MACO

แหล่งรวบรวมข้อมูลของหุ้นต่างๆ All for one, one for all
(ข้อมูลตั้งแต่ก่อตั้งเว็บ จนถึง 30 กันยายน 2555 ห้องนี้อ่านได้อย่างเดียวไม่สามารถ post ได้)
xyoxyo
Verified User
Posts: 200
Joined: Wed Oct 27, 2010 2:11 pm

Re: MACO

Posts by xyoxyo » Fri Apr 27, 2012 11:12 pm

sakkaphan wrote:maco นี่มีสัญญากับเซนทรัลหรือป่าวครับ เห็นทำป้ายโฆษณาในเซนทรัลหลายสาขาเลย
ไล่ตอบคำถามย้อนหลังให้นะครับ เพราะกลับมาอ่านดูแล้ว คำตอบได้มาจากการประชุมผู้ถือหุ้นครับ
MACO มีการติดต่องานกับ CPN จริงครับ แต่ลักษณะการดิวงานผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเป็นแบบไหน เพราะท่าน CEO บอกว่า ไม่มี Fix Cost ตรงนี้ คือไม่ได้ไปเช่าเหมาตึกแล้วมาขายต่ออะไรแบบนี้ เพราะถ้าทำแบบนั้นแล้วอาจจะเจ็บตัวได้ ซึ่งผมว่าก็ดีนะครับที่พยายามทำแบบไม่ให้มี Fix Cost

!!!SIGNATURE!!!

xyoxyo
Verified User
Posts: 200
Joined: Wed Oct 27, 2010 2:11 pm

Re: MACO

Posts by xyoxyo » Fri Apr 27, 2012 11:26 pm

sakkaphan wrote:ส่วนตัวมองไม่เห็นความได้เปรียบในเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืนของ MACO และคิดว่าธุรกิจป้ายโฆษณานั้น คงหาความได้เปรียบเชิงแข่งขันอย่างยั่งยืนยาก เพราะอะไร เพราะ key success factor ของธุรกิจนี้คือ ทำเล
คำถามก็คือ คุณสามารถสร้างแฟรนไชส์ป้ายโฆษณาที่ลูกค้าคิดว่า "จะเช่าป้ายโฆษณาต้องของบริษัทนี้สิ ทำเลห่วยไม่เป็นไร ต้องเช่าของบริษัทนี้" ได้หรือไม่
คำตอบคือ ไม่ได้แน่นอน เพราะหัวใจหลัก คือ ทำเล ลูกค้าย่อมเช่าป้ายที่ทำเลดีกว่า โดยไม่ยึดติดกับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งอยู่แล้ว ในเมื่อ nature ของธุรกิจที่ลูกค้าไม่ยึดติดกับแบรนด์ แล้วจะสร้างDCA ได้อย่างไร

ถ้าคุณบอกว่า ทำเลดี = ดึงดูดสายตา คนผ่านไปผ่านมาเห็นเด่นชัด ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องทำเลดีก็ได้ แต่หาลูกเล่น เช่น เพื่อนผมบอกว่าที่จีนมีบอลลูนโฆษณา คำถามคือ แล้วมันเป็นสิ่งที่บริษัทอื่นเลียนแบบไม่ได้ใช่หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่อยู่ดี ถ้าเราทำออกมาแล้วดี บริษัทอื่นก็เลียนแบบได้

อย่างดีที่สุดที่ผมนึกออก คือ เป็นพันธมิตรหรือทำcontract กับบริษัทที่จะเอื้ออำนวยทำเลดีๆให้ตลอดเวลา เช่น ทำสัญญากับcentral ที่เค้าจะให้พื้นที่เราทุกสาขา เป็นต้น แต่ถามทางบริษัทแล้วก็ไม่มีนโยบายนี้แต่อย่างใด และในความเป็นจริง บริษัทต่างๆเหล่านั้น ก็คงจะเก็บผลประโยชน์ไว้กับตัวเอง คงไม่ทำสัญญาแบ่งพื้นที่ให้ทุกสาขา

สรุป ผมคิดว่าธุรกิจป้ายโฆษณา ไม่มี DCA หรือถ้ามี ผมก็ยังมองไม่เห็นมัน
เรื่องของทำเล ก็เป็นแบบที่คุณ sakkaphan คิดส่วนหนึ่ง ทำเลดีๆถ้าเป็นแบบ จุดสองจุด เป็นหย่อมๆไป ลักษณะก็จะเป็นไปตามที่คุณ sakkaphan เข้าใจเลยครับ
แต่มันจะมีทำเลดีๆอีกประเภทหนึ่งครับ คือทำเลดีๆ (หรือบางอันก็ไม่ดีสำหรับคนอื่นแต่ดีกับ MACO) ที่มาเป็นหมู่คณะครับ เช่น ตามทางเดินแถวๆMBK ตามอโศก ตามใต้รถไฟฟ้าBTS ทำเลเหล่านี้มักจะต้องประมูลหรือทำสัญญาอะไรกันซักอย่างเพื่อเข้าไปทำครับ แม้ทางบริษัทจะบอกว่าไม่มีนโยบายนี้ แต่เรื่องจริงผมก็เห็นบริษัททำแบบนี้อยู่หลายที่เลยนะครับ

คำถามที่ว่า ถ้าทำเลดีๆ บริษัทเหล่านั้นน่าจะเก็บผลประโยชน์ไว้กับตัวเองมากกว่า
อันนี้คำตอบคือว่า บริษัทเหล่านั้นไม่มีความชำนาญในการทำโฆษณาเพียงพอครับ จึงยอมปล่อยให้ MACO เช่าสถานที่ไปทำ เพราะความชำนาญของพวกเค้าเหล่านั้นคือการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ไม่มีอะไรให้กลายเป็นทำเลที่ดีครับ แต่ไม่ได้ชำนาญด้านการเอาทำเลที่ดีมาทำโฆษณาครับ เพราะมีองค์ประกอบอื่นๆช่วยในเรื่องการทำโฆษณาด้วย เช่น ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีที่มี

หัวใจของธุรกิจนี้คือทำเลจริงๆครับ เข้าใจถูกต้องที่สุดแล้วครับ ^^

!!!SIGNATURE!!!

