้างใหม่ หรือไม่ก็โดนมือดียกเค้า นับว่ายังดีที่วังหลายแห่งในเขตเมืองเก่าของไฮเดอราบัดถูกบูรณะซ่อมแซมให้ อยู่ในสภาพสวยงามดังเดิม และหนึ่งในนั้นก็คือ “ฟาลัคนุมา พาเลซ” ที่ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมหรูเจ็ดดาวของทาจกรุ๊ป นอกจากวังแล้วยังมีอาคารและอนุสรณ์สถานหลายแห่งที่อยู่ในระหว่างการบูรณะ ซ่อมแซมด้วยเช่นกัน แต่ยังมีบางพื้นที่ในเมืองไฮเดอราบัดที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวเดินทางไป เยี่ยมชม ดังนั้น ปีหน้าจึงเป็นปีที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางไปสำรวจพื้นที่อันซีนในย่านเมือง เก่าของไฮเดอราบัด

Image

อันดับที่ 2 กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, กิจกรรม, อาหาร

Image

อัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์เสมอในสายตานักท่องเที่ยว แต่ในปี 2013 เมืองนี้จะยิ่งเต็มไปด้วยสีสันและมีกิจกรรมที่สำคัญให้ร่วมเฉลิมฉลองมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การเฉลิมฉลองระบบคูุคลอง (ที่รายล้อมเมือง 4 ชั้น)ครบรอบ 400 ปี, งานฉลองครบรอบ 160 ปี “วินเซนต์ แวน โกะห์”, พิพิธภัณฑ์ “วินเซนต์ แวน โกะห์” จะเปิดให้เข้าชมอีกครั้งในวาระครบรอบ 40 ปี, พิพิธภัณฑ์ไรค์ส (Rijksmuseum) จะเปิดให้เข้าชมอีกครั้งหลังปิดปรับปรุงนาน 10 ปี, วงซิมโฟนี ออร์เคสตราดีที่สุดในโลก “เดอะ รอยัล คอนเสิร์ตเคอะบาว ออร์เคสตรา” ในกรุงอัมสเตอร์ดัม จะครบรอบ 125 ปี นอกจากนี้ สวนสัตว์ “อาร์ติส รอยัล ซู” และ ศูนย์วัฒนธรรม “ฟีลิกซ์ เมอริติส” ก็จะฉลองครบรอบ 175 ปี และ 225 ปี (ตามลำดับ) ด้วยเช่นกัน

Image

อันดับที่ 1 ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา
ดีที่สุดในด้าน: วัฒนธรรม, กิจกรรม, อาหาร

Image

โลนลี่ แพลนเน็ต เลือก “ซานฟรานซิสโก” ให้เป็นเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี 2013 เพราะนอกจากจะเป็นเมืองที่มีลักษณะภูมิประเทศโดดเด่น มีทิวทัศน์ที่สวยงาม และมีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมแล้ว ในปีหน้า ซานฟรานซิสโกจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเรือใบ “อเมริกา’ส คัพ” ครั้งที่ 34 ส่งผลให้มีการแปลงโฉมและปรับปรุงสถานที่โดยรอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ริมอ่าวซานฟรานซิสโก

Image

หมายเหตุ: 10 อันดับเมืองน่าเที่ยวที่สุดในโลก ประจำปี 2013
เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งในหนังสือ “เบสท์ อิน ทราเวล 2013″ ของโลนลี่ แพลนเน็ต
ซึ่งวางจำหน่ายแล้วในราคา $14.99 (ราว 460 บาท)


Image
05 พ.ย. 2555
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:00 pm

05/11/55 ตอน โอบามา vs รอมนีย์ คู่มวยหยุดโลก
สรุปภาวะตลาดเที่ยงแบบฮาๆ ประจำวันที่ 05/11/55

http://www.ibizchannel.com/view.aspx?lid=2


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:04 pm

ลือ! โซนี่เริ่มปล่อยชุดพัฒนา PS4 ด้วยขุมพลัง APU
Image
ข่าวลือรั่วไหลหลุดมาจากเว็บไซต์ vg247 อ้างว่าบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เริ่มปล่อยข้อมูลสำหรับเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ทั้งสเปคและแผนการเปิดตัวสู่ตลาด ส่งถึงมือเหล่าพันธมิตรหลักๆไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับชุดพัฒนาตัวล่าสุดของเครื่องเพลย์สเตชัน 4 ที่โซนี่ส่งไปให้ค่ายเกมนั้น แหล่งข่าวระบุว่ามันเป็นชุดพัฒนาเวอร์ชันใหม่ตัวที่สอง ที่ถูกบรรจุมาอยู่ในรูปแบบของเคสพีซี ซึ่งทางโซนี่เตรียมแผนที่จะมีออกมาถึง 4 เวอร์ชันด้วยกัน โดยเวอร์ชันแรกที่เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงแค่ตัวการ์ดจออย่างเดียว แต่เวอร์ชันใหม่นี้จะใส่มาให้ครบทั้งซีพียู และแรม ส่วนเวอร์ชันสามจะออกตามมาอีกในเดือนมกราคมปีหน้า และจะมีสเปคที่ใกล้เคียงกับตัวสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งชุดพัฒนาเวอร์ชันสุดท้ายมีกำหนดปล่อยในช่วงฤดูร้อน (มิ.ย.-ส.ค.) ปี 2013

Image

พร้อมกันนั้นเองทางโซนี่ ยังได้นัดประชุมกับบรรดาทีมนักพัฒนาเกมในอเมริกา เพื่อหารือเกี่ยวกับเครื่องคอนโซลตัวใหม่นี้ ถึงเรื่องข้อมูลฮาร์ดแวร์ การออกแบบดีไซน์และจุดประสงค์การใช้งาน รวมทั้งได้มีการนำเสนอสาธิตแสดงศักยภาพของมัน ซึ่งภายในที่ประชุมนั้น ทางโซนี่ไม่ได้เอ่ยคำว่า "เพลย์สเตชัน 4" เลยแม้แต่ครั้งเดียว และยังคงเดินหน้าใช้คำแทนเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่ว่า "Orbis" (คำละตินที่แปลว่า 'วงกลม' หรือ 'วงจร') อยู่ตลอดเวลา

ทางฝั่งสเปคฮาร์ดแวร์ เจ้าเครื่องคอนโซล "Orbis" นี้จะใช้ชิพ A10 APU series ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย AMD ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการ์ดจอกับตัวซีพียูเข้าไว้ด้วยกันในชิพตัวเดียว ซึ่งจะทำให้มันสามารถรันเกมที่มีระดับความละเอียดภาพ 1080p ในโหมดสามมิติ ได้ที่ความเร็ว 60 เฟรมต่อวินาทีได้อย่างสบาย และแรงมากพอสำหรับตลาดเกมในปัจจุบันไปจนถึงอนาคตเลยทีเดียว ส่วนแรมที่มีมาให้นั้นก็อยู่ประมาณ 8 - 16GB พร้อมด้วยไดรฟ์อ่านแผ่นบลูเรย์ และมีขนาดความจุฮาร์ดดิสก์ของเครื่องรุ่นมาตรฐานอยู่ที่ 256GB อีกทั้งยังมีการเชื่อมต่อต่างๆที่เหมือนกับเครื่องเพลย์สเตชัน 3 ทั้ง Wi-Fi, Etherhnet และช่องต่อ HDMI

ในส่วนประสานงานผู้ใช้หรือ User Interface ของเจ้า "Orbis" นั้นจะถูกปรับปรุงแบบยกเครื่องใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ดูลื่นไหลต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น โดยคราวนี้ผู้ใช้จะสามารถกดปุ่ม PlayStation ในขณะเล่นเกมเพื่อเข้าไปยังเมนูอื่นๆของระบบภายในเครื่องได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องออกจากเกม ยกตัวอย่างเช่น ในระหว่างที่กำลังเล่นเกมผู้ใช้สามารถเข้าไปซื้อของใน PlayStation Store แล้วกลับมาเล่นต่อจากที่ค้างไว้ได้เลยทันที นอกจากนี้ผู้เล่นยังสมารถเลือกอัพเดทเฟิร์มแวร์เครื่องหรือซอฟต์แวร์เกมในโหมด Background ได้อีกด้วย

สำหรับกำหนดการเปิดตัวเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่นี้ แหล่งข่าวระบุว่าทางโซนี่ เตรียมแผนเปิดตัวเครื่องในช่วงก่อนถึงงาน E3 ในเดือนมิถุนายนปี 2013 ซึ่งทางโซนี่ระบุว่าจะไม่ทำผิดซ้ำรอยเดิม และจะพยายามทำเครื่องคอนโซลออกมาให้มีราคาในระดับที่ผู้ใช้ทุกคนสามารถซื้อหากันได้ ไม่แพงเวอร์เหมือนตอนเปิดตัวเครื่องเพลย์สเตชัน 3

Image
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:14 pm

ตลาดหลักทรัพย์ฯเยี่ยมชมการดำเนินงาน “สหการประมูล”
ข่าวข่าวประชาสัมพันธ์หุ้น การเงิน การธนาคาร วันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๕
Image

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--Work Link da Agency

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ (ที่ 3 จากขวา)
รองผู้จัดการสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมชมการดำเนินงานของ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน)
โดยมี นายเอกพิทยา เอี่ยมคงเอก (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่
ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน)


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:17 pm

TOPNEWS:ข่าวเด่นในประเทศวันนี้

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--รอยเตอร์


ข่าวตลาดเงิน-ตลาดทุน


*ตลาดอนุพันธ์ สรุปการซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์ส SET50 วันนี้(9520)

*ฟิวเจอร์ส SET50 ปิดวันนี้ทรงตัว, แรงซื้อเก็งกำไรงบ Q3 ประคองตลาด(9519)

*หุ้นไทยปิดบวก 0.01% ซื้อหุ้นกลุ่มไอซีที, ตลาดขาดปัจจัยใหม่(900)

*ตลท.เผยวันนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 510.69 ล้านบาท(9518)

*บลจ.แอสเซทพลัส เปิดขาย-ซื้อคืนรอบใหม่กองทุนบอนด์ 4 เดือน, คาดผลตอบแทน 3%

(9513)

*เชลล์ ดึง"ซีพี ฟู้ด มาร์เก็ต"เข้าปั๊ม หนุนยอดขายน้ำมันเพิ่ม 25% ต่อสาขา(9512)

*KK คาดสินเชื่อปี 56 โตไม่ต่ำกว่า 20%, ส่วนใหญ่เป็นเช่าซื้อ(9511)

*บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนผสมหุ้นไทย-บอนด์, ตั้งเป้าผลตอบแทน 6% ใน 1 ปี(9509)

*บลจ.กรุงศรี ออกกองทุนตราสารหนี้ 6 เดือน, คาดผลตอบแทน 3.0% ต่อปี(9508)

*PSL มองอุตสาหกรรมเดินเรือปี 56 ย่ำแย่กว่าปีนี้,คาดปี 57 เริ่มฟื้นตัว(9507)

*แสนสิริเผย ยอดขายในต.ค.ราว 4.3 พันลบ., เตรียมเปิดขายคอนโดฯที่ขอนแก่น

(9506)

*ธนชาตขายธุรกิจประกันชีวิต ให้พรูเดนเชียล,จับมือทำ Bancassurance(9505)

*AP ตั้งเป้ากำไรสุทธิโตเฉลี่ยปีละ 20% ในปี 54-56,ศึกษาขยายธุรกิจ ตจว.

(9504)

*SNC คาดกำไรปีนี้เท่าปีก่อน หลังต้นทุนเพิ่ม, ปี 56 กลับมาโต 15-20%(9496)

*SITHAI พุ่งทำนิวไฮ โบรกฯคาดกำไร Q3 เติบโต, มองเป็นหุ้น High Growth

(9485)

*ธ.เกียรตินาคิน คาดสินเชื่อปี 56 โตไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนใหญ่มาจากเช่าซื้อ(9484)

*ธ.เกียรตินาคิน คาดสินเชื่อปี 55 โต 24% จากเดิมคาดโต 21%(9481)

*TTCL บวก 2.86% โบรกฯคาดกำไร Q3/55 สูงสุดเป็นประวัติการณ์(9477)

*SCC ร่วง 2.24% โบรกฯคาดต่างชาติขายช่วงสั้น หลังขึ้นแรง, มองปีหน้าดี(9476)

*PTTGC บวก 1.24% โบรกฯคาดกำไรสุทธิ Q3/55 ทำจุดสูงสุดใหม่,ธุรกิจกลั่นฟื้น

(9472)

*CENTEL ราคานิวไฮตั้งแต่เข้าตลท.,โบรกฯคาดกำไรสุทธิ Q3/55 โตโดดเด่น(9471)

*CWT บวกกว่า 3% หลังจะออกวอร์แรนท์ให้ฟรีผู้ถือหุ้นเดิม สัดส่วน 4 ต่อ 1(9470)

*TCAP พุ่ง 5.33% หลังพรูเดนเชียล จะซื้อหุ้นทั้งหมดใน"ธนชาตประกันชีวิต"(9466)

*ตารางข้อมูลบริษัทที่จะขายหุ้น IPO ในตลาดหุ้นไทย(9460)

*ชัยวัฒนาฯ จะออกวอร์แรนท์ให้ฟรีผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตราส่วน 4 ต่อ 1(9458)

*โปรเจค แพลนนิ่งฯ เผยมีงานในมือ 400 ลบ.ทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2560(9456)

*กรุงไทย เพิ่มเงินกู้อีก 2.5 พันลบ.แก่เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ(9455)

*หุ้นไทยสัปดาห์นี้ sideways down,จับตาเลือกประธานาธิบดีสหรัฐ(9454)


ข่าวตลาดเงิน-เศรษฐกิจ


*บาท/ดอลลาร์ภาคบ่ายอ่อนค่าตามภูมิภาค, ผู้ค้าทองซื้อดอลล์หลังราคาทองร่วง(901)

*ข้อมูลแรงงานสหรัฐกดดันทองช่วงสั้น,คาดไม่หลุด $1,650-แนะทยอยซื้อ(9495)

*กกพ.เตรียมเปิดเอกสารประมูล IPP รอบใหม่ ปลายพ.ย.-ธ.ค.55(9486)

*ผลประมูลตั๋วสัญญาใช้เงินฯ กระทรวงการคลัง อายุ 182 วัน ในวันนี้(9468)

*ทองแท่งในปท.เช้านี้ทรงตัว ขณะที่ราคาทองโลกฟื้นเล็กน้อยหลังร่วงหนัก(9465)

*ข้อมูลแผนออกหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนไทย(9461)

*สรุปอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้ ของธนาคารพาณิชย์ในไทย(9459)


