KAMART

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
nanoVI
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 487
Joined: Sun Jun 15, 2008 1:43 am

Re: KAMART

Posts by nanoVI » Tue Aug 28, 2012 10:21 pm

:shock: Gen2 ของ kamart จะทำให้เครื่องสำอางค์กลายเป็นเพชร เหมือน jubile ได้เลย :shock:


Utt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 55
Joined: Tue Nov 02, 2010 4:56 am

Re: KAMART

Posts by Utt » Tue Aug 28, 2012 11:17 pm

จากที่ผมดูในรายการนะครับ คุณวิวัฒน์มีความสามารถมากๆในเรื่องการทำธุรกิจเรียกได้ว่าชั้นยอดเลยครับ ลองดูดีๆสิครับ ^ ^

ส่วนรุ่นที่สองจากที่ติดตามก็ถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญแห่งความสำเร็จ อาจจะพูดได้เลยว่าถ้าไม่มีรุ่นที่สองนี้ก็คงไม่มี karmart

(อันนี้ความคิดส่วยตัวน๊ะ)


investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Re: KAMART

Posts by investment biker » Tue Aug 28, 2012 11:50 pm

ส.สลึง wrote:เรื่องการเติบโตในต่างประเทศ
ผมคิดว่าไม่น่ามีผลอย่างมีนัยสำคัญในตอนนี้ครับ
เพราะคิดว่าส่วนนึง มีการหิ้วไปขายอยู่ก่อนแล้ว

ปล.
Grand Opening สาขาเซ็นทรัลพระราม 2 ครับ

Image
Wow น่ารักทั้งน้าน ละลานตาไปหมดเลย :mrgreen:

In search of super stocks

multipleceilings
Verified User
Posts: 2141
Joined: Sat Feb 26, 2011 1:42 pm

Re: KAMART

Posts by multipleceilings » Wed Aug 29, 2012 12:06 am

^^ ในที่สุดความลับของพี่ investment biker ก็เปิดเผย ซื้อหุ้น cosmetic เพราะงี้นี่เอง :mrgreen:

M aterial catalyst
A ttitude & Perception
D isclipine

pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34077
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Wed Aug 29, 2012 5:25 am

เครื่องสาอำง'แบรนด์ท้องถิ่น'ถกรัฐเลิก'จีเอ็มพี'หวั่นขีดแข่งขันวูบ
Source - เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ (Th)

Wednesday, August 29, 2012 05:18
58536 XTHAI XECON XCORP XSALES DAS V%NETNEWS P%WKT

กัญสุชญา สุวรรณคร
นับเวลาถอยหลังเหลือเวลา อีกไม่ถึง 3 ปี (ปี 2558) ที่ ประเทศไทยและอีก 9 ประเทศ ในอาเซียนจะก้าวสู่การเป็นประชาคม เศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ทว่าผู้ประกอบการในธุรกิจ เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ยังคงต้อง "ปรับตัว" อีกหลายด้าน โดยเฉพาะ "แบรนด์ท้องถิ่น" ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะได้รับผลกระทบหนักสุด แม้จะได้เปรียบด้าน "ต้นทุน" ซึ่งจะมีแนวโน้มลดลง แต่จำนวนคู่แข่ง "หน้าใหม่" จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ
"เกศมณี เลิศกิจจา" นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เล่าถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในไทย ว่า ยังคงเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราเติบโตของรายได้สูงด้วยเลข 2 หลัก โดยสามารถทำยอดขายได้กว่าปีละ 540,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากตลาดในประเทศกว่า 400,000 ล้านบาท และรายได้จากการส่งออกต่างประเทศและตามตะเข็บชายแดนอีกกว่า 140,000 ล้านบาท
แต่ขณะนี้ผู้ประกอบการแบรนด์ไทย กลับต้องเผชิญอุปสรรคภายในประเทศรอบด้าน ที่ไม่เอื้อต่อการแข่งขัน โดยเฉพาะมาตรการขององค์การอาหารและยา (อย.) ในการออกกฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่สอดคล้องกับอาเซียน ที่ว่าด้วยข้อตกลงการปรับกฎระเบียบด้านเครื่องสำอางภายใต้อาเซียน (AHCRS) ที่กำหนดให้ผู้ประกอบการต้อง จดแจ้งสินค้า "ก่อนวางตลาด"แต่ อย.ไทยกลับให้จดแจ้ง "ก่อนการผลิต" ซึ่งถือเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ
ล่าสุด ! ยังกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ผลิตเครื่องสำอางที่เป็นเอสเอ็มอีและโอท็อป ต้องได้มาตรฐานตรวจระบบคุณภาพ จีเอ็มพี (Good Manufacturing Practice:GMP) ภายในระยะเวลา 2 ปี สำหรับ ผู้ประกอบการเก่า และภายใน 6 เดือนสำหรับ ผู้ประกอบการใหม่
แม้สมาคมและผู้ประกอบการจะเข้าใจว่าการออกกฎระเบียบดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบผลิตเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมาย หรือใช้สารต้องห้ามในเครื่องสำอาง ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ย.นี้ แต่มาตรการดังกล่าว จะทำให้ผู้ประกอบการไทยที่มีอยู่"ประมาณ 2,000 ราย"ประสบปัญหาหนักในการ เข้าถึงแหล่งเงินทุนมาดำเนินการ ซึ่งตรงข้ามกับนโยบาย ภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
"สมาคมเราเข้าใจว่ารัฐต้องการเร่งติดอาวุธการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ แต่หากเร่งเกินไปก็อาจจะเป็นแรงกดทับต่อการขยายธุรกิจของผู้ประกอบการได้ เราต้องการให้ อย.ยกเลิกข้อกำหนดการทำมาตรฐาน จีเอ็มพี ซึ่งกฎระเบียบอาเซียนไม่บังคับใช้มาตรฐานนี้ เป็นเพียงข้อแนะนำให้ใช้เท่านั้น"
แม้ว่ามาตรฐานจีเอ็มพีจะเป็นเรื่องที่ดี ในการยกระดับมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอางไทย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างภาระทางต้นทุนให้กับ ผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากต้องใช้งบประมาณมากในการปรับปรุงทั้งโรงงาน ระบบการผลิต และ
บุคลากร เพื่อให้ได้มาตรฐานดังกล่าว
นายกสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย ยังบอกด้วยว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการ คือ ให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ อย. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอุตสาหกรรม หันมาช่วยสนับสนุน
ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อาทิ การสร้างมาตรฐานการผลิตที่ดี หรือให้คำแนะนำมากกว่าการบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการเครื่องสำอางไทยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดภูมิภาคและตลาดโลกได้
"เชื่อว่าในช่วง 2 ปีจากนี้ จะมีผู้ผลิตเครื่องสำอางแบรนด์ไทยต้องปิดกิจการ อันมาจากการออกกฎหมายบังคับใช้มาตรฐานจีเอ็มพี ขณะที่แนวทางออกที่ดี ทาง อย. ควรให้คำแนะนำและอบรมผู้ประกอบการไทยให้รับรู้ถึงภาคการผลิตที่มีมาตรฐานและคุณภาพ ซึ่งจะดีกว่าออกการกฎหมายมาบังคับใช้" นางเกศมณี กล่าว
บรรยายใต้ภาพ
เกศมณี เลิศกิจจา--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


