KAMART

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 289
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: KAMART

Posts by KUGUAR » Mon Sep 10, 2012 10:01 pm

investment biker wrote:ข้อมูลบางอย่าง เช่น แผนการดำเนินธุรกิจ product strategy etc. ผมว่าเป็นความลับของบริษัทนะครับ เปิดเผยเยอะไป เดี๋ยวคู่แข่งรู้หมด จะส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นเองนะครับ
อย่ากังวลเกินไปเลยครับ อ่านดูก็ไม่ได้มีอะไรมาก ผมคิดว่าผู้อยู่ในธุรกิจเดียวกัน เวลาทำแผนรายปี หรือ medium term ก็list พวกนี้ออกมาเยอะ และคงซ้ำๆกับแนวนี้นะครับ เพียงแต่ว่าใครจะเลือกทำอะไรให้เข้ากับจุดแข็งหรือสถานะการณ์ของตัวเองได้ดีกว่ากัน อีกทั้งก็ต้องมีรายละเอียดในทางปฏิบัติอีกเยอะแยะ แล้วแต่มุมมองนะครับ แต่ถ้าผมเป็นคู่แข่ง ไม่มีประเด็นอะไรให้ตื้นเต้นเลยครับ


investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Re: KAMART

Posts by investment biker » Mon Sep 10, 2012 10:09 pm

ส.สลึง wrote:อะไรที่ยังไม่เกิด ก็เผื่อไปว่ายังไม่มีแล้วกัน
เลือกเฉพาะที่เห็นๆ จับต้องได้ดีกว่าครับ
โครงการในอนาคตยังลอยอยู่บนฟ้า
เอาแค่ที่ขายอยู่ใน 7-11 ก่อนดีกว่าครับ
เดิม shop ขายสินค้าประเภทซองอยู่
ซองละ 50 กว่าบาท แต่พอมาขายใน 7-11
ขายซอง 20-25 บาท ไม่รู้ margin จะลดลงมั๊ย ?
พี่สองสลึง ผมว่าบริษัทเค้าคงไม่อยากบอกเรื่อง pricing strategy ในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย แต่เท่าที่ผมศึกษามา อุตสาหกรรมนี้ margin ดี ผู้หญิงชอบใช้อารมณ์ตัดสินใจ หากขายถูกไป มักจะคิดว่าสินค้าไม่ดี ลองดู filing ของ beauty buffett ประกอบ น่าจะช่วยให้เห็นภาพในอุตสาหกรรมนี้ได้มากขึ้นครับ
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fi ... type_id=01

In search of super stocks

KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 289
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: KAMART

Posts by KUGUAR » Mon Sep 10, 2012 10:23 pm

KUGUAR wrote:
investment biker wrote:ข้อมูลบางอย่าง เช่น แผนการดำเนินธุรกิจ product strategy etc. ผมว่าเป็นความลับของบริษัทนะครับ เปิดเผยเยอะไป เดี๋ยวคู่แข่งรู้หมด จะส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นเองนะครับ
อย่ากังวลเกินไปเลยครับ อ่านดูก็ไม่ได้มีอะไรมาก ผมคิดว่าผู้อยู่ในธุรกิจเดียวกัน เวลาทำแผนรายปี หรือ medium term ก็list พวกนี้ออกมาเยอะ และคงซ้ำๆกับแนวนี้นะครับ เพียงแต่ว่าใครจะเลือกทำอะไรให้เข้ากับจุดแข็งหรือสถานะการณ์ของตัวเองได้ดีกว่ากัน อีกทั้งก็ต้องมีรายละเอียดในทางปฏิบัติอีกเยอะแยะ แล้วแต่มุมมองนะครับ แต่ถ้าผมเป็นคู่แข่ง ไม่มีประเด็นอะไรให้ตื้นเต้นเลยครับ
แต่ถ้าในมุมมอง ผถห ก็ดีที่จะมีอะไรใหม่ๆ เพื่อการเติบโต สะดุดนิดเดียวเองว่า คลินิค by Karmart นี่ ไม่รู้ว่า ถ้าจะเปิดจริง จะเป็นช่วงไหน จะเร็วไปหรือเปล่า แล้ว competency ของKarmart ด้านคลินิค อยู่ตรงไหน จะสร้างจุดขายได้อย่างไรอ่ะครับ อยากเห็นการเพิ่ม SKU ใน 7-11, Big-C, Lotus , etc หรือเปิดหน้าร้าน modern trade อื่นๆเพิ่ม อีกมากกว่า


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35891
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Mon Sep 10, 2012 10:24 pm

investment biker wrote:
ส.สลึง wrote:อะไรที่ยังไม่เกิด ก็เผื่อไปว่ายังไม่มีแล้วกัน
เลือกเฉพาะที่เห็นๆ จับต้องได้ดีกว่าครับ
โครงการในอนาคตยังลอยอยู่บนฟ้า
เอาแค่ที่ขายอยู่ใน 7-11 ก่อนดีกว่าครับ
เดิม shop ขายสินค้าประเภทซองอยู่
ซองละ 50 กว่าบาท แต่พอมาขายใน 7-11
ขายซอง 20-25 บาท ไม่รู้ margin จะลดลงมั๊ย ?
พี่สองสลึง ผมว่าบริษัทเค้าคงไม่อยากบอกเรื่อง pricing strategy ในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย แต่เท่าที่ผมศึกษามา อุตสาหกรรมนี้ margin ดี ผู้หญิงชอบใช้อารมณ์ตัดสินใจ หากขายถูกไป มักจะคิดว่าสินค้าไม่ดี ลองดู filing ของ beauty buffett ประกอบ น่าจะช่วยให้เห็นภาพในอุตสาหกรรมนี้ได้มากขึ้นครับ
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fi ... type_id=01
แต่จากข้อมูลใน filling ของ beauty buffet เขาประเมินว่ามีมูลค่าตลาด และ market share มากกวผา KAMART นะครับ


investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Re: KAMART

Posts by investment biker » Mon Sep 10, 2012 10:58 pm

pakapong_u wrote:
investment biker wrote:
ส.สลึง wrote:อะไรที่ยังไม่เกิด ก็เผื่อไปว่ายังไม่มีแล้วกัน
เลือกเฉพาะที่เห็นๆ จับต้องได้ดีกว่าครับ
โครงการในอนาคตยังลอยอยู่บนฟ้า
เอาแค่ที่ขายอยู่ใน 7-11 ก่อนดีกว่าครับ
เดิม shop ขายสินค้าประเภทซองอยู่
ซองละ 50 กว่าบาท แต่พอมาขายใน 7-11
ขายซอง 20-25 บาท ไม่รู้ margin จะลดลงมั๊ย ?
พี่สองสลึง ผมว่าบริษัทเค้าคงไม่อยากบอกเรื่อง pricing strategy ในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย แต่เท่าที่ผมศึกษามา อุตสาหกรรมนี้ margin ดี ผู้หญิงชอบใช้อารมณ์ตัดสินใจ หากขายถูกไป มักจะคิดว่าสินค้าไม่ดี ลองดู filing ของ beauty buffett ประกอบ น่าจะช่วยให้เห็นภาพในอุตสาหกรรมนี้ได้มากขึ้นครับ
http://capital.sec.or.th/webapp/corp_fi ... type_id=01
แต่จากข้อมูลใน filling ของ beauty buffet เขาประเมินว่ามีมูลค่าตลาด และ market share มากกวผา KAMART นะครับ
ที่ผมสื่อให้ดูคือ margin อุตสาหกรรมนี้สูงครับ ลองดู beauty buffet ประกอบ ส่วน market share หรือยอดขาย ที่ผ่านมา beauty buffet มากกว่า karmart แต่อย่าลืมว่า beauty buffet ทำมา 10 กว่าปีแล้ว karmart เพิ่งเริ่มได้ 2 ปีกว่าเอง :B

In search of super stocks

plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Mon Sep 10, 2012 11:18 pm

ส.สลึง wrote:ห้องอบรมใหญ่มั๊ยครับ
เผื่อวันหลังอาจจะเสนอให้จัด visit
ห้องอบรมจริงๆ อยู่ชั้นบน ตอนนี้กำลังปรับปรุงใหม่อยู่ค่ะ ตกแต่งห้องและทาสีอยู่
จึงได้เข้าอบรมที่ห้องเล็กชั้นล่างค่ะ

สำหรับความเห็นอื่นๆ ที่มีต่อความเห็นของเรานั้น ขอตอบรวมๆ เลยละกันนะคะ
เรารู้และเข้าใจว่าแผนการดำเนินธุรกิจ หรือพวก Strategy ต่างๆ ควรเป็นความลับภายในบริษัทก็จริง
แต่การที่ทางคาร์มาร์ทเองนำมาเปิดเผยนั้นก็แปลว่ามันน่าจะสามารถเปิดเผยได้ จึงได้นำมาบอกต่อกันค่ะ เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์
แต่ก็ได้บอกไปตั้งแต่ย่อหน้าแรกแล้วว่าไม่ทราบเหมือนกันว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ หรือจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

อย่างเรื่องคลินิกผิวหนังเนี่ย ทราบมาจากทางคุณชลธิดาตั้งแต่ช่วงที่คาร์มาร์ทเริ่มธุรกิจแฟรนไชส์ใหม่ๆ แล้วค่ะ
คุณชลธิดาเองเล่าให้ฟังว่าคาร์มาร์ทก็สนใจเปิดเป็นคลินิกผิวหนังเพราะได้คุยกับทางเกาหลีไว้ แต่คงต้องรอโอกาสและเวลาที่เหมาะสม
เพราะฉะนั้นเราเลยคิดว่า ประเด็นอื่นๆ ก็คงเหมือนกัน คือบริษัทมีแผนว่าจะทำ แต่ทำได้หรือเปล่า ทำได้เมื่อไหร่ บอกไม่ได้แน่นอน
เพียงแต่มันก็ทำให้เรารู้และมองเห็นวิสัยทัศน์และอนาคตของกิจการได้ในระดับนึงนะคะ

