สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:08 am

ดาวโจนส์พุ่ง 133.24 จุด หลังนลท.จับตาดูผลการเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด

รายงานข่าวจากต่างประเทศเปิดเผยว่า วานนี้ (6 พ.ย.) ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้น
สหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 133.24 จุด หรือ 1.02% ปิดที่ 13,245.68 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น
11.13 จุด หรือ 0.79% ปิดที่ 1,428.39 จุด และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 12.27 จุด หรือ 0.41%
ปิดที่ 3,011.93 จุด
โดยนักลงทุนในสหรัฐฯ จับตาดูการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอย่างใกล้ชิด หลังจาก
ที่บารัค โอบามา ประธานาธิบดีคนปัจจุบันจากพรรคเดโมแครต และมิตต์ รอมนีย์ จากพรรครีพับ
ลิกัน เร่งทำคะแนนกันอย่างหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่ไม่สนับสนุนพรรคใดเป็นพิเศษ
(swing states)
ทั้งนี้นักวิเคราะห์ทางการเมืองแสดงความคิดเห็นว่า ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดี
สหรัฐในปี 2012 อาจจะออกมาคล้ายกับผลการเลือกตั้งในปี 2000 ซึ่งเป็นปีที่อดีตประธานาธิบดี
จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ต้องลงชิงชัยกับนายอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดี และบุชได้รับชัยชนะด้วย
คะแนนเสียงที่เหนือกว่ากอร์เพียงเล็กน้อย
ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
รายสัปดาห์ในวันพฤหัสบดีนี้เวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจำนวนผู้ขอรับ
สวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ย.จะอยู่ที่ 380,000 ราย เพิ่มขึ้นจาก
363,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้า

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา Image
วันที่ 07/11/12 เวลา 7:49:39


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:14 am

ประเด็นร้อน7พ.ย.
07 พฤศจิกายน 2555


หลากหลายประเด็นที่ต้องเกาะติดวันนี้ มีทั้งม็อบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การรับรองเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ กรณีฟีฟ่ามีมติไม่รับรองสนามหนองจอกใช้แข่งฟุตซอลโลก ล้วนร้อนระอุทั้งสิ้น

1.ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)เตรียมแถลงข่าววันนี้ ชี้แจงกรณีฟีฟ่าไม่อนุมัติให้ใช้สนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา หนองจอก ในการแข่งขันรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลัง กทม. ยืนยันว่าได้สร้างเสร็จครบตามมาตรฐานฟีฟ่าทุกประการและเสียใจที่ฟีฟ่าไม่อนุมัติ ในขณะที่ทีมฟุตซอลไทยจะลงสนามนัดสุดท้ายลุ้นเข้ารอบกับทีมปารากวัย ในเวลา 19.00 น.อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

2.ต้องติดตามสถานการณ์การชุมนุมของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่นัดหมายมาพร้อมกันที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อกดดันรัฐบาลให้ถอนร่างแก้ไขวาระการดำรงตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จาก 60 ปี เป็นดำรงตำแหน่งตามวาระ 5 ปี แม้วานนี้ ครม.และพรรคเพื่อไทยเรียกประชุมด่วนเพื่อหาทางออกด้วยการให้สภายื้อเวลา อย่าเพิ่งบรรจุวาระการพิจารณา ต้องดูว่าเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร เมื่อม็อบกำนันผู้ใหญ่บ้าน ยกมาเต็มอัตราศึก

3.นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เพิ่งกลับจากประชุมเอเชีย-ยุโรป หรืออาเซมวันนี้มีเวลาครึ่งวันอยู่เมืองไทย เริ่ม 10.00 น. ต้อนรับการมาเยือนของนายญาณทุน รองประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยเป็นสักขีพยานมอบหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยการจัดกลไกคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูง แต่วาระร้อนเห็นจะเป็นการหารือท่าเรือน้ำลึกทวายผลประโยชน์มหาศาล น่าฉงนยิ่งหลังนายกฯ ยิ่งลักษณ์ พบรองประธานาธิบดีพม่า ต่อจากนั้น วันที่ 8 พ.ย. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เตรียมพบประธานาธิบดีเต็งเส่ง ที่กรุงเนย์ปิดอว์

