OFM

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
Noonino
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 876
Joined: Sun Oct 15, 2006 10:05 pm

Re: OFM

Posts by Noonino » Sat Sep 22, 2012 3:48 pm

ขอสนับสนุนว่าสินค้าหลายรายการของ OFM แพงกว่าในตลาดทั่วๆไปจริงๆครับ ส่วนใหญ่การซื้ออุปกรณ์สำนักงานของธุรกิจผม ผมจะเป็นคนซื้อเอง ที่ผ่านมาผมสังเกตว่าถ้าผมหาสินค้าซัก 10 ชิ้น ยี่ห้อ/สเปกเดียวกัน ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่นๆอยู่ประมาณ 7 ชิ้นครับ

ยกตัวอย่างที่จำได้ เคยซื้อ โทรศัพท์ไร้สาย Panasonic KXTG3600BX ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่น 100 บาทครับ (ทั้ง office depot, lotus, power buy)

Take care of your loss and profit will take care itself.

wavemaster
Verified User
Posts: 95
Joined: Mon Nov 08, 2010 2:24 pm

Re: OFM

Posts by wavemaster » Sun Sep 23, 2012 1:36 pm

Noonino wrote:ขอสนับสนุนว่าสินค้าหลายรายการของ OFM แพงกว่าในตลาดทั่วๆไปจริงๆครับ ส่วนใหญ่การซื้ออุปกรณ์สำนักงานของธุรกิจผม ผมจะเป็นคนซื้อเอง ที่ผ่านมาผมสังเกตว่าถ้าผมหาสินค้าซัก 10 ชิ้น ยี่ห้อ/สเปกเดียวกัน ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่นๆอยู่ประมาณ 7 ชิ้นครับ

ยกตัวอย่างที่จำได้ เคยซื้อ โทรศัพท์ไร้สาย Panasonic KXTG3600BX ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่น 100 บาทครับ (ทั้ง office depot, lotus, power buy)
รับทราบและแจ้งกลุ่มผู้บริหารให้ทราบแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ


Noonino
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 876
Joined: Sun Oct 15, 2006 10:05 pm

Re: OFM

Posts by Noonino » Mon Sep 24, 2012 12:33 am

การที่ราคาสินค้าของ ofm สูงกว่าที่อื่นแต่ยอดขายยังโตได้ บ่งบอกว่า ofm ไม่ได้จำเป็นต้องลงมาแข่งในเรื่องราคาเสมอไป

ผมเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หลายครั้งผมพบว่า เราไม่จำเป็นต้องลดราคาให้ถูกกว่า เอาแค่ใกล้เคียงกับคู่แข่งก็พอ แล้วใช้กลยุทธอื่นในการแข่งขันแทน เช่น ส่งของเร็ว มีของครบ มีสินค้าที่คนอื่นไม่มี

สรุปแล้วราคาควรลดแต่ไม่ควรลดจนกระทบกับกำไรขั้นต้นจนมากเกินไปครับ ขอบคุณครับ

Take care of your loss and profit will take care itself.

User avatar
Frodo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 244
Joined: Mon Apr 17, 2006 10:34 am

Re: OFM

Posts by Frodo » Mon Sep 24, 2012 7:38 am

Noonino wrote:การที่ราคาสินค้าของ ofm สูงกว่าที่อื่นแต่ยอดขายยังโตได้ บ่งบอกว่า ofm ไม่ได้จำเป็นต้องลงมาแข่งในเรื่องราคาเสมอไป

ผมเป็นเจ้าของร้านค้าปลีกขนาดเล็ก หลายครั้งผมพบว่า เราไม่จำเป็นต้องลดราคาให้ถูกกว่า เอาแค่ใกล้เคียงกับคู่แข่งก็พอ แล้วใช้กลยุทธอื่นในการแข่งขันแทน เช่น ส่งของเร็ว มีของครบ มีสินค้าที่คนอื่นไม่มี

สรุปแล้วราคาควรลดแต่ไม่ควรลดจนกระทบกับกำไรขั้นต้นจนมากเกินไปครับ ขอบคุณครับ
เห็นด้วยกับความเห็นนี้นะครับ ผมก็ซื้อของออนไลน์บ่อย คิดว่าสิ่งที่ผู้ซื้อกังวลมากที่สุดคือความมั่นใจว่าจะได้ของ โดยเฉพาะของที่มีราคาแพง เพราะถ้าสูญแล้วก็สูญเลย
ถัดไปก็เป็นเรื่องความสะดวก และความรวดเร็ว พอสั่งปุ๊บนี่อยากได้เลย ยิ่งรอนานยิ่งอึดอัด
ถัดมาจึงเป็นเรื่องราคาครับ (แต่ต้องไม่ห่างกันจนน่าเกลียด ก็พอรับได้ครับ)

จึงเห็นด้วยว่าอยากให้คงประสิทธิภาพบริการไว้เป็นอันดับแรก ส่วนราคาก็พยายามลดให้ใกล้เคียงกับเวปใหญ่ๆ ให้มากที่สุดครับ
แต่ถ้าต่ำกว่าได้ก็เลิศครับ


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Mon Sep 24, 2012 12:30 pm

CPALL ร่วมซัพพลายเออร์ออกสินค้าPrivate Brand,ตั้งงบ 5 พันลบ.ลงทุนปี 56
ข่าวหุ้น-การเงิน สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 24 กันยายน 2555 10:41:12 น.

