KAMART

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Wed Sep 19, 2012 8:28 pm

ไม่มีอะไรทำ ไปดูรีวิวสินค้ากันครับ :mrgreen:

รีวิว ครีมตัวขาว L-Glutathione ของ Karmart จ้า
http://www.youtube.com/watch?v=ZsvKBWoGtpw&feature=plcp


MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: KAMART

Posts by MrRobot » Wed Sep 19, 2012 9:40 pm

kotaro wrote:Etude , Beauty Buffet , Karmart
ก็มีขาย franchise และก็ company-owned แล้วแต่ใครจะเน้นน้ำหนักด้านไหน

ดูระบบ franchise ของแต่ละที่ ก็ design แตกต่างกัน ถ้าสิ่งหนึ่งที่ franchisor จะได้จาก franchisee ในการโตระยะยาวแล้ว key ก็คือค่า royalty fee ซึ่งเป็น on-going ถ้า design ไว้สูง franchisee ก็อาจไม่สนใจถ้า brand ไม่ดัง design ไว้ต่ำไป ก็อาจไม่คุ้ม ทำไปแล้วจุดนึงก็ต้องขยายไปขายในช่องทางอื่นด้วย

การ design ระบบ franchise ก็เลยสะท้อน strategy ของบริษัทฯ

7-11 เก็บ royalty fee 46%, Beauty Buffet เก็บ 4% , Karmart เก็บ 0.5%
อืม Karmart นี่เก็บน้อยสุดเลย อนาคตจะฃึ้นได้ไหมหนอ :ep:

VI Robot The Great

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Wed Sep 19, 2012 11:50 pm

เก็บเยอะไม่ได้หรอกครับ
เพราะขายให้ตัวแทน
และลง modern trade ด้วย

แต่ต่อไปไม่แน่นะ ต้องรอดูไปเรื่อยๆ
ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของ shop ว่าจะเป็นยังไง
จะสร้างความโดดเด่นได้มั๊ย


BLSH
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1096
Joined: Sun Jan 17, 2010 2:07 pm

Re: KAMART

Posts by BLSH » Thu Sep 20, 2012 10:24 pm

วันนี้ไปทานข้าวที่ Central พระราม 9 เลยถือโอกาสแวะไปทำ scuttlebutt เพิ่มเติมครับ
Kamart@Central_RAMA9.jpg
Kamart@Central_RAMA9.jpg (71.52 KiB) Viewed 5848 times
เดินเข้าไปเห็นมีน้อง BA ตั้ง 3 คนเลยสงสัยเพราะปกติสาขานี้จะมีแค่ 2 คนเท่านั้น คุยกับน้อง BA เลยได้ความว่าเจ้าของ franchise ส่ง BA ใหม่มา train เพราะกำลังจะไปเปิด karmarts shop อีกแห่งที่ Central ลาดพร้าว โดยจะเปิดดำเนินการในเดือน พ.ย. 55 อันนี้เป็นข้อมูลตามที่น้องบอกมานะครับ

การรุกเปิด karmarts shop หลังๆจะเห็นว่ามีแนวโน้มเข้าไปอยู่ในห้างมากขึ้น อันนี้เป็นพัฒนาการที่น่าสนใจมากโดยเฉพาะสามารถเข้าไปเปิดสาขาใน central ได้มากขึ้นเรื่อยๆ (พระราม 9, พระราม 2)

จริงๆแล้วในช่วงขวบปีแรกของธุรกิจนั้น มี franchise บางเจ้าพยายามผลักดันจะเข้าไปเปิดสาขาใน central แต่เนื่องจากยังเป็น brand ใหม่ ทาง central เลยยังกั๊กๆอยู่ ดังนั้นถ้าให้เดาตอนนี้ชื่อเสียงของ Karmarts shop น่าจะมีพัฒนาการในเชิงบวกพอควร อันนี้เป็น คหสต

ถัดมาเรื่อง 7-11 เท่าที่ check ข้อมูลมายอดขาย"โดยเฉลี่ย"ดีพอควร อย่างที่เราคงสำรวจกันได้จาก shelf 7-11 สาขาใกล้บ้าน ดังนั้นเป็นไปได้มากทีเดียวที่ Kamart "อาจจะ"เพิ่มสินค้าเข้าไปใน channel นี้อีกซัก 1-2 SKU
Cathy Super Gal.jpg
Cathy Super Gal.jpg (48.39 KiB) Viewed 5848 times
ลองเดาเล่นๆ แผ่นแปะจมูกกำจัดสิวเสี้ยนเป็นอีกสินค้าหนึ่งที่ผมว่ามี potential เพราะราคาขายแค่ 15 บาท/SKU