nattapat11
Verified User
Posts: 13
Joined: Sat Feb 19, 2011 5:25 pm

Re: KAMART

Posts by nattapat11 » Fri Aug 31, 2012 10:42 pm

รายชื้อผู้ถือหุ้นออกแล้ว มีสถาบันเริ่มมาแจม :D :mrgreen: :B


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 01, 2012 5:51 am

ก็ยังไม่มีชื่อของผมอยู่ดีอะนะ :mrgreen:
ข้อมูลจากเวป ตลท. ปิดสมุด วันที่ 28 ส.ค. 55 wrote:1. นายวิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล 138,114,372 23.02

2. PHILLIP SECURITIES PTE LTD. 48,068,000 8.01

3. นางเฉลา วัฒนสมบัติ 35,285,060 5.88

4. นายพลกฤต ทีฆคีรีกุล 27,200,000 4.53

5. น.ส.วรมน ทีฆคีรีกุล 24,500,000 4.08

6. น.ส.วนิดา แซ่จิว 21,424,000 3.57

7. นายเฉลิมเดช ลีวงศ์เจริญ 18,333,300 3.06

8. นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล 16,477,200 2.75

9. นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล โดย บลจ.แอสเซทพลัส จำกัด 15,000,000 2.50

10. น.ส.หทัยรัตน์ ธรรมถาวรวณิช 14,440,000 2.41

11. นางวรพรรณ จึงทรัพย์ไพศาล 14,000,000 2.33

12. นายฉัตรเฉลิม เฉลิมชัยวัฒน์ 14,000,000 2.33

13. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 13,665,300 2.28

14. น.ส.นวพร ทองคำ 13,540,000 2.26

15. นายณัฐพัฒน์ รังสรรค์ 9,500,000 1.58

16. บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) 9,300,000 1.55

17. นายสุรพงษ์ การสุวรรณ 8,238,800 1.37

18. นายเอกฉัตร ลีลาปัญญาเลิศ 7,880,000 1.31

19. นายนเรศ งามอภิชน 5,949,600 0.99

20. น.ส.ปวีณา ศรีตระกูล 5,410,800 0.90

21. น.ส.ชนาทิพย์ ศรีตระกูล 5,224,400 0.87

22. นายพีระเดช ปริญญาสงวน 5,000,000 0.83

23. THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED-CGT EXEMPT 5,000,000 0.83

24. นางนพวรรณ อุดมเจริญชัยกิจ 3,732,600 0.62

25. นายมงคล อุดมเกษมาลี 3,400,000 0.57

26. นายวิรัช ธรรมถาวรวณิช 3,041,000 0.51


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sat Sep 01, 2012 6:32 am

7-Catalog ฉบับ ก.ย. - ต.ค. 55
ออกแล้วนะครับ ไปแวะเปิดดูกันได้ :)