sakkaphan
Verified User
Posts: 1111
Joined: Mon Dec 07, 2009 12:29 pm

Re: MACO

Posts by sakkaphan » Sat Apr 28, 2012 12:27 am

ขอบคุณคุณxyoxyo สำหรับข้อมูลและคำตอบต่างๆมากครับ ผมไม่ได้ไปประชุมผู้ถือหุ้นmaco
วันนี้ระหว่างขับรถไปmiracle grand ขึ้นทางด่วนวิภาไป ผมก็พยายามสังเกตุป้ายโฆษณาmacoครับ ถ้าเป็นแถวๆต้นสายวิภาวดีนี่ ป้ายmacoมีโฆษณาลงแทบจะเต็มทุกป้ายครับ ไม่เห็นป้ายว่างเลย แต่พอแถวๆบางเขนเห็นป้ายว่างเพียบ ถ้า ผบห หาทางขายหรือใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างที่พูดคงจะดีไม่น้อยครับ

ความยากจนในจิตใจ คือความยากจนที่แท้จริง

User avatar
ZEII
Verified User
Posts: 524
Joined: Sun May 29, 2005 5:17 pm

Re: MACO

Posts by ZEII » Mon May 14, 2012 7:47 pm

สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 30,234 23,792
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.24 0.19
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 1
สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม
ปี 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 19,066 18,435
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.15 0.15
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต

หมายเหตุ

โปรดดูรายละเอียดงบการเงิน รายงานของผู้สอบบัญชี และหมายเหตุประกอบ
งบการเงินจากระบบบริการข้อมูลตลาดหลักทรัพย์

"ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่รายงานข้างต้นนี้ถูกต้องทุกประการ พร้อมกันนี้บริษัทได้จัดส่งงบการเงิน
ฉบับเต็มผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของตลาดหลักทรัพย์และส่งต้นฉบับให้กับสำนักงาน ก.ล.ต.
เรียบร้อยแล้ว"



ลงลายมือชื่อ ___________________________
( นายนพดล ตัณศลารักษ์ )
กรรมการ
ผู้มีอำนาจรายงานสารสนเทศ
______________________________________________________________

"อย่าพยายามซื้อหุ้นที่ราคาต่ำสุดและขายที่ราคาสูงสุด
เพราะมีแต่คนโกหกเท่านั้นที่สามารถทำได้"

kugaman
Verified User
Posts: 74
Joined: Mon May 03, 2010 8:10 pm

Re: MACO

Posts by kugaman » Mon May 28, 2012 10:38 am

วันนี้ maco ลงหนัก เกิดจากอะไรครับนี่


คลายเครียด
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1735
Joined: Mon Mar 22, 2004 11:33 am

Re: MACO

Posts by คลายเครียด » Mon May 28, 2012 10:48 am

kugaman wrote:วันนี้ maco ลงหนัก เกิดจากอะไรครับนี่

หุุ้นปันผล ๒.๕ หุ้นเดิม ต่อ ๑ หุ้นใหม่
เข้าตลาดวันนี้เป็นวันแรกครับ


User avatar
The BiG Cheese
Verified User
Posts: 53
Joined: Tue Feb 08, 2011 4:41 pm

Re: MACO

Posts by The BiG Cheese » Wed Jul 18, 2012 5:00 pm

นโยบายปันผลของ MACO จะเป็น
1. หลังปิดงบ Q3
2. หลังปิดงบ Q4
แบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่าครับ เท่าที่ดูย้อนหลังสองปี เป็นแบบนี้ตลอดเลย (จริงๆจากให้ปันผลทุกๆ 2Q มากกว่าน่ะครับ)


vatek
Verified User
Posts: 22
Joined: Sun Sep 26, 2010 10:38 pm

Re: MACO

Posts by vatek » Sat Jul 21, 2012 11:05 pm

ผมเจอป้ายข้างถนนบางนา-ตราดขาเข้า เขียนว่า AQUA และ SAFETY11 เลยสงสัยครับว่าเป็นขอ maco หรือ aqua กันแน่
เคยเจอที่อื่นๆ ด้วยครับ :?:


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Mon Jul 23, 2012 1:11 pm

เรื่อง ป้ายที่มีสัญลักษณ์ safety11 คือ "SAFETY'11 (สัญลักษณ์ป้ายมั่นคงแข็งแรง) อันเป็นเครื่องหมายที่แสดง
ต่อหน่วยงานภาครัฐ และบุคคลทั่วไปได้รับทราบว่า ป้ายโฆษณาดังกล่าวได้มีการ
ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงจากวิศวกรผู้ขึ้นทะเบียนจากสภาวิศวกรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว "


reference link:http://www.aspathailand.org/viewact_th.php?id=31

ของ MACO และบริษัทอื่นๆที่ผ่านเกณฑ์ก็จะมีครับ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี :shock:


vatek
Verified User
Posts: 22
Joined: Sun Sep 26, 2010 10:38 pm

Re: MACO

Posts by vatek » Mon Jul 23, 2012 7:31 pm

อ๋อเข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากๆ เลยครับ :D


pakapong_u
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 35911
Joined: Sun Sep 07, 2008 5:10 pm

Re: MACO

Posts by pakapong_u » Mon Aug 06, 2012 2:46 pm

   
 
วันที่/เวลา 06 ส.ค. 2555 14:21:26
  หัวข้อข่าว SET News : 6 บจ. ไทยติดอันดับ "Asia's 200 Best Under a Billion" ปี 2555 ของนิตยสาร Forbes Asia
  หลักทรัพย์ SET
  แหล่งข่าว SET
  รายละเอียดแบบเต็ม

 
ฉบับที่ 77/2555
6 สิงหาคม 2555

6 บจ. ไทยติดอันดับ "Asia's 200 Best Under a Billion" ปี 2555 ของนิตยสาร Forbes Asia

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย บริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) รวม 6
บริษัท ติดอันดับ Asia's 200 Best Under a Billion ประจำปี 2555 โดยนิตยสาร Forbes Asia
ซึ่งสะท้อนการปรับตัวอย่างมีประสิทธิภาพของผู้ประกอบการบริษัทขนาดกลางและเล็ก
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่น