หลังใช้เวลาจับมือสานสัมพันธ์พม่าเรียบร้อยแล้ว จากนั้น เวลา 17.00 น.นายกฯ ออกเดินทางไปยังเกาะบาหลีประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเข้าร่วมประชุมบาหลี เดโมเครซี ฟอรัม ครั้งที่ 5 งานนี้น่าดูชม นายกฯ ยิ่งลักษณ์ จะขึ้นเวทีบรรยายพิเศษพัฒนาการประชาธิปไตยไทยให้ทั่วโลกได้ทึ่ง

4.ทันทีที่กลับจากประชุมอาเซม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ นัดหมายแถลงข่าวกรณีการหารือกับตัวแทนศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) เพื่อให้ขอบเขตอำนาจกระบวนการยุติธรรมแก่ไอซีซี สอบสวนการสลายการชุมนุมทางการเมืองในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะดำรงตำแหน่งนายกฯ

ขณะที่มีเสียงเรียกร้องตามมาว่า เป็นเช่นนี้เหตุใดไม่มีการให้ไอซีซีสอบสวนคดีฆ่าตัดตอนการปราบปรามยาเสพติดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สมัยเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย งานนี้จะส่งผลกระทบข้อกฎหมายและหลักกระบวนการยุติธรรมอย่างไร รวมถึงจะมีแรงต้านเพียงใด ต้องไม่พลาด

5.ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการพิจารณากรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (สว.) 67 คนยื่นเรื่องผ่านประธานวุฒิสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการทำสัญญาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) มูลค่า 7.32 ล้านตันของรัฐบาล เข้าข่ายมาตรา 190 หรือไม่โดยวันนี้จะมีการพิจารณาว่าจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ยุติโดยง่ายต้องตามกันอย่ากะพริบ

6.ยาเสพติดยังคงเป็นประเด็นร้อนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ตรวจสอบบัญชีต้องสงสัย เพื่อทำการอายัดทรัพย์สินผู้ค้าตั้งเป้ากว่า 2,000 ล้านบาท โดย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุม เพื่อให้การสืบสวนขยายผลในกระบวนการปราบปรามยาเสพติด การยึด อายัดทรัพย์สินผู้ค้ายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่สำนักงาน ป.ป.ส ในเวลา 10.00 น.

7.ความเคลื่อนไหวของฝ่ายนิติบัญญัติต้องจับตาไปที่ความชัดเจนในการกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะได้เปิดซักฟอกวันที่ 25-27 พ.ย. ตามที่ฝ่ายค้านร้องขอหรือไม่ รวมไปถึงท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ที่สุดแล้วจะสรุปตัวรัฐมนตรีคนไหนจะถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ควบคู่ไปการถูกยื่นชื่อให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) พิจารณาถอดถอน โดยฝ่ายค้านยื่นถอดถอนในวันที่8 พ.ย. และยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 9 พ.ย.

8.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดงานสัมมนาการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในศตวรรษที่ 21 ซึ่งในงานจะมีการพูดประเด็นการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนในไทย โดยนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

9.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์คนใหม่ ได้ฤกษ์แถลงนโยบายการดำเนินงานหลังรับฟังการบรีฟงานที่ต้องรับผิดชอบมาแล้ว พร้อมแนะนำตัวเองและทีมงานที่กระทรวงพาณิชย์ ต้องจับตาว่าหลังจากข้ามห้วยมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รมช.พาณิชย์คนใหม่ จะมีอะไรมานำเสนอโดยเฉพาะการแก้ปัญหาค่าครองชีพ

10.จากนั้นมาที่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พลิกดูวาระแล้วอาจจะไม่มีประเด็นอะไรร้อนแรงมากนักมีเพียงการพิจารณากฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาในวาระที่ 1 เช่นร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการทหาร หรือเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว เพื่อให้สภาลงมติให้ความเห็นชอบอย่างร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสาธารณสุขชุมชน และร่างพ.ร.บ.บัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:24 am