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34077
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Sat Sep 01, 2012 8:50 am

สัมภาษณ์: ตำราเล่นหุ้น 'เสี่ยปู่''เก่งจริงต้องเห็นโอกาสซื้อ'
Source - ประชาชาติธุรกิจ (Th)

Saturday, September 01, 2012 03:49
29693 XTHAI XECON XCOMMER XFINSV DAS V%PAPERL P%PTK

เป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างก็มีจุดหมายเดียวกันคือ "สร้างกำไร" แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำสำเร็จได้อย่างที่หวังตลอด เพราะระหว่างทางลงทุนมีทั้งกำไรและขาดทุนผสมกันไป บ้างก็สบจังหวะ "ซื้อถูก ขายแพง" บางครั้งก็ "ซื้อแพง ขายถูก" ก็มี แม้แต่นักลงทุนขาใหญ่อย่าง "สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล"เจ้าของฉายา "เสี่ยปู่" ที่มีพอร์ตใหญ่หลักพันล้านบาทขึ้นไปก็ผ่านเส้นทางนี้มา เช่นกัน กว่าจะก้าวมายืนแถวหน้า ขาใหญ่รายหนึ่งในวันนี้ ที่นักลงทุน รายย่อยต่างจด ๆ จ้อง ๆ ว่าเสี่ยปู่เล่นหุ้นตัวไหนบ้าง เพราะราคามักจะพุ่งทันที เสี่ยปู่ได้เปิดห้องเทรดส่วนตัวที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้สัมภาษณ์ "ประชาชาติธุรกิจ" ดังนี้
"คนที่เก่งจริงต้องเห็นโอกาสซื้อก่อนคนอื่น เทคนิคแบบนี้ VI จะคิดเหมือนกันทุกคน โดยจะดูอย่างเดียวคือ แนวโน้มกำไรโตหรือไม่ ราคายังต่ำอยู่ไหม ถ้าใช่ก็ซื้อสะสมแล้วถือยาวไปเลย ซึ่งบางครั้งยอมรับว่า ผมก็ฟลุกเจอหุ้นดี แต่แบบไม่ฟลุกก็คือ ใช้วิธีเข้าไปดูงบการเงิน และคุยกับผู้บริหาร ถ้าพบหุ้นดีที่เจอปัจจัยลบระยะสั้นจนราคาปรับตัวลดลง ผมก็ยังเข้าซื้อต่อ เพราะหากจะลงทุนต้องเน้นมองไปที่อนาคต"
เขาเล่าว่า สไตล์เล่นหุ้นไม่ได้ต่างจากนักลงทุนวีไอ (นักลงทุนหุ้นคุณค่า) ที่มองระยะยาว ซึ่งจะมีทั้งการคัดกรองหุ้นก่อนซื้อ โดยกำหนดคุณสมบัติไว้ดังนี้คือ 1.พิจารณา earning หากอยู่ระดับประมาณ 20% ก็ถือว่าน่าพึงพอใจ 2.งบการเงินมีความแข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน 3.สินค้าของบริษัทโดดเด่นเหนือคู่แข่ง หรือเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมหรือไม่ 4.ผู้บริหารมีความเชี่ยวชาญในธุรกิจแค่ไหน เป็นต้น ซึ่งช่องทางหนึ่งที่จะได้ข้อมูลคือ การเข้าพบผู้บริหารบริษัทเพื่อสอบถามข้อมูล รวมถึงดูจากงบการเงินที่ผ่านมา และพิจารณาถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต ฯลฯ หากพบว่า บจ.ใดผ่านคุณสมบัติก็จะทยอยเข้าซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาปรับตัวลดลง
เสี่ยปู่หยิบยกตัวอย่างหุ้นที่ชื่นชอบลงทุน คือหุ้นเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ราคาหุ้นร่วงหนักเมื่อปีที่แล้วจากปัจจัยลบ 2 เรื่องคือ สึนามิที่เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นและน้ำท่วมในไทย แต่ด้วยความเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นผลกระทบระยะสั้นจึงทยอยเก็บหุ้นลีสซิ่งเข้ามา อาทิ บมจ.เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) หรืออย่างหุ้น บมจ.ฐิติกร (TK) ธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ที่เขาเข้าซื้อตั้งแต่ราคาประมาณ 8 บาทต้น ๆ แต่ขณะนี้ปรับขึ้นมาอยู่ที่แถว 14 บาทแล้ว
อีกหุ้นที่เสี่ยปู่เข้ามาซื้อเก็บคือ บมจ.คาร์มาร์ท (KAMART) ทำธุรกิจขายเครื่องสำอางเป็นหลัก ซึ่งบริษัทนี้เปลี่ยนชื่อมาจาก บมจ.ไดสตาร์ อิเลคทริก คอร์เปอเรชั่น (DISTAR) ทำธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถยนต์ NGV ที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักจน "ฉาย บุนนาค" นักเล่นหุ้นหนุ่มชื่อดังตัดสินใจทิ้งหุ้นตัวนี้ออกไปแบบไม่ไยดี แต่สำหรับ "เสี่ยปู่" เล็งเห็นว่าธุรกิจนี้มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จึงเข้ามาแตะมือ "ฉาย" รับช่วงต่อ ผลคือราคาหุ้น KAMART ดังกล่าวก็ทะยานขึ้นต่อเนื่องจากต้นปีที่อยู่ 4.36 บาท ล่าสุดอยู่ที่ราคาประมาณกว่า 7 บาท
นี่เป็นตัวอย่างหุ้นที่เสี่ยปู่เล่าสู่กันฟัง ซึ่งในพอร์ตยังมีหุ้นและวอร์แรนต์ (ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญ) ถืออยู่อีกมากรวมกว่า 70 บริษัทแล้ว แต่เขาก็ออกตัวว่าไม่ใช่ขาใหญ่
"ผมไม่ใช่ขาใหญ่ประเภทมีกำลังซื้อเยอะ เพราะเงินส่วนใหญ่ของผมไปอยู่ในหุ้นที่ผมเห็นว่ามีโอกาสทางธุรกิจเกือบหมดแล้ว ดังนั้นจึงผิดกับพวกเก็งกำไรที่จะมีกำลังซื้อเยอะ เวลาเข้าลงทุนแต่ละครั้งก็จะเข้าเต็มพอร์ต ต่างจากลักษณะของผมจะเน้นทยอยซื้อช่วงจังหวะตลาดแย่ ๆ มากกว่า ซึ่งวิธีจะไม่เหมือนกัน"
พร้อมทั้งให้มุมมองตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังว่า ปัจจัยต่างประเทศเป็นปัจจัยเดิม ๆ ที่วนเวียนเข้ามา จึงไม่ได้ให้น้ำหนักปัจจัยเสี่ยงนี้มาก เพราะเลือกเล่นหุ้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากตรงนี้ จะมีห่วงก็เรื่องปัจจัยการเมืองในประเทศที่เสี่ยงกว่า
และนี่คือ "สูตรไม่ลับ" ของ "เสี่ยปู่" ที่ใช้ลงทุนสร้างกำไรพอกพูนสะสม จากพอร์ตหลักแสนบาทขึ้นมาถึงพันล้านบาทได้

