THCOM

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Thu Jul 05, 2012 1:58 pm

sak007 wrote:เห็นเมื่อเช้ามีข่าวซุบซิบ ลงหนังสือพิมพ์ว่า
คุณศุภจี จะไปเป็น กจ.แบงก์กรุงไทยฯ แทนคุณอภิศักดิ์ฯ หรือ
ผมว่ามันคนละธุรกิจเลยนะ
หรือว่าเป็นแค่ข่าวลือ ๆ กัน
ดูเหมือนจะเป็นอีกคนะครับ
จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด

กรุงไทยจีบ'บุญทักษ์-สุภัค'
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การเปิดรับสมัคร
กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทยคนใหม่ แทน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ที่หมดวาระลง โดย
เปิดรับตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย.2555 ขณะนี้ยังไม่มีผู้มาสมัครเลย คาดว่าจะมีผู้สนใจเสนอตัวเข้ามา
ในวันท้ายๆ ซึ่งจะปิดรับสมัครในวันที่ 20 ก.ค.2555 ส่วนคุณสมบัติต้องการให้มีส่วนผสมของผู้
บริหารธนาคารพาณิชย์ 3 คน รวมอยู่ในคนเดียว ประกอบด้วย นาย อภิศักดิ์ นายบุญทักษ์ หวัง
เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารทหารไทย และนายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่
และประธาน เจ้าหน้าที่บริหารธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sat Jul 14, 2012 2:22 pm

'อนุดิษฐ์'สั่งไทยคมแจงหุ้นชินคอร์ป 51%

รมว.ไอซีทีทำหนังสือด่วน สั่งไทยคมแจงรายละเอียดเพิ่มหุ้นชินคอร์ป 51% ตามคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมส่งแผนทำตลาดไทยคม 7

รายงานข่าวแจ้งว่า น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้ลงหนังสือในคำสั่งด่วนที่สุด เลขที่ ทก 0215.3/5781 ให้ บมจ.ไทยคมในฐานะผู้รับสัมปทานจากไอซีทีดำเนินกิจการดาวเทียมในประเทศชี้แจงสถานะทางกฎหมาย พร้อมรายงานผลศึกษารายละเอียดของหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นของ บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น (อินทัช) และชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีนำดาวเทียมที่ใช้รักษาสิทธิในวงโคจรตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกว่านำวงโคจรดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจหรือไม่ อย่างไร

เขาสั่งการให้นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงไอซีที ทำหนังสือแจ้งไทยคมเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วันที่ 26 ก.พ. 2553 เรื่องปรับสัดส่วนถือหุ้นของชินคอร์ป ที่จากไม่น้อยกว่า 40% ให้เพิ่มเป็นไม่น้อยกว่า 51% ตามเงื่อนไขสัญญาสัมปทานดาวเทียมเดิม

ทั้งนี้ สาเหตุที่ไอซีทีต้องทำหนังสือด่วนให้ไทยคมชี้แจง เนื่องจากนายสมพร พงษ์สุวรรณ ทนายความผู้รับมอบอำนาจ บริษัท อินโฟบาห์น ส่งหนังสือร้องเรียนให้ไอซีที ในฐานะผู้กำกับดูแลบริษัทผู้รับสัมปทานดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และตามคำสั่งของศาล แบ่งเป็น 2 กรณี คือ 1.การดำเนินการเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นของชินคอร์ปในไทยคมเป็น 51% เพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

และ 2. ให้ไทยคมยกเลิกมอบสิทธิในวงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก ที่ดำเนินการร่วมกับบริษัท เอเชีย แซทเทิ่ลไลท์ เพื่อหาดาวเทียมสำรองมารักษาสิทธิ และมีแผนส่งขึ้นวงโคจรปี 2557 ถือเป็นดาวเทียมไทยคม 7 และเป็นดาวเทียมแรกนอกสัญญาสัมปทานที่ทำไว้กับไอซีที เพราะไทยคม 7 จะให้บริการภายใต้ใบอนุญาตประเภท 3 จากคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพราะดาวเทียมและวงโคจรเป็นทรัพย์สินประเทศ ไทยคมไม่ควรยกให้ผู้ประกอบต่างชาติดำเนินการ

นายสมพร กล่าวว่า หากไอซีทีไม่ยอมเร่งดำเนินการบังคับหรือกำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดให้ดำเนินการตามคำสั่งของศาลใน 7 วัน นับตั้งแต่ที่ไอซีทีได้รับหนังสือร้องเรียนฉบับนี้ บริษัท อินโฟบาห์น จะส่งหนังสือร้องไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

จากคำพิพากษา การแก้สัญญาสัมปทานดาวเทียมต้องทำ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปรับสัดส่วนถือหุ้นชินคอร์ปให้เป็นไปตามเงื่อนไขสัมปทานเดิมไม่น้อยกว่า 51% 2. กรณีดาวเทียมไอพีสตาร์ ไม่ได้อยู่ในสัมปทานดาวเทียม เพราะทดแทนดาวเทียมดวงอื่นไม่ได้ แต่ที่ผ่านมา ไอซีทีรับเงินส่วนแบ่งรายได้ตามสัญญามาตลอด และ 3. การนำเงินสินไหมทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ไปเช่าดาวเทียมอื่น แทนการซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ถือว่าผิดสัญญา ซึ่งไอซีทีกำลังหารือแก้ไขปัญหากับไทยคม

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ์ป-51.html


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sat Jul 14, 2012 2:25 pm

อนาคตสื่อทีวียุค กสทช. Content ทำท่าจะไม่ใช่ King ?

เทศกาลแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปจบไปแล้ว น่าจะทำให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง

กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) ในฝั่งกระจายเสียงหรือบรอดแคสติ้ง ได้มีเวลาหายใจหายคอ หันมาสะสางผลพวงจากปัญหาความไร้ระเบียบในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย ที่ดำรงอยู่อย่างยุ่งเหยิงให้เข้าที่เข้าทางในระดับหนึ่ง ก่อนจะไปสู่กระบวนการการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เมื่อเกิดดิจิทัลทีวีขึ้นจริงๆ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการจัดสัมมนาที่น่าสนใจและสำคัญมากๆ แต่ค่อนข้างเงียบๆ โดยสมาพันธ์ผู้ประกอบการวิทยุและโทรทัศน์ฯ ในหัวข้อ "สร้างความเข้าใจในการประมูลช่องรายการและการใช้คลื่นความถี่ของวิทยุโทรทัศน์" ที่ห้องประชุม อสมท แต่น่าจะถือเป็นครั้งแรกๆ ที่ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช.ได้ฉายภาพอนาคตโทรทัศน์ได้แจ่มชัดขึ้น

อนาคตโทรทัศน์ไทยในสายตาของ พ.อ.ดร.นทีน่าจะมีเหลือแค่ 3 ประเภทหลักๆ เท่านั้น

Digital TV : โทรทัศน์ประเภทนี้จะมาแทนที่โทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินที่เป็นระบบอนาล็อก แต่คงจะใช้เวลาการเปลี่ยนผ่านประมาณ 10 ปี (และรอให้สัมปทานโทรทัศน์ช่อง 3 และช่อง 7 หมดอีกประมาณ 8-9 ปี) จุดแข็งของดิจิทัลทีวีจะแนะนำการใช้คลื่นความถี่สาธารณะแบบดิจิทัล ที่สามารถไปได้หลายแพลตฟอร์ม

Cable TV : โทรทัศน์บอกรับสมาชิกประเภทนี้ นอกเหนือจากการให้บริการช่องรายการโทรทัศน์แล้ว น่าจะมุ่งไปสู่การให้บริการบรอดแบรนด์ควบคู่ไปด้วย

Sattelite TV : โทรทัศน์ประเภทนี้เป็นกิจการที่ไม่ได้คลื่นความถี่ ที่จะต้องมีการจัดสรรหรือประมูล ทำให้ยังมี Capacity บนทรานสปอนเดอร์ดาวเทียมที่มีไม่จำกัดในการขยายช่องรายการและต้นทุนดำเนินการไม่สูงนัก แล้วยังสามารถออกอากาศในขอบเขตที่กว้างขวางมากกว่าโทรทัศน์ประเภทอื่น

แต่ในความเห็นของผมยังมีอีก 2 ประเภท ที่น่าจะอยู่ในนิยาม "ช่องโทรทัศน์" ที่มีการเผยแพร่ภาพต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงได้เช่นเดียวกันกับโทรทัศน์ 3 ประเภทแรก คือ โทรทัศน์ที่ส่งผ่าน "อินเทอร์เน็ต" ที่เรียกว่า IPTV และ "เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ" ที่เรียกว่า Mobile TV แต่ทั้งสองอย่างนี้อาจจะเป็น "ช่องรายการ" เดียวกันกับโทรทัศน์ 3 ประเภทตามความเห็นของ ดร.นที ที่ใช้อินเทอร์เน็ตและมือถือเผยแพร่ควบคู่ไปกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในลักษณะ Multi-Platform หรืออาจจะเป็น IPTV และ Mobile TV อย่างเดียวก็ได้

โดยในงาน 12 ปี Nation Channel : Digital Media Landscape 2012 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.อ.
ดร.นทีบอกว่า กสทช.น่าจะออกใบอนุญาตการให้บริการทีวีออกเป็น 5 ประเภท คือ Infrastructure Provider (โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก) Network Provider (ผู้ให้บริการโครงข่าย) Frequency Spectrum , Service Provider (บริการช่องรายการ) และ Application Provider (บริการประยุกต์)

แล้วฉายภาพอนาคตโทรทัศน์ไทยไว้ได้อย่างสนใจมากๆ โดยมองจากสภาพปัจจุบันเป็นหลักว่าโทรทัศน์แต่ละประเภทมีผู้เล่นที่เป็น Supply Chain ใครบ้าง

Cable TV มีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ เริ่มจาก Infrastructure การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง Network Provider เป็นเจ้าของผู้ให้บริการเคเบิลที่มีอยู่แล้วไม่น้อยกว่า 500 ราย และ Service Provider เจ้าของช่องรายการที่เจ้าของเคเบิลทำเองหรือซื้อช่อง เลือกดึงลงมาจากทีวีดาวเทียมที่ออกอากาศแบบ Free to Air และเจ้าของช่องรายการท้องถิ่นที่มาอาศัยเครือข่ายของเคเบิลทีวี