ข่าวทั่วไป


*นิด้าโพลชี้ปชช.มอง"องค์กรพิทักษ์สยาม"ชุมนุม ไม่จุดชนวนปฏิวัติ-รัฐบาลไม่ลาออก(9494)

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:19 pm

SET:หุ้นไทยปิดบวก 0.01% ซื้อหุ้นกลุ่มไอซีที, ตลาดขาดปัจจัยใหม่

กรุงเทพฯ--5 พ.ย.--รอยเตอร์


ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 0.01% หลังตลอดภาวะการซื้อขายภาคบ่าย ดัชนีแกว่งตัวใน

แดนบวกสลับกับแดนลบอยู่ในกรอบแคบๆ เหมือนกับภาคเช้า โดยหุ้นกลุ่มไอซีที ยังช่วยพยุง

ตลาดต่อไป

นักวิเคราะห์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นแกว่งตัวในกรอบที่จำกัด เนื่องจากนักลงทุนรอ

ดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐว่า หลังการเลือกตั้งผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากตลาดหุ้นปรับตัวลงมา ก็จะมีแรงซื้อจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว

(LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) ช่วยประคองตลาดไม่ให้ปรับตัวลงไปมาก

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปิดบวก 0.10 จุด มาที่ 1,306.70 หลังดัชนีขึ้นสูงสุดที่

1,310.50 และต่ำสุดที่ 1,303.44 โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 29,744.84 ล้านบาท

ขณะที่ SET 50 ปิดลบ 0.11 จุด หรือ 0.01% มาที่ 883.43 และ SET 100

ปิดลบ 0.13 จุด หรือ 0.01% มาที่ 1,940.32

ดัชนีกลุ่มไอซีที บวก 1.03% มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 17.60% รองลงมา

ได้แก่ กลุ่มธนาคาร ลบ 1.13% และกลุ่มพลังงาน บวก 0.52%


"ตลาดไม่ค่อยมีอะไรตื่นเต้น ดัชนีบวกลบไม่เกิน 3 จุด เพราะตลาดยังไม่มี

ปัจจัยอะไรที่เข้ามาโดดเด่น ตลาดรอดูผลการเลือกตั้งในสหรัฐ ว่าใครจะได้(เป็น

ประธานาธิบดี) และผลที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งเป็นอย่างไร"

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าว

นางสาวธีรดา กล่าวว่า หากผลการเลือกตั้งนายมิตต์ รอมนีย์ ได้รับเลือกเป็น

ประธานาธิบดีสหรัฐ คาดว่าจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นในช่วงสั้นได้ เนื่องจากนายรอมนีย์

มีนโยบายที่ให้ความสำคัญกับตลาดหุ้น แต่ถ้าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้รับ

เลือกตั้งต่อไปอีกสมัย ก็อาจจะทำให้ตลาดหุ้นอ่อนตัวลงในช่วงสั้น เนื่องจากนโยบายไม่

เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม มองว่าหากนายโอบามา ได้รับเลือก ดัชนีตลาดหุ้นก็ไม่น่าจะ

ปรับตัวลงมาก เพราะตลาดหุ้นไทยยังมีแรงซื้อจากกองทุน LTF และ RMF ที่คอยรับซื้อ

หุ้น เมื่อราคาหุ้นอ่อนตัวลง

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในวันพรุ่งนี้ เขา คาดว่าดัชนีตลาดหุ้นจะยังแกว่งตัว

ในกรอบแคบๆต่อไป โดยช่วงนี้แนะนำให้เก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดี

เพราะมองว่าตลาดยังมีปัจจัยเกี่ยวกับปัญหาหนี้กรีซ ที่จะต้องติดตามต่อไป

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นในวันพรุ่งนี้จะมีแนวรับที่ 1,298 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,315


หลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด

PTTGC บวก 2.25 บาท มาที่ 62.50 บาท

ADVANC บวก 3.50 บาท มาที่ 189.50 บาท

DTAC บวก 0.25 บาท มาที่ 83.00 บาท

TCAP บวก 0.25 บาท มาที่ 37.75 บาท

SCC ลบ 12.00 บาท มาที่ 390.00 บาท-

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 6:34 pm



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 9:19 pm

เปิดแผน TTA ขยายอาณาจักรลงทุนหมื่นล้าน...
ทางสามแพร่งผู้ถือหุ้น/ขาย-ถือ-ยื้อเพิ่มทุน :.



ช่วงที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียน (บจ.)หลายแห่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ทยอยประกาศเพิ่มทุนเพื่อหวังจะระดมเงินขยายธุรกิจสร้างการเติบโตระยะยาวกันอย่างคึกคัก ซึ่งผู้ถือหุ้นเดิมส่วนใหญ่ก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี แต่ทว่าในกรณีของ TTA นั้น กลับแตกต่าง เพราะผู้ถือหุ้นอาจอยู่ในภาวะหวาดหวั่น...ไม่รู้ว่านาวาลำนี้ จะพาแล่นไปถูกทางหรือไม่?

Image

หลังจากที่ โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) (TTA) ได้แจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 30 ตุลาคม 2555 ว่า จะเพิ่มทุนเป็นเท่าตัวจาก 708 ล้านหุ้น เป็น 1,416.01 ล้านหุ้น โดยจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิม : 1 หุ้นใหม่ ที่หุ้นละ 14 บาท เพื่อให้ได้เงินระดมทุนราว 9,910 ล้านบาทนั้น ราคาหุ้นTTA ก็ตอบรับประเด็นนี้ โดยทิ้งดิ่งเข้าใกล้ราคาหุ้นเพิ่มทุนทันที จนเรียกได้ว่าสถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเทียบกับก่อนที่จะมีข่าวนี้ ซึ่งหุ้นTTA วิ่งไปสูงเกือบแตะ 20บาท


ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA ต้องออกมาให้ข้อมูลว่า การเพิ่มทุนเกือบหมื่นล้านบาทในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างมาก กับธุรกิจ "เดินเรือ” ซึ่งแม้ขณะนี้จะยังมีแนวโน้มตกต่ำและอาจจะต่อเนื่องไปจนถึงขีดสุดในปี 2556 แต่ก็น่าจะฟื้นตัวได้ดีขึ้นเรื่อยๆนับตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นไป

ทั้งนี้เป็นเพราะประเมินว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจโลกจะยังคงถดถอยลง แต่ความต้องการขนส่งสินค้ายังโตได้ 5-7% ในปีนี้ และยังจะโตต่อไปในปี 2556 อีก 4-5% ในปี ประกอบกับแนวโน้มจำนวนเรือใหม่ก็โตชะลอลงจากกว่า 15% ในปีนี้ เหลือ 8-10% ในปีถัดไป

รวมถึงคาดว่าปี 2556 Demand และ Supply เรือจะเริ่มเข้าสู่จุดสมดุล เพราะจะมีการปลดระวางเรือเฉลี่ย 3-4%ต่อปี ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวในปี 2557-2558 ประกอบกับราคาเรือมือสองก็ปรับตัวลดลง โดยจะเห็นได้จากเรือ Supermax ที่ช่วง10ปี มีราคาเฉลี่ยราว 30ล้านเหรียญฯ ก็เหลือเพียงแค่ 20 ล้านเหรียญฯเท่านั้น จึงเป็นโอกาสทองทางธุรกิจ ที่ TTA เห็นว่า นี่คือสัญญาณของการลงทุน เพื่อรอตักตวงผลประโยชน์ในอนาคตแล้ว

“แผนของเราคือ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปซื้อเรือและต่อเรือใหม่เพิ่มขึ้นเป็น29 ลำ อย่างช้าในปี 2558 จากปัจจุบันที่มี 16 ลำ ส่วนจะซื้อได้ช้าหรือเร็วกว่านั้น ก็ถือเป็นเรื่องของจังหวะว่าจะเข้าไปซื้อได้ตอนไหน ซึ่งเรื่องนี้เราวางแผนมาหลายเดือน และถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ” ม.ล.จันทรจุฑากล่าว

อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องลงทุนธุรกิจเดินเรือค่อนข้างมากและต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะฟื้นตัว แต่ในมุมมอง ม.ล.จันทรจุฑากลับเห็นว่า ไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลนัก เนื่องจากธุรกิจ "เดินเรือ"สร้างรายได้ประมาณ 1ใน3 ของบริษัทเท่านั้น จึงถือเป็นฟันเฟืองหนึ่งที่รอวันจะเติบโต

ดังนั้นระหว่างนี้ ธุรกิจอื่นๆที่ TTA ลงทุน ก็จะทำหน้าที่ขับเคลื่อน "ลำนาวา"นี้ได้ โดย บริษัทเมอร์เมด มาริไทม์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทลูก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะและทดสอบงานใต้ท้องทะเลก็มีอนาคตเติบโตดี หลังจากที่ได้เซ็นสัญญารับงานขุดเจาะใต้ทะเลกับบริษัทต่างชาติ มูลค่าสัญญา 530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าบริษัทฯ จะมีสัดส่วนรายได้จากสัญญาดังกล่าวอยู่ที่ 60-70%

ส่วนธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจเหมืองแร่ในประเทศฟิลิปปินส์และที่อินโดนีเซีย ที่บริษัทฯ เซ็นสัญญาระยะยาวไปแล้ว จะทำให้มีรายได้ต่อเนื่อง รวมถึงธุรกิจผลิตปุ๋ยในประเทศเวียดนามก็มีแนวโน้มเติบโตสร้างกำไรที่ดีด้วย จึงจะสนับสนุนให้ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้น

จึงทำให้คาดหวังได้ว่า ในปีหน้าTTAจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% และมีกำไรปรับตัวดีขึ้น...!!

โดย “เฉลิมชัย มหากิจศิริ” หรือ “กึ้ง” ในฐานะกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ TTA ราว 19.17% และ “อุษณา มหากิจศิริ” ถือหุ้น 3.87% ก็ช่วยมาตอกย้ำความมั่นใจในอนาคตTTA ด้วยการระบุว่า จะซื้อหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้แน่นอน เนื่องจากประเมินว่าภายใน1-2ปี ข้างหน้าสัญญานฟื้นตัวธุรกิจทั้งหมดจะดีขึ้น และเชื่อมั่นว่าจะสามารถชี้แจงให้ผู้ถือหุ้นเดิมเข้าใจได้ในการประชุม

"ถ้าเราพลาดโอกาสนี้ โอกาสดีๆ ก็หาได้ไม่ง่าย จึงอยากให้ผู้ถือหุ้นทุกคนเข้าใจด้วย โดยในส่วนของผมถือเป็นการลงทุนระยะยาว และมั่นใจว่าการลงในธุรกิจเดินเรือจะไปต่อได้" นายเฉลิมชัยกล่าว

แม้ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่จะมั่นใจในทิศทางลม พร้อมทั้งเชื่อว่าจะล่องนาวาTTA ไปได้ไกลตามเป้าหมาย แต่ในมุมของนักวิเคราะห์ ก็ให้ความเห็นที่น่าสนใจ ...

โดย บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี มองว่า TTA ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีในการเข้าลงทุน เพราะการฟ้ืนตัวของผลการดําเนินงานอย่างมีนัยสําคัญคงต้องรอไปถึงหลังปี 2557 ขณะที่ราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน อิงกับประมาณการกําไรสุทธิของ Analysts’ consensus ซื้อขายที่ 80 เท่าของP/E ปี 2556 จึงถือว่าแพงมาก รวมถึงมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 0.6-1.3% และ ROE 0.46% ซึ่งอยู่ในระดับต่ํา

ด้านบทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ได้ปรับลดคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ขาย" ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มทุนที่คาดว่าจะทำให้มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นของ TTA ในปี 2556 ลดลง 28% จาก 31.4 บาท เหลือ 21.70 บาท อีกท้ังเป็นเพราะยังไม่สามารถเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะส้ันได้ จึงส่งผลให้ฝ่าย วิจัยประเมินมูลค่าพื้นฐานหุ้น ปี 2556 อิง PBV ที่ 0.7 เท่า แทนเดิม ที่ 0.6 เท่า จากศักยภาพใน แข่งขันท่ีมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยมี Fair Value ที่ 16.00 บาท

Image

ส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ให้น้ำหนักเพียง "ถือ" ราคาเหมาะสม 19.50 บาท/ หุ้น อิง PBV 0.5 เท่า เนื่องจากประเมินว่า มติการเพิ่มทุนดังกล่าวค่อนข้าง Aggressive ทั้งที่ภาวะอุตสาหกรรมเรือเทกองที่อ่อนแอในปัจจุบัน ยังมีเวลาให้ค่อยๆ ทยอยซื้อเรือในราคาต่ำได้ จากเศรษฐกิจโลกยังคงอ่อนแอในช่วง 1 ปีข้างหน้านี้ อย่างไรก็ดี เนื่องด้วยผู้ถือหุ้นใหญ่ยังมิได้ครองเสียงส่วนใหญ่ทั้งหมด ดังนั้นในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น 14 ธ.ค. กลุ่มผู้บริหารจะต้องโน้มน้าวผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ให้เห็นด้วยในมตินี้ จึงมองว่าการปรับเทอมให้เหมาะสม และเป็นภาระน้อยที่สุดกับผู้ถือหุ้น น่าจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า

Image

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่มีเพียงแค่ ทางเลือก "ขาย" หรือ "ถือ" ตามที่บทวิเคราะห์ระบุเท่านั้น เพราะนักลงทุนยังสามารถสร้างทางออกอีกทางได้ด้วย "ลงมติไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มทุน" ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องใส่เงินใช้สิทธิ์ซื้อหุ้นเพิ่ม และอาจช่วยให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมาได้ในระยะสั้น แต่ก็เป็นหนทางที่ต้องอาศัยการรวมใจรวมเสียงอย่างมากในการประชุมวิสามัญฯที่จะเกิดขึ้น

Image

ดังนัั้น เป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่จะต้องเลือกแล้วว่า "ทางสามแพร่ง" ระหว่าง "ขาย" "ถือ" และ "ยื้อเพิ่มทุน" หนทางใดจะพาลำนาวา "TTA" ไปถึงน่านน้ำปลอดมรสุมได้ดีที่สุด....!!!

LastUpdate 05/11/2555 08:19:55 โดย : Admin
Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 9:27 pm

รับสมัคร “เดอะสตาร์9” คึกคัก

“คนมีฝัน” แห่สมัครล้นตึกแกรมมี่!!