บรรยายใต้ภาพ
สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 - 5 ก.ย. 2555--


User avatar
wanchaiid
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 205
Joined: Mon Jul 26, 2010 6:42 pm

Re: KAMART

Posts by wanchaiid » Sun Sep 02, 2012 10:02 pm

ไม่ทราบว่า ถ้าอยากดู ประชุมผู้ถือหุ้นของ KAMART จะหาดูที่ไหนได้บ้างคับ (ดูในเว็บบ.ก็ไม่เห็นมี) ขอบคุณคับ


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 02, 2012 11:57 pm

พอคุณ wanchaiid ทัก
ผมก็เลยคลิ๊กเข้าไปดูบ้าง
จึึงเพิ่งรู้ว่าเวป บ.
หน้าตาเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ
http://www.karmarts.co.th


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 1:15 pm

เล่าเรื่องด้วยภาพครับ :wink:
Attachments
IMG25550903122517-1-1.jpg
IMG25550903122517-1-1.jpg (27.1 KiB) Viewed 6126 times
IMG25550903122523-1-1.jpg
IMG25550903122523-1-1.jpg (29.64 KiB) Viewed 6126 times
IMG25550903122553-1.jpg
IMG25550903122553-1.jpg (22.16 KiB) Viewed 6126 times


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 2:58 pm

เดือนใหม่แล้ว ลองเช็ค Rating
ของน้องหนู Cathy Doll
ที่ร้าน 7-11 ใกล้บ้านดูนะครับ

ส่วนตัว เพิ่งเจอ T1 ครับ ครั้งแรกเลย
อดเก็บภาพมาฝากไม่ได้
แบบว่าแอบถ่ายมาจากในร้าน 7-11 ครับ

แฮ่...

ผมถ่ายมาจาก 7 สาขานึงในอยุธยาครับ
พอดีแวะไปนั่งทานข้าวเที่ยงร้านใกล้ๆ
ตรงนั้นเป็นต้นทางรถเมล์วิ่งเข้าเมือง


User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: KAMART

Posts by kongkiti » Mon Sep 03, 2012 9:02 pm

ส.สลึง wrote:เล่าเรื่องด้วยภาพครับ :wink:
รบกวนขอความรู้หน่อยครับพี่ ส.สลึง ว่า T1, T2 นี่หมายความว่าอย่างไรครับ ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับการวางสินค้าใน 7-11 ซักเท่าไหร่
-> T1 นี่คือขายดีกว่า T อื่นๆ รึเปล่าครับ?
-> แล้วมีทั้งหมดกี่ T?
-> แล้วทำไมต้องใช้ตัว T ด้วย?

