OFM

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
User avatar
IR_COL
Approved IR Member
Posts: 281
Joined: Fri Jul 16, 2010 1:56 pm

Re: OFM

Posts by IR_COL » Thu Aug 16, 2012 4:45 pm

จอม wrote:เนื่องมาจากจุดแข็งในด้านโลจิสติกของบริษัท
ถ้าไม่เป็นการรบกวน หรือเป็นข้อมูลที่ไม่อยากให้คู่แข่งรับรู้
ผมอยากเรียนถามว่า
บริษัทมีแผนที่จะแตกไลน์ธุรกิจไปทำสินค้าประเภทใหม่ในอนาคตหรือไม่ครับ
เรียน คุณจอมคะ
จากจุดแข็งดังกล่าว ที่ผ่านมาบริษัทได้แตกไลน์ธุรกิจสินค้าจากสินค้าเครื่องเขียน ไปยังสินค้าแฟชั่น สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และรวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งหากได้พันธมิตรที่เพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้มีจุดจัดส่งที่มากขึ้นและยอดขายต่อ invoice สูงขึ้น ดังนั้น การแตกไลน์สินค้าเป็นแผนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงที่ผ่านมาเช่นเดียวกันค่ะ :D
ขอบคุณค่ะ

Best regards,
Investor Relations
COL Public Company Limited
Tel: 02-739-5557
Email: ir@col.co.th

User avatar
simpleBE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2330
Joined: Fri Jan 15, 2010 3:21 pm

Re: OFM

Posts by simpleBE » Thu Aug 16, 2012 4:53 pm

วันก่อนเข้ากรุงเทพฯ มีเวลาแวะไปดูทำเลของ trendyday shop สาขา ๒ ที่ gateway เอกมัย
ร้านที่จะเปิดอยู่ชั้น ๓ ขึ้นบันไดเลื่อนไปก็เห็นเลย สะดุดตา หาง่าย
ตัวร้านยังไม่เปิด แต่ร้านกาแฟเปิดแล้ว ดูน่ากิน (แต่เพิ่งอิ่มๆ ไป เลยไม่ได้อุดหนุน :oops: )
ถ่ายภาพมาฝากกันครับ

ห้างนี้ด้านล่างคึกคักเพราะมีงาน แต่ข้างบนค่อนข้างเหงา
หลายร้านยังไม่เปิดเหมือนกัน หวังว่าถ้าเปิดครบสมบูรณ์แล้ว จะคึกคักกว่านี้นะครับ
:mrgreen:

เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป
มาเดินหน้าพุ่งไปหาเป้าหมายกันต่อไปดีกว่านิ :B
Attachments
trendyshop2.jpg
trendyshop2.jpg (763.03 KiB) Viewed 3195 times
trendyshop1.jpg
trendyshop1.jpg (717.29 KiB) Viewed 3195 times


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Thu Aug 16, 2012 6:21 pm

1. ผลประโยชน์พนักงานที่ต้องสำรองไว้ตามมาตราฐานบัญชีใหม่ เพิ่มขึ้นประมาณ 12 ล้านบาทจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นและอายุงานพนักงานเก่า

อยู่ส่วนไหนของงบการเงินครับ พอดีหาไมเจอ

ขอบคุณครับ[/quote]

วันนี้ IR ทำงานหนักครับ ผมช่วยตอบข้อนี้น่ะครับ
ผลประโยชน์พนักงาน ในงบไม่มีเพราะเป็นรายละเอียดในค่าใช้จ่ายบริหาร
ถ้าจะดูรายละเอียดต้องไปเปิด หมายเหตุประกอบงบการเงิน หน้า 16 ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายตัวนี้เป็นไปตามมาตราฐานการบัญชี เริ่มใช้ตั้งแต่ 2554 ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=J9nd78oad68
มาตราฐานนี้มีเพื่อให้บริษัท ตั้งสำรองทางบัญชี(ยังไม่เกิดขึ้นจริง/ยังไม่มีการจ่ายเงิน) กรณีที่พนักงานทำงานแล้วพนักงานได้ benefit จากบริษัท(บริษัทเป็นหนี้พนักงาน) เมื่อมีการเลิกจ้างหรืออยู่จนเกษียณ บริษัทต้องจ่ายเงินให้พนักงาน(รายละเอียดดูที่ clip) และผมเชื่อพนักงาน OFM คงมีอายุเฉลี่ย ไม่แก่มากนัก


Sloth
Verified User
Posts: 116
Joined: Thu Apr 01, 2010 11:38 am

Re: OFM

Posts by Sloth » Thu Aug 16, 2012 7:09 pm

ผมดูในหมายเหตุประกอบงบการเงิน หน้า 16 ข้อ 13 แล้วยังไม่เข้าใจว่าที่เพิ่มขึ้น 12 ล้านมันดูยังไง


istyle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 872
Joined: Tue Nov 23, 2010 7:35 pm

Re: OFM

Posts by istyle » Thu Aug 16, 2012 7:41 pm

hahahah wrote:1. ผลประโยชน์พนักงานที่ต้องสำรองไว้ตามมาตราฐานบัญชีใหม่ เพิ่มขึ้นประมาณ 12 ล้านบาทจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นและอายุงานพนักงานเก่า

อยู่ส่วนไหนของงบการเงินครับ พอดีหาไมเจอ

ขอบคุณครับ
วันนี้ IR ทำงานหนักครับ ผมช่วยตอบข้อนี้น่ะครับ
ผลประโยชน์พนักงาน ในงบไม่มีเพราะเป็นรายละเอียดในค่าใช้จ่ายบริหาร
ถ้าจะดูรายละเอียดต้องไปเปิด หมายเหตุประกอบงบการเงิน หน้า 16 ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายตัวนี้เป็นไปตามมาตราฐานการบัญชี เริ่มใช้ตั้งแต่ 2554 ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=J9nd78oad68
มาตราฐานนี้มีเพื่อให้บริษัท ตั้งสำรองทางบัญชี(ยังไม่เกิดขึ้นจริง/ยังไม่มีการจ่ายเงิน) กรณีที่พนักงานทำงานแล้วพนักงานได้ benefit จากบริษัท(บริษัทเป็นหนี้พนักงาน) เมื่อมีการเลิกจ้างหรืออยู่จนเกษียณ บริษัทต้องจ่ายเงินให้พนักงาน(รายละเอียดดูที่ clip) และผมเชื่อพนักงาน OFM คงมีอายุเฉลี่ย ไม่แก่มากนัก[/quote]

ที่บอกว่ายังไม่เกิดขึ้นจริง

จริงๆคิดว่าน่าจะเกิดไปแล้วครับ น่าจะรวมหมายถึงค่าจ้าง เงินเดือน ไม่ใช่แค่บำนาญ สวัสดิการ

เพราะถ้าเป็นการตั้งสำรอง ต้องเห็น cfo เป็นบวกครับ


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Thu Aug 16, 2012 7:43 pm

Sloth wrote:ผมดูในหมายเหตุประกอบงบการเงิน หน้า 16 ข้อ 13 แล้วยังไม่เข้าใจว่าที่เพิ่มขึ้น 12 ล้านมันดูยังไง
ต้องขออภัย :oops: ในเรื่องตัวเลข 13 ลบ. สงสัยต้องกวนทาง CFO-OFM ซ่ะแล้ว


choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1487
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Re: OFM

Posts by choosak » Thu Aug 16, 2012 7:44 pm

ไปรษณีย์เตรียมใช้กะป๊อวิ่งส่งจม.
16 สิงหาคม 2555 เวลา 16:43 น. |เปิดอ่าน 1,034 | ความคิดเห็น 0

ไปรษณีย์พลิกโฉมใหม่ เตรียมนำรถสี่ล้อเล็กส่งจดหมาย ตอบสนองบริการสั่งสินค้าออนไลน์บูม

น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย เปิดเผยว่า เตรียมปรับโฉมใหม่ในการส่งจดหมาย โดยจะเปลี่ยนพาหนะสำหรับบุรุษไปรษณีย์จากรถมอเตอร์ไซค์เป็นรถกะป๊อ หรือ รถสี่ล้อขนาดเล็ก เพื่อรองรับปริมาณการส่งพัสดุภัณฑ์ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจากความนิยมในการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งการใช้มอเตอร์ไซค์แบบเดิมไม่สามารถขนกล่องพัสดุในครั้งละมากๆ รวมทั้งรถกะป๊อยังช่วยป้องกันกล่องพัสดุไม่ให้เปียกในช่วงฤดูฝน โดยจะเริ่มเห็นบุรุษไปรษณีย์ขับกะป๊อภายในปีนี้ ถือเป็นหนึ่งในโฉมใหม่ของบริการไปรษณีย์ก้าวสู่ปีที่ 10