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เปิดเผยว่า
ในปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนไทยที่ผ่านการคัดเลือกโดยนิตยสาร Forbes Asia ให้เข้าไปอยู่ในทำเนียบสุดยอด 200
บริษัทขนาดกลางและเล็กในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia's 200 Best Under a Billion จำนวน 6 บริษัท
เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1 บริษัท มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมกัน 25,118
ล้านบาท เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) 4 บริษัท ได้แก่ บมจ. ลานนารีซอร์สเซส (LANNA) บมจ.
ทรัพย์ศรีไทย (SST) บมจ. สหอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม (UPOIC) และ บมจ. เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
(WORK) และเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 2 บริษัท ได้แก่ บมจ. มาสเตอร์ แอด (MACO) และ
บมจ. ควอลลีเทค (QLT) ทั้งนี้ SST UPOIC WORK และ MACO เป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกเป็นครั้งแรก
ส่วน
LANNA เคยผ่านการคัดเลือกแล้วเมื่อปี 2549 และ QLT เมื่อปี 2553

"การที่บริษัทจดทะเบียนไทย 6 แห่ง ผ่านการคัดเลือกเข้าไปอยู่ใน Asia's 200 Best Under a Billion
จากบริษัทที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นทั้งหมด 15,000 บริษัท จาก 15 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เป็นเรื่องที่น่ายินดีและชี้ให้เห็นว่าบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและเล็กมีการปรับตัวให้สอดคล้องกับความผัน
ผวนด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมในการแข่งขัน
ทำให้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนผู้ถือหุ้นเติบโตโดดเด่น โดยยอดขายและกำไรรวมของทั้ง 6 บริษัทในช่วง 3
ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีสูงถึงเกือบ 50% และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นปีล่าสุดอยู่ที่
33% " นายชนิตรกล่าว

บริษัทที่จะเข้าสู่ Asia's 200 Best Under a Billion ได้จะต้องเป็นบริษัทที่มีรายได้ประจำปีระหว่าง
5-1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ผลการดำเนินงานมีกำไรสุทธิ และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ 1
ปีขึ้นไป โดยมีอัตราการเติบโตของยอดขาย และกำไร รวมถึงอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นในช่วง 12 เดือนและ 3
ปีล่าสุดโดดเด่น ทั้งนี้ไม่รวมบริษัทที่มีสภาพคล่องการซื้อขายหุ้นต่ำ
มีประเด็นความผิดทางบัญชีหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่สำคัญซึ่งถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือก
______________________________________________________________________


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Mon Aug 06, 2012 11:50 pm

ยินดีกับผู้ถือหุ้นด้วยครับ :shock:


User avatar
simpleBE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2330
Joined: Fri Jan 15, 2010 3:21 pm

Re: MACO

Posts by simpleBE » Thu Aug 09, 2012 9:43 am

หลักทรัพย์ MACO
แหล่งข่าว MACO
รายละเอียดแบบเต็ม


สรุปผลการดำเนินงานของบจ.และรวมของบริษัทย่อย (F45-3)
บริษัท มาสเตอร์ แอด จำกัด (มหาชน)

(หน่วย : พันบาท)
งบการเงินรวม
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2555 2554 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 33,112 26,015 63,346 49,807
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.19 0.15 0.36 0.28
ต่อหุ้น (บาท)


งบการเงินเฉพาะกิจการ
ไตรมาสที่ 2 งวด 6 เดือน
สอบทาน สอบทาน
สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 30 มิถุนายน
ปี 2555 2554 2555 2554
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 73,115 20,436 92,181 38,871
กำไร (ขาดทุน) สุทธิ 0.42 0.12 0.53 0.22
ต่อหุ้น (บาท)

ประเภทรายงานของผู้สอบบัญชีในงบการเงิน
ไม่มีเงื่อนไขและมีข้อสังเกต


User avatar
simpleBE
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 2330
Joined: Fri Jan 15, 2010 3:21 pm

Re: MACO

Posts by simpleBE » Thu Aug 09, 2012 9:44 am

การพิจารณาปันผล

เรื่อง : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันที่คณะกรรมการมีมติ : 08 ส.ค. 2555
ชนิดการปันผล : จ่ายปันผลเป็นเงินสด
วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) : 27 ส.ค. 2555

วันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิได้รั : 28 ส.ค. 2555
บปันผล ตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์
และตลาดหลักทรัพย์
วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) : 23 ส.ค. 2555
จ่ายให้กับ : ผู้ถือหุ้นสามัญ
อัตราการจ่ายปันผลเป็นเงินสด (บาทต่อหุ้น) : 0.20
มูลค่าที่ตราไว้ (Par)(บาท) : 1.00
วันที่จ่ายปันผล : 07 ก.ย. 2555
จ่ายปันผลจาก :
งวดดำเนินงานวันที่ 01 ม.ค. 2555 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2555
หมายเหตุ :
ที่ IRS.007/55
วันที่ 9 สิงหาคม 2555


เรื่อง ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล
เรียน กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


ด้วยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มาสเตอร์แอด จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 3/2555 วันที่ 8 สิงหาคม 2555 เวลา
17.30 น. มีมติสรุปได้ดังนี้

1.อนุมัติให้จัดสรรเงินกำไรจากการผลการดำเนินงานในช่วง 1 มกราคม 2555 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2555
เพื่อจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท จำนวน 174,999,563 หุ้น
เป็นจำนวนเงินรวม 34,999,912.60 บาท

2.กำหนดปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น (Record Date)
เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการรับเงินปันผลระหว่างกาล ในวันที่ 27 สิงหาคม 2555 และ
ให้รวบรวมรายชื่อตามมาตรา 225 ของ พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535
โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 28 สิงหาคม 2555

3.กำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 7 กันยายน 2555 โดยการส่งเช็คให้แก่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ลง
ทะเบียน หรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารตามที่ผู้ถือหุ้นแจ้งความประสงค์ไว้

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ


ขอแสดงความนับถือ


:ep: :ep: :ep:


chowbe76
Verified User
Posts: 1979
Joined: Sun May 10, 2009 5:34 pm

Re: MACO

Posts by chowbe76 » Thu Aug 09, 2012 12:01 pm

น้ำลายไหลเยยยยยยยย
:ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep:
:ep: :ep: :ep: :ep: :ep: :ep:
:ep: :ep:
:ep: :ep: :ep: :ep:
:ep: :ep: :ep:
:ep: :ep:
:ep:

The mother of all evils is speculation, leverage debt. Bottom line, is borrowing to the hilt. And I hate to tell you this, but it's a bankrupt business model. It won't work. It's systemic, malignant, and it's global, like cancer.

