FSS

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

FSS

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 8:01 am

“บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)” ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2545
โดยเปลี่ยนชื่อจาก “บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน)” เป็น “บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)” เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2552 และเปลี่ยนแปลงชื่อย่อหลักทรัพย์จากเดิม “SYRUS” เป็น “FSS” โดย มีผลตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เกิดจากการควบรวมกิจการระหว่างบริษัท หลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน) กับ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2552 และบริษัทฯ ได้ไปลงทุนในบริษัทย่อยคือ บริษัทหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2552
บริษัทฯ เป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หมายเลข 24 โดยได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ 4 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์ การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน และการจัดจำหน่าย หลักทรัพย์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในการให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ตัวแทนซื้อ/ขาย คืนหน่วยลงทุน (Selling Agent) และประกอบธุรกิจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งยังเป็นสมาชิกของศูนย์ซื้อขาย ตราสารหนี้ไทย ในการเป็นตัวแทนซื้อขายตราสารหนี้ของศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทยอีกด้วย

พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ มีดังต่อไปนี้
พ.ศ. 2545

23 กรกฎาคม 2545

จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก “บริษัทหลักทรัพย์ วชิระซีเคียวริตีส์ จำกัด” เป็น
“บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด”
9 สิงหาคม 2545

ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ โดยเป็นสมาชิก
ตลาดหลักทรัพย์หมายเลข 24 และเริ่มเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ

พ.ศ. 2546

29 กรกฎาคม 2546

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นได้มีมติลดทุนจดทะเบียนจาก 500.00 ล้านบาท เหลือ
200.00 ล้านบาท โดยการลดหุ้นสามัญจากเดิมจำนวน 5.0 ล้านหุ้นลงเหลือ 2.0
ล้านหุ้น เพื่อชดเชยขาดทุนสะสมของบริษัทฯ และได้จดทะเบียนลดทุนดังกล่าวใน
วันที่ 11 ธันวาคม 2546

พ.ศ. 2547

11 กุมภาพันธ์ 2547

บริษัทฯ ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชน
2 เมษายน 2547

ที่ ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้น ของบริษัทฯ จากมูลค่าหุ้นละ 100 บาท เป็นมูลค่าหุ้นละ 2 บาท ซึ่งมีผลทำให้บริษัทฯ มีหุ้นสามัญเป็น จำนวนรวมกันทั้งสิ้น 100.0 ล้านหุ้น รวมทั้งได้มีมติจ่ายเงินปันผลจำนวน 180.00 ล้านบาท และมีการอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ อีกจำนวน 270.00 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียน 470.00 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 135.0 ล้านหุ้น เสนอขายแก่ (1) ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 75.0 ล้านหุ้น โดยได้จดทะเบียน เพิ่มทุนแล้วในเดือนเมษายน 2547 (2) กรรมการและพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 6.0 ล้านหุ้น (3) ประชาชนทั่วไปจำนวน 54.0 ล้านหุ้น
23 มิถุนายน 2547

บริษัทฯ ได้เปิดสำนักงานสาขาที่ จ. ภูเก็ต
9 กรกฎาคม 2547

บริษัทฯ ได้เปิดสำนักงานสาขาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
13-15 ตุลาคม 2547

บริษัทฯ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป จำนวน 54.0 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 11 บาท และเสนอขายต่อกรรมการและพนักงานจำนวน 6.0 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 11 บาท
20 ตุลาคม 2547

บริษัทฯ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงทุนที่ชำระแล้วเป็นจำนวน 470.00 ล้านบาท
27 ตุลาคม 2547

บริษัทฯ ได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ สามัญของบริษัทฯ ได้เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็น วันแรก
18 พฤศจิกายน 2547

ที่ ประชุมคณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลใน อัตราหุ้นละ 0.30 บาท เป็นเงินจำนวน 70.50 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 ธันวาคม 2547

พ.ศ. 2548

1 เมษายน 2548

บริษัทฯ ได้เปิดสำนักงานสาขาที่จังหวัดขอนแก่น
27 เมษายน 2548

ที่ ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2548 ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการ ดำเนินงานงวด 6 เดือนหลังของปี 2547 อัตราหุ้นละ 0.30 บาท เป็นจำนวนเงิน 70.50 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2548 อนุมัติให้ออกและเสนอ ขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ แก่กรรมการและพนักงานของ บริษัทฯ จำนวน 11.0 ล้านหน่วย และอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกจำนวน 22.00 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 470.00 ล้านบาท เป็นจำนวน 492.00 ล้านบาท โดย การออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 11.0 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 2 บาท และได้จด ทะเบียนเพิ่มทุนเป็น 492.00 ล้านบาท เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2548
14 ตุลาคม 2548

บริษัทฯ ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จากคณะกรรมการ กำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. 2549

มิถุนายน-ธันวาคม 2549

บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนจากการใช้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่เสนอขายแก่กรรมการ และ พนักงานที่นำมาแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,004,900 หน่วย เป็นเงินจำนวน 2,009,800 บาท ทำให้ ณ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 492,000,000 บาท มีทุนที่ออกและชำระแล้ว 472,009,800 บาท

พ.ศ. 2550

มกราคม-ธันวาคม 2550

บริษัทฯ มีการเพิ่มทุนจากการใช้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่เสนอขายแก่กรรมการ และพนักงานที่นำมาแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,609,100 หน่วย เป็นเงินจำนวน 3,218,200 บาท ทำให้ ณ 31 ธันวาคม 2550 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 492,000,000 บาท มีทุนที่ออกและชำระแล้ว 475,144,000 บาท

พ.ศ. 2551

17 มีนาคม 2551

บริษัทฯ ได้เริ่มให้บริการธุรกิจซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าผ่านตลาดอนุพันธ์
20 สิงหาคม 2551

บริษัทฯ ได้บรรลุข้อตกลงในการทำสัญญาซื้อขายทรัพย์สินกับบริษัทหลักทรัพย์
ทีเอ็มบี แมคควอรี (ประเทศไทย) จำกัด ในการเข้าซื้อทรัพย์สินสำหรับการประกอบ ธุรกิจการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ให้กับลูกค้ารายย่อยจาก บริษัทหลักทรัพย์
ทีเอ็มบี แมคควอรี (ประเทศไทย) จำกัด และรับโอนผู้บริหาร เจ้าหน้าที่การตลาด
และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ซึ่งได้ดำเนินการโอนย้าย เป็นจำนวน 37 คน ณ
30 กันยายน 2551 และ 13 คน ณ 31 ตุลาคม 2551 รวมทั้งสิ้น 50 คนเข้าทำงาน
จากการเข้าซื้อทรัพย์สินดังกล่าวข้างต้น บริษัทฯ ได้รับโอนลูกค้ารายย่อยจำนวนทั้งสิ้น 1,182 ราย ณ 31 ธันวาคม 2551 ซึ่งสร้างมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ จำนวน 6,863 ล้านบาท ในระหว่างเดือน กันยายน - ธันวาคม 2551 ทำให้บริษัทฯ มีรายได้จาก ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์รวมทั้งสิ้น 16.68 ล้านบาท

พ.ศ. 2552

24 มีนาคม 2552

ที่ ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 มีมติอนุมัติให้ลดทุนจดทะเบียน 98,400,000 บาท จากทุนจดทะเบียนจำนวน 492,000,000 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 393,600,000 ล้านบาท และลดทุนชำระแล้วจำนวน 95,570,560 บาท จากทุนชำระแล้วจำนวน 477,852,800 บาท เป็นทุนชำระแล้ว 382,282,240 บาท โดยวิธีการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (Par Value) จากเดิมหุ้นลด 2 บาท เป็นหุ้นลด 1.60 บาท เพื่อนำเงินมาชำระคืนเงินทุนบางส่วนให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนดังกล่าวกับนายทะเบียนบริษัทมหาชน การพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2552
12 มิถุนายน 2552