อีกเรื่องนึงที่ทราบมาและยังอยากขอความเห็นจากคนอื่นๆ ด้วยก็คือ ปัจจุบัน karmarts shop มีฐานข้อมูลลูกค้าเพียงแค่ 20000 รายชื่อเท่านั้นตลอดระยะเวลา 2 ปีที่เริ่มธุรกิจ ทำให้การจัดโปรโมชั่นหรือการดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อที่ร้านเป็นไปได้ยากมาก ปัญหาจากทางหน้าร้านเองไม่ค่อยขอข้อมูลลูกค้า
รู้สึกว่าถ้ามองให้เป็นข้อเสียก็คือ ฐานลูกค้าเก่าเราค่อนข้างน้อย การขายสินค้ายังอยู่ในวงจำกัด แต่ถ้ามองให้เป็นโอกาสก็แปลว่าเราสามารถขยายฐานลูกค้าสมาขิก หรือลูกค้าประจำให้เพิ่มขึ้นได้อีกเยอะมาก
ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคิดถูกหรือเปล่า


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 10, 2012 11:21 pm

ยังไม่ได้ดูรายละเอียด เพราะตอนนี้ง่วงมาก
แต่เดาว่า beauty buffet น่าจะ margin ดีกว่า
เพราะทำค้าปลีกมีหน้าร้าน ผิดกะ karmart ที่ขายส่ง

ก่อนหน้านี้ ช่วงประมาณต้นปี
ผมคุ้นๆ ว่าเห็น beauty buffet ลง catalog 7 อยู่พักนึง
แต่ตอนนี้เล่มล่าสุดหายไปแล้วครับ


plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Mon Sep 10, 2012 11:27 pm

อีกอย่างก็คือ ทางฝ่ายอบรมเองก็บอกเราว่า เรื่องเหล่านี้ผู้ประกอบการหลายๆ ท่านก็คงทราบแล้ว
แต่บังเอิญว่าสำหรับเรา มันเป็นเรื่องใหม่ เพราะไม่ได้ติดตามศึกษาหุ้นตัวนี้มาสักพักแล้ว วุ่นเรื่องเปิดร้านอยู่น่ะค่ะ
เราเลยคิดว่ามันก็คงนำมาเผยแพร่ได้ ไม่น่าจะเสียหายอะไร :shock:


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 10, 2012 11:31 pm

ขอบคุณคุณ plern074 มากครับ
ตอนนี้ธุรกิจอยู่ในช่วงตั้งไข่
อะไรๆ มันก็ไม่เป๊ะครับ
คงต้องปรับๆ แก้ๆ กันไป

เรื่องฐานข้อมูลสมาชิก ทำไม่ง่ายครับ
ผมเห็นหลายที่ ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจริงจัง

แต่ถ้าคุณ plern074 มีโอกาสเจอคุณชลธิดา
ผมเสนองี้ครับ ว่าคนที่มีบัตรสมาชิก
ให้นำเลขที่บัตร ไปลงทะเบียนบนเวป
เพื่อแลกกะบริการ หรืออะไรสักอย่าง
ที่จะจัดส่งไปให้ถึงที่บ้าน ฯลฯ

ว่าแต่.. คุณ plern074 เปิดร้านอยู่ที่ไหนครับ
เผื่อมีโอกาส จะได้แวะไปอุตหนุนนะครับ


plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Mon Sep 10, 2012 11:36 pm

ขอบคุณ คุณ ส.สลึง ค่ะ สำหรับความเห็น
ร้านยังไม่เปิดค่ะ แต่ใกล้จะเปิดในเร็วๆ นี้แล้ว
ถ้าเปิดย้อนกลับไปดูหน้าก่อนๆ ก็คงพอจะเดาได้ค่ะว่าสาขาไหน :wink:


warlord
Verified User
Posts: 269
Joined: Tue Jul 13, 2010 6:13 pm

Re: KAMART

Posts by warlord » Tue Sep 11, 2012 3:24 pm

KAMART วิ่งแล้ว 82% สะท้อนผลการดำเนินงานโตโดดเด่น

วันอังคารที่ 11 กันยายน 2555 เวลา 13:11:20 น.
ผู้เข้าชม : 262 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานราคาหุ้น บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) KAMART ปิดตลาดเช้าบวก 0.05 บาท หรือ 0.63% มาที่ 7.95 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 19.65 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมลบ 0.32% ทั้งนี้ ราคาหุ้น KAMART ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ส.ค. ที่ระดับราคา 7.30 บาท มาแตะที่ระดับราคา 7.95 บาท ในวันนี้

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า นับตั้งแต่ปี 55 ราคาหุ้น KAMART ขึ้นมาแล้วทั้งสิ้น 82% สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่น แต่หากประเมินจากแผนการขยายสาขาที่ก้าวกระโดด พฤติกรรมผู้บริโภคที่กลับมาเน้นผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และเพื่อสุขภาพ คาด KAMART จะทำกำไรสุทธิ 195 ล้านบาทในปีนี้ จาก 109 ล้านบาทในปี 54 และขยับขึ้นเป็น 261 ล้านบาทในปีหน้า หากประเมินมูลค่าด้วย PEG ระดับ 0.70-0.75 เท่า ในปี 56 ราคาเหมาะสมที่ 10-11 บาท หรือคิดเป็น PER13 ที่ 24-26x พร้อมกับผลตอบแทนจากเงินปันผลงวดเฉลี่ย 4.0% ต่อปี