GeneraX
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1112
Joined: Thu Mar 27, 2008 11:03 pm

Re: MACO

Posts by GeneraX » Thu Aug 09, 2012 1:27 pm

พึ่งเข้ามาศึกษา MACO ครับ

ใน Q2 นี้ไม่ทราบว่าทำไมต้นทุนขายถึงเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ค่อนข้างมาก เกิดจากสาเหตุใดครับ รบกวนขอความรู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ :D

Financial Discipline + Value Investment + Time = Financial Independence

tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Sat Aug 11, 2012 12:29 am

GeneraX wrote:พึ่งเข้ามาศึกษา MACO ครับ

ใน Q2 นี้ไม่ทราบว่าทำไมต้นทุนขายถึงเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ค่อนข้างมาก เกิดจากสาเหตุใดครับ รบกวนขอความรู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ :D
ลองดูในหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อที่ 21 ดูครับ
ถ้าหากเทียบกัน QoQ จะเห็นว่าลดลงเยอะพอสมควรเลยนะครับ ทั้งๆที่รายได้ ใกล้เคียงกับ Q1/55 :shock:


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Wed Aug 15, 2012 1:42 pm

"กทม."สั่งรื้อป้ายเสี่ยง-จี้ตรวจเข้มทั่วกรุง
วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม 2555 เวลา 17:59 น. http://www.dailynews.co.th/crime/149292

จากเหตุการณ์ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับบริษัท ปภัสธร จำกัด บริเวณปากซอยพระราม 2 ซอย 40 แขวงบางมด เขตจอมทอง เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้นายจรรยา สุวรรณบุตร อายุ 50 ปี ช่างปูนที่มาซ่อมแซมภายในร้าน ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกหมดสติอาการสาหัสเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางประกอก 9 แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 13 ส.ค. นายนิวัฒน์ ไชยมิ่ง ผอ.เขตจอมทอง เปิดเผยว่า ทางเขตพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา และวิศวกรของบริษัทฯ ผู้ขออนุญาตก่อสร้างป้ายได้เข้าพื้นที่เพื่อเตรียมดำเนินการรื้อถอนป้ายที่ล้มพังลงมาจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯแจ้งว่าจะต้องดำเนินการในส่วนของการตัดกระแสไฟที่ใช้ในป้ายก่อนจากนั้นจะวางแผนการรื้อในส่วนต่าง ๆ ต่อไป โดยขณะนี้เขตฯ ได้ปิดกั้นพื้นที่โดยรอบบริเวณที่ป้ายล้มเป็นพื้นที่ประมาณ 300 ตารางเมตร จากการตรวจสอบข้อมูล พบว่าป้ายดังกล่าวมีนายมานะพันธ์ วิสุทธิพงษ์ เป็นผู้ยื่นขออนุญาต ตามใบอนุญาตเลขที่ 01 81/2547 ลงวันที่ 20 ก.พ.2547

ผอ.เขตจอมทอง กล่าวต่อว่า สำหรับป้ายดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างถูกต้อง แต่จะต้องมีการตรวจสอบรับรองโดยวิศวกร โดยยื่นขอใบ ร.1 กับสำนักการโยธา กทม. ทุกปี ซึ่งทราบว่าในปี 2555 นี้อยู่ระหว่างการยื่นขออยู่ ต้องให้ทางสำนักการโยธาตรวจสอบว่าได้ดำเนินการถูกต้องครบถ้วนตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่ หากมีส่วนไหนไม่ถูกต้องก็จะแจ้งให้เขตออกคำสั่งให้ทางเจ้าของอาคารดำเนินการต่อไป โดยขณะนี้ทางเขตได้แจ้งความดำเนินคดีทางอาญาในส่วนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตไว้ที่ สน.บางมด เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีป้ายอีก 1 ป้ายที่อยู่คู่กับป้ายดังกล่าว และขออนุญาตโดยเจ้าของรายเดียวกัน ซึ่งเท่าที่ดูด้วยสายตาพบว่าเสาของป้ายมีลักษณะเอียง ซึ่งอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัยแก่ประชาชนได้ จึงใช้อำนาจของเจ้าพนักงานท้องที่ ออกคำสั่งให้เจ้าของป้ายทำการรื้อถอนป้ายที่เหลืออยู่ออกไปพร้อมกันด้วย

ด้านนายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตจอมทอง ในฐานะประธานสภา กทม.กล่าวว่า ป้ายที่เกิดเหตุนี้ก่อนหน้านี้มีการก่อสร้างขนาดใหญ่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ป้ายต้องมีความสูงจากพื้นดินไม่เกิน 30 เมตรและกว้าง (ความยาวป้าย) ไม่เกิน 32 เมตร ซึ่งป้ายนี้เขตตรวจพบว่าทำผิด ทางเจ้าของป้ายก็เลี่ยงกฎหมายโดยตัดแบ่งป้ายให้มีขนาดที่เล็กลงเป็น 2 ป้ายเพื่อให้มีขนาดตามกฎหมาย แต่วันดีคืนดีก็ขึงไวนิลเป็นโฆษณาใหญ่ผืนเดียวกัน ซึ่งลักษณะเช่นนี้เป็นการเลี่ยงกฎหมาย เขตต่าง ๆ จะต้องไปตรวจสอบและเข้มงวดจริงจัง ทั้งป้ายที่ติดตั้งโดยไม่ได้ขออนุญาต และป้ายที่ขออนุญาตถูกต้องที่จะต้องมีการตรวจสอบความแข็งแรงของป้ายอย่างสม่ำเสมอให้เป็นไปตามกฎหมาย

“ปัจจุบันมีข้อบัญญัติที่สภา กทม.ที่ออกกฎเพื่อควบคุมการติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2549 ห้ามก่อสร้างอาคารประเภทป้ายที่มีพื้นที่รวมกันเกิน 5 ตารางเมตร หรือสูงเกิน 12 เมตรภายในระยะ 50 เมตรจากเขตทางพิเศษ ทางรถไฟ ถนนสายสำคัญหลายสาย พื้นที่ภายในรัศมี 200 เมตรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และอนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ กับพื้นที่ภายในระยะ 50 เมตรจากริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ยกเว้นป้ายบางอย่างตามที่กำหนดไว้ในประกาศ แต่ต้องไม่ใช่ป้ายที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าอาคาร ซึ่งเขตจะต้องเข้มงวดให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด” ประธานสภา กทม.กล่าว.