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าซื้อสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับ
การดำเนินธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญา
ซื้อขายล่วงหน้าจากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด (“บล. ฟินันซ่า”) รวมทั้งรับโอน
พนักงานของ บล. ฟินันซ่าที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และธุรกิจการเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและบัญชีลูกค้าที่ เกี่ยวกับ
ธุรกิจดังกล่าวของ บล. ฟินันซ่า (แต่ไม่รวมใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจ
ดังกล่าวของ บล. ฟินันซ่า) มาให้แก่บริษัท รวมถึงการซื้อ และ/หรือ Refinance หนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ของลูกค้าซื้อขายหลักทรัพย์ในบัญชีระบบ เครดิต
บาลานซ์ระหว่าง บล. ฟินันซ่า และลูกค้าเพื่อให้ลูกค้าดังกล่าวสามารถเปิดบัญชี
ลูกค้าใหม่กับบริษัท พร้อมโอนย้ายหลักทรัพย์ในบัญชีลูกค้าที่มีกับบล. ฟินันซ่า มา ยังบริษัทได้ และมีมติอนุมัติให้บริษัททำการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีกจำนวน 128,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญจำนวน 80,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.60 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการจดทะเบียนลดทุนดังกล่าวกับนายทะเบียน บริษัทมหาชน การพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2552
16 มิถุนายน 2552

บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) ได้เข้าทำการซื้อหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นจำนวน 59,000,000 หุ้น (หรือคิดเป็นร้อยละ 24.69 ของหุ้นที่จำหน่าย แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ และร้อยละ 18.56 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเพิ่มทุน) จากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ
22 มิถุนายน 2552

บริษัทฯ ได้เปลี่ยน แปลงชื่อจดทะเบียนของบริษัท ฯ จากเดิม “ บริษัทหลักทรัพย์ ไซรัส จำกัด (มหาชน) ” เป็น “ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ” ซึ่งมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ Finansia Syrus Securities Public Company Limited ”
8 กรกฎาคม 2552

บริษัทฯ ได้ควบรวมกิจการกับบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เป็นวันแรก
1 กันยายน 2552 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาหาดใหญ่ 2
15 กันยายน 2552 บริษัทฯ ได้เสนอขายหุ้นสามัญใหม่เพิ่มทุนของบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)ให้แก่ธนาคารสินเอเซีย จำกัด (มหาชน) จำนวน 79, 000,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 3.23 บาท คิดเป็นเงิน 255,170,000 บาท และ บริษัทฯ ได้ซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัทหลักทรัพย์สินเอเซีย จำกัด จากธนาคาร สินเอเซีย จำกัด (มหาชน) จำนวน 86,648,900 หุ้น ราคาหุ้นละ 4.58 บาท คิดเป็นเงิน 396,851,962 บาท และ จากผู้ถือ หุ้นรายย่อยของ บล. สินเอเซีย จำกัด จำนวน 700,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 4.58 บาท คิด เป็นเงิน 3,206,000 บาท ตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่
12 มิถุนายน 2552
26 ตุลาคม 2552 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาเซ็นทรัลเวิล์ด
1 ธันวาคม 2552 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนแปลงสาขาเซ็นทรัลเวิล์ดเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ และ เปลี่ยนแปลงสำนักงานใหญ่เดิมเป็นสาขาอัลม่าลิงค์
31 ธันวาคม 2552 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 521,600,000 บาท ประกอบด้วย หุ้นสามัญจำนวน 326,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 1.60 บาท ทุนที่ออกและชำระแล้วจำนวน 515,650,514 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 322,281,571 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.60 บาท

พ.ศ. 2553

15 มีนาคม 2553

บริษัทฯ ได้เปิดสาขาลาดพร้าว
18 มีนาคม 2553

บริษัทฯ ได้เปิดสาขาเซ็นต์หลุยส์
22 มีนาคม 2553

บริษัทฯ ได้เปิดสาขาประชาชื่น
23 มิถุนายน 2553

ที่ ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2553 มีมติให้โอนย้ายสาขาของ บริษัทหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด จำนวน 3 สาขา คือ สาขาอาคารไทยซัมมิท สาขารัตนาธิเบศร์ และสาขานครปฐม มาเป็นสาขาของบริษัทฯ พร้อมทั้งโอนพนักงาน บางส่วน มาเป็นพนักงานของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 เป็นต้นไป
28 กรกฎาคม 2553

บริษัทฯ ได้เปิด สาขาสุขุมวิท 21

บริษัทฯและบริษัทหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯประกอบกิจการในประเทศไทยโดยได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจดังนี้
1. การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์
2. การค้าหลักทรัพย์
3. การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน
4. การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
5. การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
6. การเป็นตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
7. การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (เฉพาะบริษัทฯ)
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 บริษัทฯได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังในการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ โดยต้องดำเนินงานตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกำหนด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2553 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีสาขาจำนวน 27 สาขา (เฉพาะบริษัทฯ: 27 สาขา) (31 ธันวาคม 2552: 20 สาขา เฉพาะบริษัทฯ: 17 สาขา)


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 8:03 am

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย ไตรมาสที่ 3 (F45-3)
        สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
           บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)

                                               สอบทาน
                                          (หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
                                  ไตรมาสที่ 3               งวด 9 เดือน
      สิ้นสุดวันที่                30 กันยายน                30 กันยายน
            ปี                 2553         2552         2553         2552
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ       89,265       51,563      110,511       15,188
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ         0.28         0.20         0.34         0.06
    ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
                                  ไตรมาสที่ 3               งวด 9 เดือน
      สิ้นสุดวันที่                30 กันยายน                30 กันยายน
            ปี                 2553         2552         2553         2552
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ       84,414       50,333      105,772       13,958
 กำไร (ขาดทุน) สุทธิ         0.26         0.20         0.33         0.06
    ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
     ไม่มีเงื่อนไข


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 8:08 am

ที่ ฟซ. 284/2553



                                                     วันที่ 25 สิงหาคม 2553



เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553

เรียน กรรมการและผู้จัดการ

     ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



                  ตามที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่

8/2553 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติงบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดไตร

มาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ที่ผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้ว ผลการดำเนินงาน

ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยงวดไตรมาส 2/2553 กำไรสุทธิ 18.55 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 17.79

ล้านบาท เทียบกับปี 2552 ขาดทุนสุทธิ 10.95 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 28.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 262.47%

สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยงวด มีกำไรสุทธิ 21.36 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีกำไร

สุทธิ 21.36 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 ขาดทุนสุทธิ 36.37 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 57.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

158.73% เนื่องจาก

                รายได้ ในงวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 271.61 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้รวม 237.28 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีรายได้รวม 71.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166.07 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 233.21% สำหรับงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 485.29 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มี

รายได้รวม 419.24 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีรายได้รวม 104.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 315.07 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

302.46%

                 รายได้หลักยังคงมาจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ

และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 229.31 ล้านบาท คิดเป็น 84.43% ของรายได้รวม ส่วนของบริษัทฯ มีรายได้จำนวน

208.51 ล้านบาท คิดเป็น 87.88% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 154.37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 285.13% จากปีก่อน

ส่วนงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 404.06 ล้านบาท คิดเป็น 83.26% ของรายได้รวม ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 363.07 ล้านบาท คิดเป็น 86.60% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 285.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

368.60% จากปีก่อนเนื่อง จากบริษัทฯ มีปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยหลังหักบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ

งวดไตรมาส 2/2553 เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยเดือนละ 7,470.13 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 30,151.52 ล้านบาท ในปี 2553

และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.89% ในปี 2552 เป็น 3.95% ในปี 2553 ส่วนงวด 6 เดือน เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยเดือนละ

5,322.80 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 29,859.87 ล้านบาท ในปี 2553 และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.90% ในปี

2552 เป็น 4.10% ในปี 2553

                 รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัท

ย่อยมีรายได้จำนวน 17.98 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีรายได้จำนวน 13.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.89 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 252.30% จากปีก่อน ส่วนงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 36.75 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 27.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 350.65% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ

งวดไตรมาส 2/2553 มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.77% ในปี 2552 เป็น 2.24% ในปี 2553 งวด 6 เดือน มีส่วนแบ่ง

ตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.72% ในปี 2552 เป็น 2.34% ในปี 2553

                 รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้

จำนวน 12.68 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 7.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 196.89% จาก

ปีก่อน งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 24.41 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 14.66 ล้าน

บาท เพิ่มขึ้น 9.57 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 188.02% จากปีก่อน เนื่องจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น

                  ค่าใช้จ่ายงวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายรวม 250.34 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 216.76 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีจำนวน 82.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.60 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 163.82% งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายรวม 460.04 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มี

ค่าใช้จ่ายรวม 393.99 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีจำนวน 140.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 253.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