By
Siamevent

Image


เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับโครงการ “เดอะสตาร์ค้นฟ้าคว้าดาว ปี9” เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 3-4 พ.ย.ที่ผ่านมา งานนี้เหล่าคนมีฝันก็พร้อมใจกันตบเท้ามาต่อแถวรอรับใบสมัครที่มีจำนวนจำกัดในแต่ละวันกันตั้งแต่5ทุ่มของคืนวันก่อนรับสมัคร จนแถวยาวทะลักอาคาร จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส ออกไปตึกฝั่งตรงข้าม!! และนอกจากจะมีผู้สมัครทั้งสวย หล่อ เสียงดีแล้ว ยังมีบางคนไอเดียเก๋แต่งตัวแฟนซีเพื่อมาสร้างสีสันให้กับการสมัครอีกด้วย ทำเอารุ่นพี่ “เดอะสตาร์” อย่าง กัน, รุจ, ตูมตาม, ฮั่น, แกรนด์, ดิว, เซน, จูเนียร์, สมาย, ฮัท ที่มาให้กำลังใจน้องๆ ต่างเป็นปลื้มสุดๆ แถมยังแท็กทีมออกมารวมพลังเรียกกำลังใจให้ทุกคนฮึดสู้ พร้อมแนะเคล็ดลับและเทคนิคพิชิตใจกรรมการในการออดิชั่นอีกด้วย ส่วนชาวภาคกลางที่มาสมัครไม่ทันในวีคนี้ ยังมีโอกาสให้อีก1วัน คือวันเสาร์ที่10พ.ย.นี้เท่านั้น! สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 02-6698462 หรือ http://www.exact.co.th ,www.thestar.gmember.com

Image

Image

Image

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 9:34 pm

est นิยามของคำว่าสุดขั้ว...ในแบบคุณ



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 10:26 pm

ตลท.จัดงาน SET in the City กรุงเทพมหานคร 22-25 พ.ย. นี้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดมหกรรมการลงทุนครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี “SET in the City กรุงเทพมหานคร 2012” ภายใต้แนวคิด “Your Investment Vision : เปิดโลกการลงทุน ที่คุณเข้าถึงได้” มุ่งสานโอกาสการลงทุน ชวนผู้ลงทุน “เปลี่ยน” แนวคิดให้ก้าวทันนวัตกรรมการลงทุนผ่านผลิตภัณฑ์การลงทุนครบวงจร พร้อม “ปรับ” วิสัยทัศน์สู่กระแสใหม่ของการลงทุน ด้วยสุดยอดสัมมนา 50 หัวข้อ 100 กูรู และ “เปิด” รับโลกการลงทุนกับ 100 องค์กรชั้นนำร่วมให้ข้อมูลเพิ่มโอกาสการลงทุน อัดแน่นกิจกรรมเพื่อผู้ลงทุนตลอด 4 วัน 22-25 พ.ย. นี้ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น ศูนย์การค้าสยามพารากอน

Image

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะจัดมหกรรมการลงทุนครบวงจร SET in the City กรุงเทพมหานคร 2012 โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด “Your Investment Vision: เปิดโลกการลงทุน ที่คุณเข้าถึงได้” เพื่อให้ศูนย์กลางรวบรวมของผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินการลงทุนที่ทันสมัยและครบวงจร

“ปัจจุบัน มีผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์รวม 763,374 บัญชี เพิ่มขึ้นจากปลายปี 2554 ถึง 63,149 บัญชี และยังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมาก ซึ่งปัจจุบันถือเป็นยุคใหม่ของการลงทุนภายใต้กระแสการเปิดเสรีตลาดทุนไทยมีผลิตภัณฑ์และบริการครบครันในทุกมิติของการลงทุน ประกอบกับผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นไทย 9 เดือนแรกของปี ให้ผลตอบแทนเป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเพิ่มความน่าสนใจในการเข้ามาลงทุนของทั้งผู้ลงทุนไทย และต่างประเทศ โดยการมีข้อมูลที่ถูกต้อง และมีหลักการจะเป็นประโยชน์ต่อการลงทุนและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนได้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่า SET in the City กรุงเทพมหานคร 2012 จะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนและประชาชน โดยผู้ร่วมงานน่าจะมีจำนวนกว่า 150,000 คน และมียอดธุรกรรมการลงทุนรวมกว่า 19,000 รายการ” นายจรัมพรกล่าวเพิ่มเติม


“SET in the City กรุงเทพมหานคร 2012” ปีนี้จะเน้นการให้ข้อมูลที่ง่ายต่อการเข้าถึงและเข้าใจ ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ผู้ร่วมงานจะได้รับคำปรึกษาด้านลงทุนเพื่อ เปลี่ยนแนวคิดให้ก้าวทันนวัตกรรมการลงทุน หุ้น อนุพันธ์ พันธบัตร กองทุนรวม ประกันภัย เรียนรู้ทุกสินค้าการลงทุนพร้อมรับ 5 เมนูหุ้น และ Stock Shopping List จากโบรกเกอร์ชั้นนำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน พร้อมพบช่องทางการส่งซื้อขายทาง Internet ผ่าน Streaming Pro ซึ่งพัฒนาขึ้นให้รองรับทั้ง PC, iPhone, iPad, Android, SmartPhone พร้อม Features ใหม่ส่งคำสั่งสะดวกรวดเร็ว และสำหรับสินค้าอนุพันธ์จะแนะนำสินค้าใหม่ Sector Futures สัญญาซื้อขายล่วงหน้า 5 ดัชนีหมวดธุรกิจ และ SET50 Futures และ SET50 Options โฉมใหม่ ที่ได้มีการปรับ Contract Spec รวมทั้ง USD Futures ดอลลาร์ล่วงหน้า พร้อมการร่วมจัดทำ Derivatives Guide บทวิเคราะห์อนุพันธ์จากโบรกเกอร์อนุพันธ์ชั้นนำ


และพิเศษกับการเปิด Investor Classroom ผู้ลงทุนยังสามารถร่วมกวดวิชาลงทุนเทรดหุ้น-อนุพันธ์อย่างมือโปรตลอด 4 วันที่ Stock Classroom @ Stock Booth รู้ลึกทั้ง Technical และ Fundamental กับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน และ TFEX Classroom @ TFEX Booth เจาะลึกเทคนิคการเทรดอนุพันธ์ชั้นเซียน

ด้าน TSI ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน กับการรวมพลคน “ออมไว้ในหุ้น by TSI” ด้วยแนวคิด “มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างคุณภาพ” เรียนรู้หลักการออมหุ้นแบบ Step by Step พร้อมเปิดตัว TSI on Mobile แหล่งความรู้ออนไลน์ที่เข้าถึงได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านมือถือ หรือ Mobile device ให้การลงทุนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และจำหน่ายหนังสือในราคาพิเศษ รวมทั้งหนังสือ “ชีวิตเปลี่ยน เพราะการลงทุน” และ “Practice Guide คู่มือลงทุนอนุพันธ์” แจกฟรีในงาน นอกจากนี้ พบบริการใหม่ สมัคร e-Dividend ผ่านตู้ ATM และบริการ Investor Portal ตรวจสอบการทำธุรกรรมเช็ค และใบหุ้น และตรวจสอบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากศูนย์รับฝากหลักทรัพย์อีกด้วย

ส่วนกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างมากในการจัดงานทุกครั้ง คือ การสัมมนาซึ่งผู้ลงทุนจะได้ปรับวิสัยทัศน์สู่กระแสใหม่ของการลงทุน กับ 50 สุดยอดสัมมนาเข้มข้น จาก 100 กูรู โดยวิทยากรชั้นนำร่วมเปิดมุมมองวิสัยทัศน์ หลากหลายเนื้อหาที่น่าสนใจ ใน 2 เวที คือ Hall 1 Vision Talk on Stage กับการเปิดวิสัยทัศน์ 360 องศาการลงทุน กับนักวิเคราะห์ นักกลยุทธ์ นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรรัฐและเอกชนชั้นนำ กับ 5 ช่วง คือ 1) TSI Talk มั่งคั่งด้วยหุ้น ลงทุนอย่างคุณภาพ 2) Global & Thai Talk ปรับมุมมองการลงทุนภาพรวมเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย 3) Idea & Idol Talk กับเซเลบนักการเงินการลงทุนไทย 4) TFEX Talk กลยุทธ์เด็ดจากกูรูอนุพันธ์ และปิดท้ายด้วย 5) Stock Talk การวิเคราะห์เจาะแนวโน้มการลงทุนปี 56 และเพื่อให้ผู้ลงทุนเข้าถึงได้ จึงได้เปิดช่องทางในการส่งคำถามสดๆ แบบ Interactive 2 โดยให้คุณฝากคำถามผ่าน Facebook FanPage ”VisionTalk2012” ส่วน Hall 2 Investment on Stage จะพบกับสัมมนาเด็ด เนื้อหาดีจาก 10 บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ และมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์ภาคพิเศษ

นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังจะได้เปิดรับโลกการลงทุน ผ่านบูทนิทรรศการกับ 100 องค์กร พบศักยภาพบริษัทจดทะเบียนชั้นนำ ธนาคารพาณิชย์ยักษ์ใหญ่ให้บริการแบบครบวงจร สร้างพอร์ตมั่นใจแก่ผู้แนะนำการลงทุนมืออาชีพที่บูทบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งมีบริการพิเศษเปิดบัญชีหุ้นทันใจอนุมัติให้ซื้อขายผ่าน Internet ได้ใน 1 วัน อีกทั้งสามารถเลือกลงทุนใน LTF/ RMF และกองทุนรวมหลากรูปแบบหลายนโยบาย ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนนำเสนอในงาน และรับข้อมูลเพื่อการลงทุนอนุพันธ์ และทองคำกับโบรกเกอร์โกลด์ฟิวเจอร์ส และกรมธรรม์ประกันควบการลงทุน Unit Link จากบริษัทประกันภัยชั้นนำ พร้อมพบโปรโมชันมากมายส่งท้ายปีที่จะมอบกันถึง 3 ต่อคือ จากผู้ร่วมออกบูททุกแห่ง จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกทั้งทุกธุรกรรมการลงทุนในงานยังได้รับคูปองลุ้นรับ New IPAD 16 GB 16 เครื่อง ทองคำ และกรมธรรม์ประกันภัย รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาทอีกด้วย

และพิเศษในครั้งนี้ ได้จัดทำ Mobile Application “SETactivity” เพื่อรองรับกระแสของโลก Online เพื่อเป็นตัวช่วยในการให้ผู้ลงทุนเข้าถึงทุกกิจกรรมสำคัญจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลอดปีได้ ซึ่งสามารถ Download ได้ทั้ง iPhone และ Android โดยจะให้บริการสำหรับ SET in the City 2012 เป็นครั้งแรก

มหกรรมการลงทุนครบวงจรแห่งปี SET in the City กรุงเทพมหานคร 2012 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 พฤศจิกายน 2555 เวลา 10.00-20.00 น. ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ผู้สนใจสอบถามได้ที่ S-E-T Call Center 0-2229-2222 และ www.set.or.th/setinthecity หรือ Mobile Application “SETactivity”


Image
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 พฤศจิกายน 2555


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Mon Nov 05, 2012 10:35 pm



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Tue Nov 06, 2012 7:14 am

Image
สรุปข่าวหน้า1 หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
6 พ.ย.--กรุงเทพธุรกิจ
Distributor - Bisnews AFE


เตือนธปท.รับมือ'คิวอี3' 'ศุภชัย'แนะคุมเข้มเงินไหลเข้า ส่งสัญญาณให้ชัดสกัดทุนระยะสั้น จับตาผลเลือก
ตั้งสหรัฐหวั่นนโยบายเปลี่ยนส่งผลตลาดเงิน

"ศุภชัย" เตือนธปท.คุมเข้มเงินจากคิวอี3ทะลัก เชื่อหลังเลือกตั้งประธานาธิบดี ยังดำเนินนโยบายที่
เอื้อต่อสหรัฐ ด้านธปท.เกาะติดผลเลือกตั้ง หวั่งส่งผลปรับเปลี่ยนนโยบาย กระทบตลาดเงิน ขณะค่าเงิน
เอเชียอ่อนค่า-หุ้นร่วง รอผลเลือกตั้ง

พาณิชย์ทวง'แชมป์'ข้าว ตั้งเป้าปี 56 ขาย 8.5 ล้านตัน
"พาณิชย์ ลั่นปีหน้าไทยทวงแชมป์ส่งออกข้าวคืน ตั้งเป้าส่งออก 8.5 ล้านตัน มูลค่า 5.7 พันล้าน
ดอลลาร์ ชี้อานิสงส์ภัยแล้งทั่วโลกพร้อมจัดผู้แทนการค้าเดินสายขายข้าว เล็งโปรโมทผ่านสื่อต่างประเทศ
"กิตติรัตน์"ยัน รัฐเดินหน้าจำนำข้าว ยอมรับมีแรงกดดันขายขาดทุน ขณะ "เฉลิม" สั่งเตรียมเอกสารแจง
ส.ว.-ฝ่ายค้าน

จี้สร้างจิตสำนึกธุรกิจพัฒนายั่งยืน
"ศุภชัย" จี้ สร้างสำนึกภาคธุรกิจเข้าใจการพัฒนาอย่างยั่นยืน ขณะที่"ยูเอ็น" เร่งแก้ปัญหาความไม่
เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากร ผุดไอเดียตั้งกองทุนกันเงินไว้คนรุ่นต่อไปใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ด้าน
ประธานสภาองค์กรธุรกิจโลกฯ เตือนรับมือวิกฤติประชากรทะลุหมื่นล้านคน ในปี 2556 ระบุภัยธรรมชาติ
กระทบรุนแรงขึ้น

พรูเด็นเชียลทุ่มซื้อธนชาตประกันชีวิต
"พรูเด็นเชียล" ทุ่ม 1.75 หมื่นล้านซื้อ "ธนชาตประกันชีวิต" รับ ธุรกิจในไทยเติบโตสูง ส่งผลส่วน
แบ่งตลาดเพิ่มเป็น 6% ด้าน"สมเจตน์" เผย ผลดีต่อแบงก์ธนชาติ ไม่ต้องเพิ่มทุนรองรับบาเซิล 3 ได้เม็ด
เงินเข้ามาไตรมาสแรกปี 2556 พร้อมทำสัญญาขายประกันยาวถึง 15 ปี ส่วนประกันชีวิตนครหลวงไทยยัง
ไม่ขาย ขณะที่โบรกเกอร์มองเป็นผลดีต่อธนาคาร

ข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

มท.1โยนพท.แก้ปมกำนัน-ผญบ.
มท.1 โยน "เพื่อไทย" สรุปปม ร่าง พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ ลดวาระกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านเหลือ 5 ปี
ปัดสั่งผู้ว่าฯเช็คกำลังมอบ "ประชา"ดูงานมวลชน ขณะที่นายกสมาคมฯยันชุมนุม 7 พ.ย.แน่ รอดูท่าทีเพื่อไทย
ยังไม่มีมติร่วมม็อบ"เสธ.อ้าย"