Sattelite TV มีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ เริ่มจาก Infrastructure ดาวเทียมไทยคม ดาวเทียม NSS6 และดาวเทียมอื่นที่มีฟุตพรินท์ประเทศไทย Network Provider เช่น ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียม PSI, BIG4 ฯลฯ และ Service Provider เจ้าของช่องรายการที่มีอยู่แล้วไม่น้อยกว่า 200 รายและรวมช่องรายการจากต่างประเทศอีกร่วม 200 ราย
IPTV มีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ เริ่มจาก Network Provider บริษัท ทศท จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท จำกัด (มหาชน) ฯลฯและ Service Provider เจ้าของช่องรายการอีกเช่นเคย

Digital TV มีผู้เกี่ยวข้องหลักๆ เริ่มจาก Infrastructure ที่เป็นเจ้าของสถานที่ เสา อาคาร แล้วไปสู่ Network Provider ผู้ให้บริการโครงข่ายที่ กสทช.บอกว่าจะให้ใบอนุญาต 4 ราย และปลายทางไปถึงผู้ชม Service Provider เช่นเดิม

หากดูจากการให้บริการโครงข่ายและเครือข่ายทุกรูปแบบเดิมและดิจิทัลทีวีแล้ว ปลายทางที่จะไปถึงผู้บริโภคได้ คือ Content หรือ Service Provider เจ้าของช่องรายการโทรทัศน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น Content น่าจะเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญมากที่สุด หรือ Content is The King

แต่ฟังไปฟังมาดูเหมือนว่า Service Provider หรือผู้ผลิตคอนเทนท์ทำท่าจะโดน "รีดเลือดจากปู" ที่เป็นการประมูลคลื่นความถี่ที่มีราคาตั้งต้นค่อนข้างสูงเพื่อจะเอาไป "อุดหนุน" กล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีให้แพร่หลายเร็วขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่คงต้องแย้ง กสทช.ว่าหากตั้งต้นด้วยแนวคิดประมูลให้แพงแบบนี้ คงจะทำให้ผู้ผลิตคอนเทนท์แบกภาระต้นทุนสูงจนไม่สามารถนำเงินไปผลิตคอนเทนท์ให้มีคุณภาพได้อีกแล้ว

ทำไม กสทช.คิดแต่ว่าจะเอาเงินจากการประมูลคลื่นให้มากๆ เพื่อนำไปอุดหนุน หรือ Subsidize ราคากล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีให้ราคาถูกลง

แต่ทำไมไม่คิดว่าจะเอาเงินจากการออกใบอนุญาต "ผูกขาด" โครงการข่ายเดียวของการแพร่ภาพดิจิทัลทีวีให้มีเงื่อนไข "เงินอุดหนุน" ราคากล่องสัญญาณดิจิทัลทีวีบางส่วน

ลองคิดวิธีทำให้ต้นทุนการผลิตกล่องรับสัญญาณดิจิทัลทีวีภาคพื้นดิน หรือแม้กระทั่งกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม ที่เป็นดิจิทัลเหมือนกันถูกลงในอีกหลายๆ วิธี เช่น ส่งเสริมการลงทุนลดหย่อนภาษีให้โรงงาน การยกเว้นนำเข้าชิ้นส่วนที่มาผลิต ฯลฯ

อย่าให้เป็นการ "หนีเสือปะจระเข้" อีกเลย ผู้ผลิตคอนเทนท์เคยถูกขูดรีดจากเจ้าของสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีด้วย "ค่าเช่าเวลา" ที่แพงกว่าต้นทุนการผลิตรายการและบางรายยังต้องไปจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับ "ผู้อำนวยการสถานี" เพื่อจะได้ ลงผังรายการ หรือ ไม่หลุดผังรายการ

แต่คราวนี้ เมื่อ Media Landscape กำลังจะเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อกไปสู่ยุคดิจิทัลทีวี ดูเหมือนว่า "ผู้ผลิตคอนเทนท์" ถ้าหากต้องการจะเป็นเจ้าของช่องรายการดิจิทัลทีวี จะต้องกำเงินก้อนโตไม่น้อยกว่าช่องละ 500-600 ล้านบาท (อ้างอิงคำพูด ดร.นทีในการพูดที่ อสมท) ไปประมูลคลื่นความถี่ที่มีอายุ 15 ปี และยังจะต้องจ่าย "ค่าใช้โครงข่าย" กับ Network Provider ที่ กสทช.จะออกใบอนุญาต 4 รายแล้วกำหนดค่าเช่าใช้เท่ากัน

ถ้าหากดิจิทัลทีวีสามารถเข้าถึงครัวเรือนไทยได้ 20 ล้านครัวเรือนโดยทันที ในวันที่มีการประมูลคลื่นในเดือนสิงหาคม 2556 ราคาประมาณนี้คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญมากนัก เมื่อเทียบกับมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาประมาณ 50,000 ล้านบาทต่อปี ที่เป็นของทีวีอนาล็อก 4 ช่องเท่านั้น (ช่อง 3,5,7,9) แต่ดิจิทัลทีวีประเภทธุรกิจจะมีประมาณ 35 ช่องรายการย่อมจะต้องแย่งเม็ดเงินกันอุตลุด มิหนำซ้ำยังมี "ข้อเสียเปรียบ" ฟรีทีวีอนาล็อกที่สามารถเข้าถึงคนดูเกือบทุกครัวเรือนอยู่แล้ว

คำถาม คือ ดิจิทัลทีวีจำนวน 35 ช่องธุรกิจที่ กสทช.จะเปิดประมูลคลื่นจะสามารถเข้าไปแบ่งเค้ก "งบโฆษณา" จากฟรีทีวี 4 ช่องได้สักแค่ไหน ถ้าหากการเข้าถึงครัวเรือนไทยกว่าจะได้ 80% ของเมืองใหญ่ตามแผนแม่บทของ กสทช.จะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4-5 ปี

ลองเทียบกับสถานการณ์ของโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมที่มีอยู่ประมาณ 200 ช่อง เมื่อเดือนเมษายนทางบริษัทเนลสันได้ลองเก็บข้อมูลจำนวนครั้งของสปอตโฆษณาใน 21 ช่องรายการที่ได้รับความนิยมจากคนดู และสามารถเข้าถึงคนดูได้มากกว่า 50-60% ของครัวเรือนไทย ส่วนแบ่งโฆษณายังประมาณแค่ 11% เม็ดเงินโฆษณาโทรทัศน์หรือประมาณ 600 ล้านบาทเท่านั้นเอง

ถ้าหากสนามแข่งขันระหว่างฟรีทีวีแบบอนาล็อกกับดิจิทัลทีวียังไม่เท่าเทียมกัน ทำให้มองอนาคตของการประมูลดิจิทัลทีวียังไม่ค่อยสดใสมากนัก

ผมอยากจะเสนอเงื่อนไขบางอย่างในการประมูลดิจิทัลทีวี เพื่อ "กดดัน" ให้เจ้าของฟรีทีวีแบบอนาล็อกไม่ได้เปรียบตามอายุสัมปทานไปอีกร่วม 10 ปี คือ การกำหนดเงื่อนไขผู้มีสิทธิการประมูลคลื่นความถี่ดิจิทัลทีวีควรจะเป็นสิทธิของรายใหม่ ส่วนผู้รับสัมปทานฟรีทีวีที่ใช้คลื่นสาธารณะแบบอนาล็อกอยู่แล้ว 2 ราย คือ ช่อง 3 กับช่อง 7 และหน่วยงานรัฐอีก 2 ราย คือ อสมท กับกองทัพบก ควรจะถูกจำกัดสิทธิด้วยเงื่อนไขบางอย่าง เพื่อลดความได้เปรียบเดิมให้หมดอายุเร็วขึ้น

เช่น หากฟรีทีวีรายเดิมแบบอนาล็อกจะเข้าประมูลคลื่นดิจิทัลทีวีจะต้องยอมลดอายุสัมปทานเดิมลง เพื่อจะเร่งกระบวนการการ "คืนคลื่นความถี่" ให้กลับมาอยู่ในมือ กสทช.เร็วขึ้น แล้ว กสทช.จะนำมา "จัดสรร" เพื่อให้เกิดความธรรมในการแข่งขันและทำให้เกิดประโยชน์สาธารณะได้มากขึ้น

คณะกรรมการ กสทช.จะมีความกล้ามากแค่ไหน ในช่วงการเปลี่ยนผ่านฟรีทีวีแบบอนาล็อกจะกำหนด "เงื่อนไข" หรือทำอย่างไร ไม่ให้เจ้าของช่องฟรีทีวีแบบอนาล็อกมีความได้เปรียบไปอีกเกือบ 10 ปี มิฉะนั้น การเปลี่ยนผ่านจากทีวีอนาล็อกไปสู่ทีวีแบบดิจิทัลก็แทบจะไม่ได้แตกต่างจากการ "ผูกขาด" ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยที่มีผู้เล่นเป็นสถานีโทรทัศน์ ที่สามารถกำหนดชะตากรรมของผู้ผลิตคอนเทนท์ ยัดเยียดโฆษณาและผังรายการที่มีสัดส่วนรายการที่ไม่ได้สร้างปัญญาให้สังคมมากกว่ารายการคุณภาพที่มักจะ "หลุดผัง" หรือไม่มีวันอยู่ในผังรายการที่เป็นอย่างนี้มายาวนานร่วม 30-40 ปี

http://www.bangkokbiznews.com/home/deta ... ing--.html


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sun Jul 15, 2012 3:17 pm

หมายเหตุ : ช่อง HD ใช้ BW มากกว่าช่องปกติประมาณ 3 เท่า

"ทีวี-จานดาวเทียม-ทรู"ตื่นกระแสHD
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กระแสเอชดี-ทีวีความคมชัดสูงมาแรง พบตื่นตัวทั้งวงการ ทรูวิชั่นส์ทุ่มทุน 2 พันล้าน เปลี่ยนกล่องรับสัญญาณ 5 แสนกล่อง ดีเดย์เปิด 17 ช่องรายการรวด เล็งขยายสู่สมาชิกระดับแมส ยักษ์ตลาดจานดาวเทียม "พีเอสไอ" เร่งดันกล่องโอทูปลงตลาดปีหน้า ขณะที่ฟรีทีวีช่อง 3-7 เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์ เริ่มทดลองออกอากาศบางช่วงเวลา ปลุกกระแสตลาดทีวีคึกคัก

นายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเทรนด์ส่งสัญญาณภาพระบบไฮเดฟินิชั่น (HD : High-Definition) ว่า แนวโน้มการส่งสัญญาณภาพระบบดังกล่าวเป็นที่นิยมในต่างประเทศ ดังนั้นเพื่อตอกย้ำผู้นำการพัฒนาทุก ๆ ด้าน ทั้งการผลิตรายการ คุณภาพการผลิต การออกอากาศ จึงเพิ่มช่องรายการเอชดีเป็น 17 ช่อง ทั้งสมาชิกระบบเคเบิลใยแก้วและจานดาวเทียม

ช่องเอชดี 17 ช่อง แบ่งเป็นภาพยนตร์ 4 ช่อง สารคดี 4 ช่อง บันเทิง 6 ช่อง และกีฬา 3 ช่อง เริ่มออกอากาศวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 นอกจากนี้ยังเปิด 9 ช่อง เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกจากกรุงลอนดอน ตั้งแต่ 27 กรกฎาคมนี้ แบ่งเป็นเอชดี 4 ช่อง และช่องปกติอีก 5 ช่อง

ก่อนหน้าการเพิ่มช่องระบบเอชดี ทรูฯได้ทุ่มทุนถึง 2 พันล้าน เปลี่ยนกล่องรับสัญญาณให้กับสมาชิก 5 แสนรายใหม่ และเปลี่ยนระบบมาตรฐานการเข้ารหัส จากเอ็มเพก 2 (Moving Picture Experts Group : MPEG) เป็นเอ็มเพก 4 เพื่อเพิ่มคุณภาพ ประสิทธิภาพการให้บริการ และป้องกันละเมิดลิขสิทธิ์ จากผู้ใช้บริการที่ไม่ได้รับอนุญาต

การเปลี่ยนระบบเป็นเอ็มเพก 4 ทำให้จำนวนช่องเพิ่มขึ้น เพราะสามารถบีบอัดช่องสัญญาณดีขึ้น และเป็นดิจิทัลแบบเต็มตัว ทำให้การส่งสัญญาณภาพระบบเอชดีมีคุณภาพขึ้น สำหรับแผนต่อไป คือ การขยายคอนเทนต์เอชดีไปสู่สมาชิกระดับแมส (ทรูไลฟ์พรีวิว) ต้องพิจารณาจำนวนช่องและราคาอีกครั้ง

"อนาคตจะเพิ่มให้มากกว่า 17 ช่อง เพราะทรูฯต้องการสร้างมาตรฐานใหม่ และให้สมาชิกของทรูวิชั่นส์รู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษต่าง ๆ มากกว่าเจ้าอื่น เพื่อตอกย้ำว่า เราคือผู้ประกอบการเพย์ทีวีตัวจริง" นายอรรถพลกล่าว

สอดรับกับนายนิรันดร์ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ประธานชมรมผู้ผลิตและค้าจานดาวเทียม และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินโฟแซท จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มของทีวีดาวเทียมปีหน้า จะมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เนื่องจากจะมีดาวเทียมดวงใหม่ไทยคม 6 เกิดขึ้น ส่งผลให้มีช่องรับสัญญาณจำนวนมาก รองรับการผลิตรายการสู่ระบบที่มีความคมชัดสูง ให้ผู้บริโภคต้องเปลี่ยนกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมเป็นเอชดีเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ดีทีวีของไทยคมได้เปิดตัวกล่องรับสัญญาณเอชดีไปก่อนหน้าแล้ว ส่วนเจ้าตลาดจานดาวเทียมอย่างพีเอสไอ เตรียมออกกล่องรับสัญญาณรุ่นใหม่ ภายใต้ชื่อ โอทูป เพื่อรองรับความต้องการของตลาดเอชดีในปีหน้าด้วยเช่นกัน ขณะที่ฟรีทีวีเริ่มออกอากาศในระบบเอชดีบางช่วงเวลา อาทิ ละครหลังข่าวของช่อง 7 ขณะที่ช่อง 3 กำลังพัฒนาระบบออกอากาศนี้อยู่

ด้านผู้ผลิตคอนเทนต์ยักษ์ใหญ่ นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า รอประเมินสถานการณ์ความต้องการเป็นหลัก หากผู้บริโภคพร้อม อาร์เอสก็พร้อมที่จะส่งสัญญาณภาพระบบเอชดีทันที เพราะปัจจุบันการกระบวนการผลิตทั้งหมดพร้อมอยู่แล้ว

"ตอนนี้ถือว่าภาคผู้ผลิตคอนเทนต์มีความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนระบบการส่งสัญญาณภาพเป็นเอชดี แต่ไม่มีช่องสัญญาณรองรับ" นางพรพรรณกล่าว

นอกจากเทรนด์การส่งภาพแบบเอชดีจะทำให้ผู้ผลิตและเจ้าของคอนเทนต์คึกคักแล้ว ยังทำให้ตลาดทีวีมีความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนและเด่นชัดมากสำหรับการปลุกตลาด "ทีวีเอชดี" ไม่ว่าจะด้วยรูปแบบครีเอตดีมานด์ตลาด สร้างการรับรู้เพื่อให้ตลาดมีความเคลื่อนไหวจากภาวะตลาดทีวีอิ่มตัว เปลี่ยนจากทีวีจอโค้งสู่ทีวีจอบาง ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยีเอชดีด้วยจุดขายสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ของการดูทีวี ที่สำคัญความเคลื่อนไหว

ล่าสุดการเตรียมปล่อยดาวเทียมไทยคม 6 ในปลายปีหน้า ทำให้มีช่องสัญญาณมารองรับเพิ่มขึ้น จะเป็นก้าวสำคัญทั้งการผลักดันให้ตลาดเครื่องรับทีวีขยายตัว และคนไทยได้ชมช่องรายการคุณภาพ

นายจักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุล ผู้อำนวยการใหญ่สายบริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ฉายภาพว่า การปล่อยดาวเทียมไทยคม 6 นอกจากจะขยายกลุ่มลูกค้าในวงกว้าง ให้ได้สัมผัสความคมชัดของภาพเอชดีแล้ว ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เข้ามาเปลี่ยนโฉมตลาดทีวีให้มีความคึกคักและสีสันอีกครั้ง เป็นโอกาสของผู้ผลิตและจำหน่ายทีวีค่ายต่าง ๆ เปลี่ยนตลาดจากทีวีธรรมดาสู่ทีวีเอชดี


http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=1100


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Fri Jul 20, 2012 10:35 am

แกรมมี่ขอที่1ทีวีดาวเทียม3ปีครอง30%กล่องรับสัญญาณทุ่ม100ล.ซื้อลิขสิทธิ์รายการอื้อ

จีเอ็มเอ็ม แซท ตั้งเป้า 3 ปี ขาย 4 ล้านกล่อง ครองเจ้าตลาดทีวีดาวเทียม พร้อมเข้าสู่ธุรกิจทีวี
ดาวเทียม-เพย์ทีวี
นายธนา เธียรอัจฉริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แซท เปิดเผยว่า ภายในสิ้นปีนี้
คาดว่าจะสามารถทำยอดจำหน่ายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ได้ 2 ล้านกล่อง และตั้งเป้าขายให้ได้ 4
ล้านกล่องภายใน 3 ปี โดยในปีดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้ชมทีวีดาวเทียมประมาณ 14 ล้านครัวเรือนหรือ 70%
ของผู้ชมโทรทัศน์ทั่วประเทศ
ซึ่งหมายความว่ากล่องจีเอ็มเอ็ม แซท จะมีส่วนแบ่งในตลาดทีวีดาวเทียม
ประมาณ 30-35%

20 ก.ค.--โพสต์ทูเดย์


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Tue Jul 24, 2012 5:16 pm

อีกไม่เกิน 1 เดือน งบ Q1-55 ก็คงออกแล้ว ลองมาคาดการณ์เล่นกันดีกว่าครับ

ธุรกิจดาวเทียม
รายได้ไทยคม 5 คาดว่าได้ไกลเคียงเดิมที่ = 680 ล้าน
รายได้บริการ ipStar คาดว่าได้มากกว่า 25 ล้านเหรียญเล็กน้อย = 840 ล้าน(เพิ่มจาก Q1-55 ประมาณ 8% จากค่าเงินและ BW ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
รายได้ขาย ipStar คาดว่าได้ = 50 ล้าน

รวมรายได้ธุรกิจดาวเทียม = 1570 ล้าน

ต้นทุนไทยคม 5 = 255
ต้นทุน ipStar = 770
ต้นทุนรวมของธุรกิจดาวเทียม = 1025

ค่าใช้จ่ายอื่นๆของธุรกิจดาวเทียม =250

กำไรสุทธิของธุรกิจดาวเทียม =1570-1025-250 = 295

ธุรกิจ Internet และสื่อ คาดว่าเท่ากับ Q1-54 กำไร= 21 ล้าน
ธุรกิจโทรศัพท์คาดว่าขาดทุนเท่า = -125

ในเบื้องต้นจะมีกำไร =295+21-125 = 191 ล้าน

คาดว่ามีรายได้อื่นประมาณ = 20 ล้าน
คาดว่ามีกำไร-ขาดทุน อัตราแลกเปลี่ยน 20 ล้าน
คาดว่าต้นทุนทางการเงินเพิ่มเล็กน้อย = 122 ล้าน

กำไรก่อนภาษี = 191+20+20-122 = 109 ล้าน
หักภาษีสัก 60 ล้าน(เท่า Q1-55)


กำไรสุทธิ =109-60 = 49 ล้าน

คาดการณ์ขำๆครับ ผู้คนจะได้ไม่คาดหวังกับงบไตรมาสนี้มากเกินไปครับ


matee
Verified User
Posts: 535
Joined: Sun Feb 27, 2005 2:55 pm

Re: THCOM

Posts by matee » Wed Jul 25, 2012 11:41 pm

จีนยิงดาวเทียมอีกดวงแล้ว IP star ดูแล้วน่าจะหมดอนาคตในจีน


The spacecraft can carry multiple telecommunications payloads for providing many kinds of services, such as fixed communication, international satellite communication, national and regional communication, wideband data communication, mobile communication and direct broadcast; military communication, spacecraft tracking and data relay, etc.

http://www.nasaspaceflight.com/2012/07/ ... satellite/


matee
Verified User
Posts: 535
Joined: Sun Feb 27, 2005 2:55 pm

Re: THCOM

Posts by matee » Wed Jul 25, 2012 11:42 pm

เนื้อข่าวเต็ม

Long March 3C launches China’s third tracking and data relay satellite
July 25th, 2012 by Rui C. Barbosa
A Long March 3C (Chang Zheng 3C) has returned China back into action for the first time since their Shenzhou-9 manned rendezvous and docking mission. The launch of the TL-1 Tianlian-1 (3) ‘Sky Link’ sent the country’s third tracking and data relay satellite into orbit. Launch occured at 15:45 UTC on Wednesday from the Xichang Satellite Launch Center.