นอกจากรถกะป๊อแล้ว ไปรษณีย์ยังมีแผนที่จะจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กันน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถรองรับกับความต้องการของผู้ส่งของ จากเดิมที่มีแต่หีบห่อในรูปแบบกันกระแทกเพียงอย่างเดียว รวมทั้งการเปิดให้บริการจุดเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือ ไวไฟ ในที่ทำการไปรษณีย์อีก 1,200 แห่งตามนโยบายของกระทรวงไอซีทีต้นสังกัด

ปัจจุบัน ปริมาณการส่งพัสดุแบบด่วนพิเศษ หรือ อีเอ็มเอส ของไปรษณีย์เพิ่มขึ้น 20% หรือ เฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนชิ้นต่อเดือน ซึ่งไปรษณีย์ยังได้เปิดศูนย์บริการอีเอ็มเอสที่สามารถคัดแยกกล่องพัสดุตามรหัสไปรษณีย์ได้ 6,000 ชิ้นต่อชม.อีกด้วย

http://www.posttoday.com/%E0%B8%98%E0%B ... 8%E0%B8%A1

ในการลงทุนระยะยาว ใครนิ่งได้มากกว่า คนนั้นชนะ

User avatar
IR_COL
Approved IR Member
Posts: 281
Joined: Fri Jul 16, 2010 1:56 pm

Re: OFM

Posts by IR_COL » Thu Aug 16, 2012 8:41 pm

hahahah wrote:1. ผลประโยชน์พนักงานที่ต้องสำรองไว้ตามมาตราฐานบัญชีใหม่ เพิ่มขึ้นประมาณ 12 ล้านบาทจากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นและอายุงานพนักงานเก่า

อยู่ส่วนไหนของงบการเงินครับ พอดีหาไมเจอ

ขอบคุณครับ
วันนี้ IR ทำงานหนักครับ ผมช่วยตอบข้อนี้น่ะครับ
ผลประโยชน์พนักงาน ในงบไม่มีเพราะเป็นรายละเอียดในค่าใช้จ่ายบริหาร
ถ้าจะดูรายละเอียดต้องไปเปิด หมายเหตุประกอบงบการเงิน หน้า 16 ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายตัวนี้เป็นไปตามมาตราฐานการบัญชี เริ่มใช้ตั้งแต่ 2554 ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.youtube.com/watch?v=J9nd78oad68
มาตราฐานนี้มีเพื่อให้บริษัท ตั้งสำรองทางบัญชี(ยังไม่เกิดขึ้นจริง/ยังไม่มีการจ่ายเงิน) กรณีที่พนักงานทำงานแล้วพนักงานได้ benefit จากบริษัท(บริษัทเป็นหนี้พนักงาน) เมื่อมีการเลิกจ้างหรืออยู่จนเกษียณ บริษัทต้องจ่ายเงินให้พนักงาน(รายละเอียดดูที่ clip) และผมเชื่อพนักงาน OFM คงมีอายุเฉลี่ย ไม่แก่มากนัก[/quote]

:oops: IR ขอชี้แจงเพิ่มเติมนิดนึงนะคะ เนื่องจากอาจอธิบายไม่ชัดเจน
ครบถ้วนค่ะ
ผลประโยชน์พนักงานที่สำรองให้พนักงานตามมาตราฐานบัญชีใหม่นั้น ไม่ใช่จำนวน 12 ล้านบาทเต็มจำนวน
แต่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงานรวมกับเงินเดือน สวัสดิการและค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับพนักงานเป็น 12 ล้านน่ะค่ะ ไม่ใช่ผลประโยชน์พนักงานสำรองทั้งหมดค่ะ จากจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ในปี Q2/2555 เทียบQ2/2554 จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 28% ทำให้เป็นยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาทในQ2/54 เทียบ Q2/55น่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

Best regards,
Investor Relations
COL Public Company Limited
Tel: 02-739-5557
Email: ir@col.co.th

open_mind
Verified User
Posts: 14
Joined: Sat Jan 07, 2012 9:41 pm

Re: OFM

Posts by open_mind » Thu Aug 16, 2012 11:59 pm

สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุน และ ทาง ofm ครับ

ผมมีคำถามเกี่ยวกับ shop ที่เปิด 2 shop นี้ครับ
ว่าแนวโน้ม ทั้ง 2 shop (หรือ เฉพาะ ที่ เมกะบางนาก่อน) ว่าเฉพาะตัว shop เอง
จะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อไหร่ (อีกประมาณกี่เดือน ที่ได้วางแผนไว้) โดยจุดคุ้มทุนนับรวมต้นทุนทั้งหมดของ shop เอง
ทั้งค่าเช่า ค่าเงินเดือน+com พนักงาน ฯลฯ ว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ที่ไม่เป็นภาระต่อ บริษัทฯ เพราะถ้าถึงจุดนั้น ถือว่า มันอยู่ได้ด้วยตัวเอง
แต่มีของแถมคือ เป็นการ promote การขายผ่าน on line และ เมื่อถึงจุดนั้น จะได้ภาพการบริหารจัดการ shop และผมคิดว่า
ถ้าเป็นอย่างนั้น การลงทุน เปิด shop จะง่ายมาก (ในแง่ไม่เป็นภาระต่อ กำไรของบริษัท)
และที่สำคัญคือ การจะเปิด shop ต่อไปจะทำได้ง่ายขึ้น ในแง่ภาระต่อกำไร
ทำให้โอกาสการเปิด shop ต่อไปทำได้มากขึ้น เพราะมันพึ่งตัวเองได้
อยากเห็นภาพอันนี้ครับ ฝากอธิบายให้เห็นภาพด้วยครับ (หรือมีวิธีการเพิ่มรายได้อื่นๆให้ shop ยังไง (เข้าใจว่าแค่ให้พึ่งตัวเองได้))
และในปีต่อไป มีโอกาสจะขยาย shop เป็นกี่่สาขาครับ (หรือรอดู ผลของ 2 shop นี้ก่อน)

ฝากอธิบายด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
_______________
ผู้ที่ยิ่งใหญ่คือผู้ที่ทำอะไรเพื่อผู้อื่น..


monchailee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 240
Joined: Thu Jul 29, 2010 3:00 pm

Re: OFM

Posts by monchailee » Fri Aug 17, 2012 9:30 am

ผมขอเรียนถาม IR OFM
1.ตามที่ IR ชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายที่ดำเนินงานที่เพิ่มในช่วง Q2/2555 เทียบQ2/2554 จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 28% ทำให้เป็นยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท อยากถามว่าส่วนใหญ่พนักงานที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนงานใดบ้าง บอกเป็น%ก็ได้ครับ
2.ตามที่บริษัทมีการเพิ่มพนักงานในส่วน call center เป็นจำนวนมาก อยากทราบว่าตั้งแต่สิ้นปี 53 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนพนักงานส่วน call center กี่คนแล้วครับ และแผนงานจะเพิ่มเป็นจำนวนเท่าใด ที่ผ่านมา ประสิทธิภาพพนักงานในส่วนนี้เป็นอย่างไร ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทมาจากส่วนงานนี้กี่%
3.ปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งมีการขายผ่านทาง call center มากขึ้น เช่น การขายประกันชีวิต ทำให้อาจเกิดการแย่งตัวพนักงานที่มีผลงานดี อยากทราบว่าบริษัทมีวิธีรักษาพนักงานที่มีผลงานดีให้ทำงานกับบริษัทต่อเนื่องอย่างไร (ผมว่าพนักงานในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะรู้ฐานข้อมูลลูกค้าและมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าแล้ว) และอยากทราบว่าอัตราการ turnover ในส่วนนี้มีมากไหมครับ
ขอให้IRตอบในส่วนที่สามารถตอบได้ ขอบคุณครับ

" ในช่วงเกิดภัยพิบัติ เกิดแผ่นดินไหว ใครสามารถช่วยคุณได้ ?
ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ทั้งนั้น แค่คุณบอกตัวเองว่า ผมต้องการอยู่รอดเท่านั้น
คุณจะอยู่รอดได้ เพราะต้องการอยู่รอด " ... แจ็คหม่า

User avatar
IR_COL
Approved IR Member
Posts: 281
Joined: Fri Jul 16, 2010 1:56 pm