ขณะที่ ณ สิ้นปี 54 KAMART มีขาดทุนสะสม 335 ล้านบาท ทั้งนี้ KAMART ได้มีการปรับปรุงรายการทางบัญชี ณ สิ้นไตรมาส 1/55 ทำให้รายการดังกล่าวกลับมาเป็นกำไรสะสม พร้อมกับการกลับมาจ่ายเงินปันผลได้อีกครั้ง งวดปี 55 โดยครึ่งแรกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น 0.10 บาท/หุ้น เราคาดเงินปันผลงวดปี 55 เท่ากับ 0.21 บาท และขยับขึ้นเป็น 0.24 บาท ในปี 56 จะเห็นว่าผลตอบแทนจากเงินปันผลจะขยับขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่รายการปรับปรุงดังกล่าวจะยังไม่มีผลต่อภาษีจ่าย คาดว่าปี 56 KAMART จึงจะกลับมาจ่ายภาษีตามปกติที่ 20%

http://www.kaohoon.com/online/45583/twitter.htm


KriangL
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1468
Joined: Sat Mar 14, 2009 8:46 pm

Re: KAMART

Posts by KriangL » Tue Sep 11, 2012 4:43 pm

ไฟล์บทวิเคราะห์ในข่าวข้างบนจาก MBKET ครับ
http://kelive.maybank-ke.co.th/KimEng/s ... 757&lang=2


zz99
Verified User
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Wed Sep 12, 2012 9:59 am

ประเด็นที่สงสัยและยังคาใจเกี่ยวกับสินค้า kamart?
โดยเฉพาะสินค้าแม่เหล็กที่มาจาก เกาหลี และ แบรนด์ที่ทำเอง Cathy doll+ คือ

1. สินค้ามีการผลิตหลักๆ จากแหล่งใด ที่สำคัญ คุณภาพเทียบเท่าหรือด้อยกว่าสินค้าเกาหลีเอง
2. ถ้าคุณภาพเทียบเท่า จะมีวิธีการตลาดอย่างไรที่จะสื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้า เนื่องจากเป็นคำถามยอดฮิตที่ได้ยินได้ฟังมาตลอดซึ่งดูแล้วก็ยังไม่ชัดเจน (ต้องขออภัยหากมีการชี้แจงประเด็นคำถามนี้ไปแล้ว แต่ในแง่ผู้บริโภคดูยังคลุมเคลืออยู่)

เนื่องจากระยะยาว แบรนด์จะโตและแข็งแกร่งได้ ผมเชื่อว่าหัวใจหลัก คุณภาพและความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

The miracle of compounding,

plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Thu Sep 13, 2012 10:08 am

zz99 wrote:ประเด็นที่สงสัยและยังคาใจเกี่ยวกับสินค้า kamart?
โดยเฉพาะสินค้าแม่เหล็กที่มาจาก เกาหลี และ แบรนด์ที่ทำเอง Cathy doll+ คือ

1. สินค้ามีการผลิตหลักๆ จากแหล่งใด ที่สำคัญ คุณภาพเทียบเท่าหรือด้อยกว่าสินค้าเกาหลีเอง
2. ถ้าคุณภาพเทียบเท่า จะมีวิธีการตลาดอย่างไรที่จะสื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่นในตัวสินค้า เนื่องจากเป็นคำถามยอดฮิตที่ได้ยินได้ฟังมาตลอดซึ่งดูแล้วก็ยังไม่ชัดเจน (ต้องขออภัยหากมีการชี้แจงประเด็นคำถามนี้ไปแล้ว แต่ในแง่ผู้บริโภคดูยังคลุมเคลืออยู่)

เนื่องจากระยะยาว แบรนด์จะโตและแข็งแกร่งได้ ผมเชื่อว่าหัวใจหลัก คุณภาพและความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
1. สินค้าแม่เหล็กที่มาจากเกาหลี ก็ผลิตที่เกาหลีเลยค่ะ
ส่วนแบรนด์ที่ผลิตจากจีน ก็มีอยู่เช่นกัน แต่ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้เครื่องสำอางแบรนด์ยุโรป ก็กระจายฐานการผลิตมาที่จีนแล้ว เพราะคุณภาพดี ค่าแรงถูกกว่า แต่แบรนด์ดังๆ เหล่านั้นอาจจะให้จีนผลิตเฉพาะตัวครีมและขวดหรือกระปุก หลังจากนั้นจึงส่งกลับบริษัทแม่เพื่อบรรจุลงกล่อง ก็จะสามารถตีประทับ Made in France หรือ Made in USA ได้ ส่วนที่ประทับ Made in PRC ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือ Maybelline ที่วางจำหน่ายในไทยค่ะ
ทางคาร์มาร์ทเมื่อนำเข้าสินค้าที่ผลิตในจีน ก็นำเข้ามาโดยตรง จึงเป็น Made in China ไม่ได้แยกผลิตเฉพาะขวดครีม แล้วมาบรรจุลงกล่องเพื่อ Made in Thailand ทั้งที่จริงๆ แล้วสามารถทำได้
สำหรับสินค้าแบรนด์ Cathy Doll นั้น ผลิตที่เกาหลีค่ะ ประทับ Made in Korea โดยให้ห้องปฏิบัติการที่เกาหลีช่วยคิดวิเคราะห์สูตรให้ และอาจจะส่งตัวอย่างมาทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างที่ไทย