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพีออล์ (CPALL) เปิดเผยว่า......

พร้อมกันนั้น บริษัทจะผลักดันการสินค้าซื้อขายผ่านเว็บไซด์ 7.com ให้มากขึ้น เพื่อตอบสนองกระแสการซื้อขายสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ตที่มีเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน โดยในเดือน ก.ย.55 บริษัทมียอดลูกค้าที่ซื้อสินค้า 3 แสนราย ปีนี้คาดว่าจะมียอดขายประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือน หรือทั้งปี 55 อยู่ที่ 12 ล้านบาท และคาดว่ายอดขายปีหน้าจะเติบโต 30-35% เป็น 20 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เชิญชวนซัพพลายเออร์เข้ามาร่วมขายสินค้าผ่าน 7.com ด้วย
......
ข่าวยาว ขอตัดเฉพาะที่เกี่ยวกับ Internet Tradding


whiteknight_p
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 316
Joined: Tue Jul 20, 2010 3:29 pm

Re: OFM

Posts by whiteknight_p » Mon Sep 24, 2012 12:35 pm

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พุธที่ 22 สิงหาคม 2555 14:04:30 น.
นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ออฟฟิศเมท(OFM)เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้วงเงิน 700-800 ล้านบาท ภายในปีนี้หรือปีหน้าเพื่อรองรับการขยายธุรกิจใหม่ เป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์และไอทีหลังจากประเมินความต้องการตลาดและพบว่ามีลูกค้าแสดงความสนใจจำนวนมาก

"ตอนนี้ขั้นตอนอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียดกับตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยตั้ง บล.ธนชาต เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ส่วนจะออกหุ้นกู้ได้เมื่อไรกำลังคุยกันอยู่ ซึ่งเป็นการระดมเงินนอกเหนือจากแผนการเพิ่มทุนของบริษัท"นายวรวุฒิ กล่าว

สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์และไอที ถือเป็นการต่อยอดธุรกิจเดิมที่บริษัทมีอยู่ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีการขนส่งสินค้าประเภทอุปกรณ์สำนักงาน และ"เทรนดี้ เดย์"อยู่แล้ว จากคำสั่งซื้อ 499 บาทส่งฟรี และพบว่ามีบริษัทภายนอกแสดงความสนใจที่จะให้บริษัทเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้ด้วย ซึ่งธุรกิจดังกล่าวบริษัทมีแผนจะร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศหลายราย รวมถึงพันธมิตรระดับโลกที่มีชื่อเสียงด้านการขนส่งสินค้าทั่วโลก ทั้ง Fed-Ex DHL ถือเป็นการขยายธุรกิจใหม่เพื่อรองับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)ที่ความต้องการด้านโลจิสติกส์จะมีมากขึ้น

ส่วนธุรกิจไอที เนื่องจากบริษัทมีการพัฒนาซอฟท์แวร์ได้ด้วยตนเอง และวางระบบบริหารจัดการได้ดี จึงถือว่ามี know how ที่จะทำได้ โดยคาดว่าธุรกิจใหม่ดังกล่าวจะเริ่มได้ในปี 56 ขึ้นอยู่กับการออกหุ้นกู้ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างธุรกิจของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปด้วย ขณะเดียวกันในอนาคต บริษัทมีแผนจะย้ายเข้าตลาด SET

นายวรวุฒิ กล่าวอีกว่า รายได้ของบริษัทในปี 55 คาดว่าจะเติบโต 28% หรือเป็นรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.6 พันล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.2 พันล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกมีรายได้เติบโตแล้ว 27% ส่วนปี 56 ตั้งเป้ามีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 พันล้านบาท

--อินโฟเควสท์ โดย จารุวรรณ ไหมทอง/ศศิธร โทร.02-2535000 ต่อ 345 อีเมล์: sasithorn@infoquest.co.th--

-----------------------------------------
เกิดเหตุอะไร อย่าตื่นใจ ไปตามเขา
ปัญญาเรา มีหน้าที่ พิพากษา
ต้องดูน้ำ ดูลม ระดมมา
พิจารณา เชิงชั้น หมั่นตริตรอง
-----------------------------------------
ท่านพุทธทาสภิกขุ

whiteknight_p
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 316
Joined: Tue Jul 20, 2010 3:29 pm

Re: OFM

Posts by whiteknight_p » Mon Sep 24, 2012 12:38 pm

ข่าวเก่านะครับ แต่เอามาให้ดูอีกที เพราะหาข่าวใหม่ไม่เจอ
แต่ทำไม ราคา :shock:

ขอบคุณครับ

-----------------------------------------
เกิดเหตุอะไร อย่าตื่นใจ ไปตามเขา
ปัญญาเรา มีหน้าที่ พิพากษา
ต้องดูน้ำ ดูลม ระดมมา
พิจารณา เชิงชั้น หมั่นตริตรอง
-----------------------------------------
ท่านพุทธทาสภิกขุ

charonp
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 404
Joined: Wed Jun 22, 2011 11:19 pm