Re: OFM

Posts by IR_COL » Fri Aug 17, 2012 10:47 am

open_mind wrote:สวัสดีครับเพื่อนๆ นักลงทุน และ ทาง ofm ครับ

ผมมีคำถามเกี่ยวกับ shop ที่เปิด 2 shop นี้ครับ
ว่าแนวโน้ม ทั้ง 2 shop (หรือ เฉพาะ ที่ เมกะบางนาก่อน) ว่าเฉพาะตัว shop เอง
จะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อไหร่ (อีกประมาณกี่เดือน ที่ได้วางแผนไว้) โดยจุดคุ้มทุนนับรวมต้นทุนทั้งหมดของ shop เอง
ทั้งค่าเช่า ค่าเงินเดือน+com พนักงาน ฯลฯ ว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ที่ไม่เป็นภาระต่อ บริษัทฯ เพราะถ้าถึงจุดนั้น ถือว่า มันอยู่ได้ด้วยตัวเอง
แต่มีของแถมคือ เป็นการ promote การขายผ่าน on line และ เมื่อถึงจุดนั้น จะได้ภาพการบริหารจัดการ shop และผมคิดว่า
ถ้าเป็นอย่างนั้น การลงทุน เปิด shop จะง่ายมาก (ในแง่ไม่เป็นภาระต่อ กำไรของบริษัท)
และที่สำคัญคือ การจะเปิด shop ต่อไปจะทำได้ง่ายขึ้น ในแง่ภาระต่อกำไร
ทำให้โอกาสการเปิด shop ต่อไปทำได้มากขึ้น เพราะมันพึ่งตัวเองได้
อยากเห็นภาพอันนี้ครับ ฝากอธิบายให้เห็นภาพด้วยครับ (หรือมีวิธีการเพิ่มรายได้อื่นๆให้ shop ยังไง (เข้าใจว่าแค่ให้พึ่งตัวเองได้))
และในปีต่อไป มีโอกาสจะขยาย shop เป็นกี่่สาขาครับ (หรือรอดู ผลของ 2 shop นี้ก่อน)

ฝากอธิบายด้วยนะครับ
ขอบคุณครับ
_______________
ผู้ที่ยิ่งใหญ่คือผู้ที่ทำอะไรเพื่อผู้อื่น..
เรียน คุณopen_mind คะ
ขอเรียนตอบข้อซักถามดังนี้ค่ะ
Trendyday.com Shop
breakeven ที่ตั้งไว้ของการเปิดร้าน Trendyday.com@mega คือ ภายในปีนะคะ
และสำหรับร้าน Trendyday.com เปิดที่ Ekamai Gateway จะมี
- Activities/ AD online/offline
- e-Voucher ที่ใช้ได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์
- Affiliator Community เป็นที่จัดสัมมนาของ affiliator อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเรามีการจัดกิจกรรม affiliate workshop เพียงไตรมาสละครั้งและมีเสวนากลุ่มย่อยที่แพลนไว้อีก ดังนั้น หากมีหน้าร้านนี้ จะเป็นเหมือน show room & educational center ให้ affiliator ได้ศึกษาสินค้าและปรึกษากับทีม E-Business ของบริษัทเพื่อช่วยให้การขายผ่าน affiliator ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าปัจจุบันที่มีค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและทำกิจกรรมเหล่านี้ค่ะ
สำหรับสาขาต่อไปนั้น ระหว่างนี้ยังไม่มีแผนค่ะ เนื่องจากอยู่ในช่วง Boost up ร้านทั้งสองสาขาค่ะ
อย่างไรก็ดี ขอเพิ่มเติมอีกนิดค่ะว่า นอกเหนือจากยอดขายทางตรงและการกระจายสินค้าแล้ว สิ่งที่ได้รับจากการเปิดหน้าร้าน เป็นช่องทางหนึ่งที่บริษัทได้เป็นที่รู้จักของกลุ่มคู่ค้ารายใหม่ๆและมีการต่อรองที่เป็นรูปธรรม การรับรู้ตัวตนเว็บไซต์จากกลุ่มลูกค้าที่ไม่นิยมออนไลน์ เป็นที่รู้จักของแหล่งหางาน เป็นต้นค่ะ
ขอบคุณค่ะ

Best regards,
Investor Relations
COL Public Company Limited
Tel: 02-739-5557
Email: ir@col.co.th

User avatar
IR_COL
Approved IR Member
Posts: 281
Joined: Fri Jul 16, 2010 1:56 pm

Re: OFM

Posts by IR_COL » Fri Aug 17, 2012 11:43 am

monchailee wrote:ผมขอเรียนถาม IR OFM
1.ตามที่ IR ชี้แจงเรื่องค่าใช้จ่ายที่ดำเนินงานที่เพิ่มในช่วง Q2/2555 เทียบQ2/2554 จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 28% ทำให้เป็นยอดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท อยากถามว่าส่วนใหญ่พนักงานที่เพิ่มขึ้นมาจากส่วนงานใดบ้าง บอกเป็น%ก็ได้ครับ
2.ตามที่บริษัทมีการเพิ่มพนักงานในส่วน call center เป็นจำนวนมาก อยากทราบว่าตั้งแต่สิ้นปี 53 จนถึงปัจจุบัน มีจำนวนพนักงานส่วน call center กี่คนแล้วครับ และแผนงานจะเพิ่มเป็นจำนวนเท่าใด ที่ผ่านมา ประสิทธิภาพพนักงานในส่วนนี้เป็นอย่างไร ยอดขายที่เพิ่มขึ้นของบริษัทมาจากส่วนงานนี้กี่%
3.ปัจจุบัน บริษัทหลายแห่งมีการขายผ่านทาง call center มากขึ้น เช่น การขายประกันชีวิต ทำให้อาจเกิดการแย่งตัวพนักงานที่มีผลงานดี อยากทราบว่าบริษัทมีวิธีรักษาพนักงานที่มีผลงานดีให้ทำงานกับบริษัทต่อเนื่องอย่างไร (ผมว่าพนักงานในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะรู้ฐานข้อมูลลูกค้าและมีความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าแล้ว) และอยากทราบว่าอัตราการ turnover ในส่วนนี้มีมากไหมครับ
ขอให้IRตอบในส่วนที่สามารถตอบได้ ขอบคุณครับ
เรียน คุณมนต์ชัยคะ
IR ขอรับเรื่องและไปตรวจทานข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนชี้แจง :) ภายในวันนี้นะคะ
ขอบคุณค่ะ

Best regards,
Investor Relations
COL Public Company Limited
Tel: 02-739-5557
Email: ir@col.co.th

smallpunk
Verified User
Posts: 171
Joined: Tue Nov 02, 2010 11:49 am

Re: OFM

Posts by smallpunk » Fri Aug 17, 2012 1:12 pm

จะสั่งของจาก trendyday แต่ว่าราคามันไม่ถึง 499 นี่สิ
ทำให้พยายามที่จะไป ซื้อของที่ไม่ต้องการเข้ามาด้วยให้มันถึงยอด 499
สุดท้ายก็ไม่ถึงยอดซักที จะให้ซื้อทีเดียวเยอะๆก็กลายเป็นว่า ถ้าซื้อเยอะๆ ในปริมาณเดียวกัน ที่ห้างอื่นขายถูกกว่ามาก
ผมไม่รู้นะครับว่า การสั่งขั้นต่ำ 499 มันมีที่มาอย่างไร แต่เข้าใจว่ามีเหตุผลอยู่
จะเป็นไปได้ไหมครับว่า 499 นี้ เป็นเหมือนกำแพง ที่ทำให้การเข้าถึงลูกค้าไม่มากเท่ากับการส่งฟรี
เวปอื่นคู่แข่งเขาได้สร้างมาตฐานใหม่คือการ ส่งฟรี ขึ้นมาแล้วครับ
ถ้าประเมินแล้วว่า 499 นี้เหมาะสม สินค้าทั้งหลายที่ราคาต่ำร้อย หรือ ร้อยกว่า
ก็ควรจะมีแพคเกจที่ซื้อเยอะๆเป็นโหลหรือเป็นลัง แล้วได้ราคาลดลงจากแบบปลีก
(ไม่ใช่ว่าซื้อ 12 ชิ้นให้ได้ยอด 499 แต่ราคาก็เท่ากับการซื้อชิ้นเดียว)
อาจจะไม่ถูกกว่าห้างก็ให้ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกค้าและบริษัทด้วยนะครับ
เพื่อนๆคิดว่ายังครับ