2. อันนี้เราเห็นด้วยค่ะ การตลาดเรื่องการนำเสนอสินค้าเหมือนจะยังไม่มีจุดยืนที่ชัดเจน ยังดึงเอกลักษณ์รวมๆ ของร้านทั้งหมดออกมาไม่ได้ ซึ่งคงเป็นปัญหาในการนำเสนอแบรนด์ให้ลูกค้าด้วยค่ะ


zz99
Verified User
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Thu Sep 13, 2012 12:16 pm

ขอบคุณครับ คุณ plern074 ขออนุญาติถามต่อ ผมเข้าใจถูกมั้ยว่า แสดงว่าเรื่องคุณภาพ สินค้าบางตัวยังไม่สามารถตอบได้ว่าคุณภาพได้เท่าที่ผลิตในเกาหลี (อาจดีกว่าหรือแย่กว่า) และมีมาตรฐานรวมถึงวัตถุดิบที่น่าจะต่างกันบ้างไม่มากก็น้อย แม้แต่ made in korea ยังอาจผลิตที่จีนได้ด้วย

The miracle of compounding,

warlord
Verified User
Posts: 269
Joined: Tue Jul 13, 2010 6:13 pm

Re: KAMART

Posts by warlord » Thu Sep 13, 2012 9:20 pm

BIG LOT: วันนี้ MINT มูลค่าสูงสุด 1,056.25 ลบ.ราคาเฉลี่ย 15.50 บ./หุ้น
Source - IQ ข่าวหุ้น
Thursday, 13 September 2012 17:06
ปิดตลาดหุ้นไทยวันนี้ พบมีการซื้อขายบิ๊กล็อต 20 หลักทรัพย์ 63 รายการ
พบ MINT มีมูลค่าสูงสุด 1,056.25 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 15.50 บาท
รายงานหลังปิดทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันนี้
พบว่ามีการทำรายการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) จำนวน 20 หลักทรัพย์ 63 รายการ ดังนี้

หลักทรัพย์ รายการ จำนวนหุ้น มูลค่า ราคาเฉลี่ย ราคาพาร์
(พันบาท) (บาท)
MINT 8 68,143,100 1,056,246.67 15.50 1.00
TDEX 5 34,000,000 296,708.00 8.73 5.68
CPALL 2 4,330,240 150,905.63 34.85 1.00
PTT 3 433,400 141,823.29 327.23 10.00
KK 1 1,006,700 46,901.55 46.59 10.00
AP 1 4,200,000 34,860.00 8.30 1.00
BTS 2 5,860,000 32,799.76 5.60 4.00
STA-F 1 2,100,000 32,067.00 15.27 1.00
BBL-F 8 126,700 25,391.59 200.41 10.00
BAY-F 2 596,400 20,663.44 34.65 10.00
BEC 1 306,800 16,520.93 53.85 1.00
BAY 2 200,000 6,950.00 34.75 10.00
N-PARK 19 129,800,000 3,357.60 0.03 1.00
KAMART 1 359,300 3,000.16 8.35 0.60
AOT-F 1 30,000 2,235.00 74.50 10.00
CPALL-F 2 45,000 1,575.00 35.00 1.00
CPF-F 1 20,000 660.00 33.00 1.00
KTB 1 32,400 554.04 17.10 5.15
RATCH 1 8,800 422.40 48.00 10.00
LHK 1 25,000 82.50 3.30 1.00

หมายเหตุ: รวมตลาด MAI ด้วย
ที่มา: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Thu Sep 13, 2012 10:48 pm

ส่วนตัวมีความเชื่อว่า
การตลาด ทำให้ลูกค้าอยากลอง
และความพอใจ ทำให้ลูกค้าอยากซื้อซ้ำครับ

ส่วยในเรื่องของคุณภาพ ผมว่าวัดยากนะ
ความพอใจ น่าจะวัดง่ายกว่า


User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1490
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Re: KAMART

Posts by kotaro » Fri Sep 14, 2012 9:57 am

ส.สลึง wrote:ส่วนตัวมีความเชื่อว่า
การตลาด ทำให้ลูกค้าอยากลอง
และความพอใจ ทำให้ลูกค้าอยากซื้อซ้ำครับ

ส่วยในเรื่องของคุณภาพ ผมว่าวัดยากนะ
ความพอใจ น่าจะวัดง่ายกว่า
สิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทำให้เกิดความพอใจ นั่นก็คือคุณภาพ อย่างนึงนะครับ
ถ้ายึดตามคำจำกัดความของ คำว่า "Quality" ตามระบบคุณภาพ BS4778 หรือ ISO 8402

Quality หมายถึง the totality of features and characteristics of a product or services that bear on its ability to satisfy stated or implied need

:B

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1490
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Re: KAMART

Posts by kotaro » Fri Sep 14, 2012 10:35 am

มาชวนคุยครับ

BB กำลังจะเข้าตลาด ถ้าเปรียบเทียบกับ kamart ถึงแม้ ธุรกิจจะอยู่ใน industry เดียวกัน
แต่แนวทางการดำเนินธุรกิจก็มีความแตกต่างกัน

BB ดูใน filing มีทั้งหมด 100 กว่าสาขา มีขยายแบบ franchise แค่เพียง 6 สาขา โดยจะไม่มีการขาย franchise ต่อ เทียบกับ karmart ที่ขยายสาขาเกือบทั้งหมด เป็นแบบ franchise

