SYMC

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Post Reply
User avatar
แสนยานุภาพ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 584
Joined: Mon Sep 21, 2009 11:10 am

SYMC

Posts by แสนยานุภาพ » Sun Oct 17, 2010 10:46 pm

หุ้นใหม่ที่จะเข้ามาใน Q4 นี้ครับ เข้าใจว่ามี พี่ๆ น้องๆ ในที่นี้ ทำงานได้ IT กันเยอะ เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ :D

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
SYMC: บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
 ประเ้ภทธุรกิจ บริษัทเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงภายในประเทศ ประเภทมีโครงข่ายเป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ "ซิมโฟนี่"
 ตลาดรอง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
 จำนวนหุ้นที่ IPO 75,000,000 หุ้น
 กลุ่มอุตสาหกรรม /หมวดธุรกิจ เทคโนโลยี/เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร
 ราคา PAR 1.00 บาท
 ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)
 ข้อมูล Filing     www.symphony.net.th
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 บริษัท "ไวโอลิน" เก่านั่นเอง มีจุดเด่นด้าน "ความเป็นกลาง" และ "คุณภาพการให้บริการ"

Remember, investing in the stock market is a marathon and not a slot machine.

nuaythebest
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 203
Joined: Fri Jan 02, 2009 10:58 pm

Re: SYMC

Posts by nuaythebest » Mon Oct 18, 2010 6:33 am

[quote="แสนยานุภาพ"]หุ้นใหม่ที่จะเข้ามาใน Q4 นี้ครับ เข้าใจว่ามี พี่ๆ น้องๆ ในที่นี้ ทำงานได้ IT กันเยอะ เชิญมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ :D

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
SYMC: บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)


User avatar
แสนยานุภาพ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 584
Joined: Mon Sep 21, 2009 11:10 am

Posts by แสนยานุภาพ » Mon Oct 18, 2010 9:29 am

บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัท) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสาร
ความเร็วสูงภายในประเทศ โดยเป็นรายแรกในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม
แบบที่สอง เลขที่ 2ก/49/001 ประเภทมีโครงข่ายเป็นของตนเองจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(กทช.) ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2549 โดยใบอนุญาตมีระยะเวลา 15 ปี โดยให้บริการภายใต้แบรนด์ Symphony

บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงภายในประเทศพร้อมทั้งให้บริการที่
เกี่ยวเนื่องอื่นๆ แก่ลูกค้าองค์กรที่นำบริการโครงข่ายของบริษัทไปให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้า End-user อีก
ทอดหนึ่ง เช่น ผู้ให้บริการด้านอินเตอร์เน็ต (Internet Service Provider) และกลุ่มลูกค้าองค์กรที่เป็น End-user
เพื่อการรับส่งข้อมูลขนาดใหญ่ระหว่างสำนักงานภายใต้องค์กรเดียวกัน โครงข่ายหลักของบริษัทครอบคลุมทุก
พื้นที่ในย่านธุรกิจในกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑล โดยโครงข่ายหลักตั้งอยู่บนสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง
ซึ่งจะสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย มีการควบคุมการทำงานด้วยระบบ
คอมพิวเตอร์ทำให้สามารถตรวจสอบเหตุขัดข้องให้ผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน ลักษณะการประกอบ
ธุรกิจของบริษัท แบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้
1. ธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารแบบ Metro Ethernet
2. ธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารแบบ Ready Ethernet
3. ธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารแบบ Time Division Multiplexing (TDM)
4. ธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารแบบ Synchronous Digital Hierarchy (SDH)
5. ธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารแบบ Ethernet over Synchronous Digital Hierarchy (EoSDH)
6. ธุรกิจเชื่อมโยงโครงข่ายใยแก้วนำแสง (Dark Fiber)

บริษัทประกอบด้วยทีมบริหารและเจ้าหน้าที่ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญในสายธุรกิจโทรคมนาคมซึ่งเป็นผู้มี
ประสบการณ์กว่า 20 ปี โดยเน้นการบริการที่เหนือกว่าระดับพรีเมี่ยม ลูกค้าสามารถให้ความไว้วางใจและ
เชื่อถือในบริการ โดยบริษัทมีความเป็นกลางกับพันธมิตรทุกราย เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจทั้งด้านบริการและ
เทคโนโลยีเพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดแก่ลูกค้า เป็นองค์กรที่สร้างสรรค์วัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมกิจการภายในและ
ภายนอกให้เกิดประโยชน์สูงสุด

บริษัทเน้นการให้บริการที่ให้คุณภาพสูงแก่ลูกค้า และรับประกันคุณภาพของงานด้วย Service Level
Agreement (SLA) ที่ 99.9% ทำให้ลูกค้ามั่นใจถึงคุณภาพของโครงข่ายของบริษัท นอกจากนี้บริษัทยังมีความ
เป็นกลางในการให้บริการ โดยเน้นการให้บริการให้เช่าวงจรสื่อสารความเร็วสูงเป็นหลัก หรือ ให้บริการโดยการ
เป็น Network Provider เท่านั้นเพื่อนำเสนอการให้บริการที่เป็นกลาง ทำให้กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต
ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมทุกประเภท ให้ความไว้วางใจและเลือกที่จะใช้บริการวงจรสื่อสารความเร็ว
สูงของบริษัท

เป้าหมายในการประกอบธุรกิจ
บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงชั้นนำที่มีความเป็นกลาง โดยให้บริการทั้งวงจร
สื่อสารที่เชื่อมต่อภายในประเทศและเชื่อมต่อไปต่างประเทศ เพื่อให้สามารถสนองตอบต่อความต้องการ ของ
ลูกค้าได้หลากหลายประเภทธุรกิจให้ได้มากที่สุด และมีผลประกอบการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้
ตั้งเป้าหมายดำเนินการด้านต่างๆ ดังนี้
แผนการเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 2 (มีโครงข่ายเป็น
ของตนเอง) โดยการขยายพื้นที่ให้บริการดังนี้
บริษัทมีเป้าหมายให้บริการกับกลุ่มลูกค้าบริษัทข้ามชาติในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคกลาง
และภาคตะวันออก โดยจะดำเนินติดตั้งโครงข่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ 11 นิคมอุตสาหกรรม
ภายในปี 2556
บริษัทมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงตามอาคารสำนักงาน (Ready
Ethernet) โดยจะติดตั้งระบบโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงภายในพื้นที่อาคารสำนักงานชั้นนำ
ในเขตกรุงเทพฯ จำนวน 150 อาคารภายในปี 2556
บริษัทมีเป้าหมายในการขยายพื้นที่บริการ Metro Ethernet ให้สามารถตอบสนองต่อความ
ต้องการใช้บริการของลูกค้ากลุ่มบริษัทหรือนิติบุคคล ในเขตกรุงเทพฯ ให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ
80 ภายในปี 2556

Image
Image

"อัตรากำไร" สูงมากเลยครับ มาช่วยกันหาหน่อยว่าเกิดจากอะไร  :?:

Remember, investing in the stock market is a marathon and not a slot machine.

nuaythebest
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 203
Joined: Fri Jan 02, 2009 10:58 pm

Posts by nuaythebest » Tue Oct 19, 2010 8:35 am

คงต้องดูในรายละเอียดงบการเงินอีกทีมั้งครับ เพราะแค่สรุปที่มีคงบอกยาก แต่ถ้าให้เดาผม เชื่อว่าน่าจะมาจากการที่ตัวธุรกิจเองนั้นมี Fixed Cost ซะมาก ในการลงทุนลาก Fiber optic ในครั้งแรก ซึ่งตัดค่าใช้จ่ายครั้งเดียว แล้วที่เหลือก็ขายบริการอย่างเดียว  แถม Symphony เองก็เน้นบริการแต่พวก Dark Fiber , Lease Line, metro ethernet อย่างเดียว ยิ่งแทบมี Variable Cost ต่ำมากเข้าไปใหญ่ เพราะเวลามีลูกค้าเพิ่มก็แค่จัดวงจรเพิ่มให้ Engineer ก็ไม่ได้ต้องเพิ่มมากตามจำนวนลูกค้า เพราะดูแลแค่วงจรกลางทาง ความเสี่ยงที่ผมมองเห็นคือการแข่งขันเรื่องราคาซึ่งต้องแข่งกับเจ้าใหญ่ๆ อย่าง TOT,CAT นี่สิ ในระยะยาวจะไหวไหม