สรุปข่าวการเงิน-ลงทุน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

'เกณฑ์คุมแบงก์'ไม่ขวางควบรวม ธปท.ย้ำควรคืนใบอนุญาตเพราะไม่ต้องการให้เร่ขาย แบงก์เกียรตินาคิน
เปิดแผนธุรกิจ เมินเป็นยูนิเวอร์ซัลแบงก์ ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านรุกรายย่อย

"แบงก์ชาติ" มั่นใจกฎคุมแบงก์พาณิชย์ไม่เป็นอุปสรรคการควบรวม ที่ผ่านมามีหลายดีลทำสำเร็จ ชี้
ควบรวมยังน้อยเหตุใช้เงินมหาศาล ส่วนไลเซ่นต้องคืนไม่อยากให้นำไปเร่ขาย ด้าน"กลุ่มธุรกิจการเงินเกีย
รตินาคิน-ภัทร"เผยไม่ขอเป็นยูนิเวอร์ซัลแบงก์ แต่ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านรุกรายย่อยนำเสนอผลิตภัณฑ์
การลงทุน

เอสเอ็นซีกำไรหลุดเป้า หวังปีหน้าฟื้นตัว 20%
เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ ยอมรับกำไรปีนี้พลาดเป้าที่วางไว้ 20% หลังเกิดค่าใช้จ่ายย้ายโรงงานและ
ลดราคาชิ้นส่วนรถยนต์ 4-5% หวังปีหน้ากำไรฟื้นตัว โต 15-20% รับอานิสงส์กำลังการผลิตเพิ่มและไม่มีค่า
ใช้จ่ายพิเศษ

เอ็มทีเอสชี้ราคาทองคำพุ่งหลังรู้ผลเลือกตั้งผู้นำสหรัฐ

"เอ็มทีเอส โกลด์" คาดว่าราคาทองคำปรับขึ้น หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ แต่สิ้นปีราคา
ยังต่ำ หรืออยู่ระดับ 1,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้การซื้อขายทองคำปีนี้ หลุดเป้า 5-10% ด้านวงการ
ตลาดทุนลุ้นผลเลือกตั้งผู้นำอเมริกา เชื่อโอบามา ชนะ แต่หากรอมนีย์ มา กระทบต่อตลาดหุ้น เพราะจะมี
การปรับเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ-ประธานเฟด

'ออฟฟิศเมท'คาดรายย่อยเมินเทนเดอร์เหตุราคาต่ำ
ผู้บริหารออฟฟิศเมทคาดนักลงทุน รายย่อยเมินเทนเดอร์ให้กลุ่มเซ็นทรัลฯเหตุราคารับซื้อต่ำกว่าราคา
กระดาน เตรียมแผนเพิ่มสภาพคล่องหุ้นหลังย้ายเทรดตลาดใหญ่สิ้นปีนี้ เผยผู้ถือหุ้นใหญ่เล็งตัดบิ๊กล็อตให้สถาบัน
พร้อมตั้งเป้าอัตราเติบโตเกิน 20% ใน 3 ปี หวังขึ้นแท่นเป็นหุ้นออนไลน์อาเซียนรายแรก


สรุปข่าวหุ้น การเงิน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

'พรีเชียส'เล็งขายสัญญาต่อเรือ หวังกำไรช่วง 2 ปีค่าระวางต่ำ ระบุอุตสาหกรรมเรือเทกองปี 2556 จะ
แย่กว่าปีนี้และซบเซาต่อถึงปี 2557

"พรีเชียส ชิพปิ้ง" งัดแผนขายสัญญาต่อเรือ หวังประคองกำไรช่วงปี 2555-2556 หลังประเมิน
อุตสาหกรรมเรือเทกองยังดิ่งต่อจนถึงปี 2557 รับผลกระทบกองเรือล้นตลาดรับปากเดินนโยบายปันผลราย
ไตรมาสแม้กำไรไม่โดดเด่น

ไตรมาส3ปีนี้ ก.ล.ต.พบ 11 คดี ปั่นหุ้น-อินไซด์
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยข้อมูลสถิติประจำ
ไตรมาส 3 ปี 2555 โดยในส่วนข้อมูลการร้องเรียนพบว่า มีการร้องเรียนทั้งหมด 35 เรื่อง ลดลงจาก
ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการร้องเรียน 46 เรื่อง โดยเรื่องที่ยุติหรือส่งต่อไปยังหน่วยงานอื่น 25 เรื่อง

'กสิกร-เปาซาง'ปล่อยกู้เอสเอ็มอีจีน
กสิกรไทยจับมือเปาซางแบงก์ รุกตลาดเอสเอ็มอีให้สินเชื่อบริษัทกับนักลงทุนจีนในไทย พร้อมพัฒนา
แบบจำลองมาตรฐานสำหรับปล่อยสินเชื่อในจีน หวังส่งเสริมความร่วมมือเศรษฐกิจการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศ

สรุปข่าวธุรกิจการตลาด หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

'เอเชี่ยนฯ'เปิดแผนลงทุน 2 หมื่นล้าน ผุดคอนโด-แนวราบ 18 โครงการปี 56
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ เปิดแผนปี 56 ทุ่มงบ 2 หมื่นล้าน เปิด 18 โครงการใหม่ ทั้งแนวราบ-แนว
สูง เตรียมขยายการลงทุนไปหัวเมืองท่องเที่ยว มั่นใจสิ้นปีปิดยอดขาย 2 หมื่นล้าน



Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Tue Nov 06, 2012 7:19 am

Image
สรุปข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
6 พ.ย.--โพสต์ทูเดย์
Distributor - Bisnews


300 บาทเดือด ครม.ถกขึ้นค่าจ้าง 70 จ.วันนี้/เถ้าแก่ทั่วประเทศโอดขอต่อลม-กกร.ตั้งทีมช่วย
กกร.ถกด่วน 8 พ.ย. ช่วยแก้ปัญหาขึ้นค่าจ้างให้เอสเอ็มอีหลังประธานอุตฯ ในต่างจังหวัดกว่า 100
คน ทนไม่ไหวยกทีมร้องรัฐชะลอขึ้นค่าจ้าง
ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศ
ไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทย มีมติตั้งคณะทำงานขึ้นพิจารณา
ผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท โดยจะประชุมเร่งด่วนนัดแรกวันที่ 8 พ.ย.นี้ เพื่อสรุป
รายละเอียดเสนอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางลดผลกระทบต่อไป

พาณิชย์ดิ้นระบายของเชิญข้าวถุงแข่งส่งออก
พาณิชย์หมดท่าขายข้าวไปเมืองนอก เปิดทางสมาคมพ่อค้าข้าวถุงเสนอราคาซื้อข้าวหอมมะลิแข่งผู้ส่ง
ออก
นายสมเกียรติ มรรคยาธร นายกสมาคมผู้ประกอบการข้าวถุงไทย กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ขอ
ให้สมาคมรวบรวมความต้องการซื้อข้าวหอมมะลิ ปีการผลิต 2554/2555 ของสมาชิกว่ามีจำนวนเท่าไหร่
และเสนอราคาซื้อข้าวไปให้กระทรวงพาณิชย์พิจารณาเหมือนกับกรณีผู้ส่งออก

แจกบัตรคนจนสู้ค่าก๊าซ
"พงษ์ศักดิ์" ปิ๊งแจกบัตรเครดิตแอลพีจีช่วยกลุ่มรายได้น้อย รับมือขึ้นราคาปีหน้า
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงานคนใหม่ เตรียมออกบัตรเครดิตพลังงานให้กับผู้ใช้ก๊าซหุง
ต้ม (แอลพีจี) ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับโครง
สร้างราคาแอลพีจีในปี 2556 โดยผู้ถือบัตรจะได้รับการอุดหนุนด้วยการลดราคาแอลพีจี คาดว่าจะใช้เงินอุด
หนุนผ่านบัตรเครดิตแอลพีจีประมาณ 5,000 ล้านบาทซึ่งต่ำกว่าการอุดหนุนราคาแอลพีจี ทั้งระบบในปัจจุบันที่
ใช้เงินถึง 3 หมื่นล้านบาท

ผุดกก.คุมฮั้วประมูลบิ๊กโปรเจกต์
รัฐบาลเล็งตั้งกรรมการคุมฮั้วประมูลบิ๊กโปรเจกต์หวังต้านคอร์รัปชัน
การหารือเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ
รมว.คลัง เป็นประธาน เห็นควรให้มีการตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นมาดูแลโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าการ
ลงทุนสูง หรือได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้
การดำเนินงานมีความน่าเชื่อถือ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกฝ่าย โดยเฉพาะขั้นตอนการประมูลจัดซื้อจัด
จ้าง

กสทช.สั่งถ่ายบอลโลก 'อาร์เอส' เดือดฟ้องแน่
บอร์ด กสท.งัดร่างมัสต์แฮฟบีบอาร์เอสถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก เตรียมเสนอบอร์ดใหญ่อนุมัติ 14
พ.ย.นี้ ด้านอาร์เอสฟ้องแน่
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทร
คมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.)
เปิดเผยว่า ทาง บริษัท อาร์เอส ไม่สามารถงดการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย (ฟีฟ่า
เวิลด์ คัพ ไฟนอล) ผ่านฟรีทีวีได้ เนื่องจากรายการดังกล่าวเป็นไปตามร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์
รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไป โดยได้กำหนดรายการ
โทรทัศน์ 7 ประเภทที่ห้ามจอดำ (Must Have)

สรุปข่าวการตลาด หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

'เอสแอนด์พี' ปักธงนอก ประเดิมสาขาแรกฉลอง 40 ปี 5 ปี ทุ่มทุนพันล้านขยายผลิต
เอสแอนด์พีปักธง สาขาแรกต่างแดนปีหน้า วาดยุทธศาสตร์ 5 ปี ขยายในประเทศ-สยายปีกนอกดันโต
15% ทุกปี
นายประเวศวุฒิ ไรวา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท เปิดเผยว่า ในปี 2556
จะเป็นปีแรกที่บริษัทจะเปิดร้านเอสแอนด์พี สาขาแรกในต่างประเทศโดยอยู่ระหว่างการเจรจากับนักลงทุน
ท้องถิ่นในประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวและกัมพูชา โดยคาดว่าจะเป็นการลงทุนร่วมกัน

กทค.เข้มเมินบอร์ดใหญ่
กทค.ยันมีอำนาจอนุมัติไลเซนส์ 3จี ไม่สนใจความเห็นบอร์ดใหญ่ กสทช. รอศาลปกครองสั่ง
อย่างเดียว
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช. และ
ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ได้มีหนังสือถึง พล.อ.อ. ธเรศ ปุณศรี ประธาน
กสทช.ยืนยันว่า อำนาจการรับรองผลประมูลและอนุมัติใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซนส์) 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์
เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จของ กทค.โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นรับรองจากบอร์ดชุดใหญ่ 11 คนแต่อย่างใด

เซ็ปเป้วาด 5 ปีปั้นรีจินัลแบรนด์ เร่งเครื่องบุกหนักใน/ต่างแดน รักษาแชมป์ 'ฟังก์ชันนัลดริงก์'
เซ็ปเป้ฯ วาดเป้า 5 ปีขึ้นสู่ "รีจินัล แบรนด์" เครื่องดื่มให้คุณประโยชน์ ทุ่ม 150 ล้านบาท
บุกหนักตลาดใน/ต่างประเทศ หวังปีหน้ายอดขายโตพุ่ง 25%
นายอานุภาพ รักอริยะพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัลฟู้ด ผู้ดำเนินธุรกิจ
อาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์ เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ โมกุ เพรียว คอฟฟี่ เป็นต้น เปิดเผว่า ภายใน
3-5 ปีนับจากนี้ บริษัทวางนโยบายสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มให้คุณประโยชน์ (ฟังก์ชันนัลดริงก์) ใน
ฐานะแบรนด์ระดับภูมิภาค (รีจินัลแบรนด์) ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนขยายสู่แบรนด์เครื่องดื่ม
ระดับโลก (โกลบอลแบรนด์) ในอนาคต

ทุนยุโรปเล็งไทย ฮับเครื่องสำอาง
ทุนยุโรปเล็งปักฐานธุรกิจเครื่องสำอาง-ความงามในอาเซียนรับเออีซี ไทยรับอานิสงส์ฐานรับจ้าง
ผลิต-บรรจุ คาดปี 58 มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท
นางวิเวียน รัดด์ ผู้อำนวยการกลุ่มวิเคราะห์ตลาดผลิตภัณฑ์ความงามและเครื่องใช้ส่วนบุคคล มินเทล
ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยผลิตภัณฑ์ความงามของโลก กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีใน
ปี 2558 จะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจความงามจากกลุ่มประเทศยุโรปเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้มากขึ้น เพื่อจะได้
สิทธิพิเศษด้านภาษี อาทิ ชิเซโด้และเอสเต้ ที่เปิดโรงงานในเวียดนาม รองรับการเติบโตของธุรกิจความ
งามในภูมิภาค

กูเกิลดันเอสเอ็มอีทำเว็บ
กูเกิลหนุนเอสเอ็มอีทำโฆษณาออนไลน์ ขยายตลาดสู่ภูมิภาค เชื่อบรอดแบนด์-3จี-เออีซีดันตลาด
ออนไลน์โต
นายอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า กูเกิลให้การสนับสนุนและ
ผลักดันให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทยพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อมีตัวตนบนโลกออนไลน์ให้มากที่สุด โดยที่ผ่าน
มาจากโครงการธุรกิจไทยโกออนไลน์ มีเอสเอ็มอีไทยเข้าร่วมโครงการประมาณ 1.1 แสนรายจากเอส
เอ็มอีทั้งประเทศ 3 แสนราย ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 10% ของเอสเอ็มอี
ทั้งประเทศ-



Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Tue Nov 06, 2012 7:37 am

Image
สรุปข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

6 พ.ย.--เดลินิวส์
Distributor - Bisnews AFE


ฮือฮาตั๊ก-บุญชัยควงคู่ทอดกฐิน อุบทำแหวนเล็งฮันนีมูน 'ชมพูทวีป'
นางเอกสาว "ตั๊ก-บงกช" กับว่าที่คู่หมั้น "เจ้าสัวบุญชัย" เปิดใจกับเดลินิวส์ หลังควงกันสุดสวีทร่วม
งานทอดกฐินที่เมืองพญาแล ชาวบ้านนับพันพากันรุมล้อมแสดงความยินดี พร้อมกับขอถ่ายรูปด้วย คู่รักสุดฮอต
ต่างตื่นเต้นเพราะใกล้ถึงพิธีหมั้น ด้านเจ้าสัวหมื่นล้าน เผย กำลังจะคุยกับสถาปนิกเรื่องสร้างเรือนหอในที่ดิน
32 ไร่ของบรรพบุรุษขณะที่แหวนหมั้นเป็นแหวนเพชรที่สั่งทำพิเศษแต่อุบไว้ก่อน จะกี่กะรัตให้ดูกันเองวัน
งานอยากมีทายาทให้นามสกุล "เบญจรงคกุล" อยู่คู่กับศาสนาพุทธ ส่วนนางเอกสาว จะไปเรียนทำอาหาร
ฝรั่งไว้เป็นเสน่ห์ปลายจวัก เพราะฝ่ายชายชอบทาน ปัดชุดหมั้นราคาไม่ถึงหลักล้านหลังแต่งงานอาจฮันนีมูนที่
อินเดียเพื่อไหว้พระบรมสารีริกธาตุ