น่าคิดและติดตามดูว่า bb/kamart ถึงเลือกกลยุทธ์ต่างกัน model ไหนจะดีกว่ากันครับ เพื่อนๆคิดว่าไงครับ

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

kimdohyon
Verified User
Posts: 28
Joined: Tue Aug 16, 2011 9:10 am

Re: KAMART

Posts by kimdohyon » Fri Sep 14, 2012 10:54 am

ขยายสาขาแบบfranchiseน่าจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นและธุรกิจมากกว่าในแง่เงินลงทุนนะครับ, BB เข้าตลาดตอนสาขาเยอะแล้วคงต้องดูว่าอนาคตบริษัทมีอะไรน่าสนใจ ถ้าเทียบกับคาร์มาร์ทที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นกิจการคงgrowthได้อีกเยอะ


warlord
Verified User
Posts: 269
Joined: Tue Jul 13, 2010 6:13 pm

Re: KAMART

Posts by warlord » Fri Sep 14, 2012 11:46 am

ผมมองเรื่องตัวผลิตภัณฑ์ครับ ซึ่งจุดเด่นของ karmarts คือ "เครื่องสำอางเกาหลี" แต่ยังไม่เห็นจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ของ BB


User avatar
Highway_Star
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 418
Joined: Fri Mar 20, 2009 8:07 am

Re: KAMART

Posts by Highway_Star » Fri Sep 14, 2012 12:41 pm

ถ้า BB หันมาทำแฟรนไชส์มากขึ้นล่ะครับ


zz99
Verified User
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Fri Sep 14, 2012 8:42 pm

การต่อยอดด้วยวิธีผลักดันธุรกิจเข้าสู่ระบบการขายแฟรนไชส์ไปยังผู้สนใจจึงเป็นแนวทางที่สามารถทำได้ในทันทีสำหรับผู้ประกอบการที่มีกิจการขนาดเล็กและต้องการเติบโตในอนาคต ซึ่งข้อดีของการนำธุรกิจมาขายในระบบแฟรนไชส์มีดังต่อไปนี้

ขายแฟรนไชส์มีกำไรเท่าตัว
สิ่งที่สามารถมองเห็นและจับต้องได้อย่างเด่นชัดที่สุดของการนำธุรกิจมาขายในตลาดแฟรนไชส์คงหนีไม่พ้นในเรื่องผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้น เพราะการขยายธุรกิจด้วยระบบแฟรนไชส์สามารถสร้างอัตราการเติบโตได้แบบทวีคูณ ซึ่งผู้ประกอบการจะมีรายได้เข้ามาในกระเป๋าอย่างน้อยเกือบหนึ่งเท่าตัวต่อการขายแฟรนไชส์ให้กับลูกค้าหนึ่งเจ้าเลยทีเดียว โดยรายรับจะมาจากค่าแฟรนไชส์ที่เปรียบเสมือนเป็นค่าธรรมเนียมแรกเข้าซึ่งจะมีมูลค่าพอสมควรขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการจะกำหนด ค่าอุปกรณ์ร้านค้า และตกแต่ง (บางครั้งอาจให้เช่าแทนการขายขาด)

ขายแฟรนไชส์ลดความเสี่ยง
เมื่อขายสิทธิ์แฟรนไชส์แล้ว เรายังได้ค่าขายสินค้าและปัจจัยไปสู่สมาชิกซึ่งถือเป็นรายรับที่เรียกเก็บได้ในระยะยาว จึงเป็นที่จะโอกาสได้รับเงินก้อนั้นได้โดยที่ไม่ต้องลงทุนขยายสาขาตั้งร้านเองให้เหนื่อยและเสียเวลาในการโปรโมต อีกทั้งผู้ประกอบการยังไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องภาระการขาดทุนหากสาขาใหม่ไปไม่รอดอีกด้วย

แฟรนไชส์ลดต้นทุนต่อหน่วย
การที่ผู้ประกอบการใช้ระบบแฟรนไชส์ในการดำเนินธุรกิจจะส่งผลให้ยอดการผลิตเพิ่มสูงขึ้น อันเนื่องมาจากยอดสั่งซื้อที่สูงขึ้นตามจำนวนสมาชิก เราจึงจำเป็นต้องป้อนสินค้าไปยังเครือข่ายสมาชิกแฟรนไชส์ของตนให้ครบทุกคน ซึ่งยอดการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นถือเป็นอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายปัจจัยการผลิตได้เป็นอย่างดี สามารถขอส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์หรือขอลดราคาต่อหน่วยให้ถูกลงได้เพราะสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ผู้ขายสินค้าปัจจัยการผลิตมักไม่มีปัญหาเรื่องนี้มากนักและมักยอมลดราคาให้เสมอเพราะได้ยอดสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก ต้นทุนที่ถูกลงหมายถึงผลกำไรที่มากขึ้นนั่นเอง