ปล. รู้จักแต่ B1-B2 กล้วยหอมจอมซน :P

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 9:11 pm

7-11 มีการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากครับ

ส่วนข้อความ T1 มาจากคำว่า ที่หนึ่ง

อิ อิ อันนี้ผมเขียนเองครับ
จริงๆ T1 มาจากคำว่า Top 1
ความหมายคือสินค้าตัวนั้นขายดีเป็นอันดับหนึ่งของสาขา
(ซึ่งปัจจุบันผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าเขาวัดกันยังไง)

ดังนั้น สินค้าจึงห้ามขาด พนักงานต้องดูแลเป็นพิเศษ
ถ้าหมดแล้วต้องรีบเติมสินค้าครับ
จะได้ไม่เสียโอกาสขาย


User avatar
kongkiti
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 5828
Joined: Wed Apr 16, 2008 12:55 am

Re: KAMART

Posts by kongkiti » Mon Sep 03, 2012 9:19 pm

ขอบคุณมากเลยครับ พี่ ส.สลึง

เวบใหม่ก็ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นเยอะเลยนะครับ นักลงทุนสถาบันน่าจะชอบหน้าตาเวบแบบนี้
ชักสงสัย ในพลังของ Generation 2 แล้วครับ (ว่าของเขาน่าจะดีจริง)

แต่เวบเดิมก็เหมาะกับลูกค้าดีนะครับ น่าจะทำ url ให้เข้าถึงง่ายๆ เหมือนกัน
http://dev.karmarts.co.th/shop/

“Its like a finger pointing away to the moon. Don't concentrate on the finger
or you will miss all that heavenly glory.”- Bruce Lee

FAQs เกี่ยวกับแนวทางลงทุนแบบ VI
Blog ใหม่ >> https://www.blockdit.com/articles/5d733 ... 270d7b530

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 03, 2012 9:26 pm

ส่วนนึงที่ผมมั่นใจใน gen 2
นอกจากความเห็นก่อนๆ ที่คุณ BLSH โพสไว้
เพราะผมไม่คิดว่า คุณวิวัฒน์
จะเป็นคนเลือกขายเครื่องสำอางครับ

ปล.
ส่วนก่อนหน้านี้ ผมเคยลอง search
ใน google ด้วยชื่อ ผบห. gen 2
ก็เจอเวปเก่าๆ สมัยขายสินค้าแบบ SME
ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นชื่อของคุณชลธิดา
ตอนนั้นยังใช้วิธีโอนเงิน แล้วส่งของอยู่เลย


roek09
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 147
Joined: Sat Jun 11, 2011 6:07 pm

Re: KAMART

Posts by roek09 » Mon Sep 03, 2012 9:51 pm

ผมเคยลองได้ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแล้วรู้สึกชอบ เพื่อนที่บริษัทเป็นตัวแทนเอามาขายที่ทำงานก็เลยได้ลอง และเท่าที่สังเกตุครับผลปรากฏว่าขายดีมากๆ(หรือว่ากำลังเห่อหรือเปล่าไม่แน่ใจ) ที่บริษัทก็มีตัวแทนขายตรงเยอะ พวกแอมเวย์ กีฟฟารีน มีสทีน ไฟรเดย์ มีอีกเยอะแต่ก็สามารถแย่งลูกค้าได้ และไปเที่ยวโคราชและได้เข้าไปดู shop ก็ดูหรูหราดี อยู่ตรงหน้าย่าโม คนเดินพรุ่งพล่านน่าจะขายดี เลยเอามาแชร์หนึ่งความคิดครับ


nongnoykung
Verified User
Posts: 402
Joined: Mon Oct 17, 2011 4:02 pm

Re: KAMART

Posts by nongnoykung » Sat Sep 08, 2012 9:07 pm

เอาข่าวมาฝาก ครับ

Karmarts Shop เปิดใหม่สาขา Big C Extra ลาดพร้าวค่าImage

VI ค่อยๆไป โปรดท่องให้ขึ้นใจ

BLSH
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1096
Joined: Sun Jan 17, 2010 2:07 pm

Re: KAMART

Posts by BLSH » Sun Sep 09, 2012 8:40 am

1Kamart@Central_RAMA2.jpg
1Kamart@Central_RAMA2.jpg (60.14 KiB) Viewed 5364 times
Credit: เพื่อนผมที่อุตสาห์ไปทำ scuttlebutt มาฝาก

Karmarts shop ที่ Central พระราม 2 ครับ เท่าที่ทราบยอดขายดีมาก ลูกค้าเข้าออกตลอด มีน้อง BA คอยอำนวยความสะดวกลูกค้า 4-5 คน

ลงทุนกันอย่างระมัดระวังและโชคดีในการลงทุนครับ

You get recessions, you have stock market declines. If you don't understand that's going to happen, then you're not ready, you won't do well in the markets. - Peter Lynch

BLSH
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1096
Joined: Sun Jan 17, 2010 2:07 pm