อย่างไรก็ลงทุนกันด้วยความระมัดระวัง และก็โชคดีในการลงทุนครับ :)

You get recessions, you have stock market declines. If you don't understand that's going to happen, then you're not ready, you won't do well in the markets. - Peter Lynch

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Fri Sep 21, 2012 6:16 am

แหล่มๆ ขอบคุณครับ :D


User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: KAMART

Posts by HorseVision » Fri Sep 21, 2012 9:28 am

สัปดาห์ที่แล้ว ผมไปซื้อสินค้่ที่สาขา BTS สยาม
ก่อนหน้านี้ผมต้องผ่านไปบริเวณนั้นประมาณอาทิตย์ละครั้ง(พฤ หรือ ศุกร์ ช่วงบ่าย) เดินผ่านก็เห็นทั้งวันที่มีลูกค้าซื้อสินค้าอยู่ในร้าน และวันที่ไม่มีลูกค้า แต่ก็เป็นการสังเกตุจากช่วงระยะเวลาสั้นๆ จากการเดินผ่าน ไม่ได้ยืนรอสังเกตุใดๆ โดยสัดส่วนของวันที่พบลูกค้าและไม่พบ ราว 30:70 ระหว่างนั้นก็สงสัยว่าขายสินค้าไม่ค่อยดีหรือไม่ แต่วันที่ผมไปซื้อสินค้าได้ข้อมูล ดังนี้ครับ
1. ราคาสินค้าที่ผมซื้อได้ส่วนลดราว 20% ตรงนี้คิดว่าเป็นทั้งการกระตุ้นยอดขาย ดึงลูกค้ามาซื้อสินค้าใน shop และเพื่อลดส่วนล้ำราคาระหว่าง shop กับ ช่องทางค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่มาซื้นสินค้าไปขาย
2. โปรโมชั่นต่างๆ ทางบริษัทจะออกมาเป็นระยะๆ เรื่อยๆ
3. ลูกค้ามีทั้งที่เป็นลูกค้าประจำและลูกค้าขาจร หากใช้สินค้าแล้วชอบก็จะมาซื้อซ้ำ ผมสังเกตุจากมีลูกค้ารายหนึ่งเข้ามาในระหว่างที่ผมกำลังจ่ายเงิน พนักงานทักทายได้อย่างเป็นกันเอง
4. ยอดขายสาขานี้ทำได้เฉลี่ยวันละ 3-4 หมื่นบาท
5. ผมแนะนำตัวว่าเป็นผู้ถือหุ้น พนักงานขายรู้ด้วยว่าราคาหุ้นขึ้นมาเยอะ (สงสัยผู้ถือหุ้นไปสอบถามข้อมูลเยอะ :) )

จากข้อมูลเหล่านี้ผมจึงสรุบตามความคิดเห็นของผมว่า
1. แค่เดินผ่าน เห็น จองมอง อาจไม่สามารถได้ข้อมูลเพียงพอ มากกว่าถ้าได้สอบถามจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น
2. ยอดขายสาขานี้ผมคงไม่เหมารวมว่าทุกสาขาต้องได้ยอดขายในระดับเดียวกัน (อาจมีทั้งมากกว่า น้อยกว่า และน้อยมากจนอาจต้องปิดไปในบางสาขา)
3. ได้ทดลองใช้สินค้า ถือว่า พอใจในคุณภาพสินค้า ครับ

สุดท้าย สินค้าที่ผมซื้อผู้ชายใช้ได้ครับ และผมเป็นแมนเต็มตัว คุณพ่อลูกสาม และไม่คิดจะไปหาสามีใหม่ 555 กลัวจะเข้าใจผิด :D

Facts are better than opinions

investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Re: KAMART

Posts by investment biker » Fri Sep 21, 2012 9:49 am

ผู้ชายซื้อเครื่องสำอาง ตอนนี้อาจดูแปลก ๆ แต่อนาคตอาจเป็นเรื่องปกติ mega trend หรือเปล่าไม่รู้ :B
วันนี้ ( 18 ก.ย. ) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ว่า ผลการสำรวจของสถาบันวิจัยตลาด ยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชันแนล ของอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า ชายชาวเกาหลีใต้ทุ่มเงินซื้อเครื่องสำอางเมื่อปีที่แล้ว เป็นจำนวนเงินรวมมากถึง 495.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 15,360 ล้านบาท ) คิดเป็นร้อยละ 21 ของยอดจำหน่ายเครื่องสำอางทั่วโลกในปัจจุบัน


ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวส่งผลให้เกาหลีใต้กลายเป็นตลาดจำหน่ายเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้จะมีประชากรชายเพียง 19 ล้านคน จากประชากรทั้งประเทศกว่า 50 ล้านคนก็ตาม นอกจากนี้ บริษัท เอมอร์แปซิฟิก ผู้ผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ยังประเมินยอดจำหน่ายเครื่องสำอางสำหรับผู้ชายในปีนี้ ว่าอาจสูงกว่า 885 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 27,435 ล้านบาท )


ค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของชายหนุ่มเกาหลีใต้ในเรื่องดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจากการแข่งขันในด้านหน้าที่การงาน บวกกับค่านิยมทางสังคมที่รูปลักษณ์กลายเป็นเรื่องสำคัญมาก จนทำให้การแต่งหน้ากลายเป็นหนึ่งใน ‘เครื่องหมาย’ ปูทางสู่ความสำเร็จ รวมถึงการที่ผู้หญิงชาวเกาหลีใต้เริ่มมีความต้องการให้คนรักของเธอหันมาให้ความใส่ใจดูแลผิวพรรณของตนมากขึ้น


โช วอน-ย็อก นักศึกษาหนุ่มวัย 24 ปี กล่าวว่า ใบหน้าที่ผ่องใส เรียบเนียน เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการดูแลตัวเอง และช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ด้านนายคิม ด็อก-รยอง นักศึกษาหนุ่มวัย 20 ปี กล่าวว่า การดูแลผิวพรรณถือเป็นเรื่องสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากเป็นส่วนที่เด่น และสังเกตง่ายที่สุด


อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทัศนคติในเรื่องเครื่องสำอางของชายหนุ่มเกาหลีใต้ เริ่มขึ้นแท้จริงเมื่อช่วงปลายยุคทศวรรษที่ 1990 เมื่อรัฐบาลยอมผ่อนปรนนโยบายห้ามนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องสำอาง และเครื่องประทินผิวจากญี่ปุ่น รวมถึงหนังสือการ์ตูนจากญี่ปุ่น ที่ตัวละครชายมักมีใบหน้าอ่อนหวานละม้ายคล้ายผู้หญิง จุดกระแสค่านิยมใหม่ให้กับชายหนุ่มเกาหลีใต้ทันที


ปัจจุบัน การที่ผู้ชายแต่งหน้า หรือเข้าร้านขายเครื่องสำอาง เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์ไว้ใช้เอง กลายเป็นภาพที่พบเห็นได้จนชินตาในสังคมเกาหลีใต้ ซึ่งน.ส. คิม เอ-คยอง พนักงานบริษัทสาว กล่าวว่า การที่ผู้ชายซื้อเครื่องสำอางใช้เอง แสดงให้เห็นว่า ทั้งสองเพศเริ่มมี ‘ความเหมือน’ กันแล้ว
Source: http://www.dailynews.co.th/world/156021

In search of super stocks

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Fri Sep 21, 2012 12:58 pm

หน้าเวปสาขา karmart shop มี update แล้วครับ
ไปดูกันเลย...
http://dev.karmarts.co.th/shop/index.ph ... tion_id=17


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34043
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Fri Sep 21, 2012 3:08 pm

และน่ีคือความเคล่ือนไหวล่าสุดของคู่แข่ง KARMARTS ท่ีเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์อย่างบิวตี้บุฟเฟ่ต์ครับ

(เพิ่มเติม1) บิวตี้ คอมมูนิตี้ คาดเสนอขาย IPO - เข้าตลาด SET ภายใน Q4/55


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2555 14:33:18 น.
นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการรอพิจารณาจากสำนักงานก.ล.ต. โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้น IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในไตรมาส 4/55



"การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของบริษัทในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้บริษัทสามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้การดำเนินงานของบริษัทมีการเติบโตอย่างมีศักยภาพด้วย"นายวิชา กล่าว

นพ.สุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ กล่าวว่า การระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้ไปใช้สำหรับการขยายสาขาร้าน BEAUTY BUFFET และ BEAUTY COTTAGE เพื่อการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายใน เช่น ระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน การขยายคลังสินค้า และนำไปใช้ในการรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงต่อจากนี้ และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

บริษัทมีแผนขยายตลาดผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ ออกไปอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของตลาดในประเทศจะเน้นการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขวางครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ขณะที่ตลาดต่างประเทศบริษัทได้เริ่มทำตลาดในส่วนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยเปิดตัวร้าน BEAUTY BUFFET เป็นครั้งแรกในประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา นอกจากนี้จะเพิ่มผลิตภัณฑ์และจุดจำหน่ายสินค้า Made in Nature ที่จัดจำหน่ายผ่านโมเดิร์นเทรดให้มากขึ้น