User avatar
simpleBE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2330
Joined: Fri Jan 15, 2010 3:21 pm

Posts by simpleBE » Tue Oct 19, 2010 9:48 am

ซิมโฟนี  หน้า 9

http://www.efinancethai.com/investor_st ... 191010.pdf


User avatar
unnop.t
Verified User
Posts: 924
Joined: Wed Aug 20, 2008 12:44 pm

Posts by unnop.t » Tue Oct 19, 2010 12:08 pm

ดูตัวงบแล้วน่าสนใจจริง ๆ เป็นธุรกิจบริการที่มาร์จินสูงมาก ๆ ผมมองว่าเป็น

เหมือนธุรกิจสร้างอพาร์เมนต์ให้เช่าเลย ลงทุนสูง ๆครั้งแรกแล้วเก็บกินระยะยาว

cash flow น่าจะสม่ำเสมอ ต้นทุนผันแปรไม่น่าสูง เห็นบอกว่าการระดมทุนครอบคลุมการลงทุนได้ 3 ปี และสามารถคืนทุนได้ใน 3 ปี  แต่ธุรกิจที่ดีขนาดนี่ คู่แข่ง

ทำไมไม่เข้ามาเจาะตลาด ทั้งที่ดูิสินทรัพย์แล้วลงทุนไม่สูงมาก น่าสนใจว่าธุรกิจ

นี้เจาะยากหรือเปล่า หรือมี Key Success Factor ที่คนอื่นไม่มี

ความเสี่ยงน่าจะเป็นระยะสัมปทาน และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี คงต้องไป

ศึกษารายละเอียดเพิ่ม

ตลาดหุ้นมักจะหลอกเราด้วย ความโลภ และความกลัว.....

pawiga
Verified User
Posts: 870
Joined: Wed Nov 24, 2004 9:14 pm

Posts by pawiga » Tue Oct 19, 2010 12:14 pm

แต่ ปีนี้ ปีหน้าดูๆน่าจะไม่มี การเติบโตเท่าไร   กว่าจะวางสายจากนิคมเสร็จกว่าบริษัทในนั้นจะมาตกลงใช้บริการ น่าจะใช้เวลาอยู่


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Tue Oct 19, 2010 1:32 pm

คู่แข่ง
3BB True TT&T UIH ฯลฯ

ใครที่สังเกตบนเส้นไฟฟ้าในกรุงเทพ
เห็นสายที่อยู่ระดับต่ำว่าสายไฟ (อยู่กลางๆเส้นหน่อย)
อันนั้นมีสีติดอยู่ด้วย หรือ แถบเขียนว่า หน่วยงานต่างๆ
อันนั้นแหละ สายไฟเบิ้ล ที่ลากกัน
มีของ DTAC ,AIS ,TRUE (พวกค่ายโทรศัพท์) ก็มีด้วย
พวกนี้ลงทุน เรื่อง Network ที่เป็น Infrastruce แบบนี้
ส่วนหน่วยงานใหญ่พวกธนาคาร พวกรัฐวิสาหกิจ (ไม่นับพวกการไฟฟ้า) ก็เช่าคนที่มีระบบพวกนี้อยู่แล้วเอา

การเช่านี้ ต้องอ่านว่า สัญญาเช่าระยะยาว 3 หรือ 5 ปี เท่าไร
ส่วนเช่าปีต่อปีเท่าไร
เช่าระยะยาวยิ่งถูกกว่าระยะสั้น เพราะ ค่า ลากสาย และ ค่าอื่นๆ
ความเร็วก็มีส่งด้วยว่า ความเร็วมากก็ต้องใช้สายประเภท 32 ,64 คอร์ เพื่อรองรับการใช้งาน

มีระบบ Monitoring 24*7 หรือไม่
สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในกี่ชั่วโมง

ไม่นับเกี่ยวกับพวกการเชื่อมต่อ Internet ที่เป็นพวก Gateway อันนั้นคงล่ะส่วนกันล่ะครับ
เพราะ กิจการนี้ให้ความสะดวกในการติดต่อระหว่าง Point to Point

เดี๋ยวนี้ใช้กันมาอ่ะ ถ้าเป็นบริษัทข้ามชาติ เช่น Sun ,Oracle,Microsoft เป็นต้น ที่ Demo ระบบที ระบบจริงตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ แต่ Present กันที่เมืองไทย ไม่ต้องยกเครื่องไปมา มองเหมือนนั่งอยู่บนเครือข่ายภายในบริษัทที่สิงคโปร์ล่ะ

เรียกน้ำย่อยแค่นี้ก่อนล่ะกัน

น่าสนใจอย่างยิ่งบริษัทนี้
แต่ที่ไม่น่าสนใจ
คือ ทำไม ไวโอลินเดิมฆ่าทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็น ซิมโฟนี เป็นบริษัทใหม่เพราะอะไร <----อันนี้ใครช่วยวานถามผู้บริหารที่ อยากรู้คำตอบ
เพราะแบรนด์เดิมคนก็รู้จักแล้ว แต่ทำไมต้องลงทุนแบรนด์ใหม่ด้วย

:)

:)

User avatar
phoncu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 338
Joined: Sun Aug 30, 2009 11:43 pm

Posts by phoncu » Tue Oct 19, 2010 2:10 pm

miracle wrote:คู่แข่ง
3BB True TT&T UIH ฯลฯ

ใครที่สังเกตบนเส้นไฟฟ้าในกรุงเทพ
เห็นสายที่อยู่ระดับต่ำว่าสายไฟ (อยู่กลางๆเส้นหน่อย)
อันนั้นมีสีติดอยู่ด้วย หรือ แถบเขียนว่า หน่วยงานต่างๆ
อันนั้นแหละ สายไฟเบิ้ล ที่ลากกัน
มีของ DTAC ,AIS ,TRUE (พวกค่ายโทรศัพท์) ก็มีด้วย
พวกนี้ลงทุน เรื่อง Network ที่เป็น Infrastruce แบบนี้
ส่วนหน่วยงานใหญ่พวกธนาคาร พวกรัฐวิสาหกิจ (ไม่นับพวกการไฟฟ้า) ก็เช่าคนที่มีระบบพวกนี้อยู่แล้วเอา

การเช่านี้ ต้องอ่านว่า สัญญาเช่าระยะยาว 3 หรือ 5 ปี เท่าไร
ส่วนเช่าปีต่อปีเท่าไร
เช่าระยะยาวยิ่งถูกกว่าระยะสั้น เพราะ ค่า ลากสาย และ ค่าอื่นๆ
ความเร็วก็มีส่งด้วยว่า ความเร็วมากก็ต้องใช้สายประเภท 32 ,64 คอร์ เพื่อรองรับการใช้งาน

มีระบบ Monitoring 24*7 หรือไม่
สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายในกี่ชั่วโมง

ไม่นับเกี่ยวกับพวกการเชื่อมต่อ Internet ที่เป็นพวก Gateway อันนั้นคงล่ะส่วนกันล่ะครับ
เพราะ กิจการนี้ให้ความสะดวกในการติดต่อระหว่าง Point to Point

เดี๋ยวนี้ใช้กันมาอ่ะ ถ้าเป็นบริษัทข้ามชาติ เช่น Sun ,Oracle,Microsoft เป็นต้น ที่ Demo ระบบที ระบบจริงตั้งอยู่ที่สิงคโปร์ แต่ Present กันที่เมืองไทย ไม่ต้องยกเครื่องไปมา มองเหมือนนั่งอยู่บนเครือข่ายภายในบริษัทที่สิงคโปร์ล่ะ

เรียกน้ำย่อยแค่นี้ก่อนล่ะกัน

น่าสนใจอย่างยิ่งบริษัทนี้
แต่ที่ไม่น่าสนใจ
คือ ทำไม ไวโอลินเดิมฆ่าทิ้งแล้วเปลี่ยนเป็น ซิมโฟนี เป็นบริษัทใหม่เพราะอะไร <----อันนี้ใครช่วยวานถามผู้บริหารที่ อยากรู้คำตอบ
เพราะแบรนด์เดิมคนก็รู้จักแล้ว แต่ทำไมต้องลงทุนแบรนด์ใหม่ด้วย