Re: KAMART

Posts by BLSH » Sun Sep 09, 2012 9:56 pm

ลองรวบรวม review Cathy Doll จาก internet มาไว้เป็น reference ครับ

สำหรับการตลาดสมัยใหม่ คงไม่มีอะไรที่จะทรงประสิทธิภาพเท่า word of mouth หรือ consumers' voice นะครับ

http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=3129307

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id ... =3&gblog=3

http://jeban.com/viewtopic.php?t=145854

http://faiiryfaiiry.me/?p=258

นอกจากนี้ยังโด่งดังไกลไปถึง SG ด้วย
http://ohsofickle.blogspot.sg/2012/09/cathy-doll.html

ลงทุนกันด้วยความระมัดระวัง โชคดีครับผม

You get recessions, you have stock market declines. If you don't understand that's going to happen, then you're not ready, you won't do well in the markets. - Peter Lynch

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 09, 2012 10:33 pm

ขอบคุณคุณ BLSH มากครับ
อ่านเพลินเลย :D

เพิ่งรู้ว่ามีเวปนี้ด้วย แหล่มครับแหล่ม
http://cathydoll.com.sg/

เข้าไปอ่านใน facebook
มีกด like อยู่ 400 กว่าๆ ไม่เยอะ
http://www.facebook.com/CathydollSingapore
แต่ก็เป็นก้าวที่น่าสนใจมากครับ

ว่าแต่ บ. cathy doll กับ karmart สิงคโปร์
เป็น บ. ของใครครับ :roll:


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Sun Sep 09, 2012 10:38 pm

ผมลองใส่ link ตามนี้ดู
http://www.karmarts.com.sg/
ผลก็เป็นอย่างที่เห็นครับ
under construction :shock:

เรื่องนี้ต้องติดตามครับ
แฮ่ม... :)


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 34077
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: KAMART

Posts by pakapong_u » Mon Sep 10, 2012 3:16 pm

Beauty Buffet คู่แข่งของ Kamart มาเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์อีกรายแล้วครับ

บิวตี้ คอมมูนิตี้จะขาย IPO 82.5 ล้านหุ้น ใช้ขยายสาขา-ปรับระบบภายใน


ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 10 กันยายน 2555 10:54:01 น.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า บมจ. บิวตี้ คอมมูนิตี้ ได้ยื่น Filing version แรก ในวันที่  7 กันยายน 2555  เนื่องจากบริษัทฯมีความประสงค์จะเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 82.5 ล้านหุ้น โดยเสนอขายประชาชน 80 ล้านหุ้น และเสนอขายผู้บริหารและพนักงาน 2.50 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ทั้งนี้บริษัทฯมีความประสงค์จะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีบล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน


วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินที่ได้ไปใช้ขยายสาขาในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งลงทุนเพื่อปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายใน เช่นระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมพนักงาน การขยายคลังสินค้า เป็นต้น เพื่อรองการขยายธุรกิจในอนาคต โดยหากมีเงินทุนส่วนที่เหลือ บริษัทจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานต่อไป

บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ เดิมชื่อ บริษัท โมนาโพลิแตนท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและบำรุงผิว โดยจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 3 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และอุปกรณ์เสริม ซึ่งจัดจำหน่ายภายใต้แนวคิด 3 รูปแบบ ได้แก่ บิวตี้ บุฟเฟ่ต์(Beauty Buffet) บิวตี้ คอทเทจ(Beauty Cottage)  และ เมด อิน เนเจอร์(Made in Nature)เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แตกต่างกัน และเป็นการสร้างฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับ

ณ วันที่ 30 มิ.ย.2555 บริษัทฯมีสินทรัพย์รวม 398.10 ล้านบาท หนี้สินรวม 85.90 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 312.20 ล้านบาท โดย 6 เดือนปี 2555 มีรายได้รวมเป็น 361.94 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท เป็นทุนชำระแล้ว 217.50 ล้านบาท และบริษัทฯมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และสำรองตามกฎหมาย

และ ณ วันที่ 15 ส.ค.2555 ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัทฯคือ กลุ่มนายสุวิน ไกรภูเบศ ถือหุ้น 212,499,800 หุ้นหรือคิดเป็น 97.70% หลังเสนอขายหุ้น IPO แล้วจะถูกลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 70.83%

--อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--


plern074
Verified User
Posts: 28
Joined: Fri May 27, 2011 11:03 pm

Re: KAMART

Posts by plern074 » Mon Sep 10, 2012 3:24 pm

ไม่ได้เข้ามานานเลยค่ะ เลยไม่ทราบว่าที่จะมาบอกนี้มีใครทราบบ้างรึเปล่า
พอดีวันนี้มีโอกาสเข้าไปฟังการอบรมพนักงานและผู้ประกอบการของคาร์มาร์ท
Training Manager ได้พูดถึงแผนในอนาคตคร่าวๆ ให้ฟังด้วย จึงนำมาบอกต่อค่ะ
ไม่คอนเฟิร์มว่าจะทำได้จริงหรือไม่อย่างไรนะคะ เพราะก็ไม่ได้มาจากทางผู้บริหารโดยตรง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
- Makeup Line สินค้าจะเพิ่มขึ้น โดยทางคาร์มาร์ทกำลังจะเดินสายการผลิตอยู่ (เข้าใจว่าคงเป็น Cathy Doll ที่เป็น House brand ค่ะ)
- Fade out สินค้าที่ราคาไม่แพงมากออกจากร้าน เช่นสินค้าจากจีน หรือสินค้าที่ไม่มีที่มาที่ไป และหันมาเน้นการนำเข้าสินค้าเกาหลีมากขึ้น
- วางแผนขยายฐานลูกค้ามาเป็นตลาดบนด้วย ผู้มีรายได้สูง (ประมาณการว่า >1 แสนบาทต่อเดือน) โดยจะนำเข้าเครื่องสำอางราคาหลักพันมาในร้าน แน่นอนว่าต้องยกระดับการขายและการบริการด้วย ซึ่งทางบริษัทกำลังปรับเปลี่ยนควบคู่กันไป
- แบรนด์ที่กำลังเจรจานำเข้ามาวางจำหน่ายในร้านคาร์มาร์ท: Missha ตัวนี้ร้านสั่งซื้อเครื่องสำอางออนไลน์มีการสั่งหิ้วเข้ามาเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ และยังไม่มีขายในไทย ทาง training manager บอกว่า ตอนนี้ Missha ได้มีการรีแบรนด์ตัวเองใหม่ และขายดีกว่า skinfood, etude ขึ้นอันดับ 1 เกาหลีไปแล้ว
The Face Shop และ Bsc ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาลิขสิทธิ์ในไทย
- คลินิกผิวหนัง Dr. Oracles เป็นคลินิกผิวหนังที่มี Skin Care Product ด้วย โดยทางคาร์มาร์ทวางแผนว่าอาจเปิดเป็นคลินิค by karmart และนำสินค้าของคลินิกมาวางขายในร้านคาร์มาร์ททั่วไปด้วย
- ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำหอม อยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 60 แบรนด์
- เครื่องแบบพนักงาน จะเปลี่ยนใหม่ให้ทันปีหน้านี้ จะเป็นเครื่องแบบเต็มตัว มีมาตรฐานมากขึ้น

ส่วนตัวรู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ ถือเป็นเหมือน Challenge ใหม่ในทางที่ดีกับบริษัทมากๆ :D


dragonrider
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 569
Joined: Sat Apr 14, 2007 8:22 am

Re: KAMART

Posts by dragonrider » Mon Sep 10, 2012 5:58 pm

plern074 wrote:ไม่ได้เข้ามานานเลยค่ะ เลยไม่ทราบว่าที่จะมาบอกนี้มีใครทราบบ้างรึเปล่า
พอดีวันนี้มีโอกาสเข้าไปฟังการอบรมพนักงานและผู้ประกอบการของคาร์มาร์ท
Training Manager ได้พูดถึงแผนในอนาคตคร่าวๆ ให้ฟังด้วย จึงนำมาบอกต่อค่ะ
ไม่คอนเฟิร์มว่าจะทำได้จริงหรือไม่อย่างไรนะคะ เพราะก็ไม่ได้มาจากทางผู้บริหารโดยตรง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
- Makeup Line สินค้าจะเพิ่มขึ้น โดยทางคาร์มาร์ทกำลังจะเดินสายการผลิตอยู่ (เข้าใจว่าคงเป็น Cathy Doll ที่เป็น House brand ค่ะ)
- Fade out สินค้าที่ราคาไม่แพงมากออกจากร้าน เช่นสินค้าจากจีน หรือสินค้าที่ไม่มีที่มาที่ไป และหันมาเน้นการนำเข้าสินค้าเกาหลีมากขึ้น
- วางแผนขยายฐานลูกค้ามาเป็นตลาดบนด้วย ผู้มีรายได้สูง (ประมาณการว่า >1 แสนบาทต่อเดือน) โดยจะนำเข้าเครื่องสำอางราคาหลักพันมาในร้าน แน่นอนว่าต้องยกระดับการขายและการบริการด้วย ซึ่งทางบริษัทกำลังปรับเปลี่ยนควบคู่กันไป
- แบรนด์ที่กำลังเจรจานำเข้ามาวางจำหน่ายในร้านคาร์มาร์ท: Missha ตัวนี้ร้านสั่งซื้อเครื่องสำอางออนไลน์มีการสั่งหิ้วเข้ามาเป็นปกติอยู่แล้วค่ะ และยังไม่มีขายในไทย ทาง training manager บอกว่า ตอนนี้ Missha ได้มีการรีแบรนด์ตัวเองใหม่ และขายดีกว่า skinfood, etude ขึ้นอันดับ 1 เกาหลีไปแล้ว
The Face Shop และ Bsc ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาลิขสิทธิ์ในไทย
- คลินิกผิวหนัง Dr. Oracles เป็นคลินิกผิวหนังที่มี Skin Care Product ด้วย โดยทางคาร์มาร์ทวางแผนว่าอาจเปิดเป็นคลินิค by karmart และนำสินค้าของคลินิกมาวางขายในร้านคาร์มาร์ททั่วไปด้วย
- ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำหอม อยู่ระหว่างการเจรจาประมาณ 60 แบรนด์
- เครื่องแบบพนักงาน จะเปลี่ยนใหม่ให้ทันปีหน้านี้ จะเป็นเครื่องแบบเต็มตัว มีมาตรฐานมากขึ้น