Re: OFM

Posts by charonp » Mon Sep 24, 2012 2:26 pm

ราคามาแบบนี้นี่เป็นช่วงวัดใจเลยนะครับ

ความเห็นส่วนตัว

ถ้ามองในแง่ร้าย จากข่าวต่าง ๆ

กลัวว่าจะทำราคามาเพื่อเพิ่มทุน ไม่รู้คิดมากไปรึป่าววว :wall: :wall:


open_mind
Verified User
Posts: 14
Joined: Sat Jan 07, 2012 9:41 pm

Re: OFM

Posts by open_mind » Mon Sep 24, 2012 7:53 pm

ขอแสดงความคิดเห็นนิดนึงนะครับ
ในเรื่องการเพิ่มทุน ส่วนหนึ่งจะเป็นการเพิ่มรายได้
แต่ส่วนหนึ่งจะไปแชร์ eps ให้ต่ำลงได้
ถ้ากำไรเท่าเดิม(ซึ่งไม่ใช่อยู่แล้ว) แต่หุ้นเพิ่มขึ้น eps จะลดลง
ผมไม่แน่ใจว่า ผบห มองประเด็นความคุ้มค่าของเงินลงทุนรึเปล่า (ไม่ใช่เรื่องคุ้มทุนนะครับ)
(จริงๆ น่าจะเป็นความคุ้มค่าของการเพิ่มทุนมากกว่า)
ผมเห็นบางบริษัทมีการขยายกิจการ โดยการเพิ่มทุน
รายได้โต กำไรโต บริษัทใหญ่ขึ้น ดูดีทุกอย่าง
แต่ เจ้าของเดิม และ ผู้ถือหุ้นไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร
เพราะ พอรายได้ กำไรเพิ่ม แต่ตัวหารมากขึ้น
พอสุทธิแล้ว กลุ่มเจ้าของเดิม รวมทั้งผถห เดิม ไม่ได้ประโยชน์ (ในแง่ eps)
เพราะมันไปเกลี่ย กำไรกับตัวหารที่มากขึ้น
แต่ถ้าเพิ่มทุนแล้ว กำไรเพิ่ม ตัวหารเพิ่ม แต่สุทธิแล้ว
กำไรโตกว่าตัวหารที่เพิ่ม อันนี้ก็พอใช้ได้ครับ
อยากฝากประเด็นนี้ครับ หรือพอมีใครให้ความกระจ่างประเด็นนี้ได้ไหมครับ
(ไม่ใช่เรื่องรายละเอียดแผนงานนะครับ แต่สงสัยแค่ประเด็นความคุ้มค่าของการเพิ่มทุนครับ)
ส่วนเรื่องหุ้นกู้ ถ้าธุรกิจใหม่ ความเสี่ยงต่ำ และอัตราส่วนหนี้ต่อทุน ok
ผมก็ค่อนข้างชอบนะครับ เพราะกำไรเพิ่ม แต่ หุ้นเท่าเดิม
(เพียงแต่ระวังเรื่องความเสี่ยงด้านสัดส่วน de และธุรกิจใหม่)
ฝากทาง ผบห หรือ IR ให้ความเข้าใจในส่วนที่พอบอกได้ด้วยนะครับ

ปล ติดตามและถือหุ้นตั้งแต่เข้าตลาดใหม่ๆ และไปประชุม ผถห ปีแรกด้วยนะครับ
ส่วนตัวชอบ ผบห ครับ


User avatar
kyoza
Verified User
Posts: 224
Joined: Tue May 23, 2006 3:11 pm

Re: OFM

Posts by kyoza » Mon Sep 24, 2012 8:15 pm

:pig: :pig:

-สิ่งที่สอนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยไม่ใช่การศึกษา แต่เป็นวิธีการศึกษา
-เมื่อคุณก้าวผิดพลาด คุณอาจตั้งตัวใหม่ได้ในไม่ช้า แต่ถ้าคุณกล่าววาจาผิดพลาด คุณอาจต้องเสียใจไปตลอดชั่วชีวิต

open_mind
Verified User
Posts: 14
Joined: Sat Jan 07, 2012 9:41 pm

Re: OFM

Posts by open_mind » Mon Sep 24, 2012 8:31 pm

ขอแชร์อีกหนึ่งเรื่องนะครับ
เรื่องการเปิด shop ผมรอจุดคุ้มทุนอยู่ครับ (แต่ละ shop มีกำไรด้วยตัวมันเอง)
เพราะเมื่อไหร่ที่ถึงจุดนั้น
ผมเข้าใจว่า จะมี shop ที่กระตุ้นการซื้อ online
โดยไม่มีต้นทุน หรือต้นทุนต่ำครับ
เพราะ shop อยู่ได้ด้วยตัวเอง
(อาจมีการหารายได้ผ่าน shop (ไม่ได้เน้นให้กำไร แต่เน้นแค่ให้อยู่ได้ ผมก็พอใจแล้ว แต่ถ้าได้กำไร ผมว่ายิ่งดีครับ)
อาจมีรายได้อื่น เช่น ขายกาแฟ กำไรจากขายของ ฯลฯ )
เพราะหลังจากนั้น ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเปิด shop จะไม่เป็นภาระต่อ ofm อีก
(เพราะตัว ofm เอง กำไรดีอยู่แล้ว แต่ต้องแบกภาระของ shop อยู่)
แต่ของแถมคือ เรามี shop ไว้ทำตลาด online ครับ
ทั้งในแง่ Demand และ Supply