:)
เท่าที่อ่าน   รู้สึกว่า ไวโอลินจะหมดสัมปทานกัน กสท. ไปเมื่อปีที่แล้วน๊ะครับ เลยต้องทยอยโอนลูกค้ามาที่ซิมโฟนี่  จะเห็นว่างบปี 50 มา 51 รายได้โตกระโดดมาก  เพราะเค้าเริ่มทยอดโอนลูกค้ามาที่ซิมโฟนี่ครับ


ต.หยวนเปียว
Verified User
Posts: 1688
Joined: Tue Feb 24, 2004 8:36 pm

Posts by ต.หยวนเปียว » Tue Oct 19, 2010 3:06 pm

อะไรที่จะทำให้กำไรโตครับ
เข้าตลาดได้เงินเพิ่มทุน ไปใช้หนี้ หรือ ขยายเครือข่าย...?
อยากรู้จังไอพีโอเท่าไหร่  :lol:

==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Tue Oct 19, 2010 5:01 pm

นอนยันว่า TT&T และ TRUE ลงมาเล่นอยู่แล้วครับ
แต่ในด้านการตัดราคา ด้วยในบ้างที่
เพราะต้องการงาน เดินสายทางนี้ต้องมีหน่วยงานรัฐใช้งานด้วย
ยิ่งมีคนแชร์สายได้มากเท่าไรยิ่งดีในช่วงแรก
เมื่อขายแรกไว้แล้วก็ทิ้งอุปกรณ์ไว้ไม่เก็บกลับ
รอประมูลใหม่รอบหน้า ได้ไม่ต้องเสียค่าอุปกรณ์
แค่ปลั๊กเสียบใช้งานได้เลย

เห็นภาพหรือยังว่า ธุรกิจนี้เริ่มแรกมัน cost สูง หลังๆ ก็น้ำซึมบ่อทรายดีๆ

ถ้าให้ดูในงบคือ ถ้าดีจริงต้องตัดค่าอุปกรณ์หมดภายในหนึ่งปี
ไม่ใช่ 3-5 ปี ตามปกติ
:)

:)

User avatar
unnop.t
Verified User
Posts: 924
Joined: Wed Aug 20, 2008 12:44 pm

Posts by unnop.t » Wed Oct 20, 2010 4:46 pm

แมวาผูประกอบการบางรายจะมีโครงขายและอุปกรณซึ่งสามารถใหบริการไดเหมือนบริษัท แต
ผูประกอบการเหลานั้นสวนใหญใชโครงสรางสาธารณูปโภคที่มีอยูในการใหบริการประเภทอื่นที่ไมใชการ
ใหบริการเชาวงจรสื่อสารความเร็วสูงเหมือนบริษัท นอกจากนี้ แมวาในปจจุบัน กทช. จะสนับสนุนใหเกิดการ
แขงขันอยางเสรีและเปนธรรม แตเนื่องจากธุรกิจโทรคมนาคมนั้น จําเปนตองอาศัยความสามารถและ
ประสบการณของผูบริหารและพนักงานในการดําเนินธุรกิจ ดังนั้นภาวะการแขงขันของบริษัทจึงยังไมสูงมาก
นัก ณ ปจจุบัน ผูประกอบการหลักที่ประกอบธุรกิจการใหบริการโครงขายสายทองแดงและโครงขายใยแกวนํา
แสงซึ่งถือเปนคูแขงทางการคาของบริษัท ประกอบดวยบริษัทที่ดําเนินการในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไดแก
บริษัท ทีโอที จํากัด (มหาชน) (TOT)  และบริษัท กสท โทรคมนาคม จํากัด (มหาชน) (CAT) และยังมีบริษัทที่
เอกชนเปนผูดําเนินการอีก 4 แหง คือ บริษัท ยูไนเต็ด อินฟอรเมชั่น ไฮเวย จํากัด (UIH) บริษัท ทริปเปลที
บรอดแบรนด จํากัด (TTTBB) บริษัท ซุปเปอร บรอดแบนด เน็ทเวอรค จํากัด (SBN) และ บริษัท ทรู ยูนิเวอร
แซล คอนเวอรเจนซ จํากัด (TUC) ซึ่งเปนบริษัทยอยของ บริษัท ทรู คอรปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) (TRUE) ซึ่ง
บริษัททั้งหมดขางตนมีโครงขายเปนของตนเอง ทําใหประหยัดตนทุนในการใหบริการไดในระดับหนึ่ง
ตัดมาจากข้อมูล filing เห็นว่าคู่แข่งแต่ละเจ้าขาใหญ่ทั้งนั้นเลย ผมคิดว่าราคาไม่น่ามีการแข่งขันกันรุนแรงมาก ถ้าเทียบกับกลุ่มพวก service provider เพราะมาร์จิ้นของ Symphony ค่อนข้างสูงมาก แต่ด้วยที่กำไร และ ROA สูงมากขนาดนี้ ทำไม Symphony จึงแข่งขันได้ ถ้าผมเป็นคู่แข่ง คงต้องรีบมองหาช่องทางขอแบ่งเค้กด้วย บริษัทที่มีสัมปทานประเภท 2 หรื่อประเภท 3  มีอยู่เป็นสิบกว่าบริษัท ถ้าบอกว่าต้องลงทุนสูง ผมเห็น Symphony เองมีสินทรัพย์ตอนนี้แค่ 500 ล้าน ต่อให้เพิ่มทุนก็ไม่น่าเกิน 1000 ล้าน เงินลงทุนขนาดนี้ไม่มากเกินไปที่จะเข้ามาแข่งขัน น่าคิดที่เดียว

ผมไม่คุ้นกับอุตสาหกรรมไอทีเท่าไหร่ ถ้ามีคนทำงานในอุตสาหกรรมนี้มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมน่าจะดีครับ

ตลาดหุ้นมักจะหลอกเราด้วย ความโลภ และความกลัว.....

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Wed Oct 20, 2010 6:12 pm

ดูที่ช่องทางไปมากกว่า
ซิมโฟนี จับมือกับ กฟผ ในการใช้ SDH
เพื่อตัวเองไม่ต้องลากสายระหว่างจังหวัดที่ต้องลงทุนสูง

มีอยู่แล้วก็ใช้งานของเขาแทน
แต่ข้อเสียคือใช้แล้วก็ต้องจ่าย และ บนระบบเครือข่ายของคนอื่น
ทำให้อาจจะมี Factors อื่นที่ไม่สามารถควบคุมได้เกิดขึ้น
แต่ข้อดีคือ ประหยัด

ต้องถามว่า เครือข่ายของ ซิมโฟนี ครอบคลุมขนาดไหน
มีความยาวของสายเท่าไร

ที่รู้ TOT TT&T Ture มีโครงข่ายที่เป็นทองแดงอยู่ก่อน
ส่วน ไฟเบิลออติ้ก นั้น เจ้าใหม่ถึงมี

บริษัทนี้ เริ่มเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมมากขึ้น
เจาะตลาดที่เป็น mass ในโรงงานเพิ่มขึ้น เพราะว่า
ต่างประเทศเริ่มลงทุนในบ้านเรามากขึ้น เขาก็ต้องการดูว่าโรงงานนี้
ผลิตเป็นอย่างไง ไม่ต้องเสียค่าเครื่องบิน
:)

:)

User avatar
แสนยานุภาพ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 584
Joined: Mon Sep 21, 2009 11:10 am

Posts by แสนยานุภาพ » Wed Oct 20, 2010 6:39 pm

โครงข่ายปัจจุบัน
ปัจจุบันบริษัทมีโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่สามารถครอบคลุมพื้นที่การให้บริการ ในเขตพื้นที่
กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และ สมุทรปราการ โดยสุดเขตทางทิศเหนือคือพื้นที่บริเวณ
ประตูน้ำพระอินทร์ ทิศใต้คือพื้นที่บริเวณสำโรง ทิศตะวันออกคือพื้นที่บริเวณบางนาหลักกิโลเมตรที่ 17 และ
ทิศตะวันตกคือพื้นที่บริเวณพุทธมณฑลสาย 8 ส่วนการเชื่อมต่อจากโครงข่ายของบริษัทไปยังจุดสุดท้ายของลูกค้า (Last Mile) นั้น
จะมีการกระจายสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงทั้งจากโครงข่ายหลักและโครงข่ายย่อย ขึ้นอยู่
กับตำแหน่งและความเหมาะสมทางกายภาพของสถานที่ที่อุปกรณ์ตั้งอยู่