สำหรับในปีนี้บริษัทเชื่อมั่นว่าการเติบโตจะไม่ต่ำกว่า 20% โดยผลการดำเนินงานของ BEAUTY ในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการขยายสาขาในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยในงวด 6 เดือนแรกปีนี้บริษัทมีรายได้รวมจำนวน 361.94 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโต 21.73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 85.13 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 23.52% ซึ่งสาเหตุที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปิดตัวและขยายตัวอย่างรวดเร็วของร้าน BEAUTY COTTAGE ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นตั้นอยู่ในเกณฑ์ดี

ส่วนปี 56 บริษัทตั้งเป้าจะขยายสาขา BEAUTY BUFFET ทั่วประเทศ 180 สาขา จากปัจจุบัน 127 สาขา และ BEAUTY COTTAGE จำนวน 50 สาขา จากปัจจุบัน 24 สาขา

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปเปิดสาขาทั้งหมด 125 ล้านบาท หลังจากนั้นจะลงทุนขยายคลังสินค้า ศูนย์ฝึกอบรม ระบบคอมพิวเตอร์อีก 120 ล้านบาท เพื่อรองรับการโตของสาขา อีกส่วนหนึ่งเป็นทุนหมุนเวียน ปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางในช็อปมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ปี 54 ของเราอยู่ที่ 610 กว่าล้านบาท คิดเป็น 7.7% ปีนี้ตั้งเป้ารายได้โต 20% จากปีก่อนที่ 615 ล้5555นบาท ครึ่งแรกโตแล้ว 22% ครึ่งหลังก็คาดว่าจะโตต่อเนื่อง ส่วนการขยายตลาดต่างประเทศมอง AEC ก่อน โดยเปิดแล้วที่กัมพูชา

ปัจจุบันบริษัทมีช่องทางจำหน่าย 3 ช่องทาง คือ บิวตี้ บุฟเฟต์มีอยู่ 136 สาขา เจนเนอเรทรายได้สูงสุด ,บิวตี้ คอทเท็จ แนววินเทจเป็นเครื่องสำอางแนวธรรมชาติ และ Made in Nature ขายสินค้าเข้าไปในโมเดิร์นเทรดที่วางขายแล้ว เช่น ฟูดส์แลนด์,วิลล่า,โฮมเฟร์ชมาร์ท,ริมปิง เชียงใหม่

--อินโฟเควสท์ โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์/รัชดา/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


zz99
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Fri Sep 21, 2012 8:36 pm

มีเพื่อนท่านใดพอให้ข้อมูลความแตกต่าง จุดแข็งและจุดอ่อน ของ Beauty เทียบกับ Kamart ได้บ้างครับ

The miracle of compounding,

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 22, 2012 8:50 am

ไม่มีข้อมูลครับ มีแต่ความเห็น
bb สร้างเครือข่ายเอง ผ่าน chain store
ไม่มีการขายผ่านตัวแทน

สินค้าที่จะขายผ่าน modern trade
ที่ bb กำลังปั้นอยู่คือแบรนด์ made in nature
ผมเคยเห็นนะ ขายผ่าน catalog 7-11

ต่างกับ karmart ที่ขายผ่านตัวแทน
ขายผ่าน modern trade แต่ไม่สร้างเครือข่ายเอง
เพราะให้ partner สร้างเครือข่าย chain store ให้

ในระยะยาวการแข่งขันน่าจะแข่งกันที่ตัวสินค้า
กับการตลาด และการจัด port สินค้า ให้โดนกลุ่มเป้าหมายครับ


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34043
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Sat Sep 22, 2012 9:58 am

ส.สลึง wrote:หน้าเวปสาขา karmart shop มี update แล้วครับ
ไปดูกันเลย...
http://dev.karmarts.co.th/shop/index.ph ... tion_id=17
สาขาเกินกว่า50บริษัทแล้ว


Plant
Verified User
Posts: 667
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:13 am

Re: KAMART

Posts by Plant » Sat Sep 22, 2012 12:39 pm

zz99 wrote:มีเพื่อนท่านใดพอให้ข้อมูลความแตกต่าง จุดแข็งและจุดอ่อน ของ Beauty เทียบกับ Kamart ได้บ้างครับ
ผมมองว่า 2 ตัวนี้มีกลยุทธ์ในการทำธุรกิจแตกต่างกันอยู่นะครับ ถึงจะเป็นการขายเครื่องสำอางเหมือนกัน
ลองเข้าไปดูข้อมูล Filling ของ Beauty ดูครับ....^^)