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Wed Aug 15, 2012 1:45 pm

เหยื่อป้ายโฆษณาล้มทับ เสียชีวิตแล้ว - กทม.เร่งเอาผิดเจ้าของ http://hilight.kapook.com/view/74916

ช่างปูนที่ถูกป้ายโฆษณาล้มทับเสียชีวิตแล้ว ด้าน กทม. แจ้งความเอาผิดเจ้าของ รวมทั้งเร่งตรวจสอบ และรื้อถอนป้ายโฆษณาผิดกฎหมายทั่วกรุงเทพฯ

จากกรณีที่ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับบริษัท ปภัสธร จำกัด เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมา บริเวณปากซอยพระราม 2 ซอย 40 แขวงบางมด เขตจอมทอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกหมดสติ 1 ราย คือ นายจรรยา สุวรรณบุตร อายุ 50 ปี ช่างปูนที่มาซ่อมแซมภายในร้าน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วานนี้ (13 สิงหาคม) พ.ต.อ.พรชัย ขจรกลิ่น ผกก.สน.บางมด ได้ยืนยันว่า นายจรรยาได้เสียชีวิตลงแล้วที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทราบว่า เจ้าของป้ายดังกล่าว คือ นายมานะพันธ์ วิสุทธิพงษ์ ก่อนประสานไปยังสำนักงานเขตจอมทอง เพื่อทำการตรวจสอบป้ายว่าได้มาตรฐานหรือไม่ หากพบว่าการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อหาทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต

ต่อมา ในเวลา 14.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมคณะผู้บริหารลงพื้นที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุป้ายโฆษณาขนาดใหญ่หักโค่น พบว่า ป้ายโฆษณาดังกล่าวเป็นป้ายของเอกชนที่มีการขออนุญาตใช้งานมาตั้งแต่ปี 2547 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอรับหนังสือรับรองด้านความแข็งแรงของป้าย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้แจ้งความเอาผิดกับเจ้าของป้ายไว้แล้ว และจะเร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ยังกล่าวอีกว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รื้อแผ่นป้ายไวนิล และสังกะสีของป้ายโฆษณาที่ยังเหลืออยู่ออกเพื่อลดแรงต้านลมของป้าย รวมถึงมอบหมายให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เร่งตรวจสอบป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในพื้นที่ที่มีรวมกันมากกว่า 900 ป้าย หากพบป้ายไหนผิดกฎหมายให้เร่งรื้อถอนทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ มีรายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะนำเรื่องมาตรฐานเกี่ยวกับความปลอดภัย และความแข็งแรงของป้าย รวมทั้งกฎหมายเอาผิดเจ้าของป้ายโฆษณาผิดกฎหมายเข้าหารือในที่ประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครในวันนี้ (14 สิงหาคม) เพื่อหารือแนวทางดำเนินการให้ป้ายโฆษณาทั้งที่สร้างขึ้นใหม่ และป้ายโฆษณาเก่ามีความแข็งแรง ทนทาน ต้านทานแรงลมได้


mangmao
Verified User
Posts: 88
Joined: Mon Jul 07, 2003 1:52 pm

Re: MACO

Posts by mangmao » Tue Aug 21, 2012 9:44 am

ทำเลใต้รถไฟฟ้า BTS หรือ ทางเชื่อมระหว่างสถานนีรถไฟฟ้า BTS ที่ทาง Maco ได้งานอยู่เป็นทรัพย์สินของใครครับ แล้ว MACO ต้องจ่ายค่าเช่าให้ใครครับ BTS หรือ กทม?? ถ้ากรรมสิทธิ์พื้นที่เช่านี้เป็นของ BTS ผมคาดว่า VGI คงดึงมาทำเองทั้งหมดในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่ง VGI มีศักยภาพทำได้อยู่แล้วไม่รู้จะปล่อยให้คนอื่นทำแทนทำไม ยกเว้นว่าสัญญาเช่ายังไม่หมดอายุ มีใครพอจะทราบข้อมูลไหมครับว่ากรรมสิทธิ์พื้นที่เช่าข้างต้นเป็นของใคร??


กาละมัง
Verified User
Posts: 1230
Joined: Mon Aug 06, 2007 4:31 pm

Re: MACO

Posts by กาละมัง » Tue Aug 21, 2012 2:23 pm

mangmao wrote:ทำเลใต้รถไฟฟ้า BTS หรือ ทางเชื่อมระหว่างสถานนีรถไฟฟ้า BTS ที่ทาง Maco ได้งานอยู่เป็นทรัพย์สินของใครครับ แล้ว MACO ต้องจ่ายค่าเช่าให้ใครครับ BTS หรือ กทม??
ป้ายที่อยู่ใต้ BTS เป็นของ กทม ครับ


KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 289
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: MACO

Posts by KUGUAR » Thu Aug 23, 2012 8:37 pm

ขับรถไปเที่ยวเขาใหญ่มา ใกล้ๆถึง มองข้างทางเห็นป้ายใหญ่ๆ สวยๆ อยากให้เป็นของ MACO ปรากฎว่าเป็นของ Hello Bangkok ทั้งนั้น เลย


KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 289
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: MACO

Posts by KUGUAR » Thu Aug 23, 2012 8:40 pm

เพื่อนๆ ใครอยู่ตจว อยากให้ช่วย update ให้ฟังบ้างซิครับว่า โครงการที่ MACO เขา เข้าไปช่วย Promote แต่ละจังหวัดคืบหน้าไงบ้าง


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Mon Aug 27, 2012 5:30 pm

ความคาดหวังเฟ้อ... :shock:


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Mon Aug 27, 2012 5:39 pm

KUGUAR wrote:เพื่อนๆ ใครอยู่ตจว อยากให้ช่วย update ให้ฟังบ้างซิครับว่า โครงการที่ MACO เขา เข้าไปช่วย Promote แต่ละจังหวัดคืบหน้าไงบ้าง

โครงการที่ผ่านมามีของ จังหวัดกาญจนบุรี กับ นครสวรรค์ครับ
โครงการใหม่ๆยังไม่มีข่าวมาจากบริษัทเหมือนกัน :shock:


KUGUAR
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 289
Joined: Thu Aug 23, 2012 10:08 am

Re: MACO

Posts by KUGUAR » Mon Aug 27, 2012 8:44 pm

tsteangt wrote:
KUGUAR wrote:เพื่อนๆ ใครอยู่ตจว อยากให้ช่วย update ให้ฟังบ้างซิครับว่า โครงการที่ MACO เขา เข้าไปช่วย Promote แต่ละจังหวัดคืบหน้าไงบ้าง

โครงการที่ผ่านมามีของ จังหวัดกาญจนบุรี กับ นครสวรรค์ครับ
โครงการใหม่ๆยังไม่มีข่าวมาจากบริษัทเหมือนกัน :shock:

ขอบคุณครับ

ว่าแต่ในนี้เงียบมากเลย วันนี้ เกือบ ceilling เกิดอะไรขึ้นอ่ะครับ ขอเสียงกันหน่อยคร้าบบบบ


wilai
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 332
Joined: Tue Jul 13, 2010 5:27 pm

Re: MACO

Posts by wilai » Mon Aug 27, 2012 9:10 pm

รายงานตัวครับ ยังถืออยู่ :D


tsteangt
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 344
Joined: Sun Aug 08, 2010 11:33 am

Re: MACO

Posts by tsteangt » Mon Aug 27, 2012 11:17 pm

ไม่รู้เหมือนกันครับ ใครใคร่ซื้อ ขาย หรือถือ ขึ้นอยู่กับเหตุผลของแต่ละคน เพียงแค่จำเหตุผลหรือปัจจัยที่ทำให้เราสนใจในกิจการนี้ให้ขึ้นใจก็พอ :shock:


Kaiser
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 1180
Joined: Tue May 16, 2006 7:08 pm

Re: MACO

Posts by Kaiser » Wed Sep 12, 2012 6:34 pm

ส.ป้ายและโฆษณาชี้ACEอุตฯเดือดต่างชาติตบเท้าลุยตลาดโต3เท่าตัว

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 กันยายน 2555 17:35 น.

สมาคมป้ายและโฆษณาเดินหน้าจัดระเบียบป้าย รับมือเออีซี มองอนาคตต่างชาติพุ่งเป้าชิงเค้กบิวด์บอร์ดเพียบ ขณะที่โลเกชั่นดีลดลง ส่งผลแข่งขันสูง มูลค่าตลาดโตไม่ต่ำกว่า 3เท่าตัว พร้อมอ้อนกทม.ร่วมจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจร่วมจัดระเบียบการขึ้นป้าย มั่นใจสิ้นปีบิวด์บอร์ดยังได้รับการตอบรับอย่างดี แตะ 5,400 ล้านบาท

นายสาคร ตรีธนจิตต์ นายกสมาคมป้ายและโฆษณา เปิดเผยว่า ภาพรวมธุจกิจป้ายโฆษณากลางแจ้งของไทย ในแง่จำนวนป้ายแล้วถือว่ามีขนาดใหญ่สุดในเอเชีย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ มีจำนวนไม่ต่ำกว่า 1,000 ป้าย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3กลุ่มคือ 1. กลุ่มที่มีการก่อสร้างอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน และมีใบอนุญาติ 70% 2.กลุ่มที่ก่อสร้างไม่ถูกต้อง แต่มีใบอนุญาติ 20% และ3. กลุ่มที่มีการก่อสร้างไม่ถูกต้องและไม่มีใบอนุญาติ 10% ซึ่งในจำนวนดังกล่าวนั้น เป็นสมาชิกของทางสมาคมฯเพียง 500 กว่าป้ายเท่านั้น หรือคิดเป็นจำนวนรายได้กว่า200-300ราย จากผู้ประกอบการทั้งหมด 1,000กว่าราย

ทั้งนี้ทางสมาคมฯ พร้อมเดินหน้าจัดโครงการ Safety สำหรับป้ายโฆษณากลางแจ้ง ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถมั่นใจได้ว่าป้านดังกล่าวมีคุณภาพและมีความมั่นคงแข็งแรง โดยทางสมาคมฯจะมีการจัดตรวจสอบโครงการนี้ทุกๆปี ทั้งนี้เพื่อต้องการดึงให้ป้ายโฆษณากลางแจ้งมีมาตรฐานความมั่นคงแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญต้องการให้กลุ่มผู้ประกอบการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกด้วย เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งเพื่อรวมตัวกันรับมือกับเออีซีที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต่อไป

สำหรับการเปิดเออีซี มองว่าจะส่งผลให้มูลค่าตลาดสื่อป้ายโฆษณากลางแจ้งจะเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 3เท่าตัว โดยมั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจอย่างมาก ทั้งจากเวียดนาม จีน สิงคโปร์ และฝรั่งเศส โดยแนวทางที่เข้ามาลงทุนนั้นมีหลายรูปแบบ มีทั้งลงทุนเองและเทคโอเวอร์ เป็นต้น ขณะที่จำนวนป้ายในเวลานั้น อาจจะไม่เพิ่มสูงขึ้นและอาจจะน้อยลงด้วยซ้ำ เนื่องจากหลายๆ ทำเลอาจจะถูกขายต่อไปทำอย่างอื่นแทน ดังนั้นทำเลที่มีอยู่จึงมีมูลค่าสูงขึ้น บวกกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มมูลค่าให้ป้ายโฆษณา จึงเป็นส่วนสำคัญให้มูลค่าตลาดเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 3เท่าตัวได้ จากปัจจุบัน7 เดือนที่ผ่านมา มูลค่าตลาดสื่อป้ายโฆษณากลางแจ้งอยู่ที่ประมาณ 2,700 ล้านบาท ถึงสิ้นปีนี้มองว่าจะโตขึ้นได้อีกเท่าตัว หรือปิดที่ 5,400ล้านบาท โดยกลุ่มลูกค้าใหญ่ที่ใช้สื่อนี้ คือ เรียลเอสเตรท