'เสื้อแดง' แตกคอชู 'จตุพร' ปธ.นปช.
รมว.การต่างประเทศปัดล็อบบี้อัยการศาลอาญาระหว่างประเทศเตรียมแจงความชัดเจน 7 พ.ย.
ขณะที่เสื้อแดงเริ่มแตกคอไล่ตะเพิด "ธิดา" แฉปมตุ๋นแนวร่วมอ้างไอซีซีลุยสอบสลายม็อบ ทหารทำคนตาย
91 ศพแล้ว ประกาศทนไม่ไหวบีบรัฐบาลรับเขตอำนาจไอซีซี ชู "จตุพร พรหมพันธุ์" เสียบตำแหน่งประธาน
นปช. "มท.1" ศอกกลับพวกกล่าวหากระทรวงเสื้อแดง ย้ำสิงห์ทุกสีต้องทำงานให้ได้

โอ๊คแจงพ่อลังเลใจเลิกแผนมาทำบุญท่าขี้เหล็ก หากจะมาขอพาน้องไปหา 'ทบ.' ยันไร้เบาะแสลอบฆ่า
หวั่นโอละพ่อ หลัง ตร.-ทบ.เผย ข้อมูลสวนทาง บช.ภ.5 ยันไร้เบาะแสแผนลอบฆ่า "แม้ว" อดีต
นายกฯ ด้าน "เฉลิม" อ้างหนุ่มไทใหญ่สารภาพถูกจ้างให้ลอบฆ่า "ทักษิณ" ที่ท่าขี้เหล็ก สั่ง ผบช.ภ.5
ประสานพม่าเร่งหาข้อมูลสาวถึงผู้บงการ ซัด สมช.อยู่เมืองไทยไม่รู้จริง ขณะที่ "ภราดร" กลับลำหลังพบ
รองเฉลิม ยอมรับจับอาร์พีจีที่ท่าขี้เหล็ก เกี่ยวข้องกับขบวนการลอบสังหาร "นายใหญ่" รับขอตรวจสอบ
ข้อมูลก่อนรายงานนายใหญ่ ควรเปลี่ยนใจงดเดินทางหรือไม่ "สุเทพ" เตรียมประสานพม่า ขอสอบสวนผู้
ต้องหาเพื่อขยายผลว่าใครเป็นคนบงการ ปชป. จวกสมช. ออกโรงรับลูกฝ่ายการเมือง ด้าน "พานทองแท้"
แจงผ่านเฟซบุ๊ก "ทักษิณ" ลังเลใจ ขณะที่ ภท.ส่อเบี้ยวร่วมซักฟอก อ้างไร้ข้อมูลรัฐบาลทุจริต

จับแก๊งตาลายรัวสนั่น2ศพ เอาคืน 'แก๊งซาไก' ตร.หวั่นล้างแค้น
ทลายแก๊งตาลายคาลิปโซ่ 5 คน ไล่ยิงถล่ม 45 นัดแก๊งซาไกอุกอาจกลางถนนเทพารักษ์ สนั่นเมือง
สมุทรปราการ ตาย 2 เจ็บ 2 เหลือมือสังหารอีก 1 ยังหลบหนีแต่ออกหมายจับแล้ว มือรัวสารภาพยิงผิดตัว
คิดว่าคู่อริที่เคยยิงน้องรักอยู่ในรถซิตี้จึงขอปิดบัญชีโหด ระดมเพื่อนร่วมแก๊งขับรถ 2 คัน ไล่ล่ากลางดึกงาน
ฉลองฮัลโลวีนพอเจอปุ๊บเลยสาดจนหมดแม็ก ตำรวจทำแผน 6 พ.ย.นี้ เตรียมเจ้าหน้าที่คุ้มกันเพียบ
หวั่นตามฆ่าล้างแค้นกันไม่เลิกแถมถูกรุมประชาทัณฑ์

ศึกเลือกตั้งสูสีโอบามา-รอมนีย์ 2 ฝ่ายต่างมั่นใจ
โพลสำรวจพบ "โอบามา-รอมนีย์" 2 ผู้สมัครตัวเต็งชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐคนต่อไป มีคะแนนสูสีกันใน
โค้งสุดท้ายของการหาเสียง ต่างเดินหน้าหาเสียงครั้งสุดท้ายในรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียง ซึ่งอาจเป็นตัวแปร
สำคัญในการเลือกตั้งประธานาธิบดี โดยต่างฝ่ายมั่นใจว่า จะสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง ที่กำลังจะ
มีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย. นี้แน่นอน

ดับเซียนพระเพิ่งเข้าวงการปมหักธุรกิจ
ฆ่าคนรับซื้อขายของเก่าที่เริ่มหันมาเอาดีเป็นเซียนพระ ขับรถหนีตายเข้าไปจอดในลานจอดรถของ
สนามกอล์ฟย่านวิภาวดี-รังสิต หลังจากล้อหลังขวายางระเบิดขาดวิ่นมือปืนตามไปจ่อยิงเข้ากลางกระหม่อม
และสะบักขวาทะลุซ้ายขณะกำลังคลานหนีตายออกจากรถ ตร.ระบุ ชนวนสังหารน่ามาจากความขัดแย้งใน
ธุรกิจ โดยผู้ตายอาจจะหลอกขายของเก่าหรือพระเครื่อง โดยใช้กระดาษตัดเท่าธนบัตรมัดปึกใส่ซองสี
น้ำตาลเขียนหน้าซองว่า "อ้วน 350,000 บาท" และพบว่าผู้ตายเคยถูกจับและมีหมายจับคดีฉ้อโกงเพียบ

ตะลึงภัยแล้งเจ้าพระยาแห้ง อ่างทองลึกแค่ 1ม.เล็งปิดปากแม่น้ำ
ภัยแล้งอีสานลามหนักถึงภาคกลาง 23 จว.พลอยแล้งวินาศแล้ว เจ้าพระยาที่อ่างทองแห้งเหือดหนัก
กลายเป็นสันดอน 2 เขื่อนหลังงดปล่อยน้ำ ชาวบ้านจับจองปลูกถั่วลิสง-แตงโมงเลี้ยงชีพ ปลากระชัง 6
หมื่นตัวน็อกตาย กรมชลประทานเร่งแก้ปัญหา ใช้งบกว่า 100 ล้านทำทำนบดินกั้นปิดปากแม่น้ำลำคลองใน
ภาคอีสานทั้งหมดไม่ให้ไหลลงลำโขง เก็บน้ำไว้ใช้หน้าแล้งยาวกว่า 6 เดือน 45 วันเสร็จ งดทำนาปรัง
7 แสนไร่ ข้าว 5 ล้านตันหายวับจากตลาด

เด้ง5เสือโรงพักฉลองกรุง สังเวยพิษบ่อนผกก.พระโขนงเจอเข้ากรุ30วัน
เด้ง 5 เสือ สน.ฉลองกรุง เซ่นพิษบ่อนพนันออนไลน์ ไปช่วยราชการ บก.น.3 พร้อมตั้งคณะ
กรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ถูกตำรวจ ปอท.เกือบครึ่งร้อยบุกทลายแหล่งอบายมุขถึงพื้นที่รับผิดชอบ ด้าน
"คำรณวิทย์" ฉุน ผกก.สน.พระโขนง ปล่อยญาติคนถูกปาดคอตายในร้านแกะดำ แบกโลงศพไปประท้วงผบ.
ตร.สั่งเด้งเข้ากรุสังเวยทำเสียหน้าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยอีกราย

สรุปข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ธนชาตโละธุรกิจประกันให้พรูเด็นเชียล1.8หมื่นล้าน
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต เปิด
เผยว่า ธนาคารได้ขายหุ้นบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด ในสัดส่วน 100% ให้กับบริษัทพรูเด็นเชียล
ประกันชีวิต (ประเทศไทย) คิดเป็นมูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อขายหุ้นประมาณ
17,500 ล้านบาท คาดว่าจะได้รับเงินเดือน มี.ค.56 ส่วนเงินที่เหลือเป็นเงินมูลค่าทางบัญชีหรือค่าตอบ
แทนอีก 500 ล้านบาท จะได้รับหลังจากที่มีการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นแล้วภายใน 12 เดือน

'ชัชชาติ' สั่งตรึงค่าโดยสาร
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคมเปิดเผยภายหลังการมอบนโยบายให้แก่ข้าราชการระดับสูง
กระทรวงคมนาคมว่านโยบายการดูแลราคาค่าโดยสารสาธารณะทุกประเภท จะตรึงราคาให้นานที่สุด เนื่อง
จากกระทรวงพลังงาน ได้ประกาศจะตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลให้มีระดับราคาสูงสุดไม่เกินลิตรละ 30
บาท เพื่อช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งค่าโดยสารรถไฟ ซึ่งก่อนหน้านี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
เตรียมขอปรับขึ้นราคาอีก 10% ช่วงสิ้นเดือน มี.ค.56 ยังไม่ให้ปรับราคาเนื่องจากการปรับขึ้นเพียง 10%
ไม่ได้ทำให้รายได้ของ รฟท.เพิ่มขึ้นมากนัก โดยต้องการให้ รฟท.ปรับปรุงการให้บริการก่อน

ฟื้นเกาะ 'รัตนโกสินทร์' ขึ้นถนนสายวัฒนธรรม
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง สำนัก
งานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และกรมธนารักษ์ จะร่วมมือกันทำโครงการปรับปรุงอาคารสถานที่ในพื้นที่
เกาะรัตนโกสินทร์ตั้งแต่บริเวณโลหะปราสาท วงเวียนอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ราชดำเนินใน ราชดำเนิน
นอก ไปจนถึงรัฐสภา เพื่อปรับปรุงซ่อมแซมอาคารในถนนเส้นดังกล่าว ให้มีความสวยงามเหมาะกับการ
ศึกษาเชิงวัฒนธรรม ซึ่งจะมีผลต่อการท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีหลังจากนี้ในการปรับ
สภาพภูมิทัศน์ทั้งหมด

เพ้งเดินหน้าลอยตัวแอลพีจี อุดหนุนแค่4ล้านครัวเรือนออกบัตรเครดิตก๊าซหุงต้ม
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมกับผู้บริหารระดับสูงของ
กระทรวงพลังงาน ว่า ได้มอบหมายให้นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงานศึกษาแนวทางการอุด
หนุนราคาก๊าซแอลพีจี (หุงต้ม) แก่กลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย พ่อค้าหาบเร่แผงลอย และผู้ประกอบการ
รายย่อย เพื่อลดความเดือดร้อนหลังจากที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สอด
คล้องกับกลไกตลาดโลกรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58

'ศุภชัย' จี้เอกชนลงทุนยาว
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด)
เปิดเผยในงาน อาเซียน ซัดเทนาเบิลดีเวอร์ลอปเม้นต์ ซิมโพเซียม 2012 ว่า การพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ
ไทยอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้แข็งแกร่งก่อนโดยการดำเนินนโยบายของ
รัฐบาลควรให้ความสำคัญเกี่ยวกับการกระตุ้นการลงทุนของเอกชนในระยะยาวมากกว่าการสนับสนุนให้เอกชน
เข้ามาลงทุนในระยะสั้น ขณะที่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานในประเทศ รัฐบาลควรส่งเสริมการฝึก
อบรมแรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างบทบาทให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(บีโอไอ) เข้ามาสนับสนุนภาคเอกชนให้ร่วมมือกับรัฐบาลฝึกอบรมแรงงาน เพื่อพัฒนาให้แรงงานให้มีคุณภาพ
มากขึ้น

อานิสงส์ภัยพิบัติธรรมชาติดันส่งออกวัสดุก่อสร้างพุ่ง
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ผลกระทบจากการ
เกิดภัยพิบัติทั่วโลก ส่งให้การส่งออกสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีอัตราเติบโตเพิ่มต่อเนื่อง โดยในช่วง 9
เดือนของปีนี้ (ม.ค.-ก.ย.) ไทยสามารถส่งออกได้แล้วมูลค่า 6,561 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.3%
จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะสินค้าเหล็กและปูนซีเมนต์ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักในกลุ่มวัสดุก่อสร้าง
ขยายตัวได้ดี และคาดว่าตลอดปี 55 การส่งออกกลุ่มวัสดุก่อสร้างจะมีมูลค่าถึง 8,873 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 15%


สรุปข่าวการเมือง หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

'เหลิม' ปัดฝุ่นสานเสวนาเริ่มได้สิ้นปีนี้
เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความ
คืบหน้าการดำเนินการจัดเวทีสานเสวนาเพื่อสร้างความปรองดองว่า จะขอหารือกับคณะอนุกรรมการที่มีนาย
ธงทอง จันทรางศุ
ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งอยู่ในคณะกรรมการประสานและติดตามผล
การดำเนินงานตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ
(ปคอป.) อีกครั้ง ทั้งนี้การจัดเวทีสานเสวนาต้องค่อยเป็นค่อยไปซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การทำความเข้าใจ ถ้า
ประชาชนมีความเข้าใจอะไรก็ทำได้ง่าย คาดว่าเวทีสานเสวนาน่าจะเริ่มขึ้นได้ก่อนสิ้นปีนี้แต่ตนขอหารือกับ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย อีกครั้ง

'มาร์ค' บุกฮ่องกงฉะประชานิยม
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้
สัมภาษณ์ถึงกำหนดการเดินทางไปฮ่องกงเพื่อบรรยาย ในหัวข้อ "How Welfare Populism Destroys
Prosperity : The Populist Challenge to Economic Free dom" ที่โรงแรม Crowne
Plaza Hong Kong Kowloon East ในวันที่ 6 พ.ย.ว่า ตนจะบรรยายเกี่ยวกับอันตรายของประชานิยม
ต่อเศรษฐกิจการเมือง ซึ่งจะชี้ว่าการใช้นโยบายประชานิยม นอกจากจะไม่ยั่งยืน ทำให้เกิดความสูญเสีย
ทางเศรษฐกิจแล้วยังนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง จนถึงขั้นสูญเสียประชาธิปไตยด้วยในหลายกรณี
ดังนั้นทุกคนควรตระหนักถึงอันตรายและควรวิเคราะห์ว่านโยบายต่างๆ มีความยั่งยืนอย่างไร ช่วยประชาชน
จริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงเครื่องมือในทางการเมืองสำหรับผู้ที่ฉกฉวยทางการเมืองมากกว่า