อย.สั่งเก็บบะหมี่เกาหลี "นองชิม" หลังฟิลิปปินส์พบสารก่อมะเร็ง
อย. เผย มาตรการตรวจสอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของ บ.นองชิม จากเกาหลีใต้ หลังพบสารก่อมะเร็งขอให้ผู้บริโภควางใจ อย.มิให้มีสารปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์วางขายตามท้องตลาดเด็ดขาด

Image

จากข่าวเรียกเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็งรูปของบ.นองชิมจากเกาหลีใต้ หลังได้รับรายงานมีสารก่อมะเร็ง อย. เผย สารก่อมะเร็งพบอยู่ในเครื่องปรุงรส รุดตรวจเข้มการนำเข้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากบริษัทดังกล่าว หากพบนำเข้าในไทยขณะนี้ให้ด่านอาหารและยาทั่วประเทศอายัดผลิตภัณฑ์ไว้ก่อน พร้อมทำหนังสือขอความร่วมมือให้ร้านค้าปลีกนำผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางของ และ อย.จะเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกจากท้องตลาด หากผลตรวจวิเคราะห์พบสารก่อมะเร็ง ขอให้ผู้บริโภควางใจ อย. จะมิให้มีผลิตภัณฑ์ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งขายในท้องตลาดเด็ดขาด


นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า จากข่าวทางหนังสือพิมพ์ ประเทศฟิลิปปินส์เรียกเก็บบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของ บ.นองชิม (Nongshim) จากเกาหลีใต้ หลังได้รับรายงานมีสารก่อมะเร็ง นั้น อย. มิได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งให้สำนักอาหารและสำนักด่านอาหารและยา ของ อย. ตรวจสอบเฝ้าระวังเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และขอแจ้งว่า สารก่อมะเร็งที่พบเป็นสารเบนโซ (เอ)ไพรีน อยู่ในเครื่องปรุงรสในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งมีการผลิตที่ประเทศเกาหลีใต้ ดังนั้น ประเทศในโซนเอเชีย เช่น ฟิลิปปินส์ ,จีน ,เกาหลีใต้ จึงเรียกเก็บคืนบะหมี่ที่พบปัญหาดังกล่าว ในส่วนของประเทศไทย อย. ได้สั่งการให้ด่านอาหารและยาทั่วประเทศเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ดังกล่าว โดยขณะนี้หากพบมีการนำเข้าในไทย ขอให้อายัดผลิตภัณฑ์ไว้ที่ด่านก่อน เพื่อตรวจสอบและเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในทุกรุ่นที่มีการนำเข้า และส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อหาสารก่อมะเร็งดังกล่าว

สำหรับมาตรการการกำกับดูแลในประเทศ อย. จะขอความร่วมมือให้ผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และขอความร่วมมือสถานที่จำหน่ายให้นำผลิตภัณฑ์ออกจากชั้นวางของชั่วคราว จนกว่าผลการตรวจวิเคราะห์พบอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ อย. จะสุ่มเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจสอบหาการปนเปื้อนสารดังกล่าวในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัท นองชิม ที่วางขายในร้านค้าปลีกอย่างเร่งด่วนด้วย


นพ.บุญชัย เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ขอให้ผู้บริโภคมั่นใจการดำเนินงานของ อย. ที่จะตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปทุกชนิดที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทย มิให้มีผลิตภัณฑ์ที่มีสารปนเปื้อนอันตราย เล็ดรอดจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้บริโภค โดยในช่วงที่ผ่านมา อย.สุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาหารที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากพบการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปใดมีสารปนเปื้อน หรือสิ่งที่น่าจะเป็นอันตรายแก่สุขภาพปนเปื้อนอยู่ จัดเป็นการนำเข้าเพื่อจำหน่าย หรือจำหน่ายอาหารไม่บริสุทธิ์ จะถูกดำเนินคดีอย่างเคร่งคัด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้บริโภคพบเห็นการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพใดคาดว่าผิดกฎหมายหรือมีสารอันตรายปนเปื้อน แจ้งร้องเรียนมาได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556