นายสาคร กล่าวต่อว่า ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากป้ายโฆษณาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เกิดจากกลุ่มป้ายที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานและไม่มีอนุญาติที่ถูกต้อง ที่สำคัญไม่ได้เป็นสมาชิกของทางสมาคมฯ แต่กลับสร้างปัญหาให้กับธุรกิจป้ายป้ายทั้งระบบ ทั้งนี้ทางสมาคมฯได้มีการปรึกษาหารือกับทางกทม.มาโดยตลอดเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ล่าสุดในวันที่ 23 ส.ค ที่ผ่านมา ก็ได้ร่วมพูดคุยกับทางกทม.อีกครั้ง โดยทางกทม.ได้ให้ทางสมาคมฯร่วมคิดหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ซึ่งทางสมาคมฯให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และในขณะนี้เพียงต้องการให้ทางกทม.ร่วมเป็นเจ้าภาพ และจับมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมา ในการกำกับจัดระเบียบการขึ้นป้ายโฆษณาต่อไป พร้องวางแนวทางการก่อสร้างป้ายโฆษณาให้มีมาตรฐานเดียวกันต่อไป


User avatar
mario
สมาชิกสมาคมนักลงทุนเน้นคุณค่า
Posts: 721
Joined: Wed Mar 12, 2008 8:26 pm

Re: MACO

Posts by mario » Wed Sep 19, 2012 12:03 am

สินค้าดิ้น"ฟรีทีวี"ปรับค่าโฆษณาถี่ ช่อง7ขึ้นยกแผงต.ค.-ไพรมไทม์"หลังข่าว"แข่งดุ
updated: 17 ก.ย. 2555 เวลา 10:34:43 น.
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ช่อง 7 สถานีโทรทัศน์ซึ่งมีกลุ่มผู้ชมมากที่สุดของประเทศ ประกาศขึ้นค่าโฆษณาเป็นครั้งที่ 3 ในรอบปี ซึ่งการปรับครั้งล่าสุดนี้ครอบคลุมถึง 25 รายการ รวมถึงละครหลังข่าวซึ่งถือเป็นช่วงไพรมไทม์มีผู้ชมสูงสุดถูกปรับราคาขึ้นเป็นครั้งที่ 2

การประกาศปรับขึ้นราคามีผลในต้นไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมโฆษณาใช้งบฯผ่านสื่อต่างๆ มากที่สุด เนื่องจากเป็นไตรมาสที่มีผู้จับจ่ายสินค้าสูงสุด เจ้าของสินค้ามักใช้โอกาสนี้ในการกระตุ้นยอดขาย

ทั้งนี้อุตสาหกรรมโฆษณาไทยมีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท โดยสื่อหลักอย่างฟรีทีวีคือผู้ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 60,000 ล้านบาทและเติบโตทุกปี โดยปัจจัยการเติบโตของอุตฯส่วนใหญ่มาจากการปรับขึ้นราคาโฆษณาเป็นหลัก


ช่อง 7 ปรับราคายกผัง

มีเดียแฟลชรายงานว่า สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 ประกาศขึ้นค่าโฆษณาเฉลี่ย 4.2-10% จำนวน 25 รายการ อาทิ รายการคันปาก, ยอดภาพยนตร์นานาชาติ, ห้องข่าว 7 สี, ข่าวเที่ยง, 7 สี คอนเสิร์ต, ละครรีรัน เวลา 13.00 น. และที่เป็นไฮไลต์ คงหนีไม่พ้นละครหลังข่าว ปรับขึ้นไปถึง 5 แสนบาทต่อนาที มีผลตั้งแต่ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นปี ช่อง 7 ทยอยปรับมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกในเดือนเมษายน ในส่วนละครก่อนข่าว และข่าวภาคค่ำ และขยับราคาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม ช่วงละครหลังข่าว จาก 450,000 บาท เป็น 480,000 บาทต่อนาที ครั้งนั้นช่อง 7 ให้เหตุผลว่า รายการของทางสถานีทั้งหมด โดยเฉพาะช่วงไพรมไทม์ มีเรตติ้งสูงสุดเมื่อเทียบกับรายการอื่นในช่วงเวลาเดียวกัน บวกกับต้นทุนการผลิตรายการทั้งลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ รายการกีฬา การผลิตละครโทรทัศน์เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตัดสินใจขึ้นราคาโฆษณาเป็นที่น่าสังเกตว่า ช่อง 7 ในยุคของนายศรัณย์ วิมุตมวงศ์ เข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ มีปรับตัวเพื่อรุกตลาดและอุดช่องโหว่หลาย ๆ ด้าน หนึ่งในนั้นคือปรับรูปแบบรายการข่าวเช้า ตั้งแต่เวลา 06.00-08.15 น.เพื่อปิดจุดอ่อนของช่อง คาดว่าจะเริ่มภายใน 1-2 เดือนจากนี้ โดยเป้าหมายสำคัญ คือการรักษาเรตติ้งอันดับ 1 เอาไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่อง 3 ได้ประกาศปรับขึ้นค่าโฆษณามาเป็นระยะๆ เช่นกัน ในเดือนมีนาคมปรับไปแล้ว 1 รอบ กับ 4 รายการหลัก ได้แก่ 1.ละครหลังข่าว 2.ซีรีส์เกาหลีช่วงเย็น 3.ข่าว 3 มิติ และ 4.หนังดังสุดสัปดาห์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ได้ปรับราคาอีกรอบในช่วงละครก่อนข่าวภาคค่ำ โดยนายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะต้นทุนสูงขึ้น โดยปรับช่วงเวลา 18.00-18.30 น.จาก 2 แสนกว่าบาท เป็น 3.3 แสนบาท

โฆษณาฟรีทีวีพุ่ง

นายเขมทัตต์ พลเดช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับขึ้นโฆษณาของเจ้าใหญ่ตลาดฟรีทีวี 2 ช่องครั้งนี้ จะทำให้เอเยนซี่ ลูกค้าถึงทางตัน เพราะเมื่อเป็นผู้กำหนดตลาดฟรีทีวี จะทำให้ตลาดนี้ไม่เติบโต และภายใน 5 ปีนับจากนี้ อาจจะได้เห็นราคาโฆษณาช่วงละครหลังข่าวแตะไปถึง 700,000-1,000,000 บาทต่อนาที

"เมื่อปรับราคาโฆษณาแล้ว เอเยนซี่คงแก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากเดินไปตามเกม แต่เจ้าของสินค้าอาจต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มราคาสินค้า เพราะค่าโฆษณาที่สูงขึ้น หรือตัดงบฯโฆษณาผ่านฟรีทีวีทิ้ง และหันไปสร้างสื่อใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งจะทำให้สื่อใหม่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว"