ปัจจุบันโครงข่ายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงของบริษัทจะติดตั้งบนเสาไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง การ
ไฟฟ้าภูมิภาค แนวรถไฟฟ้าบีทีเอส และบาทวิถีริมทางขึ้น-ลงของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นต้น โดยบริษัท
ได้รับสิทธิแห่งทาง (Right of Way) ตามสิทธิของผู้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา 39 หมวด 4 แห่ง
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งมาตราดังกล่าวระบุให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิ
ปักหรือตั้งเสา หรือเดินสาย วางท่อหรือติดตั้งอุปกรณ์ ประกอบใดๆในการให้บริการโทรคมนาคมได้เมื่อได้รับ
ความเห็นชอบจาก กทช. ตามค่าใช้จ่ายที่กำหนดโดยเจ้าของสิทธิแห่งทาง
รายละเอียดสัญญาหรือภาระผูกพันตามสัญญาที่เกี่ยวเนื่องกับสิทธิแห่งทางสรุปได้ดังนี้
สัญญาให้ใช้พื้นที่บนทางยกระดับรถไฟฟ้าบีทีเอส เพื่อติดตั้งโครงข่ายสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสง
เป็นสัญญาที่บริษัทลงนามกับบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BTS) โดย
BTS ตกลงให้บริษัทใช้พื้นที่ในสถานีรถไฟฟ้าเพื่อติดตั้ง อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม บนพื้นที่
ตามแนวทางเดินรถไฟฟ้า เพื่อติดตั้งสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงจำนวน 192 cores และอุปกรณ์ไป
ตามพื้นที่และรางเดินสายเคเบิ้ล โดยกำหนดให้สายเคเบิ้ลใยแก้วและอุปกรณ์ที่ติดตั้งนี้ บริษัทมี
สิทธิใช้ประโยชน์เพื่อการให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงของบริษัท จำนวน 120 cores BTS มี
สิทธิใช้ประโยชน์เพื่อการขยายสมรรถนะการให้บริการระบบขนส่งมวลชน จำนวน 48 cores
และ กำหนดให้ 24 cores ที่เหลือนั้น บริษัทต้องจัดการทำการตลาดเพื่อนำออกให้ลูกค้าเช่าใช้
งาน เฉพาะในกลุ่มที่เป็นผู้ประกอบกิจการให้บริการโทรคมนาคมเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่ลูกค้าของ
บริษัทในส่วนที่ใช้บริการวงจรสื่อสารกับบริษัทจำนวน 120 cores และบริษัทจะต้องแบ่งรายได้
ค่าบริการที่เกิดขึ้นกับสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงจำนวน 24 cores นี้ ให้แก่ BTS ในอัตราส่วน
ตามที่ตกลงกัน หรือชำระเงินจำนวนหนึ่งให้แก่ BTS เพื่อเป็นการประกันรายได้ขั้นต่ำให้กับ BTS
ตั้งแต่ปีแรกที่บริษัทเข้าทำสัญญาฯ ด้วย โดยบริษัทต้องเป็นผู้ซ่อมแซม ดูแลโครงข่ายทั้งหมด
ด้วยค่าใช้จ่ายบริษัทเอง สัญญาฉบับนี้มีอายุ 10 ปีนับตั้งแต่ 7 สิงหาคม 2552 โดย BTS ยินยอม
ต่อให้อีก 5 ปี เมื่อครบกำหนดอายุสัญญา และเมื่อสิ้นสุดสัญญาฯ ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็น
กรรมสิทธิ์ของ BTS ทันที
หนังสืออนุญาตให้บริษัทพาดสายเส้นใยแก้วนำแสง ออกโดยการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) แก่
บริษัทเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2551ในการอนุญาตให้ติดตั้งสายใยแก้วนำแสงให้ 10 เส้นทาง รวม
ระยะทาง 24.79 กิโลเมตร โดยบริษัทต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขและค่าใช้จ่ายในการสำรวจและ
ราคาพาดสายกับเสาไฟฟ้าตามที่ กฟน. กำหนด ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีภาระผูกพันค่าใช้จ่าย
ดังกล่าวกับ กฟน. จำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่ได้เรียกเก็บเนื่องจากอัตราการคิดค่าตอบแทนการวาง
โครงข่ายสายกับเสาไฟฟ้ายังไม่ได้รับอนุมัติจาก กฟน.
สัญญาใช้สายสัญญาณเส้นใยแก้วนำแสงกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระยะ
เวลา 3 ปี จำนวน 2 สัญญา เริ่มต้น 19 พฤศจิกายน 2551 และ 10 ธันวาคม 2551 ตามลำดับ
โดยเป็นการใช้สายสัญญาณเส้นใยแก้วนำแสง สัญญาละ 4 cores จากจุดเชื่อมต่อคอสะพาน
พระราม 9 ฝั่งสาธุประดิษฐ์ ถึงจุดเชื่อมต่อคอสะพานพระราม 9 ฝั่งราษฎร์บูรณะ เพื่อเชื่อมต่อ
ขยายโครงข่ายหลักจากพื้นที่ฝั่งกรุงเทพฯ ไปยังฝั่งธนบุรี มีอัตราค่าใช้สายสัญญาณตามที่ตกลง
กันในสัญญา กทพ.อาจพิจารณาต่อสัญญาตามระยะเวลา และอัตราค่าใช้บริการ และ
ผลประโยชน์ตอบแทนที่จะได้ตกลงร่วมกัน
หนังสืออนุญาตให้บริษัทก่อสร้างท่อร้อยเคเบิ้ลใต้ดิน ออกโดยกรุงเทพมหานคร (กทม.) แก่
บริษัทเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2552 ในการอนุญาตให้ดำเนินการขุดฝังสายเคเบิ้ลใยแก้วนำแสงลง
ใต้บาทวิถีซึ่งเป็นที่สาธารณะเท่านั้น โดยต้องต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขของ กทม. และอัตรา
ค่าใช้จ่ายตามที พรบ. ทางหลวง หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกำหนด
หนังสืออนุญาตให้บริษัทพาดสายเส้นใยแก้วนำแสง ออกโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)
แก่บริษัทเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 และ วันที่ 3 สิงหาคม 2553 ในการอนุญาตให้ติดตั้ง
สายใยแก้วนำแสง รวมระยะทาง 72.19 กิโลเมตร โดยบริษัทต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขและอัตราค่า
สมทบการปรับปรุงเสาไฟฟ้า ค่าธรรมเนียมในการขออนุญาตพาดสาย ค่าบริการพาดสายจ่าย
รายปีต่อเส้นทางตามที่ กฟภ. กำหนด การอนุญาตพาดสายจะไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งบริษัท
สามารถพาดสายได้ตราบเท่าที่บริษัทได้จ่ายค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่างๆ ดังกล่าวมาให้แก่
กฟภ.อย่างถูกต้องครบถ้วน
สัญญาใช้บริการโครงข่ายระบบเส้นใยแก้วนำแสงกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เมื่อวันที่ 31
สิงหาคม 2553 โดยมีระยะเวลาของสัญญา 12 ปี เพื่อใช้โครงข่ายระบบเส้นใยแก้วนำแสง
ของกฟน. จำนวน 2 วงจร เป็นโครงข่ายเสริมโครงข่ายหลัก และมีอัตราค่าใช้บริการโครงข่าย
ระบบเส้นใยนำแสงตามที่ตกลงกันในสัญญา และสามารถใช้สิทธิแห่งทางในการพาดสายเคเบิ้ล
ใยแก้วนำแสง บนเสาไฟฟ้าของ กฟน. เพื่อการให้บริการแก่ลูกค้าของบริษัทได้

นอกจากการลงทุนติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงของตนเองแล้ว บริษัทยังได้ทำสัญญาขอเช่าใช้
บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสง จำนวน 126 Cores เป็นระยะทางเท่ากับ 124.65 กิโลเมตร กับ บริษัท โกลบอล
ครอสซิ่ง เซอร์วิสซิส จำกัด (ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายตามสัญญาให้ดำเนินการให้บริการเช่าวงจรสื่อ
สัญญาณความเร็วสูงภายในประเทศจาก บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (กสท.)) ในการใช้
บริการโครงข่าย โดยมีเงื่อนไข และมีอัตราค่าใช้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสง ตามที่ตกลงกันในสัญญา ซึ่ง
สัญญา ฯ นี้ได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสัญญา ฯ ดังกล่าวได้สิ้นสุดระยะเวลาลง
แล้วตามสัญญาให้ดำเนินการฯ ที่ได้ครบอายุแล้ว แต่เนื่องจากบริษัท โกลบอล ครอสซิ่ง เซอร์วิสซิส จำกัด ยัง
ครอบครองทรัพย์สินที่เป็นโครงข่ายใยแก้วนำแสงอยู่โดย กสท. ยังมิได้ให้บริษัท โกลบอล ครอสซิ่ง เซอร์วิสซิส
จำกัด ต้องส่งมอบทรัพย์สินให้ กสท. เพราะ บริษัท โกลบอล ครอสซิ่ง เซอร์วิส จำกัด อยู่ระหว่างการเจรจากับกสท.
เพื่อดำเนินการขอซื้อทรัพย์สินดังกล่าว บริษัทจึงยังคงใช้โครงข่ายใยแก้วนำแสงตลอดจนชำระค่าเช่าใช้
บริการให้แก่บริษัท โกลบอล ครอสซิ่ง เซอร์วิสซิส จำกัด ในราคาเดิมต่อไป


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอความคิดเห็นเกี่ยวกับย่อหน้าสุดท้ายด้วยครับ  :?:

Remember, investing in the stock market is a marathon and not a slot machine.

miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Thu Oct 21, 2010 12:44 pm

network provider ให้บริการทางด้าน physical ทั้งสายและอุปกรณ์
service provider ให้บริการ configuration Protocal ความปลอดภัย แต่เป็นระบบปิด
ISP เหมือน service provider แต่เป็นระบบเปิด
:)

:)

User avatar
unnop.t
Verified User
Posts: 924
Joined: Wed Aug 20, 2008 12:44 pm

Posts by unnop.t » Thu Oct 21, 2010 1:26 pm

miracle wrote:network provider ให้บริการทางด้าน physical ทั้งสายและอุปกรณ์
service provider ให้บริการ configuration Protocal ความปลอดภัย แต่เป็นระบบปิด
ISP เหมือน service provider แต่เป็นระบบเปิด
:)
ที่ว่าระบบปิด หมายถึง ใช้ภายในองค์กร หรือเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเหมือน  intranet ส่วนระบบเปิดสามารถใช้ในวงกว้างเหมือน internet ทั่วไป ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกมั๊ยครับ  :?:

ตลาดหุ้นมักจะหลอกเราด้วย ความโลภ และความกลัว.....

User avatar
MO101
Verified User
Posts: 3226
Joined: Thu Jun 19, 2003 3:45 pm

Posts by MO101 » Thu Oct 21, 2010 2:50 pm

ISP  = Internet Service Provider


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Thu Oct 21, 2010 10:32 pm

unnop.t wrote:
miracle wrote:network provider ให้บริการทางด้าน physical ทั้งสายและอุปกรณ์
service provider ให้บริการ configuration Protocal ความปลอดภัย แต่เป็นระบบปิด
ISP เหมือน service provider แต่เป็นระบบเปิด
:)
ที่ว่าระบบปิด หมายถึง ใช้ภายในองค์กร หรือเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเหมือน

:)

User avatar
แสนยานุภาพ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 584
Joined: Mon Sep 21, 2009 11:10 am

Posts by แสนยานุภาพ » Thu Oct 21, 2010 10:43 pm

unnop.t wrote:
miracle wrote:network provider ให้บริการทางด้าน physical ทั้งสายและอุปกรณ์
service provider ให้บริการ configuration Protocal ความปลอดภัย แต่เป็นระบบปิด
ISP เหมือน service provider แต่เป็นระบบเปิด
:)
ที่ว่าระบบปิด หมายถึง ใช้ภายในองค์กร หรือเฉพาะกลุ่มเท่านั้นเหมือน

Remember, investing in the stock market is a marathon and not a slot machine.

User avatar
Paul VI
สมาชิกกิตติมศักดิ์
Posts: 10532
Joined: Tue Sep 18, 2007 7:17 pm

Posts by Paul VI » Fri Oct 22, 2010 7:49 pm

เข้ามาอ่านเพื่อเข้าใจ ตัวธุรกิจนี้

ดีจังครับ เพิ่ม circle of competence อีกแล้ว  :D


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Sat Oct 23, 2010 7:07 am

unnop.t wrote:
ขอบคุณครับ แล้วไม่ทราบว่าตอนนี้ fiber optic สามารถเชื่อมต่อจากกรุงเทพไปต่างจังหวัดได้หรือยัง และใครเป็นคนทำอยู่ครับ เห็น symphony จะเจาะตลาดนิคมอุตสาหกรรม แสดงว่าจะต้องเดิน fiber optic จากต่างจังหวัด สนง ใหญ่ลูกค้าที่กรุงเทพ
อันนี้ต้องขุดกันต่อไปครับ ในเรื่องการเดินสาย fiber optic
เพราะ การเดินสาย fiber optic แต่ละครั้ง ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง
ทุก 4 กิโลเมตร มีตัวทวนสัญญาณ 1 ตัว
หากสายขาดก็ต้องมีตัวทวนสัญญาณนี้เป็นตัวเชื่อมสาย
หากตัวทวนสัญญาณมากเกินไป ทำให้สัญญาณลดลงได้
พี่ลองมองไปที่เสาไฟฟ้า เห็นอุปกรณ์ที่คล้ายรูปจรวด นั้นแหล่ะ
ตัวทวนสัญญาณของ fiber optic
ลองสังเกตดีๆเห็นอ่ะ

ตัวทวนสัญญาณของ fiber optic ไม่เหมือนตัวทวนสัญญาณของทองแดงที่เป็นกระเปาะ แขวนไว้บนเสาไฟฟ้าล่ะครับ


by the way
คำถามในใจของผมคือ
ทุกปีบริษัทนี้ลงทุนในระบบเครือข่ายเท่าไร ต่างหาก
เพราะ เคยมี Case ของ Hp
ผู้ถือหุ้นลงมติไล่ CEO เนื่องจากตัดค่า R&D ลง

:)

:)

User avatar
unnop.t
Verified User
Posts: 924
Joined: Wed Aug 20, 2008 12:44 pm

Posts by unnop.t » Sun Oct 24, 2010 3:00 pm


ผลกระทบของเทคโนโลยี 3G ตอการใหบริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงของบริษัท
อาจสงผลกระทบดังตอไปนี้
โอกาส
1.  สรางโอกาสในการขยายธุรกิจ ME และ RE ของบริษัทเปนอยางมาก เนื่องจากบริษัทมีความเปนกลาง
ในการดําเนินธุรกิจ ทําใหบริษัทสามารถเสนอการใหบริการดังกลาวสําหรับตอเชื่อม Cell Site ทดแทน
การสรางโครงขายของแตละผูใหบริการ 3G ซึ่งเปนการลดความเสี่ยงในการลงทุน และสามารถลด
ตนทุนการใชจายดานโครงขายของผูใหบริการ 3G ไดเนื่องจากบริษัทสามารถใชโครงขายเดียวกันที่มี
อยูใหบริการผูใหบริการ 3G ไดหลายราย ทําใหคาเชาวงจรของบริษัทนั้นต่ํากวาการที่ผูใหบริการ 3G
จะสรางโครงขายเปนของตนเอง อีกทั้งยังชวยเปดบริการไดเร็วกวาการสรางใหมอีกดวย  
2.  กระตุนความตองการใชงาน Broadband โดยรวมทําใหเกิดการขยายตัวทั้งจํานวนและความเร็วของ
วงจรเชา เพราะจะมี Content ใหมๆที่ออกมารองรับ 3G ที่ใชความเร็วในการรับสงขอมูลสูงมากขึ้น
อุปสรรค
1.  อาจทําใหความตองการวงจรเชา TDM ลดลงเพราะผูใชงานมีทางเลือกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นใน
ระดับความเร็วไมเกิน 2 Mbps แตนาจะกระทบกับตลาด ADSL มากกวา
2.  อาจสงผลกระทบดานราคาเพราะผูใชงานมีทัศนคติกับบริการ Broadband วาตองเร็วขึ้นและถูกลง
จากข้อมูล filing ผมยังไม่ค่อยเข้าใจว่า 3G มันจะดีต่อ SYMC ยังไง 3G มันเป็นระบบไร้สาย แต่ SYMC วางระบบสาย fiber optic มันจะช่วยระบบ 3G ?? โดยเขาบอกว่าธุรกิจ ME กับ RE น่าจะดีขึ้น ??