Chinese Launch:

The Chinese tracking and data relay satellite was developed by the China Academy of Space Technology (CAST). It is similar to the American Tracking and Data Relay Satellite System (TDRSS) in concept.

The system is designed to support near-real-time communications between orbiting spacecraft and the ground control, and will complement the ground-based space tracking and telemetry stations and ships to support future space projects.

See Also
Chinese Forum Section
65 Launch Vehicle Manuals (L2)
Click here to Join L2
Like its predecessors, the Tianlian-1 (3) satellite is based on the DFH-3 bus. The DFH-3 (Dongfanghong-3) platform is a medium-capacity telecommunications satellite platform designed and developed by CAST (Chinese Academy of Space Technology).

The spacecraft can carry multiple telecommunications payloads for providing many kinds of services, such as fixed communication, international satellite communication, national and regional communication, wideband data communication, mobile communication and direct broadcast; military communication, spacecraft tracking and data relay, etc.

The platform comprises six subsystems: control, power, propulsion, measurement & control, structure and thermal control subsystem. The platform configuration features module subdivision, which includes communication module, propulsion module, service module and solar array.

The platform adopts three-axis stabilized attitude control mode, having solar array output power of 1.7 kw by the end of its design lifetime of 8 years. Its mass is 2,100kg with payload capacity 220kg.

The DFH-3 satellite platform has been successfully applied in DFH-3 satellite, Beidou navigation test satellite, and other satellites, all of which are currently operating normally.

During numerous flight missions, the maturity and reliability of the DFH-3 platform has been proved. Moreover, it has strong expansion capacity and can be upgraded to some space exploration missions, such as meteorological satellite, lunar resource satellite services.

At present, Tianlian-1 (1) is positioned at 77 degrees East, after it was launched on April 25, 2008, by the first Chang Zheng-3C launch vehicle.

Tianlian-1 (2) is positioned at 176.77 degrees East, after it was launched on July 11, 2011, by the Chang Zheng-3C (Y8) launch vehicle. With the Tianlian-1 (3), China has full global coverage for its tracking and data relay system. A second generation TL-2 Tianlian-2 is being developed by CAST.

This was the ninth flight of the Chang Zheng-3C launch vehicle. This rocket was developed to fill the gap between the Chang Zheng-3A and the Chang Zheng-3B, having a payload capacity of 3,800 kg for GTO. This is a three stage launch vehicle identical to the CZ-3B but only using two strap-on boosters on its first stage.

CZ-3C provides two types of fairing and two kinds of fairing encapsulating process and four different payload interfaces, which is the same as LM-3B launch vehicle.

The various fairing and interface adapter and the suitable launch capacity make LM-3C a good choice for user to select the launch service.

The development of the CZ-3C started in February 1999. The rocket has a liftoff mass of 345,000 kg. The rocket structure functions to withstand the various internal and external loads on the launch vehicle during transportation, hoisting and flight.

The rocket structure also combines all sub-systems together and is composed of boosters, first stage, second stage, third stage and payload fairing. The first two stages as well as the two strap on boosters use hypergolic (N2O4/UDMH) fuel while the third stage uses cryogenic (LOX/LH2) fuel. The total length of the CZ-3A is 54.838 meters, with a diameter of 3.35 meters on the core stage and 3.00 meters on the third stage.

The first launch of the CZ-3C Chang Zheng-3C launch vehicle took place on April 25, 2008 when it orbited the first TL-1 Tian Lian-1 tracking and data relay satellite.

Wednesday’s launch was the 166th successful orbital mission for China, the 74th successful orbital launch from Xichang, the 11th successful orbital launch for China in 2012 and the 6th successful orbital launch from Xichang this year.

The Xichang Satellite Launch Centre is situated in the Sichuan Province, south-western China and is the country’s launch site for geosynchronous orbital launches.

Equipped with two launch pads (LC2 and LC3), the centre has a dedicated railway and highway lead directly to the launch site. The Command and Control Centre is located seven kilometers south-west of the launch pad, providing flight and safety control during launch rehearsal and launch.

Down range Tracking and Control stations of the launch center are located in Xichang City and Yibin City of Sichuan Province, and Guiyang City of Guizhou Province. Each of them houses tracking and measurement equipment for the powered phase of a launch vehicle flight.

Other facilities on the Xichang Satellite Launch Centre are the Launch Control Centre, propellant fuelling systems, communications systems for launch command, telephone and data communications for users, and support equipment for meteorological monitoring and forecasting.

During 1993-1994 Xichang underwent extensive modernization and expansion, in part due to the requirements of the CZ-3 launcher family and in part to meet commercial customer needs.

The first launch from Xichang took place at 1225UTC on January 29, 1984, when the Chang Zheng-3 (CZ3-1) was launched the Shiyan Weixing (14670 1984-008A) communications satellite into orbit.

(Images via ChinaNews.cn and CCTV).


Tags: china, Long March


noppasin
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 9
Joined: Sat Jul 31, 2010 5:11 pm

Re: THCOM

Posts by noppasin » Thu Jul 26, 2012 5:20 pm

ติดตามข่าวการขายบริษัทโทรศัพท์ในประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงนี้เงียบไป บริษัทน่าจะมีการให้ข่าวว่าคืบหน้าไปแล้วแค่ไหน แต่บอสใหญ่ค่ายนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ขยันให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายฉบับ นับว่าเป็นหญิงเก่งอีกคน ความมุ่งมั่นสูงมาก มองการไกล :shock: มุ่งการเติบโตทางธุรกิจได้ชัดเจนมาก หวังว่า นอกจากธุรกิจดาวเทียมแล้ว ขายบริษัทโทรศัพท์ ประมูลธุรกิจทีวีดีจิตอล ผลงานคงจะออกมาดีไปอีกหลายปีทีเดียว จะคอยเฝ้าติดตามและเป็นกำลังใจให้นะครับ :?:

ขอเป็นนักลงทุนอีกคน

User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Tue Jul 31, 2012 10:21 am

มาทายปันผลกันครับ

คาดการณ์ว่า Q1-Q2 ปี55 นี้ น่าจะมีกำไรรวมกันประมาณ 85-100 ล้านบาท
คิดเป็น EPS ที่ประมาณ 0.0776-0.0912

ความเป็นไปได้ที่ 1 : ไม่ปันผลเลย => หากพิจารณาจากการปันผลของ ADVANC และ INTUCHรวมถึงพิจารณาเงินสดที่มี 3,581 ล้าน ทางเลือกนี้เป็นไปได้ค่อนข้างน้อย

ความเป็นไปได้ที่ 2 : ปันผลตามนโยบายที่ 40% ของกำไรสุทธิ เท่ากับ 0.031-0.036 /หุ้น

ความเป็นไปได้ที่ 3 : ปันผล 100% ของกำไร เท่ากับ 0.0776-0.0912/หุ้น ซึ่งใช้เงินเพียงแค่ 85-100 ล้านเท่านั้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับเงินสดที่มี และเมื่อพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ADVANC และ INTUCH ทางเลือกนี้ก็มีความเป็นไปได้มากพอสมควร

ความเป็นไปได้ที่ 4 : ปันผลมากกว่า 100% ของกำไร
เมื่อพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นกับ ADVANC และ INTUCH ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
จะเห็นว่าบริษัทแม่ ต้องการจะรีดเงินคืนอย่างรวดเร็วและมาก โดยดึงกำไรสะสมมาปันผลเลย

ในปัจจุบัน THCOM มีกำไรสะสมอยู่ 3,774 ล้าน(หักสำรองตามกฎหมายแล้ว)
ซึ่งคิดเป็น 3.44 บาท/หุ้น เลยทีเดียว
เมื่อพิจารณาเงินสดที่มี และเงินสดที่จะได้เพิ่มอีกใน Q2-55
หากทางบริษัทแม่จะดึงกำไรสะสมมาปันผลทั้งหมดจริงๆ ก็มีเงินสดมากพอที่จะทำได้
ซึ่งหากเป็นแบบนี้ THCOM ก็จะปันผลมากถึง 3.52-3.53 บาท/หุ้นเลยทีเดียว(คิดที่ราคาหุ้น 15 บาท ก็ตก 23.5%)

อย่างไรก็ตาม THCOM อาจจะต้องกันเงินส่วนหนึ่งเอาไว้สำหรับไถ่ถอนหุ้นกู้ และจ่ายเงินสำหรับค่าสร้าง THCOM 6 อีกบางส่วน หากจะรีดก็อาจจะรีดเงินได้ไม่มาก ได้ประมาณ 2500 ล้านบาท
ก็จะปันผลได้ 2.36-2.37 บาท/หุ้น
(แต่ถ้า THCOM คิดว่าขายมือถือที่กัมพูชาได้แน่ๆ ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องกันเงินสดเอาไว้)

วิเคราะห์ขำๆ เพื่อให้เห็นว่า มีอะไรที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้บ้าง อย่าคิดมากครับ


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Tue Jul 31, 2012 8:08 pm

มีข่าวเหมือนกับว่าintuchจะทำการย้ายทั้ง LTC และ mfone มาอยู่ใต้ advanc นะครับ(จากข่าวแรกๆว่าจะขายออกแค่mfone) thcomจะได้focusดาวเทียม(และCSL)ไปอย่างเดียว ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะย้ายกันที่มูลค่าเท่าไหร่นะครับ

ที่มา: http://www.ryt9.com/s/iq05/1457146

มั่นใจปีนี้กำไรดีกว่าปีก่อน ได้ THCOM ปันผล
นายสมประสงค์ เชื่อมั่นว่า THCOM น่าจะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 55 ได้จากหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้จ่ายเงินปันผล แต่ก็ขี้นอยู่กับผลประกอบการสิ้นปีนี้ว่าจะเข้าเป้าหรือไม่ด้วย และจากแนวโน้ม THCOM พลิกฟื้นมีกำไรขึ้นมาก็จะทำให้ INTUCH มีผลประกอบการที่ดีขึ้นด้วย โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปื 55 ผลประกอบการ INTUCH ดีมาก และเชื่อว่าครึ่งปีหลังจะดีใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก

"THCOM จะมีทั้ง Growth และ Change ซึ่งเขาจะส่งไทยคม 6 เวลานี้อยู่ระหว่างการสร้างไทยคม 6 และจะส่งขึ้นสู่วงโคจรในเดือนมิ.ย. 56 และเราได้รับใบอนุญาต ไทยคม 7 มาเรียบร้อยแล้ว growth จากไทยคม 5 เพิ่มเป็น ไทยคม 6 และ Breakthrough ผ่าน ไทยคม 7 จากที่เคยเป็นสัญญา มาเป็นใบอนุญาต" นายสมประสงค์ กล่าว

**********นอกจากนี้ THCOM อยู่ระหว่างพิจารณาโยกบริษัทมือถือในต่างประเทศคือ บริษัท เอ็มโฟน จำกัด(INTUCH ถือ 100%) และ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (LTC)(INTUCH ถือ 49%) ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของ THCOM โยกย้ายมานให้ ADVANC เข้าบริหารแทน**************


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Wed Aug 01, 2012 3:47 pm

ในอดีตปี2007 ไทยคมเคยขายshenington 49% ไปในราคา150 m usdนะครับ
แต่ถ้าหากมีการขายให้advancจริงก็ไม่ทราบว่าราคาจะอยู่ที่เท่าใด

ถ้าเกิดขึ้น บริษัทอาจจะปันผลเยอะกว่าคาดก็ได้นะครับ


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Thu Aug 02, 2012 1:33 am

เอ่อไปเช็คอีกทีอาจจะไม่ใช่150m usdครับ เพราะตัวเลขไทยออกมาราวๆ 5พันล้านครับ

http://www.ipstar.com/en/u.pressinfo2008.aspx?id=134


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Thu Aug 02, 2012 1:40 am

หน้าสุดท้ายในfileนี้เกี่ยวกับการขายshenington49%ปี 2007ครับ
http://www.thaicom.net/ThaicomMng/uploa ... o_Q407.pdf


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Thu Aug 02, 2012 7:25 pm

Mudang wrote:มีข่าวเหมือนกับว่าintuchจะทำการย้ายทั้ง LTC และ mfone มาอยู่ใต้ advanc นะครับ(จากข่าวแรกๆว่าจะขายออกแค่mfone) thcomจะได้focusดาวเทียม(และCSL)ไปอย่างเดียว ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะย้ายกันที่มูลค่าเท่าไหร่นะครับ

ที่มา: http://www.ryt9.com/s/iq05/1457146

มั่นใจปีนี้กำไรดีกว่าปีก่อน ได้ THCOM ปันผล
นายสมประสงค์ เชื่อมั่นว่า THCOM น่าจะจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 55 ได้จากหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้จ่ายเงินปันผล แต่ก็ขี้นอยู่กับผลประกอบการสิ้นปีนี้ว่าจะเข้าเป้าหรือไม่ด้วย และจากแนวโน้ม THCOM พลิกฟื้นมีกำไรขึ้นมาก็จะทำให้ INTUCH มีผลประกอบการที่ดีขึ้นด้วย โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปื 55 ผลประกอบการ INTUCH ดีมาก และเชื่อว่าครึ่งปีหลังจะดีใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก

"THCOM จะมีทั้ง Growth และ Change ซึ่งเขาจะส่งไทยคม 6 เวลานี้อยู่ระหว่างการสร้างไทยคม 6 และจะส่งขึ้นสู่วงโคจรในเดือนมิ.ย. 56 และเราได้รับใบอนุญาต ไทยคม 7 มาเรียบร้อยแล้ว growth จากไทยคม 5 เพิ่มเป็น ไทยคม 6 และ Breakthrough ผ่าน ไทยคม 7 จากที่เคยเป็นสัญญา มาเป็นใบอนุญาต" นายสมประสงค์ กล่าว

**********นอกจากนี้ THCOM อยู่ระหว่างพิจารณาโยกบริษัทมือถือในต่างประเทศคือ บริษัท เอ็มโฟน จำกัด(INTUCH ถือ 100%) และ บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (LTC)(INTUCH ถือ 49%) ที่ปัจจุบันอยู่ภายใต้การบริหารของ THCOM โยกย้ายมานให้ ADVANC เข้าบริหารแทน**************
จะไปไหนก็ได้ ขอให้รีบไปเถอะครับ ^_^


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Thu Aug 02, 2012 8:35 pm

เห็นด้วยครับจะได้ปลดล๊อคให้โลกเห็นว่าของมันดี ถ้าขายไปตั้งแต่ปีนี้น่าจะปันผลได้เรื่อยเลยเพราะไม่น่าจะติดลบอีกแล้ว แถมงบกระแสเงินสดเยอะค่อนข้างมาก ยิ่งถ้าไทยคม6มาแล้วกระแสhdtvมาตาม(หวังว่า)น่าจะเห็นเงินสดเพิ่มขึ้นต่อไตรมาสอีกเยอะครับ


kittikun_p
Verified User
Posts: 31
Joined: Fri Sep 03, 2010 12:36 pm

Re: THCOM

Posts by kittikun_p » Fri Aug 03, 2012 10:26 am

เรื่อง MFONE นี่เงียบหายไปนานเลยนะครับ


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sun Aug 05, 2012 2:24 pm

'อากู๋'ทุ่มสุดตัว ต่อจิ๊กซอว์ GMMz

หลังเปิดตัวธุรกิจใหม่ภายใต้แพลตฟอร์ม "จีเอ็มเอ็ม แซท" "อากู๋-ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม" ประธานกรรมการ บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็ทุ่มแบบสุดตัว เพราะความใหญ่อลังการของแพลตฟอร์ม ที่นอกจากจะครอบคลุมไปในทุกส่วนของธุรกิจเดิม ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์เพลง หนัง ละคร รายการทีวี คอนเสิร์ต เรียลลิตี แล้ว ยังครอบคลุมไปถึงคอนเทนต์ใหม่ๆ ทั้งไทยและเทศ ที่อากู๋กว้านซื้อมาเพิ่ม เพื่อผลักดันให้กล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมจีเอ็มเอ็ม แซท สามารถต่อยอดธุรกิจไปถึงฝั่งฝันให้ได้ ซึ่ง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้พูดคุยกับอากู๋-ไพบูลย์ ถึงแนวคิดและวิธีการผลักดันตลาดดังกล่าว

++สร้างเอาต์เลตส่วนตัว
จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แยกบริษัทจีเอ็มเอ็ม แซทฯ เพื่อทำตลาดและบริหารธุรกิจ ภายใต้แพลตฟอร์ม จีเอ็มเอ็ม แซท อย่างจริงจัง พร้อมเปิดตัวทีมบริหาร ที่ดึง นายธนา เธียรอัจฉริยะ มาเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีเอ็มเอ็ม แซท ตั้งแต่ต้นปี
อากู๋ - ไพบูลย์ บอกว่า ได้เตรียมงานสำหรับธุรกิจใหม่นี้มา 15 ปี ตั้งแต่ทีมงาน ความรู้ รวมทั้ง Goodwill ของแกรมมี่ ที่นอกเหนือจากลูกค้าจำนวนมากแล้ว ยังมีแฟนคลับ ซึ่งมีฐานเป็นหลัก 10 ล้านคน
จีเอ็มเอ็ม แซท เป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญของจีเอ็มเอ็ม สิ่งที่ทำมา 29 ปี ธุรกิจเพลง ที่แกรมมี่มีแชร์ 70-80% ธุรกิจละครก็แข็งแรง ของเอ็กแซ็กท์ ละครเวที เรียลลิตี เดอะสตาร์ วิทยุ 4 คลื่น ก็เป็น No.1 คอนเสิร์ตก็เป็นเบอร์ 1 ทำรายการวัยรุ่น แม็กกาซีน 6 เล่ม ทุกเล่มก็ประสบความสำเร็จ อีเวนต์ อินเด็กซ์เขาอยู่ อันดับ 7 ของโลก จีทีเอช สร้างหนังทำรายได้แต่ละเครื่องเป็นหลักร้อยล้านบาท ทีวีดาวเทียมอีกกว่า 10 ช่อง มีจีเอ็มเอ็ม แซทฮิต สปอร์ต จีเนียส
"เรามีสินค้าเยอะ เลยอยากมีห้างของเราเอง ซึ่งก็คือ จีเอ็มเอ็ม แซท สร้างเป็นเอาต์เลตของตัวเอง เดิมเรามีความคิด แต่ต้องมีเวลา ตอนนี้ทีวีดาวเทียมทำให้เรามีโอกาสได้ทำรายการดีๆ หลายรายการอยู่ที่กล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ปกติเราทำรายการปีต่อปี ก็จะกลัวเรื่องการลงทุน เพราะเวลาในฟรีทีวีไม่แน่นอน แต่ตอนนี้เรามีห้างของเราเอง กล่องจีเอ็มเอ็มแซท จะเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญ"
ตอนนี้แกรมมี่มีช่องรายการของตัวเองอยู่ 23 ช่อง ทั้งช่องฟรีทูแอร์ และช่องพิเศษที่มีเฉพาะในกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท เป้าหมายของจีเอ็มเอ็ม แซท หลังจากดาวเทียมไทยคมใหม่ขึ้นกลางปีหน้า ช่องทรานสปอนเดอร์จะมีเพิ่มขึ้น ตอนนั้นจะขยายช่องเพิ่มเป็น 30-40 ช่อง ซึ่งจะเป็นช่องรายการที่ดูได้เฉพาะในกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทเท่านั้น