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 22, 2012 9:36 pm

ไปเดินร้าน watson
เห็นมีเจลขัดหน้ากลิ่นผลไม้ขาย
ยี่ห้อก็ไม่คุ้น

ทีแรกไม่รู้ หยิบมาดู
อืม คู่แข่งเหรอะ
พอพลิกไปอ่านรายละเอียด
อ่าว ของ karmarts นี่ฟ่า :)


plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Sun Sep 23, 2012 12:01 am

zz99 wrote:ขอบคุณครับ คุณ plern074 ขออนุญาติถามต่อ ผมเข้าใจถูกมั้ยว่า แสดงว่าเรื่องคุณภาพ สินค้าบางตัวยังไม่สามารถตอบได้ว่าคุณภาพได้เท่าที่ผลิตในเกาหลี (อาจดีกว่าหรือแย่กว่า) และมีมาตรฐานรวมถึงวัตถุดิบที่น่าจะต่างกันบ้างไม่มากก็น้อย แม้แต่ made in korea ยังอาจผลิตที่จีนได้ด้วย
ไม่ได้เข้ามานาน กลับมาตอบข้อนี้นิดนึงนะคะ
คุณภาพสินค้าและมาตรฐานวัตถุดิบ เราว่าถึงจะเป็นจีน ตอนนี้ในวงการเครื่องสำอางน่าจะได้รับการยอมรับพอสมควรนะคะ ถ้าคุณภาพหรือมาตรฐานไม่ถึง แบรนด์ฝั่งตะวันตกก็คงไม่กล้าย้ายฐานการผลิต แม้ว่าค่าแรงจะถูกกว่า
ส่วนการยกระดับสินค้าที่เป็นการผลิตในจีนนั้น ตอนนี้ด้วยการประทับคำว่า
"Formulated in Korea" แค่นี้ก็ขายได้แล้วค่ะ ไม่ว่าจะ Made in ประเทศอะไรก็ตาม :D


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 23, 2012 8:08 am

เรื่องของคนที่ไม่เชื่อมั่นสินค้าที่ทำในจีน
เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มครับ ซึ่งผมคิดว่า
เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย
ประเด็นคือ คนกลุ่มนี้มีกี่ %

ผมอ่านความเห็นตามเวปความสวยความงาม
บางทีก็ว่าสินค้าที่ทำในจีนไม่น่าไว้ใจ
จากนั้นก็บอกให้ลองสินค้าตัวอื่น
ที่มียี่ห้อคุ้มหู้คุ้นตา
แต่ผมก็พอรู้ว่าสินค้าตัวที่แนะนำที่ขายในไทย
ก็ผลิตในจีนเหมือนกัน

แรกๆ สินค้าในร้าน karmart ก็คงมีคำถามเยอะ
ลูกค้าพอใจบ้าง ไม่พอใจบ้าง
มันเป็นกันทุกยี่ห้อครับ ไม่ใช่เฉพาะ karmart

ส่วนตัวเชื่อว่าความเป็นเกาหลี
เป็นตัวกระตุ้นทำให้คนอยากลอง
ส่วนคุณภาพ จะทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำครับ


User avatar
mr_chai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 754
Joined: Fri Jan 22, 2010 3:02 pm

Re: KAMART

Posts by mr_chai » Sun Sep 23, 2012 10:33 am

IMG_4038.JPG
IMG_4038.JPG (56.4 KiB) Viewed 5051 times
IMG_4039.JPG
IMG_4039.JPG (63.29 KiB) Viewed 5051 times
เมื่อเช้าไป 7-11 เจอสินค้า KAMART และเจออีก 2 ยี่ห้อ Casanovy และ Snowgirl

" คนที่มีความสุขที่สุด ไม่จำเป็นต้องมีสิ่งที่ดีที่สุด เพียงรู้จักพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
เขาก็จะกลายเป็นคนที่มีความสุขที่สุด "

วอเรนท์ บัฟเฟต

BLSH
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1096
Joined: Sun Jan 17, 2010 2:07 pm

Re: KAMART

Posts by BLSH » Sun Sep 23, 2012 11:44 am

ขอแชร์ไอเดียเกี่ยวกับ value chain ของ kamart คร่าวๆ ในที่นี้ขอ focus ไปที่สินค้า Cathy ซึ่งเป็น house brand ของบริษัท