ส่วนตัวก็รอวันที่ การซื้อ online กับ offline จะเป็น 50:50 นะครับ
(ไม่รู้ว่า ผบห มีตั้งเป้าไว้รึเปล่าว่าอีกกี่ปี...)


teerasak.moo
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 145
Joined: Thu Feb 21, 2008 1:59 am

Re: OFM

Posts by teerasak.moo » Mon Sep 24, 2012 10:04 pm

พึ่งฟังย้อนหลังรายการ FM 96.5 Business conection วันที่ 24-09-55

คุณวรวุฒิมาพูด ทำให้มองเห็นอนาคตของ OFM ชัดเจนขึ้นเยอะครับ


istyle
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 872
Joined: Tue Nov 23, 2010 7:35 pm

Re: OFM

Posts by istyle » Tue Sep 25, 2012 7:16 am

สมมติเพิ่มทุน 400 ล้านบาท(ซึ่งผมว่าเยอะไป เพราะยังมีวงเกินหุ้นกู้อีก)

ก็ 5 บาทต่อหุ้นครับ คิดว่าการทำราคาไม่ได้ช่วยอะไร


anuchit
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 91
Joined: Sun Aug 03, 2003 5:22 pm

Re: OFM

Posts by anuchit » Tue Sep 25, 2012 7:41 am

charonp wrote:ราคามาแบบนี้นี่เป็นช่วงวัดใจเลยนะครับ

ความเห็นส่วนตัว

ถ้ามองในแง่ร้าย จากข่าวต่าง ๆ

กลัวว่าจะทำราคามาเพื่อเพิ่มทุน ไม่รู้คิดมากไปรึป่าววว :wall: :wall:
ถ้าติดตามการให้ความเห็นของคุณวรวุฒิ จะไม่เชื่อเรื่องการสร้างราคา
ในทางตรงกันข้ามเมื่อราคาหุ้นขึ้นมาสูง คุณวรวุฒิก็ขอบคุณที่เชื่อมั่นบริษัท
แต่ยังได้มาเตือนให้พิจารณาการซื้อหุ้นด้วยความระวัง
และราคาหุ้นที่สูงก็กดดันการบริหาร เพราะนั่นเป็นความคาดหวังของผู้ถือหุ้น


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Tue Sep 25, 2012 9:35 am

MARKET ON THE MOVE ( ข่าวเด่นประเด็นร้อน )

OFM รายได้ปีนี้ส่อแววทะลุเป้าที่ตั้งไว้พุ่ง 28% จากปีก่อนที่ทำได้ 1.27 พันล้านบาท หลังออเดอร์ไหลบ่า ส่วนดีลพันธมิตรธุรกิจขนส่ง คาดได้ข้อสรุปธันวาคมนี้ ลั่นหากสำเร็จโกยเงินเข้ากระเป๋าหลักล้านด้าน "วรวุฒิ อุ่นใจ" เชื่อ Q3/2555 ฟอร์มแจ๋วกว่า Q2/2555 ที่มีรายได้ราว 380 ล้านบาท อานิสงส์เข้าช่วงไฮซีซันธุรกิจ
ที่มา Source : maybank-ke , ข่าวหุ้น, ทันหุ้น

(ข่าวเดิม ๆ )


wavemaster
Verified User
Posts: 95
Joined: Mon Nov 08, 2010 2:24 pm

Re: OFM

Posts by wavemaster » Tue Sep 25, 2012 3:39 pm

wavemaster wrote:
Noonino wrote:ขอสนับสนุนว่าสินค้าหลายรายการของ OFM แพงกว่าในตลาดทั่วๆไปจริงๆครับ ส่วนใหญ่การซื้ออุปกรณ์สำนักงานของธุรกิจผม ผมจะเป็นคนซื้อเอง ที่ผ่านมาผมสังเกตว่าถ้าผมหาสินค้าซัก 10 ชิ้น ยี่ห้อ/สเปกเดียวกัน ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่นๆอยู่ประมาณ 7 ชิ้นครับ

ยกตัวอย่างที่จำได้ เคยซื้อ โทรศัพท์ไร้สาย Panasonic KXTG3600BX ของ OFM จะแพงกว่าที่อื่น 100 บาทครับ (ทั้ง office depot, lotus, power buy)
รับทราบและแจ้งกลุ่มผู้บริหารให้ทราบแล้วครับ
ขอบคุณมากครับ
ชี้แจงเพิ่มเติมครับ หลังจากได้ทราบข้อมูลจากฝ่ายงานที่เกี่ยวข้อง
เรื่องราคาโทรศัพท์พานา ทางพานาฯ จะกำหนดราคาขายปลีกโทรศัพท์ทุกรุ่นไว้ให้ทุกที่ขายราคาเดียวกันทั้งหมด จะมีที่ขายต่างกันเฉพาะช่วงที่พานาฯจัดโปรกับแต่ละร้าน ซึ่งการจัดโปรจะต่างช่วงเวลากัน ดังนั้นในช่วงเวลาเดียวจึงเป็นไปได้ที่ราคาจะไม่เท่ากันครับ เช่น kx-tg3600 ราคาขายปกติ 999.- ช่วงจัดโปรจะราคาโปร 899.- บาท ราคารวมภาษีแล้ว
ขอบคุณครับ


KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 263
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: OFM

Posts by KUGUAR » Thu Sep 27, 2012 12:58 pm

ผมเฝ้าดูและรู้สึก แปลกใจที่เห็นราคา OFM เร็วๆนี้ ขึ้นมาเยอะมากอีกแล้ว ตลาดกำลังคาดหวังอะไรหรอครับ ช่วยแชร์กันหน่อยสิครับ อะไรพอเป็นปัจจัยที่เป็นไปได้กับความคาดหวังสูงๆแบบนี้อะครับ
เท่าที่วิเคราะห์โดยส่วนตัวมองว่า ผลประกอบการในหลายไตรมาสถัดจากนี้ OFM ไม่น่าจะโชว์ผลกำไรก้าวกระโดดเหมือน Q1’12 ได้อีกง่ายๆ (อาจขอยกเว้นQ4’12 ไว้ก่อน เพราะฐานQ4’11 ต่ำเหลือเกิน และเรื่องน้ำๆ ปีนี้ยังต้องติดตาม) โดยเฉพาะ Q3’12 นี้ ผมคิดว่า EPS น่าจะติดลบ ถึง อย่างมากแค่ใกล้เคียง Q3’11 โดยมีเหตุผลจาก Fixed Cost จากร้านค้า 2 แห่งที่เปิดไป เป็นตัวฉุด(ที่เมกะ บางนา ยังย่ำแย่มาก จากยอดคนเดินเข้าร้านและซื้อของยังต่ำอยู่ วัน จ ถึง ศ นี่ สุดๆเลยครับ) ขณะที่ยอดขายรวม แม้ผมจะลองใส่ในการคำนวณ สูงถึง 430 – 450 MB. ใน Q3’12 (เทียบ 359 MB Q3’11) แต่ก็ไม่สามารถชนะแรงฉุด จากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนใหม่ๆ ได้ (รวมเปิดบริการวันเสาร์ ที่ต้องจ่าย OT มากกว่าปรกติ แต่ยอดขายยังไม่ได้โตเร็ว) ภาระจากเปิดหน้าร้าน ถ้าโชคดี ผมว่า อาจไม่เป็นภาระให้กิจการหลัก สักอีก 1-1.5 ปี ข้างหน้า แต่ถ้ามีลงทุนอะไรใหม่ๆอีก ก็คงต้องเตรียมใจให้ดูกันยาวๆไปอีกนะครับ
พูดถึง Q3’12 ผมลอง est.EPS ดู น่าจะอยู่ที่ 0.17-0.20 Bht/sh vs 0.20 Bht/sh Q3’11. แต่โดยความน่าจะเป็น น่าจะติดลบ มากกว่า เสมอตัว
เคยเห็นหุ้น PE สูงๆ 30-40 ( นลท รายย่อย หลายๆคน ก็ไม่ค่อยกล้าซื้อกันแล้ว ) อย่าง CPALL, HMPRO แต่ตลาดยอมจ่ายแพง เพราะ 1) อาจถูกมองเป็น super stock และ 2) กำไรเขาโตต่อเนื่องทุกไตรมาส และจะยังโตอยู่ ขณะที่ตอนนี้ OFM current PE = 65 แล้ว ยังเป็นหุ้นตัวเล็กๆ แถม กำไร ยังขึ้นๆลงๆ อยู่เลย ก็แปลกใจ! ว่าเกิดอะไรขึ้น กลัวว่า เมื่อประกาศผลประกอบการไตรมาสนี้ ออกมา แล้ว กำไรไม่โตมากๆ อย่างคาดหวัง ราคาจะหล่นตุบมาอีกป่าวอะครับ ไตรมาสที่แล้วทำ นลท ผวา ปล่อยของกันไปไม่น้อยทีเดียว ผบห เขาก็คงไม่อยากเห็นราคาหุ้นเขา วิ่งแรงๆ หล่นแรงๆ ด้วยป่าวอะครับ ผมว่า
แค่แปลกใจเฉยๆครับ และเป็นมุมมองส่วนตัว ท่านอื่นเห็นต่าง อยากฟังความเห็นมากๆนะครับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันจะทำให้เรามีมุมมองกว้าง และดีขึ้นเสมอ ผมเชื่ออย่างนั้น
..............................................................
อยากมองให้ยาว แต่ทุกย่างก้าว ฉันอยากมั่นใจ


ds105
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 86
Joined: Mon Jul 12, 2010 11:06 am