ปล. ชอบแนวคิด trendyday cafe มากครับ เพราะนี่คือร้านที่ไม่ได้เปิดมาเพื่อปิด ถ้าได้ลูกค้าติดแล้ว มันสามารถอยู่ได้ด้วยกระแสเงินสดของตัวเอง


User avatar
IR_COL
Approved IR Member
Posts: 281
Joined: Fri Jul 16, 2010 1:56 pm

Re: OFM

Posts by IR_COL » Fri Aug 17, 2012 4:55 pm

เรียน คุณมนต์ชัยคะ
ขอตอบซักถามดังนี้นะคะ
1. Q2/2555 เทียบQ2/2554 บริษัทมีอัตราการขยายกำลังสนับสนุนงานเชิงรุก (outbound) ในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์ซึ่งเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก ในขณะเดียวกันก็มีการขยายกลุ่มพัฒนาธุรกิจออนไลน์ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า รวมถึงกำลังสนับสนุนบริการจัดส่งและบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดแข็งของบริษัทในการตั้งรับการขยายธุรกิจเชิงรุกดังกล่าว อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากการสรรหาบุคลากรแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการดึงศักยภาพพนักงานที่ปฏิบัติการเชิงรุก และมีการวัดผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอค่ะ ดังนั้นจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นกว่า 28% มาจากส่วนงานขายและ outbound call center ประมาณ 20-25% และฝ่ายบริการลูกค้าสัมพันธ์และฝ่ายพัฒนาธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 15-20% และ จัดส่งประมาณ 25-35% ค่ะ
2. พนักงาน call center เป็นสายงานที่สร้างรายได้แก่บริษัทประมาณ 80% ของรายได้ค่ะ ดังนั้นการวางกำลังคนของบริษัทในทุกปีจะเน้นที่พนักงานปฏิบัติการ 2 กลุ่ม คือ Sales และ Logistics ดังนั้น หากมีการวางแผนเพิ่มยอดขาย สัดส่วนพนักงานในสองกลุ่มนี้จะมีอัตราเพิ่มขึ้น และสามารถทำกำไรได้ตามเป้า :B ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ ใช้เวลาพัฒนาและเรียนรู้งานประมาณ 4-6 เดือน ซึ่งจะมีความคล่องแคล่วและเชี่ยวชาญในสายงานของตน :ep:
3. อัตราการลาออกของพนักงาน call center ที่มีผลงานดีนั้น มีอัตราไม่สูงมากค่ะ เนื่องจากโดยส่วนใหญ่หากพนักงานผ่านการทดลองงานแล้วจะอยู่นาน :mrgreen: แต่อัตราการลาออกของพนักงานในระหว่างช่วงทดลองงานมีบ้างค่ะ แต่ก็สามารถสรรหาอัตรากำลังทดแทนได้ทันค่ะ
ขอบคุณค่ะ

Best regards,
Investor Relations
COL Public Company Limited
Tel: 02-739-5557
Email: ir@col.co.th

monchailee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 240
Joined: Thu Jul 29, 2010 3:00 pm

Re: OFM

Posts by monchailee » Fri Aug 17, 2012 5:09 pm

ขอขอบคุณ IR มากครับ ที่ตอบคำถามเร็วฉับไว สมกับที่บอกว่าตั้งแต่ปีนี้มา การทำงานเชิงรุกจริงๆ :bow: :cool:

" ในช่วงเกิดภัยพิบัติ เกิดแผ่นดินไหว ใครสามารถช่วยคุณได้ ?
ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ทั้งนั้น แค่คุณบอกตัวเองว่า ผมต้องการอยู่รอดเท่านั้น
คุณจะอยู่รอดได้ เพราะต้องการอยู่รอด " ... แจ็คหม่า

YONGYEE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 512
Joined: Wed Apr 23, 2008 11:03 pm

Re: OFM

Posts by YONGYEE » Fri Aug 17, 2012 5:13 pm

moocyber wrote:
YONGYEE wrote:เห็นว่า TVD จะเข้าตลาด ก็เลยนึกขึ้นได้ว่าคุณวรวุฒิเคยกล่าวไว้ว่า อาจจะกระโดดเข้าไปทำ TV. Shopping ด้วย ผมสังเกตุว่าตลาด TV. Shopping ช่วงนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากกลุ่มทุนของ CP กับ เกาหลี (จำชื่อไม่ได้) ร่วมกันทำรายการ TRUE Select ซึ่งสินค้าและบริการที่ดูดีและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมวิธีการ Present สินค้าที่ทำให้เรารู้สึกว่าเป็นสินค้าที่น่าภูมิใจที่ได้ซื้อมาใช้ ซึ่งผิดไปจากอดีต (พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก)
จึงอยากจะถามความเห็นของคุณวรวุฒิว่าถึงเวลาที่ OFM จะลงสังเวียนในตลาดนี้หรือยัง และอยู่ในงบที่จะลงทุนได้หรือเปล่าครับ ผมว่ามันก็เป็น Channel ใหม่ๆในการขายสินค้า และยังช่วยให้บริษัทเป็นที่รู้จักมากขึ้น

TV shopping ในอนาคตอันใกล้ ยังไม่ทำครับ เพราะจะต้องลงทุนอีกมากในการจัดทำรายการ หรือถ่ายวีดีโอสาธิตสินค้า
ถ้าไม่มีเทปของเมืองนอกมาใช้ ต้นทุนจะสูงมาก แต่ถ้ามีเทปของเมืองนอกมาต้นทุนพาทย์เสียงไทยใส่ลงไปก็ไม่กี่ตังค์

ปัญหาใหญ่อีกข้อคือหาสินค้าที่มีคุณภาพถูกใจยังมีไม่มากพอครับ เพราะส่วนใหญ่สินค้าที่จะทำแบบทีวีชอปปิ้งต้องมีมาร์จิ้นสูงหลายสิบหรือหลายร้อยเปอร์เซ็นต์กันเลย
ไม่งั้นไม่คุ้มค่าสื่อ แต่พอเราเห็นคุณภาพสินค้าแล้ว ทำไม่ลงครับ..ลองสั่งสินค้าตัวอย่างมาหลายอย่างแล้ว..ไม่กล้าเอามาขายกลัวลูกค้าด่า(ที่ขายๆกันอยู่ก็คุณภาพประมาณนี้แหละครับ)

ปัญหาที่ใหญ่มากอีกข้อคือต้องหาช่องรายการที่ตรงกลุ่มเป้าหมายถ้าเวลาดีช่องดีก็จะแพงมาก ถ้าคิดจะทำต้องเป็นดีลใหญ่ร่วมกับทีวีช็อปปิ้งต่างประเทศจะคุ้มกว่า
ไม่อย่างนั้นเป็นรายการเล็กในช่องเล็กๆ ได้ไม่คุ้มเสียครับ..ดูจะเสี่ยงกว่าเปิดช็อปมาก

ดังนั้นช่วงนี้ปล่อยให้รายใหญ่กะรายเดิมแข่งกันไปก่อน...แต่ที่น่าสนใจคือน่าจะทำโลจิสติกส์ให้กับทีวีช็อปปิ้งทั้งหลายครับ
เป็นตลาดใหญ่ในอนาคต และเราน่าจะมีต้นทุนที่ถูกกว่า...เป็นธุรกิจที่น่าสนใจกว่าทำทีวีช็อปปิ้งเอง
เมื่อวานได้มีโอกาสได้คุยกับคุณทรงพล CEO ของ TV Direct ครับ ผมบอกว่าคุณ วรวุฒิ สนใจจะทำโลจิสติกส์ให้ทีวีช๊อปปิ้ง
ดูคุณทรงพลแกสนใจนะครับ บอกว่าจะลองคุยกับคุณวรวุฒิดูครับ


G_cyber
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 100
Joined: Thu Feb 21, 2008 10:28 am

Re: OFM

Posts by G_cyber » Fri Aug 17, 2012 5:42 pm

ขอความรู้หน่อยครับ

ข้อ 1. ถ้าเปรียบเทียบระบบ Logistic ที่ OFM ทำเอง กับ ยกตัวอย่างนะครับ เช่น ไปรษณีไทย, TNT หรือ FEDEX เราเด่นกว่าอย่างไรหรอครับ ค่าใช้จ่ายที่จะใช้บริการไปรษณีไทย สูงกว่า หรือว่า บริหารจัดการให้ไม่สามารถส่งในวัดถัดไปได้ หรือว่าอย่างไรครับ เพราะผมก็ฟังมาตลอดว่า จุดเด่นคือ logistic แข็ง แต่ถ้าคู่แข่งเข้ามา แล้วใช้บริการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แบบ outsourcing แล้วจะมีข้อแตกต่างกันอย่างไรครับ อยากทราบ Competitive advantage ของ logistic ครับ