180.32%

                 ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 36.45 ล้านบาท

ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 33.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 881.31% จากปีก่อน งวด 6 เดือน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 50.84 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 43.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.58 ล้านบาท

หรือเพิ่มขึ้น 723.83% จากปีก่อน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน

114.67 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 96.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 180.67% จากปี

ก่อน งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 222.71 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 188.39 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 130.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 225.77% จากปีก่อน เนื่องจากค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย และค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับพนักงาน เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้น



              นอกจากนี้ในส่วนของบริษัทฯ ยังมีภาษีเงินได้นิติบุคคล งวดไตรมาส 2/2553 จำนวน 2.73 ล้านบาท

ส่วนงวด 6 เดือน จำนวน 3.89 ล้านบาท

              จากสาเหตุดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และส่วนของ

บริษัท ฯ งวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553 มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 2552







                                                  ขอแสดงความนับถือ







                                                  (นายช่วงชัย นะวงศ์)

                                       กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 8:10 am

FSS จับมือ OCBC Securities สิงคโปร์ ถือฤกษ์ดี 9 พ.ย.ให้บริการ Global Trading

               บล.ฟินันเซียไซรัส จับมือ OCBC Securities สิงคโปร์ ถือฤกษ์ดี 9 พ.ย.นี้ เปิดบริการ
ใหม่ Global Trading ให้ลูกค้าซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้มากกว่า 10 ตลาดหลักทรัพย์สำคัญทั่ว
โลก เผยจุดเด่นคือเทคโนโลยีที่มั่นใจได้ว่าประสิทธิภาพของโปรแกรมมีความเสถียรและ
ปลอดภัย สามารถซื้อขายหุ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ
เพื่อช่วยลดความเสี่ยง ระบุเพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักลงทุนที่ต้องการโอกาสทางการลงทุน
ใหม่ ๆ  ในต่างประเทศรวมถึงโอกาสที่จะได้รับผลตอบแ ทนที่สูงขึ้น  

นายช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ฟินันเซียไซรัส(FSS) เปิดเผยว่าใน
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 นี้จะเริ่มเปิดให้บริการ Global Trading  หรือการซื้อขายหุ้นต่าง
ประเทศสำหรับนักลงทุนสถาบันและรายย่อยอย่างเป็นทางการ โดยการให้บริการดังกล่าวเป็น
ความร่วมมือระหว่าง บล.ฟินันเซียไซรัส และ OCBC Securities Pte. Ltd. (OSPL) จาก
ประเทศสิงคโปร์ โดยในระยะเริ่มต้น FSS จะเปิดให้บริการการลงทุนใน 5 ตลาดหลักทรัพย์
ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวยอร์ค NASDAQ และ AMEX แต่อย่างไรก็ตามระบบดังกล่าวสามา
รถรองรับการซื้อขายหุ้นต่างประเทศได้มากกว่า 10 ตลาดหลักทรัพย์สำคัญทั่วโลก
จุดเด่นของ FSS ในการให้บริการ Global Trading  คือการมี OCBC
Securities สิงคโปร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจให้การสนับสนุนในเรื่องการพัฒนาระบบซื้อขายที่
มีเทคโนโลยีที่มีมาตรฐานเพื่อเชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก อันจะทำให้ผู้ลงทุนรับ
ข้อมูลราคาหลักทรัพย์แบบ Real Time  ส่งคำสั่งด้วยตนเองอย่างมีประสิทธิภาพ และมั่นใจใน
ความปลอดภัยของข้อมูล โดยผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ การให้
บริการของ Global Trading ยังสามารถรองรับการรับส่งข้อมูลคำสั่งผ่านเทคโนโลยีข อง
IPhone และ IPad ได้อีกด้วย ซึ่ง FSS จะเปิดให้บริการดังกล่าวในอนาคตอันใกล้นี้ ในส่วนของ
การดูแลผู้ลงทุน FSS จัดให้มีทีมงานซึ่งมีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในด้านการลงทุน
ในต่างประเทศคอยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนทั้งในส่วนของการลงทุน
ในประเทศต่างๆ รวมถึงข้อมูลในด้านการวิเคราะห์ทางด้านพื้นฐานและเทคนิค เพื่อช่วยให้ข้อมูล
ในการตัดสินใจให้กับผู้ลงทุนอีกด้วย
“ปัจจุบันมีจำนวนนักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น
เพราะสามารถกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้และเป็นโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นใน
ช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละตลาด ซึ่ง FSS  ก็พร้อมที่จะดำเนินการเพื่ออำนวยความ
สะดวกให้กับนักลงทุนและลูกค้าที่สนใจ
และครั้งนี้เป็นการจับมือกับ OCBC Securities เป็นบริษัทนายหน้าซื้อขายหลัก
ทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าชั้นนำของสิงคโปร์ ซึ่งมี OCBC Bank ธนาคารที่ก่อตั้งมาเป็น
เวลานานที่สุดในประเทศสิงคโปร์เป็นบริษัทแม่ และ OCBC Bank ยังได้รับการจัดอันดับเป็น
ธนาคารที่มีความมั่งคงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอยู่ในอันดับที่ 3 ในเอเชียแปซิฟิคอีก
ด้วย ดังนั้นเชื่อว่าเมื่อเปิดให้บริการ Global Trading  จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่าง
มาก ด้วยเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอนในการทำงานให้มากที่สุด เพื่อให้การเทรดทำได้ง่ายมากขึ้น และการ
ตรวจสอบสถานะการซื้อขายได้ด้วยตนเอง ที่สำคัญคือเรามีผู้เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษาการลง
ทุนในต่างประเทศ  โดยในทุก ๆ วันเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสรุปข่าวให้ลูกค้าว่ามีประเด็นข่าวที่
มากระทบตลาดอย่างไรบ้าง ทั้งแง่บวกและลบ อีกทั้งยังได้จัดให้มีข้อมูลแนะนำตลาด และสรุป
การเคลื่อนไหวของตลาดทุกวัน และในอนาคตจะมีการทำงาน ทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่ง
สามารถที่จะให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง”
เขากล่าวต่อว่าการเปิดให้บริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศสำหรับนักลงทุนสถาบันและ
รายย่อยในครั้งนี้เปรียบเสมือนเป็นการเปิดประตูทางการลงทุนให้กว้างขึ้น เพื่อให้นักลงทุนได้มี
ช่องในการลงทุนมากขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนให้สูงขึ้นด้วย และจากหุ้นที่มีปัจจัย
พื้นฐานดีเยี่ยมอยู่จำนวนมาก ในตลาดต่างประเทศมี จะสามารถทำให้ลูกค้าได้มาซึ่งผลตอบแทน
ที่น่าพอใจ



เรียบเรียง โดย อิทธิพล พันธ์ธรรม
อนุมัติ    โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 8:13 am

รบกวน mod ย้ายให้ด้วยนะครับเห็นยังไม่มี ขอบคุณครับ


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 10:40 am



manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 10:54 am

manuel wrote:ที่ ฟซ. 284/2553



                                                     วันที่ 25 สิงหาคม 2553



เรื่อง ชี้แจงผลการดำเนินงวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553

เรียน กรรมการและผู้จัดการ

     ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



                  ตามที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ได้ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่

8/2553 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 ที่ประชุมได้มีมติอนุมัติงบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย สำหรับงวดไตร

มาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 ที่ผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้ว ผลการดำเนินงาน

ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยงวดไตรมาส 2/2553 กำไรสุทธิ 18.55 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 17.79

ล้านบาท เทียบกับปี 2552 ขาดทุนสุทธิ 10.95 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 28.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 262.47%

สำหรับงวด 6 เดือน ปี 2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยงวด มีกำไรสุทธิ 21.36 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีกำไร

สุทธิ 21.36 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 ขาดทุนสุทธิ 36.37 ล้านบาท กำไรเพิ่มขึ้น 57.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

158.73% เนื่องจาก

                รายได้ ในงวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 271.61 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้รวม 237.28 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีรายได้รวม 71.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166.07 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 233.21% สำหรับงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 485.29 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มี

รายได้รวม 419.24 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีรายได้รวม 104.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 315.07 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

302.46%

                 รายได้หลักยังคงมาจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ

และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 229.31 ล้านบาท คิดเป็น 84.43% ของรายได้รวม ส่วนของบริษัทฯ มีรายได้จำนวน