รบกวนใครช่วยเฉลยหน่อยครับ  :bow:

ตลาดหุ้นมักจะหลอกเราด้วย ความโลภ และความกลัว.....

User avatar
phoncu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 338
Joined: Sun Aug 30, 2009 11:43 pm

Posts by phoncu » Sun Oct 24, 2010 9:47 pm

[quote="densin"][quote="unnop.t"]

จากข้อมูล filing ผมยังไม่ค่อยเข้าใจว่า 3G มันจะดีต่อ SYMC ยังไง 3G มันเป็นระบบไร้สาย แต่ SYMC วางระบบสาย fiber optic มันจะช่วยระบบ 3G ?? โดยเขาบอกว่าธุรกิจ ME กับ RE น่าจะดีขึ้น ??

รบกวนใครช่วยเฉลยหน่อยครับ


miracle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 18062
Joined: Sat Dec 18, 2004 1:38 pm

Posts by miracle » Sun Oct 24, 2010 11:27 pm

ระบบไร้สายอย่างไงก็ต้องมีสายให้ Site
ถ้าเป็น Microwave ทำยากเพราะถ้าหากตั้งจานแล้ววันดีคืนดี
ตึกสูงสร้างมาบังก็ต้องย้ายจาน งานใหญ่เลยอ่ะ
เพราะ ว่า ทิศทางมันต้องได้ ไม่ได้ก็ต้องย้ายเสาหรือ ลากสายไป Siteล่ะ

ไร้สายกับมีสาย ความเสถียรของมีสายมากกว่าไร้สาย

ิby the way
ROA ก็สูง และ ROE ก็สูงตามด้วย
ทำให้สงสัยว่า ระดมทุนเพื่ออะไรล่ะ
เพราะ ถ้าดูจากสองตัวนี้ แล้วสงสัยว่า ของดีแบบนี้เข้ามาเพื่อะไร
:)

:)

User avatar
unnop.t
Verified User
Posts: 924
Joined: Wed Aug 20, 2008 12:44 pm

Posts by unnop.t » Mon Oct 25, 2010 3:29 pm

miracle wrote:ระบบไร้สายอย่างไงก็ต้องมีสายให้ Site
ถ้าเป็น Microwave ทำยากเพราะถ้าหากตั้งจานแล้ววันดีคืนดี
ตึกสูงสร้างมาบังก็ต้องย้ายจาน งานใหญ่เลยอ่ะ
เพราะ ว่า ทิศทางมันต้องได้ ไม่ได้ก็ต้องย้ายเสาหรือ ลากสายไป Siteล่ะ

ไร้สายกับมีสาย ความเสถียรของมีสายมากกว่าไร้สาย

ิby the way
ROA ก็สูง และ ROE ก็สูงตามด้วย
ทำให้สงสัยว่า ระดมทุนเพื่ออะไรล่ะ
เพราะ ถ้าดูจากสองตัวนี้ แล้วสงสัยว่า ของดีแบบนี้เข้ามาเพื่อะไร
:)
คุณ miracle คิดเหมือนผมเลย กำไรดีขนาดนี้เก็บกินเองดีกว่า แบ่งคนอื่นทำไม ? ถ้าต้องการเงินลงทุนเพิ่ม เงินเพิ่มทุนไม่กี่ร้อยล้าน จริง ๆไม่น่าเกินความสามารถในการกู้แบงค์ เมื่อเทียบกับศักยภาพการทำกำไร ถ้าผมเป็นแบงค์คงรีบประเคนเงินกู้ให้โดยด่วน หนี้ระยะยาวก็น้อย ผมไม่แน่ใจว่า motivation ของ SYMC คืออะไรแน่ ไม่รู้ว่ามองตรงไหนพลาดหรือเปล่า

หรือจะทำ Private Placement ก็ยังไหว  :?:

ปล. ขอบคุณทุกโพสความเห็นครับ  :D

ตลาดหุ้นมักจะหลอกเราด้วย ความโลภ และความกลัว.....

jeda01
Verified User
Posts: 295
Joined: Sat Aug 28, 2004 2:40 pm

Posts by jeda01 » Mon Oct 25, 2010 3:55 pm

หรือว่า บ. ต้องการเข้ามาในตลาดหุ้น เพื่อทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นหรือเปล่าครับ


ต.หยวนเปียว
Verified User
Posts: 1688
Joined: Tue Feb 24, 2004 8:36 pm

Posts by ต.หยวนเปียว » Mon Oct 25, 2010 9:09 pm

jeda01 wrote:หรือว่า บ. ต้องการเข้ามาในตลาดหุ้น เพื่อทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นหรือเปล่าครับ
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับประเด็นนี้  
ไม่งั้นคงไม่มีบริษัทที่เข้าตลาดมาแล้วราคาขึ้นไปหลายเด้ง
ทำไมฟาร์มเฮ้าเข้าตลาด ทำไม... ทำไม... เยอะแยะที่เข้าตลาดมาดีๆ
แต่ที่เข้ามาแล้วเน่าก็มี  :lol:

==หากบริษัทไม่ได้อยู่ในตลาดฯ หุ้นยังน่าซื้อหรือไม่ ==

User avatar
j21
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 686
Joined: Thu May 06, 2010 12:14 am

Posts by j21 » Mon Oct 25, 2010 10:03 pm

อันนี้ลอกมาจาก Filing นะครับ

ส่วนที่ 2 หน้าที่ 1

วัตถุประสงค์การใช้เงิน จากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน

1  การลงทุนสร้างโครงข่ายเพิ่มเติม
2  การลงทุนวร้างศูนย์ปฏิบัติการสำรอง
3  ชำระหนี้สถาบันการเงิน
4  เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท


User avatar
dabudara
Verified User
Posts: 77
Joined: Tue May 13, 2008 8:20 am

Posts by dabudara » Mon Oct 25, 2010 11:16 pm

คุณกรัณย์พล อัศวสุวรรณ
แม่ทัพใหญ่
บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)
"เชื่อว่าบริษัทที่ดี มาจากพนักงานที่มีความสุข"



           จากพนักงานบริษัทธรรมดาๆ ผันตัวเองมาเป็นเจ้าของกิจการขนาดเล็ก จนขยายอาณาจักรเติบใหญ่ และเตรียมนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ   ได้ดั่งฝัน สไตล์การบริหารงานด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค รวมถึงกตัญญูและให้เกียรติกับทุกคนเท่าเทียมกัน ส่งผลให้วันนี้เป็นวันแห่งความสำเร็จ   ของผู้บริหารอารมณ์ดี มองโลกในมุมบวกที่ชื่อ "กรัณย์พล อัศวสุวรรณ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)

                       คุณกรัณย์พล อัศวสุวรรรณ เป็นลูกชายคนโตจากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน เกิดและเติบโตในครอบครัวคนจีน ในวัยเด็กคุณกรัณย์พล ศึกษาชั้นอยู่ที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ด้วยความที่เป็นเด็กหัวไว และฉลาดพอตัว ทำให้ช่วงที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (มศ.4) สามารถสอบเทียบชั้นเพื่อเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ในคณะวิศวกรรมศาสตร์  ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร จากรั้วมหาวิทยาลัยพระพิรุณ (เกษตรศาสตร์) พ่วงท้ายด้วยการคว้าเกียรตินิยมอันดับ 2 มาครองได้แบบไม่ยาก..จากนั้น      ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ที่เคารพ ให้เข้าสัมภาษณ์งานกับบริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี จำกัด มหาชน (UCOM) ในตำแหน่งวิศวกรที่สนับสนุนเทคนิคให้กับทีมงานฝ่ายขาย