++ "โลคัล คอนเทนต์" คีย์หลัก
จากเป้าหมายการขยายช่องรายการเพิ่ม พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายรายได้ในอนาคตของจีเอ็มเอ็ม แซท ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยรายได้ของจีเอ็มเอ็ม แซท จะมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ 1. ขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท 2. สปอนเซอร์โฆษณา และ3. เปย์ทีวี หรือการเก็บค่าบริการสมาชิก การลงทุนด้านคอนเทนต์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งอากู๋ บอกว่า ตลาดเป้าหมายของจีเอ็มเอ็ม แซท ซึ่งเป็นตลาดแมส บุคคลทั่วไป คอนเทนต์ที่เป็นหัวใจสำคัญ จึงเป็นโลคัล คอนเทนต์ เป็นหลัก
ในเบื้องต้นจึงได้วางแผนลงทุนตั้งแต่กลางปี 2555 ถึงปี 2556 ด้วยงบลงทุนกว่า 1.5 พันล้านบาท ซึ่งจะเริ่มจากการปรับปรุงและผลิตคอนเทนต์เพิ่ม สำหรับช่องรายการที่มีอยู่แล้ว อาทิ จีเอ็มเอ็ม แซท ฮิต ที่มีเป้าหมายทำให้ดีกว่าฟรีทีวี ช่องแฟนทีวี ก็จะปรับปรุง ทั้งละคร ตลก นอกจากนี้ ยังมีช่องเพลย์ แชนแนล ,กรีน แชนแนล , เจเคเอ็น นอกจากโลคัล คอนเทนต์แล้ว ยังเตรียมงบอีก 1.2 หมื่นล้านบาท ในระยะเวลา 3 ปี ระหว่างปี 2555-2558 สำหรับลงทุนซื้อคอนเทนต์ ทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งรวมไปถึงการเข้าชิงชัยในการประมูลลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาลใหม่ ที่หลายคนกำลังจับตา และคราวนี้ "อากู๋" ประกาศพร้อมลุยทุกรูปแบบ ทั้งการเข้าไปประมูลพร้อมพันธมิตร และการลุยเดี่ยว เขาย้ำว่า ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้พรีเมียร์ลีก ทุกอย่างยังคงเดินหน้า เพราะคอนเทนต์เหลักของกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท คือ "โลคัล คอนเทนต์"
บอสใหญ่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เปรยว่า งบลงทุนนี้ ไม่ใช่งบลงทุนที่เกินจริง เพราะได้เตรียมการทั้งจากการกู้ และการผลักดันศักยภาพในการสร้างรายได้ จากบริษัทในเครือไว้เกือบทุกช่องทาง เพื่อนำมาซัพพอร์ตการลงทุนหนักในจีเอ็มเอ็ม แซท ช่วง 3 ปีนี้ โดยบริษัทมีการทำรีเสิร์ช และวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบ ให้ทีมงานทำ Worst Case Scenario ในกรณีเลวร้ายที่สุด จะขาดทุนได้แค่ไหน หลังจากทำแล้วทีมงานบอกว่าขาดทุนได้ 5 พันล้านบาท ภายใน 3 ปี...เราต้องดูสุขภาพการเงินของแกรมมี่ ว่ารับได้ไหวหรือไม่ ซึ่งเรารับไหว เช็กทุกอย่างแล้ว เราทำได้ ถ้าผิดไปจากที่มอง ปีนี้อาจจะขาดทุน แล้ววางแผนต่อปีหน้า พยายามที่จะไม่ให้ขาดทุนเลย โดยใช้เงินก้อนนี้

++พร้อมลุยหนักหลังเรตติ้ง
อากู๋ บอกอีกว่า ตั้งเป้ายอดขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ในปีนี้ คือ 2 ล้านกล่อง และปีหน้าอีก 2 ล้านกล่อง ภายใน 3 ปี ทำยอดขายไม่ต่ำกว่า 5 ล้านกล่อง และเมื่อมีใบอนุญาตเปย์ ทีวี ซึ่งคาดว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะออกใบอนุญาตได้ประมาณตุลาคมนี้ หลังจากนั้น จะทำช่องเปย์ทีวี
ตามเป้าหมายที่วางไว้เดิม คือ การขายแบบ A La Carte หรือการเลือกช่องรับชม ในราคาช่องละ 60-150 บาทต่อเดือน หรือแบบเหมาที่ทำเป็นแพ็กเกจ เช่น แพ็กเกจเอนเตอร์เทนเมนต์ หรือแพ็กเกจกีฬา รวมทั้งการทำกล่อง จีเอ็มเอ็ม แซท มินิ ที่กำหนดราคาขายประมาณ 500-600 บาทต่อกล่อง หรือขายพร้อมจานดาวเทียม ที่ร่วมมือกับบริษัท ไดน่าแซทฯ ในราคาประมาณ 1.5 พันบาท
ประมาณปีหน้า หลังบริษัท นีลเส็น ประเทศไทย จัดทำเรตติ้งช่องรายการในทีวีดาวเทียมเรียบร้อย ประกอบกับไทยคมดวงใหม่ขึ้น เพิ่มช่องทรานสปอนเดอร์เซตแล้ว จีเอ็มเอ็ม แซท ประกาศพร้อมลุยต่อทั้งช่องรายการใหม่ ช่องรายการระบบเอชดี และกล่องรับสัญญาณดาวเทียมระบบเอชดี
ทุกแผนงานจะเป็นเครื่องเร่งที่ทำให้จีเอ็มเอ็ม แซท พุ่งสู่เป้าหมายรายได้ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และจะกลายเป็นธุรกิจหลักของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ต่อไป โดยขณะนี้ธุรกิจเดิมในฝั่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะเป็นพี่เลี้ยงที่คอยดูแล และส่งเสียน้องใหม่ "จีเอ็มเอ็ม แซท" ให้เติบโตเป็นเสาหลักในวันข้างหน้า

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,762 2-4 สิงหาคม พ.ศ. 2555

http://www.thanonline.com/index.php?opt ... Itemid=456


User avatar
Ii'8N
Verified User
Posts: 3682
Joined: Wed Jun 23, 2010 7:01 pm

Re: THCOM

Posts by Ii'8N » Sun Aug 05, 2012 8:35 pm

http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0000

"กันตนา"ปูพรมโรงหนังชุมชนเจาะตำบล
updated: 03 ส.ค. 2555 เวลา 11:54:55 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายจาฤก กัลย์จาฤก ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มีแผนเดินหน้าโครงการโรงหนังชุมชนอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ได้ศึกษารายละเอียดโครงการมาเมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเพราะติดเรื่องการหาแฟรนไชส์ และล่าสุดได้พันธมิตรรายหนึ่งซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาในรายละเอียด จะเป็นการลงทุนในรูปแบบแฟรนไชส์เพียง 1 รายทั้ง 1,000 สาขาทั่วประเทศ คาดว่าจะได้เห็นโรงหนังชุมชนภายในสิ้นปีนี้

"ช่วงแรกมองหาผู้สนใจร่วมลงทุนแฟรนไชส์ แต่สุดท้ายก็เจอผู้สนใจรายหนึ่งที่ต้องการลงทุนเพียงรายเดียวทั่วประเทศไทย เพื่อต่อยอดจากโครงการศูนย์การเรียนรู้ที่มีอยู่แล้วด้วยการนำโรงหนังเข้าไปเป็นส่วนเสริม"

ส่วนรูปแบบโรงหนังนายจาฤกให้ข้อมูลว่า จะถูกดีไซน์ให้เป็นสแตนด์อะโลนมี 50 ที่นั่ง บนพื้นที่ 100 ตารางวา ฉายด้วยเทคโนโลยีการรับส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากส่วนกลาง เน้นเปิดตามแหล่งชุมชนไม่ใหญ่และไม่มีโรงหนัง เจาะกลุ่มผู้ชมระดับตำบลและต่างจังหวัด โดยราคาค่าตั๋วเข้าชมเฉลี่ย 10-20 บาท/ที่นั่ง เพื่อกระจายโรงหนังแบบนี้ไปสู่ผู้ที่มีรายได้น้อยให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่

นายจาฤกกล่าวต่อไปว่า สำหรับหนังที่จะเข้ามาฉายบริษัทอยากจะได้หนังที่ชนกับโรงใหญ่หรือโรงทั่ว ๆ ไป โดยจะเน้นหนังไทยเพราะเป็นหนังที่คนไทยส่วนใหญ่ดูมากอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าที่ผ่านมาเป็นการขโมยดู และการมีโรงงานแบบนี้ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์อีกทางหนึ่ง และรายได้ของโรงจะมาจากการขายตั๋ว และอีกส่วนหนึ่งก็จะมาจากการขายสื่อโฆษณา คล้าย ๆ กับโครงสร้างรายได้ของโรงหนังทั่ว ๆ ไป

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาบริษัทได้นำโมเดลโรงหนังชุมชนไปโรดโชว์ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพบว่าได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี จึงมีแนวคิดจะขยายโรงหนังแบบนี้ไปทั่วอาเซียน และยังเชื่อว่าโรงหนังชุมชนจะมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้อุตสาหกรรมหนังไทยเติบโต เพราะหากสามารถขยายโรงหนังได้ 3,000-4,000 โรงทั่วอาเซียน และราคาค่าบัตรไม่แพงก็จะเป็นโอกาสของอุตสาหกรรมหนังและประเทศด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันตลาดโรงหนังมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยมีผู้เล่นของค่ายหลัก 2 รายใหญ่คือ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มีจำนวนโรงทั้งสิ้น 400 โรง และเอสเอฟ ซีเนม่า 224 โรง ซึ่งทั้ง 2 ค่ายเน้นการเปิดโรงหนังตามศูนย์การค้า ห้างสรรสินค้า รวมถึงคอมมิวนิตี้มอลล์ จับกลุ่มตลาดบนและกลุ่มคนเมือง เน้นการบริการ ความสะดวกสบาย คุณภาพและบรรยากาศที่ดี การรุกตลาดของกันตนาด้วยการส่งโมเดลโรงหนังราคาประหยัด และเน้นเปิดตามชุมชนขนาดเล็กในระดับตำบลในต่างจังหวัด ถือเป็นการเจาะช่องว่างตลาดและมุ่งไปที่ตลาดระดับล่างที่ยังไม่มีค่ายไหนลงไปบุกตลาดมาก่อน