208.51 ล้านบาท คิดเป็น 87.88% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 154.37 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 285.13% จากปีก่อน

ส่วนงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 404.06 ล้านบาท คิดเป็น 83.26% ของรายได้รวม ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 363.07 ล้านบาท คิดเป็น 86.60% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 285.59 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

368.60% จากปีก่อนเนื่อง จากบริษัทฯ มีปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยหลังหักบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ

งวดไตรมาส 2/2553 เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยเดือนละ 7,470.13 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 30,151.52 ล้านบาท ในปี 2553

และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.89% ในปี 2552 เป็น 3.95% ในปี 2553 ส่วนงวด 6 เดือน เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยเดือนละ

5,322.80 ล้านบาท ในปี 2552 เป็น 29,859.87 ล้านบาท ในปี 2553 และส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.90% ในปี

2552 เป็น 4.10% ในปี 2553

                 รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัท

ย่อยมีรายได้จำนวน 17.98 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีรายได้จำนวน 13.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.89 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 252.30% จากปีก่อน ส่วนงวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 36.75 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 27.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.74 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 350.65% จากปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ

งวดไตรมาส 2/2553 มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.77% ในปี 2552 เป็น 2.24% ในปี 2553 งวด 6 เดือน มีส่วนแบ่ง

ตลาดเพิ่มขึ้นจาก 0.72% ในปี 2552 เป็น 2.34% ในปี 2553

                 รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้

จำนวน 12.68 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 7.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 196.89% จาก

ปีก่อน งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จำนวน 24.41 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 14.66 ล้าน

บาท เพิ่มขึ้น 9.57 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 188.02% จากปีก่อน เนื่องจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น

                  ค่าใช้จ่ายงวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายรวม 250.34 ล้านบาท ส่วนของ

บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวม 216.76 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีจำนวน 82.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.60 ล้านบาท หรือ

เพิ่มขึ้น 163.82% งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีค่าใช้จ่ายรวม 460.04 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มี

ค่าใช้จ่ายรวม 393.99 ล้านบาท เทียบกับปี 2552 มีจำนวน 140.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 253.44 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น

180.32%

                 ค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 36.45 ล้านบาท

ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 33.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.70 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 881.31% จากปีก่อน งวด 6 เดือน

บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 50.84 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 43.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.58 ล้านบาท

หรือเพิ่มขึ้น 723.83% จากปีก่อน ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน งวดไตรมาส 2/2553 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน

114.67 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 96.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.17 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 180.67% จากปี

ก่อน งวด 6 เดือน บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีจำนวน 222.71 ล้านบาท ส่วนของบริษัทฯ มีจำนวน 188.39 ล้านบาท

เพิ่มขึ้น 130.56 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 225.77% จากปีก่อน เนื่องจากค่าธรรมเนียมและบริการจ่าย และค่าใช้จ่าย

เกี่ยวกับพนักงาน เพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้น



              นอกจากนี้ในส่วนของบริษัทฯ ยังมีภาษีเงินได้นิติบุคคล งวดไตรมาส 2/2553 จำนวน 2.73 ล้านบาท

ส่วนงวด 6 เดือน จำนวน 3.89 ล้านบาท

              จากสาเหตุดังกล่าวมาแล้วข้างต้นทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย และส่วนของ

บริษัท ฯ งวดไตรมาส 2 และงวด 6 เดือน ปี 2553 มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 2552







                                                  ขอแสดงความนับถือ







                                                  (นายช่วงชัย นะวงศ์)

                                       กรรมการผู้อำนวยการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ลงผิดงวดครับ download มาอ่านเองละกันนะครับ http://www.set.or.th/dat/prsnews/news/0 ... 90418T.pdf


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Sat Nov 13, 2010 10:58 am

Older news krup. I cannot remember its source though... =(

14 กันยายน 2553 09:34

FSSรอจังหวะตะคลุบSSEC

ทันหุ้น-FSS ซุมเงียบรอจังหวะตะคลุบ SSEC หาก TCRB พลาดดีลซื้อ SICCO ไม่สำเร็จ ลั่นไม่หวั่นถ้า SCB ไม่ขายแบบแยกพอร์ต ลั่นยังมีหนทางอีกเพียบ ขณะที่กำไรไตรมาส 3/2553 สดใสรับอานิสงส์ฝรั่งสะสมหุ้นไทยกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท หนุนกำไรทั้งปีโตก้าวกระโดด  
   
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์  ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) FSS เปิดเผยว่า ถ้าธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) TCRB ไม่สามารถซื้อหุ้นของบริษัทเงินทุนสินอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) SICCO ในสัดส่วนที่ธนาคารตั้งเป้าไว้ 75% ต่อจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) SCB ได้สำเร็จ ทางผู้บริหาร TCRB เองให้ความเห็นว่าจะล้มดีลการซื้อ SICCO ทันที โดยปัจจุบันตั้งราคาซื้อขายที่ 4 บาทต่อหุ้น
   
ทั้งนี้ SICCO เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ในบริษัทหลักทรัพย์ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) SSEC ที่ 70.06% ซึ่งมองว่ามีโอกาสเช่นกันที่ TCRB จะเข้าซื้อหุ้น SICCO ไม่สำเร็จ ดังนั้นถ้าเกิดกรณีดังกล่าว ทาง FSS จะเข้าไปติดต่อ SCB เพื่อเจรจาซื้อหุ้น SSEC ทันที เพื่อสร้างฐานธุรกิจให้แข็งแกร่งและรองรับการเปิดเสรีในอนาคต ปัจจุบัน SSEC มีมาร์เก็ตแชร์มากกว่า 1%
   
อย่างไรก็ดีถ้าทาง SCB ไม่พิจารณาขาย  SSEC แบบแยกพอร์ต ทางFSS ก็จะรอจนกว่ามีบริษัทรายใดเข้าเจรจากับ SCB เพื่อซื้อหุ้น SICCO และทาง FFS จะเข้าไปเจรจากับบริษัทดังกล่าวเพื่อขอแบ่งซื้อ SSEC ขณะเดียวกันที่ผ่านมาทาง FSS ได้เคยเข้าไปศึกษาฐานธุรกิจของ SSEC ในเบื้องต้นแล้วและไม่พบความเสียหายอะไร
     
“ มีโอกาสเช่นกันที่ดีลของ TCRB ในการเข้าซื้อ SICCO จะล้ม เพราะราคาที่ซื้อขาย 4 บาทนั้น ค่อนข้างต่ำมากไม่แน่ใจว่าผู้ถือหุ้นของ SICCO จะตัดสินใจขายออกมาหรือไม่ เพระที่ผ่านมานักวิเคราะห์หลายฝ่ายให้ความเห็นว่าราคาซื้อขายน่าจะอยู่ รประมาณ 6 บาท” แหล่งข่าว กล่าว
   
ส่วนถ้าในกรณีไม่สามารถเข้าซื้อกิจการของ SSEC ได้นั้น FSS ก็จะไม่ได้รับผลกระทบแต่ประการใดยังมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินธุรกิจในช่วง เปิดเสรีได้ และที่ผ่านมาทาง FSS ก็มีการควบรวมกิจการมาแล้วด้วย ส่งผลให้ฐานนะของ FSS ค่อนข้างมากความแข็งแกร่งมาก
   
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/2553 ทั้งในส่วนของกำไรและรายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจากไตรมาก 2/2553 และช่วงเดียวกันปีก่อนอย่างแน่นอน เนื่องจากได้มูลค่าการซื้อขาย(วอลุ่ม)คาดเฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาทต่อวันหรือเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 50%
               
ขณะที่ต้นไตรมาส 3/2553 จนถึงปัจจุบันวอลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 3.4 หมื่นล้านบาทต่อวัน ยิ่งสนับสนุนให้รายได้นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ดีขึ้น  ด้านส่วนแบ่งทางการตลาด(มาร์เก็ตแชร์)จากต้นปีถึงวันที่ 10 กันยายน 2553 เฉลี่ยอยู่ที่ 4.36% ติดอันดับ 8 ของระบบอุตสาหกรรมซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีมาร์เก็ตแชร์ที่ 2.12% หรือเป็นอันดับ 10ของอุตสาหกรรม  
   
โดยมาร์เก็ตแชร์ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นที่ปรับตัวดี ขึ้นส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยมีการเข้ามาซื้อขายลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้กลุ่มนักลงทุนดังกล่าวถือเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีสัดส่วนสูงประมาณ 90% ของลูกค้ารวมของบริษัท  ประกอบกับได้รับปัจจัยหนุนจากกรณีที่บริษัทได้มีการควบรวมกิจการก่อนหน้านี้
   
อีกทั้งแนวโน้มผลประกอบการปี 2553 นั้นมั่นใจว่าจะเติบโตก้าวกระโดดจากปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 40 ล้านบาท  เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากวอลุ่มซื้อขายเฉลี่ยของตลาดรวมในปีนี้คาดจะโตจาก ปีก่อนประมาณ 25% หรือประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่วอลุ่มเฉลี่ย 2 หมื่นล้านบาทต่อวัน
   
โดยได้รับปัจจัยเชิงบวกจากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต้นปีจนถึงปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิแล้วมากกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท โดยประเด็นดังกล่าวสามารถช่วยชดเชยผลกระทบจากการใช้ค่าคอมมิสชั่นแบบขั้น บันไดได้ หลังจากในช่วงแรกคาดว่าทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง 15-20%


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Sat Nov 13, 2010 10:59 am

Another older news krup...