Re: OFM

Posts by ds105 » Thu Sep 27, 2012 1:30 pm

หุ้นตัวนี้มองมานานแต่ราคาไม่ลงตามที่ต้องการก็เลยอด แต่ก็เห็นขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะคนมองเป็น Mega trend อาจยอมยอมชื้อแพงเพราะตอนนี้เป็นช่วงลงทุน แต่เมื่อไรเห็นผลของการลงทุน pe คงลดลงเหมือนหุ้นตัวอื่นมั้งครับ


open_mind
Verified User
Posts: 14
Joined: Sat Jan 07, 2012 9:41 pm

Re: OFM

Posts by open_mind » Thu Sep 27, 2012 5:50 pm

เข้าใจว่า คนที่ลงทุนคงมองว่าอนาคต ตลาดสินค้าทาง interner อาจเป็นที่นิยมมากขึ้น และตลาดใหญ่มาก รึเปล่าครับ
และตอนนี้เท่าที่ดู ทาง ofm น่าจะเตรียมงานด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบนี้อยู่
ทั้งเตรียมสร้างคลังปลายปีหน้า (เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้า)
ปรับปรุงระบบหน้าเว็ป ให้สวยงาม และสะดวกใช้สอย(ปรับปรุงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสมบูรณ์แบบที่สุด)
วางระบบ logistic ให้ครอบคลุมมากขึ้น
เพราะเท่าที่ดู ในแง่ ความสะดวกรวดเร็ว ความเป็นมาตรฐาน ของ ofm ค่อนข้างเป็นผู้นำ
ถ้าเมื่อไรทุกอย่างพร้อม อาจจะรอโอกาสทำตลาดมากขึ้นก็ได้ครับ เพราะถ้าวันไหนคนเริ่มซื้อของ online มากขึ้น ก็เป็นโอกาสของ ofm ซึ่งตอนนี้เริ่มมี รายอื่นเข้ามารุกตลาดนี้บ้างแล้ว
และตอนนี้ทุกคนก็รอ 3g อยู่ ถ้ามา อัตราการใช้ มือถือท่องโลก net ก็ดีขึ้นอีก
อีกอย่างเท่าที่ดู อย่างคนกรุงเทพ ผมเห็นว่างเมื่อไรก็หยิบมือถือมาเล่น มาดู
ถ้าคนมีเวลาน้อยลง ใช้มือถือ มากขึ้น โอกาสซื้อ online ก็น่าจะมากขึ้นนะครับ
ผมแชร์มุมมองนะครับ ใครเห็นต่างยังไง แนะนำได้ครับ


choosak
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1486
Joined: Tue Jun 05, 2007 10:59 pm

Re: OFM

Posts by choosak » Thu Sep 27, 2012 8:11 pm

ผมค้นเจอใบสั่งซื้อที่เคยซื้อกับ trendyday มีอยู่ 2 ใบที่ระยะเวลาห่างกัน 1 ปีพอดี
26/9/2011 เลขที่สั่งซื้อ 110902192 เฉลี่ยต่อวัน = 84
26/9/2012 เลขที่สั่งซื้อ 120903710 เฉลี่ยต่อวัน = 143
ผ่านไป 1 ปีเพิ่มขึ้น 70%

เสียดายไม่รู้ค่าเฉลี่ยยอดซื้อต่อบิลของปีนี้เทียบกับปีก่อน ไม่งั้นจะเห็นภาพชัดเจนกว่านี้

ในการลงทุนระยะยาว ใครนิ่งได้มากกว่า คนนั้นชนะ

lb
Verified User
Posts: 440
Joined: Thu May 01, 2008 8:19 pm

Re: OFM

Posts by lb » Thu Sep 27, 2012 9:04 pm

สมาชิกที่ไม่ได้สมัครสมาชิกสมาคมใหม่ จะยังสามารถเข้าอ่านได้ทุกห้อง

ยกเว้นการโพสต์และอ่านเนื้อหาในห้องร้อยคนร้อยหุ้นที่โพสต์หลังวันที่ 1 ตุลาคม 2555

Try to find a  good company.

KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 263
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: OFM

Posts by KUGUAR » Thu Sep 27, 2012 9:30 pm

พอดี เช็ค ย้อนหลังไป เห็น IPO กลางปี’10 ที่ 5 บาท จนถึงตอนนี้ ผ่านมาได้ประมาณ 2 ปี
ในช่วง 2 ปีนี้, ยอดขาย 4 ไตรมาสสุดท้าย(Q3’11-Q2’12) vs ปี’10 (หาQ3/4’09 ไม่ได้)
ยอดขายโต 32 %, กำไรโต 66% แต่ราคาหุ้นโตไป 840%.