ทั้งนี้ ช่องฟรีทีวีมี 4 ช่อง คือช่อง 3 ช่อง 7 ช่อง 5 และโมเดิร์นไนน์ทีวี ที่ผ่านมาช่อง 3 และ 7 คือเจ้าตลาดฟรีทีวีที่มีเม็ดเงินโฆษณาเป็นอันดับต้น ๆ อย่างไรก็ตาม จากต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ทำให้ฟรีทีวีต้องปรับขึ้นค่าโฆษณา โดยเฉพาะ 2 ช่องใหญ่ ช่อง 3 และ 7 ได้เริ่มปรับขึ้นค่าโฆษณาปีละ 2 ครั้งตั้งแต่ปีก่อน จากเดิมก่อนหน้านี้ปรับขึ้นปีละ 1 ครั้งเท่านั้น

"ช่อง 3 และ 7 เดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์ต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนผลิตสูงขึ้น แต่เรตติ้งก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ทำให้ทั้งคู่กล้าปรับราคาค่าโฆษณา" นายเขมทัตต์กล่าว

สำหรับโมเดิร์นไนน์ยังไม่มีแผนปรับราคาค่าโฆษณา ปัจจุบันรายการใหม่บางรายการโฆษณาเต็ม แต่ยอมรับว่าต้องมีการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพคอนเทนต์บางส่วนทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า แนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพและคอนเทนต์ของช่อง 5 และโมเดิร์นไนน์ เนื่องจากเป็นช่องของภาครัฐ ส่งผลให้การพัฒนาคอนเทนต์และผังรายการยังไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่เหมือนกับช่อง 3 และ 7 ซึ่งมีความคล่องตัวสูงกว่า ทำให้มีเรตติ้งผู้ชมค่อนข้างต่ำ จึงไม่เป็นที่สนใจจากมีเดียเอเยนซี่มากนัก

ลูกค้าหั่นงบฯสื่ออื่นชดเชยฟรีทีวี

นางอิชยา สันติตระกูล กรรมการบริหาร บริษัท แบรนด์คอนเน็คชั่นส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจมีเดียเอเยนซี่ และที่ปรึกษาสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรตติ้งของช่องที่สูงขึ้น ทำให้ช่อง 3 และ 7 สามารถปรับราคาค่าโฆษณาได้ ต้องมองว่าเจ้าของสินค้าต่าง ๆ จะมีการปรับตัวอย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นแบบใด เพราะหากต้องการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นแมส ฟรีทีวียังเป็นสิ่งจำเป็น อาจทำให้เจ้าของสินค้าต้องลดงบฯสื่อบางตัวมาชดเชยการโฆษณาผ่านฟรีทีวี

ขณะที่บางกลุ่มสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายที่เจาะจง อาจจะหันไปหานิวมีเดียทั้งทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี สื่อนอกบ้าน ดิจิทัลมีเดีย โซเซียลมีเดียมากขึ้น

นางอิชยา ยอมรับว่าเจ้าของสินค้าสนใจเรื่องเรตติ้งเป็นหลัก ซึ่งช่อง 3 และ 7 เป็นช่องที่มีเรตติ้งสูง อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคาโฆษณาจะทำให้อุตสาหกรรมโฆษณาโดยรวมเติบโตขึ้น แต่งบฯโฆษณาในส่วนฟรีทีวีอาจจะเท่าเดิม หรือน้อยลง เพราะมีการขยับไปที่สื่ออื่นเพิ่มขึ้น

"ช่อง 7 กล้าปรับราคาค่าโฆษณา เพราะรายการมีเรตติ้งสูง และมีเจ้าของสินค้าต้องการซื้อค่อนข้างล้น ถือว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่ง ในการปรับฐานราคาของสถานีด้วย"

สำหรับกลุ่มสินค้าที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย จำกัด 2.บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือพีแอนด์จี และ 3.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยกลุ่มคอนซูเมอร์โปรดักต์ยังเป็นกลุ่มที่ใช้เม็ดเงินโฆษณาค่อนข้างสูง

สินค้าปรับแผนใช้สื่อ

แหล่งข่าวจากวงการเครื่องใช้ไฟฟ้า กล่าวว่า ที่ผ่านมาช่อง 7 ปรับขึ้นราคาโฆษณาต่อเนื่องอยู่แล้วในฐานะผู้นำตลาด และเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่สินค้าจะไม่ลงโฆษณาช่อง 7 เพราะเข้าถึงลูกค้าวงกว้าง โดยการปรับตัวของสินค้าก็จะเลือกมากขึ้นเช่น ละครเรื่องอะไร และวันไหนที่สอดคล้องและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย จากเดิมที่อาจลงได้บ่อยและถี่ ก็ต้องเน้นโฟกัสช่องทางออนไลน์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และเว็บบล็อกมากขึ้นเพื่อเป็นตัวเสริม

แหล่งข่าวจากวงการสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ยอมรับว่า การขึ้นค่าโฆษณาของฟรีทีวีนั้น ทำให้เจ้าของสินค้าต้องบริหารการใช้สื่อมากขึ้น ที่สำคัญ คือการบรรลุเป้าหมายอัตราการเข้าถึงผู้บริโภค

ยกตัวอย่างแคมเปญนี้มีการตั้งเป้าการเข้าถึงผู้บริโภค 60% ด้วยค่าใช้จ่ายของสื่อทีวีที่สูงขึ้นกับงบประมาณที่จำกัด ก็ต้องหันไปเลือกใช้สื่ออื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายขึ้น อาทิ ทีวีดาวเทียม, เคเบิลทีวีที่เข้าถึงลูกค้าต่างจังหวัด, สื่อออนไลน์ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่

"ที่สำคัญคือยังรักษาการเข้าถึงผู้บริโภคไว้ได้ แต่หากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้สื่อทีวีเป็นหลัก อาทิ การเปิดตัวสินค้าใหม่ที่เจาะกลุ่มแมสก็อาจมีผลกระทบ"

The basic ideas of investing are to look at stocks as business,
use the market's fluctuations to your advantage,
and seek a margin of safety.

Investing is not about big returns ,it's about safety of principal and satisfactory returns.

Post Reply