           "พอจบผมก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ให้สัมภาษณ์งานที่ UCOM ตอนนั้นยังเป็นบริษัทฯ ที่ไม่มีใครรู้จัก ผมเริ่มทำงานเมื่อปี 2528 ปีนี้ปี 2553 ก็ 25 ปีมาแล้วขณะนั้น UCOM ยังเน้นการขายอุปกรณ์วิทยุสื่อสารยี่ห้อ Motorola การทำงานที่นั่นทำให้ผมได้เรียนรู้งานร่วมกับหัวหน้างาน คือ ดร.ภูษณ ปรีย์มาโนช ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้ UCOM เจริญก้าวหน้า ผมทำงานจนประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง กระทั่งขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูง ตำแหน่งสุดท้ายที่ทำงานที่ UCOM คือ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูไนเต็ดบรอดแบนด์เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง UCOM กับ TOT"

           ปี 2543 UCOM ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้ถือหุ้นใหม่ และเหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิต คุณกรัณย์พลตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ด้วยการประกอบธุรกิจส่วนตัว ร่วมกับทางทีมงานที่ลาออกจาก UCOM โดยเริ่มต้นสร้างบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับทาง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ภายใต้ชื่อ บริษัทโกลบอล ครอสซิ่ง เซอร์วิสซิส จำกัด (ไวโอลิน)            

          ระยะเวลากว่า 5 ขวบปีของไวโอลินจนกระทั่งถึงปี 2547 ระหว่างนี้เองมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จึงได้เล็งเห็นว่ากฎระเบียบเงื่อนไขของ    ใบอนุญาตของ กทช. มีเงื่อนไขที่เป็นประโยขน์ต่อการดำเนินธุรกิจมากกว่าสัญญาเดิม ส่งผลให้ตัดสินใจจดทะเบียนบริษัทใหม่อีกครั้ง และนำไปขออนุญาตจากจาก กทช. ภายใต้ชื่อ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยเน้นประกอบธุรกิจให้บริการวงจรสื่อสารความเร็วสูงในประเทศ และเป็นรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 2 โดยมีโครงข่ายเป็นของตนเองในระยะเวลา 15 ปี

           คุณกรัณย์พล เล่าถึงช่วงเวลาในการพิสูจน์ตนเองว่า ใช้เวลาประมาน 3 - 4 ปี ธุรกิจจึงเป็นรูปเป็นร่างขึ้น ช่วงแรกเป็นช่วงที่บริษัทฯ สร้างโครงข่าย และนำเสนอบริการให้กับลูกค้าได้ทดลองใช้ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นการบอกต่อๆ กัน การเริ่มต้นใหม่ๆ ของบริษัทฯ อาจมีปัญหาเรื่องเงินลงทุนเหมือนเช่นหลายๆ บริษัทฯ แต่ก็สามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยการเริ่มธุรกิจโครงข่ายเล็กๆ เน้นให้บริการย่านธุรกิจเป็นหลัก เช่น สีลม สุขุมวิท และเมื่อมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น จึงค่อยนำมาลงทุนเพิ่มเติม ถึงแม้การทำงานในช่วงแรกจะต้องทุ่มเทกำลังใจและแรงกายมากเท่าไหร่ แต่ผู้บริหารนักสู้ท่านนี้ก็ไม่เคยท้อต่ออุปสรรค เขาบอกว่าโชคดีมีทีมงานที่ดี ถึงแม้ว่าบริษัทเล็กๆ ไม่เป็นที่รู้จัก แต่พนักงานทุกคนมีความรักใคร่สามัคคีกัน    

           "ยอมรับว่าการทำงานมีเหนื่อย แต่ผมไม่เคยท้อเลย เนื่องจากผมโชคดีมีทีมงานที่ดี ถึงแม้บริษัทเล็กไม่เป็นที่รู้จัก แต่ทุกคนมีความรักและสามัคคีกัน ช่วงที่ไม่มีเงิน ถึงกับบางทีต้องแบ่งกันรับเงินเดือนโดยลูกน้องรับก่อน ผมรับทีหลัง แบ่งกันรับเป็นรอบๆ เพราะว่าเราไม่ได้มีเงินก้อน ถ้าลูกค้าจ่ายเงินมาเราก็ค่อยจ่ายเงิน ต้องบริหารรายจ่ายให้สอดคล้องกับรายรับ แต่ทุกคนก็มีความสุข"

           สำหรับจุดแข็งของ "ซิมโฟนี่" คุณกรัณย์พลกล่าวว่า อยู่ที่ทีมงานมีความเข้าใจในเรื่องของการทำงานให้มีประสิทธิภาพ และมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากบริษัทฯ ต้องขายส่งบริการให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม        อีกทอดหนึ่ง ความน่าเชื่อถือหรือความมั่นใจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบกับการให้บริการโครงข่ายที่ทันสมัย และเป็นสเปกใหม่ล่าสุด ที่รองรับความต้องการในอนาคตได้มากที่สุด การทำงานขณะนี้ ถือว่าค่อนข้างประสบ     ความสำเร็จแล้ว แต่เขายังคงจะตั้งใจบริหารงานต่อไปให้ดีที่สุด โดยจะไม่คาดหวังว่าผลจะออกมาเช่นไร ซึ่งสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึงความสำเร็จของคุณกรัณย์พลคือ บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) มีผล     ประกอบการที่แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนในวันนี้ ซิมโฟนี่ พร้อมที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

           "ผมถือว่าผมประสบความสำเร็จแล้ว แต่ยังคงตั้งใจจะทำให้ดีที่สุด โดยไม่ได้คาดหวังว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร และก็ไม่เสียใจถ้าผลไม่ได้ออกมาอย่างที่ผมคิด แต่อย่างน้อยผมได้ทำเต็มที่แล้ว สิ่งที่ผมได้ทำเต็มที่ สะท้อนถึงความสำเร็จ ณ จุดนี้ คือการที่พนักงานบริษัทฯ คนหนึ่ง มีกิจการเป็นของตัวเอง และบริษัทฯ ที่ตนเองถือหุ้นอยู่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่อย่างที่เรียนว่าเราก็ไม่หยุดอยู่ที่ความสำเร็จในปัจจุบัน แต่ต้องตอบแทนผู้ถือหุ้นที่จะมาลงทุนกับเรา ก็ต้องสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับบริษัทฯ โดยดูแลผู้ถือหุ้น ดูแลสังคม เพราะหน้าที่ตอนที่บทบาทเป็นมหาชนก็ต้องเพิ่มมากขึ้น"


           กลยุทธ์ในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ คุณกรัณย์พลบอกว่า ไม่มีสิ่งไหนเป็นพิเศษ นอกจากการเชื่อในความกตัญญูต่อพ่อแม่ผู้มีพระคุณ และให้เกียรติกับทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัวหรือบุคคล  ใกล้ชิดก็ตาม ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา และคิดว่าถ้าเป็นเขาจะคิดยังไง แทนที่จะคิดเป็นสูตรและทำตามสิ่งที่เราอยากทำ          

           คุณกรัณย์พลมี Role Model ในการบริหารหลายท่านที่เป็นบุคคลที่ชื่นชอบ อาทิ คุณตัน ภาสกรนที อดีตผู้บริหาร OISHI ที่ชื่นชอบในความคิดสร้างสรรค์เรื่องการตลาด และดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ จากบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร รวมถึงคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ที่เป็นตัวอย่างในเรื่องการคิดวิเคราะห์และการเป็นคนดี  ซึ่งเขาเล่าว่ามีโอกาสได้ฟังคุณดนัยมาพูดในฐานะวิทยากรอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อได้ฟังแล้วมีความสุขและเกิดไอเดียการทำธุรกิจควบคู่   ไปกับการทำเพื่อสังคมไปด้วย ส่วนนักธุรกิจต่างประเทศที่เขาชื่นชอบและเป็นผู้บริหารที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกอย่างคุณสตีฟ จอบส์ (Steven Paul Jobs)  ที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์       และยังมีอีกมากมายหลายๆ ท่านที่เป็นต้นแบบ

           สำหรับสไตล์การบริหารงานของผู้บริหารจิตใจโอบอ้อมอารีท่านนี้ คือ การทำให้พนักงานมีความสุข  เพราะเชื่อว่าบริษัทฯ ที่ดีจะเกิดขึ้นได้จากพนักงานที่มีความสุข ต้องมีความจริงใจให้กับพนักงาน มีความคิดดี     กับพนักงาน และมอบสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพนักงานเท่าที่บริษัทฯ สามารถทำได้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังมีนโยบายรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน ซึ่งมีนโยบายการทำงานแบบรับฟังความคิดเห็น (Bottom Up) โดยให้พนักงานมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์และนำเสนอความคิดเห็นในการทำโครงการต่างๆ ทั้งจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรงและฝ่ายสนับสนุน