ผมต้องยอมรับว่าช่วงนี้ ผมจะระมัดระวังการซื้อหุ้น ที่คาดหวังการเติบโตมากๆ และ/หรือ คาดว่าต้องโตได้ต่อเนื่อง อย่างมากๆ โดยเฉพาะเป็นอุตสาหกรรม ที่ยังต้องอาศัยการพิสูจน์ อีกยาว ว่า ใครจะเป็นผู้ชนะจริงๆ ถ้าราคาสูงมากๆ บ.เหล่านั้น ผมอยากแน่ใจ ว่า เป็น 7-11 ไม่ใช่ Family Mart, หรือ เป็น Home Pro ไม่ใช่ HomeWork เป็นต้น ผมเองเคยมีประสบการณ์ไม่ดี กับ Growth Stock มาบ้าง โดยหุ้นตัวนั้น (ค้าขายสินค้า IT)เติบโตดีมาตลอด แต่พอเข้าซื้อได้ก็ดีอยู่สักพัก แล้วพอพลาด กำไรลด 2-3 ไตรมาส ราคาหุ้นลดลงมากกว่า 50% เลย (ถึงตอนนี้ราคาก็ยังคาที่ด้านล่างอยู่ ต้องรอพิสูจน์ตัวเองกันต่อไป ขนาดตอนนั้นผมซื้อหุ้นตัวนั้น แค่ PE = 10ต้นๆ ได้รู้สึกว่ากำไร ช่วงต้นๆ แป๊ปเดียว) ก็ยังนึกไม่ออกเลย หาก PE = 65 เวลากำไรโตไม่สมศักดิ์ศรี หรือยิ่งถ้าลดลง ราคาหุ้นจะตก และหยุดตรงไหน
แต่ยังไงก็ขอขอบคุณคำอธิบายกันนะครับ เคยอยากจะหาเหตุผลให้ซื้ออยู่เหมือนกัน เช่น อย่างใน US ก็มีหุ้นแบบนี้อยู่เยอะ PE เป็น 100หรือมากกว่า ก็มีให้เห็น แต่คิดไปๆมาๆ บ้านเรา บ.เขาเป็น Domestic Player (market size จำกัด อะไรประมาณนั้น) ราคาขนาดนี้ เลยไม่เอาดีกว่า แต่ก็ได้ความรู้ดี ที่เข้ามาศึกษา
คงต้องอย่างที่เหล่า VI ว่าละกันครับ สำหรับผม “ยอมเสียดาย ดีกว่าเสียใจ”


YONGYEE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 512
Joined: Wed Apr 23, 2008 11:03 pm

Re: OFM

Posts by YONGYEE » Thu Sep 27, 2012 9:51 pm

ผมขอแชร์มุมมองในฐานะผู้ถือหุ้นคนหนึ่งซึ่งอาจจะ Bias ครับ
ในส่วนของผู้บริหาร ผมมองว่า คุณวรวุฒิเป็นผู้บุกเบิกระบบการขายผ่าน Catalog และ Online ที่ไม่ต้องพี่งหน้าร้าน ซึ่งคุณวรวุฒิคงมองเห็น Trend ที่เกิดขึ้นมาต่างประเทศมาก่อน และคาดว่าพฤติกรรมนั้นๆก็น่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งต้องผ่านอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงทุกวันนี้ ทำให้เกิด Lerning Curve จากการลองผิดลองถูก จนเกิดเป็น Know How โดยเฉพาะของบริษัท
นอกจากนั้นผู้บริหารยังคงสรรสร้างแนวความคิดใหม่ๆใส่ลงไปในธุรกิจอย่างต่อเนื่องไม่หยุดนิ่ง ทำให้คู่แข่งที่เริ่มทำก็ช้าไปหลายขุมแล้ว
การลงทุนที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมเชื่อว่าผู้บริหารคงมองแล้วว่าจะทำให้บริษัทเติบโตในระยะยาวต้วยต้นทุนที่ต่ำลงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญของธุรกิจนี้
ที่นี้มามองถึงคู่แข่งในประเทศ แม้ว่าจะเป็นบริษัทที่มีทุนหนากว่า มีเครือข่ายธุรกิจที่ใหม่กว่ามาก แต่จะนับแล้วก็ยังไม่สามารถทำให้ต้นทุนการส่งสินค้าได้ต่ำเท่ากับ OFM
ส่วนคู่แข่งในต่างประเทศที่มีประสบการณ์จากสนามต่างแดน ก็ใช้ประโยชน์จากการเครือข่าย Supplier ที่ตามมาให้การสนับสนุน ทำให้ดูเหมือนว่าจะสามารถแซงหน้า OFM ได้อย่างสบายๆ แต่ถ้าดูเงื่อนไขการส่งสินค้าก็จะรู้ว่ายังทำไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก
แต่ประโยชน์ที่เกิดการแข่งขันที่มากขึ้น ประกอบการเครือข่าย 3G ที่กำลังจะเกิดขึ้นทำให้เกิดการใช้ Mobile Internet อย่างกว้างขวางขึ้น, รถลาที่ติดขึ้นทุกวัน, น้ำมันที่ยังไม่ถูกลง ปัจจัยต่างๆเหล่านี้กำลังทำให้ตลาด Online โตขึ้นและโตขึ้น
ถ้า OFM ยังคงมุ่งมั่นในการขยายระบบ Logistic ให้ครอบคลุมและต้นทุนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะได้รับประโยชน์จากคลื่นการเติบโตใน ธุรกิจ Online อย่างแน่นอน
การมองผลกำไรของ OFM ณ ปัจจุบันจึงไม่ใช่ปัจจัยที่จะใช้ในการตัดสินใจขายหุ้นของนักลงทุนระยะยาวที่มองเห็น Mega Trend อันนี้
นอกจากนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้ของความร่วมมือกันระหว่างธุรกิจซึ่งอาจจะทำให้คู่แข่งกลายเป็นมิตรก็ได้ เพราะถ้าคู่แข่งคิดแล้วว่าทำยังไงก็ไม่มีทางลัด ต้องนับหนึ่งก่อนเสมอ ทางลัดที่เป็นไปได้ก็คือการใช้บริการ Logistic ของ OFM ซะเลย
ปล. ไม่เห็นการแชร์ความเห็นของคุณวรวุฒิมานาน เลยไม่รู้ว่าความคิดของท่านจะไปไกลแค่ไหนแล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากให้เล่าให้ฟังบ้างครับ
ขอบคุณครับ