ACLS eyes European ally
• Published: 21/10/2010 at 12:00 AM
• Newspaper section: Business
ACL Securities Co hopes to join with a strategic partner from Europe as it sets its sights on a 1% share of trading turnover in the local securities market.
The brokerage will resume operations today after a three-month closure following its acquisition by Finansia Syrus Securities, which holds 88.51% of ACLS.
Chuangchai Nawong, the president and CEO of FNS, said management would take control of ACLS following Securities and Exchange Commission approval.
Once ACLS resumes business, it will focus on institutional investors and FNS will focus more on retail clients, he said.
In the future, he said, the company may seek an acquisition deal with a European partner if their business relationship proves successful.
FNS has seen its market share improve from 4% at the end of 2009 to around 5% currently.
The company is now preparing to introduce a new service that will allow access to 14 international stock markets.
FNS will join with OCBC Securities Private Ltd to provide an internet trading platform for Thai investors to tap 14 exchanges on Nov 14.
OCBC Securities is a wholly owned subsidiary of Singaporean bank OCBC.
"When the baht is appreciating it is a good time to invest in overseas markets because of capital gains and currency gains in the future," said Mr Chuangchai.
FNS reported a net loss of 18.43 million baht for the first half of 2010, better than a 217.65 million loss in the same period of the 2009.
FNS shares closed yesterday on the SET at 3.88 baht, down two satang, in thin trade worth 159,000.


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Sat Nov 13, 2010 11:45 am

FSS still looks undervalue base on its Q3 earnings of 89 Million and comparing with other stocks such as BLS.

Positive signs come Q4 2010:
- Q4 2010 trading volume in SET and MAI looks set to be on par or even higher than Q3 2010
- Its ever increasing market share this year.
- Some IB deal going on. ARIP appoints FSS as its Financial Advisor and its IPO is coming soon in Q4 2010.

Comparing Market Cap (end 12 Nov 10) of various Brokers:

Broker       MKT CAP        Q3 Earnings         9M Earnings

ASP           5769 M          303 M                    536 M
BLS           2952 M         116 M                   286 M
BSEC         1023 M            10 M                      12 M
CGS           2237 M             NA                          NA
CNS            2401 M
FSS             1037 M           89 M                  111 M
KEST           9190 M           292 M                  566 M
KGI              5218 M           293 M                  517 M
PHATRA        5871 M          290 M                  584 M
TNITY             702 M             18 M                    22 M
UOBKH           1189 M           59 M                     83 M


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Sat Nov 13, 2010 11:59 am

Source:
http://www.fes.co.th/thd/thai/branking/ ... D=validate

Base on my rough checking everyday, FSS ranks around 4-7 position during Q4 to date. Its MKT share stands at roughly 5%.

Q1 MKT Share = 4.27%
Q2 MKT Share = 3.95%
Q3 MKT Share = 4.42%
Q4 MKT Share == 5% (rough estimation)

Top 10 12 Nov 2010 rankings:

Rank        Broker          MKT Share
1              KIMENG        13.64  %
2              ASP                6.29 %
3              CGS                5.61 %
4              KGI                 5.55 %
5              KTZ                 5.44 %
6              FSS                  5.28 %
7              TNS                  4.96 %
8              PST                   4.91 %
9              BLS                    4.14 %
10            KS                      3.69 %


pornchal
Verified User
Posts: 1071
Joined: Wed Feb 06, 2008 10:30 pm

Posts by pornchal » Sat Nov 13, 2010 12:24 pm

ผู้ถือหุ้นของ ssec คือ sicco (70%) ถ้าซื้อ sicco ได้เท่ากับได้ ssec ไปเลย ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับ SCB เลย ทำไมข่าวมัน ลง งง งง ไงนี่

หรือผม งง


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Posts by manuel » Sat Nov 13, 2010 2:07 pm

SCB ถือหุ้น Sicco เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่อยู่ครับ แต่ขายราคาถูกเกินไป
รู้สึกจะ 4บาทนิดๆๆต่ำกว่า book value
SCB---->Sicco---->SSEC
ประมาณนี้


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Wed Nov 24, 2010 4:40 pm

Q4 to date Rankings and trading value (1 Sep 2010 - 23 Nov 2010)
FSS now ranks at 5th for Q4

Rank Symbol No. Buy Sell Total Net
Value %* Value %* Value %* Value
1 KIMENG 42 163,927.36 (01) 12.92 172,087.57 (01) 13.57 336,014.93 (01) 13.25 -8,160.21
2 CGS 3 74,524.85 (02) 5.87 75,285.59 (02) 5.94 149,810.43 (02) 5.91 -760.74
3 ASP 8 69,829.45 (03) 5.50 72,233.14 (03) 5.70 142,062.58 (03) 5.60 -2,403.69
4 KGI 13 68,772.99 (04) 5.42 69,719.19 (04) 5.50 138,492.18 (04) 5.46 -946.19
5 FSS 24 62,613.43 (05) 4.94 61,870.16 (06) 4.88 124,483.60 (05) 4.91 743.27
6 PST 34 61,102.84 (06) 4.82 62,580.50 (05) 4.94 123,683.35 (06) 4.88 -1,477.66
7 KTZ 18 56,350.26 (07) 4.44 57,036.03 (07) 4.50 113,386.29 (07) 4.47 -685.77
8 TNS 16 55,191.02 (08) 4.35 53,058.35 (09) 4.18 108,249.36 (08) 4.27 2,132.67
9 PHATRA 6 53,251.78 (10) 4.20 53,713.83 (08) 4.24 106,965.61 (09) 4.22 -462.04
10 BLS 1 54,237.43 (09) 4.28 51,527.44 (10) 4.06 105,764.87 (10) 4.17 2,709.98
11 KS 11 44,437.94 (11) 3.50 42,712.49 (12) 3.37 87,150.44 (11) 3.44 1,725.45
12 SCBS 23 41,417.31 (13) 3.26 43,799.57 (11) 3.45 85,216.88 (12) 3.36 -2,382.26
13 CS 9 41,746.44 (12) 3.29 34,410.27 (14) 2.71 76,156.70 (13) 3.00 7,336.17
14 UBS 49 40,737.91 (14) 3.21 30,622.70 (17) 2.42 71,360.61 (14) 2.81 10,115.20
15 UOBKHST 26 34,970.44 (15) 2.76 34,924.15 (13) 2.75 69,894.59 (15) 2.76 46.29
16 TSC 2 34,143.19 (16) 2.69 33,500.70 (15) 2.64 67,643.90 (16) 2.67 642.49
17 DBSV 4 30,032.04 (19) 2.37 32,526.81 (16) 2.57 62,558.85 (17) 2.47 -2,494.77
18 CNS 14 31,755.65 (17) 2.50 30,259.92 (18) 2.39 62,015.58 (18) 2.45 1,495.73
19 GLOBLEX 25 30,605.65 (18) 2.41 30,076.40 (19) 2.37 60,682.05 (19) 2.39 529.25
20 MACQ 28 27,047.26 (20) 2.13 24,513.78 (21) 1.93 51,561.04 (20) 2.03 2,533.48
21 AYS 29 25,254.03 (21) 1.99 26,013.88 (20) 2.05 51,267.91 (21) 2.02 -759.85
22 SICSEC 5 19,422.96 (23) 1.53 20,144.98 (22) 1.59 39,567.94 (22) 1.56 -722.02
23 KKS 19 19,590.95 (22) 1.54 19,877.58 (23) 1.57 39,468.53 (23) 1.56 -286.64
24 CLSA 45 16,941.59 (24) 1.34 18,371.27 (24) 1.45 35,312.86 (24) 1.39 -1,429.68
25 TRINITY 22 15,549.06 (26) 1.23 17,023.90 (25) 1.34 32,572.96 (25) 1.28 -1,474.84
26 BFITSEC 27 15,658.51 (25) 1.23 16,282.79 (27) 1.28 31,941.29 (26) 1.26 -624.28
27 JPM 41 14,392.33 (28) 1.13 16,975.75 (26) 1.34 31,368.08 (27) 1.24 -2,583.43
28 AIRA 48 15,483.76 (27) 1.22 15,334.28 (28) 1.21 30,818.03 (28) 1.22 149.48
29 CIMBS 7 11,769.01 (29) 0.93 13,135.86 (29) 1.04 24,904.87 (29) 0.98 -1,366.84
30 US 38 11,503.98 (30) 0.91 12,463.82 (30) 0.98 23,967.80 (30) 0.94 -959.83
31 SCIBS 12 10,156.04 (31) 0.80 9,512.97 (31) 0.75 19,669.01 (31) 0.78 643.06
32 FES 32 8,985.95 (32) 0.71 8,944.84 (32) 0.71 17,930.79 (32) 0.71 41.11
33 IVG 30 7,157.40 (33) 0.56 7,276.83 (33) 0.57 14,434.23 (33) 0.57 -119.43
34 ACLS 15 0.02 (34) 0.00 13.10 (34) 0.00 13.11 (34) 0.00 -13.08
Total 1,268,560.84 100.00 1,267,830.44 100.00 2,536,391.28 100.00 730.40