เพื่อให้ง่ายผมขอสรุปการไหลของ value chain ตามนี้นะครับ

R&D (outsource) -> Manufacturing (OEM) -> Logistic & distribution (in-house) -> Marketing (in-house) -> Channel (Karmarts shop, Distributor, Retailer, Modern trade) -> Customers

คำว่า formulated in korea ก็คือ R&Dนั่นเอง ซึ่งในที่นี้บริษัททำงานร่วมกับ partner ในเกาหลีสำหรับการคิดสูตรและส่วนผสม

ส่วนการผลิต ปัจจุบันเท่าที่ติดตาม สินค้า Cathy จะจ้าง OEM supplier ผลิต โดยมีฐานการผลิต 2 แห่งใหญ่ๆนั่นคือที่เกาหลีและจีน

สำหรับประเด็นที่หยิบขึ้นมาคือเรื่อง OEM ที่จีน ซึ่งอาจจะมีคนกังวล ประเด็นนี้ถ้าจะตีให้แตกจริงๆ Key ของมันอยู่ที่การ QC ครับ

ยกตัวอย่างง่ายๆ "Apple"

Apple มี in-house อยู่ 2 ส่วนจาก value chain ที่ยกมาคือ 1. R&D และ 2. Marketing

การผลิต ฐานใหญ่ๆของ Apple อยู่ในจีนแล้วค่อย Export กลับมายัง US สิ่งที่ Apple ทำและทำได้อย่างดีมากคือการ QC คุณภาพการผลิตให้เข้มงวด ซึ่ง pay off นั่นสูงมากเพราะคุ้มค่ากว่าการสร้างโรงงานเอง แค่จ้าง QC เก่งๆและ focus ในจุดนี้ให้มากๆ Apple ก็กลายเป็น cash machine อย่างที่เราทราบกันดี

กลับมาที่ Kamart ด้วย concept ของ value chain ที่เหมือนกับ Apple มากๆ (แต่ผมไม่ได้บอกว่า Kamart ดีเหมือน Apple นะครับ) สิ่งที่ผู้ถือหุ้นอย่างเราควรถามบริษัทคือ QC สินค้าที่จ้าง OEM supplier ในจีนผลิตได้ดีแค่ไหน

สรุปในขั้นต้นคือ การจ้างจีนผลิตไม่น่ากังวล ตราบใดที่สามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้ตรงตาม spec ที่บริษัทกำหนด

ในทางกลับกัน ข้อดี (อย่างที่เราทราบกัน) คือ ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานเอง (no capex -> good free cf) และยัง take benefit จากค่าแรงราคาถูกในจีนได้อีกด้วย

ดังนั้นจาก value chain ที่กล่าวมาข้างต้น marketing คือ "หัวใจไก่" ครับ

การสร้าง Brand credential ทั้งในส่วน Karmarts shop และ Cathy นั่นแหละที่จะทำให้ prospect customers กล้าลองสินค้า และถ้าความน่าเชื่อถือของ Karmarts และ Cathy ยืนอยู่ในจุดที่ผู้บริโภคมั่นใจแล้ว จะผลิตที่ไหน จีนหรือเกาหลีหรือเวียดนาม ก็ไม่สำคัญครับ เพราะมีคุณภาพของ Kamarts และ Cathy ค้ำประกันอยู่

เห็น kamart เน้นการทำ marketing และ ค่อยๆสร้าง brand ไปเรื่อยๆก็อยู่ใน strategy ที่ผมมองว่าบริษัท "มาถูกทางแล้ว"

สุดท้าย ต้องบอกว่าโชคดีมากๆที่ Beauty community มาออก IPO ปีนี้ เพราะถ้ามาเร็วกว่านี้คนคงเข้าใจ kamart ตั้งแต่ปีที่แล้วและคงไม่สามารถซื้อบริษัทได้ในราคา super cheap ในปีที่ผ่านมา

ลองดู cost structure ของ Beauty จะเห็นว่า GPM อยู่ที่ระดับ 60-70%

ปีที่แล้วมีหลายๆคนมองว่า GPM ของ kamart ที่ 50% นั้นยากที่จะ sustainable ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มี "benchmark" ในอุตฯให้เปรียบเทียบนั่นเอง ตรงนี้คนที่เข้าใจอุตฯได้ก่อนก็ได้เปรียบมหาศาล

พอมี Beauty มาเลยทำให้เห็น cost structure ได้ชัดขึ้น การที่ GPM ของ kamart ต่ำกว่า beauty ก็เพราะ value chain ของ beauty นั้นยาวไปถึง Retailer ด้วยคือเปิด shop เอง ส่วน kamart แบ่ง margin ให้ channel ระดับ 35-40% ดังนั้นพอขมวดโครงสร้างดูจึงเห็นได้ว่า 2 บริษัทนี้มี cost structure ไม่ต่างกันเลย