ส่วนตัวรู้สึกว่าน่าสนใจมากค่ะ ถือเป็นเหมือน Challenge ใหม่ในทางที่ดีกับบริษัทมากๆ :D
เป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ ครับ ธุรกิจเกี่ยวกับ สุขภาพ และ ความงาม เป็นธุรกิจที่ตอบ Mega trend
ในด้าน Aging Society คนไม่อยากแก่ อยากดูอ่อนกว่าวัย เยอะมากขึ้น เครื่องสำอางค์ ต่างๆ พวกนี้
จะเป็นธุรกิจที่ดี อีกยาวนาน
Kamart หันมาจับธุรกิจที่ดี ทำกำไร และ เริ่มต้นได้ค่อนข้างเร็ว แต่ต้องระวัง การโตเร็ว เกินไปอาจ
เป็นดาบ 2 คม หากดำเนินการผิดพลาด
สิ่งที่น่ากังวล อยู่ คือ การทำตลาด Kamart Shop ณ ปัจจุบัน เป็นสินค้า ราคาไม่แำำพง เน้นกลุ่มวัยรุ่น
เน้น House Brand นั้น สินค้าติดตลาดหรือยัง?
การนำ Missha มาจำหน่าย สิ่งสำคัญ คือ การวาง Position ของสินค้า และ กลุ่มลูกค้า จะเป็น Missha Shop
แยกออกมาหรือไม่ จะแย่งลูกค้ากันเองหรือไม่ อย่างไร?
คลีนิค ผิวหนัง และ ความงาม อันนี้ ควรทำมากๆ ถ้าบริการดี มีมาตรฐาน ลูกค้าเพียบแน่ๆ
ผมเห็นคลีนิคความงามลูกค้ามีตลอดไม่ขาด โดยเฉพาะ เสาร์ อาทิตย์ ถ้า Location ดี น่าเชื่อถือ บริการดี
ตัวนี้ จะเ้ป็นตัวสร้างกระแสเงินสด ที่สุดยอดมากๆ


investment biker
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1283
Joined: Fri Nov 10, 2006 9:22 pm

Re: KAMART

Posts by investment biker » Mon Sep 10, 2012 6:17 pm

ข้อมูลบางอย่าง เช่น แผนการดำเนินธุรกิจ product strategy etc. ผมว่าเป็นความลับของบริษัทนะครับ เปิดเผยเยอะไป เดี๋ยวคู่แข่งรู้หมด จะส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นเองนะครับ

In search of super stocks

ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 10, 2012 8:36 pm

อะไรที่ยังไม่เกิด ก็เผื่อไปว่ายังไม่มีแล้วกัน
เลือกเฉพาะที่เห็นๆ จับต้องได้ดีกว่าครับ
โครงการในอนาคตยังลอยอยู่บนฟ้า
เอาแค่ที่ขายอยู่ใน 7-11 ก่อนดีกว่าครับ
เดิม shop ขายสินค้าประเภทซองอยู่
ซองละ 50 กว่าบาท แต่พอมาขายใน 7-11
ขายซอง 20-25 บาท ไม่รู้ margin จะลดลงมั๊ย ?


dragonrider
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 569
Joined: Sat Apr 14, 2007 8:22 am

Re: KAMART

Posts by dragonrider » Mon Sep 10, 2012 9:30 pm

ขอบคุณ คุณ plearn074 ครับ

ปัจจุบัน ร้านที่ผุดขึ้นมาเห็นเป็นรูปธรรม ไม่ต้องมาลุ้นผลประกอบการก็น่าจะสรุปได้
ว่ากำไรโตแน่ๆ แต่การโตก็คงไม่ใช่เพียงแค่การขยายสาขาเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลที่ได้มา อาจจะเป็นแนวทางในอนาคต ยังไม่มีอะไรแน่นอน แต่ทำให้เห็นแนวทาง
ที่บริษัท จะเติบโตต่อยอดได้อีก

ปล ผมไม่กลัวคู่แข่งรู้ กลัวตัวผมไม่รู้มากกว่าครับ :D
ว่าบริษัทมีแผนจะทำอะไร จะโตต่อยังไง อย่างน้อยผมจะได้รู้ว่าอนาคตเงินของผม
จะทำงานยังไงต่อ


ส.สลึง
Verified User
Posts: 3574
Joined: Sat Aug 18, 2007 11:51 am

Re: KAMART

Posts by ส.สลึง » Mon Sep 10, 2012 9:37 pm

ห้องอบรมใหญ่มั๊ยครับ
เผื่อวันหลังอาจจะเสนอให้จัด visit


Post Reply