Image

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 8:26 am



User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:24 am

SET:คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบถึงขึ้นช่วงสั้น ตามตลาดสหรัฐ-ราคาน้ำมันขึ้นหนุน

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--รอยเตอร์


*นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ คาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวในกรอบไม่มากนัก และมีแนวโน้ม

ที่จะปรับขึ้นได้ในช่วงเช้า ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบ ใน

ตลาดโลกที่ดีดตัวขึ้น ขณะที่ตลาดยังรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 1.02% ก่อนรู้ผล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดวานนี้ พุ่งขึ้น 3.06

ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาที่ 88.71 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุน

จากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่

นักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*วันอังคารต่างชาติ ขายสุทธิ 695.59 ล้านบาท จากวันจันทร์ ซื้อสุทธิ 510.69 ล้านบาท

*เช้านี้บาท/ดอลลาร์ อยู่ที่ 30.74/77 เมื่อวันอังคารอยู่ที่ 30.76/80

*นักวิเคราะห์มองแนวรับที่ 1,295 และ 1,290 ส่วนแนวต้านที่ 1,306 และ 1,310 จุด


"ตลาดคงจะสวิงเหมือนเดิม คงจะเปิดในแดนบวก เพราะดาวโจนส์ปรับขึ้นมาเป็นบวก

แต่คิดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยไม่ได้มากนัก เพราะดูเหมือนตอนนี้โครงสร้างปัจจัยหนุน

ภายในไม่มี หวังอยู่ที่ต่างประเทศอย่างเดียว" นายเกียรติก้อง เดโช นักกลยุทธ์ บล.ซีไอเอ็มบี

(ประเทศไทย) กล่าว

เขา เห็นว่าตลาดอาจมีแรงเก็งกำไรหุ้นกลุ่มน้ำมัน จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น แต่การ

เก็งกำไรดังกล่าวคงจะไม่มาก แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 3/55 ของหุ้นในกลุ่มนี้ออกมาดี

แต่ตลาดมองข้ามไปถึงไตรมาส 4/55 ที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยต่ำกว่าราคาในไตรมาส 3 ทำให้

ตลาดอาจจะเก็งกำไรเพียงช่วงสั้นๆ

ดังนั้น นักลงทุนควรต้องระวังแรงขายทำกำไรที่อาจจะมีออกมาในช่วงบ่ายด้วย หลัง

ก่อนหน้านี้เริ่มมีสัญญาณการขายหุ้นขนาดใหญ่ทั้งกลุ่มธนาคาร พลังงาน ปิโตรเคมี ขณะที่ตลาด

ยังรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐด้วย


ดัชนีตลาดหุ้นสำคัญ

*ดัชนีตลาดหลักทรัพย์เมื่อวันอังคาร ปิดลบ 5.86 จุด หรือ 0.45% มาที่ 1,300.84

ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 33,411.90 ล้านบาท

*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเมื่อวันอังคาร ปิดบวก 133.24 จุด หรือ 1.02% มาที่

13,245.68 และดัชนีแนสแดค ปิดบวก 12.27 จุด หรือ 0.41% มาที่ 3,011.93

*ตลาดหุ้นในภูมิภาคเช้านี้ มีทั้งบวกและลบ โดยตลาดหุ้นสิงคโปร์ บวก 0.05%,ญี่ปุ่น

บวก 0.08%, เกาหลีใต้ ลบ 0.23%, ไต้หวัน บวก 0.16% และตลาดหุ้นฮ่องกง

ลบ 0.12%


จับตาหุ้น

*PTTEP หลังเป็นวันสุดท้ายที่ผู้ซื้อหุ้นจะได้รับสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน

*LHBANK หลังธ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คาดสินเชื่อปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 35% สูงกว่าเป้า

*QH คาดรายได้ปีหน้าโต 30%, กำไรสุทธิโตเป็นตัวเลขสองหลัก

*NUSA คาดรายได้ปี 56 ราว 6 พันลบ.จากคาดราว 1 พันลบ.ปีนี้

*SABINA คาดกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน, มองยอดขายปี 56 โต 20%

*THAI หลัง"นกแอร์"คาดเข้าตลาดหุ้นในก.ค.56, พรัอมรุกเส้นทางบินตปท.