           ความฝันของคุณกรัณย์พลในอนาคตต่อจากนี้ คุณกรัณย์พลต้องการนำบริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ส่วนในเรื่องของชีวิตส่วนตัวได้วางแผนการเกษียณอายุการทำงานก่อนวัยเล็กน้อย และหากมีโอกาสอยากสร้างบ้านพักผู้สูงอายุ (Longstay) ซึ่งถือเป็นการคืนกำไรให้กับสังคม โดยไม่หวังผลประโยชน์ทางธุรกิจ          

          สำหรับวิธีการคลายเครียดที่ไม่เหมือนใคร เขาบอกว่า หากเกิดความเครียดจากการทำงานก็จะกลับบ้านไปกอดลูกๆ ซึ่งก็จะทำให้คลายเครียดและมีกำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากนี้หากมีโอกาสก็จะไปฟิตเนสและสปาบ้าง รวมถึงการเข้าร้านหนังสือ ซึ่งคุณกรัณย์พลยังกล่าวต่อไปอีกว่า นับตั้งแต่นี้ไปหลังจากบริษัทเข้า    จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แล้ว คงมีเวลาทำกิจกรรมส่วนตัวต่างๆ น้อยลง

           ทันทีที่เอ่ยถึงเรื่องครอบครัว คุณกรัณย์พล อมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยสีหน้าแห่งความสุขพร้อมเล่าว่า ครอบครัวเป็นส่วนสำคัญ เพราะนอกเหนือจากการทำงานแล้ว เวลาที่เหลือส่วนใหญ่จะให้กับครอบครัวมากที่สุด โดยในวันเสาร์ของทุกๆ สัปดาห์หากไม่ติดธุระก็จะไปส่งลูกๆ 2 คน ที่โรงเรียนพิเศษด้วยตนเอง และถ้ามีเวลาว่างก็จะพาครอบครัวไปทานข้าว และเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า และหากมีโอกาสรวมถึงมีความพร้อมเขาก็จะพาครอบครัวและคุณแม่ไปเที่ยวญี่ปุ่นเป็นประจำทุกๆ ปี ประเทศญี่ปุ่น     เป็นเหมือนประเทศที่ทุกคนในครอบครัวชื่นชอบ ส่วนเคล็ดลับในการดูแลลูกสาวคนโตอายุ 13 ขวบ และลูกชายคนเล็กอายุ 10 ขวบ ก็จะมีวิธีการสอนลูกเช่นเดียวกับคุณพ่อทั่วๆ ไป แต่จะมีเป็นเทคนิคสำคัญอย่างหนึ่งคือ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก

           "ปกติผมก็จะสอนลูกเหมือนกับพ่อทั่วไป ที่สอนให้ลูกตั้งใจเรียน หรือเป็นคนดี ซึ่งผมจะมีเทคนิค คือก่อนอื่นเลยเราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เช่น ถ้าเราต้องการให้เขามีระเบียบวินัย เราก็ต้องทำให้เขาดู            เป็นตัวอย่าง เวลาทานข้าวเสร็จเอาจานไปเก็บ ไม่ใช่สั่งให้เขาเอาไปเก็บแล้วมานั่งอยู่เฉยๆ เราก็เก็บให้เขาดู เน้นการสอนแบบต้นแบบให้เขามากกว่า"
     
    มากันที่งานอดิเรกของผู้บริหารท่านนี้กันบ้าง ด้วยบุคลิกที่เป็นคนช่างคิด ชอบความเรียบง่าย ส่งผลให้งานอดิเรกที่ทำประเป็นจำนั้นเป็นการกิจกรรมง่ายๆ สบายๆ อย่างการอ่านหนังสือ ที่เขาบอกว่ามีหลายครั้งที่ได้เกร็ดความรู้จากการอ่านและนำมาปฏิบัติได้จริงกับธุรกิจ ซึ่งจะขออนุญาตหยิบยกบางบางส่วนมานำเสนอ เริ่มต้นกันที่เล่มแรก ได้รับการแนะนำจากผู้ใหญ่ที่อยู่ในวงการสื่อสารประเทศไทย เรื่อง "Judo Strategy" ซึ่งเป็นหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการบริหารธุรกิจขนาดเล็ก ที่ในเนื้อหากล่าวถึงกีฬาอย่างยูโดว่าเป็นกีฬาที่ผู้เล่นตัวเล็กสามารถทุ่มผู้เล่นตัวใหญ่ได้ เพราะกีฬาชนิดนี้กลยุทธ์เด็ดขึ้นอยู่เก็บเทคนิคที่ใช้ในการเล่น ผู้ที่มีเทคนิคที่ดีกว่าย่อมเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งเป็นหนังสือที่นำมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัท

           อีกหนึ่งเล่มคือ "Good to Great" ที่ใจความสำคัญกล่าวถึงความเป็นผู้นำว่ามีระดับไหนอย่างไรบ้าง และที่เป็นไฮไลท์ของหนังสือเล่มนี้ คือวิธีการสร้างทีมงานที่ดีที่มีใจความสำคัญว่า การสร้างธุรกิจที่ดีนั้น ต้องมาจากความสามารถของพนักงานที่ดี คือไม่ใช่มีธุรกิจมาก่อนและจึงมาหาพนักงานทีหลัง เมื่อได้พนักงานที่ดีแล้วธุรกิจที่ยั่งยืนจะมาหาเราเอง          

          มาถึงหนังสือเล่มสุดท้ายที่คุณกรัณย์พลชื่นชอบ และอยากแบ่งปันความสุขจากการอ่านแก่ผู้อื่นซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างจัดพิมพ์ ก็คือ "No Man's land" ซึ่งต้นฉบับ เรื่องนี้พูดเกี่ยวกับวงจรของบริษัทฯ ที่เริ่มจากบริษัทฯ ขนาดเล็กก่อน และเริ่มโตมาเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่เรียกว่า No Man's land ซึ่งเป็นจุดที่โตก้าวหน้าขึ้นเกินกว่าที่จะเป็นบริษัทเล็ก และก็เล็กเกินกว่าที่จะแข่งกับบริษัทที่ใหญ่กว่า โดยเขามอบหนังสือเล่มนี้ให้กับคนที่รัก ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า ผู้นับถือ รวมถึงพนักงานในบริษัทฯ

           ท้ายสุดนี้ คุณกรัณย์พลฝากถึงนักลงทุนที่ติดตามการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นของ "ซิมโฟนี่" ว่า "ซิมโฟนี่" เป็นบริษัทฯ ที่เน้นการประกอบธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ซึ่งการบริหารธุรกิจเน้นความเจริญเติบโตแบบยั่งยืน โดยบริษัทฯ มีการเตรียมตัวปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ให้สอดคล้องกับกฎระเบียบของตลาดฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัทฯ มีความพร้อมอย่างมากจริงๆ มีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีโครงข่ายเตรียมลงทุนที่นิคมอุตสาหกรรมเขตจังหวัดอยุธยา และปทุมธานีหลายแห่ง

ที่มา: http://www.efinancethai.net/lifestyle/m ... tpage_symc

.....................................................................

เป็นบริษัทที่น่าสนใจ แต่ทั้งนี้คงต้องดูราคาก่อน

ความดีงามเป็นสิ่งที่ยั่งยืนและถาวร

User avatar
phoncu
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 338
Joined: Sun Aug 30, 2009 11:43 pm

Posts by phoncu » Mon Oct 25, 2010 11:33 pm

เท่าที่ผมเคยฟัง  ผมเข้าใจว่า สินทรัพย์ของบริษัท symc ไม่สามารถนำไปเป็นหลักประกันในการกู้จากแบงค์ได้น๊ะครับ  รู้สึกว่าพวกบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐจะไม่สามารถนำพวกสินทรัพย์ทั้งหลายที่พอหมดอายุสัมปทานก็ต้องส่งคืนให้รัฐไปขอกู้ได้  

ดังนั้นที่ผ่านมาเงินที่ใช้ในการลงทุนก็ต้องมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพียงอย่างเดียว  ซึ่งอาจไม่เพียงพอในการขยายของกิจการได้ครับ


Post Reply