นั่นคือถ้า kamart เปิดเป็น compaby owned stores ก็จะมี margin ระดับ 65-70% ซึ่งเป็นระดับเดียวกับ Beauty นั่นเอง

แต่ kamart เลือกที่จะ franchising เนื่องจากจะช่วยให้ขยายสาขาได้เร็ว ใช้เงินน้อยกว่า และลดความเสี่ยง

ดังนั้นจึงอย่างแปลกใจเลยที่ kamart จะต้องมีทั้ง Shop, ตัวแทนจำหน่าย, และ modern trade นั่นก็เพราะบริษัทต้อง diversify ความเสี่ยงของ channel นั่นเอง

ถ้ามีแต่ shop ซึ่งเป็น franchise หมด วันหนึ่ง franchisee เกิดเบื่อและปิดร้านไปบริษัทก็เสี่ยงมหาศาล เหตุผลนี้นี่เอง kamart จึงต้อง diversify ด้วยการมีหลายๆ channel

Bottom line ของเรื่องนี้ก็คือ ถ้า kamart ประสบความสำเร็จ shareholder ก็เหมือนนั่งทับ"เครื่องผลิตเงินสด"ชั้นดีนั่นเอง

คหสต ล้วนๆครับ แต่เหตุผลทั้งหมดนี่แหละที่ทำให้ผมตัดสินใจลงทุนในบริษัท

สำหรับท่านอื่นๆ โปรดใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และก็โชคดีนะครับ :)

You get recessions, you have stock market declines. If you don't understand that's going to happen, then you're not ready, you won't do well in the markets. - Peter Lynch

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 23, 2012 1:11 pm

ตูดผมใหญ่นะ :ep:


MrRobot
Verified User
Posts: 1291
Joined: Fri Dec 07, 2007 9:06 pm

Re: KAMART

Posts by MrRobot » Sun Sep 23, 2012 8:43 pm

ส.สลึง wrote:ตูดผมใหญ่นะ :ep:
ช่วยขยายความหน่อยสิครับ ไม่ทราบว่าหมายถึงกลยุทธอะไรครับ :?:

VI Robot The Great

KriangL
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1461
Joined: Sat Mar 14, 2009 8:46 pm

Re: KAMART

Posts by KriangL » Sun Sep 23, 2012 8:52 pm

MrRobot wrote:
ส.สลึง wrote:ตูดผมใหญ่นะ :ep:
ช่วยขยายความหน่อยสิครับ ไม่ทราบว่าหมายถึงกลยุทธอะไรครับ :?:
คงพูดถึงข้อความของคุณ BLSH เรื่อง นั่งทับ"เครื่องผลิตเงินสด" ครับ


Tarzann
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2010
Joined: Sat May 03, 2008 12:31 pm

Re: KAMART

Posts by Tarzann » Sun Sep 23, 2012 9:03 pm

ส.สลึง wrote:ไปเดินร้าน watson
เห็นมีเจลขัดหน้ากลิ่นผลไม้ขาย
ยี่ห้อก็ไม่คุ้น

ทีแรกไม่รู้ หยิบมาดู
อืม คู่แข่งเหรอะ
พอพลิกไปอ่านรายละเอียด
อ่าว ของ karmarts นี่ฟ่า :)
มีครีมอาบน้ำผสมผงทองคำ ยี่ห้อCathy ด้วย


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 23, 2012 10:44 pm

KriangL wrote:
MrRobot wrote:
ส.สลึง wrote:ตูดผมใหญ่นะ :ep:
ช่วยขยายความหน่อยสิครับ ไม่ทราบว่าหมายถึงกลยุทธอะไรครับ :?:
คงพูดถึงข้อความของคุณ BLSH เรื่อง นั่งทับ"เครื่องผลิตเงินสด" ครับ
ผมแซวเล่นครับ
อารมณ์ประมาณว่าชอบนั่งเบาะกว้าง


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 24, 2012 5:52 pm

Clearance Sale คร๊าบบบบ :)

Image


zz99
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Mon Sep 24, 2012 7:45 pm

สรุปได้ว่าไม่มีปัญหา Made in china --> Formulated in Korea --> Sell in Thailand :D