worapot_ta
Verified User
Posts: 368
Joined: Mon Aug 29, 2005 1:24 pm

Re: OFM

Posts by worapot_ta » Thu Sep 27, 2012 11:34 pm

ขอทราบบริษัทที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศที่ทำธุรกิจเหมื่อนกับ ofm หน่อยครับ จะไปศึกษาเพิ่มเติมครับ


hahahah
Verified User
Posts: 187
Joined: Fri Jun 25, 2010 4:49 pm

Re: OFM

Posts by hahahah » Fri Sep 28, 2012 9:32 pm

choosak wrote:ผมค้นเจอใบสั่งซื้อที่เคยซื้อกับ trendyday มีอยู่ 2 ใบที่ระยะเวลาห่างกัน 1 ปีพอดี
26/9/2011 เลขที่สั่งซื้อ 110902192 เฉลี่ยต่อวัน = 84
26/9/2012 เลขที่สั่งซื้อ 120903710 เฉลี่ยต่อวัน = 143
ผ่านไป 1 ปีเพิ่มขึ้น 70%

เสียดายไม่รู้ค่าเฉลี่ยยอดซื้อต่อบิลของปีนี้เทียบกับปีก่อน ไม่งั้นจะเห็นภาพชัดเจนกว่านี้
วันนีี้ (27/9/2012) ผมสั่งของเลขที่สั่งซื้อ 120903861 เพิ่มจาก 26/9/2012 = 151 ยืนยัน ตัวเลขของคุณ choosak

เดี๋ยวชักติดใจแล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาไปจอดรถ เดินหาของ แถมของที่ซื้อ(ปลั๊กไฟ) ก็มีให้เลือกหลากหลาย เกรด และขี้เกียจเทียบราคาแล้วครับ


rittawee
Verified User
Posts: 18
Joined: Thu Jun 18, 2009 10:40 pm

Re: OFM

Posts by rittawee » Fri Sep 28, 2012 10:42 pm

worapot_ta wrote:ขอทราบบริษัทที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศที่ทำธุรกิจเหมื่อนกับ ofm หน่อยครับ จะไปศึกษาเพิ่มเติมครับ
ถ้าที่ Scotland ผมว่า Argos ครับ

http://www.argos.co.uk/static/Home.htm? ... ie%3DUTF-8


Mulberry Alexa
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 40
Joined: Mon Jul 12, 2010 11:35 am

Re: OFM

Posts by Mulberry Alexa » Sun Sep 30, 2012 12:23 pm

hahahah wrote:
choosak wrote:ผมค้นเจอใบสั่งซื้อที่เคยซื้อกับ trendyday มีอยู่ 2 ใบที่ระยะเวลาห่างกัน 1 ปีพอดี
26/9/2011 เลขที่สั่งซื้อ 110902192 เฉลี่ยต่อวัน = 84
26/9/2012 เลขที่สั่งซื้อ 120903710 เฉลี่ยต่อวัน = 143
ผ่านไป 1 ปีเพิ่มขึ้น 70%

เสียดายไม่รู้ค่าเฉลี่ยยอดซื้อต่อบิลของปีนี้เทียบกับปีก่อน ไม่งั้นจะเห็นภาพชัดเจนกว่านี้
วันนีี้ (27/9/2012) ผมสั่งของเลขที่สั่งซื้อ 120903861 เพิ่มจาก 26/9/2012 = 151 ยืนยัน ตัวเลขของคุณ choosak

เดี๋ยวชักติดใจแล้วครับ ไม่ต้องเสียเวลาไปจอดรถ เดินหาของ แถมของที่ซื้อ(ปลั๊กไฟ) ก็มีให้เลือกหลากหลาย เกรด และขี้เกียจเทียบราคาแล้วครับ

ลองสั่งสินค้า mart ดู ราคาก็ใช้ได้เลยนะคะ. ได้เลขที่สั่งซื้อ TO-120904300 พอดี ๆ
เริ่มสะดวกไม่ต้องหิ้วให้หนักอีกต่อไป. ชอบจังค่ะ

การเติบโตของผลกำไรก็คือเจ้ามือที่ดีที่สุดในระยะยาว....

wingman63
Verified User
Posts: 43
Joined: Thu Jun 03, 2010 6:54 pm

Re: OFM

Posts by wingman63 » Sun Sep 30, 2012 12:45 pm

เคยได้ยินว่าเฉลี่ยต่อบิล 3000-4500 บาท นะแต่นานแล้ว อาจคลาดเคลื่อน


G_cyber
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 100
Joined: Thu Feb 21, 2008 10:28 am

Re: OFM

Posts by G_cyber » Sun Sep 30, 2012 1:38 pm

ขอทราบหน่อยครับว่า

- สัดส่วน Officemate ที่รวมพวก print และอื่นๆแล้ว และ Trendyday ว่าเป็นกี่ % ครับ (เช่น 70% และ 30% เป็นต้น)

- ยอดขายของ Trendyday จะต้องเป็นเท่าไหร่ต่อเดือนหรือต่อปี ที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดครับ (รวม shop ด้วยนะครับ) แล้วตอนนี้ trendyday สามาีรถอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้วหรือยังครับ?

ขอบคุณมากครับ


Post Reply