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sun Aug 05, 2012 11:05 pm

Ii'8N wrote:http://www.prachachat.net/news_detail.p ... catid=0000

ส่วนรูปแบบโรงหนังนายจาฤกให้ข้อมูลว่า จะถูกดีไซน์ให้เป็นสแตนด์อะโลนมี 50 ที่นั่ง บนพื้นที่ 100 ตารางวา ฉายด้วยเทคโนโลยีการรับส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมจากส่วนกลาง เน้นเปิดตามแหล่งชุมชนไม่ใหญ่และไม่มีโรงหนัง เจาะกลุ่มผู้ชมระดับตำบลและต่างจังหวัด โดยราคาค่าตั๋วเข้าชมเฉลี่ย 10-20 บาท/ที่นั่ง เพื่อกระจายโรงหนังแบบนี้ไปสู่ผู้ที่มีรายได้น้อยให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่
วันก่อนได้อ่าน ก็คิดว่าเป็นโมเดลที่น่าสนใจ และคิดตามว่า จะต้องใช้ BW ของดาวเทียมสักเท่าไหร่
เพราะหากมี 1000 สาขา ก็คงไม่ได้ฉายหนังสือเรื่องเดียวกันพร้อมกันหมด
เพราะแต่ละพื้นที่ อาจจะมีความต้องการหนังไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากัน
คิดง่ายๆว่า หากฉายพร้อมกันเรื่องเดียวกัน 100 โรง ก็จะต้องการช่องผ่านดาวเทียมประมาณ 10 ช่อง
หากฉายพร้อมกันเรื่องเดียวกัน 50 โรง ก็จะต้องการช่องผ่านดาวเทียมประมาณ 20 ช่อง
หากฉายพร้อมกันเรื่องเดียวกัน 20 โรง ก็จะต้องการช่องผ่านดาวเทียมประมาณ 50 ช่อง

น่าสนใจจริงๆครับว่า หากทำจริงกันตนาจะใช้ของ THCOM หรือเปล่า


chootana
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Wed May 12, 2010 9:10 am

Re: THCOM

Posts by chootana » Mon Aug 06, 2012 11:55 am

สินค้า dtv ครับ เป็น set-top-box และอุปกรณ์เปลี่ยนให้เป็น smart tv
Attachments
DSC_0058.JPG
DSC_0058.JPG (585.2 KiB) Viewed 3448 times


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Tue Aug 07, 2012 10:12 am

IR ของ THCOM ยังทำหน้าที่ได้รวดเร็วเช่นเดิมครับ

ผมเห็นข่าวเกี่ยวกับแผนงานในอนาคตของของ GRAMMY , Truevision และ จานดาวเทียม
เลยสงสัยว่ามีการจอง BW สำหรับ THCOM มากน้อยแค่ไหนเลย Mail ไปทาง IR

โดยผมถามไปเมื่อเวลา 9:34 AM ดังนี้
_________________________________________________________________

เรียน ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)
อยากสอบถามว่า ในตอนนี้ สำหรับไทยคม 6 มีการจอง Bandwidth จำนวนเท่าไหร่แล้วครับ
ขอบคุณครับ

ด้วยความนับถือ

ทาง IR ตอบกลับมาเวลาประมาณ 9:45AM ดังนี้(เวลาผ่านไป 11 นาทีเท่านั้น)

เรียนคุณ ...
ขณะนี้ไทยคม 6 มีการเซ็นสัญญาจองล่วงหน้าไปแล้วทั้งหมด 18% ของแบนด์วิธทั้งหมดค่ะ

Best Regards,
Investor Relations
THAICOM Plc.
T. 02-596-5073
_______________________________________________________________________

เทียบกับปลายปีก่อนที่ 2 transponder จากทั้งหมด 28 transponder (7%) ตอนนี้น่าจะ 5 transponder(18%)
ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

และเมื่อเทียบกับเป้าหมายจุดคุ้มทุนที่ประมาณ 30% (ประมาณ 8-9 transponder) กับเวลาที่เหลืออีกประมาณ 1 ปี ก็น่าลุ้นว่า ในตอนที่ยิงขึ้นไปใน Q3 ปีหน้า หากหาลูกค้าได้ครบตามเป้าหมาย ก็น่าจะสร้างกำไรเพิ่มให้ THCOMได้ทันที น่าลุ้นครับ


chootana
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1401
Joined: Wed May 12, 2010 9:10 am

Re: THCOM

Posts by chootana » Tue Aug 07, 2012 7:20 pm

ลุ้นด้วยครับ


bunzaaaaa
Verified User
Posts: 60
Joined: Tue Aug 30, 2011 12:05 pm

Re: THCOM

Posts by bunzaaaaa » Tue Aug 07, 2012 8:20 pm

ราคาตอนนี้ซื้อได้ไหมค่ะพี่ๆ :) :) :)


User avatar
dekwat
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 259
Joined: Tue Sep 22, 2009 3:36 pm

Re: THCOM

Posts by dekwat » Wed Aug 08, 2012 7:10 pm

ทริสฯคงอันดับเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ไม่มีประกัน THCOM ที่ BBB+/Stable


บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่มีประกันของ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ที่ระดับ “BBB+” ด้วยแนวโน้ม “Stable” หรือ “คงที่” โดยอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการตลาดของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการธุรกิจสื่อสารดาวเทียมเพียงรายเดียวในประเทศไทย ตลอดจนปริมาณการใช้บริการธุรกิจดาวเทียมบรอดแบนด์ที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวมีข้อจำกัดบางประการจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดต่างประเทศ รวมถึงผลการดำเนินงานของธุรกิจสื่อสารของบริษัทในภูมิภาคอินโดจีนที่อ่อนตัวลง และกฎระเบียบที่ซับซ้อนในธุรกิจสื่อสารดาวเทียม ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหมายว่าบริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้ รวมทั้งยังคงรักษาความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ทั้งนี้ การดำเนินกลยุทธ์เพื่อการเติบโตทางธุรกิจในอนาคตนั้นควรกระทำด้วยความระมัดระวังโดยไม่ทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลง

ทริสเรทติ้งรายงานว่า บริษัทไทยคมซึ่งเดิมชื่อ บริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการการสื่อสารด้วยดาวเทียมแบบวงโคจรค้างฟ้าจำนวน 2 ดวง โดยเป็นดาวเทียมแบบทั่วไป 1 ดวง คือ ไทยคม 5 และดาวเทียมบรอดแบนด์ 1 ดวง คือ ไทยคม 4 หรือรู้จักในชื่อไอพีสตาร์ รวมทั้งลงทุนผ่าน Shenington Investments Pte Ltd. ใน Mfone Co., Ltd. (Mfone) และ Lao Telecommunications Co., Ltd. (LTC) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านการสื่อสารในประเทศกัมพูชาและลาวตามลำดับ นอกจากนี้ บริษัทยังลงทุนผ่านบริษัทย่อยและบริษัทร่วมในธุรกิจอินเทอร์เน็ตและสื่อด้วย

ทริสเรทติ้งกล่าวว่า ในปี 2554 รายได้ของบริษัทไทยคมเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.3% มาอยู่ที่ 7,254 ล้านบาท และเติบโตเพิ่มขึ้น 21.5% ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 โดยรายได้จากดาวเทียมแบบทั่วไปคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 35% ของรายได้รวม ในขณะที่ดาวเทียมไอพีสตาร์สร้างรายได้ 45% รายได้ส่วนที่เหลือมาจากธุรกิจสื่อสาร อินเทอร์เน็ต และสื่อ ฐานลูกค้าในส่วนของบริการดาวเทียมทั่วไปของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนฐานลูกค้าบริการดาวเทียมไอพีสตาร์ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศไทย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และอินเดีย

สถานะธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทไทยคมเป็นผลมาจากสถานะความเป็นผู้นำในการเป็นผู้ให้บริการสื่อสารดาวเทียมในประเทศ ความต้องการใช้ช่องโทรทัศน์ที่เติบโตสื่อถึงปัจจัยบวกที่มีต่อคุณภาพอันดับเครดิต โดยจำนวนช่องโทรทัศน์เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 358 ช่องในปี 2553 เป็น 427 ช่องในปี 2554 และ 452 ช่อง ณ ปลายเดือนมีนาคม 2555 ส่วนความสามารถในการแข่งขันนั้นบริษัทได้รับแรงหนุนจากลักษณะของธุรกิจที่ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าได้ยาก ตลอดจนการมีตำแหน่งวงโคจรที่จำกัด เงินลงทุนที่สูง ขั้นตอนของกฎระเบียบที่ซับซ้อน และความต้องการในการใช้เทคโนโลยี นอกจากนี้ บริษัทยังถือเป็นผู้ให้บริการธุรกิจสื่อสารดาวเทียมที่สำคัญรายหนึ่งในเอเซียแปซิฟิก และทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการรายสำคัญที่ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคนี้ ธุรกิจดาวเทียมเป็นธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอจากการทำสัญญาระยะปานกลางถึงระยะยาว

เนื่องจากดาวเทียมไทยคม 1 และไทยคม 2 ได้ปลดระวางไปแล้วระหว่างปี 2552-2553 บริษัทไทยคมจึงอนุมัติการลงทุนในดาวเทียมแบบทั่วไปดวงใหม่ 2 ดวง คือดาวเทียมไทยคม 6 และดาวเทียมไทยคม 7 ดาวเทียมไทยคม 6 คาดว่าจะถูกปล่อยสู่วงโคจรในกลางปี 2556 ที่ตำแหน่ง 78.5 องศาตะวันออก ครอบคลุมเอเซียอาคเนย์และทวีปอาฟริกา โดย ณ เดือนมีนาคม 2555 บริษัทขายช่องรับส่งสัญญาณดาวเทียมไทยคม 6 ล่วงหน้าได้ประมาณ 15% ของความจุทั้งหมด

ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 จะถูกปล่อยสู่วงโคจรที่ตำแหน่ง 120 องศาตะวันออกในปี 2557 ครอบคลุมพื้นที่เอเซียอาคเนย์ เอเซียใต้ และออสเตรเลีย ดาวเทียม 2 ดวงนี้จะเพิ่มความจุช่องรับส่งสัญญาณ 40 ช่อง มูลค่าการลงทุนของดาวเทียมไทยคม 6 คิดเป็นประมาณ 160.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ มูลค่าการลงทุนของดาวเทียมไทยคม 7 คิดเป็นประมาณ 171 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยจ่ายชำระเป็นงวดรายปีตลอดอายุการใช้งานดาวเทียม

ทั้งนี้ เงินลงทุนสำหรับดาวเทียมไทยคม 6 ใช้เงินกู้จากธนาคารเป็นหลัก ในขณะที่ดาวเทียมไทยคม 7 จะอยู่ในรูปแบบสัญญาความร่วมมือในการรักษาตำแหน่งวงโคจรที่ 120 องศาตะวันออก และการจัดสร้างดาวเทียมเพื่อให้บริการร่วมกับบริษัท Asia Satellite Telecommunications Co., Ltd. (AsiaSat)