แล้วเพื่อนๆ คิดว่า สุดท้าย Kamart จะพยายามขยายตลาดขึ้นมาเล่นลูกค้าระดับกลาง ถึงกลางบน อย่างจริงจังมั้ย แล้วจะมีกลยุทธ์อย่างไรเพื่อให้ถึงจุดนั้น ผมเองยังมองไม่ออก อาจต้องปรับโฉมร้านค้าและแบรนด์เป็นรูปลักษณ์ใหม่เลย เพราะ สีชมพูหวานแหววแบบปัจจุบันไม่น่าผ่าน ส่วนสินค้าคงเปลี่ยนหรือเพิ่ม line ไม่ยาก แต่ก็อาจจะทำให้ position ไม่ชัดเจน หรือว่าจะเน้นอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปเรื่อยๆ

The miracle of compounding,

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 24, 2012 10:38 pm

zz99 wrote:สีชมพูหวานแหววแบบปัจจุบันไม่น่าผ่าน
แหววๆ นี่แหละครับ โดน !!!


User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: KAMART

Posts by HorseVision » Mon Sep 24, 2012 11:54 pm

ส.สลึง wrote:
zz99 wrote:สีชมพูหวานแหววแบบปัจจุบันไม่น่าผ่าน
แหววๆ นี่แหละครับ โดน !!!
เด่นสะดุดตา ผมชอบ นักธุรกิจประเทศข้างๆ เลยมาติดต่อซื้อสิทธิไปขยาย 100-200 สาขาที่ประเทศตัวเอง หวังจะสามารถเจรจากันลงตัวด้วยครับ

และคิดว่า segment เดิม ผมว่าเหมาะสมอยู่แล้วครับ สินค้าราคาย่อมเยา ผมว่าก็เป็น mege trend นะครับ เป็นเหมือนกันทั่วโลกด้วย :D

Facts are better than opinions

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Tue Sep 25, 2012 12:03 am

HorseVision wrote:นักธุรกิจประเทศข้างๆ เลยมาติดต่อซื้อสิทธิไปขยาย 100-200 สาขาที่ประเทศตัวเอง หวังจะสามารถเจรจากันลงตัวด้วยครับ
รบกวนสอบถามคุณ HorseVision ครับ

ว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งใด และ
ประเทศข้างๆ หมายถึงประเทศ...
ข้างซ้าย หรือว่าประเทศข้างขวา
ข้างบน หรือว่าข้างล่างครับ :roll:


User avatar
HorseVision
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 513
Joined: Wed Feb 08, 2006 3:56 pm

Re: KAMART

Posts by HorseVision » Tue Sep 25, 2012 11:04 am

ส.สลึง wrote:
HorseVision wrote:นักธุรกิจประเทศข้างๆ เลยมาติดต่อซื้อสิทธิไปขยาย 100-200 สาขาที่ประเทศตัวเอง หวังจะสามารถเจรจากันลงตัวด้วยครับ
รบกวนสอบถามคุณ HorseVision ครับ

ว่าได้ข้อมูลมาจากแหล่งใด และ
ประเทศข้างๆ หมายถึงประเทศ...
ข้างซ้าย หรือว่าประเทศข้างขวา
ข้างบน หรือว่าข้างล่างครับ :roll:
จากรายการ money talk 26 สค 55 ครับ
http://www.dcs-digital.com/moneychannel ... 2012-08-26
ลองดูและฟัง คิดวิเคราะห์ดีๆ นะครับ ในสิ่งที่ ผบห พูดไว้ ความสำคัญระหว่างการปั้น ช่องทางจัดจำหน่าย vs แบรนด์สินค้าของตัวเอง เป็นสองสิ่งที่จะทำควบคู่กันไป ผมว่ามันคือทิศทางของธุรกิจนี้ครับ

Facts are better than opinions

zz99
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Tue Sep 25, 2012 7:23 pm

สีหวานแหววที่ผมว่าไม่น่าผ่าน หมายถึง สำหรับตลาดระดับกลางถึงบนครับ อันนี้เป็นเพียงความเห็นเท่าที่ได้สอบถามเพื่อนๆ และคนรู้จัก พวกที่เลยวัยนศ.ขี้นมา พอมีกะตัง ส่วนใหญ่พูดเหมือนกันหมดว่า kamart เคยได้ยินแต่ไม่ใช้เพราะภาพลักษณ์ค่อนข้างติดกับลูกค้าระดับกลางล่างพอสมควร โดยเฉพาะสี เห็นร้านแล้วหลายคนก็ไม่กล้าหรือไม่อยากเข้าแล้ว

ปล.ถ้า trend ผู้ชายจะมาสำอางเหมือนเกาหลี ผมว่าร้านสีนี้ผู้ชายส่วนใหญ่คงไม่กล้าเข้า อย่างดีคงต้องติดเพื่อนผู้หญิงเข้าไปกันอายด้วย :D

The miracle of compounding,

Post Reply