วุฒิสภาผ่านกม.เข้าชื่อปลอม เอกสารโทษ 10 ปี
เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่ประชุมมีมติ 99 ต่อ 2 เสียงเห็นชอบร่าง
พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้มีผู้ริเริ่มในการรวบรวมการเข้าชื่อ
ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อจากเดิมต้องใช้ 5 หมื่นชื่อ ในการเสนอร่าง
พ.ร.บ.ที่มีหลักการเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทยหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามที่บัญญัติไว้ใน
รัฐธรรมนูญและใช้หลักฐานรับรองเพียงสำเนาบัตรประชาชน


Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Tue Nov 06, 2012 7:41 am

Image

HotNews:พรูเด็นเชียล แจกตังค์ ธนชาต ราว 1.4-1.65หมื่นลบ.
/PPS ผนึกกำลังสิงคโปร์รับAEC


พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต ประกาศเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100%จากธนชาตประกันชีวิต บ.ย่อยของธ.ธนชาต คิดเป็นมูลค่าซื้อขาย 17,500 ลบ. ดีลนี้ 2โบรกฯ MBKET และKKS ประเมิน บันทึกกำไรพิเศษสูงถึงราว 1.4-1.65 หมื่นลบ. นำโดยMBKET มองดีลTBANK ประกาศขายหุ้นTLIFEให้ พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต บวกต่อ TCAP ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 50.96% เท่ากับ 8.5 พันลบ. (ก่อนภาษี) หรือ กำไร6.65 บ./หุ้น ระบุเปรียบเทียบกับต้นทุนทางบัญชีของ TLIFE ที่ 936 ลบ. คาด ธ.ธนชาต บันทึกกำไรพิเศษสูงถึงราว 1.65 หมื่นลบ. ส่วนKKS คาด TCAP รับรู้กำไร 7.2 พันล้านบาท จากมูลค่าทางบัญชีของ ธนชาติประกันชีวิต ณ 2Q55 พร้อมคำนวณขายหุ้นครั้งนี้TBANK มีกำไร1.4 หมื่นลบ.
"สมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ" ไม่ตอบ รับกำไรครั้งนี้เท่าไหร่ แต่ระบุยังไม่มีแผนขายนครหลวงประกันภัย-ประกันชีวิตออก หลังขาย TLIFE ฟุ้งหลังปาดTLIFEออกให้พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต เพิ่มเงินกองทุนขั้นที่1จาก9%เป็น11% แถมหนุนการเงินแข็งแกร่ง

ขณะที่ "สัมพันธ์ หงษ์จินตกุล"แม่ทัพใหญ่ PPS ผนึกกำลังสิงคโปร์รับAEC คาดได้ข้อสรุป ตั้งบ.ร่วมกับพันธมิตรสิงคโปร์ภายในปีนี้ เผยมีการเสนองานร่วมกันแล้ว หวังขยายธุรกิจรองรับAEC พร้อมปักธงรายได้ปี56โต10% จากปีนี้ หวังขยับสัดส่วนรายได้งานภาครัฐฯ ขึ้น พร้อมคาดรายได้Q3/55โต10%จากช่วงเดียวกันปีก่อน เหตุตุนงานในมือรอรับรู้รายได้เพียบ ส่วนปีนี้มั่นใจปั้มรายได้โต10% ตามเป้า

ธนาคารธนชาต (ธนชาต) และบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) (พรูเด็นเชียล ประเทศไทย) บริษัทย่อยของ กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ได้บรรลุข้อตกลงในความร่วมมือในการทำธุรกิจ Bancassurance ในประเทศไทยเป็นเวลา 15 ปี ตามข้อตกลงครั้งนี้ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด จะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมด 100% ของบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของธนาคารธนชาต คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย 17,500 ล้านบาท ปรับเพิ่มด้วยมูลค่าทางบัญชีของธนชาตประกันชีวิต ณ วันก่อนวันที่มีการชำระราคาค่าหุ้นและโอนหุ้นตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน และค่าตอบแทนอีก 500 ล้านบาท หลังจากที่มีการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นแล้ว 12 เดือน ทั้งนี้การทำรายการดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ก่อน และคาดว่าจะมีการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในไตรมาสแรกของปี 2556
สำหรับกลุ่มพรูเด็นเชียล การเข้าซื้อหุ้นของบริษัทธนชาตประกันชีวิตในครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ของกลุ่มฯ ที่ต้องการลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลาดธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยนับเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ในแง่ของเบี้ยประกันชีวิตรับเมื่อเปรียบเทียบกับเบี้ยประกันชีวิตรับของตลาดในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ในประเทศไทย สัดส่วนการถือครองผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 2.7 % เท่านั้น จึงยังมีโอกาสที่จะขยายและเติบโตได้อีกมาก อัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมระหว่างปี 2550 – 2554 เพิ่มขึ้นถึง 16 % ซึ่ง Bancassurance เป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญในการขยายธุรกิจประกันชีวิตนี้ โดยในปี 2554 มูลค่าเบี้ยประกันชีวิตรับปีแรกที่เกิดจากธุรกิจ Bancassurance มีสัดส่วนถึง 50 % ของเบี้ยประกันชีวิตรวม เมื่อเปรียบเทียบกับ 28 % ในปี 2550
สำหรับธนาคารธนชาต การร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่มพรูเด็นเชียลในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนกลยุทธ์ของธนชาตในการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการชั้นนำให้กับลูกค้าในประเทศไทย นอกจากนี้ พนักงานของธนาคารธนชาตจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาความรู้ความสามารถในการขายและการให้บริการ ในขณะเดียวกันลูกค้าของธนาคารและประกันชีวิตธนชาตก็จะสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลาย ทั้งด้านการให้ความคุ้มครองและการออมอีกด้วย
ธนาคารธนชาต เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีสาขามากเป็นอันดับที่ 5 ของประเทศ โดยมีสาขากว่า 630 สาขา และมีลูกค้ากว่า 4 ล้านราย การเข้าซื้อหุ้นของธนาคารนครหลวงไทยใน ปี 2553 ทำให้ธนชาตสามารถเพิ่มเครือข่ายสาขาจากเดิมจำนวน 256 สาขา เป็นกว่า 630 สาขาในปัจจุบัน ธนชาตประกันชีวิตได้เริ่มนำเสนอบริการด้านประกันชีวิตผ่านช่องทางสาขาที่เพิ่มขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ในความร่วมมือด้าน Bancassurance ของทั้ง 2 ฝ่าย กลุ่มพรูเด็นเชียลและธนาคารธนชาตจะร่วมมือกันให้บริการที่เป็นเลิศแก่ลูกค้า และนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่หลากหลาย ทั้งในด้านความคุ้มครอง และการออมผ่านสาขาของธนาคารธนชาตทั่วประเทศ การขายหุ้นครั้งนี้ไม่รวมถึงบริษัทประกันชีวิตนครหลวงไทยซึ่งได้จากการควบรวมธนาคารนครหลวงไทยก่อนหน้านี้
ธนชาตประกันชีวิตติดอันดับหนึ่งใน 10 ของบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทย โดยมีจำนวนกรมธรรม์ประมาณ 1 ล้านฉบับ บริษัทมีผลกำไรหลังหักภาษีในรอบระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2555 จำนวน 1,226 ล้านบาท การเข้าซื้อหุ้นของธนชาตประกันชีวิตในครั้งนี้จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และเมื่อมีการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์ พรูเด็นเชียล ประเทศไทยก็จะถือหุ้นทั้งหมดของธนชาตประกันชีวิต ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นบริษัทในกลุ่มพรูเด็นเชียล
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจากที่ข้อตกลงได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน คปภ. ธนาคารธนชาตและกลุ่มพรูเด็นเชียลจะได้ร่วมกัน นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าธนาคารทั่วประเทศ ด้วยความเชี่ยวชาญของกลุ่มพรูเด็นเชียลจะได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตใหม่ๆ และหลากหลาย รวมถึงการพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานธนชาต เพื่อให้สามารถนำเสนอและแนะนำผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและให้บริการที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า ข้อตกลงนี้จะเสริมให้ธนาคารธนชาตเป็นกลุ่มธุรกิจที่ให้บริการทางการเงินครบวงจร (Universal Banking) ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินทั้งเงินฝาก สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อ SME ประกันภัย ประกันชีวิต ซื้อขายหลักทรัพย์ และการจัดการลงทุน
ด้านนายทิดเจน เธียม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล กล่าวว่า กลุ่มพรูเด็นเชียลมีนโยบายที่จะขยายธุรกิจในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มานานแล้ว การเป็นพันธมิตรกับธนาคารธนชาตครั้งนี้ทำให้บรรลุเป้าหมายตามนโยบายดังกล่าว และเสริมสร้างรากฐานที่ดีในอนาคตและสอดคล้องกับกลยุทธ์ที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตผ่านช่องทางการจำหน่ายที่หลากหลาย ทั้งผ่านช่องทาง Bancassurance และผ่านช่องทางตัวแทน

“เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเป็นพันธมิตรกับธนาคารธนชาต ซึ่งเป็นธนาคารขนาดใหญ่และประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ธนาคารธนชาตมีทุนธนชาตและธนาคารแห่งโนวา สโกเทีย (สโกเทียแบงก์) ธนาคารชั้นนำระดับโลกจากประเทศแคนาดา เป็นผู้ถือหุ้นและหุ้นส่วนธุรกิจที่สำคัญ การผสานความแข็งแกร่งของทั้ง 2 ฝ่ายในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต ช่องทางการจำหน่าย และระบบการจัดการที่เป็นเลิศ จะทำให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด รวมทั้งพนักงาน และผู้ถือหุ้นของทั้งสององค์กร”

นายเบรนดอน คิง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินระดับโลกและความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้านประกันชีวิตของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชี่ยล จะเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจ Bancassurance ให้กับธนาคารธนชาตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งทำให้สามารถขยายธุรกิจและเพิ่มรายได้ค่านายหน้าให้กับธนาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อพนักงานของกลุ่มธนชาตที่จะได้รับการฝึกอบรมเพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการขายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดขายของพนักงานโดยรวมเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ขณะที่นายแบร์รี่ สโตว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชี่ยล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย กล่าวว่า การจับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคารธนชาต สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงการนำเสนอบริการด้านประกันชีวิตที่ตรงกับความต้องการของคนไทย เรามั่นใจว่าการร่วมมือกันของกลุ่มประกันชีวิตชั้นนำระดับโลก อย่างพรูเด็นเชียล และธนาคารธนชาต ที่มีเครือข่ายสาขาแข็งแกร่ง ทั้งยังมีความเชี่ยวชาญในตลาดในประเทศไทยจะเอื้อประโยชน์ให้กับลูกค้าของธนาคารธนชาต ซึ่งจะสามารถได้รับบริการและเลือกสรรผลิตภัณฑ์ของกลุ่มพรูเด็นเชียล ที่มีความหลากหลายและตรงกับความต้องการของลูกค้า กลุ่มพรูเด็นเชียลรู้สึกตื่นเต้นในความร่วมมือระหว่างกันในครั้งนี้และพร้อมจะขยายธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทยให้เติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต”

ทั้งนี้หลังการซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด(TLIFE) ให้แก่กลุ่มบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะเสร็จสิ้นและโอนหุ้นทั้งหมดแล้วเสร็จภายในเดือน มี.ค.56 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีเงินกองทุนเพิ่มมากขึ้น ส่วนกำไรจากการขายหุ้นบริษัทฯ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากต้องแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบก่อน
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศกล่าวต่อว่าหลังการขายหุ้นทั้งหมดของกลุ่มธุรกิจธนชาตประกันชีวิตออกไปแล้วนั้น บริษัทฯ ยังไม่มีแผนการขายนครหลวงประกันภัยและนครหลวงประกันชีวิตออก แต่อย่างไรก็ตามบริษัทฯมองว่าการขายธุรกิจประกันนครหลวงก็เป็นทางเลือกหนึ่งถือเป็นหนึ่งในการบริหารงาน โดยหลังการโอนหุ้นให้กับกลุ่มพรูเด็นเชียลเครือข่ายธนชาตก็ต้องมีการบริหารจัดการในส่วนของธุรกิจประกันนครหลวงต่อ
ทั้งนี้ การขายธุรกิจประกันชีวิตในครั้งนี้บริษัทฯมองว่าลูกค้าจะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดเพราะจะทำให่เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าอีกทั้งหลังจาการโอนหุ้น ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม2556จะเป็นการเพิ่มเงินกองทุนให้กับธนชาตโดยคาดว่าจะเพิ่มเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเป็น16%จาก14% และยังเป็นการเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่1จาก9%เป็น11%และยังทำให้บริษัทฯ เกิดความแข็งแกร่งทางด้านการเงิน
ส่วนการปรับโครงสร้างการบริหารงานหลังการขายหุ้นให้กับกลุ่ม พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย) บริษัทฯ จะมีการโอนพนักงานของธนชาตประกันชีวิตที่มีอยู่ราว 160 คนให้กลุ่ม พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นผลดีกับพนักงานในการที่จะพัฒนาความรู้ความเข้าใจในธุรกิจประกันภัยเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากกลุ่มพรูเด็นเชียลเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจประกันชีวิต
ขณะที่นายอนุวัติร์ เหลืองทวีกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารธนชาต กล่าวว่าคาดว่าธนาคารธนชาตจะมีมูลค่าการซื้อขายหุ้นกลับกลุ่ม พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย) มากกว่า1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีการบันทึกเข้ามาเป็นรายได้ ในหลังมีการซื้อขายหุ้นเสร็จในช่วงเดือนมีนาคม 2556 ซึ่งบริษัทฯ ยังมีรายได้จากค่าฟรีหลังการขายธุรกิจประกันชีวิตออกไปเพราะมีสัญญาที่ทำกับกลุ่ม พรูเด็นเชียล เป็นเวลา 15 ปี

บทวิเคราะห์ บมจ. หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ธนาคารธนชาต (TBANK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TCAP ถือหุ้นสัดส่วน 50.96% ประกาศขายหุ้น บริษัท ธนชาติประกันชีวิต (TLIFE) ให้กับ พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต โดยมีมูลค่าซื้อขายเป็นเงิน 18,000 ล้านบาท โดยคาดว่าการชำระราคาหุ้นและโอนหุ้นจะเสร็จสิ้นได้ใน 1Q56
ดังนั้น เมื่อเทียบกับต้นทุนทางบัญชีของ TLIFE ที่ 936 ล้านบาท คาดว่า ธนาคารธนชาต จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากรายการดังกล่าวสูงถึงราว 1.65 หมื่นล้านบาท และส่งผลบวกต่อ TCAP ตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ 50.96% เท่ากับ 8.5 พันล้านบาท (ก่อนภาษี) หรือ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นราว 6.65 บาท