ข้อ 2. มันจะเป็นไปได้ไหมครับ ว่าอนาคต OFM จะเป็นลักษณะที่ เวลาเดินไปข้างนอก เห็นอะไรแล้วแบบ อยากได้แต่ไม่อยากซื้อกลับมาเลย ราคาก็ไม่ได้แตกต่าง กลับมาใช้ search ของ Trendyday ก็เจอ ราคากับข้างนอกก็พอๆกัน (เวลาผมอยู่เมืองนอก ผมมีความรู้สึกนี้กับ Amazon ครับ ที่สำคัญ คือ ราคาถูกกว่าข้างนอกด้วย) ความหลากหลายของสินค้าก็อย่างหนึ่งครับ


ขอบคุณมากครับ


wavemaster
Verified User
Posts: 95
Joined: Mon Nov 08, 2010 2:24 pm

Re: OFM

Posts by wavemaster » Fri Aug 17, 2012 6:51 pm

G_cyber wrote:ขอความรู้หน่อยครับ

ข้อ 1. ถ้าเปรียบเทียบระบบ Logistic ที่ OFM ทำเอง กับ ยกตัวอย่างนะครับ เช่น ไปรษณีไทย, TNT หรือ FEDEX เราเด่นกว่าอย่างไรหรอครับ ค่าใช้จ่ายที่จะใช้บริการไปรษณีไทย สูงกว่า หรือว่า บริหารจัดการให้ไม่สามารถส่งในวัดถัดไปได้ หรือว่าอย่างไรครับ เพราะผมก็ฟังมาตลอดว่า จุดเด่นคือ logistic แข็ง แต่ถ้าคู่แข่งเข้ามา แล้วใช้บริการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แบบ outsourcing แล้วจะมีข้อแตกต่างกันอย่างไรครับ อยากทราบ Competitive advantage ของ logistic ครับ

ข้อ 2. มันจะเป็นไปได้ไหมครับ ว่าอนาคต OFM จะเป็นลักษณะที่ เวลาเดินไปข้างนอก เห็นอะไรแล้วแบบ อยากได้แต่ไม่อยากซื้อกลับมาเลย ราคาก็ไม่ได้แตกต่าง กลับมาใช้ search ของ Trendyday ก็เจอ ราคากับข้างนอกก็พอๆกัน (เวลาผมอยู่เมืองนอก ผมมีความรู้สึกนี้กับ Amazon ครับ ที่สำคัญ คือ ราคาถูกกว่าข้างนอกด้วย) ความหลากหลายของสินค้าก็อย่างหนึ่งครับ


ขอบคุณมากครับ
เรียนคุณ G_cyber
เรื่อง logistic โดยส่วนตัวที่เจอมาคือ ผมเคยขายสูทออนไลน์ราคาหกร้อยกว่าบาท โดนค่าส่ง ems เข้าไป แปดสิบกว่าบาท คิดเป็นเปอร์เซ็นแล้วต้นทุนขายเพิ่มขี้นมากทีเดียว เทียบกับ logistic ที่บริหารเองโดยมีฐานลูกค้าจำนวนมากนั้น ทำให้ต้นทุนการจัดส่งต่อหน่อยลดลงอย่างมากครับ ยิ่งลูกค้ามากเท่าไรต้นทุนจัดส่งยิ่งลดลง เพราะรถคันหนึ่งที่วิ่งออกไปสามารถส่งได้มากขึ้นในเส้นทางเดิม ส่วนข้อดีอื่นๆคือ ทำให้สามารถมีบริการเก้บเงิน/รูดบัตร/ผ่อน ที่ปลายทางได้ และสามารถควบคุมมาตรฐานการจัดส่งโดยภาพรวมได้เองทั้งหมด
ข้อสองนั้น แน่นอนว่าทางบริษัทฯ ก็ต้องการให้ 'อนาคต' เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วครับ ส่วนจะได้มากได้น้อยนั้นขึ้นอยู่กับ 'ปัจจุบัน' ที่จะต้องไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ สิ่งใดต้องปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องต้องรีบทำ สิ่งที่ดีอยู่แล้วต้องทำให้ดีขึ้นอีก สักวันหนึ่งย่อมเป็นไปได้ถ้าไม่ล้มเลิกความตั้งใจครับ
ขอบคุณครับ


istyle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 872
Joined: Tue Nov 23, 2010 7:35 pm

Re: OFM

Posts by istyle » Fri Aug 17, 2012 6:56 pm

G_cyber wrote:ขอความรู้หน่อยครับ

ข้อ 1. ถ้าเปรียบเทียบระบบ Logistic ที่ OFM ทำเอง กับ ยกตัวอย่างนะครับ เช่น ไปรษณีไทย, TNT หรือ FEDEX เราเด่นกว่าอย่างไรหรอครับ ค่าใช้จ่ายที่จะใช้บริการไปรษณีไทย สูงกว่า หรือว่า บริหารจัดการให้ไม่สามารถส่งในวัดถัดไปได้ หรือว่าอย่างไรครับ เพราะผมก็ฟังมาตลอดว่า จุดเด่นคือ logistic แข็ง แต่ถ้าคู่แข่งเข้ามา แล้วใช้บริการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ แบบ outsourcing แล้วจะมีข้อแตกต่างกันอย่างไรครับ อยากทราบ Competitive advantage ของ logistic ครับ

ข้อ 2. มันจะเป็นไปได้ไหมครับ ว่าอนาคต OFM จะเป็นลักษณะที่ เวลาเดินไปข้างนอก เห็นอะไรแล้วแบบ อยากได้แต่ไม่อยากซื้อกลับมาเลย ราคาก็ไม่ได้แตกต่าง กลับมาใช้ search ของ Trendyday ก็เจอ ราคากับข้างนอกก็พอๆกัน (เวลาผมอยู่เมืองนอก ผมมีความรู้สึกนี้กับ Amazon ครับ ที่สำคัญ คือ ราคาถูกกว่าข้างนอกด้วย) ความหลากหลายของสินค้าก็อย่างหนึ่งครับ


ขอบคุณมากครับ
เรื่อง logistic เป็นของตัวเอง ผมคิดว่า เรามาถูกทางแล้วครับ

เพราะเราสามารถควบคุณคุณภาพในด้านต่างๆเองได้ ไม่ว่าจะเป็น
ความรวดเร็ว ตรงต่อเวลา การบริการ การให้ข้อมูลต่างๆกับลูกค้า

ยังไงคนงานที่ทำงานให้หลายบริษัท ย่อมไม่ focusและรู้จักกับงานที่ทำ เท่าคนของเราเอง
เวลาลูกค้าถามอะไรเราก็สามารถให้ข้อมูลได้ดีกว่า บริษัทอื่นทำให้ ใครเขาจะชมเรา ใครจะโฆษณาโปรโมชั่นใหม่ให้เรา (นึกถึง รับขนมจีบซาลาเปาเพิ่มมั้้ย)

สามารถติดตามสินค้า(tracing)ได้ว่าอยู่กระบวนการไหนของการจัดส่งแล้ว

เก็บข้อมูลลูกค้าได้ สามารถติดต่อกับ call center ได้ดีกว่า เช่น การสอบถามทาง การติดต่อกับลูกค้า
(เรากล้าให้เบอร์ลูกค้ากับบริษัทอื่นรึเปล่า? อันที่จริง ในธุรกิจ b2b ฐานข้อมูลลูกค้าก็สำคัญนะครับ)

สามารถ integrate เข้ากับระบบ it ที่เป็นจุดแข็งอีกอย่างของเรา
ทำให้วางแผนการจัดส่งได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ทำ kpi ประเมินผลงานได้

บริษัทส่งของต่างชาติอาจจะยังไม่รู้จักระบบจราจรของไทยดีพอ
หรือแม้แต่ไปรษณีย์ไทยเองที่เคยได้ยินข่าวเรื่องกล่องถูกเจาะ ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ เราจะตอบลูกค้ายังไงครับ

และสุดท้าย เราจะได้รับประโยชน์จาก economy of scale
ถ้าถึงวันที่เราโตแล้ว เราคงไม่ยืมจมูกเขาหายใจรึเปล่าครับ


choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1487
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Re: OFM