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Wed Nov 24, 2010 5:01 pm

FSS Earnings Summary by Q
Q4 (1 Oct 2010 - 23 Nov 2010)

FSS Total Value Avg Value % Share รายได้ ค่านายหน้า Net Profit
Q1 249,042,112 1,430.72 4.27 174.7 M 2.8 M
Q2 260,612,181 1,615.26 3.95 229.3 M 18.5 M
Q3 833,321,984 3,067.31 4.78 342.6 M 90.4 M

Q4 527,396,423 3,364.42 4.91 ?? ??


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Thu Nov 25, 2010 11:52 am

07:47ย ย 25/11/2010ย ย
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

'FSS'ผนึก'ACLS'ขยายตลาดตีซี้โบรกนอกดึงลูกค้าเทรดหุ้นไทย
FSS มือขึ้น หอบบริษัทย่อยอย่าง ACLS เซ็นสัญญาร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัทหลักทรัพย์ในยุโรป ภาย
ในเร็วๆ นี้โชคเข้าข้างเตรียมหนีบลูกค้าหัวแดงเข้าเทรดหุ้นไทย หวังขยายฐานและเพิ่มช่องทางทำกินก่อน
เปิดเสรีจริงในอนาคต จากก่อนหน้านี้จับมือ OCBC ขนลูกค้าไทยเทรดหุ้นเมืองนอกมาแล้ว คุยโวหลังผนึก
กำลังฟันมาร์เก็ตแชร์ราบคาบเกิน 7% ชัวร์


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Posts by KOMA » Mon Nov 29, 2010 11:18 am

www.kaohoon.com

FSSกับACLS จับมือBNP ต่อยอดลงทุนในSET

วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2010 เวลา 11:05:06 น.

ผู้่สื่อข่าวรายงานว่าบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) (“FSS”) บริษัทหลักทรัพย์ สินเอเซีย จำกัด (“ACLS”) และ BNP Paribas Securities (Singapore) Pte Ltd (“BNP Paribas”) ร่วมแถลงการลงนามสัญญาการร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดตั้งฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ ฝ่ายการตลาดและฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ เพื่อลูกค้าสถาบันของ BNP Paribas ที่ประสงค์จะลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) (TFEX) รวมทั้ง ACLS ยังจะให้บริการการซื้อขายบนระบบ Direct Market Access หรือ DMA แก่ลูกค้าของ BNP Paribas อีกด้วย

นายปิแอร์ รุซโซ Head of Equities and Commodities Derivatives, BNP Paribas Asia Pacific กล่าวว่าการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยนั้นเป็นส่วนสำคัญในยุทธศาสตร์ของ BNP Paribas สำหรับธุรกรรมวิเคราะห์ซื้อขายหลักทรัพย์ในกลุ่มประเทศ ASEAN เขากล่าวอีกว่า การลงนามในสัญญาการร่วมมือทางธุรกิจกับ FSS และ ACLS ในครั้งนี้ แสดงถึงความสำคัญและความมุ่งมั่นของ BNP Paribas ที่จะสร้างฐานธุรกิจที่สมดุลในตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารอนุพันธ์ในภูมิภาค เอเซียแปซิฟิค

ACLS มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ FSS โดย FSS มีสัดส่วนการถือหุ้นใน ACLS อยู่ที่ร้อยละ 89 และ ณ 30 มิถุนายน 2553 ACLS มีส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นจำนวน 473 ล้านบาท ACLS ได้รับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ทั้ง 4 ประเภท และเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดอนุพันธ์ โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา FSS มีสัดส่วนทางการตลาดอยู่ที่ 4.9% หรืออยู่ที่อันดับ 5 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ FSS ได้กำหนดฐานลูกค้าหลักของบริษัทไว้ที่กลุ่มนักลงทุนรายย่อย จะเห็นได้จากสัดส่วนของลูกค้ารายย่อยของบริษัทที่มากกว่าร้อยละ 90 ในขณะที่ ACLS จะร่วมมือกับ BNP Paribas เพื่อมุ่งเน้นบริการแก่ลูกค้าสถาบัน ทั้งนี้ การจัดแบ่งโครงสร้างการตลาดดังกล่าว จะช่วยเสริมการแบ่ง Chinese wall (การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการป้องกันการรั่วไหลข้อมูลภายใน) ระหว่างทั้งสองธุรกิจอีกด้วย


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Re: FSS

Posts by KOMA » Thu Dec 02, 2010 2:42 pm

I guess this news below somehow also relates to FSS. FSS's main customers are, like BLS, retail investors and will not feel the pain as much after liberalization.

Source: Bangkok Post

Fee liberalisation doesn't worry BLS

* Published: 2/12/2010 at 12:00 AM
* Newspaper section: Business

Bualuang Securities (BLS) foresees little impact from brokerage fee liberalisation since most of its customers are individuals with relatively low bargaining power.

Trading commission fees are scheduled to be gradually floated once the market is liberalised in 2012.

BLS as of Oct 31 had a 4.48% share of brokerage market revenue and 4.15% in trading value, a slightly higher margin than the market average, said managing director Bannarong Pichyakorn.

He attributed the strong margin to the large proportion of individual accounts - 60-70% of its trading volume is done by 32,000 individual investors while the balance is institutions.

After the liberalisation, investors will hunt for lower commission fees, but since its main customers are individuals, they are unlikely to drive as hard a bargain for cheaper rates as large investors, resulting in a steady margin.