*BCP จะกลั่นน้ำมันปีหน้าเพิ่มเป็น 1.1 แสนบาร์เรล/วัน,ลงทุน 2.43 หมื่นลบ.ใน 4 ปี

*DEMCO เผยปี 56 เริ่มรับรู้รายได้ไม่น้อยกว่า 150 ลบ.โครงการห้วยบง 2-3

*TFD เพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็นกว่า 1.8 พันลบ.หลังตั้งกองทุนอสังหาฯ

*PTTGC Q3/55 กำไรสุทธิ 1.29 หมื่นลบ.,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*TOP Q3/55 กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*CPALL Q3/55 กำไรสุทธิเพิ่มเป็น 2.9 พันลบ.,สูงกว่านักวิเคราะห์คาด

*TUF หนังสือพิมพ์เผยผู้บริหารลดเป้ารายได้ปีนี้โต 12-15% จากเดิมคาดโต 15% หลัง

ต้นทุนค่าวัตถุดิบปลาทูน่าสูงขึ้นราว 10% -

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 9:25 am

SET:ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแรง

กรุงเทพฯ--7 พ.ย.--รอยเตอร์


**ต่างประเทศ


*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนีดาวโจนส์ ปิดบวก 1.02% ก่อนรู้ผล

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดวานนี้ พุ่งขึ้น 3.06

ดอลลาร์ หรือ 3.6% มาที่ 88.71 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยราคาน้ำมันได้แรงหนุน

จากการทะยานขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่

นักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

*ผลการสำรวจ exit poll ของ Reuters/Ipsos บ่งชี้ว่า ผู้ลงคะแนนเสียง

ครั้งแรกในสหรัฐสนับสนุนประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในอัตราส่วน 2 ต่อ 1 และ

มีแนวโน้มมากขึ้นที่จะเชื่อว่า สหรัฐกำลังอยู่ในทิศทางที่เหมาะสม

*วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนใหญ่ปรับตัวลง ท่ามกลางการซื้อขาย

ที่เบาบางก่อนการเลือกตั้งในสหรัฐ โดยตลาดหุ้นมาเลเซียร่วงลงเป็นวันที่ 3 แตะ

ระดับต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์ ขณะที่ สิงคโปร์และเวียดนามปรับตัวลงเช่นกัน แต่

อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ สามารถปิดในแดนบวก

*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ ลบ 24 จุด หรือ 2.47% มาที่

ระดับ 947 โดยระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624 และระดับต่ำสุดของปีนี้อยู่ที่ 647

*ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) สาขาซานฟรานซิสโก เผยว่า การซื้อสินทรัพย์

รอบล่าสุดของเฟดอาจจะมีวงเงินเกิน 6 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าการซื้อพันธบัตร

รอบ 2 ขณะที่เฟดจะยังคงซื้อสินทรัพย์ต่อไป จนกว่าตลาดแรงงานจะปรับตัวดีขึ้น

*รัฐบาลกรีซได้ยื่นมาตรการรัดเข็มขัดฉบับใหม่เข้าสู่รัฐสภาเมื่อวันจันทร์ ขณะที่ชาว

กรีซเริ่มผละงานประท้วงต่อมาตรการดังกล่าว ซึ่งสมาชิกสภานิติบัญญัติต้องให้การ

อนุมัติหากกรีซต้องการขอรับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ และเพื่อหลีกเลี่ยง