แฟรนไชส์โฆษณาตัวเองได้
ปัจจุบันธุรกิจกับการโฆษณาถือเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันอยู่ตลอด นักการตลาดหลายคนทราบดีและมักใช้วิธีโฆษณาเป็นตัวกระตุ้นยอดขายอยู่เสมอ แต่การโฆษณามีราคาที่ต้องจ่ายเป็นไม่น้อยเลยหากต้องการจะเข้าถึงผู้บริโภค ดังนั้นการขยายสาขาด้วยการใช้กลไกเครือข่ายการขายแฟรนไชส์จึงเป็นการโฆษณาที่ไม่ต้องเสียเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ซึ่งผลของการโฆษณาผ่านร้านแฟรนไชส์จะได้ผลประสบความสำเร็จได้หากผู้ประกอบการลงไปวางเครือข่ายร้านค้าของสมาชิกให้ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ

แฟรนไชส์ไม่ต้องสร้างธุรกิจใหม่เพื่อต่อยอด
การต่อยอดธุรกิจด้วยวิธีการสร้างหรือเปิดแนวทางการทำธุรกิจขึ้นมาใหม่ทั้งหมดถือว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงและสิ้นเปลืองมาก อีกทั้งยังไม่มีอะไรเป็นสิ่งรับประกันความสำเร็จของธุรกิจสาขาใหม่ได้เลย ต่างจากการต่อยอดธุรกิจด้วยวิธีขายแฟรนไชส์อย่างสิ้นเชิง แต่ต้องเข้าใจก่อนว่ากิจการที่สามารถนำมาต่อยอดเพื่อขายแฟรนไชส์ได้ต้องเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในตัวของมันเองและเป็นที่ประจักษ์ได้รับการยอมรับในตัวแบรนด์แล้วจากผู้บริโภค จึงน่าจะประสบความสำเร็จได้รวดเร็วกว่าเมื่อเทียบกันกับการสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ทั้งหมด

แฟรนไชส์คือการสร้างเครือข่ายรองรับการเติบโตในอนาคตด้วยรูปแบบเฉพาะของการขายแฟรนไชส์ที่เป็นระบบเครือข่ายและการเป็นสมาชิก ที่มีผู้ประกอบการอยู่ที่จุดสูงสุดบนยอดของโมเดลการทำธุรกิจรูปทรงพีระมิด ซึ่งสามารถบริหารงานจัดการควบคุมการดำเนินธุรกิจทั้งเครือข่ายให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันเพื่อให้สนับสนุนซึ่งกันและกันทั้งองค์กร โดยสมาชิกแฟรนไชส์ที่อยู่ถัดลงมาของรูปทรงพีระมิดจะเป็นผู้ช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถเติบโตและขยายตัวในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว และยิ่งฐานขยายออกไปกว้างมากขึ้นเท่าไร ธุรกิจก็ยิ่งมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น

ธุรกิจแฟรนไชส์ขยายตัวอย่างรวดเร็วธุรกิจแฟรนไชส์เปรียบเสมือนเซลล์ที่สามารถแบ่งตัวและเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว ทำให้กิจการของผู้ประกอบการมีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด สามารถมองเห็นความสำเร็จได้ในเวลาอันจำกัด จึงเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก เช่น ประเภทธุรกิจ SME ที่สายป่านทางการเงินไม่ยาวเหมือนบริษัทยักษ์ใหญ่

ธุรกิจแฟรนไชส์ถือเป็นวิธีการต่อยอดที่น่าสนใจมากเพราะสามารถทำได้ในเวลาอันจำกัดและไม่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาลเหมือนกับการสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ทั้งหมด แต่ทั้งนี้ธุรกิจที่จะสามารถใช้การขายแฟรนไชส์ให้กับลูกค้าได้ต้องเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแท้จริง มีแบรนด์ตราสินค้าเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ซึ่งการจะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ผู้ประกอบการต้องลงใจเกินร้อยไปในธุรกิจที่ทำ หมั่นคิดค้นและหาเอกลักษณ์จุดเด่นที่แตกต่างแล้วนำมาพัฒนาให้ประสบความสำเร็จให้จงได้ ซึ่งหากเอาชนะอุปสรรคดังกล่าวได้จริง ผู้ประกอบการจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนลงแรงสร้างธุรกิจดังกล่าวอย่างแน่นอน

ลองอ่านประกอบเป็นความรู้นะครับ

The miracle of compounding,

zz99
Verified User
Posts: 467
Joined: Wed Apr 07, 2010 5:04 pm

Re: KAMART

Posts by zz99 » Fri Sep 14, 2012 9:01 pm

ข้อเสียก็มีหลายข้อนะครับ

1. สูญเสียอิสรภาพในการดำเนินธุรกิจ แฟรนไชชีจะไม่มีอิสรภาพเต็มที่ในการตัดสินใจทางธุรกิจ เนื่องจากจะต้องดำเนินธุรกิจตามรูปแบบที่กำหนดไว้เท่านั้น
2. ความผิดพลาดของผู้ขายแฟรนไชส์: ที่ผ่านมาคนขายแฟรนไชส์ (Franchisor) จะมองว่าเห็นโอกาสธุรกิจดี เร่งขายแฟรนไชส์ (Franchise) โดยไม่มีระบบที่ถูกต้องรองรับ ในฐานะที่เราจะเป็นคนขายแฟรนไชส์ (Franchisor) เราจะต้องมองว่าคนซื้อแฟรนไชส์ (Franchisee) เขาจะมองเราอย่างไร มองว่าเรามีแผนอะไรได้บ้าง สิ่งที่เขามองก็คือ เจ้าของกิจการมีวิสัยทัศน์อย่างไร วิสัยทัศน์ที่จะมองในระยะสั้น ระยะยาว เพื่อที่เขาจะได้มั่นใจว่า แฟรนไชส์ (Franchise) ที่เขาซื้อมีแผนพัฒนาธุรกิจที่ถูกต้อง
3. มาตรฐานของแต่ละสาขาอาจไม่เท่าเทียมกันหากการบริหารจัดการควบคุมไม่ดีพอ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจได้ ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์และแบรนด์โดยภาพรวมเกิดความเสียหายอย่างคาดไม่ถึงได้ ถึงแม้ว่าปัญหาจะเกิดเพียงไม่กี่สาขาหรือแม้แต่เพียงสาขาเดียวเท่านั้น
4. เนื่องจากการขายแฟรนไชส์ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเริ่มต้นของบริษัทมากนัก ทำให้มีโอกาสที่จะเร่งเปิดสาขาโดยไม่ได้มีการทำ feasiblility ที่รอบคอบ

พิจารณากันทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ

The miracle of compounding,

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 15, 2012 11:11 am

ผมคิดว่าสิ่งสำคัญของระบบ franchise
คือการบริหารจัดการครับ

เพราะถ้าระบบไม่ดี ไปเจอ partner เน่าๆ
จะเดือดร้อนกันครับ เพราะมีโอกาสเน่ายกเข่ง
partner รายอื่นก็อาจจะเดือดร้อนไปด้วย
เพราะทุก shop ใช้ป้ายกาเดียวกันหมด


User avatar
kotaro
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1490
Joined: Tue Jul 29, 2003 9:54 pm

Re: KAMART

Posts by kotaro » Sat Sep 15, 2012 12:10 pm

Etude , Beauty Buffet , Karmart
ก็มีขาย franchise และก็ company-owned แล้วแต่ใครจะเน้นน้ำหนักด้านไหน

ดูระบบ franchise ของแต่ละที่ ก็ design แตกต่างกัน ถ้าสิ่งหนึ่งที่ franchisor จะได้จาก franchisee ในการโตระยะยาวแล้ว key ก็คือค่า royalty fee ซึ่งเป็น on-going ถ้า design ไว้สูง franchisee ก็อาจไม่สนใจถ้า brand ไม่ดัง design ไว้ต่ำไป ก็อาจไม่คุ้ม ทำไปแล้วจุดนึงก็ต้องขยายไปขายในช่องทางอื่นด้วย

การ design ระบบ franchise ก็เลยสะท้อน strategy ของบริษัทฯ

7-11 เก็บ royalty fee 46%, Beauty Buffet เก็บ 4% , Karmart เก็บ 0.5%

“Laughter is timeless. Imagination has no age. And dreams are forever.” ― Walt Disney Company

tookta
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 33
Joined: Tue Jul 13, 2010 9:57 pm

Re: KAMART

Posts by tookta » Sat Sep 15, 2012 9:22 pm

วันนี้ไปKamartที่บิ๊กซี ราชดำริมา จ่ายเงินใช้บัตรเครดิตได้แล้วนะ จากเดิมที่รับแต่เงินสดอย่างเดียว
และมีการติดป้ายสรรพคุณ ป้ายราคา จากแต่ก่อนที่ไม่ค่อยติดป้าย และมีสินค้าให้ทดลองหลายตัว
เราลองCCครีมของCathy ก็ดีนะ ทาแล้วแตกตัวเป็นน้ำ เนื้อครีมไม่เหนียวเกินไป 50g ราคา275บาท
แต่ถ้าซื้อที่เซเว่น 6g ราคา20บาท เราว่าซื้อที่เซเว่นถูกกว่านะเมื่อเทียบราคากับปริมาณ
เลยกลายเป็นว่าซื้อทีละน้อยๆถูกกว่า เหมือนตัวครีมน้ำแตกก็ซื้อที่เซเว่นถูกกว่าซื้อเป็นหลอดที่shop
ปล. เราไปสาขาบิ๊กซีราชดำริตั้งแต่เปิดสาขานี้ใหม่ๆ ตั้งแต่ตอนแรกก็นึกว่าจะไปไม่รอด เห็นไม่ค่อยมีคน
แต่ตอนนี้ผ่านมาก็น่าจะหลายเดือนแล้ว กิจการก็ยังอยู่ได้ วันนี้ไปเห็นมีคนเข้ามาดูในร้านเรื่อยๆ


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 16, 2012 8:31 am

คุณเพลินเปิด shop เมื่อไหร่บอกนะครับ
จะแวะไปถล่ม :mrgreen:


KAMI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 98
Joined: Sat Aug 22, 2009 12:47 am

Re: KAMART

Posts by KAMI » Sun Sep 16, 2012 2:40 pm

ป้ายโฆษณา@เซ็นทรัลพระราม 2
Attachments
IMG_3577.jpg
ป้ายโฆษณา@เซ็นทรัลพระราม 2
IMG_3577.jpg (123.12 KiB) Viewed 5747 times


KAMI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 98
Joined: Sat Aug 22, 2009 12:47 am

Re: KAMART

Posts by KAMI » Sun Sep 16, 2012 2:44 pm

อีกมุม
Attachments
IMG_3583.JPG
IMG_3583.JPG (92.59 KiB) Viewed 5740 times


Post Reply