Current fees based on volume are 0.25% for accounts with volumes lower than 5 million baht, 0.22% for 5-10 million baht, 0.18% for 10-20 million and negotiable for volumes above 20 million baht.


f.escape
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 436
Joined: Mon Feb 03, 2003 11:30 pm

Re: FSS

Posts by f.escape » Fri Dec 03, 2010 1:36 pm

เมื่อวานตลกดี มีคนซื้อราคาเปิดที่ 3.80 20,000 หุ้น +17%
สงสัยคีย์ซื้อผิดตัว อาจจะตั้งใจซื้อ FNS แตคีย์เป็น FSS แทน


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Re: FSS

Posts by manuel » Mon Dec 13, 2010 9:42 am

'ไซรัส'ส้มหล่น BNP เทรดหุ้น
บีเอ็นพี พาริบาส์ รุกคืบเข้าตลาดหุ้นไทย ส่งออร์เดอร์สถาบันผ่าน บล.สินเอเซีย
นายช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) เปิดเผยว่า
เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา บริษัทได้เซ็นสัญญาความร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พาริบาส์ (สิงคโปร์)
โดยทางบีเอ็นพีจะจัดตั้งทีมวิจัยและมาร์เก็ตติงเพื่อรองรับการส่งคำสั่งลูกค้าสถาบันผ่านบริษัทหลักทรัพย์ สิน
เอเซีย (ACLS) ซึ่งFSS ถือหุ้นใหญ่ 89% และตั้งเป้าหมายว่าจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของ ACLS เป็น
1% ได้


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Re: FSS

Posts by KOMA » Mon Dec 13, 2010 9:05 pm

สรุปข่าวเศรษฐกิจ การเงิน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ฟินันเซียไซรัสรุกตลาดตปท. ผนึก "บีเอ็นพี" ขึ้นโบรกฯ ชั้นนำ
บล.ฟินันเซียไซรัส รุกตลาดต่างประเทศเต็มสูบ ผนึกบีเอ็นพีฯ จับนักลงทุนต่างประเทศ-สถาบันใน
ประเทศ วางเป้าหมายเป็นโบรกเกอร์ชั้นนำในภูมิภาค
นายช่วงชัย นะวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ฟินันเซียไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
การเปิดเสรีเต็มรูปแบบในปี 2555 ทำให้บริษัทต้องเตรียมพร้อมอย่างมาก โดยเฉพาะการขยายการลงทุน
ธุรกิจในต่างประเทศเพื่อหาผลิตภัณฑ์ในการบริการลูกค้า เพราะหากว่าธุรกิจยังเน้นเฉพาะในประเทศจะทำ
ให้แข่งขันกันยาก ซึ่งการกระจายการลงทุนในต่างประเทศจะช่วยให้รายได้ของบริษัทมีความสมดุลมากขึ้น


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Re: FSS

Posts by KOMA » Tue Dec 14, 2010 12:50 pm

BNP Paribas returns via link with FSS

* Published: 13/12/2010 at 12:00 AM
* Newspaper section: Business Bangkok Post

BNP Paribas Securities (Singapore) Pte is resuming its stock-brokerage business in Thailand after signing an agreement with Finansia Syrus Securities (FSS) last month.

France's largest listed bank has provided securities services in Thailand for many years in collaboration with several local partners.

The co-operation will be with the FSS subsidiary ACL Securities (ACLS).

Under the two-year agreement, BNP Paribas will set up institutional research, sales and dealing teams at ACLS to support its institutional investors trading on the Stock Exchange of Thailand and the Thailand Futures Exchange (TFEX). ACLS will provide direct market access trading services to clients of BNP Paribas.

Thailand represents an integral element of BNP Paribas's research and trading strategy in Asean.

"This co-operation agreement with FSS and ACLS demonstrates our commitment and determination to build a balanced Asia-Pacific equities and derivatives platform," said Pierre Rousseau, head of equities and commodities derivatives for BNP Paribas Asia Pacific.

ACLS, 89%-owned by FSS, had shareholder equity of 473 million baht as of June 30. With all four securities licences, it is a full member of both the SET and TFEX.

FSS, a major retail broker, was ranked fifth in October with a 4.9% market share.

Chuangchai Nawong, the chief executive of FSS, said his company would focus on retail clients while ACS will handle foreign and institutional investors.

FSS aims to increase its market share to 6-7% next year, to which ACLS will contribute 1%. It will consider selling the ACLS licence to BNP Paribas if the co-operation proves a success.

However, once the securities business is liberalised in 2012, the market situation may change.

With its eye on going international within Asia in the coming years, FSS recently entered a collaborative venture with OCBC Securities (Singapore) to offer an internet platform for trading in 10 securities markets worldwide.

FSS introduced the service in Vietnam last year and plans to do the same in fast-growing Indonesia and Hong Kong next year.

The regional network will facilitate FSS investors trading in foreign markets while at the same time increasing new business for the company.

FSS has targeted turnover of 500 million baht next year. Over the next three years, it will gain an additional 1% market share by acquiring 1,500 high-net-worth client accounts.

"We also expect to see a correction in the Thai market in 2011. We'll add securities borrowing and lending services next year," said Mr Chuangchai.

FSS was established last year as a result of a three-way merger between Finansa Securities, Syrus Securities and ACLS. After the consolidation, ACLS became 89% owned by FSS.

Industrial and Commercial Bank of China and Finansa Plc are the largest shareholders in FSS at 24.51% and 19.6%, respectively.

FSS's market share has risen from 3% last year to nearly 5% currently, with 600 marketing staff and 28 securities branches.

FSS plans to merge with other firms of similar size to increase economies of scale with the aim of being one of the leading brokers after market liberalisation in 2012, said Mr Chuangchai.

He said the new mergers would begin next year.


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Re: FSS

Posts by KOMA » Wed Dec 22, 2010 11:07 am

BNP Paribas ready for securities return

* Published: 22/12/2010 at 12:00 AM
* Newspaper section: Business

BNP Paribas Securities will reopen its securities business in Thailand in early January, said Philippe Ditisheim, CEO of BNP Paribas Securities (Singapore).

The unit of the French investment bank will be a strategic partner with Finansia Syrus Securities, which controls 89% of ACL Securities. ACLS will process trading orders and join with BNP to form a research team for institutional investors. Chutima Woramontri, the new managing director of ACLS, will be the head of Thailand research. The research will cover stocks on the MSCI lists, with analysis available in some sectors.

BNP group has been offering investment banking in Thailand for 30 years and had a securities business previously.

With the securities business moving to a free market in 2012, Mr Ditisheim said the firm was monitoring developments before deciding future strategy.


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Re: FSS

Posts by manuel » Wed Dec 22, 2010 1:01 pm

KOMA wrote:BNP Paribas ready for securities return

* Published: 22/12/2010 at 12:00 AM
* Newspaper section: Business

BNP Paribas Securities will reopen its securities business in Thailand in early January, said Philippe Ditisheim, CEO of BNP Paribas Securities (Singapore).

The unit of the French investment bank will be a strategic partner with Finansia Syrus Securities, which controls 89% of ACL Securities. ACLS will process trading orders and join with BNP to form a research team for institutional investors. Chutima Woramontri, the new managing director of ACLS, will be the head of Thailand research. The research will cover stocks on the MSCI lists, with analysis available in some sectors.

BNP group has been offering investment banking in Thailand for 30 years and had a securities business previously.

With the securities business moving to a free market in 2012, Mr Ditisheim said the firm was monitoring developments before deciding future strategy.
งานเป็นรูปเปฺ็นร่างคงประมาณเดือน มกราคม รอดูต่อไป
หุ้นน้อยมากทั้งซื้อทั้งขายเหนื่อยจริงๆ :cry: :cry:


User avatar
KOMA
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 138
Joined: Fri Apr 08, 2005 11:00 pm

Re: FSS

Posts by KOMA » Tue Jan 04, 2011 9:23 pm

Below table show summary of Q4 Trading Value
FSS Ranks 5th with MKT share of 4.75% and have a slightly higher trading value than Q3.
If expenses is about the same as Q3, net profit for Q4 will be around the same as Q3 (89M).
It will then bring total profit of year 2010 to 200M...
Current MKT Value is 1005M. This will bring PE to only 5x given 2010 net profit of 200M.
If Dividends is 50% of profit, FSS will provide dividend yield of 10% given current price krup...