นอกจากนั้น การขายธุรกิจประกันชีวิตออกไปจะช่วยลดภาระการดำรงสัดส่วนเงินกองทุน และทำให้ Tier 1 ของ TBANK เพิ่มขึ้น และช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มทุนของ TCAP ด้วยเช่นกัน จึงคาดว่าราคาหุ้น TCAP มีแนวโน้มตอบรับเชิงบวกในวันนี้ และราคาหุ้นมี Valuation ที่ค่อนข้างถูก โดยซื้อขาย PBV 2556 เพียง 1.0 เท่า และ BV จะเพิ่มขึ้นอีกหลังบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้น TLIFE เทียบกับ PBV 2556 ของกลุ่มธนาคารที่ 1.45 เท่า และเป็นหุ้นที่ให้เงินปันผลในเกณฑ์ดีราว 4-5% ต่อปี
กลยุทธ์การลงทุนวันนี้ ""ซื้อเก็งกำไร" ได้แก่ TCAP : ราคาปิด 37.50 บาท ราคาเหมาะสม 45.00 บาท

ด้านบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน เปิดเผยว่า TCAP แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาพื้นฐาน ที่ 41 บาท ทั้งนี้ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อยของบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)ได้ลงนามในสัญญาจะซื้อจะขายหุ้น (Share Purchase Agreement) เพื่อตกลงขายหุ้นสามัญของบริษัท ธนชาตประกันชีวิต จำกัด ("ธนชาตประกันชีวิต") ที่ธนาคารธนชาตถืออยู่ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100 ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้ทั้งหมดของธนชาตประกันชีวิต ให้แก่บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ("บมจ. พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต") โดยมีมูลค่าซื้อขายหุ้นเป็นเงิน 17,500 ล้านบาท ปรับเพิ่มด้วยมูลค่าทางบัญชีของธนชาตประกันชีวิต ณ วันก่อนวันชำระราคาค่าหุ้นและโอนหุ้นตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน และอีกทั้งค่าตอบแทนส่วนเพิ่มอีกจำนวน 500ล้านบาท ที่จะชำระเมื่อครบ 12 เดือน หลังจากวันชำระราคาค่าหุ้นและโอนหุ้น

ผลกระทบ
คาด TCAP รับรู้กำไร 7.2 พันล้านบาท จากมูลค่าทางบัญชีของ ธนชาติประกันชีวิต ณ 2Q55 เราคาดว่าการขายหุ้นครั้งนี้จะทำให้ TBANK มีกำไรจากการขายประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท และ TCAP จะรับรู้กำไรประมาณ 7.2 พันล้านบาท (TCAP ถือหุ้น TBANK 51%) โดยกำไร 6.9 พันล้านบาท จะรับรู้ในงบกำไรขาดทุนของ TCAP ในปี 2556 ส่วนอีก 300 ล้านบาท จะรับรู้ในปีถัดไป

คาดกำไรสุทธิปี 2556 เพิ่มขึ้น 10% TCAP จะเสียรายได้จากธุรกิจประกันชีวิตไป แต่จะได้กำไรจากการขายหุ้นมาแทน ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิปี 2556 ของ TCAP จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากเดิมที่เราคาดไว้ที่ 5,604 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 6,172 ล้านบาท

คำแนะนำ
อยู่ระหว่างการปรับประมาณการ แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร“ เราอยู่ระหว่างปรับประมาณการกำไรสุทธิของ TCAP โดย TCAP นั้นจะจัดประชุมนักวิเคราะห์เพื่อให้ข้อมูลดังกล่าวในวันที่ 7 พ.ย. 55 เมื่อเราได้ข้อมูลที่แน่ชัดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจหลังจากการขายธนชาติประกันชีวิตแล้วเราจะนำเสนออีกครั้ง ในเบื้องต้นจากราคาเหมาะสมเดิมของเราที่ 41 บาท ยังมีส่วนต่างจากราคาปัจจุบันประมาณ 9% และเมื่อรวมกับกำไรจากการขายหุ้นครั้งนี้น่าจะทำให้มูลค่าเหมาะสมปรับเพิ่มขึ้นอีก เราจึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”

นายสัมพันธ์ หงษ์จินตกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)PPS เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้จะมีการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยคาดว่ารายได้รวมของบริษัทในปีนี้จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 10% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 256 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีการเข้ารับงานวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการจำนวนมากขึ้น
โดยในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้ารับงานวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการให้กับโครงการภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง อาทิ โครงการก่อสร้างศาลฎีกา โครงการก่อสร้างโชว์รูมรถยนต์โตโยต้า ทีบีเอ็น ศูนย์การค้า พาซิโอ ทาวน์ สาขา 2 และ โลตัส คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 50 ล้านบาท
ทั้งนี้การเข้ารับบริหารโครงการใหม่ส่งผลให้มูลค่างานในมือ (Backlog) ของบริษัทในช่วงไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท แม้จะมีการรับรู้รายได้จากงานเก่าบางส่วนไปแล้ว ซึ่ง Backlog จำนวนดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2560
“ในช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมาเราได้มีการทยอยรับรู้รายได้จาก Backlog เดิมบางส่วนไป แต่ก็มีงานใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ Backlog ของบริษัทอยู่ในระดับที่ค่อนข้างทรงตัวที่ประมาณ 400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าส่งผลดีต่อการดำเนินงานของบริษัท เพราะทำให้การรับรู้รายได้แต่ละช่วงมีการเติบโตที่สม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม PPS ได้มีการเข้าเสนองานวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการทั้งในส่วนของเมกะโปรเจคภาครัฐและโครงการต่างๆของภาคเอกชนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน”นายสัมพันธ์ กล่าว
ส่วนภาพรวมธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาบริหารโครงการในช่วงที่เหลือของปีนี้ไปจนถึงปี 56 คาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการขยายตัวของภาคธุรกิจก่อสร้างที่เกิดจากเม็ดเงินลงทุนของเมกะโปรเจคภาครัฐ และโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชน ซึ่งเจ้าของโครงการมีความจำเป็นต้องใช้มืออาชีพที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้ในการบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้าง ปัจจัยเหล่านี้เป็นโอกาดีทางธุรกิจของบริษัท ที่จะเข้ารับงานบริหารโครงการและควบคุมงานก่อสร้างรูปแบบต่างๆมากยิ่งขึ้น
สำหรับความคืบหน้าการเจรจากับ Swan & Maclaren ประเทศสิงคโปร์ เพื่อการจัดตั้งบริษัทด้านการออกแบบวิศวกรรม สถาปัตยกรรม ขณะนี้ได้ข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยขึ้นภายในปีนี้ เพื่อดำเนินการด้านงานออกแบบโครงการรูปแบบต่างๆ ซึ่งขณะนี้ได้มีการเสนองานโครงการอาคารสูงซึ่งเป็นงานที่บริษัทมีความถนัดร่วมกันแล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปในการรับงานเร็วๆนี้
“สาเหตุที่ Swan & Maclaren สนใจร่วมงานกับ PPS เพราะบริษัทมีความเชี่ยวชาญงานวิศวกรรม มีประการณ์ในการบริหารจัดการงานก่อสร้างรูปแบบต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งในส่วนนี้ถือเป็นการเสริมธุรกิจซึ่งกันและกัน และเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายมีโอกาสที่จะรับงานโครงการขนาดใหญ่ในภูมิภาคนี้ได้มากขึ้นอีกทั้งยังเป็นการสร้างความแข็งแกร่ง ความพร้อมให้กับธุรกิจ
นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า คาดรายได้ในไตรมาส3/2555จะเติบโต10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ รับรู้รายได้จากงานในมือ และงานใหม่ที่เข้ามา ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือ(Backlog)อยู่ประมาณ 400 ล้านบาทโดยจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จนถึงปลายปี 2556 ซึ่งบริษัทฯ จะพยายามรักษางานในมือให้อยู่ในระดับนี้ เนื่องจากจะทำให้การรับรู้รายได้ในแต่ละช่วงมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ในปี2556 เติบโต10% จากปีนี้ อีกทั้งบริษัทฯ จะพยามยามเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐฯ ให้มากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทฯ แบ่งเป็นงานภาคเอกชน70% และงานภาครัฐฯ 30%
ขณะที่ นายธัช ธงภักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS)กล่าวว่าบริษัทฯ มีแผนการขยายธุรกิจให้พร้อมรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอาเซียนที่จะมีการรวมกันเป็นหนึ่ง ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีโอกาสรับงานให้คำปรึกษาวิศวกรรมเพิ่มขึ้น ขณะที่ลูกค้าเดิมของบริษัทฯ อาทิ เทสโก้ โลตัส ,CPN ก็มีการขยายตัวทั้งการเปิดสาขาใหม่ รวมทั้งงานปรับปรุงซ่อมแซมโครงการเดิม ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสกลับเข้าไปรับงานอีกครั้ง งานจึงมีความต่อเนื่อง ส่วนลูกค้าใหม่ก็มีการขยายตัว เช่นงานของภาครัฐฯ อย่างการพัฒนาสาธารณูปโภคที่จะออกมาในปีหน้าซึ่งบริษัทฯ ได้มีการเตรียมตัวศึกษาในการขยายงานไป อาทิ งานพัฒนาพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิบางส่วน ซึ่งตรงจุดนี้ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะกลับไปรับงานให้คำปรึกษาด้านวิศกรรมอีกครั้ง นอกจากนี้เซกเตอร์ด้านอุตสาหกกรมหนักบริษัทฯ ก็มองหาช่องทางในการขยายออกไป ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ สามารถเติบโตไปได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ข้อสรุปการเจรจากับ Swan&Maclaren พันธมิตรชาวสิงคโปร์ เพื่อตั้งบริษัทร่วมในการับงานออกแบบด้านวิศวกรรม สถาปัตยกรรม แล้วโดยคาดว่าจะทำการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทในประเทศไทยภายในปีนี้ ส่วนสัดส่วนการถือหุ้น และเงินลงทุนบริษัทฯ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้โดยต้องรอการพิจารณาจากคณะกรรมการบริษัทฯ ในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งขณะนี้มีการเสนองานร่วมกันแล้ว โดยคาดว่าหลังตั้งบริษัทเสร็จจะสามารถรับงานได้ตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไปโดยการตั้งบริษัทกับSwan&Maclaren บริษัทฯ จะรับงานทั้งในและต่างประเทศ โดยต่างประเทศจะเน้นไปที่ประเทศในแถบอาเซียนเป็นหลัก ซึ่งเป็นการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี2558
นายธัช กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทที่จะตั้งร่วมกับ Swan&Maclaren จะเน้นไปที่งานออกแบบโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เนื่องจากงานออกแบบจะเป็นประตูด่านแรกที่ลูกค้าจะเข้ามาหลังจากงานออกแบบก็จะไปสู่ขั้นตอนการก่อสร้างซึ่งบริษัทก็เป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านวิศวกรรมอยู่แล้วทำให้บริษัทฯ สามารถรับงานบริหารโครงการได้ต่อ ขณะที่งานออกแบบเป็นงานที่มีมาร์จิ้นดี เพราะเป็นการขายความคิด และใช้เวลาน้อยกว่างานก่อสร้าง

ปิดการซื้อขาย( 5 พ.ย. ) ราคาหุ้น PPS อยู่ที่ 2.50บาท เพิ่มขึ้น 0.22 บาท หรือ 9.65% มูลค่าการซื้อขาย 9.65 ล้านบาท ส่วนราคาหุ้น TCAP ปิดการซื้อขายอยู่ที่ 37.75 บาทเพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.67% มูลค่าการซื้อขาย 971.97 ล้านบาท

---จบ---

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Tue Nov 06, 2012 7:48 am

Image
สรุปข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

6 พ.ย.--ไทยรัฐ
Distributor -- Bisnews AFE


สหรัฐฯ ลุ้นผู้นำใหม่ เลือกตั้งวันนี้ 'โอบามา-รอมนีย์' คู่คี่สูสี
โลกลุ้นระทึก ใครจะเป็นผู้นำชาติมหาอำนาจ "สหรัฐอเมริกา" คนใหม่ หลังชาวอเมริกันทยอยออก
มาลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกันแล้ว หลังการหาเสียงโค้งสุดท้ายเสร็จสิ้นลง โดยทั้ง "โอบามา" และ
"รอมนีย์" มีคะแนนเสียงสูสีแบบหายใจรดต้นคอ ขณะที่คนไทยเอาใจช่วย "โอบามา"

'ตั๊ก-เจ้าสัว' ควงคู่ทอดกฐิน โผล่ชัยภูมิแห่ดูแน่นศาลา
"ตั๊ก-บงกช" ควงคู่ว่าที่คู่หมั้นหมื่นล้าน "เจ้าสัวบุญชัย" เดินสายไปทำบุญทอดกฐินที่ชัยภูมิ ท่ามกลาง
ชาวบ้านแห่มาดูคู่รักต่างวัยกันล้นหลามแน่นวัด โดยตั๊กควักกระเป๋าทำบุญถึง 1 แสนบาท ขณะที่แม่เล็กปลื้มใจ
ใบหน้าเปื้อนยิ้มอิ่มบุญตลอดเวลา

เผยผู้ต้องหารับสิ้น สมช.พลิก เชื่อมีลอบฆ่าทักษิณ เตือน-อย่าประมาท 'เหลิม' อ้างไทยใหญ่ รุ่งขึ้นกลับคำ
ให้การ อดีตนายกฯชักลังเล อาจไม่มาท่าขี้เหล็ก

"เหลิม" การันตีแผนลอบฆ่า "ทักษิณ" มีจริง ซัดผู้ต้องหาชาวไทยใหญ่ที่ถูกจับได้สารภาพรับเงินค่า
จ้างส่วนหนึ่งแล้ว ขนอาวุธมาจากฝั่งไทย เป้าหมายสังหารอดีตนายกฯที่เจดีย์ชเวดากอง (จำลอง) แต่พอ
วันรุ่งขึ้นก็กลับคำให้การ เลขา สมช. กลับคำยอมรับมีแผนลอบสังหารจริง แถมเตือนอย่าประมาท "โอ๊ค"
โพสต์เฟซบุ๊กเผย "ทักษิณ" เริ่มลังเลใจอาจเปลี่ยนกำหนดการ แถมเล่นมุกอ้อนคนเสื้อแดงส่งสัญญาณอย่าให้
มาพื้นที่เสี่ยง "นพดล" สำทับอดีตนายกฯกำลังประเมินสถานการณ์ ส.ส.เชียงรายระบุมีแนวโน้มสูงยกเลิก
ทัวร์ท่าขี้เหล็ก เหลือแค่ไปพบ "เต็ง เส่ง" ที่เนย์ปิดอว์ "เสธ.อ้าย" จวก "โอ๊ค" เพ้อเจ้อกุข่าวเรียก
คะแนนสงสาร ปชป. อัดซ้ำฟุ้งซ่านสร้างนิยายหลอกลวงเชื่อทางการพม่าดูแลอดีตนายกฯไทยอย่างดี