Posts by choosak » Sat Aug 18, 2012 8:59 pm

ข้อเสียของการไม่มีทีมส่งของของตัวเอง ... จากลูกค้า lazada ครับ
http://www.facebook.com/lazadavictims
ระหว่างนั้นก็ได้ข้อมูลจาก messenger ว่า lazada ไม่ได้มีทีมส่งของเอง แต่ว่าไปว่าจ้าง messenger จากบริษัทอื่นมา่ช่วยวิ่ง และบริษัทอื่นก็มีงานต้องวิ่งอยู่แล้วด้วย และ messenger ที่ว่า...ก็มีไม่กี่คน การจัดส่งก็ไม่ได้มีการแบ่งโซนให้แต่ละคนวิ่ง พอ messenger ได้ของมา เค้าก็ต้องคอยว่าเมื่อไหร่จะมีของจากโซนใกล้ๆกันมารวมๆกันแล้วไปส่งทีเดียวเพื่อประหยัดเวลาและค่าน้ำมันนั่นเอง ในใบอ่ะเขียนวันจัดส่งวันที่ 8 สิงหา แสดงว่าได้ของมาดองไว้ 7 วันแล้วนี่เอง แล้วก็โดนลูกค้าด่าเป็นประจำว่ามาช้า แต่ไม่สนหรอกนะ หน้าที่คุณคือส่งของให้ถึงมือเราในเวลาที่สัญญาไว้นี่ เห็นใจก็ส่วนนึง แต่หงุดหงิดการรอคอยมากกว่า

ส่วนคนที่อยู่ในกรุงเทพและสั่งของ ถ้าอยากได้ของเร็วควรจะมีที่อยู่ที่อยู่ในโซนที่คนสั่งกันมาก เช่น พระราม 2 สมุทรสาคร ฝั่งธน หรือไม่ก็ใกล้กับบริษัทของ messenger คือโซนสุขุมวิทจ้า แ่ต่ messenger ก็มีหลายคนนะ อันนี้เป็นข้อมูลจาก messenger คนนึง หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะคะ

ในการลงทุนระยะยาว ใครนิ่งได้มากกว่า คนนั้นชนะ

taratantara
Verified User
Posts: 26
Joined: Tue Jul 13, 2010 11:39 am

Re: OFM

Posts by taratantara » Sun Aug 19, 2012 6:00 pm

IR_OFM wrote:
G_cyber wrote:ปีนี้ จะมี company visit ไหมครับ?
เรียน คุณ G_cyber คะ
ปีนี้ตามตารางที่จัดไว้จะไม่มีแล้วน่ะค่ะ โยกปกติทางบริษัทจะแพลนจัดต้นปีและจะพบปะนักลงทุนตามไตรมาสตามงาน opp day ค่ะ อย่างไรก็ดี อาจจะมีปลายปี หรืออย่างไรหากทางนักลงทุนติดต่อเข้ามาเป็นกลุ่ม ทางบริษัทยินดีพิจารณาเป็นเคสอีกครั้งค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ถ้าบริษัทยินดีพิจารณาเป็นเคสๆ ผมอยากให้จัด company visit ครับ ที่ผ่านมาผมจองไม่ทันตลอด T T ไม่ทราบเพื่อนๆ พี่ๆ มีใครคิดตรงกันบ้างครับ

You are never better than anyone. The only one you must compare yourself with is You.
http://achikochi1234.blogspot.com/

hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Tue Aug 21, 2012 11:19 am

-บิ๊ก OFM เผยผลงานครึ่งแรกสวยกว่าที่คิด กำไรโต 11.91% ล่าสุดเตรียมปรับเป้ายอดขายเพิ่ม
-OFM เผยเปิดร้าน Trendyday.com สาขาแรกประสบความสำเร็จ เตรียมเปิด สาขาสอง ก.ย.นี้
-OFM ชี้ครึ่งหลังเป็น High Season ของธุรกิจ พร้อมปรับเป้ารายได้โต 28%
-OFM ทุ่มงบ 120 ลบ. เตรียมขยายคลังสินค้า เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรทางธุรกิจ คาดได้ข้อสรุปต้นปีหน้า

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Tue Aug 21, 2012 11:34 am

hahahah wrote:-บิ๊ก OFM เผยผลงานครึ่งแรกสวยกว่าที่คิด กำไรโต 11.91% ล่าสุดเตรียมปรับเป้ายอดขายเพิ่ม
-OFM เผยเปิดร้าน Trendyday.com สาขาแรกประสบความสำเร็จ เตรียมเปิด สาขาสอง ก.ย.นี้
-OFM ชี้ครึ่งหลังเป็น High Season ของธุรกิจ พร้อมปรับเป้ารายได้โต 28%
-OFM ทุ่มงบ 120 ลบ. เตรียมขยายคลังสินค้า เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตรทางธุรกิจ คาดได้ข้อสรุปต้นปีหน้า

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12
แก้ไขจาก...
- - บิ๊ก OFM เผยผลงานครึ่งแรกสวยกว่าที่คิด กำไรโต 11.91% ล่าสุดเตรียมปรับเป้ายอดขายเพิ่ม
เป็น... - - บิ๊ก OFM เผยผลงานครึ่งแรกสวยกว่าที่คิด กำไรโต 44.63% ล่าสุดเตรียมปรับเป้ายอดขายเพิ่ม

ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Tue Aug 21, 2012 11:37 am

บิ๊ก OFM เผยผลงานครึ่งแรกสวยกว่าที่คิด กำไรโต 44.63% ล่าสุดเตรียมปรับเป้ายอด
ขายเพิ่ม

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) หรือ OFM ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก และอินเตอร์เน็ท เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยงบเฉพาะกิจการบริษัทฯ งวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 38.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.91 ล้านบาท หรือ 44.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 26.67 เนื่องจากบริษัทฯ มียอดขายดีขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ที่มีการเติบโตขึ้น ลูกค้ากลุ่มธุรกิจมีความต้องการใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงานเพิ่ม ขณะที่บริษัทฯ มีการส่งเสริมการ
ตลาดอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการขายสินค้าโดยตรงจากมาร์เก็ตติ้งและลูกค้าองค์กร(offline) ร้อยละ80 ส่วนรายได้จากการขายผ่านระบบ Online มีสัดส่วนร้อยละ 20
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2555 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8.87 ล้านบาท ลดลง 2.28 ล้านบาท หรือ 20.48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 11.15 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีต้นทุนการขายและบริหารเพิ่มขึ้น และมีการลงทุนร้าน
Trenddyday.com แหล่งช้อปปิ้งสินค้า Lifestyle แนวใหม่ของคนมีเทรนด์ ซึ่งเปิดสาขาแรกเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
'ช่วงปลายปีที่ผ่านมาเกิดวิกฤตน้ำท่วม บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้เติบโต 20% ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายการเติบโตของยอดขายบริษัทฯ ในทุกๆ ปีอยู่แล้ว แต่หลังจากผลงาครึ่งปีแรกออกมาถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ จึงคาดว่าจะปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้เพิ่มขึ้นอีก' นายวรวุฒิ กล่าว

รายงานโดย : ชนนาถ ไตรทรัพย์
เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12 เวลา 11:35:51


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Tue Aug 21, 2012 11:47 am

OFM เผยเปิดร้าน Trendyday.com สาขาแรกประสบความสำเร็จ เตรียมเปิดสาขาสอง ก.ย.นี้

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) หรือ OFM ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก และอินเตอร์เน็ท เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า หลังจากบริษัทฯ เปิดร้าน
Trendyday.com สาขาแรกประสบความสำเร็จไปแล้ว ล่าสุดเตรียมเปิดสาขาสองในเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งร้าน Trendyday.com มีเป้าหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และเพื่อเตรียมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น

สำหรับร้าน Trendyday.com สาขาแรกที่ Mega บางนา เปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มียอดขาย 2 เดือน อยู่ที่กว่า 1 ล้านบาท โดยใช้งบลงทุนราว 20 ล้านบาท ส่วนสาขาที่สองที่ศูนย์การค้า Gateway เอกมัย เตรียมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนนี้ ใช้งบลงทุนไปทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยกว่าสาขาแรกเกือบครึ่งหนึ่ง เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และร้านดังกล่าวคาดว่าจะคุ้มทุนภายในระยะเวลา 1 ปี

รายงานโดย ชนนาถ ไตรทรัพย์

เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12 เวลา 11:45:42


choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1487
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Re: OFM