Rank Symbol Value %*
1 KIMENG 513,127.04 12.75
2 CGS 227,906.19 5.66
3 ASP 216,707.41 5.38
4 KGI 215,729.55 5.36
5 FSS 191,149.80 4.75
6 PHATRA 188,139.24 4.67
7 PST 187,833.48 4.67
8 KTZ 174,944.77 4.35
9 BLS 166,443.50 4.13
10 TNS 165,556.17 4.11
11 CS 162,096.24 4.03
12 UBS 139,171.48 3.46
13 KS 136,271.98 3.39
14 SCBS 130,513.44 3.24
15 UOBKHST 112,107.69 2.78
16 TSC 107,846.68 2.68
17 DBSV 101,854.00 2.53
18 GLOBLEX 97,640.80 2.43
19 CNS 95,066.67 2.36
20 MACQ 84,485.67 2.10
21 AYS 81,784.45 2.03
22 CLSA 64,562.41 1.60
23 SICSEC 61,321.29 1.52
24 KKS 60,590.57 1.51
25 TRINITY 49,089.19 1.22
26 JPM 48,138.03 1.20
27 AIRA 46,265.42 1.15
28 BFITSEC 45,652.82 1.13
29 CIMBS 38,149.35 0.95
30 US 35,697.92 0.89
31 SCIBS 29,094.00 0.72
32 FES 26,325.50 0.65
33 IVG 23,464.44 0.58
34 ACLS 759.2 0.02 0.02


manuel
Verified User
Posts: 347
Joined: Tue Jul 17, 2007 1:38 am

Re: FSS

Posts by manuel » Wed Jan 19, 2011 3:19 pm

:ohno: :ohno: :juju: :juju: มาไงเนี่ยคอยมานาน


lb
Verified User
Posts: 440
Joined: Thu May 01, 2008 8:19 pm

Re: FSS

Posts by lb » Sat Jan 22, 2011 12:50 am

มูลค่าซื้อขายเพิ่มขึ้นจากเดิม มากพอสมควร จากหลักพันหุ้นเป็นแสนหุ้นต่อวัน หุ้นน่าจะมีข่าวอะไร น่าติดตาม


21/01/2554 3.46 3.50 3.34 3.40 -0.04 -1.16 97,000 331.19

20/01/2554 3.50 3.56 3.44 3.44 -0.10 -2.82 247,200 864.63

19/01/2554 3.34 4.00 3.34 3.54 +0.20 +5.99 1,977,700 7,316.77

18/01/2554 3.40 3.50 3.34 3.34 -0.06 -1.76 115,700 390.87

17/01/2554 3.30 3.56 3.30 3.40 +0.14 +4.29 715,800 2,480.57

14/01/2554 3.16 3.60 3.10 3.26 +0.18 +5.84 1,105,100 3,768.56

13/01/2554 - - - - - - - -

12/01/2554 3.10 3.14 3.04 3.08 0.00 0.00 21,500 66.35

11/01/2554 3.14 3.18 3.08 3.08 +0.04 +1.32 5,500 17.26

10/01/2554 3.08 3.08 3.04 3.04 -0.12 -3.80 5,000 15.27

07/01/2554 3.12 3.16 3.12 3.16 +0.04 +1.28 7,900 24.81

06/01/2554 3.12 3.12 3.12 3.12 +0.02 +0.65 15,800 49.30

05/01/2554 3.10 3.12 3.10 3.10 -0.02 -0.64 15,200 47.13

04/01/2554 3.12 3.12 3.12 3.12 -0.08 -2.50 5,000 15.60

Try to find a  good company.

lb
Verified User
Posts: 440
Joined: Thu May 01, 2008 8:19 pm

Re: FSS

Posts by lb » Fri Jan 28, 2011 5:31 pm

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4273 ประชาชาติธุรกิจ

"บีเอ็นพีพารีบาส์"ผนึก"สินเอเซีย"ป้อนลูกค้าต่างชาติเทรดหุ้น

บี เอ็นพี พารีบาส์จับมือพันธมิตรธุรกิจหลักทรัพย์กับสินเอเซียในเครือฟินันซ่า พร้อมเปิดดำเนินการ 4 ม.ค.นี้ ชูจุดแข็งทีมวิเคราะห์และมาร์เก็ตติ้งจับลูกค้าสถาบันต่างชาติ ต้นปีประเดิมโรดโชว์ต้อนรับลูกค้าสิงคโปร์-ยุโรป-ฮ่องกง

นางโมนิค เวียลาตู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารบีเอ็นพี พารีบาส์ สาขากรุงเทพฯ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางบีเอ็นพี พารีบาส์ได้จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้านหลักทรัพย์ให้กับบริษัทหลัก ทรัพย์ (บล.) สินเอเซียเป็นเวลา 2 ปี โดยจะเริ่มเปิดดำเนินการในวันที่ 4 มกราคมนี้ โดยทางบีเอ็นพี พารีบาส์จะส่งลูกค้าต่างประเทศที่เป็นสถาบันให้กับสินเอเซีย ซึ่งทางบีเอ็นพี พารีบาส์จะมีแผนจัดโรดโชว์พบปะลูกค้าอยู่แล้ว โดยปีหน้าจะเริ่มโรดโชว์กลางเดือนมกราคมที่สิงคโปร์ หลังจากนั้นจะจัดโรดโชว์ในยุโรป อังกฤษ ฮ่องกง สหรัฐ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการหาลูกค้า โดยลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจะเน้นลงทุนตลาดเกิดใหม่ในอาเซียน

ปัจจุบัน กลุ่มบีเอ็นพี พารีบาส์มีสาขากระจายอยู่ทั่วโลก 80 สาขา ลูกค้าจำนวนประมาณ 3,000 ราย โดยจะให้บริการลูกค้าพิเศษแตกต่างกันตามขนาดเงินลงทุน สำหรับการทำธุรกิจหลักทรัพย์ในประเทศไทย ในอดีตบีเอ็นพี พารีบาส์เคยมีบริษัทหลักทรัพย์บีเอ็นพี พารีบาส์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นจับมือกับ บล.ธนชาตในการส่งออร์เดอร์ลูกค้าต่างประเทศ และล่าสุดได้เลือกทำธุรกิจหลักทรัพย์กับสินเอเซีย โดยเชื่อว่าบีเอ็นพี พารีบาส์มีจุดแข็งด้านลูกค้าสถาบันจะสร้างประโยชน์ร่วมกับทางกลุ่มฟินันเซีย ที่เป็นเจ้าของ บล.สินเอเซียที่มีกลุ่มลูกค้ารายย่อย

นายฟิลลิป ดิทิเซียม (Ditisheim) หัวหน้าส่วนตลาดทุนและตลาดอนุพันธ์ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ (สิงคโปร์) เปิดเผยว่า การร่วมมือกับสินเอเซียทางบีเอ็นพี พารีบาส์จะมีทีมนักวิเคราะห์ 3 คน และ เจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) อีก 4-6 คนในการให้บริการลูกค้า ซึ่งการเข้ามาร่วมมือด้านธุรกิจหลักทรัพย์ เนื่องจากเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยมีการเติบโตสูงในภูมิภาคนี้ สะท้อนจากดัชนีปรับตัวขึ้นถึง 40-60% จึงทำให้เป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน และเชื่อว่าในปีหน้าตลาดหุ้นไทยยังลงทุนได้โดยคาดดัชนีอยู่ที่ 1,200 จุด พร้อมให้น้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด (neutral)

Try to find a  good company.

lb
Verified User
Posts: 440
Joined: Thu May 01, 2008 8:19 pm

Re: FSS

Posts by lb » Sun Jan 30, 2011 9:44 pm

มีใครพอได้ข่าวบ้างหรือไม่ว่า ปี 2554 บริษัท ฯ มีเป้าหมายเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าใด

Try to find a  good company.

lb
Verified User
Posts: 440
Joined: Thu May 01, 2008 8:19 pm

Re: FSS

Posts by lb » Tue Feb 01, 2011 9:26 pm

บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ที่ประกาศผลประกอบการปี 53 แล้ว สวย ๆ ทั้งนั้น แต่หากดูงบ 9 เดือน FSS ดูเติบโตดีกว่ามาก ซึ่งอาจจะเพราะที่ผ่านมาขยายตัวน้อย ทำให้เห็นความแตกต่าง และน่าจะคาดได้ว่าท้งปี 53 จะออกมาดูดีมากเช่นบริษัทอื่น ๆ ในปี 54 มีปัจจัยเข้ามาช่วยหลายอย่าง น่าจะทำให้กำไรเติบได้ไม่น้อย ที่หว่ง บริษัทจะใจกว้าง กล้าจ่ายปันผลในอัตราสูง เหมือน ASP หรือเปล่า ถ้าใช่หุ้นคงไม่ย่ำตอกอยู่กับราคาปัจจุบัน แน่


บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
ก่อนตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินเฉพาะกิจการ
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 491,079 224,248
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 2.73 1.25
ต่อหุ้น (บาท)

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)

ก่อนตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 751,640 452,859
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.36 0.22
ต่อหุ้น (บาท)

บริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ก่อนตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 805,594 715,171
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 1.42 1.26
ต่อหุ้น (บาท)

บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)

ก่อนตรวจสอบ
(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ประจำปี
สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม
ปี 2553 2552
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 46,343 16,935
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.057 0.021
ต่อหุ้น (บาท)

Try to find a  good company.

Post Reply