สวมข้อมือจ่อติดจีพีเอส คุมเด็กแว้น คล้ายนาฬิกา งัดถอดไม่ได้ ยันไม่ละเมิด
กรมคุมประพฤติเตรียมนำร่องใช้นาฬิกาข้อมือคุมผู้กระทำผิดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบสัญญาณ
ผ่านดาวเทียมติดตามพฤติกรรมระหว่างอยู่นอกกรงขัง จ่อประเดิมทดลองเหล่าบรรดา "เด็กแว้น" ต้นเดือน
ม.ค.ปีหน้า ใครฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาณ GPS จะแจ้งเจ้าหน้าที่ตามลากคอทันที อธิบดีกรมคุมประพฤติเผย
ปฏิบัติตามคำสั่งศาลให้เข้าโครงการ เน้นรูปลักษณ์คล้ายนาฬิการูปแบบทันสมัย ไม่ให้เกิดปมด้อยหมดสิทธิ์
ถอดออก หรือเจาะระบบตบตาได้ เป็นมาตรการที่ใช้กันแถวยุโรป

รวบแก๊งถล่ม 2 ศพ โอละพ่อ-ฆ่าผิดตัว! เหยื่อขับรถของอริ
รวบแล้วนายหน้าค้าอะไหล่รถยนต์หัวโจกกลุ่มนักเที่ยว "แก๊งตาลาย" กับพวกรวม 5 คน ทีมโหด
ควบรถยนต์ 3 คัน ยิงถล่มรถเก๋งฮอนด้าซิตี้บนถนนเทพารักษ์ ย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ มีผู้เสียชีวิต 2
ศพ บาดเจ็บ 2 ราย สาเหตุจากคนร้านโกรธแค้นคู่อริที่เคยยิงน้องชายตายหน้าสถานบันเทิงย่านพระโขนง
กรุงเทพฯ โทรศัพท์มาท้าดวล เลยวางแผนชิงลงมือขับรถมาดักรอที่ซอยบ้านคู่อริ กระทั่งเห็นรถของคู่อริ
ขับออกมาจึงตามประกบยิงถล่มไม่ยั้ง โดยไม่รู้ว่าเหยื่อกระสุนไปขอยืมรถคู่อริมาใช้ จนตำรวจตามไปล็อกตัว
ถึงรู้ว่ายิงผิดตัว ส่วนเพื่อนร่วมทีมสังหารอีก 3 คนยังจับกุมตัวไม่ได้

ลวงยิงทิ้งคาปิกอัพ เซียนพระประวัติโชกพกเงินยัดไส้ก้อนโต
พ่อค้ารับซื้อของเก่าถูกยิงทิ้งคารถกระบะบริเวณสนามไดรฟ์กอล์ฟ ย่านดอนเมืองหลังผันตัวเองเข้าสู่
วงการพระเครื่อง เผยประวัติเคยถูกจับคดีฉ้อโกงต้มตุ๋นหลายท้องที่ ตำรวจพุ่งปมหักธุรกิจ สงสัยพฤติกรรม
เดิมไม่เปลี่ยนเมื่อเจอซองสีน้ำตาลยัดเศษกระดาษปึกใหญ่คล้ายแบงก์จ่าหน้าระบุ "อ้วน 350,000" วางอยู่
ข้างศพ แฟนสาวให้การสอดคล้องกำลังไปเจรจาซื้อขายพระก่อนจบชีวิต

ป่าไม้พิลึกแจกป่า งวดแรก 1.5 แสนไร่ อ้างเป็นสิทธิ์ทำกินไปสร้างรีสอร์ตก็ได้
นายทุนเฮ กรมป่าไม้แจกป่าเสื่อมโทรม 2.5 ล้านไร่ นำร่องก่อน 1.5 แสนไร่ ให้แล้วเสร็จภายใน
ปีนี้เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ให้สิทธิ์ขาดทำอะไรก็ได้ สร้างรีสอร์ตก็ไม่ห้าม เว้นเปลี่ยนแปลงสภาพป่า
อ้างมีข้อมูลพร้อมแจกยืนยันคุมเปลี่ยนมือได้ อธิบดีกรมป่าไม้ เผย รมว.ทรัพยากรฯ เห็นชอบโดยไม่ต้องเข้า
ครม. ตั้งเป้าปี 2556 แจกอีก 1 ล้านไร่ อ้างเพื่อให้คนอยู่กับป่า พร้อมให้สำรวจบุกรุกป่าสงวนฯ หลังมติ
ครม. 30 มิ.ย. 2541 เพิ่ม ก่อนหาแนวทางเยียวยาคนที่รุกป่า กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯชี้ออก
สทก.ให้ชาวบ้าน แต่ในที่สุดก็จะเปลี่ยนเป็นของนายทุนหมด

สรุปข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

รัฐมนตรีป้ายแดงสุดคึกคัก "เพ้ง" ผุดบัตรแอลพีจี-คมนาคมตรึงค่าโดยสาร
"พงษ์ศักดิ์" ปิ๊งไอเดียผุดบัตรเครดิตพลังงานแอลพีจีแจกผู้มีรายได้น้อยรองรับปรับโครงสร้างราคา
ปีหน้า รองรับเปิดเสรีอาเซียน ด้าน "ชัชชาติ" เอาใจชาวบ้านสั่งตรึงราคาค่าโดยสารยาว พร้อมต่ออายุ
รถเมล์-รถไฟฟรี ลั่น!ห้ามซื้อขายตำแหน่ง หากพบไม่เอาไว้แน่! ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ "ยุคล" สั่ง
ยกเครื่อง ขันนอตการทำงานข้าราชการรอบด้านเร่งยกระดับราคาสินค้าเกษตร

เล็งตั้งทีมจับตาทุจริตโครงการรัฐ
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะ
กรรมการป้องกันการทุจริตและคอร์รัปชัน ซึ่งมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการ
ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด
หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
วานนี้ (5 พ.ย.) ว่าที่ประชุมฯมีความเห็นว่าการดำเนินโครงการของรัฐที่มีขนาดใหญ่หรือโครงการไม่ใหญ่
แต่เป็นที่สนใจของสังคม ควรตั้งคณะทำงานหรือคณะกรรมการพิเศษ ที่มีตัวแทนจากภาครัฐ ป.ป.ช. และ
ภาคเอกชนมาตรวจสอบ และติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินโครงการโปร่งใส น่าเชื่อถือ
และเป็นที่มั่นใจของทุกฝ่าย

ปี 56 ไทยทวงคืนแชมป์ส่งออกข้าวสูงสุด ตั้งเป้า 8.5 ล้านตันแต่ราคานำโด่งคู่แข่ง
นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้กำหนดเป้าหมายการส่งออก
ข้าวในปี 56 ไว้ที่ 8.5 แสนตัน มูลค่า 5,700 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากเป้าหมายปี 55 ที่คาดส่งออกได้
7.3-7.5 ล้านตัน มูลค่า 4,948 ล้านเหรียญฯ โดยปริมาณและมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 16.44% และ 15.20%
ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นแชมป์ส่งออกข้าวทั้งปริมาณและราคา เพราะในปี 56 คาดเวียดนามจะส่งออกได้ประมาณ
7 ล้านตัน และอินเดีย 7-8 ล้านตัน ส่วนราคาขายจะต่ำกว่าข้าวไทยมาก สำหรับแผนผลักดันการส่งออก
ข้าวไทย กรมฯ มีแผนแสวงหาตลาดใหม่ๆ เช่น ประเทศในแอฟริกา อเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง เป็นต้น
ส่วนตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ เอเชีย แอฟริกา ยุโรป และจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ แผนจัดคณะผู้แทนการค้าไป
เยือน เพื่อขยายตลาดข้าวหอมมะลิไทย ส่วนการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) จะดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่ง
หลายประเทศสนใจนำเข้าข้าวไทย โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ หลายประเทศในแอฟริกา

อีสานแล้ง!ห้ามปลูกข้าว
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ได้ส่งงดการเพาะปลูกในพื้นที่ท้ายเขื่อน
5 แห่ง แบ่งเป็น ภาคอีสาน 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เขื่อน
อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา ส่วนภาคใต้มี 1 แห่ง คือ เขื่อนปราณบุรี
จ.ประจวบคีรีขันธ์ คิดเป็นพื้นที่ 700,000 ไร่ คาดจะทำให้ผลผลิตข้าวนาปีปี 55/56 ลดลง 5 ล้านตันข้าว
เปลือก ทั้งนี้ กรมฯ ได้เสนอให้คณะกรรมการบริการจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) อนุมัติงบ 103 ล้าน
บาท ให้กรมฯ นำไปก่อสร้างทำนบคันดินขวางในแม่น้ำ หรือคลองในภาคอีสานเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้
ประโยชน์แล้ว "ปกติหน้าแล้งของทุกปี จะกระทบเพียงพื้นที่นอกเขตชลประทาน แต่ปีนี้มีพื้นที่ชลประทาน
ได้รับผลกระทบด้วย คือ พื้นที่เขื่อนทั้ง 5 แห่งที่สั่งงดเพาะปลูกแล้ว"

ธนชาตโละประกันชีวิต 1.8 หมื่นล้าน
นายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารธนชาต จำกัด
(มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ขายหุ้นบริษัทธนชาตประกันชีวิต จำกัด ในสัดส่วน 100% ให้กับบริษัท
พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) คิดเป็นมูลค่าการซื้อขาย 17,500 ล้านบาท ปรับเพิ่มด้วยมูลค่า
ทางบัญชีของธนชาตประกันชีวิต ณ วันก่อนโอนหุ้นตามเงื่อนไขที่ตกลงกันและค่าตอบแทนอีก 500 ล้านบาท
หลังจากที่มีการชำระค่าหุ้นและโอนหุ้นแล้ว 12 เดือน "การขายหุ้นธนชาตประกันชีวิตในครั้งนี้มีเงื่อนไข
ธนาคารต้องขายให้กับพรูเด็นเชียล หรือเป็นพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์เป็นเวลา 15 ปี ห้ามขายประกัน
ให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ"

ทั่วโลกจับตาเลือกตั้งสหรัฐฯ ลุ้นระทึก!ตลาดหุ้นราคาทองคำ-ค่าเงิน
นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนิตี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลการ
เลือกตั้งของสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 6 พ.ย. เพราะความสำคัญไม่ได้อยู่เพียงว่าใครจะได้รับเลือกเป็น
ประธานาธิบดีแต่จำนวนเสียงข้างมากในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความสำคัญ
กับทิศทางตลาดทุนทั่วโลกด้วย

"เอพี" สยายปีกกินรวบรอบกรุงเทพ
นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน
พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยว่า ภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ปีนี้และปีหน้า
โดยส่วนตัวเชื่อว่ายังมีความต้องการอยู่มาก ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮมและคอนโดมิเนียม เพราะ
เมืองขยายออกกว้างมาก และจำนวนประชากรมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในส่วนของบริษัทไม่ได้มองที่กรุงเทพฯอย่าง
เดียว แต่จะเจาะลึกในพื้นที่กรุงเทพฯและขยายออกไปรอบๆกรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่แค่ปริมณฑลแต่จะขยายออก
ไปถึงจังหวัดรอบๆกรุงเทพฯ เช่น สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี ที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยยังมีอยู่สูงมาก

"สก๊อต" เร่งปั้นยอดขายปลายปี ดึง "อนันดา" เจาะฐานวัยทำงาน
นายสมพล ชวาลเวชกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ บริษัท สก๊อต อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท จากงบทั้งปี 130 ล้านบาท ทำ
กิจกรรมเชิงรุก ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ซุปไก่สกัด ภายใต้แบรนด์ "สก๊อต 100 ซุปไก่สกัด สูตร 100%"
เต็มสูบ โดยดึงพระเอกดังอนันดา เอเวอริ่งแฮม มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายวัน
เริ่มทำงานชัดเจนขึ้น สร้างความชัดเจนของสินค้าในตลาดมากขึ้น นอกจากนี้ ยังต้องการปรับกลุ่มลูกค้า
เป้าหมายให้ต่างจากคู่แข่ง ที่เน้นเจาะกลุ่มวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา กลุ่มที่เตรียมสอบเอ็นทรานซ์

"เซ็ปเป้" ลุยเข้มโค้งสุดท้าย! หวังดูดเงินสาวไทยอยากสวย
นายอานุภาพ รักอริยะพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัลฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและ
จำหน่ายเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริ้งค์ แบรนด์ "เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์" (Sappe Beauti Drink) เปิดเผย
ว่า ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 55 นี้ บริษัทพร้อมรุกทำตลาดเต็มสูบ โดยทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ทำกิจกรรม
ส่งเสริมการขายเครื่องดื่ม "เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์" ทุกรูปแบบ รวมถึงดึง 5 ดาราดัง อาทิ จ๋า-ณัฐฐา
วีรนุช ทองมี, เนย-โชติกา วงศ์วิลาส, กระแต-ศุภักษร ไชยมงคล, โบวี่-อัฐมา ชีวนิชพันธ์ และซี-ฉัตร
ปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ 5 รสชาติ อาทิ สูตรคอลลาเจน สูตรคลอโรฟิลล์ สูตรไฟเบอร์
สูตรเบอร์รี่ไบร์ท และสูตรไวท์ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดฟังก์ชันนอล ดริ้งค์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท
ที่คาดว่าปีนี้ตลาดดังกล่าวน่าจะเติบโต 15-20%

วัดใจคลังสนหรือไม่ค่าต๋ง 3จี กสทช.ร่อนหนังสือถึง "โต้ง" ก่อนประเคน 2.2 หมื่นล้าน
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.จะทำหนังสือถึงนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายก
รัฐมนตรี และ รมว.คลัง เพื่อขอหารือเกี่ยวกับการนำเงินประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรศัพท์มือถือ
3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิ๊กกะเฮิรตช์ เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 55 ที่ผ่านมาว่า จะให้นำเงินรายได้จากการ
ประมูลครั้งนี้นำส่งครั้งเดียวหรือทยอยนำส่งตามงวดการชำระค่าประมูลใบอนุญาต 3 จี เพื่อความชัดเจน
และจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามขั้นตอนต่อไป


Image


Locked