Posts by choosak » Tue Aug 21, 2012 2:27 pm

Update/ OFM ปลื้มครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 44.63% เตรียมปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้เป็น
โต 28% จากเดิม 20%

OFM ปลื้มครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 44.63% หลังยอดขายเติบโตดีตามภาพรวม
เศรษฐกิจ ทั้งเล็งเปิด Trendyday.com ร้านที่ 2 รองรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ผู้บริโภค และเตรียมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ล่าสุดเตรียมปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้
เป็นโต 28% จากเดิม 20%

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออฟฟิศเมท
จำกัด (มหาชน) หรือ OFM ผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์สำนักงานผ่านระบบแค็ตตาล็อก และ
อินเตอร์เน็ท เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ผ่านมาดีกว่า
ที่คาดการณ์ไว้ โดยงบเฉพาะกิจการบริษัทฯ งวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 38.58 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 11.91 ล้านบาท หรือ 44.63% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 26.67
ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มียอดขายดีขึ้นตามภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ที่มีการเติบโตขึ้น
ลูกค้ากลุ่มธุรกิจมีความต้องการใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้สำนักงานเพิ่ม ขณะที่บริษัทฯ มีการ
ส่งเสริมการตลาดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากการขายสินค้าโดยตรงจากมาร์เก็ตติ้งและ
ลูกค้าองค์กร(offline) ร้อยละ80 ส่วนรายได้จากการขายผ่านระบบ Online มีสัดส่วนร้อยละ
20

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2555 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 8.87 ล้านบาท ลด
ลง 2.28 ล้านบาท หรือ 20.48% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ 11.15 ล้านบาท
เนื่องจากบริษัทฯ มีต้นทุนการขายและบริหารเพิ่มขึ้น และมีการลงทุนร้าน
Trenddyday.com แหล่งช้อปปิ้งสินค้า Lifestyle แนวใหม่ของคนมีเทรนด์ ซึ่งเปิดสาขา
แรกเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

ส่วนการเปิดร้าน Trendyday.com มีเป้าหมายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง
พฤติกรรมผู้บริโภค และเพื่อเตรียมรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเปิดสาขาแรกที่
Mega บางนา ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และถือว่าประสบความสำเร็จ โดยมี
ยอดขาย 2 เดือน อยู่ที่กว่า 1 ล้านบาท โดยใช้งบลงทุนราว 20 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมเปิด
สาขาสองในเดือนกันยายนนี้ ที่ศูนย์การค้า Gateway เอกมัยใช้งบลงทุนกว่า 10 ล้านบาท
ซึ่งถือว่าน้อยกว่าสาขาแรกเกือบครึ่งหนึ่ง เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้น และ
ร้านดังกล่าวคาดว่าจะคุ้มทุนภายในระยะเวลา 1 ปี

ในช่วงปลายปีนี้บริษัทฯ มีแผนขยายคลังสินค้าของบริษัทฯ ที่หนองจอก เพื่อรอง
รับการขยายตัวธุรกิจในอนาคต โดยใช้งบลงทุนในการก่อสร้างราว 120 ล้านบาทในพื้นที่
เดิม ซึ่งปัจจุบันคลังสินค้ามีพื้นที่ 7,200 ตารางเมตร และคาดว่าจะขยายคลังสินค้าเสร็จภาย
ในไตรมาส 4/2556 ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีพื้นที่เพิ่มอีก 15,000 ตารางเมตร ในการจัด
เก็บสินค้าและส่งผลดีต่อการการะจายสินค้าระบบโลจิสติกส์

สําหรับการจัดส่งสินค้า บริษัทฯ มีแผนขยายนโยบาย next day delivery จาก
เดิมลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าราคา 499 บาท ส่งฟรีทั่วไทย และจะได้รับสินค้าในวันทำการถัดไป
หากอยู่ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ เขตกรุงเทพฯ สมุทรปราการ นนทบุรี และบางพื้นที่ของ
จังหวัดนครปฐม ชลบุรี อยุธยา ระยอง ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรสาคร ทั้งนี้ บริษัทฯ
ได้วางแผนขยายพื้นที่เป็น 20 - 30 จังหวัด สามารถรับสินค้าในวันทำการถัดไปได้ ซึ่งคาด
ว่าจะเห็นความชัดเจนในช่วงต้นปีหน้า

ทั้งนี้ บริษัทฯ อยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตรทางธุรกิจในจังหวัดต่างๆ เพื่อสนับ
สนุนระบบการขนส่งในการกระจายสินค้าของบริษัทฯ รวมทั้งมีการศึกษาพันธมิตรต่าง
ประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมในการรุกตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น อีกทั้ง อยู่ระหว่างศึกษาการ
จัดตั้งบริษัทฯ ลูก ทำธุรกิจด้านวางระบบไอที ด้านโลจิสติกส์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมาก
ขึ้นในต้นปีหน้าเช่นกัน

นายวรวุฒิ กล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า คาดว่าจะเติบโตมากกว่าครึ่งปี
แรก ซึ่งถือเป็นช่วง High Season ของธุรกิจ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากช่วงเทศกาลต่างๆ

ขณะเดียวกันบริษัทฯ มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการโฆษณาประชา
สัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ ในการให้บริการกลุ่มลูกค้าองค์กร
บริษัท ห้างร้าน (Business to Business: B2B) รวมทั้งให้บริการกลุ่มลูกค้าบุคคล
(Business to Customer: B2C) รวมไปถึง trendyday.com ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนให้
บริษัทฯ ปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้เป็นเติบโตได้ถึง 28%

“ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจ โดยในช่วง Q1/55 ออกมาดีกว่าที่คาดไว้
บริษัทฯ จึงมีแนวโน้มปรับเป้าหมายยอดขายปีนี้เติบโต 28% จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20% และใน
ครึ่งปีแรกนี้บริษัทฯ มียอดขายเติบโตที่ 27% แล้ว ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นช่วง High
Season ของธุรกิจ อีกทั้งบริษัทฯ มีแผนขยายคลังสินค้า และหาพันธมิตร เพื่อสร้างความมั่น
คงให้ธุรกิจ และเพื่อเตรียมพร้อมกับการเปิด AEC ในอนาคต ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีความ
พร้อมในการรุกตลาดต่างประเทศ และปกติบริษัทฯ จะตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า
20% อยู่แล้ว และเชื่อว่าการเปิด AEC ในปี 58 นี้ บริษัทฯ จะสามารถปรับเป้าหมายยอดขาย
ให้เติบโต 30% ได้ ” นายวรวุฒิ กล่าว


รายงานโดย ชนนาถ ไตรทรัพย์


เรียบเรียง โดย ดวงสุรีย์ วายุบุตร์
อนุมัติ โดย พิมพ์รภัส ศิริไพรวัน
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com


ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 21/08/12 เวลา 13:15:13

ในการลงทุนระยะยาว ใครนิ่งได้มากกว่า คนนั้นชนะ

JoSePhInZ
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 274
Joined: Wed Feb 07, 2007 9:11 am

Re: OFM

Posts by JoSePhInZ » Wed Aug 22, 2012 10:56 am

มีเรื่องแนะนำการบริการถึงผู้บริหารครับ

เมื่อวันจันทร์ผมจะสั่งซื้อ Samsung Galaxy S3 ผ่าน trendyday แต่ว่าไม่แน่ใจว่าต้องซื้อ SD card ตัวไหนเนื่องจากมีหลายรุ่นเหลือเกิน
จึงกดปุ่ม Chat live เพื่อสอบถามพนักงานครับ เนื่องจากมีประสบการณ์ด้าน e-commerce มาพอสมควรเลยอยากเสนอแนะดังนี้ครับ

1. ปุ่ม chat live ที่อยู่ด้านล่างดูไม่เด่น ไม่ชวนกดอาจจะเป็นเพราะสีที่ดูกลืนหรือเพราะบังเอิญจะมีรูปหรือข้อความอยู่บริเวณนั้นทำให้มองไม่เห็น อยากให้ลองเปลี่ยนตำแหน่งดูอาจจะเป็นยื่นมาจากด้านขวาหรือซ้ายดูครับ ล่าสุดที่เข้าเวบมีแบนเนอร์สีเขียวซ้อนกันพอดีมองยากมากครับ

2. การที่กด chat live แล้วต้องขึ้นหน้าใหม่มันทำให้ UX เสียพอสมควร อาจจะลอง softwareอื่นที่เมื่อกดแล้วสามารถพิมพ์ต่อในหน้าจอได้เลยเช่น www.olark.com ดูไหมครับ