บริษัทไทยคมเน้นการขายช่องสัญญาณบรอดแบนด์จำนวนมากให้แก่บริษัทสื่อสารต่าง ๆ โดยในปี 2554 มีการทำสัญญาและใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นในประเทศออสเตรเลีย มาเลเซีย และพม่าเป็นหลัก โดยอัตราการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมไอพีสตาร์เพิ่มขึ้นจาก 15.6% ในปี 2553 เป็น 24.6% ในปี 2554 คาดว่าผลการดำเนินการของไอพีสตาร์ในปี 2555 จะปรับตัวดียิ่งขึ้นเนื่องจากบริษัทได้ลงนามในสัญญากับลูกค้าใหม่จากประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม อนาคตของดาวเทียมไอพีสตาร์ยังมีข้อจำกัดจากความไม่แน่นอนของรายได้และระยะเวลาจากตลาดในประเทศจีนอยู่เนื่องจากบริษัทได้จัดสรรความจุของช่องสัญญาณไอพีสตาร์สำหรับประเทศจีนเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันไอพีสตาร์ให้บริการ Mobile Backhaul สำหรับโครงข่าย CDMA ในจำนวนไม่มากนักในมณฑลซินเจียง ทั้งนี้ บริการไอพีสตาร์ที่ใช้เวลาในการสร้างตลาดในประเทศหลัก ๆ นานกว่าที่คาดเอาไว้ยังคงเป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิต

ในปี 2554 และไตรมาสแรกของปี 2555 รายได้จากธุรกิจสื่อสารในลาวและกัมพูชาคิดเป็น 16% ของรายได้รวมของบริษัทไทยคมเทียบกับในอดีตที่เคยสร้างรายได้มากกว่า 20% รายได้ที่ลดลงเป็นผลมาจากการแข่งขันที่รุนแรงซึ่งส่งผลทำให้การทำกำไรของธุรกิจนี้อ่อนตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทริสเรทติ้งคาดหวังว่าบริษัทจะมีข้อสรุปในการแก้ปัญหาธุรกิจสื่อสารในอนาคตอันใกล้นี้

ความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทไทยคมอยู่ในระดับปานกลางและบริษัทมีสภาพคล่องในระดับที่รับได้ อัตราส่วนกำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นจาก 29.3% ในปี 2553 มาอยู่ที่ 39% ในปี 2554 และ 41% สำหรับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกิจดาวเทียมบรอดแบนด์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และรายได้ที่แข็งแกร่งจากธุรกิจการให้บริการดาวเทียมแบบทั่วไป ในขณะที่การดำเนินงานของธุรกิจสื่อสารอ่อนตัวลง คาดว่าอัตรากำไรจะปรับตัวดีขึ้นอีกเมื่อบริการไอพีสตาร์ในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 1,479 ล้านบาทในปี 2553 มาอยู่ที่2,298 ล้านบาทในปี 2554 และอยู่ที่ 629 ล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2555 ระดับภาระหนี้สินของบริษัทเพิ่มขึ้นโดยวัดจากอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่เพิ่มขึ้นจาก 36.6% ในปี 2553 มาอยู่ที่ 42% ณ ปลายเดือนมีนาคม 2555 โดยภาระหนี้สินดังกล่าวเกิดจากความต้องการใช้เงินทุนเพื่อลงทุนในดาวเทียมไทยคม 6 เป็นหลัก

ทริสเรทติ้งคาดว่าในช่วงระยะปานกลางระดับภาระหนี้ของบริษัทไม่น่าจะลดลงเนื่องจากบริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับ AsiaSat เพื่อสร้างดาวเทียมไทยคม 7 ทั้งนี้ วิธีปฏิบัติของทริสเรทติ้งจะคิดมูลค่าปัจจุบันสุทธิของเงินลงทุนสำหรับดาวเทียมไทยคม 7 ให้เป็นภาระหนี้เมื่อดาวเทียมไทยคม 7 เริ่มดำเนินงาน

นอกจากนี้ บริษัทยังกำลังพิจารณาที่จะลงทุนในดาวเทียมแบบทั่วไปดวงใหม่อีก 2 ดวงตามแผนการเติบโตด้วย อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าสถานะทางการเงินของบริษัทจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นหลังจากมีการรับรู้รายได้จากดาวเทียมดวงใหม่และรายได้จากดาวเทียมไอพีสตาร์มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดหวังให้บริษัทดำเนินตามนโยบายการเงินที่เข้มงวดและแสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสำรองทางการเงินที่เพียงพอ


bunzaaaaa
Verified User
Posts: 60
Joined: Tue Aug 30, 2011 12:05 pm

Re: THCOM

Posts by bunzaaaaa » Wed Aug 08, 2012 7:48 pm

ขอบคุณค่ะอ่านแล้วน่าสนใจลงทุนค่ะ ขอดูราคาหน่อยค่ะว่าจะถูกกว่านี้อีกไหม :) :) :) :)


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Thu Aug 09, 2012 10:45 am

ตามประวัติการออกงบที่ผ่านมา
"คาดว่า" งบน่าจะออกวันที่ 10 (ศุกร์) ในช่วงเย็น
มาลุ้นกันครับ


Mudang
Verified User
Posts: 147
Joined: Fri May 14, 2010 4:26 pm

Re: THCOM

Posts by Mudang » Thu Aug 09, 2012 12:12 pm

ดูในเว็บได้ครับ http://www.thaicom.net/investor_irnews_en.asp ด้านขวามือจะมีcalendar จะมีnoteไว้

งบออกศุกร์ที่ 10สิงหา (น่าจะดึกเหมือนเคย)
พุธหน้า 15สิงหา มี analyst meeting
พฤหัส 16สิงหา มี oppday :)

อย่าลืมเตรียมคำถามกันนะครับ


prichar s.
Verified User
Posts: 1427
Joined: Sun Mar 22, 2009 5:36 pm

Re: THCOM

Posts by prichar s. » Fri Aug 10, 2012 8:00 pm

10 ส.ค. 2555 19:51:45
หัวข้อข่าว สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 2 (F45-3)
หลักทรัพย์ THCOM
แหล่งข่าว THCOM
รายละเอียดแบบเต็ม


สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2555 2554 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 114,977 (24,558) 157,343 (191,645)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.10 (0.02) 0.14 (0.17)
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2555 2554 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 91,785 (42,931) 130,313 (153,237)
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.08 (0.04) 0.12 (0.14)
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไข

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นายวุฒิ อัศวเสริมเจริญ )
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________________


User avatar
Kritkarun
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 862
Joined: Tue Nov 23, 2010 1:56 pm

Re: THCOM

Posts by Kritkarun » Sun Aug 12, 2012 3:58 pm

Share สิ่งที่ได้จากการอ่านงบแบบคร่าวๆครับ

ไทยคม 5
ไตรมาส-Q1-55.....Q2-55
รายได้.......663........676
ต้นทุน........253.......254
รายได้เพิ่มเล็กน้อย ต้นทุนแทบไม่เพิ่ม กำไรจึงเพิ่มเล็กน้อย
(จำนวนช่องเพิ่มขึ้นจาก 427 ช่องรายการ ณ สิ้นปี 2554 เป็นจานวนทั้งสิ้น 465 ช่องรายการ ณ สิ้นไตรมาส 2/2555)

ipStar
ไตรมาส-Q1-55........Q2-55
รายได้..(786+65)..(787+82) <=(ตัวแรกจากค่าเช่า ตัวหลังจากขายอุปกรณ์)
ต้นทุน........764...........682
รายได้ส่วนเช่าเพิ่มเล็กน้อย แต่ต้นทุนลดลงเกือบ 11% กำไรจึงเพิ่มขึ้นจากส่วนนี้ราว 82 ล้าน
(ลดค่าใช่จ่ายในประเทศจีน และลดการขายอุปกรณ์ และลดต้นทุนจากการรับประกันใน AUS)

ไทยคม 6
มีผู้เซ็นสัญญาจองใช้ดาวเทียมไทยคม 6 ล่วงหน้าแล้วประมาณ 18% ของแบนด์วิธ

CSL &Internet
ในไตรมาส 2/2555 ซีเอสแอล มีกาไรสุทธิลดลง 9.9% จากไตรมาส 2/2554 โดยซีเอสแอลมีการเลื่อนการออกสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เล่มกรุงเทพฯ ฉบับ ปี 2555 เป็นเดือนพฤษภาคม (จากเดิมที่ออกในเดือนมกราคมของทุกปี) ประกอบกับยอดขายโฆษณาในสมุดโทรศัพท์หน้าเหลือง เล่มกรุงเทพฯ ฉบับ ปี 2555 ลดลง เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มสินค้าหลัก (Leased line, IDC และ ICT Services) ยังคงมีการเติบโตจากกลุ่มฐานลูกค้าองค์กรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ซีเอสแอลได้รับรู้การด้อยค่าของค่าความนิยม และเงินลงทุนใน บริษัท วัฎฎะ คลาสสิฟายด์ส จากัด เต็มจำนวนแล้ว
และรายได้ Internet ในลาว-กัมพูชา แย่ลง

ธุรกิจมือถือ
ธุรกิจมือถือทั้งในลาวและกัมพูชามีแนวโน้มแย่ลง แต่ลดต้นทุนได้จึงขาดทุนลดลงอย่างน่าอัศจรรย์
จากQ2-54 ที่ 134 ล้าน และ Q1-55 ที่ 120 ล้าน เหลือขายทุน 105 ล้าน
(รอขายจนเหงือกแห้งแล้ว)

โดยรวมแล้ว รายได้ไม่ได้เพิ่มจาก Q1 มากนัก
แต่เนื่องจากต้นทุนลดลงราว 120 ล้าน หักลบกับขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 47 ล้าน
จึงทำให้กำไรเพิ่มขึ้นจาก Q1 ราว 80 ล้าน

อื่นๆ
บริษัทมีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดาเนินงาน ในครึ่งปีแรกปี 2555 ทั้งสิ้น 2,259 ล้านบา
บริษัทมีเงินสดคงเหลือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2555 ทั้งสิ้น 4,080 ล้านบาท(ตกประมาณหุ้นละ 4 บาท)
หนี้เพิ่มขึ้นราวพันล้าน โดยประมาณครึ่งหนึ่งมาจากเงินกู้สำหรับไทยคม 6


Post Reply