การล้มละลาย โดยคาดว่าในวันนี้รัฐสภากรีซจะลงมติต่อมาตรการของนายกรัฐมนตรี

แอนโทนิส ซามาราสที่จะทำให้การจ้างงานและการปลดพนักงานเป็นไปอย่างง่ายดาย

รวมถึงการลดต้นทุนและการขึ้นภาษี ซึ่งคิดเป็น 1.35 หมื่นล้านยูโรภายในปี 2016


**เศรษฐกิจทั่วไป


*กบง.เพิ่มเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล 50 สตางค์/ลิตร

หลังราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ตลาดสิงคโปร์ลดลง ซึ่งจะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล

ไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่จะทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯดีขึ้น

*ครม.เห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินการโครงการบ้าน ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยแห่งแรก

หรือ โครงการบ้านหลังแรก ออกไปอีก 6 เดือน โดยให้สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นขอกู้

เงินในวันที่ 29 มี.ค.56 และทำนิติกรรมให้เสร็จสิ้นในวันที่ 28 มิ.ย.56

*คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย มองอัตราเติบโตที่สูงของ

ธุรกิจประกันชีวิตในไทย อีกทั้งศักยภาพในการเป็นฐานสู่"ประชากรกว่า 600 ล้านคน"

ในตลาดอาเซียน จะดึงดูดบริษัทต่างชาติเข้ามาแข่งขันทำธุรกิจในไทยมากขึ้น ขณะที่การ

รุกตลาดไทยมากขึ้นของกลุ่มพรูเดนเชียลล่าสุด บ่งชี้ถึงแนวโน้มดังกล่าว ก่อนที่ประเทศ

ในภูมิภาคนี้ จะรวมกันเป็น AEC ในปี 2558

*นักเศรษฐศาสตร์-เอกชน ประเมินผลเลือกตั้งสหรัฐ กระทบไทยน้อย เชื่อว่านโยบาย

เปลี่ยนแปลงน้อย คาดยังวุ่นกับการแก้ปัญหาภายใน ส่งผลเงินยังไหลเข้าเอเชีย-ไทย

ต่อเนื่อง ขณะที่โพลล์โค้งสุดท้าย"โอบามา" ยังนำ แต่สูสี ขณะที่ "รอมนีย์" หวัง

หักปากกาเซียน(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*ครม.ไฟเขียวเอ็มโอยูขายข้าวจีทูจีจีน ปีละไม่เกิน 5 ล้านตัน 3 ปี เผย "บุญทรง"

ชงวาระลับเร่งด่วนเข้าครม. ก่อนรับผู้แทนรัฐบาลจีนเยือนไทย พร้อมขายตาม

ราคาตลาด ด้านภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น เผย ป.ป.ช. รับลูก สอบทุจริต

โครงการรับจำนำข้าวแล้ว รอชงบอร์ดชุดใหญ่พิจารณา(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

*ส.อ.ท.ให้ประธาน ส.อ.ท.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ ช่วยเจรจาผู้ประกอบการ

เอสเอ็มอีในพื้นที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม

แปรรูปการเกษตรในภูมิภาค เนื่องจากในบางจังหวัดไม่มีเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการ

เพราะผู้ประกอบการไม่ยอมเปลี่ยนแปลงการทำธุรกิจ เพื่อรองรับเออีซีในปี 58

เนื่องจากยังไม่เห็นถึงความสำคัญหลังการเปิดเออีซี(นสพ.ไทยรัฐ)

*ที่ประชุมคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่พิจารณาคำร้องกรณีขอให้ตรวจสอบการประมูลคลื่น 3G

ของกสทช.ยังไม่มีความเห็นว่าจะมีข้อสรุปออกมาในทิศทางใด เพราะมีเอกสารจำนวนมาก

แต่ยืนยันว่าการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดิน จะไม่ยื้อหรือซื้อเวลาออกไป และจะมี

คำวินิจฉัยอย่างแน่นอนในวันที่ 8 พ.ย.นี้(นสพ.ไทยรัฐ)

*นายอองเดร เดอ ซิลวา ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์วิจัยอัตราดอกเบี้ยตลาดเอเชีย ธนาคาร

เอชเอสบีซี ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่มาตรการ QE3

ของสหรัฐ จะทำให้มีปริมาณเงินไหลเข้าสู่เอเชียสูงกว่าการทำ QE ในช่วง 2 ครั้งที่ผ่านมา

เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้มียุโรปมาเกี่ยวข้องด้วย(นสพ.โพสต์ทูเดย์)

*ประชุมร่วมคณะกรรมการระดับสูงไทย-เมียนมาร์วานนี้ วางกรอบพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ทวาย หวังเรียกความเชื่อมั่นเดินหน้าโครงการท่าเรือน้ำลึก วางโครงสร้างพื้นฐาน

ร่วมกันทั้งสองฝ่าย ขณะที่คมนาคมเตรียมขอรัฐบาลเต็ง เส่ง ช่วยเคลียร์ชนกลุ่มน้อย

ให้ผู้รับเหมาเข้าพื้นที่ก่อสร้างถนนสายแม่สอด-เมียวดี-เชิงเขาตะนาวศรี-กอกาเรก

ระยะทาง 27.8 กิโลเมตร หลังล่าช้ามานาน(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)


**การเมือง


*ประธานวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน แถลงหลังการประชุมว่า เช้าวันที่ 8 พ.ย.นี้ จะยื่น

เรื่องต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอถอดถอนรัฐมนตรีจากตำแหน่ง และวันที่ 9 พ.ย.

จะยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ต่อประธานสภา

*"ณัฐวุฒิ"ปลุกเสื้อแดงต้านม็อบเสธ.อ้าย หลังประกาศแช่แข็งประเทศ 5 ปี ด้านปชป.

ยื่นกองปราบเอาผิด 5 แกนนำนปช.ข้อหากบฏ กรณีปลุกมวลชนชุมนุมปี 53 ขณะที่ภรรยา

พล.อ.ร่มเกล้า พร้อมญาติทหารเหยื่อชุมนุมจี้ทบ.เร่งรัดคดี(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 7:33 pm

***หุ้นโค้งสุดท้าย..SETหลุด1,300จุด เสี่ยงร่วงต่อ


หุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 1.10 จุด หรือ 0.08% มาอยู่ที่ 1,299.74 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท

- นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ +838.58 ล้านบาท
- บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ +324.66 ล้านบาท

- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -535.40 ล้านบาท
- นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ -627.84 ล้านบาท


นางธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี บอกในรายการหุ้นโค้งสุดท้ายว่า หุ้นไทยในวันนี้ให้ความสำคัญกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ โดยหลังทราบผลว่านายบารัค โอบามา ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอีกสมัย ทำให้นักลงทุนมองว่าเรื่องของนโยบายคงไม่แตกต่างจากเดิม

ซึ่งหลังจากนี้ ตลาดฯจะให้ความสำคัญกับหน้าผาทางการคลัง หรือ Fiscal Cliff เป็นประเด็นหลัก แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่า คงยังไม่ได้ข้อสรุปในปีนี้ และมองว่าปัจจัยนี้เป็นตัวแปรสำคัญในการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก โดยหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจมีการยืดระยะเวลาของมาตรการออกไป

ในส่วนของปัจจัยบ้านเราเป็นเรื่องผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งหากงบการเงินออกมาไม่ดี ราคาหุ้นก็จะปรับตัวลดลงแรง ทั้งนี้ในวันนี้ SET ไม่สามารถยืนเหนือระดับ 1,300 จุด ช่วงสั้นจึงมีความเสี่ยงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และอาจปรับฐานสักระยะ ซึ่งการปรับฐานจะจบเมื่อไหร่คงต้องดูทิศทางของฟันด์โฟลว์ หลัง9เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อค่อนข้างมาก ทำให้ในช่วงเดือนต.ค.-พ.ย.มีแรงขายทำกำไรออกมา เพื่อปรับพอร์ต แต่สุดท้ายแล้วหากยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจเอเชียยังมีการเติบโตที่ดี ท้ายที่สุดก็จะมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามา


จากการรวบรวมของ Money Channel บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ให้กรอบการลงทุนทางด้านเทคนิคและหุ้นแนะนำในวันพรุ่งนี้ดังนี้
บล.ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,295-1,305 จุด แนะลงทุนหุ้น BTS
บล.คันทรี่ กรุ๊ป ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,290-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น SIRI
บล.ไอร่า ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,296-1,310 จุด
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ให้กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีไว้ที่ 1,285-1,310 จุด แนะลงทุนหุ้น TIPCO

Image


User avatar
ปรัชญา
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 18252
Joined: Fri Mar 14, 2003 10:37 pm

Re: สรุปข่าวหนังสือพิมพ์ บันเทิง สาระ ไลฟ์สไตล์ วาไรตี้

Posts by ปรัชญา » Wed Nov 07, 2012 7:46 pm

Image

ตลาดโลกผันผวนดึงหุ้นไทยปิดลบ1.10จุด


ภาวะตลาดหุ้นไทยปิดลบ 1.10 จุด ตลาดผันผวนช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯ-ปัญหา fiscal cliff กดดัน

วันนี้(7 พ.ย. 55)ตลาดหุ้นไทย ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,299.74 จุด ลดลง 1.10 จุด(-0.08%) มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนค่อนข้างมากในช่วงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ขณะนี้ภาพออกมาในทางบวกที่ได้ผู้ชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็คงจะเป็นเพียงแค่ Short Term เท่านั้น เนื่องจากภาพของตลาดฯค่อนข้างออกมาในเชิง Negative โดยคงจะต้องหันไปมองนโยบายของสหรัฐฯ และปัญหา fiscal cliff กันต่อไป ส่วนทางยุโรปก็ต้องจับตากรีซจะเดินหน้ามาตรการรัดเข็มขัดได้สำเร็จหรือไม่ รวมถึงสเปนด้วย พรุ่งนี้ตลาดฯยังมีลุ้นขึ้นได้แต่ไม่มากนัก พร้อมให้แนวรับ 1,294-1,295 แนวต้าน 1,310-1,305 จุด

ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,299.74 จุด ลดลง 1.10 จุด(-0.08%) มูลค่าการซื้อขาย 41,869.66 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดของวันที่ระดับ 1,306.56 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,297.51 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 276 หลักทรัพย์ ลดลง 227 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 186 หลักทรัพย์

น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ผันผวนค่อนข้างมากในช่วงรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ซึ่งภาพขณะนี้ออกมาในทางบวกที่ได้ผู้ชนะการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็คงจะเป็นเพียงการตอบรับแค่ Short Term เท่านั้น เนื่องจากมองภาพรวมตลาดฯค่อนข้างออกมาในเชิง Negative หลังการเลือกตั้งในสหรัฐฯชัดเจนขึ้นแล้วก็คงจะต้องหันไปมองนโยบายของสหรัฐฯ และปัญหา fiscal cliff กันต่อไป "ตอนนี้อาจเป็นบวกในเรื่องได้ผู้ชนะการเลือกตั้งมา แต่ในเรื่องของ fisical cliff และด้านนโยบายแล้ว ตลาดก็ยังสามารถปรับตัวลงมาได้"น.ส.ธีรดา กล่าว

ส่วนทางด้านยุโรปก็ยังต้องจับตากรีซว่ามาตรการการรัดเข็มขัดจะทำได้สำเร็จหรือไม่ ท่ามกลางการประท้วงของประชาชน และก็ยังต้องดูสเปนด้วย แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้(8 พ.ย.)น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้แต่ก็คงจะไม่มากนัก เนื่องจากจะต้องติดตามนโยบายของสหรัฐฯและปัญหา fiscal cliff ต่อไป พร้อมให้แนวรับ 1,294-1,295 จุด แนวต้านที่ 1,310-1,305 จุด

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

BTS มูลค่าการซื้อขาย 2,944.31 ล้านบาท ปิดที่ 6.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,230.68 ล้านบาท ปิดที่ 188.00 บาท ลดลง 5.00 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 2,124.34 ล้านบาท ปิดที่ 39.75 บาท ลดลง 0.50 บาท
PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 2,054.99 ล้านบาท ปิดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,668.77 ล้านบาท ปิดที่ 176.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

Image


Locked