3. เมื่อกด chat live แล้วหน้าใหม่ใช้เวลาโหลดนานมาก(เกิน5 วินาที)ทำให้นึกว่าโปรแกรมเสีย

4. ขณะที่คุยกับพนง.งานน่าจะมี "...typing" หรืออะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่าพนง.อยู่ จากการคุยเมื่อวานบางทีผมถามแล้ว พนง.บอกรอสักครู่แล้วหายไป 4-5 นาทีผมต้องกดกลับไปกลับมาเพื่อดูว่าพนง.ตอบมาหรือยัง เพราะผมดูสินค้าอยู่อีกจอนึงกลับไปปัญหาข้อ2 ว่าอยู่คนละหน้าจอครับ

5. พนง. ขอเบอร์เพื่อโทรกลับมาตอบคำถามปัจจุบันยังไม่โทรกลับมา ระบบ ticket อาจจะมีปัญหาครับ

6. ตอนผมกดลอง add SSGS3 เข้า cart ระบบ recommend สินค้าด้านล่างยังไม่ดีนักควรจะแนะนำพวก SD card หรือปลอกมือถือ accessories ต่างๆ แต่ที่เห็นเมื่อวานเป็นพวก thumbdrive ซึ่งไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่

ตอนนี้ผมยังไม่ได้ซื้อ รอคำตอบเรื่อง SD card อยู่ครับ ยังไงก็อุดหนุนบริษัทตัวเองอยู่แล้วครับ :D

ติเพื่อก่อนะครับ ขอบคุณทีมงานทุกท่านครับ

Aim high and be there!!

hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Wed Aug 22, 2012 11:13 am

๐ ค้าปลีกโหมช็อปปิ้งออนไลน์วันเผยแพร่ วันพุธ, 22 สิงหาคม 2555 10:27

นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล ผู้บริหารร้านค้าปลีก ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ท็อปส์เดลี่ และเซ็นทรัลฟู้ดฮอลล์ บอกว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อัตราการชอปปิงออนไลน์ของบริษัทเติบโตถึง 215% และมีผู้เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีรายได้กว่า 65,000 บาทต่อเดือน

ดังนั้นบริษัทจึงเตรียมพัฒนาช่องทางชอปปิงออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคทุกเซ็กเมนท์ในยุคดิจิทัล โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ 2 - 2.5 ล้านบาทต่อเดือนในปีหน้า จากปัจจุบันมียอดการใช้จ่าย 800,000 บาทต่อเดือน

จาก Money Channal
http://www.moneychannel.co.th/index.php ... 2-03-27-58


monchailee
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 240
Joined: Thu Jul 29, 2010 3:00 pm

Re: OFM

Posts by monchailee » Wed Aug 22, 2012 11:30 am

เพิ่มเติม “ท็อปส์” เปิดศึกชอปออนไลน์


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 21 สิงหาคม 2555 21:19 น.



ท็อปส์พร้อมเทเม็ดเงิน 1,000 ล้านบาทผุดอีก 150 สาขาปีหน้า ขณะที่ปีนี้เปิดเพียง 47 สาขา สิ้นปีครบ 250 สาขา ล่าสุดสบโอกาสอีคอมเมิร์ซเปิดตัว 3 ช่องทางทั้งออนไลน์, แอปพลิเคชัน และเฟซบุ๊ก ดูดเงินลูกค้าที่นิยมใช้จ่ายผ่านออนไลน์

นายอลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกท็อปส์ ซูเปอร์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ เดลี่ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทพร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง เบื้องต้นวางไว้ที่ 150 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้งบการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เน้นขยายโมเดลขนาดเล็ก อย่างท็อปส์ มาร์เก็ต เป็นหลัก

ขณะที่ปีนี้จะขยายสาขาเพิ่มรวม 47 สาขา ใน 7 เดือนที่ผ่านมาเปิดแล้ว 11 สาขา และ 5 เดือนหลังจะเปิดอีก 36 สาขา พร้อมงบลงทุนที่จะต้องใช้อีก 350-400 ล้านบาท ในลักษณะร้านขนาดเล็ก อย่างท็อปส์ มาร์เก็ต เช่นกัน ส่งผลให้สิ้นปีนี้จะมีท็อปส์เปิดให้บริการทั้งสิ้น 250 สาขาทั่วประเทศ

“แผนการเปิดสาขาใหม่ 150 สาขาในปีหน้าถือเป็นแผนการลงทุนที่วางเอาไว้เบื้องต้นอยู่แล้ว และเป็นตัวเลขปกติของการขยายสาขา ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการเทกโอเวอร์ร้านแฟมิลีมาร์ทนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับการรายงานข่าวเข้ามา”

นายอลิสเตอร์กล่าวต่อว่า ในส่วนของภาพรวมรายได้ ช่วง 7 เดือนที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ 7% ไปตามสภาพตลาด เนื่องจากไตรมาสแรกมีปัญหาซัปพลายสินค้ายังไม่เพียงพอเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม แต่ขณะนี้กลับมาปกติแล้ว โดยมองว่ายอดขายระหว่างนี้ไปจนถึงสิ้นปีจะช่วยผลักดันให้บริษัทมีภาพรวมรายได้เติบโตที่ 12% ตามแผนที่วางไว้ได้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทพร้อมเปิดตัวบริการใหม่คือ ช่องทางการดำเนินธุรกิจผ่านตลาดออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ด้วยการเปิดตัวกลยุทธ์คัสโตเมอร์ อินเตอร์แรกทีฟ มาร์เกตติ้ง ซึ่งจะเป็นการทำตลาดออนไลน์ที่สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรงและทันทีผ่าน 3 แพลตฟอร์ม คือ 1. Tops Shop Online 2. Tops Mobile Application และ 3. Tops Thailand : Facebook fanpage เชื่อว่าช่องทางนี้จะมียอดขายต่อเดือนเพิ่มเป็น 2-2.5 ล้านบาทได้ภายในสิ้นปี 2556 จากปัจจุบันมียอดขายต่อเดือนที่ 8 แสนบาท โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้จากส่วนออนไลน์ไว้ที่ 3-5% ของยอดรายได้รวมท็อปส์ให้ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทได้เริ่มพัฒนาบริการด้านออนไลน์มากว่า 2 ปี เนื่องจากมองเห็นโอกาสทางช่องทางนี้มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่พบว่ามีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วประเทศกว่า 24% เทียบกับจำนวนประชากรทั้งหมด โดยในจำนวนดังกล่าว 32% เล่นผ่านคอมพิวเตอร์ และอีก 36% เล่นผ่านสมาร์ทโฟน โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาพบว่าช่องทางท็อปส์ออนไลน์มีอัตราการเติบโตของยอดขายกว่า 215% และจำนวนผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 50% เทียบกับสิ้นปี 2554 ที่ผ่านมา

ขณะที่ปัจจุบันเฉลี่ยมีการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่ 2,500 บาทต่อบิล ราว 800 คนต่อเดือน อายุเฉลี่ย 30-40 ปี เป็นหญิง 70% และชาย 30% ซึ่งจำนวนทั้งหมดนี้กว่า 60% เป็นลูกค้าระดับไฮเอนด์ ขณะที่ช่องทางปกติมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 300-1,500 บาทต่อบิล ขึ้นอยู่กับขนาดของโมเดลร้าน

" ในช่วงเกิดภัยพิบัติ เกิดแผ่นดินไหว ใครสามารถช่วยคุณได้ ?
ใครก็ช่วยคุณไม่ได้ทั้งนั้น แค่คุณบอกตัวเองว่า ผมต้องการอยู่รอดเท่านั้น
คุณจะอยู่รอดได้ เพราะต้องการอยู่รอด " ... แจ็คหม่า

hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Wed Aug 22, 2012 11:41 am

เสนอผู้บริหาร
ลองเตรียมทำกระเช้าของขวัญปีใหม่ ไว้ขายช่วงปีใหม่ ได้เลยครับ ผมว่าขายดี ยิ่งมีบริการส่งถึงที่ด้วย ปีที่แล้วผมไปซื้อกระเช้าสุขภาพ ร้านใบไม้ ปรากฏว่าสาขาที่จะไปซื้อ(ขน) ของหมด เช็คไม่ได้ว่าสาขาอื่นมีหรือเปล่า เลยต้องซื้อชุดที่ไม่อยากได้ ขนใส่รถ
ปีนี้สินค้า online สู้กันมันส์แน่ครับ


Post Reply